บทวิเคราะห์รายบริษัท

16
กุมภาพันธ์
2018
ASK (HOLD/18TP: 26.2), Dividend Stock
(views 5)
ASK เป็น Dividend Stock ที่จ่ายเงินปันผลในอัตราผลตอบแทนราว 5-6% มาโดยตลอด และล่าสุดประกาศจ่ายปันผลหุ้นละ 1.48 บาท (XD 21 ก.พ. 2018) Yield ราว 6% อย่างไรก็ตามเราคาดการณ์การเติบโตของกำไรไม่ตื่นเต้นนัก โดยรายงานกำไรปี 2017 +5.4%Y-Y และคาดการณ์กำไรปี 2018 ที่ 766 ลบ. +2.8%Y-Y คาดการณ์ Credit cost เพิ่มขึ้นจากปีก่อนน่าจะกดดันผลประกอบการ ประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 26.20 บาท ซึ่งเหลือ Upside จากราคาปิดไม่มาก จึงแนะนำ ถือ โดยข้อดีคือผลตอบแทนเงินปันผลน่าจะพยุงราคาหุ้นได้ในภาวะตลาดผันผวนได้ แต่หากชอบหุ้น Growth แนะนำ THANI (2018 TP 11.80 บาท) มีความน่าสนใจมากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
16
กุมภาพันธ์
2018
ROBINS (BUY/18TP: 85), กำไรปกติ 4Q17 ทำจุดสูงสุดใหม่ได้ตามคาด
(views 6)
กำไรสุทธิ 4Q17 ทำได้ดีใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 820 ล้านบาท (+34.2% Q-Q, -18.8% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 845 ล้านบาท) หากไม่รวมรายการพิเศษในปีก่อน จะมีกำไรปกติ 4Q17 เติบโต 6.4% Y-Y และถือเป็นกำไรสูงสุดใหม่ แม้ SSSG จะยังติดลบราว -3.4% Y-Y แต่มาจากฐานที่สูงมากในเดือน ต.ค. ปี 2016 (เสื้อดำ) หากไม่รวมเหตุการณ์ดังกล่าวพบว่า SSSG ไตรมาสนี้ทรงตัวได้จากปีก่อน และด้วยผลของการเปิดสาขาใหม่ 2 แห่งที่มหาชัยและกำแพงเชร ทำให้รายได้รวมเติบโต 14.2% Q-Q และทรงตัว Y-Y และมีรายได้ค่าเช่าเติบโตดี 1% Q-Q และ 15% Y-Y จากพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้น ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีตามคาดมาอยู่ที่ 25.2% เพิ่มขึ้นจาก 24.2% ใน 3Q17 และ 25.1% ใน 4Q16 จากการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนสินค้า House Brand ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 11.3% ของรายได้รวม และผลของการทำ Stock Clearance ลดลง และมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเติบโต 37% Q-Q จากผลของฤดูกาลและได้รับผลบวกจากมาตรการช้อปช่วยชาติ แต่เป็นส่วนแบ่งกำไรที่ลดลง 36% Y-Y จากฐานที่สูงในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
16
กุมภาพันธ์
2018
STEC (HOLD/18TP: 23), 4Q17 พลิกเป็นขาดทุน จากการตั้งสำรองขาดทุน 2 โครงการใหญ่
(views 7)
Negative Surprise จากงบ 4Q17 พลิกขาดทุน 1.3 พันล้านบาท STEC รายงานผลประกอบการ 4Q17 ออกมาผิดคาด พลิกเป็นขาดทุน 1.3 พันล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไร 675 ล้านบาท และ 3Q17 ที่มีกำไร 217 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโตทั้ง +30% Q-Q และ +24% Y-Y ตามการรับรู้งานในมือที่เพิ่มขึ้น แต่ถูกฉุดด้วยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น +102% Q-Q และ +97% Y-Y ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการตั้งสำรองขาดทุนรวม 2.9 พันล้านบาท โดยเฉพาะโครงการรัฐสภา และสนามบินภูเก็ต สืบเนื่องจากการขยายระยะเวลาในสัญญางานก่อสร้างอย่างมีนัยสำคัญจากปัญหาการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า และการออกแบบที่ไม่ชัดเจน ทำให้ต้นทุนอย่างราคาวัสดุก่อสร้าง และค่าแรงสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าการตั้งสำรองขาดทุนใน 2 โครงการใหญ่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว หลังจากได้มีการตั้งสำรองในโครงการรัฐสภา และสนามบินภูเก็ตในปี 2015 แล้วกว่า 600 ล้านบาท และ 350 ล้านบาท ตามลำดับ ทั้งนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของ STEC บริษัทจึงอยู่ระหว่างดำเนินการเรียกร้องขอค่าชดเชยกับทางภาครัฐ สำหรับผลประกอบการทั้งปี 2017 ขาดทุนสุทธิ 611 ล้านบาท (-144% Y-Y) ถือเป็นขาดทุนอีกครั้งในรอบ 11 ปี
อ่านเพิ่มเติม
16
กุมภาพันธ์
2018
BOL (BUY/18TP: 2.8), กำไร 4Q17 ต่ำกว่าคาดเพราะเลื่อนรับรู้รายได้มาเข้าปีนี้
(views 5)
กำไรสุทธิ 4Q17 ต่ำกว่าคาดจากการเลื่อนรับรู้รายได้ BOL รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 จำนวน 14.6 ล้านบาท -6.2% Q-Q, -10.8% Y-Y ทำให้กำไรทั้งปี 2017 เป็น 76.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 5.5% Y-Y กำไรทั้งปีต่ำกว่าที่เราคาด 13 ล้านบาท เป็นผลมาจากงานบางโครงการที่มีมูลค่าประมาณ 10 กว่าล้านบาทรับรู้ไม่ทันใน 4Q17 แต่เลื่อนมารับรู้ในปีนี้แทน เราจึงไม่มองว่ากำไรที่ต่ำกว่าคาดในปี 2017 เป็นลบ ความสามารถในการทำกำไรโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดีตามที่คาด อัตรากำไรขั้นต้นรักษาได้ในระดับ 50% EBITDA margin อยู่ในระดับ 27-28% อัตรากำไรสุทธิ 19% ROE 16-17% ฐานะการเงินแข็งแกร่งมาก ยังคงเป็นบริษัทที่ปลอดหนี้เงินกู้ หนี้สินส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้การค้า ทั้งนี้ BOL ประกาศจ่ายปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2017 หุ้นละ 0.08 บาท Yield 3.9% XD 27 ก.พ. จ่ายเงิน 10 เม.ย. 2018
อ่านเพิ่มเติม
15
กุมภาพันธ์
2018
KCE (HOLD/18TP: 79), บาทแข็งจะเป็นปัจจัยท้าทายบริษัทในปีนี้
(views 7)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ข้อมูลที่ได้รับ โทนกลางๆค่อนไปในทางลบ แม้สถานการณ์ต้นทุนทองแดงแพงยังไม่ได้ดีขึ้นนัก แต่แนวโน้มราคาทองแดงน่าจะทรงตัวได้ใกล้เคียงปี 2017 และมีสัญญาณที่ดีขึ้นจากค่าแรงทำทองแดงแผ่นที่เริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มทยอยปรับลงอย่างค่อยเป็นค่อนไป เพราะต้องรอ Supply ใหม่เข้าสู่ตลาด แต่ยังคงมีปัจจัยลบกดดันคือ แนวโน้มค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากกว่าค่าเงินหยวน ซึ่งจีนถือเป็นคู่แข่งหลักในตลาด PCB ทำให้บริษัทถูกกดดันต้องปรับลดราคาขายในปี 2018 ลงอีกราว 1.2% Y-Y ซึ่งเป็นราคาที่เจรจาล็อกกับลูกค้าไปแล้วในปลายปีก่อน ทั้งนี้บริษัทยังตั้งเป้ารายได้สกุล USD ปีนี้จะเติบโต 12% - 15% แต่ด้วยภาวะเงินบาทแข็งค่า เราจึงปรับลดสมมติฐานค่าเงินบาทและอัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งนำไปสู่การปรับลดกำไรปกติปี 2018 ลง 5.3% เป็นเติบโต 17.3% Y-Y จากเดิมคาดโต 24% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 79 บาท จากเดิม 84 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้ราคาหุ้นจะปรับลงมาสะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว แต่ด้วย Upside ที่ยังไม่จูงใจเพียง 7.5% จึงยังแนะนำเพียง ถือ
อ่านเพิ่มเติม
15
กุมภาพันธ์
2018
PLANB (HOLD/19TP: 7.1), กำไร 4Q17 -41.1% Q-Q, +52.3% Y-Y ต่ำกว่าคาด
(views 5)
กำไร 4Q17 ลดลง 41.1% Q-Q แต่เพิ่ม 52.3% Y-Y ต่ำกว่าคาด 15% กำไร 4Q17 ที่ 89 ล้านบาท ลดลง 41.1% จากไตรมาสก่อนที่กำไรสูงสุดของปี แต่เพิ่มขึ้น 52.3% Y-Y เป็นกำไรต่ำกว่าคาดของเรา (ที่ 105 ล้านบาท) และตลาดคาด (ที่เฉลี่ย 103 ล้านบาท) กำไรที่ลดลง Q-Q ส่วนใหญ่จากต้นทุนบริการเพิ่มมากกว่าคาด +11.7% Q-Q ชดเชยรายได้รวมที่มากกว่าคาด ลดลงเพียง 1.7% Q-Q แม้มีผลกระทบ 2-3 สัปดาห์จากงานพระราชพิธีในเดือนต.ค. กำไรเพิ่ม 79.9% Y-Y จากฐานต่ำในช่วง 4Q16 ซึ่งได้รับผลกระทบยาวกว่า คือราว 1.5-2 เดือน และการพัฒนาสื่อใหม่
อ่านเพิ่มเติม
15
กุมภาพันธ์
2018
PRAKIT (BUY/18TP: 16.2), ฐานะการเงินแข็งแกร่ง สินทรัพย์มีมูลค่าสูง และปันผลจูงใจ
(views 5)
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์ PRAKIT ด้วยคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 16.20 บาท อิง PE เฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 13.5 เท่า โดยเราคาดว่าแนวโน้มกำไรสุทธิจะเข้าสู่รอบการฟื้นตัว แม้จะไม่กลับไปดีเท่าอดีต เพราะการแข่งขันของงานผลิตโฆษณาสูงขึ้น แต่ด้วยปริมาณงานที่มีมากตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และมีการกระจายตัวไปยังงานต่อเนื่อง เช่น จัดอีเวนท์ ทำให้คาดว่ากำไรสุทธิปี 2018 จะโตต่ออีก 10% Y-Y อยู่ที่ 66 ล้านบาท จากปี 2017 ที่คาดโต 10% Y-Y อยู่ที่ 60 ล้านบาท ขณะที่ มูลค่าสินทรัพย์ลงทุนซึ่งปลอดภาระหนี้อยู่ที่ 14.78 บาทต่อหุ้น และคาดปันผลสูง 7-8% ต่อปี อีกทั้ง PE2018 ที่ 11 เท่า และ PBV ที่ 0.8 เท่า ยังไม่ถึงครึ่งของค่าเฉลี่ยระยะยาวกลุ่มมีเดียที่ 25 เท่า และ 4 เท่า ตามลำดับ ความเสี่ยงขาลงที่ราคาปัจจุบัน เมื่ออิงตามปัจจัยพื้นฐานจึงว่าจำกัดมาก
อ่านเพิ่มเติม
13
กุมภาพันธ์
2018
LIT (BUY/18TP: 11.7), กำไร 4Q17 ใกล้เคียงกับที่คาด
(views 13)
กำไร 4Q17 ใกล้เคียงกับที่คาดแม้ตั้งสำรองฯสูงขึ้น LIT รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 35.29 ลบ. ลดลง 10%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 23%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาด กำไรที่ลดลง Q-Q เกิดจากรายได้ค่าบริการที่ลดลง 9.2%Q-Q และค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ สังเกตว่า Coverage ratio ของบริษัทเพิ่มขึ้นมาที่ 100% จาก 64% ในไตรมาสก่อน ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น Y-Y เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยโดยเฉพาะรายการดอกเบี้ยจากธุรกิจ Project Finance ซึ่งมีเงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น 60.7%Y-Y หรือมียอดคงค้างราว 1 พันลบ. กำไรสุทธิปี 2017 เป็นกำไรที่ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 145.5 ลบ. +44.5%Y-Y กำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 6.3% เพิ่มขึ้นจาก 6% ในปีก่อน เนื่องจากส่วนผสมของสินเชื่อที่มี High Yield หรือสินเชื่อ project finance ที่มากขึ้น ขณะที่รายได้ค่าบริการมีรายได้เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มากจากธุรกิจสัญญาเงินกู้เช่นกัน
อ่านเพิ่มเติม
13
กุมภาพันธ์
2018
MGT (BUY/18TP: 3), กำไร 4Q17 ออกมาดีตามคาด และ Core Business แข็งแกร่งขึ้น
(views 9)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% Q-Q และ 80% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% Q-Q แม้จะเป็น Low Season จากวันหยุดมาก ซึ่งทำให้รายได้รวมลดลง 10% Q-Q เหลือ 150 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 29.9% จาก 28.9% ใน 3Q17 จากผลของเงินบาทที่แข็งค่าราว 2% Q-Q อยู่ที 32.5 บาท/ดอลล่าร์สหรัฐฯ ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดเหลือ 15.8% ของรายได้รวม จาก 17.3% ของรายได้รวมใน 3Q17 ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ที่กำไรสุทธิโตโดดเด่นเป็นเพราะฐานที่ต่ำ จากการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเตรียมเข้า MAI ในช่วงต้นปี 2017 อีกทั้ง ยังเป็นผลจากการเพิ่มสินค้า เพิ่มทีมขาย และขยายตลาดใหม่ด้วยประกาศจ่ายปันผลงวด 2H17 สูงถึง 0.07 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield 3% MGT ประกาศจ่ายปันผลงวด 2H17 ที่ 0.07 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทน 3% ขึ้น XD 12 มี.ค. 18 รวมทั้งปี 2017 จ่ายสูงถึง 0.10 บาท/หุ้น หรือ Payout Ratio 85% คิดเป็นผลตอบแทนทั้งปีที่ 4% มากกว่าที่เราคาดไว้เพียง 2% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
13
กุมภาพันธ์
2018
VGI (HOLD/19TP: 6.3), กำไร 3Q18 (ต.ค.-ธ.ค.17) ดีกว่าคาดของเราแต่ใกล้ตลาดคาด
(views 8)
กำไรสุทธิ 3Q18 (ต.ค.--ธ.ค..17) ลดลง 10.3% Y-Y แต่เพิ่ม 44.0% VGI รายงานกำไรสุทธิ 181 ล้านบาทใน 3Q18 (ต.ค.-ธ.ย.17) ดีกว่าคาดของเรา 12% แต่ใกล้เคียงตลาดคาด (ที่ 170-175 ล้านบาท) กำไรที่ดีกว่าคาดส่วนใหญ่จากรายได้รวมสูงกว่าคาด 6% เป็น Flat Q-Q, +26.8% Y-Y ส่วนใหญ่จากรายได้โฆษณาสื่อกลางแจ้งผ่าน บ.ร่วม MACO และสื่อ Office มากกว่าคาด (+15% Q-Q, +46% Y-Y และ Flat Q-Q, +47% Y-Y ตามลำดับ) ขณะที่รายได้สื่อ BTS ใกล้เคียงคาด (Flat Q-Q, +34% Y-Y) จากการเพิ่มราคาโฆษณาและมีรายได้ส่วนเพิ่มจากการร่วมกันขายสื่อกับ Rabbit Group (Station Sponsorship) ชดเชยขาดทุนรับรู้จากบ.ร่วมที่มากกว่าคาด (-55 ล้านบาท) จากขาดทุนรับรู้จากบ.ร่วม RLP และ Demo Power
อ่านเพิ่มเติม
13
กุมภาพันธ์
2018
EPG (BUY/19TP: 14), กำไรต่ำกว่าคาดแต่ bottom และพร้อมจะฟื้นตามกำลังซื้อ
(views 7)
กำไร 3Q18 (ต.ค.-ธ.ค. 2017) ต่ำกว่าคาดเพราะอัตรากำไรขั้นต้นต่ำลง EPG รายงานกำไรสุทธิ 182.3 ล้านบาทใน 3Q18 (ต.ค.-ธ.ค. 2017) มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 17.4 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก เป็นกำไรปกติ 199.8 ล้านบาท -34% Q-Q, -38% Y-Y ต่ำกว่าที่เราคาด 22% กำไรที่แย่กว่าปกติและต่ำกว่าคาดเกิดจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำลง
ธุรกิจที่ฉุดผลประกอบการมากสุดคือ ธุรกิจ EPP - บรรจุภัณฑ์พลาสติก (24% ของรายได้รวม) ยอดขายที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่มากว่าครึ่งปี ทำให้การผลิตไม่เกิด economy of scale และยังต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดเหลือเพียง 15.6% ต่ำสุดในรอบหลายปีและต่ำกว่าปกติที่อยู่ที่ระดับ 25-30%
ธุรกิจ Aeroklas – ชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งเป็นรายได้หลัก 45% ของรายได้รวม ยอดขายทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อนๆ ที่ระดับ 1 พันล้นบาท/ไตรมาส แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดเหลือ 22.8% ต่ำกว่าปกติที่ 27-28%
ธุรกิจ Aeroflex – ฉนวนยาง (30% ของรายได้รวม) แม้ยอดขายจะต่ำกว่าไตรมาสก่อนแต่ที่ระดับกว่า 700 ล้านบาท/ไตรมาสก็ถือว่าอยู่ในระดับสูงกว่าในอดีต แต่ถูกกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงเร็วกว่าคาดทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 35.1% อยู่ในกรอบล่างของระดับปกติที่ 35-40%
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2018
GLOBAL (BUY/18TP: 19), กำไร 4Q17 ไม่ตื่นเต้นตามคาด จะกลับมาดีขึ้นใน 1Q18
(views 12)
กำไรสุทธิ 4Q17 ไม่สดใสตามคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 349 ล้านบาท (+1.7% Q-Q, -9.6% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 361 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรไม่ตื่นเต้นนัก เพราะเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ ทั้งนี้เราเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน จาก SSSG ที่พลิกกลับมาเป็นบวกราว +2% Y-Y และไตรมาสนี้มีการเปิดสาขาใหม่ 3 แห่ง ทำให้มีรายได้รวมเติบโต 9.5% Q-Q และ 18% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงตามคาดมาอยู่ที่ 19.9% ลดลงจาก 20.2% ใน 3Q17 และ 21.4% ใน 4Q16 เพราะมีการขายสินค้ามาร์จิ้นต่ำอย่าง Building Material มากขึ้น และมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14.7% จาก 14.6% ใน 3Q16 และ 13.1% ใน 4Q16 ทำให้ทั้งปี 2017 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,609 ล้านบาท (-4% Y-Y) ด้วยการเปิดสาขาใหม่ทั้งปีที่ 9 แห่ง และมีจำนวนสาขาทั้งหมดสิ้นปี 2017 เท่ากับ 55 แห่ง
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2018
LHBANK (HOLD/18TP: 1.87), Switch to other banks for “Better ROE”
(views 12)
แนะนำ ถือ หรือ Switch เนื่องจาก 1.คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018 +7%Y-Y แต่ EPS จะลดลงราว 12%Y-Y เนื่องจากผลกระทบของการออกหุ้นเพิ่มทุนในปีก่อนหน้า และ 2. คาดการณ์ 2018 ROE ที่ราว 7% ต่ำที่สุดในกลุ่มธนาคารเนื่องจากฐานทุนเพิ่มเร็วกว่าขนาดของการเพิ่มขึ้นของกำไร ประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 1.87 บาท (อิง 2018 Adj BVS)
อ่านเพิ่มเติม
08
กุมภาพันธ์
2018
TK (BUY/18TP: 19.5), กำไรปี 2018 จะกลับมาอิ่มเอมอีกครั้ง
(views 18)
ราคาหุ้นได้ตอบรับความผิดหวังต่อคาดการณ์ผลกำไร 4Q17 ที่เราคาดว่าจะลดลงราว 21%Q-Q เนื่องจากค่าใช้จ่ายพิเศษและการตั้งสำรองฯที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามเราคงคาดการณ์แนวโน้มที่สดใสขึ้นในปี 2018 ด้วยขนาดฐานสินเชื่อที่เติบโตดีกว่าคาดในปี 2017 ที่ราว 17%Y-Y และแนวโน้มยอดขายรถจักรยานยนต์ รวมถึง และภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวส่งผลดีต่อความสามารถก่อหนี้และความต้องการซื้อรถมากขึ้น เราคาดว่าสินเชื่อในปี 2018 จะเติบโตที่ราว 15%Y-Y, คาด Loan spread สูงที่ 34% จากแรงหนุนของ CoF ที่ทรงตัวในระดับต่ำ และ คาดการณ์การตั้งสำรองฯจะลดลงจากคุณภาพหนี้ที่ไม่เลวร้ายลง เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018 ที่ 640 ลบ. +38.8%Y-Y ราคาหุ้นที่อ่อนตัวลงจึงเป็นโอกาส ซื้อสะสม โดยเราคงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 19.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
กุมภาพันธ์
2018
INTUCH (BUY/18TP: 67.5), กำไรดีตาม ADVANC ปันผลสูงตาม THCOM
(views 11)
กำไรสุทธิ 4Q17 หดตาม THCOM แต่กำไรปกติดีตาม ADVANC INTUCH ประกาศกำไรปกติ 4Q17 ออกมาที่ 1,755 ลบ. -40.1% Q-Q, -31.5% Y-Y เนื่องจากถูกกดดันจากการตั้งด้อยค่าดาวเทียมของ THCOM กว่า 3,300 ลบ. อย่างไรก็ตามหากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรปกติ 4Q17 อยู่ที่ 3,114 ลบ. +6.8% Q-Q, +18% Y-Y จากผลการดำเนินงานของ ADVANC ที่เติบโตแข็งแกร่งซึ่งสะท้อนมาในส่วนของส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y ส่งผลให้กำไรปกติปี 2017 ของ INTUCH อยู่ที่ 11,981 ลบ. -6.1% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
06
กุมภาพันธ์
2018
ADVANC (BUY/18TP: 220), กำไร 4Q17 ใกล้เคียงคาด
(views 9)
กำไร 4Q17 แข็งแกร่งตามคาด ADVANC ประกาศกำไรปกติ 4Q17 ออกมาใกล้เคียงคาดที่ 7,679 ลบ. +3.4% Q-Q, +18.9% Y-Y และทำให้ทั้งปี 2017 มีกำไรปกติที่ 29,852 ลบ. -4.4% Y-Y รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ใน 4Q17 เติบโต 0.5% Q-Q และ 3.1% Y-Y ซึ่งชะลอตัวลงจากช่วง 9M17 โดย Net Add จะยังติดลบเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกันอีก 1.3 แสนราย แต่ชดเชยได้จาก ARPU ที่ปรับตัวขึ้น ส่วน Handset Margin ติดลบเพียง 0.6% จากเนื่องจากได้ประโยชน์จาก iPhone รุ่นใหม่ ขณะที่ฝั่งของต้นทุนโดยรวมยังปรับขึ้นตามการลงทุน อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายทางการตลาดลดลงค่อนข้างมีนัยยะซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีในแง่การแข่งขันที่ดูจะผ่อนคลายลง ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวขึ้นเป็น 45.1% จาก 36.7% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
06
กุมภาพันธ์
2018
THANI (BUY/18TP: 11.8), กำไรจะสดใสอีกปีหนึ่ง
(views 7)
ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จาก ขาย และปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2018 ขึ้นเป็น 11.80 บาท อิง Justified PER 20 เท่า ทั้งนี้ภายหลังการประชุมกับผู้บริหาร เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 6.1% เป็น 1,425 ลบ. +26.6%Y-Y และเป็นระดับกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากประเด็นบวก 3 ประการ 1. ค่าใช้จ่ายสำรองทั่วไปเพื่อรองรับ IFRS 9 จะครบใน 1H18 2. CoF จะลดลงอีกในปีนี้จากการครบอายุของหุ้นกู้รุ่นเก่า คาด Refinance ใหม่ที่อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงราว 1.5% และ 3. แผน Write-off NPL อีกราว 50-100 ลบ. ในปีนี้ หรือคิดเป็น 3-6% ของ NPL ทั้งหมดจากที่ไม่เคย Write-off NPL มาก่อน ส่งผลดีต่อคุณภาพหนี้
อ่านเพิ่มเติม
06
กุมภาพันธ์
2018
EPG (BUY/19TP: 14), กำไร 3Q18 อาจแย่กว่าที่เคยคาดแต่จะเป็น bottom
(views 6)
แนวโน้มกำไร 3Q18 (ต.ค.-ธ.ค. 2017) ต่ำกว่าที่เคยคาดเพราะถูกกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าเร็ว ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น และการบริโภคที่ยังฟื้นไม่เต็มที่ โดยคาดกำไร -16% Q-Q, -26% Y-Y เหลือ 244 ล้านบาท ค่าเงินบาทที่แข็งค่าอาจส่งผลต่อบริษัทอีกระยะ ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบอาจยังกระทบต่อไปแต่ถ้าการจับจ่ายเร่งตัวขึ้น บริษัทจะสามารถผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มเข้าไปในราคาขาย ช่วยลดผลกระทบได้ และเมื่อการผลิตได้ Economy of scale จะช่วยบรรเทาต้นทุนคงที่ที่สูงได้ เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-19 ลงโดยปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลง และพบว่ากำไรในปี 2018 (สิ้นสุด มี.ค. 2018) ลดลง 16% Y-Y (เดิมคาด +5% Y-Y) แต่จะกลับมาฟื้นตัวในปี 2019 (สิ้นสุด มี.ค. 2019) คาด +30% Y-Y ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 14 บาทจาก 16 บาท ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
กุมภาพันธ์
2018
FSMART (BUY/18TP: 19.5), คาดกำไร 4Q17 ไม่ตื่นเต้น ปรับเป้าหมายลง แต่ยังมี Upside สูง
(views 15)
Flat Q-Q เพิ่ม 8.0% Y-Y จากค่าซ่อมบำรุงตู้เติมเงินมากเป็นพิเศษ ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มตามฤดูกาล และ 4Q16 มีเครดิตภาษี แต่ทั้งปีเราคงมองกำไรโตสูง 34% แม้โตลดลงจากฐานที่สูงขึ้น และปรับประมาณการปี 2018-2019 ลง 5-8% จากการปรับลดสมมุติฐานอัตราส่วนส่วนแบ่งรายได้ค่าบริการ ยังกำไรโต 21.5% และ 16.9% ตามลำดับ พร้อมปรับลดสมมุติฐาน L-T Growth เป็น 2.5% เพื่อ Conservative มากขึ้น ต่อปัจจัยเสี่ยงระยะยาวพฤติกรรมของผุ้ใช้บริการเติมเงินผ่านช่องทางใหม่ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะ Mobile App. ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ลดเหลือ 19.50 บาท จากเดิม 23.50 บาท (DCF) ราคาหุ้นยัง Laggard และมี Upside 33% รวมทั้งคาดปันผลงวด 2H17 หุ้นละ 0.31 บาท Yield 2.1% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
02
กุมภาพันธ์
2018
BBL (BUY/18TP: 244), ฐานทุนแกร่ง ฐานกำไรแข็งแรง
(views 13)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ผู้บริหาร BBL กล่าวถึงมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจในปี 2018 ในเชิงบวกมาก โดยคาดการณ์อัตราการเติบโตของ GDP ที่ 4.2% BBL ตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่สูงขึ้นมาที่ 5-6% ในปี 2018 เทียบกับ 3.2% ในปีก่อนหน้าและมากที่สุดในรอบ 5 ปี อย่างไรก็ตามธนาคารยังคงจำเป็นต้องรักษาระดับสำรองฯให้สูงเผื่อกฏเกณฑ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงในอนาคต (Basel และ มาตรฐานบัญชี) ทำให้เราปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายสำรองฯในประมาณการขึ้น แต่กระทบประมาณการกำไรไม่มากนัก เราคงคาดการณ์การเติบโตของกำไรยังโดดเด่นเมื่อเทียบแบงก์ใหญ่ด้วยกันที่ 11.5%Y-Y หรือราว 3.68 หมื่นลบ. คงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเหมาะสมที่ 244 บาท
อ่านเพิ่มเติม
01
กุมภาพันธ์
2018
ATP30 (18TP: 2.3), คาดกำไรทำ All Time High ต่อเนื่อง
(views 14)
แม้ 4Q17 จะเป็น Low Season จากการมีวันหยุดมาก แต่ถูกชดเชยด้วยรายได้จากการเช่ารถพิเศษตามงานร่าเริงที่เพิ่มขึ้น บวกกับมีการรับรู้รายได้จากการให้บริการ Autoliv และ SCCC ด้วยรถบัสรวม 28 คันเต็มไตรมาส ทำให้แนวโน้มกำไร 4Q17 คาดทำจุดสูงสุดใหม่ โตโดดเด่น +20% Q-Q, +190% Y-Y เป็น 10 ล้านบาท สำหรับปี 2018 เราคาด Momentum ของกำไรจะขยายตัวต่อเนื่องจากการเติบโตของลูกค้าในพอร์ต และจำนวนรถที่เพิ่มขึ้นอีก 20 คัน โดยเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 13% เป็น 40 ล้านบาท (+67% Y-Y) สะท้อนจำนวนรถที่ผ่อนและตัดค่าเสื่อมหมดที่มากกว่าคาด ทำให้ราคาเหมาะสมปรับขึ้นเป็น 2.30 บาทจากเดิม 2.00 บาท คงคำแนะนำซื้อ จากแนวโน้มกำไรที่คาดทำ All Time High ติดกันอย่างน้อย 2 ไตรมาส และในระยะยาว ได้รับประโยชน์โดยตรงจาก EEC
อ่านเพิ่มเติม
01
กุมภาพันธ์
2018
TCAP (HOLD/18TP: 55), กำไรจะเริ่มชะลอลงในปีนี้และปีหน้า
(views 10)
ผู้บริหารเปิดเผยเป้าหมายทางการเงินสำหรับปี 2018 โดยรวมธนาคารมองการเติบโตของสินเชื่อในเชิงรุกและคาดการณ์การเติบโตที่ > 5% สูงสุดในรอบ 6 ปี เราคาดว่า 2018 PPOP จะ +9%Y-Y แต่กำไรสุทธิน่าจะทรงตัวและชะลอตัวในปีนี้-ปีหน้า เนื่องจากการกลับมาจ่ายภาษีในอัตราปกติตั้งแต่ 2H18 และฐานกำไรจากเงินลงทุนที่สูงในปี 2017 เราคงราคาเหมาะสมที่ 55 บาท ราคาหุ้นเต็มมูลค่า แต่คาดการณ์ Final Dividend อีกราว 1.40 บาทต่อหุ้น หรือ Yield ราว 2.4% และปีละ 3.9% จึงแนะนำ ถือ หรือ Switch เป็น TISCO หรือ KKP ซึ่งเราคาดการณ์เงินปันผลต่อปีในอัตราที่สูงกว่าและคาดการณ์การเติบโตของกำไรมากกว่า TCAP ที่คาดการณ์จะเห็นการพักฐานของกำไรในปีนี้-ปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม
01
กุมภาพันธ์
2018
THCOM (SELL/18TP: 11), ยังอยู่ในช่วงมรสุมชีวิต
(views 10)
กำไร 4Q17 ย่ำแย่อย่างมากจากการตั้งด้อยค่า THCOM ประกาศผลการดำเนินงาน 4Q17 ออกมาขาดทุนสุทธิ 3,190 ลบ. ลดลงอย่างมีนัยยะทั้ง Q-Q และ Y-Y โดยมีการตั้งด้อยค่าดาวเทียม IPSTAR 3,309 ลบ. หากตัดรายการดังกล่าวออกกำไรปกติจะอยู่ที่ 115 ลบ. แม้จะฟื้นทั้ง Q-Q และ Y-Y แต่ยังเป็นระดับทีอ่อนแอมากเพราะในนั้นได้รวมรายการภาษีเงินได้รอตัดบัญชีที่เป็นบวกกว่า 500 ลบ. ซึ่งหากตัดออกผลการการดำเนินงานจะขาดทุนอย่างมีนัยยะ ซึ่งเป็นผลจากรายได้ที่หดตัวแรงจากการสูญเสียลูกค้า ขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ ส่งผลให้ปี 2017 พลิกมาขาดทุนสุทธิ 2,650 ลบ. ส่วนกำไรปกติอยู่ที่ 531 ลบ. -67.5% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2018
DTAC (SELL/18TP: 50), 4Q17 ดีกว่าคาดเพราะรายการภาษี // 2018 ยังดูน่าห่วง
(views 24)
กำไร 4Q17 ดีกว่าคาดเพราะผลประโยชน์ทางภาษี DTAC ประกาศกำไรปกติ 4Q17 ออกมาดีกว่าคาดที่ 565 ลบ. +19.9% Q-Q, +234.5% Y-Y แต่เป็นเพราะรายการผลประโยชน์ทางภาษีราว 250 ลบ. ขณะที่ในแง่การดำเนินงานเรามองว่ายังไม่ได้แข็งแกร่งนัก รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC แม้จะพลิกมาเติบโต 1.7% Q-Q และ 1.3% Y-Y แต่เรายังคงกังวลกับ Net Add ที่ยังติดลบถึง 4.5 แสนราย ขณะที่ต้นทุนโครงข่ายยังคงปรับตัวขึ้นตามการลงทุน ส่งผลให้ปี 2017 มีกำไรปกติ 1,987 ลบ. หดตัวติดต่อกันเป็นปีที่ 4 อีก 21.8% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2018
SAPPE (BUY/18TP: 38), คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ 1Q18 เป็นต้นไป
(views 11)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 จะไม่สดใสนักคาดลดลง Q-Q เพราะเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ แต่ในแง่กำไรปกติ (ไม่รวม FX Gain ในปีก่อน) คาดเห็นการเติบโต Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำของทั้งการขายในประเทศและการส่งออก จึงคาดรายได้จะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง รวมถึงค่าใช้จ่ายน่าจะปรับลดลง Y-Y จากฐานที่สูงในปีก่อน สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของอัตรากำไรขั้นต้นที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าได้ โดยคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะจบลงเพียงการทรงตัวจากปีก่อนหน้า และคาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 22.6% Y-Y จากการฟื้นตัวของธุรกิจในประเทศ ตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และการเน้นธุรกิจส่งออกมากขึ้น ทั้งตลาดใหม่ และตลาดเดิมที่มีศักยภาพ ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของอัตรากำไรขั้นต้นอีกครั้ง เรายังคงราคาเป้าหมายเท่ากับ 38 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) ยังมี Upside 30% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2018
WP (18TP: 8.5), โอกาสเติบโตมีอีกมากในตลาดต่างประเทศ
(views 11)
การทยอยปรับโครงสร้างราคา LPG ในประเทศทำให้ผู้บริโภคทั้งในภาคขนส่งและครัวเรือนปรับพฤติกรรมการใช้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนเชื่อว่าความต้องการใช้ก๊าซ LPG โดยรวมจะไม่ต่ำกว่าปีก่อน แม้ว่าการใช้งานในภาคขนส่งมีโอกาสลดลงอีก แต่จะชดเชยด้วยภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรมที่ขยายตัวต่อเนื่อง เป็นบวกต่อ WP ที่พึ่งพาลูกค้าสองกลุ่มดังกล่าวเกือบ 60% ของยอดขายและมีส่วนแบ่งตลาดสูงในทั้งสองกลุ่ม แต่เรามองว่าการเติบโตของ WP อยู่ที่ตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านและในภูมิภาค ขณะที่ผลกระทบจากการเปิดเสรีก๊าซ LPG ทั้งระบบ มีจำกัดจากการเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่มีความพร้อมในการจัดหาวัตถุดิบและการแข่งขัน เราคาดกำไรสุทธิปี 2017-19 เติบโต 213.6%, 20.5% และ 7.7% ตามลำดับ ประเมินราคาเป้าหมาย 8.50 บาทอิง EV/EVITDA 12 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2018
ABM (IPO/18TP: 2.26), หนึ่งในผู้นำธุรกิจจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลในไทยและเอเชีย
(views 31)
หมายเหตุ : บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน) ที่เสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO)
ABM เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านการจัดหา ขนส่ง และจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลของไทยและในเอเชีย ที่มีศักยภาพการเติบโตจากแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานทดแทนของโลกเพิ่มต่อเนื่อง คาดว่ากำไรปกติในปี 2018 จะโตสูง เท่าตัวจากปีก่อน (แต่ EPS-fully diluted โต 54.6%) จากรายได้จากการขายเพิ่ม 20.7% หนุนโดยปริมาณขายเพิ่ม จากปริมาณขายกะลาปาล์มทั้งในและต่างประเทศเพิ่ม หลังปีก่อนได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ และความต้องการของลูกค้าโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มมาก เราประเมินราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 2018 (หลังเพิ่มทุน) ที่ 2.26 บาท โดยวิธี PE Relative ที่ 19 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2018
GLOBAL (BUY/18TP: 19), SSSG พลิกเป็นบวกแล้ว กำไรจะกลับมาโตตั้งแต่ 1Q18
(views 14)
มองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วในปี 2017 โดยคาดกำไรสุทธิ 4Q17 จะไม่ตื่นเต้นนัก คาดโตเล็กน้อย 5.2% ทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะปกติ 2H มักเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ แต่เราเริ่มเห็นการฟื้นตัวจาก SSSG ที่คาดจะพลิกกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส ตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อ ซึ่งคาดกำไรสุทธิจะกลับมาเติบโตดีอีกครั้งตั้งแต่ 1Q18 เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีเปิดสาขาใหม่ในปี 2017 ที่ 9 แห่ง ซึ่งมากกว่าคาดการณ์ของเรา ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้เต็มปีในปี 2018 รวมถึงยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องราว 7-8 แห่งในปีนี้ และคาดเห็นสาขาแรกที่กัมพูชาอย่างเร็วใน 2Q18 นี้ เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะลดลงเล็กน้อยราว 3.2% Y-Y และปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ราว 3.4% เพื่อสะท้อนสาขาใหม่ที่เปิดในปี 2017 มากกว่าคาด เป็นการเติบโตราว 27.2% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเล็กน้อยเป็น 19 บาท จากเดิม 18 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงมา ทำให้มี Upside 11.8% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ทยอยซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2018
SAWAD (HOLD/18TP: 68), โครงสร้างใหม่ หัวใจเดิม
(views 14)
เราคาดการณ์กำไร 4Q17 ของ SAWAD จะอยู่ที่ราว 529 ลบ. -15%Q-Q และ -13%Y-Y โดยคาดว่า SAWAD น่าจะมีการตั้งสำรองฯสูงขึ้น และคาดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะชะลอตัวเนื่องจากผลของการปรับโครงสร้างสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น บนประมาณการกำไร 4Q17 ดังกล่าว ส่งผลให้เราขยับประมาณการกำไรปี 2017 ขึ้น 7% มาอยู่ที่ 2.47 พันลบ. +23%Y-Y แนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2018 เราคาดว่าจะเห็นการเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจอีกครั้ง การเติบโตของสินเชื่อจะมีโฟกัสหลักที่ BFIT และ SAWAD น่าจะเป็นขยับถือหุ้นมากขึ้นและขึ้นมาเป็นกลุ่มการเงินภายใต้การกำกับดูแลของธปท. แต่เราเชื่อว่าการเติบโตทั้งกลุ่มยังอยู่ในระดับดีที่ราว 30% เราคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 3 พันลบ. +22.65%Y-Y และคงราคาเหมาะสมที่ 68 บาท แนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2018
TMB (BUY/18TP: 3.3), โมเมนตัมของกำไรเติบโตได้จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย
(views 13)
ปรับคำแนะนำจาก ถือ เป็น ซื้อ ราคาหุ้น TMB ปรับฐานจนมี Upside ที่น่าสนใจขึ้น เราคาดว่าแนวโน้มกำไรยังเป็นโมเมนตัมที่ดี และเราคาด ROE จะปรับขึ้นสู่ 12% จาก 10% ในปี 2017 ตามแผน 5 ปีของธนาคารมีเป็นเชิงรุกต่อการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยผ่านช่องทาง Digital และการ Cross sell ในฐานลูกค้ารายย่อยที่เพิ่มขึ้น เราคาดว่ากำไรปี 2018 จะฟื้นตัวขึ้น 16%Y-Y มาอยู่ที่ราว 1 หมื่นลบ. โดยปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม, การเติบโตของสินเชื่อและการตั้งสำรองฯที่ผ่อนคลายลง คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 3.30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2018
ORI (BUY/18TP: 27), ม้ามืดตัวใหม่แห่งวงการอสังหา
(views 8)
เรามีมุมมองบวกกับแผนการเปิดโครงการใหม่เชิงรุกอย่างชัดเจนในปี 2018 จำนวน 14 โครงการ มูลค่ารวม 3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปีก่อน โดยหันมาจับตลาดบนย่าน CBD มากขึ้น พร้อมผลักดันยอด Presales ให้ขยายตัว 36% Y-Y เป็น 2 หมื่นล้านบาท ขณะที่ไฮไลท์สำคัญคือ การเปิดตัวโครงการ Mixed-use 3 แห่งใจกลางเมือง ช่วยยกระดับสู่กลุ่มลูกค้าบน และต่อยอดในธุรกิจ Recurring Income หนุนรายได้ที่สม่ำเสมอ และกระจายความเสี่ยงได้ดี โดยเราคงคาดกำไรสุทธิปี 2017 โตก้าวกระโดด +231% Y-Y และโตต่อในอัตราสูงถึง +43% Y-Y ในปีนี้ จาก Backlog สิ้นปีก่อนที่สูงถึง 2.7 หมื่นล้านบาท รองรับรายได้ปี 2018 ไปแล้วกว่า 78% คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมที่ 27 บาท จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม และมี Catalyst บวกระยะสั้นจากกำไร 4Q17 ที่ทำจุดสูงสุดใหม่
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2018
TPCH (BUY/18TP: 20), คาดกำไรสุทธิ 4Q17 โตแรง Q-Q
(views 13)
คาดกำไรสุทธิ 4Q17 โต 1.8 เท่าตัว Q-Q จากไตรมาสก่อนมีค่าใช้จ่ายพิเศษเยอะ กำไรปกติโต 10.4% Q-Q, 5.0% Y-Y % จากโรงไฟฟ้า PGP เดินเครื่องได้มากขึ้นหลัง COD ต้นไตรมาสก่อน และการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าใหม่ แม้ Gross Margin ลดลง Y-Y จากต้นทุนจัดการโรงไฟฟ้าและค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่ม ทั้งปี คงคาดกำไรสุทธิ Flat Y-Y แต่กำไรปกติโต 29 % Y-Y ราคาหุ้นยัง Underperform สะท้อนกำไรปีก่อนที่พลาดเป้าของตลาด แต่คาดกำไรปกติปี 2018-2019 สดใสขึ้น คาด PE ปี 18 จะลดลงเหลือ 16x และ 11x คงคำแนะนำ ซื้อลงทุนระยะยาว ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2018
ICHI (HOLD/18TP: 9.7), กำไรสุทธิ 4Q17 ยังไม่ตื่นเต้น คาดจะกลับมาโตมากขึ้นในปี 2018
(views 6)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q17 จะกลับมาฟื้นตัวเล็กน้อย Q-Q แต่คาดจะต้องมีการตั้งด้อยค่าความนิยมแบรนด์ไบเล่ต่อเนื่อง รวมถึงคาดจะรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจที่อินโดนีเซียสูงขึ้น จึงคาดกำไรสุทธิ 4Q17 จะลดลง Q-Q แต่จะพลิกจากที่ขาดทุนในปีก่อน และคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะจบลงด้วยการลดลงจากปีก่อนราว 25.8% เป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ประสบเหตุน้ำท่วมหนักในปี 2011 และคาดกำไรสุทธิจะกลับมาโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 98.7% Y-Y เป็น 543 ล้านบาท แม้จะประสบความสำเร็จจากการรุกตลาดส่งออก จนมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็วมาอยู่ที่ 22% ของรายได้รวม แต่เรายังไม่คิดว่ากำไรจะกลับมาสดใสสู่ระดับพันล้านบาทอย่างที่เคยทำได้ในปี 2014 ภายในระยะเวลา 1-2 ปีนี้ เพราะรายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากในประเทศ ที่แนวโน้มยังไม่สดใส อย่างไรก็ตาม เรามองว่าผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และจะกลับมามีกำไรที่ดีขึ้น เราจึงปรับเพิ่ม PE จาก 20 เท่า เป็น 23 เท่า ให้เท่ากับค่าเฉลี่ยของกลุ่มเครื่องดื่ม นำไปสู่การปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 9.7 บาท จากเดิม 8.4 บาท มี Upside 4.9% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
26
มกราคม
2018
AMATA (BUY/18TP: 30), กำไรชะลอตัวในระยะสั้น แต่ระยะยาวรับอานิสงส์เต็มที่จาก EEC
(views 19)
แนวโน้มกำไร 4Q17 ชะลอทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะลูกค้าบางส่วนยังต้องการรอความชัดเจนของ กม. EEC ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายใน 1Q18 แต่ก็น่าจะทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2017 โตได้ 17% Y-Y เราคาดกำไรโตต่อเนื่อง 18% Y-Y ในปี 2018 จาก Backlog ที่มีเกือบ 2 พันล้านบาท การ COD ของโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริมเพาเวอร์ การโอนที่ดินที่นิคมฯในเวียดนามที่กลับสู่ปกติหลังปัญหาที่ดินคลี่คลาย และอานิสงส์ที่จะได้จากนโยบาย EEC ซึ่งบริษัทมีพื้นที่พร้อมขายกว่า 1 หมื่นไร่ในระยองและชลบุรี เราปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 30 บาทจาก 27 บาทจากการปรับ PE ขึ้นสะท้อนการเติบโตที่สดใสในระยะยาว ยังแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
มกราคม
2018
FN (BUY/18TP: 5.6), เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวใน 4Q17
(views 6)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 จะฟื้นตัวเติบโต Q-Q เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส แม้ SSSG จะยังติดลบต่อเนื่อง แต่เริ่มติดลบน้อยลง กอปรกับเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และผลตอบรับที่ดีของการเปิดสาขาแห่งใหม่ที่ฉะเชิงเทรา ทั้งนี้หากพิจารณาเป็นรายเดือน บริษัทเริ่มเห็น SSSG พลิกเป็นบวกในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ถือเป็นสัญญาณการฟื้นตัวที่จะกลับมาดีขึ้นในปีนี้ และยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 แห่ง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาเปิดสาขาแรกในกทม.หรือปริมณฑล เราคาดผ่านกำไรต่ำสุดแล้วในปี 2017 ซึ่งน่าจะจบที่ 86 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 44.3% และคาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 74.5% Y-Y ยังคงราคาเป้าหมาย 5.6 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงมาทำให้มี Upside ราว 10% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
มกราคม
2018
FTE (BUY/18TP: 5), FTE เริ่มน่าสนใจจาก New Project และ Dividend Yield
(views 12)
หลังจากเราได้เข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรามีมุมมองเชิงบวกกับ FTE มากขึ้นใน 3 ประเด็น คือ (1) โอกาสการได้งานวางระบบดับเพลิงในโครงการใหม่ๆ ทั้งโรงไฟฟ้าของรัฐวิสาหกิจและเอกชน รวมถึงโครงการแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ มูลค่ารวมกันราว 1 พันล้านบาท (2) ได้ประโยชน์จากการแข็งค่าของเงินบาทในระยะนี้อย่างมาก เพราะต้นทุนสินค้าราว 70% นำเข้าจากต่างประเทศ โดยทุก 1% ที่แข็งค่า จะเป็นบวกกับกำไรสุทธิ 4% เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 +45% Y-Y และ +16% Y-Y ในปี 2018 (3) แนวโน้มการจ่ายปันผลที่มากกว่าคาด จากผลประกอบการที่ดีและแผนการลงทุนที่ใช้เงินน้อยลง โดยเราคาด Dividend Yield เฉพาะ 2H17 จะสูงถึง 4% ส่วน PE2018 ยังต่ำเพียง 13 เท่า และ PEG เทียบการเติบโตของกำไรปี 2019-2021 อยู่ที่ 0.7 เท่า แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 5 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
มกราคม
2018
SCC (BUY/18TP: 580), กำไรเป็นไปตามคาด
(views 11)
กำไร 4Q17 ที่ไม่แย่ไปกว่าคาด ควรทำให้ตลาดคลายกังวลได้ กำไรสุทธิ 4Q17 ที่ทำได้ 12,567 ล้านบาท (+6.2% Q-Q, +0.7% Y-Y) และทั้งปีที่ 55,041 ล้านบาท -2% Y-Y เป็นไปตามเราและตลาดคาด ซึ่งเป็นกำไรที่ไม่ดีนักเพราะราคาต้นทุน Naphtha ที่ปรับขึ้นเร็วตามราคาน้ำมันดิบและการหยุดผลิตกะทันหันของแหล่งก๊าซธรรมชาติและโรงกลั่นในตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาขายปรับขึ้นน้อยกว่า ทำให้ Spread ของ HDPE-Naphtha ลดลงเหลือ US$656/ตัน (-2% Q-Q, -4% Y-Y) และ PP-Naphtha เหลือ US$625/ตัน (-8% Q-Q, -2% Y-Y) นอกจากนี้ ตลาดปูนซีเมนต์ยังซบเซา มีเพียงธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (19% ของรายได้รวม) ที่ขับเคลื่อนผลประกอบการ แต่ EBITDA โดยรวมยังแข็งแกร่ง ประกอบกับนักวิเคราะห์ได้สื่อสารให้นักลงทุนรับทราบก่อนหน้านี้แล้ว ถือว่าราคาหุ้นได้สะท้อนข่าวลบไปแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
25
มกราคม
2018
CHG (BUY/18TP: 2.5), โมเมนตัมกำไรอยู่ในช่วงเร่งตัว
(views 14)
โมเมนตามการเติบโตของกำไร CHG คาดว่าอยู่ในช่วงเร่งตัว โดยกำไรปกติ 4Q17 คาดว่าจะเติบโต 8.6% Y-Y และส่งผลให้ทั้งปี 2017 เติบโต 3.2% Y-Y ขณะที่ปี 2018 แม้เราจะปรับลดประมาณการลงเล็กน้อยราว 5% แต่คาดว่ายังคงเติบโตในอัตราเร่ง +11.6% Y-Y ตามทิศทางเศรษฐกิจและการบริโภคในประเทศที่ดีขึ้น รวมถึงอานิสงส์เชิงบวกจากการเพิ่มเงินของสำนักงานประกันสังคมเต็มปี เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 2.50 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัวลงค่อนข้างมากส่วนทางกับแนวโน้มกำไรที่กลับมาเป็นขาขึ้น เราจึงมองเป็นจังหวะในการเข้า “ซื้อ” อีกครั้ง และเป็นโรงพยาบาลที่ได้ประโยชน์สูงสุดจาก EEC
อ่านเพิ่มเติม
25
มกราคม
2018
CPF (HOLD/18TP: 32), คาดผลงานหลัก 4Q17 ไม่สดใส และจะต่อเนื่องไปใน 1Q18
(views 8)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 จะลดลง Q-Q และโตเล็กน้อย Y-Y แต่หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุน คาดมีผลการดำเนินงานหลักอาจแย่ถึงขั้นขาดทุน แม้จะยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก CPALL เติบโตต่อเนื่อง แต่อาจไม่ครอบคลุมผลขาดทุนของธุรกิจหมูทั้งในไทยและเวียดนามได้ ในขณะที่ธุรกิจไก่เป็นช่วง Low Season และราคาไก่ในประเทศปรับลดลงเข้าสู่ระดับต้นทุนการเลี้ยงพอดี เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ทำได้เพียงทรงตัว Y-Y และคาดจะกลับมาเติบโตเล็กน้อยราว 8.5% Y-Y ในปี 2018 โดยคาดธุรกิจหมูจะกลับมามีกำไรอีกครั้งในช่วงปลาย 2Q18 ภายหลังราคาหมูในไทยและเวียดนามฟื้นตัว แม้เรายังคงราคาเป้าหมาย 32 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แต่ระยะสั้น แนวโน้มผลการดำเนินงานหลักน่าจะอ่อนแอต่อเนื่องใน 1Q18 เป็นอย่างน้อย เราจึงแนะนำเพียง ถือ
อ่านเพิ่มเติม
25
มกราคม
2018
THMUI (BUY/18TP: 3.1), คาดกำไรปี 2017-18 โตสูง จากงานก่อสร้างฟื้นและเปิดตลาดใหม่
(views 5)
เราแนะนำซื้อ THMUI ราคาเป้าหมาย 3.10 บาท แม้คาดผลประกอบการ 4Q17 ชะลอตัว แต่ทั้งปี 2017 ยังโตสูง 73% Y-Y และคาดโตแรงต่อเนื่อง 61% Y-Y อยู่ที่ 53 ล้านบาทในปี 2018 แรงหนุนอยู่ที่ (1) การขยายตัวของรายได้ที่จะโดดเด่น 25% Y-Y จากความต้องการลวดสลิงที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มก่อสร้างและพลังงาน รวมถึงการเริ่มขยายตลาดใหม่ในกลุ่ม AEC ซึ่ง THMUI ยังได้สิทธิขายในบางแบรนด์แต่เพียงผู้เดียว (2) ได้ประโยชน์จากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เพราะต้นทุน 50-60% เป็นการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ แต่ขายในประเทศเกือบทั้งหมด ซึ่งเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทุก 1% จะเป็นบวกกับกำไรสุทธิ 5% ส่วนในแง่ของ Valuation ถือว่ายังไม่แพง โดย PE2018 อยู่ที่ 13 เท่า PEG ต่ำเพียง 0.4 เท่า และคาด Dividend Yield สูง 4-5% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2018
BJC (T-BUY/18TP: 64), คาดกำไร 4Q17 ทำจุดสูงสุดใหม่ และจะโตโดดเด่นต่อในปีนี้
(views 14)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 จะเติบโตต่อเนื่องทั้ง Q-Q และ Y-Y หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนใน 3Q16 เราคาดกำไรปกติ 4Q17 จะสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยทำได้ดีทั้งธุรกิจค้าปลีก หรือ BIGC ที่คาดมี SSSG เป็นบวกต่อเนื่อง และธุรกิจ Packaging ที่สามารถ Run เตาใหม่แห่งที่ 4 ได้เกือบเต็มกำลังการผลิตทันทีที่เริ่ม Operate รวมถึงธุรกิจ Consumer ที่ฟื้นตัวได้ดีตามกำลังซื้อ และธุรกิจ Healthcare ที่จะทำจุดสูงสุดของปีเพราะเป็น High Season ตามการเบิกจ่ายของภาครัฐ ทำให้เราคาดกำไรสุทธิทั้งปี 2017 จะเติบโตราว 21.9% Y-Y และคาดจะเติบโตต่อเนื่องอย่างโดดเด่นในปี 2018 ราว 57.5% Y-Y นอกจากการเติบโตตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และการขยายธุรกิจทั้งในแง่สาขาใหม่ของ BIGC และกำลังขยายเตาแก้วใหม่แห่งที่ 5 แล้ว คาดจะปรับโครงสร้างภาษีได้แล้วเสร็จ ซึ่งจะทำให้เกิดการกลับรายการภาษีก้อนใหญ่ ในปีนี้ เรายังคงราคาเป้าหมายที่ 64 บาท (อิง DCF) มี Upside 9.4% เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อเก็งกำไรจากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2018
ROBINS (BUY/18TP: 85), คาดกำไรปกติ 4Q17 จะทำจุดสูงสุดใหม่
(views 8)
แม้แนวโน้ม SSSG ใน 4Q17 อาจจะติดลบต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 เราคาดไว้ราว -2% Y-Y แต่ด้วยการรับรู้รายได้จากสาขาใหม่ การปรับ Product Mix ได้ดี และมีรายได้ค่าเช่าเติบโตต่อเนื่อง คาดกำไรปกติ 4Q17 จะทำจุดสูงสุดใหม่ ซึ่งเติบโตดี 38.3% Q-Q และ 9.6% Y-Y คาดทำให้กำไรปกติปี 2017 เติบโตเล็กน้อยราว 7.4% Y-Y และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตได้มากขึ้นในปีนี้ ภายหลังจากกำลังซื้อในประเทศฟื้นตัว และยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ในรูปแบบ Lifestyle Center ต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ค่าเช่าอีกส่วนหนึ่ง รวมถึงน่าจะได้เห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นของอัตรากำไร จากการเน้นปรับ Product Mix และใกล้จบการทำ Stock Clearance ภายใน 1H18 นี้ เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 จะเติบโตราว 15.1% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 85 บาท (DCF) ยังมี Upside 13.7% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2018
ZIGA (SELL/18TP: 5.5), ปรับลดประมาณการและราคาเป้าหมายลง และแนะนำเปลี่ยนตัว
(views 11)
ด้วยต้นทุนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ในขณะที่ราคาขายยังไม่สามารถขยับขึ้นตามได้ทัน อีกทั้งช่องทางขายยังถูกจำกัดอยู่กับตัวแทน 3-4 รายเดิม และการเพิ่มสินค้าใหม่ยังใช้เวลาในการทำตลาด เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017-2018 ลง 30-32% จากคาดการณ์เดิม ส่วนแนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 คาด เพิ่มขึ้น 2% Q-Q และ 38% Y-Y อยู่ที่ 39 ล้านบาท จากปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season แต่กำไรทั้งปี 2017 ยังลดลง 30% Y-Y ก่อนจะกลับมาเพิ่มขึ้น 12% Y-Y ในปีนี้ตามการฟื้นตัวของการก่อสร้าง ซึ่งยังไม่ดีเท่ากับที่ ZIGA เคยทำได้ในปี 2016 และด้วยราคาปัจจุบันที่คิดเป็น PE2018 ราว 15 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มวัสดุก่อสร้าง กอปรกับ ผลจากการปรับลดประมาณการลง ทำให้ราคาเป้าหมายลดเหลือ 5.50 บาท (จาก 10.90 บาท) ไม่มี Upside พอให้ซื้อ เราจึงปรับลดคำแนะนำลงจากซื้อเป็นถือ หรือเปลี่ยนไปลงทุนใน ARROW แทน
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2018
KKP (HOLD/18TP: 85), กำไรปีนี้คาดการณ์ชะลอตัว แต่ปันผลยังพอจูงใจ
(views 12)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผู้บริหารเปิดเผยเป้าหมายทางการเงินในปี 2018 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ไม่ได้ท้าทายเกินไป โดยเป้าการเติบโตของสินเชื่อที่ 10% แต่ทิศทาง Loan spread ชะลอตัวลงจากปี 2017 เนื่องจากธนาคารโฟกัสกลุ่มสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งผลตอบแทนอาจจะน้อยกว่าสินเชื่อเช่าซื้อเดิม แม้กระนั้นเราเชื่อว่า Loan spread ในประมาณการของเรายังดีกว่ากลุ่มที่ราว 5% เราคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018 ที่ 6 พันลบ. +5.1%Y-Y ปัจจัยขับเคลื่อนมาจากการขยายตัวของสินเชื่อและการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมโดยเฉพาะธุรกิจตลาดทุนและด้าน IB ที่จะมีรายการใหญ่เกิดขึ้นในปี 2018 ประมาณการยังไม่รวม Upside จากกำไรและรายได้การขายสินทรัพย์ SAM ซึ่งอาจเกิดขึ้นหากเศรษฐกิจดีขึ้นตามคาด คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 85 บาท คงคำแนะนำ ถือ คาดการณ์เงินปันผลสำหรับ 2H17 อีกหุ้นละ 4 บาท Dividend Yield ส่วนที่เหลืออีก 4.8% โดยได้รับแรงหนุนจากเงินกองทุนที่แข็งแกร่งที่ระดับเกือบ 18%
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2018
KTB (BUY/18TP: 22), กำไร 4Q17 น่าผิดหวัง
(views 8)
กำไร 4Q17 น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดเพราะ คชจ. สำรองที่สูงขึ้น KTB รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 4.82 พันลบ. ลดลง 18%Q-Q และ 35%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดไว้ราว 15-20% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญสูงกว่าที่คาดไว้ โดยในไตรมาสนี้ KTB มีค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ 1.36 หมื่นลบ. +37%Q-Q และ +44%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 2.8% สูงใกล้เคียงกับ 2Q17 ที่มีการตั้งสำรองฯ EARTH แต่ครั้งนี้เป็นการตั้งสำรองฯเพื่อรองรับการตัดหนี้สูญ และอีกส่วนใช้เป็นสำรองทั่วไปรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ สังเกตว่า Coverage ratio ไตรมาสนี้สูงเป็น 121.7% จาก 115% ใน 3Q17 แต่ใกล้เคียงกับปี 2016 หากไม่นับเงินสำรองฯดังกล่าว PPOP ดีกว่าที่คาดไว้โดยเพิ่มขึ้น 12.5%Q-Q และ 3.5%Y-Y เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยอื่น
กำไรปี 2017 อยู่ที่ 2.2 หมื่นลบ. -30.5%Y-Y เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่สูงขึ้น และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวลงตามปริมาณเงินให้สินเชื่อที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2018
SCB (HOLD/18TP: 160), SCB กับเป้าหมาย 3 ปี ผ่านกลยุทธ Upside Down
(views 7)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผู้บริหารสร้างความฮือฮาให้กับตลาดและค่อนข้างเซอร์ไพรส์เราผ่านกลยุทธ Upside Down หรือ กลับหัวตีลังกา ซึ่งจะทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของระบบธนาคารอย่างมีนัยสำคัญในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยเน้นการเดินหน้าสู่ Digital Banking การทำธุรกรรมผ่านสาขาน้อยลง และปรับเปลี่ยนเป็น Service center และ Business Center รวมถึงการปรับรูปแบบการทำธุรกิจเป็น Banking Platform กระบวนการดังกล่าวทำให้ต้นทุนการดำเนินงานจะลดลงอย่างมากหลังเสร็จสิ้นกระบวนการโดยผ่านการลดสาขาลงเหลือเพียง 1 ใน 4 และลดจำนวนพนักงานลงครึ่งหนึ่ง เรามองเป็นบวกต่อแนวทางดังกล่าว ต่อการเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ในระยะสั้นผลการดำเนินงานจะยังได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการลงทุนระบบ IT เราจึงประมาณการกำไรและราคาเหมาะสมที่ 160 บาท คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2018
TKN (BUY/18TP: 24), คาดกำไร 4Q17 จะฟื้นตัวต่อเนื่อง และจะโตดีมากขึ้นในปี 2018
(views 11)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 จะเติบโตดี Q-Q จากทั้งปัจจัยฤดูกาล และการทยอยเพิ่มการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ แต่ในแง่ Y-Y น่าจะยังปรับลดลง เพราะต้นทุนสาหร่ายที่ปรับขึ้น และโรงงานใหม่ยังไม่ได้ Economies of Scale ทั้งนี้เรามีปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 - 2018 ลง 3% และ 8% จากการเพิ่มการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ช้ากว่าคาด และการขยายกำลังการผลิตเฟส 3 จะเกิดขึ้นในช่วง 2H18 ซึ่งช้ากว่าที่เราเคยคาดว่าจะเกิดใน 1Q18 กอปรกับได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะลดลง 16.7% Y-Y และจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 42.6% Y-Y จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ และการขยายตลาดส่งออก รวมถึงแนวโน้มการปรับลดลงของต้นทุนวัตถุดิบสาหร่าย และจะเริ่มรับรู้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางภาษี BOI ตั้งแต่ 1Q18 เป็นต้นไป ทั้งนี้จากการปรับลดกำไร นำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 24 บาท จากเดิม 27 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 17% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2018
KBANK (BUY/18TP: 264), ความผิดหวังเป็นโอกาสซื้อ
(views 24)
แม้ว่า KBANK จะรายงานกำไรปี 2017 เป็นที่น่าผิดหวังสำหรับเราและตลาด แต่เราคาดว่าค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่เพิ่มขึ้นอย่างมากใน 4Q17 นั้นจะเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว และ KBANK กำลังก้าวเข้าสู่วงจรขาขึ้นของเศรษฐกิจรอบใหม่โดยไม่มีความกังวลต่อภาระสำรองฯที่เกินปกติอีกต่อไป เราคาดว่าอัตราการตั้งสำรองฯจะลดลงในปี 2018 และจะทำให้กำไรทุกๆไตรมาสในปี 2018 มีการเติบโต Y-Y ตลอดทั้งปี เราคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 4.08 หมื่นลบ. +18.8%Y-Y คงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเหมาะสมที่ 264 บาท
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2018
M (BUY/18TP: 100), คาด SSSG 4Q17 จะเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดฯ
(views 14)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 น่าจะเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y และทำจุดสูงสุดใหม่ ส่วนหนึ่งมาจากช่วง High Season ของธุรกิจ และได้รับผลบวกจากมาตรการช้อปช่วยชาติ ช่วยหนุนให้ SSSG เติบโต 5% Y-Y มากสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดฯในปี 2013 กอปรกับเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง รวมสาขาใหม่ทั้งปีที่ 31 แห่ง คาดกำไรสุทธิปี 2017 จะเติบโต 21.8% Y-Y และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องในปี 2018 ราว 23.2% Y-Y จากทั้งการเติบโตตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อ โดยคาด SSSG จะเป็นบวกได้ต่อเนื่อง และมีเป้าหมายเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ราว 40-50 แห่ง แม้เริ่มเห็นราคาเป็ดปรับตัวสูงขึ้น แต่ได้รับการชดเชยจากการปรับลงที่ค่อนข้างมากของราคาหมู และบริษัทสามารถปรับขึ้นราคาอาหาร เพื่อสะท้อนต้นทุนหรือค่าใช้จ่าย (อาหาร แรงงาน และค่าเช่า) ที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ จึงคาดบริษัทจะยังรักษาความสามารถทำกำไรได้ดีต่อเนื่อง ยังคงราคาเป้าหมายที่ 100 บาท (อิง PE เดิม 30 เท่า) ยังมี Upside 18.3% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2018
KKP (HOLD/18TP: 85), กำไร 4Q17 น้อยกว่าคาด
(views 10)
กำไร 4Q17 น้อยกว่าที่คาดไว้ KKP รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 1.3 พันลบ. ลดลง 24.3%Q-Q และ 10%Y-Y น้อยกว่าที่เราคาด เกิดจาก 1. ผลขาดทุนจากสินทรัพย์รอการขายและการปรับมูลค่าทรัพย์สินรอการขายเกิดขึ้นจำนวน 300 ลบ. เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่มีอยู่ที่เพียง 83 ลบ. และ 2.ค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้น +49%Q-Q, +3%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาด โฆษณาและประชาสัมพันธ์ ธนาคารมีการตั้งสำรองหนี้สูญฯลดลง 13.8%Q-Q และ 35%Y-Y อยู่ที่เพียง 65 ลบ. คิดเป็น 0.14% ของสินเชื่อรวม และทั้งปีมี Credit cost ที่เพียง 0.41% ธนาคารยืนยันว่าระดับดังกล่าวเพียงพอต่อมาตรฐานบัญชีใหม่และสอดคล้องกับคุณภาพสินทรัพย์ในปัจจุบัน
กำไรสุทธิปี 2017 อยู่ที่ 5,737 ลบ. +3.4%Y-Y สาเหตุหลักเกิดจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่ลดลง 67%Y-Y ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานชะลอตัวลงราว 2%Y-Y ซึ่งเกิดจากมีกำไรจากการขาย NPA ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2018
PT (BUY/18TP: 8.8), กำไรสุทธิ 4Q17 มีแนวโน้มทำได้ดีกว่าคาด
(views 11)
กำไรสุทธิ 4Q17 มีแนวโน้มออกมาดีกว่าคาดการณ์เดิม จากการส่งมอบงานให้กับลูกค้ากลุ่มสถาบันการเงินได้มากกว่าคาด โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 57% Q-Q และ 8% Y-Y อยู่ที่ 73 ล้านบาท หนุนให้กำไรสุทธิปี 2017 ทำจุดสูงสุดใหม่ตั้งแต่เข้าตลาดมา ขณะที่ แนวโน้มปี 2018 คาดว่าจะโตต่อเนื่องอีก 10% Y-Y จากการเร่งลงทุนด้านดิจิทัลของกลุ่มสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่ PT มีความถนัดมากที่สุด ราคาปัจจุบันคิดเป็น PE2018 เพียง 9.9 เท่า ต่ำกว่าทั้งค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 13 เท่า และค่าเฉลี่ยกลุ่ม SI ที่ 17 เท่า ทั้งที่สามารถสร้างอัตรากำไรสุทธิและ ROE ได้สูงกว่ากลุ่ม แถมมีปันผลสม่ำเสมอ 4-5% ต่อปี ยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 8.80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2018
TCAP (SELL/18TP: 55), กำไร 4Q17 ดีตามคาด แต่ NPL ที่ปรับขึ้นอาจต้องตามมอนิเตอร์
(views 9)
กำไร 4Q17 เป็นไปตามที่คาด TCAP รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 1,935 ลบ. เพิ่มขึ้น +8.2%Q-Q และ +14.3%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาดไว้และเป็นอัตราการเติบโตที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม (เติบโต Q-Q) เนื่องจาก 1. กำไรจากเงินลงทุนเป็นจำนวน 780 ลบ. +33%Q-Q, +309%Y-Y ซึ่งเกิดจากการขายหุ้น MBK จำนวนรวม 35.5 ล้านหุ้น (ขายระหว่างวันที่ 28 ก.ย. – 9 ต.ค.) 2. ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด โดยลดลง 11.5%Q-Q และ 15%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นการปรับลงของค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายอื่น ทั้งนี้เพื่อชดเชยกับค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ +37%Q-Q และ +71%Y-Y รองรับ NPL ที่สูงขึ้นในไตรมาสนี้
กำไรสุทธิปี 2017 อยู่ที่ 7 พันลบ. +16.4%Y-Y สาเหตุหลักเกิดจากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง, กำไรจากเงินลงทุนสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลดลง
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2018
THANI (SELL/18TP: 8.4), กำไร 4Q17 ดีตามคาด แต่ราคาขึ้นมาแรงแล้ว
(views 7)
กำไร 4Q17 เป็นไปตามคาด THANI รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 320 ลบ. +6%Q-Q และ +35%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ กำไรที่ดีขึ้น Q-Q เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 7.7%Q-Q ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของสินเชื่อทำให้รายได้จากการเช่าซื้อดีขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยต่ำลงเนื่องจากมีหุ้นกู้ที่ Refinance ในอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง และเกิดจากการตั้งสำรองฯที่ลดลง 3.8%Q-Q ส่วนใหญ่เป็นการลดค่าใช้จ่ายสำรองทั่วไป ส่วนกำไรที่ดีขึ้น Y-Y เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ +24%Y-Y เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง 19%Y-Y กำไรสุทธิปี 2017 อยู่ที่ 1,126 ลบ. +27.8%Y-Y ดีตามคาดโดยเกิดจากรายได้ที่สูงขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญทั้งปีเพิ่มขึ้นราว 5%Y-Y แต่คิดเป็น Credit cost ที่ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ราว 1.47% จาก 1.61% ในปีก่อน เนื่องจากเงินสำรองเริ่มเพียงพอต่อมาตรฐานบัญชีใหม่แล้ว
อ่านเพิ่มเติม
19
มกราคม
2018
BAY (SELL/18TP: 44.6), กำไร 4Q17 ใกล้เคียงกับที่คาด
(views 9)
กำไรสุทธิ 4Q17 เป็นไปตามคาด BAY รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 5.68 พันลบ. ลดลง 5.6%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 10.1%Y-Y เป็นไปตามที่คาด ทั้งนี้กำไรที่ลดลง Q-Q เกิดจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงาน (+6%Q-Q) และค่าใช้จ่ายอื่น (+28%Q-Q) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพื่อการขยายธุรกิจ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายรวมต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 49.7% จาก 46% ในไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นไปตามที่คาด กำไรสุทธิปี 2017 อยู่ที่ 2.32 หมื่นลบ. +8.4%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ การเพิ่มขึ้นของกำไรส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +10.6%Y-Y สะท้อนประสิทธิภาพในการเพิ่มรายได้จากเงินให้สินเชื่อโดยการกระจายตัวสู่ฐานลูกค้าใหม่ๆ
อ่านเพิ่มเติม
19
มกราคม
2018
BBL (BUY/18TP: 244), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด และคาดว่าจะต่อเนื่องในปี 2018
(views 12)
กำไร 4Q17 ดีกว่าที่คาดไว้ BBL รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 8,496 ลบ. เพิ่มขึ้น 4.1%Q-Q และ 2.8%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 12% แต่ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด กำไรที่ดีกว่าที่เราคาดเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากค่าธรรมเนียมการปล่อยสินเชื่อ (สินเชื่อ 4Q17 เติบโตดีสุดในปี) ค่าธรรมเนียมการขายประกันผ่านธนาคารและค่าบริการกองทุนรวม ในไตรมาสนี้ธนาคารมีการตั้งสำรองฯที่ 4.6 พันลบ. ลดลง 26%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 28.4%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 0.94% เป็นระดับที่ต่ำที่สุดในปีสะท้อนความกังวลต่อคุณภาพหนี้ที่ลดลง กำไรสุทธิปี 2017 อยู่ที่ 3.3 หมื่นลบ. +3.8%Y-Y ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (+9.5%Y-Y) และค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่ลดลง 3%Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
19
มกราคม
2018
KBANK (BUY/18TP: 264), กำไร 4Q17 น่าผิดหวังเพราะตั้งสำรองฯรับเกณฑ์ บช. ใหม่
(views 13)
กำไร 4Q17 น่าผิดหวัง KBANK รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 5.7 พันลบ. ลดลง 39.8%Q-Q และ 44.3%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้มากซึ่งมีสาเหตุจาก 1. ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯหนี้สูญที่มากกว่าคาดที่ 1.16 หมื่นลบ.+12%Q-Q,+70%Y-Y ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการตั้งสำรองส่วนเกินเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชี (สังเกตว่าเงินให้สำรองฯส่วนเกินเพิ่มขึ้นราว 5 พันลบ.) และ 2.ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +16%Q-Q และ +7.7%Y-Y สูงกว่าคาด เกิดจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล เฉพาะ PPOP จึงเห็นการชะลอตัวกว่าที่คาดไว้ด้วยตาม Cost to income ratio ที่สูงกว่าคาด ด้านรายได้ทั้งรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเป็นไปตามคาด
กำไรสุทธิปี 2017 อยู่ที่ 3.4 หมื่นลบ. -14.5%Y-Y เนื่องจากการตั้งสำรองหนี้สูญที่สูงขึ้น แต่เฉพาะ PPOP +4.5%Y-Y ถือว่าดีกว่าที่คาดไว้
อ่านเพิ่มเติม
19
มกราคม
2018
SCB (HOLD/18TP: 160), กำไร 4Q17 น้อยกว่าคาดและ NPL ยังปรับขึ้น
(views 14)
กำไร 4Q17 น้อยกว่าคาดจาก SCB รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 9,199 ลบ. ลดลง 9.2%Q-Q และ 27.7%Y-Y น้อยกว่าที่เราคาด เนื่องจาก 1.รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยต่ำกว่าคาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดลงของรายได้สุทธิของธุรกิจประกันภัย 2. ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงกว่าคาดโดยเกิดจากค่าใช้จ่ายอื่นที่เพิ่มขึ้น 11%Q-Q ส่งผลให้สัดส่วน Cost to income ratio ขึ้นสูงเป็น 44.85% จาก 41.86% ในไตรมาสก่อน และ 3. ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญมากกว่าคาดโดย ทรงตัวQ-Q แต่ +276%Y-Y Credit cost อยู่ที่ 1.5% ซึ่งในจำนวนนี้ราว 5 พันลบ. เป็นสำรองพิเศษเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชี IFRS 9
กำไรสุทธิปี 2017 อยู่ที่ 4.32 หมื่นลบ. -9.4%Y-Y กำไรที่ลดลงเกิดจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายทางการตลาด
อ่านเพิ่มเติม
19
มกราคม
2018
TMB (BUY/18TP: 3.3), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด
(views 13)
กำไรสุทธิ 4Q17 ดีกว่าที่คาดไว้ TMB รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 2.26 พันลบ. เพิ่มขึ้น 12.7%Q-Q และ 5.6%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 10% ซึ่งเกิดจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ดีกว่าที่คาดไว้ (+9%Q-Q, +18%Y-Y) มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม (มาจากค่าธรรมเนียมการขายกองทุนรวมและ Bancassurance รวมถึงค่าธรรมเนียมของกลุ่มลูกค้าธุรกิจ) และกำไรจากการปริวรรตเงินตราเพิ่มขึ้น ขณที่มีค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญน้อยกว่าคาดอยู่ที่ 2 พันลบ. (-16%Q-Q, -10%Y-Y) คิดเป็น Credit cost ที่1.3% น้อยกว่าที่คาดที่ 1.5% กำไรปี 2017 อยู่ที่ 8,687 ลบ. เพิ่มขึ้น 5.6%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิซึ่งมีรายรับจากค่า Access fee ในการเป็นพันธมิตรกับ FWD และรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจกองทุนและการขายประกัน
อ่านเพิ่มเติม
19
มกราคม
2018
CMO (BUY/18TP: 3), คาด 4Q17 พลิกเป็นกำไร และจะโตต่อเนื่องในนี้ แต่ราคายังถูก
(views 10)
เรายังแนะนำซื้อ CMO ราคาเป้าหมาย 3.00 บาท ในฐานะหุ้น Turnaround ที่ราคายังถูก โดยนอกจากจะเคลื่อนไหวใกล้มูลค่าทางบัญชีแล้ว PE2018 ที่ 12 เท่า ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 17 เท่า และผลตอบแทนจากปันผลสูงถึง 7% ต่อปี โดยระยะสั้น มีปัจจัยหนุนจากผลประกอบการ 4Q17 ที่คาดพลิกมามีกำไรสุทธิ 37 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 23 ล้านบาทใน 3Q17 ส่วนระยะกลาง เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2018 จะสูงสุดในรอบ 6 ปี จากรายได้ที่สัมพันธ์เชิงบวกกับ GDP และผลขาดทุนของบริษัทลูกที่ลดลง เช่นเดียวกับการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน การขยายตลาดไปยังงานอีเว้นท์ที่มีความเฉพาะตัว ทำให้เรายังมั่นใจว่า CMO จะรักษาส่วนแบ่งการตลาดอยู่ในสองอันดับแรกของอุตสาหกรรมได้ต่อไป
อ่านเพิ่มเติม
19
มกราคม
2018
TU (BUY/18TP: 23), คาดกำไร 4Q17 ไม่สดใส แต่จะกลับมาฟื้นตัวในปี 2018
(views 8)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q17 น่าจะอ่อนตัวลงทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะยังได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบปลาทูน่าที่อยู่ในระดับสูง แต่ยังปรับราคาขายไม่ทัน รวมถึงผลประกอบการของ Red Lobster ยังไม่สดใส เราคาดบริษัทจะมีผลการดำเนินงานกลับมาฟื้นตัวได้ในปี 2018 โดยให้น้ำหนักไปที่การฟื้นตัวของธุรกิจปลาทูน่า จากแรงกดดันด้านราคาวัตถุดิบที่เริ่มผ่อนคลายลง ในขณะที่คาดเห็นธุรกิจปลาแซลมอนและกุ้งเติบโตต่อเนื่อง ทั้งนี้เรายังไม่เห็นว่าบริษัทจะได้รับผลบวกสุทธิจากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของสหรัฐฯ เพราะมีบริษัทย่อย (COSI, COSFF) ที่ได้รับประโยชน์ แต่มีบริษัทร่วม (RL) ที่ยังไม่ได้รับประโยชน์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เราคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะเติบโตราว 12.9% Y-Y และคงราคาเป้าหมายเท่ากับ 23 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 11.1% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2018
CENTEL (T-BUY/18TP: 54), แนวโน้มดูดี แต่ไม่ค่อยมี Upside
(views 15)
เราคาดกำไรปกติ 4Q17 ของ CENTEL +33.2% Q-Q, +18% Y-Y จากอานิสงส์ของ High Season ของการท่องเที่ยว ส่งผลให้กำไรปกติปี 2017 คาดว่าจะ +10.7% Y-Y ขณะที่แนวโน้มการเติบโตในปี 2018 คาดว่ายังสดใสจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยังเป็นขาขึ้นและแรงหนุนจากการลงทุนใหม่ๆ ส่วนธุรกิจร้านอาหารได้ประโยชน์จากการบริโภคที่ฟื้นตัว เราจึงยังคาดกำไรปกติปี 2018 เติบโตเร่งตัวขึ้น +16.2% Y-Y อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside จำกัดเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 54 บาท เราจึงปรับคำแนะนำลงเป็น “ซื้อเก็งกำไร” โดยมี Catalyst ระยะสั้นจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยังอยู่ในช่วง High Season
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2018
GFPT (BUY/18TP: 18), คาดกำไร 4Q17 จะเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 7 ไตรมาส
(views 12)
แนวโน้มกำไร 4Q17 จะอ่อนแอ และอาจเป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 7 ไตรมาส ทั้งจากเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ, ราคาไก่ในประเทศปรับลดลง, ค่าเงินบาทแข็งค่า และคาดรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก 2 บริษัทร่วมลดลงอย่างมาก นำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรปี 2017 ลง 6.4% เป็นเติบโต 7.4% Y-Y และปรับลดกำไรปี 2018 ลงเล็กน้อย 3% เป็นการเติบโตเพียง 5.6% Y-Y แม้ภาวะการส่งออกไก่ยังดูดีต่อเนื่อง แต่บริษัทใช้กำลังการผลิตเต็มแล้ว ในขณะที่อยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิตใหม่ ซึ่งกว่าจะเริ่มรับรู้ได้ต้องรอไปอีก 1-2 ปีข้างหน้า ทำให้การเติบโตของกำไรในระยะถัดไปไม่ตื่นเต้นนัก เราจึงปรับลด PE เป็น 12 เท่า จากเดิม 14 เท่า และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 18 บาท จากเดิม 21 บาท เราแนะนำ ซื้อ จากราคาหุ้นที่ปรับลงมามาก จนมี Valuation ที่ค่อนข้างถูก
อ่านเพิ่มเติม
17
มกราคม
2018
KTC (T-BUY/18TP: 208), Positive Surprise (again)
(views 17)
กำไร 4Q17 สูงกว่าคาด KTC รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 939 ลบ. +11%Q-Q และ +47%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ และแสดงกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ กำไรที่ดีกว่าคาดเกิดจาก 1. รายได้ดอกเบี้ยสุทธิสูงกว่าคาดถึงแม้ว่าเป็นไตรมาสที่ได้รับผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตเต็มไตรมาสดีกว่าคาด แต่เนื่องจากสินเชื่อบัตรเครดิตมีการเติบโตสูงขึ้น (+9%Q-Q) ตามฤดูกาลใช้จ่าย จึงชดเชยผลลบทั้งหมด 2. รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตดีกว่าคาดเนื่องจากรายได้ส่วนลดร้านค้า, รายได้ค่าธรรมเนียม Interchange และรายได้จากการติดตามหนี้ ขณะที่มีค่าใช้จ่ายทางการตลาดน้อยกว่าที่คาดเนื่องจากการแข่งขันการขยายฐานบัตรที่ไม่รุนแรง
อ่านเพิ่มเติม
17
มกราคม
2018
PLANB (BUY/18TP: 7.1), คาดกำไร 4Q17 ลดลง Q-Q แต่ยังโตสูง Y-Y ต่อเนื่องมาปีนี้
(views 8)
คาดกำไร 4Q17 ลดลง 30.4% Q-Q จากผลกระทบงานพระราชพิธีในเดือนแรกของไตรมาส แต่ยังโตสูง 79.9% Y-Y จากฐานต่ำใน 4Q16 ที่ได้รับผลกระทบนานกว่า หากคาดของเราเป็นจริง จะทำให้ประมาณการทั้งปีเดิมมี Downside เล็กน้อย แต่ยังเป็นกำไรโตสูง 36% และดีต่อเนื่องในปีนี้ ตามการขยายตัวของตลาดสื่อโฆษณานอกบ้านรวม ราคาหุ้น YTD ยัง Laggard ขณะที่เราคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรของบริษัท และยังมีประเด็นแผนการขยายธุรกิจในประเทศอาเซียนเพิ่มในปีนี้ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 7.10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
17
มกราคม
2018
KSL (T-BUY/18TP: 5.1), คาดกำไรจะฟื้นตัวในปีนี้ และเริ่มเห็นปัจจัยบวกต่อราคาน้ำตาล
(views 8)
แม้คาดราคาขายน้ำตาลส่งออกในปีนี้จะลดลงจากปีแล้วค่อนข้างมาก โดยคาดราคาเฉลี่ยปีนี้ที่ 15-16 เซนต์ต่อปอนด์ ลดลงจากปีก่อนที่ 20-21 เซนต์ต่อปอนด์ แต่เชื่อว่าจะถูกชดเชยได้จากปริมาณขายน้ำตาลที่จะกลับมาเพิ่มขึ้น ภายหลังสภาพอากาศดีขึ้น หนุนปริมาณอ้อยของบริษัทให้กลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยให้ความสามารถทำกำไรปรับขึ้นดีขึ้น จากการใช้กำลังการหีบอ้อยได้เต็มที่และมีประสิทธิภาพมากขึ้น และจะดีต่อเนื่องไปยังธุรกิจไฟฟ้าและเอธานอล จากการมีวัตถุดิบเชื้อเพลิงมากขึ้น นอกจากนี้คาดจะได้รับผลบวกจากการประกาศลอยตัวราคาน้ำตาลในประเทศด้วย จึงคาดกำไรปกติปี 2018 จะกลับมาฟื้นตัวอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากที่ทำได้เพียง 155 ล้านบาทในปี 2017 โดยเราให้ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 5.1 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside 15.4% เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น เก็งกำไร (ตามราคาน้ำตาลตลาดโลก)
อ่านเพิ่มเติม
17
มกราคม
2018
K (BUY/18TP: 6.5), คาด 4Q17 พลิกมามีกำไร และจะเป็นจุดสูงสุดตั้งแต่ตั้งบริษัทมา
(views 11)
ด้วยจากความสำเร็จในการจัดงานมอเตอร์เอกซ์โป และงานตกแต่งพื้นที่ส่วนกลางที่เร่งปิดได้ทันในช่วงสิ้นปี ทำให้เเราคาด 4Q17 จะพลิกมามีกำไรสุทธิ 45 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ทั้งปี 2017 มีแนวโน้มขาดทุนน้อยกว่าคาดการณ์เดิมที่ -55 ล้านบาท ส่วนปี 2018 คาดพลิกมามีกำไรสุทธิ 57 ล้านบาท จากงานตกแต่ง Shop Brand ซึ่งเป็นงานถนัดของ K ที่จะกลับมาขยายตัว ตามห้างเปิดใหม่ที่คาดว่ามีไม่น้อยกว่า 5 แห่ง และโครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะเปิด 3 แห่ง ซึ่งนอกจากปริมาณงานที่มากขึ้น จะหนุนให้รายได้ขยายตัวแล้ว ยังส่งผลดีต่ออัตรากำไรตามการแข่งขันที่ลดลงด้วย ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2018 ที่ 20 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 25 เท่า และต่ำกว่า BKD ที่ 22 เท่า แนะนำซื้อในฐานะหุ้น Turnaround ที่การฟื้นตัวของกำไรเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้น ราคาเป้าหมาย 6.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
17
มกราคม
2018
CPN (BUY/18TP: 93), การเติบโตของกำไรในปี 2018 จะดีที่สุดในรอบ 5 ปี
(views 11)
ปี 2018 จะเป็นปีที่กำไรของ CPN เติบโตเร่งตัวมากที่สุดในรอบ 5 ปีด้วยอัตรา +23% Y-Y จากศูนย์การค้าที่ทยอยเปิดหลังปิดปรับปรุงในปีก่อน ศูนย์การค้าใหม่ 2 แห่งที่เปิดในปีที่ผ่านมา อีก 2 แห่งเป็นอย่างน้อยที่จะเปิดในปีนี้ และรายได้จากคอนโดที่จะเริ่มรับรู้เป็นปีแรก เราเชื่อว่า CPN สามารถเติบโตได้อย่างมีศักยภาพในระยะยาวจากธุรกิจที่มีอยู่ในปัจจุบันซึ่งเป็นความชำนาญของบริษัท เราไม่ห่วงเรื่องการแข่งขันทั้งที่มาในรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่จากเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น เพราะบริษัทรู้จักลูกค้าและไม่หยุดอยู่กับที่ เรายังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 93 บาท (DCF) ยังไม่รวมโครงการร่วมทุนกับ DTC ที่จะช่วยต่อยอดธุรกิจในอนาคต
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2018
BIG (BUY/18TP: 4.3), สินค้าทดแทนไม่น่ากลัวเท่ากำลังซื้อที่ชะลอ แต่ bottom out แล้ว
(views 15)
ราคาหุ้นที่ปรับตัวลง 52% จากจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี มาจากผลประกอบการ 9M17 ที่ชะลอตามกำลังซื้อ แต่ด้วยตลาดกล้อง Mirrorless ที่ยังโตในระดับ 10-15% ต่อปี ซึ่งสะท้อนว่ามือถือที่มีพัฒนาการดีขึ้นมาก ยังไม่สามารถทดแทนตลาดผู้ใช้กล้องได้ ในทางตรงข้าม ตั้งแต่ 4Q17 จะเริ่มเห็นกำไรฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้น จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อ, การปรับกลยุทธ์ทำตลาดแบบ exclusive ร่วมกับผู้ผลิต, ผลประกอบการของ BIG Mobile ที่เริ่มมีกำไร, และความนิยมในงานพิมพ์ภาพที่สูงขึ้น เรามองราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมากกว่ากำไรสุทธิปี 2017 ที่คาด -8% Y-Y เหลือ 777 ล้านบาท สะท้อนภาพลบมากเกินไป ขณะที่ ปี 2018 คาด +7% Y-Y อยู่ที่ 833 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลจากการปรับประมาณการปีนี้และปรับลด PE Multiplier ลงเหลือ 18 เท่า ทำให้ราคาเป้าหมายลดลงจาก 5.00 บาท เหลือ 4.30 บาท ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2018
MINT (BUY/18TP: 48), คาดกำไร 4Q17 โตดีจาก High Season
(views 13)
เราคาดกำไรปกติ 4Q17 ของ MINT เติบโตแข็งแกร่ง 37.9% Q-Q และ 16.9% Y-Y โดยได้อานิสงส์จากช่วง High Season ของธุรกิจโรงแรมในไทย และส่งผลให้กำไรปกติปี 2017 เติบโต 17.5% Y-Y ขณะที่ภาพการเติบโตในปี 2018 ยังคงสดใสจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่ยังเป็นขาขึ้น ส่วนธุรกิจอาหารได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภค ทำให้กำไรปกติปี 2018 คาดว่ายังเดินหน้าทำ New High ต่อเนื่อง +20.8% Y-Y เรายังคงราคาเหมาะสมที่ 48 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” และยังเป็น Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2018
MALEE (BUY/18TP: 45), คาดเห็นการฟื้นตัวของกำไรตั้งแต่ 1Q18 เป็นต้นไป
(views 14)
มองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วในปี 2017 โดยคาดกำไรสุทธิ 4Q17 น่าจะทรงตัว Q-Q และลดลงราว 32.5% Y-Y เพราะเพิ่งมีการปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพสินค้าน้ำมะพร้าวแล้วเสร็จเมื่อปลาย 4Q17 ทำให้ยังเพิ่มการใช้กำลังการผลิตได้ไม่ทัน และคาดอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากการทำ R&D สินค้าใหม่มากขึ้น รวมถึงอาจมีปรับปรุงรายการทางบัญชีของบริษัทร่วมที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งอาจนำไปสู่การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนที่สูงขึ้นได้ แต่คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในปี 2018 ทั้งจากการกลับมาผลิตน้ำมะพร้าวได้เต็มที่อีกครั้ง และเน้นขยายตลาดสินค้า Brand ในต่างประเทศทั้ง CLMV จีน และอินโดนีเซียที่เพิ่งมีการร่วมทุนกับพันธมิตรรายใหญ่ และจะเริ่มเห็นความชัดเจนของธุรกิจตั้งแต่กลางปี 2018 เป็นต้นไป กอปรกับการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศที่น่าจะช่วยหนุนรายได้ในประเทศให้กลับมาเติบโตได้ ทั้งนี้เรามีการปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลงเล็กน้อย 2.7% เป็นการเติบโต 63.2% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 45 บาท จากเดิม 46.5 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) ยังมี Upside 25.8% ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2018
TISCO (HOLD/18TP: 98), คาดการณ์เงินปันผลที่น่าสนใจขึ้น
(views 10)
คงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 7.18 พันลบ. +17.95%Y-Y Driver หลักๆมาจากการคาดการณ์การตั้งสำรองฯหนี้สูญลดลงและ รับรู้รายได้จากพอร์ตสินเชื่อจาก SCBT เต็มปี อย่างไรก็ตามเนื่องจากระดับเงินกองทุนของธนาคารแทบไม่กระทบจากการับโอนพอร์ตสินเชื่อจาก SCBT เลย (ล่าสุด CAR > 20% สูงสุดในกลุ่ม) ทำให้เราปรับเพิ่มคาดการณ์เงินปันผลจ่ายขึ้นเป็น 4.20 บาท Yield 4.6% แม้เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อธนาคารแต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาซื้อขายที่ระดับบนของ Historical PBV และเหลือ Upside น้อยลง จึงคงคำแนะนำ ถือ และคงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 98 บาท
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2018
BCH (BUY/18TP: 18.3), 4Q17 แข็งแกร่ง // 2018 จะกลับมาทำ New High
(views 18)
เราคาดกำไรปกติ 4Q17 ของ BCH -20.2% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ยังโตแข็งแกร่ง +22.1% Y-Y จากทั้งฝั่งรายได้เงินสดและประกันสังคมที่ยังเติบโตค่อนข้างดี ส่งผลให้กำไรปกติปี 2017 คาดว่าจะเติบโต 17% Y-Y ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2018 คาดว่ายังคงสดใสตามเศรษฐกิจที่โตเร่งตัวขึ้น รวมถึงผลบวกจากการปรับเพิ่มการจ่ายเงินในฝั่งของประกันสังคมเต็มปี เราจึงคาดกำไรปกติปี 2018 จะยังเติบโตอีก 15.6% Y-Y และทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ได้อีกครั้ง เรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับฐานลงระยะหลังเป็นโอกาสในการเข้า “ซื้อ” โดยยังคงราคาเหมาะสมที่ 18.30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2018
BEM (BUY/18TP: 10), ครบเครื่องเรื่องขนส่ง
(views 19)
เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q17 เป็น 899 ล้านบาท หดตัว 4% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดมาก แต่โตเด่น 52% Y-Y จากมาร์จิ้นที่คาดปรับตัวขึ้นจากค่าตัดจำหน่ายที่ลดลงตามการขยายอายุสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง สำหรับกำไรปี 2018 คาดขยายตัว 18% Y-Y โดยมีแรงหนุนหลักจากการเติบโตของรายได้จากจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามผลของการเชื่อมสายสีม่วง-น้ำเงินเต็มปี และต้นทุนที่ลดลง ขณะที่ยังมี Upside จากการเร่งเปิดประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ อาทิ สัมปทานเดินรถสายสีม่วงใต้ และส้มตะวันออก โดย BEM ถือเป็นผู้เล่นที่มีแต้มต่อคู่แข่งรายอื่นจากศักยภาพในการบริหารทั้งระบบรางและทางด่วน ขณะที่ราคาหุ้น 3 เดือนล่าสุดปรับลง 3% ไม่สอดคล้องกับพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และสวนทางกับบริษัทลูกอย่าง CKP และ TTW ที่ปรับขึ้นกว่า +11% และ +16% ตามลำดับ ดังนั้น เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2018
TISCO (HOLD/18TP: 98), กำไร 4Q17 แข็งแกร่ง
(views 11)
กำไร 4Q17 เป็นไปตามคาด รายได้หลักแข็งแกร่งกว่าคาด TISCO รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 1.52 พันลบ. ลดลง 3%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 17.7%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ กำไรที่ลดลง Q-Q เกิดจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงขึ้น 17%Q-Q ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อพอร์ตสินเชื่อจาก SCBT ซึ่งจะเกิดขึ้นในคราวเดียว แต่ในเชิงเปรียบเทียบกับรายได้ ไม่ถือว่าส่งผลกระทบมากนักโดย Cost to income ratio อยู่ที่ 44% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่อยู่ที่ 45.8% สะท้อนการเพิ่มขึ้นของรายได้ในระดับที่สูงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ สังเกตจากรายได้จากการดำเนินงาน +21%Q-Q ดีกว่าคาดโดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตแข็งแกร่ง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากรายได้จากธุรกิจประกันและการจัดการกองทุน แต่บางส่วนถูกชดเชยด้วยการตั้งสำรองฯที่สูงขึ้นเท่าตัว Q-Q ทั้งนี้เพื่อรองรับมาตรฐานบัญชี IFRS9
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2018
SCC (BUY/18TP: 580), ต้นทุนเพิ่มกดดันกำไร แต่พื้นฐานระยะยาวยังแกร่ง
(views 14)
กำไร 4Q17 และปี 2018 มีแนวโน้มต่ำกว่าที่เราเคยคาดเพราะต้นทุนวัถุดิบ (Naphtha) เร่งตัวขึ้นตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นเร็ว ทำให้เราคาดกำไรสุทธิ 4Q17 -2.0% Y-Y, +3.3% Q-Q และกำไรสุทธิทั้งปี 2017 -1.3% จากปีก่อนซึ่งเป็นปีที่ดีที่สุดของธุรกิจปิโตรเคมี แนวโน้มกำไรปี 2018 ยังน่าจะลดลงต่อจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น เราคาด -3.9% Y-Y (ต่ำกว่าที่เคยคาด 5%) อย่างไรก็ตาม SCC มีกระแสเงินสดมั่นคง มีศักยภาพในการเติบโตที่แข็งแกร่งในระยะยาว ปันผลสม่ำเสมอ มี PE ต่ำ 11.2 เท่า ราคาหุ้น laggard กว่าหุ้น Big cap อื่น ซึ่งสะท้อนแนวโน้มกำไรที่แย่กว่าเดิมไปแล้ว ยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายใหม่ 580 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
มกราคม
2018
SVOA (BUY/18TP: 3.5), Valuation น่าสนใจมาก และได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจดิจิทัล
(views 26)
เรากลับมาแนะนำซื้อ SVOA ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 3.50 บาท โดยมองว่ากำไรปี 2017 ที่จะทำจุดสูงสุดในรอบ 10 ปี (คาด 156 ล้านบาท +114% Y-Y) เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเติบโตรอบนี้ ซึ่งรอบการเติบโตตามวัฏจักรจะกินเวลา 3 ปี สอดคล้องกับรอบการเปลี่ยนแปลงสินค้าไอทีทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ แรงหนุนจะมาจาก 3 ปัจจัย คือ (1) โครงการลงทุนด้านไอทีของภาครัฐฯเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล (2) การลงทุนด้านไอทีของสถาบันการเงินเพื่อก้าวสู่ Digital Banking และ (3) กำไรของบริษัทลูกที่เข้าสู่ช่วงเติบโตทั้ง LIT, และ IT เราคาดกำไรสุทธิปี 2018 ของ SVOA ที่ 176 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% Y-Y ส่วนในเชิงของ Valuation ที่ราคาปัจจุบันแทบไม่มี Downside เพราะ Market Cap. ของ LIT และ IT คิดเป็นส่วนของ SVOA ราว 1.34 บาท/หุ้น และเราคาดว่า SVOA มีโอกาส Revalue โดยการ Spin-off บริษัทลูก 3 แห่ง ซึ่งมีมูลค่ารวมกันราว 0.50 บาท/หุ้น เท่ากับตลาดให้มูลค่าธุรกิจหลักเพียง 0.26 บาท/หุ้น เทียบเท่าเงินสดในมือพอดี อีกทั้ง PE2018 ที่ 11 เท่า ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 19 เท่าอยู่มากด้วย
อ่านเพิ่มเติม
10
มกราคม
2018
CPALL (BUY/18TP: 86), คาดกำไร 4Q17 ทำจุดสูงสุดใหม่ และจะดีต่อเนื่องในปีนี้
(views 30)
แนวโน้มกำไร 4Q17 จะทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 5.2 พันล้านบาท โตทั้ง Q-Q และ Y-Y โดยคาด SSSG จะฟื้นตัวต่อเนื่องอยู่ที่ 4% - 5% Y-Y จากฐานที่ต่ำ, ผลสำเร็จของ Stamp Promotion และได้รับอานิสงส์จากการปรับขึ้นราคาสินค้าของกลุ่มบุหรี่และเครื่องดื่ม รวมถึงคาดยังรักษาระดับความสามารถทำกำไรได้แข็งแกร่งต่อเนื่อง และบริษัทจะยังได้รับประโยชน์ต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และมาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐ ทั้งจากจำนวนสาขาที่มากกว่า 1 หมื่นสาขาทั่วประเทศ และสินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค ในขณะที่ยังเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 700 แห่ง เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 - 2018 จะเติบโต 17.5% Y-Y และ 19.4% Y-Y ตามลำดับ และคงราคาเป้าหมายเท่ากับ 86 บาท (DCF) ยังมี Upside 12.8% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
10
มกราคม
2018
EKH (BUY/18TP: 7), ราคาหุ้นยังไม่สอดคล้องกับกำไร
(views 23)
เราคาดกำไรปกติ 4Q17 ของ EKH -46.3%% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ยัง +16.8% Y-Y จากรายได้ที่โตเร่งตัวตามเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงฐานที่ต่ำในปีก่อน ส่งผลให้กำไรปกติปี 2017 คาดว่าจะเติบโตทำจุดสูงสุดใหม่ +8.6% Y-Y ขณะที่ปี 2018 ยังคงมีแนวโน้มสดใส ระยะสั้นคาดว่าจะได้อานิงส์จากการระบาดของไวรัสโรต้า ขณะที่ศูนย์ผู้มีบุตรยากจะหนุนการเติบโตในระยะยาว โดยเรายังคาดกำไรปกติปี 2018 ทำ New High ต่อเนื่อง +12.3% Y-Y ราคาหุ้นปรับตัวลงค่อนข้างมากซึ่งไม่สอดคล้องกับกำไรที่เติบโต เราจึงมองเป็นโอกาสในการ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
10
มกราคม
2018
RS (BUY/18TP: 28), คาดกำไร 4Q17 ลดลง Q-Q แต่ยังฟื้นแรง Y-Y
(views 22)
คาดกำไรปกติ 4Q17 รองจากไตรมาสก่อนที่เป็นระดับสูงสุดของปี โดยลดลง 32.3% Q-Q จากผลกระทบงานพระราชพิธี 1 เดือนต่อรายได้ธุรกิจสื่อ แต่ดีขึ้นมากจากขาดทุนหนักใน 4Q16 ที่มีผลกระทบนานกว่า และยอดขายธุกิจ H&B โตสูงต่อเนื่อง เราคงประมาณกำไรปกติปี 2017 ฟื้นตัวเป็นบวก และปี 2018-2019 โตสูง 1.5 เท่าตัว และ 45.0% ตามลำดับ จากมุมมองเชิงบวกต่อ 2 ธุรกิจหลัก ทีวีดิจิตอล ที่คาดปรับขึ้นค่าโฆษณาได้ และรายได้ H&B โตสูงอีก ขณะที่ราคาหุ้นปรับฐานลงมา มี Upside มากขึ้นจากราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 28 บาท ปรับขึ้นเล็กน้อยจากเดิม 27 บาท ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
10
มกราคม
2018
SVI (HOLD/18TP: 4.9), ใกล้จบปัญหาวัตถุดิบ แต่มาเจอค่าเงินบาทแข็งค่า
(views 13)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 ไม่สดใสนัก อาจต้องรับรู้ด้อยค่าความนิยมของธุรกิจที่ยุโรป แต่ในแง่ของกำไรหลักคาดว่าจะมีการปรับตัวดีขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทเทียบ Q-Q ที่น้อยกว่าไตรมาสก่อน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น แต่ยังคงเป็นระดับอัตรากำไรที่ต่ำกว่าปกติ เพราะปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบยังคงมีอยู่ ซึ่งน่าจะคลี่คลายได้ตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป ซึ่งน่าจะได้เห็นการฟื้นตัวของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น แต่ด้วยสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าสุดในรอบ 3 ปี เราจึงปรับลดสมมติฐานค่าเงินบาท และนำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2018 ลง 6% เป็นการเติบโต 55.7% Y-Y จากเดิมคาดโต 65.5% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 4.9 บาท จากเดิม 5.4 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside 12.9% ยังแนะนำเพียง ถือ จากแนวโน้มกำไรที่ยังไม่สดใสไปอีก 1 - 2 ไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
08
มกราคม
2018
AAV (BUY/18TP: 7.3), Change for the better
(views 23)
เรามีมุมมองบวกกับภาพรวมอุตสาหกรรมการบินที่ดีขึ้นในปี 2018 จากโมเมนตัมเชิงบวกของจำนวนนักท่องเที่ยวที่โตต่อเนื่อง และการฟื้นกลับมาโตโดดเด่นของนักท่องเที่ยวจีน โดย AAV ตั้งเป้าผู้โดยสารที่ 22.8 ล้านคน โต 15% Y-Y และรับเครื่องบินเพิ่มอีก 7 ลำเป็น 63 ลำ รองรับการเพิ่มความถี่ และเปิดเส้นทางใหม่ท้ง Domestic, CLMV และอินเดีย รวมถึงเน้นเพิ้มเที่ยวบินข้ามภาค และผลักดันรายได้จากบริการเสริมมากขึ้น ขณะที่การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ ไม่มีผลต่อนโยบาย และแผนธุรกิจเดิม อีกทั้ง ยังช่วยให้การบริหารงานมีความคล่องตัวมากขึ้น เราคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมที่ 7.30 บาท โดยมี Catalyst บวกจากแนวโน้มกำไร 4Q17-1Q18 ที่โตแข็งแกร่งจากช่วง High Season และได้รับประโยชน์จากมาตรการภาษีกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรองของภาครัฐ
อ่านเพิ่มเติม
08
มกราคม
2018
ARROW (BUY/18TP: 16.4), แรงกดดันจากต้นทุนเหล็กผ่อนคลายลง และงบ 4Q17 จะออกมาสวย
(views 24)
ARROW เป็นหนึ่งใน Top Pick หุ้น MAI สำหรับการลงทุนใน 1Q18 จากความน่าสนใจทั้งในเชิง Valuation ที่ราคาปัจจุบันคิดเป็น PE2018 เพียง 13 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 16 เท่า และกลุ่มวัสดุก่อสร้างที่ 18 เท่า รวมถึงผลประกอบการที่คาดว่าผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 2017 จากแรงกดดันของต้นทุนเหล็กที่ผ่อนคลายลง และยอดขายที่คาดว่าจะเร่งตัวตามภาคการก่อสร้าง ขณะที่ แนวโน้มกำไร 4Q17 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 23% Q-Q ทำจุดสูงสุดของปีที่ 59 ล้านบาท หนุนกำไรทั้งปี 2017 เป็นไปตามคาดการณ์เดิมของเราที่ 208 ล้านบาท ลดลง 21% Y-Y ก่อนจะกลับมาโต 24% Y-Y อยู่ที่ 259 ล้านบาทในปีนี้ เราแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายเท่ากับ 16.40 บาท อิง PE Multiplier 16 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
05
มกราคม
2018
HMPRO (BUY/18TP: 14.6), คาดกำไร 4Q17 ทำจุดสูงสุดใหม่ และจะโตต่อเนื่องในปี 2018
(views 25)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 จะทำจุดสูงสุดใหม่ คาดโต 20.8% Q-Q และ 8.3% Y-Y ทั้งจากช่วง High Season ของธุรกิจ และได้รับผลบวกจากมาตรการช้อปช่วยชาติ บริษัทได้เห็นการฟื้นตัวของกำลังซื้อที่สดใสมากขึ้น แต่ยังคงมุมมองระมัดระวังต่อการฟื้นตัวที่ค่อนข้างช้าของภาคเกษตร โดยยังเห็น SSSG ที่ติดลบในบางจังหวัดที่พึ่งพิงสินค้าเกษตร อย่างไรก็ตาม ด้วยความสามารถทำกำไรที่ทำได้ดีกว่าคาด จึงนำไปสู่การปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 – 2018 ราว 2.5% และ 4.5% เป็นการเติบโต 16.1% Y-Y และ 18.8% Y-Y (เดิมคาดโต 16.5%) ตามลำดับ และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 14.6 บาท จาก 14 บาท ยังมี Upside 12.3% จึงปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
28
ธันวาคม
2017
SUN (IPO: 5.85/18TP: 7.3), ข้าวโพดหวานไทยก้าวไกลไปทั่วโลก
(views 34)
SUN เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวโพดหวานแปรรูป ทั้งในรูปแบบกระป๋อง แช่แข็ง และบรรจุถุงสูญญากาศ ส่วนใหญ่เป็นการขายส่งออกสัดส่วนราว 81.83% ของรายได้รวม โดยขายไปมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ประเทศไทยถือเป็นผู้ส่งออกข้าวโพดหวานมากเป็นอันดับ 1 ของโลก ในขณะที่ราคาวัตถุดิบข้าวโพดหวานมีความผันผวนค่อนข้างต่ำ กอปรกับการปรับ Product Mix เพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรดี และการให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยควบคุมการปลูกข้าวโพดหวานผ่านโครงการ Smart Farming ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและสม่ำเสมอ ส่งผลให้บริษัทฯสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี มีพัฒนาการการเพิ่มขึ้นของอัตรกำไรขั้นต้นอย่างน่าประทับใจ เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 - 2018 จะเติบโต 25% Y-Y และ 32.7% Y-Y ตามลำดับ ปัจจัยหนุนการเติบโตปี 2018 มาจากความต้องการที่สูงขึ้นของลูกค้าต่างประเทศ, การฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ รวมถึงมีแผนขยายกำลังการผลิตและปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรเพิ่มเติม เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 7.3 บาท (อิง PE 17 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
26
ธันวาคม
2017
DDD (IPO: 53/18TP: 59), DDD กำไรเติบโตก้าวกระโดด จากมหัศจรรย์เมือกหอยทาก
(views 54)
DDD เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลและบำรุงผิว ด้วยกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่ไม่เหมือนใคร และการกระจายสินค้าด้วยช่องทางที่หลากหลายและครอบคลุม ทำให้วันนี้ไม่มีใครไม่รู้จักกลุ่มผลิตภัณฑ์ SNAILWHITE ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากเมือกหอยทาก ตั้งแต่เริ่มขาย NAMU LIFE SNAILWHITE Facial Cream ในปี 2013 กำไรสุทธิปี 2013-2016 เติบโตเฉลี่ยสูงถึง 210% ต่อปี และด้วยตัวผลิตภัณฑ์ที่เริ่มติดตลาดกล่มลูกค้าจีน ผนวกกับการเพิ่มสินค้าใหม่ และเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพสูงเช่น คิง เพาเวอร์ ทำให้คาดว่ากำไรสุทธิปี 2017-2019 จะเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 31% ต่อปี ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมปี 2018 ได้เท่ากับ 59.00 บาท อิง PE ของ Peer Group ที่ 32 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
26
ธันวาคม
2017
MGT (BUY/18TP: 3), ราคาปรับตัวลงมากเกินไปทำให้ Valuations น่าสนใจมาก
(views 33)
เรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลง 35% ใน 3 เดือนที่ผ่านมา ตอบรับความผิดหวังในการต่อยอดการเติบโตด้วย M&A ที่มากเกินไป ขณะที่ ธุรกิจหลักยังมีการเติบโต แม้จะไม่น่าตื่นเต้นแต่ Downside จำกัด เพราะลูกค้าหลักทั้งกลุ่มปิโตรเคมี ยานยนต์ และอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวในอัตราเร่ง เราคาดกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% Q-Q และ 76% Y-Y ส่วนกำไรทั้งปีนี้และปีหน้า เราปรับลง 22% และ 17% จากคาดการณ์เดิม เหลือ 47 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 44% Y-Y) และ 60 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 28% Y-Y) จากผลของการขยายตลาดและการซื้อกิจการที่ช้ากว่าคาด อย่างไรก็ตาม ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2018 เพียง 16 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มซื้อขายเคมีภัณฑ์ในไทยที่ 20 เท่า และ MegaChem สิงคโปร์ที่ 25 เท่า และเมื่อคิดเป็น PEG อิงการเติบโตเฉลี่ยของกำไรต่อหุ้นในปี 2019-2021 ที่ 18% ต่อปี จะอยู่ที่ 0.9 เท่า เราจึงมอง MGT เริ่มมีความน่าสนใจในเชิง Valuation อีกทั้ง การปรับขึ้นของราคาหุ้น MegaChem สิงคโปร์กว่า 17% ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา เช่นเดียวกับยอดนำเข้าเคมีภัณฑ์ของไทยที่เพิ่มขึ้นแรงใน ต.ค.-พ.ย. 2017 ส่งผลบวกต่อจิตวิทยาการลงทุนในระยะสั้น แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 3.00 บาท (อิง PE Multiplier 20 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
25
ธันวาคม
2017
ADVANC (BUY/18TP: 220), คาดกำไร 4Q17 ยังดี ปีหน้าภาพยังสดใส
(views 28)
เราคาดกำไรปกติ 4Q17 ของ ADVANC ยังแข็งแกร่ง โต 1.3% Q-Q และ 16.5% Y-Y ส่วนกำไรปกติทั้งปี 2017 คาดหดตัว 4.9% Y-Y ขณะที่เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรในปี 2018 ที่คาดว่าจะกลับมาเติบโตได้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีในอัตรา 9.6% Y-Y จากรายได้ที่คาดว่าจะเติบโตเร่งตัวตามทิศทาง GDP ของไทย การลงทุนที่ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว การแข่งขันที่คาดว่าจะไม่รุนแรงขึ้น รวมถึงการขายตลาด Enterprise หลังเข้าซื้อ CSL เรายังคงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 220 บาท ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็น Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
22
ธันวาคม
2017
DTAC (T-BUY/18TP: 50), คาดกำไร 4Q17 ยังไม่น่าตื่นเต้น แต่ลุ้นคลื่นใหม่ช่วยต่อลมหายใจ
(views 24)
เราคาดกำไร 4Q17 ของ DTAC ลดลง 31.9% Q-Q แต่ฟื้นตัว 89.9% Y-Y และส่งผลให้กำไรปกติปี 2017 คาดว่าจะหดตัว 31.4% Y-Y ซึ่งถือว่ายังไม่น่าตื่นเต้น แต่มี Catalyst เรื่องโอกาสในการได้คลื่นความถี่ใหม่ทั้ง 2300 MHz และ 1800 MHz มาใช้งานในปีหน้า ซึ่งอาจต้องแลกกับผลการดำเนินงานในช่วง 1-2 ปีแรกที่จะถูกกดดัน โดยเราคาดกำไรปกติปี 2018 หดตัวอีก 18.8% Y-Y และถือเป็นการต่อลมหายใจให้ DTAC อยู่รอดในธุรกิจในระยะยาว ส่วนด้านราคาหุ้นปรับตัวลงจนต่ำกว่าราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 50 บาท เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นจาก “ขาย” เป็น “ซื้อเก็งกำไร”
อ่านเพิ่มเติม
21
ธันวาคม
2017
VCOM (IPO: 2.88/18TP: 4.4), เติบโตคู่เทรนด์ Digital
(views 39)
เราคาดว่าธุรกิจของ VCOM จะได้รับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐและทิศทางของโลกที่มุ่งสู่ด้าน Digital โดยจะส่งผลให้เกิดความต้องการผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น ไม่เพียงแต่ในประเทศไทย VCOM ยังขยายธุรกิจไปยังกลุ่มประเทศ CLM โดยเฉพาะเมียนมาร์ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูง ขณะที่ธุรกิจของบริษัทลูกวีเซิร์ฟพลัสจะช่วยเสริมความมั่นคงจาก Recurring Income ที่จะมีสัดส่วนสูงขึ้นในอนาคต เราคาดกำไรสุทธิปี 2017-2018 เติบโตเฉลี่ย 42.1% GAGR พร้อมประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 4.40 บาท
อ่านเพิ่มเติม
20
ธันวาคม
2017
PTTEP (HOLD/18TP: 102), สะท้อนความน่าสนใจไปแล้ว
(views 25)
เมื่อวานนี้ PTTEP ได้ประกาศแผนการดำเนินงาน 5 ปีข้างหน้า เรามีมุมมองเป็นกลางจากประเด็นนี้โดยในระยะสั้น 1-2 ปี เชื่อว่าปริมาณการขายจะทรงตัวระดับ 300 KBOED ขณะที่ต้นทุนน่าจะรักษาระดับไว้ที่ US$30/KBOED ได้ ซึ่งใกล้เคียงกับสมมติฐานในประมาณการของเรา อย่างไรก็ตาม ในระยะ 3-5 ปี เรามีความกังวลมากขึ้นทั้งในด้านปริมาณขายและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น หาก PTTEP ไม่สามารถชนะประมูลแหล่งปิโตรเลียมในอ่าวไทย หรือ การประมูลล่าช้าออกไป ทั้งนี้ ความคืบหน้าล่าสุดของการประมูลแหล่งปิโตรเลียมที่กำลังหมดอายุปี 2022-2023 เรามองความล่าช้าของ TOR ไม่ได้ส่งผลต่อ PTTEP มากนัก และ เชื่อว่าภาครัฐจะสามารถเร่งผลักดัน TOR และเปิดประมูลได้ตามกำหนดการใหม่ช่วงเดือนก.พ.ได้ ทำให้น่าจะรู้ผลผู้ชนะประมูลภายในปี 2018 สำหรับผลประกอบการ 4Q17 เราคาดจะพลิกกลับมาเป็นกำไรอย่างแข็งแกร่งได้เพราะมีแรงหนุนจากราคาน้ำมันและค่าเงินบาทแข็งค่า รวมถึงไม่มีการด้อยค่าสินทรัพย์ ทั้งนี้ ตั้งแต่เราออกบทวิเคราะห์แนะนำซื้อจากประเด็นราคาน้ำมัน และ ราคาหุ้น laggard หุ้นปรับตัวขึ้นกว่า 15% ในเวลาไม่ถึง 2 เดือน ทำให้ upside สู่ TP เราจำกัด จึงปรับลดคำแนะนำเป็นถือ ราคาเหมาะสม 102 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
ธันวาคม
2017
PCSGH (BUY/18TP: 13), คาดผงาดเป็นเบอร์ 1 ของกลุ่มได้ใน 3 ปี “ซื้อ” เป้าใหม่ 13 บาท
(views 46)
การประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ทำให้เรามั่นใจกับการเติบโตของกำไรใน 3-5 ปีข้างหน้ามากขึ้น โดยเฉพาะการเข้าซื้อโรงงานในยุโรปที่คาดว่าจะคุ้มทุนทางบัญชีได้ตั้งแต่ปีแรก ขณะที่ การผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ EV คาดว่าจะได้รับคำสั่งเพิ่มในเร็ววันนี้ เราจึงรวมโครงการทั้งหมดเข้าในประมาณการ โดยปรับคาดการณ์กำไรปี 2018-2019 ขึ้นปีละ 6% เป็นโต 22% Y-Y และ 15% Y-Y ตามลำดับ และปรับวิธีประเมินมูลค่าจาก Relative PE เป็น DCF ได้ราคาเป้าหมายปี 2018 ใหม่เท่ากับ 13 บาท เราคาดว่า ROE ของ PCSGH จะเพิ่มขึ้นแตะ 20% มากสุดในกลุ่มยานยนต์ตั้งแต่ปี 2020 ส่วนผลตอบแทนจากเงินปันผลคาดว่ายังรักษาไว้ได้ที่ 4-5% ต่อปี เพราะการลงทุนไม่กระทบกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน เรายังชอบ PCSGH มากสุดในกลุ่ม และยังคงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
18
ธันวาคม
2017
ASAP (BUY/18TP: 8.2), ธุรกิจจะครบวงจรในปี 2018
(views 21)
เราคงคำแนะนำ ซื้อ ASAP หลังราคาหุ้นปรับตัวลงจนมี Upside ที่น่าสนใจ โดยคงมุมมองเป็นบวกทั้งระยะสั้นและระยะยาว ในระยะสั้น เราคาดว่า ASAP จะมีกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ดีที่สุดในปีที่ราว 40 ลบ. +13%Q-Q และ +174%Y-Y เนื่องจากเป็น High season ของธุรกิจเช่ารถยนต์ระยะสั้นตามพื้นที่การท่องเที่ยวในภาคต่างๆ และการเปิดบริการขายรถยนต์ใช้แล้วออนไลน์ สำหรับการลงทุนในปี 2018 ยังมีปัจจัยบวกจากการเปิด ASAP Auto park ใน 1Q18 ซึ่งเราคาดหวังรายได้เพิ่มขึ้นจากรายได้ค่าเช่าพื้นที่ และการขายรถยนต์มือสองอีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งน่าจะมี Gross margin ที่ดีกว่าเดิม ขณะที่คาดการณ์การขยายจำนวนรถเช่าเป็น 15,000 คัน คงความใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เราคาดการณ์กำไรปี 2017 +103%Y-Y และปี 2018 +73%Y-Y คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 8.20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
18
ธันวาคม
2017
SEAFCO (HOLD/18TP: 10.1), เข้าสู่ขาขึ้นเต็มตัว
(views 20)
เรามีมุมมองบวกกับอุตสาหกรรมฐานรากที่สดใสในปีหน้า จากการประมูลงานทั้งภาครัฐ และเอกชนที่จะทะลักออกมาอีกมาก ปัจจุบัน SEAFCO มีงานในมือราว 3 พันล้านบาท มากที่สุดในตลาดฐานราก และสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตถึง 2.5 เท่า ขณะที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกจากการเดินหน้ารับงานอย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้ผลการดำเนินงานทั้งรายได้ และกำไรจะเติบโตดีตั้งแต่ปีนี้ และคาดทำสถิติสูงสุดใหม่ในปีหน้า คงคาดกำไรสุทธิปี 2017 เพิ่มขึ้น 36% Y-Y แต่ปรับประมาณการกำไรปีหน้าขึ้น 3% เป็นเติบโต 38% Y-Y จากเพิ่มมาร์จิ้น สะท้อนสัดส่วนของงานที่รับเฉพาะค่าแรงมากขึ้น ทำให้ราคาเหมาะสมปี 2018 ปรับเพิ่มเป็น 10.10 บาท อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นตอบรับเชิงบวกจน Upside ค่อนข้างจำกัด จึงคงคำแนะนำ“ซื้อเมื่ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
18
ธันวาคม
2017
TACC (BUY/18TP: 7.7), คาดกำไร 4Q17 เติบโตทำจุดสูงสุดใหม่
(views 20)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 จะเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y ทำจุดสูงสุดใหม่ จากทั้งช่วง High Season และมีการออกสินค้าใหม่หลายรายการ โดยเฉพาะเครื่องดื่มโถกดตามฤดูกาล รสชาติโกโก้ Hershey’s Freeze ได้รับการตอบรับดีมาก มียอดขายดีสุดในรอบ 7 ปี ตั้งแต่ที่มีการทำเครื่องดื่มโถกดตามฤดูกาล รวมถึงรายได้จาก Sanrio ถูกเลื่อนมาอยู่ใน 4Q จากปีก่อนที่อยู่ใน 3Q เราคาดกำไรปี 2017 จะเติบโตราว 7.9% Y-Y และคาดจะโตมากขึ้นเป็น 22.7% Y-Y ในปี 2018 จะมาจากการโตของรายได้ในประเทศ (กลุ่ม 7-11) เป็นหลัก ตามการเปิดสาขาใหม่ และแผนออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง ในขณะที่การส่งออก (Non 7-11) น่าจะไม่สดใสนัก เพราะเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดชาเขียวที่กัมพูชา ทำให้บริษัทอยู่ระหว่างปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ สิ่งที่ทำให้เราไม่กังวลมากนักคือ บริษัทจะไม่เน้นการทำโปรโมชั่นรุนแรง หรือลงไปแข่งขันด้านราคา เพราะไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีในตลาด Red Ocean เบื้องต้นมองผลกระทบไม่มาก เพราะสัดส่วนรายได้จากกัมพูชาเพียง 10% ของรายได้รวม เราคงราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 7.7 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) แนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
15
ธันวาคม
2017
FSMART (BUY/18TP: 23.5), ราคาหุ้นลงมามาก พื้นฐานไม่เปลี่ยนอย่างมีนัย
(views 27)
ราคาหุ้นปรับฐานลงมาเกือบ 17% ในช่วง 2 สัปดาห์ เท่าที่เราตรวจสอบ ไม่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงใดเป็นพิเศษด้านพื้นฐาน แต่เป็นไปได้ว่าจากการขายปรับพอร์ตของนักลงทุนบางกลุ่ม ขณะที่เป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องในการซื้อขายค่อนข้างน้อย เรามองแนวโน้ม 4Q17 กลับมาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย Q-Q และยังเพิ่ม Y-Y ต่อเนื่อง โดยตัวเลชการเติมเงินและ ARPU ได้รับการปรับปรุงดีขึ้น หลังจากช่วง 9M17 มีการขยายตู้ค่อนข้างมาก ประมาณการกำไรปี 2017 จึงมี Upside เล็กน้อย จากเดิมคาดโต 34.7% และปีหน้าโต 27.8% ราคาหุ้นที่ลงมาต่ำสุดของปี คิดเป็น PEG เพียง 0.6 เท่า เป็นโอกาสเข้าซื้อสะสมอีกรอบ อย่างไรก็ตาม อาจรอดูการขายปรับพอร์ตให้ชะลอตัวก่อน ทั้งนี้ อาจมีการ Update อีกครั้งหลังการประชุมนักวิเคราะห์ในต้นสัปดาห์หน้า
อ่านเพิ่มเติม
12
ธันวาคม
2017
COMAN (BUY/18TP: 9), ก้าวขึ้นสู่ผู้นำซอฟแวร์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปีหน้า
(views 20)
แม้คาดกำไรสุทธิ 4Q17 จะชะลอตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y จากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ แต่ข้อดีคือผลประกอบการของ MSL มีพัฒนาการดีขึ้น จนคาดว่าจะไม่มีการตั้งด้อยค่าความนิยม ทำให้เราคาดว่าผลประกอบการของทั้งกลุ่ม COMAN ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และหลังจากนี้จะสะท้อนการขยายตัวของธุรกิจหลัก ที่ผูกติดกับการขยายตัวของโรงแรมและร้านอาหารได้ดีขึ้น เมื่อผนวกกับการปรับกลยุทธ์เป็นเชิงรุกโดยการเพิ่มทีมขาย และการ M&A บริษัทที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิด Synergy เหมือนดีลของซินเนเจอร์ ซึ่งจะนำไปสู่ผู้นำซอฟแวร์ด้านการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2018-2019 จะกลับมาโตสูง 93% Y-Y และ 20% Y-Y ตามลำดับ ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2018 เพียง 24 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 30-35 เท่า อีกทั้ง ฐานะการเงินแข็งแกร่งเป็น Net Cash และมีเงินสดในมือสูงถึง 2 บาทต่อหุ้น จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 9.00 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
ธันวาคม
2017
TISCO (HOLD/18TP: 89), ถือรอดูผลการรวมพอร์ตรายย่อย SCBT ในปี 2018 ก่อน
(views 19)
TISCO รายงานสินเชื่อเดือนพ.ย. เพิ่มติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 จากอานิสงส์ของสินเชื่อ SME (Floor plan) และ Project finance ในกลุ่มสินเชื่อธุรกิจ แต่คาดว่ามีผลต่อกำไร 4Q17 จำกัด โดยเราคาดกำไร 4Q17 ทรงตัว Q-Q และ +16%Y-Y เราคงคำแนะนำ ถือ โดยเชื่อว่าตลาดน่าจะคาดหวังสูงเกินไปจากการดีลการรวมพอร์ตรายย่อย SCBT การ repayment ของสินเชื่อในกลุ่มที่อยู่อาศัยรวมถึงสินเชื่อบุคคลที่อาจเกิดขึ้นในช่วงแรก อาจทำให้ TISCO ไม่ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่นัก อีกทั้ง Upside จากราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 89 บาทนั้นเหลือแคบลงแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
08
ธันวาคม
2017
RS (BUY/18TP: 27), Rating ช่อง 8 เพิ่มต่อเนื่อง ราคาหุ้นมี Upside มากขึ้น
(views 19)
Rating ช่อง 8 ล่าสุดเฉลี่ยเดือนพ.ย.ยังเพิ่มต่อเนื่อง หนุนสมมุติฐานความสามารถในการปรับขึ้นค่าโฆษณาในปีหน้าได้ราว 25% ขณะที่ยอดขาย H&B ยังแข็งแกร่ง แม้โดยรวมแนวโน้มกำไร 4Q17 ลดลงจากระดับสูงสุดของปีในไตรมาสก่อน ผลกระทบงานพระราชพิธี แต่ยังเพิ่ม Y-Y เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 ฟื้นตัวเป็นบวก และโตสูง 1.5 เท่าตัว ในปี 2018 และ 45.7% ในปี 2019 จากมุมมองเชิงบวก 2 ธุรกิจหลักดังกล่าว ขณะที่ราคาหุ้นที่ปรับฐานลงมา มี Upside มากขึ้นจากราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 27 บาท แนะนำ ซื้อสะสม จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
08
ธันวาคม
2017
HUMAN (IPO: 4/18TP: 5.8), HUMAN ผู้นำธุรกิจ HR Outsourcing รายใหญ่ที่สุดในประเทศ
(views 47)
HUMAN ประกอบธุรกิจ HR Outsourcing ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยศักยภาพการเติบโตของความต้องการใช้ Outsourcing ขององค์กรยุคใหม่ ทำให้ HUMAN ยังเหลือช่องว่างในการเติบโตอีกมาก เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018-2020 จะเติบโตเฉลี่ยราว 35% ต่อปี จากฐานพนักงานที่รับช่วงดูแลเพิ่มขึ้นปีละ 50,000 คนเป็นอย่างน้อย การเพิ่มขนาดของรายได้ ส่งผลให้ HUMAN จะยิ่งเพิ่ม Gross Margin ให้ปรับสูงขึ้นเพราะการมี High Operating Leverage เราคาดว่า GM และ NM ของ HUMAN จะเพิ่มขึ้นเป็น 40% และ 26% ในปี 2019 ซึ่งใกล้เคียงกับบริษัทระดับโลก ประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 5.80 บาท อิง PEG 1 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
07
ธันวาคม
2017
THG (IPO: 38/18TP: 47), การเติบโตครั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้นกับ THG
(views 47)
เรามองว่า THG กำลังอยู่ในช่วงของการเติบโตครั้งใหญ่โดยคาดกำไรสุทธิช่วงปี 2018-2020 เติบโต 47.5% CAGR ได้รับอานิสงส์จากความต้องการบริการทางการแพทย์ที่ยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง แรงหนุนจากธุรกิจรับจ้างเหมาบริหารทางการแพทย์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนโครงการใหม่ๆที่จะทะยอยแล้วเสร็จ ซึ่งเรามองว่าสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ดีและเป็นประโยชน์ต่อ THG ในแง่ของ Capacity ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต เราประเมินราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 2018 ได้ที่ 47 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
ธันวาคม
2017
MBAX (BUY/18TP: 6.5), คาดกำไร 4Q17 กลับมาโตสูง จากรายได้และอัตรากำไรที่ขยายตัว
(views 28)
เรามองว่าที่ราคาปัจจุบันมี Downside จำกัดมาก เพราะคิดเป็น PE2018 เพียง 11 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 15 เท่า และให้ปันผลสูงถึง 8% ต่อปี โดยคาดว่าผลประกอบการของ MBAX ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 3Q17 จากคำสั่งซื้อของลูกค้าในสหรัฐฯที่เร่งตัวขึ้น และแรงกดดันจากเงินบาทแข็งและการเพิ่มขึ้นของ LDPE ที่ผ่อนคลายลง ส่วนปีหน้า คาดกำไรสุทธิโตต่อเนื่องอีก 18% Y-Y จากปีนี้ที่คาดโต 20% Y-Y จากตลาดสหรัฐฯที่โตตาม GDP และการขยายตลาดใหม่ในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น ที่มีการเติบโตสูง รวมถึงการขยายกำลังการผลิตเพื่อลดปัญหาคอขวด ยังแนะนำซื้อในฐานะหุ้นปันผลสูงสม่ำเสมอ ราคาเป้าหมาย 6.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
ธันวาคม
2017
TPCH (BUY/18TP: 20), มองข้ามกำไรสุทธิปี 2017 ที่พลาดเป้า
(views 29)
เรามีความเห็นเป็นกลางต่อ Opportunity Day เมื่อวาน แต่ปรับประมาณการกำไรสุทธิและกำไรปกติปี 2017 ลง 27% และ 11% จากกำไรสุทธิ 9M17 ที่ต่ำกว่าคาด รวมผลกระทบจากค่าใช้จ่ายพิเศษโดยเฉพาะการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเงินลงทุน BE เต็มจำนวน ต้นทุนค่าจัดการโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และการ COD ล่าช้า ของโรงไฟฟ้า SGP เป็นต้น 1Q18 จะเป็นกำไรสุทธิปี 2017 Flat Y-Y แม้กำไรปกติโต 29.3% และปรับประมาณการปี 2018-2019 ลง 12-15% ยังเป็นกำไรปกติโตสูง 49.4% และ 45.8% ตามลำดับ ราคาหุ้นที่ Underperform สะท้อนกำไรสุทธิในช่วง 9M17 ที่น่าผิดหวัง ราคาปัจจุบันมี Upside สูงเกือบ 38% คงคำแนะนำ ซื้อลงทุนระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
07
ธันวาคม
2017
TK (BUY/18TP: 19.5), คาดกำไรเติบโตดีตั้งแต่ 4Q ถึงปีหน้า
(views 16)
เราปรับคำแนะนำ TK เป็น ซื้อ จากเดิม ขาย เนื่องจาก 1. คาดการณ์กำไร 4Q17 จะดีที่สุดในปี และดีที่สุดในรอบ 19 ไตรมาสที่ราว 171 ลบ. +28.7%Q-Q และ +18%Y-Y ตาม High season ของการปล่อยสินเชื่อ 2. เราปรับคาดการณ์กำไรปี 2017 ขึ้น 5% มาอยู่ที่ 528 ลบ. (+23%Y-Y) และคาดการณ์กำไรปี 2018 ที่ 649 ลบ. +23%Y-Y โดยคาดว่าภาพเศรษฐกิจที่เป็นบวกจากภาคการส่งออก ราคาพืชผลทางการเกษตร และหนี้ครัวเรือนที่เริ่มผ่อนคลายลงจะส่งผลต่อกำลังซื้อรถจักรยานยนต์ต่อเนื่องในปีหน้า 3. ภายหลังการปรับประมาณการ เราคาดว่าจะเห็น 2018 ROE ที่ราว 12.8% ดีที่สุดในรอบ 6 ปีและ 4. คุณภาพสินเชื่อที่ดีรองรับมาตรฐาน IFRS9 และ D/E ต่ำ ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 19.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
06
ธันวาคม
2017
PT (BUY/18TP: 8.8), ถ้ากำลังหาหุ้นถูกที่สตอรี่การเติบโตน่าสนใจ... PT คือคำตอบ
(views 21)
แผนธุรกิจของแบงก์ใหญ่ในปี 2018 ที่ทยอยเปิดเผยออกมา ยังเน้นการลงทุนด้านไอทีเพื่อรองรับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของ Digital Banking โดยข้อมูลของธปท. ระบุว่าผู้ใช้ Internet Banking และ Mobile Banking งวด 6M17 ยังโตสูง 23% YTD และ 26% YTD ตามลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของ The Financial Brand ที่ระบุว่าสถาบันการเงินทั่วโลกให้ความสำคัญกับ Digital Banking มากถึง 71% เราจึงมีมุมมองเชิงบวกกับการเติบโตของ PT ใน 2-3 ปีข้างหน้านี้อย่างมาก โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะโตเฉลี่ยปีละ 12% ในปี 2018-2020 ซึ่งดูจะตรงข้ามกับราคาปัจจุบันที่คิดเป็น PE2018 เพียง 10 เท่า หรือ PEG เพียง 0.8 เท่า ใกล้เคียงกรอบล่างในอดีต ขณะที่ ปันผลสูงสม่ำเสมอ 4-5% ต่อปี เรามอง PT เป็น Laggard Play ที่ Downside จำกัดมาก แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 8.80 บาท อิง PE 13 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤศจิกายน
2017
JKN (IPO: 8/18TP: 11.5), ผู้ขายลิขสิทธิ Content มากประสบการณ์
(views 41)
JKN เป็นผู้ให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิคอนเทนต์ ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจมานาน มีจุดเด่นลิขสิทธิ์ Content ของบริษัทฯ หลายรายการ เป็นสิทธิ์ที่ได้รับจากผู้สร้างที่มีชื่อเสียงระดับสากล ที่บริษัทฯ ได้รับสิทธิ์ผูกขาดการขายแต่ผู้เดียวในประเทศและหรือในประเทศเพื่อนบ้าน และได้อานิสงค์จากจำนวนช่องทีวีเพิ่มขึ้นและความนิยมคอนเทนต์ออนไลน์ คาดกำไรปี 2017 โต 30.7% และปี 2018 โตอีก22.2% จากการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจหลัก เราประเมินมูลค่าตามพื้นฐานปี 2018 ที่ 11.50 บาท ที่ PE 24 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤศจิกายน
2017
BCH (BUY/18TP: 18.3), โมเมนตัมการเติบโตยังดี
(views 21)
แนวโน้มกำไร 4Q17 ยังมีโมเมนตัมการเติบโตที่ดีและอาจมี Upside เพิ่มจากการปรับค่างวดการจ่ายเงินในส่วนค่าภาระเสี่ยง ขณะที่การเติบโตของผลการดำเนินงานในปี 2018 จะมาจากทั้งรายได้ที่คาดโตในอัตราเร่งจากผลบวกของการปรับเพิ่มการจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคมเต็มปี รายได้ผุ้ป่วยเงินสด ที่โตเร่งตัวขึ้นตาม GDP ของไทยและผลบวกหลัง Renovation เพิ่มขีดความสามารถในการรักษา ขณะที่ Margin คาดว่าจะขยายตัวขึ้นจากผลของ Operating Leverage เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 ที่คาดโตเฉลี่ยราว 16.3% ต่อปี ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 18.30 บาท และยังเป็น Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤศจิกายน
2017
TMB (BUY/18TP: 3.2), ปรับราคาเป้าหมายขึ้นสะท้อนมุมมองบวกต่อแผนระยะยาว
(views 19)
เราปรับราคาเหมาะสมปี 2018 ของ TMB ขึ้นเป็น 3.20 บาท โดยอิง Justified PBV ที่ 1.45 เท่า อิง LT ROE 12% เพื่อสะท้อนแผนระยะยาวของธนาคาร ซึ่งเรามองเป็นบวกและคาดว่าเป็นแผนงานที่เป็นไปได้ เราคาดว่า TMB จะมีกำไรเติบโตเฉลี่ยปีละ 12-14% ตั้งแต่ปี 2018-2022 และคาดการณ์ ROE ขึ้นไปที่ 11.8-12% จาก 10% ในปี 2017 คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤศจิกายน
2017
WORK (HOLD/18TP: 98), แนวโน้ม 4Q17 น้อยกว่าเคยคาด เป็นขาดทุน
(views 15)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้เป็นเชิงลบเล็กน้อย จากแนวโน้มผลประกอบการ 4Q17 ที่ต่ำกว่าเราและตลาดเคยคาด โดยจะกลับเป็นขาดทุน เนื่องจากรายได้ช่อง WPTV ลดลงมากจากไตรมาสก่อนที่มีการซื้อล่วงหน้าก่อนงานพระราชพิธีในเดือนต.ค. ทำให้เราปรับประมาณการกำไรทั้งปีลง 11% แม้ยังเป็นกำไรโตก้าวกระโดด 2.8 เท่าตัวจากปีก่อน และปี 2018-2019 ปรับลง 7-8% จากการปรับลดคาดการณ์รายได้ช่อง WPTV สอดคล้องกับเป้าของบริษัท เป็น 4 พันล้านบาท +24% ในปี 2018 โดยคาด Avg. Ad. Rate ปรับเพิ่มได้อีก 14% จากการเน้นการแยกขายโฆษณารายการที่มี Rating สูงๆ และ Rating ที่จะดีขึ้นกลับสู่ระดับ 1.4-1.5 หลังช่วง 3-4 เดือนก่อนลดลง ล่าสุด เดือนพ.ย.เริ่มดีขึ้นเป็น 1.1-1.2 ทั้งนี้ ในช่วงปลาย 4Q17-ปี 2018 บริษัทมีแผนเพิ่มรายการใหม่กว่า 10 รายการ กอปรกับคาดส่วนแบ่งรายได้จาก Digital Media เพิ่มต่อเนื่อง จากการปรับประมาณการกำไรลง ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ปรับลงเป็น 98 บาท จากเดิม 103 บาท (DCF) หากมองข้ามแนวโน้ม 4Q17 ที่แย่กว่าเราและตลาดเคยคาด ไปที่แนวโน้มปีหน้า ยังเป็นกำไรปกติโตต่อเนื่อง คงคำแนะนำ ถือ/ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤศจิกายน
2017
PCSGH (BUY/18TP: 9.6), กำไร 4Q17 ยังมีแนวโน้มดี และจะ Outperform กลุ่มในระยะยาว
(views 19)
แผนการลงทุนเพื่อผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้ลูกค้าในยุโรป ถือว่าได้ข้อสรุปในแง่ของมูลค่าคำสั่งซื้อล่วงหน้าเร็วกว่าคาด แม้ยังไม่มีความชัดเจนในแง่ของอัตรากำไรและมูลค่าการส่งมอบในแต่ละช่วงเวลา แต่เรามองว่าจะเป็นตัวเปิด Upside สำหรับการเติบโตระยะยาวของ PCSGH ให้ Outperform กลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ จากทั้งแนวโน้มการเติบโตเฉลี่ยของ EV ที่มากกว่า 50% ต่อปี และโอกาสการได้ลูกค้าในภูมิภาคอื่นเพิ่ม เช่น สหรัฐฯและจีนที่มีการผลิต EV มากสุดในขณะนี้ ส่วนแนวโน้ม 4Q17 เบื้องต้นเราคาดที่ 166 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่เมื่อเทียบ Y-Y ยังโตสูง 20% จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ และการขยายธุรกิจไป Non-Auto ที่มีอัตรากำไรสูง เรายังคาดกำไรปีนี้ 645 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% Y-Y และปีหน้า 742 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% Y-Y แนะนำซื้อในฐานะ Top Pick ของกลุ่มยานยนต์ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 9.60 บาท (อิง PE 20 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤศจิกายน
2017
MTLS (BUY/18TP: 48), ปรับเพิ่มประมาณการและราคาเหมาะสมขึ้น
(views 12)
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 และปี 2018 ขึ้น 5% และ 2% ตามลำดับเป็น 2.4 พันลบ. (+67%Y-Y) ในปี 2017 และ 3.4 พันลบ. (+40%Y-Y) ในปี 2018 สำหรับระยะสั้นราคาหุ้นมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มกำไร 4Q17 ที่คาดว่าจะดีที่สุดในปีและทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ราว 680-700 ลบ. +5-8%Q-Q และ +40-45%Y-Y ตามฤดูกาลที่ดีของการปล่อยสินเชื่อเพราะเป็นฤดูเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตรและฤดูกาลจับจ่ายใช้สอยในปลายปี ส่วนปี 2018 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคการอุปโภคบริโภคของเอกชนจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อความต้องการสินเชื่อในกลุ่มสินเชื่อและแรงหนุนจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่ผ่อนคลายลงส่งผลต่อความสามารถในการก่อหนี้และชำระหนี้ได้ดีขึ้น คงคำแนะนำ ซื้อ และปรับเพิ่มคงราคาเหมาะสมปี 2018 เป็น 48 บาท
อ่านเพิ่มเติม
27
พฤศจิกายน
2017
BJC (HOLD/18TP: 64), 4 ธุรกิจหลักจะฟื้นตัวสดใสมากขึ้นในปีหน้า
(views 19)
จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โทนบวกเล็กน้อย จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และมาตรการช้อปช่วยชาติ รวมถึงการปรับปรุงคุณภาพรายได้แล้วเสร็จของ BIGC จะช่วยให้แนวโน้มกำไร 4Q17 ฟื้นตัวต่อเนื่อง และจะเป็นกำไรสูงสุดของปี ได้ตามฤดูกาล แต่สิ่งที่ผิดคาดคือ การปรับโครงสร้างภาษีอาจเสร็จไม่ทันปีนี้ และทำให้อัตราภาษีปีนี้อยู่ในระดับสูง แต่คาดอัตราภาษีจะลดลงในปีหน้าแทน เมื่อปรับโครงสร้างแล้วเสร็จ ในขณะที่คาดเห็นการเติบโตของ 4 ธุรกิจหลักต่อเนื่องไปในปีหน้า โดยเฉพาะการกลับมาฟื้นตัวของ BIGC และการรับรู้เตาแก้วโรง 4 ได้เต็มปี และจะเริ่มรับรู้กำลังการผลิตใหม่เตาแก้วโรง 5 ใน 3Q18 เป็นต้นไป รวมถึงยังรับรู้ผลบวกจาก Synergies ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งจะครบ 1,700 ล้านบาทในปี 2019 ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 ลงเป็นเติบโต 24.9% Y-Y (เดิมคาดโต 48.8% Y-Y) และปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2018 เป็นเติบโต 53.7% Y-Y จากเดิมคาดโต 21% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2018 ขึ้นเป็น 64 บาท จากเดิม 60 บาท (DCF) ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาค่อนข้างเร็วในช่วงนี้ ทำให้มี Upside เหลือ 9.9% จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ซื้อเมื่ออ่อนตัว จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
พฤศจิกายน
2017
AIT (BUY/18TP: 32), ปีหน้าดูสดใส ปันผลยังจูงใจ
(views 27)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานของ AIT ในปี 2018 แม้ 4Q17 อาจชะลอชั่วคราว โดย Backlog ณ ปัจจุบันอยู่สูงถึงกว่า 3,500 ลบ.มากสุดในรอบหลายปี ขณะที่ปริมาณงานประมูลตลาดยังมีค่อนข้างมากและคาดเห็นโครงการขนาดใหญ่ออกประมูลมากขึ้น เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 เติบโต 16.2% Y-Y และ 16.6% Y-Y ตามลำดับและเริ่มเห็น Upside ในปีหน้า ขณะที่ Dividend Yield งวด 2H17 คาดยังสูงถึง 4.1% เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 32 บาท
อ่านเพิ่มเติม
24
พฤศจิกายน
2017
GGC (HOLD/18TP: 17), ยังไม่ถึงเวลา...ต้องอดทน
(views 20)
เราปรับประมาณการกำไรสะท้อนการขาดทุนสต๊อกจำนวนมากใน 9M17 ทำให้คาดกำไรสุทธิปี 2017-2018 ที่ 466 ล้านบาท และ 1,194 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มระยะยาวช่วง 3 ปีข้างหน้า เรามองการเติบโตไม่สูงมากนักที่ระดับ 9% CAGR เนื่องจากประเด็นการเติบโตยังคงอยู่ในกรอบของเชื้อเพลิงชีวภาพ อย่างไรก็ตาม เรายังคงเห็นศักยภาพการเติบโตในอนาคตจากการขยายเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ downstream และ การขยายไลน์การผลิตสู่ผลิตภัณฑ์จากอ้อยภายใต้โครงการ biocomplex อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโครงการดังกล่าวยังมีความไม่ชัดเจน ดังนั้น ด้วยอัพไซด์ที่ยังไม่จูงใจ และ การเติบโตในปัจจุบันที่ยังไม่สูงนัก เราจึงลดคำแนะนำลงเป็นถือ หรือ รอซื้ออ่อนตัว โดยมีราคาเป้าหมายที่ 17.0 บาท
อ่านเพิ่มเติม
24
พฤศจิกายน
2017
MODERN (BUY/18TP: 6.8), MODERN สามารถเรียกศรัทธากลับมาได้อีกครั้ง
(views 18)
การประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ซึ่งเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี ได้รับมุมมองที่ดีจากผู้บริหารต่อการฟื้นตัวของกำไรใน 4Q17 ซึ่งจะได้แรงหนุนทั้งจากการกลับมาโตของตลาดออฟฟิสสร้างใหม่ ตลาดค้าปลีกให้กับกลุ่มครัวเรือนที่ได้แรงผลักดันจากช้อปช่วยชาติ และการรับรู้รายได้ตกแต่งห้องผ่าตัดของโมเดิร์นฟอร์มแฮลท์แอนด์แคร์ที่มีงานในมือกว่า 400 ล้านบาท เบื้องต้นเราคาดกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 75 ล้านบาท ชะลอลง Q-Q เพราะ 3Q17 มีกำไรพิเศษ 20 ล้านบาท หากหักออก กำไรปกติจะทรงตัว Q-Q แต่โต 12% Y-Y ถ้าเป็นตามนี้ กำไรทั้งปีจะเกินคาดที่ 193 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% Y-Y ส่วนปีหน้าคาดโตสูง 47% Y-Y จากการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์, การขยายตลาดใหม่เช่น งานราชการ, การควบคุมต้นทุน, และกำไรของโมเดิร์นฟอร์มแฮลท์แอนด์แคร์ที่จะเร่งตัว ก่อนเข้า MAI ใน 4Q18 ยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 6.80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
พฤศจิกายน
2017
THMUI (IPO: 2.55/18TP: 3.1), THMUI ผู้นำตลาดลวดสลิงและอุปกรณ์ยกหิ้วระดับพรีเมี่ยม
(views 12)
THMUI เป็นผู้จัดจำหน่ายลวดสลิงและอุปกรณ์ยกหิ้วให้กับตราสินค้าชั้นนำระดับโลก รวมถึงบริการหลังการขายและทดสอบ+ตรวจสอบผ่าน propoint ที่เป็นบริษัทลูก กลุ่มลูกค้าสำคัญคือโรงงาน พลังงาน การก่อสร้าง และท่าเรือ ซึ่งการเติบโตหลังจากนี้จะได้แรงหนุนจากการลงทุนของภาครัฐฯและเอกชน โดยเฉพาะ EEC ที่คาดว่าจะเพิ่มมูลค่าตลาดลวดสลิงและอุปกรณ์อีกราว 4 พันล้านบาท ขณะที่ THMUI จะเพิ่มสินค้าลวดสลิงขนาดใหญ่ เพื่อรองรับงานโครงการที่มึมูลค่าสูง และขยายธุรกิจไปจำหน่ายท่อปะปา HDPE รวมถึงเพิ่มทีมบริการทดสอบและตรวจสอบที่เป็นงานอัตรากำไรขั้นต้นสูง ทำให้เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2017 จะโตสูง 73% Y-Y และโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 36% ในปี 2018-2019 ประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 โดยอิง PE เฉลี่ยกลุ่มอุตสาหกรรมเกี่ยวข้องที่ 20 เท่าได้เท่ากับ 3.10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
พฤศจิกายน
2017
HANA (HOLD/18TP: 58), คำสั่งซื้อยังดีถึง 1Q18 แต่ใกล้จบรอบขาขึ้นแล้ว
(views 9)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ บริษัทยังเห็นคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งไปจนถึง 1Q18 แต่เราเริ่มมีมุมมองระมัดระวังมากขึ้นจากการใกล้จบรอบ Cycle ขาขึ้นของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รอบนี้ตั้งแต่กลางปีหน้าเป็นต้นไป ทั้งนี้เรามองบวกต่อแผนการรุกตลาด EV Cars แต่ถือเป็นโครงการระยะยาว คาดจะเริ่มส่งผลบวกต่อผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญในอีก 3-4 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น เราคาดแนวโน้มกำไร 4Q17 จะอ่อนตัวลงตามปัจจัยฤดูกาล ยังคาดกำไรสุทธิปี 2017 เติบโต 18.2% Y-Y และคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะโตต่อเนื่อง 11.4% Y-Y โดยบริษัทมีการขยายกำลังการผลิต IC เพิ่มขึ้นอีก 40% แต่ที่คาดกำไรปีหน้าจะโตแผ่วลง ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่สูงในปีนี้ และคาดใกล้จบรอบขาขึ้นของอุตสาหกรรม รวมถึงมีปัจจัยกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 58 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้ยังมี Upside 13.2% แต่ด้วย Story ที่สดใสน้อยลง เราจึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
พฤศจิกายน
2017
CMO (BUY/18TP: 3), ความผิดหวังใน 3Q17 จะถูกหักล้างด้วยการฟื้นตัวใน 4Q17
(views 13)
ผลประกอบการ 3Q17 ที่ออกมาขาดทุนสุทธิ 23 ล้านบาท อาจทำให้ตลาดผิดหวังพอควร โดยเราเองก็คาดว่าจะออกมาคุ้มทุนหรือมีกำไรเล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมโดยละเอียดแล้ว เรายังมั่นใจว่า CMO จะ Turnaround ในปีนี้ และกำไรสุทธิ 4Q17 จะกลับมาโตโดดเด่นทั้ง Q-Q และ Y-Y จาก High Season และการทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้จาก Backlog (ที่มีกว่า 1,000 ล้านบาท) ราว 400 ล้านบาท ซึ่งเกือบครึ่งเป็นรายได้ให้เช่าอุปกรณ์จาก PM Center ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ขณะที่ Imaginia Playland กำลังก้าวเข้าสู่โหมดทำกำไร และ CMO Show Corp. ที่ขาดทุนบริษัทเดียวในกลุ่ม คาดว่าจะขาดทุนลดลง Q-Q จากการทำตลาดร่วมกับ BEC เรายังคาดกำไรปีนี้ 35 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 41 ล้านบาทในปีก่อน (9M17 ขาดทุนสุทธิ 4 ล้านบาท ดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 90 ล้านบาทใน 9M16) และปีหน้าคาดโตต่ออีก 26% Y-Y อยู่ที่ 44 ล้านบาท ราคาเคลื่อนไหวใกล้เคียงมูลค่าทางบัญชีและปันผลสูง 5-6% ต่อปี แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 3.00 บาท อิง PE 17 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤศจิกายน
2017
RS (HOLD/18TP: 27), ปรับประมาณการขึ้น แต่มี Upside จำกัด
(views 10)
แนวโน้มกำไร 4Q17 ลดลงจากระดับสูงสุดของปีในไตรมาสก่อน ผลกระทบงานพระราชพิธี แต่ยังเพิ่ม Y-Y เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2017 ขึ้น 13% และปี 2018-2019 ปรับขึ้น 44-50% จากมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อ 2 ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจ H&B ที่จะมีการเพิ่มสินค้าและช่องทางจำหน่าย ขณะที่ธุรกิจทีวีดิจิตอลฟื้นตัวขึ้นจากศักยภาพในการปรับขึ้นค่าโฆษณาได้มากขึ้น ตาม Rating ในช่วงที่ผ่านมา และมีการปรับวิธีการขายโฆษณาเน้นรายการที่มีความนิยมสูงๆ ราคาหุ้นปรับฐานลงมา แต่ยังมี Upside ไม่มากจากราคาเป้าหมายปี 2018 ใหม่ที่ 27 บาท จึงแนะนำ ถือ/ซืออ่อนตัว จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤศจิกายน
2017
M (BUY/18TP: 100), กลับเข้าสู่ช่วงเวลาการเติบโตอีกครั้ง หลังจากนิ่งไป 5 ปี
(views 16)
แนวโน้มกำไร 4Q17 จะฟื้นตัวต่อเนื่อง และเป็นจุดสูงสุดของปี จาก SSSG ที่ยังฟื้นตัวเป็นบวกต่อในเดือน ต.ค. – พ.ย. กอปรกับยังเดินหน้าเปิดสาขาใหม่มากขึ้น เราคาดกำไรปีนี้จะโตราว 22.3% Y-Y เป็นอัตราการเติบโตมากสุดในรอบ 5 ปี ในขณะที่มีมุมมองที่ดีขึ้นต่อการเติบโตในปีหน้า ทั้งจากการฟื้นตัวของสาขาในต่างจังหวัด, การเร่งเปิดสาขาใหม่มากขึ้น และเราเห็นสัญญาณแนวโน้มการอ่อนตัวลงของราคาวัตถุดิบอาหารในปีหน้า โดยเฉพาะราคาหมู จากเดิมที่เคยมองว่าจะปรับตัวขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนการปรับขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นในปีหน้า ทั้งนี้เราปรับเพิ่มกำไรปี 2018 ขึ้น 8% เป็นการเติบโต 22.7% Y-Y จากเดิมคาดโต 13.2% Y-Y และปรับเพิ่มอัตราการเติบโตของกำไรปี 2018-2020 ขึ้นเป็นเฉลี่ยปีละ 17% จากเดิม 14% และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2018 เป็น 100 บาท จากเดิม 75 บาท (อิง PE 30 เท่า Re-rate ขึ้นจากเดิม 24 เท่า) คิดเป็น PEG ที่ 1.76 เท่า ถือว่าใกล้เคียงกับ PEG ของร้านอาหารในภูมิภาค ยังมี Upside 17% นอกจากนี้เรายังชอบฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งสุดในกลุ่มอาหาร ด้วยเงินสดในมือที่สูง และ D/E Ratio ต่ำมากเพียง 0.14 เท่า และยังมี Upside จากแผนการเช้าซื้อกิจการในอนาคตด้วย จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
21
พฤศจิกายน
2017
BTS (BUY/19TP: 9.7), ธุรกิจรถไฟฟ้าเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
(views 23)
BTS ประกาศกำไรปกติ 2Q18 ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 4% Y-Y ต่ำกว่าคาด จากส่วนแบ่งขาดทุนจาก U ที่อยู่ในระดับสูง และรายได้จากงาน E&M ที่น้อยกว่าคาด สำหรับการปรับโครงสร้างธุรกิจอสังหาฯให้มีความชัดเจนขึ้นโดยการโอนกิจการ UE ให้กับ U City (BTS ถือ 35.64%) เรามีมุมมองบวกในแง่ของการยกให้ U City เป็น Flagship ของธุรกิจอสังหาฯ และหันไปมุ่งเน้นพัฒนาธุรกิจรถไฟฟ้าซึ่งเป็นธุรกิจหลักแทน ทั้งนี้ เราปรับประมาณกำไรสุทธิปี 2018-2019 ลง 14%-20% ตามลำดับ สะท้อนการลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม และการรับรู้งาน E&M ที่ล่าช้า รวมถึงผลของการปรับโครงสร้างธุรกิจ ทำให้สัดส่วนกำไรจาก JV-SIRI ลดลง ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 (สิ้นสุดมี.ค. 19) ที่ 9.70 บาท คงคำแนะนำซื้อ จากแนวโน้มกำไรที่เติบโตดีในระยะยาว โดยมีแรงขับเคลื่อนจากรายได้ของธุรกิจรถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังเปิดรถไฟฟ้าสีชมพู-เหลือง สอดคล้องกับธุรกิจสื่อโฆษณา, อสังหาฯ และบริการที่ขยายตัวตาม นอกจากนี้ ยังมี Upside จากการเข้าประมูลงานรถไฟฟ้าอีกมาก
อ่านเพิ่มเติม
21
พฤศจิกายน
2017
CENTEL (BUY/18TP: 54), ผู้บริหารให้เป้าปีหน้าค่อนข้างสดใส เราปรับกำไรปีหน้าขึ้น 5%
(views 13)
จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ผู้บริหารให้เป้าหมายการเติบโตในปี 2018 ค่อนไปในเชิงบวกทั้งธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหาร จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยังมีทิศทางการเติบโตที่แข็งแกร่ง รวมถึงการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ ขณะที่แนวโน้มกำไร 4Q17 คาดว่ายังมีโมเมนตัมการเติบโตที่แข็งแกร่งจากฐานที่ต่ำในปีก่อน เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 เติบโต 10% Y-Y แต่ปี 2018 ปรับขึ้น 5% เป็นเติบโต 14.8% Y-Y โดยรวมโรงแรมและศูนย์ประชุมที่ศูนย์ราชการไว้ในประมาณการ ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปรับขึ้นเป็น 54 บาท ขณะที่ระยะสั้นมี Catalyst จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่อยู่ในช่วง High Season และทำให้กำไรอยู่ในช่วงขาขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y ใน 2 ไตรมาสข้างหน้า เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ซื้อเก็งกำไร”
อ่านเพิ่มเติม
20
พฤศจิกายน
2017
TVO (SELL/18TP: 25), ราคาหุ้นสะท้อนการเติบโตในปีหน้าไปแล้ว
(views 23)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (17พ.ย.) ระยะสั้นแนวโน้มกำไร 4Q17 น่าจะฟื้นตัว Q-Q จากปริมาณขายที่สูงขึ้นตามฤดูกาล และต้นทุนวัตถุดิบปรับลงเล็กน้อย แต่ด้วยกำไร 9M17 ที่หดตัวแรงถึง -65% Y-Y และต่ำกว่าคาด เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 ลง 37% เป็นกำไรที่ลดลง -56% Y-Y สำหรับแนวโน้มราคาถั่วเหลืองปีหน้าน่าจะทรงตัวใกล้เคียงปีนี้ที่ระดับ US$9.5 - US$10.5 ต่อบุชเชล โดยมองการปรับลงของราคาถั่วเหลืองค่อนข้างจำกัด เพราะโซนอเมริกาใต้ประสบภาวะอากาศแล้ง ทำให้ปริมาณถั่วเหลืองโลกปีหน้าอาจปรับลดลงจากปีนี้ ในขณะที่เราไม่เห็นสัญญาณการปรับขึ้นของราคาถั่วเหลืองอย่างมีนัยสำคัญนัก ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นหลักว่าจะเลวร้ายมากกว่าคาดหรือไม่ ดังนั้นเราจึงคาดการเติบโตของกำไรในปี 2018 ไว้ราว 40% มาจากการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นที่น่าจะมาจากการบริหารสต็อกได้ง่ายขึ้น ส่วนรายได้รวมอาจเติบโตไม่มากนัก และยังมี Downside หากราคาเนื้อสัตว์ในประเทศปีหน้าอ่อนตัว จะทำให้ภาวะการเลี้ยงสัตว์ไม่สดใส และกระทบต่อความต้องการอาหารสัตว์อย่างกากถั่วเหลือง เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 25 บาท (อิง PE เดิม 12 เท่า) ราคาหุ้นปรับขึ้นสะท้อนการฟื้นตัวในปีหน้าแล้ว และคาด Dividend Yield ในช่วง 2H17 เพียง 2.4% ปรับคำแนะนำเป็น ขาย จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
17
พฤศจิกายน
2017
GUNKUL (BUY/18TP: 5), กำไรปกติ 3Q17 ฟื้นตัวสูง รอการโตสูงปีหน้า
(views 24)
กำไรปกติ 3Q17 เพิ่ม 58.2% Q-Q, 91.3% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 140 ล้านบาท เพิ่ม 10.2% Q-Q, 11.7% Y-Y แต่หากไม่รวม FX Loss 53 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติ 193 ล้านบาท เพิ่ม 58.2% Q-Q, 91.3% จากรายได้รวมเพิ่ม 16.0% Q-Q, 117.3% Y-Y จากธุรกิจหลักเดิมคือ ธุรกิจขายอุปกรณ์ไฟฟ้า (Trading) และรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้า (EPC) มีรายได้เพิ่ม แม้ Gross margin ลดลงจากการแข่งขันในธุรกิจเพิ่มขึ้น กอปรกับรายได้ธุรกิจขายไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่ม 11.4% Q-Q, 63.7% Y-Y ตามรายได้ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม “WED” (60 MW เริ่ม COD ปลายปี 2016) เพิ่มขึ้น หลังจากไตรมาสก่อนประสบปัญหาความเร็วลมน้อยกว่าปกติ และการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A
อ่านเพิ่มเติม
17
พฤศจิกายน
2017
PPS (BUY/18TP: 2.5), ผลประกอบการกำลังทำจุดสูงสุดใหม่
(views 27)
จากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง เราปรับประมาณการกำไรปี 2017-2018 ขึ้น 22%-14% ตามลำดับ และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 2.50 บาท คงคำแนะนำซื้อ ด้วยเหตุผล 4 ประการ 1. คาดผลประกอบการปี 2017 จะทำสถิติสูงสุด และ แนวโน้ม 3 ปีข้างหน้าจะเติบโตต่อเนื่องตามโครงการก่อสร้างภาครัฐที่จะทยอยออกมา 2. คาดกำไรปี 2018 โตต่อเนื่อง 9% Y-Y จากสมมติฐานรายได้ที่มี backlog รองรับแล้ว 66% 3. นอกจาก Upside ที่จูงใจ 28% ประมาณการและราคาเป้าหมายเรายังมี upside จากธุรกิจบริหารจัดการอาคาร 4. เป็นบริษัทที่มีโครงสร้างเงินทุนมั่นคงมาก เนื่องจากไม่มีหนี้สินติดภาระดอกเบี้ยจ่าย และ มีเงินสดในมือสูง
อ่านเพิ่มเติม
17
พฤศจิกายน
2017
TACC (BUY/18TP: 7.7), มีแผนออกสินค้าใหม่ต่อเนื่องไปปีหน้าอย่างหนาแน่น
(views 17)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนไปในทางบวก จากการมีพันธมิตรใหม่ที่จีน ซึ่งจะเข้ามาช่วยกระจายสินค้าของบริษัทในจีนได้ดีขึ้น น่าจะได้เห็นความชัดเจนในปีหน้า รวมถึงมีแผนออกสินค้าใหม่ในช่วงปลายปีนี้ ต่อเนื่องไปถึงปีหน้าค่อนข้างหนาแน่น อาทิ Hershey’s Freeze (เครื่องดื่มโถกดรสชาติโกโก้), Easy Dip (ซอสจิ้มจุ่ม) และ Sanrio เป็นต้น มีเพียงตลาดกัมพูชาที่เผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในปีนี้ และตั้งเป้าจะกลับมาฟื้นตัวได้มากขึ้นในปีหน้า ระยะสั้นคาดกำไรสุทธิ 4Q17 จะกลับมาฟื้นตัวและเป็นจุดสูงสุดของปี เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2017 – 2018 เติบโต 7.9% Y-Y และ 22.7% Y-Y ตามลำดับ (ยังไม่รวมการมี QJ เข้ามาเป็นพันธมิตร) คงราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 7.7 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 18.5% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2017
AMATA (BUY/18TP: 26.6), กำไร 3Q17 เติบโตก้าวกระโดดกว่าคาด
(views 20)
กำไรสุทธิ 3Q17 โตโดดเด่นกว่าคาด +129% Q-Q, +221% Y-Y AMATA ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 587 ล้านบาท เติบโต 129% Q-Q และ 221% Y-Y สูงกว่าที่เราคาด เป็นผลจาก (1) Gross Margin โดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 60.6% จาก 49.2% ใน 2Q17 และ 33% ใน 3Q16 เพราะการโอนที่ดินส่วนใหญ่ในไตรมาสนี้มาจากที่อมตะนครซึ่งมีเป็นพื้นที่ที่มี Margin สูงกว่าที่ดินอื่น (2) ควบคุมค่าใช้จ่ายขายและบริหารดี ทำให้ EBIT margin ใน 3Q17 เพิ่มเป็น 44% จาก 26% ใน 2Q17 และ 24% ใน 3Q16 (3) กำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น +31% Q-Q, 21%Y-Y เป็น 181 ล้านบาท จากการเริ่มทยอย COD ของโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2017
ERW (T-BUY/18TP: 8), แนวโน้มการเติบโตยังแข็งแกร่ง
(views 17)
จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้แม้ผู้บริหารจะปรับเป้ารายได้ปี 2017 ลง แต่สามารถชดเชยได้ทั้งหมดจาก Margin ที่ขยายตัวดีกว่าคาด เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 ขึ้น 8% เป็นเติบโต 55.7% Y-Y และ 10.9% Y-Y ตามลำดับ ขณะที่เราไม่กังวลต่อโรงแรมใหม่ที่เปิดให้บริการที่จะถ่วงการเติบโตของกำไรในปีหน้า โดยอิงจากความสำเร็จของโรงแรมลักษณะเดียวกันในอดีตและการเลือกเปิดในช่วง High Season เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2018 ขึ้นเป็น 8 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2017
SPALI (BUY/18TP: 28), กำไรปกติ 3Q17 ฟื้นตัวดีและคาดโตต่อเนื่องถึงปีหน้า
(views 18)
กำไรสุทธิ 3Q17 ดีกว่าคาดจาดยอดโอนที่โตโดดเด่นและมีกำไรพิเศษ บริษัทประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 2,094 ลบ. (+57.7% Q-Q, +146.9% Y-Y) หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายอาคารสำนักงานในฟิลิปปินส์ประมาณ 457 ลบ. จะมีกำไรปกติที่ 1,637 ลบ. +23.3% Q-Q, +93.3% Y-Y ถือว่าแข็งแกร่งตามรายได้โอนที่เพิ่มขึ้นถึง 27.7% Q-Q, 68.0% Y-Y จากการเริ่มทยอยโอน 5 โครงการแนวสูงที่สร้างเสร็จมูลค่าโครงการรวมประมาณ 9,390 ลบ. และจากสัดส่วนคอนโดที่สูงขึ้น ประกอบกับคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 38.2% ขึ้นจาก 3Q16 ที่ 37.7% และยังสามารถลดค่าใช้จ่าย SG&A/Sale ใน 3Q17 ลงเหลือ 10.6% จาก 11.8% ใน 2Q17 และ 13.4% ใน 3Q16
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2017
VNG (HOLD/18TP: 12.5), กำไร 3Q17 ยังน่าผิดหวัง แนวโน้ม 4Q17 ยังถูกกดดันจากต้นทุน
(views 12)
กำไรปกติ 3Q17 ยังคงน่าผิดหวังเป็นไตรมาสที่ 3 หากตัดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 5.1 ล้านบาทใน 3Q17 ออกไป กำไรปกติจะเป็น 301.3 ล้านบาท ต่ำกว่าที่เราซึ่งคาดการณ์ไว้ต่ำอยู่แล้ว ถือว่าน่าผิดหวังเป็นไตรมาสที่ 3 รายได้ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ +2.6% Q-Q, +16.0% Y-Y ขับเคลื่อนด้วยการส่งออกทั้งสิ้น แต่ยอดขายในประเทศยังคงหดตัวจากกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 2Q17 ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ ทำให้ต้นทุนเศษไม้แพงขึ้น ในไตรมาสนี้มีฝนตกชุกในภาคใต้ ทำให้ต้นทุนราคาเศษไม้ไม่ลดลง อัตรากำไรขั้นต้นจึงลดลงเหลือ 25.0% ต่ำสุดในรอบ 13 ไตรมาส และเป็นทิศทางขาลงต่อเนื่องนับตั้งแต่ 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
BCP (BUY/18TP: 41), ผลประกอบการถูกฉุดจากด้อยค่าสินทรัพย์
(views 20)
แม้กำไรปกติออกมาดีแต่ต่ำกว่าคาด ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 1,316 ล้านบาท (+33% Q-Q, +12% Y-Y) ต่ำกว่าที่ตลาดคาดเพราะมีขาดทุนด้อยค่าในธุรกิจ E&P หากหักรายการพิเศษ กำไรปกติและไม่รวมสต๊อกน้ำมันจะเท่ากับ 1,462 ล้านบาท (+11% Q-Q, +43% Y-Y) ถือว่าเติบโตได้ดี เนื่องจาก 1. ธุรกิจโรงกลั่นมีอัตราการใช้กำลังการผลิตในระดับสูง margin ดีขึ้นตามค่าการกลั่น และ มีกำไรสต๊อกน้ำมัน 2. ธุรกิจไฟฟ้าที่เริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าความร้อนใต้พิภพเป็นไตรมาสแรกทำให้ equity income เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 3. ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมีผลประกอบการดีขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากธุรกิจการตลาดที่ชะลอเนื่องจากเป็น low season เพราะมีฝนตกทำให้ปริมาณขาย และ ค่าการตลาดลดลง ทั้งนี้ 3Q17 มีขาดทุนจากรายการพิเศษรวม 1.2 พันล้านบาท โดยหลักมาจากการด้อยค่าในธุรกิจ E&P จำนวน 1.4 พันล้านบาท แต่มีกำไรจาก fx และ ผลประโยชน์จากภาษีคืน 671 ล้านบาท ช่วยลดผลกระทบ ส่งผลให้กำไรสุทธิเหลือ 1,316 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
BEC (SELL/18TP: 16), กำไร 3Q17 ลดลงหนักกว่าคาดอีกครั้ง
(views 15)
กำไรสุทธิ 3Q17 ลดลง 69.1% Q-Q, 86.1% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 เพียง 35 ล้านบาท -569.1% Q-Q, -86.1% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษกำไรจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจำนวน 29 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติเหลือแค่ 15 ล้านบาท -87.4% Q-Q, -94.2% Y-Y กำไรต่ำกว่าคาดของเราและตลาดคาดมาก (คาดที่ 100-200 ล้านบาท) ส่วนใหญ่จากต้นทุนบริการมากกว่าคาด คาดว่าจากต้นทุนการถ่ายทอดกีฬาลดลงน้อยกว่าทีเราคาด กำไรลดลงมาก Q-Q, Y-Y จากต้นทุนบริการลดลงน้อยกว่ารายได้รวมที่ลดลง 15.0% Q-Q, 16.4% Y-Y และน้อยกว่าคาดจากรายได้จัดการแสดงลดลงมากกว่าคาด ขณะที่รายได้โฆษณา TV (สัดส่วนรายได้หลัก 92%) ใกล้เคียงคาด ลดลง 6.4% Q-Q, 14.0% Y-Y ทำให้ Gross margin ลดลงเหลือ 15.9% จากไตรมาสก่อนที่ 19.5% และ 3Q16 ที่ 24.7%
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
K (BUY/18TP: 6.5), 3Q17 ขาดทุนลดลง และจะพลิกมามีกำไรสูงมากใน 4Q17
(views 16)
ผลการดำเนินงาน 3Q17 ขาดทุนสุทธิ 24 ล้านบาท K ประกาศผลการดำเนินงาน 3Q17 ขาดทุนสุทธิ 24 ล้านบาท เป็นไปตามที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ว่า 3Q17 ยังไม่กลับมามีกำไร แต่จะขาดทุนลดลง เพราะยังมีค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างองค์กรในระดับสูง และมีการรับรู้งานตกแต่งภายในให้กับองค์กรกึ่งรัฐวิสาหกิจที่มีอัตรากำไรต่ำ เพราะฉะนั้น แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 91% Q-Q และ 25% Y-Y อยู่ที่ 310 ล้านบาท แต่ถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่เหลือเพียง 0.53% ดีขึ้นจาก -9.18% ใน 2Q17 แต่แย่ลงจาก 22.04% ใน 3Q16 ขณะที่ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารทรงตัวในระดับ 10.5% ของรายได้รวม ถือว่าเริ่มควบคุมได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปีก่อนที่ 12% ของรายได้รวม ผลการดำเนินงาน 9M17 ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 84 ล้านบาท แย่ลงจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 35 ล้านบาท จากเหตุผลด้านภาวะอุตสาหกรรมที่การแข่งขันสูงขึ้นจากงานที่ออกมาน้อย, การปรับโครงสร้างองค์กรที่กล่าวไปข้างต้น, และการเร่งเคลียร์งานอัตรากำไรต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
MFEC (BUY/18TP: 6.6), กำไรสุทธิ 3Q17 ออกมาดีกว่า ยัง ให้มองเป็น Asset Play
(views 17)
กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% Q-Q แต่ลดลง 41% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 ของ MFEC อยู่ที่ 48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลที่กำไรครึ่งปีหลังมักดีกว่าครึ่งปีแรก ตามการเร่งปิดงานด้านไอทีของกลุ่มลูกค้าทั้งสถาบันการเงินและโทรคมนาคม แต่เมื่อเทียบ Y-Y ยังลดลง 41% จากอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว และการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่มากกว่าปกติในการปิดงานให้กับลูกค้ารายหนึ่ง รวมถึง ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในบริษัทย่อยที่เป็น Start-up อย่างไรก็ตาม เราเริ่มเห็นพัฒนาการดีขึ้น จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 20% Q-Q และ 5% Y-Y อยู่ที่ 845 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 22.1% จาก 20.8% ใน 2Q17 ส่วนกำไรสุทธิ 9M17 อยู่ที่ 118 ล้านบาท ลดลง 44% Y-Y เพราะปีก่อนมีกำไรจากการขายพรอมท์นาว 112 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
MODERN (BUY/18TP: 6.8), กำไร 3Q17 ออกมาโมเดิร์นตามคาด 4Q17 ยังเดิร์นต่อ แนะนำซื้อ
(views 19)
กำไรสุทธิ 3Q17 ออกมาดีกว่าคาด จากธุรกิจที่กลับมาโตและมีกำไรพิเศษ กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 333% Q-Q และ 182% Y-Y รายได้รวมเพิ่มขึ้น 33% Q-Q และ 11% Y-Y อยู่ที่ 921 ล้านบาท แม้ตลาดเฟอร์นิเจอร์บ้านชะลอตัวกว่าปีก่อน แต่เริ่มฟื้นตัวเมื่อเทียบกับต้นปีที่ผ่านมา และที่เร่งตัวมากคือเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในงานราชการ ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่ MODERN พยายามรุกมากขึ้นเพื่อทดแทนตลาดเดิมแข่งขันรุนแรง ส่วนรายได้จากโมเดิร์นฟอร์มแฮลท์แอนด์แคร์ชะลอตัวจากการเลื่อนส่งมอบงานไปเป็น 4Q17 อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 37.98% จาก 36.54% ใน 2Q17 และ 33.72% ใน 3Q16 ตามการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น และมีการบันทึกรายได้อื่นจากเงินชดเชยการยกเลิกสัญญาเช่าสำนักงานโฮมเดคคอเรทีฟ โปรดักส์ ที่เอกมัยราว 20 ล้านบาท โดยถ้าหักรายได้อื่นออก อัตรากำไรขั้นต้นยังเป็นระดับดีสุดในรอบ 8 ไตรมาส นอกจากนี้ ผลจากการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้เป็นอย่างดี ทำให้ SG&A/Sales ลดลงเหลือ 25.5% จาก 32.0% ใน 2Q17 และ 28.8% ใน 3Q16 กำไรสุทธิ 9M17 อยู่ที่ 133 ล้านบาท พลิกกลับมาโต 25% Y-Y ตามกำไรที่เร่งตัวอย่างมากใน 3Q17 ตอกย้ำถึงแนวโน้มผลประกอบการที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
SEAFCO (HOLD/18TP: 9.65), กำไร 3Q17 เติบโตโดดเด่นตามคาด
(views 10)
กำไรสุทธิ 3Q17 น่าประทับใจ +18% Q-Q, +256% Y-Y SEAFCO ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 45 ล้านบาท เติบโต 18% Q-Q และ 256% Y-Y เป็นไปตามที่เราคาด การเติบโตของกำไร Q-Q มาจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 17% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดน้อย และมีการรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าของงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ส่วนกำไรที่โตแรง Y-Y เนื่องจากฐานที่ต่ำ เพราะถูกกดดันจาก Cost Overrun ของโครงการทางลอดพรานนก และรถไฟทางคู่จิระ-ขอนแก่นในปีก่อน อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 17.7% จาก 2Q17 ที่ 19.6% เนื่องจากมีความล่าช้าของงานมอเตอร์เวย์จากอุปสรรคในการเจาะหิน ซึ่งปัจจุบันได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
TRUE (T-BUY/18TP: 6.5), 3Q17 ขาดทุนลดลง Y-Y แนะนำ เก็งกำไร
(views 15)
3Q17 ขาดทุนลดลง Y-Y แต่ทรงตัว Q-Q TRUE ประกาศผลการดำเนินงาน 3Q17 ออกมามีผลขาดสุทธิ 691 ลบ. แต่หากตัดรายการกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนและ Deferred Tax ออก จะมีผลขาดทุนปกติ 1,160 ลบ. ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับ 2Q17 แต่ดีขึ้นจาก 3Q16 ที่ขาดทุนเพียง 2,469 ลบ. รายได้จากการให้บริการชะลอตัว 1.9% Q-Q ซึ่งเกิดจากการตัดรายการระหว่างกันในส่วนของ True Online แต่ยังโต 5.6% Y-Y จาก True Mobile ยังมี Net Add เป็นบวกกว่า 5 แสนรายส่งผลให้ Market Share ในแง่รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 26.5% จาก 24.1% และ 26% ใน 3Q16 และ 2Q17 ตามลำดับ ขณะที่ฝั่งต้นทุนเริ่มเห็นการควบคุมที่ดีมากขึ้นทั้งต้นทุนโครงข่ายและค่าใช้จ่าย SG&A
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
DCC (SELL/18TP: 3.8), กำไร 3Q17 อ่อนแอ แต่คาดจะฟื้นตัวใน 4Q17
(views 15)
กำไรสุทธิ 3Q17 ไม่สดใส -25% Q-Q, -24% Y-Y DCC ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 242 ล้านบาท ลดลง 25% Q-Q และ24% Y-Y ต่ำกว่าคาดจากต้นทุนราคาก๊าซ และน้ำมันที่สูงกว่าคาด ทั้งนี้ กำไรที่หดตัว Q-Q มีสาเหตุหลักมาจากรายได้ที่ลดลง 12% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลที่มีฝนปริมาณมาก และปัญหาน้ำท่วม กำลังซื้อของผู้บริโภคในต่างจังหวัดซึ่งเป็นลูกค้าหลักจึงชะลอตัว ส่วนการลดลงของกำไร Y-Y ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 18% Y-Y ซึ่งเป็นผลมาจากราคาก๊าซที่ปรับตัวสูงขึ้น 7% Y-Y บวกกับค่าใช้จ่ายการขายที่เพิ่มขึ้น 9% Y-Y จากค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 25% Y-Y จากค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นจากการรับสินทรัพย์จาก RCI ทำให้กำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 39% จาก 45% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
BJC (BUY/18TP: 60), กำไร 3Q17 ฟื้นตัวแรง และจะดีต่อเนื่องทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q17
(views 15)
กำไรปกติ 3Q17 ฟื้นตัวแรง กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 1,387 ล้านบาท (+39.3% Q-Q, -13.6% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่ค่อนข้างสูงในปีก่อน จะมีกำไรปกติ 3Q17 ฟื้นตัวดีมาก +38.2% Q-Q และ +446.8% Y-Y ทั้งที่เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ สาเหตุหลักมาจากการฟื้นตัวของ 1) BIGC ที่มี SSSG พลิกเป็นบวกที่ +9.2% Y-Y เป็นบวกครั้งแรกในรอบ 11 ไตรมาส ภายหลังผลของการปรับปรุงคุณภาพรายได้ปรับฐานแล้วเสร็จ และมีการเปิดสาขาใหม่ (3HM, 61 Mini BigC) ทำให้รายได้ BIGC +9.8% Q-Q และ +13.3% Y-Y และมีกำไรสุทธิที่ 1,575 ล้านบาท (-2% Q-Q, +21.5% Y-Y) ในขณะที่ 2) ธุรกิจ Packaging มีรายได้โตต่อเนื่อง +6.8% Q-Q, +3.6% Y-Y มาจากสายกระป๋องเป็นหลัก 3) ธุรกิจ Consumer มีรายได้ฟื้นตัว +7.3% Q-Q, +8% Y-Y และมีกำไรเติบโตดีมากเพราะราคาวัตถุดิบปรับลดลง และ 4) ธุรกิจ Healthcare รายได้เติบโตราว +24% Q-Q, +4% Y-Y จากการเพิ่มขึ้นของธุรกิจยา (เป็นตัวแทนสมุนไพรวังพรม) และธุรกิจโครงสร้างเหล็กชุบสังกะสี รวม 4 ธุรกิจ มีรายได้รวม ทรงตัว Q-Q และ +10.7% Y-Y และมีอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นอยู่ที่ 19.6% จาก 18.3% ใน 2Q17 แต่ลดลงเล็กน้อยจาก 19.8% ใน 3Q16 ในขณะที่ควบคุมสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ค่อนข้างดีอยู่ที่ 20.7% จาก 20.9% ใน 2Q17 และ 23% ใน 3Q16 ทั้งนี้อัตราภาษียังค่อนข้างสูงอยู่ที่ราว 26.6% เพราะยังไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยไปเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
HUMAN (IPO/18TP: 5.8), HUMAN ผู้นำธุรกิจ HR Outsourcing รายใหญ่ที่สุดในประเทศ
(views 34)
HUMAN ประกอบธุรกิจ HR Outsourcing ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยศักยภาพการเติบโตของความต้องการใช้ Outsourcing ขององค์กรยุคใหม่ ทำให้ HUMAN ยังเหลือช่องว่างในการเติบโตอีกมาก เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018-2020 จะเติบโตเฉลี่ยราว 35% ต่อปี จากฐานพนักงานที่รับช่วงดูแลเพิ่มขึ้นปีละ 50,000 คนเป็นอย่างน้อย การเพิ่มขนาดของรายได้ ส่งผลให้ HUMAN จะยิ่งเพิ่ม Gross Margin ให้ปรับสูงขึ้นเพราะการมี High Operating Leverage เราคาดว่า GM และ NM ของ HUMAN จะเพิ่มขึ้นเป็น 40% และ 26% ในปี 2019 ซึ่งใกล้เคียงกับบริษัทระดับโลก ประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 5.80 บาท อิง PEG 1 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
CENTEL (T-BUY/18TP: 50), กำไรปกติ 3Q17 ออกมาตามคาด
(views 9)
กำไรปกติ 3Q17 โต Y-Y ได้ตามคาด CENTEL ประกาศกำไรปกติ 3Q17 ออกมาตามคาดที่ 369 ลบ. -7.5% Q-Q, 14.5% Y-Y โดยรายได้เติบโตในอัตราที่ดีขึ้น +1.7% Q-Q, +3% Y-Y จาก Rev Par ของธุรกิจโรงแรมที่โต 2.6% Y-Y ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารมี Same Store Sales Growth พลิกมาบวกได้ 1.9% ขณะที่การควบคุมต้นทุนถือว่าทำได้ค่อนข้างดีโดยเฉพาะค่าใช้จ่าย SG&A ส่งผลให้ EBITDA Margin คาดว่าจะขยายตัวเป็น 22% จาก 19.4% และ 19.2% ใน 2Q17 และ 3Q16 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
CMO (BUY/18TP: 3), งบ 3Q17 ยังติดลบ แต่เริ่มเห็นพัฒนาการดีขึ้น
(views 11)
3Q17 ขาดทุนสุทธิ 23 ล้านบาท ดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 39 ล้านบาทใน 3Q16 ผลการดำเนินงาน 3Q17 ขาดทุนสุทธิ 23 ล้านบาท แย่กว่าที่เราคาดว่าจะมีกำไรสุทธิราว 3 ล้านบาท จาก 2 ปัจจัย คือ (1) การรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทลูก CMO Show Corp. ที่มากกว่าคาด (2) การแก้ไขข้อผิดพลาดทางบัญชี จากการบันทึกประมาณการภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานต่ำเกินไป แต่เมื่อเทียบ Y-Y ถือว่ามีพัฒนาการดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 39 ล้านบาท จากรายได้ที่โต 13% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวเป็น 14.8% จาก 9.1% ใน 3Q16 สะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมจัดอีเว้นท์ที่เริ่มฟื้นตัว ส่วนผลการดำเนินงาน 9M17 ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 2 ล้านบาท ดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 91 ล้านบาทใน 9M16 อย่างมีนัยสำคัญ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
CPALL (BUY/18TP: 86), กำไร 3Q17 น่าประทับใจตามคาด จะดีต่อใน 4Q17
(views 16)
กำไรสุทธิ 3Q17 ยังน่าประทับใจ มีมาร์จิ้นปรับดีขึ้นทุกรายการ กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 4,970 ล้านบาท (+7% Q-Q, +20.8% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 4,841 ล้านบาท) ทำได้น่าประทับใจ โดยมีกำไรเติบโตได้ ทั้งที่เป็น Low Season ของธุรกิจค้าปลีก แต่บริษัทมีการจัดแคมเปญ Stamp Promotion เพื่อกระตุ้นรายได้ ซึ่งในปีนี้ถือเป็นอีกปีที่ประสบความสำเร็จ ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ส่งผลให้ SSSG พลิกกลับมาเป็นบวกตามคาดที่ +2.4% Y-Y จาก -1% Y-Y ในไตรมาสก่อน รวมถึงยังมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องที่ 145 สาขา ทำให้รายได้ไตรมาสนี้เติบโต 1.8% Q-Q และ 8.8% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีทั้งธุรกิจ Cash&Carry และ CVS ทำให้ขยับขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 22.4% เพิ่มขึ้นจาก 22.2% ใน 2Q17 และ 22.1% ใน 3Q16 จาก Product Mix ที่ยังดีต่อเนื่อง โดยสินค้าที่ขายดีของ CVS ยังอยู่ในกลุ่ม Ready to eat และ Personal Care แม้ค่าใช้จ่ายจะปรับสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการทำโปรโมชั่น และค่าใช้จ่ายของ MAKRO ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 20% จาก 19.6% ใน 2Q17 และ 19.6% ใน 3Q16 แต่บริษัทมีภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y มาอยู่ที่ 2 พันลบ. ส่งผลให้ Ebitda Margin ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 8.6% จาก 8.5% ใน 2Q17 และ 3Q17 รวมถึง Net Margin ปรับขึ้นมาในทิศทางเดียวกันอยู่ที่ 4.2% จาก 4% ใน 2Q17 และ 3.8% ใน 3Q16 สะท้อนถึงความสามารถทำกำไรที่ยังแข็งแกร่ง แม้ฐานค่อนข้างใหญ่ก็ตาม
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
CPF (BUY/18TP: 32), กำไร 3Q17 ใกล้เคียงคาด แนวโน้มจะอ่อนตัวลงใน 4Q17
(views 10)
กำไรสุทธิ 3Q17 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 4,914 ล้านบาท (+20.9% Q-Q, -5.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 4,739 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุน 1,507 ล้านบาท (สุทธิภาษี), กำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมพันธุ์สัตว์ 1,074 ล้านบาท และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 42 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 2,290 ล้านบาท (+6.7% Q-Q, -55.5% Y-Y) สาเหตุที่กำไรไม่สดใสนักลดลง Y-Y เพราะได้รับผลขาดทุนจากธุรกิจหมูเวียดนาม และกัมพูชา แต่สิ่งที่ดีขึ้นคือ ขาดทุนน้อยลงจากไตรมาสก่อน ส่งผลให้กำไรปรับเพิ่มขึ้น Q-Q โดยราคาหมูเวียดนามเฉลี่ย 3Q17 เท่ากับ 30,718 ด่องต่อกก. (+34.3% Q-Q, -35% Y-Y) ส่วนภาพรวมธุรกิจในต่างประเทศอื่นๆ ถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะ รัสเซียที่ยังดีต่อเนื่อง และตุรกีที่เริ่มกลับมามีกำไรหลังจากทำการลดขนาดธุรกิจไปพอสมควรแล้ว ในขณะที่ภาพรวมธุรกิจในประเทศได้รับปัจจัยหนุนจากการส่งออกเป็นหลัก โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของปริมาณการส่งออกไก่ ทำให้รายได้รวมในไตรมาสนี้ +0.4% Q-Q และ +3.2% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 13.9% จาก 11.5% ใน 2Q17 แม้เผชิญกับค่าเงินบาทแข็งค่า แต่ได้รับชดเชยจากราคาวัตถุดิบที่อยู่ในระดับต่ำ และยังคงได้รับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม (มาจาก CPALL เป็นหลัก) ที่ดีอย่างต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
DRT (BUY/18TP: 6.6), กำไร 3Q17 ยังไม่สดใส แต่คาดจะฟื้นตัวตั้งแต่ 4Q17
(views 14)
กำไรสุทธิ 3Q17 ถูกกดดันจากปัจจัยฤดูกาล DRT ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 77 ล้านบาท ลดลง 34% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 2% Y-Y ใกล้เคียงคาด หากไม่รวมกำไรพิเศษจากปีก่อนราว 1.8 ล้านบาท กำไรปกติจะทรงตัว Y-Y ทั้งนี้ กำไรที่หดตัว Q-Q เนื่องจากเป็น Low Season ที่มีปริมาณฝนมาก และมีปัญหาน้ำท่วมในภาคอีสาน กำลังซื้อของผู้บริโภคจึงชะลอตัว ส่งผลให้ยอดขายลดเหลือ 941 ล้านบาท (-14% Q-Q) ส่วนการทรงตัว Y-Y แม้รายได้จากการขายจะหดตัว 3% Y-Y แต่ถูกชดเชยด้วยสัดส่วนค่าใช้จ่ายการขายต่อรายได้ที่ลดลงเป็น 4.6% จาก 5% ในปีก่อน จากการควบคุมค่าใช้จ่ายการตลาดที่มีประสิทธิภาพขึ้น ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 25.3% จาก 28% ใน 2Q17 และ 25.6% ในปีก่อน เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงเครื่องจักร
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
EKH (BUY/18TP: 7), กำไร 3Q17 แข็งแกร่งเกินคาด คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 10)
กำไร 3Q17 แข็งแกร่งกว่าคาดอย่างน่าประทับใจ EKH ประกาศกำไรปกติ 3Q17 ออกมาดีกว่าคาดราว 8% ที่ 37 ลบ. +212.5% Q-Q, +31.8% Y-Y โดยได้รับอานิสงส์จาก High Season ของฤดูฝน ทำให้รายได้เติบโตในอัตราเร่ง +33.1% Q-Q, +5.4% Y-Y ซึ่งเป็นไปตามคาด แต่สาเหตุที่ทำให้กำไรออกมาดีกว่าคาดคือ Gross Margin ที่ขยายตัวอย่างมีนัยยะถึง 3.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อนขึ้นเป็น 42.1% ในไตรมาสนี้จากผลของ Operating Leverage ซึ่งน่าประทับใจมากและเป็นระดับที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
MINT (BUY/18TP: 48), กำไรปกติ 3Q17 แข็งแกร่งตามคาด
(views 16)
กำไรปกติ 3Q17 โตทั้ง Q-Q และ Y-Y ตามคาด MINT ประกาศผลการดำเนินงาน 3Q17 ออกมาใกล้เคียงคาดโดยมีกำไรปกติ 1,143 ลบ. +55.1% Q-Q, +15.1% Y-Y รายได้เติบโต 9.5% Q-Q และ 4.8% Y-Y นำโดยธุรกิจโรงแรมที่ยังโตแข็งแกร่งทั้งในไทยและ Tivoli ในบราซิลและโปรตุเกสซึ่งเป็น High Season ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกเติบโตดีทั้งจากกลุ่มแบรนด์แฟชั่นและการรับจ้างผลิต ซึ่งทั้ง 2 ธุรกิจสามารถชดเชยธุรกิจอาหารที่ชะลอตัวได้ ส่วนฝั่งต้นทุนถือว่าควบคุมได้ดีกว่าที่คาดเล็กน้อยและชดเชยรายได้อื่นๆที่ลดลงได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y ได้ โดยล่าสุด EBITDA Margin ใน 3Q17 ปรับขึ้นเป็น 20.6% จาก 16.5% และ 19.4% ใน 2Q17 และ 3Q16 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
M (HOLD/18TP: 75), กำไร 3Q17 ฟื้นตามคาด และน่าจะดีต่อเนื่องใน 4Q17
(views 6)
กำไรสุทธิ 3Q17 ฟื้นตัวได้ดีตามคาด กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 651 ล้านบาท (-3.6% Q-Q, +27.6% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 654 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรอ่อนตัวลง Q-Q เพราะเป็น Low Season ของธุรกิจ แต่ในแง่ Y-Y ถือว่ากลับมาเติบโตได้ดีขึ้น โดย SSSG พลิกกลับมาเป็นบวกได้ดี สำหรับร้าน MK +3% Y-Y และร้าน Yayoi +8% Y-Y กอปรกับมีการเปิดสาขาใหม่ 9 แห่งได้แก่ 6 MK และ 3 Yayoi ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 8.7% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงน่าประทับใจที่ 67.9% ใกล้เคียง 2Q17 ที่ 68.2% และเพิ่มขึ้นจาก 66.4% ใน 3Q16 ทั้งที่ไม่มีการปรับขึ้นราคาอาหารในปีนี้ (ปกติปรับขึ้นแทบทุกปี ตามการปรับขึ้นของค่าเช่าและเงินเดือนพนักงาน) แต่ได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนวัตถุดิบที่อยู่ในระดับต่ำ ทั้งเป็ดและหมู สามารถชดเชยการปรับขึ้นของค่าเช่าและเงินเดือนได้ทั้งหมด รวมถึงยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 50.6% จาก 52.3% ใน 3Q17 และใกล้เคียงกับ 50.5% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
SYNEX (BUY/18TP: 20), กำไร 3Q17 เป็นไปตามคาด แนวโน้มจะเร่งตัวขึ้นอีกใน 4Q17
(views 8)
กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% Q-Q และ 47% Y-Y กำไร 3Q17 เป็นไปตามคาด รายได้รวมยังถูกกดดันจากปัจจัยฤดูกาล และกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว ทำให้ลดลง 2% Q-Q อยู่ที่ 8,084 ล้านบาท แต่ที่น่าสนใจคือ อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวขึ้นครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส อยู่ที่ 4.8% จาก 4.3% ใน 2Q17 จากการเพิ่มสินค้าอัตรากำไรสูงและเงินบาทที่แข็งค่าราว 3% Q-Q ส่วนอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นแตะ 2% เป็นครั้งแรก จากการเริ่มรับรู้กำไรของ บัฟ (ประเทศไทย) ที่ถือหุ้น 30% ราว 7-8 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9M17 อยู่ที่ 460 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% Y-Y คิดเป็น 79% ของประมาณการทั้งปีที่ 584 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
TKN (BUY/18TP: 27), กำไร 3Q17 ฟื้นตัวได้ตามคาด และจะโตมากขึ้นในปี 2018
(views 10)
กำไรสุทธิ 3Q17 ฟื้นตัวได้ดี กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 160 ล้านบาท (+18.5% Q-Q, -20.8% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่ 22 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 182 ล้านบาท (+23.8% Q-Q, -10% Y-Y) ถือว่าทำได้ดี สาเหตุที่กำไรฟื้นตัว Q-Q ส่วนหนึ่งมาจากการเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจ โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดจีน ในขณะที่สามารถจัดการปัญหาแรงงานได้แล้วเสร็จ ทำให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตโรงงานใหม่ได้มากขึ้น ส่งผลให้มีรายได้รวมในไตรมาสนี้ +15.9% Q-Q, +11.4% Y-Y อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่เฟส 1 (2,000 ตันต่อปี) ราว 30% และเริ่มเพิ่มเฟส 2 (อีก 2,000 ตันต่อปี) ทำให้ต้องเผชิญกับต้นทุนโรงงานใหม่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ยังผลิตได้ไม่ถึงระดับที่ได้ Economies of Scale จึงกระทบต่อไปยังอัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงมาอยู่ที่ 31.3% จาก 31.7% ใน 2Q17 และ 35.5% ใน 3Q16 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังคงสูงขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y โดยมาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดเป็นหลัก แต่ด้วยรายได้ที่เติบโตดี ทำให้ยังควบคุมสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ใกล้เคียงปีก่อนที่ 15.3% และลดลงจาก 17.1% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
TOP (SELL/18TP: 90), ผลประกอบการแข็งแกร่งแต่ไม่เหนือความคาดหมาย
(views 7)
กำไรสุทธิต่ำกว่าที่คาด ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 7,605 ล้านบาท (+134% Q-Q, +159% Y-Y) แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดเพราะมีการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือให้สะท้อนต้นทุน อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 3Q17 ถือว่ามีผลการดำเนินงานหลักแข็งแกร่ง โดยสาเหตุจาก 1. margin ของธุรกิจหลัก (Market GIM) ปรับตัวขึ้นโดดเด่นเป็น US$12.5/bbl (+23% Q-Q, +52% Y-Y) เพราะค่าการกลั่นที่พุ่งขึ้นผิดปกติ เพราะได้รับอานิสงค์จากอุปทานในตลาดที่หายไปอย่างกะทันหัน 2. อัตราการใช้กำลังการผลิตปรับตัวสูงขึ้นเป็น 114% และ 3. ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ขยับขึ้น ทำให้เกิดกำไรจากสต๊อกน้ำมันรวมผมกระทบจากการปรับมูลค่าของสินค้าคงเหลือจำนวน 1.5 พันล้านบาท เทียบกับขาดทุน 2.2 พันล้านบาท ใน 2Q17 และ 6.3 ร้อยล้านบาท ใน 3Q16 นอกจากนี้ ยังมีกำไรพิเศษอีก 6.9 ล้านบาท โดยหลักเป็นผลจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
VIBHA (BUY/18TP: 3), กำไร 3Q17 แข็งแกร่ง ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ”
(views 12)
กำไร 3Q17 โตทั้ง Q-Q และ Y-Y VIBHA ประกาศผลการดำเนินงาน 3Q17 ออกมาแข็งแกร่ง โดยมีกำไรปกติ 298 ลบ. +59% Q-Q, +32.6% Y-Y จากรายได้จากการรักษาพยาบาลเติบโตเร่งตัวขึ้นเป็น 20.3% Q-Q และ 10.1% Y-Y ซึ่งหลักมาจาก CMR ที่ได้อานิสงส์จากการปรับเพิ่มการจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคม ขณะที่ร.พ.วิภาวดียังเติบโตได้ค่อนข้างดีราว 7% Y-Y นอกจากนี้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการปรับโครงการการถือหุ้น ซึ่งทำให้ฐานระดับ 50 ลบ.ต่อไตรมาสโดยเฉลี่ยจะเป็นระดับปกติใหม่ในอนาคต ขณะที่ฝั่ง Gross Margin ยังขยายตัวต่อเนื่องและควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
LIT (HOLD/18TP: 11.7), กำไร 3Q17 ดีตามคาดแต่ควรดูคุณภาพหนี้ประกอบด้วย
(views 9)
กำไร 3Q17 ดีตามฤดูกาล LIT รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 39 ลบ. +7%Q-Q, +46%Y-Y เป็นไปตามที่คาดและยังทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการทำสัญญาเงินกู้โครงการที่มากขึ้นตามฤดูกาล ส่วนรายได้ดอกเบี้ยทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 50%Y-Y ตามการเติบโตของสินเชื่อ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 21%Q-Q และ 76%Y-Y ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญซึ่งเพิ่มขึ้นเท่าตัว Q-Q มาอยู่ที่ 15 ลบ. สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของ NPL เราเห็นแรงกดดันของ Int.Spread ซึ่งปรับตัวลงมาอยู่ที่ 12.9% จาก 14-15% ใน 1H17 ซึ่งเกิดจากการลดลงของสินเชื่อ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
ORI (BUY/18TP: 27), กำไรปกติ 3Q17 น่าประทับใจ แนวโน้ม 4Q17 จะสูงสุดของปี
(views 15)
กำไรปกติ 3Q17 +43% Q-Q, +90% Y-Y จากยอดโอนที่ทำได้อย่างน่าประทับใจ กำไรสุทธิที่สูงถึง 556.1 ล้านบาทใน 3Q17 มาจากกำไรพิเศษจากการขายหุ้นให้ Nomura Real Estate Development (NRED) 267.1 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออก กำไรจากการดำเนินงานปกติจะเป็น 342.4 ล้านบาท ดีกว่าคาดเล็กน้อย และเป็นกำไรที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ +43.4% Q-Q, +116.4% Y-Y จากรายได้โอนที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจ +43.4% Q-Q, +89.9% Y-Y จากการเริ่มโอนโครงการ Notting Hilll เจริญกรุง และ Kensington แหลมฉบัง มูลค่ารวมกว่า 1 พันล้านบาท รวมถึงมีคอนโด 5 โครงการที่โอนต่อเนื่องมาจากปีก่อน ขณะเดียวกันก็ยังรักษาต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีมาก โดย Gross margin อยู่ที่ 46.8% ดีกว่าช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหาร 22% ต่อรายได้ สูงขึ้นกว่าปกติที่ 21% เล็กน้อยตามการเปิดตัวโครงการใหม่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ Norm profit margin อยู่ที่ 20.6% ยังคงรักษาไว้ได้ในระดับสูงใกล้เคียงไตรมาสก่อน
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
KAMART (BUY/18TP: 9.8), กำไรสุทธิ 3Q17 ออกมาแย่กว่าคาด แต่จะเห็นการฟื้นใน 4Q17
(views 8)
กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 67 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดที่ 80 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% Q-Q แต่ลดลง 8% Y-Y โดยรายได้ยังเพิ่มขึ้น 10% Q-Q และ 7% Y-Y อยู่ที่ 398 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวขึ้นเป็น 57.7% จาก 55.4% ใน 2Q17 และ 56.9% ใน 3Q16 แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารกลับเร่งตัวขึ้น โดยคิดเป็น 35.9% ของรายได้รวม จาก 33.7% ของรายได้รวมใน 2Q17 จากค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายและโฆษณาเพื่อสร้างแบรนด์ที่เพิ่มขึ้น และสูงกว่าคาดการณ์ของเราราว 20 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 16.7% จาก 17.1% ใน 2Q17 และ 19.5% ใน 3Q16 กำไรสุทธิ 9M17 อยู่ที่ 209 ล้านบาท ยังมีการเติบโต 3% Y-Y ตามรายได้ที่เติบโตราว 3% Y-Y และความสามารถในการบริหารต้นทุนรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ทำได้ใกล้เคียงเดิม
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
BDMS (T-BUY/18TP: 23), กำไร 3Q17 ดีกว่าคาดอย่างน่าประทับใจ
(views 15)
กำไรปกติ 3Q17 กลับมาโตแกร่งทั้ง Q-Q และ Y-Y BDMS ประกาศกำไรปกติ 3Q17 ออกมาที่ 2,417 ลบ. +51.4% Q-Q, +10.5% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาดราว 10% โดยในส่วนรายได้เติบโตได้ใกล้เคียงคาด +13.9% Q-Q, +7.1% Y-Y จากแรงหนุนของ High Season และเติบโตใกล้เคียงกันทั้งผู้ป่วยไทยและต่างชาติ ขณะที่ปัจจัยที่หนุนกำไรให้โตแข็งแกร่งเกิดจาก Gross Margin ที่ขยายตัวอย่างน่าประทับใจเป็น 34.7% ในไตรมาสนี้จาก 32% และ 33.8% ใน 2Q17 และ 3Q16 ตามลำดับ รวมถึงค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ แสดงให้เห็นถึงมาตรการควบคุมต้นทุนที่เริ่มเห็นผล นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้จะมีการขายหุ้น BH ออกไปบ้างส่วนในไตรมาสก่อน
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
EA (BUY/18TP: 47), กำไร 3Q17 ต่ำกว่าคาดเพราะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นชั่วคราว
(views 11)
กำไร 3Q17 +1% Q-Q, +36% Y-Y ต่ำกว่าคาดเพราะต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่ม EA รายงานกำไรสุทธิ 976.1 ล้านบาทใน 3Q17 เพิ่มขึ้นเพียง 1.0% Q-Q และ 35.9% Y-Y ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดประมาณ 10% เพราะต้นทุนและค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่คาด โดยเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการเปิดดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังงานลมแห่งใหม่ ค่าธรรมเนียมในการรีไฟแนนซ์เงินกู้ระยะยาวเป็นหุ้นกู้ และดอกเบี้ยจ่ายที่เคยบันทึกเป็นต้นทุนการก่อสร้างก่อนหน้านี้ ทำให้มาร์จิ้นต่ำไปกว่าคาด อย่างไรก็ตาม หากตัดรายการที่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวออก กำไรในไตรมาสนี้ใกล้เคียงที่เราและตลาดคาด มุมมองของเราต่อ EA จึงไม่เปลี่ยน และถึงแม้จะมีค่าใช้จ่ายดังกล่าว มาร์จิ้นโดยรวมก็ยังทำได้ดี Gross margins 47.6% และ EBIDA margin 56.3% สูงกว่าปี 2016 และไม่ต่างจาก 1H17 นัก
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
EPG (BUY/18TP: 16), กำไรฟื้นช้ากว่าคาดแต่กำลังเข้าสู่ High season
(views 14)
กำไรฟื้นตัวช้ากว่าคาด ถูกฉุดด้วยกำลังซื้อในประเทศ EPG รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 (ก.ค.-ก.ย. 2017) ที่ 291.2 ล้านบาท โดยมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 11.9 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรจากการดำเนินงานปกติเป็น 303.1 ล้านบาท เป็นกำไรที่ฟื้นตัวเพียงเล็กน้อย +1.9% Q-Q แต่ -23.4% Y-Y การฟื้นตัวที่ยังไม่ดีนักเพราะถูกฉุดโดยธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก (EPP) (23% ของรายได้รวม) ที่มีรายได้ลดลงถึง 8.3% Q-Q และ 10.0% Y-Y ตามฤดูกาลจับจ่ายที่เป็น Low season ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับบริษัทในกลุ่มค้าปลีก การบริโภคที่ซบเซาทำให้การแข่งขันระหว่างผู้ผลิตรุนแรง ประกอบกับกำลังการผลิตขนาดใหญ่ของ EPG ทำให้การผลิตไม่ถึงระดับ Economy of scales อัตรากำไรขั้นต้นจึงลดเหลือเพียง 19.3% ต่ำกว่า 20% เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี สำหรับธุรกิจฉนวนยางและธุรกิจชิ้นส่วนตกแต่งรถยนต์มีรายได้เพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y แต่ไม่มากพอที่จะชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าไตรมาสก่อนและไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
ERW (T-BUY/18TP: 7.2), กำไร 3Q17 แข็งแกร่งตามคาด
(views 11)
กำไรสุทธิ 3Q17 โตเด่นทั้ง Q-Q และ Y-Y ERW ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 แข็งแกร่งตามคาดที่ 79 ลบ. +38.1% Q-Q, +42.2% Y-Y รายได้ยังเติบโตในระดับที่ค่อนข้างดี 7.6% Q-Q และ 5.3% Y-Y โดย Rev Par เติบโตแข็งแกร่งในทุกระดับโรงแรม (รวมทุกโรงแรม ex. Hop Inn +3% Y-Y, Hop Inn +7% Y-Y) ยกเว้นกล่ม 5 ดาวที่ -4% Y-Y เนื่องจากมีการปรับปรุงห้องพักของโรงแรม เจดับบลิว แมริออท ขณะที่อีกปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรที่สำคัญคือ Margin ที่ยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่องจาก Operating Leverage ส่งผลให้ล่าสุด EBITDA Margin ใน 3Q17 อยู่ที่ 27.9% เพิ่มจาก 26.4% และ 27.1% ใน 2Q17 และ 3Q16 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
FSMART (BUY/18TP: 23.5), กำไร 3Q17 ตามคาด
(views 16)
กำไร 3Q17 เพิ่มเล็กน้อย 1.0% Q-Q แต่โต 39.4% Y-Y กำไร 3Q17 ที่ 145 ล้านบาท ใกล้เคียงคาดที่ 147 ล้านบาท เพิ่มเล็กน้อย 1.0% Q-Q แต่ยังโตสูง 39.4% Y-Y กำไรโตไม่มาก Q-Q จากรายได้รวมเพิ่มไม่มาก 2.3% Q-Q เทียบกับไตรมาสก่อนที่เพิ่ม 7.6% Q-Q จากผลกระทบฤดุฝนมากกว่าปกติและกำลังซื้อยังไม่ฟื้นเต็มที่ ขณะที่ต้นทุนเพิ่มในอัตราสุงกว่า จากการขยายจำนวนตู้เติมเงิน ทำให้ Gross margin ลดลงเหลือ 22.9% จากไตรมาสก่อนที่ 24.9% ต่ำกว่าคาดที่ 24.5% จากการขยายตู้เติมเงินค่อนข้างมากในช่วง 2Q17-3Q17 เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาด (เพิ่มตู้ระดับ 3,000 ตู้ต่อเดือน เป็นเกือบ 1.2 แสนตู้ ณ สิ้น 3Q17 จากปกติเพิ่ม 2,000-2,500 ตู้ต่อเดือน) และมีการทำโปรโมชั่นเพิ่มเพื่อจูงใจให้เติมเงินมือถือมากกว่า 100 บาท กำไรยังโตสูง Y-Y ตามมูลค่าทำรายการผ่านตู้เพิ่มขึ้นเป็น 9.3 พันล้านบาท เพิ่ม 61.5% Y-Y (6.1% Q-Q) รวมอานิสงค์จากการที่ร้าน 7-11 เลิกขายบัตร/สลิปเติมเงินของ AIS ตั้งแต่ 4Q16 และบริการใหม่ๆ เช่น บริการรับชำระค่ามือถือรายเดือน และโดยเฉพาะบริการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารผ่านตู้ที่เริ่มให้บริการตั้งแต่ 2Q16 มีมูลค่าการทำรายการเพิ่มขึ้นเร็ว และเป็นสัดส่วนต่อมูลค่าการใช้บริการผ่านตู้รวมเพิ่มเป็นประมาณ 14% รวมทั้งภาษีจ่ายลดลง จากมาตรการส่งเสริมการลงทุนของรัฐ
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
MAJOR (HOLD/18TP: 35), กำไรสุทธิ 3Q17 มากกว่าคาด แต่กำไรปกติต่ำกว่าคาด
(views 11)
กำไรปกติ 3Q17 ลดลง 60.6% Q-Q 16.3% Y-Y ต่ำกว่าคาด 13% กำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 302 ล้านบาท ลดลง 45.5% Q-Q, 9.1% Y-Y สูงกว่าคาดที่ 266 ล้านบาท จากรายการพิเศษกำไรจากการขายหุ้น PVR 79 ล้านบาทและเงินชดเชย 45 ล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว จะเป็นกำไรปกติ 178 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดของเรา 13% และตลาดคาด จาก Gross margin ลดลงต่ำกว่าคาด ส่วนหนึ่งจากขาดทุนขั้นต้นของบริษัทย่อยจำนวน 38 ล้านบาท มากกว่าคาด กำไรปกติลดลงมาก 60.6% Q-Q ตามฤดูกาลตามปกติเป็นช่วงหน้าหนังใน 2Q กำไรปกติลดลง 16.3% Y-Y จาก Gross margin ลดลง เนื่องจากมีต้นทุนตัดจำหน่ายเพิ่มตามการขยายโรงหนัง และขาดทุนจากบ.ย่อย แม้รายได้รวมเพิ่ม 3.5% Y-Y จากรายได้ขายอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มสูง 22.5% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
MBAX (BUY/18TP: 6.5), กำไร 3Q17 ออกมาชะลอตัวกว่าคาด แต่เป็น Bottom แล้ว “ซื้อ”
(views 15)
กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 13 ล้านบาท ลดลง 31% Q-Q และ 40% Y-Y กำไรที่ลดลง 31% Q-Q มาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งจากการเพิ่มขึ้นของราคาเม็ดพลาสติก LDPE ราว 5% Q-Q อยู่ที่ 1,280 ดอลล่าร์สหรัฐฯต่อตัน และการหยุดซ่อม 1 สายการผลิตถุงพลาสติกขนาดใหญ่ ทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 8.5% จาก 9.5% ใน 2Q17 ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ที่ลงแรง 40% เป็นเพราะฐาน 3Q16 ที่สูง จากยอดคำสั่งซื้อที่เลื่อนมาจาก 2Q16 เพราะลูกค้ารายสำคัญมีการปรับปรุงกระบวนการผลิต กำไรต่อหุ้น 3Q17 ที่ลดลงแรง 42% Q-Q และ 46% Y-Y เป็นผลจากการแปลง MBAX-W1 ที่ทำให้จำนวนหุ้นเพิ่มอีก 32.15 ล้านหุ้นเป็น 191.90 ล้านหุ้น กำไร 9M17 อยู่ที่ 49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% Y-Y คิดเป็น 70% ของคาดการณ์กำไรทั้งปีนี้ที่ 70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% Y-Y เรายังเลือกคงประมาณการเดิมไว้ก่อน โดยคาดว่ากำไร 4Q17 จะกลับมาฟื้นตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
ROBINS (BUY/18TP: 85), กำไร 3Q17 ฟื้นตัวได้ดี และจะดีมากขึ้นในปีหน้า
(views 10)
กำไรสุทธิ 3Q17 ทำได้ดี ทั้งที่เป็น Low Season กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 611 ล้านบาท (+1.7% Q-Q, +19.8% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ที่ 588 ล้านบาท) ทั้งที่ปกติ 3Q เป็น Low Season ของธุรกิจ แต่สามรถมีกำไรทรงตัว Q-Q ได้ เนื่องจากการกลับมาฟื้นตัวของกำลังซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ระดับกลางบน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท ในขณะที่กำไรเติบโตได้ดี Y-Y แม้ SSSG จะยังติดลบเล็กน้อย -0.1% Y-Y ซึ่งเป็นการฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนที่ติดลบถึง -4.7% Y-Y และยังมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง ทำให้รายได้รวมเติบโตราว +6.2% Q-Q, +2.5% Y-Y ทั้งนี้อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 24.2% จาก 24.7% ใน 2Q17 และ 24.3% ใน 3Q16 อันเนื่องมาจากยังอยู่ระหว่างการเคลียร์สต็อกสินค้า ส่วนรายได้ค่าเช่ายังเติบโตต่อเนื่อง +6.3% Q-Q, +16.7% Y-Y สำหรับสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังบริหารจัดการได้ดีอยู่ที่ 30.8% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 30.5% ใน 3Q16 แต่ลดลงจาก 31.9% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
SAPPE (BUY/18TP: 38), กำไร 3Q17 ต่ำกว่าคาด และจะกลับมาโตดีในปีหน้า
(views 12)
กำไรสุทธิ 3Q17 ต่ำกว่าคาด กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 111 ล้านบาท (-31.9% Q-Q, +18.1% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 11% (เราคาดไว้ 125 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด สาเหตุที่กำไรอ่อนตัวลง Q-Q ถือว่าสอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาล โดย 2H ปกติจะเป็น Low Season ของธุรกิจ และไตรมาสที่ดีที่สุดของปีมักอยู่ใน 2Q ส่วนสาเหตุที่กำไรเติบโต Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และมีการฟื้นตัวของตลาดในประเทศ ในขณะที่ตลาดส่งออกทำได้ดีในอินโดนีเซีย ส่วนตลาดจีนยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ทำให้รายได้รวมในไตรมาสนี้เติบโต 11% Y-Y แต่ลดลง -14.3% Q-Q และดัวยอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ไม่สูงนัก ในขณะที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า กอปรกับมีการขายบริษัทย่อยที่อินโดนีเซียออกไป (เปลี่ยนจากการรวมงบการเงินเป็นรับรู้รายได้จากการขาย) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 38.1% จาก 42.6% ใน 2Q17 และ 42.4% ใน 3Q16 อย่างไรก็ตาม ด้วยค่าใช้จ่ายการตลาดที่ไม่มากนัก และค่าใช้จ่ายทางการตลาดของบริษัทย่อยที่อินโดนีเซียหายไป ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 21.3% จาก 26.5% ใน 3Q17 แต่เพิ่มขึ้นจาก 19.9% ใน 2Q17 เพราะรายได้อ่อนตัวลง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดีขึ้นต่อเนื่องคือ ส่วนแบ่งจาก All Coco พลิกกลับมามีกำไรราว 3 ล้านบาท จากที่มีส่วนแบ่งขาดทุนราว 3 แสนบาทใน 2Q17 ซึ่งมาจากช่วง High Season ของผลผลิตมะพร้าว และมีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
SVI (AVOID/18TP: 5.4), กำไร 3Q17 น่าผิดหวัง
(views 14)
กำไร 3Q17 ต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 80 ล้านบาท (-36% Q-Q, -90% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 106 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 7 ล้านบาทในไตรมาสนี้ และเงินประกันในปีก่อน จะมีกำไรปกติเท่ากับ 73 ล้านบาท (-43% Q-Q, -68% Y-Y) ถือเป็นกำไรที่ไม่สดใส แม้จะเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และสามารถทำรายได้ขยับขึ้น 5.6% Q-Q และ 17.3% Y-Y เป็น US$95 ล้าน แต่บริษัทยังได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน IC ต่อเนื่อง ทำให้นอกจากจะไม่มีวัตถุดิบมาผลิตสินค้าได้อย่างเพียงพอแล้ว ยังต้องเผชิญกับราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นด้วย รวมถึงยังเจอเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่า ส่งผลให้รายได้รวมสกุลบาทไตรมาสนี้เติบโตเพียง 1.9% Q-Q และ 12.3% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนแอมากมาอยู่ที่ 5.8% จาก 8.7% ใน 2Q17 และ 9.5% ใน 3Q16 ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 18 ไตรมาส และด้วยฐานรายได้ที่ไม่สดใส ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นเป็น 4.9% จาก 4.6% ใน 3Q16 แต่ลดลงเล็กน้อยจาก 5.1% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
XO (HOLD/18TP: 5), กำไร 3Q17 ดีกว่าคาด แต่ปีหน้ายังคงมุมมองระมัดระวัง
(views 13)
กำไรสุทธิ 3Q17 ดีกว่าคาด จากรายการเครดิตภาษี กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 19 ล้านบาท (+18.8% Q-Q, +90% Y-Y) ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 14 ล้านบาท) มาจากไตรมาสนี้มีรายการเครดิตภาษีราว 3 ล้านบาท และอัตราภาษีที่แท้จริงปรับลดลงเพราะโรงงานเริ่ม Operate มากขึ้นและได้รับสิทธิยกเว้นภาษี BOI ทั้งนี้หากไม่รวมรายการภาษีพบว่า ผลการดำเนินงานหลักค่อนข้างใกล้เคียงคาดแทบทุกรายการ โดยมีรายได้รวมลดลงเล็กน้อย Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่เติบโต Y-Y มาจากฐานที่ค่อนข้างต่ำ ซึ่งในปีก่อนบริษัทประสบปัญหาลูกค้าในยุโรปต่อราคาสินค้า เพราะลูกค้าได้รับผลกระทบจากค่าเงินปอนด์และค่าเงินยูโรอ่อนค่า ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงมาอยู่ที่ 30.6% จาก 32.3% ใน 2Q17 และ 30.1% ใน 3Q16 สอดคล้องกับทิศทางของรายได้ และสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 23.1% จาก 24.1% ใน 2Q17 และ 25% ใน 3Q16 ถือว่าควบคุมได้ดี
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
STEC (BUY/18TP: 31.8), กำไร 3Q17 ชะลอตัว แต่คาดจะโตเด่นในปีหน้า
(views 13)
กำไรสุทธิ 3Q17 หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y STEC รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 217 ล้านบาท หดตัว -11% Q-Q, -7% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาด เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาดอยู่ที่ 8% ปรับลดจาก 2Q17 ที่ 8.5% แต่ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสาเหตุหลักคาดมาจากต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างราคาเหล็ก และปูนซีเมนต์ที่สูงขึ้น ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 4,641 ล้านบาท (+5% Q-Q, -4% Y-Y) ใกล้เคียงคาด จากการรับรู้งานก่อสร้างที่มีความคืบหน้าของงานก่อสร้างในโครงการหลักเพิ่มขึ้น และรายได้อื่นกลับสู่ระดับปกติเป็น 23 ล้านบาท (-51% Q-Q) เนื่องจากในไตรมาสก่อนมีกำไรพิเศษจากการขายที่ดิน 20 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
BEAUTY (HOLD/18TP: 18), กำไรสุทธิ 3Q17 ร้อนแรงมาก แต่ราคาตอบรับไปแล้ว “ถือ”
(views 26)
กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 348 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28%Q-Q และ 66% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 348 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% Q-Q และ 66% Y-Y จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 29% Q-Q และ 44% Y-Y อยู่ที่ 1,059 ล้านบาท จำนวนสาขาทั้งในและต่างประเทศลดลงจาก 376 สาขา เหลือ 355 สาขา เพราะอยู่ระหว่างการปรับปรุงเพื่อย้ายทำเลใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่น่าสนใจคือ ยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาเดิมยังเพิ่มขึ้นถึง18.57% Y-Y (เฉลี่ย 9M17 อยู่ที่ 18.57% Y-Y) ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยเหลือ 67.3% จาก 69.5% ใน 2Q17 แต่ผลจากการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้มีประสิทธิภาพ เพราะแบรนด์เริ่มติดตลาดทำให้ไม่ต้องโฆษณามาก และแผนการขยายสาขาที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลงเหลือ 27.1% จาก 31.4% ใน 2Q17 และ 32.2% ใน 3Q16
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
PCSGH (BUY/18TP: 9.6), กำไร 3Q17 ออกมาใกล้เคียงคาด แนวโน้ม 4Q17 ยังสดใส “ซื้อ” Earnings Results
(views 13)
กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% Q-Q และ 183% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% Q-Q และ 183% Y-Y ต่ำกว่าคาดการณ์ของเราที่ 182 ล้านบาทเล็กน้อย จากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงกว่าคาด เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการทำตลาดต่างประเทศและการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์เพิ่มสูงขึ้น แต่โดยรวมยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี รายได้รวมเพิ่มขึ้น 11% Q-Q และ 20% Y-Y อยู่ที่ 1,039 ล้านบาท ตามอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ฟื้นตัว โดยยอดผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 13% Q-Q และ 9% Y-Y อยู่ที่ 526,778 คน ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 19.8% ใกล้เคียงกับ 2Q17 ที่ 19.9% จากการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น และ Product Mix ที่โน้มเอียงมาทางกลุ่ม Non-Auto ที่มีอัตรากำไรสูง กำไรสุทธิ 9M17 อยู่ที่ 482 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาก 102% Y-Y จากฐานที่ต่ำเพราะมีการหยุดซ่อมสายการผลิตใน 2Q-3Q16 ผนวกกับยอดขายรถยนต์ในประเทศ 9M17 ที่ฟื้นตัว 8% Y-Y หักล้างกับยอดส่งออกที่ลดลง 6% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
RSP (IPO: 5.8/18TP: 9.5), Converse แบรนด์คลาสสิคคู่โลก
(views 17)
RSP ได้รับสิทธิแต่เพียงรายเดียวในไทยสำหรับการจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ Converse ที่มีประวัติมายาวนาน และได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ทำให้ 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯมีผลประกอบการที่น่าประทับใจ และมีความสามารถทำกำไรที่โดดเด่นกว่ากลุ่มค้าปลีกอย่างมาก และไม่เพียงเท่านี้ บริษัทฯยังได้ขยายไปยังแบรนด์ระดับโลกอีกแบรนด์คือ Pony ที่นอกจากช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจแล้ว ยังช่วยขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นไปอีก โดยบริษัทฯได้เป็นตัวแทนในการผลิตและจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในไทย กัมพูชา และลาว ปัจจุบันได้เริ่มวางขายแบรนด์ Pony แล้ว เราจึงคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะเติบโต 26.6% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปี 2017 ที่ประสบกับภาวะกำลังซื้อชะลอตัว และคาดการณ์การเติบโตของกำไรสุทธิปี 2018 – 2020 จะโตเฉลี่ยปีละ 17% CAGR เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 ไว้ที่ 9.5 บาท
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
AAV (BUY/18TP: 7.3), ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q17
(views 19)
กำไรปกติ 3Q17 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย จากค่าโดยสารเฉลี่ยที่น้อยกว่าคาด AAV ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 261 ล้านบาท +53% Q-Q แต่ -34% Y-Y มากกว่าคาดเล็กน้อย เพราะกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสูงกว่าคาดอยู่ที่ 72 ล้านบาท ทำให้กำไรปกติจะเท่ากับ 189 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% Q-Q แต่ลดลง 47% Y-Y ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าโดยสารเฉลี่ยต่อคนที่น้อยกว่าคาดอยู่ที่ 1,460 บาท (-1% Q-Q, -7% Y-Y) โดยการเพิ่มขึ้นของกำไร Q-Q มีแรงหนุนมาจากจำนวนผู้โดยสารที่ขยายตัว +5% Q-Q และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 13% Q-Q จากการยกเลิกสัญญา Financial Lease ของเครื่องบิน 2 ลำก่อนกำหนด อย่างไรก็ตาม การหดตัวของกำไร Y-Y มาจากค่าโดยสารเฉลี่ยที่ลดลงหลังถูกกดดันจากการแข่งขันราคาตั๋วที่รุนแรง รวมถึงต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 11% Y-Y จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และการปรับขึ้นภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงเส้นทางบินในประเทศ
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
ARROW (BUY/18TP: 16.4), ยังมีปัญหาที่การบริหารต้นทุน ปรับเป้าลง แต่ยังแนะนำซื้อ
(views 14)
กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 48 ล้านบาท ลดลง 12% Q-Q และ 32% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 ของ ARROW ออกมาน่าผิดหวัง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่รายได้ เพราะยอดขายท่อร้อยสายไฟและงานรับเหมาวางระบบไฟของบริษัทลูก รวมกันแล้วยังโต 18% Q-Q และ 2% Y-Y อยู่ที่ 386 ล้านบาท เป็นจุดสูงสุดตั้งแต่ตั้งบริษัทมา แต่อยู่ที่การบริหารต้นทุน ซึ่งโดยหลักคือราคาเหล็กที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ ARROW ไม่สามารถปรับราคาขายสินค้ากับกลุ่มผู้รับเหมาได้ เพราะภาพอุตสาหกรรมการก่อสร้างยังไม่ฟื้นเต็มตัว และเป็นผลจากการแข่งขันประมูลงานที่ดุเดือดจนต้องมากดดันผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างเพื่อลดต้นทุน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นกลับมาอ่อนตัวลงเหลือ 25.3% จาก 31.6% ใน 2Q17 และ 31.0% ใน 3Q16 นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็เพิ่มเป็น 11.6% ของรายได้รวม จาก 11.2% ใน 2Q17 และ 8.7% ใน 3Q16 จากการขยายขนาดธุรกิจของบริษัทลูก กำไรสุทธิ 9M17 อยู่ที่ 149 ล้านบาท ลดลง 24% Y-Y แนวโน้ม 4Q17 คาดว่ายังฟื้นตัวจำกัดเพราะมีวันหยุดมาก โดยกำไรมีแนวโน้มเติบโต Q-Q แต่ลดลง Y-Y จากฐานที่สูงในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
ASEFA (BUY/18TP: 8), กำไร 3Q17 ไม่ฟื้นตัว Q-Q อย่างที่คาด
(views 14)
กำไร 3Q17 Flat Q-Q และลดลง 10.0% Y-Y กำไร 3Q17 ที่ 68 ล้านบาท Flat Q-Q และลดลง 10.0% Y-Y เป็นกำไรต่ำกว่าคาดของเรา 14% (คาดที่ 79 ล้านบาท) และตลาดฯ คาด ส่วนใหญ่จากรายได้รับรุ้เพิ่มตามฤดูกาลน้อยกว่าคาด เพิ่มเพียง 5.1% Q-Q, 5.9% Y-Y และค่าใช้จ่าย SG&A มากกว่าคาด ทั้งนี้ Gross margin อยู่ที่ 23.5% ดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนที่ 23.3% แต่ลดลงจาก 3Q16 ที่สูง 24.7% จากการแข่งขันด้านราคาในธุรกิจมากขึ้นตั้งแต่ต้นปี แม้บริษัทยังเป็นผู้นำในธุรกิจ เนื่องจากภาวะการลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจชองบริษัทขยายตัวช้า ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตยังไม่สูงนัก
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
BANPU (BUY/18TP: 21), ประกาศกำไรปกติแข็งแกร่งด้วยราคาถ่านหินตามคาด
(views 18)
ราคาถ่านหินหนุนกำไรปกติเด่น ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 2,025 ล้านบาท (-10% Q-Q, +2713% Y-Y) ต่ำกว่าคาด เนื่องจากมีรายการพิเศษจากขาดทุน fx และ hedging รวม 1.1 พันล้านบาท มามากกว่าที่เราประเมินไว้ ทั้งนี้ หากดูเฉพาะกำไรปกติจะเท่ากับ 3.1 พันล้านบาท (+13% Q-Q, +382% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด แต่สูงกว่าที่ตลาด (Bloomberg consensus) คาด 14% สำหรับภาพรวมผลประกอบการหลักถือว่าแข็งแกร่งตามคาด สาเหตุหลักมาจากธุรกิจถ่านหินที่ได้ประโยชน์ตจากราคาถ่านหินขยับตัวสูงขึ้น ทำให้ราคาขายเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่า ทำให้ margin กว้างขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยผลประกอบการของธุรกิจไฟฟ้าที่ชะลอลงเพราะได้รับผลกระทบจากต้นทุนราคาถ่านหินที่ปรับขึ้น และ มีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน อย่างไรก็ตาม ไตรมาสนี้มีขาดทุนพิเศษจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า 576 ล้านบาท และ ขาดทุน hedging 506 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
BEM (BUY/18TP: 10), กำไร 3Q17 ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
(views 19)
กำไรสุทธิ 3Q17 โตแกร่งกว่าที่คาด BEM รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 940 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +30% Q-Q, +16% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด เนื่องจากส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมอย่าง CKP และ TTW ที่มากกว่าคาดอยู่ที่ 140 ล้านบาท (+48% Q-Q, +23% Y-Y) และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่น้อยกว่าคาด เพราะมีค่าใช้จ่ายในการเปิดตัวโครงการใหม่น้อยกว่าปีก่อน และได้ประโยชน์จาก Economies of scale สำหรับกำไรสุทธิที่เติบโตโดดเด่นทั้ง Q-Q และ Y-Y มาจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น +5% Q-Q, +14% Y-Y อยู่ที่ 3,900 ล้านบาท จากการเติบโตของทั้ง 3 ธุรกิจ 1) รายได้ธุรกิจทางด่วน +5% Q-Q, +8% Y-Y จากปริมาณการจราจรที่ขยายตัวต่อเนื่อง และทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 1.25 ล้านคัน/วัน โดยมีแรงหนุนหลักจากทางด่วนศรีรัชรอบนอกที่ทำ New High ต่อเนื่อง 2) รายได้ธุรกิจรถไฟฟ้า +6% Q-Q, +28% Y-Y จากจำนวนผู้โดยที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 3.2 แสนเที่ยวคน/วันหลังเชื่อม1สถานีบางซื่อ-เตาปูนกลางเดือนส.ค และรายได้ O&M รถไฟฟ้าสายสีม่วงที่เพิ่มขึ้น 3) รายได้ธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ +7% Q-Q, +22% Y-Y รวมถึงการเติบโตในเงินลงทุนของบริษัทร่วมที้เพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
BH (BUY/18TP: 245), กำไร 3Q17 โตดีตามคาด
(views 10)
กำไรปกติ 3Q17 โตทั้ง Q-Q และ Y-Y ตามคาด BH ประกาศกำไรปกติ 3Q17 ออกมาดีตามคาดที่ 1,056 ลบ. +9.9% Q-Q, +9.3% Y-Y รายได้เติบโตในอัตราเร่ง +9.4% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลและ +5.5% Y-Y (เทียบกับ 1Q17 และ 2Q17 ที่ -4% Y-Y และ +1.8% Y-Y ตามลำดับ) ซึ่งดีกว่าที่เราประเมินเล็กน้อย โดยรายได้จากผู้ป่วยไทยเติบโต 1.9% Y-Y ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติโตถึง 8.9% Y-Y ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีมาก ส่วนด้านต้นทุนยังควบคุมได้ดีเยี่ยมและเป็นจุดเด่นสำคัญของ BH โดย Gross Margin ขยับขึ้นได้อีกเล็กน้อยจาก 42.8% ใน 3Q16 เป็น 42.9% ในไตรมาสนี้ ขณะที่ค่าใช้จ่าย SG&A ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้โดยมีสัดส่วนราว 17.1% ของรายได้ใกล้เคียงกับในอดีต
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
BLA (AVOID/18TP: 36), แนวโน้มการขายเบี้ยปีหน้าชะลอตัว และอาจมี Downside Earnings Results
(views 15)
แนวโน้มกำไร 4Q17 ของ BLA จะฟื้นตัวกลับสู่ 1 พันลบ. จากขาดทุน 261 ลบ. ใน 3Q17 เนื่องจากการเติบโตของการขายเบี้ยประกันตามฤดูกาล และคาดว่าอัตราการตั้งสำรองเบี้ยประกันชีวิตจะลดลงเป็นปกติที่ราว 60% (VS 77% ใน 3Q17) โดยยังไม่ได้รวมความเป็นไปได้ที่อาจจะมีการกลับรายการ LAT Reserve ได้ในไตรมาสถัดไปเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ชะลอการปรับลง อย่างไรก็ตามเนื่องจากผลประกอบการที่น่าผิดหวังใน 3Q17 เมื่อรวมกับคาดการณ์กำไร 4Q17 ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2017 ลง 26% เป็น 2.87 พันลบ. -44%Y-Y และปี 2018 ลง 15% เป็น 2.8 พันลบ. -2.4%Y-Y เรายังเห็นความไม่แน่นอนของทิศทางการขายเบี้ยประกันชีวิตในอนาคตหลัง BBL จัดมือเป็นพันธมิตรกับ AIA และยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่นอนสำหรับการขาย Endowment อย่างเป็นทางการซึ่งเราคาดว่า BLA จะได้รับผลกระทบในระดับหนึ่งแต่ยังประเมินได้ยาก เราจึงคงคำแนะนำ ชะลอการลงทุน และปรับลดมูลค่าเหมาะสมปี 2018 ลงเป็น 36 บาท (เดิม 37 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
CHG (HOLD/18TP: 2.7), กำไร 3Q17 ไม่น่าตื่นเต้น
(views 18)
กำไรปกติ 3Q17 โตเพียงเล็กน้อย Y-Y CHG ประกาศกำไรปกติ 3Q17 ออกมาที่ 168 ลบ. +41.6% Q-Q, +4.9% Y-Y ซึ่งยังเป็นระดับที่ไม่ดีนัก แม้รายได้เติบโตเร่งตัวขึ้น 16% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลและ 7.3% Y-Y จากฝั่งรายได้ผู้ป่วยเงินสดที่โตเด่น ขณะที่รายได้จากประกันสังคมยังโตได้ไม่ดีนักแม้จะได้รับประโยชน์จากการปรับเพิ่มการจ่ายเงิน ขณะที่ปัจจัยกดดันการเติบโตของกำไรยังเป็นเรื่องของต้นทุนโดย Gross Margin หดตัวลงเหลือ 32.3% ในไตรมาสนี้จาก 33.2% ใน 3Q16 ซึ่งถือว่ายังทำได้ไม่น่าพอใจ
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
COMAN (BUY/18TP: 9), กำไร 3Q17 ฟื้นกลับเร็วจากบริษัทลูกที่ทำกำไรได้มากขึ้น “ซื้อ”
(views 15)
กำไรสุทธิ 3Q17 9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 370% Q-Q และ 256% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 370% Q-Q และ 256% Y-Y จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 16% Q-Q และ 51% Y-Y อยู่ที่ 47 ล้านบาท เพราะมีการรวมรายได้จากบริษัท ซินเนเอจร์ เทคโนโลยี จำกัด ที่ COMAN ถือ 51% เข้ามาเต็มไตรมาส อีกทั้ง MSL ที่ถือ 100% สามารถปิดงานได้มากขึ้นตามแผนที่วางไว้ ทำให้ยังไม่ต้องตั้งด้อยค่า Goodwill ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 64.2% จาก 48.8% ใน 2Q17 และ 54.8% ใน 3Q16 เพราะไม่มีต้นทุนค่าซื้อ license ของ MSL เหมือนทีเกิดขึ้นใน 1H17 อีกทั้ง การลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นยังสามารถทำได้ตามแผน กำไร 9M17 อยู่ที่ 17 ล้านบาท ลดลง 9% Y-Y จากผลการดำเนินงานของ MSL ในช่วง 1H17 ที่ต่ำกว่าคาด แต่เรายังคงประมาณการกำไรปีนี้ที่ 22 ล้านบาท ลดลง 34% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
GFPT (HOLD/18TP: 21), แนวโน้มกำไรจะแผ่วลงใน 4Q17 – 1Q18
(views 13)
กำไร 3Q17 โตเล็กน้อยตามฤดูกาล แต่ต่ำกว่าคาด กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 506 ล้านบาท (+2.4% Q-Q, +1.6% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 585 ล้านบาท) มาจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมต่ำกว่าคาด แม้ปริมาณขายไก่ส่งออกไตรมาสนี้จะทำได้ดีอยู่ที่ 8,300 ตัน (+10.7% Q-Q, +3.8% Y-Y) ซึ่งสอดคล้องกับช่วง High Season ของธุรกิจ และมีราคาไก่ส่งออกค่อนข้างทรงตัวอยู่ที่ระดับ US$4,300 ต่อตัน ในขณะที่ราคาวัตถุดิบยังอยู่ในระดับที่ต่ำ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นทำจุดสุงสุดในรอบ 16 ไตรมาสมาอยู่ที่ 18.1% เพิ่มจาก 16.3% ใน 2Q17 และ 17% ใน 3Q16 แต่สิ่งที่ไม่ดีนักคือ ราคา By Product ในประเทศที่ปรับตัวลงแรง กระทบต่อทั้ง GFPT และ GFN โดย GFPT มีรายได้รวมโตเล็กน้อย 5.6% Q-Q และทรงตัว Y-Y และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม GFN ลดลงเหลือ 23 ล้านบาท (-60% Q-Q, +27.8% Y-Y) รวมถึงบริษัทร่วม McKey ที่ก่อสร้างโรงงานใกล้แล้วเสร็จ ทำให้เริ่มมีค่าใช้จ่ายเตรียมพนักงานเกิดขึ้น ส่งผลให้มีส่วนแบ่งกำไรน้อยลงในไตรมาสนี้อยู่ที่ 42 ล้านบาท (-16% Q-Q, -33.3% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
ILINK (BUY/18TP: 22.3), กำไรสุทธิ 3Q17 แย่กว่าคาด จากอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัว
(views 15)
กำไรสุทธิ 3Q17 เพิ่มขึ้น 18% Q-Q และ 9% Y-Y อยู่ที่ 67 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% Q-Q และ 9% Y-Y ต่ำกว่าคาดการณ์เบื้องต้นของเราที่ 90 ล้านบาทอยู่พอควร รายได้รวมเป็นไปตามคาด เพิ่มขึ้น 28% Q-Q และ 55% Y-Y อยู่ที่ 1,072 ล้านบาท จากปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season ของการจำหน่ายสายสัญญาณ และรายได้จาก ITEL ที่ขยายตัวเร็วทั้งให้เช่าโครงข่าย รับเหมาติดตั้งโครงข่าย และให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ แต่อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวอยู่ที่ 19.7% จาก 22.6% ใน 2Q17 และ 24.5% ใน 3Q16 จากอัตรากำไรขั้นต้นของ ITEL ที่ลดลง และต้นทุนนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้นแต่ไม่สามารถผลักภาระให้กับลูกค้าได้ เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศยังอ่อนแอ กำไร 9M17 อยู่ที่ 135 ล้านบาท ลดลง 22% Y-Y เพราะธุรกิจสายสัญญาณถูกปรับภาษีนำเข้าย้อนหลัง 32 ล้านบาทใน 1Q17 หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรปกติจะลดลง 5% Y-Y อยู่ที่ 164 ล้านบาท สาเหตุหลักเป็นเพราะธุรกิจขายสายสัญญาณชะลอตัว และธุรกิจวิศวกรรมมีอัตรากำไรที่ลดลงจากการแข่งขันประมูลงานที่สูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
ITEL (BUY/18TP: 7.7), กำไรสุทธิ 3Q17 ตามคาด ปรับใช้เป้าปีหน้า 7.70 บาท แนะนำซื้อ
(views 15)
กำไรสุทธิ 3Q17 เพิ่มขึ้น 11% Q-Q และ 39% Y-Y อยู่ที่ 28 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 28 ล้านบาท เป็นจุดสูงสุดตั้งแต่ตั้งบริษัท เพิ่มขึ้น 11% Q-Q และ 39% Y-Y จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 15% Q-Q และ 49% Y-Y อยู่ที่ 236 ล้านบาท มาจากทั้งรายได้ให้เช่าโครงข่าย รับเหมาติดตั้งโครงข่าย และให้เช่าดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้น แต่อัตรากำไรขั้นต้นชะลอตัวลงเหลือ 29.2% จาก 30.8% ใน 2Q17 และ 30.5% ใน 3Q16 จากสัดส่วนงานรับเหมาติดตั้งโครงข่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งงวดนี้เริ่มรับรู้รายได้บางส่วนของโครงการเน็ตชายขอบมูลค่า 1.8 พันล้านบาท ที่มีอัตรากำไรต่ำกว่าปกติ ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดี คิดเป็น 7.9% ของรายได้รวม ลดลงจาก 8.6% ใน 2Q17 และ 11.8% ใน 3Q16 จากผลของ Economy of scale ที่น่าจะได้เห็นความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ตามรูปแบบธุรกิจที่สามารถขยายความสามารถในการให้บริการโดยไม่ต้องใช้คนเพิ่ม กำไรสุทธิ 9M17 อยู่ที่ 71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% Y-Y คิดเป็นเพียง 54% ของคาดการณ์ทั้งปีที่ 132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96% Y-Y แต่เรายังคงประมาณการเดิมไว้ก่อน นั่นหมายถึง ITEL ต้องทำกำไร 4Q17 อีก 61 ล้านบาท ซึ่งเราคาดว่า Downside ต่อการปรับประมาณการลงค่อนข้างจำกัด เพราะเป็นช่วงรับรู้โครงการเน็ตชายขอบเต็มไตรมาสต่อเนื่องถึง 1H18 อีกทั้ง คาดว่าธุรกิจให้เช้าโครงข่ายจะมีลูกค้ากลุ่มสถาบันการเงินและไฟแนนซ์เปลี่ยนมาใช้บริการของ ITEL มากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
MALEE (HOLD/18TP: 46.5), กำไร 3Q17 เริ่มฟื้นตัว แต่ช้ากว่าคาด
(views 13)
กำไรสุทธิ 3Q17 ต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 78 ล้านบาท (+27.9% Q-Q, -51.6% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 97 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด ทั้งนี้กำไรกลับมาฟื้นตัว Q-Q เพราะฐานที่ค่อนข้างต่ำในไตรมาสก่อน โดยมาจากทั้งการฟื้นตัวของตลาดในประเทศ และการมีสินค้าใหม่ในกลุ่มลูกค้า CMG (รับจ้างผลิต) คือ ชาไทย Birdy รวมถึงตลาดส่งออก Brand ยังเติบโตได้ ในขณะที่สินค้าน้ำมะพร้าวส่งออก ลูกค้า CMG ยังหดตัวลงทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะยังอยู่ในช่วงปรับปรุงกระบวนการควบคุมคุณภาพตลอดทั้ง Supply Chain โดยในไตรมาสนี้บริษัทมีรายได้รวม +9.5% Q-Q แต่ยัง -15.3% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวมาอยู่ที่ 29.7% (เราคาดไว้ 31%) จาก 27.6% ใน 2Q17 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 35.3% ใน 3Q16
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
MTLS (BUY/18TP: 45), กำไร 3Q17 มีความดีงาม
(views 15)
กำไรสุทธิ 3Q17 ดีกว่าที่คาด MTLS รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 650 ลบ. เพิ่มขึ้น 14%Q-Q และ 62%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองที่ลดลง 15%Q-Q แต่ +120%Y-Y ซึ่งเป็นไปตามคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้น อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญๆยังอยู่ในโมเมนตัมที่ดี อาทิ Loan spread ทรงตัวที่ 20% แม้ว่า CoF เริ่มขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3.2% จาก 2.88% ในไตรมาสก่อน แต่เป็นไปตามที่บริษัทเคยให้ไกด์ไลน์ไว้เนื่องจากการปรับสัดส่วนเงินกู้สู่ระยะยาวมากขึ้น ขณะที่ Loan Yield ขยับขึ้นเช่นกันเนื่องจาก Loan mix ที่ขยับสู่ High-Yield loan มากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
SAT (HOLD/18TP: 22.4), งบ 3Q17 ดีกว่าคาด แต่ Upside จำกัด เปลี่ยนเป็น PCSGH ดีกว่า
(views 10)
กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 225 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% Q-Q และ 34% Y-Y SAT เปิดเผยกำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 225 ล้านบาท ดีกว่าคาดการณ์ของเราที่ 190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลของกลุ่มยานยนต์ที่มักดีในไตรมาส 1 และ 3 ของทุกปี ที่น่าสนใจคือเมื่อเทียบ Y-Y เพิ่มขึ้นถึง 34% แรงหนุนมาจากภาวะอุตสาหกรรมที่สดใสขึ้น ยอดผลิตรถยนต์ในประเทศ 3Q17 อยู่ที่ 526,778 คัน เพิ่มขึ้น 13% Q-Q และ 9% Y-Y และภาคการเกษตรที่ฟื้นตัว ทำให้ยอดผลิตชิ้นส่วนเพื่อเครื่องจักรการเกษตรของ SAT เพิ่มขึ้น 15% Y-Y หนุนรายได้รวมเพิ่มขึ้น 16% Q-Q และ 11% Y-Y ขณะที่ ผลจากการควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต่อเนื่อง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 17.1% จาก 14.8% ใน 2Q17 และ 16.1% ใน 3Q16 กำไร 9M17 อยู่ที่ 531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% Y-Y โดยกำไรดังกล่าวคิดเป็น 85% ของประมาณการทั้งปีนี้ที่ 623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% Y-Y แต่เรายังคงประมาณการเดิมไว้ก่อน เพราะคาดว่า 4Q17 จะชะลอตัวตามฤดูกาล
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
TACC (BUY/18TP: 7.7), กำไร 3Q17 อ่อนตัวลงตามฤดูกาล ต่ำคาดเล็กน้อย
(views 16)
กำไรสุทธิ 3Q17 ไม่สดใส ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 22 ล้านบาท (-29% Q-Q, ทรงตัว Y-Y) ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย (เราคาดไว้ 24 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรอ่อนตัวลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล ซึ่งเป็น Low Season ของธุรกิจ กอปรกับ ส่วนสาเหตุที่กำไรทำได้เพียงทรงตัว Y-Y ถือว่าไม่สดใสนัก แม้รายได้จะยังเติบโตได้ราว 5.8% Y-Y จากการเติบโตตามการขยายของ 7-11 และร้าน All Caf? รวมถึงเริ่มรับรู้รายได้จาการออกสินค้าใหม่ในกัมพูชาแบรนด์ Jump Start และรับรู้รายได้จากการขายโดนัททวิสต์ราว 1 เดือน ซึ่งถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จ สามารถชดเชยการเลื่อนรับรู้รายได้ Sanrio ไปอยู่ใน 4Q17 เมื่อเทียบกับปีก่อนที่รับรู้ใน 3Q16 รวมถึงรายได้จาก Vslim ลดลงจากการลดขนาดธุรกิจ แต่ด้วยการแข่งขันในต่างประเทศที่รุนแรงขึ้น ทำให้มีการทำโปรโมชั่นต่างๆเพื่อกระตุ้นรายได้ ส่วนหนึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 29.8% จาก 30.7% ใน 3Q16 และทำให้ค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้นราว 3.2% แต่ในแง่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 21.2% จาก 21.7% ใน 3Q16 ผลของรายได้ที่เพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
TPIPP (HOLD/18TP: 8.7), ผลประกอบการสดุดเล็กน้อยจากโรงงานปูนหยุดซ่อม
(views 16)
ประกาศกำไรไม่น่าตื้นเต้น ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 593 ล้านบาท (-16% Q-Q, +109% Y-Y) ทั้งนี้ หากหักรายการพิเศษ กำไรปกติอยู่ที่ 550 ล้านบาท (-20% Q-Q, +107% Y-Y) ต่ำกว่าที่ตลาดคาด โดยผลประกอบการที่อ่อนแอมาจากปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่ลดลงเพราะโรงงานปูนมีการหยุดซ่อมทำให้ความร้อนทิ้งจากกระบวนการผลิตปูนเพื่อนำมาผลิตไฟฟ้าลดลง ประกอบกับไตรมาสนี้มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
WORK (HOLD/18TP: 103), กำไรปกติ 3Q17 โตก้าวกระโดด Y-Y ใกล้เคียงคาด
(views 10)
กำไรสุทธิ 3Q17 เพิ่มเล็กน้อย 1.9% Q-Q แต่โตก้าวกระโดด 251.8% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 380 ล้านบาท ใกล้เคียงเราคาด แต่ดีกว่าตลาดคาดเล็กน้อย เป็นระดับสูงสุดของปีอีกครั้ง เพิ่ม 1.9% Q-Q และ 251.8% Y-Y กำไรปกติ 385 ล้านบาท เพิ่ม 1.9% Q-Q, 226.2% Y-Y กำไรโตเล็กน้อย Q-Q ตัวหนุนหลักคือธุรกิจทีวีดิจิตอล (สัดส่วนรายได้ 89%) ที่รายได้เพิ่ม 1.2% Q-Q, 46.4% แม้อัตราการใช้เวลาโฆษณาลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 75% เป็นระดับประมาณ 72.5% ตามฤดูกาล แต่ยังสามารถปรับขึ้นค่าโฆษณาได้เล็กน้อย กำไรโตสูง Y-Y จากความสามารถในการปรับค่าโฆษณาเฉลี่ยได้เพิ่มเป็นประมาณ 81,000 บาท/นาที จากไตรมาสก่อนที่ 75,000 บาท/นาที และ 3Q16 ที่ 52,000 บาท/นาที รวมทั้งมีส่วนแบ่งรายได้จาก Digital Media ที่ 76 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนที่ 76 ล้านบาท แต่เพิ่มสูงจากเพียง 10 ล้านบาท ใน 3Q16 ขณะที่กำไรขั้นต้นจากการจัดละครเวทีและคอนเสิรต์เพิ่มจากไตรมาสก่อนเล็กน้อย โดยรวม ทำให้ Gross margin เพิ่มเป็น 60.6% จากไตรมาสก่อนที่ 59.8% และ 3Q16 ที่ 44.6%
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2017
SPALI (BUY/18TP: 28), คาดกำไร 2H17 โดดเด่น Backlog สูงรองรับรายได้ถึงปี 2021
(views 11)
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q17 +31.1% Q-Q, +105.4% Y-Y โดยมีกำไรพิเศษประมาณ 180 ล้านบาท แต่ถึงหักรายการดังกล่าวออก กำไรปกติก็เติบโตโดดเด่น คาด +20.3% Q-Q, 88.4% Y-Y จากการเริ่มโอนโครงการที่สร้างเสร็จ 5 โครงการ มูลค่ากว่า 9 พันล้านบาท แนวโน้ม 4Q17 จะยังสดใสใกล้เคียง 3Q17 โดยรวมทั้งปี 2017 เราคาดกำไรสุทธิเติบโต 12.5% Y-Y แนวโน้มการเติบโตปี 2018-19 จะยิ่งดีขึ้นจาก Backlog ที่มีสูงถึงเกือบ 4 หมื่นล้านบาท ประกอบการยอดขายในช่วงที่ผ่านมาที่ทำได้อย่างแข็งแกร่ง เราคาดกำไรสุทิปี 2018 +9.9 Y-Y ส่วน EPS คาดลดลง 12% Y-Y จากผลของการแปลงสภาพของ SPALI-W4 อย่างไรก็ตาม ด้วยยอดขายและ Backlog ที่แข็งแกร่ง รองรับรายได้ได้อีก 4 ปีข้างหน้า และโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแรง ทำให้เราประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของ SPALI ด้วย PE 10 เท่า ได้ราคาปี 2018 ที่ 28 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันมี upside กว่า 10% และคาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินปันผลอีกกว่า 4% ในปีหน้า จึงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2017
ADB (IPO:1.69/18TP: 2.3), กำลังรุกตลาดกาวและยาแนว และขยับหากลุ่มการแพทย์
(views 16)
ADB เป็นผู้ผลิตกาวและยาแนว และเม็ดพลาสติกพีวีซีคอมปาวด์ที่ใช้ในการผลิตสายไฟและเคเบิ้ล ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มมีสัดส่วนรายได้ใกล้เคียงกันคือราว 50% ของรายได้รวม โดยในส่วนของกาวและยาแนว นอกจากจะมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ยังมีโอกาสเติบโตจากตลาดส่งออก (30% ของรายได้รวม) ที่มีความต้องการจากประเทศกำลังพัฒนา และอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกที่ยังมีการเติบโต ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ DIY ที่ใช้ในครัวเรือนก็น่าจะได้ผลดีจากกำลังซื้อในประเทศที่เริ่มฟื้น ส่วนพีวีซีคอมปาวด์ ในอดีตที่ผ่านมาโตไม่สูง แต่หลังจากนี้คาดว่าจะเร่งตัวขึ้น จากการเริ่มผลิตเม็ดพลาสติกเพื่อใช้ในทางการแพทย์ โดยคาดว่าจะส่งผลบวกต่อกำไรอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2018 เราคาดกำไรสุทธิปีนี้ –78% Y-Y จากวัตถุดิบที่ผันผวนสูงอย่างผิดปกติ ก่อนจะ +318% Y-Y ในปี 2018 ประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 อิง PE เฉลี่ยของกลุ่มที่ 20 เท่า ได้ 2.30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2017
FTE (BUY/18TP: 5), กำไร 3Q17 ร้อนแรงตามคาด ราคาหุ้นควรถูกปลดล็อก “ซื้อ”
(views 17)
กำไรสุทธิ 3Q17 กระชากแรง 47% Q-Q และ 92% Y-Y กำไร 3Q17 อยู่ที่ 40 ล้านบาท ใกล้เคียงกับคาดการณ์ของเราที่ 39 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นถึง 47% Q-Q และ 92% Y-Y ซึ่งดีตั้งแต่บรรทัดแรกสุด รายได้จากการขายพลิกกลับมาโต 29% ทั้ง Q-Q และ Y-Y ครั้งแรกในรอบ 3 ไตรมาส อยู่ที่ 195 ล้านบาท ดั่งที่เราได้ตั้งข้อสังเกตไว้ในช่วงออกบทวิเคราะห์คาดการณ์ผลประกอบการ ว่ายอดขายอุปกรณ์ดับเพลิงให้กับกลุ่มผู้รับเหมา มีโอกาสกลับมาขยายตัวตามการเร่งโอนคอนโดฯ ขณะที่ รายได้จากงานติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงอัตโนมัติเพิ่มขึ้น 30% Q-Q และ 69% Y-Y อยู่ที่ 83 ล้านบาท จากการเร่งรับมอบงานของภาครัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่คือ กฟผ. เพื่อให้ทันกับรอบปีงบประมาณ
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2017
ICHI (SELL/18TP: 8.4), กำไร 3Q17 ต่ำกว่าคาดมาก อัตรากำไรขั้นต้นน่าผิดหวัง
(views 12)
กำไร 3Q17 ฟื้นตัวได้ แต่ต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 69 ล้านบาท (-23.3% Q-Q, +115.6% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 168 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาสก่อน จะมีกำไรปกติ 3Q17 ค่อนข้างทรงตัว Q-Q ทั้งที่ปกติ 3Q จะเป็นช่วง Low Season แม้กำไรในไตรมาสนี้จะฟื้นตัว Y-Y ได้ตามคาด แต่การฟื้นตัวยังไม่สดใสนัก สิ่งที่ดีคือ รายได้ส่งออกปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 452 ล้านบาท (+20% Q-Q) เทียบกับปีก่อนที่มีรายได้เพียง 3 ล้านบาท โดยมาจากการขยายตัวของตลาด CLMV เป็นหลัก แต่รายได้ในประเทศยังอ่อนแอโดยลดลง 5% Q-Q ทั้งที่มีการทำโปรโมชั่นใน 3Q17 (รหัสทองปลดหนี้ หมื่น แสน ล้าน) และลดลง 9.3% Y-Y อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผิดไปจากที่คาดในไตรมาสนี้อย่างมากคือ อัตรากำไรขั้นต้นที่ทำได้เพียง 23.9% แม้เพิ่มขึ้นจาก 22.9% ใน 2Q17 และ 19.6% Y-Y แต่ต่ำกว่าที่เราคาดว่าจะฟื้นตัวมาอยู่ที่ 31% ทั้งที่บริษัทควรมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่านี้ เพราะมีการปรับกลยุทธ์ลดการทำโปรโมชั่นด้านราคาในประเทศลงค่อนข้างมาก เชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจากการหยุดผลิตสินค้า (เพื่อสต็อก) ชั่วคราวเพื่อรอดูความชัดเจนของภาษีเครื่องดื่มฉบับใหม่ นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายขยับขึ้นโดยมาจากการทำโปรโมชั่น แต่รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจที่อินโดนีเซียลดลงเป็น -18 ล้านบาท จาก -39 ล้านบาทใน 2Q17 แต่เพิ่มขึ้นจาก -12 ล้านบาทใน 3Q17
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2017
IT (BUY/18TP: 6.9), กำไรสุทธิ 3Q17 ดีสุดใน 22 ไตรมาส ปรับเป้าขึ้นเป็น 6.90 บาท
(views 17)
กำไรสุทธิ 3Q17 ออกมาดีมาก เพิ่มขึ้น 13% Q-Q และ 96% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% Q-Q และ 96% Y-Y ยอดขายเพิ่มขึ้นแบบ Y-Y เป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกันอีก 3% อยู่ที่ 1,276 ล้านบาท จากกระแสขุดบิทคอยน์ที่ทำให้ยอดขายการ์ดจอและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์กลับมาขยายตัว รวมถึงการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่หลายยี่ห้อ เช่น Note 8 ที่หนุนให้ IT City Mobile ยังขยายตัวแรง ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 12.6% จาก 12.4% ใน 2Q17 และ 12.3% ใน 3Q16 จากแผนลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่หน้าร้านที่ทำได้ดีขึ้นต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2017
PLANB (HOLD/18TP: 7.1), กำไร 3Q17 เพิ่ม Q-Q, Y-Y ดีตามคาด รอดีล M&A เพิ่ม
(views 18)
กำไร 3Q17 เพิ่ม 24.1% Q-Q, 22.8% Y-Y ตามคาด เป็นระดับสูงสุดของปี กำไร 3Q17 ที่ 150 ล้านบาท ตามคาดของเราและ Consensus เพิ่ม 24.1% Q-Q, 22.8% Y-Y จากอัตราการใช้สื่อโฆษณา (Utilization rate) เพิ่มเป็น 75% จากไตรมาสก่อนที่ 70% และ 3Q16 ที่ 60% จากปัจจัยฤดูกาล และการกลับมาใช้สื่อที่พัฒนาในช่วงที่ผ่านมามากขึ้น และลูกค้าซื้อล่วงหน้า Gross margin เพิ่มเป็น 38.1% จากไตรมาสก่อนที่ 36.1% และ 3Q16 ที่ 37.2%
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2017
PTTGC (BUY/18TP: 89), ผลประกอบการแข็งแกร่งตามคาด
(views 16)
ประกาศกำไรใกล้เคียงคาด ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 1.0 หมื่นล้านบาท (+51% Q-Q, +60% Y-Y) ส่วนกำไรปกติเท่ากับ 9.7 พันล้านบาท (+54% Q-Q, +64% Y-Y) แข็งแกร่งตามที่ตลาดคาด แข็งแกร่ง โดย 1. อัตราการใช้กำลังผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานลดลง และ เห็นผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพโรงงาน 2. ด้าน margin ของการดำเนินงานหลักถือว่าปรับตัวดีขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y โดยเฉพาะจากโรงกลั่น ขณะที่โอเลฟินส์ margin ขยับขึ้นเล็กน้อย แต่อะโรมาติกส์ปรับลดลงเพราะอุปทานในตลาดเพิ่มขึ้นหลังโรงงานในภูมิภาคกลับมาจากหยุดซ่อมโรงงาน 3. ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากรับรู้ส่วนแบ่งจากบริษัทที่ซื้อมาจาก PTT เป็นไตรมาสแรก โดยเฉพาะในส่วนของบริษัท HMC และ PTTAC ทำให้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มเป็น 875 ล้านบาท (+195% Q-Q, 642% Y-Y) 4. กำไรสต๊อกน้ำมัน 963 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 1,104 ล้านบาทใน 2Q17 และ กำไร 580 ล้านบาทใน 3Q16 ทั้งนี้ มีรายการพิเศษ 244 ล้านบาท จาก fx และ hedging หากคิดเฉพาะกำไรปกติจะเท่ากับ 9.7 พันล้านบาท (+54% Q-Q, +64% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2017
SWC (BUY/18TP: 17.5), กำไร 3Q17 ร้อนแรงตามคาด ราคาหุ้นควรถูกปลดล็อก “ซื้อ”
(views 12)
กำไรสุทธิ 3Q17 ดีสุดในรอบ 6 ไตรมาส กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 35% Q-Q และ 74% Y-Y ยอดขายลดลง 21% Y-Y เหลือ 320 ล้านบาท ตามฤดูกาลที่เป็นช่วงปลายหน้าฝน แต่เมื่อเทียบ Y-Y ยังเพิ่มขึ้นได้ดี 11% จากการเพิ่มช่องทางขายและกำลังซื้อที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น ที่ดีมากคือ การขยับขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นเป็น 41.1% จาก 38% ใน 2Q17 และ 38.2% ใน 3Q16 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากเงินบาทที่แข็งค่า 3% Q-Q จากการที่ SWC นำเข้าวัตถุดิบโดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์กว่า 60% ของต้นทุนรวม และคาดว่าจะเป็นผลจากการปรับโครงสร้างองค์กรที่เริ่มนิ่ง หลังทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง เข้ามาถือหุ้น 69.41% กำไรสุทธิ 9M17 อยู่ที่ 144 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% Y-Y คิดเป็น 80% ของประมาณการทั้งปีที่ 177 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% Y-Y เรายังเลือกคงประมาณการเดิมไว้ก่อน เพราะไตรมาส 4 ของทุกปีมักเป็นช่วงที่กำไรชะลอจากบันทึกค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าปกติ
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2017
EA (HOLD/18TP: 47), คาดกำไร 3Q17 นิวไฮ ปรับเป้าเป็นปีหน้ารวมแบตฯได้ 47 บาท
(views 15)
จากโรงไฟฟ้าพลังงานลมครบทั้ง 3 โครงการสำหรับปีนี้รวม 126MW ชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษจากค่าธรรมเนียมรีไฟแนนซ์เงินกู้ด้วยหุ้นกู้ และดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นหลังจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว เราคาดกำไร +15% Q-Q, +55% Y-Y แนวโน้มกำไรจะสดใสต่อเนื่องใน 4Q17 เพราะกระแสลมที่ดีมาก เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-20 ขึ้น 5-7% จากการรวมโครงการแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าและสถานีชาร์จไฟรถยนต์ และปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 47 บาทจากเป้าปีนี้ที่ 33 บาท แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาจน upside ต่ำกว่า 10% จึงแนะนำถือ
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2017
TFG (HOLD/18TP: 6.4), กำไร 3Q17 ทำจุดสูงสุดใหม่ และจะเป็นจุดสูงสุดของปีนี้
(views 14)
กำไรปกติ 3Q17 แข็งแกร่ง ทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 701 ล้านบาท (+16.4% Q-Q, +31.8% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 21 ล้านบาท และขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมพันธุ์สัตว์ 11 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 733 ล้านบาท (+20% Q-Q, +23% Y-Y) ทำจุดสูงสุดใหม่ ถือเป็นการเติบโตสอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาล โดยเติบโตทั้งธุรกิจไก่ (สัดส่วนรายได้ 65% ของรายได้รวม) ในส่วนของปริมาณขายและราคาขาย โดยเฉพาะการส่งออกที่เติบโตดี ในขณะที่ธุรกิจหมู (สัดส่วนรายได้ 25% ของรายได้รวม) เติบโตในส่วนของปริมาณขายตามการขยายกำลังการผลิต แต่ถูกลดทอนบางส่วนจากราคาขายที่อ่อนตัวลงทั้งในไทยและเวียดนาม ส่งผลให้รายได้รวมเติบโตได้ 13.6% Q-Q และ 26.1% Y-Y ในขณะที่ราคาวัตถุดิบยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีต่อเนื่องมาอยู่ที่ 17.6% เพิ่มขึ้นจาก 17.2% ใน 2Q17 และทรงตัวเท่ากับ 3Q16 ช่วยหนุนให้กำไรในไตรมาสนี้เติบโตแข็งแกร่ง
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2017
KCE (SELL/18TP: 84), ปี 2018 สถานการณ์ยังท้าทายสำหรับบริษัท
(views 18)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนไปในทางลบ ปี 2018 ยังค่อนข้างท้าทายสำหรับบริษัท แม้ต้องเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาทองแดงที่ล่าสุดได้ทำจุดสูงสุดในรอบ 3 ปี แต่การปรับขึ้นราคาขายกับลูกค้าทำได้ยากมาก เพราะส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับ Demand Supply ของอุตสาหกรรม ในขณะที่คู่แข่งอย่างจีนได้รับผลดีจากค่าเงินหยวนอ่อนค่า จึงได้เปรียบบริษัทที่เจอบาทแข็ง ส่งผลให้ท้ายที่สุดบริษัทจึงต้องปรับลดราคาขายสำหรับปีหน้ากับลูกค้าเรียบร้อยแล้ว (ปกติเจรจากันปีละครั้ง) ทั้งนี้เรามีมุมมองระมัดระวังต่อแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบในปีหน้าว่าจะยังทรงตัวสูงถึงปรับขึ้น จึงปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้และปีหน้าลง และจากกำไรที่อ่อนแอลงใน 3Q17 และแนวโน้มกำไร 4Q17 น่าจะแผ่วลงต่อ เราจึงปรับลดกำไรปกติปี 2017 ลง 19% เป็นกำไรที่จะหดตัวลงครั้งแรกในรอบ 5 ปีราว -20.4% Y-Y และปรับลดกำไรปี 2018 ลง 13% โดยคาดจะกลับมาเติบโตราว 24% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปี 2018 เป็น 84 บาท จาก 97 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ราคาหุ้นเต็มมูลค่าแล้ว จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ขาย จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2017
AIT (BUY/18TP: 32), กำไร 3Q17 โตในอัตราเร่ง
(views 20)
กำไรปกติ 3Q17 เร่งตัวขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y AIT ประกาศกำไรปกติ 3Q17 ออกมาที่ 123 ลบ. +17.2% Q-Q, +21% Y-Y ซึ่งเติบโตเร่งตัวขึ้น จากรายได้ที่เติบโตอย่างโดดเด่น 20.8% Q-Q และ 43.6% Y-Y ซึ่งเกิดจากการส่งมอบงานขนาดใหญ่หลายโครงการโดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการอินเตอร์เน็ตหมูบ้าน อย่างไรก็ตามเนื่องจากโครงการดังกล่าวมีอัตรากำไรที่ไม่สูงนัก จึงส่งผลให้ Gross Margin 3Q17 หดตัวลงเหลือ 18% จาก 20.2% และ 25.2% ใน 2Q17 และ 3Q16 ตามลำดับ (ระดับปกติของ AIT ในอดีตอยู่ที่ราว 23-24%)
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2017
ATP30 (BUY/18TP: 2), กำไร 3Q17 ทำระดับสูงสุดใหม่
(views 18)
กำไรสุทธิ 3Q17 เติบโตดีตามคาด ATP30 ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 8.4 ล้านบาท (+54% Q-Q, +5% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y มีแรงหนุนมาจากรายได้จากการให้บริการที่โต +8% Q-Q, +13% Y-Y ตามการต่อสัญญาของลูกค้ารายเดิม และเริ่มให้บริการลูกค้ารายใหม่อย่าง Autoliv และบริษัทในเครือของ SCCC ในเดือนก.ย. 2017 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 25% จาก 23% ใน 2Q17 และ 23.6% ในปีก่อน เนื่องจากมีการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านต้นทุนน้ำมันโดยใช้ระบบ Fleet management แบบ Real time และมี One-Time Expense จากค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงรถลดลงจาก 1H17 เนื่องจากจำนวนรถที่ต้องปรับปรุงสภาพใหม่เหลือเพียง 3 คัน
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2017
PDG (BUY/18TP: 4.7), กำไร 3Q17 ชะลอต่อเนื่อง แต่คาดว่าจะพลิกกลับมาฟื้นใน 4Q17
(views 16)
กำไรสุทธิ 3Q17 ออกมาน่าผิดหวัง จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 14 ล้านบาท ลดลง 17% Q-Q และ 38% Y-Y แรงกดดันเริ่มตั้งแต่รายได้ที่ลดลง 4% Q-Q และ 6% Y-Y ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ทำให้คำสั่งซื้อชะลอตัวต่อเนื่องจาก 2Q17 กอปรกับ ลูกค้ากลุ่มน้ำผลไม้และน้ำหวานที่เคยสั่งซื้อจำนวนมาก ยังไม่สามารถแก้ไขกระบวนการผลิตเพื่อเปลี่ยนจากการใช้ขวดแก้วเป็นขวดพลาสติกได้ อีกทั้ง ต้นทุนเม็ดพลาสติก PET แม้จะลดลงจาก 2Q17 ราว 19% แต่เพราะ 3Q17 ยังใช้ต้นทุนเก่า จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 19.5% จาก 21.1% ใน 2Q17 และ 25.4% ใน 3Q16 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 8 ไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2017
PCSGH (BUY/18TP: 9.6), ราคาหุ้นยังไม่ตอบสนองงบ 3Q17 ที่คาดว่าจะออกมาสดใส “ซื้อ”
(views 18)
แนะนำซื้อ PCSGH ปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 9.60 บาท อิง PE เฉลี่ย 20 เท่า ปัจจัยหนุนคือกำไรสุทธิ 3Q17 ที่คาดทำจุดสูงสุดในรอบ 10 ไตรมาส เพิ่มขึ้น 13% Q-Q และ 202% Y-Y อยู่ที่ 182 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของยอดผลิตรถยนต์ในประเทศ ซึ่งคาดว่าโมเมนตัมยังดีต่อเนื่องใน 4Q17 ต่างจากกลุ่มยานยนต์ที่อาจชะลอตัว โดยเป็นผลจากการที่ PCSGH ผันตัวเองไปรับงาน Non-Auto ที่มีอัตรากำไรสูงมากขึ้น เราคาดกำไรสุทธิปีนี้โต 69% Y-Y อยู่ที่ 645 ล้านบาท และโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 15% ในปี 2018-2019 ราคาหุ้นยังไม่ตอบรับงบที่คาดออกมาดีเท่าที่ควร PE2018 อยู่ที่ 14 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตัวเองที่ 20 เท่า และกลุ่มยานยนต์ที่ 16 เท่า ขณะที่ การเคลื่อนไหวของราคาหุ้น 1 เดือนล่าสุด ลบ 2% MTD แย่กว่ากลุ่มที่บวก 3% MTD ทั้งที่ PCSGH มีอัตราการเติบโตและอัตรากำไรสุทธิสูงกว่ากลุ่มเกือบเท่าตัว อีกทั้ง ฐานะทางการเงินยังแข็งแกร่งเป็น Net Cash มีเงินสดในมือสูงราว 1 บาทต่อหุ้น และปันผลสม่ำเสมอ 5-6% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2017
CPN (BUY/18TP: 93), กำไรหลักใน 3Q17 ตามคาด จะเริ่มเร่งตัวตั้งแต่ 4Q17
(views 12)
กำไรปกติ 3Q17 ทรงตัว Q-Q, +6% Y-Y เพราะปิดปรับปรุงหลายศูนย์ ตามคาด
ใน 3Q17 CPN ได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันการก่อการร้าย 3.5 พันล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิเป็น 5,982.7 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษดังกล่าวออก กำไรปกติ 3Q17 จะเป็น 2,482.7 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q และ +6.0% Y-Y เป็นไปตามคาด ผลประกอบการในไตรมาสนี้ได้รับผลกระทบจากการปิดปรับปรุงศูนย์การค้าหลายแหล่ง หลักๆคือที่เซ็นทรัลเวิลด์ซึ่งทำให้ Occupancy rate ลดลงเหลือ 83% จากปกติ 92-95% และฉุดให้รายได้ค่าเช่าซึ่งเป็นรายได้หลัก (90% ของรายได้รวม) แทบไม่โต -0.9% Q-Q, +2.5% Y-Y นอกจากนี้ การปิดปรับปรุงเซ็นทรัลพลาซ่าพระราม 2 พระราม 3 และที่เชียงใหม่แอร์พอร์ต ซึ่งอยู่ภายใต้กองทุน CPNRF ทำให้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงเช่นกัน +0.9% Q-Q, -8.0% Y-Y อย่างไรก็ตาม EBITDA margin ยังรักษาไว้ได้ในระดับสูง 59.4% เพิ่มขึ้นจาก 58.1% ใน 2Q17 และ 57.9% ใน 3Q16
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2017
BIG (BUY/18TP: 5), กำไร 3Q17 แย่กว่าที่เราคาด 18% แต่ยังมีหวังฟื้นตัวใน 4Q17
(views 21)
กำไรสุทธิ 3Q17 ทำได้เพียง 132 ล้านบาท แย่กว่าที่เราคาด 18% รายได้รวมไม่ได้ชะลอตัวมากนัก ลดลงเพียง 1% Q-Q และเพิ่มขึ้น 11% Y-Y อยู่ที่ 1,322 ล้านบาท แต่ที่ยังมีปัญหาคือ การทรุดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งลดลงเหลือ 29% จาก 30% ใน 2Q17 และ 29.2% ใน 3Q16 ผนวกกับ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มเป็น 16.7% ของรายได้รวม จาก 15.7% ใน 2Q17 และ 16% ใน 3Q16 จึงทำให้กำไรสุทธิทรุดเหลือ 132 ล้านบาท ลดลง 15% Q-Q แต่เมื่อเทียบ Y-Y โตได้ 5% เพราะฐานปีก่อนต่ำ ซึ่งทั้งหมดเป็นผลจากกำลังซื้อที่ชะลอ เนื่องจากกล้องและอุปกรณ์เป็นสินค้าเทคโนโลยีราคาสูง จึงมีความอ่อนไหวต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจ (ชั่วคราว) มากกว่าสินค้าไอทีอื่น ทำให้ BIG ต้องจัดกิจกรรมทางการตลาดมากกว่าปกติ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นแรง เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้กำไรออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ของเรา 18%
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2017
TU (BUY/18TP: 23), กำไรหลักใน 3Q17 ไม่สดใสนัก แต่จะกลับมาโตอีกครั้งใน 2018
(views 15)
กำไรสุทธิ 3Q17 ดีกว่าคาด จากรายการพิเศษ แต่กำไรหลักไม่สดใส กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 1,737 ล้านบาท (+23.1% Q-Q, +9% Y-Y) ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 1,541 ล้านบาท) หากไม่รวมรายการพิเศษหลายรายการได้แก่ กำไรอัตราแลกเปลี่ยน 275 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายย้ายออฟฟิศที่ US 53 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างธุรกิจที่กาน่า 80 ล้านบาท, เงินประกันจากอุบัติเหตุที่โรงงานกาน่า 134 ล้านบาท, รายการเครดิตภาษี 136 ล้านบาท จากการลงทุนใน Red Lobster และกำไรจากธุรกิจที่ยกเลิก 10 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,315 ล้านบาท (-9.4% Q-Q, -19.1% Y-Y) ถือเป็นกำไรที่ไม่สดใส แม้จะเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และมีการปรับขึ้นราคาสินค้าบ้างแล้ว ทำให้รายได้รวมทำจุดสูงสุดใหม่ที่ US$1,054 ล้าน (+3.8% Q-Q, +4.5% Y-Y) แต่ยังไม่ทันกับการปรับขึ้นของราคาวัตถุดิบ โดยราคาปลาทูน่า +14% Q-Q, +40.3% Y-Y มาอยู่ที่ US$2,010 ต่อตัน ถือเป็นระดับราคาสูงสุดในรอบ 4 ปี กอปรกับค่าเงินบาทแข็งค่า ในขณะที่ปริมาณขายลดลงเพราะลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ ได้กระทบต่อไปยังอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ปรับลดลงเป็น 13.2% จาก 13.4% ใน 2Q17 และ 14.1% ใน 3Q16 ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 9.5% จาก 8.7% ใน 2Q17 และ 3Q16 แต่สิ่งที่ดีคือ รายได้อื่นปรับสูงขึ้น +44% Q-Q, +328% Y-Y จากส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก Avanti Feeds ในอินเดีย และดอกเบี้ยรับจากการถือหุ้นบุริมสิทธิใน Red Lobster
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2017
SPRC (SELL/18TP: 16.7), กำไรแข็งแกร่งแต่ราคาสะท้อนไปแล้ว
(views 22)
ประกาศกำไรแข็งแกร่งตามคาด ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 2,819 ล้านบาท (+375% Q-Q, +141% Y-Y) แข็งแกร่งตามที่ตลาดคาด โดยสาเหตุหลักจาก 1. ค่าการกลั่นตลาด (market GRM) ที่สูงขึ้นเป็น US$8.9/bbl เพราะได้ประโยชน์จากอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดหลายภูมิภาคหายไปอย่างกะทันหันเพราะการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานตามแผน โรงกลั่นไฟไหม้ และ ผลกระทบจากภัยธรรมชาติ 2. ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นจาก US$49.8/bbl เป็น US$50.5/bbl ทำให้มีกำไรจากสต๊อกน้ำมันราว 4 ร้อยล้านบาท 3. อัตราการใช้กำลังผลิตกลับมาอยู่ระดับปกติที่ 98% หลังไตรมาสก่อนมีการหยุดซ่อมนอกแผน ส่วนรายการพิเศษ เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจึงส่งผลให้เกิดกำไรจาก fx 225 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2017
INTUCH (BUY/18TP: 67.5), กำไร 3Q17 ฟื้นตาม ADVANC
(views 15)
กำไร 2Q17 ลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y INTUCH ประกาศกำไรปกติ 3Q17 ออกมาที่ 2,918 ลบ. +1.9% Q-Q, +10.8% Y-Y กลับมาฟื้นตัวได้ตามผลการดำเนินงานของ ADVANC ที่ประกาศออกมาวานนี้ที่กลับมาเติบโต Y-Y ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาสจากรายได้ที่เติบโตค่อนข้างดีและควบคุมค่าใช้จ่ายทางการตลาดได้ดีขึ้น ขณะที่ THCOM ยังเป็นตัวถ่วงผลการดำเนินงานจากอุตสาหกรรมที่เป็นขาลงส่งผลให้รายได้และกำไรหดตัวอย่างมีนัยยะถึงขั้นเกือบจะขาดทุน
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2017
IRPC (BUY/18TP: 7.4), โดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ
(views 19)
ประกาศกำไรแข็งแกร่งตามคาด ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 3,248 ล้านบาท (+165% Q-Q, +149% Y-Y) แข็งแกร่งตามคาด โดยกำไรสุทธิที่ออกมาโดดเด่นสาเหตุหลักมาจาก margin ของธุรกิจโรงกลั่น และ กำไรสต๊อกน้ำมัน สำหรับผลการดำเนินงานหลักถือว่าขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดย margin ธุรกิจหลัก (market GIM) เพิ่มเป็น US$15.1/บาร์เรล หลักๆมาจากการเพิ่มขึ้นของธุรกิจโรงกลั่นตามค่าการกลั่นที่ปรับขึ้นโดดเด่นเพราะอุปทานในตลาดหลายแห่งลดลงอย่างกะทันหัน ขณะที่ margin ธุรกิจปิโตรเคมียังถือว่าอยู่ในระดับสูงเพราะได้แรงหนุนจากกลุ่ม styrenics อีกทั้ง อัตราใช้กำลังการผลิตยังเพิ่มขึ้นเป็น 93% (+67% Q-Q, +7% Y-Y) ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เพราะเป็นการเห็นผลจากการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบที่ขยับขึ้นยังส่งผลมีกำไรสต๊อกน้ำมันเข้ามาอีก 1,098 ล้านบาท ทำให้ accounting GIM เพิ่มเป็น US$16.1/บาร์เรล
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2017
AAV (BUY/18TP: 7.3), คาดกำไร 3Q17 ฟื้นตัว แม้ถูกกดดันจากปัจจัยฤดูกาล
(views 15)
คาดกำไรปกติ 3Q17 ฟื้นตัว เพิ่มขึ้น 49% Q-Q แต่ลดลง 41% Y-Y เป็น 209 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากจำนวนผู้โดยสารที่ขยายตัวเป็น 4.9 ล้านคน (+5% Q-Q, +14% Y-Y) และLoad Factor ที่ 85% ส่วนสาเหตุหลักของกำไรที่คาดหดตัว Y-Y มาจากค่าโดยสารเฉลี่ยต่อคนที่คาดลดลง 6% Y-Y หลังถูกกดดันจากการแข่งขันราคาตั๋วที่รุนแรง และการปรับอัตราภาษีน้ำมันเครื่องบิน รวมถึงต้นทุนการดำเนินงานทีคาดเพิ่มขึ้น 13% Y-Y จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของฝูงบิน ขณะที่แนวโน้มกำไรใน 2 ไตรมาสข้างหน้าคาดโตโดดเด่น จากการเข้าสู่ช่วง High Season ของการท่องเที่ยว คงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ที่ 1,577 ล้านบาท หดตัว 16% Y-Y ก่อนจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง +12% Y-Y ในปีหน้า เรายังเลือก AAV เป็น Top Pick ของกลุ่มจากศักยภาพในการทำกำไรที่แข็งแกร่งที่สุด และรับอานิสงค์นักท่องเที่ยวที่โตสดใส จากการครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งของประเทศ คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 7.30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2017
CMO (BUY/18TP: 3), เจ้าพ่ออีเว้นท์กำลังกลับมา ตามการฟื้นตัวของสื่อทุกชนิด
(views 16)
เราเริ่มต้นวิเคราะห์ CMO ด้วยการแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 3.00 บาท อิง PE เฉลี่ยในอดีตที่ 17 เท่า โดยคาดหวังการฟื้นตัวของผลประกอบการตามการใช้สื่อต่างๆที่เพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากจะทำให้ได้งานมากขึ้นแล้ว ยังเพิ่มอัตรากำไรจากการแข่งขันที่ลดลง จุดแข็งของ CMO อยู่ที่การจัดอีเว้นท์ขนาดใหญ่และให้เช่าอุปกรณ์ รายได้หลักมาจากงบส่งเสริมการขายและการจัดงานแสดงสินค้าของภาคเอกชน ซึ่งกำลังกลับมาขยายตัวตามความเชื่อมั่นที่สูงขึ้น ส่วนแนวโน้ม 3Q17 อาจไม่ขาดทุนหนักเหมือนไตรมาส 3 ปีก่อนๆ เพราะธุรกิจที่ไปลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงเริ่มขาดทุนลดลง ขณะที่ 4Q17 คาดว่ากำไรจะเร่งตัวเพราะเป็น High Season ของการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ซึ่ง CMO มีงานในมือที่รอรับรู้อีกราว 500 ล้านบาท เราคาดกำไรปีนี้ 35 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 41 ล้านบาทในปีก่อน และคาดโตอีก 26% Y-Y อยู่ที่ 44 ล้านบาทในปีหน้า ราคาปัจจุบันซื้อขายใกล้มูลค่าทางบัญชี และคิดเป็น PE2018 เพียง 13 เท่า แถมปันผลสูง 6% ต่อปี ถือเป็นหุ้น Turnaround อีกตัวที่ Downside จำกัดมาก แม้ราคาจะขยับขึ้นจากจุดต่ำสุดมาระดับหนึ่งแล้วก็ตาม
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2017
BBL (BUY/18TP: 230), คาดฐานกำไรยกขึ้นในปี 2018
(views 17)
เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อ BBL โดยคาดหวังการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Bancassurance จะยกฐานกำไรของ BBL ให้เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ในปี 2018 และจะเป็นฐานกำไรใหม่ที่จะมีโอกาสเติบโตได้อีกในอนาคต โดยเรามีความเชื่อมั่นสูงจากความร่วมมือกันระหว่าง BBL และ AIA ในการทำธุรกิจ Bancassurance จะทำให้ BBL เพิ่มฐานรายได้ค่าธรรมเนียมให้เทียบเท่าธนาคารในระดับเดียวกัน โดยเราคาดการณ์ Fee income +16%Y-Y ในปี 2018 และกำไรสุทธิในปี 2018 +15.5%Y-Y หนุนด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจากภาคการลงทุนซึ่งจะเอื้อประโยชน์ต่อ BBL มากที่สุด เราคงคำแนะนำ ซื้อ โดยคงราคาเหมาะสมที่ 230 บาท
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2017
ORI (BUY/18TP: 27), คาดกำไรสุทธิ 3Q17 +124% Q-Q, +237% Y-Y และสดใสมากในปีหน้า
(views 15)
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q17 ทำสถิติสูงสุด +124 Q-Q, +237% Y-Y จากรายได้โอนที่สูงถึง 1.6 พันล้านบาท บวกกับกำไรพิเศษจากการขายหุ้นให้ JV แนวโน้ม 4Q17 โดดเด่นต่อเนื่องจากการเริ่มโอนคอนโด Park 24 และยังมีกำไรจากการขายหุ้นอีกก้อนหนึ่ง การเติบโตดังกล่าวดีกว่าที่เราเคยคาดก่อนหน้านี้ เราปรับประมาณการกำไรปี 2017-18 ขึ้น 5-15% เป็นกำไรสุทธิปี 2017 ที่โตสูงถึง +230% และปี 2018 โตต่อเนื่อง 43% นอกจากรายได้โอนที่มีต่อเนื่องแล้ว การขยายธุรกิจในรูปแบบ JV ช่วยลดข้อจำกัดด้านแหล่งเงินลงทุน ทำให้บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจาก JV (เราคาดขาดทุนเล็กน้อยในช่วง 2 ปีแรก) และค่าบริหารโครงการ และเป็นรายได้ในลักษณะ Recurring มากขึ้น เราปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 27 บาท อิง PE 18 เท่าหรือ PEG เพียง 0.5 และอยู่บนสมมติฐาน ORI-W1 แปลงสภาพทั้งหมดในปีหน้าซึ่งถือว่า conservative มาก ยังแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
03
พฤศจิกายน
2017
ADVANC (BUY/18TP: 220), กำไร 3Q17 กลับมาโต Y-Y ในรอบ 7 ไตรมาสตามคาด
(views 14)
กำไร 3Q17 ออกมาตามคาด ADVANC ประกาศกำไรปกติ 3Q17 ออกมาใกล้เคียงคาด กลับมาเติบโต Y-Y เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาสที่ 7,428 ลบ. +3.1% Q-Q, +14.9% Y-Y รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ของธุรกิจมือถือเติบโต 0.5% Q-Q และ 3.9% Y-Y ซึ่งดีกว่าคาดเล็กน้อย แม้ Net Add จะยังติดลบเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกันอีก 2.9 แสนราย แต่ชดเชยได้จาก ARPU ที่ปรับตัวขึ้นจากแนวโน้ม Subscriber ที่เปลี่ยนจาก Prepaid เป็น Postpaid ส่วน Handset Margin ติดลบ 4.9% แย่ลง Q-Q แต่ดีขึ้นอย่างมีนัยยะจากปีก่อน ขณะที่ธุรกิจ Fixed Broadband ยังเติบโตได้ดีต่อเนื่องทั้งในแง่จำนวนลูกค้าและ ARPU ที่เพิ่มขึ้น ส่วนฝั่งของต้นทุนโดยรวมถือว่าเป็นไปตามคาด โดยต้นทุนโครงข่ายยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่องตามการลงทุน ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการตลาดลดลงจากการเน้นเจาะเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวขึ้นเป็น 45.9% จาก 44.1% และ 41.5% ใน 2Q17 และ 3Q16 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
03
พฤศจิกายน
2017
BIG (BUY/18TP: 5), คาดกำไร 3Q17 ฟื้นไม่แรง แต่ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว “ซื้อ”
(views 24)
คาดกำไรสุทธิ 3Q17 เพิ่มขึ้น 4% Q-Q และ 28% Y-Y อยู่ที่ 161 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาลที่ความต้องการกล้องค่อยๆฟื้นตัว ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวในไตรมาส 4 และ ไตรมาส 1 ของทุกปี กอปรกับ การจัดงาน Big Pro Days ที่เลื่อนมาเร็วขึ้นซึ่งยอดขายในงานยังมีการเติบโต Y-Y แต่ผลจากการจัดโปรโมชั่นกระตุ้นตลาดแรงขึ้น ทำให้คาดอัตรากำไรขั้นต้นชะลอตัว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เราปรับคาดการณ์กำไรปีนี้และปีหน้าลง 11% และ 9% เหลือ 791 ล้านบาท (-7% Y-Y) และ 892 ล้านบาท (+13% Y-Y) เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 5.00 บาท อิง PE 20 เท่า ยังแนะนำซื้อ โดยคาดว่ากำไรจะเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ 4Q17 จากการปรับกลยุทธ์ทั้งการขายกล้องและมือถือ รวมถึงเงื่อนไขทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมปีหน้าที่คาดว่าจะเอื้ออำนวยกว่าปีนี้
อ่านเพิ่มเติม
03
พฤศจิกายน
2017
PTTEP (BUY/18TP: 102), อย่ามองแค่ขาดทุนสุทธิ
(views 17)
ผลขาดทุนสุทธิ 8.6 พันล้านบาทใน 3Q17 มาจากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ 1.8 หมื่นล้านบาท แต่กำไรปกติ +28% Q-Q, +189% Y-Y ถือว่าแข็งแกร่งกว่าที่เราและตลาดคาด ซึ่งสาเหตุมาจากปริมาณขาย และ ต้นทุนที่ปรับตัวในทิศทางที่ดีกว่าที่ประเมินไว้ แนวโน้มกำไรปกติ 4Q17 น่าจะชะลอลงเพราะแม้ปริมาณขาย และ ราคาขายอาจขยับขึ้น แต่น่าจะถูกดดันจากต้นทุนที่ขยับขึ้นมากกว่า ดังนั้น เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท (+89% Y-Y) และ ปี 2018 ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท (+1% Y-Y) ยังคงคำแนะนำซื้อ จากราคาหุ้นที่ยัง laggard อีกทั้งในระยะสั้นมีปัจจัยหนุนจากผลประกอบการที่ดีกว่าคาด และ ทิศทางราคาน้ำมันที่น่าจะเป็นขาขึ้นก่อนการประชุมโอเปกวันที่ 30 พ.ย.นี้ที่จะมีการหารือถึงการขยายเวลาลดการผลิต ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 102 บาท
อ่านเพิ่มเติม
02
พฤศจิกายน
2017
MBAX (BUY/18TP: 6.5), คาดกำไร 3Q17 ชะลอตัว แต่มองเป็นเพียงพักฐานระยะสั้น
(views 16)
คาดกำไรสุทธิ 3Q17 ชะลอตัว -21% Q-Q และ -31% Y-Y อยู่ที่ 15 ล้านบาท จากคาดการณ์รายได้ที่ลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y ตามปัจจัยฤดูกาล และฐานที่สูงใน 3Q16 เพราะมีคำสั่งซื้อจากลูกค้าที่ค้างจาก 2Q16 ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงเล็กน้อย จากการหยุดซ่อมบางสายการผลิต อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ากำไรสุทธิจะฟื้นตัวเร็วใน 4Q17 จากการใช้กำลังการผลิตในปัจจุบันที่กลับมาเต็มที่อีกครั้ง รวมถึงแผนการลดต้นทุนและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงเต็มไตรมาส เรายังคงกำไรปีนี้ที่ 70 ล้านบาท +20% Y-Y และปีหน้าที่ 82 ล้านบาท +18% Y-Y ปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 6.50 บาท (อิง PE 15 เท่า) ซึ่งเท่ากับราคาเป้าหมายปี 2017 เพราะคาดการณ์กำไรที่เพิ่มขึ้นถูกหักล้างด้วยจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นตามการใช้สิทธิ warrant ทั้งนี้ ภาพระยะสั้นอาจถูกกดดันจากผลประกอบการ 3Q17 แต่เนื่องจากภาพระยะยาวยังเป็นบวกจากการขยายกำลังการผลิต และผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูง เราจึงแนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
02
พฤศจิกายน
2017
THCOM (SELL/18TP: 13.5), กำไร 3Q17 ยังอ่อนแอ ไม่มีความน่าสนใจในการเข้าลงทุน
(views 17)
กำไร 3Q17 ยังอ่อนแอมาก THCOM ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ออกมาที่ 65 ลบ. -69.8% Q-Q, -85% Y-Y แต่หากตัดกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติจะอยู่ทีเพียง 33 ลบ. -83.4% Q-Q, -90.9% Y-Y โดยสาเหตุหลักยังมาจากรายได้ของธุรกิจดาวเทียมที่โตเพียง 1% Q-Q แต่หดตัวแรงถึง 22.7% Y-Y ซึ่งมาจากส่วนของ IPSTAR ที่ลดลงจากการหยุดใช้งานของ NBN และ TOT ขณะที่ดาวเทียม Broadcast ตามอุตสาหกรรมที่อยู่ในช่วงขาลง ขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่คงที่ ส่งผลให้ Gross Margin ใน 3Q17 แม้จะฟื้นตัวขึ้นเป็น 26.5% จาก 23.1% ใน 2Q17 เนื่องจากมีสินทรัพย์ที่ถูกตัดค่าเสื่อมราคาเริ่มหมดมากขึ้น แต่ยังหดตัวลงอย่างมีนัยยะจาก 37.1% ใน 3Q16
อ่านเพิ่มเติม
02
พฤศจิกายน
2017
SCB (HOLD/18TP: 160), ปรับลดประมาณการกำไรและปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ
(views 12)
ปรับลดคำแนะนำจาก ซื้อ เป็น ถือ โดยปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 160 บาท เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรสุทธิปี 2017-2018 ที่ปรับลดลง 5-8% มาอยู่ที่ 4.4 หมื่นลบ. และ 4.65 หมื่นลบ. ตามลำดับ การเติบโตของกำไรในปี 2018 ยังไม่น่าสนใจนักเมื่อเทียบกับ KBANK หรือ BBL ที่น่าจะเห็นการเติบโตที่ตื่นเต้นกว่า (KBANK มีประเด็นการลดระดับสำรองฯ ส่วน BBL มีประเด็นการเพิ่มฐานรายได้ค่าธรรมเนียม) ขณะที่ SCB ยังคงเหลือค่าใช้จ่ายจากการลงทุนระบบ Transformation program ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดค่าใช้จ่ายสูงสุดในปี 2018 รวมไปถึงการตั้งสำรองฯที่ไม่น่าจะลดลงจากเดิมได้มากนักเนื่องจากอัตราที่ตั้งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าธ.ใหญ่อื่นอยู่แล้ว เราชอบ KBANK หรือ BBL มากกว่าสำหรับการลงทุนในปี 2018
อ่านเพิ่มเติม
02
พฤศจิกายน
2017
SCC (BUY/18TP: 600), ประกาศแย่กว่าคาด
(views 13)
ประกาศกำไร 3Q17 หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด โดยกำไรที่หดตัว Q-Q มาจากผลประกอบการของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ และ เงินปันผลรับหายไป ขณะที่ Y-Y กำไรหดตัวจากผลประกอบการของธุรกิจปิโตรเคมีที่อ่อนแอตามส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ ส่วนแนวโน้มกำไร 4Q17 คาดว่าจะยังไม่น่าตื่นเต้น โดยกำไรน่าจะยังทรงตัว Q-Q แต่เชื่อว่าธุรกิจวัสดุก่อสร้างจะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว ก่อนที่จะกลับมาเติบโตได้ในปี 2018 ดังนั้น เรายังคงประมาณการกำไรปกติปีนี้ -1% Y-Y จากปีก่อนที่เป็นระดับสูงสุด และ ปีหน้าคาดเติบโตเล็กน้อย +4% Y-Y เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปีหน้าที่ 600 บาท กำไรที่ออกมาแย่กว่าน่าจะเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้น แต่เชื่อว่าผลกระทบจะไม่มาก เนื่องจากที่ผ่านมาราคาหุ้น laggard อยู่แล้ว และ กำไร 9M17 คิดเป็น 74% ของคาดการณ์เรา จึงไม่ได้เป็น downside ต่อการประมาณการกำไรปีนี้ ขณะที่พื้นฐานของหุ้นยังแข็งแกร่ง โดยสามารถคาดหวังการเติบโตจากการขยายการลงทุนไปต่างประเทศ และ การขยายตัวของธุรกิจวัสดุก่อสร้างในปี 2018 อีกทั้ง ปัจจุบันยังมี valuation ที่ไม่แพง ดังนั้น เรายังคงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
01
พฤศจิกายน
2017
GLOBAL (SELL/18TP: 18), กำไร 3Q17 ต่ำคาดเล็กน้อย และราคาหุ้นเต็มมูลค่าแล้ว
(views 13)
กำไร 3Q17 อ่อนตัวลงมากกว่าคาด กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 343 ล้านบาท (-20.6% Q-Q, +4.3% Y-Y) ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย (เราคาดไว้ 366 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรอ่อนตัวลง Q-Q มาจากผลของปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ ในขณะที่กำไรยังเติบโตได้เล็กน้อย Y-Y โดยมี SSSG ติดลบน้อยลงมาอยู่ที่ -5% Y-Y จาก -9.8% Y-Y ใน 2Q17 ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และสาขาใหม่ทำผลงานได้ดี ซึ่งไตรมาสนี้มีเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งที่พังโคน สกลนคร (สาขาที่ 52) ทำให้รายได้รวมเติบโต 12.5% Y-Y แต่ลดลง -5.2% Q-Q ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงมาอยู่ที่ 20.2% จาก 21.2% ใน 2Q17 และ 20.7% ใน 3Q16 จากการอ่อนตัวลงของรายได้และ Product Mix รวมถึงสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 14.6% เพิ่มขึ้นจาก 13.6% ใน 2Q17 และ 13.1% ใน 3Q16 จากค่าใช้จ่ายการเตรียมเปิดสาขาใหม่
อ่านเพิ่มเติม
01
พฤศจิกายน
2017
PLANB (HOLD/18TP: 7.1), ราคาหุ้นหนุนจากคาดกำไร 3Q17 เพิ่ม Q-Q, Y-Y รอดีล M&A เพิ่ม
(views 11)
คาดกำไร 3Q17 เพิ่มดี 23.7% Q-Q และ 22.4% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล และการกลับมาใช้สื่อโฆษณานอกบ้านเพิ่ม แม้คาดกำไร 4Q17 อ่อนลง Q-Q จากผลกระทบงานพระราชพิธีในเดือนต.ค. แต่โตสูง Y-Y จากฐานต่ำ เราคงประมาณการกำไรปี 2017 โต 39% ตามการขยายตัวของตลาดสื่อโฆษณานอกบ้านรวม และการใช้กำลังผลิตสื่อโฆษณาที่ได้พัฒนาในปีก่อนๆ ได้มากขึ้น รวมทั้งได้ส่วนแบ่งรายได้เต็มปีจากการบริหารสิทธิฯ สมาคมฟุตบอลฯ และยังรอความคืบหน้าดีล M&A ในต่างประเทศเพิ่ม อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับขึ้นมาเร็วเกือบ 17% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ใกล้ราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 7.10 บาท จึงปรับคำแนะนำลงเป็น ถือ/ซื้ออ่อนตัว จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
01
พฤศจิกายน
2017
MODERN (BUY/18TP: 6.8), กำไรจะกลับมา MODERN อีกครั้งใน 2H17 “ซื้อ” เป้า 6.80 บาท
(views 22)
เราเริ่มต้นวิเคราะห์ MODERN ด้วยคำแนะนำซื้อ ประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 6.80 บาท อิง PE 18 เท่า จาก (1) ผลประกอบการ 2H17 ที่คาดว่าจะ ฟื้นแรง 2.5 เท่าตัว H-H ตามการขยายตัวของ coworking space และการฟื้นตัวของคอนโดฯระดับกลาง-บน (2) การ spin-off โมเดิร์นฟอร์มแฮลท์แอนด์แคร์ช่วง 4Q18 ซึ่งคาดว่าจะสะท้อนมูลค่ากลับมาที่ MODERN ในปี 2018 ราว 2.40 บาท/หุ้น (3) ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง เป็น net cash และมีเงินสดในมือราว 0.70 บาท/หุ้น (4) ปันผลสูงสม่ำเสมอ 6-8% ต่อปี ส่วนในเชิง valuation เรามองว่า downside จำกัดมาก PE และ PBV ปี 2018 ที่ 13 เท่า และ 1.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 18 เท่าและ 2.1 เท่า ขณะที่ ถ้าอิงราคาปิดเมื่อวาน 5 บาทแล้วหักส่วน health&care ออก จะเหลือเป็นส่วนของ MODERN เพียง 2.60 บาท/หุ้น คิดเป็น PE2018 บนงบเดี่ยว 8.5 เท่า เท่ากับจุดต่ำสุดในรอบ 5 ปีพอดี
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2017
BDMS (HOLD/18TP: 23), คาดกำไร 3Q17 ยังไม่น่าตื่นเต้น ต้องติดตาม Wellness Center
(views 19)
เราคาดกำไร 3Q17 ของ BDMS เติบโต 38.5% Q-Q และ 1% Y-Y ซึ่งแม้จะดีขึ้น แต่ถือว่ายังไม่โดดเด่นนักเนื่องจากต้นทุนยังกดดัน ขณะที่ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือ Wellness Center ที่จะเริ่มเปิดให้บริการในเดือน พ.ย. นี้ซึ่งแม้ระยะยาวเราจะมองบวก แต่คาดว่าจะกดดันการเติบโตของกำไรในช่วงเริ่มแรก เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 และ 2018 หดตัว 5.9% Y-Y และพลิกมาโตได้เล็กน้อย 4.8% Y-Y ตามลำดับ เราปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 23 บาท ราคาหุ้นยังคงมี Upside จำกัด จึงยังคงคำแนะนำเพียง “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2017
KBANK (BUY/18TP: 256), เป้าหมายปี 2018 ไม่หวือหวาแต่มีความสดใส
(views 11)
แน่นอนว่าเราอาจจะเห็นกำไร 4Q17 ของ KBANK เป็นจุดต่ำสุดของปี (จากการตั้งสำรองฯเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชีและค่าใช้จ่ายตามฤดูกาล) แต่เราเชื่อว่าตลาดจะมองข้ามปัจจัยลบนี้เนื่องจากผลกำไรปี 2018 ที่จะกลับสู่ระดับปกติ และเราคาดการณ์การเติบโตที่สดใสราว 14.7%Y-Y ซึ่งดีที่สุดในรอบ 5 ปี ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายเชิงบวกจากธนาคารซึ่งมองจากการเติบโตของเศรษฐกิจที่คาดว่านำโดยการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น สะท้อนจากการลดประมาณการ Credit cost มาที่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 256 บาท โดยคงเป็น Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2017
HMPRO (HOLD/18TP: 13), กำไร 3Q17 ทำได้ดีตามคาด SSSG พลิกกลับมาเป็นบวก
(views 24)
กำไรสุทธิ 3Q17 ดีตามคาด กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 1,183 ล้านบาท (+4.6% Q-Q, +24.8% Y-Y) เท่ากับคาด (เราคาดไว้ 1,180 ล้านบาท) โดยมี SSSG พลิกเป็นบวกราว +2.8% Y-Y จากการกลับมาฟื้นตัวทั้งในกทม. และหัวเมืองใหญ่ กอปรกับมีการเปิด 2 สาขาใหม่ที่มาเลเซีย และ 1 สาขา Mega Home รวมถึงมีรายได้จากงาน Hmpro Fair ในเดือน ก.ค. ที่ทำได้ค่อนข้างดีอยู่ที่ระดับ 400-500 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้ +2% Q-Q และ +9.3% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีต่อเนื่องขยับขึ้นมาอยู่ที่ 26.3% เพิ่มขึ้นจาก 26% ใน 2Q17 และ 25.4% ใน 3Q16 จาก Product Mix ที่ดีขึ้น และยังรักษาสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ได้ค่อนข้างดีอยู่ที่ 22.8% ใกล้เคียงไตรมาสก่อนซึ่งอยู่ที่ 22.4% และปีก่อนที่ 22.9% ถือเป็นไตรมาสที่ทำผลงานได้ดี
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2017
STEC (BUY/18TP: 31.8), พื้นฐานแกร่งหนุนกำไรโตเด่น
(views 10)
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์หุ้น STEC ด้วยคำแนะนำ“ซื้อ” ประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 31.80 บาท จากสัญญาณบวกของยอด Backlog ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึงแสนล้านบาท รองรับรายได้อย่างน้อย 3 ปีข้างหน้า รวมถึงยังมี Upside จากงานประมูลในปีหน้าอีกราว 2 แสนล้านบาท ผลักดันให้กำไรปกติปี 2017-2018 คาดโตเฉลี่ย 37% ต่อปี STEC ถือว่าเป็น Cyclical Stock ที่กำลังเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่จากงานในมือที่แข็งแกร่งท่ามกลางอุตสาหกรรมก่อสร้างที่กลับมาคึกคัก รวมถึงมีจุดเด่นจากสถานะทางการเงินที่เป็น Net Cash และมีความสามารถในการทำกำไรสุทธิในระดับสูง ซึ่งไม่สอดคล้องกับราคาหุ้น 3 เดือนล่าสุดที่ -6.5% laggard ที่สุดเมื่อเทียบกับผู้รับเหมาใหญ่รายอื่นอย่าง CK, ITD ที่เฉลี่ย -2% และกลุ่มรับเหมาที่ +4%
อ่านเพิ่มเติม
30
ตุลาคม
2017
ASEFA (BUY/18TP: 9.7), คาดกำไร 3Q17 ฟื้นตัวต่อเนื่อง 15.5% Q-Q
(views 19)
คาดกำไร 3Q17 เพิ่มขึ้น 15.5% ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนตามการรับรู้รายได้เพิ่มตามฤดูกาล แม้เพิ่มไม่มาก 4.4% Y-Y ผลกระทบจากการแข่งขันสูงขึ้นกดดัน Gross margin โดยคาดหวังการฟื้นตัวขึ้นอีกในไตรมาสสุดท้ายของปี แต่ปรับประมาณการกำไรปี 7% เป็นกำไรโตไม่มาก +5% Y-Y ก่อนจะโตดีขึ้น 11% ในปี 2018 หนุนโดยการลงทุนโดยรวมที่คาดจะเร่งตัวมากขึ้น และปัจจัยบวกระยะยาวอานิสงค์ของโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐใน 3-4 ปีข้างหน้า ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบัน คิดเป็น PE ต่ำปี 2018 เพียง 11 เท่า และคาด Dividend yield ในอัตราค่อนข้างดี ปี 2017 ที่ 5% (จ่ายปีละครั้งประกาศช่วงปลายเดือนก.พ.) เราคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 9.70 บาท (ที่ PE 16 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
30
ตุลาคม
2017
BANPU (BUY/18TP: 21), กำไรดี ราคามีอัพไซด์
(views 20)
แนวโน้มกำไรปกติ 3Q17 น่าจะยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง เราคาด +10% Q-Q และ +367% Y-Y สาเหตุหลักมาจากผลประกอบการของธุรกิจถ่านหินที่ได้อานิสงค์บวกจากราคาถ่านหินในตลาดโลกที่ขยับขึ้น และ ปริมาณขายที่ได้ประโยชน์ จากปัจจัยตามฤดูกาลและการผลิตที่ราบรื่น ซึ่งช่วยชดเชยผลประกอบการจากธุรกิจไฟฟ้าที่น่าจะชะลอลงเนื่องจากมีหยุดซ่อมบำรุงโรงงานตามแผน และ margin ถูกกดดันจากราคาถ่านหินที่ขยับขึ้น สำหรับแนวโน้ม 4Q17 เราเชื่อว่าผลประกอบการยังคงแข็งแกร่งโดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจถ่านหินตามราคาถ่านหินในตลาดโลกที่ยังทรงตัวในระดับสูง คงประมาณการกำไรปกติปี 2017 ที่ +226% Y-Y และปี 2018 ที่ -6% Y-Y ภายใต้สมมติฐานที่อนุรักษ์นิยม โดยคาดราคาถ่านหินเฉลี่ยเพียง US$75/ตัน ลดลงจากปีนี้ที่ 2017YTD เท่ากับ US$85.9/ตัน เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปีหน้าที่ 21 บาท ด้วยอัพไซด์ที่เปิดกว้าง และ เงินปันผลที่น่าสนใจระดับ 5.7% โดยมองว่าราคาหุ้นยังปรับตัวไม่สะท้อนกับพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และ laggard ทั้งราคาถ่านหินที่ +10% YTD ราคาหุ้น BPP ที่ +22% YTD และ ราคาหุ้นเหมืองถ่านหินในอินโดนิเซีย (Banpu ถือหุ้น 68% ) ที่ +26% YTD ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
30
ตุลาคม
2017
SAPPE (BUY/18TP: 38), คาดกำไร 2H17 แผ่วลง ตามฤดูกาล และจะกลับมาโตในปีหน้า
(views 19)
แนวโน้มกำไร 3Q17 จะอ่อนตัวลง Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่คาดจะโต Y-Y จากฐานต่ำในปีก่อน เรามองผ่านกำไรสูงสุดปีนี้แล้วใน 2Q17 ในขณะที่แนวโน้มกำไร 4Q17 อาจจะทรงตัว Q-Q เพราะปกติ 2H จะเป็น Low Season ของการขายในต่างประเทศ สิ่งที่ดีขึ้นในปีนี้คือ ตลาดอินโดนีเซียกลับมาสดใสขึ้น และเริ่มเห็นพัฒนาการของ All Coco แต่สิ่งที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาดคือ การฟื้นตัวของตลาดจีน แม้รายได้จะสะดุดลงในช่วง 1H17 เพราะมีการปรับเปลี่ยน distributor แต่เมื่อปรับแล้วเสร็จ ในช่วง 2H17 ก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ทันที เพราะเป็น Low Season ของจีน จึงคาดจะกลับมาดีขึ้นในปี 2018 อย่างไรก็ตาม เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2017 ขึ้น 24.5% Y-Y เป็นเติบโต 12.7% Y-Y จากเดิมคาดลดลง 9.5% Y-Y และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องในปี 2018 ราว 10.2% Y-Y เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 38 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) ยังมี Upside 17% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ทยอยซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
27
ตุลาคม
2017
CENTEL (HOLD/18TP: 50), คาดกำไร 3Q17 ยังเติบโตดี Y-Y
(views 21)
เราคาดกำไรปกติ 3Q17 ของ CENTEL -6.4% Q-Q, +15.8% Y-Y โดยคาดว่ารายได้จะเติบโตทั้งจากธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร ขณะที่ Margin คาดว่าจะขยายตัวดีขึ้น เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 ขึ้นราว 5% สะท้อนค่าใช้จ่ายต่างๆที่ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้การเติบโตเร่งตัวขึ้นเป็น 10% Y-Y และ 9.2% Y-Y ตามลำดับ ขณะที่ราคาเหมาะสมปี 2018 ถูกปรับขึ้นเป็น 50 บาท ขณะที่ระยะสั้นมี Catalyst จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่เข้าสู่ High Season เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” หรือ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว”
อ่านเพิ่มเติม
27
ตุลาคม
2017
CPN (BUY/18TP: 93), การเติบโตของกำไรในปี 2018 จะดีที่สุดในรอบ 5 ปี
(views 18)
จุดแข็งของ CPN คือการขยายและบริหารศูนย์การค้าไปในทำเลที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง และปรับปรุงพื้นที่ในศูนย์เดิมให้ทันสมัย เพื่อให้ Occupancy rate และค่าเช่าสูงขึ้น โดยเฉพาะปี 2018 ที่กำไรจะเติบโตเร่งตัวมากที่สุดในรอบ 5 ปีด้วยอัตรา 23% Y-Y จากเหตุผลข้างต้นทั้งหมด บวกกับการเริ่มรับรู้รายได้จากคอนโด 3 แห่งแรกเป็นปีแรก และมีแผนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยปีละ 3 แห่งบนที่ดินของศูนย์เพื่อใช้ที่ดินให้มีศักยภาพและหนุนธุรกิจศูนย์การค้า ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรและฐานะการเงินแข็งแกร่งมาก ส่วนกำไรปกติ 3Q17 จะชะลอจากการปิดปรับปรุงหลายศูนย์ แต่จะได้เงินประกัน 3.5 พันล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิ +130% Q-Q, +144% Y-Y เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 ได้ 93 บาท (DCF) ยังไม่รวมโครงการร่วมทุนกับ DTC ที่จะช่วยต่อยอดธุรกิจในอนาคต แนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
27
ตุลาคม
2017
SVI (HOLD/18TP: 5.6), ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบยังกดดันกำไร 2H17
(views 12)
คาดยังไม่เห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการในช่วง 2H17 โดยคาดกำไร 3Q17 จะอ่อนตัวลงทั้ง Q-Q และ Y-Y จากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ ไม่เพียงพอต่อการผลิต กระทบต่อรายได้ และราคาวัตถุดิบปรับขึ้น คาดกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นให้แผ่วลงต่อเนื่อง ในขณะที่แนวโน้มกำไร 4Q17 ยังดูไม่สดใสนัก และเรายังกังวลต่อความเป็นไปได้ที่อาจมีการประเมินมูลค่ากิจการ Seidel ที่ยุโรปและนำไปสู่การตั้งด้อยค่าในที่สุด ซึ่งอาจกระทบต่อกำไรใน 4Q17 ดังนั้นจึงมีแนวโน้มปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2017 ลงจากปัจจุบันที่คาดไว้ 636 ล้านบาท (+3.6% Y-Y) เพราะหากกำไร 3Q17 เป็นไปตามคาด จะคิดเป็นเพียง 64% ของประมาณการทั้งปี เบื้องต้นเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018 ไว้ที่ 758 ล้านบาท โต 19.2% Y-Y โดยมองว่าสถานการณ์ขาดแคลนวัตถุดิบจะเริ่มคลี่คลายตั้งแต่ 1Q18 เป็นต้นไป เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 5.6 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside จำกัด และระยะสั้นแนวโน้มกำไรใน 2H17 ไม่ดีนัก จึงแนะนำเพียง ถือ (ปรับขึ้นจากเดิมที่แนะ ขาย)
อ่านเพิ่มเติม
25
ตุลาคม
2017
FSMART (BUY/18TP: 23.5), คาดกำไร 3Q17 ไม่ตื่นเต้น Q-Q แต่ยังโตสูง Y-Y
(views 21)
คาดกำไร 3Q17 ไม่ตื่นเต้น Q-Q จากรายได้โตเพียงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน และ Gross margin อ่อนลง แต่ยังเป็นกำไรโตสูงต่อเนื่อง 40.8% Y-Y ตามมูลค่าการใช้บริการผ่านตู้เติมเงิน “บุญเติม” และบริการใหม่ๆ โดยเฉพาะบริการโอนเงินผ่านตู้ที่มีรายการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากคาดการณ์ของเราเป็นจริง จะทำให้กำไร 9M17 โต 46.9% Y-Y และเป็นสัดส่วน 75% ของคาดการณ์ทั้งปีที่ 566 ล้านบาท โต 34.7% จากการรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจตู้เติมเงินมือถือผ่านตู้ และอานิสงส์กรณี 7-11 กับ AIS เต็มปี ราคาหุ้น Laggard และยังมี Upside 20% จากราคาเป้าหมายปรับไปใช้ปี 2018 ที่ 23.50 บาท (DCF) ที่คิดเป็น PEG 0.9 เท่า จากคาดการณ์กำไรปีดังกล่าวโต 28% คงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
25
ตุลาคม
2017
MINT (BUY/18TP: 48), ธุรกิจโรงแรมยังคงเป็นพระเอกใน 3Q17
(views 18)
เราคาดกำไรปกติ 3Q17 ของ MINT เติบโตแข็งแกร่ง 61.8% Q-Q และ 20.1% Y-Y โดยขับเคลื่อนจากธุรกิจโรงแรมเป็นหลักโดยเฉพาะในประเทศไทย รวมถึง High Season ของโปรตุเกส ซึ่งชดเชยธุรกิจอาหารที่คาดว่ายังเห็น Same Store Sales Growth ติดลบจากการบริโภคที่ยังฟื้นตัวช้าได้ ขณะที่ปัจจุบันมี Catalyst เชิงบวกจากการเข้าสู่ช่วง High Season ของการท่องเที่ยวไทยซึ่งหนุนให้กำไรเติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 เติบโต 23.4% Y-Y และ 15.1% Y-Y ตามลำดับซึ่งทำ New High ต่อเนื่อง เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 48 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
ตุลาคม
2017
KKP (BUY/18TP: 85), เข้า Theme หุ้นปันผลแกร่ง
(views 20)
ปรับคำแนะนำจาก ถือ เป็น ซื้อ สำหรับ KKP จะเป็นหุ้น Dividend Yield ที่น่าสนใจที่ราว 8% ต่อปี ซึ่งได้รับแรงหนุนจากเงินกองทุนที่แข็งแกร่งที่ระดับ 17% นอกเหนือจากนี้เราปรับคาดการณ์กำไรปี 2017-2018 ขึ้น 3% และ 4% ตามลำดับ โดยปรับลดค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯลง และคาดการณ์แรงขับจากรายได้ค่าธรรมเนียม และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจตลาดทุนที่น่าจะดีกว่าปี 2017 (IB, Wealth management และ Investment) ปรับราคาเหมาะสมปี 2018 ขึ้นเป็น 85 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
ตุลาคม
2017
XO (HOLD/18TP: 5), คาดกำไร 3Q17 จะอ่อนลง Q-Q มองผ่านกำไรสูงสุดปีนี้ใน 2Q17
(views 16)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q17 จะอ่อนตัวลง Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล ส่วน Y-Y คาดโตแรง เพราะฐานที่ต่ำในปีก่อน ทั้งนี้บริษัทดำเนินการย้ายสายการผลิตโรงงานใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งที่กระทบต่อกำไรในปีนี้ คือการชะลอตัวของรายได้เครื่องดื่ม เพราะลูกค้าสั่งซื้อค่อนข้างมากในปีก่อน โดยเรามองผ่านกำไรสูงสุดปีนี้แล้วใน 2Q17 แนวโน้มกำไรใน 4Q17 น่าจะทรงตัว Q-Q อย่างไรก็ตาม เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 – 2018 ลง 24% และ 10% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนการลดลงของรายได้เครื่องดื่ม และการเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ช้ากว่าคาด โดยคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะหดตัวลง 23.4% Y-Y และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 47% Y-Y ทั้งนี้ประมาณการของเราถือมี Downside โดยมีตัวแปรสำคัญคือ ปัจจุบันบริษัทกำลังขยายตลาดและฐานลูกค้ารายใหม่ เพื่อเติมอัตราการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ให้สูงขึ้น เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 5 บาท (อิง PE เดิม 24 เท่า) มี Upside เพียง 2.5% Y-Y คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2017
KKP (HOLD/18TP: 79), กำไร 3Q17 ไม่ทำให้ผิดหวัง
(views 12)
กำไร 3Q17 มากกว่าคาด KKP รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 1.7 พันลบ. เพิ่มขึ้น 45%Q-Q และ 2%Y-Y กำไรที่ดีกว่าที่คาดเกิดจากการตั้งสำรองฯที่น้อยกว่าคาด โดยค่าใช้จ่ายสำรองฯในไตรมาสนี้เหลือเพียง 75 ลบ. (Credit cost 0.16%) ลดลง 83%Q-Q และ 92.5%Y-Y หากหักรายการดังกล่าวออก PPOP ใกล้เคียงกับที่คาดไว้โดยเพิ่มขึ้น 18%Q-Q เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายในการตั้งด้อยค่า NPA เหมือนในไตรมาสก่อน (~160 ลบ.) แต่มีการบันทึกกำไรจากการขาย NPA 149 ลบ. (จากยอดขาย 316 ลบ.) และมีบันทึกกำไรจากเงินลงทุนราว 124 ลบ. แต่ PPOP ลดลงราว 27%Y-Y เนื่องจาก 3Q16 มีรายได้พิเศษจากการปรับโครงสร้างหนี้สำเร็จของลูกหนี้รายหนึ่ง สังเกตุว่า Loan spread ของ KKP ดีขึ้นมาที่ 5.6% จาก 5.3% ในไตรมาสก่อน ทั้งนี้เกิดจากการเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อ High-Yield อาทิ สินเชื่อเช่าซื้อรถใช้แล้ว และสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2017
KTB (BUY/18TP: 22), กำไร 3Q17 น่าผิดหวัง
(views 16)
กำไร 3Q17 น้อยกว่าที่คาด KTB รายงานกำไร 3Q17 ที่ 5.8 พันลบ. +82%Q-Q แต่ -32% Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้มาก เนื่องจากมีการตั้งสำรองฯเพิ่มเติมบางส่วนรองรับ NPL ที่เพิ่มขึ้น และรองรับมาตรฐานบัญชี IFRS 9 โดยค่าใช้จ่ายสำรองฯในไตรมาสนี้อยู่ที่ 9.9 พันลบ. เพิ่มขึ้น 30%Y-Y และ Credit cost ที่ 2.1% ด้านรายได้หลักน้อยกว่าที่คาดเช่นกัน โดยรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ -1.6%Q-Q และ -1.6%Y-Y เป็นผลจากการชะลอตัวของสินเชื่อและการปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRR ลง 0.50% ส่งผลให้ NIM ชะลอตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 3.31% จาก 3.35% ในไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +7%Q-Q แต่ลดลง 10.8%Y-Y เนื่องจากการลดลงของกำไร FX
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2017
FTE (BUY/18TP: 5), กำไร 3Q17 มีแนวโน้มร้อนกว่าคาดเดิม ปรับใช้เป้าปีหน้า 5 บาท
(views 15)
จากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้ออำนวย ทั้งการฟื้นตัวของคอนโดฯและออฟฟิสสร้างใหม่ ที่จะหนุนให้ยอดขายอุปกรณ์ดับเพลิงกลับมาขยายตัวแบบ Q-Q ครั้งแรกในรอบ 3 ไตรมาส และการเร่งรับมอบงานติดตั้งระบบดับเพลิงของภาครัฐฯ ทำให้แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q17 ซึ่งเดิมคาดว่าจะทำ All Time High อยู่แล้ว มีโอกาสออกมาดีกว่าคาดที่ 32 ล้านบาท โดยเราปรับคาดการณ์เป็น 39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% Q-Q และปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้และปีหน้าขึ้น 11%-16% เป็น 127 ล้านบาท (+45% Y-Y) และ 150 ล้านบาท (+19% Y-Y) ภายใต้สมมติฐานการขยายตัวของการก่อสร้างตึกต่างๆ ที่ถูกบังคับตามกฎหมายให้ติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง และงานโครงการตามแผนยุทธศาสตร์ 10 ปีด้านพลังงานของ กฟผ. และ กฟน. รวมถึงแรงสนับสนุนจากกรมโรงงานหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ 3 โรงงานใหญ่ใน 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 5.00 บาท อิง PE 20 เท่า แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2017
KBANK (BUY/18TP: 256), แนวโน้มกำไร 4Q17 อาจแผ่ว แต่ออกสตาร์ทแรงขึ้นในปี 2018
(views 13)
เราคาดว่าจะเห็นกำไรในปี 2017 ของ KBANK ชะลอตัวลงราว 7%Y-Y โดยใน 4Q17 มีแนวโน้มจะเห็นการตั้งสำรองฯที่สูงสุดในปีเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ (เริ่มใช้ปี 2019) และการขาย NPL ฤดูกาลของค่าใช้จ่าย แต่เราคงคาดว่ากำไรในปี 2018 จะเห็นการเติบโตราว 14.5%Y-Y เราเชื่อว่า KBANK จะเดินหน้าการเติบโตของสินเชื่ออย่างเต็มที่ในปี 2018 ขณะที่การจัดการ NPL ผ่อนคลายลง นั่นหมายถึงการตั้งสำรองฯจะสูงสุดในปี 2017 ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 256 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2017
MALEE (HOLD/18TP: 46.5), คาดกำไรเริ่มฟื้นตัวใน 3Q17 แต่น้ำมะพร้าวน่าจะดีขึ้นในปีหน้า
(views 20)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q17 จะกลับมาฟื้นตัว Q-Q แต่ยังไม่ใช่ระดับปกติที่เคยทำได้ และยังลดลง Y-Y อยู่ที่ระดับ 97 ล้านบาท เพราะยอดขายน้ำมะพร้าวส่งออกยังปรับลดลง จากการเข้าสู่การปรับปรุงกระบวนการควบคุมคุณภาพสินค้า และคาดจะแล้วเสร็จใน 4Q17 ซึ่งน่าจะทำให้น้ำมะพร้าวกลับมาดีขึ้นในปีหน้า รวมถึงการฟื้นตัวของกำลังซื้อและบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในประเทศที่น่าจะดีขึ้นเป็นลำดับต่อเนื่องไปในปีหน้า ทั้งนี้เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลง 20% เป็นการลดลง 22.3% Y-Y เพื่อสะท้อนการหดตัวลงของสินค้าน้ำมะพร้าว และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 37.4% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานต่ำในปีนี้, การฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ และการกลับมาเติบโตของน้ำมะพร้าวส่งออก เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 46.5 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) แต่มี Upside เพียง 7.5% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ / ซื้อเมื่ออ่อนตัว จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2017
PTTEP (BUY/18TP: 102), คาดประเด็นด้อยค่าสินทรัพย์กดดัน 3Q17 ให้ขาดทุน
(views 13)
เราคาด 3Q17 จะมีผลขาดทุนสุทธิ 1.0 หมื่นล้านบาท ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ในโครงการ Marina Oil Sand จำนวน 550 ล้านเหรียฐสหรัฐ หรือ ราว 1.84 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ หากหักรายการพิเศษ คาดว่ากำไรปกติจะเท่ากับ 5.6 พันล้านบาท (-2% Q-Q, +123% Y-Y) หากเป็นไปตามคาดกำไรปกติ 9M17 จะคิดเป็น 73% ของคาดการณ์เรา ดังนั้น เรายังคงประมาณการเดิมไว้ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท (+89% Y-Y) เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปีหน้าที่ 102.0 บาท และปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อ เนื่องจาก upside ที่เปิดกว้าง และ มองการปรับลดลงจากประเด็นการด้อยค่าเป็น sentiment กดดันระยะสั้นซึ่งไม่กระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของหุ้นเพราะโครงการดังกล่าวไม่ได้รวมอยู่ในประมาณการ และ ขาดทุนด้อยค่าเป็นรายการที่ไม่กระทบต่อกระแสเงินสดที่ใช้ประเมินมูลค่าหุ้น
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2017
RS (SELL/18TP: 18), แนวโน้ม 3Q17 ฟื้นสูง Q-Q, Y-Y หนุนราคาหุ้น
(views 10)
คาด 3Q17 กำไรฟื้นตัวสูงต่อเนื่อง Q-Q, Y-Y ปัจจัยหนุนหลักยังคงมาจากยอดขายธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ H&B ยังเพิ่ม และโตก้าวกระโดด Y-Y ขณะที่รายได้ทีวีดิจิตอลกระเตื้องขึ้นจาก Rating ในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น แม้ 4Q17 ชะลอลงจากผลกระทบงานพระราชพิธี แต่มองกำไรปกติปีนี้มี Upside เล็กน้อยจากประมาณการเดิมที่คาดฟื้นตัวสูงจากขาดทุนปีก่อน และโตสูงในปีหน้า แต่ราคาหุ้นขึ้นมาก +160% YTD เกินราคาเป้าหมายปีหน้าที่ 18 บาท คำแนะนำ ขายทำกำไร แม้กำไรที่คาดแข็งแกร่งใน 3Q17 อาจยังหนุนต่อการเก็งกำไรระยะสั้น
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2017
SEAFCO (BUY/18TP: 19.3), คาด 3Q17 โตแกร่ง พร้อม Backlog ทุบสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง
(views 13)
เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 3Q17 โตเด่นเป็น 45 ล้านบาท (+255% Y-Y, +18% Q-Q) จากวันหยุดน้อย และฐานที่ต่ำจากผลของ Cost Overrun ในปีก่อน ปัจจุบันมีงานในมือราว 2.6 พันล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ และมากที่สุดในตลาดฐานราก รวมถึงมีงานทั้งภาครัฐ และเอกชนที่อยู่ระหว่างการประมูล และรออยู่ข้างหน้าอีกมาก ผลักดันให้กำไรสุทธิปี 2017-2018 คาดโตเฉลี่ย 34% ต่อปี ปรับราคาเหมาะสมปี 2018 ขึ้นเป็น 19.30 บาท อิง PER ใหม่ที่ 21 เท่า และคิดเป็น PEG เพียง 0.6 เท่า โดยหลังแตกพาร์วันที่ 27 ต.ค.นี้จะเป็น 9.65 บาท เราชอบ SEAFCO จากการเป็นเบอร์หนึ่งฐานราก และValuation ยังน่าสนใจ โดยราคาหุ้นปัจจุบันเทรดบน PE2018 ที่ 18.6 เท่า ต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง PYLON ที่ 23 เท่า และกลุ่มรับเหมาที่ 20 เท่า คงคำแนะนำ“ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
20
ตุลาคม
2017
BAY (HOLD/18TP: 42), กำไร 3Q17 เป็นไปตามคาด
(views 18)
กำไรสุทธิ 3Q17 ใกล้เคียงคาด BAY รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 6,014 ลบ. เพิ่มขึ้น 2.4%Q-Q และ 3.2%Y-Y เป็นไปตามคาด ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 2.4%Q-Q และ 11.4%Y-Y เป็นไปตามการเติบโตของสินเชื่อ NIM ขยับขึ้นเป็น 3.84% จาก 3.83% ในไตรมาสก่อน เนื่องจาก Yield on Earnings Assets ที่เพิ่มขึ้นราว 0.02% ซึ่งเกิดจากสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อ นอกจากนี้รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยแข็งแกร่ง +7.7%Q-Q และ +3.1%Y-Y ซึ่งมาจากรายได้ธุรกิจบัตรเครดิต กองทุน และประกัน รวมถึงกำไรจากเงินลงทุน ทั้งนี้ BAY มีค่าใช้จ่ายสำรองฯที่สูงกว่าคาด โดยเพิ่มขึ้น 13.6%Q-Q และ 17%Y-Y หรือ Credit cost ที่ 1.65% สูงกว่าอัตรานโยบายที่ 1.4-1.5% แม้คุณภาพหนี้ที่ยังดีมากแต่เนื่องจากธนาคารคงหลักความระมัดระวัง
อ่านเพิ่มเติม
20
ตุลาคม
2017
BBL (BUY/18TP: 230), กำไร 3Q17 เป็นไปตามคาด จุดสนใจมองไปเป็นปี 2018
(views 13)
กำไร 3Q17 เป็นไปตามที่คาด BBL รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 8,161 ลบ. ขยับขึ้น 1.4%Q-Q และ 1.2%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ อย่างไรก็ตามสังเกตว่า PPOP ดีกว่าที่เราคาดไว้ โดย +3.5%Q-Q และ +4.8%Y-Y เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิไม่ได้ปรับลงอย่างที่เราคาด (แม้จะได้เป็นไตรมาสที่มีการปรับลด MOR และ MRR เต็มไตรมาส) NIM ทรงตัวได้ที่ 3.2% และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +1.5%Q-Q และ +7%Y-Y ซึ่งเกิดจากกำไรจากเงินลงทุนที่มากกว่าคาด นอกจากนี้ยังเกิดจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่น้อยกว่าคาด โดย Cost to income ratio ปรับลงมาอยู่ที่ 42% จาก 46% ในไตรมาสก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ PP&E และค่าใช้จ่ายอื่น ทั้งนี้ธนาคารได้ชดเชยผลจาก PPOP ที่ดีขึ้นไปในค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯที่เพิ่มขึ้น 10%Q-Q และ 27%Y-Y โดยคิดเป็น Credit cost ที่ 1.3%
อ่านเพิ่มเติม
20
ตุลาคม
2017
KBANK (BUY/17TP: 240), กำไร 3Q17 น้อยกว่าคาด
(views 18)
กำไร 3Q17 น้อยกว่าที่คาด แต่ PPOP ดีกว่าคาดเล็กน้อย KBANK รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 9.47 พันลบ. +5.4%Q-Q แต่ลดลง 12.7%Y-Y ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดแต่น้อยกว่าที่เราคาดไว้ราว 5% เนื่องจากการค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯหนี้สูญที่สูงใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน โดยมี Credit cost ที่ 2.36% VS เราคาดการณ์ 2.07% สะท้อนมุมมองเชิงระมัดระวังต่อภาวะเศรษฐกิจต่อไป อย่างไรก็ตามหากหักรายการสำรองฯดังกล่าว PPOP ดีกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ +1.6%Q-Q, +6.1%Y-Y ไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRR ในช่วงที่ผ่านมา และเกิดจากต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง ซึ่งส่งผลให้ NIM สูงขึ้นเป็น 3.47% จาก 3.43% ในไตรมาสก่อน รวมไปถึงรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 3%Q-Q และ 6%Y-Y จากรายได้จากธุรกิจตลาดทุนและรายได้ค่าธรรมเนียมไม่มาก
อ่านเพิ่มเติม
20
ตุลาคม
2017
SCB (Under review /17TP: U.R.), กำไร 3Q17 น่าผิดหวัง
(views 20)
กำไร 3Q17 น้อยกว่าคาดจากค่าใช้จ่ายสำรองฯและจากการดำเนินงาน SCB รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 10,130 ลบ. ลดลง 15%Q-Q และ 12%Y-Y น้อยกว่าที่เราคาด เนื่องจาก 1.ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญ +51%Q-Q และ 7.7%Y-Y สูงกว่าคาด โดย Credit cost อยู่ที่ 1.5% ซึ่งในจำนวนนี้ราว 2.5 พันลบ.เป็นสำรองพิเศษเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชี IFRS 9 2. ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +1.6%Q-Q และ 13%Y-Y มากกว่าคาด Cost to income ratio อยู่ที่ 42% เป็นขั้นสูงของเป้าหมายของธนาคาร
อ่านเพิ่มเติม
20
ตุลาคม
2017
MFEC (BUY/18TP: 6.6), กำไรยังไม่มา แต่น่าสนใจในแง่ของ Asset Play และ Dividend
(views 22)
คาดกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 29 ล้านบาท ลดลง 25% Q-Q และลดลง 64% Y-Y ซึ่งปกติครึ่งปีหลังของทุกปีจะดีกว่าครึ่งปีแรก แต่ปีนี้ที่ดูชะลอเพราะปีก่อนมีกลับรายการต้นทุนบางส่วนจึงทำให้ฐานสูง และเป็นผลจากค่าใช้จ่ายในการลงทุนธุรกิจใหม่ รวมถึงค่าใช้จ่ายตั้งสำรองธุรกิจเดิมที่ยังไม่สามารถเก็บเงินจากลูกค้าได้ ขณะที่ แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 คาดว่าจะไม่ต่างจาก 3Q17 มากนัก ก่อนจะกลับมาฟื้นตัวเร็วในปีหน้า จากฐานที่ต่ำปีนี้ และการลงทุนในบริษัทย่อย รวมถึงบริษัทร่วมทุนที่เริ่มสร้างกำไร เราปรับกำไรปีนี้และปีหน้าลง 32% และ 4% เหลือ 119 ล้านบาท (+10% Y-Y) และ 187 ล้านบาท (+58% Y-Y) ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม เรายังชอบ MFEC ในฐานะ Asset Play ที่ราคาซื้อขายบน PBV เพียง 1.1 เท่า มีเงินสดในมือสูง 2.50 บาท/หุ้น และฐานะการเงินเป็น Net Cash อีกทั้งยังเป็น Income Stock ที่ให้ Dividend Yield สูง 6% ต่อปี ปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 6.60 บาท แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2017
DTAC (SELL/18TP: 50), กำไรปกติ 3Q17 อ่อนแอกว่าคาด
(views 14)
กำไรปกติ 3Q17 แย่กว่าคาด DTAC ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ออกมาที่ 601 ลบ. -19.1% Q-Q, -8.8% Y-Y แต่หากตัดรายการกำไรพิเศษจากการขายธุรกิจบางส่วนในเพย์สบายและกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 471 ลบ. -36.3% Q-Q, -27.8% Y-Y ซึ่งอ่อนแอกว่าคาด รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC กลับมาติดลบอีกครั้ง 2.7% Q-Q และ 1.5% Y-Y ขณะที่ต้นทุนการให้บริการแม้จะควบคุมได้ดีขึ้นบ้าง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยรายได้ที่หดตัว ขณะที่รายการค่าใช้จ่ายสำคัญอย่างค่าเสื่อมราคาฯและ Regulatory Cost ยังปรับตัวเพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2017
BH (BUY/18TP: 245), คาดกำไร 3Q17 ยังมีโมเมนตัมการเติบโตที่ดี
(views 17)
เราคาดกำไรปกติ 3Q17 ของ BH +8.8% Q-Q, +9.1% Y-Y โดยรายได้คาดว่าจะเติบโตเร่งตัวขึ้นจากครึ่งปีแรกจากอานิสงส์ของ High Season และผู้ป่วยต่างชาติยังค่อยๆฟื้นตัวขึ้น ส่วนความสามารถในการทำกำไรคาดว่ายังคงรักษาให้อยู่ในระดับสูงได้จากการควบคุมต้นทุนที่เป็นเลิศ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 เติบโต 7% Y-Y และ 8.6% Y-Y ตามลำดับ พร้อมปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 245 บาท เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2017
TCAP (HOLD/18TP: 55), 3Q17 รายได้แข็งแกร่ง มีแรงเสริมจากการขายเงินลงทุน
(views 14)
กำไร 3Q17 ดีกว่าคาด TCAP รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 1,788 ลบ. เพิ่มขึ้น +6.8%Q-Q และ +19%Y-Y สูงกว่าที่เราและตลาดคาดไว้เนื่องจากมีกำไรจากเงินลงทุนในไตรมาสนี้ราว 580 ลบ. ซึ่งส่งผลให้รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +4.4%Q-Q และ 19.6%Y-Y นอกจากนี้รายได้ดอกเบี้ยทำได้สูงกว่าคาด โดย +3.5%Q-Q และ +2.7%Y-Y ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากเงินให้สินเชื่อ (ตามการเติบโตของสินเชื่อและส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น สังเกตว่า Loan yield เพิ่มขึ้นเป็น 4.83% สูงที่สุดในรอบ 6 ไตรมาส และ Loan Spread ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.96% ในไตรมาสนี้จาก 2.91% ในไตรมาสก่อน) ขณะที่สามารถควบคุม Cost to income ratio ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 50%
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2017
THANI (BUY/18TP: 8.4), กำไร 3Q17 เดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่
(views 13)
กำไร 3Q17 แข็งแกร่งกว่าที่คาด THANI รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 302 ลบ. +17%Q-Q และ 38%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ที่ 280-300 ลบ. รายได้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าที่คาดไว้ (+2.7%Q-Q, +11%Y-Y) ซึ่งเป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อ ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากลดลง 2.2%Q-Q และ 6%Y-Y ส่งผล NIM ปรับขึ้นเป็น 5.2% จาก 5.16% ในไตรมาสก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯ ลดลง 17%Q-Q และ 2%Y-Y มาอยู่ที่ 121 ลบ. (Credit cost 1.3%) ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สูงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ ถึงแม้ว่า THANI จะมีสำรองฯคงเหลืออีกเพียงเล็กน้อยเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชี IFRS 9 แต่การตั้งสำรองฯในไตรมาสนี้ยังมากกว่าปกติ สะท้อนถึง PPOP ที่แข็งแกร่ง (ทำให้กำไรไม่กระเทือนจากการตั้งสำรองฯ) และความ conservative ของบริษัท
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2017
TMB (BUY/18TP: 2.88), รายได้ค่าธรรมเนียมจะเป็นพระเอก
(views 14)
เราคงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม เงินให้สินเชื่อและคุณภาพหนี้ที่จะแข็งแกร่งขึ้นในปี 2018 เราคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจะเป็น Upside ของประมาณการโดยเฉพาะการรับรู้รายได้จาก Bancassurance จาก FWD ซึ่งได้แก่ Access fee, Commission fee และ Profit sharing ขณะที่ด้านคุณภาพหนี้เราไม่กังวลใจและคาดว่า TMB จะเห็น Peak ของ Credit cost ใน 4Q17 นี้ เราแนะนำ ซื้อ สำหรับการเติบโตในปี 2018 ซึ่งเราคาดการณ์กำไร +20%Y-Y คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 2.88 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2017
ICHI (BUY/18TP: 9), ตลาดส่งออกเริ่มแผลงฤทธิ์ หนุนกำไร 3Q17 ฟื้นตัวเด่น
(views 13)
แนวโน้มกำไร 3Q17 จะกลับมาฟื้นตัวอย่างน่าตื่นเต้น คาดโตแรงทั้ง Q-Q และ Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานต่ำ และตลาดส่งออกเริ่มขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ และสามารถชดเชยรายได้ในประเทศที่ยังไม่สดใสนักได้ทั้งหมด แต่บริษัทได้ลดการทำโปรโมชั่นด้านราคาของการขายในประเทศลง จึงส่งผลบวกต่อไปยังอัตรากำไรขั้นต้นทันทีใน 3Q17 ในขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ทั้งในแง่การปรับโครงสร้างราคา เพื่อให้สะท้อนต้นทุนภาษีเครื่องดื่มที่สูงขึ้น ซึ่งน่าจะได้เห็นผลกระทบอย่างชัดเจนใน 4Q17 รวมถึงอยู่ระหว่างปรับสูตรเครื่องดื่มเพื่อลดผลกระทบให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม จากการฟื้นตัวที่เร็วกว่าคาด เราจึงปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2017 ขึ้น 12% เป็นเติบโต 28.5% Y-Y จากเดิมคาดโต 15% และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องในปี 2018 ราว 20.4% Y-Y จากตลาดส่งออกที่ยังดีต่อเนื่อง โดยบริษัทเห็นคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และคาดการขายในประเทศน่าจะผ่านจุดต่ำสุดแล้วในปี 2017 เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 9 บาท โดย Re-rate PE เป็น 20 เท่า จากเดิม 18 เท่า สะท้อนการฟื้นตัวที่ดีขึ้น ซึ่งยังมี Upside 15.4% ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2017
DRT (BUY/18TP: 6.6), คาดกำไร 3Q17 ไม่สดใส จากปัจจัยฤดูกาล และกำลังซื้อชะลอตัว
(views 11)
แนวโน้มกำไรปกติ 3Q17 คาดหดตัว -37% Q-Q, -3% Y-Y เป็น 73 ล้านบาท จาก Low season ของการขายวัสดุก่อสร้างที่ถูกกดดันจากปริมาณฝนที่มาก และปัญหาน้ำท่วมในต่างจังหวัด ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอตัว และงานก่อสร้างถูกเลื่อนออกไป เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 ลง 7% และ 3% ตามลำดับ จากการปรับลดคาดการณ์ยอดขายลง สะท้อนกำลังซื้อที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด และฝนที่ยาวนานกว่าคาด ทำให้กำไรปกติปี 2017 คาดโต 13% Y-Y และโตต่อ 8% ในปีหน้า รวมถึงยังมี Upside จากโอกาสในการขายที่ดินเปล่าที่ชลบุรี DRT ถือว่าเป็นหุ้นที่โดดเด่นในการจ่ายปันผลดี เราคาดจ่ายปันผลทั้งปีที่ 0.31 บาท/หุ้น (1H17 จ่าย 0.18 บาท/หุ้น) คิดเป็น Yield 5.3% ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 6.60 บาท คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2017
M (BUY/18TP: 75), เริ่มเห็นการฟื้นตัวของ SSSG อย่างชัดเจน ใน 3Q17
(views 12)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q17 จะเติบโต Y-Y แต่ยังลดลงเล็กน้อย Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่สิ่งที่ดีคือ เริ่มเห็นการฟื้นตัวของ SSSG อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเดือน ส.ค. – ก.ย. รวมถึงยังเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทมีแผนเปิด MK Live สาขา 2 ในช่วงเดือน ธ.ค. นี้ คาดกำไรสุทธิจะโตต่อเนื่องใน 4Q17 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ และจากการฟื้นตัวที่เร็วกว่าคาด จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ขึ้น 5% เป็นการเติบโต 22.2% Y-Y จากเดิมคาดโต 16.2% Y-Y และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องในปี 2018 ราว 13.2% Y-Y ทั้งจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและแผนการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 75 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) ยังมี Upside 11.1% จึงปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2017
TMB (BUY/18TP: 2.88), กำไร 3Q17 น่าผิดหวัง แต่เราคงมุมมองบวกในไตรมาสข้างหน้า
(views 13)
กำไรสุทธิ 3Q17 น้อยกว่าที่เราและตลาดคาด TMB รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 2 พันลบ. ลดลง 14%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 8.6%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 15% เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ยังอยู่ในระดับสูง (+4.8%Q-Q และ -6%Y-Y) ซึ่งเป็นไปตามความระมัดระวังและการ Write-off NPL, และค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย สูงกว่าคาดเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายอื่นซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาด อัตราส่วน Cost to income ratio สูงขึ้นเป็น 47% จาก 46% ในไตรมาสก่อนและสูงกว่าคาดการณ์ของเราที่ 45% สังเกตว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยชะลอตัวลงเหลือ 3.11% จาก 3.2% ในไตรมาสก่อน เราเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว เนื่องจากธนาคารได้รับเงินค่า Access fee จาก FWD เป็นสภาพคล่องชั่วคราวในรายการระหว่างธนาคารที่มี Yield ต่ำ ซึ่งธนาคารจะใช้ประโยชน์จากสภาพคล่องดังกล่าวนี้ในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดแหล่งเงินทุนจากเงินฝากอัตราดอกเบี้ยสูง
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2017
KTC (BUY/18TP: 146), Positive Surprise
(views 14)
กำไร 3Q17 เหนือคาด KTC รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 846 ลบ. +7.6%Q-Q และ +32%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ และเป็นกำไรที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจาก 1. รายได้ดอกเบี้ยสุทธิดีกว่าคาด แม้ว่ามีผลของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตในเดือน ก.ย. แต่สัดส่วนสินเชื่อบุคคลที่เป็น High-yield สูงขึ้นเป็น 38% ของพอร์ตจาก 34% ในไตรมาสก่อน 2. รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงกว่าคาด จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม และหนี้สูญรับคืน ขณะที่ควบคุมค่าใช้จ่ายอื่นๆได้ดี
อ่านเพิ่มเติม
17
ตุลาคม
2017
IRPC (BUY/18TP: 7.4), คาดกำไรโดดเด่นเป็นพิเศษ
(views 12)
คาดกำไรสุทธิที่ 3.4 พันล้านบาท (+174% Q-Q, +158% Y-Y) โดดเด่นจาก 1. อัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น 2. margin ธุรกิจหลักทั้งโรงกลั่น และ ปิโตรเคมีขยายตัวโดดเด่น 3. รับรู้ผลกำไรสต๊อกน้ำมัน หากเป็นไปตามคาดกำไร 9M17 จะคิดเป็น 77% ของคาดการณ์ทั้งปี เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ไว้ที่ 9.0 พันล้านบาท เรายังเลือก IRPC เป็น top pick ของกลุ่ม และ ยังคงแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 7.40 บาท เพราะการเติบโตในปี 2018 ที่ชัดเจนกว่าคู่แข่ง เนื่องจากปัจจัยการเติบโตที่ไม่ต้องพึ่งพา margin ของอุตสาหกรรม เพราะ การเติบโตจะมาจาก 1. รับรู้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น 2. ประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น 3. การผลิตที่ต่อเนื่องไม่มีการหยุดซ่อม
อ่านเพิ่มเติม
17
ตุลาคม
2017
ERW (BUY/18TP: 7.2), คาดกำไร 3Q17 ยังมีโมเมนตัมเติบโตดี
(views 17)
เราคาดกำไรปกติ 3Q17 ของ ERW ยังมีโมเมนตัมการเติบโตที่ดีต่อเนื่อง 36.7% Q-Q และ 40.8% Y-Y จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยังเป็นขาขึ้น ซึ่งเป็นบวกต่อ Occupancy Rate ที่ยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่แนวโน้มกำไร 4Q17-1Q18 คาดว่ายังเติบโตต่อเนื่องจากเป็นช่วง High Season เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 เติบโตเฉลี่ย 26% ต่อปี ขณะที่การลงทุนโรงแรมใหม่ๆยังเป็นไปตามแผน เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 7.20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2017
BEM (BUY/18TP: 10), 3Q17 ทุบสถิติใหม่ทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้า
(views 22)
เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 3Q17 จะโตโดดเด่น +16% Q-Q, +4% Y-Y เป็น 837 ล้านบาท จากแรงหนุนที่มีวันหยุดน้อย และการเปิดเชื่อม 1 สถานีบางซื่อ-เตาปูนกลางเดือน ส.ค. ทำให้ปริมาณจราจรบนทางด่วน และจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าทำสถิติสูงสุดใหม่ สำหรับภาพการเติบโตปี 2018 ยังคงสดใส จากแนวโน้มของทั้ง 3 ธุรกิจที่โตต่อเนื่อง รวมถึงยังมี Upside เพิ่มจากการประมูลทั้งรถไฟฟ้าสีส้มตะวันออกและม่วงใต้ ผลักดันให้กำไรสุทธิปี 2017-2018 คาดโตเฉลี่ย 19% ต่อปี BEM เป็นหนึ่งในหุ้นพื้นฐานดีที่เราชอบ จากการเป็นทั้ง Defensive และ Growth stock แต่ราคาหุ้น 3 เดือนล่าสุดปรับขึ้นเพียง +7% laggard บริษัทลูกอย่าง CKP และกลุ่มขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า +25% และ +11% ตามลำดับ คงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2017
BLA (AVOID/18TP: 37), ฝันร้าย เมื่อถึงเวลาที่ต้องพึ่งการขายผ่านธนาคารน้อยลง
(views 20)
เราประเมินผลกระทบต่อ BLA ภายหลัง BBL ได้เซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกับ AIA ซึ่งในเบื้องต้นทำให้ BLA ไม่สามารถขาย Whole-life insurance (สัดส่วนการขายราว 20% ของเบี้ยประกันชีวิตปีแรก) ผ่าน BBL ได้อีกต่อไป แต่ยังคงเหลือ Endowment และ Credit life ในกรณี Base-case เราคาดว่าจะกระทบประมาณการกำไรปี 2018 ราว 25% และกรณี Worse-case คาดกระทบประมาณการกำไรปี 2018 ราว 63% เราเชื่อว่าหลายประเด็นนอกจากความกังวลต่อผลประกอบการจะกดดัน Sentiment เชิงลบต่อราคาหุ้นจนกว่าจะเห็นความชัดเจน ซึ่งเรามองว่า BLA น่าจะเสียเปรียบในการเข้าถึงลูกค้าของ BBL ในระยะต่อไป เมื่อประกอบกับผลประกอบการใน 2H17 ที่มองว่าไม่สดใสอยู่แล้ว ปรับลดคำแนะนำจาก ถือ เป็นชะลอการลงทุน ราคาเหมาะสมปี 2018 กรณี Base case อยู่ที่ 37 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2017
GLOBAL (HOLD/18TP: 18), เริ่มเห็น SSSG 3Q17 ติดลบน้อยลง คาดกำไรจะกลับมาโตปี 18
(views 19)
แนวโน้ม SSSG 3Q17 เริ่มกลับมาฟื้นตัวคาดไว้ที่ -5% Y-Y เป็นการติดลบน้อยลงจากไตรมาสก่อนที่ราว -9.8% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน แต่ด้วยผลของปัจจัยฤดูกาล ซึ่งปกติช่วง 2H จะเป็น Low Season ของธุรกิจ จึงคาดกำไรสุทธิ 3Q17 จะลดลง 15.3% Q-Q แต่เติบโตได้ 11.2% Y-Y โดยมีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่ง แต่เรายังคงมองว่าผ่านกำไรสูงสุดปีนี้ไปแล้วใน 1Q17 โดยแนวโน้มกำไรใน 4Q17 น่าจะยังฟื้นตัวไม่สดใสนัก เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะทำได้เพียงทรงตัวจากปีก่อนหน้า จากกำลังซื้อที่ชะลอตัว และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 18.6% Y-Y โดยคาดหวังการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และเชื่อว่าน่าจะเห็นราคาสินค้าเกษตรปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 18 บาท (DCF) แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาสะท้อนการฟื้นตัวในปีหน้าไปบ้างแล้ว ทำให้เหลือ Upside เพียง 4.7% จึงแนะนำ ซื้อเมื่ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2017
SCC (BUY/17TP: 610), คาดกำไร 3Q17 ไม่น่าตื่นเต้น แต่พื้นฐานระยะยาวยังแข็งแกร่ง
(views 19)
เราคาดกำไรปกติ 3Q17 ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท (-2.4% Q-Q แต่ +2.2% Y-Y ) โดยธุรกิจเคมีภัณฑ์น่าจะปรับตัวดีขึ้นเพราะไม่มีขาดทุนสต๊อกเหมือนไตรมาสก่อน และ ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีดีขึ้น ขณะที่ธุรกิจวัสดุก่อสร้างยังคงไม่ฟื้นตัว เพราะเป็น low season และ ต้นทุนสูงขึ้นตามราคาเชื้อเพลิง หากเป็นไปตามคาด กำไร 9M17 จะคิดเป็น 77% ของคาดการณ์เราที่ 5.4 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อนที่เป็นนิวไฮของ SCC เรามองว่าตลาดซึมซับความกังวลของกำไร 2H17 มากเกินไปจนทำให้ราคาหุ้น laggard หุ้น Big cap อื่นๆ โดย +1% 2017YTD ขณะที่ หุ้นขนาดใหญ่อื่นปรับขึ้นเฉลี่ย 29% และ underperform SET ที่ +11% นอกจากนี้ SCC ยังมี P/E เพียง 11.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เรายังคงคำแนะนำซื้อลงทุน ราคาเหมาะสม 610 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2017
TISCO (HOLD/18TP: 89), มองบวกอยู่แต่ Upside น้อยลง
(views 24)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 คาดว่าจะทรงตัว Q-Q แม้ว่าจะเป็นไตรมาสที่เริ่มรับรู้รายได้จากการโอนพอร์ตสินเชื่อรายย่อยจาก SCBT แต่คาดว่าน่าจะหักกลบด้วยค่าใช้จ่ายจากการควบรวม ผลประโยชน์จะเกิดขึ้นในปี 2018 เป็นต้นไป เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ที่ 6 พันลบ. +20%Y-Y และคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 6.67 พันลบ. +11%Y-Y เราคาดว่าผลประโยชน์สุทธิที่ได้จากการรับโอนพอร์ต SCBT จะอยู่ที่ราว 8% ของกำไรเดิม หรือปีละ ~ 400-500 ลบ. ราคาหุ้นถือว่าปรับขึ้นมารับความคาดหวังต่อการรับโอนพอร์ตสินเชื่อ SCBT ไปพอควรแล้ว ทำให้ราคาล่าสุดเหลือ Upside จากราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 89 บาท น้อยลง จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ (จาก ซื้อ) หรือ switch ไป KKP (ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 79 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2017
ATP30 (BUY/18TP: 2), Earnings Momentum เป็นไปในเชิงบวกตั้งแต่ 3Q17
(views 24)
แม้กำไรใน 1H17 จะถูกฉุดด้วย One-Time expense จากการปรับปรุงรถครั้งใหญ่ แต่เราคาด Momentum ของกำไรจะดีขึ้นตั้งแต่ 3Q17 จากลูกค้าในพอร์ตที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ลูกค้ารายใหม่ 2 ราย และต่อสัญญาอีก 1 ราย เราคาด 3Q17 โตสดใส +49% Q-Q และ +2% Y-Y เป็น 8 ล้านบาท จากการเริ่มให้บริการกับบริษัทในเครือของ SCCC และลูกค้ารายใหญ่อย่าง Autoliv ตั้งแต่เดือนก.ย. ทำให้คาดกำไรจะทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q17 จากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาส ขณะที่คาดผลการดำเนินงานจะโตโดดเด่น +45% Y-Y ในปีหน้า จากการเริ่มให้บริการ IRPC และTOP ในเดือนก.พ. 2018 เราชอบ ATP30 ในฐานะหุ้นขนาดเล็กที่มีการเติบโตสูง และมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง รวมถึงเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการ EEC คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 2.00 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2017
BCH (BUY/18TP: 18.3), หนึ่งในผู้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการปรับจ่ายเงินของสปส.
(views 39)
เราคาดว่ากำไรสุทธิ 3Q17 ของ BCH จะโตในอัตราเร่ง 73.3% Q-Q และ 22.6% Y-Y จากอานิสงส์ของ High Season และโดยเฉพาะผลของการปรับเพิ่มการจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคม ขณะที่ 4Q17 ยังมีโมเมนตัมที่ดีจากฤดูฝนที่ลากยาวและฐานต่ำในปีก่อน ส่วน WMC ยังมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง ขณะที่ปี 2018 ยังจะได้อานิสงส์เต็มปีจากฝั่งประกันสังคมซึ่ง BCH เป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์สูงสุด เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อกำไรสุทธิปี 2017-2018 ที่คาดว่าจะโตเฉลี่ยราว 16.3% ต่อปี เราปรับใช้ราคาเหมาะสมเป็นปี 2018 ที่ 18.30 บาท โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเลือกเป็น Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2017
ROBINS (BUY/18TP: 77), คาด SSSG ฟื้นตัวได้ใน 3Q17 และกำไรจะกลับมาสดใสปีหน้า
(views 14)
เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยของกลุ่มคนที่มีรายได้ระดับกลาง-บนในต่างจังหวัด โดยคาด SSSG ใน 3Q17 น่าจะติดลบเพียงเล็กน้อยเท่านั้นราว -0.5% Y-Y จากที่ -4.7% Y-Y ใน 2Q17 โดยเราคาดกำไรสุทธิ 3Q17 จะลดลงราว 2.2% Q-Q ตาฤดูกาล และยังได้รับผลกระทบจากการเคลียร์สต็อกสินค้าอยู่ แต่คาดโต 15.3% Y-Y แนวโน้มกำไร 4Q17 น่าจะกลับมาฟื้นตัวจากช่วง High Season ของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ด้วย SSSG ที่ไม่สดใสใน 1H17 เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 ลงราว 6% เป็นการลดลงจากปีก่อน 5.7% แต่หากไม่รวมรายการพิเศษการชำระหนี้คืนในปีก่อน คาดกำไรปกติปี 2017 จะโตได้ราว 3% Y-Y และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตสดใสอีกครั้งในปีหน้าราว 19.3% Y-Y เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 77 บาท (DCF) ยังมี Upside 13.2% แนะนำ ทยอยซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2017
THAIN (T-BUY/18TP: 8.4), คาดการณ์กำไร 3Q17 จะสดใสมาก
(views 13)
THANI เราคาดว่ากำไรสุทธิ 3Q17 จะออกมาดีมากที่ราว 280-300 ลบ. +9-16% Q-Q ซึ่งดีที่สุดในประวัติการณ์อีก เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำรองฯ และ ต้นทุนทางการเงินลดลง แนวโน้มกำไร 4Q17 คาดว่ายังมีโมเมนตัมที่ดีและ new high ต่อตามฤดูกาล เราปรับประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้าขึ้น 3% และ 10% ตามลำดับ โดยคาดการเติบโตปีนี้ 27%Y-Y ปีหน้า 20%Y-Y ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ราว 8.40 บาท แนะนำ ซื้อเก็งกำไร ระยะสั้นมีผลประกอบการ 2H17 เป็น Catalyst
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2017
ILINK (BUY/18TP: 22.3), ถ้าถามหา Growth ให้ไป ITEL แต่ถ้า Valuation ต้องมา ILINK
(views 18)
ความน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่การเติบโต แต่อยู่ที่ Valuation ซึ่งเรามองว่าถูกเกินไป โดยถ้าอิงราคา ITEL ที่ 5.55 บาท จะคิดเป็นมูลค่าใน ILINK จากการถือ 60% อยู่ราว 9.30 บาท เท่ากับราคา ILINK ปัจจุบันที่ 15.10 บาทเหลือเป็นมูลค่าของตัวเองเพียง 5.80 บาท ซึ่งต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชีบนงบเดี่ยวที่ 6 บาท และคิดเป็น PE2017-18 เพียง 9-12 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 18 เท่าอยู่มาก ขณะที่ แม้ไม่มีงาน APM และ Submarine Cable เราคาคว่ากำไรเฉพาะส่วนของ ILINK ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว จาก Backlog หลัง 2Q17 ที่เหลือ 1.6 พันล้านบาท ซึ่งเป็นจุดสูงสุดใหม่ โดยคาดว่าน่าจะเห็นกำไรกลับมาขายตัวเร็วตั้งแต่ 3Q17 ทั้งหมดที่กล่าวมา คือเหตุผลที่เราจัดทำบทวิเคราะห์และแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 22.30 บาท ซึ่งถ้าให้เทียบระหว่าง ITEL และ ILINK เราอยากให้มองเป็นทางเลือกในการลงทุนที่แตกต่าง โดยอยากได้ Growth Stock ให้ไป ITEL แต่ถ้าอยากได้ Value Stock ให้มา ILINK
อ่านเพิ่มเติม
10
ตุลาคม
2017
EKH (BUY/18TP: 7), คาดกำไร 3Q17 โตเด่นและเป็นจุดสูงสุดของปี
(views 26)
เราคาดกำไรปกติ 3Q17 ของ EKH กลับมาเติบโตอย่างโดดเด่น 188.9% Q-Q และ 21.9% Y-Y จากแรงหนุนของ High Season ส่งผลให้ Utilization Rate ปรับตัวขึ้นสูงกว่า 80% ซึ่งค่อนข้างเต็ม ขณะที่แนวโน้มกำไร 4Q17 ยังสดใสจากฝนที่ลากยาวรวมถึงฐานที่ต่ำในปีก่อน นอกจากนี้ยังมี Catalyst จากการเริ่มเปิดศูนย์ผู้มีบุตรยากในปลายปีนี้ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นไป เราจึงยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 โต 7.3% Y-Y และเร่งตัวขึ้นเป็น 13.7% Y-Y ในปี 2018 เราปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 7 บาท ราคาหุ้นระยะหลังที่ปรับฐานลงเป็นจังหวะในการเข้า “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
09
ตุลาคม
2017
PPS (BUY/18TP: 2.2), วิศวกรที่ปรึกษาต้องยกให้ PPS
(views 22)
แนะนำซื้อ PPS ราคาเป้าหมาย ปี 2018 ที่ 2.20 บาท (Full dilution) ด้วยเหตุผล 1.) เป็นผู้นำในธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษา 2.) ได้ประโยชน์ตามอุตสาหกรรมก่อสร้างที่จะขยายตัวต่อเนื่องใน 2-3 ปีข้างหน้าตามโครงการภาครัฐที่จะก่อสร้างเป็นรูปธรรมมากขึ้นตั้งแต่ปลายปีนี้ 3.) ความต้องการวิศวกรที่ปรึกษาที่สูงขึ้นสอดคล้องกับการก่อสร้างในต่างประเทศ 4.) ประเมินแนวโน้มกำไรปี 2017-2019 เติบโตเฉลี่ยที่ 29% โดยกำไรปี 2017 จะสูงสุดตั้งแต่เข้าตลาด และ จะเติบโตต่อ 16% ในปี 2018 ภายใต้สมมติฐานรายได้ที่มี backlog รองรับแล้ว 60% อีกทั้ง ยังมีงานรอประมูลในปีหน้าอีกหลายงาน และ มี upside จากธุรกิจบริหารจัดการอาคารซึ่งจะมีความชัดเจนภายในปีนี้ และ เริ่มรับรู้รายได้ปีหน้า 5.) โครงสร้างเงินทุนมั่นคงมาก โดยมีเงินสดในมือสูง และ ไม่มีภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ยจ่าย
อ่านเพิ่มเติม
06
ตุลาคม
2017
AAV (BUY/18TP: 7.3), ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ
(views 19)
เรามองว่ากำไรผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q17 ไปแล้ว โดยคาดจะฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q17 และทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q17 จาก High Season และฐานที่ต่ำในปีก่อนจากผลกระทบของทัวร์ศูนย์เหรียญ ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมการบินในปี 2018 มีทิศทางบวกมากขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่โตต่อเนื่อง และนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัว โดยคาดกำไรสุทธิปีนี้จะหดตัว 16% Y-Y จากราคาน้ำมันขาขึ้น การขึ้นภาษีน้ำมัน และการแข่งขันราคาตั๋วที่รุนแรง ก่อนกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง 12% Y-Y ในปีหน้า เราเลือก AAV เป็น Top Pick ของกลุ่มการบิน จากศักยภาพในการทำกำไรแข็งแกร่งที่สุด ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 7.30 บาท (อิง PER 20x) และปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” จาก Upside ที่เปิดกว้างขึ้น รวมถึงมี Catalyst บวกจากทั้งอุปสงค์ในการท่องเที่ยวที่คึกคัก และผลการปลดธงแดง
อ่านเพิ่มเติม
06
ตุลาคม
2017
CPF (BUY/18TP: 32), คาดกำไร 3Q17 จะโตตามฤดูกาล และขาดทุนหมูน้อยลง
(views 26)
จากการขาดทุนหมูในเวียดนามลดลง และได้รับอานิสงส์จากช่วง High Season ของธุรกิจ แต่หากพิจารณาในแง่ Y-Y คาดจะลดลง 43% Y-Y เพราะปีที่แล้วยังไม่ประสบปัญหา Oversupply หมูในเวียดนาม อย่างไรก็ตาม หากรวมกำไรขายเงินลงทุน เราคาดจะมีกำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 4.7 พันล้านบาท (+16.6% Q-Q, -8.6% Y-Y) ส่วนแนวโน้มกำไร 4Q17 น่าจะอ่อนตัวลงตามฤดูกาล แต่คาดเห็นการฟื้นตัวของธุรกิจหมูเวียดนามต่อเนื่อง และคาดเห็นการลดลงของดอกเบี้ยจ่าย ภายหลังนำเงินครึ่งหนึ่งที่ได้จากการเพิ่มทุนไปลดภาระหนี้ในต่างประเทศ เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะทำได้เพียงทรงตัวจากปีก่อน และคาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 8.5% Y-Y ทั้งนี้เราปรับวิธีประเมินมูลค่าหุ้นไปใช้ PE ที่ 17 เท่า จากเดิมใช้ SOTP และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 32 บาท ยังมี Upside 20.8% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
06
ตุลาคม
2017
TU (BUY/18TP: 23), คาดกำไร 3Q17 ยังไม่ตื่นเต้น น่าจะกลับมาฟื้นตัวในปีหน้า
(views 24)
แนวโน้มกำไร 3Q17 ไม่สดใสนัก โดยเราคาด +9.2% Q-Q แต่ยัง -3.3% Y-Y แม้จะสามารถปรับขึ้นราคาขายทูน่าแบรนด์ได้แล้ว แต่ยังไม่ทันต่อกาปรับขึ้นของราคาวัตถุดิบที่ค่อนข้างเร็ว ล่าสุดราคาปลาทูน่าเดือน ก.ย. แตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีแล้ว ในขณะที่ธุรกิจแซลมอนยังไม่ฟื้นเต็มที่ ส่วนแนวโน้มกำไร 4Q17 น่าจะอ่อนตัวลงตามฤดูกาล โดยคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะโต 8% Y-Y และคาดจะเติบโตได้มากขึ้นราว 16.3% Y-Y ในปี 2018 ซึ่งคาดหวังการฟื้นตัวในธุรกิจปลาทูน่าที่น่าจะปรับราคาได้มากขึ้น และการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิอีกครั้งของธุรกิจแซลมอน เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 23 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้ระยะสั้น 2H17 อาจยังไม่ฟื้นเต็มที่นัก แต่เราคาดผลการดำเนินงานจะกลับมาฟื้นตัวในปีหน้า และด้วย Upside ราว 18.6% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ทยอยซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
05
ตุลาคม
2017
CRD (IPO: 1.44/18TP: 1.9), ผู้รับเหมาก่อสร้างแนวหน้าในภาคเหนือตอนบน
(views 19)
CRD เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างทั้งงานก่อสร้างอาคาร สิ่งปลูกสร้างทั่วไป และระบบงานสาธารณูปโภค จากทั้งภาครัฐ และเอกชน บริษัทมีการให้บริการที่ครอบคลุมหลายพื้นที่ทุกภูมิภาค แต่เน้นภาคเหนือตอนบนเป็นหลัก มีจุดเด่น คือ เน้นคุณภาพงานก่อสร้าง และการส่งมอบงานให้ทันตามกำหนด รวมถึงมีความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายในการประกอบธุรกิจเป็นเวลานานกว่า 27 ปี ธุรกิจก่อสร้างยังเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการผลักดันการลงทุนใหม่ๆของภาครัฐ และภาคเอกชนที่ทยอยฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้เราคาดกำไรสุทธิใน 2 ปีข้างหน้า (ปี2017-18) จะโตเฉลี่ย 27% CAGR ประเมินมูลค่าของหุ้น CRD อิง PER ที่ 14 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 1.90 บาท
อ่านเพิ่มเติม
05
ตุลาคม
2017
KTB (BUY/18TP: 24), NPL ที่สูง สกัดให้กำไรชะลอจนถึงปีหน้า
(views 20)
KTB ยังขาด Catalyst ในการลงทุน ระยะสั้น สินเชื่อยังหดตัวเนื่องจากการจ่ายคืนของกลุ่มลูกค้า SME และลูกค้าธุรกิจ ขณะที่ถึงแม้เราคาดว่าแนวโน้มกำไร 3Q17 จะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนราว 112% แต่ยังเป็นระดับที่ต่ำกว่าปกติเนื่องจากคาดการณ์การตั้งสำรองฯที่ยังอยู่ในระดับสูงตลอด 2H17 เราปรับลดประมาณการกำไรปีนี้ลงตามทิศทางการตั้งสำรองฯที่สูงขึ้นรองรับการ Write-off NPL และรองรับมาตรฐานบัญชี IFRS9 รวมถึงการเพิ่ม Coverage ratio ให้ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยกลุ่มให้เร็วที่สุด คาดการณ์กำไรจะ -22% ในปี 2017 และค่อยๆฟื้นตัว 14% ในปี 2018 ซึ่งยังถือเป็นระดับกำไรที่เรายังไม่พอใจนัก เราแนะนำเพียงซื้อลงทุน จาก Dividend Yield ที่ราว 3.7% และราคาตลาดที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี