บทวิเคราะห์รายบริษัท

20
ตุลาคม
2017
BAY (HOLD/18TP: 42), กำไร 3Q17 เป็นไปตามคาด
(views 5)
กำไรสุทธิ 3Q17 ใกล้เคียงคาด BAY รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 6,014 ลบ. เพิ่มขึ้น 2.4%Q-Q และ 3.2%Y-Y เป็นไปตามคาด ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 2.4%Q-Q และ 11.4%Y-Y เป็นไปตามการเติบโตของสินเชื่อ NIM ขยับขึ้นเป็น 3.84% จาก 3.83% ในไตรมาสก่อน เนื่องจาก Yield on Earnings Assets ที่เพิ่มขึ้นราว 0.02% ซึ่งเกิดจากสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อ นอกจากนี้รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยแข็งแกร่ง +7.7%Q-Q และ +3.1%Y-Y ซึ่งมาจากรายได้ธุรกิจบัตรเครดิต กองทุน และประกัน รวมถึงกำไรจากเงินลงทุน ทั้งนี้ BAY มีค่าใช้จ่ายสำรองฯที่สูงกว่าคาด โดยเพิ่มขึ้น 13.6%Q-Q และ 17%Y-Y หรือ Credit cost ที่ 1.65% สูงกว่าอัตรานโยบายที่ 1.4-1.5% แม้คุณภาพหนี้ที่ยังดีมากแต่เนื่องจากธนาคารคงหลักความระมัดระวัง
อ่านเพิ่มเติม
20
ตุลาคม
2017
BBL (BUY/18TP: 230), กำไร 3Q17 เป็นไปตามคาด จุดสนใจมองไปเป็นปี 2018
(views 4)
กำไร 3Q17 เป็นไปตามที่คาด BBL รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 8,161 ลบ. ขยับขึ้น 1.4%Q-Q และ 1.2%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ อย่างไรก็ตามสังเกตว่า PPOP ดีกว่าที่เราคาดไว้ โดย +3.5%Q-Q และ +4.8%Y-Y เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิไม่ได้ปรับลงอย่างที่เราคาด (แม้จะได้เป็นไตรมาสที่มีการปรับลด MOR และ MRR เต็มไตรมาส) NIM ทรงตัวได้ที่ 3.2% และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +1.5%Q-Q และ +7%Y-Y ซึ่งเกิดจากกำไรจากเงินลงทุนที่มากกว่าคาด นอกจากนี้ยังเกิดจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่น้อยกว่าคาด โดย Cost to income ratio ปรับลงมาอยู่ที่ 42% จาก 46% ในไตรมาสก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ PP&E และค่าใช้จ่ายอื่น ทั้งนี้ธนาคารได้ชดเชยผลจาก PPOP ที่ดีขึ้นไปในค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯที่เพิ่มขึ้น 10%Q-Q และ 27%Y-Y โดยคิดเป็น Credit cost ที่ 1.3%
อ่านเพิ่มเติม
20
ตุลาคม
2017
KBANK (BUY/17TP: 240), กำไร 3Q17 น้อยกว่าคาด
(views 6)
กำไร 3Q17 น้อยกว่าที่คาด แต่ PPOP ดีกว่าคาดเล็กน้อย KBANK รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 9.47 พันลบ. +5.4%Q-Q แต่ลดลง 12.7%Y-Y ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดแต่น้อยกว่าที่เราคาดไว้ราว 5% เนื่องจากการค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯหนี้สูญที่สูงใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน โดยมี Credit cost ที่ 2.36% VS เราคาดการณ์ 2.07% สะท้อนมุมมองเชิงระมัดระวังต่อภาวะเศรษฐกิจต่อไป อย่างไรก็ตามหากหักรายการสำรองฯดังกล่าว PPOP ดีกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ +1.6%Q-Q, +6.1%Y-Y ไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRR ในช่วงที่ผ่านมา และเกิดจากต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง ซึ่งส่งผลให้ NIM สูงขึ้นเป็น 3.47% จาก 3.43% ในไตรมาสก่อน รวมไปถึงรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 3%Q-Q และ 6%Y-Y จากรายได้จากธุรกิจตลาดทุนและรายได้ค่าธรรมเนียมไม่มาก
อ่านเพิ่มเติม
20
ตุลาคม
2017
SCB (Under review /17TP: U.R.), กำไร 3Q17 น่าผิดหวัง
(views 6)
กำไร 3Q17 น้อยกว่าคาดจากค่าใช้จ่ายสำรองฯและจากการดำเนินงาน SCB รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 10,130 ลบ. ลดลง 15%Q-Q และ 12%Y-Y น้อยกว่าที่เราคาด เนื่องจาก 1.ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญ +51%Q-Q และ 7.7%Y-Y สูงกว่าคาด โดย Credit cost อยู่ที่ 1.5% ซึ่งในจำนวนนี้ราว 2.5 พันลบ.เป็นสำรองพิเศษเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชี IFRS 9 2. ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +1.6%Q-Q และ 13%Y-Y มากกว่าคาด Cost to income ratio อยู่ที่ 42% เป็นขั้นสูงของเป้าหมายของธนาคาร
อ่านเพิ่มเติม
20
ตุลาคม
2017
MFEC (BUY/18TP: 6.6), กำไรยังไม่มา แต่น่าสนใจในแง่ของ Asset Play และ Dividend
(views 6)
คาดกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 29 ล้านบาท ลดลง 25% Q-Q และลดลง 64% Y-Y ซึ่งปกติครึ่งปีหลังของทุกปีจะดีกว่าครึ่งปีแรก แต่ปีนี้ที่ดูชะลอเพราะปีก่อนมีกลับรายการต้นทุนบางส่วนจึงทำให้ฐานสูง และเป็นผลจากค่าใช้จ่ายในการลงทุนธุรกิจใหม่ รวมถึงค่าใช้จ่ายตั้งสำรองธุรกิจเดิมที่ยังไม่สามารถเก็บเงินจากลูกค้าได้ ขณะที่ แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 คาดว่าจะไม่ต่างจาก 3Q17 มากนัก ก่อนจะกลับมาฟื้นตัวเร็วในปีหน้า จากฐานที่ต่ำปีนี้ และการลงทุนในบริษัทย่อย รวมถึงบริษัทร่วมทุนที่เริ่มสร้างกำไร เราปรับกำไรปีนี้และปีหน้าลง 32% และ 4% เหลือ 119 ล้านบาท (+10% Y-Y) และ 187 ล้านบาท (+58% Y-Y) ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม เรายังชอบ MFEC ในฐานะ Asset Play ที่ราคาซื้อขายบน PBV เพียง 1.1 เท่า มีเงินสดในมือสูง 2.50 บาท/หุ้น และฐานะการเงินเป็น Net Cash อีกทั้งยังเป็น Income Stock ที่ให้ Dividend Yield สูง 6% ต่อปี ปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 6.60 บาท แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2017
DTAC (SELL/18TP: 50), กำไรปกติ 3Q17 อ่อนแอกว่าคาด
(views 4)
กำไรปกติ 3Q17 แย่กว่าคาด DTAC ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ออกมาที่ 601 ลบ. -19.1% Q-Q, -8.8% Y-Y แต่หากตัดรายการกำไรพิเศษจากการขายธุรกิจบางส่วนในเพย์สบายและกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 471 ลบ. -36.3% Q-Q, -27.8% Y-Y ซึ่งอ่อนแอกว่าคาด รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC กลับมาติดลบอีกครั้ง 2.7% Q-Q และ 1.5% Y-Y ขณะที่ต้นทุนการให้บริการแม้จะควบคุมได้ดีขึ้นบ้าง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยรายได้ที่หดตัว ขณะที่รายการค่าใช้จ่ายสำคัญอย่างค่าเสื่อมราคาฯและ Regulatory Cost ยังปรับตัวเพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2017
BH (BUY/18TP: 245), คาดกำไร 3Q17 ยังมีโมเมนตัมการเติบโตที่ดี
(views 5)
เราคาดกำไรปกติ 3Q17 ของ BH +8.8% Q-Q, +9.1% Y-Y โดยรายได้คาดว่าจะเติบโตเร่งตัวขึ้นจากครึ่งปีแรกจากอานิสงส์ของ High Season และผู้ป่วยต่างชาติยังค่อยๆฟื้นตัวขึ้น ส่วนความสามารถในการทำกำไรคาดว่ายังคงรักษาให้อยู่ในระดับสูงได้จากการควบคุมต้นทุนที่เป็นเลิศ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 เติบโต 7% Y-Y และ 8.6% Y-Y ตามลำดับ พร้อมปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 245 บาท เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2017
TCAP (HOLD/18TP: 55), 3Q17 รายได้แข็งแกร่ง มีแรงเสริมจากการขายเงินลงทุน
(views 4)
กำไร 3Q17 ดีกว่าคาด TCAP รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 1,788 ลบ. เพิ่มขึ้น +6.8%Q-Q และ +19%Y-Y สูงกว่าที่เราและตลาดคาดไว้เนื่องจากมีกำไรจากเงินลงทุนในไตรมาสนี้ราว 580 ลบ. ซึ่งส่งผลให้รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +4.4%Q-Q และ 19.6%Y-Y นอกจากนี้รายได้ดอกเบี้ยทำได้สูงกว่าคาด โดย +3.5%Q-Q และ +2.7%Y-Y ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากเงินให้สินเชื่อ (ตามการเติบโตของสินเชื่อและส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น สังเกตว่า Loan yield เพิ่มขึ้นเป็น 4.83% สูงที่สุดในรอบ 6 ไตรมาส และ Loan Spread ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.96% ในไตรมาสนี้จาก 2.91% ในไตรมาสก่อน) ขณะที่สามารถควบคุม Cost to income ratio ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 50%
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2017
THANI (BUY/18TP: 8.4), กำไร 3Q17 เดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่
(views 7)
กำไร 3Q17 แข็งแกร่งกว่าที่คาด THANI รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 302 ลบ. +17%Q-Q และ 38%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ที่ 280-300 ลบ. รายได้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าที่คาดไว้ (+2.7%Q-Q, +11%Y-Y) ซึ่งเป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อ ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากลดลง 2.2%Q-Q และ 6%Y-Y ส่งผล NIM ปรับขึ้นเป็น 5.2% จาก 5.16% ในไตรมาสก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯ ลดลง 17%Q-Q และ 2%Y-Y มาอยู่ที่ 121 ลบ. (Credit cost 1.3%) ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สูงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ ถึงแม้ว่า THANI จะมีสำรองฯคงเหลืออีกเพียงเล็กน้อยเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชี IFRS 9 แต่การตั้งสำรองฯในไตรมาสนี้ยังมากกว่าปกติ สะท้อนถึง PPOP ที่แข็งแกร่ง (ทำให้กำไรไม่กระเทือนจากการตั้งสำรองฯ) และความ conservative ของบริษัท
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2017
TMB (BUY/18TP: 2.88), รายได้ค่าธรรมเนียมจะเป็นพระเอก
(views 5)
เราคงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม เงินให้สินเชื่อและคุณภาพหนี้ที่จะแข็งแกร่งขึ้นในปี 2018 เราคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจะเป็น Upside ของประมาณการโดยเฉพาะการรับรู้รายได้จาก Bancassurance จาก FWD ซึ่งได้แก่ Access fee, Commission fee และ Profit sharing ขณะที่ด้านคุณภาพหนี้เราไม่กังวลใจและคาดว่า TMB จะเห็น Peak ของ Credit cost ใน 4Q17 นี้ เราแนะนำ ซื้อ สำหรับการเติบโตในปี 2018 ซึ่งเราคาดการณ์กำไร +20%Y-Y คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 2.88 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2017
ICHI (BUY/18TP: 9), ตลาดส่งออกเริ่มแผลงฤทธิ์ หนุนกำไร 3Q17 ฟื้นตัวเด่น
(views 6)
แนวโน้มกำไร 3Q17 จะกลับมาฟื้นตัวอย่างน่าตื่นเต้น คาดโตแรงทั้ง Q-Q และ Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานต่ำ และตลาดส่งออกเริ่มขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ และสามารถชดเชยรายได้ในประเทศที่ยังไม่สดใสนักได้ทั้งหมด แต่บริษัทได้ลดการทำโปรโมชั่นด้านราคาของการขายในประเทศลง จึงส่งผลบวกต่อไปยังอัตรากำไรขั้นต้นทันทีใน 3Q17 ในขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ทั้งในแง่การปรับโครงสร้างราคา เพื่อให้สะท้อนต้นทุนภาษีเครื่องดื่มที่สูงขึ้น ซึ่งน่าจะได้เห็นผลกระทบอย่างชัดเจนใน 4Q17 รวมถึงอยู่ระหว่างปรับสูตรเครื่องดื่มเพื่อลดผลกระทบให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม จากการฟื้นตัวที่เร็วกว่าคาด เราจึงปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2017 ขึ้น 12% เป็นเติบโต 28.5% Y-Y จากเดิมคาดโต 15% และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องในปี 2018 ราว 20.4% Y-Y จากตลาดส่งออกที่ยังดีต่อเนื่อง โดยบริษัทเห็นคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และคาดการขายในประเทศน่าจะผ่านจุดต่ำสุดแล้วในปี 2017 เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 9 บาท โดย Re-rate PE เป็น 20 เท่า จากเดิม 18 เท่า สะท้อนการฟื้นตัวที่ดีขึ้น ซึ่งยังมี Upside 15.4% ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2017
DRT (BUY/18TP: 6.6), คาดกำไร 3Q17 ไม่สดใส จากปัจจัยฤดูกาล และกำลังซื้อชะลอตัว
(views 4)
แนวโน้มกำไรปกติ 3Q17 คาดหดตัว -37% Q-Q, -3% Y-Y เป็น 73 ล้านบาท จาก Low season ของการขายวัสดุก่อสร้างที่ถูกกดดันจากปริมาณฝนที่มาก และปัญหาน้ำท่วมในต่างจังหวัด ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอตัว และงานก่อสร้างถูกเลื่อนออกไป เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 ลง 7% และ 3% ตามลำดับ จากการปรับลดคาดการณ์ยอดขายลง สะท้อนกำลังซื้อที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด และฝนที่ยาวนานกว่าคาด ทำให้กำไรปกติปี 2017 คาดโต 13% Y-Y และโตต่อ 8% ในปีหน้า รวมถึงยังมี Upside จากโอกาสในการขายที่ดินเปล่าที่ชลบุรี DRT ถือว่าเป็นหุ้นที่โดดเด่นในการจ่ายปันผลดี เราคาดจ่ายปันผลทั้งปีที่ 0.31 บาท/หุ้น (1H17 จ่าย 0.18 บาท/หุ้น) คิดเป็น Yield 5.3% ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 6.60 บาท คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2017
M (BUY/18TP: 75), เริ่มเห็นการฟื้นตัวของ SSSG อย่างชัดเจน ใน 3Q17
(views 5)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q17 จะเติบโต Y-Y แต่ยังลดลงเล็กน้อย Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่สิ่งที่ดีคือ เริ่มเห็นการฟื้นตัวของ SSSG อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเดือน ส.ค. – ก.ย. รวมถึงยังเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทมีแผนเปิด MK Live สาขา 2 ในช่วงเดือน ธ.ค. นี้ คาดกำไรสุทธิจะโตต่อเนื่องใน 4Q17 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ และจากการฟื้นตัวที่เร็วกว่าคาด จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ขึ้น 5% เป็นการเติบโต 22.2% Y-Y จากเดิมคาดโต 16.2% Y-Y และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องในปี 2018 ราว 13.2% Y-Y ทั้งจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและแผนการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 75 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) ยังมี Upside 11.1% จึงปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2017
TMB (BUY/18TP: 2.88), กำไร 3Q17 น่าผิดหวัง แต่เราคงมุมมองบวกในไตรมาสข้างหน้า
(views 4)
กำไรสุทธิ 3Q17 น้อยกว่าที่เราและตลาดคาด TMB รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 2 พันลบ. ลดลง 14%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 8.6%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 15% เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ยังอยู่ในระดับสูง (+4.8%Q-Q และ -6%Y-Y) ซึ่งเป็นไปตามความระมัดระวังและการ Write-off NPL, และค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย สูงกว่าคาดเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายอื่นซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาด อัตราส่วน Cost to income ratio สูงขึ้นเป็น 47% จาก 46% ในไตรมาสก่อนและสูงกว่าคาดการณ์ของเราที่ 45% สังเกตว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยชะลอตัวลงเหลือ 3.11% จาก 3.2% ในไตรมาสก่อน เราเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว เนื่องจากธนาคารได้รับเงินค่า Access fee จาก FWD เป็นสภาพคล่องชั่วคราวในรายการระหว่างธนาคารที่มี Yield ต่ำ ซึ่งธนาคารจะใช้ประโยชน์จากสภาพคล่องดังกล่าวนี้ในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดแหล่งเงินทุนจากเงินฝากอัตราดอกเบี้ยสูง
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2017
KTC (BUY/18TP: 146), Positive Surprise
(views 5)
กำไร 3Q17 เหนือคาด KTC รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 846 ลบ. +7.6%Q-Q และ +32%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ และเป็นกำไรที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจาก 1. รายได้ดอกเบี้ยสุทธิดีกว่าคาด แม้ว่ามีผลของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตในเดือน ก.ย. แต่สัดส่วนสินเชื่อบุคคลที่เป็น High-yield สูงขึ้นเป็น 38% ของพอร์ตจาก 34% ในไตรมาสก่อน 2. รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงกว่าคาด จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม และหนี้สูญรับคืน ขณะที่ควบคุมค่าใช้จ่ายอื่นๆได้ดี
อ่านเพิ่มเติม
17
ตุลาคม
2017
IRPC (BUY/18TP: 7.4), คาดกำไรโดดเด่นเป็นพิเศษ
(views 5)
คาดกำไรสุทธิที่ 3.4 พันล้านบาท (+174% Q-Q, +158% Y-Y) โดดเด่นจาก 1. อัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น 2. margin ธุรกิจหลักทั้งโรงกลั่น และ ปิโตรเคมีขยายตัวโดดเด่น 3. รับรู้ผลกำไรสต๊อกน้ำมัน หากเป็นไปตามคาดกำไร 9M17 จะคิดเป็น 77% ของคาดการณ์ทั้งปี เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ไว้ที่ 9.0 พันล้านบาท เรายังเลือก IRPC เป็น top pick ของกลุ่ม และ ยังคงแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 7.40 บาท เพราะการเติบโตในปี 2018 ที่ชัดเจนกว่าคู่แข่ง เนื่องจากปัจจัยการเติบโตที่ไม่ต้องพึ่งพา margin ของอุตสาหกรรม เพราะ การเติบโตจะมาจาก 1. รับรู้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น 2. ประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น 3. การผลิตที่ต่อเนื่องไม่มีการหยุดซ่อม
อ่านเพิ่มเติม
17
ตุลาคม
2017
ERW (BUY/18TP: 7.2), คาดกำไร 3Q17 ยังมีโมเมนตัมเติบโตดี
(views 5)
เราคาดกำไรปกติ 3Q17 ของ ERW ยังมีโมเมนตัมการเติบโตที่ดีต่อเนื่อง 36.7% Q-Q และ 40.8% Y-Y จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยังเป็นขาขึ้น ซึ่งเป็นบวกต่อ Occupancy Rate ที่ยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่แนวโน้มกำไร 4Q17-1Q18 คาดว่ายังเติบโตต่อเนื่องจากเป็นช่วง High Season เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 เติบโตเฉลี่ย 26% ต่อปี ขณะที่การลงทุนโรงแรมใหม่ๆยังเป็นไปตามแผน เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 7.20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2017
BEM (BUY/18TP: 10), 3Q17 ทุบสถิติใหม่ทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้า
(views 9)
เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 3Q17 จะโตโดดเด่น +16% Q-Q, +4% Y-Y เป็น 837 ล้านบาท จากแรงหนุนที่มีวันหยุดน้อย และการเปิดเชื่อม 1 สถานีบางซื่อ-เตาปูนกลางเดือน ส.ค. ทำให้ปริมาณจราจรบนทางด่วน และจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าทำสถิติสูงสุดใหม่ สำหรับภาพการเติบโตปี 2018 ยังคงสดใส จากแนวโน้มของทั้ง 3 ธุรกิจที่โตต่อเนื่อง รวมถึงยังมี Upside เพิ่มจากการประมูลทั้งรถไฟฟ้าสีส้มตะวันออกและม่วงใต้ ผลักดันให้กำไรสุทธิปี 2017-2018 คาดโตเฉลี่ย 19% ต่อปี BEM เป็นหนึ่งในหุ้นพื้นฐานดีที่เราชอบ จากการเป็นทั้ง Defensive และ Growth stock แต่ราคาหุ้น 3 เดือนล่าสุดปรับขึ้นเพียง +7% laggard บริษัทลูกอย่าง CKP และกลุ่มขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า +25% และ +11% ตามลำดับ คงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2017
BLA (AVOID/18TP: 37), ฝันร้าย เมื่อถึงเวลาที่ต้องพึ่งการขายผ่านธนาคารน้อยลง
(views 11)
เราประเมินผลกระทบต่อ BLA ภายหลัง BBL ได้เซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกับ AIA ซึ่งในเบื้องต้นทำให้ BLA ไม่สามารถขาย Whole-life insurance (สัดส่วนการขายราว 20% ของเบี้ยประกันชีวิตปีแรก) ผ่าน BBL ได้อีกต่อไป แต่ยังคงเหลือ Endowment และ Credit life ในกรณี Base-case เราคาดว่าจะกระทบประมาณการกำไรปี 2018 ราว 25% และกรณี Worse-case คาดกระทบประมาณการกำไรปี 2018 ราว 63% เราเชื่อว่าหลายประเด็นนอกจากความกังวลต่อผลประกอบการจะกดดัน Sentiment เชิงลบต่อราคาหุ้นจนกว่าจะเห็นความชัดเจน ซึ่งเรามองว่า BLA น่าจะเสียเปรียบในการเข้าถึงลูกค้าของ BBL ในระยะต่อไป เมื่อประกอบกับผลประกอบการใน 2H17 ที่มองว่าไม่สดใสอยู่แล้ว ปรับลดคำแนะนำจาก ถือ เป็นชะลอการลงทุน ราคาเหมาะสมปี 2018 กรณี Base case อยู่ที่ 37 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2017
GLOBAL (HOLD/18TP: 18), เริ่มเห็น SSSG 3Q17 ติดลบน้อยลง คาดกำไรจะกลับมาโตปี 18
(views 7)
แนวโน้ม SSSG 3Q17 เริ่มกลับมาฟื้นตัวคาดไว้ที่ -5% Y-Y เป็นการติดลบน้อยลงจากไตรมาสก่อนที่ราว -9.8% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน แต่ด้วยผลของปัจจัยฤดูกาล ซึ่งปกติช่วง 2H จะเป็น Low Season ของธุรกิจ จึงคาดกำไรสุทธิ 3Q17 จะลดลง 15.3% Q-Q แต่เติบโตได้ 11.2% Y-Y โดยมีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่ง แต่เรายังคงมองว่าผ่านกำไรสูงสุดปีนี้ไปแล้วใน 1Q17 โดยแนวโน้มกำไรใน 4Q17 น่าจะยังฟื้นตัวไม่สดใสนัก เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะทำได้เพียงทรงตัวจากปีก่อนหน้า จากกำลังซื้อที่ชะลอตัว และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 18.6% Y-Y โดยคาดหวังการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และเชื่อว่าน่าจะเห็นราคาสินค้าเกษตรปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 18 บาท (DCF) แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาสะท้อนการฟื้นตัวในปีหน้าไปบ้างแล้ว ทำให้เหลือ Upside เพียง 4.7% จึงแนะนำ ซื้อเมื่ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2017
SCC (BUY/17TP: 610), คาดกำไร 3Q17 ไม่น่าตื่นเต้น แต่พื้นฐานระยะยาวยังแข็งแกร่ง
(views 7)
เราคาดกำไรปกติ 3Q17 ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท (-2.4% Q-Q แต่ +2.2% Y-Y ) โดยธุรกิจเคมีภัณฑ์น่าจะปรับตัวดีขึ้นเพราะไม่มีขาดทุนสต๊อกเหมือนไตรมาสก่อน และ ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีดีขึ้น ขณะที่ธุรกิจวัสดุก่อสร้างยังคงไม่ฟื้นตัว เพราะเป็น low season และ ต้นทุนสูงขึ้นตามราคาเชื้อเพลิง หากเป็นไปตามคาด กำไร 9M17 จะคิดเป็น 77% ของคาดการณ์เราที่ 5.4 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อนที่เป็นนิวไฮของ SCC เรามองว่าตลาดซึมซับความกังวลของกำไร 2H17 มากเกินไปจนทำให้ราคาหุ้น laggard หุ้น Big cap อื่นๆ โดย +1% 2017YTD ขณะที่ หุ้นขนาดใหญ่อื่นปรับขึ้นเฉลี่ย 29% และ underperform SET ที่ +11% นอกจากนี้ SCC ยังมี P/E เพียง 11.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เรายังคงคำแนะนำซื้อลงทุน ราคาเหมาะสม 610 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2017
TISCO (HOLD/18TP: 89), มองบวกอยู่แต่ Upside น้อยลง
(views 7)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 คาดว่าจะทรงตัว Q-Q แม้ว่าจะเป็นไตรมาสที่เริ่มรับรู้รายได้จากการโอนพอร์ตสินเชื่อรายย่อยจาก SCBT แต่คาดว่าน่าจะหักกลบด้วยค่าใช้จ่ายจากการควบรวม ผลประโยชน์จะเกิดขึ้นในปี 2018 เป็นต้นไป เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ที่ 6 พันลบ. +20%Y-Y และคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 6.67 พันลบ. +11%Y-Y เราคาดว่าผลประโยชน์สุทธิที่ได้จากการรับโอนพอร์ต SCBT จะอยู่ที่ราว 8% ของกำไรเดิม หรือปีละ ~ 400-500 ลบ. ราคาหุ้นถือว่าปรับขึ้นมารับความคาดหวังต่อการรับโอนพอร์ตสินเชื่อ SCBT ไปพอควรแล้ว ทำให้ราคาล่าสุดเหลือ Upside จากราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 89 บาท น้อยลง จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ (จาก ซื้อ) หรือ switch ไป KKP (ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 79 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2017
ATP30 (BUY/18TP: 2), Earnings Momentum เป็นไปในเชิงบวกตั้งแต่ 3Q17
(views 8)
แม้กำไรใน 1H17 จะถูกฉุดด้วย One-Time expense จากการปรับปรุงรถครั้งใหญ่ แต่เราคาด Momentum ของกำไรจะดีขึ้นตั้งแต่ 3Q17 จากลูกค้าในพอร์ตที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ลูกค้ารายใหม่ 2 ราย และต่อสัญญาอีก 1 ราย เราคาด 3Q17 โตสดใส +49% Q-Q และ +2% Y-Y เป็น 8 ล้านบาท จากการเริ่มให้บริการกับบริษัทในเครือของ SCCC และลูกค้ารายใหญ่อย่าง Autoliv ตั้งแต่เดือนก.ย. ทำให้คาดกำไรจะทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q17 จากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาส ขณะที่คาดผลการดำเนินงานจะโตโดดเด่น +45% Y-Y ในปีหน้า จากการเริ่มให้บริการ IRPC และTOP ในเดือนก.พ. 2018 เราชอบ ATP30 ในฐานะหุ้นขนาดเล็กที่มีการเติบโตสูง และมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง รวมถึงเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการ EEC คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 2.00 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2017
BCH (BUY/18TP: 18.3), หนึ่งในผู้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการปรับจ่ายเงินของสปส.
(views 7)
เราคาดว่ากำไรสุทธิ 3Q17 ของ BCH จะโตในอัตราเร่ง 73.3% Q-Q และ 22.6% Y-Y จากอานิสงส์ของ High Season และโดยเฉพาะผลของการปรับเพิ่มการจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคม ขณะที่ 4Q17 ยังมีโมเมนตัมที่ดีจากฤดูฝนที่ลากยาวและฐานต่ำในปีก่อน ส่วน WMC ยังมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง ขณะที่ปี 2018 ยังจะได้อานิสงส์เต็มปีจากฝั่งประกันสังคมซึ่ง BCH เป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์สูงสุด เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อกำไรสุทธิปี 2017-2018 ที่คาดว่าจะโตเฉลี่ยราว 16.3% ต่อปี เราปรับใช้ราคาเหมาะสมเป็นปี 2018 ที่ 18.30 บาท โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเลือกเป็น Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2017
ROBINS (BUY/18TP: 77), คาด SSSG ฟื้นตัวได้ใน 3Q17 และกำไรจะกลับมาสดใสปีหน้า
(views 5)
เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยของกลุ่มคนที่มีรายได้ระดับกลาง-บนในต่างจังหวัด โดยคาด SSSG ใน 3Q17 น่าจะติดลบเพียงเล็กน้อยเท่านั้นราว -0.5% Y-Y จากที่ -4.7% Y-Y ใน 2Q17 โดยเราคาดกำไรสุทธิ 3Q17 จะลดลงราว 2.2% Q-Q ตาฤดูกาล และยังได้รับผลกระทบจากการเคลียร์สต็อกสินค้าอยู่ แต่คาดโต 15.3% Y-Y แนวโน้มกำไร 4Q17 น่าจะกลับมาฟื้นตัวจากช่วง High Season ของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ด้วย SSSG ที่ไม่สดใสใน 1H17 เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 ลงราว 6% เป็นการลดลงจากปีก่อน 5.7% แต่หากไม่รวมรายการพิเศษการชำระหนี้คืนในปีก่อน คาดกำไรปกติปี 2017 จะโตได้ราว 3% Y-Y และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตสดใสอีกครั้งในปีหน้าราว 19.3% Y-Y เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 77 บาท (DCF) ยังมี Upside 13.2% แนะนำ ทยอยซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2017
THAIN (T-BUY/18TP: 8.4), คาดการณ์กำไร 3Q17 จะสดใสมาก
(views 7)
THANI เราคาดว่ากำไรสุทธิ 3Q17 จะออกมาดีมากที่ราว 280-300 ลบ. +9-16% Q-Q ซึ่งดีที่สุดในประวัติการณ์อีก เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำรองฯ และ ต้นทุนทางการเงินลดลง แนวโน้มกำไร 4Q17 คาดว่ายังมีโมเมนตัมที่ดีและ new high ต่อตามฤดูกาล เราปรับประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้าขึ้น 3% และ 10% ตามลำดับ โดยคาดการเติบโตปีนี้ 27%Y-Y ปีหน้า 20%Y-Y ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ราว 8.40 บาท แนะนำ ซื้อเก็งกำไร ระยะสั้นมีผลประกอบการ 2H17 เป็น Catalyst
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2017
ILINK (BUY/18TP: 22.3), ถ้าถามหา Growth ให้ไป ITEL แต่ถ้า Valuation ต้องมา ILINK
(views 9)
ความน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่การเติบโต แต่อยู่ที่ Valuation ซึ่งเรามองว่าถูกเกินไป โดยถ้าอิงราคา ITEL ที่ 5.55 บาท จะคิดเป็นมูลค่าใน ILINK จากการถือ 60% อยู่ราว 9.30 บาท เท่ากับราคา ILINK ปัจจุบันที่ 15.10 บาทเหลือเป็นมูลค่าของตัวเองเพียง 5.80 บาท ซึ่งต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชีบนงบเดี่ยวที่ 6 บาท และคิดเป็น PE2017-18 เพียง 9-12 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 18 เท่าอยู่มาก ขณะที่ แม้ไม่มีงาน APM และ Submarine Cable เราคาคว่ากำไรเฉพาะส่วนของ ILINK ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว จาก Backlog หลัง 2Q17 ที่เหลือ 1.6 พันล้านบาท ซึ่งเป็นจุดสูงสุดใหม่ โดยคาดว่าน่าจะเห็นกำไรกลับมาขายตัวเร็วตั้งแต่ 3Q17 ทั้งหมดที่กล่าวมา คือเหตุผลที่เราจัดทำบทวิเคราะห์และแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 22.30 บาท ซึ่งถ้าให้เทียบระหว่าง ITEL และ ILINK เราอยากให้มองเป็นทางเลือกในการลงทุนที่แตกต่าง โดยอยากได้ Growth Stock ให้ไป ITEL แต่ถ้าอยากได้ Value Stock ให้มา ILINK
อ่านเพิ่มเติม
10
ตุลาคม
2017
EKH (BUY/18TP: 7), คาดกำไร 3Q17 โตเด่นและเป็นจุดสูงสุดของปี
(views 12)
เราคาดกำไรปกติ 3Q17 ของ EKH กลับมาเติบโตอย่างโดดเด่น 188.9% Q-Q และ 21.9% Y-Y จากแรงหนุนของ High Season ส่งผลให้ Utilization Rate ปรับตัวขึ้นสูงกว่า 80% ซึ่งค่อนข้างเต็ม ขณะที่แนวโน้มกำไร 4Q17 ยังสดใสจากฝนที่ลากยาวรวมถึงฐานที่ต่ำในปีก่อน นอกจากนี้ยังมี Catalyst จากการเริ่มเปิดศูนย์ผู้มีบุตรยากในปลายปีนี้ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นไป เราจึงยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 โต 7.3% Y-Y และเร่งตัวขึ้นเป็น 13.7% Y-Y ในปี 2018 เราปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 7 บาท ราคาหุ้นระยะหลังที่ปรับฐานลงเป็นจังหวะในการเข้า “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
09
ตุลาคม
2017
PPS (BUY/18TP: 2.2), วิศวกรที่ปรึกษาต้องยกให้ PPS
(views 14)
แนะนำซื้อ PPS ราคาเป้าหมาย ปี 2018 ที่ 2.20 บาท (Full dilution) ด้วยเหตุผล 1.) เป็นผู้นำในธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษา 2.) ได้ประโยชน์ตามอุตสาหกรรมก่อสร้างที่จะขยายตัวต่อเนื่องใน 2-3 ปีข้างหน้าตามโครงการภาครัฐที่จะก่อสร้างเป็นรูปธรรมมากขึ้นตั้งแต่ปลายปีนี้ 3.) ความต้องการวิศวกรที่ปรึกษาที่สูงขึ้นสอดคล้องกับการก่อสร้างในต่างประเทศ 4.) ประเมินแนวโน้มกำไรปี 2017-2019 เติบโตเฉลี่ยที่ 29% โดยกำไรปี 2017 จะสูงสุดตั้งแต่เข้าตลาด และ จะเติบโตต่อ 16% ในปี 2018 ภายใต้สมมติฐานรายได้ที่มี backlog รองรับแล้ว 60% อีกทั้ง ยังมีงานรอประมูลในปีหน้าอีกหลายงาน และ มี upside จากธุรกิจบริหารจัดการอาคารซึ่งจะมีความชัดเจนภายในปีนี้ และ เริ่มรับรู้รายได้ปีหน้า 5.) โครงสร้างเงินทุนมั่นคงมาก โดยมีเงินสดในมือสูง และ ไม่มีภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ยจ่าย
อ่านเพิ่มเติม
06
ตุลาคม
2017
AAV (BUY/18TP: 7.3), ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ
(views 10)
เรามองว่ากำไรผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q17 ไปแล้ว โดยคาดจะฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q17 และทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q17 จาก High Season และฐานที่ต่ำในปีก่อนจากผลกระทบของทัวร์ศูนย์เหรียญ ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมการบินในปี 2018 มีทิศทางบวกมากขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่โตต่อเนื่อง และนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัว โดยคาดกำไรสุทธิปีนี้จะหดตัว 16% Y-Y จากราคาน้ำมันขาขึ้น การขึ้นภาษีน้ำมัน และการแข่งขันราคาตั๋วที่รุนแรง ก่อนกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง 12% Y-Y ในปีหน้า เราเลือก AAV เป็น Top Pick ของกลุ่มการบิน จากศักยภาพในการทำกำไรแข็งแกร่งที่สุด ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 7.30 บาท (อิง PER 20x) และปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” จาก Upside ที่เปิดกว้างขึ้น รวมถึงมี Catalyst บวกจากทั้งอุปสงค์ในการท่องเที่ยวที่คึกคัก และผลการปลดธงแดง
อ่านเพิ่มเติม
06
ตุลาคม
2017
CPF (BUY/18TP: 32), คาดกำไร 3Q17 จะโตตามฤดูกาล และขาดทุนหมูน้อยลง
(views 13)
จากการขาดทุนหมูในเวียดนามลดลง และได้รับอานิสงส์จากช่วง High Season ของธุรกิจ แต่หากพิจารณาในแง่ Y-Y คาดจะลดลง 43% Y-Y เพราะปีที่แล้วยังไม่ประสบปัญหา Oversupply หมูในเวียดนาม อย่างไรก็ตาม หากรวมกำไรขายเงินลงทุน เราคาดจะมีกำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 4.7 พันล้านบาท (+16.6% Q-Q, -8.6% Y-Y) ส่วนแนวโน้มกำไร 4Q17 น่าจะอ่อนตัวลงตามฤดูกาล แต่คาดเห็นการฟื้นตัวของธุรกิจหมูเวียดนามต่อเนื่อง และคาดเห็นการลดลงของดอกเบี้ยจ่าย ภายหลังนำเงินครึ่งหนึ่งที่ได้จากการเพิ่มทุนไปลดภาระหนี้ในต่างประเทศ เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะทำได้เพียงทรงตัวจากปีก่อน และคาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 8.5% Y-Y ทั้งนี้เราปรับวิธีประเมินมูลค่าหุ้นไปใช้ PE ที่ 17 เท่า จากเดิมใช้ SOTP และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 32 บาท ยังมี Upside 20.8% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
06
ตุลาคม
2017
TU (BUY/18TP: 23), คาดกำไร 3Q17 ยังไม่ตื่นเต้น น่าจะกลับมาฟื้นตัวในปีหน้า
(views 13)
แนวโน้มกำไร 3Q17 ไม่สดใสนัก โดยเราคาด +9.2% Q-Q แต่ยัง -3.3% Y-Y แม้จะสามารถปรับขึ้นราคาขายทูน่าแบรนด์ได้แล้ว แต่ยังไม่ทันต่อกาปรับขึ้นของราคาวัตถุดิบที่ค่อนข้างเร็ว ล่าสุดราคาปลาทูน่าเดือน ก.ย. แตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีแล้ว ในขณะที่ธุรกิจแซลมอนยังไม่ฟื้นเต็มที่ ส่วนแนวโน้มกำไร 4Q17 น่าจะอ่อนตัวลงตามฤดูกาล โดยคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะโต 8% Y-Y และคาดจะเติบโตได้มากขึ้นราว 16.3% Y-Y ในปี 2018 ซึ่งคาดหวังการฟื้นตัวในธุรกิจปลาทูน่าที่น่าจะปรับราคาได้มากขึ้น และการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิอีกครั้งของธุรกิจแซลมอน เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 23 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้ระยะสั้น 2H17 อาจยังไม่ฟื้นเต็มที่นัก แต่เราคาดผลการดำเนินงานจะกลับมาฟื้นตัวในปีหน้า และด้วย Upside ราว 18.6% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ทยอยซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
05
ตุลาคม
2017
CRD (IPO: 1.44/18TP: 1.9), ผู้รับเหมาก่อสร้างแนวหน้าในภาคเหนือตอนบน
(views 9)
CRD เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างทั้งงานก่อสร้างอาคาร สิ่งปลูกสร้างทั่วไป และระบบงานสาธารณูปโภค จากทั้งภาครัฐ และเอกชน บริษัทมีการให้บริการที่ครอบคลุมหลายพื้นที่ทุกภูมิภาค แต่เน้นภาคเหนือตอนบนเป็นหลัก มีจุดเด่น คือ เน้นคุณภาพงานก่อสร้าง และการส่งมอบงานให้ทันตามกำหนด รวมถึงมีความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายในการประกอบธุรกิจเป็นเวลานานกว่า 27 ปี ธุรกิจก่อสร้างยังเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการผลักดันการลงทุนใหม่ๆของภาครัฐ และภาคเอกชนที่ทยอยฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้เราคาดกำไรสุทธิใน 2 ปีข้างหน้า (ปี2017-18) จะโตเฉลี่ย 27% CAGR ประเมินมูลค่าของหุ้น CRD อิง PER ที่ 14 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 1.90 บาท
อ่านเพิ่มเติม
05
ตุลาคม
2017
KTB (BUY/18TP: 24), NPL ที่สูง สกัดให้กำไรชะลอจนถึงปีหน้า
(views 12)
KTB ยังขาด Catalyst ในการลงทุน ระยะสั้น สินเชื่อยังหดตัวเนื่องจากการจ่ายคืนของกลุ่มลูกค้า SME และลูกค้าธุรกิจ ขณะที่ถึงแม้เราคาดว่าแนวโน้มกำไร 3Q17 จะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนราว 112% แต่ยังเป็นระดับที่ต่ำกว่าปกติเนื่องจากคาดการณ์การตั้งสำรองฯที่ยังอยู่ในระดับสูงตลอด 2H17 เราปรับลดประมาณการกำไรปีนี้ลงตามทิศทางการตั้งสำรองฯที่สูงขึ้นรองรับการ Write-off NPL และรองรับมาตรฐานบัญชี IFRS9 รวมถึงการเพิ่ม Coverage ratio ให้ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยกลุ่มให้เร็วที่สุด คาดการณ์กำไรจะ -22% ในปี 2017 และค่อยๆฟื้นตัว 14% ในปี 2018 ซึ่งยังถือเป็นระดับกำไรที่เรายังไม่พอใจนัก เราแนะนำเพียงซื้อลงทุน จาก Dividend Yield ที่ราว 3.7% และราคาตลาดที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี
อ่านเพิ่มเติม
05
ตุลาคม
2017
CPALL (BUY/18TP: 82), ผลตอบรับ Stamp Promotion ดีกว่าปีก่อน ช่วยหนุน 3Q17
(views 11)
คาดแนวโน้ม SSSG ใน 3Q17 น่าจะพลิกกลับมาเป็นบวกได้ราว 2% Y-Y จากที่ -1% Y-Y ในไตรมาสก่อน จาก Stamp Promotion ที่ประสบความสำเร็จทำผลงานได้ดีกว่าปีก่อน กอปรกับกำลังซื้อเริ่มทรงตัวดีขึ้น โดยมองน่าจะผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้วใน 2Q17 เราคาดกำไรสุทธิ 3Q17 จะเติบโต 4.2% Q-Q และ 17.6% Y-Y และคาดกำไรจะโตต่อเนื่อง และทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q17 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ และคาดจะเปิดสาขาใหม่ได้ครบตามเป้าหมายที่ไม่น้อยกว่า 700 แห่งต่อปี เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ไว้เติบโต 15.6% Y-Y และคาดโตต่อเนื่อง 16.8% Y-Y ในปี 2018 ทั้งนี้เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 82 บาท (DCF) ยังมี Upside 20.6% CPALL ถือเป็นบริษัทที่สร้างความสม่ำเสมอของผลกำไรได้ดีที่สุดตัวหนึ่งในกลุ่มค้าปลีก คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
ตุลาคม
2017
AMATA (BUY/18TP: 26.6), ที่ดินพร้อมขายล้นมือรองรับอานิสงส์ EEC
(views 13)
เราคาดว่ากำไรของ AMATA ใน 3Q17 จะเติบโตสดใสราว +60% Q-Q และ +123% Y-Y ทั้งจากการโอนที่ดินจำนวนมากของอมตะนครซึ่งมี Gross margin สูง ขณะที่รายได้ค่าสาธารณูปโภคและรายได้เช่ายังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และน่าจะทำให้กำไรปกติทั้งปี 2017 ขยายตัวได้ 16.2% Y-Y สำหรับแนวโน้มปี 2018 ยิ่งสดใส แม้ยอดขายปัจจุบันจะยังไม่ถึงเป้าที่วางไว้ แต่ส่วนหนึ่งเป็นการชะลอเพื่อรอความชัดเจนของสิทธิประโยชน์จากโครงการ EEC กอปรกับโรงไฟฟ้า 3 แห่งซึ่ง AMATA ร่วมลงทุนเตรียมทยอยจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบและ AMATAV เตรียมรับ Investment certificate เพิ่ม เราคาดกำไรปกติปี 2018 +18.9% Y-Y เป็น 1.89 พันล้านบาท เป็นกำไรที่สูงที่สุดในรอบ 4 ปี เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 26.6 บาท อิง PE ที่ 15 เท่า แนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
04
ตุลาคม
2017
HMPRO (HOLD/18TP: 13), คาด SSSG 3Q17 พลิกเป็นบวก ช่วยหนุนกำไรกลับมาฟื้นตัว
(views 8)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q17 น่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ดี คาดโต 4.3% Q-Q และ 24.5% Y-Y จากกำลังซื้อในแถบกทม.และหัวเมืองใหญ่ที่เริ่มฟื้นตัวอีกครั้ง ส่วนหัวเมืองรองและภาพรวมต่างจังหวัด ยังไม่สดใสนัก โดยคาด SSSG จะพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 2% Y-Y จาก -4% Y-Y ใน 2Q17 และคาดยังรักษาระดับความสามารถทำกำไรได้ดีต่อเนื่อง ทั้งในแง่อัตรากำไรขั้นต้น และการควบคุมค่าใช้จ่าย แม้จะมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้น 3 แห่งในไตรมาสนี้ และคาดแนวโน้มกำไรสุทธิจะโตต่อเนื่องและทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q17 เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017-2018 โต 13.3% Y-Y และ 15.2% Y-Y ตามลำดับ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 13 บาท (อิง DCF) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาเทรดอยู่บน Forward PE และ PEG ที่ 29.5 เท่า และ 2 เท่า ตามลำดับ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีกที่ปัจจุบันเทรดอยู่บน PEG 1.6 เท่า แต่เรามองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วใน 2Q17 จึงแนะนำ ซื้อเมื่ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
03
ตุลาคม
2017
WPH (IPO: 3.9/18TP: 4.5), อีกหนึ่งโรงพยาบาลที่จะมีกำไรฟื้นตัวแรงในปีหน้า
(views 19)
WPH ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดตรังและกระบี่ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาวะอุตสาหกรรมที่อยู่ในช่วงขาขึ้นทั้งสังคมผู้สูงอายุในไทย รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เติบโตต่อเนื่อง ซึ่ง WPH เป็นผู้ได้ประโยชน์เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ ขณะที่การลงทุนอาคารและโรงพยาบาลใหม่จะหนุนการเติบโตระยะยาว เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 หดตัว 44.1% Y-Y จากโรคระบาดและการบริโภคที่ชะลอ ขณะที่ต้นทุนปรับตัวขึ้นเพื่อเตรียมเปิดโรงพยาบาลใหม่ปีหน้า แต่คาดว่ากำไรสุทธิจะกลับมาโตแข็งแกร่ง 66.6% Y-Y ในปี 2018 เราประเมินราคาเหมาะสมที่ 4.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
29
กันยายน
2017
ZIGA (BUY/18TP: 10.9), เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อหุ้นเหล็กแบบเดิมไปกับ ZIGA
(views 13)
เรามองผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 2Q17 และคาดเห็นการฟื้นกลับเร็วจากยอดขายและอัตรากำไรที่ขยายตัวตั้งแต่ 3Q17 ส่วนปีหน้าจะได้แรงหนุนจากการเพิ่มกำลังการผลิต, งานก่อสร้างที่เร่งตัว, การออกสินค้าใหม่ เช่น Super ziga เพื่อรองรับ EEC, รวมถึงการรุกตลาดก่อสร้างร้านสำเร็จรูปแบบโมดูล่าร์ เราปรับกำไรลงเล็กน้อย จากผลของการปรับปรุงกระบวนการผลิตและจัดเก็บสินค้า โดยคาดกำไรสุทธิปีนี้ทรงตัว Y-Y ก่อนจะโตสูง 38% Y-Y ในปีหน้า ซึ่งเมื่อคิดเป็น PEG อิงการเติบโตปี 2018-2020 ที่ 24% ต่อปี ยังต่ำเพียง 0.5 เท่า และเมื่อเทียบกับกลุ่มเหล็กและวัสดุก่อสร้าง เรายิ่งพบว่า ZIGA น่าสนใจทั้งในมิติของมูลค่า, ฐานะทางการเงิน, ความสามารถในการทำกำไร, และศักยภาพการเติบโตที่สูงจากการทดแทนท่อเหล็กแบบเดิม แนะนำ “ซื้อ” โดยปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 10.90 บาท อิง PE เฉลี่ยกลุ่มเหล็กและวัสดุก่อสร้างที่ 18 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
28
กันยายน
2017
KKP (BUY/18TP: 79), แนวโน้มกำไร 3Q17 ฟื้นตัวแรงจากไตรมาสก่อน
(views 20)
ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น ซื้อ และปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 79 บาท ระยะสั้นคาดว่า KKP จะได้รับปัจจัยเชิงบวกจากการเติบโตของสินเชื่อที่ดีที่สุดในกลุ่มในเดือนส.ค. และแนวโน้มกำไร 3Q17 จะฟื้นตัวขึ้น 34%Q-Q และจากการที่สร้างความน่าผิดหวังใน 2Q17 เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายพิเศษหลายรายการที่ไม่น่าจะเกิดซ้ำใน 3Q17 เราคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ที่ 5.77 พันลบ. +4%Y-Y และประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ที่ 5.9 พันลบ. +3%Y-Y คาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลปีละ 7.2%
อ่านเพิ่มเติม
27
กันยายน
2017
SSP (IPO: 7.7/17TP: 8.95), สร้างเสริมกำลังผลิตไฟ เสริมสร้างกำไร 3-4 ปีข้างหน้า
(views 22)
SSP เป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่จะมีกำลังผลิตไฟโดยมีสัญญาขายไฟระยะยาว (PPA) รองรับ เพิ่มจากปัจจุบัน 3.4 เท่าตัว ภายในปี 2020 หลักๆ จากโครงการใหม่ในประเทศญี่ปุ่น หากการดำเนินงานเป็นไปตามแผน คาดว่ากำไรปกติในปี 2018 จะโต 20.5% และโตเฉลี่ย 16.4% ใน 3 ปีข้างหน้า (2017-2020) (CAGR) เราประเมินราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 2017 (หลังเพิ่มทุน) ที่ 8.95 บาท โดยวิธี SOTP ที่ราคาเป้าหมายดังกล่าว คิดเป็น PE Multiple ปี 2017 ที่ 19.0 เท่า และปี 2018 ที่ 15.8 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
27
กันยายน
2017
ADVANC (BUY/18TP: 220), คาดกำไร 3Q17 กลับมาโต Y-Y ครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาส
(views 19)
เราคาดกำไรปกติ 3Q17 ของ ADVANC กลับมาเติบโต 12.9% Y-Y ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาสจากฐานต่ำในปีก่อน โดยรายได้คาดว่ายังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ต้นทุนเริ่มชะลอการปรับขึ้น แนวโน้มการแข่งขันเริ่มผ่อนคลายลงบ้าง แต่ยังเร็วเกินไปที่จะทำให้การทำกิจกรรมทางการตลาดลดลงอย่างมีนัยยะ ส่วนการเสนอซื้อ CSL คาดส่งผลบวกจำกัดต่อประมาณการกำไรที่คาด -3% Y-Y ในปี 2017 และ +7.4% Y-Y ในปี 2018 จากขนาดธุรกิจที่ต่างกันมาก อย่างไรก็ตามเราปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 220 บาท ทำให้ Upside เปิดกว้างขึ้น จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
27
กันยายน
2017
TISCO (BUY/18TP: 89), คาดการณ์กำไร 3Q17 ทำ new high ก่อนปรับฐานสูงขึ้นในปีหน้า
(views 15)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 3Q17 ของ TISCO จะแสดงจุดสูงสุดใหม่อีกครั้งที่ราว 1.57 พันลบ. +4.5%Q-Q และ +26%Y-Y เนื่องจากการตั้งสำรองหนี้สูญที่ลดลง, รายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจหลักทรัพย์ (นายหน้าและ IB) และคาดว่า Spread จะอยู่ในระดับสูงที่ราว 4.8% จากส่วนผสมของสินเชื่อที่เป็น High-yield loan มากขึ้น สินเชื่อในเดือนส.ค. เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 14 เดือน ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ เป็นสัญญาณที่ดีขึ้นของการกระจายตัวของสินเชื่อนอกไปจากสินเชื่อเช่าซื้อ เราคงคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้และปีหน้าที่ +20%Y-Y และ +11%Y-Y ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมเป็นปี 2018 ที่ 89 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
กันยายน
2017
K (BUY/18TP: 6.5), ผ่านพ้นวงจรขาลง พร้อมกลับไปฟื้นตัวเร็วในปีหน้า “ซื้อ”
(views 22)
หลังผลประกอบการพลิกจากกำไรเป็นขาดทุนตั้งแต่ 1Q17 จากผลของการปรับโครงสร้างองค์กรและงานตกแต่ง Shop Brand ที่ชะลอตัว ทำให้เราแนะนำหลีกเลี่ยงตั้งแต่ พ.ค. 17 จนปัจจุบันเริ่มเห็นว่าทั้งผลประกอบการและราคาหุ้นน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยต้นทุนและค่าใช้จ่ายเริ่มเข้าที่มากขึ้น จากการลดงานซ้ำซ้อนและปิดโรงงานส่วนที่ไม่จำเป็น ขณะที่ งานในมือกว่า 900 ล้านบาท จะเริ่มรับรู้ได้ตามงวดการส่งมอบที่กระจุกตัวใน 2H17 ซึ่งทำให้คาดว่าผลประกอบการ 3Q17 จะขาดทุนลดลงเหลือ -10 ล้านบาท (จาก -40 ล้านบาท ใน 2Q17) ก่อนจะพลิกเป็นกำไรราว 10-15 ล้านบาทใน 4Q17 ที่จะมีการรับรู้งานตกแต่งบูธของมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2017 เราปรับประมาณการปีนี้ลงเป็นขาดทุน -55 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 14 ล้านบาท และปรับกำไรสุทธิปีหน้าเหลือ 57 ล้านบาท จาก 78 ล้านบาท พร้อมกันนี้ได้ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 6.50 บาท อิง PE เฉลี่ยของกลุ่มที่ 25 เท่า และกลับมาแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
กันยายน
2017
GFPT (BUY/18TP: 24), คาดกำไร 3Q17 จะทำจุดสูงสุดในรอบ 16 ไตรมาส
(views 12)
แนวโน้มกำไร 3Q17 จะเติบโตได้ดีทั้ง Q-Q และ Y-Y อาจเป็นกำไรสูงสุดในรอบ 16 ไตรมาส จากทั้งช่วง High Season น่าจะช่วยหนุนให้ปริมาณขายไก่ส่งออกสูงขึ้นแตะระดับ 8.5 พันตัน และคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะสูงขึ้นจากไตรมาสก่อน เพราะเริ่มได้ผลดีจากราคาวัตถุดิบกากถั่วเหลืองที่อ่อนตัวลง ซึ่งจะได้รับผลดีมากขึ้นใน 4Q17 เพราะ 3Q17 มีสต็อกบางส่วนใช้อยู่ กอปรกับสถานการณ์ไก่ส่งออกยังดูสดใสต่อเนือง จากคาดการณ์กำไร 9M17 จะเติบโตถึง 30.5% Y-Y ถือว่าดีกว่าเดิมที่เคยคาด เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2017-2018 ขึ้น 5% และ 6% เป็นการเติบโต 20% Y-Y และ 11.4% Y-Y ตามลำดับ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 24 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ยังมี Upside 23.1% จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
กันยายน
2017
GUNKUL (BUY/18TP: 5), คาดกำไรครึ่งปีหลังฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องไปปีหน้า
(views 17)
แนวโน้มกำไรปกติครึ่งหลังปี 2017 ดีขึ้น จากการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าลม “WED” ได้เพิ่มขึ้น แต่จากกำไรที่อ่อนแอกว่าคาดใน 2Q17 และแนวโน้มการเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงไฟฟ้า GNP ล่าช้าไป 1Q18 ทำให้เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2017 ลง 30% เป็นโต 15.7% และปีหน้าปรับลง 16% เป็นอัตราเติบโตสูง 87.2% จากรายได้และอัตรากำไรเพิ่มจากการทยอย COD ของ 4 โครงการโรงไฟฟ้าใหม่ในไทยและในญี่ปุ่น ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside 24% จากราคาเป้าหมายที่ปรับไปใช้ปีหน้าที่ 5 บาท (Sum-of-the-Parts) คงคำแนะนำ ซื้อลงทุนระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
22
กันยายน
2017
DTAC (SELL/18TP: 50), คาดกำไร 3Q17 ยังลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 13)
เราคาดกำไร 3Q17 ของ DTAC ยังไม่โดดเด่นโดยลดลง 14.4% Q-Q และ 3% Y-Y แม้รายได้จะเริ่มทรงตัวได้ แต่ยังถูกกดดันจากต้นทุนโครงข่ายและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การได้คลื่นใหม่แม้จะช่วยปลดล็อคความเสี่ยงด้านการดำเนินงานระยะยาว แต่จะกดดันต้นทุนในช่วง 1-2 ปีแรก เราคาดกำไรปกติปี 2017-2018 ยังเป็นขาลงโดยหดตัว 27.2% Y-Y และ 23.6% Y-Y ตามลำดับ เราปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 50 บาท อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปัจจุบันยังเกินปัจจัยพื้นฐาน จึงยังคงคำแนะนำ “ขาย”
อ่านเพิ่มเติม
19
กันยายน
2017
FTE (BUY/17TP: 4.3), คาดกำไร 3Q17 ทำ All Time High แนะนำซื้อ เป้า 4.30 บาท
(views 21)
คาดกำไร 3Q17 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 32 ล้านบาท +17% Q-Q, +36% Y-Y จากรายได้ขายอุปกรณ์ดับเพลิงที่คาดว่าจะกลับมาฟื้น +26% Q-Q, +27% Y-Y ขณะที่ งานรับเหมาติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงคาดว่าจะเร่งส่งมอบมากขึ้น เพราะเป็นช่วงใกล้ปิดงบประมาณของภาครัฐฯ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องจาก 2Q17 ตามมิศทางเงินบาทที่แข็งค่า ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2017 เพียง 17 เท่า และจะลดเหลือ 15 เท่าในปี 2018 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ HARN, กลุ่มค้าปลีก, และวัสดุอุตสาหกรรมที่ 25 เท่า หรือถ้าอิง Ke ที่ 10% และ PE Multiplier 25 เท่า คาดการณ์การเติบโตที่ตลาดให้ FTE ช่วง 5 ปีข้างหน้าต่ำเพียง 0.5% ต่อปี ซึ่งไม่สอดคล้องกับผลการดำเนินงานปีนี้ที่คาดกำไร +31% Y-Y และฐานะทางการเงินที่เป็นเงินสดสุทธิหลังเพิ่มทุน เราจึงแนะนำซื้อลงทุน เพื่อรอรอบการฟื้นตัวของหุ้นขนาดเล็กขนาดกลาง ราคาเป้าหมาย 4.30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
18
กันยายน
2017
ATP30 (BUY/18TP: 2), จิ๋วแต่แจ๋ว
(views 20)
ATP30 เป็นผู้ให้บริการรถรับส่งพนักงานทั้งใน และนอกนิคมฯภาคตะวันออก บริษัทสร้าง Premium จากโมเดลธุรกิจที่แตกต่างกับคู่แข่งโดยเน้นคุณภาพของการให้บริการ และนำเทคโนโลยีเข้าบริหารจัดการ ปัจจุบันครองส่วนแบ่งการตลาดเพียง 2% ทำให้มีช่องว่างให้เติบโตอีกมากตามการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรม บวกกับเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการ EEC ที่จะหนุนให้ Demand การใช้บริการเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เรามองว่ากำไรได้ผ่านจุดต่ำสุดใน 1H17 ไปแล้วหลังถูกกดดันจากค่าปรับปรุงรถที่เป็น One-time expense และคาดจะฟื้นตัวโดดเด่นตั้งแต่ 3Q17 จากการเริ่มให้บริการลูกค้ารายใหญ่ 1 รายในเดือนก.ย. และอีก 2 รายต้นปีหน้า หนุนให้กำไรสุทธิปี 2017-18 คาดโตเฉลี่ย 28% CAGR แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 2.00 บาท
อ่านเพิ่มเติม
18
กันยายน
2017
FN (BUY/18TP: 5.6), แนวโน้ม 3Q17 เริ่มทรงตัวได้ จะฟื้นตัวตั้งแต่ 4Q17
(views 22)
มองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วใน 2Q17 แม้ปกติ 3Q จะเป็น Low Season ของธุรกิจแต่คาดว่ากำไร 3Q17 น่าจะพอทรงตัวได้จากไตรมาสก่อน ส่วนใหญ่เป็นการเน้นทำโปรโมชั่น กอปรกับค่อนข้างประสบความสำเร็จจากการจัดงาน Fair ครั้งใหญ่ที่พระราม 9 และคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q17 จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และมีแผนเปิดสาขาใหม่แห่งที่ 2 ของปีที่ฉะเชิงเทรา อย่างไรก็ตาม ด้วยคาดการณ์กำไร 9M17 ที่ต่ำกว่าประมาณการเดิมของเรา จึงนำไปสู่การปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 ลง 30% เป็น 97 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 34% และคาดจะกลับมาเติบโตโดดเด่นอีกครั้งในปี 2018 ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำมากในปีนี้ โดยคาดกำไรจะโต 65% Y-Y และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 5.6 บาท (อิง DCF) ยังมี Upside 19% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ทยอยซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
15
กันยายน
2017
ICN (IPO:1.84/17TP: 2.9), Growth Stock ของกลุ่ม SI
(views 27)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของ ICN จากภาวะอุตสาหกรรมที่เป็นขาขึ้นและนโยบายภาครัฐที่กระตุ้นให้มีการปรับเปลี่ยนระบบให้เป็นรูปแบบ Digital มากขึ้น ทำให้เริ่มเห็นงานประมูลโครงการต่างๆออกสู่ตลาดค่อนข้างหนาตาอีกครั้ง เราคาดกำไรสุทธิปี 2017-2018 ของ ICN เติบโตเฉลี่ยสูงถึง 97.2% ต่อปี ตามปริมาณงานในมือที่มีอยู่ค่อนข้างมากและคาดว่าจะได้งานเพิ่มเติมอีกในช่วง 2H17 เราประเมินราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 2.90 บาท
อ่านเพิ่มเติม
15
กันยายน
2017
TACC (BUY/17TP: 9), แนวโน้มกำไร 2H17 ยังสดใส และจะดีต่อไปในปีหน้า
(views 16)
จากประชุม Opp Day วานนี้ โทนค่อนข้างบวก แนวโน้มกำไร 2H17 ยังสดใสต่อเนื่อง จากทั้งสินค้าใหม่โดนัท ทวิสต์ ที่ได้รับการตอบรับที่ดีมาก จนผลิตไม่ทัน และอยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิต และในช่วงเดือน พ.ย. จะมีการออกเครื่องดื่มโถกดรสชาติใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ Global Brand นอกเหนือไปจากการเติบโตตามการขยายร้าน 7-11 และ All Caf? และอยู่ระหว่างขยายการตลาด Jump Start ในกัมพูชา และ Sawasdee ในจีน ที่ได้รับการตอบรับที่ดีในส่วนของช่องทาง Online และจะรุกเข้าสู่ Offline เพิ่มขึ้น เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2017 และ 2018 จะเติบโต 25.3% Y-Y และ 25% Y-Y ตามลำดับ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 9 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 24.1% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
15
กันยายน
2017
MBAX (BUY/17TP: 6.5), ถุงซิปล็อคควรกลับมาโลดแล่น ตามแนวโน้มกำไรที่ถูกปลดล็อค
(views 22)
หลังจากที่เราได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานของ MBAX วานนี้ พบว่ากำลังการผลิตยังสูงใกล้เคียง 1H17 ทั้ง 2 กะ (24 ชม.) ทุกวัน ตามคำสั่งซื้อของลูกค้าในสหรัฐฯ และยุโรปที่เติบโตดี (รวมกันราว 70% ของรายได้รวม) และการเจาะตลาดใหม่ในแถบเอเชีย โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่ถุงซิปล็อคสำหรับอาหารเติบโตสูงใน 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ ต้นทุนมีแนวโน้มลดลงตามราคา LDPE ที่อ่อนตัวใน 2Q17 และแผนการปรับลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในโรงงานที่จะเริ่มเห็นผลเต็มที่ใน 2H17 รวมถึงการนำเงินจาก MBAX-W1 ไปชำระหนี้ ส่วนการแข็งค่าของเงินบาท มีการซื้ออัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าป้องกันไว้หมดแล้ว ทำให้เรายังมั่นใจว่ากำไรปีนี้จะทำได้ตามคาดที่ 70 ล้านบาท +20% Y-Y รวมถึงเงินปันผล 2H17 ที่คาดว่าจะจ่ายอีก 0.24 บาท/หุ้น หรือราว 5% ด้วย ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2017 เพียง 12.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 16 เท่า และคิดเป็น PEG เทียบการเติบโตเฉลี่ยในปี 2018-2020 ที่ 15% ต่อปีที่ 0.80 เท่า ยังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 6.50 บาท อิง PE Multiplier 16 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
15
กันยายน
2017
BOL (BUY/18TP: 3.1), ผู้นำในธุรกิจให้บริการฐานข้อมูลบนโลกออนไลน์
(views 21)
แนะนำซื้อ BOL ราคาเป้าหมาย 3.10 บาท ด้วยจุดเด่น 3 ประการ 1.) เป็นผู้นำในธุรกิจการให้บริการฐานข้อมูลบนโลกออนไลน์ของประเทศ เนื่องจากเป็นผู้ให้บริการที่มีฐานข้อมูลบริษัทที่กว้างขวางมากที่สุดในประเทศ 2.) ประเมินแนวโน้มกำไรปี 2017-2019 เติบโตเฉลี่ยที่ 20.2% จากทั้งธุรกิจเดิมที่ได้ประโยชน์จากสัญญาฉบับใหม่ และ ธุรกิจใหม่ที่นำฐานข้อมูลซึ่งเป็นจุดเด่นของ BOL มาสร้าง platform เพื่อเกาะกระแส fintech 3.) คุณภาพทางอัตราส่วนทางการเงินที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นอัตราการทำกำไรที่อยู่ระดับสูง ทั้ง GPM NPM ROE และ สถานะทางการเงินที่เป็น net cash เนื่องจากไม่มีภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ยผูกพัน และ มีเงินสดในมือสูง
อ่านเพิ่มเติม
14
กันยายน
2017
PRM (IPO:8/17TP: 11.5), PRM ผู้นำบริการเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันที่เติบโตมั่นคง
(views 19)
PRM ผู้นำบริการเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป รวมถึงปิโตรเคมีเหลวอย่างครบวงจร ทั้งในรูปแบบเรือขนส่งน้ำมัน, เรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมัน (FSU) เรือขนส่งเพื่อสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล, และการบริหารจัดการเรือ ด้วยลักษณะการประกอบธุรกิจที่มีกลุ่มลูกค้ามั่นคง เช่น PTT TOP BCP และบริษัทผลิตน้ำมันรายใหญ่ระดับโลก ซึ่งทำให้รายได้ที่ส่วนมากอยู่ในรูปค่าเช่าระยะยาวมีความต่อเนื่อง ขณะที่ การแข่งขันในอุตสาหกรรมอยู่ในระดับต่ำเพราะใช้เงินลงทุนสูงและต้องมีความเชี่ยวเป็นการเฉพาะ รายได้และกำไรสุทธิปี 2014-2016 จึงเติบโตอย่างมั่นคงเฉลี่ย 11% ต่อปี และ 31% ต่อปี ตามลำดับ และด้วยแนวโน้มการขยายกองเรือเชิงรุกมากขึ้นในปี 2017-2019 ซึ่งจะทำให้ปริมาณการขนส่งและจัดเก็บน้ำมันในปี 2020 เพิ่มขึ้นอีก ~3 เท่าจากปัจจุบัน โดยเราคาดกำไรสุทธิปี 2017-2020 โตเฉลี่ย 24% ต่อปี ซึ่งจะเห็นผลบวกชัดเจนตั้งแต่ปี 2018 ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมปี 2017 ได้เท่ากับ 11.50 บาท จากวิธี DCF (WACC 11%, Terminal growth 2%)
อ่านเพิ่มเติม
14
กันยายน
2017
BEC (SELL/18TP: 16), ยังอยู่ในช่วงลำบากในการประคองช่องหลักเดิม ลดภาระช่องใหม่
(views 18)
ตัวเลขเม็ดเงินโฆษณา TV ช่องหลักเดิมรวมช่วง 2 เดือนแรกของ 3Q17 ลดลงต่อเนื่อง 21.9% Y-Y เป็นสัญญานเชิงลบต่อรายได้ค่าโฆษณาของช่องหลักของ BEC คือ Ch 3 Analog ตาม Rating ที่ยังอยู่ในช่วงขาลง เราปรับประมาณการกำไรทั้งปีลงเป็นกำไรปกติลดลงต่อเนื่องจากปีก่อนอีก 26.4% จากกำไรใน 2Q17 ที่อ่อนแอกว่าคาดมาก ราคาหุ้น Rebound ขึ้นมาจากประเด็นการคืนคลื่นช่องทีวีดิจิตอลโดยไม่ต้องชำระส่วนที่เหลือ ซึ่งยังไม่แน่นอน ล่าสุด กสทช.ให้ความเห็นว่าไม่มีอำนาจทำได้ ขณะที่การเปลี่ยนแปลงทีมบริหารและการรุกสื่อ On-line ยังต้องใช้เวลา ราคาปัจจุบันสูงกว่าราคาเป้าหมายที่ปรับใปใช้เป็นปี 18 ที่ 16 บาท และคิดเป็น PE ปี 17 และ 18 สูงถึง 41 เท่า และ 36 เท่า เทียบกับคาดการณ์กำไรลดลง 26% ในปี 17 และฟื้น 13% ในปี 18 คงคำแนะนำ ขาย
อ่านเพิ่มเติม
13
กันยายน
2017
ASP (BUY/17TP: 4), ไม้ใหญ่ต้านลม
(views 19)
มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ในเดือนก.ย.กลับมาคึกคักที่สุดในรอบ 8 เดือน ทำให้กลุ่มหลักทรัพย์น่าจะถูกได้รับความน่าสนใจขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ASP เป็นหนึ่งในหุ้นในกลุ่มหลักทรัพย์ที่เราชอบที่สุด โดยถึงแม้ว่าเรามีการปรับลดประมาณการมูลค่าการซื้อขายต่อวันของตลาดฯ (ไม่รวมบัญชี Prop Trade) ลงจากเดิม 13% มาอยู่ที่ 4.5 หมื่นลบ. (-4%Y-Y) และเราปรับลด Market share ของ ASP ลงจากเดิมที่ 3% เป็น 2.75% แต่สังเกตว่ากระทบประมาณการกำไรสุทธิเพียงเล็กน้อยและเราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 น่าจะทรงตัวจากปีก่อนอยู่ที่ราว 740 ลบ. เนื่องจากเราคาดว่าจะได้ชดเชยจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่มีแนวโน้มสูงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้เดิม และคาดการณ์ผลตอบแทนจากพอร์ตเงินลงทุนที่ 9.5% คงราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 4 บาท คาดหวัง Upside 7% และ Div Yield ~6% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
กันยายน
2017
ITEL (BUY/17TP: 7.2), ปรับเป้าขึ้นรับเน็ตชายขอบเป็น 7.20 บาท แนะนำ “ซื้อ”
(views 25)
ผลจากการรับรองโครงการเน็ตชายขอบของ กสทช. ทั้ง 8 สัญญาวานนี้ ทำให้เราปรับประมาณการกำไรปี 2017-2018 ขึ้น 3% และ 10% ตามลำดับ เนื่องจากงานดังกล่าวซึ่งมีมูลค่าราว 1.87 พันล้านบาท ยังไม่ถูกรวมในประมาณการเดิมของเรา ส่งผลให้ราคาเป้าหมายปี 2017 ตามวิธี DCF (WACC 8%, Terminal Growth 2%) เพิ่มขึ้นเป็น 7.20 บาท จากเดิม 7.00 บาท เรายังแนะนำซื้อ ITEL ด้วยแนวโน้มผลประกอบการที่จะทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องใน 3 ปีข้างหน้า บนสมมติฐานสัดส่วนการใช้บอร์ดแบนด์ที่จะเพิ่มขึ้นจาก 20-25% ของประชากรเป็น 50-60% ของประชากรเท่ากับสัดส่วนการใช้อินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน โดยแรงหนุนมาจากภาครัฐฯ ที่ต้องการสนับสนุนให้ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจมากขึ้น และการเปลี่ยนมาใช้ Private Network ของภาคเอกชนโดยเฉพาะกลุ่มสถาบันการเงิน
อ่านเพิ่มเติม
08
กันยายน
2017
TPCH (BUY/17TP: 21), คาดกำไร 2H17 เร่งตัวขึ้น และรอ Catalyst การประมูลรอบใหม่
(views 23)
เรามองแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก จากการเริ่ม COD ของ 2 โรงไฟฟ้าใหม่ แม้มีการปรับประมาณการกำไรปกติทั้งปีลง 12% จากผลการดำเนินงาน 2Q17 ต่ำกว่าคาด และการเลื่อน COD ของโรงไฟฟ้า SGP ออกไป 2-3 เดือนเป็นปลาย 4Q17 ยังเป็นกำไรปกติทั้งปีโต 45.5% และ 3 ปีข้างหน้า (2017-2019) โตเฉลี่ย 48.4% จากการทยอย COD ของโรงไฟฟ้าใหม่ ราคาหุ้นที่ปรับฐานลงมามี Upside 27% จากราคาเป้าหมายใหม่ที่ 21 บาท จากเดิม 22 บาท (Sum-of-the-Parts) จึงคงคำแนะนำ ซื้อลงทุนระยะยาว โดย Upside จากโครงการรับซื้อไฟฟ้าของภาครัฐ โครงการ SPP Hybrid 300 MW กกพ. มีกำหนดให้ยื่นขอเสนอขายไฟทางเทคนิคและราคา ในช่วงวันที่ 2-6 ต.ค. และประกาศรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกในวันที่ 14 ธ.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
07
กันยายน
2017
CHG (SELL/17TP: 2.5), คาดแนวโน้ม 2H17 เริ่มฟื้น แต่ราคาเต็มมูลค่า
(views 23)
แนวโน้มผลการดำเนินงานของ CHG คาดว่าจะเติบโตเร่งตัวขึ้นใน 3Q17 จากอานิสงส์ของ High Season และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับเพิ่มการจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคม เบื้องต้นเราคาดกำไรสุทธิ 3Q17 โตราว 45% Q-Q และ 10% Y-Y อย่างไรก็ตามเราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลง 7.5% เหลือเติบโต 5.2% Y-Y สะท้อนกำไร 2Q17 ที่อ่อนแอ ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปี 2017 ปรับลดจาก 2.70 บาทเหลือ 2.50 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันเต็มมูลค่าและมี Valuation ค่อนข้างแพง เราจึงแนะนำให้ Switch เป็น BCH แทน
อ่านเพิ่มเติม
07
กันยายน
2017
SAWAD (SELL/17TP: 44), 2H17 มีแผนปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่
(views 20)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ SAWAD จะทำการปรับโครงสร้างธุรกิจสู่ Financial Group ในช่วงปลาย กย.- ตค. นี้ โดยแนวทางดังกล่าว เราคาดว่าน่าจะมีการโอนธุรกิจจำนำทะเบียนรถให้กับ BFIT ในเบื้องต้นเรามองเป็นกลางต่อการปรับโครงสร้างดังกล่าว แม้ว่าจะทำให้ Loan Yield สูงขึ้น แต่เราคาดสัดส่วนการถือหุ้นที่อาจเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว ~70% ไม่น่าจะทำให้ SAWAD ได้ประโยชน์เต็มที่ต่อการส่งต่อธุรกิจ ขณะเดียวกันในระยะสั้น SAWAD ยังมีภาระการกันสำรองฯส่วนเพิ่มของสินเชื่อเดิมเพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์แบงก์พาณิชย์ และ Loan Yield ที่ชะลอตัว ทำให้คาดการณ์กำไรใน 2H17 ไม่น่าจะสดใสนัก คงราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 44 บาท เมื่อประกอบกับแผนทางธุรกิจยังมีความไม่ชัดเจนในหลายประเด็น เราจึงยังชอบ MTLS มากสุดในกลุ่มนี้
อ่านเพิ่มเติม
05
กันยายน
2017
COMAN (BUY/17TP: 8.1), ถ้าถอยมามองภาพกว้าง จะพบความน่าสนใจในการลงทุน
(views 24)
เรากลับมาจัดทำบทวิเคราะห์ COMAN หลังจากพบว่าปัจจัยลบทีเป็นผลต่อเนื่องของการควบรวมกิจการ (ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายพิเศษ) เริ่มผ่อนคลายลง ซึ่งทำให้ธุรกิจหลักคือ การจัดจำหน่ายโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อใช้ในโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ที่กำลังเข้าสู่ High Season สะท้อนกลับมาที่งบการเงินรวมได้ดีขึ้น ขณะที่ การเข้าลงทุนในซินเนเจอร์จะทำให้เกิด Synergy อย่างเต็มตัวใน 2H17 จากการจำหน่ายซอฟแวร์และฮาร์ดแวร์ไปในกลุ่มร้านอาหารและสปา ซึ่งจะทำให้ฐานลูกค้าขยายครอบคลุมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้มากขึ้น เราคาดกำไรสุทธิปีนี้ -34% Y-Y ก่อนจะกระชากตัว +92% Y-Y ในปี 2018 ประเมินราคาเป้าหมายปี 2017 ด้วยวิธี DCF ได้เท่ากับ 8.10 บาท ราคาปัจจุบันคิดเป็น PE2018 ที่ 21 เท่า และคิดเป็น PEG เทียบอัตราการเติบโตปี 2018-2020 เพียง 0.51 เท่า แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
กันยายน
2017
RS (HOLD/17TP: 16.75), แนวโน้ม 3Q17 ฟื้นสูงต่อเนื่อง Q-Q, Y-Y แต่ราคาขึ้นเร็ว
(views 17)
แนวโน้มผลประกอบการ 3Q17 ฟื้นตัวสูงต่อเนื่อง Q-Q, Y-Y ปัจจัยหนุนหลักยังคงมาจากยอดขายธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ H&B ยังเพิ่มเรื่อยๆ ทุกไตรมาสและโตก้าวกระโดด Y-Y ขณะที่รายได้ทีวีดิจิตอลกระเตื้องขึ้นจาก Rating ในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น ทำให้ปรับขึ้นค่าโฆษณาได้บ้าง ท่ามกลางการแข่งขันในธุรกิจทีวีดิจิตอลยังสูงและกำลังซื้อโดยรวมไม่ฟื้นตัวดีนัก เราคงมองกำไรปกติปีนี้ใกล้เดิม ฟื้นตัวสูงจากขาดทุนปีก่อน แม้ 4Q17 ชะลอลงจากผลกระทบงานพระราชพิธี แต่ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 ขึ้น 15-20% สะท้อนมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อธุรกิจ H&B แต่ราคาหุ้นขึ้นเร็ว เกือบ 26% ในช่วงเพียง 2-3 สัปดาห์นับจากที่เราแนะนำ ซื้อ ทำให้ Upside จำกัด จากราคาเป้าหมายใหม่ที่ 16.75 บาท จากเดิม 14.50 บาท จึงปรับคำแนะนำลงเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ โดย กำไร 3Q17 อาจยังหนุนการเก็งกำไรระยะสั้น
อ่านเพิ่มเติม
04
กันยายน
2017
CRD (IPO/18TP: 1.9), ผู้รับเหมาก่อสร้างแนวหน้าในภาคเหนือตอนบน
(views 19)
CRD เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างทั้งงานก่อสร้างอาคาร สิ่งปลูกสร้างทั่วไป และระบบงานสาธารณูปโภค จากทั้งภาครัฐ และเอกชน บริษัทมีการให้บริการที่ครอบคลุมหลายพื้นที่ทุกภูมิภาค แต่เน้นภาคเหนือตอนบนเป็นหลัก มีจุดเด่น คือ เน้นคุณภาพงานก่อสร้าง และการส่งมอบงานให้ทันตามกำหนด รวมถึงมีความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายในการประกอบธุรกิจเป็นเวลานานกว่า 27 ปี ธุรกิจก่อสร้างยังเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการผลักดันการลงทุนใหม่ๆของภาครัฐ และภาคเอกชนที่ทยอยฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้เราคาดกำไรสุทธิใน 2 ปีข้างหน้า (ปี 2017-18) จะโตเฉลี่ย 27% CAGR ประเมินมูลค่าของหุ้น CRD อิง PER ที่ 14 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 1.90 บาท
อ่านเพิ่มเติม
01
กันยายน
2017
III (IPO: 4.8/18TP: 5.4), ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรชั้นนำของประเทศ
(views 30)
III เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร โดยเป็นผู้ขนส่ง ทั้งทางอากาศ ทางทะเล ทางบก และผู้รับบริหารจัดการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศและภายในประเทศ รวมถึงให้บริการโลจิสติกส์สินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ซึ่งต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จุดเด่นของบริษัท คือการเป็นผู้ให้บริการตลอดห่วงโซ่อุปทานแบบ One Stop Service รวมถึงมีความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายในการประกอบธุรกิจเป็นเวลานานกว่า 25 ปี ปัจจุบัน ธุรกิจโลจิสติกส์ยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่องจากการเปิด AEC, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ EEC และธุรกิจE-Commerce ที่โตอย่างรวดเร็ว ทำให้เราคาดกำไรสุทธิใน 2 ปีข้างหน้าจะโตเฉลี่ย 46% CAGR ประเมินมูลค่าของหุ้น III อิง PER ที่ 17 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 5.40 บาท
อ่านเพิ่มเติม
01
กันยายน
2017
SSP (IPO/17TP: 8.95), สร้างเสริมกำลังผลิตไฟ เสริมสร้างกำไร 3-4 ปีข้างหน้า
(views 27)
SSP เป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่จะมีกำลังผลิตไฟโดยมีสัญญาขายไฟระยะยาว (PPA) รองรับ เพิ่มจากปัจจุบัน 3.4 เท่าตัว ภายในปี 2020 หลักๆ จากโครงการใหม่ในประเทศญี่ปุ่น หากการดำเนินงานเป็นไปตามแผน คาดว่ากำไรปกติในปี 2018 จะโต 20.5% และโตเฉลี่ย 16.4% ใน 3 ปีข้างหน้า (2017-2020) (CAGR) เราประเมินราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 2017 (หลังเพิ่มทุน) ที่ 8.95 บาท โดยวิธี SOTP ที่ราคาเป้าหมายดังกล่าว คิดเป็น PE Multiple ปี 2017 ที่ 19.0 เท่า และปี 2018 ที่ 15.8 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
01
กันยายน
2017
WORK (BUY/17TP: 82), แนวโน้มกำไร 3Q17 ยังแข็งแกร่งก่อนลดในไตรมาสสุดท้าย ปรับเป้าหมายขึ้นอีกครั้ง
(views 24)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการทำกำไรที่แข็งแกร่งต่อเนื่องใน 3Q17 จากความสามารถในการปรับขึ้นค่าโฆษณาได้ต่อเนื่องตาม Rating และ Content ที่โดดเด่น โดยจะมีรายการใหม่ที่น่าสนใจเข้ามาเพิ่ม คาดกำไรปกติในระดับสูงใกล้ไตรมาสก่อน แม้แนวโน้ม 4Q17 กำไรจะลดลงมากเป็นระดับต่ำสุดของปี จากผลของจากงานพระราชพิธีประมาณ 3 สัปดาห์ และคาดมีค่าใช้จ่ายโบนัสพนักงานสูงตามปกติ เราปรับประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2017 ขึ้น 49% เป็นการเติบโตถึง 288.6% Y-Y สะท้อนกำไร 2Q17 ที่ออกมาดีกว่าคาดมาก และราคาเป้าหมายปี 2017 ปรับขึ้นเป็น 82 บาท จากเดิม 69 บาท (DCF) ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาเร็ว 18% ในช่วงนับจากวันประกาศงบ 2Q17 ในช่วงกลางเดือนส.ค. ที่ดีกว่าเราและตลาดคาด รวมทั้งข่าวได้ปรับเพิ่มเข้าในการคำนวณดัชนี FTSE ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. นี้ แต่ยังมี Upside เกือบ 12% โดยมีปัจจัยหนุนแนวโน้มกำไร 3Q17 ยังแข็งแกร่ง จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
01
กันยายน
2017
ARROW (BUY/17TP: 19), แม้ไม่ใช่ปีที่ดี แต่ฟ้าหลังฝนงดงามเสมอ ราคาเป้าหมาย 19 บาท
(views 20)
สถานการณ์ของ ARROW แม้ยังไม่กลับเข้าสู่ช่วงที่ดีที่สุดในปี 2016 แต่ถือว่าแรงกดดันก่อนหน้านี้ผ่อนคลายลงเป็นลำดับทั้ง (1) ความต้องการท่อร้อยสายไฟที่พุ่งขึ้นจากการเร่งสั่งของผู้รับเหมาเพื่อควบคุมต้นทุน (2) ราคาเหล็กซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญและเป็นสาเหตุให้กำไรชะลอใน 1H17 มีความผันผวนน้อยลง (3) และภาษีที่กำลังจะลดลงจากการขอ BOI ผลิตสินค้าใหม่เพื่อทดแทนสินค้าเดิมที่หมดอายุ ขณะที่ ธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้าของบริษัทลูก ซึ่งมีงานในมือราว 200 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ใน 2H17 โดยเฉพาะ 4Q17 ที่จะเร่งส่งมอบงานมากขึ้น ส่วนการขยายธุรกิจไปผลิตอุปกรณ์งานก่อสร้างในระบบ Post-tension เพื่อรองรับงานโครงสร้างพื้นฐานใน 3 ปีข้างหน้า แม้จะมีความเสี่ยงต่ำเพราะมีคำสั่งซื้อรออยู่แล้ว แต่ยังต้องใช้เวลาเพื่อให้ Learning Curve ทำงาน เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ที่ 267 ล้านบาท (+2% Y-Y) และปีหน้า 290 ล้านบาท (+9% Y-Y) ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2017-2018 เพียง 12-13 เท่า ต่ำสุดในรอบ 3 ปีและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 18 เท่า ยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 19 บาท
อ่านเพิ่มเติม
01
กันยายน
2017
WPH (IPO/18TP: 4.5), อีกหนึ่งโรงพยาบาลที่จะมีกำไรฟื้นตัวแรงในปีหน้า
(views 20)
WPH ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดตรังและกระบี่ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาวะอุตสาหกรรมที่อยู่ในช่วงขาขึ้นทั้งสังคมผู้สูงอายุในไทย รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เติบโตต่อเนื่อง ซึ่ง WPH เป็นผู้ได้ประโยชน์เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ ขณะที่การลงทุนอาคารและโรงพยาบาลใหม่จะหนุนการเติบโตระยะยาว เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 หดตัว 44.1% Y-Y จากโรคระบาดและการบริโภคที่ชะลอ ขณะที่ต้นทุนปรับตัวขึ้นเพื่อเตรียมเปิดโรงพยาบาลใหม่ปีหน้า แต่คาดว่ากำไรสุทธิจะกลับมาโตแข็งแกร่ง 66.6% Y-Y ในปี 2018 เราประเมินราคาเหมาะสมที่ 4.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
31
สิงหาคม
2017
MTLS (BUY/17TP: 39), สภาพคล่องล้นเหลือ
(views 27)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ บริษัทแสดงชัดเจนให้ที่ประชุมเห็นถึงความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและสภาพคล่องระยะสั้น-ยาวหลังจากมีข่าวลือเกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นและการเพิ่มทุน แท้จริงแล้วเราไม่ได้มีความกังวลต่อประเด็นนี้อยู่แล้ว ในทางตรงข้ามคาดว่าความชัดเจนต่อกระแสเงินสดและแหล่งเงินทุนในอนาคตน่าจะทำให้ตลาดสบายใจขึ้นมาก ขณะที่ MTLS กำลังเข้าสู่ช่วง High Season ของการเติบโตของสินเชื่อและกำไรใน 2H17 โดยคาดกำไรจะ +22%H-H และกำไรสุทธิ 3Q17 ยังแสดง Record High ที่ 640 ลบ. +12%Q-Q, +60%Y-Y แรงส่งคือความพร้อมของสาขาซึ่งล่าสุดเปิดครบเป้าหมายรายปีที่ 2200 สาขาไปแล้ว และคงคาดการณ์ว่ากำไรจะขึ้นสูงสุดใน 4Q17 เราคงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 39 บาท
อ่านเพิ่มเติม
31
สิงหาคม
2017
SQ (BUY/17TP: 7.2), กำไร 2H17 ชะลอแต่ทั้งปีโดดเด่น รอลุ้นงานประมูลปลายปี
(views 22)
เราปรับประมาณการกำไรปี 2017 ขึ้นเป็นเติบโต 66.5% Y-Y (EPS +23.1% Y-Y) จากกำไรที่ทำได้ดีกว่าคาดมากใน 1H17 แต่กำไรใน 2H17 จะชะลอลงมากเพราะงานขุดขนดินในโครงการเหมืองแม่เมาะ 8 ที่ต้องส่งมอบงานในปีนี้บริษัททำเสร็จเกือบหมดแล้วตั้งแต่ครึ่งปีแรก ปัจจุบัน SQ มี Backlog 3.6 หมื่นล้านบาท รองรับรายได้อีก 8 ปี คิดเป็นราคาเป้าหมาย 7.20 บาท (DCF, WACC 8.1%) Upside จะมาจากการประมูลงานในอนาคต ซึ่งบริษัทรอผลการประมูลโครงการเหมืองแม่เมาะ 9 มูลค่า 4 หมื่นล้านบาทปลายปีนี้ หากชนะประมูล จะเริ่มรับรู้รายได้ปี 2019 ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมา 12% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนความคาดหวังกับโครงการเหมืองแม่เมาะ 9 ไปบ้างแล้วแต่ยังเหลือ upside กว่า 10% จึงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
30
สิงหาคม
2017
BCH (BUY/17TP: 16.5), แนวโน้ม 2H17 ยังสดใส
(views 23)
จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วง 2H17 ที่คาดว่าจะเติบโตในอัตราเร่ง โดยรายได้จากผู้ป่วยเงินสดเริ่มกลับมาเติบโตดีขึ้น ขณะที่ฝั่งประกันสังคมได้รับอานิสงส์จากการปรับเพิ่มการจ่ายเงิน นอกจากนี้ WMC ยังมีพัฒนาการที่ดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากฝั่งผู้ป่วยไทยจากความสำเร็จของ Viral Marketing เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 และ 2018 เติบโตเฉลี่ยราว 16.2% ต่อปี ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 16.50 บาท และเป็น Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
30
สิงหาคม
2017
FTE (BUY/17TP: 4.3), Backlog ร้อนแรงสมชื่อ ปรับเป้าขึ้นเป็น 4.30 บาท แนะนำซื้อ
(views 19)
FTE มีพัฒนาการดีขึ้นต่อเนื่อง จากงานในมือรวมที่เพิ่มเป็น 517 ล้านบาท โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้ช่วงที่เหลือของปีนี้ราว 80% ขณะที่ งานรอประมูลส่วนที่เป็นโครงการติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงมีอีกราว 200 ล้านบาท ส่วนใหญ่ยังเป็นสถานีไฟฟ้าแรงสูงให้ กฟผ. ทำให้คาดว่ากำไรสุทธิจะสร้างจุดสูงสุดใหม่ตั้งแต่ 3Q17 และด้วยความที่ FTE บริหารต้นทุนได้ดีกว่าคาด อีกทั้งยังได้รับผลบวกทางอ้อมจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง (สินค้าเกือบทั้งหมดนำเข้าจากต่างประเทศ) เราจึงปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2017-2018 ขึ้นเฉลี่ย 6% จากคาดการณ์เดิมเป็น 114 ล้านบาท (+31% Y-Y) และ 130 ล้านบาท (+14% Y-Y) ส่งผลให้ราคาเป้าหมายที่อิง PE Multiplier 22.5เท่า เพิ่มขึ้นเป็น 4.30 บาท จากเดิม 4.00 บาท ยังคงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
30
สิงหาคม
2017
HANA (BUY/17TP: 53), คำสั่งซื้อยังดีต่อเนื่อง คาดกำไรสูงสุดของปีใน 3Q17
(views 20)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนไปในทางบวก โดยคำสั่งซื้อในกลุ่มสินค้า IC และ PCBA ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง และมีอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ค่อนข้างสูง แต่ได้รับแรงกดดันบางส่วนจากค่าเงินบาทแข็งค่า การปรับลดราคาขาย (ตามปกติ) และความล่าช้าของวัตถุดิบ ทำให้กระทบต่อการวางแผนการผลิตบ้าง แต่มองเป็นปัญหาชั่วคราว ทั้งนี้เราได้มีการปรับลดกำไรปกติปีนี้ลง 9% เป็นการเติบโต 21% Y-Y จากเดิมคาดโต 33% Y-Y แต่แนวโน้มกำไร 2H17 ยังโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 3Q17 ที่เป็น High Season ของธุรกิจ เราได้ปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้ลงเป็น 53 บาท จากเดิม 58 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 22.5% และคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปีนี้ที่ 5.5% ยังคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
สิงหาคม
2017
PCSGH (BUY/17TP: 8.4), เติบโตมากกว่ากลุ่มจากการผันมาทำ Non-Auto “ซื้อ”
(views 27)
เราเริ่มต้นแนะนำ “ซื้อ” PCSGH ที่ราคาเป้าหมาย 8.40 บาท อิง PE Multiplier เฉลี่ยในอดีตที่ 20 เท่า คิดเป็น Implied PEG เมื่ออิงอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 3 ปีข้างหน้าที่ 18% ต่อปี เท่ากับ 1.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1.7 เท่า โดยปัจจัยหนุนระยะสั้นอยู่ที่ โมเมนตัมการเติบโตของกำไรสุทธิที่ดีกว่ากลุ่ม เพราะฐานที่ต่ำจากการหยุดซ่อมสายการผลิตในปีก่อน และการผลิตและส่งมอบชิ้นส่วนให้กลุ่ม Non-Auto ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ขณะที่ การเติบโตในระยะยาวมาจากการขยายกำลังการผลิตกลุ่ม Non-Auto และการก้าวเข้าสู่การผลิตชิ้นส่วนให้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของลูกค้าในยุโรป โดยเราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2017 จะโตสูงถึง 69% Y-Y อยู่ที่ 645 ล้านบาท และโตต่อเนื่องเฉลี่ย 18% ต่อปีในปี 2018-2020 ทั้งนี้ นอกจาก PCSGH จะมีความน่าสนใจในแง่ของกำไรสุทธิที่โตสูงกว่ากลุ่มแล้ว ความสามารถในการทำกำไรและฐานะทางการเงินยังแข็งแกร่ง โดยปัจจุบันไม่มีหนี้ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยและมีเงินสดในมือราว 1 บาท/หุ้น ส่วนผลตอบแทนจากปันผลทั้งปีคาดว่าจะสูงถึง 5% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
28
สิงหาคม
2017
SAMART-SIM-SAMTEL, เริ่มฟื้นใน 2H17 และปี 2018 แต่โดยรวมยังไม่น่าสนใจนัก
(views 20)
แม้ทิศทางผลการดำเนินงานของกลุ่ม SAMART จะฟื้นตัวขึ้นในช่วง 2H17 และปี 2018 แต่ในส่วนของ SIM คาดว่ายังมีผลขาดทุนพอสมควร ส่วนธุรกิจใหม่จะสร้างกำไรในปี 2019 ซึ่งลามมากดดันกำไรของ SAMART ทำให้เราชอบ SAMTEL มากที่สุดในกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
25
สิงหาคม
2017
ASK (BUY/17TP: 25), เงินปันผลน่าสนใจ
(views 27)
เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลง 10% เป็น 736 ลบ. +4.2%Y-Y เพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯที่สูงกว่าคาดไว้ อย่างไรก็ตามเราคงมุมมองการสดใสของกำไรใน 2H17 เนื่องจากคาดการณ์คุณภาพสินเชื่อที่จะปรับตัวดีขึ้นโดยเฉพาะสินเชื่อรถแวน และ CoF ที่มีแนวโน้มลดลงต่ออีก 0.10%H-H ตามการ Reprice ของหุ้นกู้ชุดใหม่ ผลกำไรใน 3Q17 มีลุ้นว่า ASK น่าจะสร้างกำไร New High ได้ที่ราว 190 ลบ. จึงคงคำแนะนำ ซื้อ แต่ปรับลดราคาเหมาะสมลงเพื่อสะท้อนประมาณการกำไรใหม่ที่ 25 บาท โดยคาดการณ์ Div Yield 6.7%
อ่านเพิ่มเติม
25
สิงหาคม
2017
SVI (SELL/17TP: 4.8), คาดกำไร 2H17 ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ส่วนปีหน้ายังท้าทายอยู่
(views 22)
จากประชุม Opp Day วานนี้ โทนค่อนไปในทางลบ เพราะยังเผชิญปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบในกลุ่มสินค้า Industrial ต่อเนื่องไปใน 2H17 ทำให้บริษัทอยู่ระหว่างปรับพอร์ตสินค้า อาจต้องเลิกผลิตสินค้าบางรายการที่ไม่คุ้มค่าต่อการผลิต และกำลังทำตลาดสินค้าใหม่ เพื่อมาทดแทนสินค้ากลุ่มเดิม แนวโน้มกำไร 2H17 น่าจะฟื้นตัวได้ จากฐานกำไร 1H17 ที่ค่อนข้างต่ำ แต่ยังไม่ใช่การฟื้นตัวที่ดีนัก เราจึงปรับลดกำไรปกติปี 2017 ลง 30% เป็นโตเพียง 3.4% Y-Y (ไม่รวมเงินเคลมประกันปีก่อน) จากเดิมคาดโต 48.5% Y-Y (กำไร 1H17 โตเพียง 10.5% Y-Y) แม้จะคาดกำไรปี 2018 น่าจะกลับมาโตแรงเพราะฐานที่ต่ำในปีนี้ แต่ถือเป็นการคาดการณ์บนสมมติฐานที่ค่อนข้าง Aggressive พอสมควร อย่างไรก็ตาม จากการปรับลดกำไรปีนี้ลง นำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 4.8 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ราคาหุ้นเต็มมูลค่าแล้ว ในขณะที่การฟื้นตัวของแนวโน้มกำไร 2H17 ยังไม่สดใสนัก และการปรับพอร์ตสินค้าของบริษัทเพื่อกลับมาเติบโตในปีหน้า ยังเป็นเรื่องที่ท้าทายอยู่ระดับหนึ่ง ดังนั้นจึงปรับคำแนะนำเป็น ขาย
อ่านเพิ่มเติม
24
สิงหาคม
2017
BDMS (HOLD/17TP: 20), เริ่มมีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นและเห็น Upside ของประมาณการ
(views 30)
เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นจากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โดยแนวโน้มกำไรในช่วง 2H17 มีโอกาสที่จะพลิกมาเติบโตได้เล็กน้อย Y-Y จากโมเมนตัมรายได้ที่ยังโตค่อนข้างดี รวมถึงผลบวกจากแผนการควบคุมที่จะเห็นมากขึ้นใน 2H17 ขณะที่ BDMS ยังคงเป้าหมายการเป็นผู้ให้บริการทางการแพทย์ครบวงจรทั้งเชิงป้องกัน รักษาและฟื้นฟูให้เสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2020 ซึ่งตอบโจทย์การมาของสังคมผู้สูงอายุทั้งไทยและทั่วโลก เราเริ่มเห็น Upside ของประมาณการกำไรปกติปี 2017 และ 2018 จากปัจจุบันที่คาด -5.9% Y-Y และ +4.8% Y-Y ตามลำดับ อย่างไรก็ตามเรายังคงราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 20 บาทและคงคำแนะนำเพียง “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
22
สิงหาคม
2017
ICN (IPO/17TP: 2.9), Growth Stock ของกลุ่ม SI
(views 34)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของ ICN จากภาวะอุตสาหกรรมที่เป็นขาขึ้นและนโยบายภาครัฐที่กระตุ้นให้มีการปรับเปลี่ยนระบบให้เป็นรูปแบบ Digital มากขึ้น ทำให้เริ่มเห็นงานประมูลโครงการต่างๆออกสู่ตลาดค่อนข้างหนาตาอีกครั้ง เราคาดกำไรสุทธิปี 2017-2018 ของ ICN เติบโตเฉลี่ยสูงถึง 97.2% ต่อปี ตามปริมาณงานในมือที่มีอยู่ค่อนข้างมากและคาดว่าจะได้งานเพิ่มเติมอีกในช่วง 2H17 เราประเมินราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 2.90 บาท
อ่านเพิ่มเติม
22
สิงหาคม
2017
TK (SELL/17TP: 12), ราคาหุ้นสะท้อนแนวโน้มที่ดีใน 2H17 แล้ว
(views 25)
เราคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ที่ 505 ลบ. +17.6%Y-Y โดยแนวโน้ม 2H17 มีทิศทางดีกว่า 1H17 เนื่องจากเป็นฤดูกาลที่ดีของสินเชื่อและการสร้างกำไร โดยคาดการณ์กำไรสุทธิ 3Q17 +4-8%Q-Q และกำไร 4Q17 น่าจะดีที่สุดในปี แม้ TK จะเป็นหุ้นที่เราชื่นชอบที่สุดในกลุ่มผู้ให้สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ (ในกลุ่มนี้มี TK S11 และ GL) เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่อรถจักรยานยนต์ที่สูงกว่าอุตสาหกรรมและการบริหารคุณภาพหนี้ที่ดีกว่าคู่แข่ง แต่ราคาล่าสุดเต็มมูลค่าเหมาะสมปี 2017 ที่ 12 บาท ซึ่งสะท้อนแนวโน้มทีดีใน 2H17 แล้ว ปรับลดคำแนะนำลงเป็น ขายทำกำไร
อ่านเพิ่มเติม
21
สิงหาคม
2017
ITEL (BUY/17TP: 7), ปรับประมาณการแต่ไม่กระทบราคาเป้าหมาย “ซื้อ”
(views 22)
เราปรับประมาณกำไรสุทธิปีนี้และปีหน้าลง 13% และ 6% เหลือ 128 ล้านบาท (+91% Y-Y) และ 188 ล้านบาท (+47% Y-Y) ตามลำดับ จากอัตรากำไรขั้นต้นที่มีแนวโน้มต่ำกว่าคาด โดยถูกฉุดจากงานบริการติดตั้งโครงข่ายที่มีการแข่งขันสูงขึ้น แต่จากสัดส่วนรายได้เช่าโครงข่ายระยะยาวที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าสถาบันการเงินและโทรคมนาคม รวมถึงเงินลงทุนในระยะยาวที่มีแนวโน้มต่ำลง เพราะโครงข่ายถูกลงทุนเต็มพื้นที่และมีประสิทธิภาพรองรับการใช้งานได้อีกมาก เราจึงปรับกระแสเงินสดในระยะยาวขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเมื่อสุทธิแล้วราคาเป้าหมายปี 2017 ตามวิธี DCF (WACC 8%, Terminal Growth 2%) ยังเท่าเดิมที่ 7.00 บาท และยังคงแนะนำซื้อ โดย Upside นอกเหนือจากประมาณการ คือ งานติดตั้งอุปกรณ์บอร์ดแบนด์โครงการเน็ตชายขอบ 1.8 พันล้านบาท การให้บริการ Private Network ในต่างประเทศ และการต่อยอดธุรกิจไปในส่วนของดิจิตอลมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
21
สิงหาคม
2017
TKN (BUY/17TP: 24), สถานการณ์ดูดีขึ้น ทั้งโรงงานใหม่ และต้นทุนสาหร่าย
(views 25)
จากการเยี่ยมชมโรงงานใหม่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เราได้รับข้อมูลในโทนบวกมากขึ้น จากแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรในช่วง 2H17 จากการเร่งตัวของการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ การหมดปัญหาเรื่องแรงงานต่าวด้าว ทำให้สามารถดำเนินการผลิตได้ทันกับคำสั่งซื้อของตลาดจีนที่ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยมีบางส่วนเลื่อนรับรู้มาจาก 2Q17 ด้วย จึงคาดเห็นการกลับมาเติบโตของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป ในขณะที่สถานการณ์ต้นทุนสาหร่ายเริ่มดูดีขึ้น แม้ปีนี้จะสูงขึ้นราว 5% - 7% แต่ลดลงจากปีก่อนที่สูงขึ้นถึง 15% และมีความเป็นไปได้ที่จะปรับลดลงในปีหน้า ภายหลังปริมาณผลผลิตสาหร่ายของจีนกลับสู่ภาวะปกติ และมีจำนวนโรงงานผลิตสาหร่ายในเกาหลีเพิ่มขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อราคาวัตถุดิบสาหร่ายในปีหน้า เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 - 2018 ไว้ตามเดิมเป็นการโต 21% Y-Y และ 25% Y-Y ตามลำดับ และมีการ Re-Rate PE กลับสู่ระดับ 35 เท่า จากก่อนหน้าที่ปรับลงเป็น 33 เท่า ภายหลังสถานการณ์ของบริษัทเริ่มดูดีขึ้น และมองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วใน 2Q17 จึงปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 24 บาท จากเดิม 21 บาท ยังมี Upside 20% และประกาศจ่ายปันผลงวด 1H17 หุ้นละ 0.17 บาท คิดเป็น Yield 0.9% กำหนดขึ้น XD 28 ส.ค. และจ่ายเงิน 13 ก.ย. จึงปรับเพิ่มคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
21
สิงหาคม
2017
PRM (IPO/17TP: 11.5), PRM ผู้นำบริการเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันที่เติบโตมั่นคง
(views 23)
PRM ผู้นำบริการเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป รวมถึงปิโตรเคมีเหลวอย่างครบวงจร ทั้งในรูปแบบเรือขนส่งน้ำมัน, เรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมัน (FSU) เรือขนส่งเพื่อสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล, และการบริหารจัดการเรือ ด้วยลักษณะการประกอบธุรกิจที่มีกลุ่มลูกค้ามั่นคง เช่น PTT TOP BCP และบริษัทผลิตน้ำมันรายใหญ่ระดับโลก ซึ่งทำให้รายได้ที่ส่วนมากอยู่ในรูปค่าเช่าระยะยาวมีความต่อเนื่อง ขณะที่ การแข่งขันในอุตสาหกรรมอยู่ในระดับต่ำเพราะใช้เงินลงทุนสูงและต้องมีความเชี่ยวเป็นการเฉพาะ รายได้และกำไรสุทธิปี 2014-2016 จึงเติบโตอย่างมั่นคงเฉลี่ย 11% ต่อปี และ 31% ต่อปี ตามลำดับ และด้วยแนวโน้มการขยายกองเรือเชิงรุกมากขึ้นในปี 2017-2019 ซึ่งจะทำให้ปริมาณการขนส่งและจัดเก็บน้ำมันในปี 2020 เพิ่มขึ้นอีก ~3 เท่าจากปัจจุบัน โดยเราคาดกำไรสุทธิปี 2017-2020 โตเฉลี่ย 24% ต่อปี ซึ่งจะเห็นผลบวกชัดเจนตั้งแต่ปี 2018 ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมปี 2017 ได้เท่ากับ 11.50 บาท จากวิธี DCF (WACC 11%, Terminal growth 2%)
อ่านเพิ่มเติม
18
สิงหาคม
2017
LIT (HOLD/17TP: 12.4), มุมมองเป็นบวกน้อยลง
(views 33)
แม้มุมมองการเติบโตของกำไรใน 2H17 และปี 2017 ยังสดใส แต่เราเห็นแรงกดดันต่อคุณภาพหนี้ซึ่งน่าจะนำไปสู่การตั้งสำรองฯสูงขึ้นและต้นทุนการเงินที่ขยับขึ้นอย่างมีนัยฯจากแหล่งเงินทุนระยะยาว ทำให้เราปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2018 ลง 4% เป็น 180 ลบ. (+21.7%Y-Y) ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2017 ลงเป็น 12.40 บาท ตามคาดการณ์ Growth ที่ลดลงใน 3 ปีข้างหน้า. แนะนำ ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2017
ZIGA (IPO: 5.9/17TP: 9.8), ZIGA ผู้นำการผลิตและจัดจำหน่ายเหล็กท่อ Pre-zinc ในประเทศไทย
(views 28)
ZIGA เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กโครงสร้างประเภท Pre-zinc แบรนด์ Ziga และท่อร้อยสายไฟแบรนด์ DAIWA ซึ่งเป็นการพัฒนาจากการใช้ท่อเหล็กดำชุบสังกะสี มาเป็นการใช้เหล็กชุบสังกะสี Pre-zinc ชนิดม้วนมาตัดแบ่งขึ้นรูปเป็นท่อ จึงถือเป็นสินค้าทดแทนที่มีคู่แข่งน้อยราย และสามารถใช้กับงานก่อสร้างที่หลากหลาย ส่งผลให้กำไรสุทธิในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาโตสูงถึง 207% ต่อปี โดยปีนี้คาดว่าจะโตต่ออีก 26%Y-Y อยู่ที่ 284 ล้านบาท จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐฯ และการฟื้นตัวของภาคการเกษตร ขณะที่ ปี 2018-2019 คาดโตต่อเนื่องเฉลี่ย 26% ต่อปี จากสัดส่วนการใช้ทดแทนท่อเหล็กแบบเดิมที่เพิ่มสูงขึ้น การเพิ่มสินค้าใหม่ และการขยายกำลังการผลิตที่คาดว่าจะเสร็จใน 2H18 ประเมินมูลค่าโดยอิง PE เฉลี่ยของกลุ่มวัสดุก่อสร้างและ ARROW ที่ 18 เท่า ได้ราคาที่เหมาะสม 9.80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2017
PACE (AVOID/17TP: 2.3), ผลการดำเนินงานหลักขาดทุนเพราะค่าการตลาดสูง
(views 21)
ผลการดำเนินงานหลักขาดทุน 3.5 พันล้านบาทจากค่าการตลาดที่สูงมาก กำไรสุทธิที่ PACE รายงาน 5,311 ล้านบาทใน 2Q17 เป็นผลจากรายการทางบัญชีที่เป็นบวกคือผลกระทบจากการสูญเสียการควบคุมในบริษัทย่อย 8,857 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเล็กน้อย 1.5 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออก ผลการดำเนินงานปกติขาดทุนถึง 3,545 ล้านบาท แม้ว่าจะมีรายได้ 2,503 ล้านบาท +0.5% Q-Q, +42.4% Y-Y หลักๆมาจากการโอนห้องชุดของโครงการมหานคร 33 ห้อง (68% ของรายได้รวม) และการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม Dean & Deluca แต่อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยที่ลดลงจาก 37.5% ใน 2Q16 และจาก 34.9% ใน 1Q17 เหลือ 31.5% หรือ 790 ล้านบาท ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่สูงถึง 2,553 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 102% ของรายได้ บริษัทอธิบายว่าเป็นค่าจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อสนับสนุนการขายและการโอนคอนโด ค่าการตลาดที่ทำร่วมกับ PGA Tour เพื่อสร้าง Brand Dean&Deluca และค่า R&D ในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2017
BJC (BUY/17TP: 55), กำไร 2Q17 ต่ำคาด ค่อนไปในทรงตัว แต่จะกลับมาดีใน 4Q17
(views 25)
กำไร 2Q17 ต่ำกว่าคาด กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 996 ล้านบาท (+3.2% Q-Q, +522.5% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงในปีก่อน กำไรปกติ 2Q17 จะ -1.9% Q-Q และ +16.7% Y-Y ต่ำกว่าคาด 10% (เราคาดไว้ 1,113 ล้านบาท) ถือเป็นกำไรที่ยังไม่สดใสนัก โดยธุรกิจค้าปลีก BIGC มีกำไรสุทธิ 1,609 ล้านบาท (+2.3% Q-Q, -28% Y-Y) สัญญาณที่ดีคือ SSSG เริ่มติดลบน้อยลงเป็น -15.2% Y-Y จาก -20% Y-Yในขณะที่อีก 3 ธุรกิจค่อนไปในทางทรงตัว 1) ธุรกิจ Packaging มีการหยุดซ่อมบำรุง 1 เตาในช่วงต้นเดือน เม.ย. ถึงกลางเดือน พ.ค. 2) ธุรกิจ Consumer กำไรโตดีในแง่ Y-Y แต่ลดลง Q-Q เพราะกำลังซื้อยังไม่สดใส และ 3) Healthcare รายได้ไม่ตื่นเต้น เพราะยังไม่ใช่ฤดูกาลขายของสินค้ากลุ่มนี้ ทำให้ภาพรวมรายได้ (4 ธุรกิจ) โตเพียง 4% Q-Q และลดลง 8.3% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ 18.3% ในขณะที่ภาษีจ่ายยังค่อนข้างสูงจากเหตุที่บริษัทไม่สามารถใช้ประโยชน์จากการนำค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย (ที่เกิดจากการซื้อกิจการ BIGC) มาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2017
DRT (BUY/17TP: 6.6), กำไร 2Q17 ถูกกดดันจากฝนที่มาเร็ว แต่ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี
(views 24)
กำไรสุทธิ 2Q17 ลดลง 14% Q-Q แต่ทรงตัว Y-Y ตามคาด DRT ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 116.5 ล้านบาท ลดลง 14% Q-Q แต่ทรงตัว Y-Y เป็นไปตามที่เราคาด หากไม่รวมกำไรพิเศษจากปีก่อนราว 1 ล้านบาท กำไรปกติจะเพิ่มขึ้น 1% Y-Y ทั้งนี้ กำไรที่หดตัว Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาลที่มีฝนเร็ว และวันหยุดยาว ทำให้การก่อสร้างชะลอตัวออกไป ส่งผลให้ยอดขายลดเหลือ 1,093 ล้านบาท (-6% Q-Q) ส่วนการทรงตัว Y-Y แม้รายได้จากการขายจะหดตัว 2% Y-Y เพราะฝนที่มาเร็วกว่าปีก่อน แต่ถูกชดเชยด้วยการลดลงของต้นทุนขาย -3% Y-Y และค่าใช้จ่ายการขาย -9% Y-Y จากการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้ดีขึ้น และการปรับ Product Mix ทำให้กำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นเป็น 28% จาก 27% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2017
BTS (BUY/18TP: 10.2), กำไรปกติ 1Q18 (เม.ย. – มิ.ย. 17) เติบโตดี
(views 31)
กำไรปกติ 1Q18 เพิ่มขึ้น +15% Y-Y BTS รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 405 ล้านบาท -26% Y-Y ตามตลาดคาด หากตัดรายการพิเศษออก กำไรปกติจะเป็น 375 ล้านบาท +15% Y-Y เนื่องจากการควบรวมงบการเงิน VGI และ Rabbit Group ทำให้มีการปรับปรุงงบการเงินรายปีย้อนหลังตั้งแต่เดือนเม.ย. 2014 แต่ไม่ได้ปรับรายไตรมาสย้อนหลัง จึงไม่สามารถเปรียบเทียบผลการดำเนินงานรายไตรมาสได้ ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของกำไรปกติ Y-Y มีปัจจัยหนุนจากรายได้ที่โต 124% Y-Y จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ของทุกธุรกิจ ทั้งรถไฟฟ้า +197% Y-Y, สื่อโฆษณา +37% Y-Y, อสังหาริมทรัพย์ +3% Y-Y และบริการ +2% Y-Y โดยส่วนใหญ่มาจากรายได้จากงาน E&M รถไฟฟ้าสีเขียวต่อขยายเหนือ-ใต้ราว 1.2 พันลบ. อย่างไรก็ตาม กำไรถูกกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 227% Y-Y ตามโครงการที่เปิดเพิ่ม รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็น 294 ล้านบาท +234% Y-Y จากการออกหุ้นกู้ราว 2.2 หมื่นล้านบาทปลายปีก่อน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 34% จาก 55% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2017
KTC (BUY/17TP: 126), ฟ้าหลังฝนย่อมสดใส
(views 34)
ผู้บริหารยืนยันเป้าหมายการเติบโตของกำไรในปี 2017 และคาดว่าจะรักษาการเติบโตได้ผ่านการปรับลดค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญลงเนื่องจากคุณภาพสินเชื่อที่ดีและมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ขณะที่คาดว่าค่าใช้จ่ายทางการตลาดในการเปิดบัตรใหม่น่าจะชะลอตัวลงด้วย เราคาดว่าผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั้งหมดจะสามารถชดเชยได้ทั้งหมดและคาดว่า KTC จะแสดงการเติบโตของกำไรในปีนี้และปีหน้าได้ที่ 9%Y-Y และ 4%Y-Y ตามลำดับ ราคาหุ้นลงมารับเพียงปัจจัยด้านรายได้ที่ลดลงเพียงด้านเดียว ความชัดเจนต่อการปรับลดค่าใช้จ่ายข้างต้นจึงเป็น Upside ในระยะต่อไป ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ ราคาเหมาะสมใหม่ 126 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2017
RS (BUY/17TP: 14.5), กำไรปกติ 2Q17 ฟื้นตัวตามคาด
(views 20)
2Q17 กำไรฟื้นตัว Q-Q, Y-Y ตามคาด ธุรกิจ H&B หนุน 2Q17 กำไรสุทธิ 52 ล้านบาท กำไรปกติ 57 ล้านบาท ใกล้เคียงเราและตลาดคาด เพิ่ม 266.0% Q-Q และกลับจากขาดทุน 77 ล้านบาทใน 2Q16 แม้รายได้รวมต่ำกว่าคาด จากรายได้สื่อทีวี (ช่อง 8+ช่อง 2) แต่ชดเชยด้วยต้นทุนบริการและค่าใช้จ่าย SG&A ต่ำกว่าคาด รายได้รวม +14.0% Q-Q, +14.7% Y-Y จากการขยายตัวเร็วของรายได้ธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Health&Beauty (H&B) +50.9% Q-Q, 4.6 เท่าตัว Y-Y เป็น 300 ล้านบาท ทำให้มีสัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 35% จาก 7% ใน 2Q16 และเป็นธุรกิจที่ Gross margin สูง (65-70%) ช่วยทำให้ Gross margin เฉลี่ยเพิ่มเป็น 36.7% จากไตรมาสก่อนที่ 32.3% และ 2Q16 ที่ 23.9% ขณะที่จากรายได้ธุรกิจสื่อ -2.1% Q-Q, -17.7% Y-Y มาจากรายได้ธุรกิจทีวีดิจิตอล “ช่อง 8” (สัดส่วนรายได้ ~36%) Flat Q-Q, Y-Y แต่รายได้ทีวีดาวเทียม ช่อง 2 และวิทยุลดลง Y-Y ตามการย้ายเม็ดเงินไปทีวีดิจิตอลมากขึ้นและตามตลาดโฆษณารวม
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2017
SAPPE (HOLD/17TP: 28), กำไร 2Q17 ฟื้นตัวแรง แต่จะเป็นกำไรสูงสุดของปีนี้
(views 26)
กำไรสุทธิ 2Q17 ฟื้นตัวแรง ดีกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 163 ล้านบาท (+232.7% Q-Q, +7.2% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 137 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นดีกว่าคาด และค่าใช้จ่ายน้อยกว่าคาด ถือเป็นการฟื้นตัวแรง โดยมาจากฐานต่ำในไตรมาสก่อนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในอินโดนีเซีย ทำให้ลูกค้าชะลอการสต็อกสินค้าออกไป และกลับมาสั่งซื้อปกติในไตรมาสนี้ ส่วนการขายในประเทศยังทำได้ดี แม้จะเผชิญกับกำลังซื้อที่แผ่วลง และฝนตกบ่อย แต่ได้รับปัจจัยหนุนด้วยสินค้าตัวใหม่ Beauti Drink สูตร Relaxing Calm ที่ยังขายดีต่อเนื่อง ทำให้รายได้รวม +70% Q-Q และ +2.4% Y-Y และด้วยอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 42.6 % (เราคาด 41.5%) จาก 36.3% ใน 1Q17 แต่ยังคงต่ำกว่าปีก่อนที่ทำได้ถึง 46.4% ไม่ใช่เพราะฐานที่สูง แต่เพราะยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับไปเท่ากับที่เคยทำได้ในอดีต ในขณะที่บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยไม่สดใสนัก บริษัทจึงลดการทำโปรโมชั่นและโฆษณาลง ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 19.9% (เราคาดไว้ 23%) ต่ำสุดในรอบ 13 ไตรมาส โดยลดลงจาก 26% ใน 1Q17 และ 25.1% ใน 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2017
TRUE (HOLD/17TP: 6), 2Q17 ยังไม่สดใสนัก ปรับลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
(views 20)
ผลการดำเนินงานดีขึ้น Q-Q แต่ยังลดลง Y-Y TRUE ประกาศผลการดำเนินงาน 2Q17 ออกมามีผลขาดทุนปกติ 1,182 ลบ. ฟื้นจาก 1Q17 ที่ขาดทุน 2,726 ลบ. แต่ยังแย่ลงจาก 2Q16 ที่ขาดทุนเพียง 37 ลบ. รายได้จากการให้บริการที่เติบโต 4.2% Q-Q และ 10.2% Y-Y โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากฝั่ง True Mobile โดยมี Net Add เป็นบวกกว่า 4 แสนรายและมี Market Share ในแง่รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 26% จาก 23.6% และ 25.8% ใน 2Q16 และ 1Q17 ตามลำดับ ขณะที่ฝั่งต้นทุนเริ่มที่จะควบคุมได้ดีขึ้นและเป็นปัจจัยที่ทำให้ขาดทุนลดลง Q-Q อย่างไรก็ตามค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาต 900 MHz ที่เริ่มบันทึกตั้งแต่ 3Q16 ยังเป็นปัจจัยถ่วงและทำให้ขาดทุนมากตัวขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2017
VIBHA (SELL/17TP: 2.5), 2Q17 ดีกว่าคาด แต่ Valuation ยังค่อนข้างแพง
(views 22)
ผลการดำเนินงานดีขึ้น Q-Q แต่ยังลดลง Y-Y VIBHA ประกาศผลการดำเนินงาน 2Q17 ออกมาดีกว่าคาด โดยมีกำไรปกติ 187 ลบ. +59.4% Q-Q, +28.8% Y-Y โดยรายได้จากการรักษาพยาบาลเติบโตขึ้น 1.5% Q-Q และ 6.8% Y-Y ซึ่งเติบโตทั้งจาก CMR และตัวร.พ.วิภาวดี ขณะที่ Gross Margin แม้จะปรับตัวลง Y-Y แต่ชดเชยได้จากค่าใช้จ่าย SG&A ที่ลดลง ส่วนปัจจัยที่ทำให้กำไรออกมาดีกว่าคาดคือส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ยังสูงถึง 44 ลบ.จากระดับปกติซึ่งอยู่ที่ราว 10-15 ลบ.ต่อไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2017
SWC (BUY/17TP: 14.7), กำไร 2Q17 แย่กว่าคาด จากการทำโปรโมชั่น แต่ยังแนะนำ “ซื้อ”
(views 18)
กำไรสุทธิ 2Q17 แย่กว่าคาดจากค่าใช้จ่ายทำตลาดที่สูง กำไรสุทธิ 2Q17 อยู่ที่ 42 ล้านบาท ลดลง 8% Q-Q ทั้งที่เป็น High Season และอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวตามคาดเป็น 38% จาก 35.4% ใน 1Q17 แรงกดดันสำคัญมาจากค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อรักษา Market Share ที่ค่อนข้างสูง ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 26% จาก 17% ใน 1Q17 ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 11% จากรายได้รวมที่โต 23% Q-Q และ 28% Y-Y อยู่ที่ 405 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีเพราะสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่ถูกฉุดจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว แม้ว่าส่วนหนึ่งจะเป็นผลจากการเร่งซื้อของตัวแทนจำหน่ายเพื่อรองรับการปรับราคาขายขึ้น แต่โดยหลักแล้วมาจากฤดูฝนที่มาเร็วและลากยาว ซึ่งน่าจะเป็นโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่องถึง 3Q17
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
BLA (HOLD/17TP: 48), กำไรที่ดีที่สุดของปีผ่านไปแล้วใน 2Q17
(views 17)
เราได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลง 4% เป็น 3,886 ลบ. (-24% Y-Y) โดยปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ก้อนใหญ่ใน 2H17 เทียบกับที่เกิดขึ้นน้อยมากใน 1H17
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
ALT (HOLD/17TP: 6), กำไร 2Q17 ยังไม่สดใส แต่แนวโน้ม 2H17 น่าจะดีขึ้น
(views 19)
กำไร 2Q17 เริ่มฟื้น Q-Q แต่ยังหดแรง Y-Y ALT ประกาศกำไรปกติ 2Q17 ที่ 46 ลบ. +50.7% Q-Q, -34.4% Y-Y ซึ่งถือว่ายังอ่อนแอ โดยแม้รายได้จากการดำเนินงานจะเริ่มฟื้นตัว 2.6% Q-Q แต่ยังหดตัวแรง 36.7% Y-Y โดยเฉพาะจากฝั่งการขายสินค้าในส่วนของ Fiber Optic และ Cell on Wheels ขณะที่งานบริการติดตั้งสถานีฐานยังคงอยู่ในระดับต่ำเนื่องจาก Mobile Operator ยังชะลอการติดตั้งสถานีฐาน ขณะที่ปัจจัยที่หนุนการฟื้นตัว Q-Q เกิดจาก Gross Margin ที่เพิ่มขึ้นจากโครงสร้างรายได้ที่เปลี่ยนไปซึ่งโดยปกติรายได้จากงานบริการจะสูงกว่างานขายสินค้า
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
BEAUTY (HOLD/17TP: 12.6), กำไรสุทธิ 2Q17 ออกมาดีกว่าคาด แต่ราคารับรู้ไปแล้ว “ถือ”
(views 24)
กำไรสุทธิ 1Q17 อยู่ที่ 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12%Q-Q และ 55% Y-Y กำไร 2Q17 ออกมาดีกว่าคาดมาก +37% Q-Q, +97% Y-Y อยู่ที่ 273 ล้านบาท (เราคาดเพียง 223 ล้านบาท) โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 29% Q-Q และ 51% Y-Y อยู่ที่ 881 ล้านบาท จากยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้น 20.8% Y-Y มากกว่า 1Q17 ที่เพิ่มขึ้น 14.4% Y-Y ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นก็ขยายตัวเป็น 69.5% จาก 66.7% ใน 1Q17 และ 67.2% ใน 2Q16 จากทั้ง Product mix ที่โน้มเอียงมาทาง Beauty Cottage มากขึ้น และการทำ Sales Promotion ที่น้อยลง ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคิดเป็น 31.4% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 30.8% ใน 1Q17 แต่ลดลงมากเมื่อเทียบกับ 38.2% ใน 2Q16 เพราะการขยายสาขาที่เน้นประสิทธิภาพมากขึ้น หรือเน้นเพิ่มยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาเดิมมากกว่าการเร่งเปิดสาขา อีกทั้ง เมื่อแบรนด์ติดตลาดก็ทำให้ค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาลดลงด้วย
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
MBAX (BUY/17TP: 6.5), กำไร 2Q17 ดีตามคาด แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 6.50 บาท
(views 28)
กำไรสุทธิ 2Q17 อยู่ที่ 19 เพิ่มขึ้น 10% Q-Q และเพิ่มขึ้น 171% Y-Y กำไรสุทธิ 2Q17 อยู่ที่ 19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% Q-Q และ 171% Y-Y จากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวพร้อมกัน ซึ่งการเติบโตเมื่อเทียบ Q-Q ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะปกติเป็น Low Season จากการมีวันหยุดมาก ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ที่กำไรกระชากขึ้นแรง เป็นผลจากฐานที่ต่ำใน 2Q16 เพราะลูกค้ารายใหญ่มีการหยุดสั่งเพื่อปรับกระบวนการผลิต โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 22% ทั้ง Q-Q และ Y-Y อยู่ที่ 435 ล้านบาท จากยอดส่งออกถุงซิปล็อคที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในออสเตรเลียและประเทศแถบเอเชียที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 9.5% เพิ่มขึ้นจาก 9.3% ใน 1Q17 และ 8.2% ใน 2Q16 จากผลของ Economy of scale ตามการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนเม็ดพลาสติก LDPE ที่อ่อนตัวลงราว 10% YTD
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
EPG (BUY/18TP: 16), แม้กำไรทรงตัว Q-Q และ -24% Y-Y แต่ถือว่าแกร่งกว่าคาด
(views 21)
กำไรดีกว่าคาดและถือว่าแข็งแกร่งท่ามกลาง Low season กำไรสุทธิใน 1Q18 (เม.ย.-มิ.ย. 2017) ที่ 285.6 ล้านบาท รวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 12.0 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรจากการดำเนินงานปกติเป็น 297.6 ล้านบาท ดีกว่าที่เราคาดถึง 17% แม้จะทรงตัว Q-Q และ -24.2% Y-Y แต่ต้องถือว่าแข็งแกร่ง เพราะไตรมาสนี้เป็น Low season ของการจับจ่ายในประเทศ (70% ของรายได้รวม) ธุรกิจที่ฉุดผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ EPP (บรรจุภัณฑ์พลาสติก) ตามกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอ มีการแข่งขันด้านราคา ทำให้รายได้ของธุรกิจนี้ซึ่งมีสัดส่วน 20% หดตัวแรงทั้ง Q-Q และ Y-Y ในขณะที่เพิ่งขยายกำลังการผลิตในไตรมาสที่ผ่านมา อัตรากำไรขั้นต้นจึงลดลงต่ำสุดในรอบ 2 ปี ส่วนธุรกิจฉนวนยางค่อนข้างทรงตัวใกล้เคียงเดิมทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น ขณะที่ธุรกิจชิ้นส่วนตกแต่งรถยนต์มีรายได้เพิ่มได้ดี แต่เผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่าปีก่อน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าปีก่อน และเป็นหนึ่งในเหตุที่กำไรปกติไตรมาสนี้ -24.2% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
SVI (U.R./17TP: U.R.), กำไร 2Q17 ต่ำกว่าคาด และเริ่มกังวลต่อกำไร 2H17 มากขึ้น
(views 17)
กำไร 2Q17 น่าผิดหวัง ต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 125 ล้านบาท (-28.2% Q-Q, -78.2% Y-Y) หากไม่รวมผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 2 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 128 ล้านบาท (+2.4% Q-Q, -5.9% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 235 ล้านบาท) ถือเป็นไตรมาสที่น่าผิดหวัง แม้รายได้จะฟื้นตัวมาอยู่ที่ US$91 ล้าน (+9.6% Q-Q, +9.6% Y-Y) แต่ด้วยผลกระทบของค่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้รายได้สกุลบาทเติบโตได้น้อยกว่า ในขณะที่เผชิญกับการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากยังคงมีธุรกรรม Forward บางส่วนที่เหลือค้างมาตั้งแต่เหตุไฟไหม้ในช่วงปลายปี 2015 ซึ่งเป็นธุรกรรมที่มี Rate ค่อนข้างสูง จึงยังไม่มีกำไรอัตราแลกเปลี่ยนมาชดเชยผลกระทบจากบาทแข็งในรอบนี้ได้ และอัตรากำไรขั้นต้นได้อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 8.7% ลดลงจาก 9.2% ใน 1Q17 เพราะค่าเงินบาทแข็งและต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
TVO (SELL/17TP: U.R.), กำไร 2Q17 หดตัวลงหนัก อยู่ระหว่างปรับลดกำไร
(views 22)
กำไรสุทธิ 2Q17 ยังแผ่วลงต่อ กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 208 ล้านบาท (-20.9% Q-Q, -74% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 25 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 183 ล้านบาท (-33.2% Q-Q, -77.3% Y-Y) ถือเป็นกำไรที่อ่อนแอ แม้จะมีปริมาณขายสูงขึ้นตามฤดูกาล แต่ได้รับผลลบจากราคาขายที่ลดลง จากการแข่งขันที่สูงขึ้นของธุรกิจน้ำมันถั่วเหลือง โดยมาจากสถานการณ์ปาล์มขาดแคลนคลี่คลายลงไป เช่นเดียวกับราคาขายกากถั่วเหลืองที่อ่อนตัวลง ทำให้รายได้ในไตรมาสนี้โตเพียง 2.2% Q-Q และลดลง 7% Y-Y ในขณะที่ราคาเมล็ดถั่วเหลืองในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น และมีความผันผวนมากขึ้น ทำให้การบริหารสต็อกถั่วเหลืองทำได้ยากขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 8% จาก 10.2% ใน 1Q17 และ 18.7% ใน 2Q16 ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 ไตรมาส ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 5.2% จาก 5% ใน 1Q17 และ 4.7% ใน 2Q16 จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้นในธุรกิจน้ำมันถั่วเหลือง อันเนื่องมาจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
XO (HOLD/17TP: 5.3), กำไร 2Q17 ดีกว่าคาด แต่แนวโน้ม 2H17 ยังไม่สดใสนัก
(views 26)
กำไรสุทธิ 2Q17 ดีกว่าคาด จากต้นทุนแรงงานลดลงมากกว่าคาด กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 16 ล้านบาท (+14.3% Q-Q, -46.7% Y-Y) ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 11 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด แต่หากพิจารณาในส่วนของรายได้ ถือว่าไม่สดใสนักเพราะปรับลดลง 11% Q-Q และ 3% Y-Y จากรายได้กลุ่มเครื่องดื่มที่ชะลอตัวลงเกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากฐานที่สูงผิดปกติในปีก่อน ในขณะที่รายได้กลุ่มซอสและน้ำจิ้มพอเติบโตได้ สำหรับสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 24.1% จาก 21.1% ใน 1Q17 และ 21.4% ใน 2Q16 มาจากค่าใช้จ่ายในการเดิมทาง และค่าบริการทำลายสินค้า แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น Q-Q มาอยู่ที่ 32.3% (เราคาดไว้ 28.5%) จากต้นทุนแรงงานของโรงงานเก่าที่ลดลง ภายหลังย้ายสายการผลิตเกือบจะแล้วเสร็จ
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
BKD (BUY/17TP: 4.9), กำไรปกติยังไม่มา แต่คาดเร่งตัวใน 2H17 ปันผลพิเศษจูงใจ “ซื้อ”
(views 18)
กำไรปกติ 2Q17 ออกมาแย่กว่าคาด จากการเลื่อนรับรู้งานมาร์จิ้นสูง ผลจากการรับรู้งานเก่าซึ่งเป็นงานก่อสร้างสนามกีฬาที่ BKD ไม่มีความชำนาญ ทำให้ผลการดำเนินงานปกติ 2Q17 พลิกเป็นขาดทุน 28 ล้านบาท จากที่มีกำไรปกติราว 10 ล้านบาทใน 1Q17 โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 32% Q-Q และ 2% Y-Y อยู่ที่ 418 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีจาการเติบโตแบบ Q-Q ครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส แต่เพราะเป็นช่วงที่ต้องเร่งปิดงานเก่าที่มีอัตรากำไรต่ำ และบางงานถึงขั้นขาดทุนเพื่อไม่ให้ถ่วงงบในอนาคต จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ -2.7% จาก 15.5% ใน 1Q17 และ 14.7% ใน 2Q16 อย่างไรก็ตาม การบันทึกกำไรขายทีดิน 367 ล้านบาท ทำให้ BKD มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 269 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 255% Q-Q และ 782% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
CPF (BUY/17TP: 32), กำไรขายเงินลงทุนก้อนใหญ่ ช่วยลดขาดทุนหมูใน 2Q17
(views 18)
กำไรสุทธิ 2Q17 โตได้จากกำไรขายเงินลงทุน ช่วยชดเชยขาดทุนหมู กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 4,064 ล้านบาท (+2.8% Q-Q, +1.2% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษ 1) กำไรขายเงินลงทุน 3,077 ล้านบาท (สุทธิภาษีจะเหลือ 2,462 ล้านบาท) 2) ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพ 603 ล้านบาท และ 3) กำไรอัตราแลกเปลี่ยน 60 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 2,146 ล้านบาท (-8.7% Q-Q, -54.2% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 3,017 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด ทั้งนี้ธุรกิจที่อ่อนแอคือ ธุรกิจหมูในเวียดนาม ที่เผชิญผลขาดทุนมากขึ้น จากราคาหมูที่ลดลงแรงโดยราคาหมูเฉลี่ย 2Q17 เท่ากับ 22,879 ดองต่อกก. (-31.4% Q-Q, -55.1% Y-Y) ส่วนธุรกิจที่ดีคือ ธุรกิจไก่ส่งออก ที่มีปริมาณไก่ส่งออกเติบโตค่อนข้างสดใส และธุรกิจกุ้งที่ฟื้นตัวหลังผ่านช่วงน้ำท่วมตอนต้นปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทมีรายได้รวม +5.3% Q-Q และ +7.9% Y-Y แต่อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงมาอยู่ที่ 11.7% (เราคาด 12.5%) จาก 12.7% ใน 1Q17 แต่ยังเพิ่มขึ้นจากฐานต่ำที่ 8% ใน 2Q16 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับลดลงเล็กน้อย เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายในการซื้อ Bellisio เหมือนไตรมาสก่อน ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 9.7% จาก 10.2% ใน 1Q17 และ 9.9% ใน 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
BANPU (BUY/17TP: 24), ประกาศกำไรปกติแข็งแกร่งตามคาด
(views 22)
กำไรปกติ +15% Q-Q +410% Y-Y แข็งแกร่งตามคาด ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 2,260 ล้านบาท (+58% Q-Q, +704% Y-Y) ต่ำกว่าที่เราคาด เนื่องจากมีรายการพิเศษจากการขาดทุน FX และ hedging มากกว่าที่คาด ทั้งนี้ หากคิดเฉพาะกำไรปกติ จะเท่ากับ 2,745 ล้านบาท (+15% Q-Q, +410% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด โดยภาพรวมผลประกอบการหลัก 1. ธุรกิจถ่านหินถือว่ามีผลประกอบการที่ดีต่อเนื่องเพราะราคาถ่านหินยังทรงตัวระดับสูง ซึ่งช่วยชดเชยการผลิตถ่านหินในเหมืองอินโดนิเซียที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในรอบกว่า 7 ปีได้ 2. ธุรกิจโรงไฟฟ้ามีผลประกอบการที่โดดเด่น โดยเฉพาะจากโรงไฟฟ้าหงสาที่สามารถเดินเครื่องจักรผลิตไฟฟ้าราบรื่น ทำให้โรงไฟฟ้าหงสามีผลประกอบการที่ดีที่สุดตั้งแต่เดินเครื่องมา อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้ายังคงถูกหน่วงด้วยการขาดทุน FX ตามอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่แข็งค่าในช่วง 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
FTE (BUY/17TP: 4), กำไร 2Q17 ร้อนแรงตามคาด แนวโน้ม 2H17 ยิ่งแรงกว่า “ซื้อ”
(views 20)
กำไรปกติ 2Q17 ดีกว่าคาดจากรายได้ที่โตแรงและอัตรากำไรที่ขยายตัว FTE ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 27 ล้านบาท มากกว่าคาดที่ 26 ล้านบาทเล็กน้อย ทรงตัว Q-Q แม้จะเป็น Low Season แต่เพิ่มขึ้นถึง 59% Y-Y จาก (1) รายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 10% Y-Y อยู่ที่ 215 ล้านบาท ตามการส่งมอบงานติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงให้กับโครงการต่างๆที่เพิ่มขึ้นถึง 51% Y-Y อยู่ที่ 64 ล้านบาท (2) ผลจากการรับรู้งานบริการในสัดส่วนที่มากขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวเป็น 27.3% จาก 24.4% ใน 1Q17 และ 19.9% ใน 2Q16 (3) การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังทำได้ดี แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการเข้า SET แต่lสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมยังทรงตัวที่ 11.8% ลดลงจาก 13.0% ใน 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
MAJOR (BUY/17TP: 34), กำไร 2Q17 ใกล้เคียงคาด
(views 16)
กำไรปกติ 2Q17 สูงสุดของปี เพิ่ม 164.5% Q-Q แต่ลดลง 5.5% Y-Y กำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 555 ล้านบาท เป็นระดับสูงสุดของปี เพิ่ม 111.9% Q-Q, 2.1% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษกำไรจากการขายหุ้น PVR ใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่101 ล้านบาท (สุทธิจากภาษี) เป็นกำไรปกติ 453 ล้านบาท ใกล้เคียงคาด เพิ่ม 164.5% จากไตรมาสก่อน แม้ลดลงเล็กน้อย 5.5% Y-Y รายได้รวม 2.78 พันล้านบาท เพิ่ม 30.2% Q-Q จากรายได้ตั๋วหนัง (สัดส่วนรายได้ ~59%) +41.3% Q-Q ตามฤดูกาล จากหนังฮอลลีวู๊ดทำเงินเข้าฉายหลายเรื่อง Flat Y-Y แต่ Flat Y-Y จากฐานที่สูงมากใน 2Q16 (รวมหนังไทยทำเงินสูง “หลวงพี่แจ๊ส 4g”) รายได้ขายเครื่องดื่มและอาหาร (สัดส่วนรายได้ ~20%) +51.6% Q-Q, +14% Y-Y รายได้โฆษณา (สัดส่วนรายได้ ~12%) +2.3% Q-Q, Flat Y-Y รายได้ธุรกิจโบวลิงและค่าเช่าพื้นที่ (สัดส่วนรายได้รวม ~8%) Flat Q-Q แต่ยังลดลง 9-10% Y-Y แต่บ.ย่อย MPIC มีขาดทุนขั้นต้น 9 ล้านบาท ชดเชยด้วยกำไรรับรู้จากบ.ร่วมที่มากกว่าคาด
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
SEAFCO (BUY/18TP: 16.6), กำไร 2Q17 ลดลง Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ยังโต Y-Y
(views 15)
กำไรสุทธิ 2Q17 ดีกว่าคาด -37% Q-Q แต่ +7% Y-Y SEAFCO ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 38 ล้านบาท ลดลง 37% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 7% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด (เราคาด 33 ล้านบาท) โดยการหดตัวของกำไร Q-Q มีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยฤดูกาล ซึ่งมีวันหยุดยาว และฝนที่ค่อนข้างเร็ว ส่งผลกระทบกับงานที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ทำให้รายได้ชะลอตัว 37% Q-Q เป็น 338 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของกำไร Y-Y มีปัจจัยสนับสนุนจากการควบคุม SG&A ที่ดีขึ้น โดยการบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ SG&A ลดลง 21% Y-Y รวมถึงกำไรขั้นต้นที่ปรับขึ้นเป็น 19.6% จาก 18.2% ในปีก่อน เนื่องจากมีการส่งมอบงานที่รับเฉพาะค่าแรงเพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
SPRC (SELL/17TP: 14.7), กำไรสะดุดจากราคาน้ำมัน และ หยุดซ่อมนอกแผน
(views 18)
ประกาศกำไรอ่อนแอ และ ต่ำกว่าคาด 2Q17 ประกาศกำไรสุทธิเท่ากับ 593 พันล้านบาท (-80% Q-Q, -80% Y-Y) ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด สาเหตุหลักมาจากอัตราการใช้กำลังการผลิต และ ค่าการกลั่นที่อ่อนแอกว่าคาด โดย 2Q17 มีรายการพิเศษจากกำไร FX 173 ล้านบาท หากหักรายการดังกล่าวออก กำไรปกติจะเท่ากับ 410 ล้านบาท (-81% Q-Q, -85% Y-Y) สำหรับผลประกอบการที่อ่อนแอทั้ง Q-Q และ Y-Y มาจากการขาดทุนสต๊อกน้ำมัน 737 ล้านบาท เทียบกับ กำไร 478 ล้านบาท และ 2,391 ล้านบาท ใน 1Q17 และ 2Q16 นอกจากนี้ 2Q17 ยังมีการหยุดซ่อมโรงกลั่นนอกแผน 10 วัน ทำให้อัตราการใช้กำลังผลิตลดลงเหลือ 79.2% (-18% Q-Q, -18% Y-Y) ขณะที่ ค่าการกลั่นตลาดเท่ากับ US$6.9/BBL (-14% Q-Q, +31% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
SAT (SELL/17TP: 14.5), กำไรสุทธิ 2Q17 โต Y-Y แต่แนวโน้ม 2H17 อาจทำได้แค่ทรงตัว
(views 15)
กำไรสุทธิ 2Q17 ดีกว่าคาด จากการควบคุมต้นทุนและการขยายตัวของชิ้นส่วนการเกษตร SAT เปิดเผยกำไรสุทธิ 2Q17 อยู่ที่ 135 ล้านบาท ลดลง 21% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น Low Season แต่เมื่อเทียบ Y-Y เพิ่มขึ้น 14% แม้รายได้รวมจะลดลง 7% Q-Q และ 2% Y-Y อยู่ที่ 1,936 ล้านบาท ตามอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยอดผลิตรถยนต์ 2Q17 ลดลง 4% Y-Y อยู่ที่ 465,411 คน แต่ถูกชดเชยได้บางส่วนจากยอดผลิตกลุ่มชิ้นส่วนการเกษตรที่เพิ่มขึ้น 44% Y-Y ขณะที่ การแผนควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวดด้วยการลดของเสีย ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 14.8% จาก 14.2% ใน 2Q16 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวม ยังทรงตัวได้ดีเมื่อเทียบ Y-Y ที่ระดับ 8.5%
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
MC (HOLD/17TP: 16), กำไร 2Q17 อ่อนแอ ปรับประมาณการและคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
(views 18)
กำไร 2Q17 อ่อนแออย่างน่าใจหาย MC ประกาศผลการดำเนินงาน 2Q17 อ่อนแออย่างมาก โดยมีกำไรปกติเพียง 90 ลบ. -61.2% Q-Q, -53% Y-Y ซึ่งเกิดจากรายได้ที่หดตัวอย่างมีนัยยะ 24.7% Q-Q และ 8.7% Y-Y ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการบริโภคและกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว ขณะที่ห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นในต่างจังหวัดถูกกระทบจากห้างค้าปลีกสมัยใหม่ซึ่งทำให้เกิดปัญหาเรื่องสต๊อกสินค้าและกระทบกับคำสั่งซื้อ ขณะที่ Gross Margin ปรับตัวลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y จากการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นเพื่อชิง Market Share รวมถึงการ Bundle สินค้าใหม่เพื่อขยายตลาด
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
AAV (HOLD/17TP: 6.5), กำไร 2Q17 อ่อนแอ ต่ำกว่าคาด ปรับลดราคาเป้าหมายลง
(views 16)
กำไรสุทธิ 2Q17 ต่ำกว่าเราและตลาดคาด AAV ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 171 ล้านบาท หดตัว 70% Q-Q, 60% Y-Y หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนราว 30 ล้านบาท กำไรปกติจะเท่ากับ 141 ล้านบาท ( -67% Q-Q, -64% Y-Y) ต่ำกว่าเราและตลาดคาด การลดลงของกำไร Q-Q มาจากรายได้รวมที่ลดลง 9% Q-Q จากจำนวนผู้โดยสารทีหดตัวเหลือ 4.7 ล้านคน (-11% Q-Q) หรือ Load Factor ที่ 86% บวกกับค่าโดยสารเฉลี่ยต่อคนที่ลดลงเป็น 1,476 บาท (-6% Q-Q) เพราะเป็นช่วง Low Season ของการท่องเที่ยว ส่วนการหดตัวของกำไร Y-Y มีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 14% Y-Y จากแนวโน้มราคาน้ำมันที่สูงขึ้น 12% Y-Y ทำให้ Fuel/ASK ปรับขึ้น 24% Y-Y บวกกับได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราภาษีน้ำมันเครื่องบินเส้นทางภายในประเทศเมื่อปลายม.ค. แม้บริษัทจะได้รับประโยชน์บางส่วนจากการ Hedge ราคาน้ำมัน แต่มีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นเพิ่มขึ้น อาทิ ค่าเช่าเครื่องบินที่สูงขึ้นตามการขยายขนาดฝูงบิน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 10.4% จาก 15.5% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
ARROW (BUY/17TP: 19), กำไรเจอ Bottom แล้ว แต่การฟื้นตัวล่าช้า ปรับเป้าลง แต่ยังให้ซื้อ
(views 18)
กำไรสุทธิ 2Q17 ฟื้นตัว 16% Q-Q จากอัตรากำไรที่กลับเข้าสู่ระดับปกติ กำไรสุทธิ 2Q17 อยู่ที่ 54 ล้านบาท ฟื้นตัว 16% Q-Q แม้รายได้รวมจะลดลง 10% Q-Q อยู่ที่ 328 ล้านบาท ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น Low Season จากวันหยุดที่มาก แต่อัตรากำไรขั้นต้นเด้งกลับเร็วสู่ระดับปกติ โดยอยู่ที่ 31.6% จากที่ทำได้เพียง 25.9% ใน 1Q17 ตามราคาเหล็กที่ลดลงราว 15% Q-Q (ราคาเหล็ก 1Q17 เพิ่มขึ้น 30% Q-Q) และผลของการเปลี่ยนวิธีบันทึกต้นทุนที่ถูกปรับฐานไปแล้วใน 1Q17 อย่างไรก็ตาม ราคาเหล็กที่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยปีก่อนราว 20% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังต่ำกว่า 2Q16 ที่ 33.1% ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิลดลง 5% เมื่อเทียบ Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
ORI (BUY/17TP: 16), กำไรโตก้าวกระโดด +227% Y-Y ดีกว่าคาด
(views 13)
กำไร +39% Q-Q, +227% Y-Y ดีกว่าคาดมาก จากมาร์จิ้นที่ทำได้สูงมาก ORI รายงานกำไรสุทธิ 238.7 ล้านบาทใน 2Q17 +38.9% Q-Q, +227.0% Y-Y ดีกว่าเราคาดถึง 19% จากรายได้ที่ดีกว่าคาดและควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีมาก โดยรายได้โอนใน 2Q17 มียอดสูงถึง 1.16 พันล้านบาท +34.6% Q-Q, +146.7% Y-Y เพราะมีคอนโดใหม่ 3 แห่งที่เริ่มโอนในเดือน มี.ค. และ มิ.ย. อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ถึง 46% สูงกว่าปกติที่ทำได้ประมาณ 44% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 27% ใน 2Q16 เป็น 23% ใน 1Q17 และเหลือเพียง 21% ใน 2Q17 ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 20.6% สูงกว่าปีก่อนๆที่ทำได้ 19%
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2017
VNG (HOLD/17TP: 12.4), กำไร 2Q17 น่าผิดหวัง ปรับลดกำไรและราคาเป้าหมายลง
(views 14)
กำไรปกติ 2Q17 น่าผิดหวัง -35.4% Y-Y จากต้นทุนที่สูงขึ้น หากตัดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 14.9 ล้านบาทใน 2Q17 ออกไป กำไรปกติที่ทำได้ 284.2 ล้านบาท ถือว่าน่าผิดหวัง การฟื้นตัวขึ้น 14.2% Q-Q เพราะไตรมาสก่อนมีผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ แต่กำไรลดลงกลับ 35.4% Y-Y ทั้งที่รายได้เพิ่มขึ้น 13.3% Y-Y เพราะต้นทุนไม้ยางสูงกว่าปีก่อน (ตามราคาน้ำมัน) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นใน 2Q17 ลดเหลือเพียง 25.2% จาก 2Q16 ที่อยู่ในระดับสูงถึง 30.3% สำหรับรายได้ที่เพิ่มขึ้นทั้ง 19.3% Q-Q และ 13.3% Y-Y เป็นการเพิ่มขึ้นของรายได้ส่งออก แต่การขายในประเทศลดลง
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
AIT (BUY/17TP: 31), กำไร 2Q17 ต่ำกว่าคาด แต่ปันผลยังสูง
(views 21)
กำไรปกติ 2Q17 ชะลอทั้ง Q-Q และ Y-Y AIT ประกาศกำไรปกติ 2Q17 ออกมา 105 ลบ. -21% Q-Q, -3% Y-Y ซึ่งน้อยกว่าที่คาด เพราะรายได้เติบโตถึง 18.8% Q-Q และ 11.3% Y-Y แต่ปัจจัยกดดันคือ Gross Margin ที่หดตัวอย่างมีนัยยะเหลือเพียง 20.2% จาก 26.9% และ 23.7% ใน 1Q17 และ 2Q16 ตามลำดับ (ต่ำกว่าระดับปกติซึ่งอยู่ที่ราว 23-24%) ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากงานที่ส่งมอบใน 1Q17 ส่วนใหญ่มี Margin ที่สูงกว่าปกติ ขณะที่ใน 2Q17 มีการส่งมอบงานบางส่วนของโครงการอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านซึ่งมี Margin ต่ำมาก
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
ASEFA (BUY/17TP: 9.7), กำไร 2Q17 ตามคาด
(views 15)
กำไร 2Q17 เพิ่มขึ้น 23.7% Q-Q, 11.6% Y-Y กำไร 2Q17 ที่ 69 ล้านบาท ตามคาด เป็นกำไรเพิ่ม 23.7% จากไตรมาสก่อนที่จะเป็นระดับต่ำสุดของปีก่อน จากปัจจัยฤดูกาล และเพิ่มขึ้น 11.6% Y-Y จากรายได้รวมเพิ่ม 14.0% Q-Q, 3.0% Y-Y Gross margin ที่ 23.3% ยังอ่อนลงจากไตรมาสก่อนที่ 23.5% และต่ำกว่าคาดที่ 24% จากกการแข่งขันในธุรกิจมากขึ้น แต่ชดเชยด้วยค่าใช้จ่าย SG&A ต่ำกว่าคาด
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
BCP (BUY/17TP: 40), ผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันฉุดกำไรสุทธิหดตัว
(views 24)
ประกาศกำไรปกติตามคาด ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 992 ล้านบาท (-52% Q-Q และ -59% Y-Y) สูงกว่าที่เราคาด เพราะกำไรจากรายการพิเศษมากกว่าคาด (กำไร FX hedging กลับรายการด้อยค่า และ กำไรจากการซื้อกิจการ รวม 546 ล้านบาท) กำไรสุทธิที่อ่อนแอมาจากการขาดทุนสต๊อก 1,096 ล้านบาท ทั้งนี้ หากหักรายการพิเศษ และ ผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันออก กำไรจะเท่ากับ 1,542 ล้านบาท (-2% Q-Q และ +27% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงจากธุรกิจโรงไฟฟ้าที่มีปริมาณขายไฟฟ้าสูงขึ้นตามการรับรู้กำลังการผลิตไฟฟ้าที่มากขึ้น และ ธุรกิจโรงกลั่นที่มีการใช้อัตราการผลิตที่สูงขึ้นซึ่งช่วยชดเชยค่าการกลั่นที่ลดลงจากการหยุดซ่อมหน่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำมันได้
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
BEC (SELL/17TP: 16), กำไร 2Q17 ลดลงหนักกว่าคาด
(views 15)
กำไรสุทธิ 2Q17 ลดลง 54.7% Q-Q, 75.7% Y-Y กำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 113 ล้านบาท -54.7% Q-Q, -75.7% Y-Y กำไรปกติที่ 123 ล้านบาท -52.6% Q-Q, 74.7% Y-Y ต่ำกว่าคาดเราและตลาดคาดมาก (คาด 240-290 ล้านบาท) ส่วนใหญ่จากต้นทุนบริการมากกว่าคาด กำไรที่ลดลง Q-Q จากต้นทุนบริการเพิ่ม 18.1% Q-Q จากการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาระดับโลกหลายรายการ ขณะที่รายได้เพิ่ม 8.5% Q-Q มาจากรายได้จัดคอนเสริตเพิ่ม 4 เท่าตัว Q-Q ขณะที่รายได้หลักจากโฆษณาทีวีต่ำกว่าคาดเล็กน้อย -0.9% Q-Q (ผิดปกติที่ 2Q เป็นช่วง High season ของการโฆษณา)
กำไรที่ลดลง Y-Y ส่วนใหญ่จากรายได้รวมลดลง 12.8% Y-Y โดยรายได้โฆษณาทีวี ลดลงถึง 18.5% Y-Y ตามรายได้โฆษณาช่องหลักเดิม คือ ช่อง3 Analog ที่ถูกแย่ง Market share เรื่อยๆ และตลาดโฆษณารวมยังอ่อนแอ จากกำลังซื้อยังไม่ดี
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
BEM (BUY/17TP: 9.7), กำไร 2Q17 โตสดใส ดีกว่าเราและตลาดคาด
(views 24)
กำไรสุทธิ 2Q17 เติบโต +3% Q-Q, +43% Y-Y BEM รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 723 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +3% Q-Q, +43% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด เนื่องจากการเซ็นสัญญารถไฟฟ้าสีน้ำเงินส่วนต่อขยายในเดือนเม.ย. มีการขยายอายุสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินจากเดิมปี 2029 เป็น 2050 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเงินตอบแทนให้รฟม. และค่าตัดจำหน่ายภายใต้สัญญาสัมปทานต่อปีลดลง ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของกำไร Q-Q มาจากการลดลงของต้นทุนการดำเนินงาน 2% Q-Q ซึ่งเป็นผลจากยืดอายุสัมปทานทำให้ค่าใช้จ่ายในส่วนรถไฟฟ้าสีน้ำเงินลดลง ส่วนกำไรที่เติบโต Y-Y มาจากรายได้รวมที่โต +27% Y-Y โดยมีปัจจัยหนุนจาก 1) รายได้ธุรกิจทางด่วนที่เพิ่มขึ้น 11% Y-Y ส่วนใหญ่มาจากค่าผ่านทางของทางด่วนศรีรัชรอบนอกราว 203 ล้านบาท 2) รายได้ธุรกิจรถไฟฟ้าเติบโต +89% Y-Y จากการขยายตัวของจำนวนผู้โดยสารในสายสีน้ำเงิน +9% Y-Y และการรับรายได้ O&M รถไฟฟ้าสายสีม่วงราว 468 ล้านบาท 3) รายได้จากการพัฒนาเชิงพาณิชย์ +21% Y-Y ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง 22% Y-Y จากฐานที่สูง เพราะมีการปรับโครงสร้างทางการเงินในปีก่อน อย่างไรก็ตาม มาร์จิ้นถูกกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 33.5% Y-Y ตามโครงการที่เปิดให้บริการเพิ่ม ส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับลดลงเป็น 38.5% จาก 41.5% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
ERW (BUY/17TP: 6.5), กำไร 2Q17 น่าประทับใจมาก
(views 23)
กำไรปกติ 2Q17 ดีกว่าคาดอย่างน่าประทับใจ ERW ประกาศกำไรปกติ 2Q17 ที่ 57 ลบ. -72.3% Q-Q แต่โตก้าวกระโดดจาก 1 ลบ.ใน 2Q16 ซึ่งสูงกว่าเราและตลาดคาด รายได้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง 8.8% Y-Y ใกล้เคียงคาด โดย Rev Par เติบโตแข็งแกร่งในทุกระดับโรงแรม (รวม ex. Hop Inn +6% Y-Y, Hop Inn +15% Y-Y) แต่ปัจจัยที่ทำให้กำไรดีกว่าคาดเกิดจาก Gross Margin ที่ขยายตัวอย่างมีนัยยะจาก 51% ใน 2Q16 เป็น 54.2% ในไตรมาสนี้
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
CPALL (BUY/17TP: 74), กำไร 2Q17 ทำได้ดี แม้ผลงาน MAKRO ไม่ดี
(views 24)
กำไรสุทธิ 2Q17 ทำได้ดีตามคาด ทั้งที่ผลงานของ MAKRO ไม่สดใส กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 4,647 ล้านบาท (-2.5% Q-Q, +10.7% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 4,793 ล้านบาท) ถือว่าเป็นกำไรที่ค่อนข้างดี แม้ผลงานของธุรกิจ Cash & Carry (MAKRO) จะไม่สดใสมีกำไรสุทธิที่ 1,229 ล้านบาท (-24.2% Q-Q, +8.6% Y-Y)และมี SSSG ติดลบ -1.4% Y-Y แต่ธุรกิจ 7-11 มีผลงานที่ดีมาชดเชยได้ แม้ 7-11 จะมี SSSG พลิกเป็นติดลบที่ -1% Y-Y จาก +1.2% Y-Y สาเหตุจากทั้งฐานที่สูงในปีก่อน, กำลังซื้อที่ไม่สดใส และฝนตกเร็วกว่าปกติ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคของร้านสะดวกซื้อ แต่ไตรมาสนี้ยังคงมีการขยายสาขาใหม่ในอัตราเร่งต่อเนื่องที่ 219 แห่ง กอปรกับสาขาใหม่ที่ทยอยเปิดในปีก่อน ทำให้มีรายได้รวม +2.5% Q-Q และ +5.6% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นถือว่าทำได้ดีต่อเนื่องอยู่ที่ระดับ 22.2% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 22% ใน 1Q17 และ 21.8% ใน 2Q16 รวมถึงควบคุมสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ได้ใกล้เคียงปีก่อนที่ 19.6% แต่เพิ่มขึ้นจาก 18.8% ใน 1Q17 จากการขยายสาขามากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
FN (HOLD/17TP: 5.3), กำไร 2Q17 ต่ำคาดมาก แต่น่าจะฟื้นตัวได้ใน 2H17
(views 12)
กำไรสุทธิ 2Q17 น่าผิดหวัง ต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 21 ล้านบาท (-8.7% Q-Q, -41.7% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 30 ล้านบาท) แม้อัตรากำไรขั้นต้นจะทำได้ดีในไตรมาสนี้ขยับขึ้นเป็น 47% จาก 43% ใน 1Q17 และ 46% ใน 2Q16 เนื่องจาก Product Mix และการ Sourcing และยังมีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งที่หาดใหญ่ แต่ไม่สามารถชดเชยผลลบจาก SSSG ที่ยังติดลบสูง -15% Y-Y ใกล้เคียงไตรมาสก่อน ทำให้รายได้หดตัวลง 2% Q-Q และ 6% Y-Y รวมถึงการใช้ค่าใช้จ่ายทางการตลาดทำโปรโมชั่น (ซื้อชิ้นที่ 2 ในราคา 20 บาท) มากเกินไป ในขณะที่ไม่สามารถกระตุ้นรายได้ได้สำเร็จ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เร่งตัวขึ้นเป็น 41.6% จาก 36.2% ใน 1Q17 และ 30.2% ใน 2Q16 ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
GFPT (T-BUY/17TP: 21), กำไร 2Q17 ทำได้ดี และน่าจะดีมากขึ้นใน 3Q17
(views 18)
กำไร 2Q17 เติบโตดี และดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 494 ล้านบาท (+16.5% Q-Q, +29.7% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 16 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 478 ล้านบาท (+21% Q-Q, +27.1% Y-Y) ถือเป็นการเติบโตที่ดี สอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาล และเป็นไปในทิศทางเดียวกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณไก่ส่งออก โดยไตรมาสนี้มีปริมาณไก่ส่งออกเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7,500 ตัน (ทรงตัว Q-Q, +29% Y-Y) ซึ่งสามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของธุรกิจอาหารกุ้งที่เผชิญการแข่งขันสูงขึ้นได้ทั้งหมด ทำให้รายได้รวม +1.1% Q-Q และ +6.7% Y-Y ในขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์ยังอยู่ในระดับต่ำ หนุนต่ออัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 16.3% จาก 15.3% ใน 1Q17 และ 13.8% ใน 2Q16 รวมถึงส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมเติบโตดี +31.7% Q-Q และทรงตัว Q-Q โดยมาจากการเติบโตของ GFN ที่ได้อานิสงส์จากการส่งออกที่สูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
GLOBAL (HOLD/17TP: 14.5), กำไร 2Q17 ลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y ตามคาด
(views 19)
กำไร 2Q17 ชะลอตัวใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 432 ล้านบาท (-10.7% Q-Q, -6.5% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 421 ล้านบาท) ถือเป็นไตรมาสที่ไม่สดใสนัก แม้อัตรากำไรขั้นต้นจะทำได้ดีขึ้นเป็น 21.2% เพิ่มขึ้นจาก 21% ใน 1Q17 และ 20.7% ใน 2Q16 สาเหตุยังเป็นเรื่องของ Product Mix และมีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่ง แต่ยังไม่สามารถหักล้างผลลบของ SSSG ที่ติดลบหนักขึ้นเป็น -9.8% Y-Y จาก -7% Y-Y จากทั้งกำลังซื้อที่อ่อนแอและฝนตกเร็วกว่าปกติ ซึ่งเป็นลบต่อการก่อสร้าง หรือซ่อมแซมบ้าน รวมถึงได้รับผลกระทบจากราคาเหล็กที่ปรับลดลง ทำให้รายได้รวมในไตรมาสนี้ปรับลดลง 3.8% Q-Q และโตเพียง 8.1% Y-Y กอปรกับเร่งตัวของค่าใช้จ่าย +7% Q-Q และ +28.2% Y-Y ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 13.6% จาก 12.2% ใน 1Q17 และ 11.5% ใน 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
ITEL (BUY/17TP: 7), กำไรสุทธิ 2Q17 ออกมาตามคาด แนวโน้ม 2H17 สดใส “ซื้อ”
(views 21)
กำไรสุทธิ 2Q17 เพิ่มขึ้น 35% Q-Q และ 2% Y-Y อยู่ที่ 25 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2Q17 อยู่ที่ 25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% Q-Q และ 2% Y-Y จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 10% Q-Q และ 6% Y-Y อยู่ที่ 205 ล้านบาท โดยรายได้จากการให้เช่าโครงข่ายเพิ่มขึ้น 10% Q-Q และ 31% Y-Y อยู่ที่ 128 ล้านบาท จากฐานลูกค้าในกลุ่มสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับรายได้ให้เช่าดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้น 18% Y-Y อยู่ที่ 15 ล้านบาท จากการให้เช่าแห่งแรกเต็มพื้นที่ ส่วนรายได้จากงานติดตั้งโครงข่ายลดลง 28% Y-Y เหลือ 57 ล้านบาท เนื่องจาก 2Q16 มีการเร่งติดตั้ง Last mile ให้กับ Mobile Operator รายหนึ่ง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นเป็น 30.8% จาก 28.9% ใน 1Q17 จากการส่งมอบงานอัตรากำไรสูง เช่นเดียวกับ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่บริหารที่ควบคุมได้ดี โดยคิดเป็น 8.6% ของรายได้รวม ลดลงจาก 9.6% ใน 1Q17 และ 10.1% ใน 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
LIT (HOLD/17TP: 13), กำไร 2Q17 แข็งแกร่ง แต่ NPL มีความกังวลขึ้น
(views 15)
กำไร 2Q17 แข็งแกร่งตามคาด LIT รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 36.6 ลบ. +6.3%Q-Q และ +45.8%Y-Y เป็นสถิติกำไรใหม่ที่แข็งแกร่งตามที่คาด กำไรสุทธิที่ดีขึ้น Q-Q และ Y-Y เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่ +7.6%Q-Q และ +60.7%Y-Y ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายได้ที่มาจากธุรกิจสัญญาเงินให้กู้ยืม (Project Financing) ส่งผลให้รายได้รวมทะลุ 100 ลบ. เป็นครั้งแรกของธุรกิจ ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง 8%Q-Q หลังการชำระเงินให้กู้ยืมซึ่งได้รับเงินจากการเพิ่มทุนใน 1Q17 นอกจากนี้บริษัทมีการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีต่อเนื่อง Cost to income ratio ลดลงมาอยู่ที่ 54.5% จาก 55% ในไตรมาสก่อน สะท้อนประสิทธิภาพของ Operating Leverage
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
M (HOLD/17TP: 63), กำไร 2Q17 ดีกว่าคาด
(views 18)
กำไรสุทธิ 2Q17 ดีกว่าคาด จากอัตรากำไรขั้นต้นที่น่าประทับใจ กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 675 ล้านบาท (+22.1% Q-Q, +10.1% Y-Y) ดีกว่าคาด 11% (เราคาดไว้ 607 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาดถึง 100 bpsถือว่าเป็นกำไรที่ค่อนข้างดี แม้ SSSG จะพลิกกลับมาติดลบแบ่งเป็น ร้าน MK -2% Y-Y และร้าน Yayoi -1% Y-Y ทำให้รายได้รวมโตเพียง 8.2% Q-Q และ 1.7% Y-Y แต่ได้รับการชดเชยด้วยรายได้สาขาใหม่ในไตรมาสนี้ 6 แห่ง ได้แก่ 4 MK และ 2 Yayoi กอปรกับได้รับอานิสงส์จากราคาวัตถุดิบอาหารปรับลดลง แม้ราคาอาหารทะเลจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ถูกหักล้างทั้งหมดด้วยราคาหมูและเป็ดที่ลดลง (สัดส่วนหมูและเป็ดเยอะกว่าอาหารทะเล) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นอย่างน่าประทับใจอยู่ที่ 68.2% (เราคาดไว้ 67.2%) เพิ่มขึ้นจาก 67.5% ใน 1Q17 และ 67.2% ใน 2Q16 ในขณะที่ยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี กอปรกับรายได้ที่สูงขึ้น ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับลงมาอยู่ที่ 50.5% จาก 51.6% ใน 1Q17 และ 50.8% ใน 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
MALEE (AVOID/17TP: U.R.), กำไร 2Q17 แย่กว่าคาด อยู่ระหว่างปรับลดประมาณการ
(views 20)
กำไรสุทธิ 2Q17 แย่กว่าคาด ลดลงแรงทั้ง Q-Q และ Y-Y กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 61 ล้านบาท (-48.7% Q-Q, -57.3% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมากถึง 27% (เราคาดไว้ 84 ล้านบาท) ถือเป็นกำไรที่อ่อนแอและต่ำสุดในรอบ 7 ไตรมาส มาจากการหดตัวลงของธุรกิจน้ำมะพร้าวส่งออก เนื่องจากอยู่ระหว่างปรับระบบการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบน้ำมะพร้าวทั้งระบบ Supply Chain ครั้งใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของสหรัฐฯ จึงต้องชะลอกระบวนการผลิต รวมถึงกระทบต่อไปยังรายได้และอัตรากำไรด้วย นอกจากนี้ภาพรวมการขายในประเทศเองก็ไม่สดใสนัก จากกำลังซื้อที่แผ่วลง กระทบต่อรายได้ทั้งในส่วนของธุรกิจ Brand และ CMG ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้หดตัวลง -9.6% Q-Q และ -21.8% Y-Y และต่อเนื่องมายังอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ต่ำลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงแรงมาอยู่ที่ 27.6% จาก 31.3% ใน 1Q17 และ 33.5% ใน 2Q16 แม้ค่าใช้จ่ายจะลดลง จากการลดการทำโฆษณาและโปรโมชั่นเพราะสภาพตลาดไม่เอื้ออำนวย รวมถึงมีส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมที่ฟิลิปปินส์ลดลงเหลือ 1 ล้านบาท จากขาดทุน 7 ล้านบาทในไตรมาสก่อน แต่ก้ไม่เพียงพอที่จะชดเชยการอ่อนตัวลงของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นได้
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
ROBINS (BUY/17TP: 68), กำไร 2Q17 ชะลอตัวตามคาด
(views 21)
กำไรสุทธิ 2Q17 ชะลอตัวลงตามคาด กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 601 ล้านบาท (-15.4% Q-Q, -1.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 585 ล้านบาท) โดย SSSG ติดลบมากขึ้นมาอยู่ที่ -4.7% Y-Y จาก -4.4% Y-Y แม้จะมีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งที่ เพชรบุรี แต่ไม่สามารถหักล้างผลลบของ SSSG ที่ลดลงได้ ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้ลดลงเล็กน้อย -1.2% Y-Y รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงมาอยู่ที่ 24.7% จาก 25.3% ใน 1Q17 และ 25.1% ใน 2Q16 ส่วนหนึ่งมาจากผลของการจัดโปรโมชั่น แต่ไม่สามารถกระตุ้นรายได้ได้สำเร็จ และยังอยู่ระหว่างปรับพอร์ตสินค้าทำให้ต้องมีการปรับพื้นที่ขาย อาจกระทบต่อการขายสินค้าบางส่วน นอกจากนี้ สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังเร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 31.9% จาก 29.1% ใน 1Q17 และ 30.1% ใน 2Q16 ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง 12% Q-Q และ 12% Y-Y สอดคล้องกับภาพกำลังซื้อที่ไม่สดใส
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
TACC (BUY/17TP: 7.5), กำไร 2Q17 น่าสบายใจ เติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 13)
กำไรสุทธิ 2Q17 ทำได้ดีตามคาด กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 31 ล้านบาท (+19.2% Q-Q, +14.8% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 32 ล้านบาท) ถือเป็นการฟื้นตัวจากธุรกิจชาเขียว Zenya ที่กัมพูชา ที่ไตรมาสก่อนได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่รุนแรงจากการเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ และถึงแม้จะต้องเผชิญกับกำลังซื้อในประเทศที่ไม่สดใส แต่บริษัทยังสามารถสร้างการเติบโตของรายได้ในประเทศได้ โดยเป็นการเติบโตตามการขยายสาขาของ 7-11 และ All Caf? และยังมีสินค้าใหม่ (Zenya Mocktail) เข้ามาช่วยหนุนการเติบโตอีกทางหนึ่ง ทำให้ภาพรวมรายได้เติบโต 16.6% Q-Q และ 11.1% Y-Y ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวได้อยู่ที่ระดับ 31.8% ใกล้เคียงไตรมาสก่อน แต่ปรับเพิ่มขึ้นจาก 30.8% ใน 2Q16 จาก Product Mix ที่ดีขึ้น ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 20.5% ปรับขึ้นจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 19.9% เนื่องจากการทำโปรโมชั่นในตลาดกัมพูชามากขึ้น เพราะการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น แต่ถือเป็นระดับที่ลดลงจาก 21.8% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
TOP (SELL/17TP: 88), ผลประกอบการอ่อนแอจากขาดทุนสต๊อก
(views 14)
ขาดทุนสต๊อกกดดันกำไรสุทธิต่ำกว่าคาด TOP ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 3,249 ล้านบาท -54% Q-Q -58% Y-Y ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดมาก โดยสาเหตุหลักจากขาดทุนสต๊อกน้ำมันมากกว่าคาด หากหักรายการพิเศษ และ ผลกระทบจากราคาน้ำมัน กำไรปกติที่ไม่รวมสต๊อกน้ำมันเท่ากับ 4,961 ล้านบาท -19% Q-Q +45% Y-Y โดยเมื่อเทียบกับ 1Q17 แม้อัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชย Market GIM ที่อ่อนแอลงได้ (-12% Q-Q) ส่วนเมื่อเทียบกับ 2Q16 ผลประกอบการเติบโตได้ดีจากทั้งอัตราการใช้กำลังผลิต และ Market GIM ที่ขยายตัว (+20% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2017
WORK (BUY/17TP: 69), กำไรปกติ 2Q17 สูงกว่าคาดมาก
(views 15)
กำไรปกติ 2Q17 สูงสุดของปี เพิ่ม 110.6%, 162.6% Y-Y สูงกว่าคาด 58% กำไรปกติใน 2Q17 ถึง 378 ล้านบาท +110.6% Q-Q, +162.6% Y-Y สูงกว่าคาดของเราและตลาด (ที่ 240-280 ล้าน จากการควบคุมต้นทุนบริการทำให้น้อยกว่าคาด และรายได้มากกว่าคาด โดยรายได้หลักค่าโฆษณาช่อง WPTV +38.5% Q-Q, +39.0% Y-Y จากอัตราใช้เวลาโฆษณา (Utilizaton Rate) เพิ่มจากไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาล และความสามารถในการปรับขึ้นค่าโฆษณาได้โดดเด่นกว่าอุตสาหกรรม ระดับ 72,000 บาทต่อนาที จากไตรมาสก่อนที่เฉลี่ย 62,000 บาทต่อนาที และ 2Q16 ที่เฉลี่ย 50,000 บาทต่อนาที ตามตัวเลข Rating เฉลี่ย โดยมีรายการยอดนิยมอย่าง “The Mask Singer” (Season 2 ถึงประมาณเดือนส.ค.และคาดต่อ Season 3) และรายการหลักอื่นที่มี Rating สูง รวมทั้งมีส่วนแบ่งรายได้จาก Digital Media 76 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนที่ 35 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากจัด Event (สัดส่วนรายได้ 5%) เพิ่มด้วย
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2017
MINT (BUY/17TP: 43), กำไรปกติ 2Q17 โตดี Y-Y ตามคาด
(views 22)
กำไรปกติ 1Q17 ชะลอ Q-Q แต่ยังโตดี Y-Y MINT ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 ออกมาที่ 737 ลบ. -61.7% Q-Q, +0.7% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษจากการปรับมูลค่าเงินลงทุน Breadtalk ใน 2Q16 ออก กำไรปกติจะเติบโต 23.7% Y-Y ซึ่งเป็นไปตามคาด แม้รายได้จากการดำเนินงาน -14.5% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลแต่ +4.1% Y-Y ซึ่งน้อยกว่าคาดราว 4% แต่ Gross Margin สูงกว่าคาดในทุกธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งของธุรกิจโรงแรมและอสังหาฯ ซึ่งชดเชยค่าใช้จ่าย SG&A ที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยยะได้ ทำให้ Norm Profit Margin ยังขยายตัวขึ้นราว 0.9% จากช่วง 2Q16 เป็น 5.9% ในไตรมาสนี้
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2017
IT (HOLD/17TP: 5), กำไรสุทธิ 2Q17 ออกมาดีกว่าคาด แต่ราคาเริ่มเต็มมูลค่า “ถือ”
(views 15)
กำไร 2Q17 สดใสเกินคาด จากทั้งรายได้ที่เพิ่มขึ้น และอัตรากำไรที่ขยายตัว กำไรสุทธิ 2Q17 อยู่ที่ 20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 233% Q-Q และ 92% Y-Y ดีกว่าคาดการณ์ของเราที่ 13 ล้านบาท จากรายได้รวมเพิ่มขึ้น 9% Q-Q และ 3% Y-Y อยู่ที่ 1,290 ล้านบาท ถือว่าเหนือความคาดหมายของเรา ที่คาดว่ารายได้จะทำได้เพียงทรงตัว Q-Q โดยได้แรงหนุนจากทั้งกระแสขุดบิทคอยท์ที่ทำให้ยอดขายการ์ดจอและพาวเวอร์ซับพลาย รวมถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์กลับมาเติบโต ประกอบกับการเติบโตที่ดีของ IT City Mobile จากการทำตลาดร่วมกับผู้ให้บริการมือถือ ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นก็ขยายตัวขึ้นเป็น 12.4% จาก 12.2% ใน 1Q17 และ 11.7% ใน 2Q16 เช่นเดียวกับอัตรากำไรสุทธิที่กลับมายืนเหนือ 1% ครั้งแรกในรอบ 4 ปี ตามแรงหนุนของ Product Mix ที่โน้มเอียงมาทางมือถือและอุปกรณ์มากขึ้น รวมถึงประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ต่อสาขาที่ยังทำได้ดี ตามแผนการปรับลดขนาดและควบคุมต้นทุนในปีก่อน โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลงมาอยู่ที่ 10.4% จาก 11.6% ใน 1Q17 และ 10.9% ใน 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2017
PTTGC (BUY/17TP: 80), ผลประกอบการชะลอตามคาด
(views 16)
ประกาศกำไรใกล้เคียงคาด ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 6,603 ล้านบาท (-50% Q-Q, +34% Y-Y) ใกล้เคียงที่ตลาดคาด (Bloomberg consensus) แต่ต่ำกว่าที่เราคาดเล็กน้อย (7%) ทั้งนี้ 1Q17 มีกำไรจากรายการพิเศษ (Hedging และ FX) รวม 290 ล้านบาท หากหักรายการพิเศษ กำไรปกติ เท่ากับ 6,313 ล้านบาท (-46% Q-Q, +31% Y-Y) โดยผลประกอบการที่หดตัว Q-Q เพราะมีการหยุดซ่อมโรงงานตามแผน พลิกเป็นขาดทุนสต๊อก และ Margin ของโอเลฟินส์และอะโรมาติกส์ลดลงสู่ระดับปกติ แต่ถ้าเทียบกับ 2Q16 กำไรปกติ +31% Y-Y เพราะ ช่วงก่อนมีการหยุดซ่อมโรงงานเยอะ
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2017
SYNEX (BUY/17TP: 18.5), กำไร 2Q17 สวยกว่าคาดมาก ปรับเป้าขึ้นเป็น 18.50 บาท “ซื้อ”
(views 23)
กำไรสุทธิ 2Q17 ดีกว่าคาดมาก โตทั้ง Q-Q และ Y-Y ทั้งที่เป็น Low Season กำไรสุทธิ 2Q17 อยู่ที่ 151 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% Q-Q และ 86% Y-Y มากกว่าคาดการณ์ของเราที่ 131 ล้านบาท ที่น่าสนใจคือ รายได้เพิ่มขึ้น 1% Q-Q และเพิ่มขึ้นถึง 58% Y-Y อยู่ที่ 8,262 ล้านบาท ทั้งที่เป็น Low Season และกำลังซื้อในประเทศอยู่ในช่วงชะลอตัว ซึ่งแม้จะได้แรงหนุนจากกระแสขุดบิทคอยน์ซึ่งเป็นปัจจัยบวกชั่วคราว แต่ผลจากการทำตลาดเชิงรุกโดยการเพิ่มแบรนด์ และการจัดโปรโมชั่น รวมถึงการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์เป็น Total Solution นำเสนอกลุ่มลูกค้าตลาด Commercial ก็สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งจากปัจจัยภายในอยู่ไม่น้อย ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นแม้จะลดลงเหลือ 4.3% จาก 4.2% ใน 1Q17 และ 5.0% ใน 2Q16 แต่การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ยังรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิไว้ได้ที่ 1.8% ใกล้เคียงกับ 1Q17 ซึ่งดีกว่า 1.6% ใน 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2017
TASCO (SELL/17TP: 22), กำไร 2Q17 ต่ำกว่าตลาดคาดเพราะขาดทุนสต็อก
(views 20)
กำไรปกติ 2Q17 ต่ำกว่าตลาดคาดมากจากขาดทุนสต็อก กำไรสุทธิของ TASCO ที่ 344.1 ล้านบาท ต่ำกว่าที่ตลาดคาด หากตัดรายการกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและการกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ จะเป็นกำไรปกติเพียง 258.4 ล้านบาท หดตัวถึง 76.2% Q-Q และ 58.2% Y-Y เพราะขาดทุนจากการ Hedging เพราะราคาน้ำมันดิบและราคายางมะตอยปรับลงแรงในไตรมาสนี้ โดยราคายางมะตอยในประเทศใน 2Q17 อยู่ที่เฉลี่ย 16,638 บาท/ตัน ลดลง 16% จากราคาเฉลี่ยในไตรมาสแรก แม้ตลาดส่งออกจะดีขึ้นมากแต่ไม่สามารถชดเชยได้ อัตรากำไรขั้นต้นใน 2Q17 ลดเหลือเพียง 6.6% ต่ำสุดในรอบ 11 ไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2017
KCE (HOLD/17TP: 84), ข้อมูลจากประชุมวานนี้ ค่อนไปในทางลบ
(views 9)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนไปในทางลบ โดยบริษัทยังต้องเผชิญแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบสูงขึ้น และค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องไปใน 2H17 และอาจลากยาวไปในปีหน้า ทั้งนี้การเจรจาราคาขายกับลูกค้ารอบถัดไปจะเกิดขึ้นใน 4Q17 และจะเริ่มใช้ราคาใหม่ตั้งแต่ 1Q18 สิ่งที่แย่คือ บริษัทมีโอกาสน้อยมากที่จะสามารถปรับขึ้นราคาให้ครอบคลุมต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ โดยอาจทำได้ดีที่สุดเพียง ปรับลดราคาน้อยลง ซึ่งทำให้การจะกลับไปมีอัตรากำไรขั้นต้นใกล้เคียงเดิมที่ระดับ 35% - 36% ในปีหน้าทำได้ยากมาก จึงนำไปสู่การปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 – 2018 ลงปีละ 16% เป็น -5% Y-Y (เดิมคาด +12.6%) และ +16% Y-Y ตามลำดับ และปรับลดราคาเป้าหมายปี 2017 เป็น 84 บาท จากเดิม 100 บาท ราคาหุ้นที่ปรับลงมามาก แม้ว่าจะสะท้อนกำไรที่ลดลงในปีนี้ไปบ้างแล้ว แต่เรายังไม่เห็น Catalyst หนุนราคาหุ้น โดยระยะสั้นแม้จะคาดกำไร 3Q17 กลับมาฟื้นตัวตามฤดูกาล แต่ก็จะแผ่วลงใน 4Q17 ทำให้ภาพรวมกำไร 2H17 น่าจะยังไม่ตื่นเต้น จึงแนะนำเพียง ถือ (ปรับขึ้นจากเดิมที่แนะนำ ขาย)
อ่านเพิ่มเติม
09
สิงหาคม
2017
DCC (HOLD/17TP: 4.1), กำไร 2Q17 ชะลอตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 13)
กำไรสุทธิ 2Q17 หดตัว -7% Q-Q, -10.6% Y-Y ใกล้เคียงคาด DCC ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 321 ล้านบาท ลดลง 7% Q-Q และ10.6% Y-Y ใกล้เคียงที่เราคาด ทั้งนี้ กำไรที่หดตัว Q-Q มีสาเหตุหลักมาจากรายได้ที่ลดลง 2% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล และค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น ส่วนการลดลงของกำไร Y-Y ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 15% Y-Y ซึ่งเป็นผลมาจากราคาก๊าซที่ปรับตัวสูงขึ้น 25% Y-Y บวกกับ SG&A ที่เพิ่มขึ้น 14% Y-Y จากทั้งค่าใช้จ่ายการขายที่เพิ่มขึ้น 8% Y-Y ตามค่าขนส่งที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 22% Y-Y จากค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นจากการรับสินทรัพย์จาก RCI ทำให้กำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 39.7% จาก 43.9% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
09
สิงหาคม
2017
MGT (SELL/17TP: 3.3), กำไร 2Q17 ออกมาใกล้เคียงคาด แต่ราคายังเกินเป้า “ขาย”
(views 16)
กำไรสุทธิ 2Q17 อยู่ที่ 10 ล้านบาท ลดลง 14% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 34% Y-Y MGT รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 อยู่ที่ 10 ล้านบาท ลดลง 14% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น Low Season ซึ่งปีนี้มีวันหยุดมากกว่าปกติ แต่เมื่อเทียบ Y-Y เพิ่มขึ้นถึง 34% จากฐานที่ต่ำในปีก่อนที่มีการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเตรียมเข้า MAI ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 29.1% จาก 28.5% ใน 1Q17 และ 28.1% ใน 2Q16 จากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นและการบริหารต้นทุนสินค้า รวมถึงปรับ Product Mix ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
09
สิงหาคม
2017
PDG (BUY/17TP: 5.2), กำไร 2Q17 ออกมาต่ำกว่าคาด แต่ยังหวังฟื้นตัวใน 3Q17
(views 17)
กำไรสุทธิ 2Q17 ลดลง 18% Q-Q และ 17%Y-Y กำไรสุทธิ 2Q17 อยู่ที่ 17 ล้านบาท ลดลง 18% Q-Q และ 17% Y-Y ต่ำกว่าคาดการณ์ของเราที่ 20-22 ล้านบาท จากรายได้รวมที่ลดลง 11% Q-Q และ 4% Y-Y เหลือ 154 ล้านบาท ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น Low Season และมีลูกค้าบางรายในกลุ่มน้ำผลไม้ชะลอการสั่งซื้อเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ประกอบกับ ฤดูฝนที่มาเร็วกว่าทุกปีก็ส่งผลให้ลูกค้ากลุ่มน้ำดื่มชะลอคำสั่งซื้อเร็วกว่าเดิมด้วย นอกจากนี้ ยังถูกซ้ำเติมด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเหลือเหลือ 21.1% จาก 22.2% ใน 1Q17 และ 23.7% ใน 2Q16 จากราคา PET ที่เพิ่มขึ้น 10% YTD ในช่วง 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
09
สิงหาคม
2017
MTLS (BUY/17TP: 39), กำไร 2Q17 ไม่มีอะไรจะติ
(views 33)
กำไรสุทธิ 2Q17 แข็งแกร่งตามคาด MTLS รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 571 ลบ. เพิ่มขึ้น 6.5%Q-Q และ 90%Y-Y แข็งแกร่งตามที่เราคาดไว้ กำไรที่ดีขึ้นส่วนใหญ่เกิดจาก การเติบโตของรายได้รวมซึ่ง +13%Q-Q และ +76%Y-Y และเป็นโมเมนตัมที่ดีกว่าไตรมาสก่อนหน้าซึ่งเซอร์ไพร์เรา ส่วนใหญ่มาจากรายได้ดอกเบี้ยที่เติบโตสูง 13%Q-Q, 78%Y-Y สอดคล้องกับการขยายตัวของสินเชื่อที่แข็งแกร่ง ขณะที่ Loan Spread ดีขึ้นเล็กน้อยเป็น 20.25% จาก 20.18% ในไตรมาสก่อน เนื่องจากการเติบโตของ High-Yield loan อาทิ สินเชื่อบุคคล สำหรับรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตตามที่คาดไว้ ในไตรมาสนี้ MTLS มีค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญ 198 ลบ. +36%Q-Q และ +87%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 2.7% เป็นระดับที่สูงกว่าที่เราคาดและสูงที่สุดของบริษัท ซึ่งเป็นไปตามหลักความระมัดระวัง
อ่านเพิ่มเติม
09
สิงหาคม
2017
TU (HOLD/17TP: 21), การทำธุรกิจใน 2H17 ยังคงท้าทายต่อเนื่อง
(views 17)
กำไรสุทธิ 2Q17 ดีกว่าคาด แต่มาจากค่าใช้จ่ายและภาษีจ่ายที่น้อยกว่าคาด ในขณะที่ผลการดำเนินงานหลักไม่สดใสนัก ทั้งในแง่รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่แผ่วลง จากปัญหาราคาวัตถุดิบปลาทูน่าปรับตัวสูงขึ้น และจากที่ประชุมวานนี้ โทนค่อนไปในทางลบ โดยสถานการณ์ราคาปลาทูน่ายังปรับตัวสูงขึ้นใน 2H17 และน่าเป็นเทรนด์สูงขึ้นต่อไปยังปี 2020 รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความผันผวนมากขึ้น ทำให้บริษัทอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างการจัดการครั้งใหญ่ โดยเน้นแนวคิดการทำธุรกิจแบบยั่งยืน ระยะสั้นในช่วง 2H17 ยังคงได้รับแรงกดดันจากประเด็นราคาปลาสูงขึ้น และค่าเงินบาทแข็งค่า เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 ลง 12% เป็นการเติบโต 11% Y-Y จากเดิมคาดโต 26% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 21 บาท จากเดิม 24 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) บริษัทประกาศจ่ายปันผลงวด 1H17 หุ้นละ 0.32 บาท คิดเป็น Yield 1.6% กำหนดขึ้น XD 18 ส.ค. และจ่ายเงิน 4 ก.ย. ยังคงคำแนะนำเพียง ถือ
อ่านเพิ่มเติม
08
สิงหาคม
2017
GPSC (HOLD/17TP: 38), กำไร 2Q17 แข็งแกร่งแม้ไม่มีเงินปันผลรับ
(views 23)
ประกาศกำไรดีเกินคาด ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 815 ล้านบาท (+9% Q-Q และ +19% Y-Y) แต่มีรายการพิเศษค่าชดเชยสินไหมประกันภัย 66 ล้านบาท (ไม่ได้อยู่ในประมาณการเรา) หากนับเฉพาะกำไรปกติจะเท่ากับ 751 ล้านบาท (ทรงตัว Q-Q แต่ +15% Y-Y) สูงกว่าที่เราและตลาดคาด 10%-13% จากอัตรากำไรขั้นต้นเพราะโรงไฟฟ้า IPP มีค่าความพร้อมจ่ายสูงกว่าคาด สำหรับภาพรวมผลประกอบการ 2Q17 ถือว่าออกมาแข็งแกร่งเพราะแม้ทรงตัว Q-Q แต่เป็นเพราะไตรมาส 2 ไม่มีเงินปันผลรับจาก RPCL 120 ล้านบาท แต่ชดเชยได้จากลูกค้าโรงไฟฟ้า SPP กลับมาเรียกรับไฟฟ้ามากขึ้นหลังผ่านช่วงหยุดซ่อม ขณะที่เทียบ Y-Y กำไรเติบโตได้ดี จากอัตรากำไรที่สูงขึ้นเพราะได้ปัจจัยหนุนจากการปรับขึ้นค่า Ft และ การลดลงของต้นทุนราคาก๊าซ อีกทั้ง ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทในเครือยังเพิ่มขึ้นจากการรับรู้กำลังการผลิตไฟฟ้าจาก NNEG ที่ COD เมื่อต้นมิ.ย.2016
อ่านเพิ่มเติม
08
สิงหาคม
2017
GGC (BUY/17TP: 15), ขาดทุนสต๊อกกดดัน 2Q17 อ่อนแอแต่น่าจะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว
(views 23)
งบ 2Q17 อ่อนแอ เพราะ ขาดทุนสต๊อก ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 71 ล้านบาท (-51% Q-Q และ -78% Y-Y) ต่ำกว่าที่ตลาดไว้มาก สาเหตุจากขาดทุนสต๊อกสูงกว่าคาด โดยผลประกอบการที่หดตัวแรงมาจากการขาดทุนสต๊อกจำนวน 432 ล้านบาท อีกทั้งยังมีขาดทุน FX และ Hedging รวม 26 ล้านบาท หากคิดเฉพาะกำไรปกติที่ไม่รวมผลกระทบจากสต๊อก กำไรจะเท่ากับ 529 ล้านบาท (+162% Q-Q และ +162% Y-Y) ถือว่าอยู่ในระดับดีโดย Adjusted EBITDA margin เท่ากับ 13.7% (+6% Q-Q และ +7% Y-Y) หลักๆมาจาก Margin ของธุรกิจ FA ที่เพิ่มขึ้นตาม P2F ที่เพิ่มเป็น US$584/ตัน (+38% Q-Q และ +167% Y-Y) เพราะ demand ของ FA จากธรรมชาติสูงขึ้น ขณะที่ supply ลดลงเพราะผู้ผลิตบางรายในรับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบ
อ่านเพิ่มเติม
08
สิงหาคม
2017
INTUCH (BUY/17TP: 64), กำไร 2Q17 ลงตามลูก ส่วนปันผลใกล้เคียงคาด
(views 20)
กำไร 2Q17 ลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y INTUCH ประกาศกำไรปกติ 2Q17 ออกมาที่ 2,864 ลบ. -7.3% Q-Q, -28.8% Y-Y โดยสาเหตุหลักมาจากส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ที่ -7% Q-Q, -26% Y-Y จากภาระต้นทุนใบอนุญาต 900 MHz และค่าเช่าคลื่นและอุปกรณ์ให้ TOT ขณะที่ THCOM มีกำไรปกติ +9.1% Q-Q, -66.1% Y-Y จากการหยุดใช้งานของ NBN และ TOT ในส่วนของ IPSTAR ขณะที่ดาวเทียม Broadcast มีการใช้งานลดลงตามภาวะอุตสาหกรรมทีวีดาวเทียมที่ชะลอตัว
อ่านเพิ่มเติม
07
สิงหาคม
2017
BIG (BUY/17TP: 5), กำไร 2Q17 ออกมาแย่กว่าคาด แต่เป็น Bottom ของปี แนะนำซื้อ
(views 26)
กำไรสุทธิ 2Q17 อยู่ที่ 155 ลดลง 35% Q-Q และลดลง 16% Y-Y สาเหตุที่กำไรลดลง 35% Q-Q เป็นเพราะ Low Season แต่ที่รอบนี้ลงแรงกว่าปกติ (กำไรไตรมาส 2 จะลงจากไตรมาส 1 ประมาณ 15-20% Q-Q) และยังลง 16% เมื่อเทียบ Y-Y ทั้งที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 4% Y-Y อยู่ที่ 1,335 ล้านบาท เป็นเพราะ (1) อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 30.1% จาก 32.1% ใน 1Q17 และ 32.4% ใน 2Q16 จากผลของ Product mix และการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงกำลังซื้อชะลอตัว (2) สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 15.7% จาก 13.4% ใน 1Q17 และ 14.4% ใน 2Q16 โดยหลักมาจาก การปรับลดราคาทุนของสินค้าคงเหลือ 14.21 ล้านบาท เพราะอัตราการหมุนเวียนของสินค้าทำได้ช้าลง ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือเพียง 11.6% ต่ำสุดในรอบ 3 ไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
07
สิงหาคม
2017
THCOM (SELL/17TP: 17), กำไร 2Q17 ยังอ่อนแอ คงคำแนะนำ ขาย
(views 18)
กำไร 2Q17 ยังหดตัวอย่างมีนัยยะ THCOM ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 ออกมาที่ 216 ลบ. -16.4% Q-Q, -63.4% Y-Y โดยสาเหตุหลักยังมาจากรายได้ของธุรกิจดาวเทียมที่หดตัวแรงถึง 20.5% Q-Q และ 27% Y-Y ซึ่งมาจากส่วนของ IPSTAR ที่ลดลงจากการหยุดใช้งานของ NBN และ TOT (THCOM ได้เงินชดเชยจากการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดจาก NBN ราว 180-200 ลบ.ใน 2Q17) ขณะที่ดาวเทียม Broadcast ยังหดตัวมี Utilization Rate โดยรวมลดลง ส่งผลให้ Gross Margin ของธุรกิจดาวเทียมหดตัวเหลือเพียง 17.4% จาก 41.2% และ 29.3% ใน 2Q16 และ 1Q17 ตามลำดับ จากต้นทุนส่วนใหญ่ที่คงที่
อ่านเพิ่มเติม
04
สิงหาคม
2017
BBL (HOLD/17TP: 208), ปัญหา NPL ยังถ่วง
(views 20)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผู้บริหารมีความหวังต่อทิศทางที่ดีขึ้นของ NPL ว่าน่าจะเห็นจุดสูงสุดใน 4Q17 แต่เราคาดว่าอาจจะยาวกว่านั้นเนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่ายังส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกที่เป็นฐานลูกค้าหลักของ BBL อีกทั้ง Restructured loan ที่อ่อนแอลง ขณะที่ BBL ไม่มีนโยบายการขาย/Write-off เหมือนธนาคารอื่น เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลง 7% เป็น 3.2 หมื่นลบ. (Flat Y-Y) หลักๆเป็นการปรับเพิ่ม Credit cost ขึ้นเพราะคาด NPL ยังคงสูงขึ้นตลอดทั้งปี และปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 208 บาท (เดิม 230 บาท) แม้ว่าจะยังมี Upside จากราคาปิดวันก่อนหน้าที่ราว 14% แต่เราชอบ BBL น้อยกว่า KBANK ซึ่งมีความน่าสนใจต่อผลประกอบการมากกว่าและมีการแก้ไข NPL ได้เร็วกว่า คงแนะนำ SWITCH เป็น KBANK
อ่านเพิ่มเติม
04
สิงหาคม
2017
FTE (BUY/17TP: 4), คาดกำไร 2Q17 ร้อนแรงต่อเนื่อง “ซื้อ” เป้า 4.00 บาท
(views 17)
คาดกำไรสุทธิ 2Q17 ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้นถึง 55% Y-Y อยู่ที่ 26 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจาก (1) การส่งมอบงานติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงและการให้บริการที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก Backlog หลัง 1Q17 ที่มีอยู่ 295 ล้านบาท (2) อัตรากำไรขึ้นต้นที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 24.6% จาก 24.4% ใน 1Q17 จากทั้งสัดส่วนงานโครงการอัตรากำไรสูงที่เพิ่มขึ้น และผลบวกทางอ้อมจากการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งถ้าผลประกอบการเป็นไปตามคาด จะทำให้กำไรสุทธิ 1H17 อยู่ที่ 54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 68% Y-Y ขณะที่ แนวโน้ม 2H17 ยังคาดว่าจะโตโดดเด่น จากการส่งมอบงานติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงให้สถานีไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. และเงินบาทที่แข็งค่าในอัตราเร่งขึ้น (ทุก 1% ที่แข็งค่าจะเป็นบวกกับกำไรสุทธิ 4%) ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2017 เท่ากับ 18 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มเปรียบเทียบที่ 24 เท่า และคิดเป็น PEG เพียง 0.95 เท่า ต่ำกว่าคู่แข่งที่ 1.31 เท่า ซึ่งไม่สอดคล้องกับความสามารถในการทำกำไรที่สูงกว่า และความเสี่ยงทางการเงินที่ต่ำกว่ามาก เราจึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 4.00 บาท
อ่านเพิ่มเติม
04
สิงหาคม
2017
IRPC (BUY/18TP: 7.4), ผลประกอบการถูกฉุดด้วยรายการพิเศษ และ สต๊อกน้ำมัน
(views 23)
ประกาศกำไรต่ำคาดเล็กน้อย ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 1,228 ล้านบาท (-48% Q-Q และ -67% Y-Y) ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย โดยกำไรสุทธิที่ลดลงสาเหตุหลักมาจากการขาดทุนสต๊อกน้ำมันจำนวน 712 ล้านบาท เทียบกับกำไรสต๊อก 1,275 ล้านบาท และ 2,242 ล้านบาท ใน 1Q17 และ 2Q16 ตามลำดับ อีกทั้ง ยังมีขาดทุน Oil hedging อีก 466 ล้านบาท ทั้งนี้ หากหักรายการพิเศษ และ ผลกระทบจากสต๊อกน้ำมัน กำไรปกติที่ไม่รวมสต๊อกน้ำมันจะเท่ากับ 2,130 ล้านบาท (+326% Q-Q, +2% Y-Y) โดย 1. อัตราใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 90% (+67% Q-Q, +7% Y-Y) เพราะ 1Q17 มีหยุดซ่อมโรงงาน 2. Market GIM เท่ากับ US$13.6/บาร์เรล (-13% Q-Q, +1% Y-Y) เพราะปริมาณการผลิตใน 1Q17 ที่ต่ำ และ ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีลดลงโดยเฉพาะกลุ่ม Aromatics
อ่านเพิ่มเติม
03
สิงหาคม
2017
VGI (SELL/18TP: 5.05), กำไร 1Q18 (เม.ย.-มิ.ย.17) ใกล้เคียงคาด
(views 20)
กำไรสุทธิ 1Q18 (เม.ย.-มิ.ย.17) ) ลดลง 44.2% Y-Y แต่กำไรปกติเพิ่ม 23.3% VGI รายงานกำไรสุทธิและกำไรปกติ 175 ล้านบาทใน 1Q18 ใกล้เคียงคาด โดยกำไรสุทธิลดลง 44.2% Y-Y แต่กำไรปกติเพิ่ม 23.3% Y-Y ทั้งนี้ ไม่สามารถเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน Q-Q ได้ เนื่องจากมีข้อมูลงบ Restated ย้อนหลัง โดยรวม MACO และ Rabbit เพียงงบ 1Q17 (เม.ย.-มิ.ย.17) กำไรปกติที่เพิ่มขึ้น Y-Y จากยอดขายรวมเพิ่ม 36.5% Y-Y จากการรวมยอดขายของ MACO เต็มไตรมาส และรวม Rabbit ขณะที่รายได้สื่อเดิม สื่อ BTS เพิ่ม 22.9% Y-Y จากการเพิ่มราคาโฆษณาสื่อภาพนิ่ง และมีรายได้ส่วนเพิ่มจากการ่วมกันขายสื่อกับ Rabbit Group แต่ต้นทุนขายเพิ่มในอัตราสูงกว่า +39.2% Y-Y ทำให้ Gross margin ลดลง และมีค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้นมากกว่าเช่นกัน +37.5% Y-Y รวมทั้งดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มจากเงินกู้ซื้อ Rabbit
อ่านเพิ่มเติม
02
สิงหาคม
2017
BKD (BUY/17TP: 4.9), ปรับเป้าขึ้นเป็นเป็น 4.90 บาท รับการ Turnaround “ซื้อ”
(views 21)
เรากลับมาแนะนำ “ซื้อ” BKD พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2017 ขึ้นเป็น 4.90 บาท จาก 4.00 บาท โดยปรับคาดการณ์กำไรปกติปีนี้ขึ้น 5% อยู่ที่ 194 ล้านบาท (+145% Y-Y) และปรับ PE Multiplier ขึ้นเป็น 25 เท่า จาก 22 เท่า เพื่อรองรับแนวโน้มผลประกอบการที่เข้าสู่โหมด Turnaround โดยระยะสั้นเราไม่ได้คาดหวังกับผลประกอบการ 2Q17 มากนัก เพราะเป็นช่วงปิดงานเก่าที่อัตรากำไรไม่สูง แต่คาดว่ากำไรจะกลับมาโตโดดเด่นใน 2H17 จากการรับรู้งานในมือที่เหลือหลัง 2Q17 ราว 1.1 พันล้านบาท ซึ่งเป็นงานที่มีอัตรากำไรดีกว่า 1H17 ขณะที่ งานรอประมูลเฉพาะส่วนที่คาดหวังได้อยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท ซึ่งจะเข้ามาสร้างความต่อเนื่องของผลประกอบการในปี 2018 ราคาปัจจุบันยังไม่แพง คิดเป็น PE2017 ที่ 18 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 27 เท่า และผลจากการรับรู้กำไรขายที่ดินใน 2Q17 ที่เหลืออีกราว 312 ล้านบาท นอกจากจะเพิ่มโอกาสจ่ายปันผลพิเศษแล้ว ยังทำให้ P/BV ลดลงเหลือเพียง 2.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 3.4 เท่า ซึ่งในส่วนนี้เป็นที่ดินที่ยังไม่ได้ตีมูลค่าตามราคาตลาดและเงินสดในมือรวมกัน 1.2 บาท/หุ้น โดยแทบไม่มีหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย
อ่านเพิ่มเติม
02
สิงหาคม
2017
THANI (BUY/17TP: 6.5), ถึงเวลาสร้างกำไร เติมฐานทุนให้แกร่ง
(views 19)
เราปรับประมาณการกำไรปี 2017 ขึ้น 8% เป็น 1,088 ลบ. +23%Y-Y โดยแนวโน้มกำไร 2H17 จะดีขึ้นอย่างมีนัยเมื่อเทียบ 1H17 เราคาดว่า THANI จะลดระดับการตั้งสำรองฯทั่วไปลง หลังจาก Coverage ratio เข้าใกล้เป้าหมาย ซึ่งยังช่วยคลายแรงกดดันที่ D/E Ratio ของบริษัทสูงขึ้นด้วย แนวโน้มปี 2018 น่าจะมีโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่อง ทั้งตลาดรถบรรทุกที่เติบโตกว่ารถประเภทอื่นและค่าใช้จ่ายสำรองฯที่น่าจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เราคงคำแนะนำ ซื้อ โดยปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2017 เป็น 6.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
01
สิงหาคม
2017
CHG (HOLD/17TP: 2.7), กำไรยังเป็นขาขึ้น แต่ Valuation ไม่ถือว่าถูก
(views 27)
เราคาดกำไรปกติ 2Q17 ของ CHG จะฟื้นตัวอย่างมีนัยยะ -2.6% Q-Q, +28.4% Y-Y โดยได้รับอานิสงส์จากฝนที่มาเร็ว ขณะที่ต้นทุนได้ผ่านการปรับฐานใหญ่จากการลงทุนขยาย Capacity ไปแล้วในช่วงปีที่ผ่านมา ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วง 2H17 คาดว่ายังเติบโตแข็งแกร่งหนุนโดยฝั่งประกันสังคมที่ได้ประโยชน์จากการปรับเพิ่มการจ่ายเงิน ขณะที่การลงทุนโรงพยาบาลใหม่แม้จะถ่วงการเติบโตในระยะ 2 ปีแรก แต่เป็นบวกในระยะยาว และ CHG เป็นผู้ได้ประโยชน์สูงสุดจาก EEC เราคาดกำไรปกติปี 2017-2020 เติบโต 13.2% CAGR และประเมินราคาเหมาะสมที่ 2.70 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปัจจุบันถือว่าไม่ถูกและมี Upside จำกัด จึงให้คำแนะนำเพียง “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
01
สิงหาคม
2017
MAJOR (BUY/17TP: 34), คาดกำไรปกติ 2Q17 สูงสุดของปี ราคาหุ้นมี Upside น่าสนใจขึ้น
(views 21)
คาดกำไรปกติ 2Q17 เป็น Peak สุดของปี โตสูง 172.9% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากเป็นช่วงหน้าหนังทำเงินหลายเรื่อง แต่ลดลงเล็กน้อย 2.5% Y-Y เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 ลงเล็กน้อย 6-9% เป็นกำไรโต 11.8% และ 12.4% ตามลำดับ ทั้งนี้ กำไร 1H17 ที่คาดเป็นสัดส่วน 57% ของคาดทั้งปี ขณะที่ราคาหุ้นปรับฐานลงมา ทำให้มี Upside น่าสนใจขึ้น จากราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 34 บาท ปรับลงจากเดิม 35 บาท (DCF) และคาด Diveidend yield ระดับ 4% ต่อปี ปรับคำแนะนำ ขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
31
กรกฏาคม
2017
ADVANC (HOLD/17TP: 195), กำไร 2Q17 ดีกว่าเล็กน้อย ยังแนะนำ “ถือ” รับปันผล
(views 26)
กำไร 2Q17 ดีกว่าคาดเล็กน้อย โฟกัสคุณภาพของลูกค้ามากขึ้น ADVANC ประกาศกำไรปกติ 2Q17 ออกมาดีกว่าคาดเล็กน้อยที่ 7,203 ลบ. -4.5% Q-Q, -23.5% Y-Y โดยรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ของธุรกิจมือถือเติบโตได้ 1.9% Q-Q และ 4.6% Y-Y ซึ่งดีกว่าคาดและเร่งตัวขึ้นจากไตรมาสก่อนแม้ Net Add จะยังติดลบเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกันอีก 1.7 แสนราย แต่ชดเชยได้จาก ARPU ที่ปรับตัวขึ้นจากแนวโน้ม Subscriber ที่เปลี่ยนจาก Prepaid เป็น Postpaid และ ADVANC เริ่มโฟกัสคุณภาพของลูกค้ามากขึ้น ขณะที่ธุรกิจ Fixed Broadband ยังเติบโตโดดเด่นจากฐานที่ยังต่ำ อย่างไรก็ตามกำไรที่หดตัวเกิดจากต้นทุนที่ปรับตัวขึ้นทั้งค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายโครงข่ายตามการลงทุน ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการตลาดยังอยู่ในระดับค่อนข้างสูงจากการทำ Handset Subsidy ในกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน อย่างไรก็ตามในแง่ EBITDA ถือว่าค่อนข้างแข็งแกร่งโดยสามารถทรงตัวในระดับใกล้เคียงกับทั้ง 1Q17 และ 2Q16 ที่ราว 1.7 หมื่นลบ.
อ่านเพิ่มเติม
31
กรกฏาคม
2017
PTTEP (T-BUY/17TP: 98), กำไรปกติต่ำกว่าคาด ส่วนแนวโน้ม 2H17 คาดชะลอลง
(views 29)
2Q17 ประกาศกำไรสุทธิ -39% Q-Q แต่ +183% Y-Y เป็นไปตามที่เราคาด ทั้งนี้ หากหักรายการพิเศษ กำไรปกติ -23% Q-Q แต่ +8% Y-Y ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด โดยปัจจัยกดดันใน 2Q17 มาจากปริมาณขายที่ลดลงเพราะการหยุดซ่อมแหล่งผลิต กรณีพิพาทที่ดินส.ป.ก. และ การเรียกรับซื้อจากลูกค้าบางรายลดลง แม้กำไร 1H17 จะคิดเป็น 49% ของประมาณการเดิมเราทั้งปี แต่แนวโน้ม 2H17 น่าจะชะลอ H-H เพราะปริมาณขายที่ต่ำกว่าคาดการณ์เดิม ดังนั้น เราปรับกำไรปี 2017-18 ลง 5%-23% ตามลำดับ และ ปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 98 บาท แม้หุ้นมี Upside กว่า 11% แต่ด้วยแนวโน้มผลประกอบการ 2H17 ที่ไม่น่าสนใจ เราจึงคงแนะนำเพียงซื้อเก็งกำไรตามราคาน้ำมัน และ ข่าวการเปิดประมูลปิโตรเลียม
อ่านเพิ่มเติม
31
กรกฏาคม
2017
SYNEX (BUY/17TP: 15.5), คาดกำไร 2Q17 สดใสสมชื่อนางฟ้าไอที “ซื้อ” เป้า 15.50 บาท
(views 20)
แนะนำ “ซื้อ” SYNEX ที่ราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 15.50 บาท อิง PE เฉลี่ยของกลุ่มจัดจำหน่ายสินค้าไอทีที่ 25 เท่า โดยปัจจัยหนุนระยะสั้น ยังอยู่ที่การเติบโตโดดเด่นของกำไรรายไตรมาส เราคาดงวด 2Q17 ที่ 131 ล้านบาท ลดลง 12% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่เพิ่มขึ้นถึง 62% Y-Y จากการเพิ่มสินค้าแบรนด์ใหม่อย่างต่อเนื่อง และกระแสขุดบิทคอยน์ที่ทำให้ยอดขายการ์ดจอรวมถึงพาวเวอร์ซับพลายกระชากตัวขึ้น ซึ่งถ้ากำไร 1H17 เป็นไปตามคาด จะคิดเป็น 59% ของประมาณการทั้งปีที่ 476 ล้านบาท (+17% Y-Y) ดีกว่าอดีตที่กำไรครึ่งปีแรกมักคิดเป็น 45% ของกำไรทั้งปี จึงเป็นไปได้สูงที่เราจะปรับประมาณการขึ้น ส่วนปัจจัยหนุนระยะยาวอยู่ที่ การเพิ่มสัดส่วนกลุ่มลูกค้าองค์กรและการรุกตลาดลิสซึ่ง หลังจากเข้าลงทุนในบริษัท บัฟ (ประเทศไทย) จำกัด ราคาปัจจุบันคิดเป็น PE2017 ที่ 20 เท่า และ PBV ที่ 3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มซื้อขายสินค้าไอทีที่ 25 เท่า และ 4 เท่า ตามลำดับ และที่สำคัญ เมื่ออิงอัตราการเติบโตเฉลี่ยของกำไรต่อหุ้นปี 2018-2020 ที่ 16% ต่อปี PEG จะอยู่ที่ 1.2 เท่า ถือว่าราคายังไม่แพงและมี Upside อีกมากเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ 1.8 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
27
กรกฏาคม
2017
FTE (IPO: 2.95/17TP: 4), FTE ผู้นำด้านอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย
(views 24)
FTE เป็นผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ดับเพลิงที่ครอบคลุมมากที่สุดในประเทศถึง 9,000 รายการกว่า 30 แบรนด์ อีกทั้งยังให้บริการออกแบบ ติดตั้ง และตรวจสอบระบบดับเพลิงแก่โครงการขนาดใหญ่ เช่น สถานีไฟฟ้าของ กฟผ. สถานีรถไฟฟ้า ศูนย์การค้า โรงพยาบาล และศูนย์สำรองข้อมูล ด้วยความที่อุปกรณ์ดับเพลิงถือเป็นสินค้าจำเป็นด้านความปลอดภัย และผู้จัดจำหน่ายรวมถึงติดตั้งต้องมีความเชี่ยวชาญสูง จึงทำให้อุตสาหกรรมมีการเติบโตต่อเนื่องด้วยการแข่งขันที่ไม่สูง เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 โต 22%Y-Y อยู่ที่ 106 ล้านบาท จากการกระตุ้นการลงทุนของภาครัฐฯ และงานในมือหลัง 1Q17 ที่มีสูงถึง 295 ล้านบาท ส่วนปี 2018-2019 คาดโตเฉลี่ย 12% ต่อปี ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมโดยอิง PE 22.5 เท่าได้ 4.00 บาท
อ่านเพิ่มเติม
27
กรกฏาคม
2017
EA (SELL/17TP: 33), แม้พื้นฐานจะแกร่ง กำไรโตต่อเนื่อง แต่ราคาหุ้นเกินพื้นฐาน
(views 22)
โรงไฟฟ้าพลังงานลม COD 2 แห่งในช่วงปลายไตรมาส แต่ฝนที่มาเร็วกระทบโรงไฟฟ้าโซลาร์ แนวโน้มกำไร 2H17 จะดีขึ้นเพราะรับรู้รายได้เต็มที่จากโรงไฟฟ้าพลังงานลมรวม 3 แห่งที่ COD ในครึ่งปีแรก เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 +35% Y-Y ปี 2018 +40% Y-Y เพราะมีโรงไฟฟ้าพลังงานลมอีก 260MW ทยอย COD และปี 2019 โตเต็มที่จากทุกโรงไฟฟ้า แม้ EA จะมีพื้นฐานแกร่ง กำไรโตต่อเนื่อง และเป็นหุ้นที่เราชอบ แต่ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นเกือบ 40% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จนเกินราคาพื้นฐาน 33 บาทแล้ว (ยังไม่รวมโครงการ Energy storage ซึ่งยังอีกไกล) จึงลดคำแนะนำเป็นขาย จากเดิมซื้อ (อ่อนตัวซื้อใหม่)
อ่านเพิ่มเติม
27
กรกฏาคม
2017
SCC (BUY/17TP: 610), ประกาศกำไรหดตัวตามคาด
(views 24)
ประกาศกำไร 2Q17 หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y เป็นไปตามที่เราคาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาดเล็กน้อย โดยผลประกอบการชะลอลงทุกธุรกิจ ส่วนแนวโน้ม 2H17 คาดว่าน่าจะชะลอลง H-H อย่างไรก็ตาม กำไรปกติ 1H17 เป็น 53% ของคาดการณ์เราทั้งปีแล้ว ดังนั้น เรายังคงประมาณการกำไรปี 2017 ที่ 5.45 หมื่นล้านบาท ทรงตัว Y-Y เรายังคงแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 610 บาท ด้วยเหตุผล 1. การเติบโตในระยะยาวที่ต่อเนื่อง 2. ภาพรวมทั้งปีเชื่อว่าจะมีกำไรใกล้เคียงปีก่อนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 3. Downside ไม่มาก เพราะ Valuation ต่ำอยู่แล้ว โดยมี P/E เพียง 11.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และ ค่าเฉลี่ยภูมิภาค
อ่านเพิ่มเติม
27
กรกฏาคม
2017
AAV (HOLD/17TP: 6.8), คาดกำไร 2Q17 อ่อนแอ จากปัจจัยฤดูกาล
(views 18)
แนวโน้มกำไรปกติ 2Q17 น่าจะหดตัว 33% Q-Q และ28% Y-Y การลดลงของกำไร Q-Q เนื่องจากเป็นช่วง Low Season ของการท่องเที่ยว ทำให้จำนวนผู้โดยสารลดลง 11% Q-Q และLoad Factor ที่ 83% (-3 ppt Q-Q) ส่วนการหดตัวของกำไร Y-Y มาจากต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่สูงขึ้น 11.5% Y-Y บวกกับค่าโดยสารเฉลี่ยต่อคนที่คาดลดลง –5% Y-Y ตามปัจจัยฤดูกาล และการแข่งขันที่รุนแรง โดยเราคาดหวังการเร่งตัวขึ้นของกำไรใน 2H17 จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวดี และนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นกลับมาเป็นปกติ รวมถึงการบริหารต้นทุนน้ำมันที่ดีขึ้น โดยการทำ Hedging ราคาน้ำมันจนถึง 4Q17 ราว 74% ที่ราคาเฉลี่ย $60.5/BBL เราคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ที่ 2,096 ล้านบาท (+12% Y-Y) ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside เพียง 7.9% จึงแนะนำ “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
27
กรกฏาคม
2017
SCB (BUY/17TP: 182), คาดการณ์กำไรทรงตัวไปอีก 2-3 ปี
(views 25)
เราคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ที่ 4.78 หมื่นลบ. Flat Y-Y และปรับลดประมาณการกำไรปี 2018 ลงราว 2% เป็น 4.9 หมื่นลบ. (+2.5%Y-Y) จากผลกระทบของการปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบัตรเครดิต เราคาดการณ์แนวโน้มกำไรของ SCB จะทรงตัวหรือเติบโตในระดับต่ำไปจนถึงปี 2019 เนื่องจากการลงทุนสำหรับโครงการ Transformation ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานและกดดันการเติบโตของกำไร อย่างไรก็ตามเรายังคงคำแนะนำ ซื้อ โดยคงราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 182 บาท ตาม Valuation ที่น่าสนใจ หากพิจารณาจากราคาล่าสุดที่ซื้อขายในราคาที่ต่ำกว่า Hist PBV ขณะที่มี ROE ดีที่สุดในกลุ่มแบงก์ใหญ่ และ Dividend Yield ราว 3.6% แต่สำหรับการลงทุนที่ต้องการธนาคารที่มีการเติบโต SCB อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีเมื่อเทียบกับ KBANK
อ่านเพิ่มเติม
26
กรกฏาคม
2017
BEAUTY (BUY/17TP: 12.6), คาดกำไร 2Q17 สวยเด้งสวนกลุ่มค้าปลีก “ซื้อ” เป้า 12.60 บาท
(views 34)
คาดกำไรสุทธิ 2Q17 ทำสถิติสูงสุดใหม่ เพิ่มขึ้น 12% Q-Q และ 60% Y-Y อยู่ที่ 223 ล้านบาท จากยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาเดิมที่คาดว่าจะโตราว 20% Y-Y โดยได้แรงหนุนจากทั้งการเพิ่มสินค้าใหม่ และกลุ่มลูกค้าชาวจีน (~25% ของรายได้รวม) ที่กลับมาจากผลกระทบทัวร์ศูนย์เหรียญด้วยคุณภาพที่สูงขึ้น อีกทั้ง ช่องทางการจัดจำหน่ายยังขยายตัวทุกด้าน โดยเฉพาะออนไลน์และโมเดิร์นเทรดที่เริ่มทำตลาดร่วมกับ คิง พาวเวอร์ ส่วนกำไรทั้งปีนี้ เรายังคาดไว้ที่ 856 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% Y-Y จากการเพิ่มสินค้าและช่องทางขายรูปแบบใหม่ (แต่ไม่เร่งเปิดสาขาใหม่) ซึ่งนอกจากจะทำให้รายได้ขยายตัวแล้ว ยังส่งผลบวกต่ออัตรากำไรสุทธิจาก Economy of scale ที่สูงขึ้นด้วย ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2017 ที่ 40 เท่า และจะลดเหลือ 32 เท่าในปีหน้า แต่ PEG เมื่ออิงอัตราการเติบโตเฉลี่ยในปี 2018-2020 ที่ 28% ยังต่ำเพียง 1.4 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มค้าปลีกที่ 1.7 เท่า จึงยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 12.60 บาท
อ่านเพิ่มเติม
26
กรกฏาคม
2017
CENTEL (HOLD/17TP: 42), คาดกำไร 2Q17 โตไม่สูงมาก Upside เริ่มจำกัด
(views 22)
เราคาดกำไรปกติ 2Q17 ของ CENTEL หดตัว 53.1% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล และโตเพียง 9.7% Y-Y ซึ่งไม่โดดเด่นนักแม้ว่าธุรกิจโรงแรมจะเติบโตค่อนข้างดี แต่ถูกถ่วงจากธุรกิจร้านอาหารที่หดตัวจากการบริโภคที่ชะลอตัว แนวโน้มการเติบโตของกำไรในช่วง 2H17 คาดว่าจะค่อยๆดีขึ้น โดยเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 เติบโต 4.3% Y-Y อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมา 13% หลังจากที่เราแนะนำ “ซื้อ” เมื่อต้นเดือน มี.ค. ทำให้ปัจจุบันมี Upside จำกัดเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 42 บาท เราจึงลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ
อ่านเพิ่มเติม
26
กรกฏาคม
2017
DELTA (AVOID/17TP: 92), กำไรปกติ 2Q17 ต่ำกว่า ส่วน 2H17 ดูมี Downside
(views 28)
กำไรปกติ 2Q17 ต่ำกว่าคาด แต่ยังโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 843 ล้านบาท (-37.5% Q-Q, -36.6% Y-Y) หากไม่รวมค่าใช้จ่ายภาษีย้อนหลัง 992 ล้านบาท, กำไรจากการขายเงินลงทุนบริษัทย่อย 474 ล้านบาท, ขาดทุนจากการตีราคามูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนบริษัทร่วม 59 ล้านบาท และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 5 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,414 ล้านบาท (+6.9% Q-Q, +8.9% Y-Y) ถือเป็นผลการดำเนินงานหลักที่ต่ำกว่าคาดราว 11% (เราคาดไว้ 1,594 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาดมาอยู่ที่ 25.4% (เราคาด 26%) ลดลงจาก 26.5% ใน 1Q17 และ 27.2% ใน 2Q16 ส่วนหนึ่งมาจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า และจาก Product Mix ที่เปลี่ยนไป โดยเกิดจากการขายบริษัทย่อยออกไป ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรที่ดี ในขณะที่กิจการใหม่ที่สโลวาเกียที่เพิ่งซื้อเข้ามามีอัตรากำไรที่ต่ำกว่าเพราะเป็นธุรกิจรับจ้างผลิต แต่สาเหตุที่กำไรปกติไตรมาสนี้ยังเติบโตได้ มาจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อในกลุ่ม Automotive ที่มีการออก Model รุ่นใหม่ และการเติบโตของธุรกิจ Telecom ในอินเดีย กอปรกับมีส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 13.7% จาก 15.2% ใน 1Q17 และ 16.4% ใน 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
26
กรกฏาคม
2017
EPG (BUY/18TP: 16), คาดกำไร 1Q18 ไม่สดใสแต่เป็นจุดต่ำสุดของปี เป็นโอกาสซื้อ
(views 19)
ราคาหุ้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาปรับลงกว่า 20% ลงแรงเกือบที่สุดเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นที่มีธุรกิจส่งออก โดยที่ค่าเงินบาทแข็งค่าเพียง 2% แม้ว่าแนวโน้มกำไร 1Q18 (เม.ย.-มิ.ย. 2017) จะไม่สดใส เราคาด -12.2% Q-Q และ -37.2% Y-Y จากกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอ เงินบาทแข็งค่า และขาดทุนจาก forex แต่เชื่อเป็นกำไรต่ำสุดของปีและเร่งตัวขึ้นใน 2H18 ขณะที่พื้นฐานระยะยาวยังแกร่งไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับปริมาณ short sales ที่สูงผิดปกติเมื่อต้นเดือน ก.ค. ชะลอลงมากแล้วในปัจจุบัน ราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่าพื้นฐานมากเกินไป เรามองเป็นโอกาสในการซื้อลงทุนเพราะ PE ปัจจุบันที่ 18 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดฯที่ 25 เท่า คงราคาเป้าหมาย 16 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
กรกฏาคม
2017
III (IPO/18TP: 5.4), ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรชั้นนำของประเทศ
(views 26)
III เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร โดยเป็นผู้ขนส่ง ทั้งทางอากาศ ทางทะเล ทางบก และผู้รับบริหารจัดการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศและภายในประเทศ รวมถึงให้บริการโลจิสติกส์สินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ซึ่งต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จุดเด่นของบริษัท คือการเป็นผู้ให้บริการตลอดห่วงโซ่อุปทานแบบ One Stop Service รวมถึงมีความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายในการประกอบธุรกิจเป็นเวลานานกว่า 25 ปี ปัจจุบัน ธุรกิจโลจิสติกส์ยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่องจากการเปิด AEC, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ EEC และธุรกิจE-Commerce ที่โตอย่างรวดเร็ว ทำให้เราคาดกำไรสุทธิใน 2 ปีข้างหน้าจะโตเฉลี่ย 46% CAGR ประเมินมูลค่าของหุ้น III อิง PER ที่ 17 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 5.40 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
กรกฏาคม
2017
BCP (BUY/17TP: 40), คาด 2Q17 อ่อนแอ
(views 27)
เราคาดกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 814 ล้านบาท หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y โดยถูกกดดันจากทั้งภาวะอุตสาหกรรมที่ราคาน้ำมันเฉลี่ย -6% Q-Q ทำให้เกิดขาดทุนสต๊อกน้ำมัน อีกทั้ง การหยุดซ่อมโรงงานฉุกเฉิน 26 วัน น่าจะทำให้ค่าการกลั่นต่ำลง -11% Q-Q อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าแนวโน้ม 2H17 จะฟื้นตัว โดยมีปัจจัยหนุนจากการ COD โรงไฟฟ้าในเดือนก.ค.นี้ซึ่งจะเพิ่ม Margin ให้โรงกลั่นราว US$0.15/บาร์เรล นอกจากนี้ BCP ยังถือเป็นโรงกลั่นที่ได้ประโยชน์จากส่วนต่างราคาน้ำมันเตาที่ปรับตัวดีขึ้นที่สุด ส่วนด้านราคาหุ้นปัจจุบันถือว่าถูกที่สุดในกลุ่มไม่ว่าจะมองที่ P/E P/BV EV/EBITDA และ มี Dividend yield ที่ 5.1% ส่วน 1H17 เราคาดที่ 2.7% ดังนั้น เรายังแนะนำซื้อ คงราคาเหมาะสม 40.0 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
กรกฏาคม
2017
HMPRO (HOLD/17TP: 10.8), กำไร 2Q17 เติบโตตามคาด โดย SSSG ติดลบหนักขึ้น
(views 19)
กำไรสุทธิ 2Q17 ตามคาด โตได้แต่ไม่ตื่นเต้น กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 1,131 ล้านบาท (+8.1% Q-Q, +14.1% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 1,107 ล้านบาท) โดย SSSG ติดลบมากขึ้นตามคาดมาอยู่ที่ราว -5.2% Y-Y จาก -2.5% Y-Y ในไตรมาสก่อน ถือเป็นการติดลบมากสุดในรอบ 13 ไตรมาส จากเหตุฝนตกเร็ว, กำลังซื้ออ่อนแอ และได้รับผลกระทบของ Cannibalization จากสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน แต่มีการเปิดสาขาใหม่ในไตรมาสนี้คือ HMPRO มาเลเซียที่มะละกา, HMPRO ที่โลตัส บางแค และ HMPRO S ที่ Gateway เอกมัย ทำให้มีรายได้รวมเติบโต 3.7% Q-Q และ 1.2% Y-Y แต่สาเหตุหลักที่ทำให้กำไรเติบโตได้ดีกว่ารายได้ มาจากปรับการ Sourcing สินค้า ทำให้ยังเห็นการขยับขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นมาอยู่ที่ 26% จาก 25.4% ใน 2Q16 ซึ่งเป็นการทรงตัวจากไตรมาสก่อน นอกจากนี้บริษัทยังได้เน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายเข้มข้นขึ้น ภายใต้สถานการณ์กำลังซื้อที่ไม่ดี ซึ่งสามารถลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลงมาอยู่ที่ 22.4% จาก 23.1% ใน 1Q17 และ 22.9% ใน 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
25
กรกฏาคม
2017
BH (BUY/17TP: 200), คาดกำไร 2Q17 โตในอัตราเร่ง
(views 20)
เราคาดกำไรปกติ 2Q17 ของ BH -6.3% Q-Q, +9.8% Y-Y จากอานิสงส์ของฝนที่มาเร็วปีนี้ ทำให้รายได้คาดว่าจะพลิกมาเติบโตเล็กน้อย Y-Y และยังสามารถควบคุมต้นทุนได้ดี ขณะที่การเติบโตทั้งปีเรายังคาดโต 7% Y-Y โดยยังขับเคลื่อนจากการขยายตัว Margin เป็นหลัก แม้การเติบโตของรายได้ยังไม่โดดเด่น แต่จากความสามารถในการทำกำไรที่ยังเป็นเลิศ ฐานะการเงินและกระแสเงินสดที่ยังแข็งแรง ประกอบกับราคาหุ้นอ่อนตัวลงมาจนมี Upside กว่า 10% เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 200 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
กรกฏาคม
2017
SEAFCO (BUY/17TP: 16.6), เข้าสู่ยุคทองของงานฐานราก
(views 18)
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์หุ้น SEAFCO ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” และประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 16.60 บาท อิง PER 18x สะท้อนผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากอุตสาหกรรมก่อสร้างที่มีแนวโน้มเติบโตจากการประมูลงานที่คึกคักในปี 2017-19 โดย SEAFCO ได้ประโยชน์โดยตรงจากการเป็นผู้นำก่อสร้างฐานราก แม้ใน 2Q17 กำไรจะถูกกดดันจากปัจจัยฤดูกาล แต่เราเชื่อว่าการรับรู้รายได้และกำไรจะเร่งตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของปี โดยคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะโตโดดเด่น 46.5% Y-Y และโตต่อเนื่อง 23% Y-Y ในปีหน้า โดยมีสัญญาณบวกจากงานในมือที่ปัจจุบันมีถึง 2.1 พันล้านบาท นับว่าเป็นสถิติสูงสุด ซึ่งคาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ราว 80-90% บวกกับงานใหญ่ของทั้งภาครัฐ และเอกชนที่จะเข้ามาเติม Backlog ตั้งแต่ 2H17 อีกมาก อาทิ รถไฟฟ้าสีส้ม ชมพู เหลือง และโครงการ Mixed Use
อ่านเพิ่มเติม
25
กรกฏาคม
2017
KKP (HOLD/17TP: 73), เงินปันผลอาจน้อยกว่าปีก่อน แต่ Yield ก็ยังน่าสนใจ
(views 17)
เราไม่กังวลต่อผลกำไรที่ลดลงใน 2Q17 เนื่องจากค่าใช้จ่ายหลายรายการเป็นค่าใช้จ่ายที่จะไม่เกิดต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป ขณะที่คาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมน่าจะฟื้นตัวขึ้นได้จากงาน IB ซึ่งจะส่งผลต่อแนวโน้มกำไร 3Q17 ที่คาดว่าจะฟื้นตัวได้ราว 25%Q-Q อย่างไรก็ตามเราปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ลงเนื่องจากคาดการณ์การตั้งสำรองฯที่มากกว่าประมาณการเดิมจาก NPL ที่สูงขึ้น ขณะที่ปรับลดคาดการณ์เงินปันผลลง เพื่อรักษาเงินกองทุนในเหมาะสมต่อการขยายตัวของธุรกิจในปีถัดไป แม้กระนั้นเรายังคาดการณ์ Dividend Yield ที่น่าสนใจราว 7% ต่อปี โดยราคาเหมาะสมปรับลงเป็น 73 บาท ซึ่งมี Upside ที่แคบลง คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
24
กรกฏาคม
2017
KSL (HOLD/17TP: 5.6), มองเป็นกลางต่อการควบรวมธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพกับ BCP
(views 23)
ระยะสั้น เรามีมุมมองเป็นกลางต่อการควบรวมธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพของ KSL และ BCP เพราะนอกจากคาดจะไม่กระทบต่อผลประกอบการระยะสั้นของ KSL แล้ว เรายังไม่เห็น Synergy ที่จะเกิดได้ทันที โดยเฉพาะในส่วนของการผลิต เพราะมีกำลังการผลิตและวัตถุดิบที่แยกกันอย่างชัดเจน แต่มองเป็นบวกในภาพระยะยาว หากสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น รวมถึงสร้างความแข็งแกร่งในการทำตลาดและขยายฐานลูกค้า และการต่อยอดความรู้จากการแลกเปลี่ยนข้อมูล และประสบการณ์ระหว่างกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะถัดไป ในขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานหลักของ KSL น่าจะแผ่วลงใน 2H17 โดยมองผ่านจุดสูงสุดของปีนี้ไปแล้วใน 2Q17 ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 โต 171.7% Y-Y จากฐานที่ต่ำมากในปีก่อน และคาดโตเพียง 3.7% Y-Y ในปี 2018 จากราคาน้ำตาลที่ปรับลดลง เรายังคงราคาเป้าหมาย 5.6 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) โดยปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ จากราคาหุ้นปรับลงมาแล้ว 12% จากที่แนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนในรายงานฉบับก่อน
อ่านเพิ่มเติม
24
กรกฏาคม
2017
ASEFA (BUY/17TP: 9.7), คาดกำไร 2Q17 เพิ่ม 21.8% Q-Q, 9.9% Y-Y คาดเร่งตัวขึ้นอีกใน 2H17
(views 12)
คาดกำไร 2Q17 เพิ่มขึ้น 21.8% จากไตรมาสก่อนซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของปี ตามการรับรู้รายได้เพิ่มตามฤดูกาล เราคาดหวังการเร่งตัวขึ้นในครึ่งปีหลังตามปกติที่จะมีการส่งมอบงานมากในช่วงดังกล่าว จึงคงประมาณการกำไรทั้งปีโตเกือบ 13% Y-Y ตามการโตของรายได้ โดยมี Backlog ระดับสูง หนุนและความสามารถในการหางานที่แข็งแกร่ง และคาดได้อานิสงส์จากการลงทุนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ใน 3-4 ปีข้างหน้า เช่น โครงการรถไฟฟ้า โครงการสุวรรณภูมิเฟส 2 โครงการสายไฟฟ้าลงดิน เป็นต้น ราคาหุ้นที่ค่อนข้างทรงตัวในช่วงที่ผ่านมา คิดเป็น PE 12.4 เท่า ยังต่ำกว่ากลุ่ม และมี Upside 33% จากราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 9.70 บาท (ที่ PE 16.5 เท่า) รวมทั้งคาด Dividend yield ในอัตราค่อนข้างดี ปี 2017 ที่ 4.8% (จ่ายปีละครั้ง) คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
กรกฏาคม
2017
BIG (BUY/17TP: 5), ราคาปรับตัวลงจน Downside ในเชิงพื้นฐานเริ่มจำกัด “ซื้อ”
(views 23)
เราปรับลดประมาณการปี 2017-2018 ลงปีละ 9% เหลือ 888 ล้านบาท (+5% Y-Y) และ 977 ล้านบาท (+10% Y-Y) ตามลำดับ เพื่อสะท้อนกำลังซื้อช่วง 2Q17 ที่ชะลอกว่าคาด พร้อมกับปรับลด PE Multiplier ลงเหลือ 20 เท่า จาก 25 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยตั้งแต่ BIG เข้าตลาด ส่งผลให้ราคาเป้าหมายปี 2017 ลดลงเหลือ 5.00 บาท จากเดิม 6.90 บาท ทั้งนี้ แม้ความน่าสนใจในฐานะ Growth Stock จะหมดไป เพราะฐานกำไร 2 ปีที่ผ่านมาสูงขึ้นมาก แต่เราคาดกำไรสุทธิ 2Q17 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี และน่าจะค่อยๆฟื้นตัวใน 2H17 จากการจัดงาน Big Pro Days ที่ยอดขายยังเติบโตกว่าปีก่อน, ผู้ผลิตกล้องนัดกันออกสินค้าใหม่ใน 3Q17, และการรุกตลาดพิมพ์ภาพดิจิตอลที่มีอัตรากำไรสูง อีกทั้ง เป็นไปได้ที่จะเห็นการกลับรายการค่าเผื่อสินค้าด้อยค่า เกิดขึ้นเร็วจากการจัดโปรโมชั่นร่วมกับผู้ผลิตกล้อง ราคาปัจจุบันที่ลงมาจน PE2017 เหลือเพียง 15 เท่า ซึ่งเป็นกรอบล่างตามค่าเฉลี่ยในอดีตของ BIG และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มซื้อขายสินค้าไอทีที่ 25 เท่า ทำให้ BIG เริ่มกลับมาดูน่าสนใจในเชิง Valuation ที่ถูกเมื่อเทียบกับกลุ่ม เราจึงยังคงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
กรกฏาคม
2017
BBL (HOLD/17TP: 230), กำไร 2Q17 ผลประกอบการ 2Q17 น่าผิดหวัง
(views 16)
กำไร 2Q17 น้อยกว่าคาดจาก Opex ที่เพิ่มเกินคาด BBL รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 8,047 ลบ. ลดลง 3%Q-Q แต่ +12%Y-Y น้อยกว่าที่เราคาดไว้ซึ่งเกิดจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่สูงเกินคาดโดย +16%Q-Q และ +2%Y-Y ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายอาคารสถานที่และค่าใช้จ่ายอื่น (คาดว่าเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อปรับปรุงระบบ) ทำให้ Cost to income ratio พุ่งขึ้นเป็น 45.8% จาก 41% ในไตรมาสก่อน ด้านรายได้รวมถือว่าทำได้ดีกว่าที่คาดทั้งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (+1.8%Q-Q และ +6.2%Y-Y) ทั้งๆที่มีพอร์ตสินเชื่อบางส่วนอิงกับ MRR และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ +4.9%Q-Q และ +24%Y-Y (จากรายได้จากเงินปันผล และกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์) ในไตรมาสนี้ธนาคารมีการตั้งสำรองฯที่ 5.7 พันลบ. -2%Q-Q แต่ +61%Y-Y หรือ Credit cost ที่ 1.17% ซึ่งมากกว่าที่เราคาดไว้ ซึ่งเป็นไปตาม NPL ที่เพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
21
กรกฏาคม
2017
SCB (BUY/17TP: 182), ผลประกอบการ 2Q17 เป็นไปตามที่คาด
(views 19)
กำไร 2Q17 ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ SCB รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 11,911 ลบ. ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน แต่ลดลง 7%Y-Y เป็นไปตามที่เราและตลาดคาดไว้ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +1%Q-Q ถือว่าทำได้ดีกว่าที่เราคาดไว้ และสะท้อนว่า SCB ได้รับผลกระทบจากการปรับลด MRR และ MLR ในช่วงเดือนพ.ค. น้อยกว่าที่เราคาดไว้ โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปรับลดลงจากไตรมาสก่อนเพียง 0.03% เป็น 3.18%?? โดยมีแรงช่วยจากรายได้จากเงินลงทุนและรายได้จากรายการระหว่างธนาคาร ขณะที่ CoF ที่ยังลดต่ำลงจากฐานเงินฝากระยะสั้น (ออมทรัพย์) ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +5.3%Q-Q มาจากรายได้เงินปันผล และกำไรจาก FX ที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน +5%Q-Q, +13.5% Y-Y จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน (ปรับขึ้นเงินเดือนและจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้น) และค่าใช้จ่ายอื่น (ค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าที่ปรึกษา)
อ่านเพิ่มเติม
21
กรกฏาคม
2017
KTB (BUY/17TP: 22), แผนการลด NPL เข้มข้นขึ้น
(views 26)
เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 เป็น 2.85 หมื่นลบ. (-12%Y-Y) โดยส่วนใหญ่การปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญเพื่อสะท้อนการตั้งสำรองฯที่สูงกว่าคาดใน 2Q17 แนวโน้มกำไร 2H17 คาดว่าจะดีขึ้น H-H โดยคาดการณ์ว่าการตั้งสำรองฯจะลดลงสู่ระดับปกติที่ Credit cost 1.5% ต่อไตรมาสและคาดรายได้จากงานภาครัฐที่เข้ามามีบทบาทในรูปแบบของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยซึ่งแผ่วลงไปมากใน 1H17 ด้านการจัดการ NPL เราเซอร์ไพรส์ที่เห็นนโยบายเชิงรุกมากขึ้นจากการ Write-off และการขาย ซึ่งก่อนหน้านี้ KTB ไม่ได้คำนึงถึง แม้ราคาเหมาะสมจะปรับลดเป็น 22 บาท (เดิม 24 บาท) เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรใหม่ แต่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่า Prospective 2017 BVS ขณะที่คาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ราว 4.5% ต่อปี (ทั้งสองเหตุผลทำให้ KTB จัดเป็น Valued-play stock ได้ จึงแนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
21
กรกฏาคม
2017
ERW (BUY/17TP: 6), 2Q17 เป็น Low Season ที่ดีสุดที่เคยมี
(views 14)
เราคาดผลการดำเนินงาน 2Q17 ยังมีกำไรปกติต่อเนื่องแม้เป็น Low Season ที่ 36 ลบ. ก้าวกระโดดจาก 1 ลบ.ในปีก่อน หนุนโดยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น 7.6% Y-Y เรายังมีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวจากการลงทุนที่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง ซึ่งจำนวนห้องพักจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 50% ณ สิ้นปี 2020 และเชื่อว่าโรงแรมที่เปิดใหม่จะไม่เป็นตัวถ่วงผลการดำเนินงานโดยอิงจากความสำเร็จในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมาและ Portfolio ที่แข็งแกร่งกว่าในอดีตมาก เรายังคงคาดการกำไรปกติปี 2017-2018 เติบโตเฉลี่ย 19% ต่อปี และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 6 บาท
อ่านเพิ่มเติม
21
กรกฏาคม
2017
MFEC (BUY/17TP: 6), เห็น MFEC วันนี้แล้วนึกถึง Google… “ซื้อ” เป้า 6.00 บาท
(views 21)
แนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 6.00 บาท อิง PE เฉลี่ยของกลุ่มที่ 15 เท่า โดยเรามอง MFEC เป็น Dividend Stock ในกลุ่ม small-cap. อีกตัวที่น่าสนใจ เพราะให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสม่ำเสมอ 5-6% ต่อปี และมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ด้วยเงินสดในมือและมูลค่าตามบัญชีสูงถึง 2.2 บาท/หุ้น และ 4.6 บาท/หุ้น อีกทั้งยังแทบไม่มีหนี้ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ย โดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา MFEC มีการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อรองรับงานภาครัฐฯที่ชะลอ และการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันถือว่าเริ่มนิ่งในแง่ของการรักษาฐานรายได้และการควบคุมค่าใช้จ่าย รวมถึงการลงทุนธุรกิจใหม่ในกลุ่ม Startup เราคาดกำไรปกติปี 2017-2018 กลับมาโตเฉลี่ย 35% ต่อปี ขณะที่ การเข้ามาถือหุ้นของ TIS INC. 20% จะเกิด Synergy จากการได้ลูกค้าใหม่มากขึ้น ส่วนด้าน Valuation ถือว่ายังไม่แพง โดย PE2017 และ PBV อยู่ที่ 13 เท่า และ 1.1 เท่า ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 15 เท่า และ 2.3 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
21
กรกฏาคม
2017
DCC (HOLD/17TP: 4.1), คาดกำไรสุทธิ 2Q17 ไม่น่าตื่นเต้น
(views 12)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q17 น่าจะทรงตัว Q-Q แต่หดตัว 4% Y-Y ถูกกดดันจากหลายปัจจัย อาทิ ฝนที่ค่อนข้างเร็ว วันหยุดยาว และต้นทุนก๊าซ ส่วนการรับจ้างบริหาร RCI หนุนให้ DCC ขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมตลาดกลาง-บน และมีสินค้าที่หลากหลายขึ้น เรายังคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ที่ 1,397 ล้านบาท (-1.7% Y-Y) หุ้นมีความโดดเด่นในการจ่ายปันผลดี โดยเราคาดจะจ่ายปันผลทั้งปี 0.16 บาท คิดเป็น Yield 4% ปัจจุบันราคาหุ้นใกล้ราคาเหมาะสมของเราที่ 4.10 บาทแล้ว มี Upside เพียง 1.5% จึงแนะนำถือ
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2017
DELTA (HOLD/17TP: 92), คาดกำไรหลัก 2Q17 โตดี แต่มีค่าใช้จ่ายพิเศษกดดันกำไรสุทธิ
(views 14)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q17 น่าจะปรับลดลงหนักทั้ง Q-Q และ Y-Y แต่มาจากรายการพิเศษค่าใช้จ่ายภาษีย้อนหลังก้อนใหญ่ที่เป็น One Time หากไม่รวมรายการพิเศษ พบว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานหลักทำได้ดี จากการเติบโตของรายได้เป็นหลัก ซึ่งสามารถชดเชยผลลบจากการแผ่วลงของอัตรากำไรขั้นต้นที่เกิดจากค่าเงินบาทแข็งค่า และการเปลี่ยนแปลงของ Product Mix ได้ทั้งหมด หากกำไรปกติ 2Q17 เป็นไปตามคาด จะคิดเป็นสัดส่วน 43% ของประมาณการทั้งปี แนวโน้มกำไรปกติน่าจะดีต่อเนื่อง และอาจเป็นจุดสูงสุดของปีใน 3Q17 เพราะเป็น High Season ของธุรกิจ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 ไว้เติบโต 26.7% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 92 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside 3.7% คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2017
KBANK (BUY/17TP: 240), กำไร 2Q17 น้อยกว่าคาด
(views 25)
กำไร 2Q17 น้อยกว่าที่คาด แต่ PPOP ใกล้เคียงคาด KBANK รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 8,986 ลบ. ลดลง 12%Q-Q และ 5%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 10% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่สูงกว่าคาด โดยในไตรมาสนี้ KBANK ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญ 1.06 หมื่นลบ. +16%Q-Q และ +22%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 2.45% มากกว่า Guidance ที่ธนาคารได้ให้ไว้ทั้งปี ซึ่งน่าจะเป็นการตั้งสำรองฯสำหรับลูกหนี้รายหนึ่งที่มีปัญหาสภาพคล่องด้วย หากหักรายการสำรองฯออก PPOP ใกล้เคียงกับที่คาดไว้โดย ทรงตัว Q-Q และเพิ่มขึ้น +6.5%Q-Q สังเกตุว่า NIM สูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.43% ดีกว่าที่เราคาดไว้ สะท้อนว่า KBANK ได้รับผลกระทบจากการปรับลด MRR ไม่มาก
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2017
KTB (BUY/17TP: 24), กำไร 2Q17 ลดลงตามคาด แต่ NPL เริ่มดีขึ้น
(views 17)
กำไร 2Q17 ลดลงตามคาดจากการตั้งสำรองฯหนี้ KTB รายงานกำไร 2Q17 ที่ 3.2 พันลบ. ลดลง 62%Q-Q และ 63%Y-Y ลดลงมาใกล้เคียงกับกรณีที่เราคาดว่าเป็นกรณี Worse case ของเรา กำไรสุทธิที่ลดลงส่วนใหญ่เกิดจากการตั้งสำรองฯหนี้สูญในไตรมาสนี้ที่ 1.39 พันลบ. +86%Q-Q และ +79%Y-Y หรือคิดเป็น Credit cost ที่ 2.9% เนื่องจากการกลายเป็นหนี้ด้อยคุณภาพของลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่งในกลุ่มเหมืองแร่ ซึ่งธนาคารได้ตัดสินใจกันสำรองหนี้สูญทั้งจำนวน หากไม่นับรวมรายการดังกล่าว PPOP ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ โดย NIM ขยับลงเล็กน้อยเป็น 3.35% เนื่องจากผลของการปรับลด MRR ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 9.7%Q-Q และ 2.8%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้จากการปริวรรตเงินตราที่ลดลงซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล ขณะที่ Cost to income ratio ย่อตัวลงมาอยู่ที่ราว 39% จาก 40.6% ในไตรมาสก่อนเนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายพนักงาน (การบันทึกโบนัสในไตรมาสก่อน)
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2017
RS (HOLD/17TP: 14.5), คาดกำไรปกติ 2Q17 ฟื้นตัวสูงต่อเนื่อง Q-Q, Y-Y
(views 14)
คาดผลประกอบการ 2Q17 ฟื้นต่อเนื่อง กำไรปกติเพิ่ม 272.5% Q-Q และกลับจากขาดทุนใน 2Q16 ปัจจัยหนุนหลักยังคงมาจากยอดขายธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ H&B โตก้าวกระโดด ขณะที่รายได้ทีวีดิจิตอลกระเตื้องขึ้น ตามฤดูกาล ท่ามกลางการแข่งขันยังสูงและกำลังซื้อโดยรวมไม่ฟื้นตัวดีนัก จากแนวโน้มยอดขาย H&B ที่ดีกว่าเคยคาด ทำให้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 ขึ้น 18-26% เป็นผลประกอบการที่คาดฟื้นตัวสูงใน 2 ปีข้างหน้า จากขาดทุนในปีก่อน แต่ราคาหุ้นขึ้นเร็ว ทำให้มี Upside จำกัด จากราคาเป้าหมายใหม่ที่ 14.50 บาท จากเดิม 10.80 บาท คงแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2017
TMB (BUY/17TP: 2.84), รายได้ค่าธรรมเนียมเป็น key driver ในปีนี้
(views 15)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการต่อสัญญาการขายประกันชีวิตระหว่าง TMB และ FWD โดยเฉพาะการได้รับค่าธรรมเนียมการใช้ช่องทางธนาคาร (Access fee) จำนวน ~ 2 หมื่นลบ. ที่นอกเหนือจาก Incentive fee และ Commission fee ทำให้ TMB จะมีสภาพคล่องที่ไม่มีต้นทุนใดๆนำไปลงทุนในรูปของเงินลงทุนระหว่างธนาคารหรือเงินให้สินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น นอกจากนี้เราคาดว่า TMB จะมีรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจากการทยอยรับรู้รายได้ใน 15 ปีข้างหน้ารวมถึงการขยายประกันผ่านธนาคารที่น่าจะสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นด้วย เราคงคำแนะนำ ซื้อ โดยคงราคาเหมาะสมที่ 2.84 บาท
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2017
BAY (BUY/17TP: 42), กำไร 2Q17 แข็งแกร่ง
(views 12)
กำไรสุทธิ 2Q17 ดีกว่าคาด BAY รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 5,871 ลบ. เพิ่มขึ้น 4%Q-Q และ 11%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยรับที่มากกว่าที่คาดไว้ (+3%Q-Q, +11%Y-Y) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้จากสินเชื่อเช่าซื้อที่ดีเกินคาดมาก ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยดีเกินคาดโดยปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.89% จาก 3.82% ในไตรมาสก่อน นอกจากนี้ยังมาจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยน้อยกว่าที่คาด เนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายพนักงาน ในไตรมาสนี้ BAY มีการตั้งสำรองฯที่ 5.4 พันลบ. เพิ่มขึ้น 3.7%Q-Q และ 3.5%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 1.47% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน ซึ่งน่าจะเป็นระดับปกติของธนาคารและสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อ
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2017
KTC (BUY/17TP: 120), Positive Surprise
(views 31)
กำไร 2Q17 สร้างเซอร์ไพรส์เชิงบวก KTC รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 787 ลบ. +7.4%Q-Q และ +35.7%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ และสร้าง New High ได้อีกครั้ง ผลกำไรที่ดีกว่าคาดเกิดจาก 1.รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 2.6%Q-Q และ 12%Y-Y เป็นไปตามเงินให้สินเชื่อที่ +1.9%Q-Q และส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อบัตรเครดิต 2. รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงกว่าคาด ซึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม และหนี้สูญรับคืน และ 3.ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญน้อยกว่าที่เราคาดไว้ โดยในไตรมาสนี้ KTC มีการตั้งสำรองฯที่ 1.67 พันลบ. +2%Q-Q ซึ่งยังเป็นการตั้งสำรองฯที่มากกว่า NPL ที่มีอยู่ โดย NPL รวมอยู่ที่ 1.57% (แบ่งเป็น NPL ของบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ 1.22% และ 0.88% ตามลำดับ) ลดลงจาก 1.7% ในไตรมาสก่อน
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2017
TCAP (HOLD/17TP: 51), มีความดีที่คงที่
(views 29)
กำไร 2Q17 ดีกว่าคาด TCAP รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 1,675 ลบ. เพิ่มขึ้น +4.5%Q-Q และ +14.2%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ 11% เนื่องจากมีรายได้ดอกเบี้ยรับจากการให้สินเชื่อที่ดีกว่าคาด (ตามการเติบโตของสินเชื่อและส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น สังเกตว่า Spread ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.91% ในไตรมาสนี้จาก 2.89% ในไตรมาสก่อน) และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่สูงกว่าคาด (ส่วนใหญ่มากจากกำไรจากเงินลงทุน) ขณะที่การควบคุมค่าใช้จ่ายทำได้ดีกว่าที่คาดแม้ว่ามีการปรับโครงสร้างองค์กรและฐานรายได้ที่สูงขึ้น ส่งผลให้ Cost to income ratio อยู่ที่ 52.56% จากไตรมาสก่อนที่ 54.8%
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2017
THANI (BUY/17TP: 6.25), กำไรดีกว่าคาดและเป็นจุดสูงสุดใหม่
(views 20)
กำไร 2Q17 มีความแข็งแรง
THANI รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 258 ลบ. +5%Q-Q และ +19%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้และเป็นกำไรที่เป็นจุดสูงสุดใหม่ กำไรที่ดีกว่าคาดเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าคาด โดย +3.6%Q-Q และ 10%Y-Y ซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวของสินเชื่อ ขณะที่ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีกว่าที่คาดไว้ ส่งผลให้ Cost to income ratio ต่ำกว่า 20% ต่ำสุดในประวัติการณ์ ทั้งนี้ในไตรมาสนี้ THANI มีการตั้งสำรองหนี้สูญที่ 147 ลบ. +5.5%Q-Q และ 18%Y-Y ซึ่งเป็นการตั้งสำรองตามปกติ (ตามอายุหนี้) และการตั้งสำรองฯพิเศษเพื่อรองรับการเปลี่ยนวิธีการตั้งสำรองฯตามมาตรฐานบัญชีใหม่ ซึ่งเป็นไปอย่างที่เคยปฏิบัติมาทุกไตรมาส (ไม่มีรายละเอียดว่าอย่างละเท่าไหร่) ทำให้เพิ่มความมั่นใจให้กับเราว่าการตั้งสำรองฯพิเศษนี้น่าจะใกล้จบและครบตามที่ต้องการภายในปีนี้
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2017
DRT (BUY/17TP: 6.6), คาดกำไร 2Q17 ถูกกดดันจากปัจจัยฤดูกาล แต่ปันผลดี
(views 26)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q17 คาดลดลง 11% Q-Q จากฝนที่ค่อนข้างเร็ว และวันหยุดยาว แต่ยังโต 3% Y-Y จากการควบคุม SG&A ได้ดี และปรับ Product mix ทำให้คาดกำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 27.3% จาก 27.1% แม้ใน 2H17 จะได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของกม.แรงงานต่างด้าว ทำให้ธุรกิจวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มชะลอตัว แต่เรายังคงคาดกำไรปกติทั้งปี +17% Y-Y จากการรุกตลาดทุกช่องทางขาย และการรักษากำไรขั้นต้นให้อยู่ระดับที่ดี เราคาดจ่ายปันผลทั้งปี 0.31 บาท(Yield 5.1%) และแบ่งจ่ายใน 1H17 ที่ 0.16 บาท(Yield 2.7%) คงราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 6.60 บาท แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2017
ROBINS (BUY/17TP: 68), หลายปัจจัยลบ กดดันแนวโน้มกำไร 2Q17
(views 15)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q17 ไม่สดใสคาดลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y เนื่องจากเผชิญหลายปัจจัยลบกดดัน ทั้งกำลังซื้ออ่อนแอ และฝนตกเร็วกว่าปกติ คาดกดดัน SSSG ให้ติดลบมากขึ้น รวมถึงการเข้าโปรโมชั่นใหญ่ของเครือเซ็นทรัลฯ น่าจะกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นให้แผ่วลง ในขณะที่มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่ แนวโน้มกำไรน่าจะยังไม่ฟื้นตัวนักใน 3Q17 เพราะเป็น Low Season และคาดจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งใน 4Q17 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจค้าปลีก และคาดเห็นบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยกลับมาคึกคักมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้มกำไร 1H17 ที่อ่อนแอกว่ที่เคยคาด จึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลง 10% เป็นทรงตัว Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษปีก่อนออกไป คาดกำไรปกติปี 2017 จะโต 9.7% Y-Y จากเดิมคาดโต 22% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 68 บาท จากเดิม 76 บาท (DCF, Implied PER 27 เท่า) ยังมี Upside 21.4% จึงคงคำแนะนำ ซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2017
PTTEP (T-BUY/17TP: 103), ถูกกดดันระยะสั้นจากกำไร 2Q17 แต่มี upside จากการประมูล
(views 27)
เราคาดกำไรปกติ 2Q17 ที่ 6.2 พันล้านบาท +17% Y-Y แต่ -16% Q-Q เพราะต้นทุนต่อหน่วยเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ปริมาณขายลดลงเพราะมีการหยุดซ่อมแหล่งผลิตปิโตรเลียม รวมถึงการหยุดการผลิตกรณีที่ดิน ส.ป.ก. แนวโน้มหลังจากนี้ผลประกอบการน่าจะทำได้แค่ทรงตัว เพราะ แม้ลูกค้าในมาเลเซียอาจกลับมาซื้อก๊าซจาก PTTEP ได้ตามแผนอีกครั้ง และ การหยุดซ่อมแหล่งปิโตรเลียมจะลดลง แต่จากผลกระทบของราคา LNG ทำให้คาดว่าปริมาณการขายก๊าซให้ PTT ยังมีแนวโน้มลดลง และ น่าจะต่อเนื่องไปในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งอาจทำให้สมมติฐานปริมาณขายของเรามี Downside ดังนั้น เราจึงคงคำแนะนำเพียงซื้อเก็งกำไร ราคาเหมาะสม 103 บาท จากประเด็นการเปิด TOR ประมูลแหล่งปิโตรเลียมที่จะหมดอายุปี 2022-2023 ช่วงเดือนส.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
18
กรกฏาคม
2017
MINT (BUY/17TP: 43), ธุรกิจโรงแรมยังเป็นพระเอกใน 2Q17
(views 22)
เราคาดกำไรปกติ 2Q17 ของ MINT หดตัว 63.1% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่โตแข็งแกร่ง 19.3% Y-Y นำโดยธุรกิจโรงแรมที่มี Rev Par เติบโตสูงในทุกภูมิภาค และชดเชยธุรกิจอาหารที่ชะลอตัวตามกำลังซื้อและการบริโภคได้ ขณะที่แนวโน้มกำไรในช่วง 2H17 ต่อเนื่องจนถึงปี 2018 ยังคงสดใส โดยระยะสั้นมี Catalyst จากโรงแรม Tivoli ในโปรตุเกสกำลังอยู่ในช่วง High Season ซึ่งจะช่วยหนุนกำไร 3Q17 เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 43 บาท
อ่านเพิ่มเติม
18
กรกฏาคม
2017
TMB (BUY/17TP: 2.84), กำไร 2Q17 ดีกว่าคาดจากรายได้ค่าธรรมเนียม ดีต่อใน 2H17
(views 33)
กำไรสุทธิ 2Q17 ดีกว่าคาดจากค่า Access fee รับจาก FWD TMB รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 2.33 พันลบ. +11%Q-Q และ +8% Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายประกันชีวิตผ่านธนาคารและรายได้ค่าธรรมเนียมการเข้าถึงช่องทางการให้บริการของธนาคาร (Access fee) ซึ่งได้รับจากการต่อสัญญาความร่วมมือกับ FWD ที่เข้ามาเป็นพิเศษซึ่งสังเกตว่า TMB ได้บันทึกรายการนี้ในรายการลูกหนี้อื่นและรายได้รับล่วงหน้าที่ราว 2 หมื่นลบ. ตามการต่อสัญญาอีก 15 ปี ซึ่งเป็นผลให้ TMB จะทยอยรับรู้เป็นรายได้ปีละ ~ 1.3 พันลบ. หรือ ไตรมาสละ ~ 330 ลบ. (ใน 2Q17 เป็นการบันทึกย้อนหลังรวมราว 660 ลบ.)
อ่านเพิ่มเติม
17
กรกฏาคม
2017
KTC (BUY/17TP: 120), เกณฑ์การคุมธุรกิจไม่หนักอย่างที่คาดไว้
(views 21)
เราปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ แต่ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2017 ลงเป็น 120 บาท ตามประมาณการกำไรสุทธิปีนี้และปีหน้าที่ปรับลดลง 10% และ 22% ตามลำดับ เป็น 2.57 พันลบ. (+3%Y-Y) และ 2.59 พันลบ. (+0.9%) ตามลำดับ เพื่อสะท้อนการปรับลดรายได้ดอกเบี้ยจากธุรกิจบัตรเครดิตที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากเกณฑ์เพดานอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบัตรเครดิต และปรับลดอัตราการเติบโตของสินเชื่อปี 2018 ลงเหลือ 3% จาก 12% เพื่อสะท้อนเกณฑ์การกำหนดวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลที่เข้มงวดขึ้น แม้ว่าระยะสั้นยังขาดปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้น (กำไร 2Q17 คาดว่าจะชะลอ Q-Q, เกณฑ์ธปท.กดดัน) แต่เราเห็น Upside ต่อประมาณการใน 2H17 จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและ Credit cost ที่อาจน้อยกว่าคาดไว้
อ่านเพิ่มเติม
17
กรกฏาคม
2017
SCC (BUY/17TP: 610), คาดกำไร 2Q17 ไม่น่าตื่นเต้น
(views 21)
เราคาดกำไรปกติ 2Q17 ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท ทรงตัว Y-Y แต่ –14% Q-Q เนื่องจาก Margin ปิโตรเคมีที่ลดลงกดดันผลประกอบการกลุ่มเคมีภัณฑ์ และ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทในเครือ ขณะที่ธุรกิจวัสดุก่อสร้างถูกกดดันจากการก่อสร้างในประเทศยังไม่ฟื้นตัว และ มีค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น กำไร 1H17 น่าจะเท่ากับ 53% ของคาดการณ์เราทั้งปี ส่วนแนวโน้ม 3Q17 น่าจะทำได้เพียงทรงตัว ก่อนจะเห็นการเติบโตอีกครั้งช่วงปลายปีตามการก่อสร้างภาครัฐที่จะเป็นรูปธรรมมากขึ้น ดังนั้น เรายังคงประมาณการกำไรปกติ 5.4 หมื่นล้านบาท ทรงตัวในระดับเดียวกับปีก่อนซึ่งเป็นระดับสูงสุดของ SCC ส่วนในระยะยาวเรายังคงชอบ SCC ในด้านการกระจายธุรกิจ การเติบโตไปต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และ การเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ HVA ทำให้ผลประกอบการที่ผ่านมาเติบโตต่อเนื่อง และ มีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ราคาหุ้นปัจจุบันถือว่าไม่แพง โดยมี P/E เพียง 10.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ดังนั้น ยังคงคำแนะนำซื้อลงทุน ราคาเหมาะสม 610 บาท
อ่านเพิ่มเติม
14
กรกฏาคม
2017
DTAC (SELL/17TP: 46), กำไร 2Q17 ดีกว่าคาดมาก แต่ยังไม่มั่นใจระยะกลาง
(views 13)
กำไร 2Q17 ดีกว่าคาดมาก DTAC ประกาศผลการดำเนินงาน 1Q17 ออกมาดีกว่าคาดมากโดยมีกำไรปกติ 739 ลบ. +247.6% Q-Q, +37.2% Y-Y โดยรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC สามารถพลิกมาเติบโตได้ 1.1% Q-Q และ 2.3% Y-Y ผิดคาด ขณะที่ฝั่งต้นทุนลดลงอย่างมีนัยยะทั้ง Regulatory Cost ที่มีสัดส่วนลดลงเหลือ 13.3% ของรายได้ (จากระดับกว่า 15% ใน 1Q17 และ 2Q16) จากผลของ USO Fee ที่ลดลงและการใช้งานคลื่นบนระบบใบอนุญาตที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการตลาดปรับตัวลงถึง 24% Q-Q และ 46% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาลและการใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
14
กรกฏาคม
2017
FSMART (BUY/17TP: 22), คาดกำไร 2Q17 ทำ New High ต่อ
(views 32)
คาดกำไร 2Q17 โตต่อเนื่อง 6.6% Q-Q, 47.5% Y-Y จากการขยายจำนวนตู้เติมเงิน “บุญเติม” ได้อานิสงส์จากกรณี 7-11 กับ AIS ตั้งแต่ 4Q16 และบริการใหม่ๆ โดยเฉพาะบริการโอนเงินผ่านตู้ที่มีรายการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากคาดการณ์ของเราเป็นจริง จะทำให้กำไร 1H17 โต 48.6% Y-Y และเป็นสัดส่วน 48% ของคาดการณ์ทั้งปีที่ 566 ล้านบาท โต 34.7% โดยมองแนวโน้มกำไรไตรมาสถัดไปยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น จากการรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจตู้เติมเงินมือถือผ่านตู้ และอานิสงส์กรณี 7-11 กับ AIS เต็มปี ราคาหุ้นยังมี Upside 17% จากราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 22 บาท (DCF) ที่คิดเป็น PEG 1 เท่า จากคาดการณ์กำไรโตเฉลี่ย 31% ในช่วง 2 ปีข้างหน้า คงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
13
กรกฏาคม
2017
M (HOLD/17TP: 60), คาด SSSG 2Q17 จะพลิกเป็นลบอีกครั้ง
(views 15)
คาด SSSG ใน 2Q17 น่าจะพลิกเป็นติดลบอีกครั้ง จากฐานสูงในปีก่อนที่มีมาตรการกินช่วยชาติ แต่ด้วยการเปิดสาขาใหม่ และภาพรวมราคาวัตถุดิบค่อนไปในทางทรงตัว จึงคาดกำไรสุทธิ 2Q17 จะเพิ่มขึ้น 9.8% Q-Q และทรงตัว Y-Y ส่วนในช่วง 2H17 คาดกำไรน่าจะแผ่วลงใน 3Q17 เพราะเป็นหน้าฝน และจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q17 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ และจะเปิดสาขามากขึ้นในช่วงปลายปี เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 โต 13% Y-Y (ไม่รวมการตั้งสำรองด้อยค่าเงินลงทุน ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา) และคงราคาเป้าหมาย 60 บาท (อิง PE เดิม 24 เท่า) คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
13
กรกฏาคม
2017
BEM (BUY/17TP: 9.7), คาดกำไร 2Q17 ไม่ตื่นเต้นจากปัจจัยฤดูกาล แต่ระยะยาวโตดี
(views 20)
เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 2Q17 อยู่ที่ 662 ล้านบาท หดตัว 6% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่เพิ่มขึ้น 31% Y-Y จากรายได้รวมที่คาด +26.6% Y-Y จากการรับรู้ค่าจ้างเดินรถสายสีม่วง และค่าผ่านทางของทางด่วนศรีรัชรอบนอก สำหรับการเปิดส่วนเชื่อม 1 สถานีในเดือนส.ค. คาดว่าจะหนุนให้มีผู้โดยสาร feed in เข้ารถไฟฟ้าสีน้ำเงินราว 3 หมื่นเที่ยว/วัน โดยเรายังคงมีมุมมองเป็นบวกกับกำไรระยะยาวของทั้ง 3 ธุรกิจ คือ ธุรกิจทางด่วนที่มีโอกาสต่ออายุสัมปทาน, รถไฟฟ้าสีน้ำเงินส่วนต่อขยายที่จะเปิดในปี 2019 และการเติบโตของธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 9.70 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
กรกฏาคม
2017
BCH (BUY/17TP: 16.5), คาดกำไรฟื้นตัวในช่วงทีเหลือของปี ยังมีลุ้นเรื่องประกันสังคม
(views 20)
เราคาดว่ากำไรสุทธิ 2Q17 ของ BCH จะเติบโต 3% Q-Q และ 8.7% Y-Y เร่งตัวขึ้นจาก 1Q17 จากอานิสงส์ของฤดูฝนปีนี้ที่มาค่อนข้างเร็ว ขณะที่การประกาศปรับเพิ่มการจ่ายเงินของสปส.ตั้งแต่เดือน ก.ค. นี้เป็นต้นไปส่งผลบวกต่อ BCH โดยตรงและทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิในปี 2018 เป็นต้นไปราว 4-5% โดยคาดการเติบโตในปี 2017-2018 เฉลี่ย 16.2% ต่อปี เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 16.50 บาท โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
12
กรกฏาคม
2017
IRPC (BUY/18TP: 7.4), ภาพรวมอุตสาหกรรมกดดันกำไร 2Q17
(views 20)
เราคาดกำไรปกติ 2Q17 ที่ 1.5 พันล้านบาท หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y สาเหตุหลักจากภาวะตลาดที่ชะลอลงทั้งจากส่วนต่างราคาปิโตรเคมี และ ราคาน้ำมัน ทั้งนี้ หากไม่รวมผลกระทบจากราคาน้ำมัน กำไรจะเท่ากับ 2.4 พันล้านบาท +447% Q-Q +16% Y-Y เนื่องจากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นหลังผ่านการหยุดซ่อมโรงงานใน 1Q17 แม้กำไรปกติ 1H17 คิดเป็นเพียง 34% ของประมาณการทั้งปี แต่เราคาดกำไรจะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2H17 จากการหยุดซ่อมที่ลดลง และ ประโยชน์จากโครงการขยายกำลังการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต อีกทั้งเมื่อมองข้ามไปยังปี 2018 คาดกำไรจะเติบโตจากการรับรู้ประโยชน์จากโครงการต่างๆ ทั้ง UHV EVEREST PPC&PPE Gasoline-Maximizatoin เต็มที่เป็นปีแรก ดังนั้น เรายังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 7.40 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
กรกฏาคม
2017
TISCO (BUY/17TP: 80), เพอร์เฟคในระดับหนึ่ง
(views 23)
กำไร 2Q17 ดีกว่าคาด แต่ PPOP เริ่มชะลอ TISCO รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 1.51 พันลบ. +1%Q-Q และ +24.7%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญน้อยกว่าที่เราคาดไว้ หากไม่นับรายการดังกล่าว PPOP ถือว่าน้อยกว่าที่เราคาดไว้ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่สูงกว่าคาดโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงาน ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิทรงตัว Q-Q แต่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยชะลอตัวตามที่คาด ส่งผลให้ Cost to income ratio ในไตรมาสนี้สูงขึ้นเป็น 44.7% จาก 41.8% ในไตรมาสก่อน และ 40.9% ใน 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
11
กรกฏาคม
2017
BANPU (BUY/17TP: 24), Panic มากเกินไป
(views 32)
จากประเด็นที่เกิดขึ้นในจีนไม่ว่าการระงับการนำเข้าถ่านหิน และ น้ำท่วมใหญ่ในจีน เรามองว่าประเด็นเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบด้านลบในเชิงพื้นฐานต่อ BANPU อีกทั้งในระยะสั้นยังทำให้ราคาถ่านหินปรับเพิ่มขึ้น ส่วนเรื่องคดีความหงสา ปัจจุบันเรายังไม่เห็นความชัดเจนใดๆ แม้ยังไม่ชัดเจน แต่หากอ้างอิงคำตัดสินของศาลแพ่งกรณีเลวร้ายจะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นประมาณ 6.1 บาท ทำให้ราคาเหมาะสมของเราเหลือ 17.9 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันถือว่าซึมซับประเด็นนี้ไปแล้วบางส่วน ดังนั้น ราคาหุ้นที่ปรับลดลง 9% ในช่วง 7 วัน สวนทางราคาถ่านหินที่ +3% เกิดจากความกังวลที่มากเกินไป ไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัท โดยเรายังคงมุมมองบวกต่อกำไรปีนี้ที่จะเติบโตแข็งแกร่ง +226% Y-Y ส่วน 2Q17 คาดกำไรปกติที่ 2.8 พันล้านบาท +17% Q-Q +422% Y-Y เราจึงยังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 24 บาท
อ่านเพิ่มเติม
11
กรกฏาคม
2017
ORI (BUY/17TP: 16), คาดกำไร 2Q17 สดใส +16% Q-Q, +174% Y-Y และยิ่งดีขึ้นใน 2H17
(views 14)
เราคาดกำไร 2Q17 จะสดใส +16% Q-Q, +174% Y-Y จากการรับโอนโครงการมากขึ้น แนวโน้มรายได้และกำไรจะยิ่งเร่งตัวขึ้นในช่วง 2H17 โดยเฉพาะ 4Q17 ที่จะเริ่มรับรู้รายได้จากคอนโดหรู Park 24 ที่ซื้อมาจากพราวด์เรสซิเดนซ์ สำหรับการเปิดขายโครงการใหม่ในช่วงที่ผ่านมาได้ผลตอบรับดีและจะช่วยเพิ่ม Backlog ที่มีอยู่ 1.4 หมื่นล้านบาทได้อีก การประชุมผู้ถือหุ้นเรื่องเพิ่มทุน คาดว่าจะประสบความสำเร็จด้วยดี เรายังคงปรับประมาณการกำไรปี 2017 โตก้าวกระโดด +160% Y-Y ส่วน EPS +74.5%% Y-Y และคาดโตต่อเนื่องในปีหน้า 52% Y-Y ยังแนะนำซื้อ ราคาพื้นฐาน 16 บาท (PE 16 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
11
กรกฏาคม
2017
TU (HOLD/17TP: 24), คาดกำไรปกติ 2Q17 โต Q-Q แต่ไม่ตื่นเต้น
(views 29)
แนวโน้มกำไรปกติ 2Q17 ไม่ตื่นเต้นนัก คาดโต Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล และการฟื้นตัวของธุรกิจกุ้ง และปลาแซลมอน แต่คาดลดลง Y-Y เพราะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะปลาทูน่า แม้ยังคาดหวังผลการดำเนินงานเติบโตในช่วง 2H17 แต่ปัจจัยหนุนอาจมาจากกลยุทธ์เน้นควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้เข้มงวดมากขึ้น ในขณะที่การหนุนให้รายได้เติบโตดูท้าทายมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจแบรนด์ในยุโรป ซึ่งเผชิญการแข่งขันสูง และราคาวัตถุดิบสูงขึ้น อาจทำให้รายได้ในปีนี้ต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทที่ตั้งเป้าโต 8% - 11% ส่งผลให้ประมาณการกำไรปีนี้ของเราดูมี Downside มากขึ้น จากปัจจุบันที่คาดไว้ 6.6 พันล้านบาท โต 26% Y-Y เรายังคงราคาเป้าหมาย 24 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้ยังมี Upside 15.9% และเรายังมองบวกต่อการกลับมาฟื้นตัวในปี 2018 แต่ระยะสั้น การเติบโตของกำไรในปีนี้ดูน่าเป็นห่วงมากขึ้น จึงคงคำแนะนำเพียง ถือ
อ่านเพิ่มเติม
11
กรกฏาคม
2017
WORK (T-BUY/17TP: 69), คาดกำไรปกติ 2Q17 โตสูง Q-Q, Y-Y สูงสุดของปี
(views 18)
คาดกำไรปกติ 2Q17 สูงสุดของปี โตถึง 33.6% Q-Q, 66.5% Y-Y จากอัตราใช้เวลาโฆษณาเพิ่มตามฤดูกาล และความสามารถในการปรับค่าโฆษณาเฉลี่ยขึ้นได้อีก 16% Q-Q, 44% Y-Y ตาม Rating แต่คาดกำไร 2H17 ลดลง H-H โดย 4Q17 เป็นต่ำสุดของปี เนื่องจากจะมีค่าใช้จ่ายโบนัสพนักงานสูงตามปกติ และมีงานพระราชพิธี แต่คาดทั้งปีกำไรปกติ 2017 โตสูงโดดเด่น 165% Y-Y และปี 2018 โตอีก 30% ราคาหุ้นปรับฐานลงมา มี Upside ไม่ถึง 10% จากราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 69 บาท (DCF) อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนุนระยะสั้นจากแนวโน้มกำไร 2Q17 โตสูงดังกล่าว แนะนำ ซื้อเก็งกำไร จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
07
กรกฏาคม
2017
ITEL (BUY/17TP: 7), Growth Stock ที่เกาะกระแส Mega trend “ซื้อ” เป้า 7.00 บาท
(views 23)
ยังแนะนำ “ซื้อ” ITEL ที่ราคาเป้าหมาย 7 บาท (DCF, WACC 8%) ในฐานะ Growth Stock ที่ได้แรงหนุนจาก Mega trend การใช้บอร์ดแบนด์ที่เร่งตัวขึ้น เพื่อสนุบสนุนการขยายตัวของธุรกิจไปจนถึงเศรษฐกิจมหภาค ขณะที่ ผลประกอบการ 2Q17 คาดว่าจะโต 30%Q-Q อยู่ที่ 24 ล้านบาท ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ที่ดูทรงตัวเพราะ 2Q16 มีการเร่งส่งมอบงานติดตั้งโครงข่ายให้กับ Mobile Operator รายหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงแรกของการเข้าใช้โครงข่าย ส่วนแนวโน้ม 2H17 เราคาดว่ากำไรจะขยายตัวเร็วกว่า 2 เท่าตัว Y-Y จาก (1) รายได้การให้เช่าใช้โครงข่ายที่เพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง โดยถ้าอิงตามรายงานสภาพตลาดโทรคมนาคมจะเห็นได้ว่า อัตราการเติบโตของวงจรเช่าระบบ MPLS เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 9%Y-Y ใน 4Q16 จากค่าเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นเพียง 5%Y-Y ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (2) อัตรากำไรขั้นต้นจะขยายตัวตามประสิทธิภาพการใช้โครงข่ายที่เพิ่มขึ้น (3) เริ่มรับรู้รายได้จาก Data Center แห่งที่ 2 และ (4) มีโอกาสได้งานติดตั้งโครงข่ายเพิ่มขึ้นตามงานประมูลที่เปิดกว้างและฐานลูกค้าที่ขยายตัว ราคาปัจจุบันแม้จะซื้อขายบน PE2017 สูงถึง 38 เท่า แต่จะลดลงเหลือเพียง 28 เท่าในปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม
06
กรกฏาคม
2017
SAPPE (T-BUY/17TP: 28), คาดกำไร 2Q17 ฟื้นตัวแรง Q-Q
(views 36)
เป็นหลัก และคาดตลาดในประเทศยังทำได้ดี โดยเฉพาะสินค้าขายดอย่าง Beauti Drink ขวดสีฟ้า เป็นบวกต่อรายได้ และอัตรากำไรขั้นต้นยังปรับตัวดีขึ้น ตามการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น แต่เชื่อว่าอัตรากำไรน่าจะกลับไปไม่เท่ากับที่เคยทำได้ในปีก่อน ซึ่งเป็นสาเหตุที่คาดกำไรน่าจะปรับลดลง Y-Y ส่วนปัจจัยหนุนการเติบโตในช่วง 2H17 น่าจะมาจากตลาดจีนเป็นหลัก โดยในช่วง 1H17 ตลาดจีนแทบไม่โต และคาดตลาดอินโดนีเซียกับในประเทศน่าจะแผ่วลงตามฤดูกาล โดยเรามองกำไร 2Q17 อาจเป็นกำไรสูงสุดของปี ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ไว้ตามเดิมเป็นลดลง 9.5% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 28 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาจากที่เราแนะนำซื้อในรายงานฉบับก่อน (6 มิ.ย.) จนมี Upside แคบลงเหลือ 5.7% จึงปรับคำแนะนำเป็น ซื้อเก็งกำไร จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
06
กรกฏาคม
2017
DTAC (SELL/17TP: 40), ราคาหุ้นปรับตัวบนความคาดหวังเชิงบวกมากเกินไป
(views 29)
เราคาดกำไร 2Q17 ของ DTAC ยังคงอ่อนแอ โดยหดตัว 26.5% Q-Q และ 71% Y-Y จากรายได้ที่คาดว่ายังหดตัวขณะที่ต้นทุนยังเพิ่ม ขณะที่การได้คลื่น 2300 MHz เรามองว่าช่วยปลดล็อคความเสี่ยงด้านการดำเนินงานระยะยาวได้บ้างส่วน แต่ยังจำเป็นต้องได้คลื่น 1800 MHz ในการประมูลปีหน้า เราปรับลดกำไรปี 2017-2018 ลงสะท้อนต้นทุนคลื่น 2300 MHz ที่เข้ามา แต่ปรับเพิ่มปี 2019 เป็นต้นไปจากความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 40 บาท อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปัจจุบันเกินปัจจัยพื้นฐานและสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกมากเกินไป จึงยังคงคำแนะนำ “ขาย”
อ่านเพิ่มเติม
06
กรกฏาคม
2017
CPF (BUY/17TP: 32), คาดกำไร 2Q17 ไม่ตื่นเต้น ถูกฉุดโดยหมูเวียดนาม
(views 15)
แนวโน้มกำไรปกติ 2Q17 ไม่ตื่นเต้น คาดเติบโตได้ Q-Q จากธุรกิจไก่ กุ้ง และหมูในประเทศที่ฟื้นตัวดีขึ้น และคาดไม่มีค่าใช้จ่ายซื้อกิจการมากเหมือนไตรมาสก่อน แต่คาดกำไรจะลดลง Y-Y เพราะคาดจะเผชิญผลขาดทุนจากธุรกิจหมูในเวียดนามต่อเนื่องจาก 1Q17 ทั้งนี้เรามองแนวโน้มกำไรน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วง 2H17 โดย 3Q17 เป็น High Season ของธุรกิจ และคาดเห็นธุรกิจหมูในเวียดนามจะฟื้นตัวได้ตั้งแต่ 4Q17 หรือในปี 2018 จึงน่าจะช่วยหนุนการเติบโตในปี 2018 เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 – 2018 ไว้ ทรงตัว Y-Y และ +14.9% Y-Y ตามลำดับ และคงราคาเป้าหมายปี 2017 ไว้ที่ 32 บาท (SOTP) ยังมี Upside 29% คงคำแนะนำซื้อ ทั้งนี้กำหนดวันจองซื้อและชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนในวันที่ 24 – 27 ก.ค. และ 31 ก.ค.
อ่านเพิ่มเติม
05
กรกฏาคม
2017
TACC (BUY/17TP: 7.5), คาดกำไร 2Q17 เติบโตได้ แต่ไม่ตื่นเต้น
(views 22)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q17 ยังเติบโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y แต่ไม่ตื่นเต้น ถือว่าต่ำกว่าที่เคยประมาณการไว้ เพราะเจออุปสรรคในส่วนของสินค้าใหม่อย่าง Jump Start ที่เผชิญการแข่งขันสูง รวมถึงกำลังซื้อในประเทศที่ไม่สดใส และฝนที่ตกเร็วผิดไปจากฤดูกาล ในขณะที่ชาเขียว Zenya ในกัมพูชาเริ่มฟื้นตัวกลับสู่ระดับปกติ ทั้งนี้เราคาดหวังกำไรจะฟื้นตัวดีขึ้นใน 2H17 จากทั้งสินค้าใหม่ที่จะวางขายใน 7-11 และอยู่ระหว่างเตรียมทำโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายในกัมพูชา รวมถึงการเติบโตตามการขยายสาขาของร้าน 7-11 อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้มกำไร 1H17 ที่ไม่ตื่นเต้น เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลงจากเดิม 25% เป็นการเติบโต 25.3% Y-Y จากเดิมคาดโต 67.6% Y-Y โดยคาดการณ์กำไรสุทธิ 1H17 จะคิดเป็นสัดส่วน 45% ของประมาณการกำไรใหม่ของเรา นำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 7.5 บาท จากเดิม 11.5 บาท โดยปรับลด PE ลงเหลือ 35 เท่า จากเดิม 40 เท่า เพื่อสะท้อนการเติบโตที่สดใสน้อยลง ที่ราคาเป้าหมายใหม่ยังมี Upside 16.3% Y-Y คงคำแนะนำซื้อ ทั้งนี้ราคาหุ้นน่าจะโดนกดดันจากแนวโน้มกำไร 2Q17 ที่ไม่สดใส และรอดูความชัดเจนเรื่องภาษีเครื่องดื่ม ก่อนที่จะบังคับใช้ 16 ก.ย. นี้
อ่านเพิ่มเติม
05
กรกฏาคม
2017
MBAX (BUY/17TP: 6.5), ความต้องการถุงซิปล็อคล้นทลัก คาดกำไร 2Q17 สดใส “ซื้อ”
(views 21)
คาดกำไร 2Q17 เพิ่มขึ้น 17%Q-Q และ 189%Y-Y อยู่ที่ 20 ล้านบาท รายได้รวมอาจไม่ได้ขยับขึ้นมากนัก เพราะเงินบาทแข็งค่าอีก 1.2%Q-Q แต่อัตรากำไรสุทธิจะดีสุดในรอบ 8 ไตรมาสที่ 5.4% จาก (1) เม็ดพลาสติก LDPE ที่ลง 6%Q-Q (2) ผลของ Economy of scale ตามการใช้กำลังการผลิตที่มากขึ้น (3) ดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากการใช้เงินทุนหมุนเวียนที่ลดลง ส่วนแนวโน้มช่วงที่เหลือของปีมีโอกาสสดใสกว่าคาด จากทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่ลงและภาวะอุตสาหกรรมที่ขยายตัว ตามยอดส่งออกถุงและกระสอบพลาสติก 5M17 ที่เพิ่มขึ้น 5%Y-Y โดยตลาดที่น่าสนใจคือญี่ปุ่น +7%Y-Y ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ของ MBAX เรามีแนวโน้มปรับประมาณการขึ้น หากผลประกอบการ 2Q17 ออกมาดีตามคาด ยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 6.50 บาท อิง PE Multiplier เฉลี่ยในอดีตที่ 16 เท่า จุดเด่นของ MBAX ยังอยู่ที่ปันผล ซึ่งคาดว่างวด 1H17 จะจ่ายราว 0.20 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทน 3.6% (7% ต่อปี) ส่วนการใช้สิทธิ MBAX-W1 ครั้งสุดท้ายที่เหลือ 32 ล้านหน่วยจะขึ้น SP วันที่ 24 ก.ค. 17 ไม่กดดันกำไรต่อหุ้นเพราะจะนำเงินไปลงทุนขยายโรงงานรองรับยอดสั่งซื้อที่จะเพิ่มขึ้นมากในปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม
05
กรกฏาคม
2017
PTTGC (BUY/17TP: 80), คาดกำไร 2Q17 อ่อนแอ แต่ภาพรวมยังดูดี
(views 23)
เราคาดกำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 7.0 พันล้านบาท +43% Y-Y แต่ -47% Q-Q เนื่องจากเป็นช่วงหยุดซ่อมโรงงาน และ Margin ผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ธุรกิจหลักชะลอลง อีกทั้ง ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยที่ -6% Q-Q น่าจะทำให้มีผลขาดทุนสต๊อก 938 ล้านบาท แม้ผลประกอบการ 2Q17 จะอ่อนแอแต่หลังจากนี้จะปรับตัวดีขึ้นจากการหยุดซ่อมโรงงานที่ลดลง และราคาน้ำมันที่คาดฟื้นตัวสู่สมมติฐานเราที่เฉลี่ย US$55/บาร์เรล ประกอบกับกระบวนการโอนซื้อกิจการทั้ง 6 บริษัทจาก PTT เสร็จเร็วกว่าคาด ทำให้มีกำไรเข้ามาทันทีตั้งแต่ 3Q17 เราจึงปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ขึ้นเป็น 3.4 หมื่นล้านบาท +34% Y-Y และปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 80 บาท ราคาปัจจุบันยังถือว่าไม่แพง P/E 9.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 11.9 เท่า คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
กรกฏาคม
2017
SCB (BUY/17TP: 182), แนวโน้มกำไร 2Q17 ชะลอตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 20)
เราคาดว่า SCB จะรายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ราว 1.15 หมื่นลบ. ลดลง 3.5%Q-Q และ 10.3%Y-Y โดยคาดว่าจะได้แรงกดดันจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยทุกประเภทในกลางเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเราคาดว่าจะมีผลต่อรายได้ดอกเบี้ยสุทธิราว 5% ต่อปี กระทบ NIM ราว 0.12-0.15% ต่อปี และ กระทบกำไรสุทธิราว 5-7% ต่อปี ขณะที่คาดว่าค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจะสูงขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y จากการปรับปรุงระบบงานและพนักงาน คงกำไรสุทธิปี 2017 ที่ 4.78 หมื่นลบ. (+0.4% Y-Y) โดยประมาณการดังกล่าวยังไม่รวม Downside ที่อาจเกิดขึ้นได้จากผลของการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจพิจารณาร่วมกับทิศทางของนโยบายการตั้งสำรองฯอีกครั้ง ในเบื้องต้นจึงยังคงราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 182 บาท (อิง PBV 1.67 เท่า) และคงคำแนะนำ ซื้อ จาก Upside ที่ยังเหลืออยู่ที่ราว 16% อย่างไรก็ตามหากมีงบประมาณที่จำกัด เรายังยืนยันว่า KBANK ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดในกลุ่มแบงก์
อ่านเพิ่มเติม
04
กรกฏาคม
2017
GFPT (T-BUY/17TP: 21), คาดกำไร 2Q17 จะเติบโตดีต่อเนื่อง
(views 29)
แนวโน้มกำไร 2Q17 น่าจะยังสดใสต่อเนื่อง คาดเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y จากปริมาณการส่งออกไก่สูงขึ้นเป็นหลัก ในขณะที่ราคาขายค่อนไปในทางทรงตัว กอปรกับราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับลดลง เป็นบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้น แนวโน้มกำไรจะดีต่อเนื่อง และอาจทำจุดสูงสุดของปีใน 3Q17 เพราะเป็น High Season ของธุรกิจ ในขณะที่ความต้องการนำเข้าไก่จากไทยยังคึกคักต่อเนื่อง จากหลายประเทศที่ประสบปัญหาไข้หวัดนก และปัญหาคอรับชั่นในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์แช่แข็งของบราซิล เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปีนี้โต 14% Y-Y โดยยังคงมุมมองต่อราคาไก่ปีนี้ตามเดิมเฉลี่ยที่ 38-40 บาท/กก. และคงราคาเป้าหมาย 21 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ราคาหุ้นได้ปรับลงมามากจากการถูกขายทำกำไรหลังผ่านช่วงเก็งกำไรเข้าคำนวณใน SET100 และข่าวพบโรคอหิวาต์ในไก่ ซึ่งความเสียหายจำกัดอยู่ในวงแคบเพราะพบในฟาร์มของผู้เลี้ยงรายย่อยในสุโขทัยและอยุธยา ไม่กระทบต่อ GFPT ทำให้มี Upside กว้างขึ้นเป็น 8.8% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อเก็งกำไร จากชะลอการลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
03
กรกฏาคม
2017
XO (U.R./17TP: U.R.), คาดกำไร 2Q17 จะกลับมาอ่อนแออีกครั้ง
(views 23)
แนวโน้มกำไร 2Q17 น่าจะกลับมาอ่อนตัวลงราว 21% Q-Q และ -63% Y-Y แม้รายได้กลุ่มซอสและน้ำจิ้มน่าจะยังทรงตัวได้ แต่รายได้กลุ่มเครื่องดื่ม คาดจะลดลงค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่งมาจากฐานสูงในปีก่อน และเราตั้งข้องสังเกตว่าอาจเกิดจากลูกค้าสหรัฐมีความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้ามากขึ้น หากเป็นไปตามคาด บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 1H17 ลดลง 61.5% Y-Y และคิดเป็นสัดส่วนเพียง 24% ของรายได้รวม แม้เบื้องต้นเรายังคาดหวังเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการในช่วง 2H17 จากการทยอยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ แต่ด้วยกำไรที่อ่อนแอใน 1H17 และดูมีความเสี่ยงมากขึ้นหากแนวโน้มค่าเงินบาทยังแข็งค่ามากกว่านี้ อาจทำให้ลูกค้ามาขอต่อราคากับบริษัทก็เป็นได้ เราอยู่ระหว่างทบทวนปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลงจากปัจจุบันที่คาดไว้โต 35.4% Y-Y และจะปรับลดราคาเป้าหมายจากปัจจุบันที่ให้ไว้ 6.5 บาท (อิง PE 24 เท่า) แนะนำหลีกเลี่ยงไปก่อน
อ่านเพิ่มเติม
30
มิถุนายน
2017
CPALL (BUY/17TP: 74), คาด SSSG 2Q17 จะแผ่วลง อาจพลิกเป็นติดลบ
(views 27)
จากภาวะกำลังซื้อในมุมมองของ 7-11 ที่ค่อนข้างทรงตัวจาก 1Q17 ทั้งในกทม. และปริมณฑล กอปรกับฐานที่สูงในปีก่อน และปีนี้ฝนตกเร็วกว่าปกติ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคต่อธุรกิจค้าปลีก จึงคาด SSSG จะแผ่วลงจากไตรมาสก่อนเป็นติดลบราว -1% Y-Y และคาดกำไรสุทธิ 2Q17 จะทำได้ทรงตัว Q-Q และโต 14.2% Y-Y ถือว่าไม่ตื่นเต้นนัก หากเป็นไปตามคาด บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 1H17 โต 15.7% Y-Y และคิดเป็นสัดส่วน 48% ของประมาณการทั้งปี เรายังคาด Stamp Promotion น่าจะช่วยหนุนการเติบโตของผลประกอบการในช่วง 2H17 ให้เป็นไปตามเป้าหมายได้ ดังนั้นเรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ไว้ตามเดิมโต 18.4% Y-Y และมีมุมมองการฟื้นตัวของกำลังซื้อน่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ และต่อเนื่องไปในปีหน้า ยังคงราคาเป้าหมาย 74 บาท (DCF) มี Upside 17.9% ภายใต้ภาวะกำลังซื้อที่อ่อนแอ เรามอง CPALL แม้ผลการดำเนินงานจะโตไม่มาก แต่สม่ำเสมอ และค่อนข้างปลอดภัย ยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
มิถุนายน
2017
HMPRO (HOLD/17TP: 10.8), คาด SSSG 2Q17 จะติดลบมากขึ้น
(views 26)
แนวโน้ม SSSG 2Q17 น่าจะติดลบมากขึ้นจาก 1Q17 และจะเป็นการติดลบเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน จากทั้งกำลังซื้อที่อ่อนแอ, ฝนตกเร็วกว่าปกติ และเผชิญ Cannibalization จากสาขาใหม่ในกทม. แต่ยังมีปัจจัยผลักดันให้กำไร 2Q17 ยังพอโตได้เล็กน้อย จากการปรับ Sourcing สินค้าให้มีมาร์จิ้นดีขึ้น และเน้นควบคุมค่าใช้จ่ายภายใต้ภาวะกำลังซื้อที่ไม่ดี แม้เรายังคาดหวังเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการในช่วง 2H17 และยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ไว้ตามเดิมเป็นโต 13.3% Y-Y แต่ผลประกอบการเริ่มดูมี Downside มากขึ้น หาก SSSG ไม่สามารถพลิกกลับมาเป็นบวกได้ใน 2H17 และบริษัทอาจมีแผนปรับลดการขยายสาขาในปีนี้ลง ทั้งนี้เราได้ปรับลดสมมติฐาน Terminal Growth ลงเป็น 2% จากเดิม 3% และนำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 10.8 บาท จากเดิม 12 บาท โดยคิดเป็น Implied PE ที่ 30 เท่า และ Implied PEG ที่ 1.7 เท่า ซึ่งราคาเป้าหมายใหม่ของเรามี Upside 13% แต่ด้วย Story การเติบโตที่ไม่น่าตื่นเต้น และยังมี Downside ต่อผลประกอบการ เราจึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
28
มิถุนายน
2017
IT (BUY/17TP: 5), แนวโน้มปีนี้ฟื้นตัวจริงและแรง ปรับเป้าขึ้นเป็น 5.00 บาท “ซื้อ”
(views 33)
แนะนำซื้อ IT โดยปรับราคาเป้าหมายปี 2017 ขึ้นเป็น 5.00 บาท จากการปรับประมาณการกำไรและผลของการซื้อหุ้นคืน 63 ล้านหุ้น เรายังชอบ IT ในฐานะหุ้น Turnaround กลุ่ม Small cap โดยคาดการณ์กำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 13 ล้านบาท (+106%Q-Q, +19%Y-Y) จะเป็นกำไรรายไตรมาสสูงที่สุด นับตั้งแต่ผลประกอบการพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรใน 3Q14 ส่วนกำไรสุทธิทั้งปีนี้คาดโต 215%Y-Y อยู่ที่ 48 ล้านบาท จากปัจจัยหนุนด้านกำลังซื้อที่เริ่มฟื้น และการขยายตัวของ IoT รวมถึงการพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจของภาครัฐฯ (เพื่อให้เกิด Business Ecosystem) ส่วนแนวโน้มการเติบโตใน 3 ปีข้างหน้า เรามั่นใจว่า IT ผ่านช่วงแย่ที่สุดของวงจรขาลงทางธุรกิจไปแล้ว ซึ่งประสิทธิภาพการใช้พื้นที่หน้าร้านที่สูงขึ้น สะท้อนมายังอัตรากำไรขั้นต้นที่ค่อยๆ ฟื้นตัวจนคาดว่าจะแตะ 12% ในปี 2018 ราคาปัจจุบันที่ยังไม่ทำจุดสูงสุดใหม่ ขัดแย้งกับกำไรต่อหุ้นรายไตรมาสที่จะทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี อีกทั้ง PBV ที่ 1.1 เท่า ยังต่ำกว่ากลุ่มที่ 3.1 อยู่มาก Downside ในเชิงปัจจัยพื้นฐานจึงอยู่ในระดับที่จำกัด
อ่านเพิ่มเติม
28
มิถุนายน
2017
KKP (BUY/17TP: 77), โดดเด่นกว่ากลุ่มทั้งสินเชื่อ ผลกำไรและเงินปันผล
(views 29)
เราคาดว่า KKP จะรายงานกำไรสุทธิ 2Q17 มีความโดดเด่นทั้งสินเชื่อและการเติบโตของกำไรเมื่อเทียบกับกลุ่ม โดยคาดสินเชื่อ +3%YTD (VS กลุ่มโต <1%) และกำไรสุทธิที่ +5%Q-Q, +24%Y-Y (VS กลุ่มชะลอตัวทั้ง Q-Q, Y-Y) พร้อมกันนี้เราได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2017 ขึ้น 4% เป็น 6.1 พันลบ. (+10%Y-Y) เพื่อสะท้อนสินเชื่อที่ดีกว่าคาดและ CoF ที่น่าจะปรับขึ้นได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ทำให้ KKP น่าจะรักษา Spread ได้ในระดับสูงใกล้กับปีก่อน ประมาณการดังกล่าวยังมี Upside จากรายได้จากงาน IB และกำไรจาก NPA ภายหลังการปรับเพิ่มประมาณการ สังเกตว่า ROE จะขึ้นสูงสุดมาอยู่ที่ ~ 15% สูงสุดในรอบ 12 ปี เราปรับราคาเหมาะสมขึ้น เป็น 77 บาท (จากเดิม 74 บาท) แม้ว่าราคามี Upside ต่ำกว่า 10% แต่คาดหวังอัตราผลตอบแทนเงินปันผล ~ 8.8% ต่อปี จึงแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
28
มิถุนายน
2017
MALEE (SELL/17TP: 44), คาดกำไร 2Q17 จะหดตัวแรง ต่ำสุดในรอบ 7 ไตรมาส
(views 26)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q17 น่าจะหดตัวแรงคาดไว้ที่ -29% Q-Q และ -41% Y-Y จากทั้งการชะลอตัวของรายได้ในประเทศ (ปัญหากำลังซื้อ) และส่งออก (ปรับปรุงระบบตรวจสอบคุณภาพสินค้าครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบรายได้ขายน้ำมะพร้าว) ซึ่งนำไปสู่การหดตัวลงของมาร์จิ้นจากทั้งอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง และ Product mix เปลี่ยนไป หากกำไร 2Q17 เป็นไปตามคาด บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 1H17 ลดลง 20% Y-Y เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ลง 25% เป็นการหดตัวลง 2.5% Y-Y จากเดิมคาดโต 29% Y-Y ทั้งนี้เรายังมีความกังวลต่อการฟื้นตัวของยอดขายในประเทศในช่วง 2H17 และผลกระทบของภาษีค่าความหวาน เพราะยังมีความไม่แน่นอนในกรณีที่อาจไม่ให้ Grace Period (เวลาปรับตัว 2 ปี) แก่ผู้ประกอบการที่ไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิต ซึ่ง MALEE จะเข้าข่ายด้วย ทั้งนี้จากการปรับลดกำไร นำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 44 บาท จากเดิม 57.5 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) ราคาหุ้นเต็มมูลค่าแล้ว เราจึงปรับลดคำแนะนำเป็น ขาย
อ่านเพิ่มเติม
27
มิถุนายน
2017
FN (U.R./17TP: U.R.), คาด SSSG ยังดูน่าเป็นห่วง อยู่ระหว่างปรับลดกำไรปีนี้ลง
(views 20)
จากสถานการณ์กำลังซื้อใน 2Q17 ที่ยังไม่สดใส และฝนตกเร็วและบ่อยกว่าปกติ ซึ่งเป็นลบต่อธุรกิจค้าปลีก เราจึงคาดกำไรสุทธิ 2Q17 จะยังฟื้นตัวไม่ตื่นเต้นนัก แม้คาด +30% Q-Q แต่มาจากฐานต่ำในไตรมาสก่อน และคาดกำไรจะลดลง -16.7% Y-Y จากทั้ง SSSG ที่น่าจะยังติดลบในระดับสูงเป็นตัวเลขสองหลัก และคาดอัตรากำไรจะแผ่วลงจากการทำแคมเปญฉลอง 20 ปี ซึ่งเป็นวิธีการบริหารจัดการสต็อกของบริษัท แม้ผลงานของสาขาใหม่ที่หาดใหญ่จะทำได้ตามเป้าหมายของบริษัท แต่เชื่อว่าไม่สามารถหักล้างการหดตัวลงของยอดขายสาขาเดิมได้ หากกำไร 2Q17 เป็นไปตามคาด บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 1H17 หดตัวลง 23.2% Y-Y และคิดเป็นเพียงสัดส่วน 30% ของประมาณการทั้งปี เราจึงมีแนวโน้มปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลงจากปัจจุบันคาดไว้ที่ 177 ล้านบาท โต 21.2% Y-Y และจะนำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายลงจากปัจจุบันที่ให้ไว้ 7.5 บาท (DCF)
อ่านเพิ่มเติม
22
มิถุนายน
2017
KBANK (BUY/17TP: 240), เห็นสัญญาณดีในสินเชื่อธุรกิจ
(views 39)
KBANK แสดงภาพของสินเชื่อที่ดีขึ้นในเดือนพ.ค. โดยสินเชื่อที่เติบโตดีเกินคาดมาจากสินเชื่อธุรกิจและเป็นสินเชื่อระยะยาว ขณะที่ทิศทางใน 2H17 ดีกว่า 1H17 จึงมีแนวโน้มว่า KBANK น่าจะปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของสินเชื่อขึ้นเป็นธนาคารแรก ระยะสั้นคาดการณ์กำไร 2Q17 ยังไม่ได้เป็นภาพเชิงบวกชัดเจนเนื่องจากจะได้รับผลกระทบจากฤดูกาลและการลด MRR ในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา แต่คาดว่าสินเชื่อที่จะเติบโตดีขึ้นใน 2H17 จะชดเชยผลลบดังกล่าวได้ และกำไรสุทธิ 2H17 จะดีกว่า 1H17
อ่านเพิ่มเติม
21
มิถุนายน
2017
ADVANC (HOLD/17TP: 185), คาดกำไร 2Q17 ยังไม่สดใสนัก
(views 30)
เราคาดกำไรปกติ 2Q17 ของ ADVANC จะหดตัว 6.5% Q-Q และ 25.1% Y-Y จากรายได้ที่ยังโตไม่สูงนัก ขณะที่ต้นทุนยังเป็นปัจจัยกดดันโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่คาดว่าจะสูงขึ้นจากไตรมาสก่อน ขณะที่แนวโน้มการแข่งขันในตลาดผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังค่อนข้างรุนแรง เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 หดตัวอีก 5.4% Y-Y ราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside จำกัดเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 185 บาท เราจึงยังคงคำแนะนำ “ถือ” รับปันผลงวด 1H17 Yield 2%
อ่านเพิ่มเติม
21
มิถุนายน
2017
KSL (AVOILD/17TP: 5.6), มองลบต่อราคาน้ำตาลและผลประกอบการมากขึ้น
(views 24)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรามีมุมมองเป็นลบต่อแนวโน้มราคาน้ำตาลและผลประกอบการมากขึ้น โดยมองผ่านกำไรสูงสุดปีนี้แล้วใน 2Q17 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ ทั้งนี้กำไรปกติ 1H17 คิดเป็นสัดส่วน 57% ของประมาณการทั้งปี แนวโน้มกำไรจะแผ่วลงใน 2H17 เรายังคาดกำไรปกติปี 2017 ไว้ที่ 1.46พันล้านบาท (+171.7% Y-Y) ทั้งนี้แนวโน้มราคาน้ำตาลเริ่มไม่สดใส ล่าสุดปรับลงแรงหลุดต่ำกว่าระดับ 14 เซนต์ต่อปอนด์แล้ว และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือน จากคาดการณ์ภาวะน้ำตาลโลกปีหน้าจะกลับมาเกินดุลอีกครั้ง จากที่ขาดดุล 2 ปีติดต่อกัน เพราะแนวโน้มปริมาณผลผลิตจะเพิ่มขึ้นทั้งที่อินเดีย และไทย จากสภาพอากาศที่ดีและพื้นที่เพาะปลูกมากขึ้น เราจึงปรับลดกำไรปกติปี 2018 ลง 10% เป็นการเติบโต 3.7% Y-Y แม้การลอยตัวราคาน้ำตาลตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. เป็นต้นไป จะมองเป็นบวกต่อโรงงานน้ำตาล แต่เราให้น้ำหนักไปที่แนวโน้มราคาน้ำตาลตลาดโลกที่ไม่สดใสมากกว่า นำไปสู่การปรับลด PE เป้าหมายเป็น 17 เท่า ซึ่งเป็น PE เฉลี่ยของ KSL จากเดิมที่ให้ 25 เท่า ซึ่งเป็น PE ช่วงราคาน้ำตาลขาขึ้น จึงปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 5.6 บาท จากเดิม 8.3 บาท และปรับลดคำแนะนำเป็น หลีกเลี่ยงการลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
16
มิถุนายน
2017
ASAP (BUY/18TP: 8.2), ศักยภาพเป็นได้ถึงผู้นำทางธุรกิจ
(views 62)
เริ่มต้นด้วยคำแนะนำ ซื้อ ASAP โดยประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 8.20 บาท ASAP เป็น Growth stock ที่น่าสนใจ ทั้งนี้แรงหนุนกำไรจะเกิดขึ้นตั้งแต่ในปี 2017 จากการขยายกองรถยนต์ให้เช่าให้ > 1 หมื่นคันขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในธุรกิจ และปี 2018 จะมีเรื่องราวการเติบโตที่น่าสนใจมากขึ้นจากการเปิด Auto-Park ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรเบื้องต้นดีขึ้น เราคาดว่าจะเห็นโมเมนตัมการขยับตัวขึ้นของ Net Profit Margin สู่ 9-10% ในปี 2018 จาก 5% และ 7% ในปี 2016 และ 2017 ตามลำดับ และ ROE จะเติบโตขึ้นสู่ ~20% ในปี 2019 (ใกล้เคียงกับ KCAR) ระยะยาวเราคาดหวังว่าจะเห็น ASAP ในฐานะผู้นำในธุรกิจรถยนต์ให้เช่าทั้งระยะสั้นและระยะยาว และการให้บริการที่เกี่ยวข้องแบบครบวงจรในตลาดรถเช่า
อ่านเพิ่มเติม
13
มิถุนายน
2017
SWC (BUY/17TP: 14.7), คาดกำไรสุทธิ 2Q17 สดใสเพราะเป็น High Season “ซื้อ”
(views 46)
คาดกำไร 2Q17 เพิ่มขึ้น 34%Y-Y และ 11%Q-Q อยู่ที่ 50 ล้านบาท จากปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season ของสินค้ากลุ่มป้องกันและกำจัดแมลง รวมถึงกลุ่มรักษาเนื้อไม้ที่มักขายดีในฤดูฝน ขณะที่ ต้นทุนมีแนวโน้มลดลงจากมาตรการควบคุมประสิทธิภาพการผลิต การอ่อนตัวลงของน้ำมันดิบที่มีสัดส่วนราว 30% ของต้นทุนรวม และการแข็งค่าของเงินบาทที่วัตถุดิบกว่า 60% นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งนอกจากผลประกอบการระยะสั้นจะดูโดดเด่นแล้ว ในเชิง Valuation ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2017 เพียง 10 เท่า และจะลดเหลือ 9 เท่าในปีหน้า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของ SWC ที่ 12.5 เท่า โดยที่ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง จากการไม่มีหนี้ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ย และยังสามารถให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง 4-5% ต่อปี เรายังแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 14.70 บาท อิง PE 12.5 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
12
มิถุนายน
2017
MTLS (BUY/17TP: 39), คาดการณ์กำไร 1H17 โตก้าวกระโดด +90%Y-Y
(views 38)
เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2017 ของ MTLS เป็น 39 บาท เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ที่เราปรับประมาณการขึ้น 7% เป็น 2.3 พันลบ. +58.5%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นการปรับเพิ่มการเติบโตของสินเชื่อ, การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม แต่ยังคงมุมมองเชิงระมัดระวังต่อการตั้งสำรองฯไว้แล้ว แนวโน้มกำไร 2Q17 คาดสร้าง New High ได้ต่อเนื่องที่ราว 564 ลบ. +5%Q-Q และ +88%Y-Y ซึ่งน่าจะทำให้กำไร 1H17 ขึ้นมาที่ 1.1 พันลบ. +90%Y-Y บนการเติบโตดังกล่าวเราคาดว่า ROE ของ MTLS จะยังเป็นขาขึ้นโดยเราคาดว่าน่าจะขึ้นแตะ 30% เร็วขึ้นในปี 2018 จาก 20% ก่อนการ IPO คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
มิถุนายน
2017
VIBHA (SELL/17TP: 2.5), Valuation ค่อนข้างแพง
(views 66)
เราคาดว่าผลการดำเนินงานในช่วงทีเหลือของปีมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวขึ้นโดยได้รับอานิสงส์จากฤดูฝนที่มาเร็วในปีนี้ รวมถึงผลบวกจากการปรับการจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคมในส่วนของ CMR และวิภาราม อย่างไรก็ตาม จากกำไร 1Q17 ที่หดตัวค่อนข้างแรง ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2017 ลงเหลือ 733 ลบ. โตเพียง 1.9% Y-Y และปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 2.50 บาท โดยในแง่ของ Valuation ถือว่าค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับกลุ่มฯและมี Downside จากราคาเหมาะสมอยู่ 8.8% จึงยังคงคำแนะนำ “ขาย”
อ่านเพิ่มเติม
07
มิถุนายน
2017
TPCH (BUY/17TP: 22), ปรับประมาณการลงจากโรงไฟฟ้าใหม่ Delay
(views 79)
จาก Opportunity Day เมื่อวาน บริษัทคาดการเริ่ม COD ของโรงไฟฟ้าใหม่ PGP เลื่อนเป็นภายในปลาย 2Q17 นี้ และโรงไฟฟ้า SGP เป็น 3Q17 ทำให้เราปรับประมาณการกำไรปี 2017 ลง 8% โดยคาดกำไรเร่งตัวขึ้นใน 2H17 นอกจากนี้ ได้ปรับคาดการณ์กำหนดการ COD ของโรงไฟฟ้าปัตตานี เฟส 1 (PTG#1) เป็น 1Q19 จากเดิม 3Q18 ทำให้เราปรับประมาณกำไรปี 2018 ลง 20% ยังเป็นกำไรโต 47% จากปี 2017 ที่คาดโต 65% ราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside 16% จากราคาเป้าหมายใหม่ที่ 22 บาท จากเดิม 23 บาท (Sum-of-the-Parts) จึงคงคำแนะนำ ซื้อ โดย Upside จากโครงการรับซื้อไฟฟ้าของภาครัฐ เช่น โครงการ SPP Hybrid 300 MW และ โครงการ VSPP Semi Firm 289 MW ซึ่งคาดความชัดเจนขึ้นในปลาย 2H17 หลังโครงการโซลาร์สหกรณ์ราชการเฟส 2 ไม่เกิน 219 MW ที่ประกาศรับซื้อไฟแล้ว ทั้งนี้ Catalyst ระยะสั้นต่อราคาหุ้น หากโรงไฟฟ้า PGP เริ่ม COD และโรงไฟฟ้า PTG#1 ได้ PPA ตามคาด ในปลาย 2Q17 นี้
อ่านเพิ่มเติม
06
มิถุนายน
2017
SAPPE (BUY/17TP: 28), คาดกำไร 2Q17 ฟื้นตัว แต่ทั้งปีกำไรจะหดตัว จาก 1Q17 อ่อนแอ
(views 63)
คาดกำไรสุทธิ 2Q17 จะกลับมาฟื้นตัว Q-Q จากผลประกอบการที่อ่อนแอในไตรมาส ทั้งจากการฟื้นตัวของรายได้ในประเทศ (ปรับเปลี่ยน Distributor แล้วเสร็จ และสินค้าใหม่ยังขายดีต่อเนื่อง) และตลาดส่งออกเติบโตดีขึ้น (ลูกค้าอินโดนีเซียกลับมา Stock สินค้าหลังผ่านช่วงน้ำท่วม) ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตฟื้นตัวขึ้น ช่วยหนุนการเติบโตของอัตรากำไรขั้นต้นต้น และในช่วง 2H17 น่าจะได้รับปัจจัยหนุนจากการออกสินค้าใหม่ในประเทศต่อเนื่อง และการฟื้นตัวของตลาดส่งออก โดยเฉพาะตลาดจีน ส่วนธุรกิจ All Coco น่าจะยังขาดทุนในช่วง 1-2 ปีนี้ แต่ทยอยขาดทุนลดลง อย่างไรก็ตาม ด้วยผลประกอบการที่อ่อนแอใน 1Q17 เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 ลง 15% เป็นกำไรลดลง 9.5% Y-Y จากเดิมคาดโต 6.3% Y-Y แต่หากไม่รวมกำไรพิเศษขายเงินลงทุนในปีก่อน คาดกำไรปกติปีนี้จะลดลง 1.6% Y-Y จากเดิมคาดโต 15.6% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 28 บาท จากเดิม 33 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) ที่ราคาเป้าหมายใหม่มี Upside 12.9% จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
มิถุนายน
2017
BANPU (BUY/17TP: 24), กังวลราคาถ่านหินมากเกินไป
(views 81)
จากการปรับลงของราคาถ่านหินช่วงที่ผ่านมาทำให้ราคาหุ้นค่อนข้าง Underperform เรามองว่าตลาดกังวลต่อประเด็นราคาถ่านหินมากเกินไป เนื่องจาก 1. แม้ราคาถ่านหินจะปรับลดลง แต่ ณ ระดับราคาปัจจุบันยังถือว่าอยู่ในสมมติฐานของเราที่ US$80/ตัน 2. ราคาถ่านหินปัจจุบันถือว่า Downside ต่ำแล้ว เนื่องจากที่ราคาปัจจุบันถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมสำหรับผู้ผลิตตามนโยบายของจีนที่ต้องการให้ถ่านหินมีเสถียรภาพ ณ ช่วงราคา 500-570 หยวน/ตัน 3. ผลประกอบการยังมีแนวโน้มเติบโต คาดกำไรปกติทั้งปีโต +226% Y-Y ส่วน 2Q17 คาดยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง 4. Valuation ปัจจุบันถือว่าไม่แพง โดยทั้ง P/E และ P/BV อยู่ต่ำกว่าทั้งค่าเฉลี่ยในอดีต และ คู่แข่งในภูมิภาค อีกทั้ง ราคาหุ้นที่ปรับลงทำให้ Upside เปิดกว้างน่าสนใจ ดังนั้น ด้วยเหตุผลข้างต้นเราจึงยังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 24 บาท
อ่านเพิ่มเติม
05
มิถุนายน
2017
EKH (BUY/17TP: 6.4), กำไรปีนี้โตชะลอเล็กน้อย แต่ปีหน้าจะกลับมาโตเด่น
(views 52)
เราคาดว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงทีเหลือของปีจะฟื้นตัวดีขึ้นโดยได้รับอานิสงส์จากฤดูฝนที่มาค่อนข้างเร็ว ส่งผลให้ผู้ป่วยเริ่มกลับมาใช้บริการและทำให้ Utilization Rate ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาพทั้งปี 2017 แม้เราคาดกำไรปกติเติบโตเพียง 7.3% Y-Y จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพราะมีการจ้างบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มเติมเพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว แต่เชื่อว่าจะเห็นผลบวกในอนาคต ขณะที่ศูนย์ผู้มีบุตรยากจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในปีหน้าโดยเราคาดเติบโตในอัตราเร่งเป็น 13.7% Y-Y ราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว จึงมองว่าเป็นโอกาสในการเข้า “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 6.40 บาท
อ่านเพิ่มเติม
05
มิถุนายน
2017
MBAX (BUY/17TP: 6.5), โตไม่สูงแต่ปันผลดีเหมือนถุงซิปล็อคห่อทอง “ซื้อ” เป้า 6.50 บาท
(views 40)
แนะนำ “ซื้อ” MBAX ที่ราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 6.50 บาท (อิง PE Multiplier เฉลี่ยในอดีตที่ 16 เท่า) โดยเรามอง MBAX เป็น Dividend Stock ที่ให้ผลตอบแทนจากปันผลสูงถึง 8% ต่อปี และอยู่ในอุตสาหกรรมผลิตถุงพลาสติกที่การแข่งขันต่ำ โดยเฉพาะถุงซิปล็อคที่โครงสร้างตลาดเป็นอุปสงค์ส่วนเกิน และผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยขั้นสูง ขณะที่ การเพิ่มมาตรการลดของเสียและขยายกำลังการผลิต จะหนุนการเติบโตของกำไรในระยะยาว โดยเราคาดกำไรสุทธิปี 2017-2019 โตเฉลี่ย 20% ต่อปี ส่วนปัจจัยบวกระยะสั้น คือ คาดการณ์ผลประกอบการ 2Q17 ที่จะโตแรง 155%Y-Y จากฐานที่ต่ำในปีก่อน เนื่องจากลูกค้าที่ชะลอการสั่งซื้อใน 2Q16 กลับมาสั่งผลิตตามปกติอีกครั้ง ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2017 เพียง 12 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 16 เท่า และคิดเป็น PEG เพียง 0.6 เท่า ต่ำกว่ากลุ่ม (THIP และ TPBI) ที่ 0.8 เท่า ซึ่งเมื่อหักล้างกับจุดด้อยด้านสภาพคล่องในการซื้อขายที่ต่ำ เรามองว่าระดับราคาปัจจุบันเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับการซื้อเพื่อถือลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
05
มิถุนายน
2017
KCAR (BUY/17TP: 17), คาดการณ์กำไรและ ROE ปีนี้ดีที่สุดในรอบ 5 ปี
(views 49)
เรากลับมาแนะนำ KCAR อีกครั้ง เนื่องจาก 1.ปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจปรับตัวดีขึ้นตามธุรกิจการขายรถยนต์ที่ฟื้นตัวดีขึ้นทั้งปริมาณและราคาขาย 2.ความแข็งแกร่งของธุรกิจรถยนต์ให้เช่าจากฐานลูกค้าองค์กรที่เหนียวแน่นและมีความต้องการรถเช่าเพิ่มขึ้น และ 3.คาดการณ์กำไรสุทธิเพิ่มต่อเนื่องเป็นที่ 2 และคาดว่าทั้งกำไรและ ROE จะทำสถิติสูงสุดในรอบ 5 ปีในปีนี้ (2017 ROE ~19%) จากแรงหนุนของรายได้และผลประโยชน์ทางภาษี ประเมินราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 17 บาท พร้อมคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผล ~ 6.9% ต่อปี (จ่ายปีละ 2 ครั้ง)
อ่านเพิ่มเติม
02
มิถุนายน
2017
BCH (BUY/17TP: 16), คาดกำไรฟื้นตัวในช่วงทีเหลือของปี ยังมีลุ้นเรื่องประกันสังคม
(views 55)
แนวโน้มกำไรในช่วงที่เหลือของปีคาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 1Q17 ที่โตค่อนข้างต่ำเนื่องจากมีโรคระบาดน้อย ขณะที่ปัจจุบันเริ่มได้รับอานิสงส์จากฤดูฝนที่มาเร็วกว่าปกติ นอกจากนี้เราคาดว่ายังมีโอกาสที่สำนักงานประกันสังคมจะปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินซึ่ง BCH จะได้ประโยชน์เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้ราว 35% ของรายได้รวม เราจึงยังคงประมาณการกำไรปกติเติบโต 15.6% Y-Y ราคาหุ้นปรับตัวลงมาค่อนข้างแรงตั้งแต่ต้นปีและทำให้มี Upside เปิดกว้างและเรามองว่าสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 16 บาท
อ่านเพิ่มเติม
01
มิถุนายน
2017
DELTA (HOLD/17TP: 92), การเติบโตในปีนี้ดูดีขึ้น ส่วนระยะยาวยังมองบวกตามเดิม
(views 46)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ข้อมูลที่ได้รับค่อนไปเชิงบวก โดยบริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ปีนี้ไว้ราว 6% - 13% Y-Y ถือว่าเป็นระดับที่ Aggressive มากสุดในรอบ 5 ปี ปัจจัยหนุนการเติบโตจะมาจากกลุ่ม Automotive, FAN และธุรกิจในอินเดียที่จะฟื้นตัวจากฐานต่ำในปีก่อน และเติบโตตามการขยายตัวของอุตสาหกรม Telecom ซึ่งจะเข้ามาทดแทนการลดลงของสินค้ากลุ่มเดิม ที่มีมาร์จิ้นลดลงจากการปรับลดราคาขาย (ตามปกติ) ได้ทั้งหมด เราจึงปรับเพิ่มสมมติฐานรายได้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท นำไปสู่การปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ขึ้น 3% เป็นการเติบโต 22.5% Y-Y จากเดิมคาดโต 18.6% Y-Y และมีการ Re-rate PE จาก 14 เท่า ขึ้นเป็น 17 เท่า ให้เท่ากับกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 92 บาท จากเดิม 74 บาท และมี Upside 2.22% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
01
มิถุนายน
2017
GGC (HOLD/17TP: 15), แนวหน้าในธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม
(views 50)
GGC เป็นแนวหน้าในธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตแฟตตี้แอลกอฮอล์รายเดียวในประเทศ และ เป็นผู้ผลิตเมทิลเอสเทอร์รายใหญ่ของประเทศ มีแต้มต่อคู่แข่งจากการเป็นบริษัทในเครือ PTT และเป็น Flagship ในธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อมของ PTTGC เราประเมินการเติบโตปี 2017 – 2019 ในอัตรา +11.4% CAGR สอดคล้องกับการเพิ่มสัดส่วนผสมเมทิลเอสเทอร์ของภาครัฐ และ การขยายกำลังการผลิตอีก 200,000 ตันต่อปี ใน 4Q18 ส่วนหลังจากนั้น บริษัทฯ มีแผนขยายการผลิตไปสู่ผลิตภัณฑ์ Downstream และ การเพิ่มไลน์ไปสู่ผลิตภัณฑ์จากอ้อยภายใต้โครงการ Biocomplex ประเมินราคาเหมาะสมที่ 15.0 บาท อ้างอิง PE 14.0 เท่า ทั้งนี้ ราคาหุ้นปัจจุบันปรับตัวขึ้นมาสะท้อนปัจจัยพื้นฐานจนมี Upside จำกัด ดังนั้น เราจึงแนะนำเพียงถือ
อ่านเพิ่มเติม
01
มิถุนายน
2017
DCC (HOLD/17TP: 4.1), ยอดขายจะฟื้นตัวในช่วงที่เหลือ แต่ถูกกดดันจากราคาก๊าซ
(views 50)
แม้ยอดขายจะชะลอตัวใน 1Q17 จากอุปสงค์ที่อ่อนแอ และผลกระทบน้ำท่วมในภาคใต้ แต่เราเชื่อว่าในช่วงที่เหลือของปีจะมีแนวโน้มฟื้นตัวเป็นบวก จากฝนตกที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ประสบภัยแล้ง หนุนให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ส่วนการรับจ้างบริหารให้ RCI บริษัทจะได้รับค่าจ้างบริหารเดือนละ 1 ลบ. และกำไรจากการจำหน่ายสินค้าให้ RCI ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมกำไรให้ DCC ในปี 2016-17 ราว 24 ลบ. และ 67.8 ลบ. ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม มาร์จิ้นถูกกดดันจากต้นทุนก๊าซ และ SG&A ที่สูงขึ้น ทำให้เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะหดตัว 1.7% Y-Y เป็น 1,397 ลบ. ประเมินราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 4.10 บาท อิง PER 19x มี Upside จากราคาหุ้นปัจจุบันเพียง 3.5% จึงแนะนำ”ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
31
พฤษภาคม
2017
HANA (BUY/17TP: 58), คำสั่งซื้อแข็งแกร่ง ปรับเพิ่มกำไรและราคาเป้าหมาย
(views 59)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ทำให้เรามีมุมมองเชิงบวกต่อภาพธุรกิจในปีนี้มากขึ้น จากความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สูงขึ้นแทบทุกอุตสาหกรรม ทั้งนี้บริษัทได้เห็นคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งมากขึ้นทั้งในกลุ่ม PCBA และ IC ใน 2Q17 และต่อเนื่องไปใน 2H17 โดยเฉพาะในกลุ่ม Telecom, Automotive และ RFID ซึ่งสามารถมาทดแทนการลดลงของกลุ่ม Computer ได้ทั้งหมด และด้วยการเติบโตของรายได้ที่ดี นำไปสู่อัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นจนเกือบเต็มกำลังการผลิตของโรงงานเดิม และช่วยเพิ่มกำลังการผลิตโรงงานใหม่ที่ลำพูน 2 และกัมพูชา จึงเป็นบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้น และด้วยกำไรที่ฟื้นตัวได้ดีกว่าคาดใน 1Q17 เราจึงปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2017 ขึ้น 10% เป็นการเติบโต 33% Y-Y จากเดิมคาดโต 20% Y-Y และ Re-rate PE ขึ้นจากเดิม 15 เท่า เป็น 17 เท่า ให้เท่ากับกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ราคาเป้าหมายปรับขึ้นเป็น 58 บาท จากเดิม 46 บาท มีUpside 17.2% และคาดให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปีนี้ราว 5.3% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
31
พฤษภาคม
2017
TK (HOLD/17TP: 12), ค่อยๆดีขึ้นจากแรงส่งในประเทศเป็นหลักก่อน
(views 56)
ทิศทางผลการดำเนินงานของ TK เริ่มดีขึ้นตั้งแต่ 2Q17 โดยถึงแม้สินเชื่อน่าจะชะลอตัวลงตามฤดูกาลแต่คาดค่าใช้จ่ายทางการตลาดจะลดลงจากไตรมาสก่อน เราคาดการณ์กำไร 2Q17 +15%Q-Q, +13%Y-Y ขณะที่คาดว่าแนวโน้ม 2H17 การเติบโตของสินเชื่อจะเริ่มดีขึ้นอีกครั้งขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองฯจะผ่อนคลายลงตามคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้น เราปรับเพิ่มประมาณการสินเชื่อขึ้นเป็น 10% จากเดิม 5% แต่มีผลต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 เล็กน้อยเนื่องจากมีแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงในช่วงแรก จึงยังคงราคาเหมาะสมเดิมที่ 12 บาท แต่ปรับคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ขาย เพราะมี Upside ที่กว้างขึ้นจากคำแนะนำครั้งก่อน ในกลุ่มนี้เราชอบ KTC และ MTLS มากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤษภาคม
2017
MGT (BUY/17TP: 3.3), ปรับเป้าขึ้นสะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่ดีกว่าคาด “ซื้อ”
(views 79)
เราปรับราคาเป้าหมายปี 2017 ขึ้นเป็น 3.30 บาท จาก 2.70 บาท จากการปรับกำไรสุทธิปี 2017-2018 ขึ้น 10% และ 14% จากคาดการณ์เดิม โดยปรับคาดการณ์รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นขึ้น ตามการขยายทีมขายและการเพิ่มสินค้าใหม่ไปในกลุ่มอัตรากำไรสูง กอปรกับ เราได้ปรับ PE Multiplier ขึ้นเป็น 22 เท่า จาก 20 เท่า จากคาดการณ์การเติบโตเฉลี่ยใน 3 ปีข้างหน้าที่สูงขึ้นเป็น 41% ต่อปี จากเดิม 37% ต่อปี โดยยังอิง PEG เฉลี่ยของกลุ่มที่ 0.6 เท่า ทั้งนี้เรายังมอง MGT เป็น Growth Stock ที่กำไรสุทธิปีนี้จะเติบโตโดดเด่นถึง 84%Y-Y โดยนอกจากปัจจัยหนุนข้างต้นผนวกกับฐานที่ต่ำในปีก่อนแล้ว อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ม.ค.-เม.ย. 17 ที่วัดจากการนำเข้ายังขยายตัวถึง 14%Y-Y และเมื่อพิจารณาที่ความสามารถในการสร้างอัตรากำไรสุทธิที่ทำได้ 8-9% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ทำได้เพียง 4-5% เรามองว่าไม่สอดคล้องอย่างมากกับราคาปัจจุบันที่ซื้อขายบน PE2017 เพียง 16 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มที่ 20 เท่า และ MegaChem สิงคโปร์ที่ 25 เท่า จึงแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤษภาคม
2017
EPG (BUY/18TP: 16), กำไรแย่กว่าคาด แนวโน้มระยะยาวยังแกร่ง
(views 62)
กำไรสุทธิ 4Q17 (ม.ค.-มี.ค. 2017) ต่ำกว่าคาด การจับจ่ายในประเทศแผ่ว หากตัดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติ 4Q17 (ม.ค.-มี.ค. 2017) ก็ยังทำได้เพียง 298.7 ล้านบาท -7.7% Q-Q, -2.8% Y-Y เป็นกำไรที่ต่ำที่สุดในรอบปี แย่กว่าเราและตลาดคาด เป็นผลมาจากรายได้ที่ลดลงโดยเฉพาะธุรกิจ EPP (บรรจุภัณฑ์พลาสติก) ซึ่งมีสัดส่วน 26% ของรายได้รวม ลดลง 9% Q-Q และ 10% Y-Y ขณะที่ธุรกิจ Aeroklas (อุปกรณ์แต่งรถ) ซึ่งมีสัดส่วน 45% ของรายได้ ก็ชะลอ -5% Q-Q, +8% Y-Y มีเพียงธุรกิจ Aeroflex (ฉนวนกันความร้อน/เย็น) ที่มีส่วน 29% ของรายได้รวม ยังโตได้ 2% Q-Q และ 8% Y-Y และด้วยความที่ใช้กำลังการผลิตลดลง ทำให้ Gross margin ลดลงเหลือ 30.5% ต่ำกว่าในช่วง 3 ไตรมาสแรกที่อยู่ที่ระดับ 32-33%
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤษภาคม
2017
PDG (BUY/17TP: 5.5), ราคา PET เริ่มลดลงและลูกค้าที่สะดุดไปใน 1Q17 กำลังกลับมา
(views 59)
แนะนำ “ซื้อ” PDG ราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 5.50 บาท (อิง PE Multiplier 15 เท่า) โดยราคาหุ้นก่อนหน้านี้ถูกกดดันจากผลประกอบการ 1Q17 ที่ออกมาต่ำกว่าคาด และราคา PET ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ปัจจุบันถือว่าแรงกดดันต่างๆ เริ่มผ่อนคลายลง ทั้งราคา PET ที่ลงเป็นเดือนที่ 3 ราว 7% จาก ก.พ. 17 และกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการกลับมาสั่งซื้อของลูกค้าเดิมในกลุ่มน้ำผลไม้ ทำให้คาดว่าผลประกอบการ 2Q17 จะกลับมาขยายตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y ส่วนการลงทุนในธุรกิจใหม่ เรามองว่ามีความเป็นไปได้ที่ PDG จะซื้อโรงเป่าขวดที่ดำเนินการอยู่แล้วเพื่อขยายฐานลูกค้าต่างจังหวัด จากเงินสดในมือที่เหลือหลังลงทุนธุรกิจหลอดพรีฟอร์มอีกราว 100 ล้านบาท ราคาปัจจุบันยังถูกมาก ซื้อขายบน PE2017 เพียง 12 เท่า ใกล้จุดต่ำสุดตั้งแต่เข้าตลาดที่ 11.2 เท่า และให้ผลตอบแทนจากปันผลสูงถึง 6% ต่อปี (จ่าย 2 ครั้ง)
อ่านเพิ่มเติม
26
พฤษภาคม
2017
AIT (BUY/17TP: 31), แนวโน้มผลการดำเนินงานสดใส ปันผลยังสูง
(views 72)
เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มธุรกิจและผลการดำเนินงานของ AIT จากสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันที่มีเสถียรภาพทำให้โครงการประมูลงานต่างๆจากภาครัฐยังคงมีปริมาณมาก นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้งานในประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเป็นปัจจัยหนุน Backlog และกำไร เราปรับเพิ่มประมาณการขึ้น 5% เป็นเติบโต 29.8% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 31 บาท มี Upside กว่า 10% ขณะที่ปันผลยังสูงถึงปีละราว 7% เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็น Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
26
พฤษภาคม
2017
WORK (BUY/17TP: 69), แนวโน้ม 2Q17 ยังแข็งแกร่ง สูงสุดของปี ปรับราคาเป้าหมายขึ้น
(views 59)
จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการทำกำไรที่แข็งแกร่งของบริษัท จากการเป็นผู้ประกอบการทีวีรายใหม่ที่ดึงส่วนแบ่งการตลาดได้โดดเด่นสุด โดยคาดกำไร 2Q17 ทำกำไรสูงสุดของปี และโตต่อเนื่องทั้ง Q-Q, Y-Y จากความสามารถในการปรับค่าโฆษณาเฉลี่ยขึ้นได้อีก ตาม Rating กอปรกับกำไรที่มากกว่าคาดใน 1Q17 จากการควบคุมต้นทุนทำให้เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 ขึ้น 11-13% เป็นกำไรโตสูง 165% และ 30% ตามลำดับ แม้คาดกำไร 4Q17 เป็นระดับต่ำสุดของปีตามปกติที่มีค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มมาก ราคาเป้าหมายปี 2017 ปรับขึ้นเป็น 69 บาท จากเดิม 62 บาท (DCF) ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมายังมี Upside 12% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
พฤษภาคม
2017
SVI (BUY/17TP: 6.8), กำไรจะฟื้นตัวตั้งแต่ 2Q17 และสดใสเต็มที่ในปี 2018
(views 67)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรามีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อการเติบโตในช่วงที่เหลือของปีนี้และปีหน้า โดยผู้บริหารยังตั้งเป้าหมายค่อนข้าง Aggressive ตามเดิม แต่ดูมีศักยภาพมากขึ้น ภายหลังขจัดปัญหาสายการผลิตแล้วเสร็จ ทำให้สามารถใช้กำลังการผลิตได้มากขึ้น อีกทั้งอยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติม เพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากสินค้าใหม่ และจากลูกค้าใหม่ที่เข้ามาค่อนข้างแน่นอนในช่วง 4Q17 เพราะเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว โดยแนวโน้มกำไร 2Q17-3Q17 น่าจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง และจะเห็นการเติบโตอย่างโดดเด่นใน 4Q17 และจะรับรู้เต็มปีในปีหน้า เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 เติบโต 48.5% Y-Y และปรับเพิ่มกำไรปี 2018 ขึ้น 7% เป็นโต 24.6% Y-Y จากเดิมคาดโต 16.7% Y-Y ทำให้คาดการณ์การเติบโตของกำไรใน 3 ปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 21% จากเดิม 16% CAGR ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่ม PE ที่เหมาะสมเป็น 17 เท่า ให้เท่ากับกลุ่ม และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2017 เป็น 6.8 บาท จากเดิม 6 บาท ยังมี Upside 15.3% จึงคงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤษภาคม
2017
EA (BUY/17TP: 33), กำไรจะเติบโตในอัตราเร่งในปีนี้และเต็มที่ในปี 2019
(views 65)
กำไรที่น่าประทับใจใน 1Q17 คิดเป็น 22% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา แนวโน้มกำไร 2Q17 – 3Q17 มีทิศทางดีขึ้นตาม High season และการทยอย COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมอีก 90MW ที่เหลือในช่วงปลาย 2Q17 เรายังคงคาดกำไรสุทธิปี 2017 โต 35% Y-Y ปี 2018 โต 40% Y-Y และปี 2019 โต 35% Y-Y กำไรที่เติบโตอย่างรวดเร็วทำให้ PE ปัจจุบันที่ 24.6 เท่า ลดเหลือ 17.5 เท่าในปีหน้าและเหลือเพียง 12.9 เท่าในปี 2019 การเติบโตตั้งแต่ปี 2019 จะสูงกว่าที่คาดขึ้นกับความสำเร็จของโครงการแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าที่คาดว่าโรงงานจะสร้างแล้วเสร็จปลายปี 2018 เรายังคงแนะนำซื้อ คงราคาพื้นฐาน 33 บาทยังไม่รวมโครงการ Energy storage
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤษภาคม
2017
DTAC (SELL/17TP: 30), ปลดล็อคความเสี่ยงได้บางส่วน แต่กำไร 1-2 ปีข้างหน้ายังไม่สดใส
(views 64)
คลื่น 2300 MHz อย่างไรก็ตาม ยังมีความจำเป็นต้องประมูลคลื่น 1800 MHz กลับมาให้ได้ในปีหน้า ขณะที่เบื้องต้นหากรวมผลจากการได้คลื่น 2300 MHz จะทำให้ผลการดำเนินงานปี 2018 พลิกมาขาดทุนจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในขณะที่รายได้ยังต้องลุ้น ในเชิงพื้นฐานเราจึงยังไม่ได้ชื่นชอบ DTAC โดยราคาเหมาะสม ณ ปัจจุบันของเรายังอยู่ที่ 30 บาท ยังแนะนำ ขาย
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤษภาคม
2017
BIG (BUY/17TP: 6.9), กำไรสุทธิมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวแรงใน 2H17 “ซื้อ”
(views 59)
แนะนำ “ซื้อ” BIG ที่ราคาเป้าหมายปี 2017 ขึ้นเป็น 6.90 บาท อิง PE Multiplier ของกลุ่มที่ 25 เท่า จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ทำให้เราสบายใจต่อการเติบโตของตลาดกล้อง Mirrorless และภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมมากขึ้น โดยคาดว่าจะเห็น BIG ทำตลาดเชิงรุกในธุรกิจพิมพ์ภาพดิจิตอลใน 2H17 และด้วยฐานที่ต่ำในปีก่อน ทำให้กำไรช่วงที่เหลือของปีเติบโตอย่างก้าวกระโดด Y-Y ขณะที่การปรับตัวลงของราคาหุ้นรับงบ 1Q17 ที่ต่ำกว่าคาด ได้ทำให้ PE2017 ลดลงเหลือเพียง 17 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่ BIG เข้าตลาดที่ 20 เท่า และต่ำกว่ากลุ่มซื้อขายสินค้าไอทีที่ 25 เท่า ส่วน PEG เทียบการเติบโตของกำไรต่อหุ้นใน 3 ปีข้างหน้าคิดเป็น 1 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มที่ 1.5 เท่า ในเชิงของ Valuation จึงเริ่มน่าสนใจในการลงทุนมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
24
พฤษภาคม
2017
TVO (HOLD/17TP: 30), ผ่านช่วงที่ดีไปแล้วในปีก่อน คาดกำไรปีนี้จะลดลงแรง
(views 74)
แม้จะคาดแนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q17 น่าจะฟื้นตัวจาก 1Q17 ที่มีกำไรไม่ดีนัก แต่ในแง่ Y-Y กำไรจะลดลงแรงเพราะฐานที่สูงในปีก่อน ในขณะที่เรายังคงมุมมองต่อราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกปีนี้ตามเดิมว่าน่าจะทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน ยังไม่มีปัจจัยเชิงบวกกระตุ้นราคาถั่วเหลือง แต่ในขณะเดียวกันก็มอง Downside ต่อการปรับลงของราคาถั่วเหลืองค่อนข้างจำกัด อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้มผลประกอบการใน 1H17 ที่ดูอ่อนแอกว่าคาด เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 ลงอีก 18% เป็นการลดลงจากปีก่อน 30.7% Y-Y ทั้งนี้เรายังมีมุมมองต่อการลงทุนในปีนี้ตามเดิมคือ มองผ่านกำไรสูงสุดไปแล้วในปีก่อน ซึ่งเป็นจังหวะที่ดีสำหรับ TVO อย่างมาก ทั้งในแง่การแข่งขันของกากถั่วเหลืองนำเข้าที่ต่ำมาก (เพราะหันไปนำเข้าข้าวสาลีแทน) และเกิดภาวะปาล์มขาดแคลนทำให้สินค้าทดแทนอย่างน้ำมันถั่วเหลืองขายดีมาก รวมถึงการขึ้นลงของราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกที่ไม่ผันผวนนัก แต่มีจังหวะให้การบริหารสต็อกของบริษัทดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การมีมาร์จิ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่เราไม่คิดว่าหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นในปีนี้อีก โดยราคาปรับลดลงราคาเป้าหมายเป็น 30 บาท จากเดิม 35 บาท (อิง PE เดิม 12 เท่า) เราแนะนำเพียงถือรับปันผล ด้วยคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปีนี้ที่ 6.5%
อ่านเพิ่มเติม
24
พฤษภาคม
2017
ORI (BUY/17TP: 16), พราวด์เรสซิเดนซ์ช่วยขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าให้กิจการ
(views 68)
เรามองบวกกับการซื้อหุ้น 100% ในพราวด์เรสซิเดนซ์ เพราะช่วยขยายตลาดสู่ระดับบนที่ ORI ยังขาด ปัจจุบันพราวด์เรสซิเดนซ์มี 1 โครงการคอนโดคือ Park 24 มูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท ขายได้แล้ว 1 หมื่นล้านบาท ทยอยรับรู้เป็นรายได้ใน 4Q17 ถึงปี 2020 เมื่อรวมกับ Backlog ของ ORI จึงเป็น 2.2 หมื่นล้านบาท เป็นผู้ประกอบการในตลาดฯที่มี Backlog สูงมาก ขณะที่ Net profit margin ของ Park 24 สูงกว่าโครงการของ ORI ที่ทำได้ 18-19% เราปรับประมาณการกำไรปี 2017 ขึ้นเป็น 1.66 พันล้านบาท (+160% Y-Y) จากเดิม 1 พันล้านบาท กำไรส่วนเพิ่มมาจาก Park 24 หรือประมาณ 38% ของกำไรรวม การเติบโตสูงดังกล่าวชดเชย dilution จากการเพิ่มทุน PP 5.3% ได้หมด ทำให้ EPS growth เป็น 77% Y-Y และคาดกำไรโตต่อเนื่องในปีหน้า 52% Y-Y ปรับราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 16 บาท (PE 16 เท่า) แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
พฤษภาคม
2017
LPH (HOLD/17TP: 9.5), กำไรผ่านช่วงเติบโตสูงสุดไปแล้ว ปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
(views 79)
เราคาดว่าการเติบโตของกำไรของ LPH ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในปีที่ผ่านมา โดยเราปรับลดประมาณการกำไรปกติปีนี้ลงเหลือเติบโต 5.7% Y-Y สะท้อนรายได้ที่เริ่มเติบโตชะลอตัว ขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการเปิดอาคารใหม่ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันการเติบโตของกำไรในระยะสั้น ขณะที่ราคาเหมาะสมเราปรับลงจาก 10.50 บาท เหลือ 9.50 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside จำกัด เราจึงปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” อย่างไรก็ตามเรายังไม่ได้รวม Upside จากการขายที่ดิน การ M&A และโอกาสในการปรับเพิ่มการจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคมไว้ในประมาณการ
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤษภาคม
2017
BJC (BUY/17TP: 55), ปีนี้ดีที่กระป๋องและ BIGC ส่วนแก้วจะดีปีหน้า
(views 75)
จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เรามีมุมมองเป็นกลางต่อข้อมูลที่ได้รับ แม้ใน 2Q17 แนวโน้มผลประกอบการของ BIGC จะดูฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากฐานทีต่ำในปีก่อน แต่ธุรกิจหลักของ BJC ค่อนไปในทางตัว เพราะจะมีการปิดซ่อมบำรุงเตาแก้วโรงที่ 2 ราว 45 วัน ต่อมาจาก 1Q17 ที่ปิด 1 เตาในจำนวนวันที่เท่ากัน ทำให้ธุรกิจแก้วใน 1H17 ไม่สดใสนัก ในขณะที่ช่วง 2Q17-3Q17 บริษัทยังต้องเผชิญกับอัตราภาษีจ่ายที่สูงขึ้นผิดปกติ และจะกลับรายการก้อนใหญ่ใน 4Q17 ซึ่งอัตราภาษีจ่ายทั้งปีน่าจะทรงตัวที่ระดับ 20% อย่างไรก็ตาม เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตในระยะยาว ภายหลังปรับโครงสร้างธุรกิจเป็นโครงสร้างเดียวแล้วเสร็จ โดย BIGC จะเป็นหัวหอกในการขยายธุรกิจร้านค้าปลีกทั้งไทยและ CLMV โดยจะเริ่มเห็นการขยายสาขา BIGC ไปในต่างประเทศตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป สำหรับปีนี้เราปรับลดกำไรสุทธิลง 12% เป็นการเติบโต 48.8% Y-Y จากเดิมคาดโต 68.1% Y-Y จากธุรกิจแก้วที่ไม่สดใสใน 1H17 และรวมผลกระทบของค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น จากการประเมินมูลค่ากิจการของ BIG ใหม่ และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 55 บาท จากเดิม 58 บาท (DCF) ยังมี Upside 30.2% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤษภาคม
2017
BDMS (HOLD17TP: 20), มีมุมมองเป็นลบมากขึ้นต่อการเติบโตในช่วง 3 ปีข้างหน้า
(views 85)
เรามีมุมมองเชิงลบมากขึ้นต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานสำหรับ BDMS หลังรายได้เติบโตชะลอตัว ในขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นซึ่งกดดัน Margin ทำให้ต้องแก้ปัญหาโดยการเจาะตลาดในภูมิภาคมากขึ้นเพื่อชดเชยตะวันออกกลางที่หายไป รวมถึงการควบคุมต้นทุนภายในและลดเม็ดเงินลงทุนที่ไม่จำเป็น เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2017 ลงเป็นหดตัว 5.9% Y-Y ขณะที่ช่วง 3 ปีข้างหน้าคาดว่าจะโตเฉลี่ยปีละเพียง 3% เท่านั้นซึ่งทำให้ความน่าสนใจลดลง เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 20 บาทและปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤษภาคม
2017
RS (BUU/17TP: 10.8), แนวโน้มกำไร 2Q17 ฟื้นตัวสูง Q-Q, Y-Y ธุรกิจ H&B หนุนหลัก
(views 68)
จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวาน เราคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการ 2Q17 ที่จะฟืนตัวสูงทั้ง Q-Q และ Y-Y จากยอดขายธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ H&B ยังเป็นตัวหนุนหลัก ยอดขายโตสูงขึ้น Q-Q และเพิ่มก้าวกระโดด Y-Y ขณะที่รายได้ทีวีดิจิตอลกระเตื้องขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันยังสูงและกำลังซื้อโดยรวมไม่ฟื้นตัว Y-Y มากนัก เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 ขึ้น 8-9% นับเป็นผลประกอบการที่คาดฟื้นตัวสูงจากขาดทุนในปีก่อน จากการเติบโตสูงของธุรกิจ H&B ธุรกิจทีวีดิจิตอลกระเตื้องขึ้น และการควบคุมต้นทุนธุรกิจเพลง คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 10.80 บาท ปรับขึ้นจากเดิมที่ 10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2017
KTC (BUY/17TP: 168), กำไร 2Q17 อ่อนลงระยะสั้น ทั้งปียังอยู่ในเกณฑ์ดี
(views 76)
ระยะสั้น ราคาหุ้น KTC อาจขาดปัจจัยกระตุ้นทางบวก (กำไร 2Q17 ชะลอตามฤดูกาล, ความเสี่ยงจากกฏเกณฑ์การคุมก่อหนี้ครัวเรือนจากภาครัฐ) แต่เรายังคงเชื่อถือความแข็งแกร่งของพื้นฐานที่มีเป้าหมายการเพิ่มยอดการใช้จ่ายเพื่อเตรียมพร้อมสู่การปรับรูปแบบพฤติกรรมทางสังคมสู่ Digital economy ซึ่งการใช้เงินสดจะลดลง และ KTC จะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้ นอกจากนี้ KTC มีความเสี่ยงด้านคุณภาพหนี้ต่ำที่สุดในกลุ่มโดยพิจารณาจาก NPL ที่ต่ำเพียง 1.7% และ Coverage ratio สูง 500% คงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ที่ 2.8 พันลบ. +15%Y-Y คงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเหมาะสมที่ 168 บาท
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2017
MC (BUY/17TP: 21.5), สินค้าใหม่หนุนการเติบโต ปันผลยังสูง
(views 84)
เรายังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อกลยุทธ์การเติบโตทั้งการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าท่อนบนรวมถึงการออกผลิตใหม่ โดยเป็นการ Engage ลูกค้าเดิมและขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของทั้งรายได้และกำไร รวมถึงยังเป็นการใช้ประโยชน์จากหน้าร้านของตนเองที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุนมากขึ้น เราคาดกำไรปกติปี 2017 โต 13.3% Y-Y และประเมินราคาเหมาะสมที่ 21.50 บาท ขณะที่ Dividend Yield ยังน่าสนใจราว 5.4% จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
17
พฤษภาคม
2017
DRT (BUY/17TP: 6.6), กำไร 1Q17 โตโดดเด่น
(views 74)
กำไรสุทธิ 1Q17 โต +95% Q-Q, +5% Y-Y DRT ประกาศกำไรสุทธิ 1Q17 ที่ 135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95% Q-Q และ 5% Y-Y สูงกว่าคาด หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายที่ดินในปีก่อนราว 32 ล้านบาท กำไรปกติจะเพิ่มขึ้น 39.5% Y-Y ทั้งนี้ กำไรที่เพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y มาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น +25% Q-Q, +4.5% Y-Y ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายที่เติบโตได้ดีทุกช่องทางการจัดจำหน่าย หลังจากเน้นปรับ Product Mix และรุกขยายตลาดแบบ Full Multi Channel ทำให้สัดส่วนยอดขายผ่าน Modern Trade และตลาดส่งออกไปยัง CLMV เพิ่มเป็น 14% และ 18% ตามลำดับ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มไม้สังเคราะห์ กระเบื้องคอนกรีต และกระเบื้องจตุลอน ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นทั้งตลาดในประเทศและส่งออก ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ในระดับสูงราว 90% บวกกับราคาพืชผลทางการเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้น หนุนให้กำลังซื้อของผู้บริโภคในต่างจังหวัดดีขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายการขายลดลง –29% Q-Q, -14% Y-Y จากการลดค?าใช?จ?ายทางด?านการตลาด ทำให้กำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 27.4% จาก 26% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
17
พฤษภาคม
2017
ERW (BUY/17TP: 6), ยังคงมุมมองบวกต่อภาพรวมการเติบโตในช่วง 2 ปีข้างหน้า
(views 80)
เรายังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อทิศทางการเติบโตของผลการดำเนินงานจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยังคงเป็นขาขึ้นนำโดยการเติบโตของรัสเซีย ขณะที่จีนเริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจน ส่วนการลงทุนใหม่ๆยังเป็นไปตามแผนและคาดว่าจะไม่ฉุดภาพรวมการเติบโตของทั้งกลุ่ม โดยอ้างอิงจาก Performance ของโรงแรมใหม่ที่เปิดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาที่ค่อนข้างดี รวมถึงขนาดของธุรกิจที่เติบโตขึ้นมากจากในอดีต การจายตัวของ Portfolio ที่แข็งแกร่ง เราจึงยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 เติบโต 20.6% Y-Y และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 6 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2017
BANPU (BUY/17TP: 24), ธุรกิจถ่านหินผลักดันกำไรปกติโตแรงตามคาด
(views 84)
ประกาศกำไรปกติ 1Q17 (+62% Q-Q +314% Y-Y) เติบโตได้ดีตามคาด โดยสาเหตุหลักมาจากธุรกิจถ่านหินที่เติบโตตามราคาถ่านหิน ส่วนแนวโน้ม 2Q17 น่าจะทรงตัวในระดับสูงต่อไปได้ ก่อนที่ธุรกิจถ่านหินจะเร่งตัวอีกครั้งใน 3Q17 เนื่องจากจะเข้าสู่ฤดูผลิตถ่านหินสำหรับอินโดนิเซีย กำไรปกติ 1Q17 คิดเป็น 23% ของคาดการณ์เราทั้งปี สำหรับราคาหุ้นและราคาถ่านหินที่ปรับลงช่วงก่อน เป็นเพราะอุปทานในออสเตรเลียกลับมาเป็นปกติ ส่วนช่วงที่เหลือของปีคาดว่าราคาถ่านหินจะอยู่ในกรอบ US$70/ตัน-US$80/ตัน ตามนโยบายของจีน โดย YTD ราคาถ่านหินเฉลี่ยเท่ากับ US$82/ตัน ยังอยู่สูงกว่าสมมติฐานเราที่ US$80/ตัน ดังนั้น ประมาณการเรากำไรเราที่ 1.1 หมื่นล้านบาท +226% Y-Y ยังเป็นไปได้ ส่วนราคาถ่านหินและราคาหุ้นปัจจุบันถือว่า Downside เริ่มแคบแล้ว ประกอบกับ Valuation ยังถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค ดังนั้น เรายังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 24 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2017
GFPT (BUY/17TP: 21), ปรับเพิ่มกำไรสะท้อนไก่ส่งออกที่ดีและต้นทุนการเลี้ยงที่ต่ำ
(views 89)
ภาวะอุตสาหกรรมไก่ปีนี้เติบโตมากกว่าคาด โดยตัวเลขส่งออกไก่ของไทย 1Q17 เติบโตถึง 11% Y-Y มากกว่าเป้าหมายทั้งปีที่คาดโต 3% Y-Y ในขณะที่ปกติ 1Q มักเป็นช่วง Low Season ของการส่งออก สอดคล้องกับปริมาณไก่ส่งออกของบริษัทใน 1Q17 ที่พุ่งขึ้น 39% Y-Y ส่วนราคาวัตถุดิบ 2017YTD ยังถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำ ทรงตัวใกล้เคียง 4Q16 น่าจะเป็นบวกต่อต้นทุนการเลี้ยงไปจนถึง 3Q17 เพราะปกติจะมีการสต็อกวัตถุดิบอย่างน้อย 3 เดือน เราจึงปรับเพิ่มสมมติฐานการเติบโตของปริมาณขายส่งออก และอัตรากำไรขั้นต้นให้สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ขึ้น 14.6% เป็นการเติบโต 14% Y-Y จากเดิมที่คาดทรงตัว และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 21 บาท จากเดิม 18.3 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) มี Upside 19.3% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ และชอบมากสุดในกลุ่มไก่
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2017
GL (SELL/17TP: 20), ลดขนาดเงินให้กู้ใน SG, Cyprus ปรับประมาณการลง
(views 96)
เราคงคำแนะนำ ขาย และปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 20 บาท (เดิม 32 บาท) การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ GL มีแผนได้กล่าวถึงกลยุทธในการทำธุรกิจในปี 2017 จะรุกตลาดอินโดนีเซียและเมียนมามากขึ้น ทั้งนี้คาดว่าเงินให้สินเชื่อที่ให้กับกลุ่มไซปรัสและสิงคโปร์ (ลูกหนี้เงินกู้ยืม SME) จะทยอยลดลงซึ่งเราคาดว่าจะกระทบต่อรายได้ในระยะสั้นขณะที่ค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้นตามการขยายกิจการในช่วงแรก เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลง 20% เป็น 1,169 ลบ. +9.9%Y-Y โดยมีสาเหตุหลักจาก 1.ปรับลดเงินให้สินเชื่อที่ให้กับกลุ่มไซปรัสและกลุ่มสิงคโปร์ลงเป็น -14% หรือเท่ากับเงินต้นที่ได้รับการชำระคืนจากลูกหนี้กลุ่มไซปรัสในเดือนเม.ย. 2.ปรับลดส่วนแบ่งกำไรจากประเทศศรีลังกา และ 3. ปรับเพิ่ม Cost to income ratio ทั้งนี้ประมาณการของเรายังไม่รวมความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการตั้งด้อยค่าเงินลงทุนที่ศรีลังกาซึ่ง ณ มี.ค. 2017 มีมูลค่าตลาด 855 ลบ. น้อยกว่าอย่างมีนัยเมื่อเทียบกับเงินลงทุนทางบัญชีที่ 2.5 พันลบ. ซึ่งในเบื้องต้นผู้บริหารคาดว่ายังไม่จำเป็นต้องตั้งด้อยค่าฯในตอนนี้
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2017
TOP (HOLD/17TP: 77.5), ประกาศกำไรสุทธิเติบโตแรง +22% Q-Q +50% Y-Y
(views 104)
ประกาศกำไรปกติ 1Q17 สูงกว่าคาด -17% Q-Q +45% Y-Y โดยผลประกอบการธุรกิจหลักดีขึ้นทุกธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจอะโรมาติกส์ ทำให้ Market GIM เท่ากับ US$9.4/BBL +18% Q-Q +13% Y-Y แต่มีขาดทุนสต๊อก 249 ล้านบาท เทียบกับ 4Q16 ที่กำไร 3,752 ล้านบาท และ 1Q16 ที่ขาดทุน 311 ล้านบาท ทำให้ Accounting GIM -19% Q-Q แต่ +27% Y-Y กำไรปกติคิดเป็น 34% ของที่เราคาดแต่แนวโน้มมีโอกาสชะลอลงโดยเฉพาะธุรกิจอะโรมาติกส์ที่เด่นใน 1Q17 โดยล่าสุดส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ลดลงแรง เพราะ อุปทานในตลาดเพิ่มขึ้น ดังนั้น เรายังคงประมาณการกำไรปกติปีนี้ -19% Y-Y และ คงคำแนะนำถือ ราคาเหมาะสม 77.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2017
MGT (BUY/17TP: 2.7), กำไร 1Q17 ออกมาดีตามคาด และจะดีต่อเนื่องทั้งปี “ซื้อ”
(views 98)
กำไรสุทธิ 1Q17 อยู่ที่ 12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59%Q-Q และ 11%Y-Y กำไรสุทธิ 1Q17 อยู่ที่ 12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59%Q-Q และ 11%Y-Y จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น 25%Q-Q และ 5%Y-Y ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 160 ล้านบาท จากความต้องการเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษในกลุ่มยานยนต์ (50% ของรายได้รวม) ที่เพิ่มขึ้น ตามยอดผลิตรถยนต์ในประเทศที่ฟื้น 4%Q-Q อยู่ที่ 485,555 คัน รวมถึงการเพิ่มทีมขายและความหลากหลายในตัวสินค้ามากขึ้น ขณะที่ การลดลงของราคาวัตถุดิบและเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 4%Q-Q หนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวเป็น 28.5% จาก 27.3% ใน 4Q16 และ 27.1% ใน 1Q16 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ควบคุมได้ดีขึ้น โดยคิดเป็น 17.9% ของรายได้รวม ลดลงจาก 18.5% ใน 4Q16 ซึ่งถูกหักล้างเล็กน้อยจากค่าใช้จ่าย IPO ที่ยังเหลือบันทึกเข้าไตรมาสนี้ราว 2 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2017
SWC (BUY/17TP: 14.7), กำไร 1Q17 ออกมาดีตามคาด 2Q17 จะเป็น High Season “ซื้อ”
(views 101)
กำไรสุทธิ 1Q17 อยู่ที่ 45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51%Q-Q แต่ลดลง 17%Y-Y กำไรสุทธิ 1Q17 อยู่ที่ 45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51%Q-Q จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น 4%Q-Q และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 31%Q-Q เหลือ 56 ล้านบาท เนื่องจากทุกไตรมาส 4 จะมีการจัดกิจกรรมทางการตลาดและบันทึกค่าใช้จ่ายพนักงานสูงกว่าปกติ จึงทำให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 13.8% จาก 9.6% ใน 4Q16 ส่วนที่เทียบ Y-Y แล้วกำไรสุทธิลดลง 17%Y-Y มาจาก 2 ส่วน คือ (1) ช่วง 1Q16 มีการขายแบบ Big Lot ให้กับตัวแทนจำหน่ายที่เพิ่งแต่งตั้ง 2 ราย ทำให้ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการทำตลาดมากนัก (2) Product Mix จากการขายสินค้าอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ ซึ่งส่วนใหญ่คือกลุ่มที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม โดยถ้าหากหักผลบวกต่อกำไรสุทธิจากการตั้งตัวแทน ซึ่งเราคาดว่าจะอยู่ที่ราว 15 ล้านบาท กำไรปกติจะโต 14%Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2017
LTT (BUY/17TP: 13), กำไร 1Q17 น่าประทับใจ ปรับประมาณการขึ้น
(views 76)
กำไร 1Q17 ดีกว่าคาดและเป็นจุดสูงสุดใหม่ LIT รายงานกำไรสุทธิ 1Q17 ที่ 34 ลบ. +20%Q-Q และ +72%Y-Y ดีกว่าที่คาดไว้และยังเป็นกำไรที่เป็นจุดสูงสุดใหม่ กำไรที่เพิ่มขึ้น Q-Q มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยรับ ซึ่งสอดคล้องกับเงินให้สินเชื่อที่เติบโตแข็งแกร่ง +3%YTD ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูงราว 7% ขณะที่ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีมาก Cost to income ratio อยู่ที่ 55% ลดลงจาก 60% ในไตรมาสก่อน สะท้อนการเกิด Efficiency จากการขยายตัวของสินเชื่อที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
CPF (BUY/17TP: 38.0 (After XR = 32)), พื้นฐานดูไม่แย่ แต่ราคาหุ้นคงถูกกดันจากการเพิ่มทุน
(views 74)
ประกาศผลประกอบการ 1Q17 ทำได้ดีกว่าคาด มาจากการรวม Bellisio เต็มไตรมาส และส่วนแบ่งกำไรจาก CPALL ที่ทำได้โดดเด่น ส่วนธุรกิจที่สร้างผลขาดทุนคือ ธุรกิจหมู จากราคาหมูที่ลดลงทั้งในเวียดนาม กัมพูชา และไทย แนวโน้มกำไรจะดีขึ้นใน 2Q17 จากสถานการณ์หมู ไก่ กุ้งในประเทศที่ดีขึ้น และกำไร 3Q17 จะได้ปัจจัยหนุนจากฤดูกาล ในขณะที่คาดสถานการณ์หมูในเวียดนามที่ประสบปัญหา Oversupply ที่จะดีขึ้นในช่วง 2H17 เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 ทรงตัวจากปีก่อนหน้า จากฐานที่ค่อนข้างสูง และบริษัทได้ประกาศเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นเดิม 5:1 ราคาเพิ่มทุน 25 บาท จะมี Dilution 25% จะขึ้น XR วันที่ 3 ก.ค. โดยต้องได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นวันที่ 27 มิ.ย. ก่อน การเพิ่มทุนนี้จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการมองหาโอกาสในการเติบโตในอนาคต โดยราคาเป้าหมายก่อนเพิ่มทุนเท่ากับ 38 บาท และหลังขึ้นเพิ่มทุนจะลดลงเหลือ 32 บาท ในเชิงพื้นฐานยังแนะนำซื้อ แต่ราคาหุ้นในช่วงนี้คงจะถูกกดดันจากการเพิ่มทุน
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
ALT (SELL/17TP: 6), กำไร 1Q17 อ่อนแออย่างมาก
(views 88)
กำไร 1Q17 ฟื้นตัว Q-Q แต่ยังหด Y-Y ALT ประกาศกำไรปกติ 1Q17 ออกมาที่ 31 ลบ. -70.2% Q-Q, -52.5% Y-Y ซึ่งน่าผิดหวังอย่างมากจากรายได้ที่หดตัวถึง 60.2% Q-Q และ 52.7% Y-Y ทั้งๆที่ Mobile Operator ทั้ง ADVANC และ DTAC ใช้เม็ดเงินลงทุนตามแผน ซึ่งหมายถึงการลงทุนส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในส่วนของการติดตั้งสถานีฐานเพิ่มเติม แต่เป็นการลงทุนด้านอุปกรณ์ซึ่งทำให้ ALT ไมได้ประโยชน์ ขณะที่ Gross Margin แม้จะเพิ่มขึ้น Y-Y แต่ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หดตัวแรงได้ ขณะที่ธุรกิจให้เช่า Fiber Optic ยังไม่มีรายได้เข้ามาในไตรมาสนี้
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
INTUCH (BUY/17TP: 61), กำไร 1Q17 ฟื้น Q-Q ตามลูก
(views 89)
กำไร 1Q17 ฟื้นตัว Q-Q แต่ยังหด Y-Y INTUCH ประกาศกำไรปกติ 1Q17 ออกมาที่ 3,088 ลบ. +19.7% Q-Q, -9.7% Y-Y ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับลูกอย่าง ADVANC และ THCOM ที่ประกาศกำไรออกมาก่อนหน้า โดยกำไรที่ฟื้นตัว Q-Q เกิดจาก Handset Subsidy ที่ลดลงของ ADVANC แต่ Y-Y ยังหดตัวเนื่องจากปีก่อนต้นทุนคลื่น 900 MHz ที่เพิ่มเข้ามารวมถึงกำไรของ THCOM ที่หดตัวอย่างมีนัยยะจากการสูญเสียลูกค้าทั้งดาวเทียม Broadcast และ Broadband ในปีที่ผ่านมา
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
TVO (HOLD/17TP: 35), กำไร 1Q17 หดตัวแรง นำไปสู่การปรับลดกำไรและเป้าหมาย
(views 81)
กำไรสุทธิ 1Q17 ลดลงแรง กำไรสุทธิ 1Q17 เท่ากับ 263 ล้านบาท (-38.8% Q-Q, -43.9% Y-Y) สาเหตุที่กำไรลดลงมาจากรายได้ที่ปรับลดลง 13.8% Q-Q และ 12.6% Y-Y เนื่องจากการอ่อนตัวลงของทั้งธุรกิจกากถั่วเหลือง ที่เผชิญการแข่งขันกับกากถั่วเหลืองนำเข้าสูงขึ้น ทำให้ปริมาณขายกากลดลง เช่นเดียวกับธุรกิจน่ำมันถั่วเหลืองที่มีปริมาณขายลดลง ภายหลังสถานการณ์น้ำมันปาล์มเริ่มดีขึ้น กอปรกับต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาเมล็ดถั่วเหลืองเฉลี่ย 1Q17 เท่ากับ US$10.26 ต่อบุชเชล (+2.2% Q-Q, +16.6% Y-Y) กระทบต่อไปยังอัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงแรงมาอยู่ที่ 10.2% จาก 12.6% ใน 4Q16 และ 12.3% ใน 1Q16 เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 ไตรมาส สำหรับด้านค่าใช้จ่าย ถือว่าบริษัทควบคุมได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ทรงตัวจากปีก่อนที่ระดับ 5% และลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 5.6%
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
SAT (SELL/17TP: 14.5), กำไรสุทธิ 1Q17 ดีขึ้น Y-Y แต่ 2Q17 จะชะลอและราคาเต็มมูลค่า
(views 80)
กำไรสุทธิ 1Q17 เพิ่มขึ้น 13%Y-Y จาก Product Mix แต่รายได้ยังลดลงต่อเนื่อง SAT เปิดเผยกำไรสุทธิ 1Q17 เท่ากับ 4Q16 ที่ 171 ล้านบาท โดยทั้งยอดขายและความสามารถในการทำกำไรแทบไม่ต่างกัน ซึ่งถือว่าแย่กว่าอุตสาหกรรมเพราะยอดผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 4%Q-Q ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 13% จาก Product Mix ที่มีสัดส่วนการผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรการเกษตรเพิ่มขึ้น รวมถึงการเน้นควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 15.9% จาก 13.9% ใน 1Q16 ส่วนรายได้ลดลง 5%Y-Y เหลือ 2,093 ล้านบาท ตามยอดผลิตรถยนต์ที่ลดลงราว 4%Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
ARROW (BUY/17TP: 21.4), กำไร 1Q17 ออกมาน่าผิดหวัง แต่คาดว่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี
(views 72)
กำไรสุทธิ 1Q17 ทำได้เพียง 47 ล้านบาท ลดลง 29%Q-Q และ 33%Y-Y แรงกดดันไม่ได้มาจากอุปสงค์ เพราะรายได้รวมโต 2%Q-Q และ 16%Y-Y อยู่ที่ 361 ล้านบาท โดยลูกค้ายังมีการเร่งสั่งซื้อเพื่อล็อคต้นทุนอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนระบบบัญชีในการคำนวณต้นทุนจาก FIFO เป็นวิธีถัวเฉลี่ย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ราคาเหล็กเพิ่มขึ้นราว 10%Q-Q ขณะที่ ราคาขายถูกกำหนดตามต้นทุนเดิม ประกอบกับ เม-ฆา เอส ที่เป็นบริษัทลูกมีการรับรู้แต่ต้นทุนเข้ามาในงบ เพราะงานส่วนใหญ่ส่งมอบใน 2H17 จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือเพียง 25.9% จาก 32.7% ใน 4Q16 และ 36.2% ใน 1Q16 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดี โดยคิดเป็น 11.5% ของรายได้รวมเท่ากับ 4Q16
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
ASEFA (BUY/17TP: 9.7), กำไร 1Q17 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
(views 69)
กำไร 1Q17 ลดลง 36.6% Q-Q, 12.6% Y-Y กำไร 1Q17 ที่ 56 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย (คาด 61 ล้านบาท) ลดลง 36.6% จากไตรมาสก่อนที่เป็นระดับสูงสุดของปีก่อน และลดลง 12.6% Y-Y ตามรายได้ใกล้เคียงคาดลดลง 19.7% Q-Q แต่ Flat Y-Yแต่ Gross margin ที่ 23.5% ต่ำกว่าคาดที่ 25% และลดลง 2% Q-Q, Y-Y จากสัดส่วนรายได้จากโครงการรื้อถอนทีมีมาร์จิ้นต่ำกว่าธุรกิจหลักเพิ่มกว่าคาด เป็น ~10% เทียบกับคาดที่ ~3% ชดเชยค่าใช้จ่าย SG&A ที่ต่ำกว่าคาด
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
BIG (BUY/17TP: 6.9), กำไรสุทธิ 1Q17 ไม่ BIG ตามคาด แต่ Downside จำกัด “ซื้อ”
(views 75)
กำไรสุทธิ 1Q17 แย่กว่าคาด จากรายได้ที่ไม่มาตามนัด กำไรสุทธิ 1Q17 อยู่ที่ 239 ล้านบาท แย่กว่าคาดการณ์ของเราที่ 260 ล้านบาท โดยลดลง 21%Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล และกำลังซื้อที่ถูกดึงไป 4Q16 ตามาตรการช้อปช่วยชาติ ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y เพิ่มขึ้น 2% ซึ่งถ้าหัก Loss Carry Forward ที่เกิดขึ้นใน 1Q16 ราว 27 ล้านบาท กำไรปกติจะโต 15%Y-Y จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 14%Y-Y อยู่ที่ 1,589 ล้านบาท ซึ่งถูกหักล้างเล็กน้อยจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเหลือ 32.1% จาก 32.4% ใน 1Q16 เพราะ Product Mix เนื่องจากสินค้า Sony ที่ให้อัตรากำไรสูงเพิ่งเริ่มกลับมาจำหน่ายเต็มรูปแบบเป็นไตรมาสแรก
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
BJC (BUY/17TP: 58), กำไร 1Q17 ต่ำกว่าคาด จากค่าเสื่อมราคาและภาษีจ่ายสูง
(views 70)
กำไรสุทธิ 1Q17 ต่ำกว่าคาด จากค่าเสื่อมสูงขึ้นจากการประเมินมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ BIGC สูงขึ้น และภาษีจ่ายสูงกว่าคาด ในขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) ถือว่าทำได้ดี เติบโต Y-Y จากการรวม BIGC และธุรกิจ Healthcare และเติบโต Q-Q จากการฟื้นตัวของ BIGC นอกจากนี้มีการประกาศเพิกถอนหุ้น BIGC ออกจากตลาด และจะทำ Tender ในราคา 225 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้เราอยู่ระหว่างทบทวนปรับลดกำไรสุทธิปีนี้จากผลกระทบของค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น และภายหลังได้รับข้อมูลชัดเจนเรื่องของอัตราภาษีในอนาคต จากปัจจุบันคาดกำไรสุทธิไว้โต 68.2% Y-Y แต่ราคาเป้าหมายน่าจะคงเดิมที่ 58 บาท เพราะประเมินด้วยวิธี DCF ในขณะที่ค่าเสื่อมเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด และราคาหุ้นที่ปรับลงมามากสะท้อนกำไรที่ต่ำกว่าคาดใน 1Q17 ไปแล้ว ยังคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
BLA (HOLD/17TP: 52), ความกดดันจากธุรกิจลงทุนและค่าใช้จ่ายประกันฯ สูงขึ้น
(views 79)
เราปรับลดประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้าลง 18% เป็น 4 พันลบ. -20.6%Y-Y และ 4.6 พันลบ. +14%Y-Y ตามลำดับ เนื่องจากแรงกดดันจากรายได้จากการลงทุนและ ค่าใช้จ่ายประกันชีวิต ที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แนวโน้มกำไร 2Q17 น่าจะดีที่สุดในปีเนื่องจากจะรับรู้รายได้จากเงินปันผลเข้ามาตามฤดูกาล ส่วนธุรกิจประกันคาดว่ายังมีผลขาดทุน กำไรสุทธิน่าจะชะลอตัวลงใน 2H17 อีกครั้งเนื่องจากมีกรมธรรม์ครบอายุไถ่ถอนมากที่สุดในปี (ราว 6-7 พันลบ.) เราปรับราคาเหมาะสมปี 2017 ลงเป็น 52 บาท จากเดิม 56.50 บาท ปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
FN (BUY/17TP: 7.5), กำไร 1Q17 น่าผิดหวัง แต่มองเป็นกำไรต่ำสุดของปี
(views 66)
กำไรสุทธิ 1Q17 น่าผิดหวัง ต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 1Q17 เท่ากับ 23 ล้านบาท (-51.1% Q-Q, -30.3% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดที่ 43 ล้านบาท) ถือเป็นกำไรที่น่าผิดหวัง จาก SSSG ที่ติดลบมากกว่าคาดสูงเป็นระดับสองหลัก แม้ผลงานที่สาขาอยุธยาจะทำได้ดี แต่ยังไม่สามารถหักล้างผลลบจากการหดตัวของ SSSG ได้ทั้งหมด ทำให้รายได้รวม -13.5% Q-Q และ -1.2% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงแรงมาอยู่ที่ 43% (ต่ำกว่าที่เราคาดที่ 44.6%) จาก 44.3% ใน 4Q16 และ 44.6% ใน 1Q16 จากการเร่งทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นรายได้ แต่กลับไม่เป็นผลสำเร็จ และด้วยฐานรายได้ที่อ่อนแอ กอปรกับค่าใช้จ่ายบริหารที่สูงขึ้น ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 36.2%