บทวิเคราะห์รายบริษัท

12
ธันวาคม
2017
COMAN (BUY/18TP: 9), ก้าวขึ้นสู่ผู้นำซอฟแวร์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปีหน้า
(views 7)
แม้คาดกำไรสุทธิ 4Q17 จะชะลอตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y จากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ แต่ข้อดีคือผลประกอบการของ MSL มีพัฒนาการดีขึ้น จนคาดว่าจะไม่มีการตั้งด้อยค่าความนิยม ทำให้เราคาดว่าผลประกอบการของทั้งกลุ่ม COMAN ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และหลังจากนี้จะสะท้อนการขยายตัวของธุรกิจหลัก ที่ผูกติดกับการขยายตัวของโรงแรมและร้านอาหารได้ดีขึ้น เมื่อผนวกกับการปรับกลยุทธ์เป็นเชิงรุกโดยการเพิ่มทีมขาย และการ M&A บริษัทที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิด Synergy เหมือนดีลของซินเนเจอร์ ซึ่งจะนำไปสู่ผู้นำซอฟแวร์ด้านการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2018-2019 จะกลับมาโตสูง 93% Y-Y และ 20% Y-Y ตามลำดับ ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2018 เพียง 24 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 30-35 เท่า อีกทั้ง ฐานะการเงินแข็งแกร่งเป็น Net Cash และมีเงินสดในมือสูงถึง 2 บาทต่อหุ้น จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 9.00 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
ธันวาคม
2017
TISCO (HOLD/18TP: 89), ถือรอดูผลการรวมพอร์ตรายย่อย SCBT ในปี 2018 ก่อน
(views 5)
TISCO รายงานสินเชื่อเดือนพ.ย. เพิ่มติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 จากอานิสงส์ของสินเชื่อ SME (Floor plan) และ Project finance ในกลุ่มสินเชื่อธุรกิจ แต่คาดว่ามีผลต่อกำไร 4Q17 จำกัด โดยเราคาดกำไร 4Q17 ทรงตัว Q-Q และ +16%Y-Y เราคงคำแนะนำ ถือ โดยเชื่อว่าตลาดน่าจะคาดหวังสูงเกินไปจากการดีลการรวมพอร์ตรายย่อย SCBT การ repayment ของสินเชื่อในกลุ่มที่อยู่อาศัยรวมถึงสินเชื่อบุคคลที่อาจเกิดขึ้นในช่วงแรก อาจทำให้ TISCO ไม่ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่นัก อีกทั้ง Upside จากราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 89 บาทนั้นเหลือแคบลงแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
08
ธันวาคม
2017
RS (BUY/18TP: 27), Rating ช่อง 8 เพิ่มต่อเนื่อง ราคาหุ้นมี Upside มากขึ้น
(views 7)
Rating ช่อง 8 ล่าสุดเฉลี่ยเดือนพ.ย.ยังเพิ่มต่อเนื่อง หนุนสมมุติฐานความสามารถในการปรับขึ้นค่าโฆษณาในปีหน้าได้ราว 25% ขณะที่ยอดขาย H&B ยังแข็งแกร่ง แม้โดยรวมแนวโน้มกำไร 4Q17 ลดลงจากระดับสูงสุดของปีในไตรมาสก่อน ผลกระทบงานพระราชพิธี แต่ยังเพิ่ม Y-Y เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 ฟื้นตัวเป็นบวก และโตสูง 1.5 เท่าตัว ในปี 2018 และ 45.7% ในปี 2019 จากมุมมองเชิงบวก 2 ธุรกิจหลักดังกล่าว ขณะที่ราคาหุ้นที่ปรับฐานลงมา มี Upside มากขึ้นจากราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 27 บาท แนะนำ ซื้อสะสม จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
08
ธันวาคม
2017
HUMAN (IPO: 4/18TP: 5.8), HUMAN ผู้นำธุรกิจ HR Outsourcing รายใหญ่ที่สุดในประเทศ
(views 9)
HUMAN ประกอบธุรกิจ HR Outsourcing ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยศักยภาพการเติบโตของความต้องการใช้ Outsourcing ขององค์กรยุคใหม่ ทำให้ HUMAN ยังเหลือช่องว่างในการเติบโตอีกมาก เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018-2020 จะเติบโตเฉลี่ยราว 35% ต่อปี จากฐานพนักงานที่รับช่วงดูแลเพิ่มขึ้นปีละ 50,000 คนเป็นอย่างน้อย การเพิ่มขนาดของรายได้ ส่งผลให้ HUMAN จะยิ่งเพิ่ม Gross Margin ให้ปรับสูงขึ้นเพราะการมี High Operating Leverage เราคาดว่า GM และ NM ของ HUMAN จะเพิ่มขึ้นเป็น 40% และ 26% ในปี 2019 ซึ่งใกล้เคียงกับบริษัทระดับโลก ประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 5.80 บาท อิง PEG 1 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
07
ธันวาคม
2017
THG (IPO: 38/18TP: 47), การเติบโตครั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้นกับ THG
(views 11)
เรามองว่า THG กำลังอยู่ในช่วงของการเติบโตครั้งใหญ่โดยคาดกำไรสุทธิช่วงปี 2018-2020 เติบโต 47.5% CAGR ได้รับอานิสงส์จากความต้องการบริการทางการแพทย์ที่ยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง แรงหนุนจากธุรกิจรับจ้างเหมาบริหารทางการแพทย์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนโครงการใหม่ๆที่จะทะยอยแล้วเสร็จ ซึ่งเรามองว่าสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ดีและเป็นประโยชน์ต่อ THG ในแง่ของ Capacity ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต เราประเมินราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 2018 ได้ที่ 47 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
ธันวาคม
2017
MBAX (BUY/18TP: 6.5), คาดกำไร 4Q17 กลับมาโตสูง จากรายได้และอัตรากำไรที่ขยายตัว
(views 7)
เรามองว่าที่ราคาปัจจุบันมี Downside จำกัดมาก เพราะคิดเป็น PE2018 เพียง 11 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 15 เท่า และให้ปันผลสูงถึง 8% ต่อปี โดยคาดว่าผลประกอบการของ MBAX ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 3Q17 จากคำสั่งซื้อของลูกค้าในสหรัฐฯที่เร่งตัวขึ้น และแรงกดดันจากเงินบาทแข็งและการเพิ่มขึ้นของ LDPE ที่ผ่อนคลายลง ส่วนปีหน้า คาดกำไรสุทธิโตต่อเนื่องอีก 18% Y-Y จากปีนี้ที่คาดโต 20% Y-Y จากตลาดสหรัฐฯที่โตตาม GDP และการขยายตลาดใหม่ในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น ที่มีการเติบโตสูง รวมถึงการขยายกำลังการผลิตเพื่อลดปัญหาคอขวด ยังแนะนำซื้อในฐานะหุ้นปันผลสูงสม่ำเสมอ ราคาเป้าหมาย 6.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
ธันวาคม
2017
TPCH (BUY/18TP: 20), มองข้ามกำไรสุทธิปี 2017 ที่พลาดเป้า
(views 6)
เรามีความเห็นเป็นกลางต่อ Opportunity Day เมื่อวาน แต่ปรับประมาณการกำไรสุทธิและกำไรปกติปี 2017 ลง 27% และ 11% จากกำไรสุทธิ 9M17 ที่ต่ำกว่าคาด รวมผลกระทบจากค่าใช้จ่ายพิเศษโดยเฉพาะการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเงินลงทุน BE เต็มจำนวน ต้นทุนค่าจัดการโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และการ COD ล่าช้า ของโรงไฟฟ้า SGP เป็นต้น 1Q18 จะเป็นกำไรสุทธิปี 2017 Flat Y-Y แม้กำไรปกติโต 29.3% และปรับประมาณการปี 2018-2019 ลง 12-15% ยังเป็นกำไรปกติโตสูง 49.4% และ 45.8% ตามลำดับ ราคาหุ้นที่ Underperform สะท้อนกำไรสุทธิในช่วง 9M17 ที่น่าผิดหวัง ราคาปัจจุบันมี Upside สูงเกือบ 38% คงคำแนะนำ ซื้อลงทุนระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
07
ธันวาคม
2017
TK (BUY/18TP: 19.5), คาดกำไรเติบโตดีตั้งแต่ 4Q ถึงปีหน้า
(views 4)
เราปรับคำแนะนำ TK เป็น ซื้อ จากเดิม ขาย เนื่องจาก 1. คาดการณ์กำไร 4Q17 จะดีที่สุดในปี และดีที่สุดในรอบ 19 ไตรมาสที่ราว 171 ลบ. +28.7%Q-Q และ +18%Y-Y ตาม High season ของการปล่อยสินเชื่อ 2. เราปรับคาดการณ์กำไรปี 2017 ขึ้น 5% มาอยู่ที่ 528 ลบ. (+23%Y-Y) และคาดการณ์กำไรปี 2018 ที่ 649 ลบ. +23%Y-Y โดยคาดว่าภาพเศรษฐกิจที่เป็นบวกจากภาคการส่งออก ราคาพืชผลทางการเกษตร และหนี้ครัวเรือนที่เริ่มผ่อนคลายลงจะส่งผลต่อกำลังซื้อรถจักรยานยนต์ต่อเนื่องในปีหน้า 3. ภายหลังการปรับประมาณการ เราคาดว่าจะเห็น 2018 ROE ที่ราว 12.8% ดีที่สุดในรอบ 6 ปีและ 4. คุณภาพสินเชื่อที่ดีรองรับมาตรฐาน IFRS9 และ D/E ต่ำ ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 19.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
06
ธันวาคม
2017
PT (BUY/18TP: 8.8), ถ้ากำลังหาหุ้นถูกที่สตอรี่การเติบโตน่าสนใจ... PT คือคำตอบ
(views 3)
แผนธุรกิจของแบงก์ใหญ่ในปี 2018 ที่ทยอยเปิดเผยออกมา ยังเน้นการลงทุนด้านไอทีเพื่อรองรับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของ Digital Banking โดยข้อมูลของธปท. ระบุว่าผู้ใช้ Internet Banking และ Mobile Banking งวด 6M17 ยังโตสูง 23% YTD และ 26% YTD ตามลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของ The Financial Brand ที่ระบุว่าสถาบันการเงินทั่วโลกให้ความสำคัญกับ Digital Banking มากถึง 71% เราจึงมีมุมมองเชิงบวกกับการเติบโตของ PT ใน 2-3 ปีข้างหน้านี้อย่างมาก โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะโตเฉลี่ยปีละ 12% ในปี 2018-2020 ซึ่งดูจะตรงข้ามกับราคาปัจจุบันที่คิดเป็น PE2018 เพียง 10 เท่า หรือ PEG เพียง 0.8 เท่า ใกล้เคียงกรอบล่างในอดีต ขณะที่ ปันผลสูงสม่ำเสมอ 4-5% ต่อปี เรามอง PT เป็น Laggard Play ที่ Downside จำกัดมาก แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 8.80 บาท อิง PE 13 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤศจิกายน
2017
JKN (IPO: 8/18TP: 11.5), ผู้ขายลิขสิทธิ Content มากประสบการณ์
(views 16)
JKN เป็นผู้ให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิคอนเทนต์ ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจมานาน มีจุดเด่นลิขสิทธิ์ Content ของบริษัทฯ หลายรายการ เป็นสิทธิ์ที่ได้รับจากผู้สร้างที่มีชื่อเสียงระดับสากล ที่บริษัทฯ ได้รับสิทธิ์ผูกขาดการขายแต่ผู้เดียวในประเทศและหรือในประเทศเพื่อนบ้าน และได้อานิสงค์จากจำนวนช่องทีวีเพิ่มขึ้นและความนิยมคอนเทนต์ออนไลน์ คาดกำไรปี 2017 โต 30.7% และปี 2018 โตอีก22.2% จากการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจหลัก เราประเมินมูลค่าตามพื้นฐานปี 2018 ที่ 11.50 บาท ที่ PE 24 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤศจิกายน
2017
BCH (BUY/18TP: 18.3), โมเมนตัมการเติบโตยังดี
(views 14)
แนวโน้มกำไร 4Q17 ยังมีโมเมนตัมการเติบโตที่ดีและอาจมี Upside เพิ่มจากการปรับค่างวดการจ่ายเงินในส่วนค่าภาระเสี่ยง ขณะที่การเติบโตของผลการดำเนินงานในปี 2018 จะมาจากทั้งรายได้ที่คาดโตในอัตราเร่งจากผลบวกของการปรับเพิ่มการจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคมเต็มปี รายได้ผุ้ป่วยเงินสด ที่โตเร่งตัวขึ้นตาม GDP ของไทยและผลบวกหลัง Renovation เพิ่มขีดความสามารถในการรักษา ขณะที่ Margin คาดว่าจะขยายตัวขึ้นจากผลของ Operating Leverage เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 ที่คาดโตเฉลี่ยราว 16.3% ต่อปี ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 18.30 บาท และยังเป็น Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤศจิกายน
2017
TMB (BUY/18TP: 3.2), ปรับราคาเป้าหมายขึ้นสะท้อนมุมมองบวกต่อแผนระยะยาว
(views 6)
เราปรับราคาเหมาะสมปี 2018 ของ TMB ขึ้นเป็น 3.20 บาท โดยอิง Justified PBV ที่ 1.45 เท่า อิง LT ROE 12% เพื่อสะท้อนแผนระยะยาวของธนาคาร ซึ่งเรามองเป็นบวกและคาดว่าเป็นแผนงานที่เป็นไปได้ เราคาดว่า TMB จะมีกำไรเติบโตเฉลี่ยปีละ 12-14% ตั้งแต่ปี 2018-2022 และคาดการณ์ ROE ขึ้นไปที่ 11.8-12% จาก 10% ในปี 2017 คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤศจิกายน
2017
WORK (HOLD/18TP: 98), แนวโน้ม 4Q17 น้อยกว่าเคยคาด เป็นขาดทุน
(views 6)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้เป็นเชิงลบเล็กน้อย จากแนวโน้มผลประกอบการ 4Q17 ที่ต่ำกว่าเราและตลาดเคยคาด โดยจะกลับเป็นขาดทุน เนื่องจากรายได้ช่อง WPTV ลดลงมากจากไตรมาสก่อนที่มีการซื้อล่วงหน้าก่อนงานพระราชพิธีในเดือนต.ค. ทำให้เราปรับประมาณการกำไรทั้งปีลง 11% แม้ยังเป็นกำไรโตก้าวกระโดด 2.8 เท่าตัวจากปีก่อน และปี 2018-2019 ปรับลง 7-8% จากการปรับลดคาดการณ์รายได้ช่อง WPTV สอดคล้องกับเป้าของบริษัท เป็น 4 พันล้านบาท +24% ในปี 2018 โดยคาด Avg. Ad. Rate ปรับเพิ่มได้อีก 14% จากการเน้นการแยกขายโฆษณารายการที่มี Rating สูงๆ และ Rating ที่จะดีขึ้นกลับสู่ระดับ 1.4-1.5 หลังช่วง 3-4 เดือนก่อนลดลง ล่าสุด เดือนพ.ย.เริ่มดีขึ้นเป็น 1.1-1.2 ทั้งนี้ ในช่วงปลาย 4Q17-ปี 2018 บริษัทมีแผนเพิ่มรายการใหม่กว่า 10 รายการ กอปรกับคาดส่วนแบ่งรายได้จาก Digital Media เพิ่มต่อเนื่อง จากการปรับประมาณการกำไรลง ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ปรับลงเป็น 98 บาท จากเดิม 103 บาท (DCF) หากมองข้ามแนวโน้ม 4Q17 ที่แย่กว่าเราและตลาดเคยคาด ไปที่แนวโน้มปีหน้า ยังเป็นกำไรปกติโตต่อเนื่อง คงคำแนะนำ ถือ/ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤศจิกายน
2017
PCSGH (BUY/18TP: 9.6), กำไร 4Q17 ยังมีแนวโน้มดี และจะ Outperform กลุ่มในระยะยาว
(views 15)
แผนการลงทุนเพื่อผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้ลูกค้าในยุโรป ถือว่าได้ข้อสรุปในแง่ของมูลค่าคำสั่งซื้อล่วงหน้าเร็วกว่าคาด แม้ยังไม่มีความชัดเจนในแง่ของอัตรากำไรและมูลค่าการส่งมอบในแต่ละช่วงเวลา แต่เรามองว่าจะเป็นตัวเปิด Upside สำหรับการเติบโตระยะยาวของ PCSGH ให้ Outperform กลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ จากทั้งแนวโน้มการเติบโตเฉลี่ยของ EV ที่มากกว่า 50% ต่อปี และโอกาสการได้ลูกค้าในภูมิภาคอื่นเพิ่ม เช่น สหรัฐฯและจีนที่มีการผลิต EV มากสุดในขณะนี้ ส่วนแนวโน้ม 4Q17 เบื้องต้นเราคาดที่ 166 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่เมื่อเทียบ Y-Y ยังโตสูง 20% จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ และการขยายธุรกิจไป Non-Auto ที่มีอัตรากำไรสูง เรายังคาดกำไรปีนี้ 645 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% Y-Y และปีหน้า 742 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% Y-Y แนะนำซื้อในฐานะ Top Pick ของกลุ่มยานยนต์ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 9.60 บาท (อิง PE 20 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤศจิกายน
2017
MTLS (BUY/18TP: 48), ปรับเพิ่มประมาณการและราคาเหมาะสมขึ้น
(views 5)
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 และปี 2018 ขึ้น 5% และ 2% ตามลำดับเป็น 2.4 พันลบ. (+67%Y-Y) ในปี 2017 และ 3.4 พันลบ. (+40%Y-Y) ในปี 2018 สำหรับระยะสั้นราคาหุ้นมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มกำไร 4Q17 ที่คาดว่าจะดีที่สุดในปีและทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ราว 680-700 ลบ. +5-8%Q-Q และ +40-45%Y-Y ตามฤดูกาลที่ดีของการปล่อยสินเชื่อเพราะเป็นฤดูเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตรและฤดูกาลจับจ่ายใช้สอยในปลายปี ส่วนปี 2018 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคการอุปโภคบริโภคของเอกชนจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อความต้องการสินเชื่อในกลุ่มสินเชื่อและแรงหนุนจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่ผ่อนคลายลงส่งผลต่อความสามารถในการก่อหนี้และชำระหนี้ได้ดีขึ้น คงคำแนะนำ ซื้อ และปรับเพิ่มคงราคาเหมาะสมปี 2018 เป็น 48 บาท
อ่านเพิ่มเติม
27
พฤศจิกายน
2017
BJC (HOLD/18TP: 64), 4 ธุรกิจหลักจะฟื้นตัวสดใสมากขึ้นในปีหน้า
(views 12)
จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โทนบวกเล็กน้อย จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และมาตรการช้อปช่วยชาติ รวมถึงการปรับปรุงคุณภาพรายได้แล้วเสร็จของ BIGC จะช่วยให้แนวโน้มกำไร 4Q17 ฟื้นตัวต่อเนื่อง และจะเป็นกำไรสูงสุดของปี ได้ตามฤดูกาล แต่สิ่งที่ผิดคาดคือ การปรับโครงสร้างภาษีอาจเสร็จไม่ทันปีนี้ และทำให้อัตราภาษีปีนี้อยู่ในระดับสูง แต่คาดอัตราภาษีจะลดลงในปีหน้าแทน เมื่อปรับโครงสร้างแล้วเสร็จ ในขณะที่คาดเห็นการเติบโตของ 4 ธุรกิจหลักต่อเนื่องไปในปีหน้า โดยเฉพาะการกลับมาฟื้นตัวของ BIGC และการรับรู้เตาแก้วโรง 4 ได้เต็มปี และจะเริ่มรับรู้กำลังการผลิตใหม่เตาแก้วโรง 5 ใน 3Q18 เป็นต้นไป รวมถึงยังรับรู้ผลบวกจาก Synergies ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งจะครบ 1,700 ล้านบาทในปี 2019 ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 ลงเป็นเติบโต 24.9% Y-Y (เดิมคาดโต 48.8% Y-Y) และปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2018 เป็นเติบโต 53.7% Y-Y จากเดิมคาดโต 21% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2018 ขึ้นเป็น 64 บาท จากเดิม 60 บาท (DCF) ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาค่อนข้างเร็วในช่วงนี้ ทำให้มี Upside เหลือ 9.9% จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ซื้อเมื่ออ่อนตัว จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
พฤศจิกายน
2017
AIT (BUY/18TP: 32), ปีหน้าดูสดใส ปันผลยังจูงใจ
(views 16)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานของ AIT ในปี 2018 แม้ 4Q17 อาจชะลอชั่วคราว โดย Backlog ณ ปัจจุบันอยู่สูงถึงกว่า 3,500 ลบ.มากสุดในรอบหลายปี ขณะที่ปริมาณงานประมูลตลาดยังมีค่อนข้างมากและคาดเห็นโครงการขนาดใหญ่ออกประมูลมากขึ้น เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 เติบโต 16.2% Y-Y และ 16.6% Y-Y ตามลำดับและเริ่มเห็น Upside ในปีหน้า ขณะที่ Dividend Yield งวด 2H17 คาดยังสูงถึง 4.1% เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 32 บาท
อ่านเพิ่มเติม
24
พฤศจิกายน
2017
GGC (HOLD/18TP: 17), ยังไม่ถึงเวลา...ต้องอดทน
(views 9)
เราปรับประมาณการกำไรสะท้อนการขาดทุนสต๊อกจำนวนมากใน 9M17 ทำให้คาดกำไรสุทธิปี 2017-2018 ที่ 466 ล้านบาท และ 1,194 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มระยะยาวช่วง 3 ปีข้างหน้า เรามองการเติบโตไม่สูงมากนักที่ระดับ 9% CAGR เนื่องจากประเด็นการเติบโตยังคงอยู่ในกรอบของเชื้อเพลิงชีวภาพ อย่างไรก็ตาม เรายังคงเห็นศักยภาพการเติบโตในอนาคตจากการขยายเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ downstream และ การขยายไลน์การผลิตสู่ผลิตภัณฑ์จากอ้อยภายใต้โครงการ biocomplex อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโครงการดังกล่าวยังมีความไม่ชัดเจน ดังนั้น ด้วยอัพไซด์ที่ยังไม่จูงใจ และ การเติบโตในปัจจุบันที่ยังไม่สูงนัก เราจึงลดคำแนะนำลงเป็นถือ หรือ รอซื้ออ่อนตัว โดยมีราคาเป้าหมายที่ 17.0 บาท
อ่านเพิ่มเติม
24
พฤศจิกายน
2017
MODERN (BUY/18TP: 6.8), MODERN สามารถเรียกศรัทธากลับมาได้อีกครั้ง
(views 11)
การประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ซึ่งเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี ได้รับมุมมองที่ดีจากผู้บริหารต่อการฟื้นตัวของกำไรใน 4Q17 ซึ่งจะได้แรงหนุนทั้งจากการกลับมาโตของตลาดออฟฟิสสร้างใหม่ ตลาดค้าปลีกให้กับกลุ่มครัวเรือนที่ได้แรงผลักดันจากช้อปช่วยชาติ และการรับรู้รายได้ตกแต่งห้องผ่าตัดของโมเดิร์นฟอร์มแฮลท์แอนด์แคร์ที่มีงานในมือกว่า 400 ล้านบาท เบื้องต้นเราคาดกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 75 ล้านบาท ชะลอลง Q-Q เพราะ 3Q17 มีกำไรพิเศษ 20 ล้านบาท หากหักออก กำไรปกติจะทรงตัว Q-Q แต่โต 12% Y-Y ถ้าเป็นตามนี้ กำไรทั้งปีจะเกินคาดที่ 193 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% Y-Y ส่วนปีหน้าคาดโตสูง 47% Y-Y จากการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์, การขยายตลาดใหม่เช่น งานราชการ, การควบคุมต้นทุน, และกำไรของโมเดิร์นฟอร์มแฮลท์แอนด์แคร์ที่จะเร่งตัว ก่อนเข้า MAI ใน 4Q18 ยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 6.80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
พฤศจิกายน
2017
THMUI (IPO: 2.55/18TP: 3.1), THMUI ผู้นำตลาดลวดสลิงและอุปกรณ์ยกหิ้วระดับพรีเมี่ยม
(views 7)
THMUI เป็นผู้จัดจำหน่ายลวดสลิงและอุปกรณ์ยกหิ้วให้กับตราสินค้าชั้นนำระดับโลก รวมถึงบริการหลังการขายและทดสอบ+ตรวจสอบผ่าน propoint ที่เป็นบริษัทลูก กลุ่มลูกค้าสำคัญคือโรงงาน พลังงาน การก่อสร้าง และท่าเรือ ซึ่งการเติบโตหลังจากนี้จะได้แรงหนุนจากการลงทุนของภาครัฐฯและเอกชน โดยเฉพาะ EEC ที่คาดว่าจะเพิ่มมูลค่าตลาดลวดสลิงและอุปกรณ์อีกราว 4 พันล้านบาท ขณะที่ THMUI จะเพิ่มสินค้าลวดสลิงขนาดใหญ่ เพื่อรองรับงานโครงการที่มึมูลค่าสูง และขยายธุรกิจไปจำหน่ายท่อปะปา HDPE รวมถึงเพิ่มทีมบริการทดสอบและตรวจสอบที่เป็นงานอัตรากำไรขั้นต้นสูง ทำให้เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2017 จะโตสูง 73% Y-Y และโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 36% ในปี 2018-2019 ประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 โดยอิง PE เฉลี่ยกลุ่มอุตสาหกรรมเกี่ยวข้องที่ 20 เท่าได้เท่ากับ 3.10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
พฤศจิกายน
2017
HANA (HOLD/18TP: 58), คำสั่งซื้อยังดีถึง 1Q18 แต่ใกล้จบรอบขาขึ้นแล้ว
(views 6)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ บริษัทยังเห็นคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งไปจนถึง 1Q18 แต่เราเริ่มมีมุมมองระมัดระวังมากขึ้นจากการใกล้จบรอบ Cycle ขาขึ้นของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รอบนี้ตั้งแต่กลางปีหน้าเป็นต้นไป ทั้งนี้เรามองบวกต่อแผนการรุกตลาด EV Cars แต่ถือเป็นโครงการระยะยาว คาดจะเริ่มส่งผลบวกต่อผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญในอีก 3-4 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น เราคาดแนวโน้มกำไร 4Q17 จะอ่อนตัวลงตามปัจจัยฤดูกาล ยังคาดกำไรสุทธิปี 2017 เติบโต 18.2% Y-Y และคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะโตต่อเนื่อง 11.4% Y-Y โดยบริษัทมีการขยายกำลังการผลิต IC เพิ่มขึ้นอีก 40% แต่ที่คาดกำไรปีหน้าจะโตแผ่วลง ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่สูงในปีนี้ และคาดใกล้จบรอบขาขึ้นของอุตสาหกรรม รวมถึงมีปัจจัยกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 58 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้ยังมี Upside 13.2% แต่ด้วย Story ที่สดใสน้อยลง เราจึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
พฤศจิกายน
2017
CMO (BUY/18TP: 3), ความผิดหวังใน 3Q17 จะถูกหักล้างด้วยการฟื้นตัวใน 4Q17
(views 9)
ผลประกอบการ 3Q17 ที่ออกมาขาดทุนสุทธิ 23 ล้านบาท อาจทำให้ตลาดผิดหวังพอควร โดยเราเองก็คาดว่าจะออกมาคุ้มทุนหรือมีกำไรเล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมโดยละเอียดแล้ว เรายังมั่นใจว่า CMO จะ Turnaround ในปีนี้ และกำไรสุทธิ 4Q17 จะกลับมาโตโดดเด่นทั้ง Q-Q และ Y-Y จาก High Season และการทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้จาก Backlog (ที่มีกว่า 1,000 ล้านบาท) ราว 400 ล้านบาท ซึ่งเกือบครึ่งเป็นรายได้ให้เช่าอุปกรณ์จาก PM Center ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ขณะที่ Imaginia Playland กำลังก้าวเข้าสู่โหมดทำกำไร และ CMO Show Corp. ที่ขาดทุนบริษัทเดียวในกลุ่ม คาดว่าจะขาดทุนลดลง Q-Q จากการทำตลาดร่วมกับ BEC เรายังคาดกำไรปีนี้ 35 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 41 ล้านบาทในปีก่อน (9M17 ขาดทุนสุทธิ 4 ล้านบาท ดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 90 ล้านบาทใน 9M16) และปีหน้าคาดโตต่ออีก 26% Y-Y อยู่ที่ 44 ล้านบาท ราคาเคลื่อนไหวใกล้เคียงมูลค่าทางบัญชีและปันผลสูง 5-6% ต่อปี แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 3.00 บาท อิง PE 17 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤศจิกายน
2017
RS (HOLD/18TP: 27), ปรับประมาณการขึ้น แต่มี Upside จำกัด
(views 7)
แนวโน้มกำไร 4Q17 ลดลงจากระดับสูงสุดของปีในไตรมาสก่อน ผลกระทบงานพระราชพิธี แต่ยังเพิ่ม Y-Y เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2017 ขึ้น 13% และปี 2018-2019 ปรับขึ้น 44-50% จากมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อ 2 ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจ H&B ที่จะมีการเพิ่มสินค้าและช่องทางจำหน่าย ขณะที่ธุรกิจทีวีดิจิตอลฟื้นตัวขึ้นจากศักยภาพในการปรับขึ้นค่าโฆษณาได้มากขึ้น ตาม Rating ในช่วงที่ผ่านมา และมีการปรับวิธีการขายโฆษณาเน้นรายการที่มีความนิยมสูงๆ ราคาหุ้นปรับฐานลงมา แต่ยังมี Upside ไม่มากจากราคาเป้าหมายปี 2018 ใหม่ที่ 27 บาท จึงแนะนำ ถือ/ซืออ่อนตัว จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤศจิกายน
2017
M (BUY/18TP: 100), กลับเข้าสู่ช่วงเวลาการเติบโตอีกครั้ง หลังจากนิ่งไป 5 ปี
(views 13)
แนวโน้มกำไร 4Q17 จะฟื้นตัวต่อเนื่อง และเป็นจุดสูงสุดของปี จาก SSSG ที่ยังฟื้นตัวเป็นบวกต่อในเดือน ต.ค. – พ.ย. กอปรกับยังเดินหน้าเปิดสาขาใหม่มากขึ้น เราคาดกำไรปีนี้จะโตราว 22.3% Y-Y เป็นอัตราการเติบโตมากสุดในรอบ 5 ปี ในขณะที่มีมุมมองที่ดีขึ้นต่อการเติบโตในปีหน้า ทั้งจากการฟื้นตัวของสาขาในต่างจังหวัด, การเร่งเปิดสาขาใหม่มากขึ้น และเราเห็นสัญญาณแนวโน้มการอ่อนตัวลงของราคาวัตถุดิบอาหารในปีหน้า โดยเฉพาะราคาหมู จากเดิมที่เคยมองว่าจะปรับตัวขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนการปรับขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นในปีหน้า ทั้งนี้เราปรับเพิ่มกำไรปี 2018 ขึ้น 8% เป็นการเติบโต 22.7% Y-Y จากเดิมคาดโต 13.2% Y-Y และปรับเพิ่มอัตราการเติบโตของกำไรปี 2018-2020 ขึ้นเป็นเฉลี่ยปีละ 17% จากเดิม 14% และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2018 เป็น 100 บาท จากเดิม 75 บาท (อิง PE 30 เท่า Re-rate ขึ้นจากเดิม 24 เท่า) คิดเป็น PEG ที่ 1.76 เท่า ถือว่าใกล้เคียงกับ PEG ของร้านอาหารในภูมิภาค ยังมี Upside 17% นอกจากนี้เรายังชอบฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งสุดในกลุ่มอาหาร ด้วยเงินสดในมือที่สูง และ D/E Ratio ต่ำมากเพียง 0.14 เท่า และยังมี Upside จากแผนการเช้าซื้อกิจการในอนาคตด้วย จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
21
พฤศจิกายน
2017
BTS (BUY/19TP: 9.7), ธุรกิจรถไฟฟ้าเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
(views 9)
BTS ประกาศกำไรปกติ 2Q18 ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 4% Y-Y ต่ำกว่าคาด จากส่วนแบ่งขาดทุนจาก U ที่อยู่ในระดับสูง และรายได้จากงาน E&M ที่น้อยกว่าคาด สำหรับการปรับโครงสร้างธุรกิจอสังหาฯให้มีความชัดเจนขึ้นโดยการโอนกิจการ UE ให้กับ U City (BTS ถือ 35.64%) เรามีมุมมองบวกในแง่ของการยกให้ U City เป็น Flagship ของธุรกิจอสังหาฯ และหันไปมุ่งเน้นพัฒนาธุรกิจรถไฟฟ้าซึ่งเป็นธุรกิจหลักแทน ทั้งนี้ เราปรับประมาณกำไรสุทธิปี 2018-2019 ลง 14%-20% ตามลำดับ สะท้อนการลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม และการรับรู้งาน E&M ที่ล่าช้า รวมถึงผลของการปรับโครงสร้างธุรกิจ ทำให้สัดส่วนกำไรจาก JV-SIRI ลดลง ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 (สิ้นสุดมี.ค. 19) ที่ 9.70 บาท คงคำแนะนำซื้อ จากแนวโน้มกำไรที่เติบโตดีในระยะยาว โดยมีแรงขับเคลื่อนจากรายได้ของธุรกิจรถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังเปิดรถไฟฟ้าสีชมพู-เหลือง สอดคล้องกับธุรกิจสื่อโฆษณา, อสังหาฯ และบริการที่ขยายตัวตาม นอกจากนี้ ยังมี Upside จากการเข้าประมูลงานรถไฟฟ้าอีกมาก
อ่านเพิ่มเติม
21
พฤศจิกายน
2017
CENTEL (BUY/18TP: 54), ผู้บริหารให้เป้าปีหน้าค่อนข้างสดใส เราปรับกำไรปีหน้าขึ้น 5%
(views 8)
จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ผู้บริหารให้เป้าหมายการเติบโตในปี 2018 ค่อนไปในเชิงบวกทั้งธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหาร จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยังมีทิศทางการเติบโตที่แข็งแกร่ง รวมถึงการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ ขณะที่แนวโน้มกำไร 4Q17 คาดว่ายังมีโมเมนตัมการเติบโตที่แข็งแกร่งจากฐานที่ต่ำในปีก่อน เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 เติบโต 10% Y-Y แต่ปี 2018 ปรับขึ้น 5% เป็นเติบโต 14.8% Y-Y โดยรวมโรงแรมและศูนย์ประชุมที่ศูนย์ราชการไว้ในประมาณการ ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปรับขึ้นเป็น 54 บาท ขณะที่ระยะสั้นมี Catalyst จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่อยู่ในช่วง High Season และทำให้กำไรอยู่ในช่วงขาขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y ใน 2 ไตรมาสข้างหน้า เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ซื้อเก็งกำไร”
อ่านเพิ่มเติม
20
พฤศจิกายน
2017
TVO (SELL/18TP: 25), ราคาหุ้นสะท้อนการเติบโตในปีหน้าไปแล้ว
(views 17)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (17พ.ย.) ระยะสั้นแนวโน้มกำไร 4Q17 น่าจะฟื้นตัว Q-Q จากปริมาณขายที่สูงขึ้นตามฤดูกาล และต้นทุนวัตถุดิบปรับลงเล็กน้อย แต่ด้วยกำไร 9M17 ที่หดตัวแรงถึง -65% Y-Y และต่ำกว่าคาด เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 ลง 37% เป็นกำไรที่ลดลง -56% Y-Y สำหรับแนวโน้มราคาถั่วเหลืองปีหน้าน่าจะทรงตัวใกล้เคียงปีนี้ที่ระดับ US$9.5 - US$10.5 ต่อบุชเชล โดยมองการปรับลงของราคาถั่วเหลืองค่อนข้างจำกัด เพราะโซนอเมริกาใต้ประสบภาวะอากาศแล้ง ทำให้ปริมาณถั่วเหลืองโลกปีหน้าอาจปรับลดลงจากปีนี้ ในขณะที่เราไม่เห็นสัญญาณการปรับขึ้นของราคาถั่วเหลืองอย่างมีนัยสำคัญนัก ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นหลักว่าจะเลวร้ายมากกว่าคาดหรือไม่ ดังนั้นเราจึงคาดการเติบโตของกำไรในปี 2018 ไว้ราว 40% มาจากการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นที่น่าจะมาจากการบริหารสต็อกได้ง่ายขึ้น ส่วนรายได้รวมอาจเติบโตไม่มากนัก และยังมี Downside หากราคาเนื้อสัตว์ในประเทศปีหน้าอ่อนตัว จะทำให้ภาวะการเลี้ยงสัตว์ไม่สดใส และกระทบต่อความต้องการอาหารสัตว์อย่างกากถั่วเหลือง เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 25 บาท (อิง PE เดิม 12 เท่า) ราคาหุ้นปรับขึ้นสะท้อนการฟื้นตัวในปีหน้าแล้ว และคาด Dividend Yield ในช่วง 2H17 เพียง 2.4% ปรับคำแนะนำเป็น ขาย จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
17
พฤศจิกายน
2017
GUNKUL (BUY/18TP: 5), กำไรปกติ 3Q17 ฟื้นตัวสูง รอการโตสูงปีหน้า
(views 15)
กำไรปกติ 3Q17 เพิ่ม 58.2% Q-Q, 91.3% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 140 ล้านบาท เพิ่ม 10.2% Q-Q, 11.7% Y-Y แต่หากไม่รวม FX Loss 53 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติ 193 ล้านบาท เพิ่ม 58.2% Q-Q, 91.3% จากรายได้รวมเพิ่ม 16.0% Q-Q, 117.3% Y-Y จากธุรกิจหลักเดิมคือ ธุรกิจขายอุปกรณ์ไฟฟ้า (Trading) และรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้า (EPC) มีรายได้เพิ่ม แม้ Gross margin ลดลงจากการแข่งขันในธุรกิจเพิ่มขึ้น กอปรกับรายได้ธุรกิจขายไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่ม 11.4% Q-Q, 63.7% Y-Y ตามรายได้ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม “WED” (60 MW เริ่ม COD ปลายปี 2016) เพิ่มขึ้น หลังจากไตรมาสก่อนประสบปัญหาความเร็วลมน้อยกว่าปกติ และการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A
อ่านเพิ่มเติม
17
พฤศจิกายน
2017
PPS (BUY/18TP: 2.5), ผลประกอบการกำลังทำจุดสูงสุดใหม่
(views 19)
จากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง เราปรับประมาณการกำไรปี 2017-2018 ขึ้น 22%-14% ตามลำดับ และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 2.50 บาท คงคำแนะนำซื้อ ด้วยเหตุผล 4 ประการ 1. คาดผลประกอบการปี 2017 จะทำสถิติสูงสุด และ แนวโน้ม 3 ปีข้างหน้าจะเติบโตต่อเนื่องตามโครงการก่อสร้างภาครัฐที่จะทยอยออกมา 2. คาดกำไรปี 2018 โตต่อเนื่อง 9% Y-Y จากสมมติฐานรายได้ที่มี backlog รองรับแล้ว 66% 3. นอกจาก Upside ที่จูงใจ 28% ประมาณการและราคาเป้าหมายเรายังมี upside จากธุรกิจบริหารจัดการอาคาร 4. เป็นบริษัทที่มีโครงสร้างเงินทุนมั่นคงมาก เนื่องจากไม่มีหนี้สินติดภาระดอกเบี้ยจ่าย และ มีเงินสดในมือสูง
อ่านเพิ่มเติม
17
พฤศจิกายน
2017
TACC (BUY/18TP: 7.7), มีแผนออกสินค้าใหม่ต่อเนื่องไปปีหน้าอย่างหนาแน่น
(views 12)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนไปในทางบวก จากการมีพันธมิตรใหม่ที่จีน ซึ่งจะเข้ามาช่วยกระจายสินค้าของบริษัทในจีนได้ดีขึ้น น่าจะได้เห็นความชัดเจนในปีหน้า รวมถึงมีแผนออกสินค้าใหม่ในช่วงปลายปีนี้ ต่อเนื่องไปถึงปีหน้าค่อนข้างหนาแน่น อาทิ Hershey’s Freeze (เครื่องดื่มโถกดรสชาติโกโก้), Easy Dip (ซอสจิ้มจุ่ม) และ Sanrio เป็นต้น มีเพียงตลาดกัมพูชาที่เผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในปีนี้ และตั้งเป้าจะกลับมาฟื้นตัวได้มากขึ้นในปีหน้า ระยะสั้นคาดกำไรสุทธิ 4Q17 จะกลับมาฟื้นตัวและเป็นจุดสูงสุดของปี เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2017 – 2018 เติบโต 7.9% Y-Y และ 22.7% Y-Y ตามลำดับ (ยังไม่รวมการมี QJ เข้ามาเป็นพันธมิตร) คงราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 7.7 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 18.5% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2017
AMATA (BUY/18TP: 26.6), กำไร 3Q17 เติบโตก้าวกระโดดกว่าคาด
(views 12)
กำไรสุทธิ 3Q17 โตโดดเด่นกว่าคาด +129% Q-Q, +221% Y-Y AMATA ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 587 ล้านบาท เติบโต 129% Q-Q และ 221% Y-Y สูงกว่าที่เราคาด เป็นผลจาก (1) Gross Margin โดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 60.6% จาก 49.2% ใน 2Q17 และ 33% ใน 3Q16 เพราะการโอนที่ดินส่วนใหญ่ในไตรมาสนี้มาจากที่อมตะนครซึ่งมีเป็นพื้นที่ที่มี Margin สูงกว่าที่ดินอื่น (2) ควบคุมค่าใช้จ่ายขายและบริหารดี ทำให้ EBIT margin ใน 3Q17 เพิ่มเป็น 44% จาก 26% ใน 2Q17 และ 24% ใน 3Q16 (3) กำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น +31% Q-Q, 21%Y-Y เป็น 181 ล้านบาท จากการเริ่มทยอย COD ของโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2017
ERW (T-BUY/18TP: 8), แนวโน้มการเติบโตยังแข็งแกร่ง
(views 12)
จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้แม้ผู้บริหารจะปรับเป้ารายได้ปี 2017 ลง แต่สามารถชดเชยได้ทั้งหมดจาก Margin ที่ขยายตัวดีกว่าคาด เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 ขึ้น 8% เป็นเติบโต 55.7% Y-Y และ 10.9% Y-Y ตามลำดับ ขณะที่เราไม่กังวลต่อโรงแรมใหม่ที่เปิดให้บริการที่จะถ่วงการเติบโตของกำไรในปีหน้า โดยอิงจากความสำเร็จของโรงแรมลักษณะเดียวกันในอดีตและการเลือกเปิดในช่วง High Season เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2018 ขึ้นเป็น 8 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2017
SPALI (BUY/18TP: 28), กำไรปกติ 3Q17 ฟื้นตัวดีและคาดโตต่อเนื่องถึงปีหน้า
(views 9)
กำไรสุทธิ 3Q17 ดีกว่าคาดจาดยอดโอนที่โตโดดเด่นและมีกำไรพิเศษ บริษัทประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 2,094 ลบ. (+57.7% Q-Q, +146.9% Y-Y) หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายอาคารสำนักงานในฟิลิปปินส์ประมาณ 457 ลบ. จะมีกำไรปกติที่ 1,637 ลบ. +23.3% Q-Q, +93.3% Y-Y ถือว่าแข็งแกร่งตามรายได้โอนที่เพิ่มขึ้นถึง 27.7% Q-Q, 68.0% Y-Y จากการเริ่มทยอยโอน 5 โครงการแนวสูงที่สร้างเสร็จมูลค่าโครงการรวมประมาณ 9,390 ลบ. และจากสัดส่วนคอนโดที่สูงขึ้น ประกอบกับคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 38.2% ขึ้นจาก 3Q16 ที่ 37.7% และยังสามารถลดค่าใช้จ่าย SG&A/Sale ใน 3Q17 ลงเหลือ 10.6% จาก 11.8% ใน 2Q17 และ 13.4% ใน 3Q16
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2017
VNG (HOLD/18TP: 12.5), กำไร 3Q17 ยังน่าผิดหวัง แนวโน้ม 4Q17 ยังถูกกดดันจากต้นทุน
(views 8)
กำไรปกติ 3Q17 ยังคงน่าผิดหวังเป็นไตรมาสที่ 3 หากตัดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 5.1 ล้านบาทใน 3Q17 ออกไป กำไรปกติจะเป็น 301.3 ล้านบาท ต่ำกว่าที่เราซึ่งคาดการณ์ไว้ต่ำอยู่แล้ว ถือว่าน่าผิดหวังเป็นไตรมาสที่ 3 รายได้ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ +2.6% Q-Q, +16.0% Y-Y ขับเคลื่อนด้วยการส่งออกทั้งสิ้น แต่ยอดขายในประเทศยังคงหดตัวจากกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 2Q17 ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ ทำให้ต้นทุนเศษไม้แพงขึ้น ในไตรมาสนี้มีฝนตกชุกในภาคใต้ ทำให้ต้นทุนราคาเศษไม้ไม่ลดลง อัตรากำไรขั้นต้นจึงลดลงเหลือ 25.0% ต่ำสุดในรอบ 13 ไตรมาส และเป็นทิศทางขาลงต่อเนื่องนับตั้งแต่ 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
BCP (BUY/18TP: 41), ผลประกอบการถูกฉุดจากด้อยค่าสินทรัพย์
(views 13)
แม้กำไรปกติออกมาดีแต่ต่ำกว่าคาด ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 1,316 ล้านบาท (+33% Q-Q, +12% Y-Y) ต่ำกว่าที่ตลาดคาดเพราะมีขาดทุนด้อยค่าในธุรกิจ E&P หากหักรายการพิเศษ กำไรปกติและไม่รวมสต๊อกน้ำมันจะเท่ากับ 1,462 ล้านบาท (+11% Q-Q, +43% Y-Y) ถือว่าเติบโตได้ดี เนื่องจาก 1. ธุรกิจโรงกลั่นมีอัตราการใช้กำลังการผลิตในระดับสูง margin ดีขึ้นตามค่าการกลั่น และ มีกำไรสต๊อกน้ำมัน 2. ธุรกิจไฟฟ้าที่เริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าความร้อนใต้พิภพเป็นไตรมาสแรกทำให้ equity income เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 3. ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมีผลประกอบการดีขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากธุรกิจการตลาดที่ชะลอเนื่องจากเป็น low season เพราะมีฝนตกทำให้ปริมาณขาย และ ค่าการตลาดลดลง ทั้งนี้ 3Q17 มีขาดทุนจากรายการพิเศษรวม 1.2 พันล้านบาท โดยหลักมาจากการด้อยค่าในธุรกิจ E&P จำนวน 1.4 พันล้านบาท แต่มีกำไรจาก fx และ ผลประโยชน์จากภาษีคืน 671 ล้านบาท ช่วยลดผลกระทบ ส่งผลให้กำไรสุทธิเหลือ 1,316 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
BEC (SELL/18TP: 16), กำไร 3Q17 ลดลงหนักกว่าคาดอีกครั้ง
(views 9)
กำไรสุทธิ 3Q17 ลดลง 69.1% Q-Q, 86.1% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 เพียง 35 ล้านบาท -569.1% Q-Q, -86.1% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษกำไรจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจำนวน 29 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติเหลือแค่ 15 ล้านบาท -87.4% Q-Q, -94.2% Y-Y กำไรต่ำกว่าคาดของเราและตลาดคาดมาก (คาดที่ 100-200 ล้านบาท) ส่วนใหญ่จากต้นทุนบริการมากกว่าคาด คาดว่าจากต้นทุนการถ่ายทอดกีฬาลดลงน้อยกว่าทีเราคาด กำไรลดลงมาก Q-Q, Y-Y จากต้นทุนบริการลดลงน้อยกว่ารายได้รวมที่ลดลง 15.0% Q-Q, 16.4% Y-Y และน้อยกว่าคาดจากรายได้จัดการแสดงลดลงมากกว่าคาด ขณะที่รายได้โฆษณา TV (สัดส่วนรายได้หลัก 92%) ใกล้เคียงคาด ลดลง 6.4% Q-Q, 14.0% Y-Y ทำให้ Gross margin ลดลงเหลือ 15.9% จากไตรมาสก่อนที่ 19.5% และ 3Q16 ที่ 24.7%
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
K (BUY/18TP: 6.5), 3Q17 ขาดทุนลดลง และจะพลิกมามีกำไรสูงมากใน 4Q17
(views 12)
ผลการดำเนินงาน 3Q17 ขาดทุนสุทธิ 24 ล้านบาท K ประกาศผลการดำเนินงาน 3Q17 ขาดทุนสุทธิ 24 ล้านบาท เป็นไปตามที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ว่า 3Q17 ยังไม่กลับมามีกำไร แต่จะขาดทุนลดลง เพราะยังมีค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างองค์กรในระดับสูง และมีการรับรู้งานตกแต่งภายในให้กับองค์กรกึ่งรัฐวิสาหกิจที่มีอัตรากำไรต่ำ เพราะฉะนั้น แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 91% Q-Q และ 25% Y-Y อยู่ที่ 310 ล้านบาท แต่ถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่เหลือเพียง 0.53% ดีขึ้นจาก -9.18% ใน 2Q17 แต่แย่ลงจาก 22.04% ใน 3Q16 ขณะที่ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารทรงตัวในระดับ 10.5% ของรายได้รวม ถือว่าเริ่มควบคุมได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปีก่อนที่ 12% ของรายได้รวม ผลการดำเนินงาน 9M17 ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 84 ล้านบาท แย่ลงจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 35 ล้านบาท จากเหตุผลด้านภาวะอุตสาหกรรมที่การแข่งขันสูงขึ้นจากงานที่ออกมาน้อย, การปรับโครงสร้างองค์กรที่กล่าวไปข้างต้น, และการเร่งเคลียร์งานอัตรากำไรต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
MFEC (BUY/18TP: 6.6), กำไรสุทธิ 3Q17 ออกมาดีกว่า ยัง ให้มองเป็น Asset Play
(views 14)
กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% Q-Q แต่ลดลง 41% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 ของ MFEC อยู่ที่ 48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลที่กำไรครึ่งปีหลังมักดีกว่าครึ่งปีแรก ตามการเร่งปิดงานด้านไอทีของกลุ่มลูกค้าทั้งสถาบันการเงินและโทรคมนาคม แต่เมื่อเทียบ Y-Y ยังลดลง 41% จากอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว และการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่มากกว่าปกติในการปิดงานให้กับลูกค้ารายหนึ่ง รวมถึง ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในบริษัทย่อยที่เป็น Start-up อย่างไรก็ตาม เราเริ่มเห็นพัฒนาการดีขึ้น จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 20% Q-Q และ 5% Y-Y อยู่ที่ 845 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 22.1% จาก 20.8% ใน 2Q17 ส่วนกำไรสุทธิ 9M17 อยู่ที่ 118 ล้านบาท ลดลง 44% Y-Y เพราะปีก่อนมีกำไรจากการขายพรอมท์นาว 112 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
MODERN (BUY/18TP: 6.8), กำไร 3Q17 ออกมาโมเดิร์นตามคาด 4Q17 ยังเดิร์นต่อ แนะนำซื้อ
(views 14)
กำไรสุทธิ 3Q17 ออกมาดีกว่าคาด จากธุรกิจที่กลับมาโตและมีกำไรพิเศษ กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 333% Q-Q และ 182% Y-Y รายได้รวมเพิ่มขึ้น 33% Q-Q และ 11% Y-Y อยู่ที่ 921 ล้านบาท แม้ตลาดเฟอร์นิเจอร์บ้านชะลอตัวกว่าปีก่อน แต่เริ่มฟื้นตัวเมื่อเทียบกับต้นปีที่ผ่านมา และที่เร่งตัวมากคือเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในงานราชการ ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่ MODERN พยายามรุกมากขึ้นเพื่อทดแทนตลาดเดิมแข่งขันรุนแรง ส่วนรายได้จากโมเดิร์นฟอร์มแฮลท์แอนด์แคร์ชะลอตัวจากการเลื่อนส่งมอบงานไปเป็น 4Q17 อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 37.98% จาก 36.54% ใน 2Q17 และ 33.72% ใน 3Q16 ตามการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น และมีการบันทึกรายได้อื่นจากเงินชดเชยการยกเลิกสัญญาเช่าสำนักงานโฮมเดคคอเรทีฟ โปรดักส์ ที่เอกมัยราว 20 ล้านบาท โดยถ้าหักรายได้อื่นออก อัตรากำไรขั้นต้นยังเป็นระดับดีสุดในรอบ 8 ไตรมาส นอกจากนี้ ผลจากการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้เป็นอย่างดี ทำให้ SG&A/Sales ลดลงเหลือ 25.5% จาก 32.0% ใน 2Q17 และ 28.8% ใน 3Q16 กำไรสุทธิ 9M17 อยู่ที่ 133 ล้านบาท พลิกกลับมาโต 25% Y-Y ตามกำไรที่เร่งตัวอย่างมากใน 3Q17 ตอกย้ำถึงแนวโน้มผลประกอบการที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
SEAFCO (HOLD/18TP: 9.65), กำไร 3Q17 เติบโตโดดเด่นตามคาด
(views 7)
กำไรสุทธิ 3Q17 น่าประทับใจ +18% Q-Q, +256% Y-Y SEAFCO ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 45 ล้านบาท เติบโต 18% Q-Q และ 256% Y-Y เป็นไปตามที่เราคาด การเติบโตของกำไร Q-Q มาจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 17% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดน้อย และมีการรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าของงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ส่วนกำไรที่โตแรง Y-Y เนื่องจากฐานที่ต่ำ เพราะถูกกดดันจาก Cost Overrun ของโครงการทางลอดพรานนก และรถไฟทางคู่จิระ-ขอนแก่นในปีก่อน อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 17.7% จาก 2Q17 ที่ 19.6% เนื่องจากมีความล่าช้าของงานมอเตอร์เวย์จากอุปสรรคในการเจาะหิน ซึ่งปัจจุบันได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
TRUE (T-BUY/18TP: 6.5), 3Q17 ขาดทุนลดลง Y-Y แนะนำ เก็งกำไร
(views 10)
3Q17 ขาดทุนลดลง Y-Y แต่ทรงตัว Q-Q TRUE ประกาศผลการดำเนินงาน 3Q17 ออกมามีผลขาดสุทธิ 691 ลบ. แต่หากตัดรายการกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนและ Deferred Tax ออก จะมีผลขาดทุนปกติ 1,160 ลบ. ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับ 2Q17 แต่ดีขึ้นจาก 3Q16 ที่ขาดทุนเพียง 2,469 ลบ. รายได้จากการให้บริการชะลอตัว 1.9% Q-Q ซึ่งเกิดจากการตัดรายการระหว่างกันในส่วนของ True Online แต่ยังโต 5.6% Y-Y จาก True Mobile ยังมี Net Add เป็นบวกกว่า 5 แสนรายส่งผลให้ Market Share ในแง่รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 26.5% จาก 24.1% และ 26% ใน 3Q16 และ 2Q17 ตามลำดับ ขณะที่ฝั่งต้นทุนเริ่มเห็นการควบคุมที่ดีมากขึ้นทั้งต้นทุนโครงข่ายและค่าใช้จ่าย SG&A
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
DCC (SELL/18TP: 3.8), กำไร 3Q17 อ่อนแอ แต่คาดจะฟื้นตัวใน 4Q17
(views 7)
กำไรสุทธิ 3Q17 ไม่สดใส -25% Q-Q, -24% Y-Y DCC ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 242 ล้านบาท ลดลง 25% Q-Q และ24% Y-Y ต่ำกว่าคาดจากต้นทุนราคาก๊าซ และน้ำมันที่สูงกว่าคาด ทั้งนี้ กำไรที่หดตัว Q-Q มีสาเหตุหลักมาจากรายได้ที่ลดลง 12% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลที่มีฝนปริมาณมาก และปัญหาน้ำท่วม กำลังซื้อของผู้บริโภคในต่างจังหวัดซึ่งเป็นลูกค้าหลักจึงชะลอตัว ส่วนการลดลงของกำไร Y-Y ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 18% Y-Y ซึ่งเป็นผลมาจากราคาก๊าซที่ปรับตัวสูงขึ้น 7% Y-Y บวกกับค่าใช้จ่ายการขายที่เพิ่มขึ้น 9% Y-Y จากค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 25% Y-Y จากค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นจากการรับสินทรัพย์จาก RCI ทำให้กำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 39% จาก 45% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
BJC (BUY/18TP: 60), กำไร 3Q17 ฟื้นตัวแรง และจะดีต่อเนื่องทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q17
(views 13)
กำไรปกติ 3Q17 ฟื้นตัวแรง กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 1,387 ล้านบาท (+39.3% Q-Q, -13.6% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่ค่อนข้างสูงในปีก่อน จะมีกำไรปกติ 3Q17 ฟื้นตัวดีมาก +38.2% Q-Q และ +446.8% Y-Y ทั้งที่เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ สาเหตุหลักมาจากการฟื้นตัวของ 1) BIGC ที่มี SSSG พลิกเป็นบวกที่ +9.2% Y-Y เป็นบวกครั้งแรกในรอบ 11 ไตรมาส ภายหลังผลของการปรับปรุงคุณภาพรายได้ปรับฐานแล้วเสร็จ และมีการเปิดสาขาใหม่ (3HM, 61 Mini BigC) ทำให้รายได้ BIGC +9.8% Q-Q และ +13.3% Y-Y และมีกำไรสุทธิที่ 1,575 ล้านบาท (-2% Q-Q, +21.5% Y-Y) ในขณะที่ 2) ธุรกิจ Packaging มีรายได้โตต่อเนื่อง +6.8% Q-Q, +3.6% Y-Y มาจากสายกระป๋องเป็นหลัก 3) ธุรกิจ Consumer มีรายได้ฟื้นตัว +7.3% Q-Q, +8% Y-Y และมีกำไรเติบโตดีมากเพราะราคาวัตถุดิบปรับลดลง และ 4) ธุรกิจ Healthcare รายได้เติบโตราว +24% Q-Q, +4% Y-Y จากการเพิ่มขึ้นของธุรกิจยา (เป็นตัวแทนสมุนไพรวังพรม) และธุรกิจโครงสร้างเหล็กชุบสังกะสี รวม 4 ธุรกิจ มีรายได้รวม ทรงตัว Q-Q และ +10.7% Y-Y และมีอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นอยู่ที่ 19.6% จาก 18.3% ใน 2Q17 แต่ลดลงเล็กน้อยจาก 19.8% ใน 3Q16 ในขณะที่ควบคุมสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ค่อนข้างดีอยู่ที่ 20.7% จาก 20.9% ใน 2Q17 และ 23% ใน 3Q16 ทั้งนี้อัตราภาษียังค่อนข้างสูงอยู่ที่ราว 26.6% เพราะยังไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยไปเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
HUMAN (IPO/18TP: 5.8), HUMAN ผู้นำธุรกิจ HR Outsourcing รายใหญ่ที่สุดในประเทศ
(views 22)
HUMAN ประกอบธุรกิจ HR Outsourcing ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยศักยภาพการเติบโตของความต้องการใช้ Outsourcing ขององค์กรยุคใหม่ ทำให้ HUMAN ยังเหลือช่องว่างในการเติบโตอีกมาก เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018-2020 จะเติบโตเฉลี่ยราว 35% ต่อปี จากฐานพนักงานที่รับช่วงดูแลเพิ่มขึ้นปีละ 50,000 คนเป็นอย่างน้อย การเพิ่มขนาดของรายได้ ส่งผลให้ HUMAN จะยิ่งเพิ่ม Gross Margin ให้ปรับสูงขึ้นเพราะการมี High Operating Leverage เราคาดว่า GM และ NM ของ HUMAN จะเพิ่มขึ้นเป็น 40% และ 26% ในปี 2019 ซึ่งใกล้เคียงกับบริษัทระดับโลก ประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 5.80 บาท อิง PEG 1 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
CENTEL (T-BUY/18TP: 50), กำไรปกติ 3Q17 ออกมาตามคาด
(views 6)
กำไรปกติ 3Q17 โต Y-Y ได้ตามคาด CENTEL ประกาศกำไรปกติ 3Q17 ออกมาตามคาดที่ 369 ลบ. -7.5% Q-Q, 14.5% Y-Y โดยรายได้เติบโตในอัตราที่ดีขึ้น +1.7% Q-Q, +3% Y-Y จาก Rev Par ของธุรกิจโรงแรมที่โต 2.6% Y-Y ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารมี Same Store Sales Growth พลิกมาบวกได้ 1.9% ขณะที่การควบคุมต้นทุนถือว่าทำได้ค่อนข้างดีโดยเฉพาะค่าใช้จ่าย SG&A ส่งผลให้ EBITDA Margin คาดว่าจะขยายตัวเป็น 22% จาก 19.4% และ 19.2% ใน 2Q17 และ 3Q16 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
CMO (BUY/18TP: 3), งบ 3Q17 ยังติดลบ แต่เริ่มเห็นพัฒนาการดีขึ้น
(views 9)
3Q17 ขาดทุนสุทธิ 23 ล้านบาท ดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 39 ล้านบาทใน 3Q16 ผลการดำเนินงาน 3Q17 ขาดทุนสุทธิ 23 ล้านบาท แย่กว่าที่เราคาดว่าจะมีกำไรสุทธิราว 3 ล้านบาท จาก 2 ปัจจัย คือ (1) การรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทลูก CMO Show Corp. ที่มากกว่าคาด (2) การแก้ไขข้อผิดพลาดทางบัญชี จากการบันทึกประมาณการภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานต่ำเกินไป แต่เมื่อเทียบ Y-Y ถือว่ามีพัฒนาการดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 39 ล้านบาท จากรายได้ที่โต 13% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวเป็น 14.8% จาก 9.1% ใน 3Q16 สะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมจัดอีเว้นท์ที่เริ่มฟื้นตัว ส่วนผลการดำเนินงาน 9M17 ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 2 ล้านบาท ดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 91 ล้านบาทใน 9M16 อย่างมีนัยสำคัญ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
CPALL (BUY/18TP: 86), กำไร 3Q17 น่าประทับใจตามคาด จะดีต่อใน 4Q17
(views 10)
กำไรสุทธิ 3Q17 ยังน่าประทับใจ มีมาร์จิ้นปรับดีขึ้นทุกรายการ กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 4,970 ล้านบาท (+7% Q-Q, +20.8% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 4,841 ล้านบาท) ทำได้น่าประทับใจ โดยมีกำไรเติบโตได้ ทั้งที่เป็น Low Season ของธุรกิจค้าปลีก แต่บริษัทมีการจัดแคมเปญ Stamp Promotion เพื่อกระตุ้นรายได้ ซึ่งในปีนี้ถือเป็นอีกปีที่ประสบความสำเร็จ ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ส่งผลให้ SSSG พลิกกลับมาเป็นบวกตามคาดที่ +2.4% Y-Y จาก -1% Y-Y ในไตรมาสก่อน รวมถึงยังมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องที่ 145 สาขา ทำให้รายได้ไตรมาสนี้เติบโต 1.8% Q-Q และ 8.8% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีทั้งธุรกิจ Cash&Carry และ CVS ทำให้ขยับขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 22.4% เพิ่มขึ้นจาก 22.2% ใน 2Q17 และ 22.1% ใน 3Q16 จาก Product Mix ที่ยังดีต่อเนื่อง โดยสินค้าที่ขายดีของ CVS ยังอยู่ในกลุ่ม Ready to eat และ Personal Care แม้ค่าใช้จ่ายจะปรับสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการทำโปรโมชั่น และค่าใช้จ่ายของ MAKRO ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 20% จาก 19.6% ใน 2Q17 และ 19.6% ใน 3Q16 แต่บริษัทมีภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y มาอยู่ที่ 2 พันลบ. ส่งผลให้ Ebitda Margin ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 8.6% จาก 8.5% ใน 2Q17 และ 3Q17 รวมถึง Net Margin ปรับขึ้นมาในทิศทางเดียวกันอยู่ที่ 4.2% จาก 4% ใน 2Q17 และ 3.8% ใน 3Q16 สะท้อนถึงความสามารถทำกำไรที่ยังแข็งแกร่ง แม้ฐานค่อนข้างใหญ่ก็ตาม
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
CPF (BUY/18TP: 32), กำไร 3Q17 ใกล้เคียงคาด แนวโน้มจะอ่อนตัวลงใน 4Q17
(views 7)
กำไรสุทธิ 3Q17 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 4,914 ล้านบาท (+20.9% Q-Q, -5.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 4,739 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุน 1,507 ล้านบาท (สุทธิภาษี), กำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมพันธุ์สัตว์ 1,074 ล้านบาท และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 42 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 2,290 ล้านบาท (+6.7% Q-Q, -55.5% Y-Y) สาเหตุที่กำไรไม่สดใสนักลดลง Y-Y เพราะได้รับผลขาดทุนจากธุรกิจหมูเวียดนาม และกัมพูชา แต่สิ่งที่ดีขึ้นคือ ขาดทุนน้อยลงจากไตรมาสก่อน ส่งผลให้กำไรปรับเพิ่มขึ้น Q-Q โดยราคาหมูเวียดนามเฉลี่ย 3Q17 เท่ากับ 30,718 ด่องต่อกก. (+34.3% Q-Q, -35% Y-Y) ส่วนภาพรวมธุรกิจในต่างประเทศอื่นๆ ถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะ รัสเซียที่ยังดีต่อเนื่อง และตุรกีที่เริ่มกลับมามีกำไรหลังจากทำการลดขนาดธุรกิจไปพอสมควรแล้ว ในขณะที่ภาพรวมธุรกิจในประเทศได้รับปัจจัยหนุนจากการส่งออกเป็นหลัก โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของปริมาณการส่งออกไก่ ทำให้รายได้รวมในไตรมาสนี้ +0.4% Q-Q และ +3.2% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 13.9% จาก 11.5% ใน 2Q17 แม้เผชิญกับค่าเงินบาทแข็งค่า แต่ได้รับชดเชยจากราคาวัตถุดิบที่อยู่ในระดับต่ำ และยังคงได้รับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม (มาจาก CPALL เป็นหลัก) ที่ดีอย่างต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
DRT (BUY/18TP: 6.6), กำไร 3Q17 ยังไม่สดใส แต่คาดจะฟื้นตัวตั้งแต่ 4Q17
(views 6)
กำไรสุทธิ 3Q17 ถูกกดดันจากปัจจัยฤดูกาล DRT ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 77 ล้านบาท ลดลง 34% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 2% Y-Y ใกล้เคียงคาด หากไม่รวมกำไรพิเศษจากปีก่อนราว 1.8 ล้านบาท กำไรปกติจะทรงตัว Y-Y ทั้งนี้ กำไรที่หดตัว Q-Q เนื่องจากเป็น Low Season ที่มีปริมาณฝนมาก และมีปัญหาน้ำท่วมในภาคอีสาน กำลังซื้อของผู้บริโภคจึงชะลอตัว ส่งผลให้ยอดขายลดเหลือ 941 ล้านบาท (-14% Q-Q) ส่วนการทรงตัว Y-Y แม้รายได้จากการขายจะหดตัว 3% Y-Y แต่ถูกชดเชยด้วยสัดส่วนค่าใช้จ่ายการขายต่อรายได้ที่ลดลงเป็น 4.6% จาก 5% ในปีก่อน จากการควบคุมค่าใช้จ่ายการตลาดที่มีประสิทธิภาพขึ้น ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 25.3% จาก 28% ใน 2Q17 และ 25.6% ในปีก่อน เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงเครื่องจักร
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
EKH (BUY/18TP: 7), กำไร 3Q17 แข็งแกร่งเกินคาด คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 6)
กำไร 3Q17 แข็งแกร่งกว่าคาดอย่างน่าประทับใจ EKH ประกาศกำไรปกติ 3Q17 ออกมาดีกว่าคาดราว 8% ที่ 37 ลบ. +212.5% Q-Q, +31.8% Y-Y โดยได้รับอานิสงส์จาก High Season ของฤดูฝน ทำให้รายได้เติบโตในอัตราเร่ง +33.1% Q-Q, +5.4% Y-Y ซึ่งเป็นไปตามคาด แต่สาเหตุที่ทำให้กำไรออกมาดีกว่าคาดคือ Gross Margin ที่ขยายตัวอย่างมีนัยยะถึง 3.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อนขึ้นเป็น 42.1% ในไตรมาสนี้จากผลของ Operating Leverage ซึ่งน่าประทับใจมากและเป็นระดับที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
MINT (BUY/18TP: 48), กำไรปกติ 3Q17 แข็งแกร่งตามคาด
(views 6)
กำไรปกติ 3Q17 โตทั้ง Q-Q และ Y-Y ตามคาด MINT ประกาศผลการดำเนินงาน 3Q17 ออกมาใกล้เคียงคาดโดยมีกำไรปกติ 1,143 ลบ. +55.1% Q-Q, +15.1% Y-Y รายได้เติบโต 9.5% Q-Q และ 4.8% Y-Y นำโดยธุรกิจโรงแรมที่ยังโตแข็งแกร่งทั้งในไทยและ Tivoli ในบราซิลและโปรตุเกสซึ่งเป็น High Season ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกเติบโตดีทั้งจากกลุ่มแบรนด์แฟชั่นและการรับจ้างผลิต ซึ่งทั้ง 2 ธุรกิจสามารถชดเชยธุรกิจอาหารที่ชะลอตัวได้ ส่วนฝั่งต้นทุนถือว่าควบคุมได้ดีกว่าที่คาดเล็กน้อยและชดเชยรายได้อื่นๆที่ลดลงได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y ได้ โดยล่าสุด EBITDA Margin ใน 3Q17 ปรับขึ้นเป็น 20.6% จาก 16.5% และ 19.4% ใน 2Q17 และ 3Q16 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
M (HOLD/18TP: 75), กำไร 3Q17 ฟื้นตามคาด และน่าจะดีต่อเนื่องใน 4Q17
(views 4)
กำไรสุทธิ 3Q17 ฟื้นตัวได้ดีตามคาด กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 651 ล้านบาท (-3.6% Q-Q, +27.6% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 654 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรอ่อนตัวลง Q-Q เพราะเป็น Low Season ของธุรกิจ แต่ในแง่ Y-Y ถือว่ากลับมาเติบโตได้ดีขึ้น โดย SSSG พลิกกลับมาเป็นบวกได้ดี สำหรับร้าน MK +3% Y-Y และร้าน Yayoi +8% Y-Y กอปรกับมีการเปิดสาขาใหม่ 9 แห่งได้แก่ 6 MK และ 3 Yayoi ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 8.7% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงน่าประทับใจที่ 67.9% ใกล้เคียง 2Q17 ที่ 68.2% และเพิ่มขึ้นจาก 66.4% ใน 3Q16 ทั้งที่ไม่มีการปรับขึ้นราคาอาหารในปีนี้ (ปกติปรับขึ้นแทบทุกปี ตามการปรับขึ้นของค่าเช่าและเงินเดือนพนักงาน) แต่ได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนวัตถุดิบที่อยู่ในระดับต่ำ ทั้งเป็ดและหมู สามารถชดเชยการปรับขึ้นของค่าเช่าและเงินเดือนได้ทั้งหมด รวมถึงยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 50.6% จาก 52.3% ใน 3Q17 และใกล้เคียงกับ 50.5% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
SYNEX (BUY/18TP: 20), กำไร 3Q17 เป็นไปตามคาด แนวโน้มจะเร่งตัวขึ้นอีกใน 4Q17
(views 5)
กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% Q-Q และ 47% Y-Y กำไร 3Q17 เป็นไปตามคาด รายได้รวมยังถูกกดดันจากปัจจัยฤดูกาล และกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว ทำให้ลดลง 2% Q-Q อยู่ที่ 8,084 ล้านบาท แต่ที่น่าสนใจคือ อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวขึ้นครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส อยู่ที่ 4.8% จาก 4.3% ใน 2Q17 จากการเพิ่มสินค้าอัตรากำไรสูงและเงินบาทที่แข็งค่าราว 3% Q-Q ส่วนอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นแตะ 2% เป็นครั้งแรก จากการเริ่มรับรู้กำไรของ บัฟ (ประเทศไทย) ที่ถือหุ้น 30% ราว 7-8 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9M17 อยู่ที่ 460 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% Y-Y คิดเป็น 79% ของประมาณการทั้งปีที่ 584 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
TKN (BUY/18TP: 27), กำไร 3Q17 ฟื้นตัวได้ตามคาด และจะโตมากขึ้นในปี 2018
(views 6)
กำไรสุทธิ 3Q17 ฟื้นตัวได้ดี กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 160 ล้านบาท (+18.5% Q-Q, -20.8% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่ 22 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 182 ล้านบาท (+23.8% Q-Q, -10% Y-Y) ถือว่าทำได้ดี สาเหตุที่กำไรฟื้นตัว Q-Q ส่วนหนึ่งมาจากการเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจ โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดจีน ในขณะที่สามารถจัดการปัญหาแรงงานได้แล้วเสร็จ ทำให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตโรงงานใหม่ได้มากขึ้น ส่งผลให้มีรายได้รวมในไตรมาสนี้ +15.9% Q-Q, +11.4% Y-Y อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่เฟส 1 (2,000 ตันต่อปี) ราว 30% และเริ่มเพิ่มเฟส 2 (อีก 2,000 ตันต่อปี) ทำให้ต้องเผชิญกับต้นทุนโรงงานใหม่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ยังผลิตได้ไม่ถึงระดับที่ได้ Economies of Scale จึงกระทบต่อไปยังอัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงมาอยู่ที่ 31.3% จาก 31.7% ใน 2Q17 และ 35.5% ใน 3Q16 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังคงสูงขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y โดยมาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดเป็นหลัก แต่ด้วยรายได้ที่เติบโตดี ทำให้ยังควบคุมสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ใกล้เคียงปีก่อนที่ 15.3% และลดลงจาก 17.1% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
TOP (SELL/18TP: 90), ผลประกอบการแข็งแกร่งแต่ไม่เหนือความคาดหมาย
(views 4)
กำไรสุทธิต่ำกว่าที่คาด ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 7,605 ล้านบาท (+134% Q-Q, +159% Y-Y) แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดเพราะมีการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือให้สะท้อนต้นทุน อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 3Q17 ถือว่ามีผลการดำเนินงานหลักแข็งแกร่ง โดยสาเหตุจาก 1. margin ของธุรกิจหลัก (Market GIM) ปรับตัวขึ้นโดดเด่นเป็น US$12.5/bbl (+23% Q-Q, +52% Y-Y) เพราะค่าการกลั่นที่พุ่งขึ้นผิดปกติ เพราะได้รับอานิสงค์จากอุปทานในตลาดที่หายไปอย่างกะทันหัน 2. อัตราการใช้กำลังการผลิตปรับตัวสูงขึ้นเป็น 114% และ 3. ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ขยับขึ้น ทำให้เกิดกำไรจากสต๊อกน้ำมันรวมผมกระทบจากการปรับมูลค่าของสินค้าคงเหลือจำนวน 1.5 พันล้านบาท เทียบกับขาดทุน 2.2 พันล้านบาท ใน 2Q17 และ 6.3 ร้อยล้านบาท ใน 3Q16 นอกจากนี้ ยังมีกำไรพิเศษอีก 6.9 ล้านบาท โดยหลักเป็นผลจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
VIBHA (BUY/18TP: 3), กำไร 3Q17 แข็งแกร่ง ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ”
(views 7)
กำไร 3Q17 โตทั้ง Q-Q และ Y-Y VIBHA ประกาศผลการดำเนินงาน 3Q17 ออกมาแข็งแกร่ง โดยมีกำไรปกติ 298 ลบ. +59% Q-Q, +32.6% Y-Y จากรายได้จากการรักษาพยาบาลเติบโตเร่งตัวขึ้นเป็น 20.3% Q-Q และ 10.1% Y-Y ซึ่งหลักมาจาก CMR ที่ได้อานิสงส์จากการปรับเพิ่มการจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคม ขณะที่ร.พ.วิภาวดียังเติบโตได้ค่อนข้างดีราว 7% Y-Y นอกจากนี้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการปรับโครงการการถือหุ้น ซึ่งทำให้ฐานระดับ 50 ลบ.ต่อไตรมาสโดยเฉลี่ยจะเป็นระดับปกติใหม่ในอนาคต ขณะที่ฝั่ง Gross Margin ยังขยายตัวต่อเนื่องและควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
LIT (HOLD/18TP: 11.7), กำไร 3Q17 ดีตามคาดแต่ควรดูคุณภาพหนี้ประกอบด้วย
(views 7)
กำไร 3Q17 ดีตามฤดูกาล LIT รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 39 ลบ. +7%Q-Q, +46%Y-Y เป็นไปตามที่คาดและยังทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการทำสัญญาเงินกู้โครงการที่มากขึ้นตามฤดูกาล ส่วนรายได้ดอกเบี้ยทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 50%Y-Y ตามการเติบโตของสินเชื่อ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 21%Q-Q และ 76%Y-Y ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญซึ่งเพิ่มขึ้นเท่าตัว Q-Q มาอยู่ที่ 15 ลบ. สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของ NPL เราเห็นแรงกดดันของ Int.Spread ซึ่งปรับตัวลงมาอยู่ที่ 12.9% จาก 14-15% ใน 1H17 ซึ่งเกิดจากการลดลงของสินเชื่อ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
ORI (BUY/18TP: 27), กำไรปกติ 3Q17 น่าประทับใจ แนวโน้ม 4Q17 จะสูงสุดของปี
(views 8)
กำไรปกติ 3Q17 +43% Q-Q, +90% Y-Y จากยอดโอนที่ทำได้อย่างน่าประทับใจ กำไรสุทธิที่สูงถึง 556.1 ล้านบาทใน 3Q17 มาจากกำไรพิเศษจากการขายหุ้นให้ Nomura Real Estate Development (NRED) 267.1 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออก กำไรจากการดำเนินงานปกติจะเป็น 342.4 ล้านบาท ดีกว่าคาดเล็กน้อย และเป็นกำไรที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ +43.4% Q-Q, +116.4% Y-Y จากรายได้โอนที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจ +43.4% Q-Q, +89.9% Y-Y จากการเริ่มโอนโครงการ Notting Hilll เจริญกรุง และ Kensington แหลมฉบัง มูลค่ารวมกว่า 1 พันล้านบาท รวมถึงมีคอนโด 5 โครงการที่โอนต่อเนื่องมาจากปีก่อน ขณะเดียวกันก็ยังรักษาต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีมาก โดย Gross margin อยู่ที่ 46.8% ดีกว่าช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหาร 22% ต่อรายได้ สูงขึ้นกว่าปกติที่ 21% เล็กน้อยตามการเปิดตัวโครงการใหม่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ Norm profit margin อยู่ที่ 20.6% ยังคงรักษาไว้ได้ในระดับสูงใกล้เคียงไตรมาสก่อน
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
KAMART (BUY/18TP: 9.8), กำไรสุทธิ 3Q17 ออกมาแย่กว่าคาด แต่จะเห็นการฟื้นใน 4Q17
(views 5)
กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 67 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดที่ 80 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% Q-Q แต่ลดลง 8% Y-Y โดยรายได้ยังเพิ่มขึ้น 10% Q-Q และ 7% Y-Y อยู่ที่ 398 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวขึ้นเป็น 57.7% จาก 55.4% ใน 2Q17 และ 56.9% ใน 3Q16 แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารกลับเร่งตัวขึ้น โดยคิดเป็น 35.9% ของรายได้รวม จาก 33.7% ของรายได้รวมใน 2Q17 จากค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายและโฆษณาเพื่อสร้างแบรนด์ที่เพิ่มขึ้น และสูงกว่าคาดการณ์ของเราราว 20 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 16.7% จาก 17.1% ใน 2Q17 และ 19.5% ใน 3Q16 กำไรสุทธิ 9M17 อยู่ที่ 209 ล้านบาท ยังมีการเติบโต 3% Y-Y ตามรายได้ที่เติบโตราว 3% Y-Y และความสามารถในการบริหารต้นทุนรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ทำได้ใกล้เคียงเดิม
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
BDMS (T-BUY/18TP: 23), กำไร 3Q17 ดีกว่าคาดอย่างน่าประทับใจ
(views 9)
กำไรปกติ 3Q17 กลับมาโตแกร่งทั้ง Q-Q และ Y-Y BDMS ประกาศกำไรปกติ 3Q17 ออกมาที่ 2,417 ลบ. +51.4% Q-Q, +10.5% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาดราว 10% โดยในส่วนรายได้เติบโตได้ใกล้เคียงคาด +13.9% Q-Q, +7.1% Y-Y จากแรงหนุนของ High Season และเติบโตใกล้เคียงกันทั้งผู้ป่วยไทยและต่างชาติ ขณะที่ปัจจัยที่หนุนกำไรให้โตแข็งแกร่งเกิดจาก Gross Margin ที่ขยายตัวอย่างน่าประทับใจเป็น 34.7% ในไตรมาสนี้จาก 32% และ 33.8% ใน 2Q17 และ 3Q16 ตามลำดับ รวมถึงค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ แสดงให้เห็นถึงมาตรการควบคุมต้นทุนที่เริ่มเห็นผล นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้จะมีการขายหุ้น BH ออกไปบ้างส่วนในไตรมาสก่อน
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
EA (BUY/18TP: 47), กำไร 3Q17 ต่ำกว่าคาดเพราะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นชั่วคราว
(views 8)
กำไร 3Q17 +1% Q-Q, +36% Y-Y ต่ำกว่าคาดเพราะต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่ม EA รายงานกำไรสุทธิ 976.1 ล้านบาทใน 3Q17 เพิ่มขึ้นเพียง 1.0% Q-Q และ 35.9% Y-Y ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดประมาณ 10% เพราะต้นทุนและค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่คาด โดยเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการเปิดดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังงานลมแห่งใหม่ ค่าธรรมเนียมในการรีไฟแนนซ์เงินกู้ระยะยาวเป็นหุ้นกู้ และดอกเบี้ยจ่ายที่เคยบันทึกเป็นต้นทุนการก่อสร้างก่อนหน้านี้ ทำให้มาร์จิ้นต่ำไปกว่าคาด อย่างไรก็ตาม หากตัดรายการที่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวออก กำไรในไตรมาสนี้ใกล้เคียงที่เราและตลาดคาด มุมมองของเราต่อ EA จึงไม่เปลี่ยน และถึงแม้จะมีค่าใช้จ่ายดังกล่าว มาร์จิ้นโดยรวมก็ยังทำได้ดี Gross margins 47.6% และ EBIDA margin 56.3% สูงกว่าปี 2016 และไม่ต่างจาก 1H17 นัก
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
EPG (BUY/18TP: 16), กำไรฟื้นช้ากว่าคาดแต่กำลังเข้าสู่ High season
(views 9)
กำไรฟื้นตัวช้ากว่าคาด ถูกฉุดด้วยกำลังซื้อในประเทศ EPG รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 (ก.ค.-ก.ย. 2017) ที่ 291.2 ล้านบาท โดยมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 11.9 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรจากการดำเนินงานปกติเป็น 303.1 ล้านบาท เป็นกำไรที่ฟื้นตัวเพียงเล็กน้อย +1.9% Q-Q แต่ -23.4% Y-Y การฟื้นตัวที่ยังไม่ดีนักเพราะถูกฉุดโดยธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก (EPP) (23% ของรายได้รวม) ที่มีรายได้ลดลงถึง 8.3% Q-Q และ 10.0% Y-Y ตามฤดูกาลจับจ่ายที่เป็น Low season ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับบริษัทในกลุ่มค้าปลีก การบริโภคที่ซบเซาทำให้การแข่งขันระหว่างผู้ผลิตรุนแรง ประกอบกับกำลังการผลิตขนาดใหญ่ของ EPG ทำให้การผลิตไม่ถึงระดับ Economy of scales อัตรากำไรขั้นต้นจึงลดเหลือเพียง 19.3% ต่ำกว่า 20% เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี สำหรับธุรกิจฉนวนยางและธุรกิจชิ้นส่วนตกแต่งรถยนต์มีรายได้เพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y แต่ไม่มากพอที่จะชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าไตรมาสก่อนและไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
ERW (T-BUY/18TP: 7.2), กำไร 3Q17 แข็งแกร่งตามคาด
(views 8)
กำไรสุทธิ 3Q17 โตเด่นทั้ง Q-Q และ Y-Y ERW ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 แข็งแกร่งตามคาดที่ 79 ลบ. +38.1% Q-Q, +42.2% Y-Y รายได้ยังเติบโตในระดับที่ค่อนข้างดี 7.6% Q-Q และ 5.3% Y-Y โดย Rev Par เติบโตแข็งแกร่งในทุกระดับโรงแรม (รวมทุกโรงแรม ex. Hop Inn +3% Y-Y, Hop Inn +7% Y-Y) ยกเว้นกล่ม 5 ดาวที่ -4% Y-Y เนื่องจากมีการปรับปรุงห้องพักของโรงแรม เจดับบลิว แมริออท ขณะที่อีกปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรที่สำคัญคือ Margin ที่ยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่องจาก Operating Leverage ส่งผลให้ล่าสุด EBITDA Margin ใน 3Q17 อยู่ที่ 27.9% เพิ่มจาก 26.4% และ 27.1% ใน 2Q17 และ 3Q16 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
FSMART (BUY/18TP: 23.5), กำไร 3Q17 ตามคาด
(views 12)
กำไร 3Q17 เพิ่มเล็กน้อย 1.0% Q-Q แต่โต 39.4% Y-Y กำไร 3Q17 ที่ 145 ล้านบาท ใกล้เคียงคาดที่ 147 ล้านบาท เพิ่มเล็กน้อย 1.0% Q-Q แต่ยังโตสูง 39.4% Y-Y กำไรโตไม่มาก Q-Q จากรายได้รวมเพิ่มไม่มาก 2.3% Q-Q เทียบกับไตรมาสก่อนที่เพิ่ม 7.6% Q-Q จากผลกระทบฤดุฝนมากกว่าปกติและกำลังซื้อยังไม่ฟื้นเต็มที่ ขณะที่ต้นทุนเพิ่มในอัตราสุงกว่า จากการขยายจำนวนตู้เติมเงิน ทำให้ Gross margin ลดลงเหลือ 22.9% จากไตรมาสก่อนที่ 24.9% ต่ำกว่าคาดที่ 24.5% จากการขยายตู้เติมเงินค่อนข้างมากในช่วง 2Q17-3Q17 เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาด (เพิ่มตู้ระดับ 3,000 ตู้ต่อเดือน เป็นเกือบ 1.2 แสนตู้ ณ สิ้น 3Q17 จากปกติเพิ่ม 2,000-2,500 ตู้ต่อเดือน) และมีการทำโปรโมชั่นเพิ่มเพื่อจูงใจให้เติมเงินมือถือมากกว่า 100 บาท กำไรยังโตสูง Y-Y ตามมูลค่าทำรายการผ่านตู้เพิ่มขึ้นเป็น 9.3 พันล้านบาท เพิ่ม 61.5% Y-Y (6.1% Q-Q) รวมอานิสงค์จากการที่ร้าน 7-11 เลิกขายบัตร/สลิปเติมเงินของ AIS ตั้งแต่ 4Q16 และบริการใหม่ๆ เช่น บริการรับชำระค่ามือถือรายเดือน และโดยเฉพาะบริการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารผ่านตู้ที่เริ่มให้บริการตั้งแต่ 2Q16 มีมูลค่าการทำรายการเพิ่มขึ้นเร็ว และเป็นสัดส่วนต่อมูลค่าการใช้บริการผ่านตู้รวมเพิ่มเป็นประมาณ 14% รวมทั้งภาษีจ่ายลดลง จากมาตรการส่งเสริมการลงทุนของรัฐ
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
MAJOR (HOLD/18TP: 35), กำไรสุทธิ 3Q17 มากกว่าคาด แต่กำไรปกติต่ำกว่าคาด
(views 4)
กำไรปกติ 3Q17 ลดลง 60.6% Q-Q 16.3% Y-Y ต่ำกว่าคาด 13% กำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 302 ล้านบาท ลดลง 45.5% Q-Q, 9.1% Y-Y สูงกว่าคาดที่ 266 ล้านบาท จากรายการพิเศษกำไรจากการขายหุ้น PVR 79 ล้านบาทและเงินชดเชย 45 ล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว จะเป็นกำไรปกติ 178 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดของเรา 13% และตลาดคาด จาก Gross margin ลดลงต่ำกว่าคาด ส่วนหนึ่งจากขาดทุนขั้นต้นของบริษัทย่อยจำนวน 38 ล้านบาท มากกว่าคาด กำไรปกติลดลงมาก 60.6% Q-Q ตามฤดูกาลตามปกติเป็นช่วงหน้าหนังใน 2Q กำไรปกติลดลง 16.3% Y-Y จาก Gross margin ลดลง เนื่องจากมีต้นทุนตัดจำหน่ายเพิ่มตามการขยายโรงหนัง และขาดทุนจากบ.ย่อย แม้รายได้รวมเพิ่ม 3.5% Y-Y จากรายได้ขายอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มสูง 22.5% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
MBAX (BUY/18TP: 6.5), กำไร 3Q17 ออกมาชะลอตัวกว่าคาด แต่เป็น Bottom แล้ว “ซื้อ”
(views 6)
กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 13 ล้านบาท ลดลง 31% Q-Q และ 40% Y-Y กำไรที่ลดลง 31% Q-Q มาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งจากการเพิ่มขึ้นของราคาเม็ดพลาสติก LDPE ราว 5% Q-Q อยู่ที่ 1,280 ดอลล่าร์สหรัฐฯต่อตัน และการหยุดซ่อม 1 สายการผลิตถุงพลาสติกขนาดใหญ่ ทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 8.5% จาก 9.5% ใน 2Q17 ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ที่ลงแรง 40% เป็นเพราะฐาน 3Q16 ที่สูง จากยอดคำสั่งซื้อที่เลื่อนมาจาก 2Q16 เพราะลูกค้ารายสำคัญมีการปรับปรุงกระบวนการผลิต กำไรต่อหุ้น 3Q17 ที่ลดลงแรง 42% Q-Q และ 46% Y-Y เป็นผลจากการแปลง MBAX-W1 ที่ทำให้จำนวนหุ้นเพิ่มอีก 32.15 ล้านหุ้นเป็น 191.90 ล้านหุ้น กำไร 9M17 อยู่ที่ 49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% Y-Y คิดเป็น 70% ของคาดการณ์กำไรทั้งปีนี้ที่ 70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% Y-Y เรายังเลือกคงประมาณการเดิมไว้ก่อน โดยคาดว่ากำไร 4Q17 จะกลับมาฟื้นตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
ROBINS (BUY/18TP: 85), กำไร 3Q17 ฟื้นตัวได้ดี และจะดีมากขึ้นในปีหน้า
(views 8)
กำไรสุทธิ 3Q17 ทำได้ดี ทั้งที่เป็น Low Season กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 611 ล้านบาท (+1.7% Q-Q, +19.8% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ที่ 588 ล้านบาท) ทั้งที่ปกติ 3Q เป็น Low Season ของธุรกิจ แต่สามรถมีกำไรทรงตัว Q-Q ได้ เนื่องจากการกลับมาฟื้นตัวของกำลังซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ระดับกลางบน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท ในขณะที่กำไรเติบโตได้ดี Y-Y แม้ SSSG จะยังติดลบเล็กน้อย -0.1% Y-Y ซึ่งเป็นการฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนที่ติดลบถึง -4.7% Y-Y และยังมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง ทำให้รายได้รวมเติบโตราว +6.2% Q-Q, +2.5% Y-Y ทั้งนี้อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 24.2% จาก 24.7% ใน 2Q17 และ 24.3% ใน 3Q16 อันเนื่องมาจากยังอยู่ระหว่างการเคลียร์สต็อกสินค้า ส่วนรายได้ค่าเช่ายังเติบโตต่อเนื่อง +6.3% Q-Q, +16.7% Y-Y สำหรับสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังบริหารจัดการได้ดีอยู่ที่ 30.8% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 30.5% ใน 3Q16 แต่ลดลงจาก 31.9% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
SAPPE (BUY/18TP: 38), กำไร 3Q17 ต่ำกว่าคาด และจะกลับมาโตดีในปีหน้า
(views 9)
กำไรสุทธิ 3Q17 ต่ำกว่าคาด กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 111 ล้านบาท (-31.9% Q-Q, +18.1% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 11% (เราคาดไว้ 125 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด สาเหตุที่กำไรอ่อนตัวลง Q-Q ถือว่าสอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาล โดย 2H ปกติจะเป็น Low Season ของธุรกิจ และไตรมาสที่ดีที่สุดของปีมักอยู่ใน 2Q ส่วนสาเหตุที่กำไรเติบโต Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และมีการฟื้นตัวของตลาดในประเทศ ในขณะที่ตลาดส่งออกทำได้ดีในอินโดนีเซีย ส่วนตลาดจีนยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ทำให้รายได้รวมในไตรมาสนี้เติบโต 11% Y-Y แต่ลดลง -14.3% Q-Q และดัวยอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ไม่สูงนัก ในขณะที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า กอปรกับมีการขายบริษัทย่อยที่อินโดนีเซียออกไป (เปลี่ยนจากการรวมงบการเงินเป็นรับรู้รายได้จากการขาย) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 38.1% จาก 42.6% ใน 2Q17 และ 42.4% ใน 3Q16 อย่างไรก็ตาม ด้วยค่าใช้จ่ายการตลาดที่ไม่มากนัก และค่าใช้จ่ายทางการตลาดของบริษัทย่อยที่อินโดนีเซียหายไป ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 21.3% จาก 26.5% ใน 3Q17 แต่เพิ่มขึ้นจาก 19.9% ใน 2Q17 เพราะรายได้อ่อนตัวลง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดีขึ้นต่อเนื่องคือ ส่วนแบ่งจาก All Coco พลิกกลับมามีกำไรราว 3 ล้านบาท จากที่มีส่วนแบ่งขาดทุนราว 3 แสนบาทใน 2Q17 ซึ่งมาจากช่วง High Season ของผลผลิตมะพร้าว และมีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
SVI (AVOID/18TP: 5.4), กำไร 3Q17 น่าผิดหวัง
(views 7)
กำไร 3Q17 ต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 80 ล้านบาท (-36% Q-Q, -90% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 106 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 7 ล้านบาทในไตรมาสนี้ และเงินประกันในปีก่อน จะมีกำไรปกติเท่ากับ 73 ล้านบาท (-43% Q-Q, -68% Y-Y) ถือเป็นกำไรที่ไม่สดใส แม้จะเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และสามารถทำรายได้ขยับขึ้น 5.6% Q-Q และ 17.3% Y-Y เป็น US$95 ล้าน แต่บริษัทยังได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน IC ต่อเนื่อง ทำให้นอกจากจะไม่มีวัตถุดิบมาผลิตสินค้าได้อย่างเพียงพอแล้ว ยังต้องเผชิญกับราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นด้วย รวมถึงยังเจอเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่า ส่งผลให้รายได้รวมสกุลบาทไตรมาสนี้เติบโตเพียง 1.9% Q-Q และ 12.3% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนแอมากมาอยู่ที่ 5.8% จาก 8.7% ใน 2Q17 และ 9.5% ใน 3Q16 ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 18 ไตรมาส และด้วยฐานรายได้ที่ไม่สดใส ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นเป็น 4.9% จาก 4.6% ใน 3Q16 แต่ลดลงเล็กน้อยจาก 5.1% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
XO (HOLD/18TP: 5), กำไร 3Q17 ดีกว่าคาด แต่ปีหน้ายังคงมุมมองระมัดระวัง
(views 7)
กำไรสุทธิ 3Q17 ดีกว่าคาด จากรายการเครดิตภาษี กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 19 ล้านบาท (+18.8% Q-Q, +90% Y-Y) ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 14 ล้านบาท) มาจากไตรมาสนี้มีรายการเครดิตภาษีราว 3 ล้านบาท และอัตราภาษีที่แท้จริงปรับลดลงเพราะโรงงานเริ่ม Operate มากขึ้นและได้รับสิทธิยกเว้นภาษี BOI ทั้งนี้หากไม่รวมรายการภาษีพบว่า ผลการดำเนินงานหลักค่อนข้างใกล้เคียงคาดแทบทุกรายการ โดยมีรายได้รวมลดลงเล็กน้อย Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่เติบโต Y-Y มาจากฐานที่ค่อนข้างต่ำ ซึ่งในปีก่อนบริษัทประสบปัญหาลูกค้าในยุโรปต่อราคาสินค้า เพราะลูกค้าได้รับผลกระทบจากค่าเงินปอนด์และค่าเงินยูโรอ่อนค่า ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงมาอยู่ที่ 30.6% จาก 32.3% ใน 2Q17 และ 30.1% ใน 3Q16 สอดคล้องกับทิศทางของรายได้ และสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 23.1% จาก 24.1% ใน 2Q17 และ 25% ใน 3Q16 ถือว่าควบคุมได้ดี
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
STEC (BUY/18TP: 31.8), กำไร 3Q17 ชะลอตัว แต่คาดจะโตเด่นในปีหน้า
(views 5)
กำไรสุทธิ 3Q17 หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y STEC รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 217 ล้านบาท หดตัว -11% Q-Q, -7% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาด เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาดอยู่ที่ 8% ปรับลดจาก 2Q17 ที่ 8.5% แต่ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสาเหตุหลักคาดมาจากต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างราคาเหล็ก และปูนซีเมนต์ที่สูงขึ้น ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 4,641 ล้านบาท (+5% Q-Q, -4% Y-Y) ใกล้เคียงคาด จากการรับรู้งานก่อสร้างที่มีความคืบหน้าของงานก่อสร้างในโครงการหลักเพิ่มขึ้น และรายได้อื่นกลับสู่ระดับปกติเป็น 23 ล้านบาท (-51% Q-Q) เนื่องจากในไตรมาสก่อนมีกำไรพิเศษจากการขายที่ดิน 20 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
BEAUTY (HOLD/18TP: 18), กำไรสุทธิ 3Q17 ร้อนแรงมาก แต่ราคาตอบรับไปแล้ว “ถือ”
(views 13)
กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 348 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28%Q-Q และ 66% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 348 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% Q-Q และ 66% Y-Y จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 29% Q-Q และ 44% Y-Y อยู่ที่ 1,059 ล้านบาท จำนวนสาขาทั้งในและต่างประเทศลดลงจาก 376 สาขา เหลือ 355 สาขา เพราะอยู่ระหว่างการปรับปรุงเพื่อย้ายทำเลใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่น่าสนใจคือ ยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาเดิมยังเพิ่มขึ้นถึง18.57% Y-Y (เฉลี่ย 9M17 อยู่ที่ 18.57% Y-Y) ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยเหลือ 67.3% จาก 69.5% ใน 2Q17 แต่ผลจากการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้มีประสิทธิภาพ เพราะแบรนด์เริ่มติดตลาดทำให้ไม่ต้องโฆษณามาก และแผนการขยายสาขาที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลงเหลือ 27.1% จาก 31.4% ใน 2Q17 และ 32.2% ใน 3Q16
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
PCSGH (BUY/18TP: 9.6), กำไร 3Q17 ออกมาใกล้เคียงคาด แนวโน้ม 4Q17 ยังสดใส “ซื้อ” Earnings Results
(views 10)
กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% Q-Q และ 183% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% Q-Q และ 183% Y-Y ต่ำกว่าคาดการณ์ของเราที่ 182 ล้านบาทเล็กน้อย จากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงกว่าคาด เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการทำตลาดต่างประเทศและการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์เพิ่มสูงขึ้น แต่โดยรวมยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี รายได้รวมเพิ่มขึ้น 11% Q-Q และ 20% Y-Y อยู่ที่ 1,039 ล้านบาท ตามอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ฟื้นตัว โดยยอดผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 13% Q-Q และ 9% Y-Y อยู่ที่ 526,778 คน ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 19.8% ใกล้เคียงกับ 2Q17 ที่ 19.9% จากการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น และ Product Mix ที่โน้มเอียงมาทางกลุ่ม Non-Auto ที่มีอัตรากำไรสูง กำไรสุทธิ 9M17 อยู่ที่ 482 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาก 102% Y-Y จากฐานที่ต่ำเพราะมีการหยุดซ่อมสายการผลิตใน 2Q-3Q16 ผนวกกับยอดขายรถยนต์ในประเทศ 9M17 ที่ฟื้นตัว 8% Y-Y หักล้างกับยอดส่งออกที่ลดลง 6% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
RSP (IPO: 5.8/18TP: 9.5), Converse แบรนด์คลาสสิคคู่โลก
(views 14)
RSP ได้รับสิทธิแต่เพียงรายเดียวในไทยสำหรับการจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ Converse ที่มีประวัติมายาวนาน และได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ทำให้ 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯมีผลประกอบการที่น่าประทับใจ และมีความสามารถทำกำไรที่โดดเด่นกว่ากลุ่มค้าปลีกอย่างมาก และไม่เพียงเท่านี้ บริษัทฯยังได้ขยายไปยังแบรนด์ระดับโลกอีกแบรนด์คือ Pony ที่นอกจากช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจแล้ว ยังช่วยขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นไปอีก โดยบริษัทฯได้เป็นตัวแทนในการผลิตและจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในไทย กัมพูชา และลาว ปัจจุบันได้เริ่มวางขายแบรนด์ Pony แล้ว เราจึงคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะเติบโต 26.6% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปี 2017 ที่ประสบกับภาวะกำลังซื้อชะลอตัว และคาดการณ์การเติบโตของกำไรสุทธิปี 2018 – 2020 จะโตเฉลี่ยปีละ 17% CAGR เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 ไว้ที่ 9.5 บาท
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
AAV (BUY/18TP: 7.3), ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q17
(views 15)
กำไรปกติ 3Q17 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย จากค่าโดยสารเฉลี่ยที่น้อยกว่าคาด AAV ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 261 ล้านบาท +53% Q-Q แต่ -34% Y-Y มากกว่าคาดเล็กน้อย เพราะกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสูงกว่าคาดอยู่ที่ 72 ล้านบาท ทำให้กำไรปกติจะเท่ากับ 189 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% Q-Q แต่ลดลง 47% Y-Y ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าโดยสารเฉลี่ยต่อคนที่น้อยกว่าคาดอยู่ที่ 1,460 บาท (-1% Q-Q, -7% Y-Y) โดยการเพิ่มขึ้นของกำไร Q-Q มีแรงหนุนมาจากจำนวนผู้โดยสารที่ขยายตัว +5% Q-Q และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 13% Q-Q จากการยกเลิกสัญญา Financial Lease ของเครื่องบิน 2 ลำก่อนกำหนด อย่างไรก็ตาม การหดตัวของกำไร Y-Y มาจากค่าโดยสารเฉลี่ยที่ลดลงหลังถูกกดดันจากการแข่งขันราคาตั๋วที่รุนแรง รวมถึงต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 11% Y-Y จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และการปรับขึ้นภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงเส้นทางบินในประเทศ
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
ARROW (BUY/18TP: 16.4), ยังมีปัญหาที่การบริหารต้นทุน ปรับเป้าลง แต่ยังแนะนำซื้อ
(views 11)
กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 48 ล้านบาท ลดลง 12% Q-Q และ 32% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 ของ ARROW ออกมาน่าผิดหวัง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่รายได้ เพราะยอดขายท่อร้อยสายไฟและงานรับเหมาวางระบบไฟของบริษัทลูก รวมกันแล้วยังโต 18% Q-Q และ 2% Y-Y อยู่ที่ 386 ล้านบาท เป็นจุดสูงสุดตั้งแต่ตั้งบริษัทมา แต่อยู่ที่การบริหารต้นทุน ซึ่งโดยหลักคือราคาเหล็กที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ ARROW ไม่สามารถปรับราคาขายสินค้ากับกลุ่มผู้รับเหมาได้ เพราะภาพอุตสาหกรรมการก่อสร้างยังไม่ฟื้นเต็มตัว และเป็นผลจากการแข่งขันประมูลงานที่ดุเดือดจนต้องมากดดันผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างเพื่อลดต้นทุน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นกลับมาอ่อนตัวลงเหลือ 25.3% จาก 31.6% ใน 2Q17 และ 31.0% ใน 3Q16 นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็เพิ่มเป็น 11.6% ของรายได้รวม จาก 11.2% ใน 2Q17 และ 8.7% ใน 3Q16 จากการขยายขนาดธุรกิจของบริษัทลูก กำไรสุทธิ 9M17 อยู่ที่ 149 ล้านบาท ลดลง 24% Y-Y แนวโน้ม 4Q17 คาดว่ายังฟื้นตัวจำกัดเพราะมีวันหยุดมาก โดยกำไรมีแนวโน้มเติบโต Q-Q แต่ลดลง Y-Y จากฐานที่สูงในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
ASEFA (BUY/18TP: 8), กำไร 3Q17 ไม่ฟื้นตัว Q-Q อย่างที่คาด
(views 11)
กำไร 3Q17 Flat Q-Q และลดลง 10.0% Y-Y กำไร 3Q17 ที่ 68 ล้านบาท Flat Q-Q และลดลง 10.0% Y-Y เป็นกำไรต่ำกว่าคาดของเรา 14% (คาดที่ 79 ล้านบาท) และตลาดฯ คาด ส่วนใหญ่จากรายได้รับรุ้เพิ่มตามฤดูกาลน้อยกว่าคาด เพิ่มเพียง 5.1% Q-Q, 5.9% Y-Y และค่าใช้จ่าย SG&A มากกว่าคาด ทั้งนี้ Gross margin อยู่ที่ 23.5% ดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนที่ 23.3% แต่ลดลงจาก 3Q16 ที่สูง 24.7% จากการแข่งขันด้านราคาในธุรกิจมากขึ้นตั้งแต่ต้นปี แม้บริษัทยังเป็นผู้นำในธุรกิจ เนื่องจากภาวะการลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจชองบริษัทขยายตัวช้า ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตยังไม่สูงนัก
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
BANPU (BUY/18TP: 21), ประกาศกำไรปกติแข็งแกร่งด้วยราคาถ่านหินตามคาด
(views 14)
ราคาถ่านหินหนุนกำไรปกติเด่น ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 2,025 ล้านบาท (-10% Q-Q, +2713% Y-Y) ต่ำกว่าคาด เนื่องจากมีรายการพิเศษจากขาดทุน fx และ hedging รวม 1.1 พันล้านบาท มามากกว่าที่เราประเมินไว้ ทั้งนี้ หากดูเฉพาะกำไรปกติจะเท่ากับ 3.1 พันล้านบาท (+13% Q-Q, +382% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด แต่สูงกว่าที่ตลาด (Bloomberg consensus) คาด 14% สำหรับภาพรวมผลประกอบการหลักถือว่าแข็งแกร่งตามคาด สาเหตุหลักมาจากธุรกิจถ่านหินที่ได้ประโยชน์ตจากราคาถ่านหินขยับตัวสูงขึ้น ทำให้ราคาขายเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่า ทำให้ margin กว้างขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยผลประกอบการของธุรกิจไฟฟ้าที่ชะลอลงเพราะได้รับผลกระทบจากต้นทุนราคาถ่านหินที่ปรับขึ้น และ มีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน อย่างไรก็ตาม ไตรมาสนี้มีขาดทุนพิเศษจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า 576 ล้านบาท และ ขาดทุน hedging 506 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
BEM (BUY/18TP: 10), กำไร 3Q17 ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
(views 11)
กำไรสุทธิ 3Q17 โตแกร่งกว่าที่คาด BEM รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 940 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +30% Q-Q, +16% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด เนื่องจากส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมอย่าง CKP และ TTW ที่มากกว่าคาดอยู่ที่ 140 ล้านบาท (+48% Q-Q, +23% Y-Y) และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่น้อยกว่าคาด เพราะมีค่าใช้จ่ายในการเปิดตัวโครงการใหม่น้อยกว่าปีก่อน และได้ประโยชน์จาก Economies of scale สำหรับกำไรสุทธิที่เติบโตโดดเด่นทั้ง Q-Q และ Y-Y มาจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น +5% Q-Q, +14% Y-Y อยู่ที่ 3,900 ล้านบาท จากการเติบโตของทั้ง 3 ธุรกิจ 1) รายได้ธุรกิจทางด่วน +5% Q-Q, +8% Y-Y จากปริมาณการจราจรที่ขยายตัวต่อเนื่อง และทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 1.25 ล้านคัน/วัน โดยมีแรงหนุนหลักจากทางด่วนศรีรัชรอบนอกที่ทำ New High ต่อเนื่อง 2) รายได้ธุรกิจรถไฟฟ้า +6% Q-Q, +28% Y-Y จากจำนวนผู้โดยที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 3.2 แสนเที่ยวคน/วันหลังเชื่อม1สถานีบางซื่อ-เตาปูนกลางเดือนส.ค และรายได้ O&M รถไฟฟ้าสายสีม่วงที่เพิ่มขึ้น 3) รายได้ธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ +7% Q-Q, +22% Y-Y รวมถึงการเติบโตในเงินลงทุนของบริษัทร่วมที้เพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
BH (BUY/18TP: 245), กำไร 3Q17 โตดีตามคาด
(views 6)
กำไรปกติ 3Q17 โตทั้ง Q-Q และ Y-Y ตามคาด BH ประกาศกำไรปกติ 3Q17 ออกมาดีตามคาดที่ 1,056 ลบ. +9.9% Q-Q, +9.3% Y-Y รายได้เติบโตในอัตราเร่ง +9.4% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลและ +5.5% Y-Y (เทียบกับ 1Q17 และ 2Q17 ที่ -4% Y-Y และ +1.8% Y-Y ตามลำดับ) ซึ่งดีกว่าที่เราประเมินเล็กน้อย โดยรายได้จากผู้ป่วยไทยเติบโต 1.9% Y-Y ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติโตถึง 8.9% Y-Y ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีมาก ส่วนด้านต้นทุนยังควบคุมได้ดีเยี่ยมและเป็นจุดเด่นสำคัญของ BH โดย Gross Margin ขยับขึ้นได้อีกเล็กน้อยจาก 42.8% ใน 3Q16 เป็น 42.9% ในไตรมาสนี้ ขณะที่ค่าใช้จ่าย SG&A ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้โดยมีสัดส่วนราว 17.1% ของรายได้ใกล้เคียงกับในอดีต
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
BLA (AVOID/18TP: 36), แนวโน้มการขายเบี้ยปีหน้าชะลอตัว และอาจมี Downside Earnings Results
(views 10)
แนวโน้มกำไร 4Q17 ของ BLA จะฟื้นตัวกลับสู่ 1 พันลบ. จากขาดทุน 261 ลบ. ใน 3Q17 เนื่องจากการเติบโตของการขายเบี้ยประกันตามฤดูกาล และคาดว่าอัตราการตั้งสำรองเบี้ยประกันชีวิตจะลดลงเป็นปกติที่ราว 60% (VS 77% ใน 3Q17) โดยยังไม่ได้รวมความเป็นไปได้ที่อาจจะมีการกลับรายการ LAT Reserve ได้ในไตรมาสถัดไปเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ชะลอการปรับลง อย่างไรก็ตามเนื่องจากผลประกอบการที่น่าผิดหวังใน 3Q17 เมื่อรวมกับคาดการณ์กำไร 4Q17 ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2017 ลง 26% เป็น 2.87 พันลบ. -44%Y-Y และปี 2018 ลง 15% เป็น 2.8 พันลบ. -2.4%Y-Y เรายังเห็นความไม่แน่นอนของทิศทางการขายเบี้ยประกันชีวิตในอนาคตหลัง BBL จัดมือเป็นพันธมิตรกับ AIA และยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่นอนสำหรับการขาย Endowment อย่างเป็นทางการซึ่งเราคาดว่า BLA จะได้รับผลกระทบในระดับหนึ่งแต่ยังประเมินได้ยาก เราจึงคงคำแนะนำ ชะลอการลงทุน และปรับลดมูลค่าเหมาะสมปี 2018 ลงเป็น 36 บาท (เดิม 37 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
CHG (HOLD/18TP: 2.7), กำไร 3Q17 ไม่น่าตื่นเต้น
(views 13)
กำไรปกติ 3Q17 โตเพียงเล็กน้อย Y-Y CHG ประกาศกำไรปกติ 3Q17 ออกมาที่ 168 ลบ. +41.6% Q-Q, +4.9% Y-Y ซึ่งยังเป็นระดับที่ไม่ดีนัก แม้รายได้เติบโตเร่งตัวขึ้น 16% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลและ 7.3% Y-Y จากฝั่งรายได้ผู้ป่วยเงินสดที่โตเด่น ขณะที่รายได้จากประกันสังคมยังโตได้ไม่ดีนักแม้จะได้รับประโยชน์จากการปรับเพิ่มการจ่ายเงิน ขณะที่ปัจจัยกดดันการเติบโตของกำไรยังเป็นเรื่องของต้นทุนโดย Gross Margin หดตัวลงเหลือ 32.3% ในไตรมาสนี้จาก 33.2% ใน 3Q16 ซึ่งถือว่ายังทำได้ไม่น่าพอใจ
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
COMAN (BUY/18TP: 9), กำไร 3Q17 ฟื้นกลับเร็วจากบริษัทลูกที่ทำกำไรได้มากขึ้น “ซื้อ”
(views 11)
กำไรสุทธิ 3Q17 9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 370% Q-Q และ 256% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 370% Q-Q และ 256% Y-Y จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 16% Q-Q และ 51% Y-Y อยู่ที่ 47 ล้านบาท เพราะมีการรวมรายได้จากบริษัท ซินเนเอจร์ เทคโนโลยี จำกัด ที่ COMAN ถือ 51% เข้ามาเต็มไตรมาส อีกทั้ง MSL ที่ถือ 100% สามารถปิดงานได้มากขึ้นตามแผนที่วางไว้ ทำให้ยังไม่ต้องตั้งด้อยค่า Goodwill ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 64.2% จาก 48.8% ใน 2Q17 และ 54.8% ใน 3Q16 เพราะไม่มีต้นทุนค่าซื้อ license ของ MSL เหมือนทีเกิดขึ้นใน 1H17 อีกทั้ง การลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นยังสามารถทำได้ตามแผน กำไร 9M17 อยู่ที่ 17 ล้านบาท ลดลง 9% Y-Y จากผลการดำเนินงานของ MSL ในช่วง 1H17 ที่ต่ำกว่าคาด แต่เรายังคงประมาณการกำไรปีนี้ที่ 22 ล้านบาท ลดลง 34% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
GFPT (HOLD/18TP: 21), แนวโน้มกำไรจะแผ่วลงใน 4Q17 – 1Q18
(views 9)
กำไร 3Q17 โตเล็กน้อยตามฤดูกาล แต่ต่ำกว่าคาด กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 506 ล้านบาท (+2.4% Q-Q, +1.6% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 585 ล้านบาท) มาจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมต่ำกว่าคาด แม้ปริมาณขายไก่ส่งออกไตรมาสนี้จะทำได้ดีอยู่ที่ 8,300 ตัน (+10.7% Q-Q, +3.8% Y-Y) ซึ่งสอดคล้องกับช่วง High Season ของธุรกิจ และมีราคาไก่ส่งออกค่อนข้างทรงตัวอยู่ที่ระดับ US$4,300 ต่อตัน ในขณะที่ราคาวัตถุดิบยังอยู่ในระดับที่ต่ำ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นทำจุดสุงสุดในรอบ 16 ไตรมาสมาอยู่ที่ 18.1% เพิ่มจาก 16.3% ใน 2Q17 และ 17% ใน 3Q16 แต่สิ่งที่ไม่ดีนักคือ ราคา By Product ในประเทศที่ปรับตัวลงแรง กระทบต่อทั้ง GFPT และ GFN โดย GFPT มีรายได้รวมโตเล็กน้อย 5.6% Q-Q และทรงตัว Y-Y และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม GFN ลดลงเหลือ 23 ล้านบาท (-60% Q-Q, +27.8% Y-Y) รวมถึงบริษัทร่วม McKey ที่ก่อสร้างโรงงานใกล้แล้วเสร็จ ทำให้เริ่มมีค่าใช้จ่ายเตรียมพนักงานเกิดขึ้น ส่งผลให้มีส่วนแบ่งกำไรน้อยลงในไตรมาสนี้อยู่ที่ 42 ล้านบาท (-16% Q-Q, -33.3% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
ILINK (BUY/18TP: 22.3), กำไรสุทธิ 3Q17 แย่กว่าคาด จากอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัว
(views 10)
กำไรสุทธิ 3Q17 เพิ่มขึ้น 18% Q-Q และ 9% Y-Y อยู่ที่ 67 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% Q-Q และ 9% Y-Y ต่ำกว่าคาดการณ์เบื้องต้นของเราที่ 90 ล้านบาทอยู่พอควร รายได้รวมเป็นไปตามคาด เพิ่มขึ้น 28% Q-Q และ 55% Y-Y อยู่ที่ 1,072 ล้านบาท จากปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season ของการจำหน่ายสายสัญญาณ และรายได้จาก ITEL ที่ขยายตัวเร็วทั้งให้เช่าโครงข่าย รับเหมาติดตั้งโครงข่าย และให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ แต่อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวอยู่ที่ 19.7% จาก 22.6% ใน 2Q17 และ 24.5% ใน 3Q16 จากอัตรากำไรขั้นต้นของ ITEL ที่ลดลง และต้นทุนนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้นแต่ไม่สามารถผลักภาระให้กับลูกค้าได้ เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศยังอ่อนแอ กำไร 9M17 อยู่ที่ 135 ล้านบาท ลดลง 22% Y-Y เพราะธุรกิจสายสัญญาณถูกปรับภาษีนำเข้าย้อนหลัง 32 ล้านบาทใน 1Q17 หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรปกติจะลดลง 5% Y-Y อยู่ที่ 164 ล้านบาท สาเหตุหลักเป็นเพราะธุรกิจขายสายสัญญาณชะลอตัว และธุรกิจวิศวกรรมมีอัตรากำไรที่ลดลงจากการแข่งขันประมูลงานที่สูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
ITEL (BUY/18TP: 7.7), กำไรสุทธิ 3Q17 ตามคาด ปรับใช้เป้าปีหน้า 7.70 บาท แนะนำซื้อ
(views 9)
กำไรสุทธิ 3Q17 เพิ่มขึ้น 11% Q-Q และ 39% Y-Y อยู่ที่ 28 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 28 ล้านบาท เป็นจุดสูงสุดตั้งแต่ตั้งบริษัท เพิ่มขึ้น 11% Q-Q และ 39% Y-Y จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 15% Q-Q และ 49% Y-Y อยู่ที่ 236 ล้านบาท มาจากทั้งรายได้ให้เช่าโครงข่าย รับเหมาติดตั้งโครงข่าย และให้เช่าดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้น แต่อัตรากำไรขั้นต้นชะลอตัวลงเหลือ 29.2% จาก 30.8% ใน 2Q17 และ 30.5% ใน 3Q16 จากสัดส่วนงานรับเหมาติดตั้งโครงข่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งงวดนี้เริ่มรับรู้รายได้บางส่วนของโครงการเน็ตชายขอบมูลค่า 1.8 พันล้านบาท ที่มีอัตรากำไรต่ำกว่าปกติ ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดี คิดเป็น 7.9% ของรายได้รวม ลดลงจาก 8.6% ใน 2Q17 และ 11.8% ใน 3Q16 จากผลของ Economy of scale ที่น่าจะได้เห็นความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ตามรูปแบบธุรกิจที่สามารถขยายความสามารถในการให้บริการโดยไม่ต้องใช้คนเพิ่ม กำไรสุทธิ 9M17 อยู่ที่ 71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% Y-Y คิดเป็นเพียง 54% ของคาดการณ์ทั้งปีที่ 132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96% Y-Y แต่เรายังคงประมาณการเดิมไว้ก่อน นั่นหมายถึง ITEL ต้องทำกำไร 4Q17 อีก 61 ล้านบาท ซึ่งเราคาดว่า Downside ต่อการปรับประมาณการลงค่อนข้างจำกัด เพราะเป็นช่วงรับรู้โครงการเน็ตชายขอบเต็มไตรมาสต่อเนื่องถึง 1H18 อีกทั้ง คาดว่าธุรกิจให้เช้าโครงข่ายจะมีลูกค้ากลุ่มสถาบันการเงินและไฟแนนซ์เปลี่ยนมาใช้บริการของ ITEL มากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
MALEE (HOLD/18TP: 46.5), กำไร 3Q17 เริ่มฟื้นตัว แต่ช้ากว่าคาด
(views 8)
กำไรสุทธิ 3Q17 ต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 78 ล้านบาท (+27.9% Q-Q, -51.6% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 97 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด ทั้งนี้กำไรกลับมาฟื้นตัว Q-Q เพราะฐานที่ค่อนข้างต่ำในไตรมาสก่อน โดยมาจากทั้งการฟื้นตัวของตลาดในประเทศ และการมีสินค้าใหม่ในกลุ่มลูกค้า CMG (รับจ้างผลิต) คือ ชาไทย Birdy รวมถึงตลาดส่งออก Brand ยังเติบโตได้ ในขณะที่สินค้าน้ำมะพร้าวส่งออก ลูกค้า CMG ยังหดตัวลงทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะยังอยู่ในช่วงปรับปรุงกระบวนการควบคุมคุณภาพตลอดทั้ง Supply Chain โดยในไตรมาสนี้บริษัทมีรายได้รวม +9.5% Q-Q แต่ยัง -15.3% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวมาอยู่ที่ 29.7% (เราคาดไว้ 31%) จาก 27.6% ใน 2Q17 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 35.3% ใน 3Q16
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
MTLS (BUY/18TP: 45), กำไร 3Q17 มีความดีงาม
(views 9)
กำไรสุทธิ 3Q17 ดีกว่าที่คาด MTLS รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 650 ลบ. เพิ่มขึ้น 14%Q-Q และ 62%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองที่ลดลง 15%Q-Q แต่ +120%Y-Y ซึ่งเป็นไปตามคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้น อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญๆยังอยู่ในโมเมนตัมที่ดี อาทิ Loan spread ทรงตัวที่ 20% แม้ว่า CoF เริ่มขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3.2% จาก 2.88% ในไตรมาสก่อน แต่เป็นไปตามที่บริษัทเคยให้ไกด์ไลน์ไว้เนื่องจากการปรับสัดส่วนเงินกู้สู่ระยะยาวมากขึ้น ขณะที่ Loan Yield ขยับขึ้นเช่นกันเนื่องจาก Loan mix ที่ขยับสู่ High-Yield loan มากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
SAT (HOLD/18TP: 22.4), งบ 3Q17 ดีกว่าคาด แต่ Upside จำกัด เปลี่ยนเป็น PCSGH ดีกว่า
(views 7)
กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 225 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% Q-Q และ 34% Y-Y SAT เปิดเผยกำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 225 ล้านบาท ดีกว่าคาดการณ์ของเราที่ 190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลของกลุ่มยานยนต์ที่มักดีในไตรมาส 1 และ 3 ของทุกปี ที่น่าสนใจคือเมื่อเทียบ Y-Y เพิ่มขึ้นถึง 34% แรงหนุนมาจากภาวะอุตสาหกรรมที่สดใสขึ้น ยอดผลิตรถยนต์ในประเทศ 3Q17 อยู่ที่ 526,778 คัน เพิ่มขึ้น 13% Q-Q และ 9% Y-Y และภาคการเกษตรที่ฟื้นตัว ทำให้ยอดผลิตชิ้นส่วนเพื่อเครื่องจักรการเกษตรของ SAT เพิ่มขึ้น 15% Y-Y หนุนรายได้รวมเพิ่มขึ้น 16% Q-Q และ 11% Y-Y ขณะที่ ผลจากการควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต่อเนื่อง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 17.1% จาก 14.8% ใน 2Q17 และ 16.1% ใน 3Q16 กำไร 9M17 อยู่ที่ 531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% Y-Y โดยกำไรดังกล่าวคิดเป็น 85% ของประมาณการทั้งปีนี้ที่ 623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% Y-Y แต่เรายังคงประมาณการเดิมไว้ก่อน เพราะคาดว่า 4Q17 จะชะลอตัวตามฤดูกาล
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
TACC (BUY/18TP: 7.7), กำไร 3Q17 อ่อนตัวลงตามฤดูกาล ต่ำคาดเล็กน้อย
(views 10)
กำไรสุทธิ 3Q17 ไม่สดใส ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 22 ล้านบาท (-29% Q-Q, ทรงตัว Y-Y) ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย (เราคาดไว้ 24 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรอ่อนตัวลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล ซึ่งเป็น Low Season ของธุรกิจ กอปรกับ ส่วนสาเหตุที่กำไรทำได้เพียงทรงตัว Y-Y ถือว่าไม่สดใสนัก แม้รายได้จะยังเติบโตได้ราว 5.8% Y-Y จากการเติบโตตามการขยายของ 7-11 และร้าน All Caf? รวมถึงเริ่มรับรู้รายได้จาการออกสินค้าใหม่ในกัมพูชาแบรนด์ Jump Start และรับรู้รายได้จากการขายโดนัททวิสต์ราว 1 เดือน ซึ่งถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จ สามารถชดเชยการเลื่อนรับรู้รายได้ Sanrio ไปอยู่ใน 4Q17 เมื่อเทียบกับปีก่อนที่รับรู้ใน 3Q16 รวมถึงรายได้จาก Vslim ลดลงจากการลดขนาดธุรกิจ แต่ด้วยการแข่งขันในต่างประเทศที่รุนแรงขึ้น ทำให้มีการทำโปรโมชั่นต่างๆเพื่อกระตุ้นรายได้ ส่วนหนึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 29.8% จาก 30.7% ใน 3Q16 และทำให้ค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้นราว 3.2% แต่ในแง่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 21.2% จาก 21.7% ใน 3Q16 ผลของรายได้ที่เพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
TPIPP (HOLD/18TP: 8.7), ผลประกอบการสดุดเล็กน้อยจากโรงงานปูนหยุดซ่อม
(views 7)
ประกาศกำไรไม่น่าตื้นเต้น ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 593 ล้านบาท (-16% Q-Q, +109% Y-Y) ทั้งนี้ หากหักรายการพิเศษ กำไรปกติอยู่ที่ 550 ล้านบาท (-20% Q-Q, +107% Y-Y) ต่ำกว่าที่ตลาดคาด โดยผลประกอบการที่อ่อนแอมาจากปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่ลดลงเพราะโรงงานปูนมีการหยุดซ่อมทำให้ความร้อนทิ้งจากกระบวนการผลิตปูนเพื่อนำมาผลิตไฟฟ้าลดลง ประกอบกับไตรมาสนี้มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
WORK (HOLD/18TP: 103), กำไรปกติ 3Q17 โตก้าวกระโดด Y-Y ใกล้เคียงคาด
(views 7)
กำไรสุทธิ 3Q17 เพิ่มเล็กน้อย 1.9% Q-Q แต่โตก้าวกระโดด 251.8% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 380 ล้านบาท ใกล้เคียงเราคาด แต่ดีกว่าตลาดคาดเล็กน้อย เป็นระดับสูงสุดของปีอีกครั้ง เพิ่ม 1.9% Q-Q และ 251.8% Y-Y กำไรปกติ 385 ล้านบาท เพิ่ม 1.9% Q-Q, 226.2% Y-Y กำไรโตเล็กน้อย Q-Q ตัวหนุนหลักคือธุรกิจทีวีดิจิตอล (สัดส่วนรายได้ 89%) ที่รายได้เพิ่ม 1.2% Q-Q, 46.4% แม้อัตราการใช้เวลาโฆษณาลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 75% เป็นระดับประมาณ 72.5% ตามฤดูกาล แต่ยังสามารถปรับขึ้นค่าโฆษณาได้เล็กน้อย กำไรโตสูง Y-Y จากความสามารถในการปรับค่าโฆษณาเฉลี่ยได้เพิ่มเป็นประมาณ 81,000 บาท/นาที จากไตรมาสก่อนที่ 75,000 บาท/นาที และ 3Q16 ที่ 52,000 บาท/นาที รวมทั้งมีส่วนแบ่งรายได้จาก Digital Media ที่ 76 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนที่ 76 ล้านบาท แต่เพิ่มสูงจากเพียง 10 ล้านบาท ใน 3Q16 ขณะที่กำไรขั้นต้นจากการจัดละครเวทีและคอนเสิรต์เพิ่มจากไตรมาสก่อนเล็กน้อย โดยรวม ทำให้ Gross margin เพิ่มเป็น 60.6% จากไตรมาสก่อนที่ 59.8% และ 3Q16 ที่ 44.6%
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
SPALI (BUY/18TP: 28), คาดกำไร 2H17 โดดเด่น Backlog สูงรองรับรายได้ถึงปี 2021
(views 8)
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q17 +31.1% Q-Q, +105.4% Y-Y โดยมีกำไรพิเศษประมาณ 180 ล้านบาท แต่ถึงหักรายการดังกล่าวออก กำไรปกติก็เติบโตโดดเด่น คาด +20.3% Q-Q, 88.4% Y-Y จากการเริ่มโอนโครงการที่สร้างเสร็จ 5 โครงการ มูลค่ากว่า 9 พันล้านบาท แนวโน้ม 4Q17 จะยังสดใสใกล้เคียง 3Q17 โดยรวมทั้งปี 2017 เราคาดกำไรสุทธิเติบโต 12.5% Y-Y แนวโน้มการเติบโตปี 2018-19 จะยิ่งดีขึ้นจาก Backlog ที่มีสูงถึงเกือบ 4 หมื่นล้านบาท ประกอบการยอดขายในช่วงที่ผ่านมาที่ทำได้อย่างแข็งแกร่ง เราคาดกำไรสุทิปี 2018 +9.9 Y-Y ส่วน EPS คาดลดลง 12% Y-Y จากผลของการแปลงสภาพของ SPALI-W4 อย่างไรก็ตาม ด้วยยอดขายและ Backlog ที่แข็งแกร่ง รองรับรายได้ได้อีก 4 ปีข้างหน้า และโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแรง ทำให้เราประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของ SPALI ด้วย PE 10 เท่า ได้ราคาปี 2018 ที่ 28 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันมี upside กว่า 10% และคาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินปันผลอีกกว่า 4% ในปีหน้า จึงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2017
ADB (IPO:1.69/18TP: 2.3), กำลังรุกตลาดกาวและยาแนว และขยับหากลุ่มการแพทย์
(views 11)
ADB เป็นผู้ผลิตกาวและยาแนว และเม็ดพลาสติกพีวีซีคอมปาวด์ที่ใช้ในการผลิตสายไฟและเคเบิ้ล ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มมีสัดส่วนรายได้ใกล้เคียงกันคือราว 50% ของรายได้รวม โดยในส่วนของกาวและยาแนว นอกจากจะมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ยังมีโอกาสเติบโตจากตลาดส่งออก (30% ของรายได้รวม) ที่มีความต้องการจากประเทศกำลังพัฒนา และอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกที่ยังมีการเติบโต ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ DIY ที่ใช้ในครัวเรือนก็น่าจะได้ผลดีจากกำลังซื้อในประเทศที่เริ่มฟื้น ส่วนพีวีซีคอมปาวด์ ในอดีตที่ผ่านมาโตไม่สูง แต่หลังจากนี้คาดว่าจะเร่งตัวขึ้น จากการเริ่มผลิตเม็ดพลาสติกเพื่อใช้ในทางการแพทย์ โดยคาดว่าจะส่งผลบวกต่อกำไรอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2018 เราคาดกำไรสุทธิปีนี้ –78% Y-Y จากวัตถุดิบที่ผันผวนสูงอย่างผิดปกติ ก่อนจะ +318% Y-Y ในปี 2018 ประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 อิง PE เฉลี่ยของกลุ่มที่ 20 เท่า ได้ 2.30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2017
FTE (BUY/18TP: 5), กำไร 3Q17 ร้อนแรงตามคาด ราคาหุ้นควรถูกปลดล็อก “ซื้อ”
(views 13)
กำไรสุทธิ 3Q17 กระชากแรง 47% Q-Q และ 92% Y-Y กำไร 3Q17 อยู่ที่ 40 ล้านบาท ใกล้เคียงกับคาดการณ์ของเราที่ 39 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นถึง 47% Q-Q และ 92% Y-Y ซึ่งดีตั้งแต่บรรทัดแรกสุด รายได้จากการขายพลิกกลับมาโต 29% ทั้ง Q-Q และ Y-Y ครั้งแรกในรอบ 3 ไตรมาส อยู่ที่ 195 ล้านบาท ดั่งที่เราได้ตั้งข้อสังเกตไว้ในช่วงออกบทวิเคราะห์คาดการณ์ผลประกอบการ ว่ายอดขายอุปกรณ์ดับเพลิงให้กับกลุ่มผู้รับเหมา มีโอกาสกลับมาขยายตัวตามการเร่งโอนคอนโดฯ ขณะที่ รายได้จากงานติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงอัตโนมัติเพิ่มขึ้น 30% Q-Q และ 69% Y-Y อยู่ที่ 83 ล้านบาท จากการเร่งรับมอบงานของภาครัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่คือ กฟผ. เพื่อให้ทันกับรอบปีงบประมาณ
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2017
ICHI (SELL/18TP: 8.4), กำไร 3Q17 ต่ำกว่าคาดมาก อัตรากำไรขั้นต้นน่าผิดหวัง
(views 9)
กำไร 3Q17 ฟื้นตัวได้ แต่ต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 69 ล้านบาท (-23.3% Q-Q, +115.6% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 168 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาสก่อน จะมีกำไรปกติ 3Q17 ค่อนข้างทรงตัว Q-Q ทั้งที่ปกติ 3Q จะเป็นช่วง Low Season แม้กำไรในไตรมาสนี้จะฟื้นตัว Y-Y ได้ตามคาด แต่การฟื้นตัวยังไม่สดใสนัก สิ่งที่ดีคือ รายได้ส่งออกปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 452 ล้านบาท (+20% Q-Q) เทียบกับปีก่อนที่มีรายได้เพียง 3 ล้านบาท โดยมาจากการขยายตัวของตลาด CLMV เป็นหลัก แต่รายได้ในประเทศยังอ่อนแอโดยลดลง 5% Q-Q ทั้งที่มีการทำโปรโมชั่นใน 3Q17 (รหัสทองปลดหนี้ หมื่น แสน ล้าน) และลดลง 9.3% Y-Y อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผิดไปจากที่คาดในไตรมาสนี้อย่างมากคือ อัตรากำไรขั้นต้นที่ทำได้เพียง 23.9% แม้เพิ่มขึ้นจาก 22.9% ใน 2Q17 และ 19.6% Y-Y แต่ต่ำกว่าที่เราคาดว่าจะฟื้นตัวมาอยู่ที่ 31% ทั้งที่บริษัทควรมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่านี้ เพราะมีการปรับกลยุทธ์ลดการทำโปรโมชั่นด้านราคาในประเทศลงค่อนข้างมาก เชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจากการหยุดผลิตสินค้า (เพื่อสต็อก) ชั่วคราวเพื่อรอดูความชัดเจนของภาษีเครื่องดื่มฉบับใหม่ นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายขยับขึ้นโดยมาจากการทำโปรโมชั่น แต่รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจที่อินโดนีเซียลดลงเป็น -18 ล้านบาท จาก -39 ล้านบาทใน 2Q17 แต่เพิ่มขึ้นจาก -12 ล้านบาทใน 3Q17
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2017
IT (BUY/18TP: 6.9), กำไรสุทธิ 3Q17 ดีสุดใน 22 ไตรมาส ปรับเป้าขึ้นเป็น 6.90 บาท
(views 14)
กำไรสุทธิ 3Q17 ออกมาดีมาก เพิ่มขึ้น 13% Q-Q และ 96% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% Q-Q และ 96% Y-Y ยอดขายเพิ่มขึ้นแบบ Y-Y เป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกันอีก 3% อยู่ที่ 1,276 ล้านบาท จากกระแสขุดบิทคอยน์ที่ทำให้ยอดขายการ์ดจอและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์กลับมาขยายตัว รวมถึงการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่หลายยี่ห้อ เช่น Note 8 ที่หนุนให้ IT City Mobile ยังขยายตัวแรง ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 12.6% จาก 12.4% ใน 2Q17 และ 12.3% ใน 3Q16 จากแผนลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่หน้าร้านที่ทำได้ดีขึ้นต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2017
PLANB (HOLD/18TP: 7.1), กำไร 3Q17 เพิ่ม Q-Q, Y-Y ดีตามคาด รอดีล M&A เพิ่ม
(views 11)
กำไร 3Q17 เพิ่ม 24.1% Q-Q, 22.8% Y-Y ตามคาด เป็นระดับสูงสุดของปี กำไร 3Q17 ที่ 150 ล้านบาท ตามคาดของเราและ Consensus เพิ่ม 24.1% Q-Q, 22.8% Y-Y จากอัตราการใช้สื่อโฆษณา (Utilization rate) เพิ่มเป็น 75% จากไตรมาสก่อนที่ 70% และ 3Q16 ที่ 60% จากปัจจัยฤดูกาล และการกลับมาใช้สื่อที่พัฒนาในช่วงที่ผ่านมามากขึ้น และลูกค้าซื้อล่วงหน้า Gross margin เพิ่มเป็น 38.1% จากไตรมาสก่อนที่ 36.1% และ 3Q16 ที่ 37.2%
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2017
PTTGC (BUY/18TP: 89), ผลประกอบการแข็งแกร่งตามคาด
(views 8)
ประกาศกำไรใกล้เคียงคาด ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 1.0 หมื่นล้านบาท (+51% Q-Q, +60% Y-Y) ส่วนกำไรปกติเท่ากับ 9.7 พันล้านบาท (+54% Q-Q, +64% Y-Y) แข็งแกร่งตามที่ตลาดคาด แข็งแกร่ง โดย 1. อัตราการใช้กำลังผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานลดลง และ เห็นผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพโรงงาน 2. ด้าน margin ของการดำเนินงานหลักถือว่าปรับตัวดีขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y โดยเฉพาะจากโรงกลั่น ขณะที่โอเลฟินส์ margin ขยับขึ้นเล็กน้อย แต่อะโรมาติกส์ปรับลดลงเพราะอุปทานในตลาดเพิ่มขึ้นหลังโรงงานในภูมิภาคกลับมาจากหยุดซ่อมโรงงาน 3. ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากรับรู้ส่วนแบ่งจากบริษัทที่ซื้อมาจาก PTT เป็นไตรมาสแรก โดยเฉพาะในส่วนของบริษัท HMC และ PTTAC ทำให้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มเป็น 875 ล้านบาท (+195% Q-Q, 642% Y-Y) 4. กำไรสต๊อกน้ำมัน 963 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 1,104 ล้านบาทใน 2Q17 และ กำไร 580 ล้านบาทใน 3Q16 ทั้งนี้ มีรายการพิเศษ 244 ล้านบาท จาก fx และ hedging หากคิดเฉพาะกำไรปกติจะเท่ากับ 9.7 พันล้านบาท (+54% Q-Q, +64% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2017
SWC (BUY/18TP: 17.5), กำไร 3Q17 ร้อนแรงตามคาด ราคาหุ้นควรถูกปลดล็อก “ซื้อ”
(views 10)
กำไรสุทธิ 3Q17 ดีสุดในรอบ 6 ไตรมาส กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 35% Q-Q และ 74% Y-Y ยอดขายลดลง 21% Y-Y เหลือ 320 ล้านบาท ตามฤดูกาลที่เป็นช่วงปลายหน้าฝน แต่เมื่อเทียบ Y-Y ยังเพิ่มขึ้นได้ดี 11% จากการเพิ่มช่องทางขายและกำลังซื้อที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น ที่ดีมากคือ การขยับขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นเป็น 41.1% จาก 38% ใน 2Q17 และ 38.2% ใน 3Q16 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากเงินบาทที่แข็งค่า 3% Q-Q จากการที่ SWC นำเข้าวัตถุดิบโดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์กว่า 60% ของต้นทุนรวม และคาดว่าจะเป็นผลจากการปรับโครงสร้างองค์กรที่เริ่มนิ่ง หลังทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง เข้ามาถือหุ้น 69.41% กำไรสุทธิ 9M17 อยู่ที่ 144 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% Y-Y คิดเป็น 80% ของประมาณการทั้งปีที่ 177 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% Y-Y เรายังเลือกคงประมาณการเดิมไว้ก่อน เพราะไตรมาส 4 ของทุกปีมักเป็นช่วงที่กำไรชะลอจากบันทึกค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าปกติ
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2017
EA (HOLD/18TP: 47), คาดกำไร 3Q17 นิวไฮ ปรับเป้าเป็นปีหน้ารวมแบตฯได้ 47 บาท
(views 9)
จากโรงไฟฟ้าพลังงานลมครบทั้ง 3 โครงการสำหรับปีนี้รวม 126MW ชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษจากค่าธรรมเนียมรีไฟแนนซ์เงินกู้ด้วยหุ้นกู้ และดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นหลังจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว เราคาดกำไร +15% Q-Q, +55% Y-Y แนวโน้มกำไรจะสดใสต่อเนื่องใน 4Q17 เพราะกระแสลมที่ดีมาก เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-20 ขึ้น 5-7% จากการรวมโครงการแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าและสถานีชาร์จไฟรถยนต์ และปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 47 บาทจากเป้าปีนี้ที่ 33 บาท แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาจน upside ต่ำกว่า 10% จึงแนะนำถือ
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2017
TFG (HOLD/18TP: 6.4), กำไร 3Q17 ทำจุดสูงสุดใหม่ และจะเป็นจุดสูงสุดของปีนี้
(views 10)
กำไรปกติ 3Q17 แข็งแกร่ง ทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 701 ล้านบาท (+16.4% Q-Q, +31.8% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 21 ล้านบาท และขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมพันธุ์สัตว์ 11 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 733 ล้านบาท (+20% Q-Q, +23% Y-Y) ทำจุดสูงสุดใหม่ ถือเป็นการเติบโตสอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาล โดยเติบโตทั้งธุรกิจไก่ (สัดส่วนรายได้ 65% ของรายได้รวม) ในส่วนของปริมาณขายและราคาขาย โดยเฉพาะการส่งออกที่เติบโตดี ในขณะที่ธุรกิจหมู (สัดส่วนรายได้ 25% ของรายได้รวม) เติบโตในส่วนของปริมาณขายตามการขยายกำลังการผลิต แต่ถูกลดทอนบางส่วนจากราคาขายที่อ่อนตัวลงทั้งในไทยและเวียดนาม ส่งผลให้รายได้รวมเติบโตได้ 13.6% Q-Q และ 26.1% Y-Y ในขณะที่ราคาวัตถุดิบยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีต่อเนื่องมาอยู่ที่ 17.6% เพิ่มขึ้นจาก 17.2% ใน 2Q17 และทรงตัวเท่ากับ 3Q16 ช่วยหนุนให้กำไรในไตรมาสนี้เติบโตแข็งแกร่ง
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2017
KCE (SELL/18TP: 84), ปี 2018 สถานการณ์ยังท้าทายสำหรับบริษัท
(views 12)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนไปในทางลบ ปี 2018 ยังค่อนข้างท้าทายสำหรับบริษัท แม้ต้องเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาทองแดงที่ล่าสุดได้ทำจุดสูงสุดในรอบ 3 ปี แต่การปรับขึ้นราคาขายกับลูกค้าทำได้ยากมาก เพราะส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับ Demand Supply ของอุตสาหกรรม ในขณะที่คู่แข่งอย่างจีนได้รับผลดีจากค่าเงินหยวนอ่อนค่า จึงได้เปรียบบริษัทที่เจอบาทแข็ง ส่งผลให้ท้ายที่สุดบริษัทจึงต้องปรับลดราคาขายสำหรับปีหน้ากับลูกค้าเรียบร้อยแล้ว (ปกติเจรจากันปีละครั้ง) ทั้งนี้เรามีมุมมองระมัดระวังต่อแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบในปีหน้าว่าจะยังทรงตัวสูงถึงปรับขึ้น จึงปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้และปีหน้าลง และจากกำไรที่อ่อนแอลงใน 3Q17 และแนวโน้มกำไร 4Q17 น่าจะแผ่วลงต่อ เราจึงปรับลดกำไรปกติปี 2017 ลง 19% เป็นกำไรที่จะหดตัวลงครั้งแรกในรอบ 5 ปีราว -20.4% Y-Y และปรับลดกำไรปี 2018 ลง 13% โดยคาดจะกลับมาเติบโตราว 24% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปี 2018 เป็น 84 บาท จาก 97 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ราคาหุ้นเต็มมูลค่าแล้ว จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ขาย จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2017
AIT (BUY/18TP: 32), กำไร 3Q17 โตในอัตราเร่ง
(views 15)
กำไรปกติ 3Q17 เร่งตัวขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y AIT ประกาศกำไรปกติ 3Q17 ออกมาที่ 123 ลบ. +17.2% Q-Q, +21% Y-Y ซึ่งเติบโตเร่งตัวขึ้น จากรายได้ที่เติบโตอย่างโดดเด่น 20.8% Q-Q และ 43.6% Y-Y ซึ่งเกิดจากการส่งมอบงานขนาดใหญ่หลายโครงการโดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการอินเตอร์เน็ตหมูบ้าน อย่างไรก็ตามเนื่องจากโครงการดังกล่าวมีอัตรากำไรที่ไม่สูงนัก จึงส่งผลให้ Gross Margin 3Q17 หดตัวลงเหลือ 18% จาก 20.2% และ 25.2% ใน 2Q17 และ 3Q16 ตามลำดับ (ระดับปกติของ AIT ในอดีตอยู่ที่ราว 23-24%)
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2017
ATP30 (BUY/18TP: 2), กำไร 3Q17 ทำระดับสูงสุดใหม่
(views 11)
กำไรสุทธิ 3Q17 เติบโตดีตามคาด ATP30 ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 8.4 ล้านบาท (+54% Q-Q, +5% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y มีแรงหนุนมาจากรายได้จากการให้บริการที่โต +8% Q-Q, +13% Y-Y ตามการต่อสัญญาของลูกค้ารายเดิม และเริ่มให้บริการลูกค้ารายใหม่อย่าง Autoliv และบริษัทในเครือของ SCCC ในเดือนก.ย. 2017 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 25% จาก 23% ใน 2Q17 และ 23.6% ในปีก่อน เนื่องจากมีการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านต้นทุนน้ำมันโดยใช้ระบบ Fleet management แบบ Real time และมี One-Time Expense จากค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงรถลดลงจาก 1H17 เนื่องจากจำนวนรถที่ต้องปรับปรุงสภาพใหม่เหลือเพียง 3 คัน
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2017
PDG (BUY/18TP: 4.7), กำไร 3Q17 ชะลอต่อเนื่อง แต่คาดว่าจะพลิกกลับมาฟื้นใน 4Q17
(views 13)
กำไรสุทธิ 3Q17 ออกมาน่าผิดหวัง จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 14 ล้านบาท ลดลง 17% Q-Q และ 38% Y-Y แรงกดดันเริ่มตั้งแต่รายได้ที่ลดลง 4% Q-Q และ 6% Y-Y ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ทำให้คำสั่งซื้อชะลอตัวต่อเนื่องจาก 2Q17 กอปรกับ ลูกค้ากลุ่มน้ำผลไม้และน้ำหวานที่เคยสั่งซื้อจำนวนมาก ยังไม่สามารถแก้ไขกระบวนการผลิตเพื่อเปลี่ยนจากการใช้ขวดแก้วเป็นขวดพลาสติกได้ อีกทั้ง ต้นทุนเม็ดพลาสติก PET แม้จะลดลงจาก 2Q17 ราว 19% แต่เพราะ 3Q17 ยังใช้ต้นทุนเก่า จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 19.5% จาก 21.1% ใน 2Q17 และ 25.4% ใน 3Q16 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 8 ไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2017
PCSGH (BUY/18TP: 9.6), ราคาหุ้นยังไม่ตอบสนองงบ 3Q17 ที่คาดว่าจะออกมาสดใส “ซื้อ”
(views 14)
แนะนำซื้อ PCSGH ปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 9.60 บาท อิง PE เฉลี่ย 20 เท่า ปัจจัยหนุนคือกำไรสุทธิ 3Q17 ที่คาดทำจุดสูงสุดในรอบ 10 ไตรมาส เพิ่มขึ้น 13% Q-Q และ 202% Y-Y อยู่ที่ 182 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของยอดผลิตรถยนต์ในประเทศ ซึ่งคาดว่าโมเมนตัมยังดีต่อเนื่องใน 4Q17 ต่างจากกลุ่มยานยนต์ที่อาจชะลอตัว โดยเป็นผลจากการที่ PCSGH ผันตัวเองไปรับงาน Non-Auto ที่มีอัตรากำไรสูงมากขึ้น เราคาดกำไรสุทธิปีนี้โต 69% Y-Y อยู่ที่ 645 ล้านบาท และโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 15% ในปี 2018-2019 ราคาหุ้นยังไม่ตอบรับงบที่คาดออกมาดีเท่าที่ควร PE2018 อยู่ที่ 14 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตัวเองที่ 20 เท่า และกลุ่มยานยนต์ที่ 16 เท่า ขณะที่ การเคลื่อนไหวของราคาหุ้น 1 เดือนล่าสุด ลบ 2% MTD แย่กว่ากลุ่มที่บวก 3% MTD ทั้งที่ PCSGH มีอัตราการเติบโตและอัตรากำไรสุทธิสูงกว่ากลุ่มเกือบเท่าตัว อีกทั้ง ฐานะทางการเงินยังแข็งแกร่งเป็น Net Cash มีเงินสดในมือสูงราว 1 บาทต่อหุ้น และปันผลสม่ำเสมอ 5-6% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2017
CPN (BUY/18TP: 93), กำไรหลักใน 3Q17 ตามคาด จะเริ่มเร่งตัวตั้งแต่ 4Q17
(views 9)
กำไรปกติ 3Q17 ทรงตัว Q-Q, +6% Y-Y เพราะปิดปรับปรุงหลายศูนย์ ตามคาด
ใน 3Q17 CPN ได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันการก่อการร้าย 3.5 พันล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิเป็น 5,982.7 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษดังกล่าวออก กำไรปกติ 3Q17 จะเป็น 2,482.7 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q และ +6.0% Y-Y เป็นไปตามคาด ผลประกอบการในไตรมาสนี้ได้รับผลกระทบจากการปิดปรับปรุงศูนย์การค้าหลายแหล่ง หลักๆคือที่เซ็นทรัลเวิลด์ซึ่งทำให้ Occupancy rate ลดลงเหลือ 83% จากปกติ 92-95% และฉุดให้รายได้ค่าเช่าซึ่งเป็นรายได้หลัก (90% ของรายได้รวม) แทบไม่โต -0.9% Q-Q, +2.5% Y-Y นอกจากนี้ การปิดปรับปรุงเซ็นทรัลพลาซ่าพระราม 2 พระราม 3 และที่เชียงใหม่แอร์พอร์ต ซึ่งอยู่ภายใต้กองทุน CPNRF ทำให้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงเช่นกัน +0.9% Q-Q, -8.0% Y-Y อย่างไรก็ตาม EBITDA margin ยังรักษาไว้ได้ในระดับสูง 59.4% เพิ่มขึ้นจาก 58.1% ใน 2Q17 และ 57.9% ใน 3Q16
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2017
BIG (BUY/18TP: 5), กำไร 3Q17 แย่กว่าที่เราคาด 18% แต่ยังมีหวังฟื้นตัวใน 4Q17
(views 18)
กำไรสุทธิ 3Q17 ทำได้เพียง 132 ล้านบาท แย่กว่าที่เราคาด 18% รายได้รวมไม่ได้ชะลอตัวมากนัก ลดลงเพียง 1% Q-Q และเพิ่มขึ้น 11% Y-Y อยู่ที่ 1,322 ล้านบาท แต่ที่ยังมีปัญหาคือ การทรุดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งลดลงเหลือ 29% จาก 30% ใน 2Q17 และ 29.2% ใน 3Q16 ผนวกกับ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มเป็น 16.7% ของรายได้รวม จาก 15.7% ใน 2Q17 และ 16% ใน 3Q16 จึงทำให้กำไรสุทธิทรุดเหลือ 132 ล้านบาท ลดลง 15% Q-Q แต่เมื่อเทียบ Y-Y โตได้ 5% เพราะฐานปีก่อนต่ำ ซึ่งทั้งหมดเป็นผลจากกำลังซื้อที่ชะลอ เนื่องจากกล้องและอุปกรณ์เป็นสินค้าเทคโนโลยีราคาสูง จึงมีความอ่อนไหวต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจ (ชั่วคราว) มากกว่าสินค้าไอทีอื่น ทำให้ BIG ต้องจัดกิจกรรมทางการตลาดมากกว่าปกติ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นแรง เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้กำไรออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ของเรา 18%
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2017
TU (BUY/18TP: 23), กำไรหลักใน 3Q17 ไม่สดใสนัก แต่จะกลับมาโตอีกครั้งใน 2018
(views 11)
กำไรสุทธิ 3Q17 ดีกว่าคาด จากรายการพิเศษ แต่กำไรหลักไม่สดใส กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 1,737 ล้านบาท (+23.1% Q-Q, +9% Y-Y) ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 1,541 ล้านบาท) หากไม่รวมรายการพิเศษหลายรายการได้แก่ กำไรอัตราแลกเปลี่ยน 275 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายย้ายออฟฟิศที่ US 53 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างธุรกิจที่กาน่า 80 ล้านบาท, เงินประกันจากอุบัติเหตุที่โรงงานกาน่า 134 ล้านบาท, รายการเครดิตภาษี 136 ล้านบาท จากการลงทุนใน Red Lobster และกำไรจากธุรกิจที่ยกเลิก 10 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,315 ล้านบาท (-9.4% Q-Q, -19.1% Y-Y) ถือเป็นกำไรที่ไม่สดใส แม้จะเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และมีการปรับขึ้นราคาสินค้าบ้างแล้ว ทำให้รายได้รวมทำจุดสูงสุดใหม่ที่ US$1,054 ล้าน (+3.8% Q-Q, +4.5% Y-Y) แต่ยังไม่ทันกับการปรับขึ้นของราคาวัตถุดิบ โดยราคาปลาทูน่า +14% Q-Q, +40.3% Y-Y มาอยู่ที่ US$2,010 ต่อตัน ถือเป็นระดับราคาสูงสุดในรอบ 4 ปี กอปรกับค่าเงินบาทแข็งค่า ในขณะที่ปริมาณขายลดลงเพราะลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ ได้กระทบต่อไปยังอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ปรับลดลงเป็น 13.2% จาก 13.4% ใน 2Q17 และ 14.1% ใน 3Q16 ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 9.5% จาก 8.7% ใน 2Q17 และ 3Q16 แต่สิ่งที่ดีคือ รายได้อื่นปรับสูงขึ้น +44% Q-Q, +328% Y-Y จากส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก Avanti Feeds ในอินเดีย และดอกเบี้ยรับจากการถือหุ้นบุริมสิทธิใน Red Lobster
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2017
SPRC (SELL/18TP: 16.7), กำไรแข็งแกร่งแต่ราคาสะท้อนไปแล้ว
(views 12)
ประกาศกำไรแข็งแกร่งตามคาด ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 2,819 ล้านบาท (+375% Q-Q, +141% Y-Y) แข็งแกร่งตามที่ตลาดคาด โดยสาเหตุหลักจาก 1. ค่าการกลั่นตลาด (market GRM) ที่สูงขึ้นเป็น US$8.9/bbl เพราะได้ประโยชน์จากอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดหลายภูมิภาคหายไปอย่างกะทันหันเพราะการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานตามแผน โรงกลั่นไฟไหม้ และ ผลกระทบจากภัยธรรมชาติ 2. ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นจาก US$49.8/bbl เป็น US$50.5/bbl ทำให้มีกำไรจากสต๊อกน้ำมันราว 4 ร้อยล้านบาท 3. อัตราการใช้กำลังผลิตกลับมาอยู่ระดับปกติที่ 98% หลังไตรมาสก่อนมีการหยุดซ่อมนอกแผน ส่วนรายการพิเศษ เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจึงส่งผลให้เกิดกำไรจาก fx 225 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2017
INTUCH (BUY/18TP: 67.5), กำไร 3Q17 ฟื้นตาม ADVANC
(views 9)
กำไร 2Q17 ลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y INTUCH ประกาศกำไรปกติ 3Q17 ออกมาที่ 2,918 ลบ. +1.9% Q-Q, +10.8% Y-Y กลับมาฟื้นตัวได้ตามผลการดำเนินงานของ ADVANC ที่ประกาศออกมาวานนี้ที่กลับมาเติบโต Y-Y ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาสจากรายได้ที่เติบโตค่อนข้างดีและควบคุมค่าใช้จ่ายทางการตลาดได้ดีขึ้น ขณะที่ THCOM ยังเป็นตัวถ่วงผลการดำเนินงานจากอุตสาหกรรมที่เป็นขาลงส่งผลให้รายได้และกำไรหดตัวอย่างมีนัยยะถึงขั้นเกือบจะขาดทุน
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2017
IRPC (BUY/18TP: 7.4), โดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ
(views 11)
ประกาศกำไรแข็งแกร่งตามคาด ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 3,248 ล้านบาท (+165% Q-Q, +149% Y-Y) แข็งแกร่งตามคาด โดยกำไรสุทธิที่ออกมาโดดเด่นสาเหตุหลักมาจาก margin ของธุรกิจโรงกลั่น และ กำไรสต๊อกน้ำมัน สำหรับผลการดำเนินงานหลักถือว่าขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดย margin ธุรกิจหลัก (market GIM) เพิ่มเป็น US$15.1/บาร์เรล หลักๆมาจากการเพิ่มขึ้นของธุรกิจโรงกลั่นตามค่าการกลั่นที่ปรับขึ้นโดดเด่นเพราะอุปทานในตลาดหลายแห่งลดลงอย่างกะทันหัน ขณะที่ margin ธุรกิจปิโตรเคมียังถือว่าอยู่ในระดับสูงเพราะได้แรงหนุนจากกลุ่ม styrenics อีกทั้ง อัตราใช้กำลังการผลิตยังเพิ่มขึ้นเป็น 93% (+67% Q-Q, +7% Y-Y) ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เพราะเป็นการเห็นผลจากการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบที่ขยับขึ้นยังส่งผลมีกำไรสต๊อกน้ำมันเข้ามาอีก 1,098 ล้านบาท ทำให้ accounting GIM เพิ่มเป็น US$16.1/บาร์เรล
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2017
AAV (BUY/18TP: 7.3), คาดกำไร 3Q17 ฟื้นตัว แม้ถูกกดดันจากปัจจัยฤดูกาล
(views 10)
คาดกำไรปกติ 3Q17 ฟื้นตัว เพิ่มขึ้น 49% Q-Q แต่ลดลง 41% Y-Y เป็น 209 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากจำนวนผู้โดยสารที่ขยายตัวเป็น 4.9 ล้านคน (+5% Q-Q, +14% Y-Y) และLoad Factor ที่ 85% ส่วนสาเหตุหลักของกำไรที่คาดหดตัว Y-Y มาจากค่าโดยสารเฉลี่ยต่อคนที่คาดลดลง 6% Y-Y หลังถูกกดดันจากการแข่งขันราคาตั๋วที่รุนแรง และการปรับอัตราภาษีน้ำมันเครื่องบิน รวมถึงต้นทุนการดำเนินงานทีคาดเพิ่มขึ้น 13% Y-Y จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของฝูงบิน ขณะที่แนวโน้มกำไรใน 2 ไตรมาสข้างหน้าคาดโตโดดเด่น จากการเข้าสู่ช่วง High Season ของการท่องเที่ยว คงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ที่ 1,577 ล้านบาท หดตัว 16% Y-Y ก่อนจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง +12% Y-Y ในปีหน้า เรายังเลือก AAV เป็น Top Pick ของกลุ่มจากศักยภาพในการทำกำไรที่แข็งแกร่งที่สุด และรับอานิสงค์นักท่องเที่ยวที่โตสดใส จากการครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งของประเทศ คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 7.30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2017
CMO (BUY/18TP: 3), เจ้าพ่ออีเว้นท์กำลังกลับมา ตามการฟื้นตัวของสื่อทุกชนิด
(views 11)
เราเริ่มต้นวิเคราะห์ CMO ด้วยการแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 3.00 บาท อิง PE เฉลี่ยในอดีตที่ 17 เท่า โดยคาดหวังการฟื้นตัวของผลประกอบการตามการใช้สื่อต่างๆที่เพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากจะทำให้ได้งานมากขึ้นแล้ว ยังเพิ่มอัตรากำไรจากการแข่งขันที่ลดลง จุดแข็งของ CMO อยู่ที่การจัดอีเว้นท์ขนาดใหญ่และให้เช่าอุปกรณ์ รายได้หลักมาจากงบส่งเสริมการขายและการจัดงานแสดงสินค้าของภาคเอกชน ซึ่งกำลังกลับมาขยายตัวตามความเชื่อมั่นที่สูงขึ้น ส่วนแนวโน้ม 3Q17 อาจไม่ขาดทุนหนักเหมือนไตรมาส 3 ปีก่อนๆ เพราะธุรกิจที่ไปลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงเริ่มขาดทุนลดลง ขณะที่ 4Q17 คาดว่ากำไรจะเร่งตัวเพราะเป็น High Season ของการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ซึ่ง CMO มีงานในมือที่รอรับรู้อีกราว 500 ล้านบาท เราคาดกำไรปีนี้ 35 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 41 ล้านบาทในปีก่อน และคาดโตอีก 26% Y-Y อยู่ที่ 44 ล้านบาทในปีหน้า ราคาปัจจุบันซื้อขายใกล้มูลค่าทางบัญชี และคิดเป็น PE2018 เพียง 13 เท่า แถมปันผลสูง 6% ต่อปี ถือเป็นหุ้น Turnaround อีกตัวที่ Downside จำกัดมาก แม้ราคาจะขยับขึ้นจากจุดต่ำสุดมาระดับหนึ่งแล้วก็ตาม
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2017
BBL (BUY/18TP: 230), คาดฐานกำไรยกขึ้นในปี 2018
(views 11)
เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อ BBL โดยคาดหวังการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Bancassurance จะยกฐานกำไรของ BBL ให้เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ในปี 2018 และจะเป็นฐานกำไรใหม่ที่จะมีโอกาสเติบโตได้อีกในอนาคต โดยเรามีความเชื่อมั่นสูงจากความร่วมมือกันระหว่าง BBL และ AIA ในการทำธุรกิจ Bancassurance จะทำให้ BBL เพิ่มฐานรายได้ค่าธรรมเนียมให้เทียบเท่าธนาคารในระดับเดียวกัน โดยเราคาดการณ์ Fee income +16%Y-Y ในปี 2018 และกำไรสุทธิในปี 2018 +15.5%Y-Y หนุนด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจากภาคการลงทุนซึ่งจะเอื้อประโยชน์ต่อ BBL มากที่สุด เราคงคำแนะนำ ซื้อ โดยคงราคาเหมาะสมที่ 230 บาท
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2017
ORI (BUY/18TP: 27), คาดกำไรสุทธิ 3Q17 +124% Q-Q, +237% Y-Y และสดใสมากในปีหน้า
(views 8)
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q17 ทำสถิติสูงสุด +124 Q-Q, +237% Y-Y จากรายได้โอนที่สูงถึง 1.6 พันล้านบาท บวกกับกำไรพิเศษจากการขายหุ้นให้ JV แนวโน้ม 4Q17 โดดเด่นต่อเนื่องจากการเริ่มโอนคอนโด Park 24 และยังมีกำไรจากการขายหุ้นอีกก้อนหนึ่ง การเติบโตดังกล่าวดีกว่าที่เราเคยคาดก่อนหน้านี้ เราปรับประมาณการกำไรปี 2017-18 ขึ้น 5-15% เป็นกำไรสุทธิปี 2017 ที่โตสูงถึง +230% และปี 2018 โตต่อเนื่อง 43% นอกจากรายได้โอนที่มีต่อเนื่องแล้ว การขยายธุรกิจในรูปแบบ JV ช่วยลดข้อจำกัดด้านแหล่งเงินลงทุน ทำให้บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจาก JV (เราคาดขาดทุนเล็กน้อยในช่วง 2 ปีแรก) และค่าบริหารโครงการ และเป็นรายได้ในลักษณะ Recurring มากขึ้น เราปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 27 บาท อิง PE 18 เท่าหรือ PEG เพียง 0.5 และอยู่บนสมมติฐาน ORI-W1 แปลงสภาพทั้งหมดในปีหน้าซึ่งถือว่า conservative มาก ยังแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
03
พฤศจิกายน
2017
ADVANC (BUY/18TP: 220), กำไร 3Q17 กลับมาโต Y-Y ในรอบ 7 ไตรมาสตามคาด
(views 11)
กำไร 3Q17 ออกมาตามคาด ADVANC ประกาศกำไรปกติ 3Q17 ออกมาใกล้เคียงคาด กลับมาเติบโต Y-Y เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาสที่ 7,428 ลบ. +3.1% Q-Q, +14.9% Y-Y รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ของธุรกิจมือถือเติบโต 0.5% Q-Q และ 3.9% Y-Y ซึ่งดีกว่าคาดเล็กน้อย แม้ Net Add จะยังติดลบเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกันอีก 2.9 แสนราย แต่ชดเชยได้จาก ARPU ที่ปรับตัวขึ้นจากแนวโน้ม Subscriber ที่เปลี่ยนจาก Prepaid เป็น Postpaid ส่วน Handset Margin ติดลบ 4.9% แย่ลง Q-Q แต่ดีขึ้นอย่างมีนัยยะจากปีก่อน ขณะที่ธุรกิจ Fixed Broadband ยังเติบโตได้ดีต่อเนื่องทั้งในแง่จำนวนลูกค้าและ ARPU ที่เพิ่มขึ้น ส่วนฝั่งของต้นทุนโดยรวมถือว่าเป็นไปตามคาด โดยต้นทุนโครงข่ายยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่องตามการลงทุน ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการตลาดลดลงจากการเน้นเจาะเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวขึ้นเป็น 45.9% จาก 44.1% และ 41.5% ใน 2Q17 และ 3Q16 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
03
พฤศจิกายน
2017
BIG (BUY/18TP: 5), คาดกำไร 3Q17 ฟื้นไม่แรง แต่ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว “ซื้อ”
(views 19)
คาดกำไรสุทธิ 3Q17 เพิ่มขึ้น 4% Q-Q และ 28% Y-Y อยู่ที่ 161 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาลที่ความต้องการกล้องค่อยๆฟื้นตัว ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวในไตรมาส 4 และ ไตรมาส 1 ของทุกปี กอปรกับ การจัดงาน Big Pro Days ที่เลื่อนมาเร็วขึ้นซึ่งยอดขายในงานยังมีการเติบโต Y-Y แต่ผลจากการจัดโปรโมชั่นกระตุ้นตลาดแรงขึ้น ทำให้คาดอัตรากำไรขั้นต้นชะลอตัว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เราปรับคาดการณ์กำไรปีนี้และปีหน้าลง 11% และ 9% เหลือ 791 ล้านบาท (-7% Y-Y) และ 892 ล้านบาท (+13% Y-Y) เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 5.00 บาท อิง PE 20 เท่า ยังแนะนำซื้อ โดยคาดว่ากำไรจะเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ 4Q17 จากการปรับกลยุทธ์ทั้งการขายกล้องและมือถือ รวมถึงเงื่อนไขทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมปีหน้าที่คาดว่าจะเอื้ออำนวยกว่าปีนี้
อ่านเพิ่มเติม
03
พฤศจิกายน
2017
PTTEP (BUY/18TP: 102), อย่ามองแค่ขาดทุนสุทธิ
(views 13)
ผลขาดทุนสุทธิ 8.6 พันล้านบาทใน 3Q17 มาจากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ 1.8 หมื่นล้านบาท แต่กำไรปกติ +28% Q-Q, +189% Y-Y ถือว่าแข็งแกร่งกว่าที่เราและตลาดคาด ซึ่งสาเหตุมาจากปริมาณขาย และ ต้นทุนที่ปรับตัวในทิศทางที่ดีกว่าที่ประเมินไว้ แนวโน้มกำไรปกติ 4Q17 น่าจะชะลอลงเพราะแม้ปริมาณขาย และ ราคาขายอาจขยับขึ้น แต่น่าจะถูกดดันจากต้นทุนที่ขยับขึ้นมากกว่า ดังนั้น เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท (+89% Y-Y) และ ปี 2018 ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท (+1% Y-Y) ยังคงคำแนะนำซื้อ จากราคาหุ้นที่ยัง laggard อีกทั้งในระยะสั้นมีปัจจัยหนุนจากผลประกอบการที่ดีกว่าคาด และ ทิศทางราคาน้ำมันที่น่าจะเป็นขาขึ้นก่อนการประชุมโอเปกวันที่ 30 พ.ย.นี้ที่จะมีการหารือถึงการขยายเวลาลดการผลิต ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 102 บาท
อ่านเพิ่มเติม
02
พฤศจิกายน
2017
MBAX (BUY/18TP: 6.5), คาดกำไร 3Q17 ชะลอตัว แต่มองเป็นเพียงพักฐานระยะสั้น
(views 12)
คาดกำไรสุทธิ 3Q17 ชะลอตัว -21% Q-Q และ -31% Y-Y อยู่ที่ 15 ล้านบาท จากคาดการณ์รายได้ที่ลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y ตามปัจจัยฤดูกาล และฐานที่สูงใน 3Q16 เพราะมีคำสั่งซื้อจากลูกค้าที่ค้างจาก 2Q16 ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงเล็กน้อย จากการหยุดซ่อมบางสายการผลิต อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ากำไรสุทธิจะฟื้นตัวเร็วใน 4Q17 จากการใช้กำลังการผลิตในปัจจุบันที่กลับมาเต็มที่อีกครั้ง รวมถึงแผนการลดต้นทุนและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงเต็มไตรมาส เรายังคงกำไรปีนี้ที่ 70 ล้านบาท +20% Y-Y และปีหน้าที่ 82 ล้านบาท +18% Y-Y ปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 6.50 บาท (อิง PE 15 เท่า) ซึ่งเท่ากับราคาเป้าหมายปี 2017 เพราะคาดการณ์กำไรที่เพิ่มขึ้นถูกหักล้างด้วยจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นตามการใช้สิทธิ warrant ทั้งนี้ ภาพระยะสั้นอาจถูกกดดันจากผลประกอบการ 3Q17 แต่เนื่องจากภาพระยะยาวยังเป็นบวกจากการขยายกำลังการผลิต และผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูง เราจึงแนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
02
พฤศจิกายน
2017
THCOM (SELL/18TP: 13.5), กำไร 3Q17 ยังอ่อนแอ ไม่มีความน่าสนใจในการเข้าลงทุน
(views 12)
กำไร 3Q17 ยังอ่อนแอมาก THCOM ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ออกมาที่ 65 ลบ. -69.8% Q-Q, -85% Y-Y แต่หากตัดกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติจะอยู่ทีเพียง 33 ลบ. -83.4% Q-Q, -90.9% Y-Y โดยสาเหตุหลักยังมาจากรายได้ของธุรกิจดาวเทียมที่โตเพียง 1% Q-Q แต่หดตัวแรงถึง 22.7% Y-Y ซึ่งมาจากส่วนของ IPSTAR ที่ลดลงจากการหยุดใช้งานของ NBN และ TOT ขณะที่ดาวเทียม Broadcast ตามอุตสาหกรรมที่อยู่ในช่วงขาลง ขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่คงที่ ส่งผลให้ Gross Margin ใน 3Q17 แม้จะฟื้นตัวขึ้นเป็น 26.5% จาก 23.1% ใน 2Q17 เนื่องจากมีสินทรัพย์ที่ถูกตัดค่าเสื่อมราคาเริ่มหมดมากขึ้น แต่ยังหดตัวลงอย่างมีนัยยะจาก 37.1% ใน 3Q16
อ่านเพิ่มเติม
02
พฤศจิกายน
2017
SCB (HOLD/18TP: 160), ปรับลดประมาณการกำไรและปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ
(views 7)
ปรับลดคำแนะนำจาก ซื้อ เป็น ถือ โดยปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 160 บาท เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรสุทธิปี 2017-2018 ที่ปรับลดลง 5-8% มาอยู่ที่ 4.4 หมื่นลบ. และ 4.65 หมื่นลบ. ตามลำดับ การเติบโตของกำไรในปี 2018 ยังไม่น่าสนใจนักเมื่อเทียบกับ KBANK หรือ BBL ที่น่าจะเห็นการเติบโตที่ตื่นเต้นกว่า (KBANK มีประเด็นการลดระดับสำรองฯ ส่วน BBL มีประเด็นการเพิ่มฐานรายได้ค่าธรรมเนียม) ขณะที่ SCB ยังคงเหลือค่าใช้จ่ายจากการลงทุนระบบ Transformation program ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดค่าใช้จ่ายสูงสุดในปี 2018 รวมไปถึงการตั้งสำรองฯที่ไม่น่าจะลดลงจากเดิมได้มากนักเนื่องจากอัตราที่ตั้งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าธ.ใหญ่อื่นอยู่แล้ว เราชอบ KBANK หรือ BBL มากกว่าสำหรับการลงทุนในปี 2018
อ่านเพิ่มเติม
02
พฤศจิกายน
2017
SCC (BUY/18TP: 600), ประกาศแย่กว่าคาด
(views 11)
ประกาศกำไร 3Q17 หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด โดยกำไรที่หดตัว Q-Q มาจากผลประกอบการของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ และ เงินปันผลรับหายไป ขณะที่ Y-Y กำไรหดตัวจากผลประกอบการของธุรกิจปิโตรเคมีที่อ่อนแอตามส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ ส่วนแนวโน้มกำไร 4Q17 คาดว่าจะยังไม่น่าตื่นเต้น โดยกำไรน่าจะยังทรงตัว Q-Q แต่เชื่อว่าธุรกิจวัสดุก่อสร้างจะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว ก่อนที่จะกลับมาเติบโตได้ในปี 2018 ดังนั้น เรายังคงประมาณการกำไรปกติปีนี้ -1% Y-Y จากปีก่อนที่เป็นระดับสูงสุด และ ปีหน้าคาดเติบโตเล็กน้อย +4% Y-Y เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปีหน้าที่ 600 บาท กำไรที่ออกมาแย่กว่าน่าจะเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้น แต่เชื่อว่าผลกระทบจะไม่มาก เนื่องจากที่ผ่านมาราคาหุ้น laggard อยู่แล้ว และ กำไร 9M17 คิดเป็น 74% ของคาดการณ์เรา จึงไม่ได้เป็น downside ต่อการประมาณการกำไรปีนี้ ขณะที่พื้นฐานของหุ้นยังแข็งแกร่ง โดยสามารถคาดหวังการเติบโตจากการขยายการลงทุนไปต่างประเทศ และ การขยายตัวของธุรกิจวัสดุก่อสร้างในปี 2018 อีกทั้ง ปัจจุบันยังมี valuation ที่ไม่แพง ดังนั้น เรายังคงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
01
พฤศจิกายน
2017
GLOBAL (SELL/18TP: 18), กำไร 3Q17 ต่ำคาดเล็กน้อย และราคาหุ้นเต็มมูลค่าแล้ว
(views 10)
กำไร 3Q17 อ่อนตัวลงมากกว่าคาด กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 343 ล้านบาท (-20.6% Q-Q, +4.3% Y-Y) ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย (เราคาดไว้ 366 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรอ่อนตัวลง Q-Q มาจากผลของปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ ในขณะที่กำไรยังเติบโตได้เล็กน้อย Y-Y โดยมี SSSG ติดลบน้อยลงมาอยู่ที่ -5% Y-Y จาก -9.8% Y-Y ใน 2Q17 ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และสาขาใหม่ทำผลงานได้ดี ซึ่งไตรมาสนี้มีเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งที่พังโคน สกลนคร (สาขาที่ 52) ทำให้รายได้รวมเติบโต 12.5% Y-Y แต่ลดลง -5.2% Q-Q ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงมาอยู่ที่ 20.2% จาก 21.2% ใน 2Q17 และ 20.7% ใน 3Q16 จากการอ่อนตัวลงของรายได้และ Product Mix รวมถึงสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 14.6% เพิ่มขึ้นจาก 13.6% ใน 2Q17 และ 13.1% ใน 3Q16 จากค่าใช้จ่ายการเตรียมเปิดสาขาใหม่
อ่านเพิ่มเติม
01
พฤศจิกายน
2017
PLANB (HOLD/18TP: 7.1), ราคาหุ้นหนุนจากคาดกำไร 3Q17 เพิ่ม Q-Q, Y-Y รอดีล M&A เพิ่ม
(views 8)
คาดกำไร 3Q17 เพิ่มดี 23.7% Q-Q และ 22.4% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล และการกลับมาใช้สื่อโฆษณานอกบ้านเพิ่ม แม้คาดกำไร 4Q17 อ่อนลง Q-Q จากผลกระทบงานพระราชพิธีในเดือนต.ค. แต่โตสูง Y-Y จากฐานต่ำ เราคงประมาณการกำไรปี 2017 โต 39% ตามการขยายตัวของตลาดสื่อโฆษณานอกบ้านรวม และการใช้กำลังผลิตสื่อโฆษณาที่ได้พัฒนาในปีก่อนๆ ได้มากขึ้น รวมทั้งได้ส่วนแบ่งรายได้เต็มปีจากการบริหารสิทธิฯ สมาคมฟุตบอลฯ และยังรอความคืบหน้าดีล M&A ในต่างประเทศเพิ่ม อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับขึ้นมาเร็วเกือบ 17% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ใกล้ราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 7.10 บาท จึงปรับคำแนะนำลงเป็น ถือ/ซื้ออ่อนตัว จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
01
พฤศจิกายน
2017
MODERN (BUY/18TP: 6.8), กำไรจะกลับมา MODERN อีกครั้งใน 2H17 “ซื้อ” เป้า 6.80 บาท
(views 19)
เราเริ่มต้นวิเคราะห์ MODERN ด้วยคำแนะนำซื้อ ประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 6.80 บาท อิง PE 18 เท่า จาก (1) ผลประกอบการ 2H17 ที่คาดว่าจะ ฟื้นแรง 2.5 เท่าตัว H-H ตามการขยายตัวของ coworking space และการฟื้นตัวของคอนโดฯระดับกลาง-บน (2) การ spin-off โมเดิร์นฟอร์มแฮลท์แอนด์แคร์ช่วง 4Q18 ซึ่งคาดว่าจะสะท้อนมูลค่ากลับมาที่ MODERN ในปี 2018 ราว 2.40 บาท/หุ้น (3) ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง เป็น net cash และมีเงินสดในมือราว 0.70 บาท/หุ้น (4) ปันผลสูงสม่ำเสมอ 6-8% ต่อปี ส่วนในเชิง valuation เรามองว่า downside จำกัดมาก PE และ PBV ปี 2018 ที่ 13 เท่า และ 1.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 18 เท่าและ 2.1 เท่า ขณะที่ ถ้าอิงราคาปิดเมื่อวาน 5 บาทแล้วหักส่วน health&care ออก จะเหลือเป็นส่วนของ MODERN เพียง 2.60 บาท/หุ้น คิดเป็น PE2018 บนงบเดี่ยว 8.5 เท่า เท่ากับจุดต่ำสุดในรอบ 5 ปีพอดี
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2017
BDMS (HOLD/18TP: 23), คาดกำไร 3Q17 ยังไม่น่าตื่นเต้น ต้องติดตาม Wellness Center
(views 16)
เราคาดกำไร 3Q17 ของ BDMS เติบโต 38.5% Q-Q และ 1% Y-Y ซึ่งแม้จะดีขึ้น แต่ถือว่ายังไม่โดดเด่นนักเนื่องจากต้นทุนยังกดดัน ขณะที่ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือ Wellness Center ที่จะเริ่มเปิดให้บริการในเดือน พ.ย. นี้ซึ่งแม้ระยะยาวเราจะมองบวก แต่คาดว่าจะกดดันการเติบโตของกำไรในช่วงเริ่มแรก เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 และ 2018 หดตัว 5.9% Y-Y และพลิกมาโตได้เล็กน้อย 4.8% Y-Y ตามลำดับ เราปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 23 บาท ราคาหุ้นยังคงมี Upside จำกัด จึงยังคงคำแนะนำเพียง “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2017
KBANK (BUY/18TP: 256), เป้าหมายปี 2018 ไม่หวือหวาแต่มีความสดใส
(views 9)
แน่นอนว่าเราอาจจะเห็นกำไร 4Q17 ของ KBANK เป็นจุดต่ำสุดของปี (จากการตั้งสำรองฯเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชีและค่าใช้จ่ายตามฤดูกาล) แต่เราเชื่อว่าตลาดจะมองข้ามปัจจัยลบนี้เนื่องจากผลกำไรปี 2018 ที่จะกลับสู่ระดับปกติ และเราคาดการณ์การเติบโตที่สดใสราว 14.7%Y-Y ซึ่งดีที่สุดในรอบ 5 ปี ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายเชิงบวกจากธนาคารซึ่งมองจากการเติบโตของเศรษฐกิจที่คาดว่านำโดยการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น สะท้อนจากการลดประมาณการ Credit cost มาที่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 256 บาท โดยคงเป็น Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2017
HMPRO (HOLD/18TP: 13), กำไร 3Q17 ทำได้ดีตามคาด SSSG พลิกกลับมาเป็นบวก
(views 19)
กำไรสุทธิ 3Q17 ดีตามคาด กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 1,183 ล้านบาท (+4.6% Q-Q, +24.8% Y-Y) เท่ากับคาด (เราคาดไว้ 1,180 ล้านบาท) โดยมี SSSG พลิกเป็นบวกราว +2.8% Y-Y จากการกลับมาฟื้นตัวทั้งในกทม. และหัวเมืองใหญ่ กอปรกับมีการเปิด 2 สาขาใหม่ที่มาเลเซีย และ 1 สาขา Mega Home รวมถึงมีรายได้จากงาน Hmpro Fair ในเดือน ก.ค. ที่ทำได้ค่อนข้างดีอยู่ที่ระดับ 400-500 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้ +2% Q-Q และ +9.3% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีต่อเนื่องขยับขึ้นมาอยู่ที่ 26.3% เพิ่มขึ้นจาก 26% ใน 2Q17 และ 25.4% ใน 3Q16 จาก Product Mix ที่ดีขึ้น และยังรักษาสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ได้ค่อนข้างดีอยู่ที่ 22.8% ใกล้เคียงไตรมาสก่อนซึ่งอยู่ที่ 22.4% และปีก่อนที่ 22.9% ถือเป็นไตรมาสที่ทำผลงานได้ดี
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2017
STEC (BUY/18TP: 31.8), พื้นฐานแกร่งหนุนกำไรโตเด่น
(views 7)
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์หุ้น STEC ด้วยคำแนะนำ“ซื้อ” ประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 31.80 บาท จากสัญญาณบวกของยอด Backlog ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึงแสนล้านบาท รองรับรายได้อย่างน้อย 3 ปีข้างหน้า รวมถึงยังมี Upside จากงานประมูลในปีหน้าอีกราว 2 แสนล้านบาท ผลักดันให้กำไรปกติปี 2017-2018 คาดโตเฉลี่ย 37% ต่อปี STEC ถือว่าเป็น Cyclical Stock ที่กำลังเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่จากงานในมือที่แข็งแกร่งท่ามกลางอุตสาหกรรมก่อสร้างที่กลับมาคึกคัก รวมถึงมีจุดเด่นจากสถานะทางการเงินที่เป็น Net Cash และมีความสามารถในการทำกำไรสุทธิในระดับสูง ซึ่งไม่สอดคล้องกับราคาหุ้น 3 เดือนล่าสุดที่ -6.5% laggard ที่สุดเมื่อเทียบกับผู้รับเหมาใหญ่รายอื่นอย่าง CK, ITD ที่เฉลี่ย -2% และกลุ่มรับเหมาที่ +4%
อ่านเพิ่มเติม
30
ตุลาคม
2017
ASEFA (BUY/18TP: 9.7), คาดกำไร 3Q17 ฟื้นตัวต่อเนื่อง 15.5% Q-Q
(views 17)
คาดกำไร 3Q17 เพิ่มขึ้น 15.5% ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนตามการรับรู้รายได้เพิ่มตามฤดูกาล แม้เพิ่มไม่มาก 4.4% Y-Y ผลกระทบจากการแข่งขันสูงขึ้นกดดัน Gross margin โดยคาดหวังการฟื้นตัวขึ้นอีกในไตรมาสสุดท้ายของปี แต่ปรับประมาณการกำไรปี 7% เป็นกำไรโตไม่มาก +5% Y-Y ก่อนจะโตดีขึ้น 11% ในปี 2018 หนุนโดยการลงทุนโดยรวมที่คาดจะเร่งตัวมากขึ้น และปัจจัยบวกระยะยาวอานิสงค์ของโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐใน 3-4 ปีข้างหน้า ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบัน คิดเป็น PE ต่ำปี 2018 เพียง 11 เท่า และคาด Dividend yield ในอัตราค่อนข้างดี ปี 2017 ที่ 5% (จ่ายปีละครั้งประกาศช่วงปลายเดือนก.พ.) เราคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 9.70 บาท (ที่ PE 16 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
30
ตุลาคม
2017
BANPU (BUY/18TP: 21), กำไรดี ราคามีอัพไซด์
(views 15)
แนวโน้มกำไรปกติ 3Q17 น่าจะยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง เราคาด +10% Q-Q และ +367% Y-Y สาเหตุหลักมาจากผลประกอบการของธุรกิจถ่านหินที่ได้อานิสงค์บวกจากราคาถ่านหินในตลาดโลกที่ขยับขึ้น และ ปริมาณขายที่ได้ประโยชน์ จากปัจจัยตามฤดูกาลและการผลิตที่ราบรื่น ซึ่งช่วยชดเชยผลประกอบการจากธุรกิจไฟฟ้าที่น่าจะชะลอลงเนื่องจากมีหยุดซ่อมบำรุงโรงงานตามแผน และ margin ถูกกดดันจากราคาถ่านหินที่ขยับขึ้น สำหรับแนวโน้ม 4Q17 เราเชื่อว่าผลประกอบการยังคงแข็งแกร่งโดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจถ่านหินตามราคาถ่านหินในตลาดโลกที่ยังทรงตัวในระดับสูง คงประมาณการกำไรปกติปี 2017 ที่ +226% Y-Y และปี 2018 ที่ -6% Y-Y ภายใต้สมมติฐานที่อนุรักษ์นิยม โดยคาดราคาถ่านหินเฉลี่ยเพียง US$75/ตัน ลดลงจากปีนี้ที่ 2017YTD เท่ากับ US$85.9/ตัน เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปีหน้าที่ 21 บาท ด้วยอัพไซด์ที่เปิดกว้าง และ เงินปันผลที่น่าสนใจระดับ 5.7% โดยมองว่าราคาหุ้นยังปรับตัวไม่สะท้อนกับพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และ laggard ทั้งราคาถ่านหินที่ +10% YTD ราคาหุ้น BPP ที่ +22% YTD และ ราคาหุ้นเหมืองถ่านหินในอินโดนิเซีย (Banpu ถือหุ้น 68% ) ที่ +26% YTD ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
30
ตุลาคม
2017
SAPPE (BUY/18TP: 38), คาดกำไร 2H17 แผ่วลง ตามฤดูกาล และจะกลับมาโตในปีหน้า
(views 16)
แนวโน้มกำไร 3Q17 จะอ่อนตัวลง Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่คาดจะโต Y-Y จากฐานต่ำในปีก่อน เรามองผ่านกำไรสูงสุดปีนี้แล้วใน 2Q17 ในขณะที่แนวโน้มกำไร 4Q17 อาจจะทรงตัว Q-Q เพราะปกติ 2H จะเป็น Low Season ของการขายในต่างประเทศ สิ่งที่ดีขึ้นในปีนี้คือ ตลาดอินโดนีเซียกลับมาสดใสขึ้น และเริ่มเห็นพัฒนาการของ All Coco แต่สิ่งที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาดคือ การฟื้นตัวของตลาดจีน แม้รายได้จะสะดุดลงในช่วง 1H17 เพราะมีการปรับเปลี่ยน distributor แต่เมื่อปรับแล้วเสร็จ ในช่วง 2H17 ก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ทันที เพราะเป็น Low Season ของจีน จึงคาดจะกลับมาดีขึ้นในปี 2018 อย่างไรก็ตาม เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2017 ขึ้น 24.5% Y-Y เป็นเติบโต 12.7% Y-Y จากเดิมคาดลดลง 9.5% Y-Y และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องในปี 2018 ราว 10.2% Y-Y เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 38 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) ยังมี Upside 17% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ทยอยซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
27
ตุลาคม
2017
CENTEL (HOLD/18TP: 50), คาดกำไร 3Q17 ยังเติบโตดี Y-Y
(views 15)
เราคาดกำไรปกติ 3Q17 ของ CENTEL -6.4% Q-Q, +15.8% Y-Y โดยคาดว่ารายได้จะเติบโตทั้งจากธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร ขณะที่ Margin คาดว่าจะขยายตัวดีขึ้น เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 ขึ้นราว 5% สะท้อนค่าใช้จ่ายต่างๆที่ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้การเติบโตเร่งตัวขึ้นเป็น 10% Y-Y และ 9.2% Y-Y ตามลำดับ ขณะที่ราคาเหมาะสมปี 2018 ถูกปรับขึ้นเป็น 50 บาท ขณะที่ระยะสั้นมี Catalyst จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่เข้าสู่ High Season เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” หรือ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว”
อ่านเพิ่มเติม
27
ตุลาคม
2017
CPN (BUY/18TP: 93), การเติบโตของกำไรในปี 2018 จะดีที่สุดในรอบ 5 ปี
(views 14)
จุดแข็งของ CPN คือการขยายและบริหารศูนย์การค้าไปในทำเลที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง และปรับปรุงพื้นที่ในศูนย์เดิมให้ทันสมัย เพื่อให้ Occupancy rate และค่าเช่าสูงขึ้น โดยเฉพาะปี 2018 ที่กำไรจะเติบโตเร่งตัวมากที่สุดในรอบ 5 ปีด้วยอัตรา 23% Y-Y จากเหตุผลข้างต้นทั้งหมด บวกกับการเริ่มรับรู้รายได้จากคอนโด 3 แห่งแรกเป็นปีแรก และมีแผนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยปีละ 3 แห่งบนที่ดินของศูนย์เพื่อใช้ที่ดินให้มีศักยภาพและหนุนธุรกิจศูนย์การค้า ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรและฐานะการเงินแข็งแกร่งมาก ส่วนกำไรปกติ 3Q17 จะชะลอจากการปิดปรับปรุงหลายศูนย์ แต่จะได้เงินประกัน 3.5 พันล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิ +130% Q-Q, +144% Y-Y เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 ได้ 93 บาท (DCF) ยังไม่รวมโครงการร่วมทุนกับ DTC ที่จะช่วยต่อยอดธุรกิจในอนาคต แนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
27
ตุลาคม
2017
SVI (HOLD/18TP: 5.6), ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบยังกดดันกำไร 2H17
(views 10)
คาดยังไม่เห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการในช่วง 2H17 โดยคาดกำไร 3Q17 จะอ่อนตัวลงทั้ง Q-Q และ Y-Y จากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ ไม่เพียงพอต่อการผลิต กระทบต่อรายได้ และราคาวัตถุดิบปรับขึ้น คาดกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นให้แผ่วลงต่อเนื่อง ในขณะที่แนวโน้มกำไร 4Q17 ยังดูไม่สดใสนัก และเรายังกังวลต่อความเป็นไปได้ที่อาจมีการประเมินมูลค่ากิจการ Seidel ที่ยุโรปและนำไปสู่การตั้งด้อยค่าในที่สุด ซึ่งอาจกระทบต่อกำไรใน 4Q17 ดังนั้นจึงมีแนวโน้มปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2017 ลงจากปัจจุบันที่คาดไว้ 636 ล้านบาท (+3.6% Y-Y) เพราะหากกำไร 3Q17 เป็นไปตามคาด จะคิดเป็นเพียง 64% ของประมาณการทั้งปี เบื้องต้นเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018 ไว้ที่ 758 ล้านบาท โต 19.2% Y-Y โดยมองว่าสถานการณ์ขาดแคลนวัตถุดิบจะเริ่มคลี่คลายตั้งแต่ 1Q18 เป็นต้นไป เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 5.6 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside จำกัด และระยะสั้นแนวโน้มกำไรใน 2H17 ไม่ดีนัก จึงแนะนำเพียง ถือ (ปรับขึ้นจากเดิมที่แนะ ขาย)
อ่านเพิ่มเติม
25
ตุลาคม
2017
FSMART (BUY/18TP: 23.5), คาดกำไร 3Q17 ไม่ตื่นเต้น Q-Q แต่ยังโตสูง Y-Y
(views 16)
คาดกำไร 3Q17 ไม่ตื่นเต้น Q-Q จากรายได้โตเพียงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน และ Gross margin อ่อนลง แต่ยังเป็นกำไรโตสูงต่อเนื่อง 40.8% Y-Y ตามมูลค่าการใช้บริการผ่านตู้เติมเงิน “บุญเติม” และบริการใหม่ๆ โดยเฉพาะบริการโอนเงินผ่านตู้ที่มีรายการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากคาดการณ์ของเราเป็นจริง จะทำให้กำไร 9M17 โต 46.9% Y-Y และเป็นสัดส่วน 75% ของคาดการณ์ทั้งปีที่ 566 ล้านบาท โต 34.7% จากการรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจตู้เติมเงินมือถือผ่านตู้ และอานิสงส์กรณี 7-11 กับ AIS เต็มปี ราคาหุ้น Laggard และยังมี Upside 20% จากราคาเป้าหมายปรับไปใช้ปี 2018 ที่ 23.50 บาท (DCF) ที่คิดเป็น PEG 0.9 เท่า จากคาดการณ์กำไรปีดังกล่าวโต 28% คงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
25
ตุลาคม
2017
MINT (BUY/18TP: 48), ธุรกิจโรงแรมยังคงเป็นพระเอกใน 3Q17
(views 14)
เราคาดกำไรปกติ 3Q17 ของ MINT เติบโตแข็งแกร่ง 61.8% Q-Q และ 20.1% Y-Y โดยขับเคลื่อนจากธุรกิจโรงแรมเป็นหลักโดยเฉพาะในประเทศไทย รวมถึง High Season ของโปรตุเกส ซึ่งชดเชยธุรกิจอาหารที่คาดว่ายังเห็น Same Store Sales Growth ติดลบจากการบริโภคที่ยังฟื้นตัวช้าได้ ขณะที่ปัจจุบันมี Catalyst เชิงบวกจากการเข้าสู่ช่วง High Season ของการท่องเที่ยวไทยซึ่งหนุนให้กำไรเติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 เติบโต 23.4% Y-Y และ 15.1% Y-Y ตามลำดับซึ่งทำ New High ต่อเนื่อง เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 48 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
ตุลาคม
2017
KKP (BUY/18TP: 85), เข้า Theme หุ้นปันผลแกร่ง
(views 14)
ปรับคำแนะนำจาก ถือ เป็น ซื้อ สำหรับ KKP จะเป็นหุ้น Dividend Yield ที่น่าสนใจที่ราว 8% ต่อปี ซึ่งได้รับแรงหนุนจากเงินกองทุนที่แข็งแกร่งที่ระดับ 17% นอกเหนือจากนี้เราปรับคาดการณ์กำไรปี 2017-2018 ขึ้น 3% และ 4% ตามลำดับ โดยปรับลดค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯลง และคาดการณ์แรงขับจากรายได้ค่าธรรมเนียม และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจตลาดทุนที่น่าจะดีกว่าปี 2017 (IB, Wealth management และ Investment) ปรับราคาเหมาะสมปี 2018 ขึ้นเป็น 85 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
ตุลาคม
2017
XO (HOLD/18TP: 5), คาดกำไร 3Q17 จะอ่อนลง Q-Q มองผ่านกำไรสูงสุดปีนี้ใน 2Q17
(views 13)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q17 จะอ่อนตัวลง Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล ส่วน Y-Y คาดโตแรง เพราะฐานที่ต่ำในปีก่อน ทั้งนี้บริษัทดำเนินการย้ายสายการผลิตโรงงานใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งที่กระทบต่อกำไรในปีนี้ คือการชะลอตัวของรายได้เครื่องดื่ม เพราะลูกค้าสั่งซื้อค่อนข้างมากในปีก่อน โดยเรามองผ่านกำไรสูงสุดปีนี้แล้วใน 2Q17 แนวโน้มกำไรใน 4Q17 น่าจะทรงตัว Q-Q อย่างไรก็ตาม เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 – 2018 ลง 24% และ 10% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนการลดลงของรายได้เครื่องดื่ม และการเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ช้ากว่าคาด โดยคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะหดตัวลง 23.4% Y-Y และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 47% Y-Y ทั้งนี้ประมาณการของเราถือมี Downside โดยมีตัวแปรสำคัญคือ ปัจจุบันบริษัทกำลังขยายตลาดและฐานลูกค้ารายใหม่ เพื่อเติมอัตราการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ให้สูงขึ้น เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 5 บาท (อิง PE เดิม 24 เท่า) มี Upside เพียง 2.5% Y-Y คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2017
KKP (HOLD/18TP: 79), กำไร 3Q17 ไม่ทำให้ผิดหวัง
(views 10)
กำไร 3Q17 มากกว่าคาด KKP รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 1.7 พันลบ. เพิ่มขึ้น 45%Q-Q และ 2%Y-Y กำไรที่ดีกว่าที่คาดเกิดจากการตั้งสำรองฯที่น้อยกว่าคาด โดยค่าใช้จ่ายสำรองฯในไตรมาสนี้เหลือเพียง 75 ลบ. (Credit cost 0.16%) ลดลง 83%Q-Q และ 92.5%Y-Y หากหักรายการดังกล่าวออก PPOP ใกล้เคียงกับที่คาดไว้โดยเพิ่มขึ้น 18%Q-Q เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายในการตั้งด้อยค่า NPA เหมือนในไตรมาสก่อน (~160 ลบ.) แต่มีการบันทึกกำไรจากการขาย NPA 149 ลบ. (จากยอดขาย 316 ลบ.) และมีบันทึกกำไรจากเงินลงทุนราว 124 ลบ. แต่ PPOP ลดลงราว 27%Y-Y เนื่องจาก 3Q16 มีรายได้พิเศษจากการปรับโครงสร้างหนี้สำเร็จของลูกหนี้รายหนึ่ง สังเกตุว่า Loan spread ของ KKP ดีขึ้นมาที่ 5.6% จาก 5.3% ในไตรมาสก่อน ทั้งนี้เกิดจากการเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อ High-Yield อาทิ สินเชื่อเช่าซื้อรถใช้แล้ว และสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2017
KTB (BUY/18TP: 22), กำไร 3Q17 น่าผิดหวัง
(views 11)
กำไร 3Q17 น้อยกว่าที่คาด KTB รายงานกำไร 3Q17 ที่ 5.8 พันลบ. +82%Q-Q แต่ -32% Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้มาก เนื่องจากมีการตั้งสำรองฯเพิ่มเติมบางส่วนรองรับ NPL ที่เพิ่มขึ้น และรองรับมาตรฐานบัญชี IFRS 9 โดยค่าใช้จ่ายสำรองฯในไตรมาสนี้อยู่ที่ 9.9 พันลบ. เพิ่มขึ้น 30%Y-Y และ Credit cost ที่ 2.1% ด้านรายได้หลักน้อยกว่าที่คาดเช่นกัน โดยรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ -1.6%Q-Q และ -1.6%Y-Y เป็นผลจากการชะลอตัวของสินเชื่อและการปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRR ลง 0.50% ส่งผลให้ NIM ชะลอตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 3.31% จาก 3.35% ในไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +7%Q-Q แต่ลดลง 10.8%Y-Y เนื่องจากการลดลงของกำไร FX
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2017
FTE (BUY/18TP: 5), กำไร 3Q17 มีแนวโน้มร้อนกว่าคาดเดิม ปรับใช้เป้าปีหน้า 5 บาท
(views 11)
จากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้ออำนวย ทั้งการฟื้นตัวของคอนโดฯและออฟฟิสสร้างใหม่ ที่จะหนุนให้ยอดขายอุปกรณ์ดับเพลิงกลับมาขยายตัวแบบ Q-Q ครั้งแรกในรอบ 3 ไตรมาส และการเร่งรับมอบงานติดตั้งระบบดับเพลิงของภาครัฐฯ ทำให้แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q17 ซึ่งเดิมคาดว่าจะทำ All Time High อยู่แล้ว มีโอกาสออกมาดีกว่าคาดที่ 32 ล้านบาท โดยเราปรับคาดการณ์เป็น 39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% Q-Q และปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้และปีหน้าขึ้น 11%-16% เป็น 127 ล้านบาท (+45% Y-Y) และ 150 ล้านบาท (+19% Y-Y) ภายใต้สมมติฐานการขยายตัวของการก่อสร้างตึกต่างๆ ที่ถูกบังคับตามกฎหมายให้ติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง และงานโครงการตามแผนยุทธศาสตร์ 10 ปีด้านพลังงานของ กฟผ. และ กฟน. รวมถึงแรงสนับสนุนจากกรมโรงงานหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ 3 โรงงานใหญ่ใน 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 5.00 บาท อิง PE 20 เท่า แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2017
KBANK (BUY/18TP: 256), แนวโน้มกำไร 4Q17 อาจแผ่ว แต่ออกสตาร์ทแรงขึ้นในปี 2018
(views 11)
เราคาดว่าจะเห็นกำไรในปี 2017 ของ KBANK ชะลอตัวลงราว 7%Y-Y โดยใน 4Q17 มีแนวโน้มจะเห็นการตั้งสำรองฯที่สูงสุดในปีเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ (เริ่มใช้ปี 2019) และการขาย NPL ฤดูกาลของค่าใช้จ่าย แต่เราคงคาดว่ากำไรในปี 2018 จะเห็นการเติบโตราว 14.5%Y-Y เราเชื่อว่า KBANK จะเดินหน้าการเติบโตของสินเชื่ออย่างเต็มที่ในปี 2018 ขณะที่การจัดการ NPL ผ่อนคลายลง นั่นหมายถึงการตั้งสำรองฯจะสูงสุดในปี 2017 ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 256 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2017
MALEE (HOLD/18TP: 46.5), คาดกำไรเริ่มฟื้นตัวใน 3Q17 แต่น้ำมะพร้าวน่าจะดีขึ้นในปีหน้า
(views 15)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q17 จะกลับมาฟื้นตัว Q-Q แต่ยังไม่ใช่ระดับปกติที่เคยทำได้ และยังลดลง Y-Y อยู่ที่ระดับ 97 ล้านบาท เพราะยอดขายน้ำมะพร้าวส่งออกยังปรับลดลง จากการเข้าสู่การปรับปรุงกระบวนการควบคุมคุณภาพสินค้า และคาดจะแล้วเสร็จใน 4Q17 ซึ่งน่าจะทำให้น้ำมะพร้าวกลับมาดีขึ้นในปีหน้า รวมถึงการฟื้นตัวของกำลังซื้อและบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในประเทศที่น่าจะดีขึ้นเป็นลำดับต่อเนื่องไปในปีหน้า ทั้งนี้เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลง 20% เป็นการลดลง 22.3% Y-Y เพื่อสะท้อนการหดตัวลงของสินค้าน้ำมะพร้าว และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 37.4% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานต่ำในปีนี้, การฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ และการกลับมาเติบโตของน้ำมะพร้าวส่งออก เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 46.5 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) แต่มี Upside เพียง 7.5% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ / ซื้อเมื่ออ่อนตัว จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2017
PTTEP (BUY/18TP: 102), คาดประเด็นด้อยค่าสินทรัพย์กดดัน 3Q17 ให้ขาดทุน
(views 9)
เราคาด 3Q17 จะมีผลขาดทุนสุทธิ 1.0 หมื่นล้านบาท ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ในโครงการ Marina Oil Sand จำนวน 550 ล้านเหรียฐสหรัฐ หรือ ราว 1.84 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ หากหักรายการพิเศษ คาดว่ากำไรปกติจะเท่ากับ 5.6 พันล้านบาท (-2% Q-Q, +123% Y-Y) หากเป็นไปตามคาดกำไรปกติ 9M17 จะคิดเป็น 73% ของคาดการณ์เรา ดังนั้น เรายังคงประมาณการเดิมไว้ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท (+89% Y-Y) เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปีหน้าที่ 102.0 บาท และปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อ เนื่องจาก upside ที่เปิดกว้าง และ มองการปรับลดลงจากประเด็นการด้อยค่าเป็น sentiment กดดันระยะสั้นซึ่งไม่กระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของหุ้นเพราะโครงการดังกล่าวไม่ได้รวมอยู่ในประมาณการ และ ขาดทุนด้อยค่าเป็นรายการที่ไม่กระทบต่อกระแสเงินสดที่ใช้ประเมินมูลค่าหุ้น
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2017
RS (SELL/18TP: 18), แนวโน้ม 3Q17 ฟื้นสูง Q-Q, Y-Y หนุนราคาหุ้น
(views 8)
คาด 3Q17 กำไรฟื้นตัวสูงต่อเนื่อง Q-Q, Y-Y ปัจจัยหนุนหลักยังคงมาจากยอดขายธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ H&B ยังเพิ่ม และโตก้าวกระโดด Y-Y ขณะที่รายได้ทีวีดิจิตอลกระเตื้องขึ้นจาก Rating ในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น แม้ 4Q17 ชะลอลงจากผลกระทบงานพระราชพิธี แต่มองกำไรปกติปีนี้มี Upside เล็กน้อยจากประมาณการเดิมที่คาดฟื้นตัวสูงจากขาดทุนปีก่อน และโตสูงในปีหน้า แต่ราคาหุ้นขึ้นมาก +160% YTD เกินราคาเป้าหมายปีหน้าที่ 18 บาท คำแนะนำ ขายทำกำไร แม้กำไรที่คาดแข็งแกร่งใน 3Q17 อาจยังหนุนต่อการเก็งกำไรระยะสั้น
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2017
SEAFCO (BUY/18TP: 19.3), คาด 3Q17 โตแกร่ง พร้อม Backlog ทุบสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง
(views 9)
เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 3Q17 โตเด่นเป็น 45 ล้านบาท (+255% Y-Y, +18% Q-Q) จากวันหยุดน้อย และฐานที่ต่ำจากผลของ Cost Overrun ในปีก่อน ปัจจุบันมีงานในมือราว 2.6 พันล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ และมากที่สุดในตลาดฐานราก รวมถึงมีงานทั้งภาครัฐ และเอกชนที่อยู่ระหว่างการประมูล และรออยู่ข้างหน้าอีกมาก ผลักดันให้กำไรสุทธิปี 2017-2018 คาดโตเฉลี่ย 34% ต่อปี ปรับราคาเหมาะสมปี 2018 ขึ้นเป็น 19.30 บาท อิง PER ใหม่ที่ 21 เท่า และคิดเป็น PEG เพียง 0.6 เท่า โดยหลังแตกพาร์วันที่ 27 ต.ค.นี้จะเป็น 9.65 บาท เราชอบ SEAFCO จากการเป็นเบอร์หนึ่งฐานราก และValuation ยังน่าสนใจ โดยราคาหุ้นปัจจุบันเทรดบน PE2018 ที่ 18.6 เท่า ต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง PYLON ที่ 23 เท่า และกลุ่มรับเหมาที่ 20 เท่า คงคำแนะนำ“ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
20
ตุลาคม
2017
BAY (HOLD/18TP: 42), กำไร 3Q17 เป็นไปตามคาด
(views 13)
กำไรสุทธิ 3Q17 ใกล้เคียงคาด BAY รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 6,014 ลบ. เพิ่มขึ้น 2.4%Q-Q และ 3.2%Y-Y เป็นไปตามคาด ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 2.4%Q-Q และ 11.4%Y-Y เป็นไปตามการเติบโตของสินเชื่อ NIM ขยับขึ้นเป็น 3.84% จาก 3.83% ในไตรมาสก่อน เนื่องจาก Yield on Earnings Assets ที่เพิ่มขึ้นราว 0.02% ซึ่งเกิดจากสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อ นอกจากนี้รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยแข็งแกร่ง +7.7%Q-Q และ +3.1%Y-Y ซึ่งมาจากรายได้ธุรกิจบัตรเครดิต กองทุน และประกัน รวมถึงกำไรจากเงินลงทุน ทั้งนี้ BAY มีค่าใช้จ่ายสำรองฯที่สูงกว่าคาด โดยเพิ่มขึ้น 13.6%Q-Q และ 17%Y-Y หรือ Credit cost ที่ 1.65% สูงกว่าอัตรานโยบายที่ 1.4-1.5% แม้คุณภาพหนี้ที่ยังดีมากแต่เนื่องจากธนาคารคงหลักความระมัดระวัง
อ่านเพิ่มเติม
20
ตุลาคม
2017
BBL (BUY/18TP: 230), กำไร 3Q17 เป็นไปตามคาด จุดสนใจมองไปเป็นปี 2018
(views 10)
กำไร 3Q17 เป็นไปตามที่คาด BBL รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 8,161 ลบ. ขยับขึ้น 1.4%Q-Q และ 1.2%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ อย่างไรก็ตามสังเกตว่า PPOP ดีกว่าที่เราคาดไว้ โดย +3.5%Q-Q และ +4.8%Y-Y เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิไม่ได้ปรับลงอย่างที่เราคาด (แม้จะได้เป็นไตรมาสที่มีการปรับลด MOR และ MRR เต็มไตรมาส) NIM ทรงตัวได้ที่ 3.2% และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +1.5%Q-Q และ +7%Y-Y ซึ่งเกิดจากกำไรจากเงินลงทุนที่มากกว่าคาด นอกจากนี้ยังเกิดจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่น้อยกว่าคาด โดย Cost to income ratio ปรับลงมาอยู่ที่ 42% จาก 46% ในไตรมาสก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ PP&E และค่าใช้จ่ายอื่น ทั้งนี้ธนาคารได้ชดเชยผลจาก PPOP ที่ดีขึ้นไปในค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯที่เพิ่มขึ้น 10%Q-Q และ 27%Y-Y โดยคิดเป็น Credit cost ที่ 1.3%
อ่านเพิ่มเติม
20
ตุลาคม
2017
KBANK (BUY/17TP: 240), กำไร 3Q17 น้อยกว่าคาด
(views 15)
กำไร 3Q17 น้อยกว่าที่คาด แต่ PPOP ดีกว่าคาดเล็กน้อย KBANK รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 9.47 พันลบ. +5.4%Q-Q แต่ลดลง 12.7%Y-Y ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดแต่น้อยกว่าที่เราคาดไว้ราว 5% เนื่องจากการค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯหนี้สูญที่สูงใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน โดยมี Credit cost ที่ 2.36% VS เราคาดการณ์ 2.07% สะท้อนมุมมองเชิงระมัดระวังต่อภาวะเศรษฐกิจต่อไป อย่างไรก็ตามหากหักรายการสำรองฯดังกล่าว PPOP ดีกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ +1.6%Q-Q, +6.1%Y-Y ไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRR ในช่วงที่ผ่านมา และเกิดจากต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง ซึ่งส่งผลให้ NIM สูงขึ้นเป็น 3.47% จาก 3.43% ในไตรมาสก่อน รวมไปถึงรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 3%Q-Q และ 6%Y-Y จากรายได้จากธุรกิจตลาดทุนและรายได้ค่าธรรมเนียมไม่มาก
อ่านเพิ่มเติม
20
ตุลาคม
2017
SCB (Under review /17TP: U.R.), กำไร 3Q17 น่าผิดหวัง
(views 17)
กำไร 3Q17 น้อยกว่าคาดจากค่าใช้จ่ายสำรองฯและจากการดำเนินงาน SCB รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 10,130 ลบ. ลดลง 15%Q-Q และ 12%Y-Y น้อยกว่าที่เราคาด เนื่องจาก 1.ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญ +51%Q-Q และ 7.7%Y-Y สูงกว่าคาด โดย Credit cost อยู่ที่ 1.5% ซึ่งในจำนวนนี้ราว 2.5 พันลบ.เป็นสำรองพิเศษเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชี IFRS 9 2. ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +1.6%Q-Q และ 13%Y-Y มากกว่าคาด Cost to income ratio อยู่ที่ 42% เป็นขั้นสูงของเป้าหมายของธนาคาร
อ่านเพิ่มเติม
20
ตุลาคม
2017
MFEC (BUY/18TP: 6.6), กำไรยังไม่มา แต่น่าสนใจในแง่ของ Asset Play และ Dividend
(views 17)
คาดกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 29 ล้านบาท ลดลง 25% Q-Q และลดลง 64% Y-Y ซึ่งปกติครึ่งปีหลังของทุกปีจะดีกว่าครึ่งปีแรก แต่ปีนี้ที่ดูชะลอเพราะปีก่อนมีกลับรายการต้นทุนบางส่วนจึงทำให้ฐานสูง และเป็นผลจากค่าใช้จ่ายในการลงทุนธุรกิจใหม่ รวมถึงค่าใช้จ่ายตั้งสำรองธุรกิจเดิมที่ยังไม่สามารถเก็บเงินจากลูกค้าได้ ขณะที่ แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 คาดว่าจะไม่ต่างจาก 3Q17 มากนัก ก่อนจะกลับมาฟื้นตัวเร็วในปีหน้า จากฐานที่ต่ำปีนี้ และการลงทุนในบริษัทย่อย รวมถึงบริษัทร่วมทุนที่เริ่มสร้างกำไร เราปรับกำไรปีนี้และปีหน้าลง 32% และ 4% เหลือ 119 ล้านบาท (+10% Y-Y) และ 187 ล้านบาท (+58% Y-Y) ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม เรายังชอบ MFEC ในฐานะ Asset Play ที่ราคาซื้อขายบน PBV เพียง 1.1 เท่า มีเงินสดในมือสูง 2.50 บาท/หุ้น และฐานะการเงินเป็น Net Cash อีกทั้งยังเป็น Income Stock ที่ให้ Dividend Yield สูง 6% ต่อปี ปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 6.60 บาท แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2017
DTAC (SELL/18TP: 50), กำไรปกติ 3Q17 อ่อนแอกว่าคาด
(views 11)
กำไรปกติ 3Q17 แย่กว่าคาด DTAC ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ออกมาที่ 601 ลบ. -19.1% Q-Q, -8.8% Y-Y แต่หากตัดรายการกำไรพิเศษจากการขายธุรกิจบางส่วนในเพย์สบายและกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 471 ลบ. -36.3% Q-Q, -27.8% Y-Y ซึ่งอ่อนแอกว่าคาด รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC กลับมาติดลบอีกครั้ง 2.7% Q-Q และ 1.5% Y-Y ขณะที่ต้นทุนการให้บริการแม้จะควบคุมได้ดีขึ้นบ้าง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยรายได้ที่หดตัว ขณะที่รายการค่าใช้จ่ายสำคัญอย่างค่าเสื่อมราคาฯและ Regulatory Cost ยังปรับตัวเพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2017
BH (BUY/18TP: 245), คาดกำไร 3Q17 ยังมีโมเมนตัมการเติบโตที่ดี
(views 14)
เราคาดกำไรปกติ 3Q17 ของ BH +8.8% Q-Q, +9.1% Y-Y โดยรายได้คาดว่าจะเติบโตเร่งตัวขึ้นจากครึ่งปีแรกจากอานิสงส์ของ High Season และผู้ป่วยต่างชาติยังค่อยๆฟื้นตัวขึ้น ส่วนความสามารถในการทำกำไรคาดว่ายังคงรักษาให้อยู่ในระดับสูงได้จากการควบคุมต้นทุนที่เป็นเลิศ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 เติบโต 7% Y-Y และ 8.6% Y-Y ตามลำดับ พร้อมปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 245 บาท เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2017
TCAP (HOLD/18TP: 55), 3Q17 รายได้แข็งแกร่ง มีแรงเสริมจากการขายเงินลงทุน
(views 11)
กำไร 3Q17 ดีกว่าคาด TCAP รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 1,788 ลบ. เพิ่มขึ้น +6.8%Q-Q และ +19%Y-Y สูงกว่าที่เราและตลาดคาดไว้เนื่องจากมีกำไรจากเงินลงทุนในไตรมาสนี้ราว 580 ลบ. ซึ่งส่งผลให้รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +4.4%Q-Q และ 19.6%Y-Y นอกจากนี้รายได้ดอกเบี้ยทำได้สูงกว่าคาด โดย +3.5%Q-Q และ +2.7%Y-Y ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากเงินให้สินเชื่อ (ตามการเติบโตของสินเชื่อและส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น สังเกตว่า Loan yield เพิ่มขึ้นเป็น 4.83% สูงที่สุดในรอบ 6 ไตรมาส และ Loan Spread ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.96% ในไตรมาสนี้จาก 2.91% ในไตรมาสก่อน) ขณะที่สามารถควบคุม Cost to income ratio ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 50%
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2017
THANI (BUY/18TP: 8.4), กำไร 3Q17 เดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่
(views 9)
กำไร 3Q17 แข็งแกร่งกว่าที่คาด THANI รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 302 ลบ. +17%Q-Q และ 38%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ที่ 280-300 ลบ. รายได้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าที่คาดไว้ (+2.7%Q-Q, +11%Y-Y) ซึ่งเป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อ ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากลดลง 2.2%Q-Q และ 6%Y-Y ส่งผล NIM ปรับขึ้นเป็น 5.2% จาก 5.16% ในไตรมาสก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯ ลดลง 17%Q-Q และ 2%Y-Y มาอยู่ที่ 121 ลบ. (Credit cost 1.3%) ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สูงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ ถึงแม้ว่า THANI จะมีสำรองฯคงเหลืออีกเพียงเล็กน้อยเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชี IFRS 9 แต่การตั้งสำรองฯในไตรมาสนี้ยังมากกว่าปกติ สะท้อนถึง PPOP ที่แข็งแกร่ง (ทำให้กำไรไม่กระเทือนจากการตั้งสำรองฯ) และความ conservative ของบริษัท
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2017
TMB (BUY/18TP: 2.88), รายได้ค่าธรรมเนียมจะเป็นพระเอก
(views 12)
เราคงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม เงินให้สินเชื่อและคุณภาพหนี้ที่จะแข็งแกร่งขึ้นในปี 2018 เราคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจะเป็น Upside ของประมาณการโดยเฉพาะการรับรู้รายได้จาก Bancassurance จาก FWD ซึ่งได้แก่ Access fee, Commission fee และ Profit sharing ขณะที่ด้านคุณภาพหนี้เราไม่กังวลใจและคาดว่า TMB จะเห็น Peak ของ Credit cost ใน 4Q17 นี้ เราแนะนำ ซื้อ สำหรับการเติบโตในปี 2018 ซึ่งเราคาดการณ์กำไร +20%Y-Y คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 2.88 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2017
ICHI (BUY/18TP: 9), ตลาดส่งออกเริ่มแผลงฤทธิ์ หนุนกำไร 3Q17 ฟื้นตัวเด่น
(views 11)
แนวโน้มกำไร 3Q17 จะกลับมาฟื้นตัวอย่างน่าตื่นเต้น คาดโตแรงทั้ง Q-Q และ Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานต่ำ และตลาดส่งออกเริ่มขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ และสามารถชดเชยรายได้ในประเทศที่ยังไม่สดใสนักได้ทั้งหมด แต่บริษัทได้ลดการทำโปรโมชั่นด้านราคาของการขายในประเทศลง จึงส่งผลบวกต่อไปยังอัตรากำไรขั้นต้นทันทีใน 3Q17 ในขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ทั้งในแง่การปรับโครงสร้างราคา เพื่อให้สะท้อนต้นทุนภาษีเครื่องดื่มที่สูงขึ้น ซึ่งน่าจะได้เห็นผลกระทบอย่างชัดเจนใน 4Q17 รวมถึงอยู่ระหว่างปรับสูตรเครื่องดื่มเพื่อลดผลกระทบให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม จากการฟื้นตัวที่เร็วกว่าคาด เราจึงปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2017 ขึ้น 12% เป็นเติบโต 28.5% Y-Y จากเดิมคาดโต 15% และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องในปี 2018 ราว 20.4% Y-Y จากตลาดส่งออกที่ยังดีต่อเนื่อง โดยบริษัทเห็นคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และคาดการขายในประเทศน่าจะผ่านจุดต่ำสุดแล้วในปี 2017 เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 9 บาท โดย Re-rate PE เป็น 20 เท่า จากเดิม 18 เท่า สะท้อนการฟื้นตัวที่ดีขึ้น ซึ่งยังมี Upside 15.4% ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2017
DRT (BUY/18TP: 6.6), คาดกำไร 3Q17 ไม่สดใส จากปัจจัยฤดูกาล และกำลังซื้อชะลอตัว
(views 8)
แนวโน้มกำไรปกติ 3Q17 คาดหดตัว -37% Q-Q, -3% Y-Y เป็น 73 ล้านบาท จาก Low season ของการขายวัสดุก่อสร้างที่ถูกกดดันจากปริมาณฝนที่มาก และปัญหาน้ำท่วมในต่างจังหวัด ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอตัว และงานก่อสร้างถูกเลื่อนออกไป เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 ลง 7% และ 3% ตามลำดับ จากการปรับลดคาดการณ์ยอดขายลง สะท้อนกำลังซื้อที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด และฝนที่ยาวนานกว่าคาด ทำให้กำไรปกติปี 2017 คาดโต 13% Y-Y และโตต่อ 8% ในปีหน้า รวมถึงยังมี Upside จากโอกาสในการขายที่ดินเปล่าที่ชลบุรี DRT ถือว่าเป็นหุ้นที่โดดเด่นในการจ่ายปันผลดี เราคาดจ่ายปันผลทั้งปีที่ 0.31 บาท/หุ้น (1H17 จ่าย 0.18 บาท/หุ้น) คิดเป็น Yield 5.3% ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 6.60 บาท คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2017
M (BUY/18TP: 75), เริ่มเห็นการฟื้นตัวของ SSSG อย่างชัดเจน ใน 3Q17
(views 8)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q17 จะเติบโต Y-Y แต่ยังลดลงเล็กน้อย Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่สิ่งที่ดีคือ เริ่มเห็นการฟื้นตัวของ SSSG อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเดือน ส.ค. – ก.ย. รวมถึงยังเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทมีแผนเปิด MK Live สาขา 2 ในช่วงเดือน ธ.ค. นี้ คาดกำไรสุทธิจะโตต่อเนื่องใน 4Q17 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ และจากการฟื้นตัวที่เร็วกว่าคาด จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ขึ้น 5% เป็นการเติบโต 22.2% Y-Y จากเดิมคาดโต 16.2% Y-Y และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องในปี 2018 ราว 13.2% Y-Y ทั้งจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและแผนการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 75 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) ยังมี Upside 11.1% จึงปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2017
TMB (BUY/18TP: 2.88), กำไร 3Q17 น่าผิดหวัง แต่เราคงมุมมองบวกในไตรมาสข้างหน้า
(views 9)
กำไรสุทธิ 3Q17 น้อยกว่าที่เราและตลาดคาด TMB รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 2 พันลบ. ลดลง 14%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 8.6%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 15% เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ยังอยู่ในระดับสูง (+4.8%Q-Q และ -6%Y-Y) ซึ่งเป็นไปตามความระมัดระวังและการ Write-off NPL, และค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย สูงกว่าคาดเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายอื่นซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาด อัตราส่วน Cost to income ratio สูงขึ้นเป็น 47% จาก 46% ในไตรมาสก่อนและสูงกว่าคาดการณ์ของเราที่ 45% สังเกตว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยชะลอตัวลงเหลือ 3.11% จาก 3.2% ในไตรมาสก่อน เราเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว เนื่องจากธนาคารได้รับเงินค่า Access fee จาก FWD เป็นสภาพคล่องชั่วคราวในรายการระหว่างธนาคารที่มี Yield ต่ำ ซึ่งธนาคารจะใช้ประโยชน์จากสภาพคล่องดังกล่าวนี้ในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดแหล่งเงินทุนจากเงินฝากอัตราดอกเบี้ยสูง
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2017
KTC (BUY/18TP: 146), Positive Surprise
(views 10)
กำไร 3Q17 เหนือคาด KTC รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 846 ลบ. +7.6%Q-Q และ +32%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ และเป็นกำไรที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจาก 1. รายได้ดอกเบี้ยสุทธิดีกว่าคาด แม้ว่ามีผลของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตในเดือน ก.ย. แต่สัดส่วนสินเชื่อบุคคลที่เป็น High-yield สูงขึ้นเป็น 38% ของพอร์ตจาก 34% ในไตรมาสก่อน 2. รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงกว่าคาด จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม และหนี้สูญรับคืน ขณะที่ควบคุมค่าใช้จ่ายอื่นๆได้ดี
อ่านเพิ่มเติม
17
ตุลาคม
2017
IRPC (BUY/18TP: 7.4), คาดกำไรโดดเด่นเป็นพิเศษ
(views 9)
คาดกำไรสุทธิที่ 3.4 พันล้านบาท (+174% Q-Q, +158% Y-Y) โดดเด่นจาก 1. อัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น 2. margin ธุรกิจหลักทั้งโรงกลั่น และ ปิโตรเคมีขยายตัวโดดเด่น 3. รับรู้ผลกำไรสต๊อกน้ำมัน หากเป็นไปตามคาดกำไร 9M17 จะคิดเป็น 77% ของคาดการณ์ทั้งปี เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ไว้ที่ 9.0 พันล้านบาท เรายังเลือก IRPC เป็น top pick ของกลุ่ม และ ยังคงแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 7.40 บาท เพราะการเติบโตในปี 2018 ที่ชัดเจนกว่าคู่แข่ง เนื่องจากปัจจัยการเติบโตที่ไม่ต้องพึ่งพา margin ของอุตสาหกรรม เพราะ การเติบโตจะมาจาก 1. รับรู้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น 2. ประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น 3. การผลิตที่ต่อเนื่องไม่มีการหยุดซ่อม
อ่านเพิ่มเติม
17
ตุลาคม
2017
ERW (BUY/18TP: 7.2), คาดกำไร 3Q17 ยังมีโมเมนตัมเติบโตดี
(views 13)
เราคาดกำไรปกติ 3Q17 ของ ERW ยังมีโมเมนตัมการเติบโตที่ดีต่อเนื่อง 36.7% Q-Q และ 40.8% Y-Y จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยังเป็นขาขึ้น ซึ่งเป็นบวกต่อ Occupancy Rate ที่ยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่แนวโน้มกำไร 4Q17-1Q18 คาดว่ายังเติบโตต่อเนื่องจากเป็นช่วง High Season เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 เติบโตเฉลี่ย 26% ต่อปี ขณะที่การลงทุนโรงแรมใหม่ๆยังเป็นไปตามแผน เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 7.20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2017
BEM (BUY/18TP: 10), 3Q17 ทุบสถิติใหม่ทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้า
(views 16)
เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 3Q17 จะโตโดดเด่น +16% Q-Q, +4% Y-Y เป็น 837 ล้านบาท จากแรงหนุนที่มีวันหยุดน้อย และการเปิดเชื่อม 1 สถานีบางซื่อ-เตาปูนกลางเดือน ส.ค. ทำให้ปริมาณจราจรบนทางด่วน และจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าทำสถิติสูงสุดใหม่ สำหรับภาพการเติบโตปี 2018 ยังคงสดใส จากแนวโน้มของทั้ง 3 ธุรกิจที่โตต่อเนื่อง รวมถึงยังมี Upside เพิ่มจากการประมูลทั้งรถไฟฟ้าสีส้มตะวันออกและม่วงใต้ ผลักดันให้กำไรสุทธิปี 2017-2018 คาดโตเฉลี่ย 19% ต่อปี BEM เป็นหนึ่งในหุ้นพื้นฐานดีที่เราชอบ จากการเป็นทั้ง Defensive และ Growth stock แต่ราคาหุ้น 3 เดือนล่าสุดปรับขึ้นเพียง +7% laggard บริษัทลูกอย่าง CKP และกลุ่มขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า +25% และ +11% ตามลำดับ คงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2017
BLA (AVOID/18TP: 37), ฝันร้าย เมื่อถึงเวลาที่ต้องพึ่งการขายผ่านธนาคารน้อยลง
(views 17)
เราประเมินผลกระทบต่อ BLA ภายหลัง BBL ได้เซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกับ AIA ซึ่งในเบื้องต้นทำให้ BLA ไม่สามารถขาย Whole-life insurance (สัดส่วนการขายราว 20% ของเบี้ยประกันชีวิตปีแรก) ผ่าน BBL ได้อีกต่อไป แต่ยังคงเหลือ Endowment และ Credit life ในกรณี Base-case เราคาดว่าจะกระทบประมาณการกำไรปี 2018 ราว 25% และกรณี Worse-case คาดกระทบประมาณการกำไรปี 2018 ราว 63% เราเชื่อว่าหลายประเด็นนอกจากความกังวลต่อผลประกอบการจะกดดัน Sentiment เชิงลบต่อราคาหุ้นจนกว่าจะเห็นความชัดเจน ซึ่งเรามองว่า BLA น่าจะเสียเปรียบในการเข้าถึงลูกค้าของ BBL ในระยะต่อไป เมื่อประกอบกับผลประกอบการใน 2H17 ที่มองว่าไม่สดใสอยู่แล้ว ปรับลดคำแนะนำจาก ถือ เป็นชะลอการลงทุน ราคาเหมาะสมปี 2018 กรณี Base case อยู่ที่ 37 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2017
GLOBAL (HOLD/18TP: 18), เริ่มเห็น SSSG 3Q17 ติดลบน้อยลง คาดกำไรจะกลับมาโตปี 18
(views 16)
แนวโน้ม SSSG 3Q17 เริ่มกลับมาฟื้นตัวคาดไว้ที่ -5% Y-Y เป็นการติดลบน้อยลงจากไตรมาสก่อนที่ราว -9.8% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน แต่ด้วยผลของปัจจัยฤดูกาล ซึ่งปกติช่วง 2H จะเป็น Low Season ของธุรกิจ จึงคาดกำไรสุทธิ 3Q17 จะลดลง 15.3% Q-Q แต่เติบโตได้ 11.2% Y-Y โดยมีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่ง แต่เรายังคงมองว่าผ่านกำไรสูงสุดปีนี้ไปแล้วใน 1Q17 โดยแนวโน้มกำไรใน 4Q17 น่าจะยังฟื้นตัวไม่สดใสนัก เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะทำได้เพียงทรงตัวจากปีก่อนหน้า จากกำลังซื้อที่ชะลอตัว และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 18.6% Y-Y โดยคาดหวังการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และเชื่อว่าน่าจะเห็นราคาสินค้าเกษตรปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 18 บาท (DCF) แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาสะท้อนการฟื้นตัวในปีหน้าไปบ้างแล้ว ทำให้เหลือ Upside เพียง 4.7% จึงแนะนำ ซื้อเมื่ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2017
SCC (BUY/17TP: 610), คาดกำไร 3Q17 ไม่น่าตื่นเต้น แต่พื้นฐานระยะยาวยังแข็งแกร่ง
(views 14)
เราคาดกำไรปกติ 3Q17 ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท (-2.4% Q-Q แต่ +2.2% Y-Y ) โดยธุรกิจเคมีภัณฑ์น่าจะปรับตัวดีขึ้นเพราะไม่มีขาดทุนสต๊อกเหมือนไตรมาสก่อน และ ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีดีขึ้น ขณะที่ธุรกิจวัสดุก่อสร้างยังคงไม่ฟื้นตัว เพราะเป็น low season และ ต้นทุนสูงขึ้นตามราคาเชื้อเพลิง หากเป็นไปตามคาด กำไร 9M17 จะคิดเป็น 77% ของคาดการณ์เราที่ 5.4 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อนที่เป็นนิวไฮของ SCC เรามองว่าตลาดซึมซับความกังวลของกำไร 2H17 มากเกินไปจนทำให้ราคาหุ้น laggard หุ้น Big cap อื่นๆ โดย +1% 2017YTD ขณะที่ หุ้นขนาดใหญ่อื่นปรับขึ้นเฉลี่ย 29% และ underperform SET ที่ +11% นอกจากนี้ SCC ยังมี P/E เพียง 11.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เรายังคงคำแนะนำซื้อลงทุน ราคาเหมาะสม 610 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2017
TISCO (HOLD/18TP: 89), มองบวกอยู่แต่ Upside น้อยลง
(views 21)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 คาดว่าจะทรงตัว Q-Q แม้ว่าจะเป็นไตรมาสที่เริ่มรับรู้รายได้จากการโอนพอร์ตสินเชื่อรายย่อยจาก SCBT แต่คาดว่าน่าจะหักกลบด้วยค่าใช้จ่ายจากการควบรวม ผลประโยชน์จะเกิดขึ้นในปี 2018 เป็นต้นไป เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ที่ 6 พันลบ. +20%Y-Y และคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 6.67 พันลบ. +11%Y-Y เราคาดว่าผลประโยชน์สุทธิที่ได้จากการรับโอนพอร์ต SCBT จะอยู่ที่ราว 8% ของกำไรเดิม หรือปีละ ~ 400-500 ลบ. ราคาหุ้นถือว่าปรับขึ้นมารับความคาดหวังต่อการรับโอนพอร์ตสินเชื่อ SCBT ไปพอควรแล้ว ทำให้ราคาล่าสุดเหลือ Upside จากราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 89 บาท น้อยลง จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ (จาก ซื้อ) หรือ switch ไป KKP (ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 79 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2017
ATP30 (BUY/18TP: 2), Earnings Momentum เป็นไปในเชิงบวกตั้งแต่ 3Q17
(views 18)
แม้กำไรใน 1H17 จะถูกฉุดด้วย One-Time expense จากการปรับปรุงรถครั้งใหญ่ แต่เราคาด Momentum ของกำไรจะดีขึ้นตั้งแต่ 3Q17 จากลูกค้าในพอร์ตที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ลูกค้ารายใหม่ 2 ราย และต่อสัญญาอีก 1 ราย เราคาด 3Q17 โตสดใส +49% Q-Q และ +2% Y-Y เป็น 8 ล้านบาท จากการเริ่มให้บริการกับบริษัทในเครือของ SCCC และลูกค้ารายใหญ่อย่าง Autoliv ตั้งแต่เดือนก.ย. ทำให้คาดกำไรจะทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q17 จากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาส ขณะที่คาดผลการดำเนินงานจะโตโดดเด่น +45% Y-Y ในปีหน้า จากการเริ่มให้บริการ IRPC และTOP ในเดือนก.พ. 2018 เราชอบ ATP30 ในฐานะหุ้นขนาดเล็กที่มีการเติบโตสูง และมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง รวมถึงเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการ EEC คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 2.00 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2017
BCH (BUY/18TP: 18.3), หนึ่งในผู้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการปรับจ่ายเงินของสปส.
(views 34)
เราคาดว่ากำไรสุทธิ 3Q17 ของ BCH จะโตในอัตราเร่ง 73.3% Q-Q และ 22.6% Y-Y จากอานิสงส์ของ High Season และโดยเฉพาะผลของการปรับเพิ่มการจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคม ขณะที่ 4Q17 ยังมีโมเมนตัมที่ดีจากฤดูฝนที่ลากยาวและฐานต่ำในปีก่อน ส่วน WMC ยังมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง ขณะที่ปี 2018 ยังจะได้อานิสงส์เต็มปีจากฝั่งประกันสังคมซึ่ง BCH เป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์สูงสุด เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อกำไรสุทธิปี 2017-2018 ที่คาดว่าจะโตเฉลี่ยราว 16.3% ต่อปี เราปรับใช้ราคาเหมาะสมเป็นปี 2018 ที่ 18.30 บาท โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเลือกเป็น Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2017
ROBINS (BUY/18TP: 77), คาด SSSG ฟื้นตัวได้ใน 3Q17 และกำไรจะกลับมาสดใสปีหน้า
(views 12)
เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยของกลุ่มคนที่มีรายได้ระดับกลาง-บนในต่างจังหวัด โดยคาด SSSG ใน 3Q17 น่าจะติดลบเพียงเล็กน้อยเท่านั้นราว -0.5% Y-Y จากที่ -4.7% Y-Y ใน 2Q17 โดยเราคาดกำไรสุทธิ 3Q17 จะลดลงราว 2.2% Q-Q ตาฤดูกาล และยังได้รับผลกระทบจากการเคลียร์สต็อกสินค้าอยู่ แต่คาดโต 15.3% Y-Y แนวโน้มกำไร 4Q17 น่าจะกลับมาฟื้นตัวจากช่วง High Season ของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ด้วย SSSG ที่ไม่สดใสใน 1H17 เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 ลงราว 6% เป็นการลดลงจากปีก่อน 5.7% แต่หากไม่รวมรายการพิเศษการชำระหนี้คืนในปีก่อน คาดกำไรปกติปี 2017 จะโตได้ราว 3% Y-Y และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตสดใสอีกครั้งในปีหน้าราว 19.3% Y-Y เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 77 บาท (DCF) ยังมี Upside 13.2% แนะนำ ทยอยซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2017
THAIN (T-BUY/18TP: 8.4), คาดการณ์กำไร 3Q17 จะสดใสมาก
(views 11)
THANI เราคาดว่ากำไรสุทธิ 3Q17 จะออกมาดีมากที่ราว 280-300 ลบ. +9-16% Q-Q ซึ่งดีที่สุดในประวัติการณ์อีก เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำรองฯ และ ต้นทุนทางการเงินลดลง แนวโน้มกำไร 4Q17 คาดว่ายังมีโมเมนตัมที่ดีและ new high ต่อตามฤดูกาล เราปรับประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้าขึ้น 3% และ 10% ตามลำดับ โดยคาดการเติบโตปีนี้ 27%Y-Y ปีหน้า 20%Y-Y ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ราว 8.40 บาท แนะนำ ซื้อเก็งกำไร ระยะสั้นมีผลประกอบการ 2H17 เป็น Catalyst
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2017
ILINK (BUY/18TP: 22.3), ถ้าถามหา Growth ให้ไป ITEL แต่ถ้า Valuation ต้องมา ILINK
(views 14)
ความน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่การเติบโต แต่อยู่ที่ Valuation ซึ่งเรามองว่าถูกเกินไป โดยถ้าอิงราคา ITEL ที่ 5.55 บาท จะคิดเป็นมูลค่าใน ILINK จากการถือ 60% อยู่ราว 9.30 บาท เท่ากับราคา ILINK ปัจจุบันที่ 15.10 บาทเหลือเป็นมูลค่าของตัวเองเพียง 5.80 บาท ซึ่งต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชีบนงบเดี่ยวที่ 6 บาท และคิดเป็น PE2017-18 เพียง 9-12 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 18 เท่าอยู่มาก ขณะที่ แม้ไม่มีงาน APM และ Submarine Cable เราคาคว่ากำไรเฉพาะส่วนของ ILINK ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว จาก Backlog หลัง 2Q17 ที่เหลือ 1.6 พันล้านบาท ซึ่งเป็นจุดสูงสุดใหม่ โดยคาดว่าน่าจะเห็นกำไรกลับมาขายตัวเร็วตั้งแต่ 3Q17 ทั้งหมดที่กล่าวมา คือเหตุผลที่เราจัดทำบทวิเคราะห์และแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 22.30 บาท ซึ่งถ้าให้เทียบระหว่าง ITEL และ ILINK เราอยากให้มองเป็นทางเลือกในการลงทุนที่แตกต่าง โดยอยากได้ Growth Stock ให้ไป ITEL แต่ถ้าอยากได้ Value Stock ให้มา ILINK
อ่านเพิ่มเติม
10
ตุลาคม
2017
EKH (BUY/18TP: 7), คาดกำไร 3Q17 โตเด่นและเป็นจุดสูงสุดของปี
(views 23)
เราคาดกำไรปกติ 3Q17 ของ EKH กลับมาเติบโตอย่างโดดเด่น 188.9% Q-Q และ 21.9% Y-Y จากแรงหนุนของ High Season ส่งผลให้ Utilization Rate ปรับตัวขึ้นสูงกว่า 80% ซึ่งค่อนข้างเต็ม ขณะที่แนวโน้มกำไร 4Q17 ยังสดใสจากฝนที่ลากยาวรวมถึงฐานที่ต่ำในปีก่อน นอกจากนี้ยังมี Catalyst จากการเริ่มเปิดศูนย์ผู้มีบุตรยากในปลายปีนี้ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นไป เราจึงยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 โต 7.3% Y-Y และเร่งตัวขึ้นเป็น 13.7% Y-Y ในปี 2018 เราปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 7 บาท ราคาหุ้นระยะหลังที่ปรับฐานลงเป็นจังหวะในการเข้า “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
09
ตุลาคม
2017
PPS (BUY/18TP: 2.2), วิศวกรที่ปรึกษาต้องยกให้ PPS
(views 20)
แนะนำซื้อ PPS ราคาเป้าหมาย ปี 2018 ที่ 2.20 บาท (Full dilution) ด้วยเหตุผล 1.) เป็นผู้นำในธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษา 2.) ได้ประโยชน์ตามอุตสาหกรรมก่อสร้างที่จะขยายตัวต่อเนื่องใน 2-3 ปีข้างหน้าตามโครงการภาครัฐที่จะก่อสร้างเป็นรูปธรรมมากขึ้นตั้งแต่ปลายปีนี้ 3.) ความต้องการวิศวกรที่ปรึกษาที่สูงขึ้นสอดคล้องกับการก่อสร้างในต่างประเทศ 4.) ประเมินแนวโน้มกำไรปี 2017-2019 เติบโตเฉลี่ยที่ 29% โดยกำไรปี 2017 จะสูงสุดตั้งแต่เข้าตลาด และ จะเติบโตต่อ 16% ในปี 2018 ภายใต้สมมติฐานรายได้ที่มี backlog รองรับแล้ว 60% อีกทั้ง ยังมีงานรอประมูลในปีหน้าอีกหลายงาน และ มี upside จากธุรกิจบริหารจัดการอาคารซึ่งจะมีความชัดเจนภายในปีนี้ และ เริ่มรับรู้รายได้ปีหน้า 5.) โครงสร้างเงินทุนมั่นคงมาก โดยมีเงินสดในมือสูง และ ไม่มีภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ยจ่าย
อ่านเพิ่มเติม
06
ตุลาคม
2017
AAV (BUY/18TP: 7.3), ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ
(views 18)
เรามองว่ากำไรผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q17 ไปแล้ว โดยคาดจะฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q17 และทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q17 จาก High Season และฐานที่ต่ำในปีก่อนจากผลกระทบของทัวร์ศูนย์เหรียญ ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมการบินในปี 2018 มีทิศทางบวกมากขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่โตต่อเนื่อง และนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัว โดยคาดกำไรสุทธิปีนี้จะหดตัว 16% Y-Y จากราคาน้ำมันขาขึ้น การขึ้นภาษีน้ำมัน และการแข่งขันราคาตั๋วที่รุนแรง ก่อนกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง 12% Y-Y ในปีหน้า เราเลือก AAV เป็น Top Pick ของกลุ่มการบิน จากศักยภาพในการทำกำไรแข็งแกร่งที่สุด ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 7.30 บาท (อิง PER 20x) และปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” จาก Upside ที่เปิดกว้างขึ้น รวมถึงมี Catalyst บวกจากทั้งอุปสงค์ในการท่องเที่ยวที่คึกคัก และผลการปลดธงแดง
อ่านเพิ่มเติม
06
ตุลาคม
2017
CPF (BUY/18TP: 32), คาดกำไร 3Q17 จะโตตามฤดูกาล และขาดทุนหมูน้อยลง
(views 23)
จากการขาดทุนหมูในเวียดนามลดลง และได้รับอานิสงส์จากช่วง High Season ของธุรกิจ แต่หากพิจารณาในแง่ Y-Y คาดจะลดลง 43% Y-Y เพราะปีที่แล้วยังไม่ประสบปัญหา Oversupply หมูในเวียดนาม อย่างไรก็ตาม หากรวมกำไรขายเงินลงทุน เราคาดจะมีกำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 4.7 พันล้านบาท (+16.6% Q-Q, -8.6% Y-Y) ส่วนแนวโน้มกำไร 4Q17 น่าจะอ่อนตัวลงตามฤดูกาล แต่คาดเห็นการฟื้นตัวของธุรกิจหมูเวียดนามต่อเนื่อง และคาดเห็นการลดลงของดอกเบี้ยจ่าย ภายหลังนำเงินครึ่งหนึ่งที่ได้จากการเพิ่มทุนไปลดภาระหนี้ในต่างประเทศ เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะทำได้เพียงทรงตัวจากปีก่อน และคาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 8.5% Y-Y ทั้งนี้เราปรับวิธีประเมินมูลค่าหุ้นไปใช้ PE ที่ 17 เท่า จากเดิมใช้ SOTP และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 32 บาท ยังมี Upside 20.8% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
06
ตุลาคม
2017
TU (BUY/18TP: 23), คาดกำไร 3Q17 ยังไม่ตื่นเต้น น่าจะกลับมาฟื้นตัวในปีหน้า
(views 20)
แนวโน้มกำไร 3Q17 ไม่สดใสนัก โดยเราคาด +9.2% Q-Q แต่ยัง -3.3% Y-Y แม้จะสามารถปรับขึ้นราคาขายทูน่าแบรนด์ได้แล้ว แต่ยังไม่ทันต่อกาปรับขึ้นของราคาวัตถุดิบที่ค่อนข้างเร็ว ล่าสุดราคาปลาทูน่าเดือน ก.ย. แตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีแล้ว ในขณะที่ธุรกิจแซลมอนยังไม่ฟื้นเต็มที่ ส่วนแนวโน้มกำไร 4Q17 น่าจะอ่อนตัวลงตามฤดูกาล โดยคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะโต 8% Y-Y และคาดจะเติบโตได้มากขึ้นราว 16.3% Y-Y ในปี 2018 ซึ่งคาดหวังการฟื้นตัวในธุรกิจปลาทูน่าที่น่าจะปรับราคาได้มากขึ้น และการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิอีกครั้งของธุรกิจแซลมอน เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 23 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้ระยะสั้น 2H17 อาจยังไม่ฟื้นเต็มที่นัก แต่เราคาดผลการดำเนินงานจะกลับมาฟื้นตัวในปีหน้า และด้วย Upside ราว 18.6% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ทยอยซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
05
ตุลาคม
2017
CRD (IPO: 1.44/18TP: 1.9), ผู้รับเหมาก่อสร้างแนวหน้าในภาคเหนือตอนบน
(views 16)
CRD เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างทั้งงานก่อสร้างอาคาร สิ่งปลูกสร้างทั่วไป และระบบงานสาธารณูปโภค จากทั้งภาครัฐ และเอกชน บริษัทมีการให้บริการที่ครอบคลุมหลายพื้นที่ทุกภูมิภาค แต่เน้นภาคเหนือตอนบนเป็นหลัก มีจุดเด่น คือ เน้นคุณภาพงานก่อสร้าง และการส่งมอบงานให้ทันตามกำหนด รวมถึงมีความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายในการประกอบธุรกิจเป็นเวลานานกว่า 27 ปี ธุรกิจก่อสร้างยังเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการผลักดันการลงทุนใหม่ๆของภาครัฐ และภาคเอกชนที่ทยอยฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้เราคาดกำไรสุทธิใน 2 ปีข้างหน้า (ปี2017-18) จะโตเฉลี่ย 27% CAGR ประเมินมูลค่าของหุ้น CRD อิง PER ที่ 14 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 1.90 บาท
อ่านเพิ่มเติม
05
ตุลาคม
2017
KTB (BUY/18TP: 24), NPL ที่สูง สกัดให้กำไรชะลอจนถึงปีหน้า
(views 18)
KTB ยังขาด Catalyst ในการลงทุน ระยะสั้น สินเชื่อยังหดตัวเนื่องจากการจ่ายคืนของกลุ่มลูกค้า SME และลูกค้าธุรกิจ ขณะที่ถึงแม้เราคาดว่าแนวโน้มกำไร 3Q17 จะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนราว 112% แต่ยังเป็นระดับที่ต่ำกว่าปกติเนื่องจากคาดการณ์การตั้งสำรองฯที่ยังอยู่ในระดับสูงตลอด 2H17 เราปรับลดประมาณการกำไรปีนี้ลงตามทิศทางการตั้งสำรองฯที่สูงขึ้นรองรับการ Write-off NPL และรองรับมาตรฐานบัญชี IFRS9 รวมถึงการเพิ่ม Coverage ratio ให้ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยกลุ่มให้เร็วที่สุด คาดการณ์กำไรจะ -22% ในปี 2017 และค่อยๆฟื้นตัว 14% ในปี 2018 ซึ่งยังถือเป็นระดับกำไรที่เรายังไม่พอใจนัก เราแนะนำเพียงซื้อลงทุน จาก Dividend Yield ที่ราว 3.7% และราคาตลาดที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี
อ่านเพิ่มเติม
05
ตุลาคม
2017
CPALL (BUY/18TP: 82), ผลตอบรับ Stamp Promotion ดีกว่าปีก่อน ช่วยหนุน 3Q17
(views 15)
คาดแนวโน้ม SSSG ใน 3Q17 น่าจะพลิกกลับมาเป็นบวกได้ราว 2% Y-Y จากที่ -1% Y-Y ในไตรมาสก่อน จาก Stamp Promotion ที่ประสบความสำเร็จทำผลงานได้ดีกว่าปีก่อน กอปรกับกำลังซื้อเริ่มทรงตัวดีขึ้น โดยมองน่าจะผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้วใน 2Q17 เราคาดกำไรสุทธิ 3Q17 จะเติบโต 4.2% Q-Q และ 17.6% Y-Y และคาดกำไรจะโตต่อเนื่อง และทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q17 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ และคาดจะเปิดสาขาใหม่ได้ครบตามเป้าหมายที่ไม่น้อยกว่า 700 แห่งต่อปี เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ไว้เติบโต 15.6% Y-Y และคาดโตต่อเนื่อง 16.8% Y-Y ในปี 2018 ทั้งนี้เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 82 บาท (DCF) ยังมี Upside 20.6% CPALL ถือเป็นบริษัทที่สร้างความสม่ำเสมอของผลกำไรได้ดีที่สุดตัวหนึ่งในกลุ่มค้าปลีก คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
ตุลาคม
2017
AMATA (BUY/18TP: 26.6), ที่ดินพร้อมขายล้นมือรองรับอานิสงส์ EEC
(views 19)
เราคาดว่ากำไรของ AMATA ใน 3Q17 จะเติบโตสดใสราว +60% Q-Q และ +123% Y-Y ทั้งจากการโอนที่ดินจำนวนมากของอมตะนครซึ่งมี Gross margin สูง ขณะที่รายได้ค่าสาธารณูปโภคและรายได้เช่ายังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และน่าจะทำให้กำไรปกติทั้งปี 2017 ขยายตัวได้ 16.2% Y-Y สำหรับแนวโน้มปี 2018 ยิ่งสดใส แม้ยอดขายปัจจุบันจะยังไม่ถึงเป้าที่วางไว้ แต่ส่วนหนึ่งเป็นการชะลอเพื่อรอความชัดเจนของสิทธิประโยชน์จากโครงการ EEC กอปรกับโรงไฟฟ้า 3 แห่งซึ่ง AMATA ร่วมลงทุนเตรียมทยอยจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบและ AMATAV เตรียมรับ Investment certificate เพิ่ม เราคาดกำไรปกติปี 2018 +18.9% Y-Y เป็น 1.89 พันล้านบาท เป็นกำไรที่สูงที่สุดในรอบ 4 ปี เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 26.6 บาท อิง PE ที่ 15 เท่า แนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
04
ตุลาคม
2017
HMPRO (HOLD/18TP: 13), คาด SSSG 3Q17 พลิกเป็นบวก ช่วยหนุนกำไรกลับมาฟื้นตัว
(views 12)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q17 น่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ดี คาดโต 4.3% Q-Q และ 24.5% Y-Y จากกำลังซื้อในแถบกทม.และหัวเมืองใหญ่ที่เริ่มฟื้นตัวอีกครั้ง ส่วนหัวเมืองรองและภาพรวมต่างจังหวัด ยังไม่สดใสนัก โดยคาด SSSG จะพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 2% Y-Y จาก -4% Y-Y ใน 2Q17 และคาดยังรักษาระดับความสามารถทำกำไรได้ดีต่อเนื่อง ทั้งในแง่อัตรากำไรขั้นต้น และการควบคุมค่าใช้จ่าย แม้จะมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้น 3 แห่งในไตรมาสนี้ และคาดแนวโน้มกำไรสุทธิจะโตต่อเนื่องและทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q17 เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017-2018 โต 13.3% Y-Y และ 15.2% Y-Y ตามลำดับ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 13 บาท (อิง DCF) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาเทรดอยู่บน Forward PE และ PEG ที่ 29.5 เท่า และ 2 เท่า ตามลำดับ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีกที่ปัจจุบันเทรดอยู่บน PEG 1.6 เท่า แต่เรามองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วใน 2Q17 จึงแนะนำ ซื้อเมื่ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
03
ตุลาคม
2017
WPH (IPO: 3.9/18TP: 4.5), อีกหนึ่งโรงพยาบาลที่จะมีกำไรฟื้นตัวแรงในปีหน้า
(views 32)
WPH ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดตรังและกระบี่ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาวะอุตสาหกรรมที่อยู่ในช่วงขาขึ้นทั้งสังคมผู้สูงอายุในไทย รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เติบโตต่อเนื่อง ซึ่ง WPH เป็นผู้ได้ประโยชน์เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ ขณะที่การลงทุนอาคารและโรงพยาบาลใหม่จะหนุนการเติบโตระยะยาว เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 หดตัว 44.1% Y-Y จากโรคระบาดและการบริโภคที่ชะลอ ขณะที่ต้นทุนปรับตัวขึ้นเพื่อเตรียมเปิดโรงพยาบาลใหม่ปีหน้า แต่คาดว่ากำไรสุทธิจะกลับมาโตแข็งแกร่ง 66.6% Y-Y ในปี 2018 เราประเมินราคาเหมาะสมที่ 4.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
29
กันยายน
2017
ZIGA (BUY/18TP: 10.9), เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อหุ้นเหล็กแบบเดิมไปกับ ZIGA
(views 21)
เรามองผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 2Q17 และคาดเห็นการฟื้นกลับเร็วจากยอดขายและอัตรากำไรที่ขยายตัวตั้งแต่ 3Q17 ส่วนปีหน้าจะได้แรงหนุนจากการเพิ่มกำลังการผลิต, งานก่อสร้างที่เร่งตัว, การออกสินค้าใหม่ เช่น Super ziga เพื่อรองรับ EEC, รวมถึงการรุกตลาดก่อสร้างร้านสำเร็จรูปแบบโมดูล่าร์ เราปรับกำไรลงเล็กน้อย จากผลของการปรับปรุงกระบวนการผลิตและจัดเก็บสินค้า โดยคาดกำไรสุทธิปีนี้ทรงตัว Y-Y ก่อนจะโตสูง 38% Y-Y ในปีหน้า ซึ่งเมื่อคิดเป็น PEG อิงการเติบโตปี 2018-2020 ที่ 24% ต่อปี ยังต่ำเพียง 0.5 เท่า และเมื่อเทียบกับกลุ่มเหล็กและวัสดุก่อสร้าง เรายิ่งพบว่า ZIGA น่าสนใจทั้งในมิติของมูลค่า, ฐานะทางการเงิน, ความสามารถในการทำกำไร, และศักยภาพการเติบโตที่สูงจากการทดแทนท่อเหล็กแบบเดิม แนะนำ “ซื้อ” โดยปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 10.90 บาท อิง PE เฉลี่ยกลุ่มเหล็กและวัสดุก่อสร้างที่ 18 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
28
กันยายน
2017
KKP (BUY/18TP: 79), แนวโน้มกำไร 3Q17 ฟื้นตัวแรงจากไตรมาสก่อน
(views 34)
ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น ซื้อ และปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 79 บาท ระยะสั้นคาดว่า KKP จะได้รับปัจจัยเชิงบวกจากการเติบโตของสินเชื่อที่ดีที่สุดในกลุ่มในเดือนส.ค. และแนวโน้มกำไร 3Q17 จะฟื้นตัวขึ้น 34%Q-Q และจากการที่สร้างความน่าผิดหวังใน 2Q17 เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายพิเศษหลายรายการที่ไม่น่าจะเกิดซ้ำใน 3Q17 เราคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ที่ 5.77 พันลบ. +4%Y-Y และประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ที่ 5.9 พันลบ. +3%Y-Y คาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลปีละ 7.2%
อ่านเพิ่มเติม
27
กันยายน
2017
SSP (IPO: 7.7/17TP: 8.95), สร้างเสริมกำลังผลิตไฟ เสริมสร้างกำไร 3-4 ปีข้างหน้า
(views 30)
SSP เป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่จะมีกำลังผลิตไฟโดยมีสัญญาขายไฟระยะยาว (PPA) รองรับ เพิ่มจากปัจจุบัน 3.4 เท่าตัว ภายในปี 2020 หลักๆ จากโครงการใหม่ในประเทศญี่ปุ่น หากการดำเนินงานเป็นไปตามแผน คาดว่ากำไรปกติในปี 2018 จะโต 20.5% และโตเฉลี่ย 16.4% ใน 3 ปีข้างหน้า (2017-2020) (CAGR) เราประเมินราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 2017 (หลังเพิ่มทุน) ที่ 8.95 บาท โดยวิธี SOTP ที่ราคาเป้าหมายดังกล่าว คิดเป็น PE Multiple ปี 2017 ที่ 19.0 เท่า และปี 2018 ที่ 15.8 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
27
กันยายน
2017
ADVANC (BUY/18TP: 220), คาดกำไร 3Q17 กลับมาโต Y-Y ครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาส
(views 22)
เราคาดกำไรปกติ 3Q17 ของ ADVANC กลับมาเติบโต 12.9% Y-Y ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาสจากฐานต่ำในปีก่อน โดยรายได้คาดว่ายังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ต้นทุนเริ่มชะลอการปรับขึ้น แนวโน้มการแข่งขันเริ่มผ่อนคลายลงบ้าง แต่ยังเร็วเกินไปที่จะทำให้การทำกิจกรรมทางการตลาดลดลงอย่างมีนัยยะ ส่วนการเสนอซื้อ CSL คาดส่งผลบวกจำกัดต่อประมาณการกำไรที่คาด -3% Y-Y ในปี 2017 และ +7.4% Y-Y ในปี 2018 จากขนาดธุรกิจที่ต่างกันมาก อย่างไรก็ตามเราปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 220 บาท ทำให้ Upside เปิดกว้างขึ้น จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
27
กันยายน
2017
TISCO (BUY/18TP: 89), คาดการณ์กำไร 3Q17 ทำ new high ก่อนปรับฐานสูงขึ้นในปีหน้า
(views 19)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 3Q17 ของ TISCO จะแสดงจุดสูงสุดใหม่อีกครั้งที่ราว 1.57 พันลบ. +4.5%Q-Q และ +26%Y-Y เนื่องจากการตั้งสำรองหนี้สูญที่ลดลง, รายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจหลักทรัพย์ (นายหน้าและ IB) และคาดว่า Spread จะอยู่ในระดับสูงที่ราว 4.8% จากส่วนผสมของสินเชื่อที่เป็น High-yield loan มากขึ้น สินเชื่อในเดือนส.ค. เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 14 เดือน ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ เป็นสัญญาณที่ดีขึ้นของการกระจายตัวของสินเชื่อนอกไปจากสินเชื่อเช่าซื้อ เราคงคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้และปีหน้าที่ +20%Y-Y และ +11%Y-Y ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมเป็นปี 2018 ที่ 89 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
กันยายน
2017
K (BUY/18TP: 6.5), ผ่านพ้นวงจรขาลง พร้อมกลับไปฟื้นตัวเร็วในปีหน้า “ซื้อ”
(views 29)
หลังผลประกอบการพลิกจากกำไรเป็นขาดทุนตั้งแต่ 1Q17 จากผลของการปรับโครงสร้างองค์กรและงานตกแต่ง Shop Brand ที่ชะลอตัว ทำให้เราแนะนำหลีกเลี่ยงตั้งแต่ พ.ค. 17 จนปัจจุบันเริ่มเห็นว่าทั้งผลประกอบการและราคาหุ้นน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยต้นทุนและค่าใช้จ่ายเริ่มเข้าที่มากขึ้น จากการลดงานซ้ำซ้อนและปิดโรงงานส่วนที่ไม่จำเป็น ขณะที่ งานในมือกว่า 900 ล้านบาท จะเริ่มรับรู้ได้ตามงวดการส่งมอบที่กระจุกตัวใน 2H17 ซึ่งทำให้คาดว่าผลประกอบการ 3Q17 จะขาดทุนลดลงเหลือ -10 ล้านบาท (จาก -40 ล้านบาท ใน 2Q17) ก่อนจะพลิกเป็นกำไรราว 10-15 ล้านบาทใน 4Q17 ที่จะมีการรับรู้งานตกแต่งบูธของมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2017 เราปรับประมาณการปีนี้ลงเป็นขาดทุน -55 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 14 ล้านบาท และปรับกำไรสุทธิปีหน้าเหลือ 57 ล้านบาท จาก 78 ล้านบาท พร้อมกันนี้ได้ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 6.50 บาท อิง PE เฉลี่ยของกลุ่มที่ 25 เท่า และกลับมาแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
กันยายน
2017
GFPT (BUY/18TP: 24), คาดกำไร 3Q17 จะทำจุดสูงสุดในรอบ 16 ไตรมาส
(views 18)
แนวโน้มกำไร 3Q17 จะเติบโตได้ดีทั้ง Q-Q และ Y-Y อาจเป็นกำไรสูงสุดในรอบ 16 ไตรมาส จากทั้งช่วง High Season น่าจะช่วยหนุนให้ปริมาณขายไก่ส่งออกสูงขึ้นแตะระดับ 8.5 พันตัน และคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะสูงขึ้นจากไตรมาสก่อน เพราะเริ่มได้ผลดีจากราคาวัตถุดิบกากถั่วเหลืองที่อ่อนตัวลง ซึ่งจะได้รับผลดีมากขึ้นใน 4Q17 เพราะ 3Q17 มีสต็อกบางส่วนใช้อยู่ กอปรกับสถานการณ์ไก่ส่งออกยังดูสดใสต่อเนือง จากคาดการณ์กำไร 9M17 จะเติบโตถึง 30.5% Y-Y ถือว่าดีกว่าเดิมที่เคยคาด เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2017-2018 ขึ้น 5% และ 6% เป็นการเติบโต 20% Y-Y และ 11.4% Y-Y ตามลำดับ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 24 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ยังมี Upside 23.1% จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
กันยายน
2017
GUNKUL (BUY/18TP: 5), คาดกำไรครึ่งปีหลังฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องไปปีหน้า
(views 22)
แนวโน้มกำไรปกติครึ่งหลังปี 2017 ดีขึ้น จากการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าลม “WED” ได้เพิ่มขึ้น แต่จากกำไรที่อ่อนแอกว่าคาดใน 2Q17 และแนวโน้มการเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงไฟฟ้า GNP ล่าช้าไป 1Q18 ทำให้เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2017 ลง 30% เป็นโต 15.7% และปีหน้าปรับลง 16% เป็นอัตราเติบโตสูง 87.2% จากรายได้และอัตรากำไรเพิ่มจากการทยอย COD ของ 4 โครงการโรงไฟฟ้าใหม่ในไทยและในญี่ปุ่น ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside 24% จากราคาเป้าหมายที่ปรับไปใช้ปีหน้าที่ 5 บาท (Sum-of-the-Parts) คงคำแนะนำ ซื้อลงทุนระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
22
กันยายน
2017
DTAC (SELL/18TP: 50), คาดกำไร 3Q17 ยังลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 16)
เราคาดกำไร 3Q17 ของ DTAC ยังไม่โดดเด่นโดยลดลง 14.4% Q-Q และ 3% Y-Y แม้รายได้จะเริ่มทรงตัวได้ แต่ยังถูกกดดันจากต้นทุนโครงข่ายและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การได้คลื่นใหม่แม้จะช่วยปลดล็อคความเสี่ยงด้านการดำเนินงานระยะยาว แต่จะกดดันต้นทุนในช่วง 1-2 ปีแรก เราคาดกำไรปกติปี 2017-2018 ยังเป็นขาลงโดยหดตัว 27.2% Y-Y และ 23.6% Y-Y ตามลำดับ เราปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 50 บาท อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปัจจุบันยังเกินปัจจัยพื้นฐาน จึงยังคงคำแนะนำ “ขาย”
อ่านเพิ่มเติม
19
กันยายน
2017
FTE (BUY/17TP: 4.3), คาดกำไร 3Q17 ทำ All Time High แนะนำซื้อ เป้า 4.30 บาท
(views 34)
คาดกำไร 3Q17 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 32 ล้านบาท +17% Q-Q, +36% Y-Y จากรายได้ขายอุปกรณ์ดับเพลิงที่คาดว่าจะกลับมาฟื้น +26% Q-Q, +27% Y-Y ขณะที่ งานรับเหมาติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงคาดว่าจะเร่งส่งมอบมากขึ้น เพราะเป็นช่วงใกล้ปิดงบประมาณของภาครัฐฯ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องจาก 2Q17 ตามมิศทางเงินบาทที่แข็งค่า ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2017 เพียง 17 เท่า และจะลดเหลือ 15 เท่าในปี 2018 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ HARN, กลุ่มค้าปลีก, และวัสดุอุตสาหกรรมที่ 25 เท่า หรือถ้าอิง Ke ที่ 10% และ PE Multiplier 25 เท่า คาดการณ์การเติบโตที่ตลาดให้ FTE ช่วง 5 ปีข้างหน้าต่ำเพียง 0.5% ต่อปี ซึ่งไม่สอดคล้องกับผลการดำเนินงานปีนี้ที่คาดกำไร +31% Y-Y และฐานะทางการเงินที่เป็นเงินสดสุทธิหลังเพิ่มทุน เราจึงแนะนำซื้อลงทุน เพื่อรอรอบการฟื้นตัวของหุ้นขนาดเล็กขนาดกลาง ราคาเป้าหมาย 4.30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
18
กันยายน
2017
ATP30 (BUY/18TP: 2), จิ๋วแต่แจ๋ว
(views 27)
ATP30 เป็นผู้ให้บริการรถรับส่งพนักงานทั้งใน และนอกนิคมฯภาคตะวันออก บริษัทสร้าง Premium จากโมเดลธุรกิจที่แตกต่างกับคู่แข่งโดยเน้นคุณภาพของการให้บริการ และนำเทคโนโลยีเข้าบริหารจัดการ ปัจจุบันครองส่วนแบ่งการตลาดเพียง 2% ทำให้มีช่องว่างให้เติบโตอีกมากตามการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรม บวกกับเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการ EEC ที่จะหนุนให้ Demand การใช้บริการเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เรามองว่ากำไรได้ผ่านจุดต่ำสุดใน 1H17 ไปแล้วหลังถูกกดดันจากค่าปรับปรุงรถที่เป็น One-time expense และคาดจะฟื้นตัวโดดเด่นตั้งแต่ 3Q17 จากการเริ่มให้บริการลูกค้ารายใหญ่ 1 รายในเดือนก.ย. และอีก 2 รายต้นปีหน้า หนุนให้กำไรสุทธิปี 2017-18 คาดโตเฉลี่ย 28% CAGR แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 2.00 บาท
อ่านเพิ่มเติม
18
กันยายน
2017
FN (BUY/18TP: 5.6), แนวโน้ม 3Q17 เริ่มทรงตัวได้ จะฟื้นตัวตั้งแต่ 4Q17
(views 31)
มองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วใน 2Q17 แม้ปกติ 3Q จะเป็น Low Season ของธุรกิจแต่คาดว่ากำไร 3Q17 น่าจะพอทรงตัวได้จากไตรมาสก่อน ส่วนใหญ่เป็นการเน้นทำโปรโมชั่น กอปรกับค่อนข้างประสบความสำเร็จจากการจัดงาน Fair ครั้งใหญ่ที่พระราม 9 และคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q17 จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และมีแผนเปิดสาขาใหม่แห่งที่ 2 ของปีที่ฉะเชิงเทรา อย่างไรก็ตาม ด้วยคาดการณ์กำไร 9M17 ที่ต่ำกว่าประมาณการเดิมของเรา จึงนำไปสู่การปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 ลง 30% เป็น 97 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 34% และคาดจะกลับมาเติบโตโดดเด่นอีกครั้งในปี 2018 ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำมากในปีนี้ โดยคาดกำไรจะโต 65% Y-Y และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 5.6 บาท (อิง DCF) ยังมี Upside 19% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ทยอยซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
15
กันยายน
2017
ICN (IPO:1.84/17TP: 2.9), Growth Stock ของกลุ่ม SI
(views 34)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของ ICN จากภาวะอุตสาหกรรมที่เป็นขาขึ้นและนโยบายภาครัฐที่กระตุ้นให้มีการปรับเปลี่ยนระบบให้เป็นรูปแบบ Digital มากขึ้น ทำให้เริ่มเห็นงานประมูลโครงการต่างๆออกสู่ตลาดค่อนข้างหนาตาอีกครั้ง เราคาดกำไรสุทธิปี 2017-2018 ของ ICN เติบโตเฉลี่ยสูงถึง 97.2% ต่อปี ตามปริมาณงานในมือที่มีอยู่ค่อนข้างมากและคาดว่าจะได้งานเพิ่มเติมอีกในช่วง 2H17 เราประเมินราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 2.90 บาท
อ่านเพิ่มเติม
15
กันยายน
2017
TACC (BUY/17TP: 9), แนวโน้มกำไร 2H17 ยังสดใส และจะดีต่อไปในปีหน้า
(views 20)
จากประชุม Opp Day วานนี้ โทนค่อนข้างบวก แนวโน้มกำไร 2H17 ยังสดใสต่อเนื่อง จากทั้งสินค้าใหม่โดนัท ทวิสต์ ที่ได้รับการตอบรับที่ดีมาก จนผลิตไม่ทัน และอยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิต และในช่วงเดือน พ.ย. จะมีการออกเครื่องดื่มโถกดรสชาติใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ Global Brand นอกเหนือไปจากการเติบโตตามการขยายร้าน 7-11 และ All Caf? และอยู่ระหว่างขยายการตลาด Jump Start ในกัมพูชา และ Sawasdee ในจีน ที่ได้รับการตอบรับที่ดีในส่วนของช่องทาง Online และจะรุกเข้าสู่ Offline เพิ่มขึ้น เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2017 และ 2018 จะเติบโต 25.3% Y-Y และ 25% Y-Y ตามลำดับ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 9 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 24.1% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
15
กันยายน
2017
MBAX (BUY/17TP: 6.5), ถุงซิปล็อคควรกลับมาโลดแล่น ตามแนวโน้มกำไรที่ถูกปลดล็อค
(views 28)
หลังจากที่เราได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานของ MBAX วานนี้ พบว่ากำลังการผลิตยังสูงใกล้เคียง 1H17 ทั้ง 2 กะ (24 ชม.) ทุกวัน ตามคำสั่งซื้อของลูกค้าในสหรัฐฯ และยุโรปที่เติบโตดี (รวมกันราว 70% ของรายได้รวม) และการเจาะตลาดใหม่ในแถบเอเชีย โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่ถุงซิปล็อคสำหรับอาหารเติบโตสูงใน 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ ต้นทุนมีแนวโน้มลดลงตามราคา LDPE ที่อ่อนตัวใน 2Q17 และแผนการปรับลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในโรงงานที่จะเริ่มเห็นผลเต็มที่ใน 2H17 รวมถึงการนำเงินจาก MBAX-W1 ไปชำระหนี้ ส่วนการแข็งค่าของเงินบาท มีการซื้ออัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าป้องกันไว้หมดแล้ว ทำให้เรายังมั่นใจว่ากำไรปีนี้จะทำได้ตามคาดที่ 70 ล้านบาท +20% Y-Y รวมถึงเงินปันผล 2H17 ที่คาดว่าจะจ่ายอีก 0.24 บาท/หุ้น หรือราว 5% ด้วย ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2017 เพียง 12.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 16 เท่า และคิดเป็น PEG เทียบการเติบโตเฉลี่ยในปี 2018-2020 ที่ 15% ต่อปีที่ 0.80 เท่า ยังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 6.50 บาท อิง PE Multiplier 16 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
15
กันยายน
2017
BOL (BUY/18TP: 3.1), ผู้นำในธุรกิจให้บริการฐานข้อมูลบนโลกออนไลน์
(views 34)
แนะนำซื้อ BOL ราคาเป้าหมาย 3.10 บาท ด้วยจุดเด่น 3 ประการ 1.) เป็นผู้นำในธุรกิจการให้บริการฐานข้อมูลบนโลกออนไลน์ของประเทศ เนื่องจากเป็นผู้ให้บริการที่มีฐานข้อมูลบริษัทที่กว้างขวางมากที่สุดในประเทศ 2.) ประเมินแนวโน้มกำไรปี 2017-2019 เติบโตเฉลี่ยที่ 20.2% จากทั้งธุรกิจเดิมที่ได้ประโยชน์จากสัญญาฉบับใหม่ และ ธุรกิจใหม่ที่นำฐานข้อมูลซึ่งเป็นจุดเด่นของ BOL มาสร้าง platform เพื่อเกาะกระแส fintech 3.) คุณภาพทางอัตราส่วนทางการเงินที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นอัตราการทำกำไรที่อยู่ระดับสูง ทั้ง GPM NPM ROE และ สถานะทางการเงินที่เป็น net cash เนื่องจากไม่มีภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ยผูกพัน และ มีเงินสดในมือสูง
อ่านเพิ่มเติม
14
กันยายน
2017
PRM (IPO:8/17TP: 11.5), PRM ผู้นำบริการเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันที่เติบโตมั่นคง
(views 28)
PRM ผู้นำบริการเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป รวมถึงปิโตรเคมีเหลวอย่างครบวงจร ทั้งในรูปแบบเรือขนส่งน้ำมัน, เรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมัน (FSU) เรือขนส่งเพื่อสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล, และการบริหารจัดการเรือ ด้วยลักษณะการประกอบธุรกิจที่มีกลุ่มลูกค้ามั่นคง เช่น PTT TOP BCP และบริษัทผลิตน้ำมันรายใหญ่ระดับโลก ซึ่งทำให้รายได้ที่ส่วนมากอยู่ในรูปค่าเช่าระยะยาวมีความต่อเนื่อง ขณะที่ การแข่งขันในอุตสาหกรรมอยู่ในระดับต่ำเพราะใช้เงินลงทุนสูงและต้องมีความเชี่ยวเป็นการเฉพาะ รายได้และกำไรสุทธิปี 2014-2016 จึงเติบโตอย่างมั่นคงเฉลี่ย 11% ต่อปี และ 31% ต่อปี ตามลำดับ และด้วยแนวโน้มการขยายกองเรือเชิงรุกมากขึ้นในปี 2017-2019 ซึ่งจะทำให้ปริมาณการขนส่งและจัดเก็บน้ำมันในปี 2020 เพิ่มขึ้นอีก ~3 เท่าจากปัจจุบัน โดยเราคาดกำไรสุทธิปี 2017-2020 โตเฉลี่ย 24% ต่อปี ซึ่งจะเห็นผลบวกชัดเจนตั้งแต่ปี 2018 ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมปี 2017 ได้เท่ากับ 11.50 บาท จากวิธี DCF (WACC 11%, Terminal growth 2%)
อ่านเพิ่มเติม
14
กันยายน
2017
BEC (SELL/18TP: 16), ยังอยู่ในช่วงลำบากในการประคองช่องหลักเดิม ลดภาระช่องใหม่
(views 23)
ตัวเลขเม็ดเงินโฆษณา TV ช่องหลักเดิมรวมช่วง 2 เดือนแรกของ 3Q17 ลดลงต่อเนื่อง 21.9% Y-Y เป็นสัญญานเชิงลบต่อรายได้ค่าโฆษณาของช่องหลักของ BEC คือ Ch 3 Analog ตาม Rating ที่ยังอยู่ในช่วงขาลง เราปรับประมาณการกำไรทั้งปีลงเป็นกำไรปกติลดลงต่อเนื่องจากปีก่อนอีก 26.4% จากกำไรใน 2Q17 ที่อ่อนแอกว่าคาดมาก ราคาหุ้น Rebound ขึ้นมาจากประเด็นการคืนคลื่นช่องทีวีดิจิตอลโดยไม่ต้องชำระส่วนที่เหลือ ซึ่งยังไม่แน่นอน ล่าสุด กสทช.ให้ความเห็นว่าไม่มีอำนาจทำได้ ขณะที่การเปลี่ยนแปลงทีมบริหารและการรุกสื่อ On-line ยังต้องใช้เวลา ราคาปัจจุบันสูงกว่าราคาเป้าหมายที่ปรับใปใช้เป็นปี 18 ที่ 16 บาท และคิดเป็น PE ปี 17 และ 18 สูงถึง 41 เท่า และ 36 เท่า เทียบกับคาดการณ์กำไรลดลง 26% ในปี 17 และฟื้น 13% ในปี 18 คงคำแนะนำ ขาย
อ่านเพิ่มเติม
13
กันยายน
2017
ASP (BUY/17TP: 4), ไม้ใหญ่ต้านลม
(views 26)
มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ในเดือนก.ย.กลับมาคึกคักที่สุดในรอบ 8 เดือน ทำให้กลุ่มหลักทรัพย์น่าจะถูกได้รับความน่าสนใจขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ASP เป็นหนึ่งในหุ้นในกลุ่มหลักทรัพย์ที่เราชอบที่สุด โดยถึงแม้ว่าเรามีการปรับลดประมาณการมูลค่าการซื้อขายต่อวันของตลาดฯ (ไม่รวมบัญชี Prop Trade) ลงจากเดิม 13% มาอยู่ที่ 4.5 หมื่นลบ. (-4%Y-Y) และเราปรับลด Market share ของ ASP ลงจากเดิมที่ 3% เป็น 2.75% แต่สังเกตว่ากระทบประมาณการกำไรสุทธิเพียงเล็กน้อยและเราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 น่าจะทรงตัวจากปีก่อนอยู่ที่ราว 740 ลบ. เนื่องจากเราคาดว่าจะได้ชดเชยจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่มีแนวโน้มสูงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้เดิม และคาดการณ์ผลตอบแทนจากพอร์ตเงินลงทุนที่ 9.5% คงราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 4 บาท คาดหวัง Upside 7% และ Div Yield ~6% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
กันยายน
2017
ITEL (BUY/17TP: 7.2), ปรับเป้าขึ้นรับเน็ตชายขอบเป็น 7.20 บาท แนะนำ “ซื้อ”
(views 31)
ผลจากการรับรองโครงการเน็ตชายขอบของ กสทช. ทั้ง 8 สัญญาวานนี้ ทำให้เราปรับประมาณการกำไรปี 2017-2018 ขึ้น 3% และ 10% ตามลำดับ เนื่องจากงานดังกล่าวซึ่งมีมูลค่าราว 1.87 พันล้านบาท ยังไม่ถูกรวมในประมาณการเดิมของเรา ส่งผลให้ราคาเป้าหมายปี 2017 ตามวิธี DCF (WACC 8%, Terminal Growth 2%) เพิ่มขึ้นเป็น 7.20 บาท จากเดิม 7.00 บาท เรายังแนะนำซื้อ ITEL ด้วยแนวโน้มผลประกอบการที่จะทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องใน 3 ปีข้างหน้า บนสมมติฐานสัดส่วนการใช้บอร์ดแบนด์ที่จะเพิ่มขึ้นจาก 20-25% ของประชากรเป็น 50-60% ของประชากรเท่ากับสัดส่วนการใช้อินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน โดยแรงหนุนมาจากภาครัฐฯ ที่ต้องการสนับสนุนให้ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจมากขึ้น และการเปลี่ยนมาใช้ Private Network ของภาคเอกชนโดยเฉพาะกลุ่มสถาบันการเงิน
อ่านเพิ่มเติม
08
กันยายน
2017
TPCH (BUY/17TP: 21), คาดกำไร 2H17 เร่งตัวขึ้น และรอ Catalyst การประมูลรอบใหม่
(views 27)
เรามองแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก จากการเริ่ม COD ของ 2 โรงไฟฟ้าใหม่ แม้มีการปรับประมาณการกำไรปกติทั้งปีลง 12% จากผลการดำเนินงาน 2Q17 ต่ำกว่าคาด และการเลื่อน COD ของโรงไฟฟ้า SGP ออกไป 2-3 เดือนเป็นปลาย 4Q17 ยังเป็นกำไรปกติทั้งปีโต 45.5% และ 3 ปีข้างหน้า (2017-2019) โตเฉลี่ย 48.4% จากการทยอย COD ของโรงไฟฟ้าใหม่ ราคาหุ้นที่ปรับฐานลงมามี Upside 27% จากราคาเป้าหมายใหม่ที่ 21 บาท จากเดิม 22 บาท (Sum-of-the-Parts) จึงคงคำแนะนำ ซื้อลงทุนระยะยาว โดย Upside จากโครงการรับซื้อไฟฟ้าของภาครัฐ โครงการ SPP Hybrid 300 MW กกพ. มีกำหนดให้ยื่นขอเสนอขายไฟทางเทคนิคและราคา ในช่วงวันที่ 2-6 ต.ค. และประกาศรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกในวันที่ 14 ธ.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
07
กันยายน
2017
CHG (SELL/17TP: 2.5), คาดแนวโน้ม 2H17 เริ่มฟื้น แต่ราคาเต็มมูลค่า
(views 28)
แนวโน้มผลการดำเนินงานของ CHG คาดว่าจะเติบโตเร่งตัวขึ้นใน 3Q17 จากอานิสงส์ของ High Season และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับเพิ่มการจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคม เบื้องต้นเราคาดกำไรสุทธิ 3Q17 โตราว 45% Q-Q และ 10% Y-Y อย่างไรก็ตามเราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลง 7.5% เหลือเติบโต 5.2% Y-Y สะท้อนกำไร 2Q17 ที่อ่อนแอ ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปี 2017 ปรับลดจาก 2.70 บาทเหลือ 2.50 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันเต็มมูลค่าและมี Valuation ค่อนข้างแพง เราจึงแนะนำให้ Switch เป็น BCH แทน
อ่านเพิ่มเติม
07
กันยายน
2017
SAWAD (SELL/17TP: 44), 2H17 มีแผนปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่
(views 29)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ SAWAD จะทำการปรับโครงสร้างธุรกิจสู่ Financial Group ในช่วงปลาย กย.- ตค. นี้ โดยแนวทางดังกล่าว เราคาดว่าน่าจะมีการโอนธุรกิจจำนำทะเบียนรถให้กับ BFIT ในเบื้องต้นเรามองเป็นกลางต่อการปรับโครงสร้างดังกล่าว แม้ว่าจะทำให้ Loan Yield สูงขึ้น แต่เราคาดสัดส่วนการถือหุ้นที่อาจเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว ~70% ไม่น่าจะทำให้ SAWAD ได้ประโยชน์เต็มที่ต่อการส่งต่อธุรกิจ ขณะเดียวกันในระยะสั้น SAWAD ยังมีภาระการกันสำรองฯส่วนเพิ่มของสินเชื่อเดิมเพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์แบงก์พาณิชย์ และ Loan Yield ที่ชะลอตัว ทำให้คาดการณ์กำไรใน 2H17 ไม่น่าจะสดใสนัก คงราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 44 บาท เมื่อประกอบกับแผนทางธุรกิจยังมีความไม่ชัดเจนในหลายประเด็น เราจึงยังชอบ MTLS มากสุดในกลุ่มนี้
อ่านเพิ่มเติม
05
กันยายน
2017
COMAN (BUY/17TP: 8.1), ถ้าถอยมามองภาพกว้าง จะพบความน่าสนใจในการลงทุน
(views 27)
เรากลับมาจัดทำบทวิเคราะห์ COMAN หลังจากพบว่าปัจจัยลบทีเป็นผลต่อเนื่องของการควบรวมกิจการ (ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายพิเศษ) เริ่มผ่อนคลายลง ซึ่งทำให้ธุรกิจหลักคือ การจัดจำหน่ายโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อใช้ในโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ที่กำลังเข้าสู่ High Season สะท้อนกลับมาที่งบการเงินรวมได้ดีขึ้น ขณะที่ การเข้าลงทุนในซินเนเจอร์จะทำให้เกิด Synergy อย่างเต็มตัวใน 2H17 จากการจำหน่ายซอฟแวร์และฮาร์ดแวร์ไปในกลุ่มร้านอาหารและสปา ซึ่งจะทำให้ฐานลูกค้าขยายครอบคลุมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้มากขึ้น เราคาดกำไรสุทธิปีนี้ -34% Y-Y ก่อนจะกระชากตัว +92% Y-Y ในปี 2018 ประเมินราคาเป้าหมายปี 2017 ด้วยวิธี DCF ได้เท่ากับ 8.10 บาท ราคาปัจจุบันคิดเป็น PE2018 ที่ 21 เท่า และคิดเป็น PEG เทียบอัตราการเติบโตปี 2018-2020 เพียง 0.51 เท่า แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
กันยายน
2017
RS (HOLD/17TP: 16.75), แนวโน้ม 3Q17 ฟื้นสูงต่อเนื่อง Q-Q, Y-Y แต่ราคาขึ้นเร็ว
(views 20)
แนวโน้มผลประกอบการ 3Q17 ฟื้นตัวสูงต่อเนื่อง Q-Q, Y-Y ปัจจัยหนุนหลักยังคงมาจากยอดขายธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ H&B ยังเพิ่มเรื่อยๆ ทุกไตรมาสและโตก้าวกระโดด Y-Y ขณะที่รายได้ทีวีดิจิตอลกระเตื้องขึ้นจาก Rating ในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น ทำให้ปรับขึ้นค่าโฆษณาได้บ้าง ท่ามกลางการแข่งขันในธุรกิจทีวีดิจิตอลยังสูงและกำลังซื้อโดยรวมไม่ฟื้นตัวดีนัก เราคงมองกำไรปกติปีนี้ใกล้เดิม ฟื้นตัวสูงจากขาดทุนปีก่อน แม้ 4Q17 ชะลอลงจากผลกระทบงานพระราชพิธี แต่ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 ขึ้น 15-20% สะท้อนมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อธุรกิจ H&B แต่ราคาหุ้นขึ้นเร็ว เกือบ 26% ในช่วงเพียง 2-3 สัปดาห์นับจากที่เราแนะนำ ซื้อ ทำให้ Upside จำกัด จากราคาเป้าหมายใหม่ที่ 16.75 บาท จากเดิม 14.50 บาท จึงปรับคำแนะนำลงเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ โดย กำไร 3Q17 อาจยังหนุนการเก็งกำไรระยะสั้น
อ่านเพิ่มเติม
04
กันยายน
2017
CRD (IPO/18TP: 1.9), ผู้รับเหมาก่อสร้างแนวหน้าในภาคเหนือตอนบน
(views 22)
CRD เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างทั้งงานก่อสร้างอาคาร สิ่งปลูกสร้างทั่วไป และระบบงานสาธารณูปโภค จากทั้งภาครัฐ และเอกชน บริษัทมีการให้บริการที่ครอบคลุมหลายพื้นที่ทุกภูมิภาค แต่เน้นภาคเหนือตอนบนเป็นหลัก มีจุดเด่น คือ เน้นคุณภาพงานก่อสร้าง และการส่งมอบงานให้ทันตามกำหนด รวมถึงมีความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายในการประกอบธุรกิจเป็นเวลานานกว่า 27 ปี ธุรกิจก่อสร้างยังเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการผลักดันการลงทุนใหม่ๆของภาครัฐ และภาคเอกชนที่ทยอยฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้เราคาดกำไรสุทธิใน 2 ปีข้างหน้า (ปี 2017-18) จะโตเฉลี่ย 27% CAGR ประเมินมูลค่าของหุ้น CRD อิง PER ที่ 14 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 1.90 บาท
อ่านเพิ่มเติม
01
กันยายน
2017
III (IPO: 4.8/18TP: 5.4), ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรชั้นนำของประเทศ
(views 37)
III เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร โดยเป็นผู้ขนส่ง ทั้งทางอากาศ ทางทะเล ทางบก และผู้รับบริหารจัดการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศและภายในประเทศ รวมถึงให้บริการโลจิสติกส์สินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ซึ่งต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จุดเด่นของบริษัท คือการเป็นผู้ให้บริการตลอดห่วงโซ่อุปทานแบบ One Stop Service รวมถึงมีความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายในการประกอบธุรกิจเป็นเวลานานกว่า 25 ปี ปัจจุบัน ธุรกิจโลจิสติกส์ยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่องจากการเปิด AEC, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ EEC และธุรกิจE-Commerce ที่โตอย่างรวดเร็ว ทำให้เราคาดกำไรสุทธิใน 2 ปีข้างหน้าจะโตเฉลี่ย 46% CAGR ประเมินมูลค่าของหุ้น III อิง PER ที่ 17 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 5.40 บาท
อ่านเพิ่มเติม
01
กันยายน
2017
SSP (IPO/17TP: 8.95), สร้างเสริมกำลังผลิตไฟ เสริมสร้างกำไร 3-4 ปีข้างหน้า
(views 36)
SSP เป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่จะมีกำลังผลิตไฟโดยมีสัญญาขายไฟระยะยาว (PPA) รองรับ เพิ่มจากปัจจุบัน 3.4 เท่าตัว ภายในปี 2020 หลักๆ จากโครงการใหม่ในประเทศญี่ปุ่น หากการดำเนินงานเป็นไปตามแผน คาดว่ากำไรปกติในปี 2018 จะโต 20.5% และโตเฉลี่ย 16.4% ใน 3 ปีข้างหน้า (2017-2020) (CAGR) เราประเมินราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 2017 (หลังเพิ่มทุน) ที่ 8.95 บาท โดยวิธี SOTP ที่ราคาเป้าหมายดังกล่าว คิดเป็น PE Multiple ปี 2017 ที่ 19.0 เท่า และปี 2018 ที่ 15.8 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
01
กันยายน
2017
WORK (BUY/17TP: 82), แนวโน้มกำไร 3Q17 ยังแข็งแกร่งก่อนลดในไตรมาสสุดท้าย ปรับเป้าหมายขึ้นอีกครั้ง
(views 30)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการทำกำไรที่แข็งแกร่งต่อเนื่องใน 3Q17 จากความสามารถในการปรับขึ้นค่าโฆษณาได้ต่อเนื่องตาม Rating และ Content ที่โดดเด่น โดยจะมีรายการใหม่ที่น่าสนใจเข้ามาเพิ่ม คาดกำไรปกติในระดับสูงใกล้ไตรมาสก่อน แม้แนวโน้ม 4Q17 กำไรจะลดลงมากเป็นระดับต่ำสุดของปี จากผลของจากงานพระราชพิธีประมาณ 3 สัปดาห์ และคาดมีค่าใช้จ่ายโบนัสพนักงานสูงตามปกติ เราปรับประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2017 ขึ้น 49% เป็นการเติบโตถึง 288.6% Y-Y สะท้อนกำไร 2Q17 ที่ออกมาดีกว่าคาดมาก และราคาเป้าหมายปี 2017 ปรับขึ้นเป็น 82 บาท จากเดิม 69 บาท (DCF) ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาเร็ว 18% ในช่วงนับจากวันประกาศงบ 2Q17 ในช่วงกลางเดือนส.ค. ที่ดีกว่าเราและตลาดคาด รวมทั้งข่าวได้ปรับเพิ่มเข้าในการคำนวณดัชนี FTSE ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. นี้ แต่ยังมี Upside เกือบ 12% โดยมีปัจจัยหนุนแนวโน้มกำไร 3Q17 ยังแข็งแกร่ง จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
01
กันยายน
2017
ARROW (BUY/17TP: 19), แม้ไม่ใช่ปีที่ดี แต่ฟ้าหลังฝนงดงามเสมอ ราคาเป้าหมาย 19 บาท
(views 25)
สถานการณ์ของ ARROW แม้ยังไม่กลับเข้าสู่ช่วงที่ดีที่สุดในปี 2016 แต่ถือว่าแรงกดดันก่อนหน้านี้ผ่อนคลายลงเป็นลำดับทั้ง (1) ความต้องการท่อร้อยสายไฟที่พุ่งขึ้นจากการเร่งสั่งของผู้รับเหมาเพื่อควบคุมต้นทุน (2) ราคาเหล็กซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญและเป็นสาเหตุให้กำไรชะลอใน 1H17 มีความผันผวนน้อยลง (3) และภาษีที่กำลังจะลดลงจากการขอ BOI ผลิตสินค้าใหม่เพื่อทดแทนสินค้าเดิมที่หมดอายุ ขณะที่ ธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้าของบริษัทลูก ซึ่งมีงานในมือราว 200 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ใน 2H17 โดยเฉพาะ 4Q17 ที่จะเร่งส่งมอบงานมากขึ้น ส่วนการขยายธุรกิจไปผลิตอุปกรณ์งานก่อสร้างในระบบ Post-tension เพื่อรองรับงานโครงสร้างพื้นฐานใน 3 ปีข้างหน้า แม้จะมีความเสี่ยงต่ำเพราะมีคำสั่งซื้อรออยู่แล้ว แต่ยังต้องใช้เวลาเพื่อให้ Learning Curve ทำงาน เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ที่ 267 ล้านบาท (+2% Y-Y) และปีหน้า 290 ล้านบาท (+9% Y-Y) ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2017-2018 เพียง 12-13 เท่า ต่ำสุดในรอบ 3 ปีและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 18 เท่า ยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 19 บาท
อ่านเพิ่มเติม
01
กันยายน
2017
WPH (IPO/18TP: 4.5), อีกหนึ่งโรงพยาบาลที่จะมีกำไรฟื้นตัวแรงในปีหน้า
(views 30)
WPH ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดตรังและกระบี่ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาวะอุตสาหกรรมที่อยู่ในช่วงขาขึ้นทั้งสังคมผู้สูงอายุในไทย รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เติบโตต่อเนื่อง ซึ่ง WPH เป็นผู้ได้ประโยชน์เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ ขณะที่การลงทุนอาคารและโรงพยาบาลใหม่จะหนุนการเติบโตระยะยาว เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 หดตัว 44.1% Y-Y จากโรคระบาดและการบริโภคที่ชะลอ ขณะที่ต้นทุนปรับตัวขึ้นเพื่อเตรียมเปิดโรงพยาบาลใหม่ปีหน้า แต่คาดว่ากำไรสุทธิจะกลับมาโตแข็งแกร่ง 66.6% Y-Y ในปี 2018 เราประเมินราคาเหมาะสมที่ 4.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
31
สิงหาคม
2017
MTLS (BUY/17TP: 39), สภาพคล่องล้นเหลือ
(views 34)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ บริษัทแสดงชัดเจนให้ที่ประชุมเห็นถึงความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและสภาพคล่องระยะสั้น-ยาวหลังจากมีข่าวลือเกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นและการเพิ่มทุน แท้จริงแล้วเราไม่ได้มีความกังวลต่อประเด็นนี้อยู่แล้ว ในทางตรงข้ามคาดว่าความชัดเจนต่อกระแสเงินสดและแหล่งเงินทุนในอนาคตน่าจะทำให้ตลาดสบายใจขึ้นมาก ขณะที่ MTLS กำลังเข้าสู่ช่วง High Season ของการเติบโตของสินเชื่อและกำไรใน 2H17 โดยคาดกำไรจะ +22%H-H และกำไรสุทธิ 3Q17 ยังแสดง Record High ที่ 640 ลบ. +12%Q-Q, +60%Y-Y แรงส่งคือความพร้อมของสาขาซึ่งล่าสุดเปิดครบเป้าหมายรายปีที่ 2200 สาขาไปแล้ว และคงคาดการณ์ว่ากำไรจะขึ้นสูงสุดใน 4Q17 เราคงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 39 บาท
อ่านเพิ่มเติม
31
สิงหาคม
2017
SQ (BUY/17TP: 7.2), กำไร 2H17 ชะลอแต่ทั้งปีโดดเด่น รอลุ้นงานประมูลปลายปี
(views 24)
เราปรับประมาณการกำไรปี 2017 ขึ้นเป็นเติบโต 66.5% Y-Y (EPS +23.1% Y-Y) จากกำไรที่ทำได้ดีกว่าคาดมากใน 1H17 แต่กำไรใน 2H17 จะชะลอลงมากเพราะงานขุดขนดินในโครงการเหมืองแม่เมาะ 8 ที่ต้องส่งมอบงานในปีนี้บริษัททำเสร็จเกือบหมดแล้วตั้งแต่ครึ่งปีแรก ปัจจุบัน SQ มี Backlog 3.6 หมื่นล้านบาท รองรับรายได้อีก 8 ปี คิดเป็นราคาเป้าหมาย 7.20 บาท (DCF, WACC 8.1%) Upside จะมาจากการประมูลงานในอนาคต ซึ่งบริษัทรอผลการประมูลโครงการเหมืองแม่เมาะ 9 มูลค่า 4 หมื่นล้านบาทปลายปีนี้ หากชนะประมูล จะเริ่มรับรู้รายได้ปี 2019 ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมา 12% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนความคาดหวังกับโครงการเหมืองแม่เมาะ 9 ไปบ้างแล้วแต่ยังเหลือ upside กว่า 10% จึงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
30
สิงหาคม
2017
BCH (BUY/17TP: 16.5), แนวโน้ม 2H17 ยังสดใส
(views 27)
จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วง 2H17 ที่คาดว่าจะเติบโตในอัตราเร่ง โดยรายได้จากผู้ป่วยเงินสดเริ่มกลับมาเติบโตดีขึ้น ขณะที่ฝั่งประกันสังคมได้รับอานิสงส์จากการปรับเพิ่มการจ่ายเงิน นอกจากนี้ WMC ยังมีพัฒนาการที่ดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากฝั่งผู้ป่วยไทยจากความสำเร็จของ Viral Marketing เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 และ 2018 เติบโตเฉลี่ยราว 16.2% ต่อปี ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 16.50 บาท และเป็น Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
30
สิงหาคม
2017
FTE (BUY/17TP: 4.3), Backlog ร้อนแรงสมชื่อ ปรับเป้าขึ้นเป็น 4.30 บาท แนะนำซื้อ
(views 20)
FTE มีพัฒนาการดีขึ้นต่อเนื่อง จากงานในมือรวมที่เพิ่มเป็น 517 ล้านบาท โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้ช่วงที่เหลือของปีนี้ราว 80% ขณะที่ งานรอประมูลส่วนที่เป็นโครงการติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงมีอีกราว 200 ล้านบาท ส่วนใหญ่ยังเป็นสถานีไฟฟ้าแรงสูงให้ กฟผ. ทำให้คาดว่ากำไรสุทธิจะสร้างจุดสูงสุดใหม่ตั้งแต่ 3Q17 และด้วยความที่ FTE บริหารต้นทุนได้ดีกว่าคาด อีกทั้งยังได้รับผลบวกทางอ้อมจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง (สินค้าเกือบทั้งหมดนำเข้าจากต่างประเทศ) เราจึงปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2017-2018 ขึ้นเฉลี่ย 6% จากคาดการณ์เดิมเป็น 114 ล้านบาท (+31% Y-Y) และ 130 ล้านบาท (+14% Y-Y) ส่งผลให้ราคาเป้าหมายที่อิง PE Multiplier 22.5เท่า เพิ่มขึ้นเป็น 4.30 บาท จากเดิม 4.00 บาท ยังคงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
30
สิงหาคม
2017
HANA (BUY/17TP: 53), คำสั่งซื้อยังดีต่อเนื่อง คาดกำไรสูงสุดของปีใน 3Q17
(views 21)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนไปในทางบวก โดยคำสั่งซื้อในกลุ่มสินค้า IC และ PCBA ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง และมีอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ค่อนข้างสูง แต่ได้รับแรงกดดันบางส่วนจากค่าเงินบาทแข็งค่า การปรับลดราคาขาย (ตามปกติ) และความล่าช้าของวัตถุดิบ ทำให้กระทบต่อการวางแผนการผลิตบ้าง แต่มองเป็นปัญหาชั่วคราว ทั้งนี้เราได้มีการปรับลดกำไรปกติปีนี้ลง 9% เป็นการเติบโต 21% Y-Y จากเดิมคาดโต 33% Y-Y แต่แนวโน้มกำไร 2H17 ยังโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 3Q17 ที่เป็น High Season ของธุรกิจ เราได้ปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้ลงเป็น 53 บาท จากเดิม 58 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 22.5% และคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปีนี้ที่ 5.5% ยังคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
สิงหาคม
2017
PCSGH (BUY/17TP: 8.4), เติบโตมากกว่ากลุ่มจากการผันมาทำ Non-Auto “ซื้อ”
(views 29)
เราเริ่มต้นแนะนำ “ซื้อ” PCSGH ที่ราคาเป้าหมาย 8.40 บาท อิง PE Multiplier เฉลี่ยในอดีตที่ 20 เท่า คิดเป็น Implied PEG เมื่ออิงอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 3 ปีข้างหน้าที่ 18% ต่อปี เท่ากับ 1.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1.7 เท่า โดยปัจจัยหนุนระยะสั้นอยู่ที่ โมเมนตัมการเติบโตของกำไรสุทธิที่ดีกว่ากลุ่ม เพราะฐานที่ต่ำจากการหยุดซ่อมสายการผลิตในปีก่อน และการผลิตและส่งมอบชิ้นส่วนให้กลุ่ม Non-Auto ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ขณะที่ การเติบโตในระยะยาวมาจากการขยายกำลังการผลิตกลุ่ม Non-Auto และการก้าวเข้าสู่การผลิตชิ้นส่วนให้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของลูกค้าในยุโรป โดยเราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2017 จะโตสูงถึง 69% Y-Y อยู่ที่ 645 ล้านบาท และโตต่อเนื่องเฉลี่ย 18% ต่อปีในปี 2018-2020 ทั้งนี้ นอกจาก PCSGH จะมีความน่าสนใจในแง่ของกำไรสุทธิที่โตสูงกว่ากลุ่มแล้ว ความสามารถในการทำกำไรและฐานะทางการเงินยังแข็งแกร่ง โดยปัจจุบันไม่มีหนี้ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยและมีเงินสดในมือราว 1 บาท/หุ้น ส่วนผลตอบแทนจากปันผลทั้งปีคาดว่าจะสูงถึง 5% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
28
สิงหาคม
2017
SAMART-SIM-SAMTEL, เริ่มฟื้นใน 2H17 และปี 2018 แต่โดยรวมยังไม่น่าสนใจนัก
(views 22)
แม้ทิศทางผลการดำเนินงานของกลุ่ม SAMART จะฟื้นตัวขึ้นในช่วง 2H17 และปี 2018 แต่ในส่วนของ SIM คาดว่ายังมีผลขาดทุนพอสมควร ส่วนธุรกิจใหม่จะสร้างกำไรในปี 2019 ซึ่งลามมากดดันกำไรของ SAMART ทำให้เราชอบ SAMTEL มากที่สุดในกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
25
สิงหาคม
2017
ASK (BUY/17TP: 25), เงินปันผลน่าสนใจ
(views 30)
เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลง 10% เป็น 736 ลบ. +4.2%Y-Y เพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯที่สูงกว่าคาดไว้ อย่างไรก็ตามเราคงมุมมองการสดใสของกำไรใน 2H17 เนื่องจากคาดการณ์คุณภาพสินเชื่อที่จะปรับตัวดีขึ้นโดยเฉพาะสินเชื่อรถแวน และ CoF ที่มีแนวโน้มลดลงต่ออีก 0.10%H-H ตามการ Reprice ของหุ้นกู้ชุดใหม่ ผลกำไรใน 3Q17 มีลุ้นว่า ASK น่าจะสร้างกำไร New High ได้ที่ราว 190 ลบ. จึงคงคำแนะนำ ซื้อ แต่ปรับลดราคาเหมาะสมลงเพื่อสะท้อนประมาณการกำไรใหม่ที่ 25 บาท โดยคาดการณ์ Div Yield 6.7%
อ่านเพิ่มเติม
25
สิงหาคม
2017
SVI (SELL/17TP: 4.8), คาดกำไร 2H17 ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ส่วนปีหน้ายังท้าทายอยู่
(views 25)
จากประชุม Opp Day วานนี้ โทนค่อนไปในทางลบ เพราะยังเผชิญปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบในกลุ่มสินค้า Industrial ต่อเนื่องไปใน 2H17 ทำให้บริษัทอยู่ระหว่างปรับพอร์ตสินค้า อาจต้องเลิกผลิตสินค้าบางรายการที่ไม่คุ้มค่าต่อการผลิต และกำลังทำตลาดสินค้าใหม่ เพื่อมาทดแทนสินค้ากลุ่มเดิม แนวโน้มกำไร 2H17 น่าจะฟื้นตัวได้ จากฐานกำไร 1H17 ที่ค่อนข้างต่ำ แต่ยังไม่ใช่การฟื้นตัวที่ดีนัก เราจึงปรับลดกำไรปกติปี 2017 ลง 30% เป็นโตเพียง 3.4% Y-Y (ไม่รวมเงินเคลมประกันปีก่อน) จากเดิมคาดโต 48.5% Y-Y (กำไร 1H17 โตเพียง 10.5% Y-Y) แม้จะคาดกำไรปี 2018 น่าจะกลับมาโตแรงเพราะฐานที่ต่ำในปีนี้ แต่ถือเป็นการคาดการณ์บนสมมติฐานที่ค่อนข้าง Aggressive พอสมควร อย่างไรก็ตาม จากการปรับลดกำไรปีนี้ลง นำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 4.8 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ราคาหุ้นเต็มมูลค่าแล้ว ในขณะที่การฟื้นตัวของแนวโน้มกำไร 2H17 ยังไม่สดใสนัก และการปรับพอร์ตสินค้าของบริษัทเพื่อกลับมาเติบโตในปีหน้า ยังเป็นเรื่องที่ท้าทายอยู่ระดับหนึ่ง ดังนั้นจึงปรับคำแนะนำเป็น ขาย
อ่านเพิ่มเติม
24
สิงหาคม
2017
BDMS (HOLD/17TP: 20), เริ่มมีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นและเห็น Upside ของประมาณการ
(views 30)
เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นจากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โดยแนวโน้มกำไรในช่วง 2H17 มีโอกาสที่จะพลิกมาเติบโตได้เล็กน้อย Y-Y จากโมเมนตัมรายได้ที่ยังโตค่อนข้างดี รวมถึงผลบวกจากแผนการควบคุมที่จะเห็นมากขึ้นใน 2H17 ขณะที่ BDMS ยังคงเป้าหมายการเป็นผู้ให้บริการทางการแพทย์ครบวงจรทั้งเชิงป้องกัน รักษาและฟื้นฟูให้เสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2020 ซึ่งตอบโจทย์การมาของสังคมผู้สูงอายุทั้งไทยและทั่วโลก เราเริ่มเห็น Upside ของประมาณการกำไรปกติปี 2017 และ 2018 จากปัจจุบันที่คาด -5.9% Y-Y และ +4.8% Y-Y ตามลำดับ อย่างไรก็ตามเรายังคงราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 20 บาทและคงคำแนะนำเพียง “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
22
สิงหาคม
2017
ICN (IPO/17TP: 2.9), Growth Stock ของกลุ่ม SI
(views 38)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของ ICN จากภาวะอุตสาหกรรมที่เป็นขาขึ้นและนโยบายภาครัฐที่กระตุ้นให้มีการปรับเปลี่ยนระบบให้เป็นรูปแบบ Digital มากขึ้น ทำให้เริ่มเห็นงานประมูลโครงการต่างๆออกสู่ตลาดค่อนข้างหนาตาอีกครั้ง เราคาดกำไรสุทธิปี 2017-2018 ของ ICN เติบโตเฉลี่ยสูงถึง 97.2% ต่อปี ตามปริมาณงานในมือที่มีอยู่ค่อนข้างมากและคาดว่าจะได้งานเพิ่มเติมอีกในช่วง 2H17 เราประเมินราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 2.90 บาท
อ่านเพิ่มเติม
22
สิงหาคม
2017
TK (SELL/17TP: 12), ราคาหุ้นสะท้อนแนวโน้มที่ดีใน 2H17 แล้ว
(views 26)
เราคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ที่ 505 ลบ. +17.6%Y-Y โดยแนวโน้ม 2H17 มีทิศทางดีกว่า 1H17 เนื่องจากเป็นฤดูกาลที่ดีของสินเชื่อและการสร้างกำไร โดยคาดการณ์กำไรสุทธิ 3Q17 +4-8%Q-Q และกำไร 4Q17 น่าจะดีที่สุดในปี แม้ TK จะเป็นหุ้นที่เราชื่นชอบที่สุดในกลุ่มผู้ให้สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ (ในกลุ่มนี้มี TK S11 และ GL) เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่อรถจักรยานยนต์ที่สูงกว่าอุตสาหกรรมและการบริหารคุณภาพหนี้ที่ดีกว่าคู่แข่ง แต่ราคาล่าสุดเต็มมูลค่าเหมาะสมปี 2017 ที่ 12 บาท ซึ่งสะท้อนแนวโน้มทีดีใน 2H17 แล้ว ปรับลดคำแนะนำลงเป็น ขายทำกำไร
อ่านเพิ่มเติม
21
สิงหาคม
2017
ITEL (BUY/17TP: 7), ปรับประมาณการแต่ไม่กระทบราคาเป้าหมาย “ซื้อ”
(views 26)
เราปรับประมาณกำไรสุทธิปีนี้และปีหน้าลง 13% และ 6% เหลือ 128 ล้านบาท (+91% Y-Y) และ 188 ล้านบาท (+47% Y-Y) ตามลำดับ จากอัตรากำไรขั้นต้นที่มีแนวโน้มต่ำกว่าคาด โดยถูกฉุดจากงานบริการติดตั้งโครงข่ายที่มีการแข่งขันสูงขึ้น แต่จากสัดส่วนรายได้เช่าโครงข่ายระยะยาวที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าสถาบันการเงินและโทรคมนาคม รวมถึงเงินลงทุนในระยะยาวที่มีแนวโน้มต่ำลง เพราะโครงข่ายถูกลงทุนเต็มพื้นที่และมีประสิทธิภาพรองรับการใช้งานได้อีกมาก เราจึงปรับกระแสเงินสดในระยะยาวขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเมื่อสุทธิแล้วราคาเป้าหมายปี 2017 ตามวิธี DCF (WACC 8%, Terminal Growth 2%) ยังเท่าเดิมที่ 7.00 บาท และยังคงแนะนำซื้อ โดย Upside นอกเหนือจากประมาณการ คือ งานติดตั้งอุปกรณ์บอร์ดแบนด์โครงการเน็ตชายขอบ 1.8 พันล้านบาท การให้บริการ Private Network ในต่างประเทศ และการต่อยอดธุรกิจไปในส่วนของดิจิตอลมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
21
สิงหาคม
2017
TKN (BUY/17TP: 24), สถานการณ์ดูดีขึ้น ทั้งโรงงานใหม่ และต้นทุนสาหร่าย
(views 32)
จากการเยี่ยมชมโรงงานใหม่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เราได้รับข้อมูลในโทนบวกมากขึ้น จากแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรในช่วง 2H17 จากการเร่งตัวของการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ การหมดปัญหาเรื่องแรงงานต่าวด้าว ทำให้สามารถดำเนินการผลิตได้ทันกับคำสั่งซื้อของตลาดจีนที่ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยมีบางส่วนเลื่อนรับรู้มาจาก 2Q17 ด้วย จึงคาดเห็นการกลับมาเติบโตของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป ในขณะที่สถานการณ์ต้นทุนสาหร่ายเริ่มดูดีขึ้น แม้ปีนี้จะสูงขึ้นราว 5% - 7% แต่ลดลงจากปีก่อนที่สูงขึ้นถึง 15% และมีความเป็นไปได้ที่จะปรับลดลงในปีหน้า ภายหลังปริมาณผลผลิตสาหร่ายของจีนกลับสู่ภาวะปกติ และมีจำนวนโรงงานผลิตสาหร่ายในเกาหลีเพิ่มขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อราคาวัตถุดิบสาหร่ายในปีหน้า เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 - 2018 ไว้ตามเดิมเป็นการโต 21% Y-Y และ 25% Y-Y ตามลำดับ และมีการ Re-Rate PE กลับสู่ระดับ 35 เท่า จากก่อนหน้าที่ปรับลงเป็น 33 เท่า ภายหลังสถานการณ์ของบริษัทเริ่มดูดีขึ้น และมองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วใน 2Q17 จึงปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 24 บาท จากเดิม 21 บาท ยังมี Upside 20% และประกาศจ่ายปันผลงวด 1H17 หุ้นละ 0.17 บาท คิดเป็น Yield 0.9% กำหนดขึ้น XD 28 ส.ค. และจ่ายเงิน 13 ก.ย. จึงปรับเพิ่มคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
21
สิงหาคม
2017
PRM (IPO/17TP: 11.5), PRM ผู้นำบริการเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันที่เติบโตมั่นคง
(views 25)
PRM ผู้นำบริการเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป รวมถึงปิโตรเคมีเหลวอย่างครบวงจร ทั้งในรูปแบบเรือขนส่งน้ำมัน, เรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมัน (FSU) เรือขนส่งเพื่อสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล, และการบริหารจัดการเรือ ด้วยลักษณะการประกอบธุรกิจที่มีกลุ่มลูกค้ามั่นคง เช่น PTT TOP BCP และบริษัทผลิตน้ำมันรายใหญ่ระดับโลก ซึ่งทำให้รายได้ที่ส่วนมากอยู่ในรูปค่าเช่าระยะยาวมีความต่อเนื่อง ขณะที่ การแข่งขันในอุตสาหกรรมอยู่ในระดับต่ำเพราะใช้เงินลงทุนสูงและต้องมีความเชี่ยวเป็นการเฉพาะ รายได้และกำไรสุทธิปี 2014-2016 จึงเติบโตอย่างมั่นคงเฉลี่ย 11% ต่อปี และ 31% ต่อปี ตามลำดับ และด้วยแนวโน้มการขยายกองเรือเชิงรุกมากขึ้นในปี 2017-2019 ซึ่งจะทำให้ปริมาณการขนส่งและจัดเก็บน้ำมันในปี 2020 เพิ่มขึ้นอีก ~3 เท่าจากปัจจุบัน โดยเราคาดกำไรสุทธิปี 2017-2020 โตเฉลี่ย 24% ต่อปี ซึ่งจะเห็นผลบวกชัดเจนตั้งแต่ปี 2018 ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมปี 2017 ได้เท่ากับ 11.50 บาท จากวิธี DCF (WACC 11%, Terminal growth 2%)
อ่านเพิ่มเติม
18
สิงหาคม
2017
LIT (HOLD/17TP: 12.4), มุมมองเป็นบวกน้อยลง
(views 37)
แม้มุมมองการเติบโตของกำไรใน 2H17 และปี 2017 ยังสดใส แต่เราเห็นแรงกดดันต่อคุณภาพหนี้ซึ่งน่าจะนำไปสู่การตั้งสำรองฯสูงขึ้นและต้นทุนการเงินที่ขยับขึ้นอย่างมีนัยฯจากแหล่งเงินทุนระยะยาว ทำให้เราปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2018 ลง 4% เป็น 180 ลบ. (+21.7%Y-Y) ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2017 ลงเป็น 12.40 บาท ตามคาดการณ์ Growth ที่ลดลงใน 3 ปีข้างหน้า. แนะนำ ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2017
ZIGA (IPO: 5.9/17TP: 9.8), ZIGA ผู้นำการผลิตและจัดจำหน่ายเหล็กท่อ Pre-zinc ในประเทศไทย
(views 37)
ZIGA เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กโครงสร้างประเภท Pre-zinc แบรนด์ Ziga และท่อร้อยสายไฟแบรนด์ DAIWA ซึ่งเป็นการพัฒนาจากการใช้ท่อเหล็กดำชุบสังกะสี มาเป็นการใช้เหล็กชุบสังกะสี Pre-zinc ชนิดม้วนมาตัดแบ่งขึ้นรูปเป็นท่อ จึงถือเป็นสินค้าทดแทนที่มีคู่แข่งน้อยราย และสามารถใช้กับงานก่อสร้างที่หลากหลาย ส่งผลให้กำไรสุทธิในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาโตสูงถึง 207% ต่อปี โดยปีนี้คาดว่าจะโตต่ออีก 26%Y-Y อยู่ที่ 284 ล้านบาท จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐฯ และการฟื้นตัวของภาคการเกษตร ขณะที่ ปี 2018-2019 คาดโตต่อเนื่องเฉลี่ย 26% ต่อปี จากสัดส่วนการใช้ทดแทนท่อเหล็กแบบเดิมที่เพิ่มสูงขึ้น การเพิ่มสินค้าใหม่ และการขยายกำลังการผลิตที่คาดว่าจะเสร็จใน 2H18 ประเมินมูลค่าโดยอิง PE เฉลี่ยของกลุ่มวัสดุก่อสร้างและ ARROW ที่ 18 เท่า ได้ราคาที่เหมาะสม 9.80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2017
PACE (AVOID/17TP: 2.3), ผลการดำเนินงานหลักขาดทุนเพราะค่าการตลาดสูง
(views 24)
ผลการดำเนินงานหลักขาดทุน 3.5 พันล้านบาทจากค่าการตลาดที่สูงมาก กำไรสุทธิที่ PACE รายงาน 5,311 ล้านบาทใน 2Q17 เป็นผลจากรายการทางบัญชีที่เป็นบวกคือผลกระทบจากการสูญเสียการควบคุมในบริษัทย่อย 8,857 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเล็กน้อย 1.5 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออก ผลการดำเนินงานปกติขาดทุนถึง 3,545 ล้านบาท แม้ว่าจะมีรายได้ 2,503 ล้านบาท +0.5% Q-Q, +42.4% Y-Y หลักๆมาจากการโอนห้องชุดของโครงการมหานคร 33 ห้อง (68% ของรายได้รวม) และการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม Dean & Deluca แต่อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยที่ลดลงจาก 37.5% ใน 2Q16 และจาก 34.9% ใน 1Q17 เหลือ 31.5% หรือ 790 ล้านบาท ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่สูงถึง 2,553 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 102% ของรายได้ บริษัทอธิบายว่าเป็นค่าจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อสนับสนุนการขายและการโอนคอนโด ค่าการตลาดที่ทำร่วมกับ PGA Tour เพื่อสร้าง Brand Dean&Deluca และค่า R&D ในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2017
BJC (BUY/17TP: 55), กำไร 2Q17 ต่ำคาด ค่อนไปในทรงตัว แต่จะกลับมาดีใน 4Q17
(views 27)
กำไร 2Q17 ต่ำกว่าคาด กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 996 ล้านบาท (+3.2% Q-Q, +522.5% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงในปีก่อน กำไรปกติ 2Q17 จะ -1.9% Q-Q และ +16.7% Y-Y ต่ำกว่าคาด 10% (เราคาดไว้ 1,113 ล้านบาท) ถือเป็นกำไรที่ยังไม่สดใสนัก โดยธุรกิจค้าปลีก BIGC มีกำไรสุทธิ 1,609 ล้านบาท (+2.3% Q-Q, -28% Y-Y) สัญญาณที่ดีคือ SSSG เริ่มติดลบน้อยลงเป็น -15.2% Y-Y จาก -20% Y-Yในขณะที่อีก 3 ธุรกิจค่อนไปในทางทรงตัว 1) ธุรกิจ Packaging มีการหยุดซ่อมบำรุง 1 เตาในช่วงต้นเดือน เม.ย. ถึงกลางเดือน พ.ค. 2) ธุรกิจ Consumer กำไรโตดีในแง่ Y-Y แต่ลดลง Q-Q เพราะกำลังซื้อยังไม่สดใส และ 3) Healthcare รายได้ไม่ตื่นเต้น เพราะยังไม่ใช่ฤดูกาลขายของสินค้ากลุ่มนี้ ทำให้ภาพรวมรายได้ (4 ธุรกิจ) โตเพียง 4% Q-Q และลดลง 8.3% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ 18.3% ในขณะที่ภาษีจ่ายยังค่อนข้างสูงจากเหตุที่บริษัทไม่สามารถใช้ประโยชน์จากการนำค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย (ที่เกิดจากการซื้อกิจการ BIGC) มาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2017
DRT (BUY/17TP: 6.6), กำไร 2Q17 ถูกกดดันจากฝนที่มาเร็ว แต่ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี
(views 25)
กำไรสุทธิ 2Q17 ลดลง 14% Q-Q แต่ทรงตัว Y-Y ตามคาด DRT ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 116.5 ล้านบาท ลดลง 14% Q-Q แต่ทรงตัว Y-Y เป็นไปตามที่เราคาด หากไม่รวมกำไรพิเศษจากปีก่อนราว 1 ล้านบาท กำไรปกติจะเพิ่มขึ้น 1% Y-Y ทั้งนี้ กำไรที่หดตัว Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาลที่มีฝนเร็ว และวันหยุดยาว ทำให้การก่อสร้างชะลอตัวออกไป ส่งผลให้ยอดขายลดเหลือ 1,093 ล้านบาท (-6% Q-Q) ส่วนการทรงตัว Y-Y แม้รายได้จากการขายจะหดตัว 2% Y-Y เพราะฝนที่มาเร็วกว่าปีก่อน แต่ถูกชดเชยด้วยการลดลงของต้นทุนขาย -3% Y-Y และค่าใช้จ่ายการขาย -9% Y-Y จากการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้ดีขึ้น และการปรับ Product Mix ทำให้กำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นเป็น 28% จาก 27% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2017
BTS (BUY/18TP: 10.2), กำไรปกติ 1Q18 (เม.ย. – มิ.ย. 17) เติบโตดี
(views 38)
กำไรปกติ 1Q18 เพิ่มขึ้น +15% Y-Y BTS รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 405 ล้านบาท -26% Y-Y ตามตลาดคาด หากตัดรายการพิเศษออก กำไรปกติจะเป็น 375 ล้านบาท +15% Y-Y เนื่องจากการควบรวมงบการเงิน VGI และ Rabbit Group ทำให้มีการปรับปรุงงบการเงินรายปีย้อนหลังตั้งแต่เดือนเม.ย. 2014 แต่ไม่ได้ปรับรายไตรมาสย้อนหลัง จึงไม่สามารถเปรียบเทียบผลการดำเนินงานรายไตรมาสได้ ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของกำไรปกติ Y-Y มีปัจจัยหนุนจากรายได้ที่โต 124% Y-Y จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ของทุกธุรกิจ ทั้งรถไฟฟ้า +197% Y-Y, สื่อโฆษณา +37% Y-Y, อสังหาริมทรัพย์ +3% Y-Y และบริการ +2% Y-Y โดยส่วนใหญ่มาจากรายได้จากงาน E&M รถไฟฟ้าสีเขียวต่อขยายเหนือ-ใต้ราว 1.2 พันลบ. อย่างไรก็ตาม กำไรถูกกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 227% Y-Y ตามโครงการที่เปิดเพิ่ม รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็น 294 ล้านบาท +234% Y-Y จากการออกหุ้นกู้ราว 2.2 หมื่นล้านบาทปลายปีก่อน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 34% จาก 55% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2017
KTC (BUY/17TP: 126), ฟ้าหลังฝนย่อมสดใส
(views 41)
ผู้บริหารยืนยันเป้าหมายการเติบโตของกำไรในปี 2017 และคาดว่าจะรักษาการเติบโตได้ผ่านการปรับลดค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญลงเนื่องจากคุณภาพสินเชื่อที่ดีและมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ขณะที่คาดว่าค่าใช้จ่ายทางการตลาดในการเปิดบัตรใหม่น่าจะชะลอตัวลงด้วย เราคาดว่าผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั้งหมดจะสามารถชดเชยได้ทั้งหมดและคาดว่า KTC จะแสดงการเติบโตของกำไรในปีนี้และปีหน้าได้ที่ 9%Y-Y และ 4%Y-Y ตามลำดับ ราคาหุ้นลงมารับเพียงปัจจัยด้านรายได้ที่ลดลงเพียงด้านเดียว ความชัดเจนต่อการปรับลดค่าใช้จ่ายข้างต้นจึงเป็น Upside ในระยะต่อไป ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ ราคาเหมาะสมใหม่ 126 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2017
RS (BUY/17TP: 14.5), กำไรปกติ 2Q17 ฟื้นตัวตามคาด
(views 22)
2Q17 กำไรฟื้นตัว Q-Q, Y-Y ตามคาด ธุรกิจ H&B หนุน 2Q17 กำไรสุทธิ 52 ล้านบาท กำไรปกติ 57 ล้านบาท ใกล้เคียงเราและตลาดคาด เพิ่ม 266.0% Q-Q และกลับจากขาดทุน 77 ล้านบาทใน 2Q16 แม้รายได้รวมต่ำกว่าคาด จากรายได้สื่อทีวี (ช่อง 8+ช่อง 2) แต่ชดเชยด้วยต้นทุนบริการและค่าใช้จ่าย SG&A ต่ำกว่าคาด รายได้รวม +14.0% Q-Q, +14.7% Y-Y จากการขยายตัวเร็วของรายได้ธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Health&Beauty (H&B) +50.9% Q-Q, 4.6 เท่าตัว Y-Y เป็น 300 ล้านบาท ทำให้มีสัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 35% จาก 7% ใน 2Q16 และเป็นธุรกิจที่ Gross margin สูง (65-70%) ช่วยทำให้ Gross margin เฉลี่ยเพิ่มเป็น 36.7% จากไตรมาสก่อนที่ 32.3% และ 2Q16 ที่ 23.9% ขณะที่จากรายได้ธุรกิจสื่อ -2.1% Q-Q, -17.7% Y-Y มาจากรายได้ธุรกิจทีวีดิจิตอล “ช่อง 8” (สัดส่วนรายได้ ~36%) Flat Q-Q, Y-Y แต่รายได้ทีวีดาวเทียม ช่อง 2 และวิทยุลดลง Y-Y ตามการย้ายเม็ดเงินไปทีวีดิจิตอลมากขึ้นและตามตลาดโฆษณารวม
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2017
SAPPE (HOLD/17TP: 28), กำไร 2Q17 ฟื้นตัวแรง แต่จะเป็นกำไรสูงสุดของปีนี้
(views 33)
กำไรสุทธิ 2Q17 ฟื้นตัวแรง ดีกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 163 ล้านบาท (+232.7% Q-Q, +7.2% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 137 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นดีกว่าคาด และค่าใช้จ่ายน้อยกว่าคาด ถือเป็นการฟื้นตัวแรง โดยมาจากฐานต่ำในไตรมาสก่อนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในอินโดนีเซีย ทำให้ลูกค้าชะลอการสต็อกสินค้าออกไป และกลับมาสั่งซื้อปกติในไตรมาสนี้ ส่วนการขายในประเทศยังทำได้ดี แม้จะเผชิญกับกำลังซื้อที่แผ่วลง และฝนตกบ่อย แต่ได้รับปัจจัยหนุนด้วยสินค้าตัวใหม่ Beauti Drink สูตร Relaxing Calm ที่ยังขายดีต่อเนื่อง ทำให้รายได้รวม +70% Q-Q และ +2.4% Y-Y และด้วยอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 42.6 % (เราคาด 41.5%) จาก 36.3% ใน 1Q17 แต่ยังคงต่ำกว่าปีก่อนที่ทำได้ถึง 46.4% ไม่ใช่เพราะฐานที่สูง แต่เพราะยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับไปเท่ากับที่เคยทำได้ในอดีต ในขณะที่บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยไม่สดใสนัก บริษัทจึงลดการทำโปรโมชั่นและโฆษณาลง ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 19.9% (เราคาดไว้ 23%) ต่ำสุดในรอบ 13 ไตรมาส โดยลดลงจาก 26% ใน 1Q17 และ 25.1% ใน 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2017
TRUE (HOLD/17TP: 6), 2Q17 ยังไม่สดใสนัก ปรับลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
(views 23)
ผลการดำเนินงานดีขึ้น Q-Q แต่ยังลดลง Y-Y TRUE ประกาศผลการดำเนินงาน 2Q17 ออกมามีผลขาดทุนปกติ 1,182 ลบ. ฟื้นจาก 1Q17 ที่ขาดทุน 2,726 ลบ. แต่ยังแย่ลงจาก 2Q16 ที่ขาดทุนเพียง 37 ลบ. รายได้จากการให้บริการที่เติบโต 4.2% Q-Q และ 10.2% Y-Y โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากฝั่ง True Mobile โดยมี Net Add เป็นบวกกว่า 4 แสนรายและมี Market Share ในแง่รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 26% จาก 23.6% และ 25.8% ใน 2Q16 และ 1Q17 ตามลำดับ ขณะที่ฝั่งต้นทุนเริ่มที่จะควบคุมได้ดีขึ้นและเป็นปัจจัยที่ทำให้ขาดทุนลดลง Q-Q อย่างไรก็ตามค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาต 900 MHz ที่เริ่มบันทึกตั้งแต่ 3Q16 ยังเป็นปัจจัยถ่วงและทำให้ขาดทุนมากตัวขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2017
VIBHA (SELL/17TP: 2.5), 2Q17 ดีกว่าคาด แต่ Valuation ยังค่อนข้างแพง
(views 26)
ผลการดำเนินงานดีขึ้น Q-Q แต่ยังลดลง Y-Y VIBHA ประกาศผลการดำเนินงาน 2Q17 ออกมาดีกว่าคาด โดยมีกำไรปกติ 187 ลบ. +59.4% Q-Q, +28.8% Y-Y โดยรายได้จากการรักษาพยาบาลเติบโตขึ้น 1.5% Q-Q และ 6.8% Y-Y ซึ่งเติบโตทั้งจาก CMR และตัวร.พ.วิภาวดี ขณะที่ Gross Margin แม้จะปรับตัวลง Y-Y แต่ชดเชยได้จากค่าใช้จ่าย SG&A ที่ลดลง ส่วนปัจจัยที่ทำให้กำไรออกมาดีกว่าคาดคือส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ยังสูงถึง 44 ลบ.จากระดับปกติซึ่งอยู่ที่ราว 10-15 ลบ.ต่อไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2017
SWC (BUY/17TP: 14.7), กำไร 2Q17 แย่กว่าคาด จากการทำโปรโมชั่น แต่ยังแนะนำ “ซื้อ”
(views 20)
กำไรสุทธิ 2Q17 แย่กว่าคาดจากค่าใช้จ่ายทำตลาดที่สูง กำไรสุทธิ 2Q17 อยู่ที่ 42 ล้านบาท ลดลง 8% Q-Q ทั้งที่เป็น High Season และอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวตามคาดเป็น 38% จาก 35.4% ใน 1Q17 แรงกดดันสำคัญมาจากค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อรักษา Market Share ที่ค่อนข้างสูง ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 26% จาก 17% ใน 1Q17 ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 11% จากรายได้รวมที่โต 23% Q-Q และ 28% Y-Y อยู่ที่ 405 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีเพราะสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่ถูกฉุดจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว แม้ว่าส่วนหนึ่งจะเป็นผลจากการเร่งซื้อของตัวแทนจำหน่ายเพื่อรองรับการปรับราคาขายขึ้น แต่โดยหลักแล้วมาจากฤดูฝนที่มาเร็วและลากยาว ซึ่งน่าจะเป็นโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่องถึง 3Q17
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
BLA (HOLD/17TP: 48), กำไรที่ดีที่สุดของปีผ่านไปแล้วใน 2Q17
(views 19)
เราได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลง 4% เป็น 3,886 ลบ. (-24% Y-Y) โดยปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ก้อนใหญ่ใน 2H17 เทียบกับที่เกิดขึ้นน้อยมากใน 1H17
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
ALT (HOLD/17TP: 6), กำไร 2Q17 ยังไม่สดใส แต่แนวโน้ม 2H17 น่าจะดีขึ้น
(views 22)
กำไร 2Q17 เริ่มฟื้น Q-Q แต่ยังหดแรง Y-Y ALT ประกาศกำไรปกติ 2Q17 ที่ 46 ลบ. +50.7% Q-Q, -34.4% Y-Y ซึ่งถือว่ายังอ่อนแอ โดยแม้รายได้จากการดำเนินงานจะเริ่มฟื้นตัว 2.6% Q-Q แต่ยังหดตัวแรง 36.7% Y-Y โดยเฉพาะจากฝั่งการขายสินค้าในส่วนของ Fiber Optic และ Cell on Wheels ขณะที่งานบริการติดตั้งสถานีฐานยังคงอยู่ในระดับต่ำเนื่องจาก Mobile Operator ยังชะลอการติดตั้งสถานีฐาน ขณะที่ปัจจัยที่หนุนการฟื้นตัว Q-Q เกิดจาก Gross Margin ที่เพิ่มขึ้นจากโครงสร้างรายได้ที่เปลี่ยนไปซึ่งโดยปกติรายได้จากงานบริการจะสูงกว่างานขายสินค้า
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
BEAUTY (HOLD/17TP: 12.6), กำไรสุทธิ 2Q17 ออกมาดีกว่าคาด แต่ราคารับรู้ไปแล้ว “ถือ”
(views 31)
กำไรสุทธิ 1Q17 อยู่ที่ 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12%Q-Q และ 55% Y-Y กำไร 2Q17 ออกมาดีกว่าคาดมาก +37% Q-Q, +97% Y-Y อยู่ที่ 273 ล้านบาท (เราคาดเพียง 223 ล้านบาท) โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 29% Q-Q และ 51% Y-Y อยู่ที่ 881 ล้านบาท จากยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้น 20.8% Y-Y มากกว่า 1Q17 ที่เพิ่มขึ้น 14.4% Y-Y ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นก็ขยายตัวเป็น 69.5% จาก 66.7% ใน 1Q17 และ 67.2% ใน 2Q16 จากทั้ง Product mix ที่โน้มเอียงมาทาง Beauty Cottage มากขึ้น และการทำ Sales Promotion ที่น้อยลง ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคิดเป็น 31.4% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 30.8% ใน 1Q17 แต่ลดลงมากเมื่อเทียบกับ 38.2% ใน 2Q16 เพราะการขยายสาขาที่เน้นประสิทธิภาพมากขึ้น หรือเน้นเพิ่มยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาเดิมมากกว่าการเร่งเปิดสาขา อีกทั้ง เมื่อแบรนด์ติดตลาดก็ทำให้ค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาลดลงด้วย
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
MBAX (BUY/17TP: 6.5), กำไร 2Q17 ดีตามคาด แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 6.50 บาท
(views 31)
กำไรสุทธิ 2Q17 อยู่ที่ 19 เพิ่มขึ้น 10% Q-Q และเพิ่มขึ้น 171% Y-Y กำไรสุทธิ 2Q17 อยู่ที่ 19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% Q-Q และ 171% Y-Y จากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวพร้อมกัน ซึ่งการเติบโตเมื่อเทียบ Q-Q ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะปกติเป็น Low Season จากการมีวันหยุดมาก ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ที่กำไรกระชากขึ้นแรง เป็นผลจากฐานที่ต่ำใน 2Q16 เพราะลูกค้ารายใหญ่มีการหยุดสั่งเพื่อปรับกระบวนการผลิต โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 22% ทั้ง Q-Q และ Y-Y อยู่ที่ 435 ล้านบาท จากยอดส่งออกถุงซิปล็อคที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในออสเตรเลียและประเทศแถบเอเชียที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 9.5% เพิ่มขึ้นจาก 9.3% ใน 1Q17 และ 8.2% ใน 2Q16 จากผลของ Economy of scale ตามการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนเม็ดพลาสติก LDPE ที่อ่อนตัวลงราว 10% YTD
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
EPG (BUY/18TP: 16), แม้กำไรทรงตัว Q-Q และ -24% Y-Y แต่ถือว่าแกร่งกว่าคาด
(views 26)
กำไรดีกว่าคาดและถือว่าแข็งแกร่งท่ามกลาง Low season กำไรสุทธิใน 1Q18 (เม.ย.-มิ.ย. 2017) ที่ 285.6 ล้านบาท รวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 12.0 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรจากการดำเนินงานปกติเป็น 297.6 ล้านบาท ดีกว่าที่เราคาดถึง 17% แม้จะทรงตัว Q-Q และ -24.2% Y-Y แต่ต้องถือว่าแข็งแกร่ง เพราะไตรมาสนี้เป็น Low season ของการจับจ่ายในประเทศ (70% ของรายได้รวม) ธุรกิจที่ฉุดผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ EPP (บรรจุภัณฑ์พลาสติก) ตามกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอ มีการแข่งขันด้านราคา ทำให้รายได้ของธุรกิจนี้ซึ่งมีสัดส่วน 20% หดตัวแรงทั้ง Q-Q และ Y-Y ในขณะที่เพิ่งขยายกำลังการผลิตในไตรมาสที่ผ่านมา อัตรากำไรขั้นต้นจึงลดลงต่ำสุดในรอบ 2 ปี ส่วนธุรกิจฉนวนยางค่อนข้างทรงตัวใกล้เคียงเดิมทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น ขณะที่ธุรกิจชิ้นส่วนตกแต่งรถยนต์มีรายได้เพิ่มได้ดี แต่เผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่าปีก่อน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าปีก่อน และเป็นหนึ่งในเหตุที่กำไรปกติไตรมาสนี้ -24.2% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
SVI (U.R./17TP: U.R.), กำไร 2Q17 ต่ำกว่าคาด และเริ่มกังวลต่อกำไร 2H17 มากขึ้น
(views 20)
กำไร 2Q17 น่าผิดหวัง ต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 125 ล้านบาท (-28.2% Q-Q, -78.2% Y-Y) หากไม่รวมผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 2 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 128 ล้านบาท (+2.4% Q-Q, -5.9% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 235 ล้านบาท) ถือเป็นไตรมาสที่น่าผิดหวัง แม้รายได้จะฟื้นตัวมาอยู่ที่ US$91 ล้าน (+9.6% Q-Q, +9.6% Y-Y) แต่ด้วยผลกระทบของค่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้รายได้สกุลบาทเติบโตได้น้อยกว่า ในขณะที่เผชิญกับการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากยังคงมีธุรกรรม Forward บางส่วนที่เหลือค้างมาตั้งแต่เหตุไฟไหม้ในช่วงปลายปี 2015 ซึ่งเป็นธุรกรรมที่มี Rate ค่อนข้างสูง จึงยังไม่มีกำไรอัตราแลกเปลี่ยนมาชดเชยผลกระทบจากบาทแข็งในรอบนี้ได้ และอัตรากำไรขั้นต้นได้อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 8.7% ลดลงจาก 9.2% ใน 1Q17 เพราะค่าเงินบาทแข็งและต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
TVO (SELL/17TP: U.R.), กำไร 2Q17 หดตัวลงหนัก อยู่ระหว่างปรับลดกำไร
(views 27)
กำไรสุทธิ 2Q17 ยังแผ่วลงต่อ กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 208 ล้านบาท (-20.9% Q-Q, -74% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 25 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 183 ล้านบาท (-33.2% Q-Q, -77.3% Y-Y) ถือเป็นกำไรที่อ่อนแอ แม้จะมีปริมาณขายสูงขึ้นตามฤดูกาล แต่ได้รับผลลบจากราคาขายที่ลดลง จากการแข่งขันที่สูงขึ้นของธุรกิจน้ำมันถั่วเหลือง โดยมาจากสถานการณ์ปาล์มขาดแคลนคลี่คลายลงไป เช่นเดียวกับราคาขายกากถั่วเหลืองที่อ่อนตัวลง ทำให้รายได้ในไตรมาสนี้โตเพียง 2.2% Q-Q และลดลง 7% Y-Y ในขณะที่ราคาเมล็ดถั่วเหลืองในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น และมีความผันผวนมากขึ้น ทำให้การบริหารสต็อกถั่วเหลืองทำได้ยากขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 8% จาก 10.2% ใน 1Q17 และ 18.7% ใน 2Q16 ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 ไตรมาส ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 5.2% จาก 5% ใน 1Q17 และ 4.7% ใน 2Q16 จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้นในธุรกิจน้ำมันถั่วเหลือง อันเนื่องมาจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
XO (HOLD/17TP: 5.3), กำไร 2Q17 ดีกว่าคาด แต่แนวโน้ม 2H17 ยังไม่สดใสนัก
(views 31)
กำไรสุทธิ 2Q17 ดีกว่าคาด จากต้นทุนแรงงานลดลงมากกว่าคาด กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 16 ล้านบาท (+14.3% Q-Q, -46.7% Y-Y) ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 11 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด แต่หากพิจารณาในส่วนของรายได้ ถือว่าไม่สดใสนักเพราะปรับลดลง 11% Q-Q และ 3% Y-Y จากรายได้กลุ่มเครื่องดื่มที่ชะลอตัวลงเกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากฐานที่สูงผิดปกติในปีก่อน ในขณะที่รายได้กลุ่มซอสและน้ำจิ้มพอเติบโตได้ สำหรับสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 24.1% จาก 21.1% ใน 1Q17 และ 21.4% ใน 2Q16 มาจากค่าใช้จ่ายในการเดิมทาง และค่าบริการทำลายสินค้า แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น Q-Q มาอยู่ที่ 32.3% (เราคาดไว้ 28.5%) จากต้นทุนแรงงานของโรงงานเก่าที่ลดลง ภายหลังย้ายสายการผลิตเกือบจะแล้วเสร็จ
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
BKD (BUY/17TP: 4.9), กำไรปกติยังไม่มา แต่คาดเร่งตัวใน 2H17 ปันผลพิเศษจูงใจ “ซื้อ”
(views 19)
กำไรปกติ 2Q17 ออกมาแย่กว่าคาด จากการเลื่อนรับรู้งานมาร์จิ้นสูง ผลจากการรับรู้งานเก่าซึ่งเป็นงานก่อสร้างสนามกีฬาที่ BKD ไม่มีความชำนาญ ทำให้ผลการดำเนินงานปกติ 2Q17 พลิกเป็นขาดทุน 28 ล้านบาท จากที่มีกำไรปกติราว 10 ล้านบาทใน 1Q17 โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 32% Q-Q และ 2% Y-Y อยู่ที่ 418 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีจาการเติบโตแบบ Q-Q ครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส แต่เพราะเป็นช่วงที่ต้องเร่งปิดงานเก่าที่มีอัตรากำไรต่ำ และบางงานถึงขั้นขาดทุนเพื่อไม่ให้ถ่วงงบในอนาคต จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ -2.7% จาก 15.5% ใน 1Q17 และ 14.7% ใน 2Q16 อย่างไรก็ตาม การบันทึกกำไรขายทีดิน 367 ล้านบาท ทำให้ BKD มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 269 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 255% Q-Q และ 782% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
CPF (BUY/17TP: 32), กำไรขายเงินลงทุนก้อนใหญ่ ช่วยลดขาดทุนหมูใน 2Q17
(views 19)
กำไรสุทธิ 2Q17 โตได้จากกำไรขายเงินลงทุน ช่วยชดเชยขาดทุนหมู กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 4,064 ล้านบาท (+2.8% Q-Q, +1.2% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษ 1) กำไรขายเงินลงทุน 3,077 ล้านบาท (สุทธิภาษีจะเหลือ 2,462 ล้านบาท) 2) ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพ 603 ล้านบาท และ 3) กำไรอัตราแลกเปลี่ยน 60 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 2,146 ล้านบาท (-8.7% Q-Q, -54.2% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 3,017 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด ทั้งนี้ธุรกิจที่อ่อนแอคือ ธุรกิจหมูในเวียดนาม ที่เผชิญผลขาดทุนมากขึ้น จากราคาหมูที่ลดลงแรงโดยราคาหมูเฉลี่ย 2Q17 เท่ากับ 22,879 ดองต่อกก. (-31.4% Q-Q, -55.1% Y-Y) ส่วนธุรกิจที่ดีคือ ธุรกิจไก่ส่งออก ที่มีปริมาณไก่ส่งออกเติบโตค่อนข้างสดใส และธุรกิจกุ้งที่ฟื้นตัวหลังผ่านช่วงน้ำท่วมตอนต้นปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทมีรายได้รวม +5.3% Q-Q และ +7.9% Y-Y แต่อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงมาอยู่ที่ 11.7% (เราคาด 12.5%) จาก 12.7% ใน 1Q17 แต่ยังเพิ่มขึ้นจากฐานต่ำที่ 8% ใน 2Q16 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับลดลงเล็กน้อย เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายในการซื้อ Bellisio เหมือนไตรมาสก่อน ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 9.7% จาก 10.2% ใน 1Q17 และ 9.9% ใน 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
BANPU (BUY/17TP: 24), ประกาศกำไรปกติแข็งแกร่งตามคาด
(views 25)
กำไรปกติ +15% Q-Q +410% Y-Y แข็งแกร่งตามคาด ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 2,260 ล้านบาท (+58% Q-Q, +704% Y-Y) ต่ำกว่าที่เราคาด เนื่องจากมีรายการพิเศษจากการขาดทุน FX และ hedging มากกว่าที่คาด ทั้งนี้ หากคิดเฉพาะกำไรปกติ จะเท่ากับ 2,745 ล้านบาท (+15% Q-Q, +410% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด โดยภาพรวมผลประกอบการหลัก 1. ธุรกิจถ่านหินถือว่ามีผลประกอบการที่ดีต่อเนื่องเพราะราคาถ่านหินยังทรงตัวระดับสูง ซึ่งช่วยชดเชยการผลิตถ่านหินในเหมืองอินโดนิเซียที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในรอบกว่า 7 ปีได้ 2. ธุรกิจโรงไฟฟ้ามีผลประกอบการที่โดดเด่น โดยเฉพาะจากโรงไฟฟ้าหงสาที่สามารถเดินเครื่องจักรผลิตไฟฟ้าราบรื่น ทำให้โรงไฟฟ้าหงสามีผลประกอบการที่ดีที่สุดตั้งแต่เดินเครื่องมา อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้ายังคงถูกหน่วงด้วยการขาดทุน FX ตามอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่แข็งค่าในช่วง 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
FTE (BUY/17TP: 4), กำไร 2Q17 ร้อนแรงตามคาด แนวโน้ม 2H17 ยิ่งแรงกว่า “ซื้อ”
(views 24)
กำไรปกติ 2Q17 ดีกว่าคาดจากรายได้ที่โตแรงและอัตรากำไรที่ขยายตัว FTE ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 27 ล้านบาท มากกว่าคาดที่ 26 ล้านบาทเล็กน้อย ทรงตัว Q-Q แม้จะเป็น Low Season แต่เพิ่มขึ้นถึง 59% Y-Y จาก (1) รายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 10% Y-Y อยู่ที่ 215 ล้านบาท ตามการส่งมอบงานติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงให้กับโครงการต่างๆที่เพิ่มขึ้นถึง 51% Y-Y อยู่ที่ 64 ล้านบาท (2) ผลจากการรับรู้งานบริการในสัดส่วนที่มากขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวเป็น 27.3% จาก 24.4% ใน 1Q17 และ 19.9% ใน 2Q16 (3) การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังทำได้ดี แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการเข้า SET แต่lสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมยังทรงตัวที่ 11.8% ลดลงจาก 13.0% ใน 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
MAJOR (BUY/17TP: 34), กำไร 2Q17 ใกล้เคียงคาด
(views 20)
กำไรปกติ 2Q17 สูงสุดของปี เพิ่ม 164.5% Q-Q แต่ลดลง 5.5% Y-Y กำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 555 ล้านบาท เป็นระดับสูงสุดของปี เพิ่ม 111.9% Q-Q, 2.1% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษกำไรจากการขายหุ้น PVR ใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่101 ล้านบาท (สุทธิจากภาษี) เป็นกำไรปกติ 453 ล้านบาท ใกล้เคียงคาด เพิ่ม 164.5% จากไตรมาสก่อน แม้ลดลงเล็กน้อย 5.5% Y-Y รายได้รวม 2.78 พันล้านบาท เพิ่ม 30.2% Q-Q จากรายได้ตั๋วหนัง (สัดส่วนรายได้ ~59%) +41.3% Q-Q ตามฤดูกาล จากหนังฮอลลีวู๊ดทำเงินเข้าฉายหลายเรื่อง Flat Y-Y แต่ Flat Y-Y จากฐานที่สูงมากใน 2Q16 (รวมหนังไทยทำเงินสูง “หลวงพี่แจ๊ส 4g”) รายได้ขายเครื่องดื่มและอาหาร (สัดส่วนรายได้ ~20%) +51.6% Q-Q, +14% Y-Y รายได้โฆษณา (สัดส่วนรายได้ ~12%) +2.3% Q-Q, Flat Y-Y รายได้ธุรกิจโบวลิงและค่าเช่าพื้นที่ (สัดส่วนรายได้รวม ~8%) Flat Q-Q แต่ยังลดลง 9-10% Y-Y แต่บ.ย่อย MPIC มีขาดทุนขั้นต้น 9 ล้านบาท ชดเชยด้วยกำไรรับรู้จากบ.ร่วมที่มากกว่าคาด
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
SEAFCO (BUY/18TP: 16.6), กำไร 2Q17 ลดลง Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ยังโต Y-Y
(views 21)
กำไรสุทธิ 2Q17 ดีกว่าคาด -37% Q-Q แต่ +7% Y-Y SEAFCO ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 38 ล้านบาท ลดลง 37% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 7% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด (เราคาด 33 ล้านบาท) โดยการหดตัวของกำไร Q-Q มีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยฤดูกาล ซึ่งมีวันหยุดยาว และฝนที่ค่อนข้างเร็ว ส่งผลกระทบกับงานที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ทำให้รายได้ชะลอตัว 37% Q-Q เป็น 338 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของกำไร Y-Y มีปัจจัยสนับสนุนจากการควบคุม SG&A ที่ดีขึ้น โดยการบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ SG&A ลดลง 21% Y-Y รวมถึงกำไรขั้นต้นที่ปรับขึ้นเป็น 19.6% จาก 18.2% ในปีก่อน เนื่องจากมีการส่งมอบงานที่รับเฉพาะค่าแรงเพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
SPRC (SELL/17TP: 14.7), กำไรสะดุดจากราคาน้ำมัน และ หยุดซ่อมนอกแผน
(views 21)
ประกาศกำไรอ่อนแอ และ ต่ำกว่าคาด 2Q17 ประกาศกำไรสุทธิเท่ากับ 593 พันล้านบาท (-80% Q-Q, -80% Y-Y) ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด สาเหตุหลักมาจากอัตราการใช้กำลังการผลิต และ ค่าการกลั่นที่อ่อนแอกว่าคาด โดย 2Q17 มีรายการพิเศษจากกำไร FX 173 ล้านบาท หากหักรายการดังกล่าวออก กำไรปกติจะเท่ากับ 410 ล้านบาท (-81% Q-Q, -85% Y-Y) สำหรับผลประกอบการที่อ่อนแอทั้ง Q-Q และ Y-Y มาจากการขาดทุนสต๊อกน้ำมัน 737 ล้านบาท เทียบกับ กำไร 478 ล้านบาท และ 2,391 ล้านบาท ใน 1Q17 และ 2Q16 นอกจากนี้ 2Q17 ยังมีการหยุดซ่อมโรงกลั่นนอกแผน 10 วัน ทำให้อัตราการใช้กำลังผลิตลดลงเหลือ 79.2% (-18% Q-Q, -18% Y-Y) ขณะที่ ค่าการกลั่นตลาดเท่ากับ US$6.9/BBL (-14% Q-Q, +31% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
SAT (SELL/17TP: 14.5), กำไรสุทธิ 2Q17 โต Y-Y แต่แนวโน้ม 2H17 อาจทำได้แค่ทรงตัว
(views 18)
กำไรสุทธิ 2Q17 ดีกว่าคาด จากการควบคุมต้นทุนและการขยายตัวของชิ้นส่วนการเกษตร SAT เปิดเผยกำไรสุทธิ 2Q17 อยู่ที่ 135 ล้านบาท ลดลง 21% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น Low Season แต่เมื่อเทียบ Y-Y เพิ่มขึ้น 14% แม้รายได้รวมจะลดลง 7% Q-Q และ 2% Y-Y อยู่ที่ 1,936 ล้านบาท ตามอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยอดผลิตรถยนต์ 2Q17 ลดลง 4% Y-Y อยู่ที่ 465,411 คน แต่ถูกชดเชยได้บางส่วนจากยอดผลิตกลุ่มชิ้นส่วนการเกษตรที่เพิ่มขึ้น 44% Y-Y ขณะที่ การแผนควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวดด้วยการลดของเสีย ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 14.8% จาก 14.2% ใน 2Q16 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวม ยังทรงตัวได้ดีเมื่อเทียบ Y-Y ที่ระดับ 8.5%
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
MC (HOLD/17TP: 16), กำไร 2Q17 อ่อนแอ ปรับประมาณการและคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
(views 22)
กำไร 2Q17 อ่อนแออย่างน่าใจหาย MC ประกาศผลการดำเนินงาน 2Q17 อ่อนแออย่างมาก โดยมีกำไรปกติเพียง 90 ลบ. -61.2% Q-Q, -53% Y-Y ซึ่งเกิดจากรายได้ที่หดตัวอย่างมีนัยยะ 24.7% Q-Q และ 8.7% Y-Y ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการบริโภคและกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว ขณะที่ห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นในต่างจังหวัดถูกกระทบจากห้างค้าปลีกสมัยใหม่ซึ่งทำให้เกิดปัญหาเรื่องสต๊อกสินค้าและกระทบกับคำสั่งซื้อ ขณะที่ Gross Margin ปรับตัวลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y จากการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นเพื่อชิง Market Share รวมถึงการ Bundle สินค้าใหม่เพื่อขยายตลาด
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
AAV (HOLD/17TP: 6.5), กำไร 2Q17 อ่อนแอ ต่ำกว่าคาด ปรับลดราคาเป้าหมายลง
(views 19)
กำไรสุทธิ 2Q17 ต่ำกว่าเราและตลาดคาด AAV ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 171 ล้านบาท หดตัว 70% Q-Q, 60% Y-Y หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนราว 30 ล้านบาท กำไรปกติจะเท่ากับ 141 ล้านบาท ( -67% Q-Q, -64% Y-Y) ต่ำกว่าเราและตลาดคาด การลดลงของกำไร Q-Q มาจากรายได้รวมที่ลดลง 9% Q-Q จากจำนวนผู้โดยสารทีหดตัวเหลือ 4.7 ล้านคน (-11% Q-Q) หรือ Load Factor ที่ 86% บวกกับค่าโดยสารเฉลี่ยต่อคนที่ลดลงเป็น 1,476 บาท (-6% Q-Q) เพราะเป็นช่วง Low Season ของการท่องเที่ยว ส่วนการหดตัวของกำไร Y-Y มีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 14% Y-Y จากแนวโน้มราคาน้ำมันที่สูงขึ้น 12% Y-Y ทำให้ Fuel/ASK ปรับขึ้น 24% Y-Y บวกกับได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราภาษีน้ำมันเครื่องบินเส้นทางภายในประเทศเมื่อปลายม.ค. แม้บริษัทจะได้รับประโยชน์บางส่วนจากการ Hedge ราคาน้ำมัน แต่มีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นเพิ่มขึ้น อาทิ ค่าเช่าเครื่องบินที่สูงขึ้นตามการขยายขนาดฝูงบิน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 10.4% จาก 15.5% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
ARROW (BUY/17TP: 19), กำไรเจอ Bottom แล้ว แต่การฟื้นตัวล่าช้า ปรับเป้าลง แต่ยังให้ซื้อ
(views 23)
กำไรสุทธิ 2Q17 ฟื้นตัว 16% Q-Q จากอัตรากำไรที่กลับเข้าสู่ระดับปกติ กำไรสุทธิ 2Q17 อยู่ที่ 54 ล้านบาท ฟื้นตัว 16% Q-Q แม้รายได้รวมจะลดลง 10% Q-Q อยู่ที่ 328 ล้านบาท ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น Low Season จากวันหยุดที่มาก แต่อัตรากำไรขั้นต้นเด้งกลับเร็วสู่ระดับปกติ โดยอยู่ที่ 31.6% จากที่ทำได้เพียง 25.9% ใน 1Q17 ตามราคาเหล็กที่ลดลงราว 15% Q-Q (ราคาเหล็ก 1Q17 เพิ่มขึ้น 30% Q-Q) และผลของการเปลี่ยนวิธีบันทึกต้นทุนที่ถูกปรับฐานไปแล้วใน 1Q17 อย่างไรก็ตาม ราคาเหล็กที่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยปีก่อนราว 20% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังต่ำกว่า 2Q16 ที่ 33.1% ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิลดลง 5% เมื่อเทียบ Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
ORI (BUY/17TP: 16), กำไรโตก้าวกระโดด +227% Y-Y ดีกว่าคาด
(views 14)
กำไร +39% Q-Q, +227% Y-Y ดีกว่าคาดมาก จากมาร์จิ้นที่ทำได้สูงมาก ORI รายงานกำไรสุทธิ 238.7 ล้านบาทใน 2Q17 +38.9% Q-Q, +227.0% Y-Y ดีกว่าเราคาดถึง 19% จากรายได้ที่ดีกว่าคาดและควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีมาก โดยรายได้โอนใน 2Q17 มียอดสูงถึง 1.16 พันล้านบาท +34.6% Q-Q, +146.7% Y-Y เพราะมีคอนโดใหม่ 3 แห่งที่เริ่มโอนในเดือน มี.ค. และ มิ.ย. อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ถึง 46% สูงกว่าปกติที่ทำได้ประมาณ 44% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 27% ใน 2Q16 เป็น 23% ใน 1Q17 และเหลือเพียง 21% ใน 2Q17 ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 20.6% สูงกว่าปีก่อนๆที่ทำได้ 19%
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
VNG (HOLD/17TP: 12.4), กำไร 2Q17 น่าผิดหวัง ปรับลดกำไรและราคาเป้าหมายลง
(views 17)
กำไรปกติ 2Q17 น่าผิดหวัง -35.4% Y-Y จากต้นทุนที่สูงขึ้น หากตัดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 14.9 ล้านบาทใน 2Q17 ออกไป กำไรปกติที่ทำได้ 284.2 ล้านบาท ถือว่าน่าผิดหวัง การฟื้นตัวขึ้น 14.2% Q-Q เพราะไตรมาสก่อนมีผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ แต่กำไรลดลงกลับ 35.4% Y-Y ทั้งที่รายได้เพิ่มขึ้น 13.3% Y-Y เพราะต้นทุนไม้ยางสูงกว่าปีก่อน (ตามราคาน้ำมัน) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นใน 2Q17 ลดเหลือเพียง 25.2% จาก 2Q16 ที่อยู่ในระดับสูงถึง 30.3% สำหรับรายได้ที่เพิ่มขึ้นทั้ง 19.3% Q-Q และ 13.3% Y-Y เป็นการเพิ่มขึ้นของรายได้ส่งออก แต่การขายในประเทศลดลง
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
AIT (BUY/17TP: 31), กำไร 2Q17 ต่ำกว่าคาด แต่ปันผลยังสูง
(views 23)
กำไรปกติ 2Q17 ชะลอทั้ง Q-Q และ Y-Y AIT ประกาศกำไรปกติ 2Q17 ออกมา 105 ลบ. -21% Q-Q, -3% Y-Y ซึ่งน้อยกว่าที่คาด เพราะรายได้เติบโตถึง 18.8% Q-Q และ 11.3% Y-Y แต่ปัจจัยกดดันคือ Gross Margin ที่หดตัวอย่างมีนัยยะเหลือเพียง 20.2% จาก 26.9% และ 23.7% ใน 1Q17 และ 2Q16 ตามลำดับ (ต่ำกว่าระดับปกติซึ่งอยู่ที่ราว 23-24%) ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากงานที่ส่งมอบใน 1Q17 ส่วนใหญ่มี Margin ที่สูงกว่าปกติ ขณะที่ใน 2Q17 มีการส่งมอบงานบางส่วนของโครงการอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านซึ่งมี Margin ต่ำมาก
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
ASEFA (BUY/17TP: 9.7), กำไร 2Q17 ตามคาด
(views 21)
กำไร 2Q17 เพิ่มขึ้น 23.7% Q-Q, 11.6% Y-Y กำไร 2Q17 ที่ 69 ล้านบาท ตามคาด เป็นกำไรเพิ่ม 23.7% จากไตรมาสก่อนที่จะเป็นระดับต่ำสุดของปีก่อน จากปัจจัยฤดูกาล และเพิ่มขึ้น 11.6% Y-Y จากรายได้รวมเพิ่ม 14.0% Q-Q, 3.0% Y-Y Gross margin ที่ 23.3% ยังอ่อนลงจากไตรมาสก่อนที่ 23.5% และต่ำกว่าคาดที่ 24% จากกการแข่งขันในธุรกิจมากขึ้น แต่ชดเชยด้วยค่าใช้จ่าย SG&A ต่ำกว่าคาด
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
BCP (BUY/17TP: 40), ผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันฉุดกำไรสุทธิหดตัว
(views 26)
ประกาศกำไรปกติตามคาด ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 992 ล้านบาท (-52% Q-Q และ -59% Y-Y) สูงกว่าที่เราคาด เพราะกำไรจากรายการพิเศษมากกว่าคาด (กำไร FX hedging กลับรายการด้อยค่า และ กำไรจากการซื้อกิจการ รวม 546 ล้านบาท) กำไรสุทธิที่อ่อนแอมาจากการขาดทุนสต๊อก 1,096 ล้านบาท ทั้งนี้ หากหักรายการพิเศษ และ ผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันออก กำไรจะเท่ากับ 1,542 ล้านบาท (-2% Q-Q และ +27% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงจากธุรกิจโรงไฟฟ้าที่มีปริมาณขายไฟฟ้าสูงขึ้นตามการรับรู้กำลังการผลิตไฟฟ้าที่มากขึ้น และ ธุรกิจโรงกลั่นที่มีการใช้อัตราการผลิตที่สูงขึ้นซึ่งช่วยชดเชยค่าการกลั่นที่ลดลงจากการหยุดซ่อมหน่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำมันได้
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
BEC (SELL/17TP: 16), กำไร 2Q17 ลดลงหนักกว่าคาด
(views 16)
กำไรสุทธิ 2Q17 ลดลง 54.7% Q-Q, 75.7% Y-Y กำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 113 ล้านบาท -54.7% Q-Q, -75.7% Y-Y กำไรปกติที่ 123 ล้านบาท -52.6% Q-Q, 74.7% Y-Y ต่ำกว่าคาดเราและตลาดคาดมาก (คาด 240-290 ล้านบาท) ส่วนใหญ่จากต้นทุนบริการมากกว่าคาด กำไรที่ลดลง Q-Q จากต้นทุนบริการเพิ่ม 18.1% Q-Q จากการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาระดับโลกหลายรายการ ขณะที่รายได้เพิ่ม 8.5% Q-Q มาจากรายได้จัดคอนเสริตเพิ่ม 4 เท่าตัว Q-Q ขณะที่รายได้หลักจากโฆษณาทีวีต่ำกว่าคาดเล็กน้อย -0.9% Q-Q (ผิดปกติที่ 2Q เป็นช่วง High season ของการโฆษณา)
กำไรที่ลดลง Y-Y ส่วนใหญ่จากรายได้รวมลดลง 12.8% Y-Y โดยรายได้โฆษณาทีวี ลดลงถึง 18.5% Y-Y ตามรายได้โฆษณาช่องหลักเดิม คือ ช่อง3 Analog ที่ถูกแย่ง Market share เรื่อยๆ และตลาดโฆษณารวมยังอ่อนแอ จากกำลังซื้อยังไม่ดี
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
BEM (BUY/17TP: 9.7), กำไร 2Q17 โตสดใส ดีกว่าเราและตลาดคาด
(views 27)
กำไรสุทธิ 2Q17 เติบโต +3% Q-Q, +43% Y-Y BEM รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 723 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +3% Q-Q, +43% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด เนื่องจากการเซ็นสัญญารถไฟฟ้าสีน้ำเงินส่วนต่อขยายในเดือนเม.ย. มีการขยายอายุสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินจากเดิมปี 2029 เป็น 2050 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเงินตอบแทนให้รฟม. และค่าตัดจำหน่ายภายใต้สัญญาสัมปทานต่อปีลดลง ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของกำไร Q-Q มาจากการลดลงของต้นทุนการดำเนินงาน 2% Q-Q ซึ่งเป็นผลจากยืดอายุสัมปทานทำให้ค่าใช้จ่ายในส่วนรถไฟฟ้าสีน้ำเงินลดลง ส่วนกำไรที่เติบโต Y-Y มาจากรายได้รวมที่โต +27% Y-Y โดยมีปัจจัยหนุนจาก 1) รายได้ธุรกิจทางด่วนที่เพิ่มขึ้น 11% Y-Y ส่วนใหญ่มาจากค่าผ่านทางของทางด่วนศรีรัชรอบนอกราว 203 ล้านบาท 2) รายได้ธุรกิจรถไฟฟ้าเติบโต +89% Y-Y จากการขยายตัวของจำนวนผู้โดยสารในสายสีน้ำเงิน +9% Y-Y และการรับรายได้ O&M รถไฟฟ้าสายสีม่วงราว 468 ล้านบาท 3) รายได้จากการพัฒนาเชิงพาณิชย์ +21% Y-Y ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง 22% Y-Y จากฐานที่สูง เพราะมีการปรับโครงสร้างทางการเงินในปีก่อน อย่างไรก็ตาม มาร์จิ้นถูกกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 33.5% Y-Y ตามโครงการที่เปิดให้บริการเพิ่ม ส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับลดลงเป็น 38.5% จาก 41.5% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
ERW (BUY/17TP: 6.5), กำไร 2Q17 น่าประทับใจมาก
(views 27)
กำไรปกติ 2Q17 ดีกว่าคาดอย่างน่าประทับใจ ERW ประกาศกำไรปกติ 2Q17 ที่ 57 ลบ. -72.3% Q-Q แต่โตก้าวกระโดดจาก 1 ลบ.ใน 2Q16 ซึ่งสูงกว่าเราและตลาดคาด รายได้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง 8.8% Y-Y ใกล้เคียงคาด โดย Rev Par เติบโตแข็งแกร่งในทุกระดับโรงแรม (รวม ex. Hop Inn +6% Y-Y, Hop Inn +15% Y-Y) แต่ปัจจัยที่ทำให้กำไรดีกว่าคาดเกิดจาก Gross Margin ที่ขยายตัวอย่างมีนัยยะจาก 51% ใน 2Q16 เป็น 54.2% ในไตรมาสนี้
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
CPALL (BUY/17TP: 74), กำไร 2Q17 ทำได้ดี แม้ผลงาน MAKRO ไม่ดี
(views 27)
กำไรสุทธิ 2Q17 ทำได้ดีตามคาด ทั้งที่ผลงานของ MAKRO ไม่สดใส กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 4,647 ล้านบาท (-2.5% Q-Q, +10.7% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 4,793 ล้านบาท) ถือว่าเป็นกำไรที่ค่อนข้างดี แม้ผลงานของธุรกิจ Cash & Carry (MAKRO) จะไม่สดใสมีกำไรสุทธิที่ 1,229 ล้านบาท (-24.2% Q-Q, +8.6% Y-Y)และมี SSSG ติดลบ -1.4% Y-Y แต่ธุรกิจ 7-11 มีผลงานที่ดีมาชดเชยได้ แม้ 7-11 จะมี SSSG พลิกเป็นติดลบที่ -1% Y-Y จาก +1.2% Y-Y สาเหตุจากทั้งฐานที่สูงในปีก่อน, กำลังซื้อที่ไม่สดใส และฝนตกเร็วกว่าปกติ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคของร้านสะดวกซื้อ แต่ไตรมาสนี้ยังคงมีการขยายสาขาใหม่ในอัตราเร่งต่อเนื่องที่ 219 แห่ง กอปรกับสาขาใหม่ที่ทยอยเปิดในปีก่อน ทำให้มีรายได้รวม +2.5% Q-Q และ +5.6% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นถือว่าทำได้ดีต่อเนื่องอยู่ที่ระดับ 22.2% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 22% ใน 1Q17 และ 21.8% ใน 2Q16 รวมถึงควบคุมสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ได้ใกล้เคียงปีก่อนที่ 19.6% แต่เพิ่มขึ้นจาก 18.8% ใน 1Q17 จากการขยายสาขามากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
FN (HOLD/17TP: 5.3), กำไร 2Q17 ต่ำคาดมาก แต่น่าจะฟื้นตัวได้ใน 2H17
(views 15)
กำไรสุทธิ 2Q17 น่าผิดหวัง ต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 21 ล้านบาท (-8.7% Q-Q, -41.7% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 30 ล้านบาท) แม้อัตรากำไรขั้นต้นจะทำได้ดีในไตรมาสนี้ขยับขึ้นเป็น 47% จาก 43% ใน 1Q17 และ 46% ใน 2Q16 เนื่องจาก Product Mix และการ Sourcing และยังมีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งที่หาดใหญ่ แต่ไม่สามารถชดเชยผลลบจาก SSSG ที่ยังติดลบสูง -15% Y-Y ใกล้เคียงไตรมาสก่อน ทำให้รายได้หดตัวลง 2% Q-Q และ 6% Y-Y รวมถึงการใช้ค่าใช้จ่ายทางการตลาดทำโปรโมชั่น (ซื้อชิ้นที่ 2 ในราคา 20 บาท) มากเกินไป ในขณะที่ไม่สามารถกระตุ้นรายได้ได้สำเร็จ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เร่งตัวขึ้นเป็น 41.6% จาก 36.2% ใน 1Q17 และ 30.2% ใน 2Q16 ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
GFPT (T-BUY/17TP: 21), กำไร 2Q17 ทำได้ดี และน่าจะดีมากขึ้นใน 3Q17
(views 22)
กำไร 2Q17 เติบโตดี และดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 494 ล้านบาท (+16.5% Q-Q, +29.7% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 16 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 478 ล้านบาท (+21% Q-Q, +27.1% Y-Y) ถือเป็นการเติบโตที่ดี สอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาล และเป็นไปในทิศทางเดียวกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณไก่ส่งออก โดยไตรมาสนี้มีปริมาณไก่ส่งออกเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7,500 ตัน (ทรงตัว Q-Q, +29% Y-Y) ซึ่งสามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของธุรกิจอาหารกุ้งที่เผชิญการแข่งขันสูงขึ้นได้ทั้งหมด ทำให้รายได้รวม +1.1% Q-Q และ +6.7% Y-Y ในขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์ยังอยู่ในระดับต่ำ หนุนต่ออัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 16.3% จาก 15.3% ใน 1Q17 และ 13.8% ใน 2Q16 รวมถึงส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมเติบโตดี +31.7% Q-Q และทรงตัว Q-Q โดยมาจากการเติบโตของ GFN ที่ได้อานิสงส์จากการส่งออกที่สูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
GLOBAL (HOLD/17TP: 14.5), กำไร 2Q17 ลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y ตามคาด
(views 22)
กำไร 2Q17 ชะลอตัวใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 432 ล้านบาท (-10.7% Q-Q, -6.5% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 421 ล้านบาท) ถือเป็นไตรมาสที่ไม่สดใสนัก แม้อัตรากำไรขั้นต้นจะทำได้ดีขึ้นเป็น 21.2% เพิ่มขึ้นจาก 21% ใน 1Q17 และ 20.7% ใน 2Q16 สาเหตุยังเป็นเรื่องของ Product Mix และมีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่ง แต่ยังไม่สามารถหักล้างผลลบของ SSSG ที่ติดลบหนักขึ้นเป็น -9.8% Y-Y จาก -7% Y-Y จากทั้งกำลังซื้อที่อ่อนแอและฝนตกเร็วกว่าปกติ ซึ่งเป็นลบต่อการก่อสร้าง หรือซ่อมแซมบ้าน รวมถึงได้รับผลกระทบจากราคาเหล็กที่ปรับลดลง ทำให้รายได้รวมในไตรมาสนี้ปรับลดลง 3.8% Q-Q และโตเพียง 8.1% Y-Y กอปรกับเร่งตัวของค่าใช้จ่าย +7% Q-Q และ +28.2% Y-Y ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 13.6% จาก 12.2% ใน 1Q17 และ 11.5% ใน 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
ITEL (BUY/17TP: 7), กำไรสุทธิ 2Q17 ออกมาตามคาด แนวโน้ม 2H17 สดใส “ซื้อ”
(views 27)
กำไรสุทธิ 2Q17 เพิ่มขึ้น 35% Q-Q และ 2% Y-Y อยู่ที่ 25 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2Q17 อยู่ที่ 25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% Q-Q และ 2% Y-Y จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 10% Q-Q และ 6% Y-Y อยู่ที่ 205 ล้านบาท โดยรายได้จากการให้เช่าโครงข่ายเพิ่มขึ้น 10% Q-Q และ 31% Y-Y อยู่ที่ 128 ล้านบาท จากฐานลูกค้าในกลุ่มสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับรายได้ให้เช่าดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้น 18% Y-Y อยู่ที่ 15 ล้านบาท จากการให้เช่าแห่งแรกเต็มพื้นที่ ส่วนรายได้จากงานติดตั้งโครงข่ายลดลง 28% Y-Y เหลือ 57 ล้านบาท เนื่องจาก 2Q16 มีการเร่งติดตั้ง Last mile ให้กับ Mobile Operator รายหนึ่ง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นเป็น 30.8% จาก 28.9% ใน 1Q17 จากการส่งมอบงานอัตรากำไรสูง เช่นเดียวกับ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่บริหารที่ควบคุมได้ดี โดยคิดเป็น 8.6% ของรายได้รวม ลดลงจาก 9.6% ใน 1Q17 และ 10.1% ใน 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
LIT (HOLD/17TP: 13), กำไร 2Q17 แข็งแกร่ง แต่ NPL มีความกังวลขึ้น
(views 17)
กำไร 2Q17 แข็งแกร่งตามคาด LIT รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 36.6 ลบ. +6.3%Q-Q และ +45.8%Y-Y เป็นสถิติกำไรใหม่ที่แข็งแกร่งตามที่คาด กำไรสุทธิที่ดีขึ้น Q-Q และ Y-Y เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่ +7.6%Q-Q และ +60.7%Y-Y ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายได้ที่มาจากธุรกิจสัญญาเงินให้กู้ยืม (Project Financing) ส่งผลให้รายได้รวมทะลุ 100 ลบ. เป็นครั้งแรกของธุรกิจ ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง 8%Q-Q หลังการชำระเงินให้กู้ยืมซึ่งได้รับเงินจากการเพิ่มทุนใน 1Q17 นอกจากนี้บริษัทมีการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีต่อเนื่อง Cost to income ratio ลดลงมาอยู่ที่ 54.5% จาก 55% ในไตรมาสก่อน สะท้อนประสิทธิภาพของ Operating Leverage
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
M (HOLD/17TP: 63), กำไร 2Q17 ดีกว่าคาด
(views 20)
กำไรสุทธิ 2Q17 ดีกว่าคาด จากอัตรากำไรขั้นต้นที่น่าประทับใจ กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 675 ล้านบาท (+22.1% Q-Q, +10.1% Y-Y) ดีกว่าคาด 11% (เราคาดไว้ 607 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาดถึง 100 bpsถือว่าเป็นกำไรที่ค่อนข้างดี แม้ SSSG จะพลิกกลับมาติดลบแบ่งเป็น ร้าน MK -2% Y-Y และร้าน Yayoi -1% Y-Y ทำให้รายได้รวมโตเพียง 8.2% Q-Q และ 1.7% Y-Y แต่ได้รับการชดเชยด้วยรายได้สาขาใหม่ในไตรมาสนี้ 6 แห่ง ได้แก่ 4 MK และ 2 Yayoi กอปรกับได้รับอานิสงส์จากราคาวัตถุดิบอาหารปรับลดลง แม้ราคาอาหารทะเลจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ถูกหักล้างทั้งหมดด้วยราคาหมูและเป็ดที่ลดลง (สัดส่วนหมูและเป็ดเยอะกว่าอาหารทะเล) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นอย่างน่าประทับใจอยู่ที่ 68.2% (เราคาดไว้ 67.2%) เพิ่มขึ้นจาก 67.5% ใน 1Q17 และ 67.2% ใน 2Q16 ในขณะที่ยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี กอปรกับรายได้ที่สูงขึ้น ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับลงมาอยู่ที่ 50.5% จาก 51.6% ใน 1Q17 และ 50.8% ใน 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
MALEE (AVOID/17TP: U.R.), กำไร 2Q17 แย่กว่าคาด อยู่ระหว่างปรับลดประมาณการ
(views 22)
กำไรสุทธิ 2Q17 แย่กว่าคาด ลดลงแรงทั้ง Q-Q และ Y-Y กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 61 ล้านบาท (-48.7% Q-Q, -57.3% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมากถึง 27% (เราคาดไว้ 84 ล้านบาท) ถือเป็นกำไรที่อ่อนแอและต่ำสุดในรอบ 7 ไตรมาส มาจากการหดตัวลงของธุรกิจน้ำมะพร้าวส่งออก เนื่องจากอยู่ระหว่างปรับระบบการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบน้ำมะพร้าวทั้งระบบ Supply Chain ครั้งใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของสหรัฐฯ จึงต้องชะลอกระบวนการผลิต รวมถึงกระทบต่อไปยังรายได้และอัตรากำไรด้วย นอกจากนี้ภาพรวมการขายในประเทศเองก็ไม่สดใสนัก จากกำลังซื้อที่แผ่วลง กระทบต่อรายได้ทั้งในส่วนของธุรกิจ Brand และ CMG ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้หดตัวลง -9.6% Q-Q และ -21.8% Y-Y และต่อเนื่องมายังอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ต่ำลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงแรงมาอยู่ที่ 27.6% จาก 31.3% ใน 1Q17 และ 33.5% ใน 2Q16 แม้ค่าใช้จ่ายจะลดลง จากการลดการทำโฆษณาและโปรโมชั่นเพราะสภาพตลาดไม่เอื้ออำนวย รวมถึงมีส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมที่ฟิลิปปินส์ลดลงเหลือ 1 ล้านบาท จากขาดทุน 7 ล้านบาทในไตรมาสก่อน แต่ก้ไม่เพียงพอที่จะชดเชยการอ่อนตัวลงของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นได้
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม