บทวิเคราะห์รายบริษัท

13
พฤศจิกายน
2018
EPG (BUY/19TP: 12), กำไรปกติ 2Q19 ฟื้นช้า ฉุดโดยธุรกิจ EPP แต่ยังมีหวังใน 2 ไตรมาสที่เหลือ
(views 1)
กำไรปกติ 2Q19 (ก.ค.-ก.ย. 2018) ฟื้นช้า ถูกฉุดโดยธุรกิจ EPP กำไรสุทธิ 2Q19 (ก.ค.-ก.ย. 2018) ทำได้ 262.2 ล้านบาท เป็นขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 21.5 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก จะเป็นกำไรปกติ 283.7 ล้านบาท ฟื้นตัวต่อเนื่อง +3.7% Q-Q แต่ยัง -6.4% Y-Y ต่ำกว่าที่เราคาดเล็กน้อย แม้ว่ากำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่องแต่ยังเป็นการฟื้นที่ค่อนข้างช้า โดยเฉพาะธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก (EPP) ที่แม้จะถูกกระทบจากหน้าฝน (low season) แต่เนื่องจากการบริโภคในประเทศยังไม่ได้ฟื้นตัวเต็มที่ จึงยังมีการแข่งขันทางด้านราคาอยู่ และด้วยการที่บริษัทมีกำลังการผลิตขนาดใหญ่ มีต้นทุนคงสูง จึงกระทบ Gross margin ทำให้ลดลงเหลือ 15.0% จากไตรมาสก่อนที่อยู่ที่ 17.9% และจาก 2Q18 ที่อยู่ที่ 19.3% เกือบต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ในทางตรงกันข้าม อีก 2 ธุรกิจ คือ Aeroklas – ชิ้นส่วนยานยนต์ และ Aeroflex – ฉนวนยาง ยังมียอดขายที่โตต่อเนื่องทั้ง Q-Q และ Y-Y ส่วน Gross margin ลดลงเพียงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนแต่ยังอยู่ในกรอบค่าเฉลี่ยที่บริษัททำได้ ทั้งนี้ EPG ประกาศจ่ายปันผลงวดครึ่งปี 0.08 บาท/หุ้น (Yield 1.1%) XD 27 พ.ย. จ่ายเงิน 7 ธ.ค. 2018
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2018
M (BUY/19TP: 79), กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด และจะดีต่อใน 4Q18
(views 0)
กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด โตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y ทั้งที่ SSSG ไม่สดใสนัก กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 676 ล้านบาท (+2.4% Q-Q, +3.8% Y-Y) ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 618 ล้านบาท) จากค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าคาด ทำให้กำไรสามารถโตได้เล็กน้อย Q-Q ทั้งที่เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ ส่วนกำไรที่เติบโต Y-Y แม้ SSSG จะไม่สดใส โดยทำได้ทรงตัว 0% Y-Y สำหรับ MK และ -4% Y-Y สำหรับ Yayoi แต่ด้วยการเปิดสาขาใหม่ 8 แห่ง (4 MK, 3 Yayoi, 1 Bizzy Box) และอัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวได้ดีอยู่ที่ระดับ 68.4% ใกล้เคียง 68.5% ใน 2Q18 และเพิ่มขึ้นจาก 67.9% ใน 3Q17 จากต้นทุนวัตถุดิบอาหารที่ค่อนข้างทรงตัว เพราะมีการล็อกราคาไว้ล่วงหน้า 1 ปี ส่งผลให้รายได้รวม -1.7% Q-Q และ +3.6% Y-Y ในขณะที่ค่าใช้จ่ายควบคุมได้ดีกว่าคาด ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับลงมาอยู่ที่ 51.9% (เราคาดไว้ 53.4%) จาก 52.6% ใน 2Q18 แต่ปรับขึ้นจาก 50.6% ใน 3Q17 เพราะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายทางการตลาด ส่วนแบ่งผลประกอบการบริษัทร่วมพลิกเป็นกำไรไตรมาสแรกที่ 9.8 แสนบาท จากก่อนหน้าที่ขาดทุนมาตลอด -1.5 ล้านบาทใน 2Q18 และ -2.5 ล้านบาทใน 3Q18 ภายหลังบริษัทร่วมที่สิงคโปร์มีประกอบการที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2018
ORI (BUY/19TP: 12.3), กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด …แต่ปี 2019 ท้าทาย
(views 0)
กำไรปกติ 3Q18 อ่อนตัว 17% Q-Q แต่โต 87% Y-Y ดีกว่าคาด ORI รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 892 ล้านบาท (-12.5% Q-Q, +60% Y-Y) หนุนจากกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยราว 252 ล้านบาท(หลังหักภาษี) หากตัดรายการดังกล่าว กำไรปกติจะอยู่ที่ 640 ล้านบาท (-17% Q-Q, +87% Y-Y) มากกว่าเรา และตลาดคาด 13% และ 15% ตามลำดับ จากรายได้จากการบริหารโครงการให้ NRED ที่โตกว่าเท่าตัวจากไตรมาสก่อนเป็น 434 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่มีต้นทุน จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมทำได้สูงกว่าคาดที่ 47.4% เทียบกับ 44% ใน 2Q18 และ 46.8% ใน 3Q17 อย่างไรก็ตาม กำไรที่ชะลอ Q-Q มาจากยอดโอนที่ลดลง 4% Q-Q เป็น 3.2 พันล้านบาท เนื่องจากไม่มีโครงการใหม่เริ่มโอน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาทำได้ใกล้เคียงกับ 2Q18 ที่ 40% แม้มีการรับรู้โครงการ Park 24 เฟส 2 ซึ่งมีมาร์จิ้นต่ำกว่าโครงการอื่น
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2018
SAPPE (HOLD/19TP: 23), กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาดมาก และน่าจะยังไม่สดใสนักใน 4Q18
(views 1)
กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาดมาก ต่ำสุดในรอบ 6 ไตรมาส กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 67 ล้านบาท (-43.2% Q-Q, -39.6% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 88 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวแรง โดยกำไรที่ลดลง Q-Q ถือว่าสอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง Low Season ส่วนสาเหตุที่กำไรลดลง Y-Y มาจากการลดลงของรายได้ -25.3% Q-Q และ -12.6% Y-Y และต้นทุนเม็ดพลาสติกยังอยู่ในระดับสูง บวกกกับอัตราการใช้กำลังการผลิตที่อ่อนตัวลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงแรงมาอยู่ที่ 33.5% (เราคาดไว้ 36%) จาก 36.2% ใน 2Q18 และ 38.1% ใน 3Q17 ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 19 ไตรมาส ในขณะที่ควบคุมค่าใช้จ่ายให้ลดลงมากที่สุด แต่ด้วยรายได้ที่ลดลงมาก ยังคงทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 21.9% เพิ่มขึ้นจาก 18.9% ใน 2Q18 และ 21.3% ใน 3Q17 สำหรับส่วนแบ่งผลประกอบการจาก All Coco ยังขาดทุน -2.7 ล้านบาท ขาดทุนเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน เป็นผลจากต้นทุนมะพร้าวที่แพงขึ้น แต่ล่าสุดได้เริ่มถูกลงตั้งแต่ช่วงปลาย 3Q18 ที่ผ่านมา
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2018
GUNKUL (BUY/19TP: 4), กำไร 3Q18 โตแรงกว่าคาดมาก
(views 0)
3Q18 ทำ New High กำไรสูงเป็นประวัติการณ์ 3Q18 กำไรสุทธิ 716 ล้านบาท กำไรปกติ 692 ล้านบาท โต 207.8% Q-Q, 436.2 % Y-Y จากรายได้รวมโตถึง 88.9% Q-Q., 31.5% Y-Y โดยเฉพาะรายได้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่ม 117% Q-Q (แม้ลดลง 46.6% Y-Y) รวมทั้งรายได้ขายไฟฟ้าที่มีมาร์จิ้นสูงเพิ่มเท่าตัว Q-Q และ 2 เท่าตัว Y-Y จากการ COD ของ 2 โรงไฟฟ้าพลังลม “GNP” (67.5 MW) และ KWE (50 MW) ตั้งแต่ปลาย 1Q18 และปลาย 2Q18 ตามลำดับ และโรงไฟฟ้าลมทั้ง 3 โรงมีความสามารถในการผลิตไฟเต็มที่ เนื่องจากมีความเร็วลมสูงเป็นพิเศษ Gross margin เพิ่มเป็น 57.0% จากไตรมาส่กอนที่ 46.7% และ 3Q17 ที่ 28.8% กำไรดังกล่าว นับเป็นกำไรสูงกว่าคาดของเราและตลาดที่ระดับ 400-500 ล้านบาท จากรายได้เพิ่มมากกว่าคาด และกำไร 9M18 มากกว่าที่คาดทั้งปีถึง 30% จึงจะมีการทบทวนประมาณการในทางบวก
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2018
SYNEX (BUY/18TP: 20), กำไร 3Q18 ทรงตัวตามคาด แนวโน้ม 4Q18 จะกลับมาโดดเด่น
(views 0)
กำไรสุทธิ 2Q18 ตามคาดที่ 160 ล้านบาท ลดลง 23% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 7% Y-Y รายได้รวมลดลง 3% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 16% Y-Y อยู่ที่ 9,345 ล้านบาท โดยรายได้ที่ชะลอ Q-Q เป็นผลจากฤดูกาล และะมีงานโครงการเลื่อนไปเข้า 4Q18 ราว 300 ล้านบาท ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ที่โตดีต่อเนื่องเพราะยอดขายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เกมมิ่งยังเร่งตัว ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 4.36% ฟื้นตัวจาก 4.26% ใน 2Q18 แต่ยังลดลงจาก 4.78% ใน 3Q17 จากผลของ Product Mix และการเจรจาเงื่อนไขทางการค้ากับ Supplier บางราย จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังชะลอจากปีก่อนเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน กำไรสุทธิจึงทรงตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y ที่ 161 ล้านบาท ใกล้เคียงกับคาดการณ์ของเราที่ 168 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9M18 อยู่ที่ 532 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% Y-Y จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 14% Y-Y และอัตรากำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเป็น 1.91% จาก 1.87% ใน 9M17
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
BEM (BUY/19TP: 9.7), 3Q18 ดีตามคาด ...มีปัจจัยบวกรออยู่ข้างหน้า
(views 7)
กำไรสุทธิ และกำไรปกติ 3Q18 เป็นไปตามที่เราคาด BEM รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 โตแกร่ง 219% Q-Q และ 232% Y-Y แตะ 3.1 พันล้านบาท หนุนจากรายการพิเศษจากการขายหุ้น CKP รวม 2.2 พันล้านบาท แบ่งเป็นกำไรการขาย 171 ล้านบาท และการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน (Non-cash) ราว 2 พันล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 918 ล้านบาท (+16% Q-Q, -2% Y-Y) เป็นไปตามที่เรา และตลาดคาด การขยายตัวของกำไร Q-Q มีแรงหนุนมาจาก 1) รายได้รวม +4% Q-Q อยู่ที่ 3.9 พันล้านบาท สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส จากการเติบโตของทั้ง 3 ธุรกิจ ตามปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดน้อย 2) อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 39.4% เทียบกับ 38.9% ใน 2Q18 จากมาร์จิ้นที่ดีขึ้นของธุรกิจรถไฟฟ้า 3) ส่วนแบ่งกำไร +21% Q-Q ตามปริมาณน้ำของ TTW ที่มาก และ 4) SG&A ต่อรายได้ปรับลดเป็น 7% จาก 8.2% ใน 2Q18 อย่างไรก็ตาม กำไรที่ลดลงเล็กน้อย Y-Y เป็นผลจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลดเป็น 39.4% จาก 40.9% ใน 3Q17 จากการเพิ่มขึ้นจากค่าตัดจำหน่ายของทางด่วน และค่าซ่อมแซม บำรุงรักษาของรถไฟฟ้า
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
BGRIM (BUY/19TP: 34), กำไรปกติ 3Q18 ลดลงมากกว่าคาดเล็กน้อย แต่ 9M18 ยังโต 16%
(views 4)
3Q18 กำไรสุทธิโต แต่กำไรปกติลดลง BGRIM รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 795 ล้านบาท เพิ่ม 269.1% Q-Q, 39.7% Y-Y ไม่รวมรายการพิเศษส่วนใหญ่ FX Gain กำไรจากการซื้อกิจการโรงไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายพิเศษไม่ประจำอื่นๆ กำไรปกติที่ 423 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ลดลง 38.6% Q-Q, 18.8% Y-Y จากต้นทุนค่าก๊าซเพิ่มตามราคาก๊าซเฉลี่ยเพิ่ม 6% Q-Q ชดเชยรายได้เพิ่มจากโรงไฟฟ้าใหม่ทยอย COD และการซื้อหุ้นเพิ่มเป็น 100% ในโรงไฟฟ้า BGYSP รวมทั้งค่าใช้จ่ายการเงินเพิ่ม
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
BLA (BUY/19TP: 38), Valuation น่าสนใจ
(views 3)
คงคำแนะนำ ซื้อ BLA จากราคาที่ซื้อขายในตลาดน่าสนใจหลังลงมาใกล้เคียงกับระดับ Embedded value ของธุรกิจ โดยที่ยังไม่ได้รวม Value of New Business ทั้งนี้ในเชิงพื้นฐาน เวลาที่เหมาะสมน่าจะเป็นในช่วง 2Q19 เนื่องจากระยะสั้นยังเห็นการชะลอตัวของกำไรโดยกำไร 4Q18 น่าจะน้อยที่สุดในปีเนื่องจากค่าใช้จ่ายจากการประกันภัยที่น่าจะสูงขึ้น และ 1Q19 ยังมีภาระการจ่ายกรมธรรม์ที่ครบกำหนดก้อนใหญ่ แต่หลังจากนั้นผลกำไรน่าจะกลับสู่ฐานที่ดีขึ้นจากการปรับกลยุทธการขายเบี้ยประกันที่เน้นประกันคุ้มครองและประกันระยะยาวซึ่งไม่เป็นภาระต่อการกันสำรองฯมากนัก อีกทั้งภาวะอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นน่าจะทำให้รายได้จากเงินลงทุนมี Upside จากคาดการณ์ของเรา ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 38 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
COMAN (BUY/18TP: 7), ขาดทุนสุทธิ แต่กำไรปกติโตสูง และปรับโครงสร้างเสร็จแล้ว
(views 4)
กำไรปกติ 3Q18 โตสูง 90% Q-Q และ 39% Y-Y COMAN รายงานผลการดำเนินงานเป็นขาดทุนสุทธิ 1.7 ลบ. เพราะมีการรับรู้ส่วนขาดทุนจากการยกเลิกธุรกิจ MSL ราว 14 ลบ. ถ้าหักออกจะมีกำไรปกติ 13 ลบ. เพิ่มขึ้น 90% Q-Q, 39% Y-Y แรงหนุนมาจากรายได้ขายซอฟแวร์ให้โรงแรมและร้านอาหารที่เพิ่มขึ้น 13% Q-Q แต่ลดลงเล็กน้อย 3% Y-Y (เพราะฐานปีก่อนยังมีรายได้ของ MSL รวมอยู่ด้วย) อยู่ที่ 45 ล้านบาท ตามการหาลูกค้าใหม่ได้เพิ่มขึ้นทั้งโรงแรมและร้านอาหาร รวมถึงการบริหารต้นทุนที่ทำได้ค่อนข้างดี โดยอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 69.2% มากกว่า 2Q18 ที่ 66.6% และ 3Q17 ที่ 64.2% อีกทั้ง การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังดีต่อเนื่องด้วย ลดลงเหลือเพียง 40% ของรายได้รวม จาก 45% ใน 2Q18 ส่วนกำไรสุทธิ 9M18 อยู่ที่ 8 ล้านบาท ลดลง 50% Y-Y แต่กำไรปกติอยู่ที่ 23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 150% Y-Y สะท้อนภาพรวมของธุรกิจหลักที่กลับมาสดใส ซึ่งเป็นผลจากการทำตลาดเชิงรุกของผู้บริหาร หลังหมดความกังวลในกรณีของการขาย MSL
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
EA (BUY/19TP: 65), กำไรปกติ 3Q18 ทำนิวไฮและยังไม่หยุดโต
(views 6)
กำไรปกติ 3Q18 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1,120 ล้านบาท EA รายงานกำไรสุทธิ 1,274.6 ล้านบาท มีรายการพิเศษเป็นกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 155 ล้านบาท ถ้าตัดออกไป เป็นกำไรปกติ 1,120 ล้านบาท +12% Q-Q, +15% Y-Y เป็นสถิติสูงสุดใหม่ จากธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากเพราะกระแสลมในภาคใต้แรงดี ประกอบกับรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากกำลังผลิตใหม่ 126 MW ที่ทยอย COD ตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา (ปัจจุบันมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 404MW แบ่งเป็นโซลาร์ 278MW และพลังงานลม 126MW) ชดเชยโรงไฟฟ้าโซลาร์ที่แผ่วลงเพราะเข้าหน้าฝนและธุรกิจไบโอดีเซล (B100) ที่เผชิญกับผลปาล์มล้นตลาด แม้ต้นทุนจะถูกลงแต่ราคาขายก็ต้องปรับลงด้วยด้วย
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
ROBINS (BUY/19TP: 83), กำไร 3Q18 ต่ำคาด แต่ยังโต Y-Y และจะสูงสุดของปีใน 4Q18
(views 3)
กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย จากรายการพิเศษของบริษัทร่วม กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 664 ล้านบาท (-4.3% Q-Q, +8.7% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 6% (เราคาดไว้ 704 ล้านบาท) มาจากค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าคาด และส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมต่ำกว่าคาด สาเหตุที่กำไรลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาลเพราะเป็น Low Season ของธุรกิจ ส่วนกำไรที่เติบโตดี Y-Y มาจาก SSSG ที่บวกได้ต่อเนื่อง แต่อยู่ในระดับต่ำ +0.2% Y-Y และรับรู้รายได้สาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 6.8% Q-Q และ 3.4% Y-Y ในขณะที่รายได้ค่าเช่ายังโตได้ +5.5% Q-Q และ +10% Y-Y ผลของพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้น และมีอัตราการเช่าถือว่าเต็มพื้นที่ในระดับ 99% ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 24.2% ลดลงจาก 24.8% ใน 2Q18 และใกล้เคียงปีก่อน ถือว่ายังไม่ดีนัก เพราะมีสินค้าสั่งซื้อบางส่วนที่เข้ามาล่าช้า ทำให้ยังไม่สามารถเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ได้ตามแผน โดยสิ้น 9M18 มีสัดส่วนสินค้า House Brand อยู่ที่ 11.1% ของรายได้รวม ในส่วนของค่าใช้จ่ายยังปรับตัวสูงขึ้น ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 31.1% จาก 30.8% ใน 3Q18 และ 31.9% ใน 2Q18 สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมไตรมาสนี้อยู่ที่ 100 ลบ. (เราคาดไว้ 120 ลบ.) ลดลง 36% Q-Q และโตเพียง 3% Y-Y หากไม่รวมรายการ One-off ของ Super Sport ที่ 19 ลบ. ก็ถือว่าส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมใกล้เคียงคาด
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
CHG (BUY/19TP: 2.7), กำไร 3Q18 แย่กว่าคาด แต่ราคาหุ้นตอบรับเชิงลบมากไป
(views 3)
กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาดมาก แต่คาดเป็นผลกระทบชั่วคราว กำไรปกติ 3Q18 ของ CHG ที่ประกาศออกมา 151 ลบ. -14.6% Q-Q, +48.8% Y-Y ถือว่าแย่กว่าคาดมากถึง 23% อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เราได้รับฟังข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัท เรามีความกังวลน้อยลงต่อแนวโน้มการเติบโตในอนาคต โดยประเด็นการกลับรายการรายได้จากประกันสังคมราว 30 ลบ.ในไตรมาสนี้ เรามองว่าเป็นผลกระทบจากวิธีการบันทึกบัญชีหลังได้รับเงินจริงจากสำนักงานประกันสังคม และคาดว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกใน 4Q18 รวมถึงปี 2019 ที่จะบันทึกบัญชีด้วยฐานที่ต่ำลงและมีโอกาสเห็น Surprise เชิงบวกแทนเช่นกัน
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
SAT (BUY/19TP: 25), กำไรสุทธิ 3Q18 ดีกว่าคาด แนวโน้มดีต่อเนื่องใน 4Q18
(views 3)
กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% Q-Q และ 8% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% Q-Q และ 8% Y-Y จากรายได้รวมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9% Q-Q อยู่ที่ 2,089 ล้านบาท ตามปัจจัยฤดูกาลที่ยอดผลิตรถยนต์ในประเทศเพิ่มขึ้น 6% Q-Q และ 4% Y-Y อยู่ที่ 547,547 คัน ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ลดลง 7% เพราะผลจากการโอนธุรกิจสปริงไปที่บริษัทร่วม ทำให้เปลี่ยนจากการ Conso งบ เป็นส่วนแบ่งกำไรเข้ามาแทน แต่ด้วยธุรกิจสปริงเป็นส่วนที่มี GPM ต่ำ จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 18.7% จาก 17.0% ใน 2Q18 และ 17.1% ใน 3Q17 ขณะที่ การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังทำได้ดี โดย SG&A/Sales อยู่ที่ 8.0% ลดลงจาก 8.8% ใน 2Q18 และ 7.4% ใน 3Q17 ซึ่งเมื่อรวมกับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอีก 20 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 11.6% จาก 9.5% ใน 2Q18 และ 10.0% ใน 3Q17 ส่วนกำไรสุทธิ 9M18 อยู่ที่ 661 ล้านบาท (คิดเป็น 77% ของประมาณการทั้งปี) เพิ่มขึ้น 25% Y-Y จากทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนเครื่องจักรการเกษตรที่ขยายตัว รวมถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจ และการควมคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
SVI (BUY/19TP: 6.6), กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด รายได้โตดีทำจุดสูงสุดใหม่
(views 3)
กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด จากรายได้ที่สูงกว่าคาดและทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 258 ล้านบาท (-4.8% Q-Q, +222.5% Y-Y) ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 219 ล้านบาท) มาจากรายได้ที่ทำได้ดีกว่าคาด หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุนชั่วคราว 11 ล้านบาท และขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 9 ล้านบาท จะมีกำไรปกติที่ 256 ล้านบาท (+28.6% Q-Q, +250.7% Y-Y) ทำจุดสูงสุดในรอบ 12 ไตรมาส สาเหตุที่กำไรโตดี Y-Y มาจากฐานที่ต่ำมากในปีก่อน ที่ยังประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบค่อนข้างมาก ส่วนการเติบโต Q-Q มาจากทั้งปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบที่คลี่คลายไปมาก ในขณะที่มีการเติมเครื่องจักรขยายกำลังการผลิตต่อเนื่อง สามารถรองรับการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อได้ดี โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตทรงตัวอยู่ในระดับสูง 75% - 80% ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้แตะจุดสูงสุดใหม่ที่ US$127ล้าน (+7.6% Q-Q, +33.7% Y-Y) สูงกว่าที่เราคาดไว้ที่ US$123 ล้าน ในขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงเล็กน้อยเอื้อต่อการทำธุรกิจของบริษัท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 9.9% จาก 9.7% ใน 2Q18 และ 5.8% ใน 3Q17 แต่เรามองว่ายังไม่เต็มที่ เพราะแม้ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบจะคลี่คลาย แต่ยังไม่ปกติ และเครื่องจักรใหม่น่าจะยังใช้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่วนค่าใช้จ่ายยังควบคุมได้ดี และด้วยการเติบโตของรายได้ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 3.9% จาก 4.3% ใน 2Q18 และ 4.9% ใน 3Q17
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
TOP (BUY/19TP: 93), Stock loss อาจกดดันระยะสั้น แต่ดีต่อ Demand ในระยะยาว
(views 3)
กำไรสุทธิ 3Q18 ชะลอตัวตามคาด จาก Stock gain ที่ลดลง TOP รายงานกำไรสุทธิที่ 4,558 ลบ. (-5% Q-Q , -40% Y-Y) หากหักรายการ Fx และ Hedging gain/loss ออกไปกำไรปกติอยู่ที่ 4,232ลบ. (-28% Q-Q, -39% Y-Y)เป็นไปตามที่เราคาด สาเหตุที่ลดลง Q-Q จาก Stock gain ที่ลดลงเหลือ US$1.2/บาร์เรล (-76% Q-Q, -50% Y-Y) ส่วนที่ลดลง Y-Y เนื่องจากปีที่แล้วค่าการกลั่นสูงผิดปกติจากพายุฮาร์วี่ นอกจากนี้ กำไรจากธุรกิจ Lube ลดลงจาก Supply ใหม่รวมถึงความต้องการใช้ที่ลดลงจากหน้าฝน อย่างไรก็ตามกำไรจากกลุ่มอโรมาติกส์ฟื้นตัวดีมากโดย Utilisation Rate ขึ้นมาอยู่ที่ 89% (+5% Q-Q, +8% Y-Y) และ มาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้นมาที่ US$129/ตัน (+48% Q-Q, +50%Y-Y) จาก Supply ใหม่ที่ล่าช้าออกไป
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
TKN (HOLD/19TP: 14), กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาด เรากังวลต่อการเติบโตในอนาคตมากขึ้น
(views 4)
กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาด จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าปรับ กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 128 ล้านบาท (-16.9% Q-Q, -5.2% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 177 ล้านบาท) หากไม่รวมค่าปรับจากกระทรวงอุตสาหกรรม กรณีกำจัดขยะไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด 21 ล้านบาท และขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 4 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 153 ล้านบาท (+7% Q-Q, +4.1% Y-Y) แม้ไม่รวมรายการพิเศษ กำไรก็ยังถือว่าไม่สดใสและต่ำกว่าคาดอยู่ดี สิ่งที่ทำให้ต่ำกว่าคาดคือ ค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงกว่าคาด ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 21% สูงสุดในรอบ 13 ไตรมาส และสูงกว่าปกติที่ทำได้ 16% - 18% ในขณะที่รายได้ถือว่าเติบโตได้ดี +13% Q-Q, +8% Y-Y จากการเติบโตของรายได้ในประเทศและส่งออก โดยมีการรับรู้สินค้าใหม่อย่างสาหร่ายเทมปุระไข่เค็มที่ได้รับการตอบรับที่ดี และอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นได้ดีมาอยู่ที่ 32.1% จาก 31.3% ใน 3Q17 แต่ทรงตัวจาก 32.2% ใน 2Q18 ถือว่าผิดไปจากที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นได้ เพราะรับรู้ต้นทุนสาหร่ายถูกลงได้เต็มไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2018
GFPT (HOLD/19TP: 15.6), กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด แต่มองเป็นจุดสูงสุดของปีนี้แล้ว
(views 10)
กำไร 3Q18 ดีกว่าคาดมาก จากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมฟื้นดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 437 ล้านบาท (+106.1% Q-Q, -11% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 378 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 10 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 427 ล้านบาท (+115.7% Q-Q, -15.6% Y-Y) กำไรที่ลดลง Y-Y มาจากฐานที่สูงในปีก่อน ทั้งราคาไก่ และค่าเงินบาท ส่วนสาเหตุที่กำไรดีขึ้น Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ ทำให้ปริมาณไก่ส่งออกปรับขึ้นมาอยู่ที่ 8,700 ตัน (+10% Q-Q, +4.8% Y-Y) และด้วยราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ค่อนข้างทรงตัว ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 15.6% จาก 14.8% ใน 2Q18 แต่ยังต่ำกว่า 18.1% ใน 3Q18 ในส่วนของค่าใช้จ่ายยังควบคุมได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 7.4% จาก 8.5% ใน 2Q18 และ 7.9% ใน 3Q17 และสิ่งที่ทำได้ดีกว่าคาดคือ ส่วนแบ่งผลประกอบการของบริษัทร่วมพลิกเป็นกำไรที่ 78 ล้านบาท จากที่ขาดทุน -22 ล้านบาทใน 2Q18 จากการฟื้นตัวของ McKey ภายหลังเพิ่มการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ได้มากขึ้น และ GFN พลิกเป็นกำไรที่ 22 ล้านบาท จากที่ขาดทุน -45 ล้านบาทในไตรมาสก่อน ตามการฟื้นตัวของราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศ และเป็นช่วง High season ของการขายเช่นเดียวกัน
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2018
GLOBAL (BUY/19TP: 22), กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาด และกำไรจะกลับมาโตดีอีกครั้งใน 1Q19
(views 7)
กำไรสุทธิ 3Q18 ต่ำกว่าคาด แต่โตดี Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 443 ล้านบาท (-22.8% Q-Q, 29.2% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 8% (เราคาดไว้ 479 ล้านบาท) กำไรที่ลดลง Q-Q สอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วงหน้าฝน ส่วนกำไรที่เติบโตสูง Y-Y มาจาก SSSG ที่ยังเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักที่ราว 12% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และการปรับขึ้นของราคาเหล็ก ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ 15% - 20% ของรายได้รวม รวมถึงไตรมาสนี้มีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งที่ด่านขุนทด ทำให้รายได้รวมเติบโต 24.1% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 20.6% จาก 20.2% ใน 3Q17 โดยมาจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 14% จาก 13% ในปีก่อน แต่เป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 21.5% ใน 2Q18 เพราะราคาเหล็กไม่ได้ปรับขึ้นแรง Q-Q เหมือนใน 2Q18 และเป็นผลจากการทำโปรโมชั่นมากขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นมากกว่าคาด จากค่าใช้จ่ายในการเปิดและเตรียมเปิดสาขาใหม่ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 14.1% (เราคาดไว้ 13.8%) จาก 13.2% ใน 2Q18 แต่ลดลงจาก 14.6% ใน 3Q17 เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของรายได้
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2018
TACC (BUY/19TP: 4.5), กำไร 3Q18 ดีตามคาด และคาดจะโตต่อทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18
(views 8)
กำไรสุทธิ 3Q18 ดีใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 22 ล้านบาท (+4.8% Q-Q, ทรงตัว Y-Y) เท่ากับคาด ถือว่าทำได้ดี แม้ปกติ 3Q จะเป็น Low Season ของธุรกิจ แต่กำไรยังเพิ่มขึ้น Q-Q เล็กน้อย เพราะมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 30.7% จาก 29.4% ใน 2Q18 และ 29.8% ใน 3Q17 ภายหลังรับรู้รายได้เครื่องดื่มผงที่ปรับสูตรลดน้ำตาลได้เต็มไตรมาส ส่วนสาเหตุที่กำไรทรงตัว Y-Y แม้ไม่มีรายได้จากกัมพูชาเหมือนในปีก่อน แต่ด้วยรายได้ในประเทศที่เติบโตดี ทั้งในส่วนของเครื่องดื่มโถกด และ All Cafe รวมถึงเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจ Character (ให้สิทธิใช้ตัวการ์ตูน Rilakkuma) ซึ่งสามารถเข้ามาช่วยชดเชยทำให้รายได้รวมเติบโตได้เล็กน้อย +1.6% Y-Y แต่ค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลจากค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและโฆษณา ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 21.6% จาก 21.2% ใน 3Q17 ทั้งนี้บริษัทเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมอย่าง บจ.สยามเกตเวย์ (ร่วมทุนกับ NPP ในการบุกตลาดจีน) ในไตรมาสนี้ที่ 1.1 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2018
KCE (BUY/19TP: 37), คาดกลับมาโตปีหน้า แต่กำไร 4Q18 จะแย่ต่อเป็นจุดต่ำสุดของปี
(views 7)
จากประชุมวานนี้ เรามองโทนลบ เพราะผลกระทบที่เกิดจากมาตรฐานการทดสอบรถยนต์ในยุโรปที่เข้มงวดมากขึ้นจะกระทบผลประกอบการ 4Q18 เต็มไตรมาส เทียบกับ 3Q18 ที่ได้รับผลกระทบเพียง 1 เดือน โดยคาดทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับลงต่อเนื่อง จากคำสั่งซื้อที่ลดลงและอัตราการใช้กำลังการผลิตชะลอตัวลง และทำให้กำไร 4Q18 เป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ ทั้งนี้ผู้บริหารมองปัญหานี้จะคลี่คลายภายใน 4Q18 หรืออย่างช้าคือ 1Q19 และยังตั้งเป้าการเติบโตของคำสั่งซื้อในปีหน้าราว 15% - 16% Y-Y ส่วนราคาขายอาจปรับลงต่อเนื่องราว 2% Y-Y ดังนั้นเราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 16% เป็นกำไรที่หดตัวลง -19% Y-Y และปรับลดกำไรปี 2019 ลง 21% เป็นกำไรที่จะกลับมาโต 24% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปี 2019 เป็น 37 บาท จากเดิม 47 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงค่อนข้างมาก เรามองสะท้อนข่าวร้ายไปแล้ว แต่ยังมีกำไร 4Q18 ที่ไม่สดใสและจะเป็นจุดต่ำสุดของปีกดดันอยู่ จึงแนะนำเป็นรอซื้อหลังผ่านงบ 4Q18 ซึ่งน่าจะเป็นช่วงที่ได้เห็นความชัดเจนว่าปัญหา WLTP จบจริงแล้วหรือไม่
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2018
MGT (BUY/19TP: 2.8), กำไรสุทธิ 3Q18 โตน้อยเพราะรายการพิเศษ แต่กำไรปกติโตเด่น
(views 5)
กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% ทั้ง Q-Q และ Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% ทั้ง Q-Q และ Y-Y รายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่น 39% Q-Q และ 33% Y-Y อยู่ที่ 200 ล้านบาท จากการรวมธุรกิจเอธิลแอลกอฮอล์แปลงสภาพ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นชะลอเล็กน้อยเหลือ 29.2% จาก 30.6% ใน 2Q18 แต่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 28.9% ใน 3Q17 ขณะที่ ค่าจ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดี โดยคิดเป็น 15.8% ของรายได้รวม ลดลงจาก 19.6% ใน 2Q18 และ 17.3% ใน 3Q17 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีการรับรู้ขาดทุนจากการยกเลิกธุรกิจหมอนยางพารา 6.4 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าการขาดทุนปกติที่ไตรมาสละ 1-2 ล้านบาท จึงทำให้กำไรสุทธิโตไม่มาก และอัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 6.9% จาก 8.4% ใน 2Q18 และ 8.1% ใน 3Q17 ซึ่งถ้าหักายการนี้ออก กำไรปกติจะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% ทั้ง Q-Q และ Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2018
PTTGC (BUY/19TP: 120), กำไรยังดี แม้มีการหยุดซ่อมบำรุง
(views 7)
กำไรสุทธิ 3Q18 ออกมาดีกว่าคาด แม้มีการหยุดซ่อมตามแผน PTTGC รายงานกำไรสุทธิ 12,793 ลบ. (+18% Q-Q , +29% Y-Y) สาเหตุที่เพิ่มขึ้น Q-Q เนื่องจากไตรมาสที่แล้วมีการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษของ GGC ในขณะที่ Y-Y ปรับตัวขึ้นจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นหลังโรงงาน LLDPE ขนาด 400,000 ตัน/ปี เริ่มเปิดดำเนินงานช่วงต้นปีที่ผ่านมา หากหักรายการพิเศษต่างๆออกไป กำไรปกติจะอยู่ที่ 11,942 ลบ. (-10% Q-Q, +23%Y-Y) แม้กำไรของกลุ่มโอเลฟินส์จะลดลงตามแผนการหยุดซ่อมโครงการโอเลฟินส์ 1 รวมถึงราคาผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ที่ลดลงเล็กน้อย แต่กำไรจากกลุ่มอโรมาติกส์ที่ปรับตัวดีขึ้นมากตาม Market P2F ที่พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ US$247/ตัน (+91% Q-Q, +34%Y-Y) หลังตลาดตึงตัวจาก Supply ใหม่ที่ล่าช้าออกไป ช่วยชดเชยกำไรจากธุรกิจโอเลฟินส์ได้เกือบทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2018
VGI (BUY/19TP: 8.7), กำไร 2Q19 (สิ้น ก.ย.18) ดีกว่าคาด
(views 6)
กำไรปกติ 2Q19 (สิ้นก.ย.18) Flat Q-Q แต่โต 28.8% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด กำไรปกติ 2Q19 ที่ 260 ล้านบาท ใกล้ไตรมาสก่อน แต่ยังโต 28.8% Y-Y มากกว่าตลาดคาดและคาดของเรา 9% ส่วนใหญ่จากรายได้อื่นมากกว่าคาดและกำไรรับรู้จากบริษัทร่วมกลับเป็นบวก 15 ล้านบาท มากกว่าคาดที่ 10 ล้านบาท (1Q19 ติดลบ 30 ล้านบาท) และช่วยทำให้กำไรไตรมาสนี้ Flat Q-Q (vs คาด -8% Q-Q) แม้กำไรขั้นต้นอ่อนลง 2.1% Q-Q และค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น โดย Gross margin ลดลงเป็นเฉลี่ย 55.5% จากไตรมาสก่อนที่ 63.6% จากรายได้ธุรกิจหลักเดิม สื่อรถไฟฟ้า BTS และสื่อกลางแจ้งผ่านบริษัทร่วม “MACO” (ถือหุ้น 32%) ลดลงจากไตรมาสก่อนที่สูงเป็นพิเศษ และการที่ MACO เริ่ม Conso. ผลการดำเนินงานของบริษัท Trans Ad และ Roctec. (บริษัททำธุรกิจให้บริการด้านการออกแบบติดตั้งระบบสื่อผสมและวางระบบ) ตั้งแต่เดือนส.ค.ที่ผ่านมาหลังเข้าลงทุน 81.7% และ 72.7% ตามลำดับ) โดย Trans Ad และ Roctec มี Gross margin ต่ำกว่า แม้รายได้รวมของ VGI เพิ่ม 12.2% Q-Q เป็น 1.2 พันล้านบาท กำไรเพิ่มดี Y-Y ส่วนใหญ่จากรายได้อื่นเพิ่มขึ้นและมีกำไรรับรู้จากบริษัทร่วม จาก 2Q18 ที่ติดลบ 7 ล้านบาท โดยมีตัวช่วยจากการเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการเข้าถือหุ้น 23% ใน Kerry TH (ผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนทั่วประเทศ) ตั้งแต่เดือนส.ค.ที่ผ่านมา
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2018
ITEL (BUY/19TP: 5.5), กำไร 3Q18 อยู่ที่ 34 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 24% Y-Y
(views 6)
กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 34 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 24% Y-Y รายได้รวมอยู่ที่ 420 ล้านบาท ลดลง 14% Q-Q จากงานติดตั้งโครงข่ายที่รับรู้ลดลง (ส่วนใหญ่คือเน็ตชายขอบที่ส่งมอบหมดแล้ว) แต่เพิ่มขึ้น 78% Y-Y จากรายได้ให้เช่าโครงข่าย, ติดตั้งโครงข่าย, และให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 22.5% เพิ่มขึ้นจาก 20.4% ใน 2Q18 แต่ลดลงจาก 29.2% ใน 3Q17 จากการรับรู้งานติดตั้งโครงข่ายอัตรากำไรต่ำที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ขณะที่ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดี โดยคิดเป็น 6.3% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 6.0% ใน 2Q18 แต่ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับ 7.9% ใน 3Q17 ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 34 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 24% Y-Y กำไรสุทธิ 9M18 อยู่ที่ 99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% Y-Y จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 103% Y-Y อยู่ที่ 1,276 ล้านบาท เพราะมีการรับรู้งานติดตั้งโครงข่ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แลกกับอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยที่ชะลอตัวลงเหลือ 22.4% จาก 29.6%
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2018
NER (IPO: 2.58/19TP: 4.16), ช้างเผือกบุรีรัมย์
(views 9)
NER เป็นผู้ผลิตและและจำหน่ายยางแผ่นรมควัน ( RSS) ยางแท่ง (STR) และยางผสม (Mixtures Rubber) รายใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นพื้นที่ที่มียางพาราคุณภาพและเป็นที่ต้องการของลูกค้ามาอย่างยาวนาน เราคาดว่ากำไรปี 2018 จะเพิ่มขึ้น 40%Y-Y เนื่องจากการปรับขั้นตอนการผลิตตั้งแต่การสั่งซื้อวัตถุดิบ, การบริหารแรงงาน, และการปรับกระบวนการผลิตในส่วนของการผลิตยางผสม ผลกำไรจะเริ่มยกฐานขึ้นในปี 2019 จากแผนการเพิ่มกำลังการผลิตจากโรงงานใหม่ของยางผสม และในปี 2020 การเพิ่มกำลังการผลิตเท่าตัวในยางแท่งและยางผสม เราคาดว่ากำไร 2YCAGR จะ +50%Y-Y เราประเมินมูลค่าหุ้น NER ด้วยวิธี Relative PE โดยอิงกับ PE เฉลี่ยในอดีตของ STA 10 ปีย้อนหลังที่ 13 เท่า และใกล้เคียงกับ PE เฉลี่ยของบริษัทที่มีลักษณะธุรกิจใกล้เคียงกันในระดับโลก (Bloomberg) ที่มี PE เฉลี่ยที่ 13.2 เท่า และยังสอดคล้องกับอัตราการเติบโตในอีก 5 ปีข้างหน้าที่คาดการณ์ที่ 13% ด้วย บนระดับ PER ดังกล่าวและคาดการณ์ EPS ปี 2019 ที่ 0.32 บาท/หุ้น เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2019 ของ NER เท่ากับ 4.16 บาท (อิง PER 13 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2018
MTC (BUY/19TP: 60), กำไร 3Q18 แข็งแกร่งตามคาด
(views 15)
กำไร 3Q18 แข็งแกร่ง MTC รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 965 ลบ. เพิ่มขึ้น 5.8%Q-Q, 48%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 6%Q-Q และ 36%Y-Y และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 4.8%Q-Q และ 35.6%Y-Y ในไตรมาสนี้ MTC มีค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ 160 ลบ. ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน แต่ลดลง 5%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 1.48% เป็นไปตาม NPL Ratio ที่ปรับตัวลดลง สังเกตุว่า Loan spread ยังรักษาไว้ได้ที่ราว 19.8% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้าแม้ว่าจะเห็นการปรับขึ้นของต้นทุนทางการเงิน (CoF) ที่เพิ่มขึ้นราว 0.13% แต่ Loan yield ขยับขึ้นได้เล็กน้อยเนื่องจากการจัดการส่วนผสมของพอร์ตสินเชื่อและการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อใหม่
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2018
IT (BUY/19TP: 5.3), กำไรสุทธิ 3Q18 ชะลอมากกว่าคาด แต่ราคาหุ้นลงจนน่าสนใจซื้อ
(views 6)
กำไรสุทธิ 3Q18 ทรุดหนักกว่าคาดเพราะสาขาต่างจังหวัดถูกกระทบจากน้ำท่วม กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 13 ล้านบาท ลดลง 48% Q-Q และ 43% Y-Y แม้รายได้รวมจะชะลอไม่มาก โดยลดลง 4% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 1% Y-Y อยู่ที่ 1,293 ล้านบาท เช่นเดียวกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ทรงตัว 12.7% จาก 12.8% ใน 2Q18 และ 12.6% ใน 3Q17 แต่ด้วยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเร่งตัวขึ้น โดยคิดเป็น 11.7% ของรายได้รวม จาก 10.7% และ 10.6% ของรายได้รวมใน 2Q18 และ 3Q17 ตามลำดับ เพราะ IT เร่งเปิดสาขาในโลตัสหลายแห่ง แต่รายได้ยังเพิ่มขึ้นได้ไม่มากนัก เพราะบางสาขาถูกกระทบจากน้ำท่วม ทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 1.0% จาก 1.9% ใน 2Q18 และ 1.8% ใน 3Q17 อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่กำไร 6M18 ทำไว้ดี จึงทำให้กำไรสุทธิ 9M18 อยู่ที่ 57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% Y-Y โดยเป็นผลจากทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2018
PDG (HOLD/19TP: 3.56), กำไร 3Q18 ฟื้น Q-Q แต่ยังลง Y-Y แนวโน้มปีนี้ไม่ดี ต้องรอปีหน้า
(views 5)
กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% Q-Q แต่ลดลง 24% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% Q-Q แต่ลดลง 24% Y-Y โดยรายได้รวมยังเติบโตได้ดี 5% Q-Q และ 16% Y-Y อยู่ที่ 172 ล้านบาท จากการผลิตขวดน้ำผลไม้ (30% ของยอดขาย) ที่ขยายตัวดีขึ้น ตามการปรับกลยุทธ์การตลาดของลูกค้ารายสำคัญ ซึ่งสามารถชดเชยการชะลอตัวของการผลิตขวดน้ำดื่ม (20% ของยอดขาย) ที่ชะลอตัวลงจากการแข่งขันที่สูงขึ้นได้ ขณะที่ การผลิตขวดน้ำมันพืช (50% ของยอดขาย) ให้กลุ่ม TVO ยังทรงตัว อย่างไรก็ตาม ด้วยต้นทุนเม็ดพลาสติก PET ในประเทศที่ทรงตัวในระดับสูง โดยล่าสุดอยู่ที่ 50.50 บาท/ก.ก. จากต้นปีที่ 40.50 บาท/ก.ก. (+25% YTD) ผนวกกับค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรใหม่สำหรับการผลิตหลอดพรีฟอร์มที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นทรุดตัวต่อเนื่องเหลือเพียง 14.7% จาก 15.5% ใน 2Q18 และ 19.5% ใน 3Q17 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดี โดยรวมจึงทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 6.3% ต่ำสุดในรอบ 4 ปี
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2018
TU (BUY/19TP: 20), กำไร 3Q18 ถ้าไม่รวมด้อยค่า ออกมาดีกว่าคาด น่าประทับใจ
(views 9)
กำไรปกติ 3Q18 น่าประทับใจ สุงสุดในรอบ 8 ไตรมาส กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 1,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากที่ทำได้เพียง 10 ล้านบาทใน 2Q18 แต่ลดลง -24% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษได้แก่ การตั้งด้อยค่าปิดโรงงานแซลมอนในสก็อตแลนด์ และขาดทุนจากธุรกิจที่ยกเลิกอื่นๆ 451 ล้านบาท, กำไรอัตราแลกเปลี่ยน 128 ล้านบาท และกำไรจากการปรับปรุงทางบัญชีของ Red Lobster 58 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,576 ล้านบาท (+57.3% Q-Q, +15.7% Y-Y) ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 1,323 ล้านบาท) ทำจุดสูงสุดในรอบ 8 ไตรมาส สาเหตุกำไรโต Q-Q ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ แม้ราคาปลาทูน่าเฉลี่ย 3Q18 เท่ากับ US$1,467 ต่อตัน จะลดลง -12% Q-Q และ -27% Y-Y แต่การฟื้นตัวของราคาปลามาอยู่ที่ US$1,450 ต่อตัน ในเดือน ส.ค. และ US$1,650 ต่อตันในเดือน ก.ย. หลังจากที่ปรับลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 29 เดือนที่ US$1,300 ต่อตันในเดือน ก.ค. ทำให้บริษัทได้รับผลบวกจากการที่สต็อกปลาต้นทุนต่ำไว้ในปริมาณมาก กอปรกับการกลับมาซื้อของลูกค้า OEM รวมถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทที่ค่อนข้างทรงตัวจากไตรมาสก่อน จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 15.7% (เราคาดไว้ 14.7%) สูงสุดในรอบ 9 ไตรมาส เพิ่มขึ้นจาก 13.8% ใน 2Q18 และ 14.2% ใน 3Q17 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังควบคุมได้ตามเป้าหมาย ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 10.6% ลดจาก 14.6% ใน 2Q18 และปรับขึ้นเล็กน้อยจาก 10.3% ใน 3Q17
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2018
SISB (IPO/19TP: 8.84), Education: Investment for future
(views 12)
SISB runs international private schools, the first to offer Singaporean curriculum in Thailand. Currently, the company has five schools, covering from pre- to high school, and are able to receive a maximum of 4,175 students. SISB is in its growth stage. The company has just passed its major round of investments and now has the capacity to cope with its growth in the next 3-5 years. In this regard, it will be able to reap profit starting from 2019 onward. Since most of its costs are either fixed or semi-fixed, there will be operating leverage. We expect SISB’s profit to grow at an average annual rate of 51% in 2019-2021 thanks to revenues growth, increased cost efficiency, and a decline in interest expense. We apply the DCF method and value our 2019 TP at Bt8.84.
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤศจิกายน
2018
INTUCH (BUY/19TP: 64), กำไร 3Q18 อ่อนแอตาม ADVANC//แต่ปันผลยังสูง
(views 15)
กำไร 3Q18 หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y ตาม ADVANC INTUCH ประกาศกำไรปกติ 3Q18 ที่ 2,717 ลบ. -17% Q-Q, -6.9% Y-Y ต่ำก่วาคาดและอ่อนแอ โดยสาเหตุหลักเกิดจากส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ที่ลดลงอย่างมีนัยยะจากทั้งรายได้ที่หดตัวสวนทางกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้เรามีมุมมองเป็นลมากขึ้นต่อแนวโน้มการเติบโตในอนาคต ขณะที่ผลการดำเนินงานของ THCOM เริ่มอยู่ในระดับทรงตัวได้หลังจากผ่านการปรับฐานแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจากภาวะอุตสาหกรรมที่ย่ำแย่ แต่ยังไม่เห็นปัจจัยหนุนการเติบโตจากธุรกิจใหม่ๆ
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤศจิกายน
2018
BIG (BUY/19TP: 2.4), กำไร 3Q18 แย่กว่าคาด ยังต้องรอการฟื้นตัวต่อไป
(views 10)
กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 94 ล้านบาท ลดลง 17%Q-Q และ 29% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 94 ล้านบาท ลดลง 17% Q-Q และ 29% Y-Y ถือเป็นกำไรที่ลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y ไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน สาเหตุยังมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่อ่อนตัวลงเหลือ 25.9% จาก 26.3% ใน 2Q18 และ 29.0% ใน 3Q17 เพราะความต้องการกล้อง Mirrorless ยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง ขณะที่ สินค้ารุ่นใหม่ยังสร้างกระแสได้ไม่ดีนัก ทำให้ BIG ต้องจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการขายมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อเนื่องให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 17.4% จาก 16.6% ใน 2Q18 และ 16.7% ใน 3Q18 ด้วย อีกทั้ง ในแง่ของ Product Mix ยังคงโน้มเอียงมายังกล้อง DSLR ซึ่งเป็นสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำมากขึ้นด้วยเช่นกัน และด้วยความที่ค่าใช้จ่ายสาขาส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าเช่าและค่าแรงที่มีแต่จะเพิ่มขึ้น โดยรวมจึงยังเห็นภาพที่ดูขัดแย้ง คือ รายได้รวมยังมีการเติบโตที่ดีราว 5-6% Y-Y แต่กำไรสุทธิทรุดตัวลงหนัก จากผลของ Operationg Leverage ที่เกิดในเชิงลบ
อ่านเพิ่มเติม
02
พฤศจิกายน
2018
ADVANC (HOLD/19TP: 210), กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาดมาก
(views 18)
กำไร 3Q18 น่าผิดหวัง ADVANC ประกาศกำไรปกติ 3Q18 ออกมาที่ 6,922 ลบ. -12.4% Q-Q, -6.8% Y-Y ตำกว่าคาดถึง 14% โดยรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ในไตรมาสนี้ -1% Q-Q, +2.1% Y-Y ซึ่งค่อนข้างแย่ โดยเฉพาะธุรกิจ Mobile ที่มีรายได้หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y จากผลของ Fixed-speed Package ซึ่งกดดัน ARPU และบดบัง Net Add ที่บวกแรงกว่า 5.5 แสนราย ขณะที่ Handset Margin กลับมาติดลบแรงขึ้นเป็น 5.5% ซึ่งคาดว่าเกิดจากการแข่งขันที่รุนแรงในภาคอีสานจากการรุกตลาดของ TRUE ขณะที่ค่าใช้จ่ายยังปรับตัวขึ้นตามการลงทุนและค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ให้ดีขึ้น ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวลงเหลือเพียง 42.5% ในไตรมาสนี้จาก 45.3% และ 45.9% ใน 2Q18 และ 3Q17 ตามลำดับ และต่ำสุดในรอบ 8 ไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
02
พฤศจิกายน
2018
ORI (BUY/19TP: 13), คาดกำไร 3Q18 โต Y-Y แต่อ่อนตัว Q-Q …มีกำไรพิเศษขายที่ดิน
(views 13)
คาดกำไรสุทธิ 3Q18 เป็น 825 ล้านบาท (-19% Q-Q, +48% Y-Y) หากตัดกำไรจากการขายที่ดินราว 260 ล้านบาท กำไรปกติ 3Q18 คาดอยู่ที่ 565 ล้านบาท โต 65% Y-Y แต่หดตัว 26.5% Q-Q จากยอดโอนที่คาดลดลง 12% Q-Q เป็น 3.2 พันล้านบาท เนื่องจากไม่มีการเริ่มโอนคอนโดใหม่ ขณะที่กำไร 4Q18 คาดเร่งขึ้น และเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี จากการเร่งโอนโครงการเต็มที่ คงคาดกำไรปกติปี 2018 ที่ 2.8 พันล้านบาท (+90% Y-Y) และโตต่อ 31% Y-Y ในปีหน้า ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 13 บาท อิง PER 10.7x เท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีต ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside ถึง 44% เราจึงคงคำแนะนำซื้อ แต่ด้วยประเด็นความกังวลกับผลกระทบจากมาตรการธปท.ที่กดดัน นักลงทุนอาจรอจังหวะเข้าลงทุนภายหลังได้รับความชัดเจนภายในเดือนพ.ย.
อ่านเพิ่มเติม
01
พฤศจิกายน
2018
SPALI (BUY/19TP: 25), คาดกำไร 3Q18 อ่อนตัว ...ปรับประมาณการกำไรลง
(views 15)
คาดกำไรปกติ 3Q18 ที่ 1.2 พันล้านบาท หดตัว 3% Q-Q และ 27.5% Y-Y จากการโอนคอนโดได้ช้ากว่าแผน ประกอบกับ SG&A ที่ยังอยู่ในระดับสูงจากการจ่ายค่า Commission ให้กับ Agent ขณะที่โมเมนตัมกำไร 4Q18 คาดฟื้นตัว และทำจุดสูงสุดของปี จากการเร่งโอนคอนโด และแนวราบเต็มที่ อย่างไรก็ตาม เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-19 ลง 10% และ 4% ตามลำดับ จากการโอนคอนโดที่ช้ากว่าคาด และ SG&A ที่สูง ทำให้กำไรปกติปี 2018 ลดลง 3% Y-Y อยู่ที่ 5.2 พันล้านบาท และฟื้นกลับมาโต 12% Y-Y ที่ 5.9 พันล้านบาทในปีหน้า ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 25 บาท ราคาหุ้นปรับลงจนมี Upside 14% เราจึงเพิ่มคำแนะนำจากถือเป็นซื้อ แต่ด้วยงบ 3Q18 ที่อ่อนแอ และมีโอกาสที่ตลาดปรับประมาณการลง นักลงทุนจึงอาจรอเข้าซื้อภายหลังประกาศงบวันที่ 13 พ.ย.
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2018
THCOM (HOLD/19TP: 10), กำไร 3Q18 โดยรวมยังไม่มีอะไรเด่น
(views 18)
กำไรปกติ 3Q18 ฟื้น Y-Y แต่ยังชะลอ Q-Q THCOM ประกาศกำไรปกติ 3Q18 ออกมาที่ 133 ลบ. +236.6% Y-Y โดยหลักๆเกิดจากค่าเสื่อมราคาที่ลดลงอย่างมีนัยยะหลังตั้งด้อยค่าก้อนใหญ่ใน 4Q17 แต่ยัง -30.8% Q-Q จากค่าใช้จ่าย SG&A ที่เร่งตัวขึ้นจากการตั้งสำรองหนี้สงสัญจะสูญ รายได้ในภาพรวมยังทรงตัว Q-Q แม้ Utilization Rate จะสูงขึ้น แต่ชดเชยกับราคาขายที่ลดลงจากการแข่งขันและภาพอุตสาหกรรมที่ยังเป็นลบ ขณะที่แง่ Y-Y ยังหดตัวแรงจากการสูญเสียลูกค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ IPSTAR ในปีที่แล้ว
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2018
BGRIM (BUY/19TP: 34), คาดกำไร 3Q18 ไม่ตื่นเต้น แต่ทั้งปีโตดี มีศักยภาพโตเพิ่มระยะยาว
(views 17)
คาดกำไรปกติ 3Q18 ลดลง 31.8% Q-Q และ 9.7% Y-Y จากต้นทุนค่าก๊าซเพิ่มขึ้น และฐานต้นทุนการเงินต่ำในไตรมาสก่อน แต่กำไรสุทธิโต 202.2% Q-Q, 14.4% จาก FX Gain ทางบัญชี เราปรับลดประมาณการกำไรปกติทั้งปีเล็กน้อย 6% แต่ยังโตสูง 31.8% ราคาหุ้น Rebound ขึ้นมาในช่วง 2 เดือน จากความกังวลที่ลดลงมากต่อประเด็นเรื่องการย้ายพื้นที่ 2 โรงไฟฟ้า และความคืบหน้าการร่วมทุน 2 โครงการในเวียดนาม ขณะที่คาดกำไร 3Q18 ไม่ได้เป็นปัจจัยหนุนระยะสั้นมากนัก อย่างไรก็ตาม คงมุมมองบวกต่อแนวโน้มกำไรในช่วง 3 ปีโตดี 27% ต่อปี (CAGR) และยังมีศักยภาพการได้กำลังผลิตเพิ่มอีกจากโครงการในต่างประเทศ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปรับใช้ปี 2019 ที่ 34 บาท
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2018
SC (BUY/19TP: 4.2), คาดกำไร 3Q18 ชะลอ Q-Q ...แต่จะทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18
(views 15)
คาดกำไรปกติ 3Q18 ที่ 390 ล้านบาท โต 7.5% Y-Y แต่อ่อนตัว 12% Q-Q จากการโอนคอนโด Beatniq ได้ช้ากว่าแผน และ Saladaeng One ที่ชะลอตัว ส่งผลให้ยอดโอนคาดอยู่ที่ 3.5 พันล้านบาท (-6% Q-Q, +18% Y-Y) ขณะที่กำไร 4Q18 คาดฟื้นตัว และทำจุดสูงสุดของปีจากการเร่งโอนคอนโด และแนวราบ อย่างไรก็ตาม เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-19 ลง 9% ตามการโอน 2 คอนโดใหญ่ที่ช้ากว่าคาด ทำให้กำไรปกติปี 2018 อยู่ที่ 1.8 พันล้านบาท (+33% Y-Y) และโตต่อ 10% Y-Y ในปีหน้า ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 4.20 บาท โดยปรับลด PER เป็น 8.8x เท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีต สะท้อนความเสี่ยงจากมาตรการของธปท. คงคำแนะนำซื้อ จาก Valuation ที่ถูก ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2019 เพียง 7 เท่า หรือค่าเฉลี่ย -1SD พร้อมมีผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงราว 5-6% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2018
SAPPE (BUY/19TP: 29), คาดกำไร 3Q18 จะหดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 15)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 จะแผ่วลงทั้ง Q-Q และ Y-Y มาจากทั้งปัจจัยฤดูกาล, การลดลงตามการชะลอตัวของตลาดเครื่องดื่ม, ยังเผชิญต้นทุนเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้น กดดันอัตรากำไรขั้นต้นเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน และคาด All Coco ยังคงขาดทุนเล็กน้อย แนวโน้มกำไร 4Q18 ยังไม่สดใส คาดทำได้เพียงทรงตัวหรืออาจลดลง Q-Q เพราะเป็น Low Season ของการส่งออก ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 8% เป็นทรงตัว Y-Y (จากเดิมคาดโต 9% Y-Y) และคาดกำไรสุทธิจะกลับมาเติบโตในปี 2019 ราว 11.5% Y-Y จากฐานที่ต่ำในปีนี้ และคาดแรงกดดันด้านต้นทุนน่าจะลดลง เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 29 บาท (อิง PE เดิม 20 เท่า) แม้โมเมนตัมของกำไรใน 3Q18-4Q18 จะไม่สดใส โดยคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งใน 1Q19 แต่ด้วยราคาหุ้นที่ปรับลงมามาก ทำให้มี Upside ถึง 39.4% ราคาหุ้นปัจจุบันมี Valuation ค่อนข้างถูก คิดเป็น Forward PE ปี 2018-2019 เพียง 15.7 เท่า และ 14.1 เท่า ตามลำดับ จึงแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
30
ตุลาคม
2018
HMPRO (BUY/19TP: 17), กำไร 3Q18 โตทั้ง Q-Q, Y-Y และจะทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18
(views 18)
กำไร 3Q18 ดีตามคาด อัตรากำไรขั้นต้นทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 1,366 ล้านบาท (+4% Q-Q, +15.5% Y-Y) เท่ากับคาด (เราคาดไว้ 1,368 ล้านบาท) แม้ SSSG จะพลิกเป็นติดลบ -0.3% Y-Y จากที่ +3% Y-Y ใน 2Q18 และไม่มีการเปิดสาขาใหม่ในไตรมาสนี้ แต่ด้วยผลของสาขาใหม่ที่เปิดในช่วงก่อนหน้า และการจัดงาน Homepro Fair ในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ทำให้รายได้รวมโตได้เล็กน้อย +2% Y-Y และทรงตัว Q-Q และด้วยผลบวกของการปรับ Product Mix เพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ได้ต่อเนื่อง รวมถึงการ Sourcing สินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังปรับขึ้นต่ออย่างน่าประทับใจมาอยู่ที่ 27.6% ถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้นจาก 27% ใน 2Q18 และ 26.3% ใน 3Q17 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังปรับขึ้นเล็กน้อยมาจากทั้งการจัดงาน Hmpro Fair และค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อย (Mega Home, HMPRO มาเลเซีย) ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 23.1% จาก 22.5% ใน 2Q18 และ 22.8% ใน 3Q17
อ่านเพิ่มเติม
30
ตุลาคม
2018
MINT (BUY/19TP: 51), ชะลอระยะสั้น เพื่อก้าวกระโดดในปีหน้า
(views 21)
แม้การทำ Tender Offer หุ้น NHH ได้มากถึง 94.1% จะทำให้ฐานะการเงินของ MINT ตึงตัว แต่เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกในระยะยาวต่อดีลดังกล่าวในแง่การขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคยุโรปที่ทำได้อย่างรวดเร็วและกลายเป็นผู้เล่นหลักในทันที ส่วนแนวโน้มกำไรระยะสั้นอาจไม่สดใส โดยเราปรับกำไรปกติ 2018 ลงเป็น -0.6% Y-Y แต่คาดกลับมาเติบโตแรงในปี 2019 ที่ +35.2% Y-Y นอกจากนี้เรายังปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 51 บาท โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเหมาะสำหรับลงทุนระยะ 6 เดือนขึ้นไป
อ่านเพิ่มเติม
29
ตุลาคม
2018
DELTA (BUY/19TP: 82), กำไร 3Q18 ดีใกล้เคียงคาด แต่จะแผ่วลงใน 4Q18 ตามฤดูกาล
(views 18)
กำไร 3Q18 ทำได้ดีใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 1,681 ล้านบาท (+21% Q-Q, +19.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 1,631 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่ 68 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,613 ล้านบาท (+24.7% Q-Q, +7.7% Y-Y) ถือเป็นการฟื้นตัวที่ดีสอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season ของการส่งออก โดยมีรายได้เติบโต 4.5% Q-Q และ 13.1% Y-Y ซึ่งเป็นการเติบโตในกลุ่มเพาเวอร์ซัพพลายสำหรับสินค้าอุตสาหกรรม และรถยนต์ไฟฟ้า และด้วยค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง Q-Q กอปรกับสามารถบริหารจัดการปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบได้ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 24.4% จาก 22% ใน 2Q18 แต่ยังต่ำกว่า 25.5% ใน 3Q17 จากค่าเงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ค่าใช้จ่ายได้เร่งตัวขึ้น ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังทรงสูงที่ 13.4% ใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ 13.2% และลดลงจากปีก่อนที่ 14.4% เพราะมาจากการเติบโตของรายได้
อ่านเพิ่มเติม
29
ตุลาคม
2018
PCSGH (BUY/18TP: 11), คาดกำไรสุทธิ 3Q18 โตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้ยุโรปยังถ่วง
(views 14)
คาดกำไรสุทธิ 3Q18 โต 2% Q-Q และ 16% Y-Y อยู่ที่ 198 ล้านบาท ได้แรงหนุนจากอุตสาหกรรมในประเทศทีเป็น High Season รวมถึงการผลิตชิ้นส่วนกลุ่ม Non-Auto ที่กลับมาเร่งตัวขึ้น หักล้างกับผลขาดทุนจากโรงงานในยุโรปที่คาดว่ายังมีอีกเล็กน้อย ส่วนการลาออกของ CEO เรามองว่าไม่กระทบกับการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยยังคงคาดกำไรสุทธิทั้งปีนี้ที่ 790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% Y-Y ราคาหุ้นปัจจุบันคิดเป็น PE2018-19 เพียง 12-14 เท่า และให้ปันผลสูง 6-7% ต่อปี จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 11 บาท
อ่านเพิ่มเติม
29
ตุลาคม
2018
TACC (BUY/19TP: 4.5), คาดกำไร 3Q18 ทรงตัวได้ และจะกลับมาโตใน 4Q18
(views 16)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 อาจทรงตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้จะไม่มีรายได้การขายไปกัมพูชาแล้ว แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ในธุรกิจเดิม และธุรกิจใหม่อย่าง Character Business เข้ามาช่วยชดเชยได้ รวมถึงการปรับขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นที่ถือว่าทำได้ดี ภายหลังรับรู้รายได้จากเครื่องดื่มผงที่ปรับสูตรน้ำตาลได้เต็มไตรมาส แต่ที่มองกำไรสุทธิอาจทำได้เพียงทรงตัว เพราะคาดไตรมาสนี้อาจมีการรับรู้ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจากลูกค้าที่กัมพูชา จึงน่าจะทำให้ค่าใช้จ่ายอยู่ในระดับสูง ส่วนแนวโน้มกำไรสุทธิใน 4Q18 จะกลับมาโตและเป็นจุดสูงสุดของปี เพราะเป็น High Season ของธุรกิจ, รับรู้รายได้เครื่องดื่มโอเลี้ยง และจะวางขายเครื่องดื่ม Hershey’s ตั้งแต่เดือน พ.ย. เป็นต้น ซึ่งจะกลายเป็นโถกดถาวร ในรูปแบบทางเลือก รวมถึงคาดไม่ต้องรับรู้ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญอีก เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ลดลง -21% Y-Y และคาดกลับมาโตในปี 2019 ราว 22.8% Y-Y ยังคงราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 4.5 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) ยังมี Upside 29.3% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
ตุลาคม
2018
AP (BUY/18TP: 10), คาดกำไร 3Q18 เด่น Y-Y ...แต่ชะลอ Q-Q จากส่วนแบ่ง JV
(views 15)
คาดการณ์กำไรปกติ 3Q18 ที่ 870 ล้านบาท โตเด่น 41% Y-Y แต่ลดลง 26% Q-Q จากส่วนแบ่งกำไร JV ที่ลดลง เนื่องจากไม่มีคอนโดใหม่เริ่มโอน ส่วนกำไรที่โตสูง Y-Y มาจากยอดโอนที่แข็งแกร่ง คาดแตะ 6.6 พันล้านบาท (+5% Q-Q, +43% Y-Y) จากแนวราบที่ไปได้ดี และการโอนคอนโดต่อเนื่อง ขณะที่ยอดขาย 3Q18 เร่งขึ้นตามการเปิดโครงการใหม่ และคาดว่าดีต่อเนื่องใน 4Q18 หนุนให้ทั้งปีมีโอกาสทำได้สูงกว่าเป้า ราคาหุ้นปรับลง 14% ภายใน 1 เดือนจากความกังวลกับมาตรการธปท. และภาวะตลาดโลกที่ผันผวน ทำให้ Upside เปิดกว้างเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 10 บาท รวมถึง Valuation ถือว่าน่าสนใจ คิดเป็น PE2018-19 เพียง 7.2 เท่า มีส่วนลดจากค่าเฉลี่ยในอดีตถึง 2SD พร้อมคาดจ่ายเงินปันผลราว 5% ต่อปี จึงปรับคำแนะนำขึ้นจากถือเป็นซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
ตุลาคม
2018
PTTEP (BUY/19TP: 169), แนวโน้ม 4Q ยังสดใส ลุ้นเก็งกำไรผลการประมูลปลายปี
(views 21)
กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาดไปเล็กน้อย จาก Fx Loss และปริมาณขายที่ลดลง PTTEP รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 1.04 หมื่นลบ. (+190% Q-Q, +220% Y-Y) ต่ำคาดเล็กน้อยจากปริมาณขายที่ต่ำกว่าคาดราว -2% จากการหยุดซ่อมบำรุงและการเรียกรับก๊าซธรรมชาติน้อยลงจากผู้ซื้อ รวมถึงมี Fx Loss ประมาณ 200 ลบ. หากไม่รวมรายการดังกล่าว ทั้งกำไรสุทธิและกำไรปกติใกล้เคียงคาด โดย 3Q18 บริษัทมีปริมาณขายอยู่ที่ 304,940 BOEPD (+1% Q-Q, 2%Y-Y) ทางด้านราคาขายเฉลี่ยขยับขึ้นมาที่ US$47.7/บาร์เรล (+2%Q-Q, +23%Y-Y) ตามราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น ในเดียวกัน รายการ Tax Benefit ที่เกิดจากเงินบาทที่พลิกมาแข็งค่า หักล้างไปกับการตั้งขาดทุนจากการขายแหล่ง Montara ได้ทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติม
25
ตุลาคม
2018
DELTA (BUY/19TP: 82), คาดกำไร 3Q18 โตสดใส แต่ราคาหุ้นยังถูกกดดัน
(views 18)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 ดูสดใสจะโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y จากช่วง High Season ของธุรกิจช่วงหนุนการเติบโตของรายได้ และปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบคลี่คลาย ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นกลับมาฟื้นตัวได้ และคาดกำไรจะแผ่วลงใน 4Q18 ตามปัจจัยฤดูกาล เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 – 2019 โต 10.1% Y-Y และ 12% Y-Y ตามลำดับ โดยเชื่อว่าจะยังเห็นการเติบโตของรายได้ และบริษัทได้ล็อกวัตถุดิบยาวไปในปีหน้าแล้ว เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 82 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) เรายังมองพื้นฐานของ DELTA ดูดีทั้งในแง่การเติบโตอย่างสม่ำเสมอ และความสามารถทำกำไรที่บริหารได้ดี และเราได้เห็นการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ทะลุระดับ US$2 พันล้าน ภายใน 3-5 ปี จากปัจจุบันที่ราว US$1.5 พันล้าน ทั้งนี้แม้เรทติ้งเราแนะนำ ซื้อ ด้วย Upside 20.6% และคาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลปีนี้ 4.4% แต่เชื่อว่าราคาหุ้นยังถูกกดดันจากประเด็น Delta Taiwan ต้องการ Tender Offer หุ้น DELTA ที่ราคาต่อหุ้น 71 บาท ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า และไม่มี Timeline อย่างชัดเจน ดังนั้นราคาหุ้นน่าจะยังแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบ จนกว่าจะเห็นความชัดเจน
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2018
TIGER (IPO: 3.65/19TP: 4.65), หุ้นรับเหมาตัวเล็ก เกาะกระแสการลงทุนขนาดใหญ่
(views 18)
TIGER ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานวิศวกรรม งานออกแบบวิศวกรรมและออกแบบสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน มีความเชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างโรงแรม รีสอร์ทบนพื้นที่ที่มีภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เป็นอุปสรรคแก่การก่อสร้าง รวมถึงงานสาธารณูปโภค เช่น ระบบไฟฟ้าและประปา การเพิ่มทุน IPO ครั้งนี้จะช่วยเรื่องกระแสเงินสดและเพิ่มความน่าเชื่อถือในการเข้าประมูลงานในอนาคต เราคาดกำไรสุทธิเติบโต 45% CAGR ในช่วงปี 2018-2019 จากฐานกำไรที่ต่ำและงานในประเทศที่มีมากขึ้นตามแผนการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐและเอกชน แต่ความเสี่ยงเรื่องบุคลากรอาจจำกัดการเติบโตของกำไรในอนาคต เราประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 2019 ที่ 4.65 บาท (อิง PE 15 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2018
CENTEL (T-BUY/19TP: 46), แนวโน้มกำไร 3Q18 ดีกว่าที่เคยมอง
(views 18)
คาดกำไรปกติ 3Q18 ของ CENTEL +7.4% Q-Q, +8.3% Y-Y นำโดยธุรกิจอาหารที่โตเด่น ขณะที่ธุรกิงโรงแรมยังประคองตัวได้แม้นักท่องเที่ยวจีนจะหดแรง โดยได้การลงทุนใหม่ๆตั้งแต่ปลายปีก่อนเข้ามาชดเชย ส่วนภาพการเติบโตในปี 2019 แม้จะยังมองโตได้จำกัด (+4.3% Y-Y) จากการปิดปรุงโรงแรมหลักหลายแห่ง แต่เรามองว่าราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยดังกล่าวไปมาก ขณะที่ระยะสั้นมี Catalyst คือกำไร 3Q18 มีโอกาสโตดีสุดในกลุ่ม เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อเก็งกำไร” พร้อมปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 46 บาท
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2018
MAJOR (BUY/19TP: 29.5), คาดกำไร 3Q18 ลดลง แต่ 4Q18จะดีขึ้น นาคี 2 ร่วมหนุน
(views 16)
คาดกำไรสุทธิ 3Q18 ไม่ตื่นเต้น ลดลง 51.4% Q-Q, 14.1% กำไรปกติลดลง 63.7% Q-Q, 4.8% Y-Y ตามปัจจัยฤดูกาลตามปกติที่ 2Q เป็นช่วงหน้าหนังกำไรสูงสุดของปี ก่อนจะดีขึ้นใน 4Q18 และโตแรง Y-Y จากฐานต่ำ โดยหนังฮอลลีวู๊ดเด่น เช่น Venom, Fantastic Beast 2 และหนังไทยที่กำลังทำเงิน คือ นาคี 2 เราคงคาดกำไรปกติทั้งปีโต 20% Y-Y แม้กำไรสุทธิเพิ่มเล็กน้อย Y-Y และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 29.50 บาท (DCF) โดยจัดเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลค่อนข้างสม่ำเสมอในอัตราใช้ได้ ระดับ 4.5-5% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2018
KKP (BUY/19TP: 81), กำไร 3Q18 ตามคาด แต่ PPOP อ่อนแอกว่าคาด
(views 21)
กำไร 3Q18 ใกล้เคียงกับที่เราคาด แม้ PPOP อ่อนแอกว่าคาด แต่ลดสำรองฯลง KKP รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 1,551 ลบ. ทรงตัว Q-Q แต่ลดลง 10%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาด สังเกตว่าค่าใช้จ่ายสำรองฯในไตรมาสนี้ลดลง 94%Q-Q, 60%Y-Y คิดเป็น Credit cost เพียง 0.06% (แทบไม่ตั้ง) เทียบกับระดับปกติที่ราว 1% ของสินเชื่อรวมเนื่องจากมีการโอนกลับขาดทุนของเงินลงทุนสิทธิเรียกร้องซึ่งสิ้นสุดคดีแล้วราว 278 ลบ. หากไม่นับรายการดังกล่าว PPOP น้อยกว่าที่คาด โดยลดลง 9%Q-Q และ 5%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 10%Q-Q และ 1.2%Y-Y ส่วนใหญ่มาจากรายการผลขาดทุนจากหนี้สินทางการเงินที่ตีมูลค่ายุติธรรมราว 80 ลบ. และค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 9%Q-Q และ 10%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากมีผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าทรัพย์สิน NPA ที่ราว 230 ลบ.
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2018
KTB (BUY/19TP: 22), กำไร 3Q18 ตามคาด และ NPL เริ่มลดลง
(views 16)
กำไร 3Q18 ใกล้เคียงกับที่คาด แต่ PPOP อ่อนแอกว่าคาด KTB รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 7,838 ลบ. เพิ่มขึ้น 1.6%Q-Q และ 33.5%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ อย่างไรก็ตามรายได้หลักอ่อนแอกว่าที่คาด แต่ได้รับการชดเชยจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง กล่าวคือ PPOP ลดลง 5.3%Q-Q, 6.3%Y-Y สาเหตุหลักมาจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ -8.5%Q-Q และ -10%Y-Y ซึ่งเกิดจากทั้งการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิซึ่ง -3%Q-Q, 2.6%Y-Y เนื่องจากผลกระทบจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่าน Mobile และค่าธรรมเนียมจากการให้สินเชื่อที่ลดลง นอกจากนี้ยังเกิดจากรายได้จากเงินลงทุนและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมในธุรกิจประกันลดลงด้วย นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงขึ้น 3%Q-Q และ2%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายอื่น (น่าจะเป็น่าใช้จ่ายทางการตลาดและประชาสัมพันธ์) รายได้หลักที่อ่อนแอถูกชดเชยด้วยค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง 10%Q-Q, 39%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 1.23%
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2018
CK (BUY/18TP: 34), คาดกำไร 3Q18 โตดี …ลุ้นรับงานเพิ่มจากการประมูล
(views 20)
คาดกำไรปกติ 3Q18 เร่งขึ้น 19% Q-Q และ 3% Y-Y เป็น 646 ล้านบาท หนุนจาก ส่วนแบ่งกำไรจาก BEM และ CKP ที่ขยายตัวเด่นจากปัจจัยฤดูกาล ขณะที่รายได้ก่อสร้างคาดโต 3% Q-Q ตามการรับรู้ความคืบหน้าของงานที่เพิ่มขึ้น พร้อมคาดสามารถรักษามาร์จิ้นทรงตัวได้ที่ 7.9% เราเชื่อว่า CK จะได้รับงานเข้ามาเติมอย่างน้อย 2.4 หมื่นล้านบาท บน Success rate 20% จากการเข้าร่วมประมูลงานภาครัฐที่จะเกิดใน 4Q18-1Q19 ช่วยคลายความกังวลกับ Backlog ที่มีอยู่ไม่สูงราว 6 หมื่นล้านบาท หรือเทียบเท่ารายได้ 2 ปีไปได้ ขณะที่ราคาหุ้นใน 3 เดือนที่ผ่านมาปรับขึ้นเพียง 3% Laggard ทั้ง STEC ที่ +22% และ UNIQ ที่ +9% รวมถึง Discount NAV ของบริษัทลูกถึง 35% สะท้อนว่าหุ้นยัง Undervalue มาก จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 34 บาท พร้อมแนะจับตาการยื่นซองประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินในวันที่ 12 พ.ย.นี้
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2018
KBANK (BUY/19TP: 248), ภาพรวมกำไรทั้งปียังบวกทั้งปี 2018-2019
(views 18)
ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 248 บาท แม้คาดแนวโน้มกำไร 4Q18 จะต่ำสุดในปีแต่กำไรปี 2018 ทั้งปีน่าจะยังเห็นการเติบโตราว 15%Y-Y และในปี 2019 (ธนาคารจะเปิดเผยเป้าหมายทางการเงินสัปดาห์หน้า) เราคาดว่าน่าจะมี upside จาก Credit cost ที่น่าจะลดลงเนื่องจาก Coverage ratio อยู่ในระดับที่น่าพอใจกับการบริหารที่ >150% รวมถึงการเติบโตของสินเชื่อที่น่าจะขยับช่วงขึ้นจากปีนี้ที่ให้ไว้ 5-7% และ NIM ที่น่าจะเป็นบวกกว่าปี 2018 ตามสมมติฐานของศูนย์วิจัยฯที่คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งในปีหน้า คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2018
PTTGC (BUY/18TP: 120), ผลกำไรยังคงทำ New High อย่างต่อเนื่อง
(views 21)
แนวโน้มผลประกอบการใน 3Q18 ดีกว่าที่เคยคาด จากการซ่อมบำรุงที่เสร็จเร็วกว่าคาด ต้นทุนปรับขึ้นช้ากว่าผู้ประกอบการรายอื่น และกำไรจากกลุ่มอโรมาติกส์มากกว่าที่คาดจาก Supply ใหม่ที่ล่าช้าออกไป เรายังคงมั่นใจในกำไร 4Q18 ต่อเนื่องถึงปีหน้าจากประโยชน์ของการขยายผลิตภัณฑ์ไปปลายน้ำและ HVA ซึ่งช่วยเพิ่มมาร์จิ้นโดยรวมให้สูงขึ้น เราจึงปรับประมาณการกำไรปกติปี 2018-19 ขึ้น 10% และ 6% ตามลำดับ จากแนวโน้มกำไรที่ดีกว่าที่เคยคาด ซึ่งทำให้ราคาเหมาะสมถูกปรับขึ้นเป็น 120 บาท จาก 110 บาทบน EV/EBITDA ที่ 8.3 เท่าหรือคิดเป็น Implied PE 11.5 เท่า ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ PE เพียง 7.3 เท่าและมีปันผลเกือบ 6% ถูกกว่ากลุ่มมากและถูกกว่าตัวเองในอดีต เรายังคงแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2018
SAT (BUY/18TP: 24.1), คาดกำไร 3Q18 ฟื้นตัว Q-Q และ Valuation น่าสนใจ ปรับเป็นซื้อ
(views 14)
คาดกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 221 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% Q-Q ตามฤดูกาล แต่ทรงตัว Y-Y จากค่าใช้จ่าย SG&A ที่ยังเร่งตัวขึ้น และผลกระทบของน้ำท่วมที่ทำให้ยอดขายเครื่องจักรการเกษตรชะลอตัว แนวโน้มกำไรปกติจะกลับมาโต Y-Y โดดเด่นใน 4Q18 เพราะชิ้นส่วนเครื่องจักรการเกษตรจะกลับมาปกติ และมีการส่งมอบชิ้นส่วนให้กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ Tier 1 ในสหรัฐฯเพิ่มเติม แต่ถ้าเทียบที่กำไรสุทธิจะทรุดตัวหนัก เพราะ 4Q17 มีกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ของ BSK ไปที่ MSA ราคาหุ้นปัจจุบันปรับตัวลงจน PE2018-2019 ต่ำเพียง 9-10 เท่า และ Upside กลับมาเปิดกว้างเมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายของเราที่ 24.10 บาท (อิง PE Multiplier 12 เท่า) เราจึงปรับคำแนะนำจากขายเป็นซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2018
TPCH (BUY/19TP: 13.5), คาดกำไร 3Q18 อ่อนลง Q-Q แต่โตแรง Y-Y
(views 12)
คาดกำไรปกติ 3Q18 อ่อนลง 5.7% Q-Q เนื่องจาก 2 โรงไฟฟ้าหยุดซ่อมบำรุง แต่ยังโต 27.7% Y-Y และกำไรสุทธิโตถึง 225.1% จาก 3Q17 ที่มีค่าใช้จ่ายพิเศษตั้งสำรองและกำไรดำเนินงานดีขึ้น จากการเเดินเครื่อง 6 โรงไฟฟ้า จาก 5 โรงใน 3Q17 หากคาดของเราเป็นจริง จะทำให้กำไรปกติ 9M18 โต 34.5% Y-Y และเป็นสัดส่วน 72% ของคาดทั้งปีที่คาดโต 33% แม้ยังขาด Catalyst ในกลุ่มพลังงานทดแทน จากการที่รัฐชะลอการรับซื้อไฟพลังงานทดแทน แต่คาดบริษัทยังมีกำไรโตดี 3 ปี (2018-2020) เฉลี่ย 24.8% CAGR และปัจจุบันเทรดที่ PE ปี 18 ที่ 11.5x ลดลงเหลือ 8x ในปี 2020 และมีแผนซื้อกิจการเพื่อเพิ่มกำลังผลิต คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2018
SONIC (IPO: 1.95/19TP: 3), SONIC ผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรที่มีการเติบโตสูง
(views 23)
SONIC เป็นผู้ให้บริการจัดการระบบโลจิสติกส์อย่างครบวงจรทั้งทางทะล ทางบก และอากาศ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าเป็นของตัวเอง และมีพันธมิตรทางธุรกิจกว่า 195 รายกระจายอยู่ทุกทวีป โครงสร้างรายได้หลักปัจจุบันอยู่ที่บริการขนส่งทางทะเล และกำลังขยายธุรกิจไปยังบริการขนส่งทางอากาศที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2018 โต 46% Y-Y อยู่ที่ 67 ล้านบาท และปี 2019-2020 โตเฉลี่ย 20% ต่อปี ปัจจัยหนุนมาจากภาพอุตสาหกรรม ที่ได้แรงส่งจากมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และการเพิ่มกำลังการให้บริการของ SONIC ทั้ง 3 ช่องทางการขนส่ง เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2019 โดยอิง PE Multiplier 20 เท่า ซึ่ง Implied จาก PEG ของอัตราการเติบโตในปี 2019-2021 ที่ 1 เท่า ได้เท่ากับ 3.00 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2018
BAY (T-BUY/18TP: 44.6), กำไร 3Q18 ใกล้เคียงคาด
(views 15)
กำไร 3Q18 ใกล้เคียงคาด BAY รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 6.2 พันลบ. ลดลง 0.9%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 3%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q เกิดจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายอื่นๆโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางการตลาด ซึ่งทำให้ Cost to income ratio ปรับขึ้นเป็น 47.2% จาก 46.7% ในไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยอ่อนตัวลง 1.5%Q-Q เนื่องจากมีการบันทึกการลดลงของรายได้จากการจำหน่าย NPA ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น 3%Y-Y เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 10%Y-Y ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของสินเชื่อ, การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยโดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้จาก FX และ NPA
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2018
BBL (BUY/19TP: 245), กำไร 3Q18 น้อยกว่าคาด แต่เห็นโมเมนตัมของ NIM ที่ดีขึ้น
(views 15)
กำไร 3Q18 น้อยกว่าที่เราและตลาดคาด BBL รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 9.0 พันลบ. ลดลง 1.8%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 10.6%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดไว้ราว 3-5% ซึ่งเกิดจากค่าใช้จ่ายสำรองฯหนี้สูญที่มากกว่าที่คาด โดยในไตรมาสนี้ BBL มี Credit cost ที่ 1.05% สูงกว่าที่เราคาคการณ์ที่ 0.96% และรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่หดตัวลงกว่าคาดที่ -6%Q-Q และ -5%Y-Y เนื่องจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนผ่านช่องทางดิจิทัลและค่าธรรมเนียมการปล่อยสินเชื่อที่ลดลง อย่างไรก็ตามเราเห็นโมเมนตัมที่ดีของ NIM ซึ่งมีการปรับตัวขึ้นมาตั้งแต่ไตรมาสก่อน โดย NIM เพิ่มขึ้นราว 0.11%Q-Q มาอยู่ที่ 2.35% เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยรับซึ่งสาเหตุหลักมาจากสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่มีส่วนผสมของพอร์ตสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2018
KBANK (BUY/18TP: 235), กำไร 3Q18 น้อยกว่าคาดแต่รายได้หลักมีโมเมนตัมดีกว่าคาด
(views 16)
กำไร 3Q18 น้อยกว่าคาดเพราะตั้งสำรองฯสูงขึ้น แม้ NPL ทรงตัว KBANK รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 9,744 ลบ. ลดลง 10.7%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 3%Y-Y ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้แต่น้อยกว่าที่เราคาดไว้ราว 4% เนื่องจากการตั้งสำรองฯที่สูงกว่าคาด โดยในไตรมาสนี้ KBANK มีการตั้งสำรองฯเพิ่มขึ้น 2.7%Q-Q คิดเป็น Credit cost ที่ 1.77% เพิ่มขึ้นจาก 1.73% ในไตรมาสก่อน โดยเมื่อพิจารณาจาก NPL ยังไม่พบการเพิ่มขึ้นแบบผิดปกติ แม้ว่า NPL จะ +1.2 พันลบ. แต่ NPL Ratio ทรงตัวที่ 3.3% และ Coverage ratio สูงขึ้นเป็น 156% เงินให้สินเชื่อ +0.57%Q-Q และ +2.5%YTD การเพิ่มขึ้นของสินเชื่อส่วนใหญ่ในไตรมาสนี้มาจากสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2018
SCB (BUY/19TP: 158), กำไร 3Q18 เป็นไปตามที่คาด แนวโน้ม 4Q18 น่าจะต่ำสุดในปี
(views 13)
กำไร 3Q18 ใกล้เคียงคาด SCB รายงานกำไร 3Q18 ที่ 1.05 หมื่นลบ. ลดลง 5%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 3.7%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาด กำไรที่ลดลงเกิดจากการค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 4.6%Q-Q โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากค่าใช้จ่ายอื่นซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้านดิจิทัล ซึ่งส่งผลให้ Cost to income ratio ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 47.5% จาก 45.9% ในไตรมาสก่อน (เป้าหมายธนาคารทั้งปีอยู่ที่ 47%) และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 8%Q-Q จากผลกระทบการยกเลิกค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านดิจิทัล สำหรับกำไรที่เพิ่มขึ้น Y-Y เกิดจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง 32%Y-Y โดยในไตรมาสนี้มี Credit cost ที่ 0.98% จาก 1.52% ใน 3Q17 หากไม่รวมรายการสำรองฯพบว่า PPOP ลดลง 4.8%Q-Q และ 12.6%Y-Y เนื่องจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมที่ได้รับผลกระทบจากการปรับลดค่าธรรมเนียมการโอน อย่างไรก็ตามเราเห็นสัญญาณที่ดีจาก NIM ที่ขึ้นมาอยู่ที่ 3.26% จาก Loan yield ที่เพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2018
TMB (BUY/19TP: 2.64), มี Upside จากสำรองฯที่น่าจะลดลงในปีหน้า
(views 13)
คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 2.64 บาท โดยประเด็นการลงทุนคือการจัดการคุณภาพหนี้ที่เข้มงวดที่เกิดขึ้นใน 3Q18 ผู้บริหารคาดว่าน่าจะเป็นการจัดชั้นหนี้อย่างเข้มงวดครั้งสุดท้ายพร้อมกับการตั้งสำรองฯรองรับ NPL และมาตรฐานบัญชี IFRS 9 ครบแล้ว จะทำให้ TMB มี upside จากการตั้งสำรองฯที่น้อยลงกว่าที่คาดในปี 2019 อีกทั้งราคาปัจจุบันซื้อขายไม่แพงโดยต่ำกว่า 2019 Prospective BVS ที่ 2.40 บาท และใกล้เคียง 2018 Prospective BVS ที่ 2.26 บาท ที่ Normalized ROE ที่ราว 10%
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2018
TCAP (HOLD/19TP: 58), กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด แต่ NPL กลับมาเพิ่มขึ้นอีก
(views 14)
กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด TCAP รายงานกำไร 3Q18 ที่ 1,870 ลบ. ลดลง 8.8%Q-Q (กลับมาจ่ายภาษีในอัตราเต็ม) แต่เพิ่มขึ้น 4.6%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้เนื่องจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานน้อยกว่าคาด โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายอื่นๆ (น่าจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายทางการตลาดและการโฆษณา) ส่งผลให้อัตราส่วน Cost to income ratio ลดลงมาอยู่ที่ 43% (ต่ำกว่าเป้าหมายของธนาคารที่ 47-49%) จาก 45% ในไตรมาสก่อนและ 48% ใน 3Q17 นอกจากนี้กำไรที่ดีกว่าที่คาดยังเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าคาด โดย +1.7%Q-Q และ +2.2%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากการเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งส่งผลให้ Loan Yield ดีขึ้นและ NIM เพิ่มขึ้นเป็น 3.12% จาก 3.05% ในไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตามในไตรมาสนี้ TCAP มีผลขาดทุนจากเงินลงทุนราว 500 ลบ. ซึ่งเกิดจากการปรับพอร์ตเงินลงทุน น่าจะเป็นสาเหตุให้ต้องควบคุมค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้เพื่อไม่ให้กระทบผลการดำเนินงาน
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2018
THANI (T-BUY/19TP: 10), กำไร 3Q18 แข็งแกร่งตามคาด
(views 16)
กำไร 3Q18 ใกล้เคียงกับที่คาด รายได้หลักแข็งแกร่ง ค่าใช้จ่ายควบคุมได้ดี THANI รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ 430 ลบ. +9.9%Q-Q, +42.5%Y-Y กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ +4%Q-Q, +25%Y-Y โดย NIM ปรับขึ้นสู่ 5.8% จาก 5.6% ในไตรมาสก่อน และ Loan spread ปรับขึ้นเป็น 5.58% ดีกว่าคาด ซึ่งเกิดจาก loan yield เพิ่มขึ้นเกือบ 0.3% ตามการเติบโตของสินเชื่อ และ Cost of fund ที่ลดลงราว 0.05% เนื่องจากการ reprice หุ้นกู้ที่อัตราดอกเบี้ยต่ำลง นอกจากนี้ยังเกิดจากการตั้งสำรองฯที่ลดลง 36%Q-Q, 40%Y-Y ตามคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้นและความจำเป็นในการตั้งสำรองฯทั่วไปลดลงเพราะ Coverage ratio เพียงพอตามมาตรฐาน IFRS 9 แล้ว ทั้งยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีต่อเนื่อง โดย Cost to income ratio ยังอยู่ในระดับต่ำที่ เพียง 18%
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2018
TMB (BUY/19TP: 2.64), กำไรสุทธิ 3Q18 ดีกว่าคาด แต่ PPOP น่าผิดหวัง
(views 10)
กำไรสุทธิ 3Q18 ดีกว่าที่คาด แต่ PPOP น่าผิดหวังจากรายได้หลักชะลอตัว TMB รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 5.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 176%Q-Q และ 179%Y-Y มากกว่าที่เราและตลาดคาดไว้เนื่องจากมีการบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนใน บลจ.ทหารไทยบางส่วนให้กับกลุ่ม Prudential ซึ่งมีการบันทึกกำไรพิเศษเข้ามาเป็นจำนวนสูงถึง 1.18 หมื่นลบ. แต่ธนาคารได้ตัดสินใจนำกำไรส่วนหนึ่งไปตั้งสำรองฯเพิ่มขึ้นด้วย ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสำรองฯ +264%Q-Q, +293%Y-Y มาอยู่ที่ราว 9.4 พันลบ. (ระดับปกติอยู่ที่ราว 2.4 พันลบ.) หากไม่นับรายการพิเศษดังกล่าว PPOP ค่อนข้างน่าผิดหวังเนื่องจากรายได้หลักชะลอตัว โดยเฉพาะรายได้จากค่าธรรมเนียมสุทธิที่ลดลง 14%Q-Q, 24%Y-Y หลักๆมาจากค่าธรรมเนียมจาก Bancassurance (ส่วนแบ่งกำไรจาก FWD ลดลง) และกองทุนรวม (อยู่ในระหว่างการปรับโครงสร้าง) ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิทรงตัว Q-Q แต่ -1%Y-Y และ NIM ลดลงมาอยู่ที่ 2.92% เนื่องจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น สะท้อนการแข่งขันการดึงเงินฝาก Mobile-banking ที่ยังรุนแรงส่งผลกระทบต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ TMB เพื่อรักษาฐานเงินฝากไว้
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2018
BEM (BUY/18TP: 10), คาดกำไร 3Q18 แกร่ง …รับปัจจัยบวกจากการเร่งประมูล
(views 18)
คาดกำไรสุทธิ 3Q18 โตก้าวกระโดด 229% Q-Q และ 242% Y-Y แตะ 3.2 พันล้านบาท หนุนจากรายการพิเศษจากการขายหุ้น CKP ราว 2.3 พันล้านบาท ส่วนกำไรปกติคาดอยู่ที่ 905 ล้านบาท หดตัว 4% Y-Y จากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน CKP แต่โตเด่น 14% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดน้อย หนุนให้ปริมาณรถ และจำนวนผู้โดยสารขยายตัว เราปรับประมาณการกำไรปี 2018 ลง 5% เป็น 3.5 พันล้านบาท (+13% Y-Y) สะท้อนต้นทุนที่สูงกว่าคาด แต่คงคาดปี 2019 ที่ 4.1 พันล้านบาท (+16% Y-Y) จากการเปิดน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงที่ 2 คาดหนุนให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย ยังแนะนำซื้อลงทุน ราคาเหมาะสม 10 บาท โดยมี Catalyst ระยะสั้นจากการยื่นซองรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินในวันที่ 12 พ.ย. นี้ และมี Upside จากการเปิดประมูลมอเตอร์เวย์ 2 สาย และรถไฟฟ้าอีก 2 เส้นที่คาดว่าจะเกิดขึ้นใน 4Q18-1Q19
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2018
GFPT (HOLD/19TP: 15.6), ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว คาดกำไร 2Q18 จะกลับมาฟื้นตัว Q-Q
(views 11)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 จะฟื้นตัว 78.3% Q-Q จากปริมาณไก่ส่งออกที่โตต่อเนื่องเพราะเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และราคาไก่ในประเทศได้ปรับขึ้นช่วงสั้น ทำจุดสูงสุดของปีนี้ในเดือน ส.ค. ช่วยหนุนธุรกิจ GFN อาจพลิกมีกำไรได้ แต่แนวโน้มกำไร 4Q18 จะแผ่วลง เพราะล่าสุดราคาไก่ได้ปรับลงมายืนอยู่บริเวณต้นทุนการเลี้ยง และราคาชิ้นส่วนไก่บางรายการได้ปรับลงจนถึงระดับขาดทุน ซึ่งอาจทำ GFN พลิกเป็นขาดทุนได้อีกครั้ง กอปรกับเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจอยู่แล้ว ทั้งนี้เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 6% เป็น -44.7% Y-Y และปรับเพิ่มปี 2019 ขึ้น 7% จากการเพิ่มการใช้กำลังการผลิตใหม่ของ McKey ที่เร็วกว่าคาด ซึ่งจะเป็นการกลับมาโต 45.5% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2019 เป็น 15.6 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ราคาหุ้นสะท้อนกำไรที่ดีใน 3Q18 ไปบ้างแล้ว ทำให้มี Upside 2.6% จึงลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2018
SYNEX (BUY/18TP: 20), แนวโน้มกำไร 3Q18 อาจน้อยกว่าที่คาด เพราะมีงานเลื่อนไป 4Q18
(views 12)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 อาจน้อยกว่าคาดการณ์เดิม ที่เราคาดว่าจะทำจุดสูงุสุดใหม่ 223 ล้านบาท +39% Y-Y เพราะงานโครงการถูกเลื่อนไปรับรู้ใน 4Q18 และลูกค้าที่เป็นผู้ขายปลีกสินค้าไอทีมีการชะลอคำสั่งซื้อ เพื่อรอดูการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ทั้งของ Apple, Huawei, และ Samsung ขณะเดียวกัน ความผันผวนของค่าเงินบาทยังเป็นปัญหาในการจัดการเพื่อลดความเสี่ยง ส่งผลให้เราคาดว่ากำไรสุทธิ 3Q18 จะทำได้เพียง 168 ล้านบาท +4% Q-Q, +5% Y-Y อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกำไรที่ชะลอเป็นเหตุผลด้านการเลื่อนรับรู้รายได้ ไม่ได้มาจากอุตสาหกรรมที่ทรุดตัว ซึ่งสุดท้ายจะไปเร่งตัวอย่างมากใน 4Q18 เราจึงยังคงคาดการณ์กำไรสุทธิทั้งปีนี้ที่ 750 ล้านบาท +20% Y-Y และคงราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่ 20 บาท (อิง PE 20 เท่า) แต่ด้วยความที่ราคาหุ้นช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาปรับขึ้นกว่า 44% ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนจึงเป็นโอกาสดีที่จะขายทำกำไรระยะสั้น แล้วรอกลับเข้าลงทุนใหม่อีกครั้ง หลังจากประกาศงบ 3Q18 เรียบร้อยแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
17
ตุลาคม
2018
BJC (BUY/19TP: 71), คาดกำไร 3Q18 โตทั้ง Q-Q, Y-Y เด่นสุดในกลุ่มค้าปลีก
(views 14)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 จะเติบโตโดดเด่นสุดในกลุ่มค้าปลีก โดยคาดโต 17.1% Q-Q และ 17.9% Y-Y สิ่งที่ดีคือ คาด SSSG ของ BIGC จะพลิกเป็นบวกราว +2.5% Y-Y แม้จะเผชิญฝนที่ค่อนข้างมาก แต่ถือว่าทำโปรโมชั่นได้ประสบผลสำเร็จ, คาดอัตรากำไรขั้นต้นจะทำได้ดีเพราะมีการนับสต็อกของ BIGC ทำให้มีการกลับรายการตั้งสำรองสินค้าเป็นปกติในไตรมาส 3 ของทุกปี และคาดเห็นการเติบโตได้ต่อเนื่องทั้งธุรกิจ Packaging Consumer และ Healthcare and Technical แนวโน้มกำไรจะโตต่อและทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18 จากช่วง High Season ของธุรกิจ และจะรับรู้โรงงานแก้วแห่งที่ 5 ได้เต็มไตรมาส รวมถึงคาดจะปรับโครงสร้างภาษีได้แล้วเสร็จ และเห็นอัตราภาษีจ่ายลดลงได้ตามเป้าหมาย เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 - 2019 เติบโต 26% Y-Y และ 21% Y-Y ตามลำดับ และคงราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 71 บาท (DCF) มี Upside 23.5% ยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
17
ตุลาคม
2018
DTAC (BUY/19TP: 58), 3Q18 ขาดทุนชั่วคราว//900 MHz เป็นลบระยะสั้น-บวกระยะยาว
(views 12)
3Q18 ขาดทุนสุทธิน้อยกว่าคาด กำไรปกติใกล้เคียงคาด DTAC ประกาศขาดทุนสุทธิ 3Q18 ที่ 921 ลบ. พลิกจากกำไร 179 ลบ. และ 601 ลบ. ใน 2Q18 และ 3Q17 ตามลำดับ แต่หากตัดรายการพิเศษทั้งค่าตัดจำหน่ายส่วนเพิ่มจากการยุติข้อพิพาทเสาโทรคมนาคมกับ CAT ราว 1,464 ลบ. การกลับรายการค่าใช้จ่ายบำรุงรักษา 274 ลบ และรายการภาษีที่เป็นบวก DTAC จะมีกำไรปกติ 1 ลบ. -99.4% Q-Q, -99.8% Y-Y ใกล้เคียงคาด ผลการดำเนินงานที่หดตัวเกิดจากทั้งรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ที่ -2.3% Q-Q, -1.8% Y-Y จาก Net Add ที่ติดลบกว่า 3 แสนรายจากความไม่แน่นอนในช่วงหมดสัมปทานในกลางเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการลงทุนโครงข่ายคลื่น 2300 MHz
อ่านเพิ่มเติม
17
ตุลาคม
2018
WORK (SELL/19TP: 33), ยังเหนื่อย คาดกำไร 3Q18 ลดลงมากทั้ง Q-Q, Y-Y
(views 13)
คาดกำไรปกติ 3Q18 ลดลง 23.0% Q-Q, 76.1% Y-Y จากต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้นมากรวมต้นทุนค่าลิขสิทธิถ่ายทอดเอเชียนเกมส์ และรายได้รวมลดลง Y-Y ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน ตาม Rating ช่อง WPTV ที่ยังไม่ฟื้น แม้มีรายได้จัดคอนเสริตเพิ่มขึ้น แนวโน้มกำไร 4Q18 ดีขึ้นจากฐานต่ำใน 4Q17 แต่ยังอ่อนแอ เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 ลงอีก 18-30% เป็นกำไรลดลงถึง 52.4% จากปีก่อนที่กำไรสูงเป็นประวัติการณ์โดยเฉพาะใน 2Q17-3Q17 และใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 33 บาท (DCF) คงคำแนะนำ ขาย
อ่านเพิ่มเติม
17
ตุลาคม
2018
TOP (BUY/19TP: 93), กำไร 3Q18 ยังดี แม้ Stock Gain จะลดลงไปมาก
(views 10)
เราคาดกำไร 3Q18 ที่ 4.6 พันลบ. -3%Q-Q, -39%Y-Y กำไรที่ลดลงสาเหตุหลักมาจาก Stock Gain ที่น้อยลง ในขณะที่ Market GIM พลิกฟื้นขึ้นมาที่ US$7.8/บาร์เรล (+32% Q-Q, -24% Y-Y) จาก Supply ของโรงกลั่นกับโรงอโรมาติกส์ที่หายไป และ Crude Premium ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม กำไรยังไม่สามารถเทียบกับ 3Q17 ได้เนื่องจากพายุฮาร์วี่ในปีก่อนทำให้ค่าการกลั่นสูงผิดปกติ ส่วนแนวโน้มผลกำไร 4Q18 ไม่รวม Stock Gain/Loss คาดว่าจะดีขึ้นเพราะเข้าสู่ High Season ปลายปี และประโยชน์ระยะสั้นจากส่วนต่างของอโรมาติกส์ที่กว้างขึ้น เรากลับมาแนะนำ ซื้อ TOP โดยปรับไปใช้กำไรปี 2019 บน EV/EBITDA 6.2 เท่า ได้ราคาเป้าหมายที่ 93 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2018
STEC (BUY/19TP: 28.5), ตุน Backlog แน่น ...ลุ้นรับงานใหม่อีกมาก
(views 15)
คาดกำไร 3Q18 โตเด่น 5% Q-Q และ 48% แตะ 320 ล้านบาท หนุนจากการเริ่มงานรถไฟฟ้าสีชมพู-เหลือง และโรงไฟฟ้า Gulf 2 แห่ง รวมถึงเดินเครื่องงานสายสีส้มเต็มที่ แม้ถูกกดดันจากงานรัฐสภาใหม่ แต่คาดมาร์จิ้นน่าพอใจที่ 7.7% จากการควบคุมต้นทุนได้ดี ปัจจุบันมีงานในมือ 1.2 แสนล้านบาท มากกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตเกือบ 2 เท่า และรองรับรายได้อย่างน้อย 3 ปี เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-2019 ขึ้นเฉลี่ย 16.5% เป็น 1.25 พันล้านบาท พลิกจากขาดทุนในปีก่อน และ 1.58 พันล้านบาท (+26% Y-Y) ตามลำดับ จากมาร์จิ้นที่ดีกว่าคาด ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 28.50 บาท คงคำแนะนำซื้อ โดยมีปัจจัยบวกจากการเร่งผลักดันงานประมูลภาครัฐจำนวนมากใน 4Q18-1Q19 พร้อมแนะจับตาการยื่นซองประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินในวันที่ 12 พ.ย.นี้
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2018
SVI (BUY/19TP: 6.6), คาดกำไร 3Q18 จะโตได้ดีทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 11)
แนวโน้มกำไร 3Q18 จะโต Q-Q และ Y-Y ทั้งจากปัจจัยฤดูกาล และฐานที่ต่ำในปีก่อน เราคาดเห็นการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง จากคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่ง โดยมีการเพิ่มเครื่องจักรมาตลอด เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อ ในขณะที่ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบเริ่มนิ่ง และไม่มีสร้างผลกระทบเชิงลบมากขึ้น จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะขยับขึ้นได้ต่อเนื่อง และแนวโน้มกำไรอาจจะแผ่วลง Q-Q ใน 4Q18 เพราะเป็น Low Season ของฤดูกาล เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 โตสูง 50% Y-Y เพราะฐานที่ต่ำในปีก่อน และคาดจะโตต่อเนื่องอีก 20% Y-Y ในปี 2019 จากคำสั่งซื้อที่ยังเพิ่มขึ้นจากลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ และคาดปัญหาวัตถุดิบจะจบลงได้ ยังคงราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 6.6 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside 20% ยังแนะนำ ซื้อ ทั้งนี้บริษัทสามารถขายหุ้นซื้อคืนจำนวน 96.13 ล้านหุ้น (สัดส่วน 4.2% ของหุ้นทั้งหมด) ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค. 18 เป็นต้นไป โดยมีต้นทุนเฉลี่ยที่ 4.41 บาท/หุ้น
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2018
TISCO (BUY/19TP: 104), ผลกระทบจาก CoF ที่สูงขึ้น ชดเชยด้วยค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง
(views 11)
เราปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 104 บาท โดยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019 ที่ 7.6 พันลบ. +7%Y-Y ถึงแม้จะคาดว่า TISCO จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนการเงินที่ปรับขึ้น และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลงตลอดช่วงของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากส่วนผสมของสินเชื่อส่วนใหญ่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ แต่คาดว่าจะได้ถูกชดเชยจากการปรับลดค่าใช้จ่ายสำรองฯลงสู่ระดับปกติและคาดการณ์สินเชื่อในปี 2019 เติบโตเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่ราว +5%Y-Y ความน่าสนใจในการลงทุนยังเกิดจากการเป็นหุ้นปันผลที่มีอัตราผลตอบแทนที่น่าสนใจราว 7.5% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2018
TRUE (BUY/19TP: 8.5), คาด 3Q18 ยังเป็นกำไร
(views 15)
คาดผลการดำเนินงาน 3Q18 ของ TRUE จะยังมีกำไรกติต่อเนื่องที่ 265 ลบ. แม้จะมีค่าเช่าสินทรัพย์จาก DIF รอบใหม่เต็มไตรมาส แต่ชดเชยได้จากรายได้ที่ยังโตแข็งแกร่งทั้งธุรกิจมือถือและอินเตอร์เน็ตบ้าน เราปรับประมาณการขึ้นโดยคาดปี 2018-2019 จะพลิกมีกำไรปกติ 563 ลบ. และ 3,425 ลบ. ตามลำดับสะท้อน Upside ที่เคยประเมินและภาพรวมอุตสาหกรรมเอื้อต่อการทำกำไรมากขึ้นจากการแข่งขันที่ลดความร้อนแรง เราปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 8.50 บาท ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2018
KTC (T-BUY/19TP: 35), กำไร 3Q18 ดีมาก
(views 22)
กำไรสุทธิ 3Q18 ดีกว่าที่คาด KTC รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 1.4 พันลบ. เพิ่มขึ้น 87Q-Q และ 65%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดแต่ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ กำไรที่ดีออกมาดีกว่าที่เราคาดเกิดจาก 1.รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่สูงกว่าคาด โดยเพิ่มขึ้น 4.3%Q-Q, 13%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง โดยในไตรมาสนี้ CoF ลดลง 10bps มาอยู่ที่ราว 3% ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อโดยเฉพาะสินเชื่อบุคคลที่มีอัตราผลตอบแทนสูงกว่าสินเชื่อประเภทอื่นของบริษัท 2.รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +1.5%Q-Q และ 7.4%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้อื่น ขณะที่หนี้สูญรับคืนสูงกว่าที่เราคาดไว้ และ 3. ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่ทรงตัวทั้ง Q-Q, Y-Y เนื่องจากการค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่น้อยลง แม้กระนั้นประสิทธิภาพในการทำตลาดทำได้ดีขึ้นเนื่องจากโปรแกรมส่งเสริมการตลาดเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและเม็ดเงินในการจัดหาบัตรใหม่ที่ลดลง สังเกตว่า Spending rate เดือนส.ค.เพิ่มเป็น 11.5% ดีกว่าตัวเลขของอุตสาหกรรม ขณะที่จำนวนสมาชิกทั้งเครดิตและสินเชื่อบุคคลเพิ่มขึ้น 3.6%Y-Y และ 9.5%Y-Y ตามลำดับใน 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2018
TISCO (BUY/18TP: 98), กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด และสินเชื่อเพิ่มครั้งแรกในรอบ 11 ไตรมาส
(views 15)
กำไรดีกว่าคาด แต่เริ่มเห็น Spread ที่ชะลอตัว TISCO รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 1.82 พันลบ. เพิ่มขึ้น 6.2%Q-Q และ 15.4%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 6% เนื่องจากมีกำไรจากการขายธุรกิจบัตรเครดิตจำนวน 211 ลบ. หากหักรายการพิเศษและสำรองฯออก PPOP ดีกว่าที่คาดเล็กน้อยเนื่องจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ทำได้ดีกว่าคาด +10.7%Q-Q, +9.1%Y-Y ซึ่งเกิดจากกำไรจากเงินลงทุนจำนวน 229 ลบ. สังเกตว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 2.2%Q-Q เนื่องจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 5.3%Q-Q, 7%Y-Y ซึ่งเป็นไปตามเงินฝากที่เพิ่มขึ้น 3%Q-Q ขณะที่ Loan spread ชะลอตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.97% จาก 5.02% ในไตรมาสก่อน ซึ่งเกิดจากการพิ่มขึ้นของ CoF และ Loan Yield ที่ลดลงจากการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีอัตราผลตอบแทนต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2018
SEAFCO (BUY/19TP: 10.5), รับปัจจัยบวกจาก Investment Cycle รอบใหม่
(views 15)
คาดกำไร 3Q18 ทำจุดสูงสุดใหม่ แตะระดับ 105 ล้านบาท (+13% Q-Q, +133% Y-Y) หนุนจากการเดินหน้าก่อสร้าง 3 โครงการใหญ่เต็มที่ ทั้งรถไฟฟ้าสีส้ม สีชมพู และ One Bangkok บวกกับมาร์จิ้นที่ทำได้ดี จากสัดส่วนงานรับเฉพาะค่าแรงที่สูงขึ้น ปัจจุบันมีงานในมือ 3.5 พันล้านบาท และแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกจากงานที่อยู่ระหว่างประมูลกว่า 6.8 พันล้านบาท ผลักดันให้โมเมนตัมทั้งรายได้ และกำไรจะเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง คงคาดกำไรปี 2018 อยู่ที่ 305 ล้านบาท (+45% Y-Y) และโตต่อ 6% ในปีหน้า คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 10.50 บาท ในฐานะผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงของการเร่งผลักดันโครงการพื้นฐานของภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวในโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2018
CPF (BUY/19TP: 28), คาดกำไรปกติ 3Q18 สดใส เติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 14)
แนวโน้มผลการดำเนินงานหลักใน 3Q18 น่าจะโตดีทั้ง Q-Q และ Y-Y จากทั้งช่วง High Season ของธุรกิจ, การฟื้นตัวของราคาเนื้อสัตว์ในประเทศ และการปรับขึ้นต่อเนื่องของราคาหมูเวียดนาม ล่าสุดพุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 4 ปี แตะระดับ 51,000 ด่องต่อกก. และคาดกำไรจะแผ่วลง Q-Q ใน 4Q18 ตามปัจจัยฤดูกาล รวมถึงราคาเนื้อสัตว์ในประเทศเริ่มปรับลดลงตั้งแต่กลางเดือน ก.ย. จากฝนที่ตกเยอะ และเริ่มเข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจ แต่ด้วยกำไรที่ได้ดีใน 2Q18-3Q18 เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2018 ขึ้น 14% เป็นการเติบโต 24.9% Y-Y และคาดกำไรปกติปี 2019 จะโตต่อเนื่อง 11.9% Y-Y ส่วนในแง่กำไรสุทธิปี 2018 รวมรายการพิเศษทั้งกำไรขายเงินลงทุนและกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมพันธุ์สัตว์ เราคาดโตราว 11.3% Y-Y แต่คาดกำไรสุทธิปี 2019 จะลดลงราว -14.4% Y-Y เพราะคาดว่าจะไม่มีรายการพิเศษมากเหมือนในปี 2018 อีก เราประเมินมูลค่าเหมาะสมในปี 2019 โดยอิงกำไรสุทธิต่อหุ้นที่ 1.69 บาท และอิง PE เดิมที่ 17 เท่า ทำให้ได้ราคาเป้าหมายเท่ากับ 28 บาท ยังมี Upside 17.2% จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2018
CHG (BUY/19TP: 3), กำไร 3Q18 มีลุ้นทำ New High
(views 19)
คาดกำไร 3Q18 ของ CHG +10.2% Q-Q, +15.8% Y-Y และทำ New High จากอานิสงส์ของ High Season ทำให้รายได้ยังโตดีและยังได้ประโยชน์จาก Operating Leverage อย่างต่อเนื่อง ขณะที่การเปิดโรงพยาบาลใหม่ 2 แห่งในช่วง 2H18 เราคาดไม่ได้ถ่วงผลการดำเนินงานอย่างมีนัยยะ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018 โตสูง 27.6% Y-Y ขณะที่ปี 2019 แม้คาดโตชะลอเหลือ 9.2% Y-Y แต่ยังเป็นระดับสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ราคาหุ้นปรับฐานแรงเป็นโอกาสในการ “ซื้อลงทุน” อีกครั้ง โดยปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 3 บาท
อ่านเพิ่มเติม
11
ตุลาคม
2018
VGI (BUY/20TP: 8.7), คาดกำไร 2Q19 (สิ้นก.ย.18) อ่อนลง Q-Q แต่ยังโตดี Y-Y
(views 15)
คาดกำไรปกติ 2Q19 (สิ้นก.ย.18) อ่อนลง 8.3% Q-Q แต่ยังโต 18.7% Y-Y หนุนจากเริ่มรับรู้กำไรจาก Kerry TH (VGI ถือหุ้น 23%) และกำไรจากบริษัทร่วมคือ MACO เพิ่มขึ้น จากการรวมผลการดำเนินงานบริษัทที่เข้าไปซื้อกิจการตั้งแต่เดือนส.ค. เป็นกำไรที่น้อยกว่าที่เคยมองแนวโน้มในช่วงก่อนหน้านี้ แต่คาดหวังการเร่งตัวขึ้นใน 2 ไตรมาสถัดไปสำหรับธุรกิจเดิมและรับรู้กำไรเต็มไตรมาสสำหรับธุรกิจที่เข้าไปลงทุนใหม่ในกลุ่ม จึงคงคาดกำไรปกติทั้งปีโต 55.9% (แม้ EPS โต 20.5% จากการแปลง W1) และราคาเป้าหมายปี 2020 (สิ้นสุด มี.ค. 2020) ที่ 8.70 บาท โดยคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของกำไรใน 3 ปีข้างหน้า จากการประสานและเกื้อกูลกันระหว่างธุรกิจสื่อนอกบ้าน Online และ Logistics ผ่าน Kerry TH ซึ่งเติบโตสูงตามธุรกิจ E-Commerce คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
ตุลาคม
2018
AH (SELL/18TP: 29), ปรับเป้าลงอีกครั้งเพื่อสะท้อนความเสี่ยงใน SGAH ที่สูงขึ้น
(views 13)
เราปรับลดราคาเป้าหมายปี 2018 ของ AH ลงเหลือ 29 บาท จากเดิม 40 บาท โดยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018-2019 ที่ 1,285 ล้านบาท +11% Y-Y และ 1,336 ล้านบาท +4% Y-Y ตามเดิม แต่เราปรับลด PE Multiplier ลงเหลือ 8 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของกรอบล่างในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเราประเมินว่าการเข้าถือหุ้นใน SGAH เพิ่มอีก 24.89% และการปล่อยกู้อีก 40 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ดอกเบี้ย 10% จะไม่ส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิมากนัก ในทางตรงข้าม กลับสะท้อนความเสี่ยงในอนาคตมากขึ้น ทั้งปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน และโอกาสถูกตั้งด้อยค่าตามมูลค่ากิจการของ SGAH ที่ลดลง และด้วยแนวโน้มผลประกอบการ 2H18 ที่โตไม่โดดเด่นเพราะปีก่อนฐานสูง ประกอบกับ Upside จากราคาปัจจุบันที่แคบเหลือเพียง 6% เราจึงปรับลดคำแนะนำลงเป็นขาย จากเดิมถือ
อ่านเพิ่มเติม
11
ตุลาคม
2018
GLOBAL (HOLD/19TP: 22), คาดกำไร 3Q18 จะโตดี Y-Y แต่แผ่วลง Q-Q ตามฤดูกาล
(views 14)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 น่าจะอ่อนตัวลง Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่คาดโตสูง Y-Y จากคาด SSSG ที่อาจสูงระดับ 10% Y-Y เพราะฐานที่ต่ำในปีก่อน และยังได้อานิสงส์จากราคาเหล็กที่ปรับขึ้นเมื่อเทียบในแง่ Y-Y ส่วนแนวโน้มกำไร 4Q18 น่าจะยังทรงตัวถึงอ่อนตัวลง Q-Q เพราะยังเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ และราคาเหล็กในเดือน ต.ค. เริ่มอ่อนตัวลง โดยมองภาพรวมกำไร 2H18 จะลดลงจาก 1H18 ทั้งนี้ยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ใน 4Q อีก 4 แห่ง แบ่งเป็นไทย 3 และกัมพูชา 1 ซึ่งจะเปิดสาขาแรกในต่างประเทศ ส่วนปีหน้ายังมีแผนเปิดสาขาใหม่ในไทยต่อเนื่อง 7- 8 แห่ง แต่ต่างประเทศยังขอรอดูผลงานของสาขาแรกในกัมพูชาก่อน หากไปได้ดีตามคาด อาจเห็นสาขาที่สองอย่างเร็วภายในปี 2020 เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 – 2019 เติบโต 30.5% Y-Y และ 18.1% Y-Y ตามลำดับ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 22 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาค่อนข้างมาก ทำให้มี Upside เพียง 8.4% และราคาปัจจุบันคิดเป็น Forward PE ปี 2018 - 2019 ที่ 38.7 เท่า และ 32.8 เท่า ตามลำดับ และคิดเป็น PEG สูงถึง 2 เท่า มากกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1.4 - 1.6 เท่า คงคำแนะนำ ถือ / ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
10
ตุลาคม
2018
ERW (BUY/19TP: 9.8), 3Q18 จะพักตัวเป็นไตรมาสสุดท้าย
(views 14)
เราคาดกำไร 3Q18 ของ ERW +107.1% Q-Q, -39.6% Y-Y โดยจะเป็นไตรมาสสุดท้ายของการพักตัวจากนักท่องเที่ยวรัสเซียและจีนที่หายไป และกลับมาเติบโตอีกครั้งใน 4Q18 ต่อเนื่องปี 2019 โดยคาดว่าสถานการณ์นักท่องเที่ยวจะกลับสู่ภาวะปกติหลังผลกระทบของฟุตบอลโลกและเรือล่ม นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากโรงแรม JW Marriott กลับมาดำเนินงานตามปกติอีกครั้งหลัง Renovate แล้วเสร็จ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 +18.1% Y-Y และ +9.5% Y-Y ตามลำดับ ทำ New High ต่อเนื่อง ราคาหุ้นปรับลงสะท้อนปัจจัยลบระยะสั้นไปมากและทำให้ Upside เปิดกว้างอีกครั้ง เราจึงมองเป็นโอกาสในการ “ซื้อลงทุน” โดยปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 9.80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
10
ตุลาคม
2018
ROBINS (BUY/18TP: 78), คาดกำไร 3Q18 ดูดี อาจโตทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 13)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 อาจโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y ทั้งที่เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ แต่ที่คาดจะโต Q-Q เล็กน้อยมาจากรายได้การขายและรายได้ค่าเช่า ที่รับรู้สาขาใหม่ชลบุรีที่เปิดในเดือน มิ.ย. ได้เต็มไตรมาสนี้ ในขณะที่คาดเติบโตได้ดี Y-Y แม้อัตรากำไรขั้นต้นอาจจะทำได้เพียงทรงตัวจากปีก่อน จากสินค้า Private Brand ที่ยังเข้าไม่เต็มที่ แต่ยังคาด SSSG บวกเล็กน้อย รายได้ค่าเช่าโตต่อเนื่อง และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมโตดี แนวโน้มกำไรจะโตต่อเนื่องและทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18 แม้จะไม่มีมาตรการช้อปช่วยชาติ แต่ด้วยการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และจะมีเปิดสาขาใหม่ที่ชัยภูมิ รวมถึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะกลับมาสูงขึ้น ภายหลังสัดส่วน Private Brand เพิ่มขึ้นอีกครั้ง ยังคาดกำไรสุทธิปี 2018 - 2019 เติบโต 13.5% Y-Y และ 15% Y-Y คงราคาเป้าหมายที่ 78 บาท (DCF) ยังมี Upside 22.8% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
09
ตุลาคม
2018
BCH (BUY/19TP: 21), คาดกำไร 3Q18 ทำ New High
(views 15)
เราคาดกำไรปกติ 3Q18 ของ BCH ยังโตแข็งแกร่ง 38.1% Q-Q และ 14.1% Y-Y ทำจุดสูงสุดใหม่ จากรายได้ที่ยังโตดีเนื่องจากปัจจัยฤดูกาล WMC ที่ยังโตแรง รวมถึงการบันทึกค่าภาระเสี่ยงส่วนเพิ่ม เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018 เติบโต 17.4% Y-Y ขณะที่ปี 2019 แม้จะคาดโตชะลอเหลือ 15.2% Y-Y แต่ยังเป็นระดับที่ดีแม้ฐานเริ่มสูง ราคาหุ้นที่ปรับฐานลงทำให้ Upside เปิดกว้างอีกครั้ง เราจึงมองเป็นจังหวะในการ “ซื้อลงทุน” ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 21 บาท
อ่านเพิ่มเติม
09
ตุลาคม
2018
TKN (BUY/19TP: 18), คาดกำไร 3Q18 จะฟื้นตัวดี และจะดีมากขึ้นในปี 2019
(views 12)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 จะกลับมาเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y จากทั้งปัจจัยฤดูกาลที่เข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจ โดยคาดหวังตลาดส่งออกไปจีนยังโตต่อเนื่อง รวมถึงสินค้าใหม่อย่างสาหร่ายเทมปุระไข่เค็มได้รับการตอบรับที่ดีมาก และรับรู้ต้นทุนสาหร่ายที่ถูกลงได้เต็มไตรมาส ในขณะที่แนวโน้มกำไร 4Q18 น่าจะทำได้ดีต่อเนื่อง และเติบโตได้ดี Y-Y จากฐานที่ต่ำในปีก่อน เราคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะเติบโตราว 8.5% Y-Y และคาดจะกลับมาเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักอีกครั้งในปี 2019 ราว 23% Y-Y ภายหลังรับรู้กำลังการผลิตโรงงานใหม่รวมทั้ง 3 เฟสได้เต็มปี เพื่อรองรับการเติบโตของคำสั่งซื้อในปีหน้าที่จะมาจากทั้งการขยายตลาดใหม่และสินค้าใหม่ รวมถึงจะรับรู้วัตถุดิบราคาถูกไปอีกอย่างน้อยจนถึงกลางปี 2019 ยังคงราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 18 บาท (อิง PE เดิม 30 เท่า) ยังมี Upside 16.9% แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
ตุลาคม
2018
THANI (BUY/19TP: 10), คาดการณ์กำไรสร้าง New High ทั้งรายไตรมาสและทั้งปี
(views 17)
เราคงคำแนะนำ ซื้อ THANI โดยปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 10 บาท ระยะสั้นเราคาดการณ์กำไรสุทธิ 3Q18 จะมี Positive surprise จากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลงทำให้กำไร 3Q18 น่าจะอยู่ที่ราว 420 ลบ. +7%Q-Q, +39%Y-Y และแนวโน้มยังดีต่อเนื่องใน 4Q18 เนื่องจากเป็นฤดูกาลที่ดีของสินเชื่อ เราปรับคาดการณ์กำไรปี 2018 ขึ้น 7% เป็น 1.63 พันลบ. +44.8%Y-Y ส่วนประมาณการในปี 2019 คาดการณ์กำไรสุทธิที่ยังคงสร้างสถิติใหม่ที่ 1.78 พันลบ. +9.4%Y-Y ที่ ROE 25% และ D/E ratio ที่ 5.6 เท่า ยังไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน คาดการณ์ DivYield ราว 3.3% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
08
ตุลาคม
2018
TU (BUY/19TP: 20), กำไรสุทธิ 2H18 เจอเรื่องสะดุดอีกครั้งจากค่าใช้จ่ายปิดโรงงาน
(views 15)
อาจจะยังทรงตัว Y-Y อยู่ที่ระดับ 1.3 พันล้านบาท เพราะยังมีเรื่องบาทแข็งอยู่เล็กน้อย, ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และมีภาระภาษีจ่ายภายหลังธุรกิจที่ US และ EU ทำได้ดีขึ้น ซึ่งมีอัตราภาษีจ่ายสูงกว่าธุรกิจในไทย แต่ในแง่กำไรสุทธิอาจจะยังไม่สดใสนัก เพราะไตรมาสนี้อาจต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายด้อยค่าโรงงานแซลมอนที่ Scotland เราประเมินไว้ราว 400 ล้านบาท ที่มีแผนปิดโรงงานภายในสิ้นปีนี้ เนื่องจากไม่ต้องการแบกรับผลขาดทุนอีกต่อไป และอยู่ระหว่างดำเนินการขายโรงงานดังกล่าว ซึ่งหากขายได้ อาจมีการกลับรายการและเป็นบวกต่อกำไรสุทธิใน 4Q18 แต่หากขายไม่ได้ อาจเผชิญกับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานอีกก้อนหนึ่ง แต่อาจไม่นัก และเป็น One-Time ทั้งนี้เราปรับลดกำไรปกติปี 2018 ลง 17% เป็น 3.56 พันล้านบาท (-22% Y-Y) และคงประมาณการเดิมในปี 2019 ที่ 5.49 พันล้านบาท จะเป็นการกลับมาเติบโตสูง 54% Y-Y เพราะฐานที่ต่ำในปีนี้ และคาดเห็นธุรกิจแซลมอนพลิกกลับมามีกำไรอีกครั้งในรอบ 4 ปี ยังคงราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 20 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้แนวโน้มกำไร 2H18 ยังดูไม่สดใส แต่ยังมี Upside 20.5% และมองจะผ่านจุดต่ำสุดในปีนี้แล้ว จึงคงคำแนะนำ ซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
05
ตุลาคม
2018
BDMS (BUY/19TP: 30), คาดกำไร 3Q18 ยังโตดี//ราคายัง Laggard
(views 26)
เราคาดกำไรปกติ 3Q18 ยังโตในระดับที่ดี +29.8% Q-Q, +9.7% Y-Y แม้รายได้จะโตชะลอลงจากฐานที่สูงในปีก่อน แต่ยังได้แรงหนุนจากการควบคุมต้นทุนและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงจากการแปลงสภาพหุ้นกู้ ส่วนแนวโน้มกำไร 4Q18-1H19 คาดว่ายังโตได้ต่อเนื่องและยังไม่ถูกถ่วงจาก Wellness Clinic ในส่วนโรงแรม ส่วนการจับมือกับ Movenpick เข้ามาบริหารเรามองเป็นบวก เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 เติบโต 21.5% Y-Y และ 11.9% Y-Y ตามลำดับ ราคาหุ้นยัง Laggard ทั้ง SET และ SETHELTH ซึ่งทำให้ Downside จำกัด จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 30 บาท และยังเป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
04
ตุลาคม
2018
FTE (BUY/18TP: 3.7), คาดกำไร 3Q18 ทรงตัวในระดับสูง ปันผลทั้งปีเฉียด 10% “ซื้อ”
(views 13)
FTE มีความโดดเด่นในด้านเงินปันผลที่สูง 9-10% ต่อปี จากนโยบายปันผล 100% ของกำไรสุทธิ และ Valuation ที่ยังถูกมาก โดย PE2018-19 ต่ำเพียง 10-11 เท่า และมีเงินสดในมืออยู่ 271 ล้านบาท หรือ 0.50 บาท/หุ้น ซึ่งเป็นส่วนเกินจากเงินทุนหมุนเวียนที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ และเนื่องจากปัจจุบัน FTE ยังไม่มีแผนลงทุนขนาดใหญ่ เช่น ก่อสร้างโกดังจัดเก็บสินค้า เพราะค่าเสื่อมที่เกิดขึ้นไม่ต่ำกว่าค่าเช่าอย่างมีนัยสำคัญ เราจึงคาดว่าเงินส่วนนี้จะคืนให้กับผู้ถือหุ้นไม่ว่าจะด้วยรูปแบบเงินปันผลพิเศษหรือการซื้อหุ้นคืน ส่วนแนวโน้มผลประกอบการ 2H18 เราคาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องจาก 2Q18 เพราะมีงานโครงการที่เลื่อนจาก 1Q18 มารับรู้ใน 2H18 และ FTE เปลี่ยนกลยุทธ์มารับงานโครงการที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งทำให้อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มทำได้ดีกว่าคาด ส่งผลให้เราปรับประมาณกำไรสุทธิปี 2018-2019 ขึ้นเฉลี่ย 22% ต่อปี และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 3.70 บาท อิง PE ที่ Implied จาก DDM เท่ากับ 17 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
04
ตุลาคม
2018
MALEE (HOLD/19TP: 16.3), คาด 3Q18 จะยังขาดทุนต่อ แต่มองเป็นจุดต่ำสุดของปี
(views 23)
คาดผลงาน 3Q18 จะขาดทุนต่อเป็นไตรมาสที่ 2 และอาจจะขาดทุนมากขึ้น Q-Q เพราะรายได้ยังไม่สดใสแผ่วลงทั้งการขายในประเทศและส่งออก ในขณะที่ต้องเผชิญค่าใช้จ่ายทางการตลาดสูงขึ้นเพราะมีการออกสินค้าใหม่หลายรายการ รวมถึงต้องรับรู้ขาดทุนจากบริษัทร่วมที่เริ่ม Operate ธุรกิจ แต่มองเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ แม้ 4Q18 จะคาดกลับมาฟื้นตัวได้ แต่มองแค่คุ้มทุนหรืออาจจะยังขาดทุนเล็กน้อย เพราะจะต้องรับรู้ขาดทุนจากบริษัทร่วมมากขึ้น เราปรับลดผลประกอบการปี 2018 พลิกเป็นขาดทุนครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่ราว -30 ล้านบาท และคาดจะกลับมามีกำไรอีกครั้งในปี 2019 ราว 198 ล้านบาท โดยคาดหวังการกลับมาฟื้นตัวของตลาดน้ำผลไม้ในประเทศเป็นหลัก รวมถึงคาดจะสามารถหาลูกค้าใหม่ๆมาชดเชยธุรกิจน้ำมะพร้าวส่งออกที่หดตัวลงไปได้ ทั้งนี้ยังมีเรื่องท้าทายผู้ประกอบการเครื่องดื่มในปีหน้าคือ การปรับขึ้นภาษีน้ำตาลครั้งที่ 2 ในเดือน ต.ค. 2019 แต่เชื่อว่าผลกระทบจะเริ่มน้อยลงหลังจากที่ได้มีการปรับตัวกันไปพอสมควรในช่วงที่ผ่านมา เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 16.3 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) แม้แนวโน้มยังดูไม่สดใส แต่มองผ่านผลงานแย่สุดใน 3Q18 แล้ว และราคาหุ้นได้ปรับลงมาสะท้อนข่าวร้ายไปพอสมควร จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
03
ตุลาคม
2018
MTC (BUY/19TP: 60), ความชัดเจนของกฏเกณฑ์เป็น Upside ต่อ loan yield
(views 34)
เราปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019 ขึ้น 3% เป็น 5.39 ลบ. (+42%Y-Y) หลังแรงกดดันของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ผ่อนคลายลงเมื่อ ธปท. มีความชัดเจนต่อมาตรการสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนแล้วโดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เกิน 28% และให้ใบอนุญาตโดยไม่ต้องขอใหม่กับผู้ที่มีใบอนุญาตสินเชื่อบุคคลแล้ว เราจึงปรับ Loan yield ขึ้น ระยะสั้นแนวโน้มกำไร 3Q18 คาดทำจุดสูงสุดใหม่ที่ราว 980 ลบ. +8%Q-Q, +50%Y-Y และน่าจะเห็นกำไรที่ระดับ > 1 พันลบ. ใน 4Q18 คงคำแนะนำ ซื้อ และปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 60 บาท
อ่านเพิ่มเติม
03
ตุลาคม
2018
NER (IPO/19TP: 4.16), Buriram’s major rubber manufacturer and distributor
(views 31)
NER is a manufacturer and distributor of rubber products, e.g. ribbed smoked sheets (RSS), standard Thai rubber (STR), and rubber mixtures. The company is a major player in the North East where quality rubber is produced and has long been in demand. In 2018, we expect NERs profit to jump 40% Y-Y due to changes in the companys production process. In 2019, its expected that NERs profit base will increase due to expansion of the company’s rubber mixtures capacity. In 2020, the companys production capacity for STR and rubber mixtures will double Y-Y. Given that, we predict NERs profit will surge by 50% Y-Y 2YCAGR. We value NER using the relative PE method. It assumes STAs 10-year historical average PE of 13x, close to that of world-class companies of similar nature (source: Bloomberg) which have an average PE of 13.2x and in line with our estimated five-year average growth rate of 13%. Assuming the aforementioned PER of 13x and our 2019E EPS of Bt0.32, we derive our 2019 TP at Bt4.16.
อ่านเพิ่มเติม
01
ตุลาคม
2018
DTAC (BUY/19TP: 57), คาด 3Q18 พลิกมาขาดทุนชั่วคราว
(views 17)
เราคาดผลการดำเนินงาน 3Q18 ของ DTAC จะพลิกมาขาดทุนชั่วคราว 1,429 ลบ. เพราะมีค่าตัดจำหน่ายเพิ่มจากการยุติข้อพิพาทเสาโทรคมนาคมกับ CAT แต่คาดว่าจะพลิกกลับมากำไรใน 4Q18 และโตแรงในปี 2019 จากค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์สัมปทานที่หมดไป เราปรับกำไรสุทธิปี 2018 ลงเล็กน้อยเป็นหดตัว 19% Y-Y แต่ปรับปี 2019 ขึ้นเป็นเติบโต 303.7% Y-Y จากค่าเช่าสินทรัพย์จาก CAT ที่ต่ำกว่าคาดอย่างมีนัยยะ พร้อมปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 57 บาท เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” จาก Upside ที่เปิดกว้าง แต่ยังชอบ ADVANC มากกว่าเพราะไม่มีความเสี่ยงเรื่องคลื่นความถี่ในมือ
อ่านเพิ่มเติม
01
ตุลาคม
2018
M (HOLD/18TP: 78), คาดกำไร 3Q18 จะแผ่วลง และกำไรปีหน้าดูมี Downside มากขึ้น
(views 16)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 3Q18 น่าจะลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล และฝนตกค่อนข้างเยอะ จึงคาด SSSG จะติดลบทั้งร้าน MK และ Yayoi กอปรกับเริ่มมีการทำการตลาดมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้ค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้น และคาดกำไรจะกลับมาโตทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18 ที่เป็น High Season และมีการขยายสาขาใหม่ต่อเนื่อง ทั้งนี้คาดจะไม่มีค่าใช้จ่ายโบนัสพิเศษเหมือนในปีก่อน น่าจะทำให้กำไร 4Q18 เติบโตดี Y-Y ยังคาดกำไรสุทธิปี 2018 โต 8.6% Y-Y และคาดกำไรปี 2019 จะโตต่อราว 10.3% Y-Y แต่เริ่มดูมี Downside มากขึ้น ภายหลังแนวโน้มราคาหมูและเป็ดเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบอาหารในปีหน้า ทั้งนี้จะมีการเจรจาราคาซื้อขายล่วงหน้า 1 ปีกันในเดือน พ.ย. - ธ.ค. (ของทุกปี) เรายังคงราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 78 บาท (อิง PE เดิม 27 เท่า) มี Upside 7.6% คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
28
กันยายน
2018
VGI (BUY/20TP: 8.7), แนวโน้มกำไร 2Q19 (สิ้นก.ย.18) โตสูง Y-Y ต่อ ปรับเป้าไปปีหน้า
(views 20)
แนวโน้มกำไรปกติ 2Q19 (สิ้นก.ย.18) ยังสดใส เพิ่มสูง Y-Y ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน ตามการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งสื่อรถไฟฟ้า BTS รวมทั้งสื่อกลางแจ้ง ผ่าน บ.ร่วม (MACO) จากปัจจัยฤดูกาล Synergy จากกลยุทธ์ผนึก Offline/Online และกำไรรับรู้จากบริษัทที่เข้าไปลงทุน รวม Kerry TH ที่เริ่มตั้งแต่เดือนก.ย.เราคงคาดกำไรปกติทั้งปีโต 55.9% (แม้ EPS โต 20.5% จากการแปลง W1) ขณะที่ปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 (สิ้นสุด มี.ค. 2020) ที่ 8.70 บาท ราคาหุ้นมี Upside น่าสนใจขึ้น และคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของกำไรใน 3 ปีข้างหน้า จากการประสานและเกื้อกูลกันระหว่างธุรกิจสื่อนอกบ้าน Online และ Logistics ผ่าน Kerry TH ซึ่งเติบโตสูงตามธุรกิจ E-Commerce ขณะที่แนวโน้มกำไรโตสูงใน 2Q19 หนุนราคาหุ้น ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
26
กันยายน
2018
ADVANC (BUY/19TP: 235), โมเมนตัมกำไรยังดี // ไม่มีปัญหาเรื่องคลื่น
(views 30)
แนวโน้มกำไรปกติ 3Q18 ของ ADVANC คาดว่ายัง +1.9% Q-Q และ +8.4% Y-Y โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการควบคุมต้นทุนที่ดีและการควบรวม CSL ขณะที่การได้คลื่น 1800 MHz อีก 5 MHz ทำให้หมดห่วงเรื่องคลื่นในมือทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพที่แข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ภาวะอุตสาหกรรมเอื้อต่อการทำกำไรมากขึ้นจากการแย่ง Market Share ที่ผ่อนคลายลงบ้าง เราปรับประมาณการกำไรปกติลงเล็กน้อยสะท้อนต้นทุนคลี่นใหม่ แต่คาดว่ายังเติบโตในระดับที่ดี 8.2% Y-Y และ 5.8% Y-Y ในปี 2018-2019 เราปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 235 บาท และยังคงคำแนะนำ “ซื้อลงทุน”
อ่านเพิ่มเติม
26
กันยายน
2018
HMPRO (BUY/19TP: 17), คาดกำไร 3Q18 ยังโตได้ และจะทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18
(views 17)
แนวโน้มกำไร 3Q18 น่าจะยังโตเล็กน้อย Q-Q เพราะมีการจัดงาน Hmpro Fair ลดผลกระทบของฤดูกาล และคาดยังโตดี Y-Y แม้ SSSG อาจแผ่วลงมาอยู่ที่ +2% Y-Y จาก +3.1% Y-Y ใน 2Q18 เพราะฝนตกเยอะ และไม่มีการเปิดสาขาใหม่ในไตรมาสนี้ แต่เชื่อว่าจะได้รับการชดเชยด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ยังปรับขึ้นได้ดีกว่าเป้าของบริษัท และคาดกำไรจะเติบโตได้มากขึ้นใน 4Q18 แม้ไม่มีมาตรการช้อปช่วยชาติมาช่วยหนุน แต่ด้วยภาพกำลังซื้อที่ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป แผนเปิดสาขาใหม่ 4 แห่งในรูปแบบ HMPRO S และปัจจัยหนุนจากช่วง High Season ของธุรกิจ รวมถึงน่าจะได้เห็นสัดส่วนสินค้า House Brand ขยับขึ้นเข้าใกล้เป้าหมายที่ระดับ 20% จาก 19.5% ณ สิ้น 2Q18 แต่จากฝนที่ตกเยอะ อาจทำให้แนวโน้มกำไร 2H18 โตไม่มากเท่าที่คาด เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลงเล็กน้อย 3% เป็นการเติบโต 16.6% Y-Y จากเดิมคาดโต 20% และคาดจะโตต่อเนื่องราว 14.4% Y-Y ในปี 2019 ทั้งนี้เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 17 บาท (อิง DCF) มี Upside ราว 10% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
กันยายน
2018
SC (BUY/18TP: 4.8), แรงส่งท้ายปี …คาดกำไร 4Q18 เป็นไตรมาสที่ดีที่สุด
(views 19)
ภาพการเติบโตของกำไร 2H18 มีแนวโน้มเด่นขึ้นมาก H-H แม้จะคาดกำไร 3Q18 ชะลอ Q-Q จากการโอนคอนโดใหม่ได้ไม่มาก แต่ทิศทางกำไรใน 4Q18 จะทำจุดสูงสุดของปี โตสดใสทั้ง Q-Q และ Y-Y หรือคิดเป็น 44% ของประมาณการกำไรทั้งปี จากการรับรู้ Backlog ของ 2 คอนโดใหญ่เต็มที่ บวกกับรับรู้รายได้จากแนวราบที่เปิดตัวจำนวนมากใน 3Q18 ขณะที่เรายังมองว่ายอดขาย 3Q18 จะเร่งตัวขึ้นพร้อมกับการเปิดตัวโครงการใหม่ มูลค่า 8.3 พันล้านบาท ซึ่งมากกว่า 1H18 ถึง 3 เท่า อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น Laggard -4% YTD สวนทางกับกลุ่ม +4% YTD ต่ำกว่า Book Value และคิดเป็น PE2018-19 เพียง 7.4 เท่า ถือว่ายังไม่สะท้อนกำไรที่จะกลับมาโตเด่นในปีนี้ และคาดอัตราเงินปันผลระดับสูง 5-6% ต่อปี จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 4.80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
20
กันยายน
2018
PRM (BUY/18TP: 9), คาดกำไรสุทธิ 3Q18 ร้อนแรงสุดในรอบ 8 ไตรมาส แนะนำซื้อ
(views 26)
เรายังแนะนำซื้อ PRM ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 9 บาท แม้ราคาหุ้นจะขึ้นมาแล้วพอควร แต่ประมาณการของเราพร้อมเปิด Upside ใน 2 ประเด็น คือ (1) เรายังไม่รวมโอกาสที่จะได้งานในกลุ่ม FSU และ Offshore หลังประมูลแหล่งบงกชและเอรวัณ และ (2) เรา Valuation โดยอิง PE Multiplier ที่ 22 เท่า ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดตั้งแต่เข้าตลาด ขณะที่ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 30 เท่า และภูมิภาคเทรดกันที่ 33 เท่า โดยมีปัจจัยหนุนระยะสั้นคือแนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 ที่เราคาดว่าจะกลับมาแตะระดับ 300 ล้านบาทได้อีกครั้ง +52% Q-Q, +112% Y-Y สูงสุดในรอบ 8 ไตรมาส และยังมีโมเมนตัมที่ดีใน 4Q18 ต่อเนื่องถึงปีหน้า จากการลงทุนด้านพลังงานของกลุ่ม PTT นอกจากนี้ เรามองว่า PRM จะได้ประโยชน์จากภาพอุตสาหกรรมเดินเรือขนส่งน้ำมันและปิโตรเคมีที่กำลังกลับมาเป็นขาขึ้น ตรงข้ามกับเรือเทกองที่กำลังอ่อนตัวลง อีกทั้ง ด้วยโครงสร้างรายได้ที่กระจุกตัวอยู่ในประเทศและอาเซียน จึงแทบไม่ถูกกระทบจากสงครามการค้า เราจึงยกให้เป็น Top Pick ของกลุ่มขนส่งทางเรือ
อ่านเพิ่มเติม
19
กันยายน
2018
CPALL (BUY/18TP: 82), คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q18 และโตดีขึ้นในปี 2019
(views 44)
ระยะสั้นแนวโน้มกำไรอาจทำได้เพียงทรงตัว Q-Q ใน 3Q18 จากทั้ง Low Season มีฝนตกเยอะ และผลตอบรับ Stamp Promotion ในปีนี้ไม่สดใสนัก แต่เชื่อว่าน่าจะได้เห็นการปรับกลยุทธ์นำเสนอของพรีเมี่ยมล็อตใหม่ในช่วงครึ่งหลังของ Promotion ซึ่งอาจเป็นที่ถูกใจลูกค้าได้มากขึ้น รวมถึงการฟื้นตัวของราคาเนื้อสัตว์น่าจะช่วยหนุนผลประกอบการของ MAKRO และลดทอนผลกระทบจากค่าใช้จ่ายการเปิดสาขาใหม่ในต่างประเทศได้ และคาดภาระดอกเบี้ยจ่ายอาจลดลงใน 4Q18 ภายหลังนำเงินที่ได้จากการขายหุ้น MAKRO มาชำระหุ้นกู้ 1 หมื่นล้านบาท ที่จะครบกำหนดในเดือน ต.ค. นี้ จึงคาดกำไรสุทธิ 4Q18 จะกลับมาฟื้นตัวในแง่ Q-Q อีกครั้ง ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปีนี้ลงเล็กน้อย 2% เป็นการเติบโต 2.7% Y-Y จากเดิมคาดโต 4.8% Y-Y ถือเป็นการเติบโตต่ำสุดในรอบ 4 ปี และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตดีขึ้นในปี 2019 ราว 14.6% Y-Y เราปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้ลงเป็น 82 บาท จากเดิม 84 บาท (DCF) ยังมี Upside 19.7% มองราคาหุ้นได้สะท้อนกำไรที่ไม่สดใสในปีนี้ไปแล้ว และ CPALL ถือเป็นหุ้นในกลุ่มค้าปลีกที่ให้ผลตอบแทนที่ดีในช่วงเลือกตั้ง เมื่ออิงการเลือกตั้ง 4 ครั้งหลังสุด ดัชนี SETCOM ให้ผลตอบแทนดีสุดในช่วง 3 เดือนก่อนเลือกตั้งที่ 9.2% และรองมาคือ 5 เดือนหลังเลือกตั้งที่ 8.2% แนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
19
กันยายน
2018
KSL (HOLD/19TP: 3.5), แนวโน้มราคาน้ำตาลปีหน้ายังไม่สดใส
(views 21)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรายังไม่เห็นปัจจัยหนุนราคาน้ำตาลตลาดโลกให้กลับมาปรับขึ้นอย่างสดใสได้ โดยคาดการณ์ภาวะผลผลิตน้ำตาลโลกปีหน้าจะยังเกินดุลต่อเป็นปีที่ 2 จากปริมาณผลผลิตที่ค่อนข้างสูงของอินเดียและไทย และแม้ปี 2020 อาจจะกลับมาสมดุลได้ แต่ราคาน้ำตาลน่าจะปรับขึ้นไม่เร็ว เพราะปริมาณสต็อกน้ำตาลโลกจะมีมากและกดดันราคาน้ำตาลสักระยะหนึ่ง ถือเป็นลบต่อแนวโน้มราคาขายน้ำตาลของ KSL ต่อเนื่อง ระยะสั้น แนวโน้มผลประกอบการใน 4Q18 น่าจะยังไม่ฟื้นตัว อาจขาดทุนต่อเนื่องจาก 3Q18 แต่คาดมีรับรู้ส่วนแบ่งรายได้จากเงินที่นำส่งกองทุนอ้อยและน้ำตาลตั้งแต่ต้นปีที่มีการลอยตัวราคาน้ำตาลในประเทศ ซึ่งอาจทำให้ 4Q18 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ แต่ด้วยแนวโน้มราคาน้ำตาลที่ยังไม่สดใส เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018-2019 ลง 36% และ 32% เป็นกำไรที่ -57.7% Y-Y และ +17.7% Y-Y ตามลำดับ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 3.5 บาท (อิง PE เดิมที่ 15 เท่า) มี Upside จำกัด เรายังไม่ชอบหุ้นกลุ่มน้ำตาล โดย Catalyst ที่จะทำให้เรากลับไปชอบหุ้นน้ำตาลคือ ต้องเห็นสัญญาณราคาน้ำตาลมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม
19
กันยายน
2018
RS (HOLD/19TP: 21.5), แนวโน้ม 3Q18 ฟื้นช้ากว่าเคยคาด ราคาขึ้นมามาก Upside แคบลง
(views 17)
แนวโน้มกำไรปกติ 3Q18 ฟื้นตัวดีขึ้น Q-Q ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสก่อน แต่ Flat Y-Y นับว่าฟื้นช้ากว่าเคยคาด จากยอดขายสินค้ากลุ่ม MPC เพิ่งมาเร่งตัวอย่างมีนัยฯ ในช่วงท้ายไตรมาส และการใช้เม็ดเงินโฆษณาทีวีในภาพรวมยังอ่อนแอขณะที่ Rating ช่อง 8 ฟื้นช้า ทำให้อัตราใช้เวลาโฆษณาjเพิ่มไม่เพิ่มเท่าที่เคยคาด ประมาณการกำไรปกติทั้งปีจึงเริ่มมี Downside แม้โตสูง Y-Y ขณะที่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาเร็วมาก +21% .ในช่วง 1 เดือน มี Upside ไม่ตื่นเต้น 8% จากราคาเป้าหมายปรับใช้ปี 2019 ที่ 21.50 บาท จึงปรับคำแนะนำลง จาก ซื้อ เป็น ถือ โดยในกลุ่ม Media ตอนนี้ เลือก PLANB เป็นTop-Pick จาก Upside น่าสนใจกว่า 16% จากเป้าหมายปี 2019 ที่ 8.20 บาท ปัจจัยหนุนแนวโน้มกำไร 3Q18 ทำ New High โต 20% Y-Y และทั้งปีโตสูง
อ่านเพิ่มเติม
18
กันยายน
2018
MODERN (BUY/18TP: 5.2), ลูกค้ากลุ่มอสังหาฯชะลอกว่าที่คิด ปรับเป้าลง แต่ยังแนะนำซื้อ
(views 14)
เราปรับประมาณกำไรสุทธิปี 2018-2019 ของ MODERN ลงจากเดิม 24% และ 22% เหลือ 215 ล้านบาท (ทรงตัว Y-Y) และ 232 ล้านบาท (+8% Y-Y) ตามลำดับ จากการปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลง ตามสภาพการแข่งขันในตลาดลูกค้าบ้านและคอนโดฯที่รุนแรงขึ้น อีกทั้ง ยังปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจากทั้งการโฆษณาสินค้าใหม่และการรุกตลาดใหม่เพิ่มขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลประกอบการของ MODERN กำลังอยู่ในช่วง Bottom Out เพราะลูกค้าอีกกว่าครึ่งของรายได้รวมคือกลุ่มตลาดออฟฟิสและมิกซ์ยูสที่เติบโตดี อีกทั้ง โมเดอร์นฟอร์มเฮลท์แอนด์แคร์ยังมีกำไรเติบโตต่อเนื่อง และมีแผนเข้า MAI ในปีหน้า หลังจากปรับลดกำไรลง ทำให้ราคาเป้าหมายปีนี้ลดลงเหลือ 5.20 บาท (อิง PE 18 เท่า) แนะนำซื้อในฐานะหุ้นปันผลที่สม่ำเสมอราว 6-7% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
17
กันยายน
2018
GUNKUL (BUY/19TP: 4), ค่าใช้จ่ายพิเศษฉุด Bottom Line ปีนี้ มองข้ามไปปีหน้า
(views 24)
แนวโน้มกำไรปกติ 2H18 ได้แรงหนุนจาก 2 โรงไฟฟ้าใหม่และแรงลมดีใน 3Q18-4Q18 ช่วง 1H18 มีกำไรสุทธิต่ำมาก ลดลง 96.3% Y-Y จากค่าใช้จ่ายพิเศษหนัก แต่กำไรปกติโตสูง 175.1% Y-Y ส่วนหนึ่งจากรายได้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าสูงมากใน 1Q18 กำไรปกติ 2H18 น่าจะอ่อนลง H-H และแม้ปรับลดเล็กน้อย 8% คาดทั้งปีกำไรปกติโตสูง 77.2% แต่กำไรสุทธิลดลง 26.1% และคาดกำไรปกติปี 2019 โตอีก 27.2% จากผลการดำเนินงานเต็มปีของ 2 โรงไฟฟ้าลม และโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น ไม่รวมโครงการ Solar Rooftop รูปแบบ Private PPA ระยะสั้น ราคาหุ้นอาจยังปรับขึ้นในกรอบจำกัด จากกำไรสุทธิปีนี้ที่ถูกกดดันจากรายการพิเศษและหุ้นพลังงานทดแทนขาด Catalyst จากข่าวภาครัฐชะลอซื้อไฟ แต่หากมองข้ามไปปีหน้ากำไรโตต่อเนื่อง โปรแกรมการซื้อหุ้นคืนถึง 24 ต.ค.นี้ และราคาปัจจุบันที่ PEG เพียง 0.6 เท่า คงแนะนำ ซื้อลงทุนระยะยาว ราคาเป้าหมายปรับใช้ปี 2019 ที่ 4 บาท (SOTP)
อ่านเพิ่มเติม
13
กันยายน
2018
SEAFCO (BUY/19TP: 10.5), งานในมือหนุนกำไรโตเด่น …ปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อ
(views 18)
ทิศทางรายได้และกำไรจะเด่นขึ้นใน 2H18 จากการก่อสร้างหลายโครงการใหญ่พร้อมกัน ทั้งรถไฟฟ้าสีส้ม, สีชมพู และ One Bangkok บวกกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจากการส่งมอบงานที่รับเฉพาะค่าแรงเพิ่มขึ้น เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-2019 ขึ้นเฉลี่ย 10% เป็น 305 ล้านบาท (+45% Y-Y) และโตต่อ 6% Y-Y ในปีหน้า จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำได้ดีกว่าคาด ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 10.50 บาท และเพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ จากโมเมนตัมกำไรที่เร่งขึ้น ตาม Backlog ที่แข็งแกร่ง มากกว่า 2 เท่าตัวจากค่าเฉลี่ยในอดีต และมีโอกาสรับงานเข้ามาเติมจากงานที่อยู่ระหว่างการประมูลอย่างน้อย 1 พันล้านบาท บน Success rate 20% ขณะที่การเร่งผลักดันโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐตั้งแต่ 4Q18 น่าจะเป็นปัจจัยบวกหนุนราคาหุ้นได้
อ่านเพิ่มเติม
13
กันยายน
2018
CPN (BUY/18TP: 93), GLAND ตอบโจทย์การพัฒนาโครงการในเขต CBD ในกรุงเทพ
(views 20)
การซื้อ GLAND ซึ่งมีที่ดิน อาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย พื้นที่ค้าปลีกให้เช่าในกรุงเทพที่เป็นเขต new CBD (พระราม 9, ดอนเมือง, พหลโยธิน) และส่วนใหญ่เป็น free hold ช่วยให้พอร์ตของ CPN แข็งแรงขึ้นมาก ตอบโจทย์การพัฒนาโครงการ Mixed use ที่บริษัทมีความชำนาญ และมี synergy กับโครงการเดิมที่ CPN มีอยู่ทั้งศูนย์การค้าและสำนักงาน ในระยะสั้นไม่สามารถคาดหวังกำไรได้เพราะกำไรของ GLAND คิดเป็นไม่ถึง 2% ของ CPN และอาจไม่พอกับภาระดอกเบี้ยที่จะเพิ่มขึ้นหาก CPN ซื้อหุ้นได้ 100% แต่คาดหวังได้กับการเติบโตในระยะยาวจากการต่อยอดสินทรัพย์ใหม่ในทำเลทองในเมือง เรายังแนะนำซื้อ คงราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 93 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
กันยายน
2018
EKH (BUY/19TP: 7.4), โมเมนตัมการเติบโตใน 2H18 ยังแกร่ง
(views 14)
แนวโน้มกำไร 3Q18 คาดว่ายังโตทั้ง Q-Q และ Y-Y และเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีจากอานิสงส์ของ High Season และมีโรคระบาดค่อนข้างมาก ขณะที่ศูนย์ผู้มีบุตรยากเริ่มมีผู้ใช้บริการเร่งตัวขึ้นในช่วง 2 เดือนล่าสุดและมากกว่าเป้าของบริษัทซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่หนุนการเติบโตและคาดว่าจะช่วยลดผลกระทบเชิงลบจากการเปิดอาคารศูนย์กุมารเวชใน 2Q19 ได้ เราปรับประมาณการกำไรปกตีปี 2018-2019 ขึ้นเฉลี่ยราว 10% เป็นเติบโต 20.2% Y-Y และ 4.3% Y-Y ตามลำดับ สะท้อนกำไร 1H18 ที่เด่นกว่าคาด พร้อมปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 7.40 บาท โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็น Top Pick สำหรับโรงพยาบาลขนาดเล็ก
อ่านเพิ่มเติม
11
กันยายน
2018
KKP (BUY/19TP: 90), รายได้ค่าธรรมเนียมแข็งแกร่งใน 2H18 แนวโน้มไม่แผ่วในปีหน้า
(views 22)
คงคำแนะนำ ซื้อ และปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 90 บาท เราคาดว่าผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังปี 2018 จะน่าสนใจกว่า 1H18 โดยเฉพาะใน 4Q18 ซึ่งคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจะเป็น Catalyst หนุนผลกำไรได้ราว 16-20% จากไตรมาสปกติ เราคาดว่า KKP จะรับรู้รายได้จาก TFFIF เฟส 1 ราว 100 ลบ. และยังมีดีลการจำหน่ายหุ้น IPO ขนาดใหญ่ของปีนี้คือโอสถสภาพร้อมกันใน 4Q18 เราปรับประมาณการกำไรปีนี้ขึ้น 3% เป็น 6.2 พันลบ. (+7.6%Y-Y) โดยเป็นการปรับการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมจาก 8% เป็น 14% ส่วนประมาณการกำไรปีหน้าเท่าเดิมที่ 6.4 พันลบ. (+4%Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
10
กันยายน
2018
PLANB (BUY/19TP: 8.2), แนวโน้มครึ่งปีหลังยังแข็งแกร่ง 3Q18 ทำ New High
(views 17)
แนวโน้มกำไร 3Q18 ยังแข็งแกร่ง เบื้องต้น คาดทำ New High และเพิ่ม 18% Q-Q, 20% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล การขยายตัวของตลาดโฆษณาสื่อนอกบ้านดีกว่าตลาดรวมต่อเนื่อง การพัฒนาสื่อใหม่ และเริ่มรับรู้กำไรจากการลงทุน 35% ใน BNK เล็กน้อย จากแนวโน้มครึ่งปีหลังดีกว่าเคยคาด เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-2019 ขึ้นจากเดิม 6-10% เป็นกำไรโต 35% ในปี 2018 และ 22% ในปี 2019 ขณะที่การลงทุน 19.48% ใน BMN บ.ย่อยของ BEM ที่ทำธุรกิจสื่อในรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เราคงมองเป็นบวกระยะยาวเนื่องจากจะเพิ่มโอกาสได้บริหารสื่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนขยายในอนาคต และโอกาสลงทุนเพิ่มในต่างประเทศ ราคาหุ้นปรับฐานลงมามี Upside น่าสนใจมากขึ้น จากราคาเป้าหมายปรับไปใช้ปี 2019 ที่ 8.20 บาท จากเดิม 7.10 บาท (ปี 2018 ก่อนปรับประมาณการ) ปรับคำแนะนำขึ้นจากเดิม ถือ เป็น ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
07
กันยายน
2018
PT (BUY/18TP: 8.8), ได้ประโยชน์จากการลงทุนของแบงก์และคลัสเตอร์หุ่นยนต์
(views 23)
เรามองว่า PT กำลังได้แรงหนุนใน 2 ประเด็น คือ การลงทุนด้านไอทีที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนระยะสั้นใน 2H18 หลังจาก KBANK ประสบปัญหาการโอนเงินผ่าน Mobile Banking และ ATM ส่งผลให้สถาบันการเงินเร่งลงทุนด้านไอทีทั้งในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน และระบบรักษาความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่ง PT ถือเป็นผู้นำในตลาดนี้ ส่วนปัจจัยหนุนระยะยาว คือการสนับสนุนให้เกิดคลัสเตอร์หุ่นยนต์ ที่ธุรกิจ SI ถูกมองว่าเป็นจุดเชื่อมระหว่างการผลิตหรือบริการแบบดั้งเดิมไปเป็นระบบอัตโนมัติ โดยสำหรับบริษัทที่ลงทุนเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีการผลิตแล้วใช้ SI ในประเทศอย่างน้อย 30% ของมูลค่าเงินลงทุน จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% จากรายได้ที่มาจากเงินลงทุนนั้นเป็นเวลา 3 ปี เราคาดว่าจะไปเอื้อต่อการรุกธุรกิจด้านนี้ร่วมกับ KDDI ที่เป็นพันธมิตรจากญี่ปุ่น เรายังคงคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ 212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% Y-Y และปีหน้า 230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% Y-Y ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2018-19 เพียง 8-9 เท่า และให้ปันผลสูงถึง 6-7% ต่อปี เราจึงยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 8.80 บาท อิง PE Multiplier 12 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
05
กันยายน
2018
HANA (BUY/19TP: 45), คำสั่งซื้อดูแข็งแกร่งมาก น่าจะหนุนการฟื้นตัวใน 2H18
(views 29)
แนวโน้มคำสั่งซื้อใน 2H18 - 2019 ดูแข็งแกร่ง ภายหลังที่ตลาดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เกิดการ Consolidate เมื่อ 12-18 เดือนก่อน และบริษัทได้รับอานิสงส์เชิงบวกโดยได้รับคำสั่งซื้อมากขึ้น กอปรกับได้รับคำสั่งซื้อจากกลุ่มสินค้า Smart Phone ที่เป็นแบรนด์ในจีน คาดจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ 2H18 เป็นต้นไป แม้ล่าสุดจะมีลูกค้า 1 รายในจีนที่ได้รับผลกระทบจาก Trade War แต่สัดส่วนยังน้อยมาก ซึ่งไม่กระทบต่อบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ในทางกลับกัน ลูกค้าได้เริ่มส่งสัญญาณสนใจฐานการผลิตนอกประเทศจีนแล้ว ทำให้บริษัทอยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิตโรงงานที่ไทย ส่วนโรงงานที่กัมพูชา ซึ่งยังมีกำลังการผลิตเหลืออยู่มาก ก็ได้รับความสนใจมากขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามประเด็น Trade War กันต่อไป แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน เราคาดว่าแนวโน้มกำไรสุทธิจะกลับมาดีขึ้นใน 2H18 และต่อเนื่องไปในปี 2019 แต่จากกำไร 2Q18 ที่ต่ำกว่าคาด เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 9.8% เป็นการลดลงจากปีก่อน -27.8% และคาดจะกลับมาโตอีกครั้งในปี 2019 ราว 15.2% Y-Y เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 45 บาท (อิง PE เดิม 15 เท่า) ยังมี upside 12.5% และคาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลปีนี้ที่ 4.5% จึงแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
กันยายน
2018
SYNEX (BUY/18TP: 20), คาดกำไรสร้างสถิติสูงสุดใหม่ตั้งแต่ 3Q18 และจะยิ่งแรงใน 4Q18
(views 26)
ประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ทำให้เรามั่นใจกับแนวโน้มการเติบโตใน 2H18 มากขึ้น โดยอัตรากำไรขั้นต้นที่ชะลอ และผลขาดทุนใน BAF รวมถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงใน 2Q18 ได้รับการยืนยันว่าเป็นผลกระทบชั่วคราว หลังจากนี้จะเห็นภาพบวกตั้งแต่ยอดขาย ที่จะได้แรงหนุนจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ของ Huawei, Samsung, และ Apple ใน ต.ค.-พ.ย. 18 ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นจะกลับมาเร่งตัวขึ้นจากการต่อรองส่วนลดเงินสดได้มากขึ้น ซึ่งจะหนุนให้อัตรากำไรสุทธิกลับไปยืนเหนือระดับ 2% ได้อีกครั้ง ถ้าอิงการเติบโตของรายได้ใกล้เคียงกับ 1H18 ที่ 13% Y-Y เป็นไปได้สูงที่กำไรสุทธิจะกลับมายืนเหนือ 200 บาทต่อไตรมาสตั้งแต่ 3Q18 ส่วนความกังวลในประเด็นการเติบโตอย่างยั่งยืน เรามองว่าทุกวันนี้ SYNEX กำลัง Disrupt ตัวเองอยู่แล้ว จากการเป็นทั้งผู้จัดการคลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์ให้กับ Dealer บางราย ซึ่งถือเป็นงานบริการที่มีความจำเป็นในธุรกิจ eCommerce เมื่อผนวกกับ PE2018-19 ที่ต่ำเพียง 11-13 เท่า เราจึงยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
05
กันยายน
2018
PTTGC (BUY/18TP: 110), ต่อยอดผลิตภัณฑ์ปลายน้ำเพื่อการเติบโตในอนาคต
(views 47)
เรากลับมา Reinitiate PTTGC ด้วยคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเหมาะสม 110 บาท/หุ้น บน EV/EBITDA ที่ 8.3 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี หรือคิดเป็น Implied PE 11.5 เท่า ในขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบัน ซื้อขายกันเพียง PE 8.4 เท่า และมีปันผลราว 5.4% ซึ่งถือว่าถูกเกินไปเมื่อเทียบกับประโยชน์จากการลงทุนที่จะได้รับในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า จากโครงการ Olefins Reconfiguration และ PO/Polyols ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าที่มีอยู่เดิมและลดความผันผวนของผลกำไรได้ในระยะยาว ในขณะที่ฐานะการเงินแข็งแรงมากเพียงพอสำหรับการลงทุนในอนาคต แม้ในระยะสั้นจะมีความกังวลเรื่องผลกำไรใน 3Q18 ที่ชะลอตัวลงบ้างจากแผนการหยุดซ่อมบำรุงและต้นทุนก๊าซธรรมชาติ
อ่านเพิ่มเติม
04
กันยายน
2018
THMUI (BUY/18TP: 3.1), ลวดสลิงกำลังดึงให้มูลค่าของ THMUI เพิ่มสูงขึ้น
(views 31)
เรายังคงแนะนำซื้อ THMUI ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 3.10 บาท อิง PE Multiplier 20 เท่า โดยเรามีมุมมองเชิงบวกใน 3 ประเด็นคือ (1) กำไรสุทธิ 2H18 มีแนวโน้มเติบโตสูงทั้ง H-H และ Y-Y จากยอดขายลวดสลิงที่จะเร่งตัวขึ้นตามการขยายท่าเรือ และรับรู้งานวางท่อปะปาส่วนที่เหลือ รวมถึงการได้งานวางระบบบำบัดน้ำเสียเพิ่ม (2) อัตรากำไรขั้นต้นจะเริ่มขยับขึ้น จากการให้บริการทดสอบลวดสลิงที่เป็นธุรกิจ High Margin (3) ราคาหุ้นปัจจุบันยังถูกมาก โดยคิดเป็น PE2018-19 เพียง 9-11 เท่า และ PBV 1.3-1.4 เท่า ขณะที่ ROE สามารถสร้างได้ในระดับที่ดีราว 13-15% และให้ปันผลสูง 5% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
04
กันยายน
2018
ASAP (BUY/19TP: 7.5), แผน 3 ปี น่าตื่นเต้นและเป็นไปได้
(views 24)
ASAP ประกาศแผนธุรกิจ 3 ปี ซึ่งน่าตื่นเต้นกว่าที่เราคาดไว้ เราอาจต้องมองข้ามผลประกอบการในปี 2018 เนื่องจากธุรกิจการขายรถหมดสัญญาที่เกิดขึ้นช้ากว่าคาด สำหรับแผนปี 2020 บริษัทตั้งเป้ารถยนต์ให้เช่าที่ 20,000 คัน ซึ่งเติบโตตามความนิยมของลูกค้าองค์กร (การใช้ Outsource ที่มากขึ้น) และการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ Logistic นอกจากนั้นบริษัทจะมีรถหมดสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้นเท่าตัวในปี 2020 หรือราว 3-4 พันคัน ซึ่งการปรับกลยุทธช่องทางการขาย (ขายเองมากขึ้น) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทดีกว่าการขายในรูปแบบเดิม (Wholesale) บนประมาณการณ์กำไรถึงปี 2020 เราคาดว่าจะเห็น ROE ของบริษัทที่ 17% ในปี 2020 จาก 11% ในปี 2018 ซึ่งใกล้เคียงกับผู้ประกอบการในกลุ่มเดียวกัน และคาดกำไรสุทธิน่าจะจะเติบโตที่ 37% ในปี 2019 และ 38% ในปี 2020 เราปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 7.50 บาท อิง PER 25 เท่า (Justified PER g8% และ Ke 10.3%) ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
03
กันยายน
2018
AH (HOLD/18TP: 40), ปรับเป้าลงสะท้อนค่าใช้จ่ายที่มากกว่าคาด แนะนำเพียงถือ
(views 23)
ผลจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เร่งตัวขึ้นมากกว่าคาด และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทลูกที่อ่อนตัวลง ทำให้เราปรับกำไรสุทธิปี 2018-2019 ลง 9% และ 6% เหลือ 1,285 ล้านบาท (+11% Y-Y) และ 1,336 ล้านบาท (+4% Y-Y) ตามลำดับ ส่งผลให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ลดลงจาก 47 บาท เหลือ 40 บาท อิง PE Multiplier 10 เท่า โดยเรามองว่ากำไรสุทธิได้ผ่านช่วงเติบโตสูงไปแล้ว แนวโน้ม 2H18 จะไม่โดดเด่น (คาด -6% Y-Y เหลือ 583 ล้านบาท) เพราะเทียบบนฐานกำไรที่มีการรับรู้ดอกเบี้ยจาก SGAH เหมือนกัน อีกทั้ง ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทลูกจะยังถูกกดดันจากการขยายการลงทุนของ SGAH ในสหรัฐฯ นอกจากนี้ เราคาดว่ายอดผลิตรถยนต์ในประเทศ จะถูกกระทบจากการส่งออกที่มีโอกาสกลับมาชะลอตัว ขณะที่ การลงทุนในวินฟาสท์ที่เวียดนามคาดว่าจะส่งผลบวกเล็กน้อย เพราะมูลค่าทั้งการจำหน่ายแท่นพิมพ์และอุปกรณ์จับยึด รวมถึงทูลลิ่งยังไม่ได้สูงนัก
อ่านเพิ่มเติม
31
สิงหาคม
2018
TACC (BUY/19TP: 4.5), แนวโน้มกำไรจะฟื้นต่อเนื่องใน 2H18 และปี 2019
(views 21)
ข้อมูลที่ได้รับจากประชุมวานนี้ โทนบวก โดยรายได้จากลูกค้าหลัก 7-11 ยังเติบโตดีต่อเนื่อง และสามารถชดเชยการหยุดขายที่กัมพูชาได้ ระยะสั้นมีแผนวางขายเครื่องดื่มโถกดตามฤดูกาลรสโอเลี้ยงใน 3Q18 และ 4Q18 จะกลับมาวางขายเครื่องดื่มช็อคโกแกลต Hershey’s อีกครั้ง แต่จะกลับมาในรูปแบบโถกดถาวรแบบ Optional และล่าสุดบริษัทหาลูกค้ารายใหม่ใน Character Business ได้เพิ่ม 7 ราย รวมจำนวนลูกค้าปัจจุบันที่ 27 ราย คาดเห็นการเติบโตน่าตื่นเต้นของธุรกิจนี้มากขึ้นในระยะถัดไป กอปรกับคาดเห็นการกลับมาของอัตรากำไรขั้นต้นเหนือระดับ 30% อีกครั้งใน 2H18 ภายหลังรับรู้รายได้ขายเครื่องดื่มผงสูตรใหม่น้ำตาลน้อยได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ 3Q18 จึงคาดกำไรจะฟื้นตัวใน 2H18 โดยเฉพาะ 4Q18 ที่เป็น High Season ของธุรกิจ ยังคาดกำไรสุทธิปี 2018 ลดลง 20.8% Y-Y และคาดจะกลับมาโตอีกครั้งในปี 2019 ราว 22.8% Y-Y เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 4.5 บาท (ปรับลด PE ลงเป็น 25 เท่า ใกล้เคียงกลุ่มเครื่องดื่ม จากเดิมที่ 28 เท่า) ยังมี Upside 12% ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
31
สิงหาคม
2018
WORK (SELL/18TP: 37), Rating ขึ้นชั่วคราวจากการถ่ายทอดเอเชียนเกมส์ถึงสิ้นอาทิตย์นี้
(views 22)
Rating ช่อง WPTV เดือนส.ค.ดีดขึ้น จากการเป็นผู้ถ่ายทอดเอเชียนเกมส์ในช่วง 18 ส.ค.-2 ก.ย.นี้ คาดว่าหลังจบกีฬา Rating จะกลับมาระดับเดิมๆ ซึ่งฟื้นตัวช้า และจากกำไร 2Q18 ที่แย่กว่าเราและคาดมาก ขณะที่แนวโน้ม 3Q18 กำไร 3Q18 ฟื้นตัวช้ากว่าเคยคาดต่อเนื่อง จาก Rating ของรายการใหม่ๆ ที่ต่ำ ขณะที่การควบคุมต้นทุนทำได้น้อยกว่าเคยคาด มีต้นทุนค่าลิขสิทธิรายการเอเชียนเกมส์ใน 3Q18-4Q18 เราจึงปรับประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 ลง 27-34% เป็นกำไรลดลงถึง 41.6% จากปีก่อนที่สูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ปรับลงเป็น 37 บาท จากเดิม 48 บาท (DCF) โดยคงคาดกำไร 3Q18 ลดลงมากต่อเนื่อง Y-Y จากฐานสูงใน 2Q17-3Q17 และตืดตามการฟื้นตัวของ Rating หลังการปรับผังรายการรอบใหม่ที่คาดในช่วงต้น 4Q18 คงคำแนะนำ ขาย
อ่านเพิ่มเติม
30
สิงหาคม
2018
ASK (BUY/18TP: 26.2), Impressive Dividend Yield
(views 20)
ASK เป็นบริษัทที่มีความสม่ำเสมอของผลกำไรและยังในทิศทางที่ดีอยู่ โดยทิศทางกำไรใน 2H18 จะดีกว่าครึ่งปีแรกเนื่องจากการปรับส่วนผสมของสินเชื่อที่มี High-Yield loan ให้มากขึ้นและ CoF ที่ยังต่ำลง สิ่งที่เซอร์ไพรส์เราในผลประกอบการล่าสุดคือ NPL ที่ลดลงอย่างน่าประทับใจและต่ำกว่า 3% เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส เราจึงคาดว่าการตั้งสำรองฯน่าจะผ่อนคลายลงในปี 2019 เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019 ที่ 808 ลบ. +5.5%Y-Y ประเด็นดังกล่าวยังไม่น่าสนใจเท่ากับคาดการณ์การจ่ายเงินปันผลในอัตราผลตอบแทนที่ราว 6.7% ต่อปี (จ่ายปีละครั้ง) ซึ่งสูงกว่าธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกันที่จ่ายปันผลที่ราว 4% ต่อปี คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 26.20 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ เป็น dividend play
อ่านเพิ่มเติม
30
สิงหาคม
2018
CHG (BUY/18TP: 2.86), ยังเป็นหนึ่งใน Top Pick ของกลุ่มการแพทย์
(views 23)
โมเมนตัมการเติบโตของกำไรใน 2H18 ยังคงแข็งแกร่งทั้ง H-H และ Y-Y จากอานิสงส์ของ High Season และฐานปีก่อนที่ยังไม่สูง โดยผู้ป่วยเงินสดยังมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นต่อเนื่องและเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนกำไร ซึ่งจากกำไรปกติ 1H18 ที่ดีกว่าคาด ทำให้เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2018 ขึ้น 6% เป็นเติบโต 27.6% Y-Y และยังคงดีกว่าการเติบโตเฉลี่ยของกลุ่มการแพทย์ที่ราว 16% Y-Y เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 2.86 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” และยังเป็นหนึ่งใน Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
30
สิงหาคม
2018
IT (HOLD/18TP: 5), แนวโน้ม 3Q18 ดูชะลอกว่าคาด ปรับลดเป้าและคำแนะนำเป็นถือ
(views 20)
ด้วยแนวโน้มผลประกอบการ 3Q18 ที่อาจชะลอตัวกว่าคาด จากผลของฤดูฝนที่ยาวนานกว่าปกติและปัญหาน้ำท่วมหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อเนื่องให้บรรยากาศการซื้อขายสินค้าไอทีในสาขาต่างจังหวัด ที่มีสัดส่วนราว 60% เป็นไปอย่างเงียบเหงา แต่ค่าใช้จ่ายกลับเร่งตัวขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่ในโลตัส ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ลงจากเดิม 13% เหลือ 73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปี 2018 ลงจาก 6.90 บาทเหลือ 5.00 บาท อิง PE Multiplier 20 เท่า พร้อมกับปรับลดคำแนะนำลงจากซื้อเป็นถือ โดยคาดหวังจะเห็นการฟื้นตัวอีกครั้งใน 4Q18 ที่กำลังซื้อควรจะกลับมาตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season โดยเราให้ switch ไปเป็น SYNEX ชั่วคราว จากลักษณะธุรกิจที่มีความอ่อนไหวต่อการบริโภคของภาคครัวเรือนน้อยกว่า และผลประกอบการ 2H18 ที่จะ Outperform กลุ่มเพราะฐานปีก่อนต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
27
สิงหาคม
2018
BJC (BUY/19TP: 71), แนวโน้มกำไรโตต่อเนื่องใน 2H18 และปี 2019
(views 33)
จากประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โทนค่อนข้างบวก แนวโน้ม SSSG ของ BIGC ในเดือน ก.ค. พลิกเป็นบวก หลังจากที่ติดลบเล็กน้อยใน 2Q18 และอยู่ระหว่างเตรียมเปิดสาขารูปแบบใหม่ที่เน้นสินค้าประเภทอาหาร และกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อดี ในขณะที่กลุ่ม Packaging และ Consumer ยังดูดี แม้ต้นทุนพลังงานและอลูมิเนียมปรับขึ้นใน 2H18 แต่เชื่อว่าจะถูกหักล้างด้วยแนวโน้มต้นทุนเศษแก้วที่ราคาปรับลง รวมถึงราคาน้ำมันปาล์มและน้ำมันมะพร้าวที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ แนวโน้มกำไร 3Q18 อาจทรงตัวถึงปรับขึ้น Q-Q ปัจจัยหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นของ BIGC ที่มักสูงขึ้นใน 3Q เพราะนโยบายการนับสต็อก และคาดกำไร 4Q18 จะโตต่อทำจุดสูงสุดของปี เพราะจะเริ่มดำเนินการผลิตโรงงานแก้วแห่งใหม่ และคาดจะปรับโครงสร้างภาษีแล้วเสร็จ ยังคาดกำไรสุทธิปี 2018-2019 เติบโต 26% Y-Y และ 21% Y-Y ตามลำดับ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 71 บาท (อิง DCF) ยังมี Upside 24.6% แนะนำ ซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
27
สิงหาคม
2018
PRM (BUY/18TP: 9), บรรยากาศเดินเรือหลังผ่านมรสุมงดงามเสมอ “ซื้อ”
(views 26)
เรากลับมาแนะนำซื้อ PRM โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 9.00 บาท อิง PE Multiplier ที่ 22 เท่า ปัจจัยหนุนอยู่ที่การฟื้นตัวของกำไรสุทธิ 2H18 ที่จะโดดเด่นทั้ง H-H และ Y-Y จากการปรับปรุงธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศและธุรกิจจัดเก็บน้ำมันดิบที่มีผลขาดทุนให้กลับมามีกำไร ทั้งในรูปแบบของการหาตลาดใหม่ เปลี่ยนสัญญาเช่า และลดขนาดธุรกิจ ซึ่งถ้าอิงจากอัตราการใช้บริการของเรือเหล่านี้ที่สูงกว่า 90% แน่นอนว่าจะไม่เห็นผลขาดทุนอีกใน 2H18 กอปรกับ เป็นช่วงรวมผลประกอบการของ Big Sea ในสัดส่วนการถือหุ้น 70% ซึ่งช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีกำไรเฉลี่ยราว 100 ล้านบาทต่อปี เราคาดกำไรสุทธิของ PRM ปีนี้จะจบที่ 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% Y-Y และจะเพิ่มขึ้นอีก 28% Y-Y เป็น 1,277 ล้านบาทในปีหน้า ขณะที่ ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2018-19 เพียง 14-18 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 33 เท่า ทั้งที่ PRM สร้าง ROE ได้สูงถึง 19% มากกว่าค่าเฉลี่ยที่ทำได้เพียง 7% และคาดว่าปันผลจะทรงตัวในระดับที่ดี 4-5% ต่อปี ความเสี่ยงในการเข้าลงทุนระยะนี้จึงถือว่าจำกัดมาก
อ่านเพิ่มเติม
24
สิงหาคม
2018
BCH (T-BUY/18TP: 19.2), แนวโน้มยังดี แต่ Upside เริ่มจำกัด
(views 25)
แนวโน้มการเติบโตของกำไร 3Q18 คาดว่ายังดีจากอานิสงส์ของ High Season และมีปัจจัยหนุนจากการบันทึกรายได้ส่วนเพิ่มในฝั่งค่าภาระเสี่ยงของประกันสังคม ภาพรวมกำไร 2H18 ต่อเนื่อง 2019 ยังแข็งแกร่งโดยยังไม่มีแรงกดดันจากการเปิดโรงพยาบาลใหม่และได้แรงหนุนจากการตรวจสุขภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาของภาครัฐ เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกตีปี 2018-2020 ขึ้น 6-10% สะท้อนการเติบโตในช่วง 1H18 ที่เด่นกว่าคาดและปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2018 ขึ้นเป็น 19.20 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 20% QTD ซึ่งสะท้อนปัจจัยบวกไปมากพอสมควร เราจึงปรับคำแนะนำลงจากเดิม “ซื้อ” เป็น “ซื้อเก็งกำไร”
อ่านเพิ่มเติม
24
สิงหาคม
2018
PCSGH (BUY/18TP: 11), ปรับลดเป้า แต่คาดกำไร 2H18 จะดีสุดในกลุ่ม ยังแนะนำซื้อ
(views 28)
เราปรับลดประมาณการในระยะยาวลง จากการปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มากกว่าคาด ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรวมโรงงานในยุโรปที่ยังไม่สามารถลดต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายได้ในทันที ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ตามวิธี DCF (WACC 8.5%, Terminal Growth 2%) ลดลงจาก 13 บาท เหลือ 11 บาท แต่ด้วยธุรกิจในไทยยังอยู่ในโมเมนตัมที่ดี กำลังการผลิตอยู่ในระดับสูงราว 85% และมีการควบคุมต้นทุน รวมถึงการเพิ่มสินค้าในกลุ่มอัตรากำไรขั้นต้นสูงเข้ามาต่อเนื่อง อีกทั้ง ต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะอะลูมีเนียมที่ลดลง ยังทำให้ Yield การผลิตเพิ่มสูงขึ้นด้วย ซึ่งเมื่อผนวกกับฐาน 2H17 ที่ต่ำ ทำให้เราคาดว่าผลประกอบการ 2H18 จะออกมาดีกว่ากลุ่ม เรายังคงคำแนะนำซื้อ และให้เป็น Top Pick ของกลุ่มยานยนต์ในระยะนี้
อ่านเพิ่มเติม
24
สิงหาคม
2018
SVI (BUY/19TP: 6.6), สถานการณ์กลับมาเอื้อต่อบริษัทอีกครั้ง และดีกว่าที่เคยคาด
(views 26)
ข้อมูลจากประชุมวานนี้ โทนบวกมาก ผู้บริหารให้ภาพคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งใน 2H18 และต่อเนื่องไปในปี 2019 โดยปรับเป้ารายได้ในปี 2018 ขึ้น 9% เป็น US$480 ล้าน และจะโตต่อเนื่องเป็น US$640 ล้านในปี 2019 ส่วนปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบคลี่คลายลงไปมากจนเกือบปกติ และทำให้บริษัทสามารถสร้างอัตรากำไรขั้นต้นกลับสู่ระดับที่เคยทำได้ 9% - 10% อีกครั้ง โดยมองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วใน 1Q18 คาดกำไรจะโตต่อเนื่องใน 2H18 หลังจากที่ฟื้นตัวได้น่าประทับในใจ 2Q18 ด้วยคำสั่งซื้อล่วงหน้าที่ทำจุดสูงสุดใหม่ในปีหน้า ทำให้บริษัทได้ทยอยขยายกำลังการผลิตที่ไทย และยุโรปต่อเนื่อง ซึ่งใช้เวลาไม่นานเพียงติดตั้งเครื่องจักร โดยผู้บริหารมั่นใจว่าจะสามารถรองรับคำสั่งซื้อได้ทั้งหมด ด้วยสถานการณ์ที่กลับมาเอื้อต่อการทำธุรกิจของบริษัทอีกครั้ง และดีกว่าเดิมที่เราเคยคาด ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 – 2019 ขึ้น 12% และ 15% เป็นการเติบโต 50% Y-Y และ 20% Y-Y ตามลำดับ ภายใต้สมมติฐานที่ Conservative กว่าเป้าหมายของบริษัท และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 6.6 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 23.4% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
สิงหาคม
2018
CK (BUY/18TP: 34), รับปัจจัยบวกจากการเร่งประมูลงานในช่วงปลายปี
(views 20)
ผู้บริหารคงเป้ารายได้ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท โดย 1H18 เป็น 50% ของทั้งปี ซึ่งยังสอดคล้องกับประมาณการของเรา โดยรายได้ 2H18 น่าจะทำได้ดีขึ้น H-H ตามความคืบหน้าของงานก่อสร้างที่เร่งตัวขึ้น แม้งานภาครัฐมีความล่าช้า แต่เชื่อว่าจะเปิดประมูลได้ใน 4Q18 กว่า 7.8 แสนล้านบาท โดยเราคาดว่า CK จะได้รับงานเข้ามาเติมอย่างน้อย 3 หมื่นล้านบาท บน Succession rate 20% ช่วยลดความกังวลกับ Backlog ที่อยู่ในระดับไม่สูงราว 5.96 หมื่นล้านบาท รองรับรายได้เพียง 2 ปี ขณะที่ราคาหุ้น Discount NAV ของบริษัทลูกถึง 27% ประกอบกับงานประมูลของภาครัฐที่เริ่มมีความชัดเจนขึ้น และคาดเปิดประมูลได้ใน 4Q18 น่าจะเป็นปัจจัยบวกหนุนราคาหุ้นได้ จึงคงคำแนะนำซื้อลงทุน ราคาเหมาะสม 34 บาท
อ่านเพิ่มเติม
22
สิงหาคม
2018
ASEFA (HOLD/18TP: 5), กำไร 2Q18 ยังไม่ประทับใจ แต่หวังครึ่งปีหลังดีขึ้น
(views 25)
กำไร 2Q18 ลดลง 3.0% Q-Q, 24.1% Y-Y กำไร 1Q18 ที่ 52 ล้านบาท ลดลง 3.0% Q-Q, 24.1% Y-Y น้อยกว่าคาด กำไรลดลงเล็กน้อย Q-Q จาก Gross margin ต่ำสุดในรอบ 2.5 ปี เหลือ 22.0% (อดีตปี 2016-2017 ที่ 23-25.6%) จากการแข่งขันด้านราคาในธุรกิจมากขึ้นมาตั้งแต่ต้นปีก่อน เนื่องจากการลงทุนโดยรวมขยายตัวช้า ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 23.4% หักล้างรายได้ขายและบริการรวมที่เพิ่มขึ้น 6.0% กำไรลดลงมาก Y-Y จากทั้งรายได้รวมลดลง 4.5% Y-Y Gross margin ลดลงจาก 2Q17 ที่ 23.3% รวมทั้งค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น Y-Y จากการขยายการลงทุนด้านการตลาด
อ่านเพิ่มเติม
22
สิงหาคม
2018
KTC (BUY/18TP: 35), ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรและราคาเหมาะสมขึ้น
(views 31)
คงคำแนะนำ ซื้อ และปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 35 บาท อิงกับประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ใหม่ที่ 5.1 พันลบ. EPS 1.98 บาท โดยเราได้ปรับเพิ่มประมาณการจาก Credit cost และหนี้สูญรับคืนที่คาดว่าจะน้อยกว่าคาดเนื่องจากคุณภาพลูกหนี้ที่ดีขึ้น และการเก็บหนี้ทำได้ดีอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้เราปรับ Loan spread เพิ่มขึ้นจากส่วนผสมของพอร์ตสินเชื่อบุคคลที่เพิ่มขึ้น และในเร็วๆนี้มีแผนธุรกิจใหม่ในสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์และพิโกไฟแนนซ์ ซึ่งเป็น High-Yield loan
อ่านเพิ่มเติม
21
สิงหาคม
2018
BDMS (BUY/18TP: 29), 2H18 เริ่ม Normalized แต่ระยะยาวยังแข็งแกร่ง
(views 39)
แนวโน้มกำไร 3Q18 อาจไม่ใช่ไตรมาสที่ดีที่สุดของปี แต่คาดว่ายังเติบโตได้แข็งแกร่งทั้ง Q-Q และ Y-Y จากอานิสงส์ของ High Season ขณะที่แนวโน้มการเติบโตระยะยาวยังแข็งแกร่งจากการใช้ประโยชน์เครือข่ายโรงพยาบาลที่มากที่สุดในประเทศ และการเติบโตที่โดดเด่นของลูกค้าในกลุ่มประกันซึ่ง BDMS เริ่มมีการจับมือออกแพคเกจร่วมกันและคาดเห็นผลบวกมากขึ้นต่อเนื่อง รวมถึง Margin ที่ขยายตัวจากการพัฒนา Center of Excellent โดยเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018-2020 เติบโตเฉลี่ย 15.7% ต่อปี ราคาหุ้นอาจอ่อนตัวเป็นบางช่วงจากผลของการทยอยแปลงสภาพหุ้นกู้ แต่เรามองจังหวะดังกล่าวเป็นโอกาสในการเข้า “ซื้อ” โดยยังคงราคาเหมาะสมที่ 29 บาท
อ่านเพิ่มเติม
21
สิงหาคม
2018
TVO (BUY/18TP: 35), ราคาถั่วเหลืองไม่สดใส แต่ปันผลดีปีละ 7%
(views 24)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนกลางๆ ระยะสั้นแนวโน้มราคาถั่วเหลืองอาจอ่อนตัวลงได้อีกจนถึงเดือน ต.ค. จากช่วง Harvest Pressure โดยมองกรอบล่างไม่ต่ำกว่า US$7.8 ต่อบุชเชล (ต้นทุนชาวไร่) และเมื่อผ่านช่วงเก็บเกี่ยวของสหรัฐฯในเดือน ก.ย. – ต.ค. คาดเห็นราคาถั่วเหลืองกลับมาปรับขึ้นโดยมองกรอบบนไว้ที่ US$9.4 - US$9.8 ต่อบุชเชล ทั้งนี้ Upside ของราคาถั่วเหลืองในแง่พื้นฐานดูค่อนข้างจำกัดเพราะคาดการณ์ภาวะถั่วเหลืองโลกปีหน้าจะกลับมาเกินดุลอีกครั้ง จากผลผลิตที่จะสูงขึ้นทั้งสหรัฐ และอาร์เจนติน่า ในขณะที่ Trade War อาจจะสร้างความผันผวนให้ราคาถั่วเหลืองต่อไป แต่มีข่าวบวกคือ จีนเริ่มส่งสัญญาณต้องการซื้อน้ำมันถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองจากประเทศในเอเชีย ภายหลังโรงสกัดหลายแห่งเริ่มประสบผลขาดทุน เพราะต้องหันไปนำเข้าถั่วเหลืองจากบราซิลซึ่งมีราคาสูงขึ้น ถ้าเป็นจริง TVO อาจได้รับอานิสงส์บวกไปด้วย เพราะเป็นโรงสกัดที่ใหญ่สุดในอาเซียน ส่วนแนวโน้มกำไร 3Q18 อาจชะลอตัว เพราะจากเหตุน้ำท่วมหลายพื้นที่ กระทบต่อภาวะการเลี้ยงสัตว์ และคาดกำไรจะกลับมาดีขึ้นอีกครั้งใน 4Q18 หลังรับรู้ต้นทุนถั่วเหลืองล็อตใหม่ที่ถูกลงจากสหรัฐฯ แต่เราปรับลดกำไรสุทธิปีนี้ลง 7.8% สะท้อนกำไร 3Q18 เป็นกำไรเติบโต 54% Y-Y และคาดกำไรสุทธิปี 2019 อาจทรงตัว โดยความผันผวนอยู่ที่ราคาถั่วเหลืองเป็นหลัก และปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้ลงเป็น 35 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ยังมี Upside 13% และคาด Dividend Yield ปีนี้ราว 7% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
20
สิงหาคม
2018
CENTEL (HOLD/18TP: 45), การเติบโตจำกัดมากขึ้นในปี 2019
(views 32)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์โทนค่อนไปในเชิงลบ แนวโน้มกำไร 3Q18 คาดว่ายังไม่โดดเด่นจากธุรกิจโรงแรมที่ยังถ่วง ขณะที่แนวโน้มการเติบโตในปี 2019 คาดว่าจะท้าทายและจำกัดมากขึ้นเนื่องจาก 2 โรงแรมหลักที่สมุยและ CTW จะมีการปิด Renovation รวมถึงการต่อสัญญาเช่าที่ดินจากการรถไฟที่หัวหิน ส่งผลให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 ลง 8-13% โดยคาดเติบโต 8.9% Y-Y ในปีนี้และชะลอลงเหลือเพียง 4.3% ในปี 2019 ส่งผลให้ราคาเหมาะสมถูกปรับลงเหลือ 45 บาท และเราลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ
อ่านเพิ่มเติม
20
สิงหาคม
2018
FSMART (HOLD/18TP: 9.8), กำไร 2Q18 ฟื้นช้า ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ปันผลตามคาด
(views 27)
กำไร 2Q18 เพิ่ม 3.7% Q-Q, 4.6% Y-Y กำไร 2Q18 ที่ 150 ล้านบาท ต่ำกว่าคาด 4% (คาด 156 ล้านบาท) เพิ่ม 3.7% Q-Q, 4.6% Y-Y เป็นกำไรฟื้นตัวต่อเนื่องจากระดับต่ำสุดใน 4Q17 โดยรายได้รวมเพิ่ม 0.6% Q-Q, 8.1% Y-Y Gross margin ที่ 21.5% ใกล้เคียงไตรมาสก่อน แต่ลดลงจาก 2Q17 ที่ 24.9% เนื่องจากปีก่อนเร่งขยายตู้มาก ค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง 7.2% Q-Q จากการควบคุมต้นทุนดำเนินงาน
อ่านเพิ่มเติม
20
สิงหาคม
2018
CMAN (BUY/18TP: 3.8), ราคาหุ้นยังไม่ตอบรับปีทองของปูนไลม์
(views 25)
เรากลับมาจัดทำบทวิเคราะห์ CMAN และเริ่มต้นด้วยคำแนะนำซื้อ โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 ด้วยวิธี Relative PE ได้เท่ากับ 3.80 บาท อิง PE Multiler 18 เท่า ความน่าสนใจในการลงทุนอยู่ที่อัตราการเติบโตที่สูงและ Valuation ที่ไม่แพง โดยเราคาดกำไรสุทธิปีนี้เพิ่มขึ้นถึง 86% Y-Y อยู่ที่ 204 ล้านบาท จาก (1) ยอดขายปูนไลม์และหินยังอยู่ในระดับสูงตามความต้องการของโรงงานน้ำตาล (2) ได้รับผลดีจากการอ่อนค่าของเงินบาท เพราะรายได้กว่า 60% มาจากการส่งออก (3) อัตรากำไรขั้นต้นจะเร่งตัวขึ้นใน 2H18 จากการโยกกำลังการผลิตไปโรงงานใหม่ที่มีอัตรากำไรสูงกว่าเดิม (4) แนวโน้มดอกเบี้ยจ่ายจะลดลงจากการ Refinance หนี้ ส่วนในด้าน Valuation ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายใกล้เคียงมูลค่าทางบัญชี และคิดเป็น PE2018-19 เพียง 12-15 เท่า ต่ำกว่า SUTHA และค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 18-20 เท่า อีกทั้งยังมีปันผลในระดับที่ดีราว 3-4% ต่อปี การเข้าลงทุนในช่วงนี้จึงมีความเสี่ยงขาลงที่จำกัดมาก
อ่านเพิ่มเติม
20
สิงหาคม
2018
TOP (HOLD/18TP: 88), แนวโน้มครึ่งปีหลังฟื้นตัว ในขณะที่ความกังวลเรื่องเพิ่มทุนลดลง
(views 19)
จากการประชุมนักวิเคราะห์ แนวโน้มผลประกอบการของ TOP คาดว่าจะฟื้นตัวได้ดีใน 2H18 จากทั้งธุรกิจโรงกลั่นที่เริ่มเข้าสู่ฤดูหยุดซ่อมบำรุงในสหรัฐและต้นทุน Crude Premium ที่ลดลงราว 12% Q-Q รวมไปถึงธุรกิจอโรมาติกส์ที่ Supply มาช้ากว่าคาด ทั้งหมดนี้จะช่วยหนุนให้ GRM 3Q18 ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ $6/บาร์เรล (+50.0% Q-Q) แต่จะไม่มี Stock gain หลังน้ำมันดิบดูไบยังทรงตัวจากไตรมาสก่อน นอกจากนี้ ประเด็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนในโครงการ CFP จะช่วยให้ TOP ลดเงินลงทุนไปได้ราว 13.5% ซึ่งจะลดความกังวลในกระแสเงินสดและความไม่แน่นอนของฐานะการเงินในอนาคตลงได้
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2018
RS (BUY/18TP: 20), ปรับลดประมาณการทั้งปี แต่ยังแนะนำ ซื้อ คาด 2H18 ดีขึ้น
(views 22)
คาดกำไรปกติผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q18 ที่ต่ำกว่าเราและตลาดคาด โดยแนวโน้มกำไรปกติดีขึ้นในครึ่งปีหลัง จากยอดขายสินค้ากลุ่ม MPC ฟื้นตัวหลังจากได้รับผลกระทบจากการปราบสินค้าเถื่อนและการคุมโฆษณาในไตรมาสก่อน Y-Y แม้ได้รับผลกระทบในช่วงกลางไตรมาสจากการปราบของเถือนในตลาด และคาดอัตราใช้เวลาโฆษณา (U-Rate) ช่อง 8 ดีขึ้น กอปรกับการควบคุมต้นทุน อย่างไรก็ตาม เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2018 ลง 22% แต่ปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิไม่มาก 5% และปี 2019 ปรับลดคาดการณ์กำไรปกติ 17% ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ปรับลงเป็น 20 บาท จากเดิม 23 บาท ขณะที่ราคาหุ้นปรับลงมามี Upside มาก คงคำแนะนำ ซื้อ ทั้งนี้ จ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.25 บาท คิดเป็น Yield 1.6%
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2018
SAWAD (T-BUY/18TP: 41.4), กำไรจะดีขึ้นใน 2H18
(views 27)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผบห.กล่าวว่าบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในการตั้งสำรองฯของกลุ่ม จากเดิม “ไม่หักหลักประกัน” เป็น “หักหลักประกัน” ซึ่งจะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายสำรองฯของบริษัทจะ “ลดลง” ตั้งแต่ 3Q18 เป็นต้นไป เราปรับลดประมาณการสำรองฯลง 15% จากประมาณการเดิม และปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 3.6% เป็น 2,496 ลบ. (-6.4%Y-Y) เรามองเป็นกลางเพราะถึงแม้นโยบายสำรองฯใหม่จะกระตุ้นกำไรสุทธิได้แต่บริษัทอาจเผชิญความเสี่ยงที่ผันผวนตามเศรษฐกิจในระดับสูงขึ้น ประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรใหม่ที่ 41.40 บาท (เดิม 40 บาท) แต่ de-rated PER ลงมาที่ 18 เท่า (Discount จาก ROE ที่ลดระดับลง) และ 2018 Prospective EPS ที่ 2.30 บาท คงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2018
BH (BUY/18TP: 210), การเติบโตเริ่มท้าทายมากขึ้น แต่ยังแนะนำ “ซื้อ”
(views 25)
เราคาดว่าแนวโน้มการเติบโตของ BH เริ่มมีความท้าทายมากขึ้น โดยระยะสั้นกำไร 2H18 คาดว่าจะโตจำกัดมากขึ้นจากฐานที่สูงใน 2H17 ขณะที่ระยะกลาง-ยาวตลาดต่างประเทศยังอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างฐานลูกค้าที่เคยเน้นกลุ่มตะวันออกกลางเป็นหลักมายังภูมิภาคใกล้เคียงอย่างอินโดจีนมากขึ้น ขณะที่ Margin คาดว่าขยายตัวได้จำกัดมากขึ้นเนื่องจากปัจจุบันอยู่ในระดับสูงกว่าคู่แข่งมาก เราจึงปรับประมาณการกำไรปกติปี 2018-2020 ลงเล็กน้อย 3-5% ทำให้การเติบโตเฉลี่ยลดลงเหลือ 6.1% ต่อปี ขณะที่ราคาเหมาะสมปรับลงเหลือ 210 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบดังกล่าวไปพอสมควรแล้วและยังมี Upside เปิดกว้าง จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
AP (HOLD/18TP: 10), กำไร 2Q18 ดีตามคาด หนุนจากยอดโอน และส่วนแบ่ง JV
(views 18)
กำไรสุทธิ 2Q18 โตสดใส +46% Q-Q, +93% Y-Y AP รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 1,183 ล้านบาท (+46% Q-Q, +93% Y-Y) หากตัดกำไรจากการขายเงินลงทุนราว 5.2 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 1,178 ล้านบาท (46% Q-Q, +113% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด แต่ดีกว่าตลาดคาด 7% กำไรที่เติบโตเด่นทั้ง Q-Q และ Y-Y มาจากยอดโอนที่เพิ่มขึ้น 18% Q-Q และ 36% Y-Y แตะระดับ 6.3 พันล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ : คอนโดที่ 74 : 26 จากทั้งแนวราบที่มีทำยอดขายของโครงการเดิมและใหม่ได้ดีต่อเนื่อง บวกกับการเริ่มโอนคอนโด Luxury อย่าง Vittorio มูลค่า 3.2 พันล้านบาท มียอดขายแล้ว 55% นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ JV ที่ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 522 ล้านบาท (+437% Q-Q, +374% Y-Y) จากการเริ่มโอนคอนโดขนาดใหญ่อย่าง Life Asoke มูลค่า 7.5 พันล้านบาท มียอดขายแล้ว 99% ซึ่งโอนไปแล้วราว 38% ภายใน 2 เดือน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 34.7% จาก 35.3% ใน 1Q18 จากการโอนโครงการที่มีมาร์จิ้นต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
BDMS (BUY/18TP: 29), กำไร 2Q18 ใกล้เคียงคาด คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 28)
กำไร 2Q18 ใกล้เคียงคาด แต่ยังโตแรง Y-Y BDMS ประกาศกำไรปกติ 2Q18 ออกมาที่ 2,043 ลบ. -30% Q-Q, +28% Y-Y อ่อนกว่าที่เราคาดเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามในแง่การดำเนินงานโดยภาพรวมของ BDMS ถือว่าทำให้ใกล้เคียงคาดโดยรายได้เติบโตดี 9.4% Y-Y ซึ่งมาจากฝั่งผู้ป่วยไทยเป็นหลักโดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างจังหวัดตามโรคระบาดที่มากกว่าปีก่อนและการบริโภคในประเทศที่ฟื้น ขณะที่การควบคุมต้นทุนยังทำได้ค่อนข้างดี ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นเป็น 20.8% ในไตรมาสนี้จาก 19.8% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
AMATA (BUY/18TP: 30), กำไรปกติ 2Q18 แย่กว่าคาดจากการโอนที่ดินน้อยกว่าคาด
(views 25)
กำไรปกติ 2Q18 แย่กว่าคาดมากเพราะโอนที่ดินได้น้อย ที่ดินที่โอนมีมาร์จิ้นต่ำ AMATA รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 187.7 ล้านบาท แต่เป็นกำไรจากการขายโรงงานให้เช่าในนิคมฯเวียดนามและกำไรจาก FX หากตัดรายการพิเศษออก กำไรปกติเหลือเพียง 52.7 ล้านบาท -88.7% Q-Q, -77.6% Y-Y แย่กว่าคาดมาก สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการโอนที่ดินน้อยกว่าคาด โดยใน 2Q18 โอนที่ดินได้ 71 ไร่ (ไทย 46 ไร่ + เวียดนาม 25 ไร่) น้อยกว่าการโอนที่ดินใน 1Q18 ที่โอนได้ 107 ไร่ (ไทย 37 ไร่ + เวียดนาม 70 ไร่) และ 2Q17 ที่โอนได้ 112 ไร่ (ในไทยทั้งหมด) และที่ดินส่วนใหญ่ที่โอนในไตรมาสนี้อยู่ในโครงการอมตะไทย-ไชนีสซึ่งมีราคาและอัตรากำไรไม่สูง ทำให้รายได้จากการโอนที่ดินใน 2Q18 เป็น 277 ล้านบาท -47.2% Q-Q, -35.5% Y-Y เป็นสาเหตุหลักที่ฉุดรายได้รวม เพราะรายได้จากการขายสาธารณูปโภคและค่าเช่าโรงงานสำเร็จรูปมีการเติบโตต่อไตรมาส 1-2% ในไตรมาสนี้มีรายได้รวมกัน 613 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
BGRIM (BUY/18TP: 32), กำไรสุทธิ 2Q18 ลดลงมาก แต่กำไรปกติยังเพิ่มเป็นขาขึ้น
(views 24)
กำไรสุทธิถูกกระทบจาก FX Loss แต่กำไรปกติยังเพิ่มเป็นขาขึ้นดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 215 ล้านบาท ลดลง 70.2% Q-Q, 48.8% Y-Y หากไม่รวม FX Loss จากค่าเงินบาทอ่อนค่า และค่าใช้จ่ายพิเศษไม่ประจำอื่นๆ จะเป็นกำไรปกติที่ 688 ล้านบาท เพิ่ม 34.4% Q-Q, 51.9% Y-Y จากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ABP3 (133 MW ถือหุ้น 55%) ผลิตเต็มไตรมาสหลังเริ่ม COD ต้นปี และโครงการ ABPR4 (133 MW ถือหุ้น 55%) เริ่ม COD มิ.ย. รายได้ขายไฟโครงการที่ลาวเพิ่ม Q-Q และดอกเบี้ยจ่ายลดลงกว่าคาด จากการทำ Refinancing แม้ต้นทุนบริการเพิ่มกว่าคาด และค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่ม
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
BJC (BUY/18TP: 61), กำไร 2Q18 ดีตามคาด และจะดีต่อเนื่องใน 2H18
(views 18)
กำไร 2Q18 ทำได้ดีตามคาด กำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 1,396 ล้านบาท (-3.4% Q-Q, +40.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 1,374 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุนและขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาสก่อน กำไรปกติในไตรมาสนี้จะทรงตัว Q-Q ถือเป็นกำไรที่ดีและสวนทางกลุ่มที่มีกำไรลดลง Q-Q โดยมีการเติบโตที่ดีทั้ง 3 ธุรกิจ 1) Retail แม้ BIGC จะมี SSSG ทำได้เพียง +0.5% Y-Y แต่ด้วยผลของสาขาใหม่ โดยมีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งที่สัตหีบ และยังรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี ทำให้มีกำไรสุทธิ +9% Q-Q, +14% Y-Y 2) Consumer มีการฟื้นตัวที่ดีต่อเนื่อง โดยรายได้เติบโต +7.8% Y-Y แต่แผ่วลงเล็กน้อย -2.5% Q-Q แต่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น +5.5% Q-Q และ +107% Y-Y ส่วนหนึ่งได้อานิสงส์จากเทศกาลบอลโลก และมีการรวมกับวีนาเปเปอร์เต็มไตรมาส 3) Healthcare and Technical ที่มีรายได้กลับมาฟื้นตัว +11% Q-Q และ +21.5% Y-Y และมีกำไรสุทธทรงตัว Q-Q และ +18.5% Y-Y ซึ่งทั้ง 3 ธุรกิจนี้สามารถชดเชยการแผ่วลงของธุรกิจ Packaging ที่มีกำไรสุทธิลดลง -11% Q-Q, -6.3% Y-Y จากเหตุประสบปัญหาสายการผลิตขัดข้องที่มาเลเซีย (มีประกันภัยครอบคลุม) ส่งผลให้รายได้รวมในไตรมาสนี้ +5.3% Q-Q, +5.2% Y-Y และมีอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวได้อยู่ที่ 18.8% จาก 18.9% ใน 1Q18 แต่เพิ่มขึ้นจาก 18.3% ใน 2Q17 ในขณะที่คุมค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 20.6% จาก 20.5% ใน 1Q18 และเพิ่มขึ้น 20.2% ใน 2Q17 และเห็นพัฒนาการการลดลงของอัตราภาษีจ่ายเป็น 22.3% จาก 25.6% ใน 1Q18 และ 32.7% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
CENTEL (BUY/18TP: 54), กำไร 2Q18 ออกมาตามคาด
(views 21)
กำไรปกติ 2Q18 ลดลง Q-Q และ Y-Y ตามคาด CENTEL ประกาศกำไรปกติ 2Q18 ออกมาตามคาดที่ 372 ลบ. -57.9% Q-Q จากผลของ Low Season และ -6.7% Y-Y จากฐานที่สูงในปีก่อนเพราะภาษีจ่ายต่ำกว่าปกติมาก ธุรกิจโรงแรมยังคงเติบโตแม้ Rev Par ในภาพรวมจะติดลบราว 1.4% แต่ชดเชยได้จากการลงทุนใหม่ๆทั้งโรงแรม Centra ศูนย์ราชการและ COSI สมุย ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจอาหารแม้ Total System Sales Growth จะโตดีราว 10% Y-Y แต่ Same Store Sales Growth ทำได้เพียงทรงตัวจากปีก่อน ขณะที่ Margin หดตัว ส่งผลให้กำไรสุทธิของธุรกิจลดลง
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
CK (BUY/18TP: 34), กำไร 2Q18 ตามคาด ..2H18 คาดเร่งขึ้นตามความคืบหน้าก่อสร้าง
(views 19)
กำไรสุทธิ 2Q18 โต 79.5% Q-Q แต่หดตัว 19% Y-Y จากฐานรายได้ที่สูง CK รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 541 ล้านบาท (+79.5% Q-Q แต่ -19% Y-Y) เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด กำไรที่โตเด่น Q-Q มาจากเงินปันผลรับจาก TTW ราว 232 ล้านบาท บวกกับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 37% Q-Q เป็น 274 ล้านบาท มีแรงหนุนหลักจาก BEM ที่มีการบันทึกกำไรพิเศษการขายเงินลงทุน ส่วนการหดตัวของกำไร Y-Y จากรายได้จากงานก่อสร้างลดลง 38% Y-Y อยู่ที่ 7.6 พันล้านบาท สาเหตุหลักคือฐานรายได้ที่สูงใน 2Q17 ประกอบกับโครงการที่มูลค่ามากที่สุดอย่างไซยะบุรีเข้าสู่ช่วงปลายโครงการ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 7.8% ปรับลดเล็กน้อยจาก 8% ใน 1Q18 และ 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
CPN (BUY/18TP: 93), กำไร 2Q18 โตต่อเนื่องตามคาด แนวโน้มเติบโตต่อใน 2H18
(views 26)
กำไร 2Q18 โตต่อเนื่องตามคาด +4.0% Q-Q, +18.2% Y-Y CPN รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 2,935 ล้านบาท +4.0% Q-Q, +18.2% Y-Y เป็นไปตามเราและตลาดคาด เป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้ในไตรมาสนี้ +14.8% Q-Q, +23.9% Y-Y จากอัตราค่าเช่าเฉลี่ยของศูนย์เดิม (Same store rental rate) เพิ่มขึ้น 3.0% Y-Y เป็น 1,655 บาท/ตรมเดือน รวมถึงการรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากเซ็นทรัลโคราชและมหาชัยที่เปิดตั้งแต่ พ.ย. 2017 และรายได้ที่ดีขึ้นของเซ็นทรัลพลาซ่าพระราม 3 หลังจากปิดปรับปรุงใหญ่แล้วเสร็จในปี 2017 ในส่วนของรายได้จากอาหารและเครื่องดื่มเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงรายได้การโอนคอนโด Escent เพิ่มต่อเนื่องเช่นกัน อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจากไตรมาสก่อนๆที่อยู่ที่ระดับ 50% เป็น 48% เพราะการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าไฟฟ้าซึ่งเป็นต้นทุนหลัก (30% ของค่าเช่าและค่าบริการ) และต้นทุนการดำเนินการและค่าเสื่อมราคาของศูนย์ใหม่ที่เปิด
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
GFPT (BUY/18TP: 14.5), กำไร 2Q18 ฟื้นตามคาด และจะดีต่อเนื่องใน 3Q18
(views 19)
กำไร 2Q18 ฟื้นตัวใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 212 ล้านบาท (+45.2% Q-Q, -57.1% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 220 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 14 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 198 ล้านบาท (+12.5% Q-Q, -58.6% Y-Y) สาเหตุที่กำไรลดลง Y-Y มาจากฐานที่สูงในปีก่อน ค่าเงินบาทแข็งค่า และราคาไก่ในประเทศลดลง -19% Y-Y ส่วนกำไรที่กลับมาฟื้นตัว Q-Q ส่วนหนึ่งเพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลของการส่งออก โดยมีปริมาณไก่ส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 7,900 ตัน (+9.7% Q-Q, +5.3% Y-Y) แต่ด้วยผลของค่าเงินบาทที่แข็งค่าราว 7% Y-Y ทำให้รายได้รวมลดลง 4.4% Y-Y แต่โตได้เล็กน้อย 0.6% Q-Q รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นเป็น 14.8% จาก 13.1% ใน 1Q18 ในขณะที่มีค่าใช้จ่ายปรับขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นเป็น 8.5% จาก 7.9% ใน 1Q18 และ 7.7% ใน 2Q17 สำหรับส่วนแบ่งผลประกอบการจากบริษัทร่วมดีขึ้น โดยส่วนแบ่งขาดทุนจาก GFN ลดลงเป็น -45ล้านบาท จาก -54 ล้านบาทใน 1Q18 และส่วนแบ่งกำไรจาก McKey ขยับขึ้นเป็น 23ล้านบาท จาก 12 ล้านบาทใน 1Q18
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
SAPPE (BUY/18TP: 29), กำไร 2Q18 ต่ำกว่าคาด แนวโน้มกำไร 2H18 จะแผ่วลงตามฤดูกาล
(views 24)
กำไร 2Q18 ต่ำกว่าคาด จากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ปรับขึ้นแรง กำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 118 ล้านบาท (+0.9% Q-Q, -27.6% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 13% (เราคาดไว้ 136 ล้านบาท) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่ 10 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 128 ล้านบาท (+23.1% Q-Q, -20.5% Y-Y) กำไรที่ลดลง Y-Y มาจากฐานที่สูงในปีก่อน และค่าเงินบาทแข็งค่า Y-Y ส่วนกำไรที่เติบโต Q-Q มาจากทั้งปัจจัยฤดูกาล และการเติบโตของรายได้ส่งออก ทำให้รายได้รวมเติบโต +20.7% Q-Q, +0.2% Y-Y และสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 18.9% จาก 21.7% ใน 1Q18 และ 19.9% ใน 2Q17 แต่รายการที่น่าผิดหวังและทำให้กำไรต่ำกว่าที่เราคาดคือ อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงเหลือ 36.2% Y-Y ลดลงจาก 39.4% ใน 1Q18 และ 42.6% ใน 2Q17 เพราะได้รับผลกระทบจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ (เม็ดพลาสติก) ปรับตัวขึ้นแรง ในขณะที่ส่วนแบ่งผลประกอบการของ All Coco ไตรมาสนี้ยังขาดทุนเล็กน้อยราว 4.4 แสนบาท (ลดลงจาก 1Q18 ที่ขาดทุน 2.6 ล้านบาท) เป็นผลจากต้นทุนมะพร้าวที่สูงขึ้นตามฤดูกาล
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
SAWAD (T-BUY/18TP: 40), กำไรดีขึ้น และ NPL ลดลงแล้ว
(views 20)
กำไร 2Q18 ดีกว่าที่คาด SAWAD รายงานกำไร 2Q18 ที่ 606 ลบ. เพิ่มขึ้น 7.5%Q-Q แต่ลดลง 3.7%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 8% แต่ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด กำไรที่ดีกว่าคาดมาจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 11%Q-Q, 11%Y-Y ซึ่งเพิ่มมากกว่าการปรับขึ้นของสินเชื่อ ในเบื้องต้นเราคาดว่าน่าจะมี extra income จากรายได้ดอกเบี้ยค้างรับจาก NPL ที่แก้ไขสำเร็จแล้ว ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นเป็น 15.6% จาก 13.8% ในไตรมาสก่อน ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของ Loan Yield ราว 2% ส่วน CoF เห็นการปรับขึ้นราว 0.10% ในไตรมาสนี้บริษัทมีค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่ 133 ลบ. เพิ่มขึ้น 74%Q-Q, 90%Y-Y และ Credit cost อยู่ที่ 1.87% คาดว่าเกิดจากการ Write-off หนี้ NPL ส่วนหนึ่งและนโยบายการตั้งสำรองฯที่เข้มงวดขึ้นของบริษัทเอง
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
THMUI (BUY/18TP: 3.1), กำไร 2Q18 ดีกว่าคาด และ 2H18 จะยิ่งสวยสมชื่อ แนะนำซื้อ
(views 20)
กำไรสุทธิ 2Q18 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 16.5 ลบ. ดีกว่าคาดกาณ์ของเราที่ 14 ลบ. กำไรสุทธิ 1Q18 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 16.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 306% Q-Q และ 656% Y-Y ดีกว่าคาดการณ์ของเราที่ 14 ล้านบาท อยู่ 18% แรงหนุนหลักมาจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 148% Q-Q และ 188% Y-Y อยู่ที่ 237 ล้านบาท ตามการรับรู้งานขายและติดตั้งโครงการเดินท่อปะปา HDPE และท่อเหล็กในภูเก็ตมูลค่า 156 ล้านบาท จากมูลค่ารวม 165 ล้านบาท และมีการรับรู้รายได้งานขายลวดสลิงเข้ามาในระดับปกติที่ราว 80 ล้านบาทต่อไตรมาส แต่อัตรากำไรขั้นต้นทรุดตัวเหลือ 22.3% จาก 37.8% ใน 1Q18 และ 38.4% ใน 2Q17 เนื่องจากมูลค่างานวางท่อปะปาส่วนใหญ่คืองานรับเหมาติดตั้งที่มีอัตรากำไรต่ำ จึงดึงให้อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยของทั้งกลุ่มอ่อนตัวลง แต่ด้วยการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดี ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 6% Q-Q และ 14% Y-Y อยู่ที่ 32 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพียง 13.7% ของรายได้รวม ลดลงจาก 31.8% ใน 1Q18 และ 34.6% ใน 2Q17 ทำให้อัตรากำไรสุทธิยังทรงตัวในระดับสูงราว 7% ดีกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 3 ปีล่าสุดที่ทำได้ราว 4.8%
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
TRUE (BUY/18TP: 8), เริ่มพลิกมามีกำไรปกติใน 2Q18
(views 28)
มีทั้งกำไรสุทธิและกำไรปกติใน 2Q18 TRUE ประกาศกำไรสุทธิ 2Q18 ออกมาที่ 10,037 ลบ. พลิกจากขาดทุน 387 ลบ. และ 1,245 ลบ. ใน 1Q18 และ 2Q18 ตามลำดับ และแม้ตัดหากตัดรายการกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้า DIF จำนวนราว 2.4 หมื่นลบ. การตั้งด้อยค่าสินทรัพย์และค่าใช้จ่ายพิเศษอื่นๆจำนวนราว 1.4 หมื่นลบ. TRUE ยังสามารถพลิกมามีกำไรปกติ 456 ลบ. ซึ่งดีกว่าที่เราและตลาดคาด โดย True Mobile ยังเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตและล่าสุดมี Market Share ในแง่รายได้เพิ่มเป็น 28% ในไตรมาสนี้ (27.6% ใน 1Q18) ขณะที่ True Online มีรายได้เติบโตเด่น +31% Y-Y จากการขยายโครงขาย Fiber Optic ส่วนรายได้ True Vision + 13.4% Y-Y ได้อานิสงส์จากฟุตบอลโลก ขณะที่ฝั่งต้นทุนถือว่าควบคุมได้ดีกว่าคาดในส่วนของค่าใช้จ่ายโครงข่าย รวมถึงค่าเสื่อมราคาที่ลดลงซึ่งเป็นผลจากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
VIBHA (BUY/18TP: 3), กำไร 2Q18 โตได้เล็กน้อย
(views 22)
กำไรปกติ 2Q18 โตเล็กน้อย Y-Y VIBHA ประกาศกำไรปกติ 2Q18 ออกมาที่ 193 ลบ. -0.2% Q-Q, +3.1% Y-Y ถือว่าไม่ได้โดดเด่นนัก แม้รายได้จากการดำเนินงานจะเติบโตดี 11.2% Y-Y ขณะที่ Gross Margin ขยายตัวได้เล็กน้อย แต่สาเหตุที่ทำให้กำไรเติบโตในระดับต่ำเกิดจากฐานที่สูงในปีก่อนเพราะมีอัตราภาษีจ่ายที่ต่ำผิดปกติ นอกจากนี้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมยังลดลงอย่างมีนัยยะเหลือเพียง 11 ลบ.ในไตรมาสนี้ จากระดับ 40-50 ลบ.ต่อไตรมาสในปีก่อน ซึ่งหลักๆมาจากโรงพยาบาลวิภารามที่หดตัวแรง
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
SPALI (HOLD/18TP: 26), กำไร 2Q18 ตามคาด …ถูกกดดันจาก SG&A ที่สูงขึ้น
(views 23)
กำไร 2Q18 โต 40.5% Q-Q แต่หดตัว 8% Y-Y SPALI รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท (+40.5% Q-Q แต่ -8% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาด 9% โดยยอดโอนเติบโตดี 42% Q-Q และ 8% Y-Y อยู่ที่ 6.4 พันล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ : คอนโดที่ 51 : 49 จากการโอนแนวราบที่ไปได้ดี บวกกับเริ่มโอน Supalai Veranda รัตนาธิเบศร์ มูลค่า 2.4 พันล้านบาท มียอดขายแล้ว 32% ส่วนการหดตัวของกำไร Y-Y มีสาเหตุหลักจาก SG&A ที่เพิ่มขึ้น 30% Q-Q และ 33% Y-Y จากค่าใช้จ่าย Agent สำหรับกระตุ้นยอดขายต่างชาติในโครงการ Supalai Oriental สุขุมวิท 39 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาอยู่ที่ 37.8% ใกล้เคียงกับ 1Q18 แต่ลดลงเล็กน้อยจาก 38.1% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
CPF (HOLD/18TP: 28), ราคาเนื้อสัตว์ยังขึ้นต่อ แต่มีเพิ่ม 2 ประเด็นลบให้ติดตาม
(views 34)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ผู้บริหารยังเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานหลักในช่วง 2H18 เพราะราคาหมูในเวียดนามยังสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำจุดสูงสุดในรอบ 2 ปีแล้ว และราคาหมู ไก่ กุ้งในไทยก็ปรับตัวดีขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน คาดธุรกิจหมูและกุ้งของไทยจะพลิกเป็นกำไรได้อีกครั้งใน 3Q18 ส่วนธุรกิจไก่น่าจะขาดทุนน้อยลงหรือมีลุ้นคุ้มทุนได้ ส่วนแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบทรงตัวถึงอ่อนตัวลงในช่วง 2H18 เราคาดกำไรสุทธิปีนี้ที่ 1.42 หมื่นล้านบาท (-6.9% Y-Y) คาดกำไรปกติจะโตต่อเนื่องใน 3Q18 แต่ในส่วนกำไรสุทธิมองผ่านจุดสูงสุดของปีไปแล้วใน 2Q18 น่าจะไม่มีกำไรขายเงินลงทุนมากเหมือนไตรมาสก่อนอีก และจะรับรู้มูลค่าความเสียหายจากการทำลายหมูในรัสเซียบางส่วนใน 3Q18 ทั้งนี้ประมาณการของเราดูมี Downside จาก 2 ประเด็นลบคือ โรคอหิวาต์ในหมูในรัสเซียและจีน ซึ่งต้องติดตามสถาณการณ์ต่อไป และวิกฤติการณ์ในตุรกีที่ค่าเงินอ่อนค่าแรงมาก และอัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นสูงมาก อาจกระทบให้ธุรกิจในตุรกีพลิกกลับมาขาดทุนอีกครั้งใน 2H18 เรายังคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 28 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ราคาหุ้นปรับขึ้นจากที่เราแนะนำซื้อในรายงานฉบับก่อน (9 ก.ค. 18) จนมี Upside แคบลงเหลือ 8.7% จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
ERW (BUY/18TP: 9), กำไร 2Q18 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
(views 21)
กำไรปกติ 2Q18 อ่อนค่าคาดเล็กน้อย ERW ประกาศกำไรปกติ 2Q18 ออกมาที่ 30 ลบ. -89.6% Q-Q, -48.5% Y-Y ต่ำกว่าที่เราคาดเล็กน้อย โดยรายได้หดตัว 24% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลเนื่องจากเป็น Low Season และเติบโตได้เพียง 0.3% Y-Y เนื่องจากผลกระทบจากการปรับปรุงห้องพักโรงแรม JW Marriott (40% ของห้องทั้งหมด) และผลของฟุตบอลโลกที่ทำให้นักท่องเที่ยวรัสเซียหดตัวชั่วคราว ขณะที่ต้นทุนบางส่วนเป็นต้นทุนคงที่ทำให้ไม่ได้รับประโยชน์จาก Operating Leverage อย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต และส่งผลให้ EBITDA Margin หดตัวเหลือ 24.1% ในไตรมาสนี้จาก 36.4% และ 26.4% ใน 1Q18 และ 2Q17 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
BIG (HOLD/18TP: 2.5), กำไร 2Q18 แย่กว่าคาด การฟื้นตัวยังเป็นสิ่งที่ท้าทาย แนะนำถือ
(views 24)
กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 114 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดที่ 122 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 114 ล้านบาท ลดลง 46% Q-Q และ 26% Y-Y ถือเป็นกำไรที่ลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y เป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน และต่ำกว่าคาดการณ์ของเราที่ 122 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของตลาดกล้องซึ่งทำให้การแข่งขันสูงขึ้นโดยปริยาย ส่งผลให้แม้รายได้รวมจะยังปรับตัวเพิ่มขึ้น 10% Y-Y อยู่ที่ 1,462 ล้านบาท แต่ต้องแลกมาด้วยการส่งเสริมการตลาดทั้งด้านราคาและการประชาสัมพันธ์ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 26.3% จาก 30.5% ใน 1Q18 และ 30.1% ใน 2Q17 รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเร่งตัวขึ้นเป็น 16.6% ของรายได้รวม จาก 14.7% ใน 1Q18 และ 15.7% ใน 2Q17 นอกจากนี้ ผลของการที่ผู้ผลิตกล้องเน้นขายสินค้าตัวบน ซึ่งไม่จำเป็นต้องกระตุ้นตลาดมากเท่าตัวล่าง ยังทำให้ยอดรีเบทไม่ปรับตัวขึ้นตามรายได้ที่โตด้วย โดยทรงตัว Y-Y ที่ระดับ 162 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
BKD (BUY/18TP: 4.5), กำไรสุทธิ 2Q18 ดีกว่าคาด ดีลธุรกิจน้ำใกล้จบ แนะนำซื้อ
(views 19)
กำไรปกติ 2Q18 อยู่ที่ 38 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนปกติ 82 ล้านบาทใน 2Q17 กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 38 ล้านบาท ลดลง 54% Q-Q เพราะ 1Q18 มีรับรู้กำไรส่วนที่ไม่สามารถรับรู้ได้ในปี 2017 ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ลดลงมากถึง 86% เพราะ 2Q17 มีบันทึกกำไรจากการขายที่ดิน 367 ล้านบาท หากหักออก (หลังภาษี) จะเป็นขาดทุนจากการดำเนินงานมากถึง 82 ล้านบาท เพราะฉะนั้น ถ้าเทียบที่ธุรกิจหลักถือว่าฟื้นตัวได้ดีมาก และมากกว่าคาดการณ์ของเราที่ 30 ล้านบาทอยู่พอควร ปัจจัยที่ทำให้ดีหลักๆ มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่กลับมาอยู่ในระดับสูง 30.1% ดีกว่า -2.7% ใน 2Q17 ขณะที่ รายได้รวมลดลง 16% Q-Q และ 33% Y-Y อยู่ที่ 282 ล้านบาท เพราะหันมาโฟกัสงานที่ตัวเองถนัด คือ ตกแต่งภายในโรงแรมและโรงพยาบาล ซึ่งมีขนาดเล็กลงเมื่อเทียบกับงานตกแต่งและรับเหมาปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 13.6% จาก 4.6% ใน 1Q18 และ 5.8% ใน 2Q17 เนื่องจากมีการตั้งสำรองหนี้สูยเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามลักษณะการค้าปกติ ที่เมื่อได้รับเงินค่าจ้างแล้วจะมีการกลับรายการในไตรมาสถัดๆไป
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
EPG (BUY/19TP: 12), กำไรปกติ 1Q19 ส่งสัญญาณฟื้น แต่ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
(views 18)
กำไรปกติ 1Q19 (เม.ย.-มิ.ย. 2018) ค่อยๆฟื้นแต่ต่ำกว่าคาดเล็กน้อยที่ธุรกิจ EPP กำไรสุทธิ 1Q19 (เม.ย.-มิ.ย. 2018) ทำได้ 304.9 ล้านบาท เป็นกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 31.3 ล้านบาทเพราะเงินบาทที่อ่อนค่า ตรงข้ามกับปีก่อนที่เงินบาทแข็งค่าตลอดทั้งปีทำให้บริษัทมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนทุกไตรมาส หากตัดรายการดังกล่าวออก จะเป็นกำไรปกติ 273.7 ล้านบาท +0.3% Q-Q, -8.0% Y-Y ต่ำกว่าที่เราคาดเล็กน้อย แต่ภาพโดยรวมยังเป็นการฟื้นตัวทั้ง 3 ธุรกิจ ทั้งยอดขายของ Aeroklas – ชิ้นส่วนยานยนต์ (+8% Q-Q, +22% Y-Y) ซึ่งได้แรงหนุนจาก Flexiglass (ร้านขายสินค้าตกแต่งรถกระบะในออสเตรเลียที่ซื้อมาตั้งแต่ปลาย ม.ค. 2018) เข้ามาช่วยเต็มไตรมาส และ Aeroflex – ฉนวนยาง (+13% Q-Q, +1% Y-Y) รวมถึงธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างช้าๆ (+3% Q-Q, +1% Y-Y) ตามกำลังซื้อในต่างจังหวัดขณะที่ Gross margin ของ Aeroklas และ Aeroflex ปรับตัวดีขึ้น แต่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกยังมี Gross margin ชะลอเป็น 17.9% จาก 19.3% ในไตรมาสก่อนและ 21.1% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เพราะยังถูกกระทบจากการตัดราคาอยู่บ้าง ส่งผลให้ Gross margin โดยรวมยังฟื้นไม่เต็มที่จากไตรมาสก่อนที่ทำได้ 28.2% เป็น 28.8% ในไตรมาสนี้
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
FTE (BUY/18TP: 3.15), กำไร 2Q18 ทำสถิติสูงสุดใหม่ Valuation ยังถูก แนะนำซื้อ
(views 15)
กำไรสุทธิ 2Q18 ดีกว่าคาดมาก ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 42 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 152% Q-Q และ 54% Y-Y จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 15% Q-Q และ 18% Y-Y อยู่ที่ 254 ล้านบาท เนื่องจากทั้งงานขายอุปกรณ์ดับเพลิงและงานติดตั้งให้โครงการขนาดใหญ่เร่งตัวขึ้น หลังจากชะลอหนักใน 1Q18 ซึ่งประจวบเหมาะกับต้นทุนการส่งมอบที่เป็นต้นทุนเดิม จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 31.8% จาก 21.2% ใน 1Q18 และ 27.3% ใน 2Q17 ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ควบคุมได้ดีเช่นกัน โดยอยู่ที่ 11.6% ของรายได้รวม ลดลงจาก 13.4% ใน 1Q18 และ 11.8% ใน 2Q17 ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมด หนุนให้อัตรากำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 16.5% เพิ่มขึ้นจาก 7.5% ใน 1Q18 และ 12.7% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
ROBINS (BUY/18TP: 78), กำไร 2Q18 ทำได้ดีตามคาด
(views 17)
กำไร 2Q18 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 694 ล้านบาท (-8.9% Q-Q, +15.5% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 679 ล้านบาท) กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q มาจากฝนที่ตกเร็วในเดือน เม.ย. ส่วนสาเหตุที่กำไรเติบโต Y-Y มาจาก SSSG ที่ฟื้นตัวกลับมาได้ในช่วงเดือน พ.ค. - มิ.ย. ทำให้ทั้งไตรมาส +0.5% Y-Y แม้จะแผ่วลงจาก 1Q18 ที่ +1.8% Y-Y แต่ยังถือเป็นตัวเลขที่บวกได้ บริษัทได้เห็นการฟื้นตัวของกำลังซื้อในต่างจังหวัดแบบค่อยเป็นค่อยไป ยกเว้นโซนภาคใต้ที่ยังไม่ดีนัก เพราะราคายางพารายังไม่ฟื้น ส่วนสาขาใหม่ที่ชลบุรี เปิดในวันที่ 27 มิ.ย. จึงยังไม่ส่งผลบวกต่อ 2Q18 มากนัก ทำให้รายได้รวมเติบโต 2.8% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ที่ 24.8% ใกล้เคียง 24.7% ใน 2Q17 แต่ปรับลดลงจาก 25.5% ใน 1Q18 เป็นผลจากการทำโปรโมชั่น Greatest Grand Sales ครั้งใหญ่ของปีที่มีการให้ส่วนลดมากกว่าปีก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังสูงใกล้เคียงปีก่อนอยู่ที่ 31.9% แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 29.9% ใน 1Q18 และส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมปรับขึ้นได้ดี +20% Q-Q, +21.7% Y-Y จากฐานต่ำในปีก่อนและได้รับอานิสงส์จากเทศกาลบอลโลก
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
SAT (SELL/18TP: 24.1), กำไรสุทธิ 2Q18 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ราคาหุ้นเต็มมูลค่าแล้ว
(views 22)
กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 183 ล้านบาท ลดลง 22% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 36% Y-Y กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 183 ล้านบาท ลดลง 22% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น Low Season ของการผลิตรถยนต์เพราะมีวันหยุดมาก แต่เมื่อเทียบ Y-Y ยังเติบโตได้ดี โดยเพื่มขึ้นถึง 36% รายได้รวมยังลดลง 1% Y-Y อยู่ที่ 1,920 ล้านบาท จากผลของการโอนธุรกิจสปริงไปที่บริษัทร่วมช่วงปลายปีก่อน ทำให้ต้องเปลี่ยนวิธีบันทึกบัญชีจากรายได้เป็นส่วนแบ่งกำไร ฐานในทางบัญชีระหว่าง 2 งวดจึงแตกต่างกัน ซึ่งถ้าหักประเด็นนี้ออก เราคาดว่ารายได้จะโตราว 14% Y-Y ซึ่งเป็นไปตามอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยอดผลิตใน 2Q18 เพิ่มขึ้น 11% Y-Y และชิ้นส่วนเครื่องจักรการเกษตรก็โตในระดับใกล้เคียงกัน อีกทั้ง ยังเป็นผลจากการส่งมอบคำสั่งซื้อใหม่ในกลุ่มรถบรรทุกด้วย ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17.0% ลดลงจาก 18.2% ใน 1Q18 ตามอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง แต่เพิ่มขึ้นจาก 14.8% ใน 2Q17 ตามรายได้ที่โตและส่วนหนึ่งเป็นผลจากการโอนธุรกิจสปริงที่มีอัตรากำไรต่ำไปยังบริษัทร่วม อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 8.8% ของรายได้รวม จาก 7.6% ใน 1Q18 และ 8.5% ใน 2Q17 เพราะมีการทำ R&D เพื่อรองรับรถยนต์ EV ในอนาคต ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กำไรออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ของเราที่ 188 ล้านบาทไป 3%
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
SC (BUY/18TP: 4.8), กำไร 2Q18 ดีตามคาด และจะเด่นขึ้นมากใน 2H18
(views 24)
กำไร 2Q18 โตเด่น +72% Q-Q, +68.5% Y-Y SC รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 เป็น 446 ล้านบาท โตแกร่ง 72% Q-Q และ 68.5% Y-Y เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด จากยอดโอนที่โตเด่นที่ 3.7 พันล้านบาท (+51% Q-Q, +42% Y-Y) แบ่งเป็นคอนโด : แนวราบที่ 62 : 38 โดยมีแรงหนุนหลักจากยอดโอนจากคอนโดที่แตะระดับ 1.4 พันล้านบาท โตสูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส จากการเริ่มโอนคอนโด Luxury อย่าง Saladaeng One มูลค่า 4.7 พันล้านบาท มียอดขายแล้ว 49% บวกกับแนวราบที่ไปได้ดี ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาปรับลดเป็น 32.7% จาก 33.8% ใน 1Q18 และ 2Q17 เนื่องจากมีการรับรู้โครงการที่มีมาร์จิ้นต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
MAJOR (BUY/18TP: 28.5), กำไรปกติ 2Q18 โตแรง Q-Q ใกล้เคียงคาด ปันผล 0.65 บาท
(views 19)
2Q18 กำไรปกติโตแรง Q-Q สูงสุดของปี แต่เพิ่มเล็กน้อย Y-Y ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 534 ล้านบาท เพิ่ม 87.9% Q-Q แต่ลดลงเล็กน้อย 3.7% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษกำไรจากการขายเงินลงทุนบางส่วนใน SF สุทธิภาษี 53 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติ 481 ล้านบาท ใกล้เคียงคาดที่ 465 ล้านบาท กำไรเพิ่มแรง Q-Q เนื่องจากเป็นช่วงหน้าหนังฮอลลีวู๊ด โดยหนังที่ทำเงิน เด่นๆ คือ Avengers DEADPOOL 2, Jurassic World และหนังไทย “น้อง พี่ ที่รัก” แม้หนังไทย 2 เรื่อง คือ “หลวงพี่แจ๊ส 5G” และ “ตุ๊ดตู่กู้ชาติ” ทำรายได้ต่ำกว่าเป้า และขาดทุนขั้นต้นของบ.ย่อย ราว 27 ล้านบาท ทั้งนี้ รายได้ตั๋วหนัง (สัดส่วนรายได้ราว 55%) ในไตรมาสนี้โต 71.1% Q-Q และเพิ่มเล็กน้อย 7.1% Y-Y จากฐานสูงในปีก่อน รายได้ขายเครื่องดื่มและอาหาร (สัดส่วนรายได้ราว 20%) เพิ่มสูงตาม 66.2% Q-Q และเพิ่มดี 13.0% Y-Y กอปรกับการควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
MBAX (HOLD/18TP: 4.5), กำไร 2Q8 กลับมาโตแรง จากมาร์จิ้นที่ขยายตัว
(views 17)
กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 434% Q-Q และ 21% Y-Y กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 434% Q-Q และ 21% Y-Y จากรายได้ที่ฟื้นตัว 20% Q-Q อยู่ที่ 417 ล้านบาท ตามคำสั่งซื้อของลูกค้าในสหรัฐฯที่เร่งตัวขึ้น (ได้ประโยชน์จากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน) ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นก็เพิ่มขึ้นด้วยเป็น 12.5% จาก 6.2% ใน 1Q18 และ 9.5% ใน 2Q17 ตามการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นและผลของแผนควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ควบคุมได้ดีอีกเช่นกัน โดยคิดเป็น 5.97% ของรายได้รวม ลดลงจาก 7.20% ใน 1Q18 อย่างไรก็ตาม ด้วยกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ออกมาต่ำมาก จึงทำให้กำไรสุทธิ 1H18 อยู่ที่ 27 ล้านบาท ลดลง 25% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
STEC (BUY/18TP: 23), กำไร 2Q18 ดีกว่าคาด ...ปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อ
(views 18)
กำไรปกติ 2Q18 เพิ่มขึ้น 29% Q-Q และ 25% Y-Y STEC รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 305 ล้านบาท (+5% Q-Q, +25% Y-Y) หากตัดกำไรพิเศษใน 1Q18 ออก กำไรปกติจะเพิ่มขึ้น 29% Q-Q มากกว่าเรา และตลาดคาด 21% และ 22% ตามลำดับ มาจากรายได้ที่ทำได้ดีกว่าคาดที่ 5.7 พันล้านบาท (+7% Q-Q, +29% Y-Y) ตามความคืบหน้าของงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสีส้ม ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ที่ 7.7% ใกล้เคียงกับ 1Q18 ที่ 7.7% แต่ลดลงจาก 8.5% ใน 2Q17 เนื่องจากมีการรับรู้รายได้จากโครงการรัฐสภาใหม่ที่มีมาร์จิ้นเป็นศูนย์ อย่างไรก็ตาม นับว่าดีกว่าที่บริษัทประเมินไว้ที่ 6.5-7%
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
SVI (T-BUY/18TP: 4.9), กำไร 2Q18 ดีกว่าคาดมาก แนวโน้มจะดีต่อใน 2H18
(views 16)
กำไร 2Q18 ดีกว่าคาดมากอย่างน่าประทับใจ กำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 271 ล้านบาท (+323.4% Q-Q, +116.8% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 218 ล้านบาท) แม้ไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 64 ล้านบาท ยังมีกำไรปกติเท่ากับ 207 ล้านบาท (+168.8% Q-Q, +61.7% Y-Y) ถือเป็นการฟื้นตัวได้น่าประทับใจ เพราะมาจากทั้งรายได้ที่ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง เติบโตเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกันและทำจุดสูงสุดใหม่ที่ US$118 ล้าน (+13% Q-Q, +30.8% Y-Y) และด้วยค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ทำให้รายได้สกุลบาทเติบโตได้ +14.8% Q-Q และ +20.6% Y-Y ในขณะที่สามารถใช้กำลังการผลิตได้ถึงระดับที่เกิด Economies of Scale ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบที่คลี่คลายแล้ว ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 9.7% จาก 7.1% ใน 1Q18 และ 8.7% ใน 2Q17 (ดีกว่าที่เราคาดไว้ที่ 9%) และยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายปรับลดลงมาอยู่ที่ 4.3% จาก 4.9% ใน 1Q18 และ 5.1% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
ORI (BUY/18TP: 25.4), กำไรปกติ 2Q18 ดีตามคาด และจะเร่งขึ้นต่อเนื่อง
(views 27)
กำไรสุทธิ 2Q18 +108.5% Q-Q +327% Y-Y หนุนจากกำไรพิเศษ ORI รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 1,019 ล้านบาท (+108.5% Q-Q, +327% Y-Y) หากตัดกำไรพิเศษจากการโอนสิทธิสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินราว 312 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 707 ล้านบาท (+45% Q-Q, +196% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาดและตลาดคาด กำไรที่โตเด่นทั้ง Q-Q และ Y-Y มีแรงหนุนมาจากยอดโอนที่สูงถึง 3.6 พันล้านบาท (+82.5% Q-Q, +212% Y-Y) จากการเริ่มโอนโครงการใหม่ตามแผน 3 แห่ง มูลค่ารวม 3.3 พันล้านบาท มียอดขายเฉลี่ยแล้ว 68% พร้อมเริ่มโอนโครงการใหญ่อย่าง Park 24 เฟส 2 มูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท มียอดขายแล้ว 60% และ Kensington Kaset Campus มูลค่า 1 พันล้านบาท มียอดขายแล้ว 95% ได้เร็วกว่าคาด ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฟื้นตัวขึ้นที่ 41% จาก 39% ใน 1Q18 แต่ยังลดลงเมื่อเทียบกับ 2Q17 ที่ 46% เนื่องจากมีการรับรู้โครงการที่มาร์จิ้นต่ำอย่าง Park24 เฟส 1
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
TKN (BUY/19TP: 18), กำไร 2Q18 ต่ำคาด จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดสูงขึ้น
(views 22)
กำไร 2Q18 ต่ำกว่าคาด จากค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าคาด กำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 154 ล้านบาท (+1.3% Q-Q, +14.1% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 7% (เราคาดไว้ 166 ล้านบาท) มาจากค่าใช้จ่ายที่มากกว่าคาด ในส่วนของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นถือว่าฟื้นตัวได้ดี แม้รายได้จากจีนในไตรมาสนี้ จะลดลง -16% Q-Q, +10% Y-Y บริษัทให้เหตุผลการลดลง Q-Q ว่ามาจากการเร่งส่งมอบไปมากในช่วงปลาย 1Q18 แต่ได้รับการชดเชยด้วยการขายในประเทศที่เติบโต +12% Q-Q, +18% Y-Y จากการออกสินค้าใหม่ และทำการตลาดมากขึ้น ส่งผลให้รายได้รวม +0.7% Q-Q, +11.1% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับฟื้นตัวได้ดีเป็น 32.2% จาก 28.2% ใน 1Q18 และ 31.7% Y-Y ใน 2Q17 โดยรับรู้ต้นทุนสาหร่ายล็อตใหม่ที่ราคาถูกลงราว 10% - 15% Y-Y ในช่วงปลายเดือน พ.ค. เป็นต้นมา แต่ทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี ถูกหักล้างด้วยค่าใช้จ่ายที่เร่งตัวขึ้น จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดในจีนที่เริ่มเข้าไปสร้างแบรนด์มากขึ้น, การทำการตลาดในประเทศ และการออกสินค้าใหม่ รวมถึงการเริ่มวางขายสินค้า Whey Protein ใน Modern Trade มากขึ้น จากก่อนหน้าที่ขายผ่าน Online เป็นหลัก ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นเป็น 19.8% เพิ่มจาก 16.2% ใน 1Q18 และ 17.1% ใน 2Q17 (สูงกว่าที่เราคาดไว้ที่ 16%) ส่วนอัตราภาษีจ่ายเริ่มขยับลงมาอยู่ที่ 15.7% จาก 19% ใน 2Q17 จากสิทธิพิเศษทางภาษี BOI
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
BLA (HOLD/18TP: 37.5), ความเสี่ยงทางธุรกิจเพิ่มขึ้น
(views 28)
แม้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้นราว 29% เป็น 4.8 พันลบ. (+32%Y-Y) เพื่อสะท้อนกำไร 2Q18 ที่ออกมาดีกว่าที่คาดไว้จากกำไรจากเงินลงทุนมากกว่าคาดและอัตราภาษีจ่ายที่น้อยกว่าคาด แต่คาดว่ากำไรน่าจะชะลอตัวลงใน 2H18 เนื่องจากความเสี่ยง 2 ประการได้แก่ เบี้ยประกันรับผ่านช่องทางธนาคารที่มีแนวโน้มลดลงจากการแข่งขันในช่องทางเดียวกันที่เพิ่มขึ้นจากพันธมิตรใหม่ของ BBL อย่าง AIA และ การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายค่าสินไหมและการครบอายุของกรมธรรม์ที่มากขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะสูงขึ้นต่อเนื่องใน 1Q19 จากกรมธรรม์ที่จะครบอายุก้อนใหญ่ราว 1 หมื่นลบ.ทำให้ Underwriting margin น่าจะติดลบสูงไปอีกอย่างน้อย 3 ไตรมาส เราราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 37.50 บาท แต่ปรับคำแนะนำจาก ขาย เป็น ถือ
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2018
AIT (HOLD/18TP: 24), กำไร 2Q18 ยังแย่ // แนะนำเพียง “ถือ” รับปันผล
(views 34)
กำไร 2Q18 ยังอ่อนแอ AIT ประกาศกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 72 ลบ. แม้จะฟื้นตัว 6.9% Q-Q แต่ยังคงหดตัวแรง 31.5% Y-Y ซึ่งยังเป็นระดับที่น่าผิดหวัง ซึ่งเกิดตั้งแต่ฝั่งรายได้ที่หดตัวอย่างมีนัยยะ 2.9% Q-Q และ 24.6% Y-Y จากงานภาครัฐที่มีค่อนข้างน้อย ซึ่งถือว่าไม่สอดคล้องกับแนวโน้มอุตสาหกรรมที่ควรจะเติบโตจากนโยบาย Thailand 4.0 ขณะที่ Gross Margin ทำได้เพียงแค่ทรงตัวจากไตรมาสก่อนที่ 19% และลดลงอย่างมีนัยยะจากระดับ 20.2% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2018
ATP30 (BUY/18TP: 2.3), กำไร 2Q18 ตามคาด และจะเด่นขึ้นใน 3Q18
(views 31)
กำไร 2Q18 โตสูง 72% Y-Y แต่หดตัว 11% Q-Q จากต้นทุนน้ำมัน ATP30 รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 9.3 ล้านบาท (-11% Q-Q แต่ +72% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด การหดตัวของกำไร Q-Q มีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 25% จาก 27.5% ใน 1Q18 อย่างไรก็ตาม กำไรที่โตสูง Y-Y มีปัจจัยสนับสนุนมาจากรายได้จากการให้บริการทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 101.3 ล้านบาท (+22% Y-Y) หนุนจากการรับรู้ลูกค้าใหม่อย่าง BSTMT, IRPC, TOP ด้วยรถบัสรวม 20 คันเต็มไตรมาส รวมถึงความสำเร็จจากการขยายไปจับตลาดใหม่อย่างการให้บริการรถท่องเที่ยว
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2018
BEM (BUY/18TP: 10), กำไรสุทธิ 2Q18 ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
(views 27)
กำไรปกติ 2Q18 +10% Y-Y เป็นไปตามที่เราคาด BEM รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 เป็น 978 ล้านบาท โตเด่น +33% Q-Q, +35% Y-Y พร้อมทำจุดสูงสุดใหม่ หากหักรายการพิเศษจากกำไรการขายเงินลงทุน XPCL ให้ CKP ราว 184 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 794 ล้านบาท (-1.5% Q-Q แต่ +10% Y-Y) เป็นไปตามที่เรา และตลาดคาด โดยการลดลงของกำไรเล็กน้อย Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดยาว แต่ถูกบรรเทาด้วยผลของการ Refinance เงินกู้สำหรับโครงการทางด่วนศรีรัชฯใน 1Q18 ช่วยประหยัดดอกเบี้ยจ่ายให้ลดลง 11% Q-Q ส่วนกำไรที่โตดี Y-Y มีแรงหนุนมาจาก 1) รายได้รวม +2.5% Y-Y อยู่ที่ 3.8 พันล้านบาท จากการเติบโตของธุรกิจทางด่วน และรถไฟฟ้า 2) อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 39% เทียบกับ 38.5% ใน 2Q17 จากการประหยัดต่อขนาดในธุรกิจทางด่วน 3) ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมอย่าง CKP และ TTW เติบโตดีที่ 110 ล้านบาท (+17% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2018