บทวิเคราะห์รายบริษัท

25
กันยายน
2020
ORI (BUY/21TP: 9), ยอด Presales 3Q20 ดูดีต่อ แนวโน้มกำไร 2H20 เด่นกว่ากลุ่ม
(views 7)
ยอด Presales ถึงกลางเดือนก.ย. ทำได้แล้ว 80% ของเป้าทั้งปี จากทั้งการเน้นขายสต็อก และผลตอบรับที่ดีของการเปิดโครงการใหม่ ขณะที่ 4Q20 มีแผนเปิดโครงการใหม่อีกกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท คาดหนุนให้ยอด Presales ทั้งปีมีโอกาสสูงกว่าเป้า ส่วนโมเมนตัมกำไร 3Q20 คาดขยายตัว Q-Q และ Y-Y โดยเราประเมินว่า ORI เป็นเพียง 1 ใน 2 รายในกลุ่มฯที่กำไรปกติ 2H20 เติบโตทั้ง H-H และ Y-Y หนุนจากการเริ่มโอนคอนโดใหม่ 8 โครงการ รวมถึงปี 2020 คาดขยายตัวได้สวนทางกับกลุ่มฯ และดีต่อเนื่องในปี 2021 จาก Backlog ที่แข็งแกร่ง ราคาหุ้นเทรดบน PE2020-2021 เพียง 5.3x พร้อมปันผลสูง 7.9% ต่อปี ยังเลือกเป็น Top Pick แนะนาซื้อ ราคาเหมาะสมปีหน้า 9 บาท ยอด Presales ถึงกลางเดือนก.ย.ทำได้แล้ว 80% ของเป้าทั้งปี
อ่านเพิ่มเติม
24
กันยายน
2020
ZIGA (BUY/20TP: 2.7), Turnaround หลังเพิ่มกำลังการผลิตและขยายช่องทางการขาย
(views 10)
ปี 2020 เป็นปีแห่งการ Turnaround ของผลประกอบการหลังจากโรงงานแห่งใหม่สร้างเสร็จใน 3Q19 และทยอยใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ประกอบกับการขยายช่องทางการจาหน่ายใหม่ๆ รุกตลาด Retail และ Online ซึ่งมีมาร์จิ้นดี มากขึ้น กำไรสุทธิ 1H20 ที่ 38 ล้านบาท มากกว่ากำไรสุทธิปี 2019 ทั้งปีแล้ว เราคาดกำไร 3Q20 เติบโตต่อจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาด +27% Q-Q, +1,414% Y-Y เป็น 36 ล้านบาท แนวโน้มกำไร 4Q20 ชะลอเล็กน้อย Q-Q เพราะจานวนวันทางานน้อยลง และคาดกำไรสุทธิปี 2020 +205% Y-Y บริษัทมีแผนขยายสาขาและขยายกำลังการผลิตในปี 2021 หากทำได้ตามเป้า คาดกำไรโตต่อ 24% Y-Y ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PE 9.2 เท่าปี 2020 และ 7.4 เท่าปี 2021 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มผู้ผ้ลิตท่อเหล็กที่ 13 เท่า เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 2.70 บาทอิง PE 13 เท่าเท่ากับกลุ่มทั้งที่ความสามารถในการทำกำไรของ ZIGA ดีกว่า และคาดการณ์ Dividend yield ราว 5-6% ต่อปี แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
กันยายน
2020
ADVANC (BUY/21TP: 220], คาดกำไร 3Q20 ฟื้นตัว//พร้อมรับการเติบโตในยุค 5G
(views 10)
เราคาดกาไรปกติ 3Q20 ของ ADVANC +5.3% Q-Q, -17.2% Y-Y ฟื้นตัวตามการ Reopen และไม่มีมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภคจากสทช. เป็นบวกต่อรายได้ใฟ้เริ่มฟื้นตัว Q-Q ขณะที่ต้นทุนคาดยังควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวโน้มผลการดาเนินงานคาดฟื้นตัวค่อยไปเป็นค่อยไปตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ขณะที่การเตรียมเปิดตัว Package 5G อย่างเป็นทางการใน 4Q20 พร้อมกับช่วงที่มือถือ 5G จะออกสู่ตลาดมากขึ้นโดยเฉพาะ iPhone 12 คาดเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว เรายังชอบ ADVANC มากที่สุดทั้งความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน ความสามารถในการแข่งขันที่สูงจากปริมาณคลื่นและโครงข่ายที่พร้อม จึงยังคงคาแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 220 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
กันยายน
2020
DOD (HOLD/21TP: 10.4), แนวโน้ม 3Q20 ดูฟื้นช้ากว่าคาด
(views 2)
แนวโน้มกำไร 2H20 จะอ่อนตัวลงจาก 1H20 โดยมองผ่านจุดสูงสุดปีนี้ไปแล้วใน 2Q20 แม้รายได้จากธุรกิจอาหารเสริมจะยังดีต่อเนื่อง ภายหลังเริ่มรับรู้รายได้ลูกค้ารายใหม่ (เครื่องดื่มผง บรรจุในรูปกระป๋อง) และถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ในปัจจุบันตั้งแต่ 3Q19 เป็นต้นไป แต่คาดธุรกิจรับจ้างผลิตเครื่องสาอางจะอ่อนตัวลง จากคาสั่งซื้อเจลแอลกอฮอล์ที่ลดลง ทาให้อัตราการใช้กาลังการผลิตลดลงเหลือเพียง 10% - 20% รวมถึงธุรกิจขายตรงดูฟื้นตัวช้ากว่าคาด แม้ Social Distancing จะเริ่มคลี่คลาย แต่บริษัทยังไม่สามารถจัดกิจกรรมของนักธุรกิจได้เหมือนก่อนช่วง COVID-19 เบื้องต้นคาดกาไรปกติ 3Q20 จะลดลงราว -38% Q-Q แต่ยังโตสูง 95% Y-Y จากฐานที่ต่ามากในปีก่อน และยังคาดกำไรปกติปี 2020 ไว้ที่ 223 ล้านบาท (+156.9% Y-Y) และคาดกาไรปี 2021 จะโตต่อราว 7.1% Y-Y โดยคาดหวังการฟื้นตัวของธุรกิจขายตรง และรับจ้างผลิตเครื่องสาอาง ในขณะที่ธุรกิจอาหารเสริมอยู่ระหว่าพิจารณาแผนขยายกำลังการผลิต เพราะปัจจุบันใช้เกือบเต็มกาลังการผลิต และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 10.4 บาท มี Upside 7.8% ปรับลดคำแนะนาเป็น ถือ
อ่านเพิ่มเติม
21
กันยายน
2020
DTAC (BUY/21TP: 50], คาดกำไร 3Q20 ทรงตัวได้ Q-Q
(views 14)
เราคาดกำไรปกติ 3Q20 ของ DTAC +1.7% Q-Q, -15.4% Y-Y โดยรายได้ฟื้นตัว Q-Q ตามการ Reopen และไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากกสทช. แต่ Y-Y ยังหดตัวจากการเสียลูกค้าและการแข่งขันที่เริ่มมีสัญญาณรุนแรงขึ้น ส่วนความเสี่ยงคือการมี 5G ช้ากว่าคู่แข่งโดยเฉพาะการไม่มีคลื่น Mid-Band ซึ่งอาจส่งผลลบในแง่ Perception และถูกแย่งลูกค้า ทำให้ประมาณการอาจมี Downside อย่างไรก็ตามเรายังคงคาแนะนำ
อ่านเพิ่มเติม
21
กันยายน
2020
SMPC (BUY/21TP: 18], คำสั่งซื้อฟื้น ค่าเงินบาทและต้นทุนเอื้อต่อการทำกำไร
(views 8)
กำไรปกติ 1H20 อยู่ที่ 359 ล้านบาท มากกว่ากำไรปกติปี 2019 ทั้งปี สถานการณ์ปี 2020-2021 เอื้อต่อการทำกำไรของ SMPC ทั้งค่าเงินบาทที่อ่อนค่ากว่าปี 2019 และราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนที่ปรับลงตามราคาน้ามันดิบ และมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่าต่อไปถึงปีหน้าจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นช้า ประกอบกับความต้องการถังก๊าซในแอฟริกาและเอเชียเพิ่มสูงขึ้น ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนทาให้หันมาสั่งซื้อถังก๊าซจากไทยเพิ่มขึ้น เราคาดกาไรปกติปี 2020-2022 เติบโต 78.4%, 13.9%, 11.3% ตามลาดับ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PE 10.0 เท่าปี 2020 และ 8.8 เท่าปี 2021 ต่ากว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 12.5 เท่า เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 18 บาทอิง PE 14 เท่า (ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี +0.5SD) แนะนำซื้อ และคาดการณ์ Dividend yield ราว 6% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
21
กันยายน
2020
AP (BUY/21TP: 8.5], โมเมนตัมขายแนวราบแกร่ง ผลักดันยอดขายทั้งปีบรรลุเป้า
(views 8)
ยอดขายเดือนก.ค.-ส.ค. ขยายตัวดี 7% Y-Y หนุนจากแนวราบ +15% Y-Y ตามความสาเร็จของการเปิดตัวใหม่และการเน้นขายโครงการเดิม ชดเชยคอนโดที่อ่อนลงได้หมด ทำให้ 8M20 คิดเป็น 64% ของเป้าทั้งปี ขณะที่ 4Q20 จะมีแผนเปิดแนวราบใหม่อีกกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะตอบรับดี หนุนให้ทั้งปีบรรลุเป้าได้ไม่ยาก ขณะที่สภาพตลาดที่ฟื้นเร็วกว่าคู่แข่ง และหลายรายเริ่มกลับมาเปิดตัวคอนโด ทำให้มองว่ามีโอกาสที่บริษัทอาจเปิดโครงการเพิ่มเติม ซึ่งเป็น Upside ต่อเป้ายอดขาย สาหรับแนวโน้มกาไร 3Q20 คาดดีขึ้น Y-Y แต่ชะลอ Q-Q จากฐานสูง ความน่าสนใจของ AP คือเป็นเพียง 1 ใน 2 รายที่ผลประกอบการหลักปีนี้ที่เติบโตได้ รวมถึงราคาหุ้นซื้อขายบน PE2020-2021 เพียง 5.7x พร้อมคาดปันผลสูง 7% ต่อปี (จ่ายปีละครั้ง) แนะนาซื้อ ราคาเหมาะสมปีหน้า 8.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
17
กันยายน
2020
DOHOME (BUY/21TP: 15], SSSG 3Q20 โดดเด่นสุดในกลุ่ม Home Improvement
(views 15)
SSSG 3QTD ยังทำได้ดีต่อเนื่องเฉลี่ย ก.ค. – ส.ค. +7.5% Y-Y และล่าสุดเดือน ก.ย. ขยับขึ้นมาบวก +20% Y-Y จากฐานต่าของสาขาอุบลราชธานีที่ประสบปัญหาน้าท่วมหนักในปีก่อน คาดเฉลี่ย 3Q20 จะอยู่ที่ 8% - 9% Y-Y ดีขึ้นจาก +0.4% Y-Y ใน 2Q20 แม้จะมีเลื่อนเปิด 1 สาขาใหญ่ (แหลมฉบัง) ออกไปเป็น 1Q21 จาก 4Q20 และลดสาขา To Go เหลือ 15 สาขา จากเดิม 20 สาขา แต่กระทบต่อรายได้ปีนี้จากัด เพราะถูกชดเชยด้วย SSSG ที่ฟื้นตัวดีกว่าคาด ในขณะที่อัตรากาไรขั้นต้นฟื้นตัวได้เร็ว 3QTD กลับสู่ระดับปกติที่ 16.8% - 17% จาก 14.9% ใน 2Q20 แนวโน้มกาไร 3Q20 จะกลับมาเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y เรายังคาดกำไรปกติปี 2020 ไว้ตามเดิม -5.2% Y-Y แต่ด้วยแนวโน้มอัตรากาไรขั้นต้นฟื้นได้เร็วกว่าคาด และน่าจะได้เห็นพัฒนาการของอัตรากาไรกลุ่มสินค้า House Brand ที่ดีขึ้นกลับมาสู่ระดับที่เคยทาได้ในปี 2017 อีกครั้ง โดยบริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ขึ้นเป็น 20% จาก 17.5% ในปี 2020 เราปรับเพิ่มอัตรากาไรขั้นต้นรวมปี 2021 – 2022 ขึ้น 20 bps และ 30 bps ตามลาดับ นาไปสู่การปรับเพิ่มกาไรปกติปี 2021 – 2022 ขึ้น 4% - 6% เป็นการเติบโต 30.7% Y-Y และ 13.9% Y-Y จากเดิมคาดโต 25.8% Y-Y และ 11.9% Y-Y ตามลาดับ และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2021 เป็น 15 บาท จากเดิม 13 บาท (อิง DCF WACC 7.1%, Risk Premium 10.4%, Terminal Growth 3%) ยังมี Upside 12% ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PEG 1.4 เท่า ยังต่ากว่า HMPRO และ GLOBAL ซึ่งเทรดอยู่ที่ 1.7 เท่า และ 1.5 เท่า ตามลำดับ จึงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
17
กันยายน
2020
SISB (BUY/21TP: 11.2], การเรียนการสอนกลับมาปกติ และเตรียมเปิด Campus ใหม่
(views 15)
การเรียนการสอนกลับสู่ภาวะปกติตั้งแต่เทอม 1 ของปีการศึกษา 2020/2021 (17 ส.ค.-18 ธ.ค. 2020) ยกเว้นนักเรียนต่างชาติที่ยังไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ ซึ่งเป็นส่วนน้อย ส่วนนักเรียนชั้นเด็กเล็กที่เคย drop การเรียนในเทอมก่อนเพราะไม่สะดวกในการเรียน online ปัจจุบันกลับเข้ามาเรียนเป็นปกติแล้วกว่า 90% ผลประกอบการใน 3Q20 ยังมีผลกระทบของค่าเทอมที่ยังเป็นอัตราเดียวกับช่วง COVID-19 เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครองต่ออีก 1 เทอม กำไรจะทยอยฟื้นตัวและใกล้เคียงปกติใน 4Q20 เรายังคงประมาณการเดิมที่คาดกาไรปี 2020 -25% Y-Y และฟื้นตัว +59% Y-Y ในปี 2021 บริษัทมีแผนเปิด Campus ใหม่ซึ่งยังไม่มีรายละเอียดในขณะนี้ เป็น Positive surprise และต่อยอดการเติบโตต่อไป ยังคงแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 11.20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
15
กันยายน
2020
CPF (T-BUY/21TP: 40], ประกาศเข้าซื้อธุรกิจสุกรในจีน โดยชำระเป็นหุ้น
(views 18)
ประกาศเข้าซื้อธุรกิจสุกรในจีนจาก CPG
บริษัทให้ CTI (ธุรกิจอาหารสัตว์ในจีน) บริษัทย่อย 100% ของ CPP เข้าซื้อธุรกิจสุกรในจีนจาก CPG ในมูลค่าซื้อขายที่ 1.31 แสนล้านบาท โดยจะชาระด้วยการที่ CTI เพิ่มทุนออกหุ้นใหม่ให้กับ CPG (ไม่มีการชาระด้วยเงินสด) ภายหลังรวมกิจการระหว่าง CTI และกลุ่มบริษัทเป้าหมาย ซึ่งเราจะเรียกว่า MergeCo จะมี CPG เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 65% และอีก 35% ถือโดย CPP ทั้งนี้จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นรายย่อยของ CPF ในสัดส่วน 75% (ผู้ถือหุ้นใหญ่ CPG ไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง) จะประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 27 ต.ค. หากได้รับอนุมัติ คาดจะมีการควบรวมแล้วเสร็จภายใน 4Q20
อ่านเพิ่มเติม
15
กันยายน
2020
LOXLEY (BUY/20TP : 1.8), การปรับโครงสร้างองค์กรเริ่มเห็นผล หนุนผลประกอบการ 2Q20
(views 14)
ผลกำไรปกติของ LOXLEY ใน 2Q20 ลดลง 34.6% Q-Q จากการรับรู้รายได้ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ แต่ดีขึ้นจาก 2Q19 ที่มีผลขาดทุน เนื่องจากการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้น สาหรับผลการดาเนินงานงวด 1H20 มีพัฒนาการที่ดีขึ้น มีกำไรปกติ 97 ล้านบาท จากผลขาดทุน 5 ล้านบาทใน 1H19 สาเหตุหลักมาจากการปรับโครงสร้างองค์กรตลอดหลายปีที่ผ่านมาเริ่มเห็นผล ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เคยอยู่ในระดับสูง 18.3% ใน 1H19 ลดเหลือ 10.9% ใน 1H20 ชดเชยอัตรากาไรขั้นต้นใน 1H20 ที่ลดลงเป็น 10.3% จาก 13.3% ใน 1H19 ได้ กาไรปกติดังกล่าวคิดเป็น 45% ของประมาณการปี 2020 ที่เราคาด 213 ล้านบาท เราจึงยังคงประมาณการและราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 1.80 บาท (-1SD ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 20 ปี) ราคาหุ้นปัจจุบันมี PBV เพียง 0.6 เท่า ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
15
กันยายน
2020
TWPC (HOLD/21TP : 3.5), คาดยังขาดทุนต่อใน 3Q20 และจะพลิกมีกำไรอีกครั้งใน 4Q20
(views 8)
บริษัทประกาศผลการดาเนินงาน 2Q20 พลิกเป็นขาดทุนสุทธิ -12 ล้านบาท จากที่มีกาไรสุทธิ 82 ล้านบาทใน 1Q20 แต่ดีกว่า 2Q19 ที่ -39 ล้านบาท แต่หากไม่รวมรายการพิเศษได้แก่ กาไรจากการวัดค่ามูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ 18 ล้านบาทการกลับรายการตั้งสารองผลประโยชน์พนักงาน 20 ล้านบาท และสารองด้อยค่าเงินลงทุนตราสารหนี้ 10 ล้านบาท รวมถึงรายการพิเศษที่ค่อนข้างมากทั้งในปีก่อน และไตรมาสก่อน เราพบว่าผลการดาเนินงานหลัก 2Q20 จะขาดทุนอยู่ที่ -40 ล้านบาท แย่ลงจากที่มีกาไรปกติ 37 ล้านบาทใน 1Q20 และ 32 ล้านบาทใน 2Q19 สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของ COVID-19 แม้รายได้จากกลุ่มอาหารยังโตได้ แต่ไม่สามารถชดเชยรายได้กลุ่มแป้งมันสาปะหลังที่มีสัดส่วนรายได้มากกว่าได้ทั้งหมด ทาให้รายได้รวมอ่อนตัวลง -3% Y-Y (แต่โต +10.2% Q-Q จากการ Reopen ของจีน) แต่ด้วยอัตราการใช้กาลังการผลิตที่ต่าลง และเป็นช่วง Low Season ของปริมาณหัวมันสด ทาให้อัตรากาไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 15.5% จาก 21.6% ใน 1Q20 และ 15.9% ใน 2Q19 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังปรับสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับ COVID-19 ทาให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 18% จาก 17.4% ใน 1Q20 และ 14.2% ใน 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
11
กันยายน
2020
OISHI (BUY/21TP : 46), ผ่านกำไรต่ำสุดไปแล้ว และฐานะทางการเงินยังแข็งแรง
(views 29)
บริษัทประกาศกาไรสุทธิ 3Q20 (เม.ย. – มิ.ย.) เท่ากับ 138 ล้านบาท (-63% Q-Q, -67.5% Y-Y) หากไม่รวมเงินเคลมประกัน 234 ล้านบาท ใน 2Q20 และค่าใช้จ่ายตั้งสารองเกษียณอายุพนักงาน 21 ล้านบาท ใน 3Q19 พบว่ากาไรปกติ 3Q20 ทรงตัว Q-Q และ -69% Y-Y สาเหตุที่กาไรยังทรงตัวได้ ทั้งที่ถูกกระทบจาก COVID-19 ค่อนข้างมาก เพราะแม้ต้องปิดสาขาร้านอาหารราว 1 เดือนครึ่ง ทาให้รายได้รวมลดลงถึง -26% Q-Q แต่บริษัทพยายามลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีมากจนชดเชยการอ่อนตัวลงของรายได้ได้ ส่วนกาไรที่ลดลงมาก Y-Y เพราะ SSSG ติดลบมากถึง -70% Y-Y และรายได้เครื่องดื่มลดลง -15.3% Y-Y ด้วยผลของการ Lockdown ทาให้ผู้บริโภคเลือกตุนเฉพาะสินค้าจาเป็น ในขณะที่ธุรกิจมีต้นทุนคงที่สูงขึ้นจากปีก่อนทั้งโรงงานผลิตเครื่องดื่ม, ครัวกลาง รวมถึง Product Mix เปลี่ยน ทาให้อัตรากาไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 28.3% จาก 37% ใน 2Q19 ทั้งนี้ธุรกิจอาหารเผชิญผลขาดทุนสุทธิเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกันที่ -127 ล้านบาท จาก -82 ล้านบาทใน 2Q20 และพลิกจากที่มีกาไร 103 ล้านบาทใน 3Q19 ส่วนธุรกิจเครื่องดื่มยังมีกาไรปกติอยู่ที่ 264 ล้านบาท (+20.5% Q-Q, -18.8% Y-Y) อย่างไรก็ตาม ถือว่าผลการดาเนินงาน 3Q20 ดีกว่าที่เราเคยคาดไว้ว่าจะพลิกเป็นขาดทุน แต่มาจากรายการ Tax Credit (เดิม เราคาดมี Tax Expense) ที่เกิดจากการรับรู้ยอดขาดทุนยกไปไว้ใน Deferred Tax Asset
อ่านเพิ่มเติม
10
กันยายน
2020
(views 15)
09
กันยายน
2020
RBF (T-BUY/21TP: 11], คาดกำไร 3Q20 กลับมาฟื้นตัวสดใส และจะดีต่อใน 4Q20
(views 27)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวก ระยะสั้น คาดกำไร 3Q20 จะกลับมาฟื้นตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y ภายหลัง COVID-19 เริ่มคลี่คลาย ทำให้ลูกค้ากลุ่มเครื่องดื่มและอาหารทยอยออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง แม้ธุรกิจโรงแรมน่าจะยังสร้างผลขาดทุนต่อเนื่องใน 3Q20 แต่เชื่อว่าจะขาดทุนน้อยลงจาก 2Q20 เพราะลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวในประเทศเริ่มกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้ง โดยโรงแรมที่ชุมพรฟื้นตัวได้เร็วกว่าโรงแรมที่เชียงใหม่ และล่าสุดบริษัทได้ส่งทีมงานเข้าไป Quarantine ในเวียดนามแล้ว เพื่อเตรียมดำเนินการผลิตโรงงานภายในเดือน ต.ค.นี้ ในขณะที่โรงงานอินโดนีเซียอยู่ระหว่างทยอยเพิ่มการใช้กำลังการผลิตขึ้นเป็น 70% จาก 40% ใน 2Q20 คาดจะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นในระยะถัดไป แนวโน้มกำไร 4Q20 คาดทำจุดสูงสุดใหม่ใกล้เคียง 1Q20 เพราะเป็น High Season ของธุรกิจ สถานการณ์โดยรวมยังดูสอดคล้องกับประมาณการของเรา ดังนั้นเรายังคาดกำไรปกติปี 2020 – 2021 เติบโต +42.5% Y-Y และ +15.5% Y-Y ตามลำดับ และคงราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 11 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาจากที่เราแนะนำซื้อในรายงานครั้งก่อน (17 ส.ค.) ทำให้ Upside แคบลงเหลือ 4.8% จึงแนะนำเป็น ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
03
กันยายน
2020
S11 (BUY/21TP : 9.85), กำไร 1H20 ดีกว่าคาด ปรับเพิ่มประมาณการทั้งปี
(views 38)
สะท้อนผลกำไร 1H20 ที่ทำได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตามเราคาดว่ากำไร 2H20 น่าจะชะลอตัวลงจาก 1H20 เนื่องจากคาดการณ์การตั้งสำรองฯ ที่เพิ่มขึ้น 6.8%H-H โดยพิจารณาจาก 1. ระดับยอดหนี้ค้างชำระเกิน 4 เดือนที่มีทิศทางเพิ่มขึ้นภายหลังหมดโครงการช่วยเหลือพักชำระหนี้ และ 2.ค่าใช้จ่ายสารองฯ เพิ่มขึ้นตามการปล่อยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นภายหลังจากคลาย Lockdown ส่งผลต่อการตั้งสำรองฯ ตามเงินให้สินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้นด้วย บนการคาดการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายหลังช่วง COVID19 เราคาดว่าสถานการณ์การปล่อยสินเชื่อจะกลับสู่ภาวะปกติในปี 2021 และคาดการณ์กำไรปี 2021 ที่ 557 ลบ. +9%Y-Y ปรับใช้ราคาเหมาะสมเป็นปี 2021 ที่ 9.85 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside จากราคาปิดล่าสุดราว 56% บวกกับ Dividend Yield สูง 6.6% ต่อปี คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
02
กันยายน
2020
SAPPE (BUY/21TP: 25], คาดกำไร 3Q20 กลับมาฟื้นตัวชัดเจน
(views 39)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวก คำสั่งซื้อเริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งใน 3Q20 โดยเฉพาะรายได้ในประเทศ ที่ฟื้นตัวได้เร็วกว่ารายได้ส่งออก และยังกลับมาออกสินค้าใหม่ได้แก่ B’LUE รสชาติใหม่, Ice Burst, เพรียว พุดดิ้ง ผสมเจลลี่บุก และสินค้ากลุ่ม Jelly โดยรวมถือว่าได้รับการตอบรับที่ดี และด้วยอัตราการใช้กำลังการผลิตที่กลับมาสูงขึ้น กอปรกับต้นทุนวัตถุดิบและ Packaging ที่ปรับลงในช่วงก่อนหน้า ปัจจุบันยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ และอัตราภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม Functional ถูกปรับลดเหลือ 3% จากเดิม 10% ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่ 10 ก.ค. เป็นต้นไป จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q20 และคาดกำไร 2H20 จะดีกว่า 1H20 สถานการณ์โดยรวมยังสอดคล้องกับประมาณการของเรา จึงยังคาดกำไรปกติปี 2020 – 2021 ไว้ตามเดิม -1.8% Y-Y และ +14.4% Y-Y ตามลำดับ และยังคงราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 25 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) ยังมี Upside 33.7% และราคาหุ้นปัจจุบันเทรดที่ PE 13 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตัวเอง และต่ากว่ากลุ่มมาก คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
02
กันยายน
2020
TU (BUY/20TP: 18], เรามองดีล RL เป็นการปรับโครงสร้างที่ดีที่สุดในยามนี้
(views 26)
อยู่ระหว่างปรับโครงสร้าง Red Lobster ครั้งใหญ่ เริ่มจากปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดย Golden Gate Capital ขายหุ้นที่ถืออยู่ในสัดส่วน 51% ให้กับ Seafood Alliance (ประกอบด้วยคุณ Paul Kenny อดีต CEO ของ Minor Food และคุณฤทธิ์ ธีระโกเมน CEO ของ MK Restaurants ซึ่งเป็นการลงทุนในนามส่วนตัว) เรามองเป็นดีลที่ดี เพราะเป็นการปรับโครงสร้างที่ดีที่สุดของ RL ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่เผชิญ COVID-19 และ Golden Gate ซึ่งเป็น Private Equity ต้องการ Exit อยู่แล้ว ในขณะที่ผู้ถือหุ้นรายใหม่มีประสบการณ์ในธุรกิจมายาวนาน และถือเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งได้รับการยอมรับในแวดวงร้านอาหารอยู่แล้ว จึงเป็นโอกาสของ RL อีกครั้งในการฟื้นฟูเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ และกลับมาเติบโตได้ ในขณะที่ TU ยังคงสัดส่วนถือหุ้นใน RL ที่ 49% และได้รับเงินปันผล 8% ต่อปีตามเดิม รวมถึงผู้บริหารยืนยันว่าแนวโน้มอนาคตของ RL ยังเป็นไปตามแผน จะไม่มีการตั้งด้อยค่าแต่อย่างใด และในส่วนของหนี้สินของ RL ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ จึงมองว่าไม่กระทบต่อ TU และเรายังคาดกำไรปกติปี 2020 – 2021 โต 9.4% Y-Y และ 10.2% Y-Y ตามลำดับ คงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 18 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
31
สิงหาคม
2020
XO (BUY/21TP: 11.6], ลุ้นกำไร 3Q20 ทำ New High ต่อเนื่อง
(views 32)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โทนบวก แนวโน้มคาสั่งซื้อ 3Q20 จะเพิ่มขึ้นจาก 2Q20 ดีกว่าเดิมที่เคยคาดว่าจะลดลง เพราะสถานการณ์ COVID-19 ยังยืดเยื้อ ทำให้ Demand ซอส น้าจิ้ม และเครื่องปรุงอาหารต่างๆยังสูงต่อเนื่อง จึงยังทำให้อัตราการใช้กาลังผลิตโรงงานยังทรงตัวสูง กอปรกับ Product Mix ที่ยังดีต่อเนื่อง เพราะสินค้ากลุ่มซอสและน้าจิ้มมีอัตรากาไรดี ช่วยหนุนให้อัตรากาไรขั้นต้นโดยรวมน่าจะยังทรงตัวสูงต่อไป ในขณะที่คาดค่าใช้จ่ายยังอยู่ในระดับต่า เพราะไม่มีการออกงานแฟร์ หรือทา Promotion ใดๆ เบื้องต้นจึงคาดกำไรปกติ 3Q20 มีลุ้นทาจุดสูงสุดใหม่เป็นไตรมาสที่ 2 ทาให้ประมาณการกำไรปกติปี 2020 ของเราดูมี Upside จากปัจจุบันคาดไว้ที่ 248 ล้านบาท โต 105% Y-Y และคาดปี 2021 สถานการณ์อาจกลับสู่ภาวะปกติ จึงคาดกาไรจะทรงตัว Y-Y และคงราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 11.6 บาท (อิง PE เดิม 20 เท่า) มี Upside 25.4% ปรับคาแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ซื้อเก็งกำไร คาสั่งซื้อ 3Q20 ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 2Q20
อ่านเพิ่มเติม
28
สิงหาคม
2020
ICHI (BUY/21TP: 11], กำลังขยายเข้าสู่ Functional Drink คาดหนุนกำไรปีหน้าโตต่อ
(views 31)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวก ภายหลังได้ออกสินค้าใหม่ น้าด่าง PH Plus 8.5 ตั้งแต่ 2Q20 ที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับที่ดี บริษัทมีแผนออกสินค้าใหม่อีก 2 รายการคือ เครื่องดื่มผสมวิตามิน C&E (C200) และเครื่องดื่มผสมวิตามิน C สูง (Ichitan Vitt CC) ในช่วงเดือน ก.ย. – ต.ค. นี้ คาดได้รับการตอบรับที่ดี เพราะผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และยังเป็นตลาดที่เล็ก แต่มีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยผู้บริหารตั้งเป้ารายได้จาก 3 สินค้าใหม่ในช่วง 2H20 ไว้ที่ 400 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,200 ล้านบาทในปี 2021 และยังอยู่ระหว่างทำการตลาดส่งออกมากขึ้น ภายหลังเริ่มประสบความสาเร็จในอินโดนีเซีย จะขยายไปในฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย รวมถึงกลับมารุกตลาด CLMV อีกครั้ง คาดจะได้เห็นความชัดเจนของตลาดส่งออกในปี 2021 ระยะสั้น เราคาดกาไรปกติ 2H20 จะเติบโตดี Y-Y เพราะฐานต่าปีก่อน และอาจอ่อนตัวลงจาก 1H20 ตามปัจจัยฤดูกาล และด้วยปัญหา COVID-19 ที่ยังมีอยู่ จึงคาดรายได้จะทยอยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และคาดกลับมาสดใสมากขึ้นในปีหน้า ทั้งนี้เราได้รวมรายได้จากสินค้าใหม่ 3 รายการในปีหน้าราว 600 ล้านบาท ถือว่า Conservative กว่าเป้าของผู้บริหาร ดังนั้น เราจึงยังประมาณการกาไรปกติปี 2020 ไว้ตามเดิม +29.2% Y-Y และปรับเพิ่มกาไรปกติปี 2021 ขึ้น 5% เป็นการเติบโต +15% Y-Y จากเดิมคาดโต +9% Y-Y และ Re-rate PE ขึ้นกลับมาเท่าค่าเฉลี่ยที่ 23 เท่า จากเดิม 21 เท่า จึงปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2021 เป็น 11 บาท จากเดิม 9.5 บาท ยังมี Upside 24.3% ปรับคาแนะนาขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
26
สิงหาคม
2020
HANA (BUY/21TP: 48], คำสั่งซื้อกลับมาฟื้นใน 2H20 ช่วยหนุนกำไรฟื้นตัวต่อ
(views 37)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวใน 2H20 จากทั้งการฟื้นตัวของโรงงานจีนที่เร็วกว่าคาดใน 2Q20 และน่าจะทรงตัวต่อเนื่องใน 3Q20, คำสั่งซื้อของลูกค้าในเยอรมนีฟื้นตัวเร็วกว่าประเทศอื่นๆในยุโรป ทำให้ภาพรวมคาสั่งซื้อจะฟื้นตัวชัดเจนช่วงปลาย 3Q20 – 4Q20 และเป็นการฟื้นทั้งสินค้ากลุ่ม Smartphone, Consumer Electronics และ Automotive แม้ผู้บริหารยังกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจาก COVID-19 ที่ยังไม่คลี่คลายจนกว่าจะมีวัคซีน และปัญหา Trade Deal ระหว่างสหรัฐและจีน แต่เรามองบวกต่อความ Conservative ของผู้บริหารทาให้บริษัทวางแผนกลยุทธ์อย่างรัดกุม ไม่ประมาท ทั้งการเน้นควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแผนการลงทุนที่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยมีแผนใช้เงินลงทุนปีนี้ต่ากว่าในอดีตอยู่มาก เพื่อเป็นการรักษาสภาพคล่อง ทั้งนี้ด้วยการฟื้นตัวของโรงงานจีนที่เร็วกว่าคาด และแนวโน้มคาสั่งซื้อฟื้นตัวใน 2H20 เราจึงปรับเพิ่มกำไรปกติปีนี้ขึ้น 40% เป็นการเติบโต 28.5% Y-Y และปรับเพิ่มกำไรปีหน้า 9% เป็นการโตต่อเนื่อง 16.7% Y-Y ปรับใช้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2021 ที่ 48 บาท (Re-rate PE ขึ้นเป็น 17 เท่า จากเดิม 15 เท่า ให้เท่ากับค่าเฉลี่ย 3 ปี +1SD ซึ่งยังเป็น PE ที่ต่ากว่ากลุ่ม) ยังมี Upside 17.8%
อ่านเพิ่มเติม
25
สิงหาคม
2020
SEAFCO (BUY/20TP: 6.9], งานในมือยังแข็งแกร่ง มีศักยภาพรับงานเข้ามาเติมอีกมาก
(views 38)
ผลกระทบ COVID-19 ส่งผลให้แรงงานต่างด้าวไม่สามารถกลับเข้าประเทศ ทำให้กำลังคนไม่เพียงพอ และความคืบหน้างานช้าลง บริษัทปรับลดเป้ารายได้ปีนี้ลงจากเดิมคาด +10% Y-Y เป็นทรงตัว Y-Y แต่ถือว่าใกล้เคียงกับประมาณการของเราที่ 3.1 พันล้านบาท โดยแนวโน้มกำไร 2H20 คาดทรงตัว H-H จากการทยอยรับรู้งานในมือที่มีอยู่กว่า 2.2 พันล้านบาท ขณะที่คาดหวังการรับงานเข้ามาเติมในช่วงที่เหลือของปีราว 1 พันล้านบาท จากงานที่อยู่ระหว่างการประมูล 5 พันล้านบาท หลักๆเป็นงานเอกชน ส่วนงานภาครัฐจะเป็นแรงขับเคลื่อนในปี 2021 คงราคาเหมาะสม 6.90 บาท ราคาหุ้น -19% ภายใน 2 สัปดาห์ เทรดบน PE2020-2021 เฉลี่ย 12x (ค่าเฉลี่ย -1.25SD) มองว่าน่าสนใจในการเข้าลงทุน บริษัทปรับลดเป้ารายได้ปีนี้ จากปัญหาแรงงานไม่เพียงพอ
อ่านเพิ่มเติม
24
สิงหาคม
2020
TVO (BUY/21TP: 31], ปรับลดกำไรปีนี้ แต่ยังเติบโตดี และให้ Dividend Yield สูง
(views 31)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ แม้แนวโน้มราคาถั่วเหลืองในช่วง 2H20 จะกลับมาปรับตัวสูงขึ้น จากการเร่งนำเข้าถั่วเหลืองของจีนสู่ระดับสูงสุดใหม่ และปริมาณสต็อกถั่วเหลืองโลกปีนี้ปรับลดลงมาก แต่ด้วยการขายกากถั่วเหลืองใน 2Q20 ที่ถูกกระทบชั่วคราวจาก COVID-19 ทำให้บริษัทมาเร่งขายมากขึ้นใน 3Q20 จึงต้องแลกด้วยอัตรากาชำไรขั้นต้นที่อ่อนตัวลงเล็กน้อย ระยะสั้นจึงคาดแนวโน้มกำไร 3Q20 อาจอ่อนตัวลง Q-Q ก่อนจะกลับมาดีขึ้นใน 4Q20 ตามการฟื้นตัวของราคาถั่วเหลือง กอปรกับเป็นช่วง High Season ของธุรกิจน้ามันถั่วเหลือง เพราะมีเทศกาลกินเจ อย่างไรก็ตามด้วยกำไรที่ถูกกระทบจาก COVID-19 ใน 2Q20 เราจึงปรับลดกำไรปกติปีนี้ลง 7.8% เป็นการเติบโต 14.5% Y-Y จากเดิมคาดโต 21.5% Y-Y และคาดกำไรปีหน้าจะโตต่อเนื่อง +12.1% Y-Y เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 31 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ยังมี Upside 13.8% และประกาศจ่ายปันผลงวด 1H20 หุ้นละ 0.9 บาท Yield 3.3% จะขึ้น XD 28 ส.ค. จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
สิงหาคม
2020
SYNEX (BUY/21TP: 16], แนวโน้มกำไรยังสดใสตามความต้องการสินค้าไอที
(views 43)
แนวโน้มกำไรยังคงสดใสจากความต้องการสินค้า IT, Accessories และ Gaming ที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจากช่วง WFH ประกอบกับพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนมาซื้อสินค้าออนไลน์ เราเชื่อว่าส่วนหนึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแบบถาวร ซึ่งเป็นผลบวกต่อมาร์จิ้นของบริษัท นอกจากนี้ การกระจายส่วนผสมและแบรด์ของสินค้า ไม่พึ่งพาแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งมากเกินไป จะทำให้ปัญหาที่สหรัฐแบนหัวเว่ยส่งผลกระทบจากัดของบริษัท เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2020-2021 เติบโต 6% Y-Y และ 17% Y-Y ตามลาดับ เป็น 557 ล้านบทและ 651 ล้านบาท ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายเท่ากับค่าเฉลี่ย PE 5 ปีย้อนหลังที่ 17 เท่า แต่จะลดเหลือ 14.8 เท่าในปีหน้า เรายังคงแนะนำซื้อ คงราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 16 บาท (PE 21 เท่า) และคาดการณ์ Dividend yield ราว 4% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2020
AMATA (BUY/20TP: 15], กำไร 2Q20 ดีกว่าคาดแต่ยังต่ำกว่าปกติและต่ำกว่าศักยภาพ
(views 34)
กำไรปกติ +56% Q-Q, -59% Y-Y ถูกกระทบทั้งการขายที่ดินและโรงไฟฟ้าของบ.ร่วม
AMATA มีกำไรสุทธิ 215.4 ล้านบาทใน 2Q20 หากตัดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งของ AMATA และโรงไฟฟ้าที่เป็นบ.ร่วม จะเป็นกำไรปกติ 177.4 ล้านบาท +55.8% Q-Q, -58.6% Y-Y ดีกว่าเราคาด 31% แต่ยังเป็นกำไรที่ต่ากว่าระดับปกติเพราะการ COVID-19 กระทบทั้งรายได้ขายที่ดินและสาธาณูปโภคของบริษัท ทำให้การลงทุนหยุดชะงักและมีข้อจากัดในการเดินทาง และกระทบรายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำของบริษัทร่วมเพราะลูกค้าในกลุ่มยานยนต์มีการทำงานลดลง ในส่วนของการขายที่ดิน ใน 2Q20 ขายได้เพียง 46 ไร่ต่ำสุดในรอบ 2 ปีและโอนที่ดินได้เพียง 73 ไร่ ทำให้รายได้จากการโอนที่ดิน -3.8% Q-Q, -31.3% Y-Y ส่งผลถึงรายได้จากการขายสาธารณูปโภคให้ -11.2% Q-Q, -9.9% Y-Y อัตรากาไรขั้นต้นของทั้งสองธุรกิจก็ลดลง มีเพียงหลักธุรกิจโรงงานให้เช่าที่โตต่อเนื่องและมีอัตรากาไรขั้นต้นสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายขายและบริหารคุมให้ลดลงเหลือ 17.0% ของรายได้ จากไตรมาสก่อนๆที่อยู่ที่ 18-23% AMATA ประกาศจ่ายปันผล 0.10 Yield 0.7% XD 28 ส.ค. จ่ายเงิน 11 ก.ย. 2020
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2020
CENTEL (HOLD/21TP: 24.4], 2Q20 ขาดทุนน้อยกว่าคาดจากการควบคุมต้นทุนที่เข้มข้น
(views 33)
2Q20 ขาดทุนน้อยกว่าคาดและเป็นจุดต่าสุด
CENTEL ประกาศผลการดำเนินงาน 2Q20 มีผลขาดทุนปกติ 465 ลบ. มากขึ้นจาก 1Q20 ที่ขาดทุนปกติ 9 ลบ.และพลิกจากกำไรปกติ 290 ลบ. แต่ดีกว่าเราและตลาดคาดถึง 37% แม้รายได้จะหดตัวแรงกว่าคาด -50.1% Q-Q, -56.1% Y-Y โดยธุรกิจโรงแรมมี Rev Par ติดลบ -96.5% Y-Y จากการ Lockdown และธุรกิจอาหารมี Same Store Sales Growth หดตัว -35.4% Y-Y แต่การควบคุมต้นทุนทาได้ดีกว่าที่คาดโดยเฉพาะค่าใช้จ่าย SG&A ที่ลดลงได้ถึง -37.1% Q-Q, -39.7% Y-Y รวมถึงธุรกิจอาหารที่มี Gross Margin ดีกว่าคาดมาก 45.1% ชะลอเพียงเล็กน้อย Q-Q และดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย EBITDA ใน 2Q20 ยังคงเป็นบวกที่ 440 ลบ. (คาดไม่ติดลบแม้ไม่รวมผลกระทบของ TFRS16) และคาดผ่านจุดที่แย่สุดไปแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2020
CK (BUY/20TP: 22], งบ 2Q20 ดีกว่าคาด จากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม
(views 26)
ผลประกอบการ 2Q20 พลิกเป็นบวก ดีกว่าคาดจากเงินลงทุนบริษัทร่วม
CK รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 อยู่ที่ 63.8 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนใน 1Q20 ที่ -112 ล้านบาท แต่หดตัว 93% Y-Y หากไม่รวมกำไรพิเศษใน 2Q19 กาไรปกติจะชะลอ 56% Y-Y ดีกว่าเราคาด 90% มีสาเหตุจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมมากกว่าคาด และดีกว่าตลาดคาด 379% โดยผลประกอบการที่ดีขึ้นจาก 1Q20 มาจากการรับรู้ปันผลรับจาก TTW ราว 232 ล้านบาท ขณะที่หดตัว Y-Y ถูกกดดันจากส่วนแบ่งกาไรบริษัทร่วมที่หดตัว 78% Y-Y อยู่ที่ 45 ล้านบาท จากทั้ง BEM ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และ CKP จากผลของภัยแล้ง รวมถึงรายได้งานก่อสร้างที่อ่อนลงเป็น 4 พันล้านบาท (-26% Q-Q, -28% Y-Y) เนื่องจากมีหลายงานอยู่ในช่วงปลายโครงการ และงานใหม่มีความคืบหน้าไม่มาก อย่างไรก็ดี อัตรากาไรขั้นต้นอยู่ในเกณฑ์ดี 9% เทียบกับ 1Q20 ที่ 8.9% และ 2Q19 ที่ 8.1% จากการรับรู้งานหลักเป็นรถไฟฟ้าซึ่งมาร์จิ้นดี
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2020
RBF (BUY/21TP: 11], กำไร 2Q20 ต่ำกว่าคาด แต่คาดกลับมาฟื้นตัวใน 3Q20
(views 26)
กำไร 2Q20 ต่ำกว่าเราและ Consensus คาด 7% และ 13% ตามลำดับ
กำไรสุทธิ 2Q20 เท่ากับ 109 ล้านบาท (-25.9% Q-Q, +81.7% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษจะมีกำไรปกติที่ 106 ล้านบาท (-31.2% Q-Q, +17.8% Y-Y) ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย (เราคาดไว้ 114 ล้านบาท) เพราะถูกกระทบจาก COVID-19 จากเหตุการณ์ Lockdown ในเดือน เม.ย. ทำให้ลูกค้าชะลอคาสั่งซื้อเป็นการชั่วคราว แต่หลังจากนั้นได้ฟื้นกลับมาในเดือน พ.ค. ทำให้รายได้จากธุรกิจอาหาร -11.4% Q-Q แต่ยังโตได้เล็กน้อย +3.2% Y-Y โดยมาจากทั้งการขายในประเทศ +3.6% Y-Y ส่วนส่งออกโตเพียงเล็กน้อย +0.8% Y-Y ในขณะที่ธุรกิจโรงแรมถือว่าถูกกระทบหนัก โดยปิดให้บริการทั้งเชียงใหม่และชุมพรราว 2 เดือน โดยรายได้จากโรงแรมไตรมาสนี้เหลือเพียง 2 ล้านบาท จากปกติไตรมาสละ 17 – 18 ล้านบาท จึงทาให้รายได้รวมใน 2Q20 -13.2% Q-Q, +0.9% Y-Y ในขณะที่อัตรากาไรขั้นต้นปรับลดลงมาอยู่ที่ 40.2% จาก 43.2% ใน 1Q20 และใกล้เคียง 40.3% ใน 2Q19 เป็นอัตรากาไรที่ปรับลงทั้งธุรกิจอาหาร และขาดทุนขั้นต้นโรงแรมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทได้พยายามควบคุมลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะเกี่ยวกับธุรกิจโรงแรม ทำให้ค่าใช้จ่ายปรับลง -9.4% Q-Q, -5.2% Y-Y (ไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษในปีก่อน) แต่ยังน้อยกว่าการปรับลงของรายได้ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังอยู่ที่ 20.7% จาก 19.8% ใน 1Q20 และลดลงเล็กน้อยจาก 21.9% ใน 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2020
SEAFCO (BUY/20TP: 6.9], งบ 2Q20 ต่ำกว่าคาด แต่ Backlog ยังแข็งแกร่ง
(views 29)
กำไร 2Q20 -24% Q-Q, -29% Y-Y ต่ำกว่าคาด จากรายได้น้อยกว่าคาด SEAFCO รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 ที่ 71.8 ล้านบาท (-24% Q-Q, -29% Y-Y) ต่ากว่าที่เราคาด 12% (รายได้น้อยกว่าคาด) และตลาดคาด 14.5% ผลประกอบการที่อ่อนลง จากรายได้ก่อสร้างที่หดตัว 16% Q-Q และ 6% Y-Y เป็น 732.5 ล้านบาท หลังงานใหญ่อย่างรถไฟฟ้าสีส้ม, One Bangkok ส่งมอบแล้วใน 4Q19 ขณะที่งานหลักอย่างศูนย์ราชการ และ Dusit Central Park (ยังส่งมอบไม่เต็มพื้นที่) มีความคืบหน้าไม่มาก ส่วนอัตรากาไรขั้นต้นทาได้ 18.4% ใกล้เคียงกับ 1Q20 ที่ 18.1% แต่ปรับลดจาก 2Q19 ที่ 22% ซึ่งรับรู้งานรถไฟฟ้าที่มาร์จิ้นดี
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2020
SISB (BUY/21TP: 11.2], กำไร 2Q20 ถูกกระทบหนักจาก COVID-19 และเป็นจุดต่ำสุด
(views 25)
กำไรปกติ 2Q20 อยู่ที่ 29 ล้านบาท -50% Q-Q, -44% Y-Y ดีกว่าเราคาด 70% SISB รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 อยู่ที่ 4.3 ล้านบาท โดยมีรายการพิเศษที่เป็นตัวติดลบ 25.0 ล้านบาทคือผลขาดทุนจากเงินลงทุนในตราสารหนี้ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง 15.3 ล้านบาท (ผลกระทบจริงยังไม่สามารถสรุปได้ในขณะนี้) และค่าเผื่อการด้อยค่าของการปิดสาขาเอกมัย 9.7 ล้านบาท (สาขาประชาอุทิศและสาขาเอกมัยตั้งอยู่ใกล้กัน แต่นักเรียนมักเลือกเรียนที่สาขาประชาอุทิศมากกว่า ทำให้ไม่สามารถใช้ทรัพยากรที่สาขาเอกมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงปิดสาขาเอกมัยหลังจบปีการศึกษา 2019/2020 และย้ายนักเรียนที่เหลือทั้งหมดไปสาขาอื่น) หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว จะเป็นกาไรปกติ 29.3 ล้านบาท -50.3% Q-Q, -43.8% Y-Y ดีกว่าเราคาด 70% จากจานวนนักเรียนที่ลดลงน้อยกว่าคาด
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2020
TRUE (BUY/21TP: 3.7], ขาดทุนปกติ 2Q20 มากกว่าคาดเล็กน้อย
(views 26)
กำไรสุทธิ 2Q20 มาจากการขาย DIF
TRUE ประกาศกำไรสุทธิ 2Q20 ที่ 1,262 ลบ. พลิกจากขาดทุน 161 ลบ.ใน 1Q20 และ +19% Y-Y หนุนโดยกำไรจากการขาย DIF 300 ล้านหน่วย (สัดส่วน 2.82%) ราว 1,886 ลบ. โดยหากตัดรายการดังกล่าวและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 276 ลบ.ออก จะมีผลขาดทุนปกติ 900 ลบ. ลดลงจาก 1Q20 ที่ขาดทุน 518 ลบ.และ -174.3% Y-Y ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2020
CPF (BUY/20TP: 40], ลุ้นกำไร 3Q20 ทำจุดสูงสุดใหม่ ยังแนะนำ ซื้อ
(views 23)
ประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ ระยะสั้นโทนบวก ภายหลัง Reopen เริ่มเห็นการฟื้นตัวของ Demand เนื้อสัตว์ทั้งในประเทศและการส่งออก นำไปสู่ราคาหมูไทย และไก่ไทยปรับตัวสูงขึ้น ล่าสุดราคา 3QTD +21% Q-Q และ +14.5% Q-Q ในขณะที่ราคาหมูเวียดนามยังทรงตัวในระดับสูง เพราะปัญหาขาดแคลนหมู ในขณะที่ราคาวัตถุดิบยังทรงตัวอยู่ในระดับต่า อีกทัง้ คาดส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม(CPALL) จะกลับมาฟื้นตัว แนวโน้มกำไรยังดูสดใสต่อเนื่องใน 3Q20 และมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่อีกครัง้ จากกำไรปกติ 1H20 คิดเป็น 54% ของประมาณการทั้งปี เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 – 2021 ไว้ตามเดิม +41.8% Y-Yและ +2.5% Y-Y ตามลา ดับ Story ถัดไปคือ การควมรวม Tesco ปัจจุบันอยู่ระหว่างยื่นเอกสารขออนุมัติจาก OTCC ซึ่งหากได้รับอนุมัติ คาดจะควบรวมได้อย่างเร็วคือปลาย 4Q20 ในช่วงแรกของการควบรวม อาจต้องเผชิญแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายต่างๆ และหลังจากนั้นถึงจะเริ่มรับรู้ผลบวก ซึ่งคาด CPF จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ลา ดับแรก จากการมีช่องทางการขายที่มากขึ้น ยังคงราคา
เป้าหมายปี นี้ที่ 40 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) และแจ้งจ่ายปันผลงวด 1H20 หุ้นละ0.4 บาท Yield 1.2% ขึ้น XD 28 ส.ค. และจ่ายเงิน 11 ก.ย. คงคำแนะนำซื้อคาดกำไร 2Q20 ลดลง Q-Q ถูกกระทบจาก CV-19 แต่ยังโตดี Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2020
CBG (BUY/21TP: 147], ระยะสั้น 3Q20 กำไรอาจแผ่วลง แต่จะกลับมาดีช่วงถัดไป
(views 21)
จากประชุมนักวิเคราะห์วันศุกร์ที่ผ่านมา ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 3Q20 อาจอ่อนตัวลง Q-Q จากรายได้ส่งออกที่แผ่วลงตามฤดูกาล เพราะเป็นหน้าฝน และคาดมีการเร่งซื้อไปมากในช่วงก่อนหน้า จากการทำ Promotion ให้กับ Distributor แต่สิ่งที่ดีคือ รายได้เครื่องดื่มชูกำลังในประเทศเริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง กอปรกับจะรับรู้รายได้จาก C-Lock ได้มากขึ้น จากการทาการตลาดและมีการออกรสชาติใหม่ในเดือน มิ.ย. คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q20 และอาจเป็นจุดสูงสุดของปี ทั้งนี้บริษัทยังคงเป้าการเติบโตในปีนี้ตามเดิม ด้วยรายได้รวม +20% Y-Y แต่คาดขาดทุน ICUK จะเหลือเพียง -4-5 ล้านปอนด์ ต่ากว่าเป้าเดิมที่ -10 ล้านปอนด์ เราจึงปรับเพิ่มกาไรปกติปี 2020 – 2021 ขึ้น 14% - 18% เป็นการเติบโต +38.9% Y-Y (เดิมคาด +21.8% Y-Y) และ +20.3% Y-Y (เดิม +15.6% Y-Y) สะท้อนทั้งกาไร 2Q20 ที่ดีกว่าคาด, รวม C-Lock ที่เริ่มเห็นพัฒนาการที่ดี และเป้าขาดทุน ICUK ที่ดีกว่าเดิม และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 147 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 15.7% และจ่ายปันผลงวด 1H20 หุ้นละ 0.9 บาท Yield 0.7% กาหนดขึ้น XD 21 ส.ค. และจ่ายเงิน 4 ก.ย. แนะนาซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2020
ICHI (HOLD/21TP: 9.5], กำไร 2Q20 ดีกว่าคาดเล็กน้อย
(views 40)
กำไร 2Q20 ถูกกระทบจาก COVID แต่ยังคุมค่าใช้จ่ายได้ กำไรสุทธิ 2Q20 เท่ากับ 149 ล้านบาท (-6.3% Q-Q, +8.8% Y-Y) ดีกว่าคาดเล็กน้อย (เราคาดไว้ 140 ล้านบาท) กำไรที่ลดลง Q-Q เพราะไตรมาสนี้บริษัทเริ่มกลับมาจ่ายภาษีในอัตรา 17.8% ภายหลัง BOI ครบกาหนดแล้วใน 1Q20 ส่วนกำไรที่ยังโต Y-Y มาจากการลดค่าใช้จ่ายเป็นหลัก ในขณะที่ในแง่รายได้ถือว่าถูกกระทบจาก COVID-19 โดยรายได้รวม -16.7% Y-Y มาจากรายได้ในประเทศ -11.8% Y-Y และรายได้ส่งออก (ส่วนใหญ่เป็นกัมพูชา) -30% Y-Y ทั้งนี้รายได้ส่งออกได้ลดลง Y-Y ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 7 และทาให้รายได้ส่งออกลดลงเหลือ 22.8% ของรายได้รวม จากปีก่อนที่ 27% แต่ด้วยการเน้นบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 21.5% จาก 19.3% ในปีก่อน และลดค่าใช้จ่ายทางการตลาดอย่างหนัก ทำให้สัดส่วนค่าใช้ต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 8.3% จาก 11.3% ใน 2Q19 ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่อินโดนีเซีย ถือว่ายังประคองตัวได้ดี มีส่วนแบ่งกาไรที่ 1.4 ล้านบาท ลดลงจาก 8.4 ล้านบาทใน 1Q20 แต่พลิกจากที่ขาดทุน -4.9 ล้านบาทใน 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2020
MINT (HOLD/21TP: 21], 2Q20 ขาดทุนหนักกว่าคาด
(views 39)
2Q20 ขาดทุนมากกว่าเราและตลาดคาด
MINT ประกาศขาดทุนสุทธิ 2Q20 ที่ 8,448 ลบ. เพิ่มขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 1,774 ลบ. ใน 1Q20 และ -573% Y-Y หากตัดรายพิเศษออกจะมีผลขาดทุนปกติ 7,163 ลบ. แย่กว่าตลาดคาด สาเหตุเกิดจากทั้งรายได้ที่ต่ากว่าคาดและต้นทุนที่ลดลงได้น้อยกว่าคาดจาก COVID-19 ที่กระทบหนัก การ Lockdown ในเดือน เม.ย.-พ.ค. ส่งผลให้ Rev Par ของธุรกิจโรงแรมหดตัวแรง -95% Y-Y ขณะที่ SSSG ของธุรกิจอาหาร -23% Y-Y เนื่องจากต้องมีการปิดโรงแรมและร้านอาหารชั่วคราว ส่งผลให้ EBITDA Margin ใน 2Q20 หดตัวแรงเหลือเพียง 4.5% จาก 16.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน (หากไม่นับผลกระทบของ TFRS16 EBITDA Margin จะติดลบ -18%)
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2020
ORI (BUY/21TP: 9], งบ 2Q20 ดีกว่าคาด ปรับประมาณการขึ้น
(views 41)
กำไรปกติ 2Q20 เติบโต 57% Q-Q และ 2.5% Y-Y ท่ามกลาง COVID-19
ORI รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 ที่ 707 ล้านบาท (+19% Q-Q, -4% Y-Y) หากไม่รวมกำไรจากการขายเงินลงทุนใน 1Q20 และ 2Q19 กำไรปกติจะขยายตัว 57% Q-Q และ 2.5% Y-Y ดีกว่าเราคาด 11% (ค่าใช้จ่ายขายและบริหารน้อยกว่าคาด) และดีกว่าตลาดคาด 20% ผลประกอบการที่เติบโตได้ท่ามกลาง COVID-19 มีแรงหนุนจากยอดโอน +58% Q-Q, +9% Y-Y แตะ 3.1 พันล้านบาท จากการเน้นระบายสต็อก บวกกับเริ่มรับรู้คอนโดใหม่ The Origin Phahol-Saphanmai (มูลค่า 1.2 พันล้านบาท, Sold 60%) รวมถึงค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดโอนที่ปรับลดเป็น 13.6% จาก 24.3% ใน 1Q20 และ 22.9% ใน 2Q19 จากการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการเน้นขายช่องทางออนไลน์ และใช้กลยุทธ์ Everyone can sell โดยสนับสนุนให้พนักงานทุกตาแหน่งในบริษัทเป็นผู้ขาย อย่างไรก็ดี การออกโปรโมชั่นลดราคา ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขายอสังหาฯปรับลดเป็น 35.4% จาก 39.9% ใน 1Q20 และ 42.9% ใน 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2020
OSP (BUY/21TP: 51], ผ่านกำไรต่ำสุดใน 2Q20 แล้ว แนะนำซื้อลงทุน
(views 39)
กำไร 2Q20 ใกล้เคียงคาด ไม่สดใสนัก
กำไรสุทธิ 2Q20 เท่ากับ 804 ล้านบาท (-13.2% Q-Q, +13.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 769 ล้านบาท) หากไม่รวมรายการพิเศษในปีก่อนและไตรมาสก่อน เท่ากับว่ากาไรปกติ 2Q20 -3.9% Q-Q, +2% Y-Y ถือว่าไม่สดใสนัก เพราะถูกกระทบจาก COVID-19 พอสมควร ทั้งรายได้เครื่องดื่มที่หดตัวทั้งเครื่องดื่มชูกาลังในประเทศ ตามมูลค่าตลาดที่ลดลง -14.2% Y-Y, เครื่องดื่มในต่างประเทศ -33.1% Y-Y มีเพียง C-Vitt ที่เติบโตเด่น +249.3% Y-Y (ขายได้ 99 ล้านขวด คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ที่ 33.9%) แต่ด้วยสัดส่วนเพียง 10% จึงไม่สามารถชดเชยรายได้เครื่องดื่มชูกาลังที่หดตัวได้ ในขณะที่กลุ่ม Personal Care ถูกกระทบเช่นเดียวกัน โดยรายได้กลุ่มนี้ลดลง -21.9% Y-Y มีเพียงกลุ่มรับจ้างผลิตที่โตดี +18% Y-Y จากการรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮอล์และรายได้จาก Vending Machine ทาให้ภาพรวมรายได้ 2Q20 ลดลง -11.6% Q-Q, -6.1% Y-Y และอัตรากาไรขั้นต้นปรับลดลงเป็น 33.6% จาก 35.4% ใน 1Q20 และ 35.3% ใน 2Q19 ส่วนหนึ่งมาจาก Product Mix ที่เปลี่ยนไป เพราะ C-vitt เป็นการบันทึกอัตรากาไรขั้นต้นในลักษณะรับจ้างผลิต ทาให้อัตรากาไรขั้นต้นูต่ำลง แต่ต้องพิจารณาในส่วนของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมประกอบด้วย เพราะมีการรับรู้จากทั้ง C-Vitt และไทโช ซึ่งในไตรมาสนี้ทำได้ดีขึ้นมาอยู่ที่ 66 ล้านบาท (+6.5% Q-Q, +135.7% Y-Y) สำหรับค่าใช้จ่ายถือว่าควบคุมได้ดี -12.9% Q-Q, -8.2% Y-Y จึงพอจะช่วยให้กำไรใน 2Q20 โต Y-Y ได้เล็กน้อย
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2020
XO (T-BUY/20TP: 11.6), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาด และจะกลับมาฟื้นตัวใน 2H20
(views 37)
2Q20 ทำจุดสูงสุดใหม่ทั้งรายได้ อัตรากาไร และกาไรสุทธิ
กำไรสุทธิ 2Q20 เท่ากับ 92 ล้านบาท (+95.7% Q-Q, +557.1% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 69 ล้านบาท) มาจากรายได้ที่ดีกว่าคาดมาก เนื่องจากได้รับผลบวกจาก COVID-19 และลูกค้าหลักของบริษัทคือผู้บริโภครายย่อย ซึ่งต้องซื้อสินค้ากลุ่มน้าจิ้มและซอสสาหรับปรุงอาหารที่บ้านมากขึ้น โดยรายได้ในไตรมาสนี้เติบโตน่าประทับใจ +24.6% Q-Q, +61.4% Y-Y เดิบโตดีทั้งลูกค้ายุโรป +68% Y-Y และออสเตรเลีย +145% Y-Y และด้วยอัตราการใช้กาลังการผลิตที่สูงขึ้น ในขณะที่ล็อกราคาวัตถุดิบในระดับต่าไว้ล่วงหน้า ทำให้อัตรากาไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 41.8% จาก 33.7% ใน 1Q20 และ 32.1% ใน 2Q19 อีกทั้งยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี จึงทำให้กำไรในไตรมาสนี้ทาจุดสูงสุดใหม่
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2020
ERW (SELL/21TP: 3.5], 2Q20 ขาดทุนหนักกว่าคาดเล็กน้อย
(views 35)
2Q20 ขาดทุนหนักจากการ Lockdown
ERW ประกาศผลการดำเนินงาน 2Q20 ขาดทุนปกติ 625 ลบ. มากขึ้นจากขาดทุนปกติ 103 ลบ.ใน 1Q20 และพลิกจากกำไร 11 ลบ.ใน 2Q19 รายได้หดตัวแรงกว่าคาด -93.4% Q-Q, -94.3% Y-Y แทบจะไม่มีรายได้เลยจากการ Lockdown ทาให้ Rev Par หดตัวแรงทั้งในไทยและฟิลิปปินส์ แม้จะมีมาตรการลดต้นทุนต่างๆ ทั้งการปิดโรงแรม การลดเงินเดือนพนักงาน แต่ชดเชยได้เพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้น ทาให้ EBITDA พลิกมาติดลบ 260 ลบ.
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2020
KCE (BUY/21TP: 34), คำสั่งซื้อ 2H20 ดูฟื้นเร็วกว่าคาด
(views 36)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวก ผู้บริหารเริ่มเห็นการฟื้นตัวของคาสั่งซื้ออีกครั้ง ภายหลังลูกค้าทยอยกลับมา Reopen คาดรายได้ 3Q20 จะกลับมาโต +15%-20% Q-Q และต่อเนื่องใน 4Q20 คาดโตอีก +15% - 20% Q-Q สู่ระดับใกล้เคียงปกติ ถือว่าฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่คาดไว้ เรามองว่าเพราะบริษัทเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนต้นน้ำ จึงได้เห็นการฟื้นตัวเป็นลาดับแรก กอปรกับลูกค้าเริ่มทยอยใช้สต็อกเก่าหมดไป นอกจากจะช่วยให้อัตราการใช้กำลังการผลิตกลับมาเหนือระดับตุ้มทุนได้อีกครั้ง รวมถึงบริษัทได้เริ่มแผนลดต้นทุนอย่างเข้มข้น ซึ่งน่าจะส่งผลบวกต่อเนื่องไปใน 2H20 ทั้งการทา Cost Saving, ปิดโรงงานบางปู และลดพนักงานลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการทยอยปรับใช้เครื่องจักรแทนมาตั้งแต่ปีก่อน จึงคาดเห็นการฟื้นตัวของกาไรตั้งแต่ 3Q20 และคาดจะกลับสู่ระดับปกติในปี 2021 ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาลูกค้าใหม่ในอินเดีย และสหรัฐ คาดจะเริ่มรับรู้รายได้ในปีหน้าเป็นต้นไป ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2020 – 2021 ขึ้น 12% - 30% เป็นการเติบโต 17.9% Y-Y และ 92.4% Y-Y ตามลำดับ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 34 บาท (Re-rate PE เป็น 20 เท่า จากเดิม 18 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง) ยังมี Upside 13.3% และประกาศจ่ายปันผลงวด 1H20 หุ้นละ 0.4 บาท Yield 1.3% กำหนดขึ้น XD 24 ส.ค. และจ่ายเงิน 9 ก.ย. แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2020
JWD (BUY/21TP: 8], กำไร 2Q20 หดตัวน้อยกว่าคาดและผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
(views 33)
กำไรปกติ 2Q20 -48% Q-Q, -40% Y-Y ดีกว่าคาด 11% กำไรสุทธิ 2Q20 อยู่ที่ 48.1 ล้านบาท -48.5% Q-Q, -39.7% Y-Y ดีกว่าคาด 11% ธุรกิจรถยนต์เป็นธุรกิจที่ถูกกระทบจาก COVID-19 หนักที่สุดโดยรายได้ -51.6% Q-Q, 47.2% Y-Y อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 10.8% จากระดับปกติ 33-35% และมีผลต่อเนื่องไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่นการขนส่งชิ้นส่วนยานยนต์ลดลง ตู้สินค้าอันตรายที่ผ่านเข้าท่าเรือแหลมฉบังลดลงจาก Supply chain ชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ที่ลดลง ปริมาณส่งออก-นาเข้าสินค้าเคมีลดลงตามการ Lockdown ทาให้การใช้คลังสินค้าอันตรายลดลงด้วย มีเพียงธุรกิจห้องเย็นและอาหารที่สดใส มีรายได้รวมกัน 427 ล้านบาท +10.2% Q-Q, +61.9% Y-Y จนมีสัดส่วน 49% ของรายได้รวม ทั้งนี้ โดยรวมแล้วรายได้ใน 2Q20 -7.4% Q-Q, +5.2% Y-Y อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็น 24.5% จาก 27-28% ในช่วงก่อน COVID-19
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2020
SAPPE (BUY/21TP: 25], กำไร 2Q20 ต่ำกว่าคาด แต่มองผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
(views 32)
กำไรปกติ 2Q20 ต่ำกว่าคาด ถูกกระทบจาก COVID-19 หนักพอควร กำไรสุทธิ 2Q20 เท่ากับ 83 ล้านบาท (+1.2% Q-Q, -38.9% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 12 ล้านบาท และกลับรายการขาดทุนด้อยค่าจาก TFRS9 ราว 3 ล้านบาท จะมีกำไรปกติที่ 68 ล้านบาท (-35.8% Q-Q, -50.4% Y-Y) ต่ากว่าคาด (เราคาดไว้ 79 ล้านบาท) ถือว่าถูกกระทบจาก COVID-19 หนักพอควร โดยรายได้รวมลดลง -15.2% Q-Q, -23.6% Y-Y ลดลงทั้งรายได้ในประเทศ -5.7% Q-Q, -17.8% Y-Y และรายได้ส่งออก -17.1% Q-Q, -29.5% Y-Y โดยลดลงมากที่อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ จากอัตราการใช้กาลังการผลิตที่ลดลงมาอยู่ที่ 55% จากก่อน COVID-19 อยู่ที่ 60% - 65% กอปรกับยังเผชิญกับภาษีสรรพสามิต Functional Drink ในอัตรา 10% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 35.4% จาก 35.7% ใน 1Q20 และ 37.8% ใน 2Q19 แม้บริษัทจะพยายามลดค่าใช้จ่าย โดย -7.2% Q-Q, -8.7% Y-Y แต่ด้วยรายได้ที่ลดลงมากกว่า ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 23.9% จาก 21.8% ใน 1Q20 และ 20% ใน 2Q19 ในขณะที่ส่วนแบ่งจากบริษัทร่วม Sappe Danone ยังขาดทุนเล็กน้อย -2.4 ล้านบาท ลดลงจาก -3.1 ล้านบาทใน 1Q20 และ -9.8 ล้านบาทใน 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2020
AP (BUY/21TP: 8.5], งบ 2Q20 มาตามนัด โตแกร่ง Q-Q และ Y-Y
(views 41)
กำไร 2Q20 ขยายตัว 97% Q-Q และ 149% Y-Y ดีตามคาด
AP รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 โตก้าวกระโดด 97% Q-Q และ 149% Y-Y อยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท เป็นไปตามที่เราคาด แต่ดีกว่าตลาดคาด 5% โดยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง หนุนจากยอดโอน(รวม JV) ทาระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 1.3 หมื่นล้านบาท (+96% Q-Q, +131% Y-Y) จาก 1) ยอดโอนของ AP ขยายตัว 47% Q-Q และ 67% Y-Y อยู่ที่ 7.6 พันล้านบาท หนุนจากแนวราบเป็นหลัก +53% Q-Q, +108% Y-Y เป็น 6.7 พันล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ ตามยอดขายที่แข็งแกร่ง และ 2) ยอดโอนของ JV ที่เร่งขึ้น จากการรับรู้คอนโด Life Ladprao ต่อเนื่อง หลังเริ่มโอนปลาย 2Q20 ส่งผลให้ส่วนแบ่งกาไร JV เร่งขึ้นเป็น 664 ล้านบาท (+509% Q-Q, +297% Y-Y) อย่างไรก็ดี การแข่งขันด้านราคา และออกโปรโมชัน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขายอสังหาฯ อยู่ที่ 28.3% ปรับลงจาก 32.6% ใน 1Q20 และ 30.9% ใน 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2020
DOHOME (HOLD/21TP: 13], กำไร 2Q20 ตามคาด และจะกลับมาฟื้นใน 3Q20
(views 42)
กำไร 2Q20 ใกล้เคียงคาด ลดลงทั้ง Q-Q, Y-Y
กำไรสุทธิ 2Q20 เท่ากับ 146 ล้านบาท (-17.5% Q-Q, -24% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 154 ล้านบาท) แม้จะต้องปิดสาขา 8 จาก 10 แห่ง (Size L) ราวเดือนครึ่ง แต่จากการมีรายได้จากช่องทางโทรศัพท์ราว 50% ของรายได้รวม กอรปกับการฟื้นตัวที่รวดเร็วหลัง Reopen ทาให้ SSSG พลิกเป็นบวกที่ +0.4% Y-Y เป็นบวกได้บริษัทเดียวในกลุ่มค้าปลีก ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้ +0.6% Q-Q, +2.9% Y-Y แต่แน่นอนว่ารายได้ผ่านช่องทางโทรศัพท์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้รับเหมา และร้านค้าช่วง (ที่ซื้อไปขายต่ออีกที) โดยสินค้าคือ กลุ่มวัสดุก่อสร้างเป็นหลัก ซึ่งมีมาร์จิ้นต่ากว่ากลุ่มซ่อมแซม และตกแต่ง ในขณะที่สินค้า House Brand ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มซ่อมแซมและตกแต่ง ทาให้ Product Mix เปลี่ยนไป กระทบต่ออัตรากาไรขั้นต้นปรับลงแรงมาอยู่ที่ 14.9% จาก 15.4% ใน 1Q20 และ 16.5% ใน 2Q19 เป็นระดับต่าสุดในรอบ 6 ไตรมาส แต่มองเป็นการลดลงชั่วคราว ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังควบคุมได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ทรงตัวที่ระดับ 10.3% ใกล้เคียงไตรมาสก่อนและปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2020
GFPT (BUY/21TP: 15.6], กำไร 2Q20 อ่อนตัวตามคาด แต่เป็นจุดต่ำสุดของปีนี้
(views 31)
กำไร 2Q20 ลดลง Q-Q, Y-Y ตามคาด
กำไรสุทธิ 2Q20 เท่ากับ 223 ล้านบาท (-31.4% Q-Q, -34.8% Y-Y) หากไม่รวม FX Loss -15 ล้านบาท จะมีกำไรปกติที่ 238 ล้านบาท (-13.8% Q-Q, -26.5% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 245 ล้านบาท) ถือว่าไม่สดใส โดนกระทบจาก COVID-19 พอสมควร ซึ่งปริมาณขายไก่ลดลดงทั้งในแง่ส่งออกทางตรง, ส่งออกทางอ้อม และขายในประเทศ -34.4%, -30.8%, -22.8% Y-Y ตามลาดับ ส่งผลให้ราคาขายปรับลงตามไปด้วย โดยเฉพาะราคาขายในประเทศ ทั้งในส่วนของ Main Product และ By Product ทาให้รายได้รวมไตรมาสนี้ลดลง -9.8% Q-Q, -23.6% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังพอทรงตัวได้ที่ระดับ 14.3% จาก 14.7% ใน 1Q20 และ 13.9% ใน 2Q19 ส่วนหนึ่งยังมีต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์อยู่ในระดับต่า แม้จะควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี แต่ด้วยรายได้ที่อ่อนตัวลง ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 9.9% จาก 9% ใน 1Q20 และ 7.6% ใน 2Q19 รวมถึงส่วนแบ่งกาไรบริษัทร่วมลดลง -15% Q-Q มากจากทั้ง GFN และ McKey ที่ถูกกระทบจาก COVID-19 แต่ยังโต +15% Y-Y มาจาก McKey เป็นหลัก เพราะมีการขยายกาลังการผลิต
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2020
ITEL (BUY/21TP: 3.6], กำไร 2Q20 -14% Q-Q, +368% Y-Y ตามคาด
(views 32)
กำไรปกติ 2Q20 ตามคาด -2% Q-Q, -17% Y-Y ถูกกระทบชั่วคราวจาก lockdown กำไรสุทธิ 2Q20 ที่รายงาน 57.8 ล้านบาทใน 2Q20 มีรายการพิเศษที่เป็น Non-cash item คือกำไรจากการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเงินกู้ 18.7 ล้านบาทเนื่องจากบริษัทได้รับการขยายเวลาจ่ายคืนเงินกู้กับสถาบันการเงินในประเทศแห่งหนึ่งออกไปอีก 1 ปี หากตัดรายการพิเศษดังกล่าวออก จะเป็นกาไรปกติ 39.1 ล้านบาท -2.4% Q-Q, -16.8% Y-Y เป็นไปตามคาดและถือเป็นกำไรที่ดีแม้ถูกกระทบจากการ Lockdown ทำให้ธุรกิจติดตั้งโครงข่าย (Installation) หดตัวมากกว่าธุรกิจอื่นชั่วคราวคือ -10.1% Q-Q, -57.5% Y-Y เพราะไม่สามารถเข้าพื้นที่ทางานติดตั้งได้ แต่ยังรักษาอัตรากาไรขั้นต้นที่ 16.9% ใกล้เคียงไตรมาสก่อนและดีกว่าปีก่อนได้ ผลประกอบการไตรมาสนี้ได้ธุรกิจ Data service เข้ามาช่วยโดยรายได้ +2.2% Q-Q, +27.6% Y-Y เพราะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (USO Phase 2) หลังจากที่ในปีก่อนติดตั้งโครงข่ายให้ลูกค้าแล้วเสร็จ เป็นธุรกิจที่เป็น Recurring income และเติบโตตลอดเวลาจากจานวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นธุรกิจที่มีอัตรากาไรขั้นต้นสูงรองจากธุรกิจ Data center และใน 2Q20 ได้รับการลดค่าเช่าโครงข่าย ทำให้อัตรากาไรขั้นต้นของ Data center ขยับขึ้นเป็น 31.0% จาก 30.3% ใน 1Q20 และ 26.5% ใน 2Q19 นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายขายและบริหารยังปรับลงจากการคุมรายจ่ายที่ดี ทาให้ EBITDA margin เพิ่มเป็น 36.7% จาก 35.1% ใน 1Q20 และ 24.7% ใน 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2020
M (BUY/21TP: 71], ขาดทุนตามคาด แต่เป็นจุดต่ำสุดแล้ว และจ่ายปันผล 1H20 ด้วย
(views 35)
ขาดทุนน้อยกว่าคาดเล็กน้อย และมองเป็นจุดต่าสุดของปีแล้ว 2Q20 พลิกเป็นขาดทุนที่ -247 ล้านบาท จากที่กำไร 340 ล้านบาทใน 1Q20 และ 689 ล้านบาทใน 2Q19 ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ -317 ล้านบาท) จากดอกเบี้ยจ่าย (เกิดจาก TFRS16) น้อยกว่าคาด และไตรมาสนี้มีรายการ Tax Credit 41 ล้านบาท (เราคาดว่าจะเป็น 0) สาเหตุที่ขาดทุนเพราะถูกกระทบจาก COVID-19 จึงต้องปิดสาขาเกือบทั้งหมดราวเดือนครึ่ง แม้จะเริ่มกลับมา Reopen ตั้งแต่กลางเดือน พ.ค. เป็นต้นมา แต่การฟื้นตัวยังค่อยเป็นค่อยไป และยังมีเรื่องของ Social Distancing ทาให้ SSSG ติดลบสูง โดย MK, Yayoi และแหลมเจริญ ติดลบราว -56% Y-Y, -51% Y-Y และ -65% Y-Y ตามลาดับ ถึงแม้บริษัทจะเน้นการทำตลาด Delivery มากขึ้น แต่ยังไม่สามารถชดเชยรายได้หน้าร้านได้ ทำให้รายได้รวมลดลง -43% Q-Q, -51.6% Y-Y และด้วยธุรกิจร้านอาหารเป็นธุรกิจที่มีต้นทุนคงที่สูงอยู่แล้ว โดย M มีครัวกลางและเครื่องจักรผลิตอาหาร ทำให้อัตรากาไรขั้นต้นอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 61.7% จาก 66.5% ใน 1Q20 และ 69% ใน 2Q19 ในส่วนของค่าใช้จ่าย แม้บริษัทได้พยายามลดค่าใช้จ่ายลงอย่างหนัก ทั้งในส่วนของเงินเดือนพนักงานและค่าเช่า แต่ด้วยรายได้ที่ลดลงมากกว่า ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 76.6% จาก 57.6% ใน 1Q20 และ 52.4% ใน 2Q19 ส่งผลให้ 2Q20 ได้ประสบผลขาดทุนเป็นครั้งแรก
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2020
PRM (BUY/21TP: 13], เป็นอีกหนึ่งไตรมาสที่ดีเกินคาด ปรับกำไรและราคาเป้าหมายขึ้น
(views 40)
กำไรปกติ 2Q20 ทาสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ดีกว่าตลาดคาด 24%
PRM รายงานกาไรสุทธิ 2Q20 ที่ 442.0 ล้านบาท โดยมีรายการพิเศษ 46.4 ล้านบาทคือกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 32.2 ล้านบาทและค่าเผื่อด้อยค่าเรือเพื่อรอการขาย 2 ลาทั้งของบริษัทเองและของบริษัทร่วมรวม 78.6 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก จะเป็นกาไรปกติ 488.4 ล้านบาท +42.3% Q-Q และ +99.6% Y-Y ทาสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีก 1 ไตรมาส สูงกว่าเราและตลาดคาด 24% กาไรที่ขยายตัวสูงมาจากธุรกิจเรือ FSU ที่รายได้ยังคงเดินหน้าทา New high เป็นไตรมาสที่ 6 เป็น 836.7 ล้านบาท +17.0% Q-Q, +98.0% Y-Y ขยับขึ้นมามีสัดส่วน 56% ของรายได้รวมอย่างรวดเร็ว จากปีก่อนที่ยังมีสัดส่วน 33% โดยในไตรมาสนี้มีการปรับขึ้นราคาเรือ 5 ลาจากทั้งหมด 7 ลา (1Q20 มี 7 ลา 2Q19 มี 5 ลา) และได้ประโยชน์เต็มไตรมาสจากเรือที่ปรับขึ้นราคาใน 1Q20 1 ลาจากความต้องการของผู้ค้าน้ามันในการเก็บและผสมน้ามันกามะถันต่า ขณะเดียวต้นทุนน้ามันของบริษัทอยู่ในระดับต่า ทาให้อัตรากาไรขั้นต้นสูงถึง 64% นอกเหนือจากธุรกิจเรือ FSU ธุรกิจเรือประเภทอื่นมีรายได้ลดลงเพราะผลกระทบจาก COVID-19 โดยเฉพาะเรือขนส่งน้ามันในประเทศซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักเป็นลาดับ 2 รองจากเรือ FSU มีรายได้ -21.5% Q-Q, -16.7% Y-Y จากความต้องการขนส่งน้ามันอากาศยานซึ่งมีสัดส่วนราว 1 ใน 3 ของการขนส่งทั้งหมดหายไป ส่วนการขนส่งน้ามันเบนซินและดีเซลลดลง แต่ทยอยฟื้นตัวภายหลังการ Reopen
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2020
SPALI (HOLD/21TP: 17.7], งบ 2Q20 ต่ำกว่าคาด หดตัว Q-Q และ Y-Y
(views 30)
กำไร 2Q20 อ่อนลง 44% Q-Q และ 45% Y-Y ต่ากว่าคาด จาก SG&A สูงกว่าคาด
SPALI รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 ที่ 420 ล้านบาท (-44% Q-Q, -45% Y-Y) ต่ากว่าเราคาด 27% และตลาดคาด 14% จากค่าใช้จ่ายการขายและบริหารที่สูงกว่าคาด โดยผลประกอบการที่อ่อนแอ มีสาเหตุจากยอดโอนที่หดตัว 19% Q-Q และ 32% Y-Y อยู่ที่ 2.9 พันล้านบาท หลักๆจากคอนโดที่ -27% Q-Q, -72% Y-Y เนื่องจากไม่มีคอนโดใหม่โอน เทียบกับ 2Q19 ที่มี 2 โครงการ ส่วนแนวราบ -17% Q-Q, +1% Y-Y แม้ทายอดขายได้ดี แต่รับรู้เป็นรายได้ไม่ทันในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ กดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นขายอสังหาฯที่ปรับลงเป็น 35.9% จาก 36.5% ใน 1Q20 และ 36.9% ใน 2Q19 สะท้อนสัดส่วนแนวราบที่สูงขึ้นเป็น 81% ของยอดโอนทั้งหมด จาก 1Q20 ที่ 79% และ 2Q19 ที่ 54% รวมถึงการแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะคอนโด
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2020
SYNEX (BUY/21TP: 16], กำไร 2Q20 สดใสกว่าคาดรับผลบวกจาก WFH
(views 38)
กำไร 2Q20 ดีกว่าคาดจากยอดขายสินค้าที่เกี่ยวกับ WFH ที่สดใส SYNEX รายงานกำไรสุทธิ 166.1 ล้านบาท ดีกว่า Bloomberg consensus คาด 23% หากตัดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน จะเป็นกาไรปกติ 152.1 ล้านบาท +4.2% Q-Q, +41.5% Y-Y กำไรที่สดใสมาจากรายได้ที่ +18.7% Q-Q, +10.3% Y-Y เป็นการเติบโต Y-Y เป็นไตรมาสแรกในรอบ 5 ไตรมาส เป็น 8.67 พันล้านบาท จากสินค้าที่เกี่ยวกับการ WFH และการเรียน online ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สื่อสาร คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค iPad ที่ขายดี สัดส่วนแบรนด์ Hauwei ลดลงและถูกแทนที่ด้วย Apple ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 15% ของรายได้รวม รวมถึงการขายผ่านช่องทางออนไลน์ของบริษัทซึ่งมีมาร์จิ้นดี ช่วยส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 4.4% สูงสุดในรอบ 9 ไตรมาส และเป็นระดับสูงใกล้เคียงอัตราเฉลี่ยในช่วงปี 2016-2018 ที่อยู่ในระดับ 4.2-4.6% ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างเข้มข้น (สัดส่วนค่าใช้จ่ายขายแลบริหารต่อรายได้เหลือเพียง 2.5% ของรายได้) ทำให้ EBITDA margin 2.3% จาก 2.0% ใน 2Q20 และ 2.1% ใน 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2020
TU (BUY/21TP: 18], กำไร 2Q20 ดีตามคาด และจะดีต่อใน 3Q20 แนะนำ ซื้อ
(views 35)
กำไรปกติ 2Q20 ดีใกล้เคียงคาด ถ้าไม่รวม RL จะดีกว่าคาดมาก
กำไรสุทธิ 2Q20 เท่ากับ 1,716 ล้านบาท (+68.9% Q-Q, +1,446% Y-Y) หากไม่รวม FX Gain 206 ล้านบาท และขาดทุนจากการดาเนินงานที่ยกเลิก -14 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,524 ล้านบาท (+18.6% Q-Q, -3.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 1,463 ล้านบาท) ถือเป็นกาไรที่ทาได้ดี แม้ Red Lobster จะถูกกระทบจาก COVID-19 ค่อนข้างมาก และสร้างส่วนแบ่งขาดทุนสูงถึง -702 ล้านบาท แต่ยังรับรู้เงินปันผล (จาก Preferred Stock) และมีรายการ Tax Credit ทาให้ผลขาดทุนสุทธิจาก RL อยู่ที่ -355 ล้านบาท ซึ่งหากไม่รวมขาดทุน RL พบว่า Operation หลักของ TU ดีกว่าคาดมาก มาจากรายได้รวมที่โต +6.3% Q-Q, +2.6% Y-Y จากธุรกิจ Ambient (อาหารทะเลกระป๋อง) ที่ยังเติบโตได้ +4.9% Q-Q, +16.8% Y-Y ส่วนธุรกิจ Frozen เริ่มฟื้นตัว +5.6% Q-Q แต่ยังลด -14% ภายหลังหลายประเทศกลับมา Reopen และด้วย Product Mix ที่ยังดีต่อเนื่อง เพราะ Ambient เป็นธุรกิจที่มาร์จิ้นดี กอปรกับต้นทุนปลาทูน่ายังอยู่ในระดับต่ำเอื้อต่อบริษัท ทาให้อัตรากำไรขั้นต้นทาจุดสูงสุดใหม่ที่ 18.2% จาก 16.2% Q-Q ใน 1Q20 และ 16.7% ใน 2Q19 น่าประทับใจ และค่าใช้จ่ายยังควบคุมได้ดีต่อเนื่อง ทาให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 11.1% จาก 11.3% ใน 1Q20 และ 11.8% ใน 2Q19 (ไม่รวมค่าใช้จ่ายยอมความลูกค้าปีก่อน)
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2020
TKN (BUY/21TP: 12], กำไร 2Q20 ดีกว่าคาด และน่าจะฟื้นต่อเนื่องใน 2H20
(views 27)
จากประชุม Opp Day วานนี้ ยังยืนยันมุมมองของเราว่าได้ผ่านจุดต่ำ สุดปี นี้ไปแล้วใน 1Q20 โดยกำไร 2Q20 ที่ประกาศออกมาดีกว่าคาด และคาดจะดีต่อเนื่องใน 3Q20 แม้จะมีแผนออกสินค้าใหม่มากขึ้น แต่ยังคงเป้าคุมค่าใช้จ่าย A&P ให้ใกล้เคียง 1H20 โดยคาดตลาดในประเทศจะกลับมาฟื้นอีกครั้งหลังจากที่ถูกกระทบพอสมควรในช่วงที่ผ่านมา ส่วนตลาดจีนน่าจะทรงตัวใน 3Q20 เพราะมีหลายเมืองเจอ 2nd wave และน้าท่วม คาดจะกลับมาฟื้น 4Q20 ส่วนอัตรากา ไรขั้นต้นคาดจะทยอยฟื้นตัวตามการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น และรับรู้ต้นทุนสาร่ายถูกลงได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ 3Q20 ส่วนแผนการย้ายโรงงานจะเริ่มเฟสแรกในช่วง4Q20 สถานการณ์โดยรวมยังดูสอดคล้องกับประมาณการของเรา จึงยังคาดกำไรปกติปี 2020 – 2021 เติบโต 16.4% Y-Y และ 28.6% Y-Y และคงราคาเป้าหมายปี หน้าที่ 12 บาท (อิง PE เดิม 28 เท่า) ยังมี Upside 16.5% และแจ้งจ่ายปันผลงวด 1H20 หุ้นละ 0.11 บาท Yield 1.1% กา หนดขึ้น XD 24 ส.ค. และจ่ายเงิน 9 ก.ย. คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2020
SFLEX (HOLD/21TP: 13], กำไร 2Q20 -14% Q-Q, +368% Y-Y ตามคาด
(views 32)
กำไร 2Q20 ที่ 30 ล้านบาท -14% Q-Q, +368% Y-Y ตามคาด SFLEX รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 ที่ 30.1 ล้านบาท เป็นไปตามคาด แม้จะลดลง 13.6% Q-Q เพราะถูกกระทบจากการ Lockdown แต่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีจากยอดขายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนสาหรับกลุ่ม Food ที่ +16.2% Q-Q (กลุ่ม Non-food -11.2% Q-Q) จนมีสัดส่วน 24% เร็วกว่าที่เราคาด อย่างไรก็ตาม รายได้รวมที่ -5.9% Q-Q ทาให้อัตรากาไรขั้นต้นขยับลงเล็กน้อยจาก 1Q20 ที่ 23.5% เป็น 22.2% แต่ยังอยู่ในกรอบที่ผู้บริหารเคยตั้งเป้าที่ 21-23% กำไรที่โตก้าวกระโดด +367.9% Y-Y เพราะใน 2Q19 เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในโรงงานแห่งที่ 2 ยังใช้กำลังการผลิตไม่เต็มที่ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูง และค่าใช้จ่าย Employee benefit สูงขึ้นจากการเริ่มใช้ กม.แรงงานใหม่ ผลประกอบการ 1H20 สดใส กาไรสุทธิ +115.5% Y-Y เป็น 64.9 ล้านบาท แม้รายได้จะเพิ่มเพียง 6.5% Y-Y แต่การขยายโรงงานแห่งที่ 2 ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2019 และใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นเป็น 22.9% จาก 17.4% ใน 1Q19 ประกอบกับดอกเบี้ยจ่ายลดลงหลังจากคืนชำระเงินกู้บางส่วน ทำให้กำไรโตก้าวกระโดด
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2020
SC (BUY/21TP: 2.8], งบ 2Q20 ดีตามคาด โตแกร่ง Q-Q และ Y-Y
(views 24)
กำไรปกติ 2Q20 เติบโต 65% Q-Q และ 57% Y-Y SC รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 อยู่ที่ 456 ล้านบาท (+52% Q-Q, +61% Y-Y) หากไม่รวมรายการผลขาดทุนที่คาดจะเกิดขึ้นจากการปรับใช้มาตรฐานบัญชี TFRS9 ราว 40 ล้านบาท กำไรปกติจะขยายตัวเด่น 65% Q-Q และ 57% Y-Y เป็น 496 ล้านบาท เป็นไปตามที่เราคาด โดยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ได้แรงหนุนจากยอดโอน +42% Q-Q, +33% Y-Y แตะระดับ 4.36 พันล้านบาท หลักๆมาจากแนวราบเป็นสัดส่วน 85% ของยอดโอนรวม ซึ่งเร่งขึ้นดี 103% Q-Q และ 40% Y-Y ตามยอดขายที่ทำได้โดดเด่นจากทั้งโครงการเดิม และการเปิดโครงการใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวม 5 พันล้านบาท ส่วนคอนโดทายอดโอนที่ 649 ล้านบาท (-48% Q-Q, +4% Y-Y) จากการเร่งระบายสต็อกผ่านการจัดโปรโมชันลดราคา กดดันอัตรากำไรขั้นต้นขายอสังหาฯรวม ปรับลดเป็น 29.6% จาก 1Q20 ที่ 32.3% และ 2Q19 ที่ 30.3%
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2020
QH (BUY/21TP: 2.8], งบ 2Q20 ชะลอตัว กดดันจากบริษัทร่วม แต่คาดฟื้นตัวใน 2H20
(views 25)
กำไร 2Q20 หดตัว 10.5% Q-Q และ 23% Y-Y จากส่วนแบ่งกำไร QH รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 อยู่ที่ 458 ล้านบาท (-10.5% Q-Q, -23% Y-Y) ดีกว่าเราคาด 7% จากค่าใช้จ่ายภาษีที่น้อยกว่าคาด และดีกว่าตลาดคาด 8% โดยผลประกอบการที่หดตัวมีสาเหตุจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม -28% Q-Q, -34% Y-Y อยู่ที่ 311 ล้านบาท หลัก ๆ จาก HMPRO, LHFG ที่ได้รับผลกระทบ COVID-19 ซึ่งรวมถึงธุรกิจโรงแรมของ QH ที่พลิกเป็นผลขาดทุน อย่างไรก็ดี ถูกบรรเทาด้วยธุรกิจอสังหาฯ ยอดโอนเติบโตดี 37% Q-Q และ 12% Y-Y แตะระดับ 2.2 พันล้านบาท จากอุปสงค์ของแนวราบที่แข็งแกร่งทำได้ 2 พันล้านบาท (+35% Q-Q, +32% Y-Y) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 91% ของยอดโอนรวม ส่วนที่เหลือเป็นคอนโด -54% Y-Y เทียบกับ 2Q19 ที่มีการโอนคอนโด Q1 Sukhumvit แต่ +65% Q-Q จากการออกแคมเปญลดราคาเพื่อระบายสต็อก ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขายอสังหาฯ รวมปรับลดเป็น 31.5% จาก 33.6% ใน 1Q20 และ 33.6% ใน 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2020
INTUCH (BUY/21TP: 66.5], กำไร 2Q20 ดีตามลูก//ยังเป็น Dividend Play ที่ดี
(views 39)
กำไร 2Q20 ดีตาม ADVANC และ THCOM
INTUCH ประกาศกำไรสุทธิ 2Q20 ออกมาที่ 2,980 ลบ. +8.8% Q-Q, +1.4% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ รวมถึงเงินประกันดาวเทียมออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 2,678 ลบ. -6.9% Q-Q, -12.6%% Y-Y โดยได้อานิสงส์จากบริษัทลูกที่มีผลการดาเนินงานดีกว่าคาดโดยเฉพาะส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่มากกว่าคาดแม้จะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และมาตรการช่วยเหลือจากกสทช. ขณะที่ THCOM มีกำไรปกติได้บางๆ
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2020
STEC (BUY/20TP: 23), คาดงบ 2Q20 ขยายตัว Q-Q และ Y-Y จากปันผลรับ
(views 32)
คาดกำไร 2Q20 เร่งขึ้น 35% Q-Q และ 5% Y-Y อยู่ที่ 282 ล้านบาท หนุนจากรับรู้ปันผลรับจาก GULF และ TSE รวมถึงรายได้ก่อสร้างคาดทรงตัวสูง 9.2 พันล้านบาท +26% Y-Y สามารถรักษาระดับมากกว่า 9 พันล้านบาทต่อเนื่องได้เป็นไตรมาสที่ 4 ตามความคืบหน้าของงานหลักอย่างรถไฟฟ้าชมพู เหลือง และส้ม ขณะที่ประเมิน Backlog ยังแข็งแกร่งที่ 9 หมื่นล้านบาท (รวมงานอู่ตะเภาเฟสแรก) รองรับรายได้ไป 2-3 ปี รวมถึงมีงานรอเซ็นอีกกว่า 9.8 พันล้านบาท และมีโอกาสเข้าร่วมประมูลงานเพิ่ม อาทิ รถไฟฟ้าสีส้ม, รถไฟทางคู่เฟส 2 คาดทาให้งานในมือมีโอกาสแตะมากกว่าแสนล้านบาทอีกครั้งในปลายปีนี้ ราคาหุ้นซื้อขายบน PBV2020-2021 ที่ 1.4x เทียบเท่าค่าเฉลี่ย–2.75SD คงราคาเหมาะสม 23 บาท ยังแนะนาซื้อ โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามคือ ความสามารถการทำกำไรที่อาจทาได้ต่ำกว่าคาดจากงานระหว่างทาที่มาร์จิ้นต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2020
DRT (BUY/21TP: 7.3], กำไร 2Q20 ดีตามคาด เร่งขึ้น Q-Q และ Y-Y
(views 25)
กำไร 2Q20 ขยายตัว 9% Q-Q และ 38% Y-Y จากมาร์จิ้นดี
DRT รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 ดีตามคาดทำได้ 182.6 ล้านบาท (เราคาด 181.4 ล้านบาท) ขยายตัวดี 9% Q-Q และ 38% Y-Y หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายที่ดินราว 10 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 172.4 ล้านบาท (+2.5% Q-Q, +31% Y-Y)ผลประกอบการที่โตดี มีแรงหนุนหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นที่อยู่ระดับสูง 30.9% ปรับขึ้นจาก 29.7% ใน 1Q20 และ 25.9% ใน 2Q19 จาก Product Mix และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ยอดขายทาได้ 1.2 พันล้านบาท (-3% Q-Q, -4.5% Y-Y) ถือว่ายังทรงตัวได้ จากการเพิ่มขึ้นในช่องทางตัวแทนจาหน่ายกระจายอยู่ทั่วประเทศ (Agent) ที่เปิดขายได้ในช่วง COVID-19 ช่วยบรรเทาผลกระทบในตลาดต่างประเทศ, บ้านจัดสรร และ Modern Trade
อ่านเพิ่มเติม
07
สิงหาคม
2020
ADVANC (BUY/21TP: 220), กำไร 2Q20 ดีกว่าคาด ยังเป็น Top Pick
(views 36)
ADVANC ประกาศกำไรสุทธิ 2Q20 ที่ 7,001 ลบ. +3.6% Q-Q, -9.7% Y-Y หากตัดรายการขาดทุนสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์จานวน 350 ลบ.ออก กำไรปกติอยู่ที่ 6,651 ลบ. -7.5% Q-Q, -17% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด 10% และ 3% ตามลาดับ รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC หดตัวน้อยกว่าคาด -2.4% Q-Q, -6.4% Y-Y โดยใน 2Q20 ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จากการ Lockdown และมาตรการช่วยเหลือของกสทช. อย่างไรก็ตาม Net Add ติดลบชะลอลงเหลือ 1.4 แสนรายขณะที่ ARPU -1.2% Q-Q ดีกว่าคาด ส่วนธุรกิจ Fixed Broadband ยังเติบโตได้เล็กน้อย ขณะที่ด้านต้นทุนมีการควบคุมที่ค่อนข้างดีและได้ประโยชน์จากค่าเสื่อมราคาที่ลดลง Q-Q จากอุปกรณ์ 3G บางส่วนที่ตัดค่าเสื่อมฯครบแล้ว ส่งผลให้ EBITDA Margin ในไตรมาสนี้ชะลอลงเพียงเล็กน้อยเหลือ 45.3% จาก 45.7% ใน 1Q20 และดีขึ้นจาก 43.5% ใน 2Q20
อ่านเพิ่มเติม
07
สิงหาคม
2020
TACC (BUY/21TP: 7.4, แม้เจอ CV-19 แต่กำไร 2Q20 ทำจุดสูงสุดใหม่ และจ่ายปันผลด้วย
(views 39)
กำไรสุทธิ 2Q20 เท่ากับ 48 ล้านบาท (+11.6% Q-Q, +29.7% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 3 ล้านบาท จะมีกำไรปกติ 51 ล้านบาท (+34.2% Q-Q, +13.3% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 43 ล้านบาท) มาจากค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าคาด แม้บริษัทได้รับผลกระทบทางอ้อมผ่านจานวนลูกค้าที่เข้าร้าน 7-11 น้อยลง จากเหตุ COVID-19 กระทบรายได้เครื่องดื่มโถกด รวมถึงธุรกิจ Character ทำให้รายได้รวมไตรมาสนี้ -2.1% Q-Q, -20.1% Y-Y แต่สิ่งที่ดีและสามารถชดเชยรายได้ที่ลดได้ทั้งหมดคือ อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับขึ้นทาจุดสูงสุดใหม่มาอยู่ที่ 34.2% จาก 33.6% ใน 1Q20 และ 31.1% ใน 2Q19 จากการ Launch เครื่องดื่ม All Caf? ขนาดใหม่ 22 oz. (เดิมมีเฉพาะ 16 oz.) และการ Sourcing วัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่คุมค่าใช้จ่ายได้ดีกว่าคาดมาก โดยลดลง -23.8% Q-Q, -36% Y-Y ซึ่งเป็นการลดลงมากกว่ารายได้ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ในไตรมาสนี้เหลือเพียง 15.1% จาก 19.1% ใน 1Q20 และ 18.7% ใน 2Q19 ถือเป็นผลการดาเนินงานที่น่าประทับใจ
อ่านเพิ่มเติม
06
สิงหาคม
2020
IIG (IPO: 6.6/20TP: 9), ผู้นำการให้บริการระบบ CRM ที่เติบโตสวน COVID-19
(views 31)
เราคาดว่าธุรกิจให้บริการระบบ CRM/ERP ของ IIG อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นตามความต้องการลงทุนของภาคเอกชนโดยเฉพาะฝั่ง CRM เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อให้ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น ขณะที่กระแสการ Work from Anywhere เป็นตัวกระตุ้นการลงทุนระบบ ERP ใหม่ไปยัง Cloud Computing ทำให้ IIG มีโอกาสได้งานจากลูกค้าใหม่ๆเพิ่มเติมและต่อยอดการเติบโตจากลูกค้าเดิมที่แข็งแรงเป็นฐาน ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิของ IIG ในปี 2020-2021 คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 27.2% CAGR และ 22.5% CAGR ตามลำดับ พร้อมประเมินราคามูลค่าเหมาะสมที่ 9 บาท
อ่านเพิ่มเติม
05
สิงหาคม
2020
QH (BUY/21TP: 2.8), คาดกำไร 2Q20 ชะลอเป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนฟื้นดีใน 2H20
(views 42)
แม้ไม่มีการเปิดโครงการใหม่ แต่ยอด Presales 2Q20 เร่งขึ้นเด่น 70% Q-Q และ103% Y-Y หนุนจากอุปสงค์แนวราบที่แข็งแกร่ง ส่วนคอนโดดีขึ้นได้อานิสงค์จากการออกแคมเปญระบายสต็อก ทาให้คาดยอดโอน +37% Q-Q, +12% Y-Yอย่างไรก็ดี ถูกกดดันจากผลประกอบการของบริษัทร่วม (HMPRO, LHFG) ที่ได้รับผลกระทบหนักจาก COVID-19 ส่งผลให้คาดกำไร 2Q20 อยู่ที่ 428 ล้านบาทหดตัว 16% Q-Q และ 28% Y-Y แต่คาดเป็นระดับต่า สุดของปี ก่อนฟื้นตัวดีใน2H20 ตามทิศทางของบริษัทร่วมที่ดึขึ้น รวมถึงแผนเปิดแนวราบใหม่เกือบทั้งหมดกระจุกอยู่ในช่วงที่เหลือของปี เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2021 ที่2.80 บาท (SOTP) ปัจจุบันเทรดบน PBV 2020-2021 ที่ 0.8x (ค่าเฉลี่ย-2.5SD) และต่า กว่า NAV ของบริษัทร่วมอยู่มาก พร้อมคาดให้ปันผลดีราว 6% ต่อปี (คาด1H20 จ่าย 2.3%) ราคาหุ้นมี Upside 30% จึงปรับคา แนะนำขึ้นจากถือเป็นซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
สิงหาคม
2020
RBF (BUY/21TP: 11), หัวใจหลักของอาหารเครื่องดื่มคือ รสชาติ ที่ RBF รังสรรค์ให้ได้
(views 33)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 2Q20 จะอ่อนตัวลง Q-Q เพราะถูกกระทบจาก COVID-19 ในเดือน เม.ย. แต่จะเป็นกำไรที่โตดี Y-Y เพราะฐานต่ำในปีก่อน และล่าสุดคำสั่งซื้อได้ฟื้นตัวอีกครั้ง แม้รายได้ธุรกิจโรงแรมจะยังไม่ฟื้น แต่ด้วยค่าใช้จ่ายที่ลดลง คาดผลขาดทุนจะใกล้เคียงกับช่วงก่อนมี COVID-19 และธุรกิจอาหารจะสามารถหักล้างได้ทั้งหมด รวมถึงบริษัทเริ่มขยายตลาด Fragrance สำหรับสินค้า Non-Food จากเดิมที่เป็น Trading ได้หันมาผลิตเองทั้งหมด แม้สัดส่วนยังน้อย แต่มีแผนขยายตลาดให้โตต่อเนื่อง อีกทั้งเป็นกลุ่มที่มีอ้ตรากาไรดี ถือเป็น Catalyst ถัดไปของบริษัท นอกเหนือจากแผนการลดผลขาดทุนธุรกิจโรงแรม ซึ่งการพิจารณาขายถือเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ด้วยสถานการณ์โรงแรมที่อยู่ในภาวะ Oversupply เราคิดว่าอาจทำได้ไม่เร็ว อย่างไรก็ตามเราได้รวมผลขาดทุนธุรกิจโรงแรมไว้ในประมาณการอยู่แล้ว ซึ่งหากเกิดได้เร็วกว่าคาดจะเป็น Upside ต่อประมาณการกาไร 10% ทั้งนี้เราคาดกำไรจะกลับมาเติบโตใน 2H20 เราปรับเพิ่มกาไรปกติปี 2020 – 2021 ขึ้น 8% - 12% เป็นการโต 42.5% Y-Y และ 15.5% Y-Y ตามลาดับ และ Re-rate PE ขึ้นเป็น 35 เท่า ให้ใกล้เคียงคู่แข่งในต่างประเทศ และลูกค้าหลักในกลุ่มเครื่องดื่ม และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 11 บาท ปรับขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
04
สิงหาคม
2020
DOHOME (HOLD/21TP: 13), คาดกำไร 2Q20 อาจต่ำกว่าคาด แต่จะกลับมาฟื้นตั้งแต่ 3Q20
(views 43)
แนวโน้มกำไร 2Q20 อาจต่ากว่าที่เคยคาด น่าจะออกมาราว 154 ล้านบาท (-13% Q-Q, -19.8% Y-Y) แม้ SSSG อาจยังบวกได้เล็กน้อย แต่ด้วย Product Mix ที่เปลี่ยนเพราะสินค้าที่ขายได้ในช่วง Lockdown เป็นกลุ่มสินค้าก่อสร้าง ซึ่งมีอัตรากาไรขั้นต้นต่ำกว่ากลุ่มซ่อมแซมและตกแต่ง ทาให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลง อาจเป็นระดับต่าสุดในรอบ 6 ไตรมาส ซึ่ง SSSG ที่บวก ไม่สามารถชดเชยได้ อย่างไรก็ตาม เรามองเป็นกาไรต่าสุดของปี เพราะล่าสุดเดือน ก.ค. SSSG ยังบวกต่อเนื่อง +10% - 15% Y-Y และคาดอัตรากาไรขั้นต้นจะปรับขึ้นกลับสู่ระดับที่ดีอีกครั้ง รวมถึงเริ่มกลับมาเปิดสาขาใหม่หลัง Reopen ทั้ง Size L และ To Go จึงคาดกาไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 3Q20 โดยยังคาดกำไรปกติปี 2020 ลดลงเล็กน้อย -1.9% Y-Y และกลับมาโตดี +25.8% Y-Y ในปี 2021 ยังคงราคาเป้าหมายปี 2021 ไว้ที่ 13 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับขึ้น +23% จากที่แนะนำ ซื้อ ในรายงานฉบับก่อน (24 มิ.ย.) จนปัจจุบันมี Upside แคบลงเหลือ 4.8% จึงปรับคำแนะนาเป็น ซื้ออ่อนตัว จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
03
สิงหาคม
2020
ORI (BUY/21TP: 8.8), คาดงบ 2Q20 ชะลอ Y-Y แต่ขยายตัวได้ Q-Q ดีกว่าที่เคยประเมิน
(views 46)
แม้ 2Q20 ไม่มีการเปิดโครงการใหม่ แต่ยอด Presales น่าพอใจ 6.4 พันล้านบาท (+32% Q-Q, -12% Y-Y) จากการเน้นระบายสต็อก หนุนให้งบ 2Q20 ดูดีกว่าที่เคยประเมินไว้ คาดกำไรอยู่ที่ 635 ล้านบาท (+7% Q-Q, -14% Y-Y) ขณะที่โมเมนตัม 2H20 คาดเด่นขึ้นทั้งยอด Presales จากมูลค่าเปิดโครงการใหม่เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าตัวจาก 1H20 รวมถึงกำไรคาดโตต่อเนื่องใน 3Q20 และสูงสุดของปีใน 4Q20 จากแผนโอนคอนโดใหม่รวม 8 โครงการ บวกกับรับรู้แนวราบที่เปิดมากขึ้น เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 8.80 บาท (อิง PER 7.3x) คงคาแนะนาซื้อ ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2020-2021 เฉลี่ย 6.2x ต่ากว่ากลุ่มฯที่ 7.3x พร้อมคาดปันผลเฉลี่ย 6.8% ต่อปี ระยะสั้น ติดตามเปิดตัว The Origin Onnut วันที่ 8 ส.ค.นี้ คาดได้รับผลตอบรับที่ดี โดยยอดขายที่แข็งแกร่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นได้
ยอด Presales 2Q20 ทำได้ดี หนุนจากการระบายสต็อก
อ่านเพิ่มเติม
31
กรกฏาคม
2020
SPALI (HOLD/21TP: 17.7), คาดงบ 2Q20 หดตัว Q-Q และ Y-Y เป็นจุดต่าสุดของปี
(views 33)
คาดกำไร 2Q20 หดตัว 23% Q-Q และ 25% Y-Y ตามยอดโอนที่ชะลอลง แม้ยอดขายแนวราบจะทำได้ดี +20% Q-Q, +45% Y-Y แต่รับรู้ไม่ทันภายในไตรมาสบวกกับไม่มีคอนโดใหม่เริ่มโอน รวมถึงกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่คาดปรับลงตามสัดส่วนแนวราบที่สูง และการแข่งขันสูงในตลาดคอนโด อย่างไรก็ดี คาด 2Q20 เป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนฟื้นตัวเด่นใน 2H20 จากแผนโอนกรรมสิทธิ์คอนโดใหม่ 4 แห่ง ซึ่งจะหนุนต่อการปรับขึ้นของยอดโอนและอัตรากำไรขั้นต้นรวมถึงการเน้นขายและโอนแนวราบ ทั้งรับรู้ Backlog ต่อเนื่อง และการเปิดโครงการใหม่มากขึ้น คงประมาณการกำไรปี 2020-2021 ที่ 4.5 พันล้านบาท (-16% Y-Y) และ 5.3 พันล้านบาท (+16% Y-Y) ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2021 ที่17.70 บาท คงคำแนะนาถือ ระยะสั้นขาดความน่าสนใจจาก 2Q20 ที่อ่อนแอยอด Presales 2Q20 หนุนจากแนวราเป็นหลัก +11% Q-Q, -10% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
29
กรกฏาคม
2020
CK (BUY/20TP: 22), คาดงบ 2Q20 ยังอ่อนแอ Y-Y แต่ดีขึ้น Q-Q จากปันผลรับ
(views 43)
คาดผลประกอบการ 2Q20 พลิกเป็นกำไร 34 ล้านบาท จาก 1Q20 ที่ขาดทุน 112 ล้านบาท หนุนจากเงินปันผลของ TTW แต่หดตัว 96.5% Y-Y จากเงินลงทุนบริษัทร่วมที่คาดเป็นส่วนแบ่งขาดทุน จากทั้ง BEM ที่ได้รับผลกระทบ COVID-19 และ CKP จากภัยแล้ง ขณะที่โมเมนตัม 2H20 คาดเร่งขึ้น ตามการฟื้นตัวของบริษัทร่วม แต่ธุรกิจก่อสร้างคาดยังอ่อนแอ จากงานในมือที่อยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ดี คาดงานภาครัฐถูกขับเคลื่อนมากขึ้นตั้งแต่ 2H20 โดย CK มีศักยภาพทั้งเข้าร่วมประมูลเอง รวมถึง Sub-contract จากบริษัทร่วม แนะจับตาการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ยื่นซอง 23 ก.ย.นี้ ซึ่ง BEM เป็นตัวเต็ง และมีแต้มต่อคู่แข่ง หากชนะประมูลจะเติมงานให้ CK ราว 1.2 แสนล้านบาท หนุนให้ Backlog ปลายปีนี้แตะระดับมากกว่าแสนล้านบาทอีกครั้ง ปลดล็อกงานในมือที่เหลือไม่มากได้ทันที และธุรกิจก่อสร้างเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่ คงราคาเหมาะสม 22 บาท แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
กรกฏาคม
2020
DELTA (HOLD/21TP: 94), กำไร 2Q20 ดีกว่าคาดมาก แต่อาจเป็นจุดสูงสุดของปีนี้
(views 31)
ประกาศกำไร 2Q20 ออกมาดีกว่าที่เราและ Consensus คาดมาก และเป็นกำไรสูงสุดใหม่ โดยมาจากอัตรากาไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด และทำจุดสูงสุดในรอบ 16 ไตรมาส มาจากสินค้ากลุ่ม Data Center ที่ขายดีในช่วง Lockdown กอปรกับลูกค้า Stock สินค้าไว้น้อยในช่วง 1Q20 จึงต้องมาเร่งซื้อมากใน 2Q20 ในขณะที่เป็นสินค้าที่มาร์จิ้นสูง ทำให้ Product Mix ดีขึ้นมากกว่าปกติ และคาดว่าคำสั่งซื้อดังกล่าวจะแผ่วลงใน 2H20 กลับสู่ระดับปกติ และคาดสินค้ากลุ่มอื่นจะกลับมาฟื้นตัวหลัง Reopen อาทิ EV Car และ Fan ซึ่งมีมาร์จิ้นที่ต่ำกว่า Data Center แม้รายได้ใน 2H20 จะยังโตต่อ แต่เชื่อว่าอัตรากาไรขั้นต้นจะอ่อนตัวลง จึงทำให้เรามองว่ากำไรได้ผ่านจุดสูงสุดของปีนี้ไปแล้วใน 2Q20 และบริษัทได้แจ้งเข้าทาธุรกรรมซื้อกิจการ Eltek Australia มูลค่า 463 ล้านบาท จาก Delta Taiwan พร้อมกับขายบริษัทร่วม 2 แห่ง ในมูลค่าที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งธุรกรรมจะแล้วเสร็จใน 4Q20 เรามองเป็นบวก เพราะคาดช่วยสร้างกำไรได้มากขึ้น และอาจเกิด Synergy ร่วมกันในอนาคต ทั้งนี้เราปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2020 - 2021 ขึ้น 21% - 41% เป็นการเติบโต 92.3% Y-Y (เดิมคาดโต 36% Y-Y) และ 12.2% Y-Y (เดิมคาดโต 31.7% Y-Y) ตามลำดับ นำไปสู่การปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 94 บาท จากเดิม 80 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาเร็วจากที่เราแนะนาให้ซื้อในรายงานฉบับก่อน (13 ก.ค.) ซึ่งสะท้อนกำไรที่ดีไปพอสมควรแล้ว จึงปรับลดคาแนะนำเป็น ถือ / ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
29
กรกฏาคม
2020
JWD (BUY/21TP: 8), COVID-19 กระทบ 2Q20 มากกว่าที่เคยคาด แต่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
(views 46)
COVID-19 กระทบธุรกิจรถยนต์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องโดยเฉพาะเดือน เม.ย. ก่อนจะค่อย ๆ ฟื้นตัวตามการ Reopen แต่เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรค่อนข้างสูง แม้ว่าธุรกิจอื่น เช่นคลังสินค้าและห้องเย็นจะยังรักษาฐานรายได้ได้ดี แต่ก็คาดว่ากำไรสุทธิ 2Q20 จะลดลง 54% Q-Q และ 46% Y-Y เป็น 43 ล้านบาท เราปรับกำไรปี 2020 ลง 18% เป็น 294 ล้านบาท -19% Y-Y (เดิมคาด -1% Y-Y) สะท้อนผลกระทบใน 2Q20 แต่เชื่อว่าจุดต่ำสุดผ่านไปแล้วใน 2Q20 ธุรกิจทยอยฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงธุรกิจรถยนต์ ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 8 บาท (DCF, WACC 7.2%) ยังคงคาแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
กรกฏาคม
2020
TACC (HOLD/21TP: 6.5), แม้ถูกกระทบจาก CV-19 แต่คาดกำไร 2Q20 ยังทรงตัวได้
(views 33)
แม้ 2Q20 รายได้ของบริษัทอาจปรับลงราว -16% Y-Y เพราะถูกกระทบจาก CV-19 ทางอ้อมผ่าน 7-11 แต่ด้วย Product Mix ที่ดีขึ้นจากการออกเครื่องดื่มขนาดใหม่ และการ Sourcing วัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นจนสามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของรายได้ได้ และคาดกำไรปกติ 2Q20 จะสามารถทรงตัวได้ทั้ง Q-Q, Y-Y ถือว่าเป็นระดับที่ดี และคาดกำไรจะทรงตัวถึงปรับขึ้นได้ในช่วง 2H20 ล่าสุดรายได้เครื่องดื่มผ่าน 7-11 เริ่มกลับมาฟื้นตัวตามการ Reopen อีกครั้ง เรายังคาดกำไรปกติปี 2020 จะทรงตัวจากปีก่อน และกลับมาโตอีกครั้งในปี 2021 ราว 12% Y-Y ทั้งนี้ยังไม่รวม Upside จากการเป็น Supplier ของร้าน 7-11 ในกัมพูชา ซึ่งคาดจะเริ่มมีการเปิดสาขาในปีหน้า รวมถึงการได้อานิสงส์เชิงบวกจากการที่กลุ่ม CP เข้าซื้อ Tesco Lotus เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 6.5 บาท (อิง PE เดิม 21 เท่า) ราคาหุ้นปัจจุบันปรับขึ้นมาพอสมควร +27% จากที่เราแนะนำซื้อในรายงานฉบับก่อน (วันที่ 12 มิ.ย. 20) จนล่าสุดมี Upside เพียง 9.2% จึงแนะนาเป็นซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
24
กรกฏาคม
2020
SAPPE (BUY/21TP: 25), คาดจะกลับมาฟื้นตัว 3Q20 และ Valuation ยังถูกมาก
(views 50)
แนวโน้มกำไรปกติ 2Q20 (ไม่รวม FX Gain/Loss) จะลดลง -25.5% Q-Q, -42.3% Y-Y เพราะรายได้ถูกกระทบจาก CV-19 ทั้งในประเทศและส่งออก และอัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงตามการใช้กำลังการผลิตที่ลดลดง และยังเผชิญภาษีสรรพสามิตในอัตรา 10% แต่เรามอง 2Q20 เป็นจุดต่ำสุดของปีแล้ว ล่าสุดรายได้ในประเทศเริ่มกลับมาฟื้นตัวดีอีกครั้ง ตามการ Reopen และมีแผนออกสินค้าใหม่อีก 3-5 ตัวใน 2H20 ส่วนรายได้ส่งออกเริ่มลดลงในอัตราที่ชะลอตัวเช่นเดียวกัน น่าจะได้เห็นการทยอยฟื้นตัวในช่วงถัดไป และอัตราภาษีสรรพสามิต Functional Drink ได้ถูกปรับลดลงเป็น 3% ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. เป็นต้นไป คาดช่วยหนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นตั้งแต่ 3Q20 ทั้งนี้ด้วยแนวโน้มกำไร 2Q20 ที่แย่น้อยกว่าคาด เราจึงปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2020 ขึ้น 15% เป็นการลดลง -2% Y-Y (เดิมคาด -14% Y-Y) และคาดกำไรจะกลับมาโตอีกครั้งในปี 2021 ราว 14.4% Y-Y เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 25 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดบน Forward PE 2021 เพียง 13 เท่า ถูกกว่าค่าเฉลี่ยของตัวเองในอดีตและค่าเฉลี่ยของกลุ่ม จึงยังแนะนา ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
กรกฏาคม
2020
SEAFCO (HOLD/20TP: 6.9), คาดกำไร 2Q20 อ่อนลง ติดตามภาครัฐเปิดประมูลใน 2H20
(views 42)
คาดกาไร 2Q20 ลดลง 14% Q-Q และ 20% Y-Y อยู่ที่ 81 ล้านบาท จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลง จากงานค่าแรงรวมวัสดุที่มาร์จิ้นต่ำบวกกับการแข่งขันที่รุนแรง ส่วนรายได้คาด -7% Q-Q, +4% Y-Y มาจากความคืบหน้าที่เพิ่มขึ้นของงานที่ทาต่อเนื่อง ขณะที่ Backlog ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 2.8 พันล้านบาท เพียงพอต่อการรับรู้ในช่วงที่เหลือของปี ขณะที่ 2H20 ให้น้ำหนักกับงานภาคเอกชน ทั้ง Mixed-use และตึกสูง ส่วนภาครัฐที่เร่งผลักดันงานเมกะโปรเจคหลายโครงการจะเป็นบวกต่อรายได้ตั้งแต่กลางปี 2021 เราคงราคาเหมาะสม 6.90 บาท ราคาหุ้นปรับขึ้น 24% ภายใน 1 เดือน ทำให้มีราคาหุ้นมี Upside น้อยกว่า 10% จึงปรับลดคาแนะนำจากซื้อ เป็นซื้ออ่อนตัว แนะติดตามความคืบหน้าของการเปิดประมูลงานภาครัฐ ซึ่งจะปัจจัยหนุนต่อราคาหุ้นได้
อ่านเพิ่มเติม
23
กรกฏาคม
2020
SISB (W-BUY/21TP: 11.2), รอซื้อหลังประกาศงบ 2Q20 เพื่อการ Turnaround ในปี 2021
(views 48)
แนวโน้มผลประกอบการ 2Q-3Q20 ของ SISB จะสะดุดชั่วคราวจากการปิดโรงเรียน แม้ยังมีการเรียนออนไลน์แต่รายได้ที่เกี่ยวข้องอื่นจะลดลงเช่น รายได้กิจกรรมหลังเลิกเรียนและอาหารกลางวัน เป็นต้นเราคาดกำไรปกติ 2Q20 (ไม่รวมรายการพิเศษจากการปิดสาขาเอกมัยและอื่นๆ) จะอยู่ที่ราว 17 ลบ. -71% Q-Q, -67% Y-Y สถานการณ์หลัง Re-open การเรียนและการรับนักเรียนกลับสู่ภาวะปกติ เราคาดว่ากำไรจะขึ้นมาอยู่ในระดับก่อนเกิด COVID-19 ได้ใน 4Q20 และ Turnaround ในปี 2021 จากการขยายจานวนนักเรียนสาขาธนบุรี การปรับขึ้นค่าเทอม และจำนวนนักเรียนในระดับมัธยมที่ฟื้นตัวจากการปรับหลักสูตรการศึกษา กำไรปี 2020 คาดการณ์ -25%Y-Y ก่อนฟื้นตัว +59%Y-Y ในปี 2021 ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 11.20 บาท แนะนำซื้อหลังประกาศงบ 2Q20
อ่านเพิ่มเติม
22
กรกฏาคม
2020
BJC (BUY/21TP: 47), คาด 2Q20 ถูกกระทบมากกว่าที่เคยคาด และทยอยฟื้นตัว 3Q20
(views 38)
แนวโน้มกำไร 2Q20 จะแผ่วลงมากทั้ง Q-Q และ Y-Y อาจเป็นกำไรต่าสุดนับตั้งแต่รวม BIGC ในปี 2016 เพราะถูกกระทบทุกธุรกิจ โดยเฉพาะ BIGC ที่คาดมี SSSG ติดลบมากขึ้น -16% Y-Y และรายได้ค่าเช่าลดลงราว -50% Y-Y ส่วนธุรกิจแก้วและกระป๋องถูกกกระทบจากห้ามจาหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เรามองผ่านกำไรต่ำสุดปีนี้ใน 2Q20 และคาดจะกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q20 เป็นต้นไป ภายหลัง Reopen ทาให้ทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท กลับมาขับเคลื่อนได้ดีขึ้นพร้อมกันอีกครั้ง จึงคาดแนวโน้มกำไร 3Q20 จะกลับมาแตะระดับ 1 พันล้านบาทได้ แต่ด้วยแนวโน้มกำไร 2Q20 ที่ปรับลงแรงกว่าที่เคยคาด จึงนาไปสู่การปรับลดกำไรปกติปี 2020 ลง 27.7% เป็นการลดลง -42.1% Y-Y และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตในปี 2021 ราว 42% Y-Y เป็น 5,916 ล้านบาท เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 47 บาท (DCF) ยังมี Upside 16.8% และมองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วใน 2Q20 จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
กรกฏาคม
2020
GFPT (HOLD/21TP: 15.6), คาด 2Q20 ถูกกระทบจาก CV-19 พอควร แต่จะเป็นจุดต่ำสุดของปี
(views 34)
ระยะสั้น แนวโน้มกาไร 2Q20 จะลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะถูกกระทบจาก CV-19 ทำให้ทั้งปริมาณขายส่งออก และในประเทศปรับลดลงมาก ในขณะที่ราคาขายถูกกระทบในช่วงเดือน เม.ย. ค่อนข้างมาก และเริ่มกลับมาฟื้นดีขึ้นในเดือน พ.ค. – มิ.ย. เป็นลาดับ ล่าสุดราคาไก่ปัจจุบันทั้ง Main Product และ By Product กลับมาอยู่ในระดับที่ดีอีกครั้ง จาก Demand ที่สูงขึ้นทั้งในประเทศและส่งออก และจากสถานการณ์หมูที่เข้าสู่ภาวะขาดแคลน ทำให้ราคาหมูปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 10 ปี น่าจะหนุนให้ราคาไก่ซึ่งเป็นสินค้าทดแทนกันปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องในระยะถัดไป เรามองผ่านกาไรต่าสุดใน 2Q20 และจะกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q20 เป็นต้นไป ส่วนแผนการฟื้นฟูสายการผลิตไก่ปรุงสุกส่วนที่เสียหายจากไฟไหม้ 2 สาย คาดจะแล้วเสร็จในช่วงเดือน พ.ย. - ธ.ค. นี้ และอีก 3 สายเดิมจะถูกเปลี่ยนและกลับมาเดินสายแบบ Full operation ตั้งแต่กลางปี 2021 เป็นต้นไป เรายังคาดกำไรปกติปี 2020 – 2021 ไว้ตามเดิมเป็น -11.1% Y-Y และ +18.3% Y-Y ตามลำดับ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 15.6 บาท (Re-rate PE ขึ้นให้เท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีต 5 ปีที่ 15 เท่า) แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาเร็ว จนมี Upside เพียง 8.3% จึงปรับคำแนะนาเป็น ซื้ออ่อนตัว จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
กรกฏาคม
2020
GLOBAL (BUY/21TP: 20), คาด 2Q20 ถูกกระทบน้อยกว่าที่เคยคาด และกลับมาฟื้นได้เร็ว
(views 31)
แม้เดือน เม.ย. จะต้องปิดสาขาไปราว 60% ของสาขาทั้งหมด แต่เมื่อกลับมา Reopen อีกครั้ง รายได้ถือว่าฟื้นกลับมาได้เร็ว คาด SSSG 2Q20 จะติดลบราว -20% Y-Y แต่ด้วยการบริหาร Product Mix ที่ดีมาก คาดสัดส่วนสินค้า House Brand จะปรับขึ้นได้ และช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้น (ก่อนปรับมาตรฐานบัญชีใหม่) ยังทรงตัวสูงใกล้เคียงไตรมาสก่อน แต่ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อน จึงคาดกำไรปกติ 2Q20 ลดลงราว -26.6% Q-Q, -13.1% Y-Y ถือว่าลดลงน้อยกว่าที่เคยคาด และล่าสุดคาด SSSG เดือน ก.ค. ฟื้นตัวกลับมาทรงตัวถึงบวกเล็กน้อย และกลับมาเปิดสาขาที่ 2 ของปีแล้ว และยังมีแผนเปิดอีก 4 สาขาใน 4Q20 อีกทั้งยังคาดเห็นพัฒนาการของอัตรากำไรขั้นต้นที่น่าจะปรับขึ้นได้ต่อเนื่องใน 2H20 และเป็นสิ่งที่ทาให้เราประทับใจในหลายไตรมาสที่ผ่านมา จากคาดกาไร 2Q20 ถูกกระทบจาก CV-19 น้อยกว่าที่เคยคาด เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2020 – 2021 ขึ้นปีละ 8.5% เป็นกำไรที่ +1.1% Y-Y ในปี 2020 และจะกลับมาโตมากขึ้น +22.6% Y-Y ในปี 2021 เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปีหน้าที่ 20 บาท (DCF, Implied Target PE ที่ 32 เท่า ยังต่ากว่าค่าเฉลี่ยในอดีต) ยังคงคาแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
กรกฏาคม
2020
SC (BUY/21TP: 2.8), คาดงบ 2Q20 แข็งแกร่ง หนุนจากความสำเร็จการขายแนวราบ
(views 32)
ภาพรวม 2Q20 ดูดีกว่าที่เคยประเมิน ยอด Presales ทาสถิติสูงสุดใหม่ +193% Q-Q, +38% Y-Y แตะระดับ 5.8 พันล้านบาท หนุนจากอุปสงค์แนวราบที่แข็งแกร่งท่ามกลาง COVID-19 ทั้งโครงการเดิม และโครงการใหม่ ส่งผลให้แนวโน้มกาไร 2Q20 โดดเด่นสวนทางกลุ่มฯ คาดโต 61% Q-Q และ 71% Y-Y อยู่ที่ 484 ล้านบาท ขณะที่ 2H20 เปิดแนวราบใหม่มากขึ้น +19% H-H ซึ่งเชื่อว่าได้ผลตอบรับดีเช่นกันในฐานะผู้นาตลาดบ้านเดี่ยวระดับบน ทาให้คาดผลประกอบการ 2H20 ยังอยู่ในเกณฑ์ดี เราปรับประมาณการกาไรปี 2020-2021 ขึ้น 5-10% เป็นปีนี้ 1.65 พันล้านบาท -18% Y-Y ดีขึ้นจากเดิมที่คาด -22% Y-Y และ 1.67 พันล้านบาท (+1% Y-Y) ในปีหน้า สะท้อนยอดขายแนวราบที่ดีกว่าคาด เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 2.80 บาท (อิง PER 7x) ขณะที่ราคาหุ้นฟื้นตัว +24% ภายใน 4 เดือนจากระดับต่าสุดในปลายมี.ค.ที่มี COVID-19 ถือว่า Laggard กว่ากลุ่มที่ +44% ซื้อขายบน PE2020-2021 ที่ 5.6x (ค่าเฉลี่ย -1.25SD) และ PBV ต่าเพียง 0.5x (ค่าเฉลี่ย -2.5SD) พร้อมคาดปันผล 7.1% ต่อปี คงคาแนะนาซื้อ ระยะสั้น แนวโน้ม 2Q20 ที่แข็งแกร่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นได้
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2020
OSP (BUY/20TP: 46), คาดกำไร 2Q20 ถูกกระทบจาก CV-19 แต่จะเป็นจุดต่ำสุดของปี
(views 41)
ระยะสั้น แนวโน้มกาไร 2Q20 ถูกกระทบจาก CV-19 ทำให้รายได้เครื่องดื่มชูกาลัง, Personal Care ในประเทศ และเครื่องดื่มชูกำลังในพม่าอ่อนตัวลง มีเพียง C-Vitt ที่น่าจะยังโตได้ต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถชดเชยได้ แต่มองเป็นกำไรต่าสุดของปีนี้ คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 3Q20 และต่อเนื่องใน 4Q20 เพราะเริ่มรับรู้กำลังการผลิตส่วนเพิ่ม +10% - 15% ตั้งแต่เดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งจะรับรู้ได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ 3Q20 เป็นต้นไป และเป็นการผลิต C-Vitt เป็นหลัก และจะเริ่มเดินเครื่องจักรโรงงานเครื่องดื่มที่พม่าช่วงปลายเดือน ก.ค. นี้ ซึ่งจะช่วยหนุนมาร์จิ้นในระยะถัดไป กอปรกับภาษีสรรพสามิต Functional Drink จะลดลงเหลือ 3% จากเดิม 10% ตั้งแต่ 10 ก.ค. เป็นต้นไป คาดกาไร 2H20 จะเด่นกว่า 1H20 ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกาไรสุทธิปี 2020 – 2021 เติบโต 20.8% Y-Y และ 13.3% Y-Y ตามลำดับ และคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 46 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 11.5% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
17
กรกฏาคม
2020
DRT (BUY/20TP: 6.6), คาดงบ 2Q20 โตได้ Q-Q และ Y-Y ท่ามกลาง COVID-19
(views 52)
ปรับขึ้นสูงกว่าระดับปกติ จากการใช้กำลังการผลิตเต็มที่ และ Product Mix ขณะที่คาดยอดขายทรงตัวได้ท่ามกลาง COVID-19 จากช่องทางตัวแทนจำหน่ายที่เติบโตดี ชดเชยผลกระทบจากการปิดสาขาของ Modern Trade และการชะลอตัวของโครงการอสังหาฯ รวมถึงหนุนด้วยการบันทึกกำไรจากการขายที่ดิน เราปรับประมาณการกาไรปกติปี 2020-2021 ขึ้น 7% และ 5% ตามลำดับ จากการปรับเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น เป็นปีนี้ 527 ล้านบาท ทรงตัว Y-Y จากเดิมคาด -6% และปี 2021 คาดโต 4% Y-Y ทาให้เราปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 6.60 บาท แนะนาซื้อ ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2020-2021 ที่ 10x เทียบเท่าค่าเฉลี่ย-1SD พร้อมคาดปันผลสูงเฉลี่ย 7.2% ต่อปี ระยะสั้นมีปัจจัยหนุนจากแนวโน้มงบ 2Q20 ที่โตดี และคาดจ่ายปันผล 1H20 คิดเป็น Yield 4%
อ่านเพิ่มเติม
17
กรกฏาคม
2020
XO (BUY/20TP: 10), คาดกำไร 2Q20 เด่น ได้อานิสงส์จาก CV-19
(views 45)
เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจาก CV-19 จากการที่ผู้บริโภคต้องอยู่บ้านและทำอาหารทานเองมากขึ้น ส่งผลดีต่อมายังสินค้ากลุ่มซอสและน้าจิ้ม ซึ่งลูกค้าหลักคือ ยุโรป ราว 84% ของรายได้รวม และส่วนใหญ่ขายผ่านช่องทาง Modern Trade และขายเป็นสกุลเงินบาทราว 80% จึงไม่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่ผันผวน ปัญหาเดียวตอนนี้คือ ลูกค้าเร่งรับมอบสินค้า จึงคาดกำไร 2Q20 มีลุ้นทาจุดสูงสุดใหม่เติบโตสูงทั้ง Q-Q, Y-Y และคาดกาไรจะน่าจะอ่อนตัวลงใน 2H20 ทั้งตามการกลับมา Reopen ในหลายประเทศ และลดลงตามฤดูกาลด้วย แต่คาดยังเป็นกำไรที่เติบโตสูงจาก 2H19 เพราะฐานต่ามาก ทั้งนี้เราคาดกำไรสุทธิปี 2020 จะกลับมาเติบโตสูง +75% Y-Y และประเมินราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 10 บาท (อิง PE เดิม 20 เท่า) แนะนาซื้อลุ้นกำไร 2Q20 ทำจุดสูงสุดใหม่
อ่านเพิ่มเติม
16
กรกฏาคม
2020
DTAC (BUY/21TP: 50), กำไร 2Q20 ดีกว่าคาด ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”
(views 40)
กำไร 2Q20 ดีกว่าคาดจากการควบคุมต้นทุน DTAC ประกาศกำไรสุทธิ 2Q20 ที่ 1,889 ลบ. +25.8% Q-Q, +20% Y-Y โดยหากตัดรายการพิเศษออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 1,574 ลบ. +14.7% Q-Q, -5.3% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด 40% รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC –3.3% Q-Q, -1.1% Y-Y ใกล้เคียงคาดจากผลกระทบของ COVID-19 แต่ชดเชยได้จากการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่าย SG&A ที่ลดลงถึง -14.5% Q-Q, -10.5% Y-Y ส่งผลให้ EBITDA Margin ในไตรมาสนี้ปรับตัวขึ้นเป็น 42.1% จาก 38.2% และ 38.7% ใน 1Q20 และ 2Q19 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
16
กรกฏาคม
2020
AP (BUY/21TP: 8.5), คาดกำไร 2Q20 แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม
(views 47)
คาดกำไร 2Q20 โตแกร่ง 89% Q-Q และ 140% Y-Y อยู่ที่ 1.17 พันล้านบาท หนุนจากยอดขายแนวราบที่โดดเด่น บวกกับการส่งมอบคอนโด JV ใหม่ต่อเนื่องจากปลาย 1Q20 ทำให้ยอดโอนรวมทั้ง AP และ JV คาดแตะระดับสูงสุดในประวัติการณ์ ขณะที่โมเมนตัมกำไรจะดีขึ้นต่อใน 3Q20 จากการโอนคอนโดใหม่ 2 โครงการ เราปรับประมาณการกำไรปี 2020-21 ขึ้น 13% และ 8% ตามลำดับ เป็นปีนี้ 3.1 พันล้านบาท +2% Y-Y จากเดิมคาด -8% และสวนทางกลุ่มที่ -20% Y-Y ส่วนปี 2021 คาดโตต่อเนื่อง 8% Y-Y อยู่ที่ 3.4 พันล้านบาท เราปรับราคาเหมาะสมปี 2021 ขึ้นเป็น 8.50 บาท โดยปรับ PER ขึ้นจาก 7x เป็น 8x เนื่องจากปี 2021 เข้าสู่ภาวะปกติ และ AP ความสามารถขายและทำกำไรได้เหนือคู่แข่ง ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2020-2021 เฉลี่ย 6.1x หรือค่าเฉลี่ย -1SD และ PBV ต่ำเพียง 0.7x พร้อมคาดผลตอบแทนปันผล 6.5% ต่อปี คงคำแนะนำซื้อ และยังเป็น Top Pick ระยะสั้น แนวโน้ม 2Q20 ที่แข็งแกร่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นได้
อ่านเพิ่มเติม
13
กรกฏาคม
2020
CPF (BUY/20TP: 40), คาดกำไร 2H20 จะกลับมาเด่น หลังราคาเนื้อสัตว์ฟื้นอีกครั้ง
(views 50)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไรปกติ 2Q20 จะอ่อนลง Q-Q เพราะได้รับผลกระทบจาก CV-19 โดยเฉพาะกระทบราคาเนื้อสัตว์ในเดือน เม.ย. และส่งออกไก่แผ่วลงตามการ Lockdown ในญี่ปุ่นและยุโรป ส่วนส่งออกไปจีนยังโตดี และปัจจุบันภายหลังหลายประเทศกลับมา Reopen ทำให้ Demand ฟื้นตัวขึ้น ในขณะที่หลายประเทศประสบปัญหาขาดแคลนผลผลิตหมู เช่น จีน เวียดนาม (ASF กลับมาระบาดอีกครั้ง) ส่งผลให้ราคาหมูทั้งในไทยและเวียดนามปรับตัวสูงขึ้น และเริ่มเห็นหลายประเทศมาติดต่อขอนำเข้าหมูจากไทยมากขึ้น (ทั้งที่อดีตไม่อนุญาตให้นำเข้าหมูจากไทย) นอกจากนี้ เริ่มเห็นราคาไก่ในประเทศกลับมาฟื้นตัวเหนือต้นทุนการเลี้ยงมากขึ้น เราคาดกำไร 3Q20 จะกลับมาตะระดับ 6 พันล้านบาทได้อีกครั้ง และคาดดีต่อเนื่องใน 4Q20 ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2020 – 2021 ขึ้น 8% - 9% เป็นการเติบโต 41.8% Y-Y ในปี 2020 และคาดโต 2.5% Y-Y ในปี 2021 และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2020 ขึ้นเป็น 40 บาท จากเดิม 36 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
13
กรกฏาคม
2020
DELTA (BUY/21TP: 80), Data Center หนุนกำไรฟื้นใน 2Q20 ส่วน EV Car จะดีขึ้นใน 2H20
(views 45)
แนวโน้มกำไร 2Q20 ดูดีกว่าที่เคยคาด น่าจะโตได้ทั้ง Q-Q, Y-Y และอาจเป็นกำไรสูงสุดในรอบ 6 ไตรมาส แม้จะถูกกระทบจาก CV-19 แต่สินค้ากลุ่ม Data Center เติบโตได้ดีกว่าคาด และเป็นกลุ่มที่มาร์จิ้นดี สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของสินค้ากลุ่มอื่นได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่มาร์จิ้นต่ำอย่าง Telecom ในประเทศอินเดีย จึงคาดรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้จะเติบโตเพิ่มขึ้นได้ ในขณะที่แนวโน้มกำไรใน 2H20 ยังดูดีขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดเริ่มเห็นคำสั่งซื้อลูกค้ากลุ่ม EV Car ทยอยเพิ่มขึ้น คาดจะ +20% - 30% จาก 1H20 จากแนวโน้มกำไรที่ดีกว่าคาด เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2020 – 2021 ขึ้น 20% - 25% เป็นการเติบโต 31.7% - 35.9% ตามลำดับ และ Re-rate PE ขึ้นเล็กน้อยเป็น 18 เท่า ให้เท่ากับค่าเฉลี่ย และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 80 บาท จึงแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
13
กรกฏาคม
2020
TU (BUY/20TP: 18), คาดกำไร 2Q20 ยังโตได้ แม้ Red Lobster จะขาดทุนหนัก
(views 37)
คาดกำไร 2Q20 จะยังเติบโต Q-Q ได้ แม้จะถูกกระทบจาก CV-19 ทำให้ Red Lobster ประสบผลขาดทุนหนัก แต่ด้วย Operation หลักของ TU เอง ที่ทำได้ดีมาก รายได้ Ambient แม้จะเริ่มชะลอความร้อนแรง แต่ยังเติบโตได้ ส่วนธุรกิจ Frozen ก็ทยอยฟื้นตัวเป็นลำดับ ในขณะที่ Product Mix ยังดีต่อ และต้นทุนปลาทูน่ายังเอื้อต่อธุรกิจ คาดอัตรากำไรขั้นต้นจะขยับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ได้ ส่วนธุรกิจ Red Lobster แม้จะขาดทุนมากขึ้น แต่อาจมีการกลับรายการภาษี เข้ามาช่วยลดผลกระทบเป็นขาดทุนน้อยลง รวมถึงค่าใช้จ่ายพิเศษจากโรงงานที่แคนาดาไฟไหม้ และการปิดโรงงานปูในไทย ก็ไม่มากอย่างที่เคยคาด ถือว่าภาพรวมกำไรใน 2Q20 ค่อนข้างดีและใกล้เคียงกับช่วงก่อนมี CV-19 และแนวโน้มน่าจะฟื้นต่อเนื่องใน 2H20 จาก CV-19 ที่คลี่คลาย เราปรับกำไรปกติปีนี้ขึ้น 19% เป็นการเติบโต 9.4% Y-Y จากเดิมคาดลดลง -8.4% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 18 บาท จากเดิม 15.5 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
13
กรกฏาคม
2020
TRUE (HOLD/20TP: 3.7), คาด 2Q20 ยังขาดทุน ลดคำแนะนำเป็น “ถือ”
(views 38)
เราคาดว่า TRUE จะรายงานผลขาดทุนปกติใน 2Q20 ที่ 703 ลบ. แต่จะบันทึกกำไรพิเศษจากการขาย DIF ราว 1,800 ลบ. ทำให้กำไรสุทธิเป็นบวก 1,097 ลบ. ธุรกิจโดยรวมได้รับผลกระทบจาก COVID-19 แต่ยังดีกว่าคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม เราปรับประมาณการปี 2020 ลงเป็นขาดทุน 1,101 ลบ. จากแนวโน้มการดำเนินงานที่อ่อนแอกว่าคาด ขณะทีปี 2021 คาดว่าจะพลิกมามีกำไรได้เล็กน้อย 133 ลบ. ปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 3.70 บาท ซึ่งมี Upside ค่อนข้างจำกัด จึงปรับลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ” และชอบ ADVANC มากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
10
กรกฏาคม
2020
M (BUY/21TP: 71), คาด 2Q20 ขาดทุน แต่จะเป็นจุดต่ำสุดของปี
(views 47)
ระยะสั้น คาดผลการดำเนินงาน 2Q20 พลิกเป็นขาดทุน ด้วยผลของการปิดสาขาราวเดือนครึ่ง และถึงแม้จะกลับมา Reopen ตั้งแต่ 17 พ.ค. แต่ในช่วงแรกยังมีมาตรการ Social Distancing ที่เข้มงวด ทำให้ SSSG ทั้งไตรมาสคาดติดลบราว -51% - 65% Y-Y สำหรับทั้ง 3 แบรนด์ ในขณะที่การลดลงของค่าใช้จ่ายได้บางส่วนทั้งค่าเช่า และค่าแรง ยังไม่สามารถหักล้างการลดลงของรายได้ได้ทั้งหมด แต่ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ คาด SSSG จะกลับมาฟื้นตัวใน 3Q20 เป็นตัวเลขที่ติดลบน้อยลง แต่การกลับมาเปิดสาขาอีกครั้ง ยังไงก็ดีกว่าปิด จึงคาด 3Q20 จะพลิกกลับมามีกำไรได้อีกครั้ง และดีขึ้นต่อเนื่องใน 4Q20 ก่อนจะกลับมาใกล้เคียงอดีตในปี 2021 ภายใต้สมมติฐานว่า CV-19 จบลง เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2020 ไว้ที่ 1 พันล้านบาท (-58.7% Y-Y) ต่ำสุดในรอบ 10 ปี และคาดกลับมาโต +144.4% Y-Y เป็น 2.6 พันล้านบาทในปี 2021 สำหรับปีนี้ เราคาดบริษัทอาจไม่จ่ายปันผลระหว่างกาลงวด 1H20 (ปกติจ่ายปีละ 2 ครั้ง) เพื่อรักษาสภาพคล่อง และคาดจ่ายปันผลสำหรับงวดปีน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ทั้งนี้ฐานะทางการเงินของบริษัทค่อนข้างแข็งแกร่ง จากเงินสดและสินทรัพย์ที่ใกล้เคียงเงินสดในมือสิ้น 1Q20 ที่ราว 7.6 พันล้านบาท และปัจจุบันยังไม่มีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินแต่อย่างใด (Net Cash) ยังคงราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 71 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) ยังมี Upside 23.5% แนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
09
กรกฏาคม
2020
BCH (BUY/21TP: 17.5), โรงพยาบาลที่คาดมีกำไร 2Q20 แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม
(views 53)
เราคาดกำไรปกติ 2Q20 ของ BCH +4.1% Q-Q, +3% Y-Y แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มการแพทย์ โดยได้ปัจจัยบวกจากทั้งการปรับเพิ่มเงินของประกันสังคมตั้งแต่ต้นปี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้จากการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ซึ่งชดเชยรายได้ผู้ป่วยไทยและต่างชาติที่หดตัวได้ ขณะที่แนวโน้ม 2H20 คาดว่าจะทยอยฟื้นตัวตามการคลาย Lockdown และได้อานิสงส์จากมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และการขออนุญาตให้บริการ Alternative Hospital Quarantine ทำให้ประมาณการกำไรปกติปี 2020-2021 ที่คาด +2.1% Y-Y และ +9.4% Y-Y อาจมี Upside เราปรับใช้ราคาเหมาะสมของ BCH เป็นปี 2021 ที่ 17.50 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” และยังเป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
08
กรกฏาคม
2020
TKN (BUY/21TP: 12), ตลาดจีนกลับมาฟื้นตัวใน 2Q20 และน่าจะดีต่อเนื่องใน 2H20
(views 53)
แม้ถูกกระทบจาก CV-19 ทำให้รายได้ในประเทศที่พึ่งพิงนักท่องเที่ยงลดลงพอควร แต่การกลับมา Reopen ทำให้ตลาดจีนเริ่มสดใสอีกครั้ง ส่งผลให้รายได้รวมใน 2Q20 ถูกกระทบไม่มาก และบริษัทได้เน้นลดค่าใช้จ่ายอย่างหนัก เพื่อรักษาสภาพคล่องและให้เหมาะสมกับสถานการณ์ จึงคาดค่าใช้จ่ายจะลดลง จนทำให้กำไรในไตรมาสนี้โต Q-Q ได้ และลดลงไม่มาก Y-Y และคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 2H20 ภายหลัง CV-19 คลี่คลาย ล่าสุดรายได้ส่งออกไปจีนเริ่มขยับขึ้นใกล้ระดับปกติอีกครั้ง ส่วนตลาดในประเทศ แม้นักท่องเที่ยวยังไม่กลับมาเร็ว แต่บริษัทได้ปรับกลยุทธ์หันมาเน้นลูกค้าคนไทยมากขึ้น รวมถึงการเริ่มรุกตลาดต่างประเทศอื่น เช่น เกาหลีใต้ รัสเซีย และอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรใหม่เพื่อขยายตลาดอเมริกาเหนือและยุโรปในระยะถัดไป และจะรับรู้ต้นทุนสาหร่ายล็อตใหม่ที่ถูกลงได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ 3Q20 เป็นต้นไป เราคาดกำไรปกติปี 2020 – 2021 จะเติบโต 16.4% Y-Y (แม้ปีนี้มี CV-19 แต่ยังโตได้เพราะฐานต่ำในปีก่อน) และ 28.6% Y-Y ตามลำดับ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 12 บาท (ปรับใช้ PE เฉลี่ยในอดีตที่ 28 เท่า จากเดิม 25 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
07
กรกฏาคม
2020
HMPRO (HOLD/21TP: 17), คาดกำไรลงแรงใน 2Q20 และจะกลับมาฟื้นตัวใน 2H20
(views 45)
คาดกำไร 2Q20 จะลดลง -40% Q-Q, -50.2% Y-Y เพราะถูกปิดสาขาไปราว 80% ราวเดือนครึ่ง ทำให้ SSSG ติดลบหนักสุดในเดือน เม.ย. -50% Y-Y และหลัง Reopen รายได้กลับมาฟื้นตัวอย่างโดดเด่นจน SSSG พลิกกลับมาเป็นบวกตั้งแต่ครึ่งเดือนหลังของ พ.ค. และต่อเนื่องมาในเดือน มิ.ย. ทำให้เฉลี่ย 2Q20 ติดลบราว -19% Y-Y กอปรกับค่าเช่าปรับลดลงจากการ Waive และให้ส่วนลดผู้เช่า และคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวในช่วง 2H20 จากทั้ง 1) การฟื้นตัว SSSG หลัง CV-19 2) ค่าเช่ากลับมาฟื้นตัว 3) กลับมาจัดงาน Homepro Fair ในเดือน ก.ค. และงาน Homepro Expo ในเดือน พ.ย. เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2020 ขึ้น 4% เป็นกำไรที่ลดลง -22.4% Y-Y และกลับมาเติบโตในปี 2021 ราว +32.5% Y-Y เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 17 บาท (DCF) มี Upside เพียง 6.3% Y-Y ราคาหุ้นปรับขึ้นสะท้อนการ Reopen ไปพอสมควร จนปัจจุบันเทรดอยู่ที่ Forward PE ปี 2020 – 2021 เท่ากับ 43.9 เท่า และ 33.1 เท่า ตามลำดับ แพงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตของตัวเองและของกลุ่มที่ 35 เท่า และ 32 เท่า ตามลำดับ จึงแนะนำ ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
02
กรกฏาคม
2020
ADVANC (BUY/20TP: 210), คาดกำไร 2Q20 หดตัวแรง แต่ยังเป็น Top Pick
(views 51)
เราคาดกำไรปกติ 2Q20 ของ ADVANC -16.3% Q-Q, -24.9% Y-Y โดยได้รับผลกระทบเชิงลบจาก COVID-19 ที่ส่งผลให้เศรษฐกิจและกำลังซื้อหดตัว แต่คาดว่าจะเป็นจุดต่ำสุดและทยอยฟื้นตัวในช่วง 2H20 จากการคลาย Lockdown รวมถึงการแข่งขันที่ลดความรุนแรงลง โดยเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 หดตัว -10.5% Y-Y อย่างไรก็ตาม เรายังชอบ ADVANC มากที่สุดในกลุ่มทั้งด้านความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน ความสามารถในการแข่งขันที่สูงจากปริมาณคลื่นในมือที่พร้อม รวมถึงการเปิดตัว 5G ที่ช่วยเสริม Perception ที่ดี เรายังคงราคาเหมาะสมที่ 210 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
26
มิถุนายน
2020
CPALL (HOLD/20TP: 71), แม้ไม่ถูกปิดสาขา แต่ได้รับผลกระทบพอสมควร
(views 80)
แนวโน้มกำไร 2Q20 ถูกกระทบจาก CV-19 มากกว่าที่เคยคาด แม้ไม่ถูกปิดสาขาในเดือน เม.ย. เหมือนห้างสรรพสินค้า แต่ด้วยปัจจัยลบหลายรายการทั้ง เคอร์ฟิว, การห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์, นักท่องเที่ยวลดลง, สาขาที่อยู่ใกล้โรงเรียน โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน และที่ตั้งในปั้มน้ำมันถูกกระทบจากมาตรการ Lockdown จึงคาด SSSG 2Q20 ของ 7-11 จะติดลบมากขึ้นเป็น -16% Y-Y จาก -4% Y-Y ใน 1Q20 เช่นเดียวกับ MAKRO ที่คาด SSSG จะพลิกเป็น -3% Y-Y จาก +7% Y-Y ใน 1Q20 เพราะถูกกระทบจากการปิดพื้นที่ขายสินค้า Non-Food และการห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์ ในขณะที่ CPALL มีค่าใช้จ่ายคงที่และดอกเบี้ยจ่ายค่อนข้างสูง จึงคาดกำไรสุทธิรวม 2Q20 จะลดลงราว -35.1% Q-Q, -23.5% Y-Y มาอยู่ที่ 3.67 พันล้านบาท ต่ำกว่าปกติที่ทำได้ไตรมาสละ 5-6 พันล้านบาท และอาจเป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 20 ไตรมาส และคาดกำไรจะกลับมาฟื้นในช่วง 2H20 ส่วนการรวม Tesco คาดเกิดขึ้นอย่างเร็วในช่วงปลาย 4Q20 ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนขออนุมัติจากกรมแข่งขันทางการค้า ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 – 2021 ลง 3.8% - 9% เป็นกำไรที่ -7.5% Y-Y ในปี 2019 และ +15.4% ในปี 2020 โดยรวมผลกระทบของ CV-19 ในปีนี้ และค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าส่วนแบ่งกำไรของ Tesco ในปีหน้า และปรับลดราคาเป้าหมายปี 2020 ลงเป็น 71 บาท จากเดิม 78 บาท แนะนำชะลอการลงทุน จากแนวโน้มกำไร 2Q20 ที่ต่ำกว่าที่เคยคาด รอซื้อลงทุนหลังประกาศงบ 2Q20 เพราะราคาเป้าหมายปีหน้าอยู่ที่ 83 บาท (DCF)
อ่านเพิ่มเติม
26
มิถุนายน
2020
ITEL (BUY/20TP: 3.6), กำไรปีนี้ไม่หดตัวอย่างที่เคยคาดเพราะตุนงานในมือจำนวนมาก
(views 58)
สถานการณ์หลังจาก Reopen ธุรกิจกลับมาเป็นปกติ งานติดตั้งสามารถเข้าทำงานในพื้นที่ได้ งานประมูลทำได้ราบรื่นขึ้น และในช่วงที่ผ่านมา ITEL ชนะงานประมูลรวมกว่า 450 ล้านบาท เริ่มรับรู้รายได้บางส่วนในปีนี้ เราจึงปรับประมาณการกำไรปี 2020 ขึ้น 7% เป็น 179 ล้านบาท ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนซึ่งถือว่าดีมาก และปรับกำไรปี 2021 ขึ้น 14% เป็นโตเร่งตัว +15% Y-Y ปรับ Target PE ขึ้นเป็น 20 เท่า (เดิม 17 เท่า) จากอุตสาหกรรมที่เข้าสู่ช่วงเติบโต ราคาเป้าหมายจึงถูกปรับขึ้นเป็น 3.60 บาท บริษัทเตรียมออก ITEL-W2 ราคาใช้สิทธิ 3 บาทต่อหุ้น (รอประชุมผู้ถือหุ้น) หากมีการใช้สิทธิ จะช่วยสภาพคล่องให้ดีขึ้น ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
มิถุนายน
2020
DTAC (HOLD/20TP: 45), คาดกำไร 2Q20 ไม่สดใส//เปิดตัว 5G ช้าเป็นลบต่อ Perception
(views 45)
เราคาดกำไรปกติ 2Q20 ของ DTAC -20.8% Q-Q, -39.1% Y-Y โดยถูกกระทบจาก COVID-19 ทำให้รายได้หดตัวในขณะที่ฝั่งต้นทุนที่ลดลงชดเชยได้ไม่ทั้งหมด นอกจากนี้เรามองว่าการเปิดตัว 5G ของ DTAC ที่ช้ากว่าคู่แข่งจะส่งผลลบในแง่ Perception ในสายตาผู้บริโภคและอาจเป็นความเสี่ยงในการสูญเสียลูกค้าซึ่งเป็น Downside ต่อประมาณการปัจจุบันที่คาดกำไรปกติปี 2020 หดตัว -13% Y-Y เรายังคงราคาเหมาะสมของ DTAC ที่ 45 บาท และแนะนำเพียง “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
24
มิถุนายน
2020
DOHOME (BUY/21TP: 13), น้องใหม่ไฉไลในกลุ่ม Home Improvement
(views 97)
เราเริ่มต้นคำแนะนำ ซื้อ สำหรับ DOHOME ด้วยราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 13 บาท (DCF) ภายหลังระดมทุน IPO ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดด้านเงินทุน ทำให้บริษัทสามารถขยายสาขาได้เพิ่มมากขึ้นทั้งขนาดใหญ่และเล็ก จากปัจจุบันที่มีเพียง 16 แห่ง คาดจะเพิ่มเป็น 28 แห่ง, 51 แห่ง และ 64 แห่ง ในปี 2020 – 2022 ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตของรายได้ได้มากขึ้น จากในอดีตที่แทบไม่มีการเติบโตในแต่ละ และพึ่งพิงรายได้เพียงไม่กี่สาขา นอกจากนี้ยังมีเป้าเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ซึ่งที่ผ่านมาทำได้ดีอยู่ที่ 16% ในปี 2019 เพิ่มจาก 14% ก่อน IPO และมีแผนเพิ่มเป็น 20% ภายในปี 2022 ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นปีละ 20-30 bps ทั้งนี้เราคาดอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2020 จะลดลง -6.8% Y-Y จากผลกระทบ CV-19 และคาดกลับมาโตราว 25.8% ในปี 2021 คาดอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2021 – 2023 จะโตเฉลี่ย 14.4% CAGR
อ่านเพิ่มเติม
15
มิถุนายน
2020
CK (BUY/20TP: 22), ลุ้นรับงานเข้ามาเติมใน 2H20
(views 62)
การแพร่ระบาด COVID-19 ไม่กระทบงานก่อสร้าง แต่กดดันบริษัทร่วมอยย่าง BEM ทำให้แนวโน้ม 2Q20 คาดอ่อนลง Y-Y แต่ดีขึ้นจาก 1Q20 ที่ขาดทุน 112 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้เงินปันผลของ TTW ขณะที่ 2H20 คาดงานภาครัฐถูกขับเคลื่อนมากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดย CK มีศักยภาพทั้งเป็นผู้เข้าร่วมประมูลเอง รวมถึง Sub-contract จาก BEM และ CKP เป็นบวกต่อการเติม Backlog หนุนรายได้ตั้งแต่ปี 2021 ต่อเนื่องไปอีก 6 ปีข้างหน้า และยืนยันการเข้าสู่ S-Curve รอบใหม่ ไฮไลท์ของปีคือรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่ง BEM เป็นตัวเต็ง และมีแต้มต่อคู่แข่ง หากชนะประมูลจะเติมงานให้ CK ราว 1.2 แสนล้านบาท หนุนให้ Backlog ปลายปีนี้แตะระดับมากกว่าแสนล้านบาทอีกครั้งในรอบ 6 ปี และปลดล็อกความกังวลในประเด็นงานในมือระดับต่ำได้ทันที เราคงราคาเหมาะสม 22 บาท แนะนำสะสม ระยะสั้น แนะติดตามการขาย TOR รถไฟฟ้าสายสีส้มในเดือนมิ.ย.-ก.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
15
มิถุนายน
2020
PLANB (BUY/21TP: 7.1), กำไรปกติ 1Q20 ลดลงใกล้คาด และจะต่ำสุดใน 2Q20
(views 57)
กำไรปกติ 1Q20 ลดลง 57.0% Q-Q, 37.9% Y-Y ใกล้เคียงเราและตลาดคาด กำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 84 ล้านบาท ลดลง 62.4% Q-Q, 45.8% Y-Y หากไม่รวมผลกระทบจากมาตรฐานบัญชี TFRS16 จำนวน 12 ล้านบาท เป็นกำไรปกติ 96 ล้านบาท ลดลง 57.0% Q-Q, 37.9% Y-Y ใกล้เคียงเราและตลาดคาด จากรายได้ลดลงตามฤดูกาล กำลังซื้ออ่อนแอ และได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ตั้งแต่เดือนหลังของไตรมาส โดยอัตราการใช้สื่อ (U-Rate) ที่ 60% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 77% และ 1Q19 ที่ 67% และรายได้ธุรกิจสื่อดนตรีและกีฬา (Engagement Marketing คือ iAM (เดิม BNK 48) และการบริหารสื่อจากสมาคมฟุตบอล) ลดลง 53.9% Y-Y โดยงดจัดแข่งฟุตบอลตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.
อ่านเพิ่มเติม
12
มิถุนายน
2020
ICHI (BUY/20TP: 8.5), แนวโน้มกำไร 2Q20 ดูดีกว่าที่เคยคาด แม้โดนกระทบจาก CV-19
(views 72)
แม้ 2Q20 ได้รับผลกระทบจาก CV-19 คาดรายได้จะอ่อนตัวลงทั้งในไทยและส่งออก แต่ด้วยการควบคุมต้นทุน และลดค่าใช้จ่ายทางการตลาดอย่างมาก ทำให้สามารถชดเชยการลดลงของรายได้ได้ จึงคาดกำไร 2Q20 ดูดีกว่าที่เคยคาดไว้ อาจลดลง Q-Q แต่ยังโตเล็กน้อย Y-Y และคาดกำไรในช่วง 2H20 จะยังเติบโตได้ดี Y-Y จากทั้งการคลี่คลายของ CV-19 และการออกสินค้าใหม่ในกลุ่ม Functional Drink หากประสบความสำเร็จได้ตามแผน อาจทำให้กำไร 2H20 ไม่ลดลงจาก 1H20 ก็เป็นได้ ซึ่งจะสวนทางฤดูกาลปกติที่กำไร 2H มักลดลงจาก 1H นอกจากนี้บริษัทยังมีการเน้นการทำตลาดต่างประเทศมากขึ้น ทั้งตลาดอินโดนีเซีย ที่ปีนี้จะเป็นปีแรกที่มีส่วนแบ่งพลิกเป็นกำไร และอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรรายใหม่ในพม่า จากแนวโน้มกำไร 2Q20 และต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี ดูดีกว่าที่เคยคาดไว้ เราจึงปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2020 ขึ้น 18% เป็นเติบโต 28.8% Y-Y และคาดโตต่อเนื่องราว 10.4% Y-Y ในปีหน้า เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 8.5 บาท (อิง PE 21 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ยกลุ่มเครื่องดื่มไม่รวม Energy Drink) ยังมี Upside 20.6% แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
มิถุนายน
2020
TACC (BUY/20TP: 5.8), แนวโน้มกำไร 2Q20 ดูดีกว่าที่เคยคาด และน่าจะดีต่อใน 2H20
(views 72)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ แม้จะได้รับผลกระทบจาก CV-19 ทำให้รายได้ปรับลดลง แต่บริษัทได้บริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึง Product Mix จากการออกเครื่องดื่มขนาดใหม่ใน All Cafe ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นได้ดี จนสามารถหักล้างการปรับลงของรายได้ได้ทั้งหมด จึงคาดกำไร 2Q20 จะยังทรงตัวได้ทั้ง Q-Q, Y-Y ถือว่าค่อนข้างดี และคาดแนวโน้มกำไร 2H20 จะยังดีต่อเนื่อง ภายหลังสถานการณ์ CV-19 คลี่คลาย ทั้งนี้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ขึ้น 7.8% เป็นการเติบโต 1.6% Y-Y ดีกว่าเดิมที่คาดว่าจะลดลง -5.6% Y-Y และคาดจะโตต่อเนื่องในปี 2021 ราว 12% Y-Y โดยประมาณการกำไรปีหน้าของเราถือว่ามี Upside จากการเป็น Supplier ให้กับร้าน 7-11 ในกัมพูชา รวมถึงการได้อานิสงส์จากการมีช่องทางการขยายมากขึ้น ภายหลังกลุ่ม CP เข้าซื้อ Tesco Lotus แล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้ จากการปรับเพิ่มกำไร นำไปสู่การปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 5.8 บาท จากเดิม 5.2 บาท (อิง PE เดิม 21 เท่า) ยังมี Upside 22.4% เราชอบในความแข็งแกร่งของบริษัทจากการช่องทางการขายจำนวนมาก และมีพันธมิตรที่ดี รวมถึงมีความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจค่อนข้างสูง คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
มิถุนายน
2020
LOXLEY (BUY/20TP: 1.8), ปรับเพิ่มกำไรปี 2020-21 การปรับโครงสร้างองค์กรเริ่มเห็น
(views 61)
ธุรกิจของ LOXLEY ใน 1Q20 ได้รับผลกระทบจำกัดมากจาก COVID-19 ประกอบกับการปรับโครงสร้างองค์กรในช่วงที่ผ่านมาเริ่มเห็นผล สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ปรับลงเป็น 13.2% จากค่าเฉลี่ยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาที่ 17% และผลประกอบการที่ดีขึ้นต่อเนื่องของบริษัทร่วม ทำให้กำไรปกติ +65% Y-Y แต่ -21% Q-Q ตามฤดูกาล สำหรับ 2Q20 คาดธุรกิจส่วนใหญ่ถูกกระทบมากขึ้นจาก COVID-19 แต่เชื่อว่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี อย่างไรก็ตาม เราปรับประมาณการกำไรปี 2020-2021 ขึ้น 147% และ 26% เป็น 213 ล้านบาท และ 244 ล้านบาท ตามลำดับ จากการปรับลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และปรับเพิ่มส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม ราคาเป้าหมายปี 2020 ซึ่งอิง PBV ระดับเดิมที่ 0.8 เท่า (-1SD ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 20 ปี) ปรับเพิ่มจาก 1.70 บาทเป็น 1.80 บาท มี upside 14.6% จากราคาหุ้นปัจจุบัน และคาดการณ์ปันผลตอบแทนเฉลี่ยกว่า 3.0% ต่อปี ราคาหุ้นปัจจุบันมี PBV เพียง 0.7 เท่า ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
มิถุนายน
2020
BEM (HOLD/20TP: 10.5), ผ่านจุดต่ำสุดแล้วในเม.ย. จับตาเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายใหม่
(views 54)
สถิติผู้ใช้บริการทางด่วนและรถไฟฟ้าเดือนพ.ค.ยืนยันการ Bottom Out ในเดือนเม.ย. โดยทางด่วนฟื้นตัวเร็วกลับสู่ระดับที่ใกล้เคียงปกติ ขณะที่รถไฟฟ้าฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และช้ากว่าทางด่วน จากผลของมาตรการ Social Distancing แม้ระยะสั้นจะสะดุดจากผลกระทบ COVID-19 แต่พื้นฐานระยะยาวยังแข็งแกร่ง ทั้งทางด่วนที่เป็น Cash Cow และรถไฟฟ้า ซึ่งจะเป็น Key Driver ของรายได้ในระยะถัดไป หนุนจากการเปิดสายสีน้ำเงินครบเส้น รวมถึงการเข้าร่วมประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม และสายสีม่วง ซึ่ง BEM มีแต้มต่อคู่แข่งรายอื่น และเป็น Upside Risk ที่ยังไม่รวมในประมาณการ เราคงราคาเหมาะสม 10.50 บาท ราคาหุ้นฟื้นตัว 30% ภายใน 2 เดือน เทียบกับ SET +24% หลังมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุม ทำให้มี Upside ต่ำกว่า 10% จึงปรับคำแนะนำเป็นซื้อเมื่ออ่อนตัว อย่างไรก็ดี ระยะสั้น แนะติดตามการเปิดขาย TOR รถไฟฟ้าสายสีส้มในเดือนมิ.ย.-ก.ค.นี้ หากเปิดประมูลได้ คาดเป็น Catalyst หนุนราคาหุ้นได้
อ่านเพิ่มเติม
10
มิถุนายน
2020
OISHI (HOLD/21TP: 46), ราคาหุ้นปรับขึ้นสะท้อนการ Reopen ไปบ้างแล้ว แนะนำ ถือ
(views 46)
แนวโน้มผลการดำเนินงานใน 3Q20 (เดือน เม.ย. – มิ.ย.) นั้น ฟื้นตัวช้ากว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้า และอาจพลิกเป็นขาดทุน เพราะถูกปิดสาขาร้านอาหารเต็มเดือนใน เม.ย. และครึ่งเดือนแรกของ พ.ค. แม้รายได้จาก Take Home และ Delivery จะมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น แต่สัดส่วนรายได้ยังน้อย ไม่ถึง 10% ของรายได้รวม จึงยังไม่สามารถชดเชยรายได้หน้าร้านได้ทั้งหมด เราคาด SSSG ในเดือน เม.ย. – พ.ค. จะติดลบมากขึ้นเป็น -75% - 80% Y-Y หลังจากนั้นแม้จะกลับมา Reopen อีกครั้งตั้งแต่ 17 พ.ค. เป็นต้นมา แต่ด้วยมาตรการ Social Distancing ทำให้ผู้บริโภคยังไม่กลับมาทานอาหารในร้านกันอย่างปกติ (คาด Capacity ร้านอาหารจะถูกใช้เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น)
อ่านเพิ่มเติม
09
มิถุนายน
2020
TWPC (SELL/20TP: 2.86), กำไรพิเศษ หนุนกำไรสุทธิ 1Q20 ราคาหุ้นเต็มมูลค่า
(views 47)
กำไรสุทธิใน 1Q20 ลดลง 9.4% Y-Y หากไม่รวมกำไรพิเศษ กำไรปกติจากการดำเนินงานลดลง 52.8% Y-Y ตามยอดขายผลิตภัณฑ์หลักแป้งมันสำปะหลังลดลง ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ Covid-19 ตั้งแต่กลางไตรมาส และมีผลต่อเนื่องในต้น 2Q20 กอปรกับเป็นช่วง Low season ทำให้แนวโน้มกำไรปกติ 2Q20 ยังไม่สดใส คาดการฟื้นตัวมากขึ้นไตรมาสสุดท้ายตามฤดูกาล คงประมาณการกำไรปกติทั้งปีและราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 2.86 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันเต็มมูลค่า ปรับคำแนะนำลงเป็น ขาย จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
08
มิถุนายน
2020
SAPPE (BUY/12M TP: 22), มองผ่านกำไรต่ำสุดปีนี้ใน 2Q20 และจะฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q20
(views 54)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แนวโน้ม 2Q20 ไม่สดใส เพราะได้รับผลกระทบจาก CV-19 ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่มีการ Lockdown และท่าเรือถูกปิดชั่วคราว คาดกำไร 2Q20 จะลดลงมากขึ้นทั้ง Q-Q, Y-Y แต่มองเป็นจุดต่ำสุดของปี เพราะปัจจุบันสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย และคำสั่งซื้อเริ่มฟื้นตัวอีกครั้งภายหลัง Reopen นอกจากนี้บริษัทยังมีการออกสินค้าเดิม ขนาดใหม่เพื่อเน้นลูกค้ากลุ่ม Mass, เริ่มขาย B’LUE ในตลาดกัมพูชาและลาว รวมถึงยังมีแผนออกสินค้าใหม่ในช่วงที่เหลือของปีทั้งแบรนด์ SAPPE และแบรนด์ร่วมกับ Danone ในส่วนของภาษีสรรพสามิตน่าจะปรับลดลงตั้งแต่ 3Q20 เป็นต้นไป เพราะปัจจุบันปรับสูตรเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างเจรจาดำเนินเรื่องลดภาษีกับทางภาครัฐ ทั้งนี้ด้วยผลของ CV-19 เราจึงปรับลดกำไรปกติปี 2020 ลง 7% เป็นกำไรที่ลดลง -14.3% Y-Y และคาดกลับมาโต 31.2% ในปี 2021 ทั้งนี้เรามองผ่านกำไรต่ำสุดปีนี้ใน 2Q20 เราจึงปรับใช้ราคาเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้า เป็นกลางปี 2021 ที่ 22 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) ยังมี Upside 25% ราคาหุ้นยัง Laggard มาก +22% นับตั้งแต่ Lockdown ในไทยในเดือน มี.ค. เทียบกับกลุ่มเครื่องดื่มที่เฉลี่ยปรับขึ้นมาแล้วราว 45% จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
มิถุนายน
2020
SFLEX (BUY/20TP: 11), เติบโตได้อีกไกลจากความต้องการบรรจุภัณฑ์ในตลาดอาหาร
(views 58)
เราปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของรายได้และกำไรในระยะยาวปี 2021-2024 เป็นเฉลี่ย 9.7% และ 11.5% CAGR ตามลำดับ จากเดิม 8.4% และ 9.2% ตามลำดับ จากตลาดบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนที่เติบโตอย่างรวดเร็วตามความต้องการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และด้วยมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ร่วมกับประสบการณ์ในธุรกิจ เชื่อว่าบริษัทจะประสบความสำเร็จในตลาดกลุ่ม Food product ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูง ได้ไม่ยากซึ่งจะส่งผลบวกต่ออัตรากำไรด้วย เราคาดว่า SFLEX จะสามารถเพิ่มสัดส่วนลูกค้ากลุ่ม Food จากปัจจุบันที่ 20% ของรายได้เป็น 40% ภายใน 5 ปี ปรับราคาเป้าหมายปี 2020 ขึ้นเป็น 11 บาทจากเดิม 7 บาท (DCF, WACC 6.4% TG 3%) เป้าใหม่คิดเป็น Implied PE ปีนี้ 30 เท่าและปีหน้า 25 เท่า ไม่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับกลุ่มค้าปลีกที่ 28-32 เท่าซึ่งเป็นตลาดหลักของ SFLEX และใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของผู้ประกอบการในต่างประเทศที่มีธุรกิจคล้ายคลึงกันเช่น Amcor และ Huhtamaki คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
มิถุนายน
2020
S11 (BUY/20TP: 7.8), ปรับประมาณการกำไรปี 2020 ลงสะท้อนภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
(views 50)
S11 รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ลดลง 17.4%Q-Q, 18.1%Y-Y จากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯเพิ่มขึ้น ขณะที่สินเชื่อและรายได้ยังเติบโตได้ตามเป้าหมาย ขณะที่แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q20 ยังคาดชะลอตัวต่อเนื่องราว 27%Q-Q และ 37%Y-Y มาอยู่ที่ราว 80 ลบ. คาดว่าสินเชื่อจะทรงตัวหรือมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากการ Lockdown ประเทศที่เกิดขึ้นในเดือนเม.ย.-พ.ค. ซึ่งทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้คาดการเก็บหนี้จะทำได้ยากขึ้นเนื่องจากหลายสถานที่ปิดทำการ และมีฐานลูกค้าบางกลุ่มขาดรายได้ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง ส่งผลต่อคาดการณ์การตั้งสำรองฯและด้อยค่าสินทรัพย์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน นำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลง 25% มาอยู่ที่ 439 ลบ. ลดลง 17%Y-Y และปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 7.80 บาท อิง PER 10.85 เท่า ยังมี upside ถึง 30% จากราคาหุ้นปัจจุบัน อีกทั้งคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 6% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
มิถุนายน
2020
VGI (HOLD/21TP: 8), ปรับลดประมาณการปีนี้ แต่คงคาดการฟื้นตัวแรงปีถัดไป
(views 46)
ผู้บริหารมองการฟื้นตัวของสื่อนอกบ้านจากสถานการณ์ Covid-19 แบบค่อยเป็นค่อยไป และจะฟื้นชัดเจนขึ้นช่วง 3Q21 (ต.ค.-ธ.ค.20) เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2021 (สิ้นสุดเดือน มี.ค. 2021) ลง 29% จากเดิม 1.07 พันล้านบาท เป็น 761 ล้านบาท -44.4% Y-Y สะท้อนผลกระทบของ Covid-19 ใน 1Q20 ที่จะหนักสุดและเป็นกำไรต่ำสุดของปี การฟื้นตัวใช้เวลานานกว่าเคยคาด แม้จะมีรายได้ Digital service ที่แข็งแกร่งตามการใช้สื่อออนไลน์มากขึ้น และผลการดำเนินงานด้าน Logistic ผ่าน Kerry ที่โตดี ช่วยชดเชยแล้วก็ตาม แต่คงประมาณการกำไรปกติปี 2022 (สิ้นสุดเดือน มี.ค. 2022) ตามเดิม เป็นกำไรฟื้นตัวแรงเท่าตัว +100.3% Y-Y ราคาเป้าหมายปี 2021 (สิ้นสุด มี.ค. 2021) ใกล้เคียงเดิมที่ 8 บาท บริษัทยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง D/E ต่ำเพียง 0.3 เท่า คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
01
มิถุนายน
2020
M (BUY/21TP: 71), สถานการณ์เริ่มดูดีขึ้น คาดจะพลิกมีกำไรใน 3Q20
(views 56)
มาตรการเริ่มผ่อนปรนมากขึ้นทั้งการขยายเวลาปิดห้างเป็น 21.00 น. และล่าสุดเริ่มมีบางสาขาได้รับอนุญาตให้มี Family Zone ในร้านแล้ว ถือเป็นสถานการณ์ที่เริ่มดูดีขึ้น และคาดหวังระยะถัดไป อาจได้รับอนุญาตให้ลูกค้าทานร่วมโต๊ะเดียวกันมากกว่า 1 คนขึ้นไป ซึ่งจะเป็นบวกต่อร้านสุกี้ MK อย่างมาก ระยะสั้น คาดผลการดำเนินงาน 2Q20 จะพลิกเป็นขาดทุน แม้จะพยายามลดค่าใช้จ่ายทั้งค่าเช่าและค่าใช้จ่ายพนักงาน แต่ยังไม่สามารถชดเชย SSSG ที่ติดลบหนัก -70% - 75% ได้ และคาดหวังพลิกกลับมามีกำไรตั้งแต่ 3Q20 เป็นต้นไป ทั้งปีเรายังใช้สมมติฐานเดิมว่า SSSG จะติดลบทั้ง 3 แบรนด์ โดยมอง 2H20 จะฟื้นตัวอย่างช้าๆ และกำหนดให้ไม่มีการเปิดสาขาใหม่ในปีนี้เลย โดยเราคาดกำไรสุทธิปี 2020 จะหดตัวลง -58.7% Y-Y เหลือเพียง 1.07 พันล้านบาท และคาดกลับมาโตอีกครั้งในปี 2021 ราว +144.4% Y-Y กลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงปี 2019 ทั้งนี้เรามองข้างกำไรต่ำสุดในปีนี้ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 71 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) แนะนำทยอยซื้อ โดยเฉพาะช่วงหลังประกาศงบ 2Q20 ที่อ่อนแอ
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤษภาคม
2020
EPG (BUY/21TP: 7), กำไร 4Q20 (ม.ค.-มี.ค. 2020) เป็นไปตามคาด ปันผลสูงขึ้น
(views 52)
กำไรปกติ 4Q20 เป็นไปตามคาด ไม่สดใสนัก แต่ทั้งปีพลิกมาเติบโตได้ในรอบ 3 ปี หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน EPG มีกำไรปกติ 4Q20 (ม.ค.-มี.ค. 2020) ที่ 203.2 ล้านบาท -4.0% Q-Q, +21.3% Y-Y เป็นไปตามคาด เป็นกำไรที่ต่ำกว่าศักยภาพของบริษัทเพราะ 2 ใน 3 ของธุรกิจ (70% ของรายได้รวม) ถูกกระทบจาก COVID-19 และกำลังซื้อที่อ่อนแอ คือ Aeroklas (ชิ้นส่วนตกแต่งยานยนต์) และ TJM (บ.ร่วม ขายอุปกรณ์ตกแต่งรถขับเคลื่อน 4 ล้อและรถ SUV) ถูกกระทบจากการชะลอของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกและปลายไตรมาสถูกกระทบจาก COVID-19 และธุรกิจ EPP (บรรจุภัณฑ์พลาสติก) แม้อุปสงค์ของกล่องอาหารพลาสติกจะสูงขึ้นในช่วง lockdown แต่ไม่สามารถชดเชยกำลังซื้อที่ไม่สดใสในช่วง 2 เดือนแรกได้ มีเพียงธุรกิจ Aeroflex (ฉนวนยาง 30% ของรายได้รวม) ที่มีความต้องการต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะในสหรัฐและญี่ปุ่นซึ่งต้องการสินค้า premium ทำให้รายได้รวม -2.9% Q-Q, -7.0% Y-Y แต่อัตรากำไรขั้นต้นยังอยู่ในระดับดีใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ 28.5% เพราะได้ประโยชน์จากราคาวัตถุดิบที่ปรับลงตามราคาน้ำมันดิบ
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤษภาคม
2020
BCH (BUY/20TP: 16), COVID-19 กระทบ แต่มีตัวประคอง
(views 60)
แนวโน้มผลการดำเนินงาน 2Q20 ของ BCH ถูกกระทบจากการ Lockdown หลัง COVID-19 ระบาดโดยเฉพาะฝั่งผู้ป่วยเงินสด อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยช่วยประคองคือรายได้จากประกันสังคมที่ยังคงเติบโตทั้งจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มและโดยเฉพาะการปรับเพิ่มค่าหัวตั้งแต่ต้นปี รวมถึงรายได้จากการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ขณะที่แนวโน้ม 2H20 จะทยอยฟื้นตัวขึ้นจากสถานการณ์ระบาดและ Lockdown ที่เริ่มคลี่คลาย นอกจากนี้ BCH ยังมีการร่วมมือกับหลายโรงแรมในการให้บริการ Alternative State Quarantine ซึ่งปัจจัยดังกล่าวทำให้กำไรของ BCH คาดว่าจะหดตัวและผันผวนน้อยกว่ากลุ่มฯ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 +2.1% Y-Y และอาจมี Upside เล็กน้อย เรายังคงราคาเหมาะสมที่ 16 บาทและคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤษภาคม
2020
THANI (HOLD/20TP: 4.1), เพิ่มทุน ทำให้ D/E ratio ผ่อนคลาย แต่ ROE ชะลอลงแรงด้วย
(views 95)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2020 ลง 9% มาอยู่ที่ 1,669 ลบ. -15% Y-Y ส่วนใหญ่มาจากการปรับลดการเติบโตของสินเชื่อจากเดิม 8% เป็น 5% และปรับเพิ่ม Credit cost จากเดิม 0.9% บนคาดการณ์ไม่มีการระบาดรอบ 2 เป็น 1.1% เมื่อรวมกับผลของการเพิ่มทุนที่ทำให้ ROE ลดระดับลงภายหลังการเพิ่มทุน (2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ราคาหุ้นละ 1 บาท ยังไม่กำหนด XR) ส่งผลต่อการ De-rate Justified PER ประเมินราคาเหมาะสมปี 2020 อยู่ที่ 4.10 บาท (และ 3.32 บาทภายหลังการเพิ่มทุน) ราคาหุ้นวานนี้ปรับลงรับข่าวบ้างแล้วแนะนำถือ
อ่านเพิ่มเติม
27
พฤษภาคม
2020
HANA (HOLD/12M TP: 32), ยังมองผ่านจุดต่ำสุด 2Q20 แต่ราคาหุ้นขึ้นเร็ว จน Upside จำกัด
(views 52)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ผู้บริหารให้ภาพการฟื้นตัวค่อนข้าง Conservative จากทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และความเสี่ยง Trade War รอบใหม่ ในขณะที่ระยะสั้นแนวโน้มกำไร 2Q20 คาดจะลดลงมากทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 หนักในเดือน เม.ย. ล่าสุด เราเริ่มเห็นการฟื้นตัวของการผลิต การบริโภค และการส่งออกของจีนแล้ว ซึ่งน่าจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของสินค้า Consumer Product โดยเฉพาะ Smartphone และยังคาดหวังการฟื้นตัวของลูกค้าในสหรัฐและยุโรปในระยะถัดไป ซึ่งน่าจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อของบริษัทอีกครั้งใน 3Q20 และทยอยฟื้นตัวกลับสู่ระดับที่ใกล้เคียงก่อนช่วง COVID-19 ใน 1H21 ทั้งนี้ผู้บริหารคาดรายได้รวมในปีนี้จะลดลงราว -15%-20% Y-Y และคาดสินค้ากลุ่ม Consumer (สัดส่วน 47% ของรายได้รวม) จะกลับมาฟื้นตัวได้เร็วกว่า Automotive (สัดส่วน 17%) ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการของเรา ดังนั้นเรายังคาดกำไรปกติปี 2020 ไว้ตามเดิมเป็น -8.5% Y-Y และคาดกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2021 ราว +51% Y-Y จากที่มองว่ากำลังจะผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q20 เราจึงปรับใช้ราคาเป้าหมายใน 12 เดือนข้างหน้า (กลางปี 2021) และอิง Target PE ที่ 15 เท่า เท่ากับ Avg. 5 yrs Forward PE +1.0 S.D ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 32 บาท ในขณะที่ราคาหุ้นปรับขึ้น +50% นับตั้งแต่ที่มีการ Lockdown ในไทย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จีนเริ่มกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง ถือว่าสะท้อนการฟื้นตัวไปบ้างแล้ว และมี Upside เพียง 6.7% จึงปรับคำแนะนำเป็น ถือ/ซื้ออ่อนตัว จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
พฤษภาคม
2020
EKH (BUY/20TP: 5.55), ต้องมองข้ามปี 2020 และเหมาะสำหรับ “ลงทุนระยะยาว”
(views 50)
แนวโน้มผลการดำเนินงาน 3 ไตรมาสที่เหลือในปีนี้ของ EKH คาดว่าจะไม่สดใสโดยเฉพาะ 2Q20 ที่ถูกกระทบจาก COVID-19 อย่างหนักทั้งส่วนโรงพยาบาลและโดยเฉพาะศูนย์ IVF จากลูกค้าชาวจีนที่หายไปเพราะ Lockdown ซึ่งคาดว่าต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัวจากข้อจำกัดด้านการเดินทางในปัจจุบัน เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020 ลง 40% เป็นหดตัว -55.9% Y-Y ซึ่งเป็นระดับที่ผิดปกติ อย่างไรก็ตามเรายังมีมุมมองเชิงบวกระยะยาวโดยคาดว่ากำไรปกติจะกลับมาฟื้นตัว +127.1% Y-Y ในปี 2021 เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 5.55 บาท ราคาหุ้นมี Upside เปิดกว้างจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
26
พฤษภาคม
2020
TVO (BUY/20TP: 30), แนวโน้มกำไรยังสดใสต่อ ส่วนราคาถั่วเหลืองผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
(views 84)
แนวโน้มกำไร 2Q20 ยังดูสดใสต่อเนื่อง จากธุรกิจน้ำมันถั่วเหลืองที่ยังได้อานิสงส์การกักตัวอยู่บ้านของผู้บริโภค และราคาขายยังทรงตัวสูงตามราคาน้ำมันปาล์มที่ปรับขึ้น และคาดธุรกิจกากถั่วเหลืองจะฟื้นตัวดีขึ้น ภายหลังหลายประเทศกลับมา Reopen โดยเฉพาะจีน ทำให้ความต้องการใช้กากถั่วเหลืองสูงขึ้น และกระทบต่อราคาขายกากกลับมาปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ทั้งนี้เมื่อสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย เราคาดทั้งภาวะการเลี้ยงสัตว์และการบริโภคจะกลับมาดีขึ้น และยังช่วยหนุนปริมาณขายและราคากากถั่วเหลืองในช่วง 2H20 ได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 เติบโต 21.5% Y-Y (โดยสัดส่วนกำไร 1Q20 คิดเป็น 29% ของประมาณการทั้งปี) ถือว่าค่อนข้าง Conservative ในขณะที่มองราคาถั่วเหลืองผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และ Downside Risk ต่ำมาก เราคงราคาเป้าหมายที่ 30 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ยังมี Upside 16.5% และคาดให้ Dividend Yield ราว 7% (จ่ายปีละ 2 ครั้ง) คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
พฤษภาคม
2020
SEAFCO (BUY/20TP: 6.9), งานในมือหนุนรายได้ต่อเนื่อง พร้อมรับงานเข้ามาเติมอีกมาก
(views 46)
ผู้บริหารคงเป้ารายได้ปีนี้โต 10% หนุนจากการรับรู้ Backlog ที่ยังอยู่ระดับสูง 2 พันล้านบาท บวกกับคาดหวังรับงานเพิ่มจากงานที่อยู่ระหว่างประมูลราว 5.1 พันล้านบาท ขณะที่ COVID-19 และเคอร์ฟิวไม่กระทบอย่างมีนัยต่อการดำเนินงานก่อสร้าง อย่างไรก็ดี มีประเด็นไม่สามารถนำแรงงานต่างชาติกลับมาได้ ทำให้แรงงานเริ่มไม่เพียงพอ แนวโน้มผลการดำเนินงาน 2Q20 คาดทรงตัวถึงดีขึ้นเล็กน้อย Q-Q จากความคืบหน้าของงานที่ทำต่อเนื่อง แต่อ่อนตัว Y-Y จากมาร์จิ้นที่ลดลงตามสัดส่วนงานรับค่าแรงรวมวัสดุที่สูงขึ้น เราคงประมาณการกำไรปีนี้ 317 ล้านบาท (-23% Y-Y) บน Backlog รองรับแล้ว 93% คงราคาเหมาะสม 6.90 บาท ยังแนะนำซื้อ ราคาหุ้นซื้อขายที่ PE 12.4x เทียบเท่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง -0.75SD และเป็นผู้รับประโยชน์อันดับต้นๆจากการทยอยเร่งเปิดประมูลงานภาครัฐในฐานะเบอร์หนึ่งฐานราก
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤษภาคม
2020
CHG (BUY/20TP: 2.7), ยังแข็งแรงที่สุดในกลุ่ม ประมาณการอาจมี Upside เล็กน้อย
(views 49)
เรามีมุมมองเป็นกลางค่อนไปในเชิงบวกต่อการประชุมวานนี้ของ CHG โดยระยะสั้นคาดว่าผลการดำเนินงาน 2Q20 จะ Bottom โดยถูกกระทบจาก COVID-19 ในเดือน เม.ย. ที่มีการ Lockdown แต่เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นในเดือน พ.ค. หลังมาตรการผ่อนคลาย ขณะที่รายได้ประกันสังคมคาดว่ายังแข็งแกร่งทั้งจากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นและการปรับเพิ่มค่าหัวตั้งแต่ต้นปี ผู้บริหารยังตั้งเป้ารายได้โต Double Digit (เราคาด +6..4% Y-Y) ซึ่งทำให้ประมาณการอาจมี Upside จากปัจจุบันที่คาดกำไรปกติ +8.4% Y-Y และราคาเหมาะสมที่ 2.70 บาท แนะนำ “ซื้ออ่อนตัว” และเป็นหนึ่งใน Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤษภาคม
2020
CK (BUY/20TP: 22), ปรับลดประมาณการลง จากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม
(views 40)
ผลประกอบการ 1Q20 พลิกเป็นขาดทุน จากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่หดตัวแรง ทั้ง BEM ที่กดดันจากค่าใช้จ่ายเปิดรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยาย และ COVID-19 รวมถึง CKP ถูกกระทบหนักจากภาวะภัยแล้ง เราปรับลดประมาณการปีนี้ลง 40% เป็นชะลอ 28.5% Y-Y จากการปรับลดส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม แนวโน้ม 2Q20 คาดกลับมาเป็นกำไรได้ หนุนจากเงินปันผลรับ TTW ก่อนฟื้นตัวใน 2H20 ภาพรวมทั้งปียังถูกขับเคลื่อนด้วยเงินลงทุนในบริษัทร่วมเป็นหลัก ขณะที่ธุรกิจรับเหมาคาดยังขาดทุน จาก Backlog ที่อยู่ระดับต่ำ 3.8 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดี มองว่า CK มีโอกาสรับงานเข้ามาเติมจากงานประมูลที่มากขึ้นใน 2H20 ช่วยหนุนรายได้ตั้งแต่ปี 2021 เราปรับลดราคาเหมาะสมเป็น 22 บาท (SOTP) แนะทยอยสะสม ราคาหุ้นซื้อขายบน PBV ที่ 0.9x เทียบเท่าค่าเฉลี่ยในอดีต-2.5SD และ Discount NAV ของบริษัทลูกอยู่มาก โดย Key Risk มาจากการเปิดประมูลงานใหม่ที่ล่าช้า ส่วน Catalyst ที่ต้องติดตามคือ การเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม และม่วงใต้ คาดขาย TOR ใน 2Q-3Q20 ซึ่งหาก CK ได้งานดังกล่าวจะปลดล็อกความกังวลของปริมาณงานในมือที่เหลือไม่มากได้ทันที
อ่านเพิ่มเติม
21
พฤษภาคม
2020
BJC (BUY/20TP: 45), หลัง Reopen กลับมาฟื้นตัวสดใสขึ้น
(views 40)
ผ่านจุดต่ำสุดในเดือน เม.ย. และเริ่มกลับมาฟื้นตัวในเดือน พ.ค. ภายหลัง Reopen ทุกสาขาอีกครั้งตั้งแต่ 17 พ.ค. พบว่าลูกค้ากลับมาใช้บริการคึกคักมากขึ้น รวมถึงผู้เช่าทั้งรายใหญ่รายเล็กกลับมาเปิดร้านกันอีกครั้ง ทั้งนี้เราคาดกำไร 2Q20 จะอ่อนตัวลงทั้ง Q-Q, Y-Y และกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งใน 3Q20 ทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจ BIGC, Packaging, Consumer และ Healthcare โดยนอกจากคาดหวังรายได้กลับมาฟื้นตัวหลัง COVID-19 คลี่คลายแล้ว คาดจะรับรู้ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงบางรายการ รวมถึงระดับการผลิตในธุรกิจ Packaging ที่ได้ลูกค้ารายใหม่มากพอจนได้ Economies of Scale อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม จากผลกระทบของ COVID-19 ต่อผลประกอบการใน 1H20 เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 8.6% เป็นกำไรที่ลดลงจากปีก่อนราว -21% Y-Y และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตดีอีกครั้งในปี 2021 ราว +27.5% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้ลงเล็กน้อยเป็น 45 บาท จากเดิม 46 บาท (อิง DCF) ยังมี Upside 11.1% แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
20
พฤษภาคม
2020
MINT (SELL/20TP: 16.6), เสริมความแข็งแรงของฐานะการเงินลดความเสี่ยงจาก COVID-19
(views 64)
การประชุมนักวิเคราะห์โทนเป็นกลาง การเพิ่มทุนและออก Perpetual Bond จะทำให้ MINT มีเงินทุนเพิ่มขึ้นราว 2 หมื่นลบ. ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นคงของฐานะการเงินจาก COVID-19 ที่กระทบธุรกิจอย่างหนัก หากอิงประมาณการปัจจุบันที่เราคาดขาดทุนปกติราว 1 หมื่นลบ.ในปีนี้ เราคาดว่า IBD/E ของ MINT ณ สิ้นปีจะอยู่ที่ราว 1.3 เท่าต่ำกว่า Covenant ที่ 1.75 เท่าและใกล้เคียงกับ Internal Policy อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผลการดำเนินงาน 2 ไตรมาสข้างหน้าที่คาดว่ายังขาดทุนหนักโดยเฉพาะ 2Q20 การเพิ่มทุนที่คาดยัง Overhang รวมถึงราคาหุ้นที่เต็มมูลค่าเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 16.60 บาท ระยะสั้นจึงยังแนะนำ “ขาย” รอจังหวะอ่อนตัวก่อนเข้าสะสมใหม่
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤษภาคม
2020
ERW (SELL/20TP: 2.5), ปรับประมาณการลงอีกครั้ง การฟื้นตัวคาดว่ายังช้า
(views 35)
เราคาดว่า ERW จะมีผลขาดทุนอีก 2-3 ไตรมาสโดยคาด 2Q20 เป็นจุดต่ำสุดจากผลกระทบของ COVID-19 ที่รุนแรงซึ่งต้องปิดโรงแรมชั่วคราว เบื้องต้นเราคาดขาดทุนไม่ต่ำกว่า 500 ลบ. การฟื้นตัวในช่วง 2H20 คาดว่ายังค่อนข้างช้า ล่าสุด ERW เริ่มทยอยเปิดให้บริการโรงแรมอีกครั้งโดยเริ่มจาก Hop Inn และเน้นกลุ่มลูกค้าในประเทศเป็นหลักซึ่งน่าจะฟื้นตัวได้ก่อน อย่างไรก็ตาม ERW มีสัดส่วนรายได้จากชาวไทยปัจจุบันราว 20% ของรายได้รวมซึ่งเราคาดว่าไม่สามารถชดเชยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไปได้ในระยะสั้น เราจึงปรับลดประมาณการผลประกอบการปี 2020 ลงอีกครั้งเป็นขาดทุน 1,002 ลบ. ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปรับลดลงเหลือ 2.50 บาท ระยะสั้นแนะนำ “ขาย” และยังไม่ต้องรีบเข้าลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤษภาคม
2020
MAJOR (SELL/20TP: 13.2), 1Q20 ขาดทุนหนักใกล้เคียงคาด จะต่อเนื่องอีก 2 ไตรมาส
(views 45)
1Q20 พลิกขาดทุนหนักใกล้เคียงคาด MAJOR รายงานขาดทุนสุทธิใน 1Q20 ที่ 255 ล้านบาท หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษ 18 ล้านบาท (ส่วนใหญ่จากผลกระทบมาตรฐานบัญชี -21 ล้านบาท) เป็นขาดทุนปกติ 237 ล้านบาท ใกล้เคียงคาด (ที่ -234 ล้านบาท) จากไตรมาสก่อนและ 1Q19 ที่กำไรปกติ 265 ล้านบาท และ 204 ล้านบาท ตามลำดับ ผลกระทบการระบาดของเชื้อ Covid-19 และการปิดโรงหนังและธุรกิจเกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา และการปฏิบัติตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการเดินทางและจำกัดพื้นที่ที่มีความเสี่ยง โดยรายได้รวมลดลง 50.5% Q-Q, 44.9% Y-Y ตามรายได้หลักทั้งรายได้ตั๋วหนัง -54.4% Q-Q, -48.4% Y-Y รายได้ขายเครื่องดื่มและอาหาร -53.6% Q-Q, 45.89% Y-Y และรายได้โฆษณา -48.8% Q-Q, -43.9% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤษภาคม
2020
TKN (HOLD/20TP: 9), ผ่านกำไรต่ำสุดใน 1Q20 ไปแล้ว รายได้ส่งออกเริ่มฟื้นอีกครั้ง
(views 46)
แนวโน้มกำไร 2Q20 น่าจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง แม้รายได้ในประเทศยังถูกกระทบจาก COVID-19 แต่ปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากส่งออกมากกว่าอยู่ที่ 64% ของรายได้รวม และเริ่มกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ปลาย 1Q20 จากการกลับมาเปิดประเทศของจีน และหมดปัญหาเรื่องขนส่งล่าช้า และคาดรายได้จีนจะมากขึ้นในช่วง 2H20 กอปรกับปัจจุบันกำลังส่งสินค้าเข้าไปลองตลาดใหม่ของบริษัทอย่างเกาหลีใต้ และรัสเซีย ซึ่งเป็นตลาดหลักของ ORION หากประสบความสำเร็จ คาดจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของรายได้ใน 2H20 และคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะได้ปัจจัยหนุนจากทั้งการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น, ต้นทุนสาหร่ายลดลง และอยู่ระหว่างยุบรวมโรงงานเหลือโรจนะเพียงที่เดียว จะช่วยลดต้นทุนได้อีกทางหนึ่ง ทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2020 ขึ้น 32% เป็น 455 ล้านบาท (+16.4% Y-Y) และคาดจะโตมากขึ้นในปี 2021 ราว +28.6% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 9 บาท จากเดิม 6.25 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) ราคาหุ้นปรับขึ้นมา +18% นับตั้งแต่ประกาศงบ 1Q20 ทำให้ที่ราคาเป้าหมายใหม่ของเรามี Upside 8.4% จึงแนะนำเป็น ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
CPN (BUY/20TP: 65), กำไรปกติ 1Q20 ใกล้เคียงคาด COVID-19 กระทบปลายไตรมาส
(views 52)
กำไรปกติ 1Q20 -23% Q-Q, -12% Y-Y เพราะ COVID-19 กระทบปลายไตรมาส CPN มีกำไรสุทธิ 4,592.0 ล้านบาทใน 1Q20 โดยมีรายการพิเศษที่เกิดจากมาตรฐานบัญชีใหม่คือรายได้จากสัญญาเช่าเงินทุน 2,796 ล้านบาท ซึ่งทำให้ภาษีจ่าสูงขึ้น 559 และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงิน 115 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออก เป็นกำไรปกติ 2,470.0 ล้านบาท -23.0% Q-Q, -11.9% Y-Y ใกล้เคียงคาด CPN ได้รับผลกระทบจากการทยอยปิดห้างทั้ง 34 แห่ง (รวม 1 แห่งในมาเลเซีย) ในช่วงประมาณ 10 วันสุดท้ายของไตรมาส และปิดโรงแรม 2 แห่งชั่วคราวตั้งแต่ 1 เม.ย. ขณะเดียวกันบริษัทมีมาตรการลดค่าเช่าให้ร้านค้า ทำให้รายได้รวม -24.5% Q-Q, -2.5% Y-Y โดยลดลงทั้งรายได้ค่าเช่า (Same Store Rental Revenue Growth -2.9% Y-Y) รายได้ศูนย์อาหาร และรายได้จากธุรกิจโรงแรม มีเพียงรายได้จากธุรกิจ Property ที่ +146% Y-Y ตามการทยอยโอนคอนโดโครงการเดิม แม้ว่าจะพยายามลดต้นและค่าใช้จ่ายเต็มที่ แต่ Gross profit และ Net profit margin ก็ยังลดลง
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
EA (BUY/20TP: 57), กำไรปกติ 1Q20 ตามคาด ธุรกิจใหม่บางส่วนช้ากว่าแผน
(views 54)
กำไรปกติ 1Q20 -17% Q-Q, +23% Y-Y ตามคาด ไบโอดีเซลโตก้าวกระโดด EA มีกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 1,452.1 ล้านบาท -17.0% Q-Q, +19.9% Y-Y ใกล้เคียงคาด หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรปกติเป็น 1,392.2 ล้านบาท -17.2% Y-Y +22.8% Y-Y กำไรที่ลดลง Q-Q เพราะเป็น low season ของทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานลมและโซลาร์ แต่เติบโต Y-Y เพราะ 1Q19 ยังรับรู้กำลังการผลิตไฟฟ้ายังไม่ครบทั้ง 664 MW ทำให้รายได้จากการขายไฟฟ้าในไตรมาสนี้เป็น 2,937 ล้านบาท (62% ของรายได้รวม) -3.6% Q-Q, +38.5% Y-Y แต่รายได้รวมที่เติบโต +15.9% Q-Q, +53.3% Y-Y ได้แรงหนุนจากธุรกิจไบโอดีเซลที่โตก้าวกระโดด มีรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ 1,799 ล้านบาท (38% ของรายได้รวม) +97% Q-Q, +120% Y-Y จากความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นตามที่รัฐบาลส่งเสริมให้ใช้ B100 โดยประกาศให้น้ำมัน B10 เป็นดีเซลพื้นฐานแทน B7 เมื่อต้นปี และราคาน้ำมันปาล์มดิบสูงขึ้นมากเพราะนโยบายรัฐและภัยแล้ง
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
JWD (BUY/20TP: 8), กำไรปกติ 1Q20 ตามคาด ปรับกำไรปีนี้ลงสะท้อน COVID-19
(views 42)
กำไรปกติ 1Q20 -21% Q-Q ตามฤดูกาล, +5% Y-Y ตามคาด บริษัททีกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 93.5 ล้านบาท -21.3% Q-Q ตามฤดูกาล และ +4.8% ตามคาด กำไรที่เพิ่มเล็กน้อย Y-Y เพราะ 1Q19 รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากนิคมฯ PPSEZ กัมพูชาสูงเป็นพิเศษจากการขายที่ดินในนิคมฯได้ ในไตรมาสนี้ JWD ถูกกระทบจากมาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS16 (สัญญาเช่า) ทำให้ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นจากปกติ 18.6 ล้านบาท หากไม่มีรายการดังล่าว กำไรจากการดำเนินงานจะสูงถึง 112 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
MINT (SELL/20TP: 16.6), 1Q20 ขาดทุนอย่างน่าใจหาย
(views 47)
1Q20 พลิกเป็นขาดทุนและแย่กว่าคาด MINT ประกาศผลขาดทุนสุทธิ 1Q20 ที่ 1,774 ลบ.พลิกจากที่มีกำไรสุทธิ 3,768 ลบ.และ 583 ลบ.ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ แต่หากตัดรายการกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯและการปรับมูลค่ายุติธรรมอนุพันธ์อัตราดอกเบี้ยออก จะมีผลขาดทุนปกติถึง 3,173 ลบ.จากกำไรปกติ 2,909 ลบ.และ 633 ลบ. ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ มากกว่าที่เราและตลาดคาดมาก (เราคาดขาดทุน 1,019 ลบ. ตลาดคาดขาดทุน 705 ลบ.) สาเหตุเกิดจาก Margin ของธุรกิจโรงแรมที่แย่กว่าคาดมาก ผลกระทบของ COVID-10 ทำให้ Rev Par ของธุรกิจโรงแรม -27% Y-Y ขณะที่ SSSG ของธุรกิจอาหาร -10.5% Y-Y เนื่องจากต้องมีการปิดโรงแรมและร้านอาหารชั่วคราว ส่งผลให้ EBITDA Margin พลิกมาลบ -0.5% ในไตรมาสนี้จาก 14.8% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน (ไม่รวมผลกระทบจาก TFRS16)
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
RBF (BUY/20TP: 6.3), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาดมาก นำไปสู่การปรับเพิ่มกำไรและเป้าหมาย
(views 47)
กำไรสุทธิ 1Q20 ดีกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 147 ล้านบาท (+47% Q-Q, +69% Y-Y) หากไม่รวมผลขาดทุนด้านเครดิต (จาก TFRS9) 7 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 154 ล้านบาท (+54% Q-Q, +77% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 100 ล้านบาท) แม้ธุรกิจโรงแรมจะเริ่มได้รับผลกระทบจาก COVID ทำให้รายได้ลดลง 32.5% Y-Y และขาดทุนขั้นต้น 5 ล้านบาท คิดเป็น -26.2% แต่สัดส่วนรายได้โรงแรมเพียง 2.3% ของรายได้รวม ถูกชดเชยด้วยรายได้การขายที่เติบโตดีมาก +14.4% Y-Y ได้ทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
SAPPE (BUY/20TP: 22), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาด และจะกลับมาฟื้นตัวใน 2H20
(views 42)
กำไร 1Q20 ดีกว่าคาดมาก จากการเร่งส่งออก และมาร์จิ้นดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 82 ล้านบาท (+64% Q-Q, -28.6% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 26 ล้านบาท และการกลับรายการขาดทุนด้อยค่า (ผลของ TFRS16) 1 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 106 ล้านบาท (+135.6% Q-Q, ทรงตัว Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 57 ล้านบาท) มาจากทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด แม้รายได้ในไทยจะอ่อนตัวลง -6.5% Y-Y เพราะเริ่มได้ผลกระทบ COVID-19 แต่ถูกชดเชยด้วยรายได้ส่งออกที่เติบโต 12.9% Y-Y โดยโตดีที่ตลาดอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ +29.5% Y-Y เชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจากลูกค้าเร่งซื้อของก่อนเผชิญ Lockdown รวมถึงการรวมรายได้ All Coco เต็มไตรมาส ทำให้สัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 11% ของรายได้รวม จาก 8% ใน 1Q19 ส่งผลให้รายได้รวม 1Q20 +5.5% Q-Q, +7% Y-Y ในขณะที่แม้จะยังปรับสูตรเครื่องดื่มไม่เสร็จ ทำให้ยังเสียภาษีสรรพสามิตในอัตรา 10% (ถ้าปรับเสร็จ จะลดเหลือ 3%) แต่ด้วยอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น ต้นทุนเม็ดพลาสติกถูกลง และค่าเงินบาทอ่อนค่า Q-Q ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 35.7% จาก 32.3% ใน 4Q19 แต่ยังต่ำกว่า 37.3% ใน 1Q19 เพราะผลของภาษี ส่วนค่าใช้จ่ายถือว่ายังควบคุมได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 21.8% ลดจาก 28.2% ใน 4Q19 และขยับขึ้นเล็กน้อยจาก 21.2% ใน 1Q19
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
SISB (BUY/20TP: 9.8), กำไร 1Q20 ตามคาด คงประมาณการกำไรทั้งปี
(views 34)
กำไร 1Q20 ตรงตามคาด ยังไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เต็มที่ SISB รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 58.9 ลบ. -10.8% Q-Q, +38.6% Y-Y ตรงตามคาด รายได้รวมทำได้ 286.1 ล้านบาท -4.2% Q-Q, +6.5% Y-Y ทั้งนี้ SISB ปิดโรงเรียนชั่วคราวทั้ง 5 แห่งตั้งแต่ 18 มี.ค. ตามคำสั่งของภาครัฐจากผลกระทบของ COVID-19 และเปลี่ยนเป็นสอนออนไลน์แทน รายได้จากกิจกรรมหลังเลิกเรียน รายได้จากทัศนศึกษา และค่าอาหารกลางวันที่หายไปในช่วงดังกล่าว ทำให้ค่าบริการการศึกษาเฉลี่ยต่อคนต่อปีเป็น 0.43 ล้านบาท -5.8% Q-Q, -1.6% Y-Y รวมถึงรายได้ค่าอุปกรณ์ก็ลดลง สำหรับจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นสุทธิ 28 คน ส่วนใหญ่เป็นชั้นเด็กเล็ก ทำให้ Utilization rate เพิ่มเป็น 65.3% จาก 64.9% สิ้นปี 2019 และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มสูงขึ้นเพราะต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
STEC (BUY/20TP: 23), งบ 1Q20 ชะลอ รายได้โต แต่ถูกกดดันจากมาร์จิ้นต่ำ
(views 38)
กำไร 1Q20 หดตัว 65% Q-Q และ 39% Y-Y ต่ำกว่าคาดจากมาร์จิ้น STEC รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 อยู่ที่ 209 ล้านบาท (-65% Q-Q, -39% Y-Y) หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมอสังหาฯใน 4Q19 กำไรปกติจะหดตัว 57% Q-Q และ 48% Y-Y ต่ำกว่าเราคาด 35% และตลาดคาด 38% สาเหตุมาจากอัตรากำไรขั้นต้น รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (EBM) และชมพู (NBM) ที่ต่ำกว่าคาด
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
TRUE (BUY/20TP: 4.2), ขาดทุนปกติ 1Q20 ใกล้เคียงคาด
(views 36)
1Q20 ขาดทุนปกติใกล้เคียงคาด TRUE ประกาศผลขาดทุนสุทธิ 1Q20 ที่ 161 ลบ.พลิกจากกำไรสุทธิ 210 ลบ.และ 1,509 ลบ.ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ แต่หากตัดรายการกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนออกจะมีผลขาดทุนปกติ 518 ลบ.ดีขึ้นจาก 659 ลบ.ใน 4Q19 แต่พลิกจากกำไรปกติ 315 ลบ.ใน 1Q19 โดยฝั่งรายจากการให้บริการอยู่ในระดับใกล้เคียงคาด -2.3% Q-Q แต่ยังโตได้ +3% Y-Y นำโดยธุรกิจ True Mobile ที่ยังเห็นการเติบโตแข็งแรงกว่าอุตสาหกรรมโดยเฉพาะในฝั่ง Postpaid ที่โตดี ขณะที่ Prepaid โตในอัตราที่ต่ำกว่าจากการแข่งขันที่รุนแรง ใน 1Q20 TRUE มี Net Add ติดลบ 3.65 แสนราย (Prepaid ติดลบ 6.85 แสนราย Postpaid เพิ่มขึ้น 3 แสนราย) เช่นเดียวกับคู่แข่งโดย COVID-19 กระทบรายได้ IR และ Traveller SIM ฝั่ง True Online เติบโตได้เล็กน้อยตามการแข่งขันที่ยังรุนแรง ส่วน True Vision ยังมีรายได้ชะลอตัวลง อยางไรก็ตามการควบคุมต้นทุนถือว่าทำได้ค่อนข้างดี ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นเป็น 24.3% ในไตรมาสนี้จาก 21.4% และ 23% ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ (ไม่รวมผลกระทบจาก TFRS16)
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
AOT (HOLD/20TP: 62), กำไรปกติ 2Q20 หดตัวตามคาด แต่จะทรุดหนักในครึ่งปีหลัง
(views 45)
กำไรปกติ 2Q20 หดตัวใกล้เคียงคาด -51% Q-Q, -53% Y-Y AOT มีกำไรสุทธิ 2Q20 (ม.ค.-มี.ค.) ที่ 3,647.6 ล้านบาท โดยมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากการขายสินทรัพย์ 51 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออก เป็นกำไรปกติ 3,596.6 ล้านบาท -50.9% Q-Q, -52.5% Y-Y ใกล้เคียงคาด กำไรที่ต่ำสุดในรอบหลายปีเกิดจากผลของ COVID-19 และมาตรการ Lockdown ตั้งแต่ ก.พ. ซึ่งทำให้จำนวนเที่ยวบิน -18% Y-Y (ต่างประเทศ -25% Y-Y ในประเทศ -10% Y-Y) จำนวนผู้โดยสาร -30% Y-Y (ต่างประเทศ -35% Y-Y ในประเทศ -23% Y-Y) ขณะเดียวบริษัทมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในสนามบินทั้ง 6 แห่งโดยลดค่าเช่า ลดผลประโยชน์ตอบแทน ยกเลิก Minimum guarantee เปลี่ยนเป็นจ่ายแบบ Revenue sharing แทน ส่งผลให้รายได้รวม -26.1% Q-Q, -30.5% Y-Y เหลือ 1.19 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ที่เกี่ยวกับกิจการการบินและที่ไม่เกี่ยวกับการบิน 57 : 43 ซึ่งลดลงในอัตราใกล้เคียงกันคือ 30% Y-Y แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆยังลดตามไม่ทัน ส่งผลให้ EBITDA margin ลดลงเหลือ 50.8% จากปกติที่ 62.65%
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
AMATA (HOLD/20TP: 16), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าตามยอดโอนที่ดินที่ลดลง
(views 34)
กำไรปกติ 1Q20 -58% Q-Q, -63% Y-Y ต่ำกว่าคาดมากเพราะกำไรบ.ร่วมลดลง กำไรสุทธิ 1Q20 อยู่ที่ 222.5 ล้านบาท ถ้าหักกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 108 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติเพียง 113.9 ล้านบาท -58.4% Q-Q, -63.58% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดถึง 40-50% หลักๆมาจากส่วนแบ่งกำไรของบ.ร่วม (ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มโรงไฟฟ้า) ที่ลดลงถึง 92% Q-Q และ Y-Y เหลือเพียง 14 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนๆ ที่รับรู้ส่วนแบ่งกำไร 170-180 ล้านบาทต่อไตรมาส ลำพังธุรกิจหลักของ AMATA ในไตรมาสนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ แม้ว่า COVID-19 จะทำให้ยอดขายทำได้เพียง 70 ไร่ -42.0% Q-Q, -45.3% Y-Y เพราะหลายประเทศถูก lockdown แต่ยอดโอนที่ดินทำได้ 114 ไร่ (อมตะซิตี้ระยอง 64 ไร่ ไทยไชนีส 50 ไร่) -22.0% Q-Q ตามฤดูกาล แต่ +44.3% Y-Y แต่ราคาขายเฉลี่ยลดลงทำให้รายได้จากการโอนที่ดินไม่ได้สูงนัก 409 ล้านบาท -30.8% Q-Q, +4.4% Y-Y ในส่วนของรายได้จากการขายสาธารณูปโภคและรายได้ให้เข่าโรงงานโตต่อเนื่อง การควบคุมต้นทุนที่ดีทำให้อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ 48.7% ดีขึ้นจาก 1Q19 ที่ 43.5% แต่ลดลงจาก 4Q19 ที่ 51.3% ตามฤดูกาล
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
BEM (BUY/20TP: 10.5), งบ 1Q20 อ่อนตัว คาด COVID-19 กระทบหนักสุดแล้วในเม.ย.
(views 39)
กำไร 1Q20 ชะลอ 3% Q-Q และ 41% Y-Y ดีกว่าเราคาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาด BEM รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 เป็น 508 ล้านบาท (-3% Q-Q, -41% Y-Y) หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน กำไรปกติจะอยู่ที่ 504 ล้านบาท (-3% Q-Q, -38% Y-Y) ดีกว่าที่เราคาด 16% จากค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่ต่ำกว่าคาด เนื่องจากยังรับรู้ค่าใช้จ่ายจากรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยายไม่เต็มที่ หลังเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มี.ค. แต่น้อยกว่าตลาดคาด 10% โดยกำไรที่ลดลง Q-Q เป็นผลมาจากรายได้ที่อ่อนลงจากผลกระทบ COVID-19 ตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่การหดตัว Y-Y มีสาเหตุหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลงจากค่าใช้จ่ายรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยาย
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
CENTEL (SELL/20TP: 18.9), 1Q20 พลิกมาขาดทุนผิดคาด ปรับประมาณการลง
(views 34)
ผลการดำเนินงาน 1Q20 พลิกเป็นขาดทุนและแย่กว่าคาด CENTEL ประกาศผลการดำเนินงาน 1Q20 ออกมาต่ำกว่าคาดพลิกมาขาดทุนสุทธิ 45 ลบ.จากที่มีกำไรสุทธิ 471 ลบ.และ 826 ลบ.ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ แต่หากตัดรายการด้อยค่าสินทรัพย์ออกจะมีผลขาดทุนปกติ 9 ลบ. (มาตรฐานบัญชี TFRS 16 ส่งผลลบต่อกำไรราว 26 ลบ. ซึ่งหากไม่นับรายการดังกล่าว CENTEL จะมีกำไร 17 ลบ.ใน 1Q20) สาเหตุที่ทำให้ผลการดำเนินงานแย่กว่าคาดเกิดจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่ปรับตัวขึ้นถึง +7.5% Y-Y สวนทางกับรายได้ที่หดตัวแรง -18.8% Y-Y โดย Rev Par ของธุรกิจโรงแรม -33% Y-Y ขณะที่ SSSG ของธุรกิจอาหาร -9.5% Y-Y ส่งผลให้ EBITDA Margin ลดลงเหลือ 22.9% จาก 26.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
CPF (BUY/20TP: 36), คาดกำไร 2Q20 จะอ่อนลงชั่วคราว และกลับมาฟื้นใน 2H20
(views 55)
ภาพรวมสถานการณ์ของ CPF ยังดูสดใสต่อเนื่อง แม้ระยะสั้นคาดกำไร 2Q20 จะอ่อนตัวลง เพราะได้รับผลกระทบจากการส่งออกไก่ไปยุโรปที่ลดลง จากภาวะไก่ล้นตลาด (เพราะ COVID-19) และราคาเนื้อสัตว์ในไทยและเวียดนามในเดือน เม.ย. อ่อนตัวลง แต่ล่าสุดราคาเนื้อสัตว์ในเดือน พ.ค. เริ่มกลับมาฟื้นตัวได้เล็กน้อย และหาก COVID-19 คลี่คลายได้มากขึ้น น่าจะช่วยให้ Demand เพิ่มขึ้น และหนุนให้ราคาเนื้อสัตว์กลับมาฟื้นตัวอยู่ในระดับสูงได้อีกครั้ง เราคาดกำไรจะกลับมาเติบโตใน 2H20 ทั้งความคาดหวังการสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย ในขณะที่ปัญหา ASF (โรคในหมู) ยังคงมีอยู่ จึงคาดกำไรจากธุรกิจหมูยังดีต่อเนื่อง รวมถึงการฟื้นตัวของบริษัทร่วมทั้ง CPALL และการรวม Hylife ได้เต็มไตรมาสต่อไป แม้กำไร 1Q20 จะคิดเป็น 38% ของประมาณการทั้งปี แต่ระยะสั้นกำไร 2Q20 จะอ่อนตัวลง ในขณะที่ราคาเนื้อสัตว์ยังมีความผันผวนสูง ดังนั้นเรายังคงประมาณการกำไรปกติปีนี้ +16.4% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 36 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 25.2% แนะนำซื้อ และยังเป็น Top Pick ในกลุ่มอาหารของเรา
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
ERW (AVOID/20TP: 3.8), 1Q20 พลิกมาขาดทุนผิดคาด ปรับประมาณการลง
(views 30)
1Q20 ขาดทุนน้อยกว่าคาดเล็กน้อย ERW ประกาศผลการดำเนินงาน 1Q20 ขาดทุนปกติ 103 ลบ.จากที่มีกำไรปกติ 176 ลบ.และ 235 ลบ.ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ ดีกว่าที่เราคาดแต่แย่กว่าตลาดคาด (เราคาดขาดทุน 143 ลบ. ตลาดคาดขาดทุน 48 ลบ.) รายได้หดตัวน้อยกว่าที่คาด -29.9% Q-Q, -41.1% Y-Y โดย Rev Par ของโรงแรมในไทยไม่รวม Hop Inn -44% Y-Y จากผลกระทบของ COVID-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝั่งนักท่องเที่ยวจีน อย่างไรก็ตาม ERW สามารถควบคุมและลดต้นทุนได้ดีพอสมควรเพื่อลดผลกระทบดังกล่าวโดย Gross Margin ดีกว่าคาด ขณะที่ค่าใช้จ่าย SG&A อยู่ในระดับใกล้เคียงคาด ส่งผลให้ EBITDA Margin ลดลงเหลือ 18.3% จาก 34.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
GULF (HOLD/20TP: 38.5), 1Q20 ขาดทุนสุทธิจาก FX Loss กำไรปกติดีกว่าคาด 14%
(views 40)
1Q20 ขาดทุนสุทธิผลกระทบจาก FX loss กำไรปกติเพิ่ม 37.9% Q-Q, 8.0% Y-Y ดีกว่าคาด 14% 1Q20 ขาดทุนสุทธิ 413 ล้านบาท หากไม่รวม FX Loss ทางบัญชี 1.34 พันล้านบาท เป็นกำไรปกติที่ 925 ล้านบาท เพิ่ม 37.9% Q-Q, 8.0% Y-Y และดีกว่าคาด 14% ส่วนใหญ่จากกำไรรับรู้จากบริษัทร่วมมากกว่าคาด ทั้งนี้ กำไรปกติเพิ่ม Q-Q ส่วนใหญ่จากกำไรรับรู้จากบริษัทร่วม GJP มากขึ้น จากการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าน้อยกว่าไตรมาสก่อน และค่าใช้จ่าย SG&A ลดลงตามฤดูกาล กำไรปกติเพิ่ม Y-Y จากการรับรู้กำไรของ 12 โรงไฟฟ้า SPP และรับรู้ผลการดำเนินงานจากโรงไฟฟ้าโซลาร์เวียดนาม
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
ICHI (BUY/20TP: 6.8), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาด และสูงสุดในรอบ 16 ไตรมาส
(views 32)
กำไร 1Q20 ดีกว่าคาดมาก ทำจุดสูงสุดในรอบ 4 ปี กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 159 ล้านบาท (+71% Q-Q, +39.5% Y-Y) ดีกว่าคาด 20% (เราคาดไว้ 132 ล้านบาท) มาจากค่าใช้จ่ายที่ลดลงมากกว่าคาด ทั้งนี้บริษัทยังได้รับผลกระทบ COVID-19 จำกัด โดยมีรายได้รวม +4.1% Q-Q, -2.6% Y-Y ซึ่งรายได้ในประเทศทรงตัว Q-Q และ +5% Y-Y ส่วนรายได้ส่งออกไปกัมพูชายังอ่อนตัวลง -18.4% Y-Y ลดลง Y-Y เป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน แต่กลับมาเพิ่มขึ้น +18% Q-Q สิ่งที่ดีขึ้นคืออัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวมาอยู่ที่ 19.6% จาก 17% ใน 4Q19 และทรงตัวเมื่อเทียบกับ 1Q19 มาจากอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบบางรายการอ่อนตัวลง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับลงค่อนข้างมาก -19.2% Q-Q, -20.5% Y-Y มาจากการปรับลดค่าส่งเสริมทางการตลาด และค่าโฆษณาต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะตลาดปัจจุบัน ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 8.2% (เราคาดไว้ 10%) จาก 10.5% ใน 4Q19 และ 10% ใน 1Q19 และยังมีส่วนแบ่งของธุรกิจที่อินโดนีเซียที่พลิกมีกำไร 8.4 ล้านบาท จากที่ขาดทุน -20 ล้านบาทใน 4Q19 และ -6 ล้านบาทใน 1Q19
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
ORI (BUY/20TP: 6.4), งบ 1Q20 ตามคาด ส่วนแบ่งกำไร JV ช่วยบรรเทาผลกระทบ
(views 35)
กำไรปกติ 1Q20 ชะลอ 41% Q-Q และ 18% Y-Y ORI รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 595 ล้านบาท (-32.5% Q-Q, -17% Y-Y) ใกล้เคียงเราและตลาดคาด โดยมีกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยเพื่อพัฒนาคอนโด 2 แห่งกับ GS E&C ราว 145 ล้านบาท (หลังหักภาษี) หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรปกติจะอยู่ที่ 451 ล้านบาท (-41% Q-Q, -18% Y-Y) โดยผลประกอบการที่หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y เป็นไปตามทิศทางของยอดโอน
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
PRM (BUY/20TP: 7.5), กำไรปกติ 1Q20 ดีกว่าคาดอย่างน่าประทับใจ
(views 35)
กำไรปกติ 1Q20 สูงกว่าคาดมาร์จิ้นของจากธุรกิจเรือ FSU ที่ดีขึ้นมาก PRM มีกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 266.5 ล้านบาท +0.1% Q-Q, +20.4% Y-Y หักขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 76.9 ล้านบาทออก เป็นกำไรปกติ 343.3 ล้านบาท +38.8% Q-Q, +51.3% Y-Y ดีกว่าคาด 20% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นใน 2 ธุรกิจหลักของบริษัท คือธุรกิจเรือ FSU (48% ของรายได้รวม) เติบโตก้าวกระโดด รายได้ +8.1% Q-Q, +112.3% Y-Y อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นเป็น 43.6% ดีกว่าทั้งปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ 43.7% จากการขยับราคาขึ้นหลังเรือ 3 ลำใน 7 ลำหมดสัญญาในช่วง 1Q20 ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราค่าระวางเรือ VLCC ปรับสูงขึ้นมากเพราะการ Lockdown ของหลายประเทศทำให้ความต้องการเรือ FSU สูงขึ้นแต่ Supply เรือมีจำกัด นอกจากนี้ ธุรกิจเรือขนส่งในประเทศ (39% ของรายได้รวม) รายได้ไม่ได้โตก้าวกระโดดแต่อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 23.9% สูงสุดในรอบ 6 ไตรมาสเพราะเรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา 3 ลำตั้งแต่ปีก่อนมีขนาดระวางบรรทุกสูงกว่าเรือเก่า 45% และอัตราการใช้กำลังการผลิตสูง จึงหนุนอัตรากำไรขั้นต้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเรือ Offshore มีอัตรากำไรขั้นต้นติดลบ 5.2% ชั่วคราวเพราะเรือ 1 ใน 2 ลำเข้าอู่แห้งเพื่อเตรียมซ่อมบำรุง
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
QH (HOLD/20TP: 2.2), งบ 1Q20 ดีกว่าคาด จากการปรับปรุงงบบริษัทร่วม
(views 30)
กำไร 1Q20 ชะลอ 24% Q-Q และ 41% Y-Y QH รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 อยู่ที่ 511 ล้านบาท (-24% Q-Q, -41% Y-Y) ดีกว่าเราและตลาดคาดมาก สาเหตุจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมอย่าง LHFG ที่สูงกว่าคาด อยู่ที่ 132 ล้านบาท (เทียบกับที่เราประเมินไว้ว่าขาดทุน -97 ล้านบาท) เนื่องจาก LHFG มีการปรับปรุงงบ 1Q20 ทั้งนี้ ผลประกอบการที่หดตัวเป็นไปตามทิศทางเดียวกับยอดโอนที่ทำได้ 1.6 พันล้านบาท หดตัว 17% Q-Q และ 47% Y-Y ตามสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว, ผลกระทบ COVID-19 และ 1Q19 ที่มีการรับรู้ Backlog คอนโดหรู Q1 Sukhumvit โดยแบ่งเป็นแนวราบ 1.5 พันล้านบาท (-9% Q-Q, -41% Y-Y) และคอนโด 128 ล้านบาท (-57% Q-Q, -74% Y-Y) ส่วนรายได้ค่าเช่าและบริการอยู่ที่ 263 ล้านบาท (-24% Q-Q, -31% Y-Y) กดดันจากการลดลงของรายได้ธุรกิจโรงแรมเป็นหลัก -31% Q-Q, -35% Y-Y จากผลกระทบ COVID-19 สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นขายอสังหาฯ ทำได้ 33.6% เทียบกับ 34.5% ใน 4Q19 แต่ปรับขึ้นจาก 32.7% ใน 1Q19 เป็นผลของโครงการแนวราบใหม่ที่ทำมาร์จิ้นได้ดีขึ้น ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม -20% Q-Q, -6% Y-Y อยู่ที่ 431 ล้านบาท จากผลประกอบการของ HMPRO ที่อ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
SEAFCO (BUY/20TP: 6.9), งบ 1Q20 ตามคาด รายได้โตดี แต่ถูกกดดันจากมาร์จิ้น
(views 24)
กำไร 1Q20 เติบโต 11% Q-Q แต่ชะลอ 21% Y-Y SEAFCO รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 94 ล้านบาท (+11% Q-Q, -21% Y-Y) ใกล้เคียงเราและตลาดคาด โดยกำไรที่เร่งขึ้น Q-Q เป็นไปในทิศทางเดียวกับรายได้ ส่วนการหดตัว Y-Y มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ชะลอลง สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) รายได้งานก่อสร้างทำได้ 868 ล้านบาท เป็นระดับสูงสุดใหม่รายไตรมาส ขยายตัว 34.5% Q-Q และ 2% Y-Y หนุนจากการเดินหน้าโครงการ Dusit Central Park รวมถึงความคืบหน้าของงานอื่น อาทิ ศูนย์ราชการ โซน C 2) อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ 18.1% ปรับลดจาก 21.1% ใน 4Q19 และ 22% ใน 1Q19 จากงานรับค่าแรงรวมวัสดุ (มาร์จิ้นต่ำ) มีสัดส่วนที่สูงขึ้น 3) ค่าใช้จ่ายบริหารต่อรายได้ทรงตัวที่ 3.7% เทียบกับ 7.5% ใน 4Q19 และ 3.9% ใน 1Q19
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
TACC (BUY/20TP: 5.2), กำไร 1Q20 ตามคาด ส่วน 2Q20 จะอ่อนตัวลงชั่วคราว
(views 27)
กำไรปกติ 1Q20 ตามคาด โต Y-Y ได้จากต้นทุนลดลง กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 43 ล้านบาท (-4.4% Q-Q, +27.5% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 5 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 38 ล้านบาท (-22.4% Q-Q, +15.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 39 ล้านบาท) โดยเริ่มได้รับผลกระทบจาก COVID-19 แล้ว ในส่วนของรายได้เครื่องดื่มโถดในร้าน 7-11 และธุรกิจ Character เพราะลูกค้าชะลอการทำโปรโมชั่นต่างๆ ทำให้รายได้รวมในไตรมาสนี้ลดลง -17.3% Q-Q และ -7.1% Y-Y แต่ถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นและทำจุดสูงสุดใหม่อยู่ที่ 33.6% เพิ่มขึ้นจาก 30.9% ใน 4Q19 และ 29.6% ใน 1Q19 มาจากประสิทธิภาพในการ Sourcing ที่ดีขึ้น ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบปรับลดลง ทั้งนี้ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารถือว่าควบคุมได้ใกล้เคียงปีก่อนและไตรมาสก่อน แต่ด้วยการลดลงของรายได้ที่มากกว่า ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 19.1% จาก 16.2% ใน 4Q19 และ 17.4% ใน 1Q19
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
CHG (BUY/20TP: 2.7), กำไร 1Q20 แข็งแรงตามคาด ยังเป็น Top Pick
(views 26)
กำไร 1Q20 แข็งแรงตามคาด CHG ประกาศกำไรปกติ 1Q20 ออกมาที่ 186 ลบ. +38.8% Q-Q, +4% Y-Y ตรงตามที่เราและตลาดคาด รายได้เติบโตใกล้เคียงคาด +7.2% Y-Y นำโดยฝั่งประกันสังคมที่เติบโต 10% Y-Y ได้อานิสงส์จากการปรับเพิ่มเงินตั้งแต่ต้นปีรวมถึงจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มผู้ป่วยเงินสดยังโตแข็งแรง +7% Y-Y ส่วนด้านต้นทุนในภาพรวมอยู่ในระดับใกล้เคียงคาดทั้งต้นทุนจากการให้บริการและ SG&A ส่งผลให้ EBITDA Margin ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 14.1% ลดลงเล็กน้อยจาก 14.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ดีขึ้นจาก 10.1% ใน 4Q19
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2020
BDMS (BUY/20TP: 23), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาดมาก
(views 63)
กำไร 1Q20 ดีกว่าเราและตลาดคาด BDMS ประกาศกำไรปกติ 1Q20 ออกมาที่ 2,568 ลบ. +8.32% Q-Q, -12.2% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาดมากถึง 17-20% โดยรายได้ชะลอตัวใกล้เคียงคาด -6.6% Q-Q, -3.9% Y-Y (ไทย Flat Y-Y ต่างชาติ -14% Y-Y) รวมถึง Gross Margin อ่อนตัวลงใกล้เคียงคาดที่ 34% ส่วนปัจจัยที่ทำให้กำไรดีกว่าคาดคือค่าใช้จ่าย SG&A ที่ลดลงอย่างมีนัยยะเหลือเพียง 19.8% ของรายได้จาก 22.8% และ 21.4% ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับจากการควบคุมต้นทุนที่ดีมาก ส่งผลให้ EBITDA Margin พุ่งขึ้นเป็น 24% ในไตรมาสนี้จากระดับราว 21% ทั้งใน 4Q19 และ 1Q19
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2020
GUNKUL (BUY/20TP: 3.7), รายการพิเศษหนุนกำไรสุทธิ 1Q20 โตแรง กำไรปกติดีกว่าคาด 9%
(views 41)
กำไรสุทธิโตสูง Y-Y กำไรปกติ 1Q20 -35.0% Q-Q แต่ +48.6% Y-Y ดีกว่าคาด 9% กำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 439 ล้านบาท -16.7% Q-Q แต่ +95.3% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษ +100 ล้านบาท (กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมตราสารอนุพันธ์ 74 ล้านบาท+กำไรจากการต่อรองราคาซื้อธุรกิจ 107 ล้านบาท+ FX Loss 80 ล้านบาท) เป็นกำไรปกติ 339 ล้านบาท ดีกว่าคาด 9% เป็นกำไรปกติ -35.0% Q-Q แต่ +48.6% Y-Y ทั้งนี้ กำไรลดลง Q-Q ตามรายได้รวมลดลง 21.0% Q-Q โดยรายได้ลดลงทุกธุรกิจ ส่วนหนึ่งจากปัจจัยฤดูกาลและฐานรายได้ขายไฟฟ้าสูงในไตรมาสก่อน แต่กำไรเพิ่ม Y-Y ตามรายได้รวมเพิ่ม 9.1% Y-Y โดยรายได้จากการขายเพิ่ม 14.8% Y-Y รายได้ขายไฟเพิ่ม 10.1% Y-Y จากโครงการใหม่ที่ญี่ปุ่นและเวียดนาม (1 เดือน) รวมทั้งค่าใช้จ่ายการเงินลดลง 43.3% Y-Y (-32.6% Q-Q) Gross margin ที่ 40.4% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 46.7% และ 1Q19 ที่ 43.0%
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2020
SFLEX (HOLD/20TP: 7), กำไร 1Q20 +8% Q-Q, +47% Y-Y ดีกว่าคาดจากอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าคาด
(views 38)
กำไร 1Q20 +8% Q-Q, +47% Y-Y ดีกว่าคาดจากอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าคาด SFLEX รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 34.8 ล้านบาท +8.2% Q-Q, +47.0% Y-Y ดีกว่าคาด 5% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาดมาก โดยทำได้ 23.5% สูงสุดในรอบ 8 ไตรมาส (เราคาด 18.4%) และสูงกว่ากรอบบนที่ผู้บริหารตั้งเป้าที่ 21-23% มาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง เงินบาทแข็งค่าในช่วงต้นปีทำให้วัตถุดิบนำเข้าถูกลง และมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งมี room ที่จะพัฒนาให้ดีขึ้นได้ ประกอบกับปัจจุบันสัดส่วนของลูกค้าในกลุ่ม Food product อยู่ที่ระดับ 20% ใกล้เคียง 4Q19 (แต่ดีขึ้นจาก 1Q19 ที่มีสัดส่วน 16.7% ของรายได้รวม) ยังสามารถขยายตลาดได้อีกโดยเฉพาะตลาดในกลุ่ม Premium packaging ซึ่งมีการแข่งขันน้อยและ High margin ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรได้ในระยะต่อไป ในส่วนของรายได้ +5.7% Q-Q, -0.7% เป็น 339 ลบ. ยังไม่เห็นผลของการกักตุนสินค้าซึ่งเกิดขึ้นเพียง 2 สัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส แต่เชื่อว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นในไตรมาสถัดไป
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2020
KCE (BUY/12M TP: 19), จะผ่านกำไรต่ำสุดใน 2Q20 และฟื้นตัวใน 2H20 ต่อเนื่องไปปีหน้า
(views 33)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 2Q20 จะอ่อนตัวลงพอสมควร (เบื้องต้นคาดต่ำกว่า 100 ล้านบาท) เพราะเดือน เม.ย. โรงงานของลูกค้าถูกปิดไปราว 46% ของโรงงานลูกค้าทั้งหมด คาดรายได้ใน 2Q20 จะลดลงถึง -20% - 30% Y-Y และล่าสุดลูกค้าเริ่มทยอยกลับมา Reopen แล้ว แต่ระดับ Production ยังต่ำอยู่ที่ 10% - 30% ทั้งนี้บริษัทได้เริ่มเห็นคำสั่งซื้อทยอยเพิ่มขึ้น และเห็นล่วงหน้าถึงเดือน ก.ค. (สั้นกว่าปกติก่อนมี COVID) เราคาดคำสั่งซื้อจะทยอยกลับมาฟื้นตัวในช่วง 2H20 และต่อเนื่องไปในปีหน้า เพราะยังเชื่อว่าภาคการผลิตจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าภาคอื่น ทั้งนี้ผู้บริหารปรับลดเป้ารายได้ปีนี้ลงเป็น -10% Y-Y จากเดิม +10% Y-Y ทำให้เราปรับลดกำไรปกติปี 2020 ลง 30% เป็นกำไรที่ลดลงจากปีก่อน -3.6% Y-Y และคาดจะกลับมาเติบโตในปี 2021 ราว 81.6% Y-Y ก่อนจะกลับมามีกำไรใกล้เคียงกับช่วงก่อนมี COVID-19 ได้อีกครั้งในปี 2022 ทั้งนี้เราปรับใช้ราคาเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้า (กลางปี 2020) ที่ 19 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และมองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วใน 2Q20 ที่ราคาเป้าหมายใหม่มี Upside 15.2% แนะนำทยอยซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2020
EKH (U.R./20TP: U.R.), Cost Overrun กดดันกำไร 1Q20 // อยู่ระหว่างปรับประมาณการ
(views 30)
กำไร 1Q20 ต่ำกว่าคาดมากจากต้นทุนที่พุ่ง EKH ประกาศกำไรปกติ 1Q20 ออกมาอ่อนแอที่ 11 ลบ. -61.5% Q-Q, -74.8% Y-Y ต่ำกว่าเราคาด 54% รายได้หดตัวใกล้เคียงคาด -18.1% Q-Q, -8.4% Y-Y จากทั้งผู้ป่วยไทยที่ชะลอและโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใช้บริการศูนย์ IVF ชาวจีนที่ลดลงอย่างมีนัยยะจากการระบาดของ COVID-19 ในเดือน ก.พ.-มี.ค. ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักและคิดเป็นสัดส่วนราว 80-90% ของรายได้ศูนย์ ขณะที่ต้นทุนพุ่งขึ้นไม่สอดคล้องกับรายได้ ส่งผลให้ EBITDA Margin หดตัวเหลือเพียง 15.9% ในไตรมาสนี้จาก 22.5% และ 31.5% ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2020
BCH (BUY/20TP: 16), กำไร 1Q20 แข็งแรงตามคาด
(views 33)
กำไร 1Q20 ออกมาดีตามคาด BCH ประกาศกำไรปกติ 1Q20 ออกมาดีตามที่เราและตลาดคาดที่ 259 ลบ. +8.4% Q-Q, 4.4% Y-Y โดยรายได้ชะลอตัวเล็กน้อย -0.8% Q-Q แต่ยังเติบโตได้ 4.8% Y-Y (เงินสด +2.9 Y-Y ประกันสังคม +8.3% Y-Y) ขณะที่ฝั่งต้นทุนโดยรวมใกล้เคียงคาด ส่งผลให้ EBITDA Margin อยู่ที่ 11.8% ในไตรมาสนี้ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นจาก 10.8% ทั้งใน 4Q19
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2020
AP (BUY/20TP: 6.2), กำไร 1Q20 ตามคาด แนวโน้ม 2Q20 ดีกว่าที่เคยประเมิน
(views 37)
กำไร 1Q20 ชะลอ 30% Q-Q และ 43% Y-Y จากฐานสูง AP รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 618 ล้านบาท (-30% Q-Q, -43% Y-Y) เป็นไปตามเราและตลาดคาด การหดตัวของกำไรมีสาเหตุจากส่วนแบ่งกำไร JV ลดลง 81% Q-Q และ 63% Y-Y อยู่ที่ 109 ล้านบาท แม้เริ่มโอนคอนโด Life Ladprao (มูลค่า 8 พันล้านบาท มียอดขาย 93%) ในปลายไตรมาส ซึ่งเร็วกว่าแผนใน 2Q20 แต่รับรู้รายได้เข้ามาไม่มาก เมื่อเทียบกับ 4Q19 ที่ส่งมอบ 2 คอนโดใหม่ไปมาก และ 1Q19 ที่รับรู้ 2 คอนโดใหญ่ สำหรับยอดโอน AP ทำได้ 5.2 พันล้านบาท ขยายตัว 2% Q-Q หนุนจากแนวราบ แต่ชะลอ 31% Y-Y จากฐานสูงใน 1Q19 ที่มีการเร่งโอนก่อนเกณฑ์ LTV บังคับใช้ แบ่งเป็นแนวราบ 4.4 พันล้านบาท (+5% Q-Q, -26% Y-Y) และคอนโด 759 ล้านบาท (-11% Q-Q, -50% Y-Y) โดยไตรมาสนี้เริ่มส่งมอบคอนโด AP ใหม่อย่าง Aspire สุขุมวิท-อ่อนนุช เฟส 1 (มูลค่า 1.6 พันล้านบาท มียอดขาย 48%) ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯ อยู่ที่ระดับ 32.6% ปรับลดจาก 33.9% ใน 4Q19 แต่ดีขึ้นจาก 31.3% ใน 1Q19 ที่รับรู้คอนโดที่มาร์จิ้นต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2020
CPALL (HOLD/20TP: 78), กำไร 1Q20 ตามคาด ราคาหุ้นขึ้นมาแล้ว ปรับลดคำแนะนำลง
(views 39)
กำไรสุทธิ 1Q20 ตามคาด MAKRO ดี แต่ชดเชย CPALL ไม่ได้ กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 5,645 ล้านบาท (-8.5% Q-Q, -2.1% Y-Y) ใกล้เคียงที่เราและตลาดคาด (เราคาดไว้ 5,546 ล้านบาท) โดยมาจากธุรกิจ Cash & Carry ที่เติบโตได้ดีโดยเฉพาะในช่วง COVID-19 แต่ด้วยสัดส่วนรายได้และกำไร 36% และ 27% ของรายได้รวม และกำไรรวมของ CPALL ตามลำดับ ซึ่งไม่สามารถชดเชยการอ่อนตัวของธุรกิจ 7-11 ได้
MAKRO มีกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 1,681 ล้านบาท (-18% Q-Q, +10.7% Y-Y) โดยได้อานิสงส์จากการแห่กักตุนสินค้าทั้งอาหาร และของอุปโภค ในขณะที่มีการปิดโซนขายบางส่วนเพียง 10% ของแต่ละสาขาเท่านั้น ทำให้ SSSG ยังบวกต่อเนื่อง +7% Y-Y จาก +6.2% Y-Y ใน 4Q19 และมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้น +20 bps มาอยู่ที่ 10.1% 10.1% และมีผลกระทบจาก TFRS16 เล็กน้อย คาดไม่เกิน 2% ของกำไร MAKRO
CPALL สำหรับร้าน 7-11 มี SSSG พลิกเป็นติดลบ -4% Y-Y จาก 0% Y-Y ใน 4Q19 เพราะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้จำนวนลูกค้าเข้าร้านน้อยลงมาอยู่ที่ 1,122 คน/ร้าน/วัน ลดลงจาก 1,199 คนใน 1Q19 ส่วนการใช้จ่ายต่อบิลของลูกค้ายังค่อนข้างใกล้เคียงเดิมที่ 70 บาท แต่ยังมีการเปิดสาขาใหม่อีก 271 แห่ง ทำให้รายได้ยังโตได้ 3% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นยังปรับขึ้น +30 bps มาอยู่ที่ 26.8% มาจาก Product Mix แต่ค่าใช้จ่ายยังปรับขึ้น Y-Y มาจากการเปิดสาขาใหม่ และค่าใช้จ่ายพนักงาน ในขณะที่มีผลกระทบจาก TFRS16 ราว 4% ของกำไร 7-11
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2020
GFPT (HOLD/20TP: 12.5), กำไร 1Q20 ดีตามคาด และจะกลับมาฟื้นใน 2H20
(views 29)
กำไรปกติ 1Q20 ทำได้ดีตามคาด กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 325 ล้านบาท (+30% Q-Q, +42.5% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 3.8 ล้านบาท และกำไรจากสัญญาอนุพันธ์ 45 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 276 ล้านบาท (-8.9% Q-Q, +21.6% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 279 ล้านบาท) แม้ GFPT จะมีปริมาณการส่งออกลดลง -14.5% Q-Q, -39% Y-Y มาอยู่ที่ 5,900 ตัน เพราะได้รับผลกระทบจากเหตุไฟไหม้ 2 สายการผลิต และ COVID-19 ที่กระทบทั้ง Demand ของตลาดส่งออกและตลาดในประเทศ ทำให้รายได้รวมลดลง -8.1% Q-Q, -7.2% Y-Y แต่ด้วยต้นทุนวัตถุดิบยังอยู่ในระดับต่ำ และ Product Mix เปลี่ยนแปลงจากรายได้ขายไปจีน (มาร์จิ้นต่ำ) ลดลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังปรับขึ้นได้มาอยู่ที่ 14.7% จาก 14.2% ใน 4Q19 และ 13.5% ใน 1Q19 ส่วนค่าใช้จ่ายควบคุมได้ดีขึ้น อ่อนตัวลงทั้ง Q-Q, Y-Y โดยมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ระดับ 9% ลดลงจาก 10% ใน 4Q19 แต่เพิ่มขึ้นจาก 8.4% ใน 1Q19 เพราะรายได้ปรับลงมากกว่า และสิ่งที่ดีสามารถหักล้างผลลบได้ทั้งหมดคือ ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม +354% Y-Y มาอยู่ที่ 100 ล้านบาท เพราะได้ทั้ง GFN และ McKey เข้ามาช่วยรับคำสั่งซื้อของ GFPT ไปผลิตให้แทน โดยมีส่วนแบ่งกำไรจาก GFN อยู่ที่ 12 ล้านบาท พลิกจากที่ขาดทุน -29 ล้านบาทใน 1Q19 และส่วนแบ่งกำไรจาก McKey อยู่ที่ 88 ล้านบาท (+76% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2020
ITEL (BUY/20TP: 2.9), กำไรดีกว่าคาดมากจากอัตรากำไรขั้นต้น
(views 36)
กำไร 1Q20 -14% Q-Q, +3% Y-Y ดีกว่าคาด 24% จากอัตรากำไรขั้นต้นดีกว่าคาด ITEL รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 40.1 ล้านบาท -14.1% Q-Q, +3.0% Y-Y ดีกว่าคาด 24% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาดมาก โดยทำได้ 26.3% เราคาดเพียง 22.1% ในส่วนของรายได้รวมเป็นไปตามคาด -16.9% Q-Q, +1.6% Y-Y เป็น 455.7 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่รายได้ที่สดใสนักเพราะธุรกิจติดตั้งโครงข่าย (Installation) ซึ่งมีสัดส่วน 36% ของรายได้รวม มีรายได้ลดลงมากสุด -46.8% Q-Q, -25.7% Y-Y เพราะถูกกระทบจากมาตรการปิดสถานที่ต่างๆ เป็นอุปสรรคในการเข้าพื้นที่เพื่อลากสายหรือติดตั้งโครงข่าย สำหรับมาตรฐานบัญชีใหม่ TAS32, TFRS, TFRS16 มีผลต่อกำไรเพียง 2.71 ล้านบาทซึ่งบริษัทรับรู้ในกำไรสะสม (ทำให้ลดลง) ไม่ผ่านงบกำไรขาดทุน ความสามารถในการทำกำไรยังรักษาได้ในเกณฑ์ดี นอกจากอัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 26.3% ซึ่งดีที่สุดในรอบ 5 ไตมาส EBITDA margin และ Net profit margin อยู่ในเกณฑ์สูง 38.5% และ 8.8% ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2020
OSP (HOLD/20TP: 46), กำไร 1Q20 ต่ำคาดเล็กน้อย คาดกำไรจะฟื้นอีกทีใน 3Q20
(views 30)
กำไร 1Q20 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย มาจากค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าคาด กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 926 ล้านบาท (+12.5% Q-Q, +4.3% Y-Y) หากไม่รวมกำไรจากการซื้อธุรกิจ (คาลพิสโอสถสภา) 89 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 837 ล้านบาท (+1.7% Q-Q, -5.7% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 5% (เราคาดไว้ 882 ล้านบาท) แม้จะมีรายได้รวมเติบโต +1% Q-Q, +5% Y-Y มาจากทั้งรายได้เครื่องดื่มในประเทศที่โตได้ +4.6% Y-Y มาจากทั้งเครื่องดื่มชูกำลัง +1.1% Y-Y (โตมากกว่ามูลค่าตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่โตได้เพียง 0.6% Y-Y และ Functional Drink +16.1% Y-Y, รายได้เครื่องดื่มต่างประเทศ +10.9% Y-Y มาจาก CLMV และตะวันออกกลาง ส่วนธุรกิจ Personal Care แม้ในเดือน มี.ค. จะได้อานิสงส์จากการกักตุนสินค้าอุปโภคของผู้บริโภค แต่ไม่สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงในเดือน ม.ค. – ก.พ. ได้ ทำให้รายได้ Personal Care 1Q20 ลดลง -4.8% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังขยับขึ้นต่อมาอยู่ที่ 35.4% จาก 35% ใน 4Q19 และ 34.8% ใน 1Q19 จากทั้งการใช้เต็มกำลังการผลิต ทำให้ได้ประโยชน์จาก Economies of Scale ต่อเนื่อง และได้ผลบวกจากภาษีน้ำตาลที่ลดลง หลังปรับสูตรใหม่ในช่วงปลายปี 2019 ที่ผ่านมา
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2020
SC (BUY/20TP: 2.3), งบ 1Q20 ตามคาด ต้องติดตามยอดขาย 2Q20
(views 31)
กำไร 1Q20 ชะลอ 70% Q-Q และ 5% Y-Y SC รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 อยู่ที่ 301 ล้านบาท (-70% Q-Q, -5% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด โดยผลประกอบการที่หดตัวแรง Q-Q จากฐานสูงใน 4Q19 ที่มีการส่งมอบคอนโดหรูเต็มไตรมาส และเริ่มโอนคอนโดใหม่ 2 แห่ง ส่วนการปรับลงเล็กน้อย Y-Y มาจากค่าใช้จ่ายขายและบริหาร รวมถึงต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) ยอดโอนทำได้ 3.1 พันล้านบาท ชะลอ 53% Q-Q แต่ขยายตัว 4% Y-Y หนุนจากคอนโดที่มีการรับรู้ Backlog ต่อเนื่อง แบ่งเป็นแนวราบ 1.8 พันล้านบาท (-43% Q-Q, -28% Y-Y) และคอนโด 1.2 พันล้านบาท (-63% Q-Q, +204% Y-Y) 2) อัตรากำไรขั้นต้นขายอสังหาฯ อยู่ที่ 32.3% ปรับขึ้นเล็กน้อยจาก 31.9% ใน 4Q19 และ 32% ใน 1Q19 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี จากการรับรู้คอนโดที่มาร์จิ้นสูง 3) ค่าใช้จ่ายการขายและบริหารต่อรายได้อยู่ที่ 21.6% เทียบกับ 16.1% ใน 4Q19 และ 20.6% ใน 1Q19 จากฐานรายได้ใน 1Q20 ที่ต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2020
SPALI (HOLD/20TP: 15.3), งบ 1Q20 ดีกว่าคาด แต่แนวโน้ม 2Q20 คาดต่ำสุดของปี
(views 28)
กำไร 1Q20 ชะลอ 59% Q-Q และ 51% Y-Y SPALI รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 อยู่ที่ 750 ล้านบาท (-59% Q-Q, -51% Y-Y) ดีกว่าเราคาด 16% และตลาดคาด 9% จากค่าใช้จ่ายการขายและบริหารที่น้อยกว่าคาด โดยผลประกอบการที่หดตัวมีสาเหตุจากยอดโอนที่ทำได้ 3.6 พันล้านบาท ลดลง 48% Q-Q และ 42% Y-Y จากฐานสูงทั้ง 4Q19 ที่มีการเร่งโอนในช่วงท้ายปี และ 1Q19 ก่อนเกณฑ์ LTV ใหม่บังคับใช้ โดยแบ่งเป็นแนวราบ 2.9 พันล้านบาท (-22% Q-Q, -17% Y-Y) และคอนโด 760 ล้านบาท (-77% Q-Q, -73% Y-Y) ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯ อยู่ที่ 36.5% ปรับลดจาก 40.4% ใน 4Q19 และ 40.2% ใน 1Q19 เนื่องจากแนวราบที่มาร์จิ้นต่ำมีสัดส่วนสูงขึ้นเป็น 79% ของยอดโอน เทียบกับระดับ 52-55% ใน 4Q19 และ 1Q19
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2020
WORK (SELL/20TP: 8.7), กำไร 1Q20 แย่น้อยกว่าคาด แต่ 2Q20 จะด้อยลงอีก
(views 30)
กำไรปกติ 1Q20 ฟื้น Q-Q แต่ -18.7% Y-Y สูงกว่าคาดการณ์ของเราและตลาด WORK รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 46 ล้านบาท ดีกว่าที่เราคาดมาก พลิกจากไตรมาสก่อนที่ขาดทุน 32 ล้านบาท แต่ -37.9% Y-Y หากไม่รวมขาดทุนจากด้อยค่าตามมาตรฐาน TFRS9 จำนวน 14 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติ 61 ล้านบาท ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ขาดทุน 32 ล้านบาท (รวมขาดทุนรับรู้จากบริษัทร่วม 19 ล้านบาท) แต่ -18.7% Y-Y กำไรที่ดีกว่าคาด (ที่ 15 ล้านบาท) ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการขายสินค้าและรายได้จัด Event ที่มากกว่าคาด แต่ก็ยัง -54.7% Q-Q, -60.2% Y-Y รวมทั้งการควบคุมต้นทุนผลิตรายการทีวี โดยรายได้หลักโฆษณาทีวี (ช่อง WPTV) ลดลง 4.4% Q-Q และ 10.0% Y-Y ขณะที่ต้นทุนบริการลดลง 16.8% Q-Q, 9.4% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2020
BGRIM (HOLD/20TP: 49), กำไรปกติ 1Q20 โตตามคาด ราคาขึ้นมามี Upside น้อยลง
(views 34)
1Q20 กำไรสุทธิลดมาก แต่กำไรปกติโตดี 59.3% Q-Q, 54.0% Y-Y ตามคาด กำไรสุทธิ 1Q20 เพียง 71 ล้านบาท ลดลงมาก 80.3%, 84.8% Y-Y ไม่รวมรายการพิเศษส่วนใหญ่เป็น FX Loss จากค่าเงินบาทอ่อนค่าสิ้นงวด จะเป็นกำไรปกติ 682 ล้านบาท ใกล้เคียงคาด (ที่ 671 ล้านบาท) เพิ่ม 59.3% Q-Q, 54.0% Y-Y ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่าย SG&A ลดลงตามฤดูกาล และการรับรู้รายได้จากโครงการโซลาร์เวียดนาม (437 Equity MW) ที่ซื้อมาตั้งแต่ 2Q19 และมี Gross margin สูง กอปรกับต้นทุนค่าก๊าซลดลงราว 5% Y-Y (แต่ Flat Q-Q) ช่วยให้ Gross margin เฉลี่ยดีขึ้นทั้ง Q-Q, Y-Y ขณะที่รายได้รายไฟในประเทศ (ลูกค้า EGAT+ลูกค้าอุตฯ “IU”) ทรงตัว Q-Q และเพิ่มเล็กน้อย 1.9% Y-Y อย่างไรก็ตาม คาดมี FX Loss ทางบัญชีราว 600 ล้านบาท จากสิ้นงวดก่อน ทำให้เป็นกำไรสุทธิเพียง 71 ล้านบาท ลดลงมาก 82.6%, 86.6% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤษภาคม
2020
BCPG (HOLD/20TP: 17), 1Q20 กำไรสุทธิดีกว่าคาด แต่กำไรปกติตามคาด
(views 41)
กำไรปกติ 1Q20 อ่อนลง 5.9% Q-Q, 11.1% Y-Y ตามคาด BCPG รายงานกำไรสุทธิใน 1Q20 ที่ 574 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.0% Q-Q, 16.6% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษ 170 ล้านบาท (ในจำนวนนั้น 325 ล้านบาท มาจาก FX Gain จากเงินกู้โครงการในลาวบางส่วนเป็นสกุลบาท) จะเป็นกำไรปกติที่ 404 ล้านบาท เท่ากับที่คาด ลดลง 5.9% Q-Q, 11.1% Y-Y แม้มีการรับรู้ผลการดำเนินการของ 2 โรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว (Nam San 3A เต็มไตรมาส/ Nam San 3B 1 เดือน) แต่เป็นช่วง Low season (ปกติน้ำอ่อนสุดช่วง 1Q และ 4Q ตามลำดับ) และประสบภาวะน้ำแล้งผิดปกติ กอปรกับรายได้ขายไฟโรงโซลาร์ในไทยและญี่ปุ่นอ่อนลง Q-Q ตามฤดูกาล รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น Q-Q, Y-Y หักล้างกำไรรับรู้จากบริษัทร่วมที่อินโดนีเซียเพิ่มขึ้นมากจากไตรมาสก่อนมีการซ่อมบำรุงมาก
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2020
CBG (BUY/20TP: 107), กำไร 1Q20 ดีกว่าทั้งเราและตลาดคาด ยังแนะนำ ซื้อ
(views 35)
กำไร 1Q20 ดีกว่าคาดมาก รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 801 ล้านบาท (ทรงตัว Q-Q, +91.2% Y-Y) ดีกว่าทั้งเราและตลาดคาด (เราคาดไว้เพียง 648 ล้านบาท) ถือว่าดีกว่าที่เราคาดแทบทุกรายการ และยังทำได้สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท โดยรายได้รวมเติบโต 20.8% Y-Y และยังโตเล็กน้อย 2.6% Q-Q มาจากทั้งรายได้ในประเทศโต 11.7% Y-Y (ยกเว้น รายได้เครื่องดื่มชูกำลังที่ลดลง -1% Y-Y แม้ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังจะโตเล็กน้อย +0.7% Y-Y) และรายได้ส่งออกโตมากถึง 30.3% Y-Y มาจาก CLMV +36.4% Y-Y โดยเฉพาะกัมพูชาและพม่าที่ทำจุดสูงสุดใหม่ ทำให้รายได้ CLMV สูงกว่ารายได้ในประเทศเป็นครั้งแรก โดยสัดส่วนจาก CLMV คิดเป็น 91% ของรายได้ส่งออก และ 48% ของรายได้รวม (ส่วนรายได้ในประเทศ 47% ของรายได้รวม) อัตรากำไรขั้นต้นทำจุดสูงสุดใหม่น่าประทับใจที่ 42.4% เพิ่มจาก 40.9% ใน 4Q19 และ 35.4% ใน 1Q19 จากทั้งการใช้กำลังการผลิตโรงานกระป๋องเต็ม 100% ตั้งแต่ 4Q19 และต้นทุนวัตถุดิบหีบห่อที่ปรับลดลง ทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี สามารถชดเชยการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด โดย +10.6% Q-Q และ +7% Y-Y มาจากส่งเสริมการขายในประเทศที่เพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2020
GLOBAL (BUY/20TP: 15.5), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาด และจะกลับมาฟื้นตัวใน 2H20
(views 27)
กำไร 1Q20 ดีกว่าคาด จากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 616 ล้านบาท (+3.7% Q-Q, +13.7% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 52 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 563 ล้านบาท (-5.2% Q-Q, +3.9% Y-Y) ดีกว่าทั้งเราและตลาดคาดมากราว 20% - 30% จากรายได้สาขาใหม่ที่ดีกว่าคาด และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด ทั้งนี้บริษัทมีการปิดสาขาชั่วคราว ในเดือน มี.ค.จำนวน 39 สาขา จากทั้งหมดที่ 67 สาขา ทำให้ SSSG ติดลบมากขึ้นเป็น -7% Y-Y จาก -1% Y-Y ใน 4Q19 แต่ด้วยผลของรายได้สาขาใหม่ที่เปิดเพิ่มจากปีก่อน 6 สาขา ทำให้รายได้รวมลดลงเพียง -2.5% Y-Y (เราคาด -8% Y-Y) และ +8.1% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล และอัตรากำไรขั้นต้นยังปรับขึ้นมาอยู่ที่ 22.6% จาก 19.1% ใน 1Q19 (เราคาดไว้ที่ 19%) จากสัดส่วนสินค้า House Brand ที่ทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ 19% ของรายได้รวม แต่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ราว 16% - 17% สามารถหักล้างผลของค่าใช้จ่ายที่ปรับขึ้น +13.2% Y-Y ได้ท้งหมด ทั้งนี้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14.6% เพิ่มจาก 12.5% ใน 1Q19 แต่ลดลงจาก 16% ใน 4Q19
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2020
INTUCH (BUY/20TP: 63.25), กำไร 1Q20 ตามคาด ยังเป็น Defensive และ Dividend Play ที่ดี
(views 40)
กำไร 1Q20 ใกล้เคียงคาด INTUCH ประกาศกำไรสุทธิ 1Q20 ออกมาที่ 2,740 ลบ. +45% Q-Q, -5.6% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 2,877 ลบ. +11.9% Q-Q, -1.1%% Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาด โดย THCOM สามารถพลิกมามีกำไรปกติได้อีกครั้งซึ่งดีกว่าคาดจากการลดต้นทุนและค่าเสื่อมราคาที่ลดลงหลังตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ใน 4Q19 ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ต่ำกว่าคาดเล็กน้อยจากผลกระทบของ COVID-19
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2020
RS (HOLD/20TP: 11), 1Q20 กำไรฟื้นแรงกว่าคาด แต่จะลดลงใน 2Q20
(views 32)
1Q20 กำไรปกติเติบโตสูง +164.1% Q-Q และ +57.5% Y-Y ดีกว่าคาด 31% RS รายงานกำไรสุทธิใน 1Q20 ที่ 187 ล้านบาท +183.8% Q-Q, +69.3% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษการกลับรายการเงินจ่ายเข้ากองทุน USO 13 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติ 174 ล้านบาท สูงกว่าคาด 31% และสูงกว่า Consensus 20-25% กำไรที่ดีกว่าคาดส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการขายลิขสิทธิ์ (Content) ซึ่งมีต้นทุนต่ำมาก เข้ามา 90 ล้านบาท มากกว่าคาดที่ 50 ล้านบาท และมีส่วนทำให้ Gross margin สูงกว่าคาด (54.2% VS คาด 47.5%) ขณะที่รายได้โฆษณาทีวีช่อง 8 เพิ่ม 36.7% จากฐานต่ำมากในไตรมาสก่อน และเพิ่มเล็กน้อย 10.3% Y-Y จากการปรับทีมขายโฆษณาทีวีช่อง 8 และมีการกระตุ้นปิดการขายโฆษณา มีรายได้คอนเสิร์ต 35 ล้านบาท ลดลง 65.0% Q-Q แต่เพิ่ม 150.0% Y-Y แต่รายได้ธุรกิจ Commerce ต่ำกว่าคาดที่ 550 ล้านบาท เป็น 500 ล้านบาท เพิ่ม 7.7% Q-Q แต่ลดลง 11.2% Y-Y จาก 1Q19 ที่เป็นระดับสูงสุดของปีก่อน รวมถึงได้ผลจาก Grand Sales เมื่อปลายปีก่อน และมีการขายสินค้าผ่านช่องทีวีจำนวนเพิ่มขึ้น 2 ช่อง คือ ช่อง Amarin TV (เริ่ม ก.พ. 2020) จากเดิมมีช่อง WPTV (เริ่ม พ.ย. 2019) รวมถึงการปรับประสิทธิภาพการขายสินค้าผ่าน Call Center
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2020
ADVANC (BUY/20TP: 210), ปรับประมาณลงสะท้อน Downside ที่มี
(views 42)
จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้เรามีมุมมองค่อนไปในเชิงลบระยะสั้น แนวโน้มผลการดำเนินงาน 2Q20 คาดว่าจะหดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y จากผลของ COVID-19 และการตัดจำหน่ายคลื่น 2600 MHz เต็มไตรมาส เราปรับลดประมาณการกำไรปกติของ ADVANC ลง 6% เป็นหดตัว -10.5% Y-Y สะท้อน Downside จากทั้งฝั่งรายได้ที่คาดพลิกมาหดตัว รวมถึง CAPEX ที่จะเร่งตัวขึ้นเพื่อขยายโครงข่าย 4G/5G ส่งผลให้ราคาเหมาะสมของเราปรับลงเหลือ 210 บาท อย่างไรก็ตามแม้ระยะสั้นผลการดำเนินงานจะถูกกดดัน แต่เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตระยะยาวในยุค 5G ในอนาคต ราคาหุ้นมีโอกาสอ่อนตัวลงแต่มองเป็นจังหวะในการ “ซื้อลงทุน”
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2020
ADVANC (BUY/20TP: 230), กำไร 1Q20 ต่ำกว่าคาด แต่ยังไม่น่ากังวลนัก
(views 41)
กำไรปกติ 1Q20 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อยเพียง 5% ADVANC ประกาศกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 6,756 ลบ. -4.4% Q-Q, -10.8% Y-Y หากตัดรายการขาดทุนสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์จำนวน 430 ลบ. ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 7,187 ลบ. -1.8% Q-Q, -4% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดราว 5% รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ชะลอตัวมากกว่าคาด +0.1% Q-Q, -4.3% Y-Y โดยเฉพาะธุรกิจมือถือจากทั้งการแข่งขันที่รุนแรงและโดยเฉพาะผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้ Net Add ติดลบ 8.6 แสนรายขณะที่ ARPU -4% Q-Q ส่วนฝั่งต้นทุนจากการดำเนินงานโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงคาดทั้งต้นทุนโครงข่ายและ SG&A ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายสูงกว่าคาดจากมาตรฐานบัญชี TFRS16
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2020
BH (HOLD/20TP: 115), ถูกกระทบหนักและต้องใช้เวลากว่าจะกลับสู่ระดับปกติ
(views 39)
การประชุมวานนี้สอดคล้องกับมุมมองค่อนในเชิงลบของเราต่อทิศทางผลการดำเนินงานของ BH ที่คาดหดตัวแรงใน 2Q20 และมีโอกาสขาดทุนจากรายได้ที่คาดมีโอกาสหดตัวแรง 40-50% Y-Y ขณะที่กลยุทธ์การเน้นตลาดผู้ป่วยในประเทศและการลดต้นทุนคาดชดเชยได้ไม่ทั้งหมด รวมถึงการแข่งขันที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 หดตัวแรง 39.9% Y-Y และคาดว่าการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานจะค่อนข้างช้าก่อนกลับสู่ระดับเดิมที่เคยทำได้ อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นเริ่มปรับตัวลงต่ำกว่าราคาเหมาะสมของเราที่ 115 บาท เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นจากเดิม “ขาย” เป็น “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2020
GPSC (HOLD/20TP: 70), กำไรปกติ 1Q20 สูงกว่าคาด
(views 39)
กำไรปกติ 1Q20 โต 39.5% Q-Q และ 99.0% Y-Y ดีกว่าคาด 26% 1Q20 กำไรสุทธิ 1,58 พันล้านบาท เพิ่ม 38.0% Q-Q, 67.7% Y-Y กำไรปกติที่ 1.98 พันล้านบาท เพิ่ม 39.5% Q-Q, 99.0% Y-Y สูงกว่าคาดของ Consensus และของเรา24-26% กำไรดีกว่าคาดของเราส่วนใหญ่จากต้นทุนขายต่ำกว่าคาด กำไรเพิ่ม Q-Q จากค่าซ่อมบำรุงน้อยลง ค่าใช้จ่าย SG&A ลดลงตามฤดูกาลและดอกเบี้ยจ่ายลดลงต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนที่มีการเพิ่มทุนไปชำระหนี้ กำไรเพิ่มสูง Y-Y จากการควบรวมกับ GLOW ตั้งแต่ 1Q19 และค่าใช้จ่าย SG&A ลดลงจาก 1Q19 ที่มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการควบรวมกิจการ แม้มีส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม 68 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนและ 1Q19 ที่เป็นส่วนแบ่งกำไร 463 ล้านบาท และ 130 ล้านบาท จากการรับรู้ขาดทุนจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (ถือหุ้น 25%) 235 ล้านบาท ผลกระทบจากภาวะน้ำแล้ง
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2020
HMPRO (HOLD/20TP: 13.5), คาดจะกลับมาฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไปใน 2H20
(views 29)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ (Conference Call) ระยะสั้น กำลังจะผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q20 โดยเฉพาะในเดือน เม.ย. ที่มีการเปิดสาขาถึง 83 สาขา (73% ของสาขาทั้งหมด) และคาดรายได้จะลดลงมากถึง -50% - 60% Y-Y แม้รายได้ Online จะโตดีมากถึง 10 เท่าตัว แต่ยังไม่สามารถชดเชยการลดลงของรายได้หน้าร้านได้ หลังจากนี้คาดจะเริ่มกลับมาเปิดให้บริการสาขาได้มากขึ้นในช่วงครึ่งเดือนหลังของ พ.ค. เป็นต้นไป แต่เชื่อว่าลูกค้าจะยังไม่กลับมาคึกคักในทันที การฟื้นตัวจะทยอยอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยบริษัทได้เริ่มตระหนักและเตรียมรับมือกับ New Normal ที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจาก COVID-19 ผ่านพ้น ซึ่งจะรุกหนักมากขึ้นในส่วนการขยาย E-Commerce เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า สำหรับแผนเปิดสาขาใหม่ปีนี้ บริษัทปรับลดเหลือ 2 สาขา จากเดิม 5 สาขา เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2020 จะลดลงราว -25.6% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 13.5 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงจากที่เราแนะนำขายในรายงานครั้งก่อน (29 เม.ย.) ทำให้มี Upside กว้างขึ้นเป็น 3.1% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ / ซื้ออ่อนตัว จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2020
LPN (SELL/20TP: 3.3), งบ 1Q20 ชะลอ และคาดอ่อนแอลงอีกใน 2Q20
(views 40)
กำไร 1Q20 หดตัว 65% Q-Q และ 38% Y-Y LPN รายงานผลประกอบการ 1Q20 เท่ากับ 217 ล้านบาท (-65% Q-Q, -38% Y-Y) ดีกว่าเราคาด 18% จากมาร์จิ้นสูงกว่าคาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาด 6% กำไรที่หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y มีสาเหตุมาจากยอดโอนที่ทำได้ 1.5 พันล้านบาท แบ่งเป็นคอนโด 75% และแนวราบ 25% โดยลดลง 60% Q-Q และ 40% Y-Y จากฐานสูงทั้งใน 4Q19 ที่มีการเริ่มโอนคอนโดใหม่ 5 แห่ง และ 1Q19 ที่มีการเร่งโอนก่อน LTV บังคับใช้ แม้ไตรมาสนี้เริ่มโอนกรรมสิทธิ์คอนโดใหม่อย่าง Lumpini Place Rama 3-River Rine (มูลค่า 1.6 พันล้านบาท, มียอดขาย 28%) แต่รับรู้เข้ามาไม่มาก บวกกับการระบายสต็อกเป็นไปได้ช้า ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯ อยู่ที่ 30.2% ทรงตัวจาก 4Q19 ที่ 29.8% แต่ปรับลดจาก 1Q19 ที่ 33.7% ซึ่งมีการโอนโครงการที่มาร์จิ้นดี
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤษภาคม
2020
JWD (BUY/20TP: 9), แนวโน้ม 1Q20 อยู่ในเกณฑ์ดี ผลกระทบ COVID-19 เป็นเพียงชั่วคราว
(views 38)
แนวโน้มกำไร 1Q20 อยู่ในเกณฑ์ดี ผลของ COVID-19 ทำให้การขายสินค้าของลูกค้าช้าลง ต้องการพื้นที่เก็บสินค้ามากขึ้น ธุรกิจหลายอย่างเติบโตดีเช่น ห้องเย็น คลังเก็บสินค้าทั่วไปและสินค้าอันตราย และธุรกิจ Self-storage ซึ่งมีสัดส่วนรวมกัน 50% ของรายได้รวม ส่วนธุรกิจยานยนต์ (รับฝากรถและบริหารรถ) ไม่สดใสและเชื่อว่าจะเป็นตลอดทั้งปีตามภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก คาดกำไร 1Q20 ที่ 92 ล้านบาท -22% Q-Q, +3% Y-Y คิดเป็น 26% ของประมาณการทั้งปี แนวโน้ม 2Q20 ชะลอเพราะ COVID-19 กระทบธุรกิจยานยนต์มาก แต่เชื่อกำไรทั้งปีทรงตัวได้ ยังแนะนำซื้อ เราชอบศักยภาพของบริษัทด้านโลจิสติกส์ กระจายการลงทุนในหลายธุรกิจและหลายประเทศ คงราคาเป้าหมาย 9 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤษภาคม
2020
TU (BUY/20TP: 15.5), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาด และคาดจะกลับมาฟื้นใน 3Q20
(views 35)
กำไรปกติ 1Q20 ดีกว่าคาดมาก โตได้ทั้ง Q-Q, Y-Y กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 1,016 ล้านบาท (-3.9% Q-Q, -20.2% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 262 ล้านบาท และขาดทุนจากการดำเนินงานยกเลิก 6 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,285 ล้านบาท (+24% Q-Q, +18.7% Y-Y) ดีกว่าทั้งเราและตลาดคาดมาก (เราคาดไว้ 808 ล้านบาท) แม้จะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้รายได้ธุรกิจ Frozen ลดลงราว -5% Y-Y เพราะลูกค้ากลุ่ม Food Service มีคำสั่งซื้อที่ลดลง และส่วนแบ่งผลการดำเนินงานจาก Red Lobster พลิกเป็นขาดทุนที่ -111 ล้านบาท จากที่มีกำไร 144 ล้านบาทใน 1Q19 แต่ทั้งหมดได้ถูกหักล้างด้วยธุรกิจ Ambient ที่เติบโตดี +16.2% Y-Y จากการแห่กักตุนสินค้าของผู้บริโภค ส่งผลให้รายได้รวมอยู่ที่ US$994 ล้าน (-8.4% Q-Q, +7% Y-Y) แต่ด้วยค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับ 1Q19 ทำให้รายได้สกุลเงินบาทโตต่ำกว่าอยู่ที่ +5.9% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 16.2% จาก 14.9% ใน 1Q19 และ 16.1% ใน 4Q19 (ดีกว่าที่เราคาดไว้ที่ 15.5%) จาก Product Mix โดยมีรายได้กลุ่ม Brand ที่มาร์จิ้นดีเติบโตมากขึ้น สำหรับค่าใช้จ่ายยังควบคุมได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ทรงตัวอยู่ที่ 11.3% ใกล้เคียงปีก่อนและไตรมาสก่อน และส่วนแบ่งจากบริษัทร่วมพลิกเป็นขาดทุนราว -18 ล้านบาทในไตรมาสนี้ จากที่มีกำไร 347 ล้านบาท โดยมาจากส่วนแบ่งขาดทุนของ Red Lobster ที่มากขึ้น และส่วนแบ่งกำไรจาก Avanti Feed ลดลง ในขณะที่ยังรับรู้เงินปันผลทางบัญชีจาก Red Lobster ได้ตามเดิมที่ 243 ล้านบาท แม้จะเลื่อนการรับรู้เงินสดออกไปก่อน เพื่อเป็นการช่วยเหลือบริษัทร่วมในยามที่ถูกกระทบจาก COVID-19
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤษภาคม
2020
GPSC (HOLD/20TP: 70), คาดกำไรปกติ 1Q20 โตดี Y-Y จากควบรวม GLOW
(views 45)
คาดกำไรปกติ 1Q20 +10.6% Q-Q จากค่าใช้จ่ายขายและบริหาร และดอกเบี้ยจ่ายลดลง และ +57.8% Y-Y จากการควบรวมกับ GLOW แนวโน้มกำไร 2Q20 อ่อนลงเล็กน้อย Q-Q จากความต้องการใช้ไฟของลูกค้าอุตสาหกรรมที่ชะลอลงเพราะผลกระทบจาก COVID-19 แต่ชดเชยได้บ้างจากธุรกิจ IPP ที่มีความต้องการใช้ไฟเพิ่มตามฤดูกาล เราคงประมาณการกำไรปกติปีนี้โตเด่น +47% Y-Y จากผลเต็มปีของการรวม GLOW คาดปีหน้าโตต่อเนื่อง 14% Y-Y และมีศักยภาพในการเติบโตต่อในระยะยาว คงราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 70 บาท คงคำแนะนำถือ
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤษภาคม
2020
AP (BUY/20TP: 6.2), คาดงบ 1Q20 ไม่เด่น แต่เริ่มเห็นยอดขายฟื้นตัวในกลางเม.ย.
(views 40)
คาดกำไร 1Q20 ทำได้ 599 ล้านบาท ชะลอ 32% Q-Q และ 44.5% Y-Y จากฐานสูงที่มีการส่งมอบคอนโดใหม่ไปมากใน 4Q19 และเร่งโอนก่อนใช้ LTV ใหม่ใน 1Q19 ซึ่งแม้มีการโอนคอนโด JV ใหม่เร็วกว่าแผน แต่รับรู้รายได้เข้ามาไม่มาก ขณะที่ COVID-19 กระทบยอดขายชะลอตั้งแต่เดือน มี.ค. และหนักสุดในต้นเดือน เม.ย. อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นโมเมนตัมเชิงบวกจากการฟื้นตัวในกลางเดือน เม.ย. โดยเฉพาะแนวราบ หากยอดขาย 2Q20 ทำได้ดีกว่าที่ประเมินไว้จะเป็น Upside ต่อประมาณการ ส่วนคอนโดหนุนจากการออกแคมเปญระบายสต็อกซึ่งได้รับผลตอบรับดี เราคงประมาณการกำไรปีนี้ 2.8 พันล้านบาท (-10% Y-Y) ดีกว่ากลุ่มที่ -25% Y-Y โมเมนตัมผลประกอบการคาดดีขึ้นใน 2H20 หนุนจากแผนการโอนคอนโดใหม่ที่เร่งขึ้นอีก 2 แห่งใน 3Q20 ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2020 ต่ำที่ 5.8x เทียบเท่าค่าเฉลี่ย -2SD พร้อมคาดผลตอบแทนปันผลราว 7% ต่อปี คงคำแนะนำซื้อ และยังเลือกเป็น Top Pick ระยะสั้นมีปัจจัยหนุนจากจ่ายเงินปันผลปี 2019 ที่ 0.40 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield สูงถึง 7.9% ขึ้น XD 12 พ.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤษภาคม
2020
INTUCH (BUY/20TP: 69), ยังเป็น Defensive และ Dividend Play ที่น่าสนใจ
(views 35)
เราคาดกำไรปกติ 1Q20 ของ INTUCH +10.8% Q-Q, -2.1% Y-Y เป็นไปในทิศทางเดียวกับ ADVANC โดยธุรกิจมือถือได้รับผลกระทบจาก COVID-19 บางส่วน ขณะที่ THCOM คาดว่ายังขาดทุนจากภาวะอุตสาหกรรมที่แย่ เราปรับลดประมาณการกำไรของ INTUCH ลงเป็นชะลอตัว -6.5% Y-Y ตาม ADVANC ที่ปรับลงในช่วงก่อนหน้าและปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 69 บาท อย่างไรก็ตาม INTUCH ยังมีความน่าสนใจในแง่ธุรกิจที่ Defensive และให้ Dividend Yield ที่ดี 4.9% ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบัน Discount จาก NAV ของ ADVANC เกือบ 30% ซึ่งมากเกินไป เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤษภาคม
2020
SPALI (HOLD/20TP: 15.3), คาดงบ 1Q20 อ่อนตัว แต่โมเมนตัมจะดีขึ้นใน 2H20
(views 44)
คาดกำไร 1Q20 ชะลอ 66% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล และ 59% Y-Y จากฐานสูงใน 1Q19 ที่มีการรับรู้คอนโดใหม่ บวกกับเร่งโอนก่อน LTV มีผลบังคับใช้ ขณะที่ยอดขาย 1Q20 ขยายตัว 49% Q-Q จากการเปิดโครงการใหม่ที่มากขึ้น แต่ลดลง 9% Y-Y ตามสภาพตลาดไม่เอื้ออำนวย และยอด Rejection ที่สูงขึ้น เราปรับลดประมาณการปีนี้ลง 15% เป็นหดตัว 16% Y-Y ที่ 4.5 พันล้านบาท บนสมมติฐาน COVID-19 ควบคุมได้ใน 2Q20 โดยประเมินว่า 2Q20 คาดหดตัวต่อเป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนโมเมนตัมจะเร่งขึ้นใน 2H20 หนุนจากแผนโอนคอนโดใหม่ 4 แห่ง ทำให้ราคาเหมาะสมปรับลดเป็น 15.30 บาท (อิง PER 7.2x) ราคาหุ้น Upside จำกัด ยังแนะนำถือ ระยะสั้น ขาดความน่าสนใจจาก 1H20 ที่อ่อนแอ และคาดเห็นการปรับลดประมาณการของตลาด
อ่านเพิ่มเติม
30
เมษายน
2020
QH (HOLD/20TP: 2.2), ธุรกิจการลงทุนเป็น Key Value Driver
(views 76)
แม้1Q20 มลู ค่าการเปิดตัวเร่งขึ้นเทียบกับ 1Q19 ที่ไม่มีเปิดโครงการใหม่ แต่โมเมนตัมการขายชะลอตวัจากสภาพตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย ประเมินยอด Presales 1Q20 อ่อนตัว 8% Q-Q และ 31% Y-Y อยู่ที่ 1.65 พันล้านบาท ไปในทิศทางเดียวกับกำไร 1Q20 คาดทำได้ 260 ล้านบาท(-61.5% Q-Q, -70% Y-Y) ต่ำสุดในรอบ 8 ปี กดดันจากทั้งยอดโอนที่ชะลอตัว ประกอบกับการลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากบริษทัร่วม ซึ่งคิดเป็น 85% ของกำไร ทั้ง HMPRO จากผลกระทบ COVID-19 และ LHFG ที่พลิกเป็นขาดทุน ทำให้เราคาดการณ์กำไรทงั้ปีหดตัว 41.5% YY อย่ที่ ี่1.7 พันล้านบาท บนสมมติฐาน COVID-19 คลี่คลายใน 2Q20 และอปุสงค์ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปใน 2H20 ราคาหุ้นปัจจุบันฟื้นตัว
25% ภายใน 1 เดือนหลังปรับลง 32% ในเดือนม.ค.-มี.ค. ท าให้ใกล้เต็มมลู ค่าพืน้ ฐานที่เราประเมินไว้ที่ 2.20 บาท (SOTP) ระยะสั้น ขาดปัจจัยหนุนจากงบ1Q20 อ่อนแอ และอาจถูกกดดันจาก Consensus ที่คาดปรับประมาณการลง จึงเริ่มต้นด้วยคา แนะนำถือรับปันผล โดยประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.13บาท/หุ้น Yield 6% ขึ้น XD 28 เม.ย. และจ่าย 18 พ.ค. 2020 ปี 2020 ตั้งเป้าหมายระมัดระวัง เน้นระบายสต็อกคอนโด
อ่านเพิ่มเติม
29
เมษายน
2020
HMPRO (SELL/20TP: 13.5), กำไร 1Q20 เริ่มถูกกระทบ และน่าจะแย่ลงต่อใน 2Q20
(views 54)
กำไรสุทธิ 1Q20 เริ่มโดนกระทบจาก COVID-19 กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 1,267 ล้านบาท (-27.5% Q-Q, -10.9% Y-Y) ใกล้เคียงตลาดคาด แต่ดีกว่าที่เราคาด (เราคาดไว้ 1,144 ล้านบาท) จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด โดยกำไรลดลงทั้ง Q-Q, Y-Y เพราะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือน มี.ค. ที่ต้องมีการปิดสาขาไปพอสมควรทั้งในไทยและมาเลเซียราว 73 แห่ง (68% ของสาขาในไทย) และ 6 แห่ง (100% ของสาขาในมาเลเซีย) ตามลำดับ ทำให้ SSSG ติดลบมากขึ้นเป็น -5% - 6% Y-Y จาก -2.5% Y-Y ใน 4Q19 แต่อัตรากำไรขั้นต้นยังปรับขึ้นได้มาอยู่ที่ 25.7% จาก 25% ใน 1Q19 มาจากทั้งสัดส่วนสินค้า House Brand ปรับขึ้นเป็น 20.2% ของรายได้รวม ขยับขึ้นจาก 20% สิ้นปี 2019 และไม่มีการจัดงาน Expo ไม่ได้ทำ Promotion ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับลดลงเล็กน้อย ส่วนหนึ่งมาจาก TFRS16 ทำให้ค่าเช่าลดลง แต่ย้ายไปเป็นรายการค่าเสื่อมและดอกเบี้ยจ่ายปรับเพิ่มขึ้น เมื่อสุทธิแล้วถือว่า TFRS16 ไม่ได้กระทบต่องบกำไรขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในฝั่งของหนี้สินปรับขึ้นราว 4.6 พันล้านบาท กอปรกับมีการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้นในเดือน มี.ค. (เพื่อ Refinance ในเดือน เม.ย. ส่วนหนึ่ง) ทำให้สัดส่วน IBD/E Ratio สิ้น 1Q20 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1.15 เท่า จากสิ้นปี 2019 ที่ 0.63 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
29
เมษายน
2020
ICHI (BUY/20TP: 6.8), แนวโน้มกำไร 1Q20 ดูสดใสกว่าคาด ผลกระทบ COVID จำกัด
(views 138)
แนวโน้มกำไร 1Q20 ดูดีกว่าที่เคยคาด อาจเติบโตทั้ง Q-Q, Y-Y โดยผลกระทบจาก COVID-19 ค่อนข้างจำกัด และอยู่ระหว่างออกสินค้าใหม่ ช่วยหนุนอัตราการใช้กำลังการผลิต และด้วยสภาพตลาดที่ไม่เอื้อต่อการทำโฆษณาและโปรโมชั่น ทำให้ค่าใช้จ่ายปรับลดลง และคาดส่วนแบ่งจากอินโดนีเซียพลิกเป็นกำไร จากที่ขาดทุนในปีก่อนและไตรมาสก่อน แต่แนวโน้มกำไร 2Q20 น่าจะอ่อนตัวลง เพราะทั้งไทย กัมพูชา และอินโดนีเซีย มีมาตรการ Lockdown น่าจะกระทบต่อบริษัทบ้าง และเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย คาดผลประกอบการกลับมาฟื้นใน 2H20 ทั้งนี้บริษัทมีแผนทยอยออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม Functional Drink (เครื่องดื่มผสมวิตามิน) น่าจะได้รับการตอบรับที่ดี เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2020 ขึ้น 9% เป็นเติบโต 9.3% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 6.8 บาท จากเดิม 5.6 บาท (ปรับ PE กลับมาเท่าค่าเฉลี่ยที่ 20 เท่า) โดยผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายปันผลงวดปี 2019 หุ้นละ 0.35 บาท Yield 6% จะขึ้น XD 5 พ.ค. และจ่ายเงิน 21 พ.ค. ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
29
เมษายน
2020
SC (HOLD/20TP: 2.3), คาดงบ 1Q20 ไม่เด่น ติดตาม 2Q20 อาจไม่แย่เท่าที่เคยคาด
(views 50)
ภาพรวม 1Q20 ยอดขายชะลอลงทั้งโครงการเดิมและโครงการใหม่ โดยเฉพาะเดือนม.ค. และมี.ค. จากวันหยุดจำนวนมาก และสภาพไม่เอื้ออำนวยจาก COVID-19 ส่วนกำไร 1Q20 คาดอยู่ที่ 306 ล้านบาท หดตัว 69% Q-Q จากฐานสูง แต่ปรับลงเล็กน้อย 3% Y-Y ตามยอดโอนที่คาดทำได้ 3 พันล้านบาท จากการรับรู้ Backlog ต่อเนื่องจาก 4Q19 ทั้งแนวราบและคอนโด ขณะที่ 2Q20 แม้ได้รับผลลบจาก COVID-19 เต็มที่ แต่เห็นสัญญาณบวกจากการขายช่องทางออนไลน์ที่เร่งขึ้นดี โดยเฉพาะทาวเฮ้าส์ ซึ่งต้องติดตามต่อไป หากยอดขาย 2Q20 ทำได้ดี และไม่เป็นจุดต่ำสุดของปีตามที่ประเมินไว้ จะเป็น Upside ต่อประมาณการ เราคงประมาณการกำไรปีนี้ 1.6 พันล้านบาท (-22% Y-Y) และราคาเหมาะสม 2.30 บาท ขณะที่ราคาหุ้นฟื้น 18% ภายใน 1 เดือน หลังปรับลงกว่า 20% ในช่วง ม.ค.-มี.ค. ทำให้มี Upside ต่ำกว่า 10% จึงปรับลดคำแนะนำจากซื้อเป็นถือรับปันผล โดยประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลแทนงวดปี 2019 (จ่ายปีละครั้ง) ที่ 0.19 บาท/หุ้น Yield 8.8% ขึ้น XD 30 เม.ย. จ่าย 15 พ.ค. 2020
อ่านเพิ่มเติม
29
เมษายน
2020
BH (SELL/20TP: 115), กำไร 1Q20 ดีกว่าเราคาด แต่ภาพทั้งปียังอ่อนแอ
(views 43)
กำไร 1Q20 ดีกว่าเราคาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาด BH ประกาศกำไรปกติ 1Q20 ที่ 765 ลบ. -14.2% Q-Q, -29.2% Y-Y ดีกว่าที่เราคาด 17% แต่ต่ำกว่า Bloomberg Consensus 19% รายได้หดตัว -14% Q-Q, -12% Y-Y จากผลกระทบของ COVID-19 โดยเฉพาะต่างชาติ (ต่างชาติ -16.4 % Y-Y ไทย -2.5% Y-Y) Gross Margin หดตัวลงแต่น้อยกว่าคาดเหลือ 43.8% จากระดับ 46.3% ในปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่าย SG&A สูงกว่าคาด ยังขยับขึ้น +3.8% Y-Y ส่งผลให้ EBITDA Margin หดตัวลงเหลือ 18.3% ในไตรมาสนี้เทียบกับ 22.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
28
เมษายน
2020
BGRIM (BUY/20TP: 49), คาดกำไรปกติ 1Q20 โตดี Q-Q, Y-Y แต่ FX Loss ฉุด Bottom Line
(views 49)
คาด 1Q20 กำไรสุทธิลดลงมาก 82.6% Q-Q, 86.6% Y-Y จาก FX loss ทางบัญชีจากค่าเงินบาทอ่อน แต่กำไรปกติโตดี 56.8% Q-Q, 51.5% Y-Y จากค่าใช้จ่าย SG&A ลดลงตามฤดูกาล และมีรายได้โครงการโซลาร์เวียดนามที่ซื้อมาตั้งแต่ 2Q19 อย่างไรก็ตามแนวโน้มกำไรปกติ 2Q20 ลดลง Q-Q จากการใช้ไฟลูกค้า IU ลดลงผลกระทบจาก Covid-19 ขณะที่ราคาต้นทุนก๊าซลดอย่างมีนัยฯ ใน 2H20 ทำให้เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2020 ลง 28% เป็น 2.5 พันล้านบาท +14.6% Y-Y ปี 2021 ปรับลงเล็กน้อย 6% เป็นกำไรฟื้นตัว 48.6% กำไรปกติที่คาดใน 1Q20 เป็นสัดส่วน 27% ของคาดทั้งปี กำไรสุทธิที่แย่ใน 1Q20 และแนวโน้ม 2Q20 อ่อนลง เป็นปัจจัยเชิงลบระยะสั้น แต่ราคาหุ้นมี Upside มากกว่า 10% และแนวโน้มระยะกลางยาวยังดีจากโครงการใน Pipeline ยังมี Potential projects ทั้งในและต่างประเทศต่างๆ แนะนำ ซื้อสะสม โดยเฉพาะช่วงอ่อนตัว จากเดิม ถือ ราคาเป้าหมายปี 20 ที่ 49 บาท จากเดิม 50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
28
เมษายน
2020
DELTA (BUY/20TP: 47), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาด และน่าจะฟื้นตัวต่อในช่วงที่เหลือของปี
(views 43)
กำไร 1Q20 ฟื้นตัวดีกว่าคาดถึง 20% กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 856 ล้านบาท (+123.5% Q-Q, -21.2% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 219 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 638 ล้านบาท (+76.7% Q-Q, -42.4% Y-Y) ดีกว่าทั้งเราและ Consensus คาด (เราคาดไว้ 529 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรฟื้น Q-Q มาจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นกว่าคาดมาอยู่ที่ 20.4% (เราคาดไว้ 20%) จาก 19.8% ใน 4Q19 ส่วนกำไรที่ลดลง Y-Y แม้รายได้ยังทรงตัวอยู่ที่ US$404 ล้าน แต่อัตรากำไรขั้นต้นยังลดลงจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 23% เพราะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ในจีน ทำให้เกิดความล่าช้าในการขนส่ง Raw Material และกระทบต่อไปยังต้นทุนค่าขนส่งปรับขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังทรงตัวสูง มาจากโครงสร้างค่าใช้จ่ายของบริษัทที่เปลี่ยนไปหลังจากมี Delta Taiwan เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และมีการส่งคำสั่งซื้อขายมายัง Delta Thailand ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 16.1% เพิ่มขึ้นจาก 15.4% ใน 1Q19 และส่วนแบ่งจากบริษัทร่วมที่สวิตเซอร์แลนด์ (Delta Electronics) พลิกเป็นขาดทุน -49 ล้านบาท จากที่กำไร 18 ล้านบาทในปีก่อน ส่วนที่ตุรกี (Delta Greentech Electronics Industry) ขาดทุนลดลงเล็กน้อย ทำให้ส่วนแบ่งรวมในไตรมาสนี้ขาดทุน -54 ล้านบาท จากกำไร 6 ล้านบาทในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
27
เมษายน
2020
DTAC (HOLD/20TP: 45), กำไร 1Q20 ใกล้เคียงคาด แต่ราคาเริ่มเต็มมูลค่า
(views 38)
กำไรสุทธิดีกว่าคาด แต่กำไรปกติใกล้เคียงคาด DTAC ประกาศกำไรสุทธิ 1Q20 ออกมาที่ 1,501 ลบ. +89.1% Q-Q, +15.7% Y-Y แต่หากตัดรายการกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ตราสารอนุพันธ์และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 1,372 ลบ. +13.1% Q-Q, +4.1% Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาด รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC -1.6% Q-Q, +2.6% Y-Y จากฐานที่ต่ำในปีก่อน อย่างไรก็ตาม Net Add 1Q20 ของ DTAC พลิกมาติดลบกว่า 1 ล้านราย (มีการ Write Off ลูกค้า Postpaid ราว 3 แสนรายซึ่งหากตัดออก Net Add จะติดลบราว 7 แสนราย) แต่ชดเชยด้วย ARPU ที่ -2.5% Q-Q, +5.5% Y-Y ขณะที่ด้านต้นทุนยังอยู่ภายใต้การควบคุมที่ดีทั้งต้นทุนโครงข่ายและค่าใช้จ่าย SG&A ที่ต่ำ ส่งผลให้ EBITDA Margin ไตรมาสนี้ปรับตัวดีขึ้นเป็น 37.8% จาก 31.8% และ 36.9% ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
27
เมษายน
2020
PLANB (HOLD/20TP: 4.72), คาดกำไร 1Q20 ลดลง 55% Q-Q และ 35% Y-Y
(views 38)
คาดกำไร 1Q20 ลดลง 55.0% Q-Q, 35.1% Y-Y จากผลกระทบของ COVID-19 ต่ออัตราใช้สื่อนอกบ้านหลักเดิมและสื่อดนตรีกีฬา (Engagement Marketing) ในปลายไตรมาส แนวโน้ม 2Q20 จะลงหนักกว่า ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง เราคาดกำไรทั้งปี -37.1% Y-Y และฟื้นตัว +90.5% ในปีหน้า ราคาหุ้นในช่วงใน 1 เดือนที่ผ่านมา ปรับขึ้นมาเกือบ 70% สะท้อนสถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลายไปมากแล้ว ราคาปัจจุบันมี PE 36.7 เท่าและมี upside ต่ำกว่า 10% เทียบกับราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 4.72 บาท (รวมมูลค่าเพิ่ม 0.12 บาท จากสื่อป้ายรถเมล์ที่เพิ่งได้สัมปทาน) ปรับคำแนะนำลงจาก ซื้อ เป็นถือ/ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2020
EA (BUY/20TP: 60), คาดกำไร 1Q20 -18% Q-Q, +18% Y-Y เป็นกำไรต่ำสุดของปี
(views 69)
เราคาดกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 1,430.8 ล้านบาท -18.2% Q-Q, +18.2% Y-Y หากไม่รวมขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน คาดกำไรปกติ -11.6% Y-Y +31% Y-Y เป็น 1,485.8 ล้านบาท ไตรมาสนี้ยังไม่ใช่ high season ของทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานลมและโซลาร์ และเชื่อว่า 1Q20 จะเป็นกำไรต่ำสุดของปี กำไรในช่วงที่เหลือจะทยอยดีขึ้นจากการเริ่ม COD ธุรกิจใหม่คือรถ/เรือไฟฟ้าที่ทยอยส่งมอบใน 2Q20 เริ่มจำหน่าย PCM และ Battery storage เฟสแรกใน 2Q20 เช่นกัน เราคาดกำไรทั้งปี +14.3% คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 60 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2020
EPG (BUY/21TP: 7), คาดกำไร 4Q20 (ม.ค.-มี.ค. 2020) ไม่สดใสตามกำลังซื้อที่ชะลอ
(views 48)
แนวโน้มกำไร 4Q20 (ม.ค.-มี.ค. 2020) ไม่สดใสเพราะ 2 ใน 3 ธุรกิจคือ Aeroklas และ EPP ถูกกระทบจาก COVID-19 และกำลังซื้อที่อ่อนแอ เราคาดกำไรปกติ 203 ล้านบาท -5% Q-Q และ +81% Y-Y จากฐานต่ำผิดปกติในปีก่อน ทำให้กำไรน่าจะจบปีที่ 1,009 ล้านบาท +11.6% Y-Y ต่ำกว่าประมาณการเดิม 6% สำหรับปี 2021 (สิ้นสุด มี.ค. 2021) สถานการณ์ตลาดยานยนต์ทั่วโลกที่แย่ลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก กระทบธุรกิจ Aeroklas และ TJM ส่วนธุรกิจ EPP ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันและกำลังซื้อที่ไม่สดใส ราคาวัตถุดิบที่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบ ช่วยบรรเทาต้นทุนการผลิตแต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากอุปสงค์ของสินค้าที่ชะลอได้หมด มีเพียงธุรกิจ Aeroflex ที่ขับเคลื่อนบริษัทในช่วง 2 ปีนี้ เราปรับกำไรลง 10% เป็นเติบโต 5.7% ลดราคาเป้าหมายปี 2021 ลงเป็น 7 บาท จาก 8 บาท แนะซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2020
GFPT (BUY/20TP: 12.5), คาดกำไร 1Q20 ดูดีกว่าที่เคยคาด เพราะได้บริษัทร่วมช่วย
(views 51)
สถานการณ์ดูดีกว่าที่เคยคาด แม้จะประสบปัญหาไฟไหม้สายการผลิต และได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้ปริมาณการขายโดยรวมของ GFPT ลดลง แต่สามารถส่งคำสั่งซื้อไปให้บริษัทร่วมช่วยผลิตได้ จึงคาดแนวโน้มกำไรปกติ 1Q20 อาจลดลง Q-Q แต่คาดโตดี Y-Y โดยได้ปัจจัยหนุนจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมเติบโตดี และคาดต้นทุนวัตถุดิบยังอ่อนตัวลงช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวสูงได้ ส่วนแนวโน้ม 2Q20 อาจชะลอ เพราะราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศเริ่มอ่อนตัวลงตาม Demand แต่กำไรสุทธิอาจมีเงินเคลมประกันเข้ามาช่วย และคาดกำไรจะกลับมาฟื้นในช่วง 2H20 เมื่อสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย การส่งออกกลับมาฟื้นตัว และยังมีบริษัทร่วมคอยช่วยในแง่การผลิตทดแทนสายการผลิตที่เสียหาย ซึ่งคาดจะฟื้นฟูสายการผลิตแล้วเสร็จใน 1Q21 เลื่อนออกไปจากแผนเดิมคาดว่าจะเสร็จใน 4Q20 เพราะติด COVID-19 ทำให้การติดตั้งเครื่องจักรล่าช้าออกไป ยังคาดกำไรปีนี้ -7.5% Y-Y และกลับมาโตปีหน้า +13.2% Y-Y คงราคาเป้าหมายที่ 12.5 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ทยอยซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2020
OSP (BUY/20TP: 46), คาดกำไร 1Q20 ดี แทบไม่ถูกกระทบจาก COVID-19
(views 79)
เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปีนี้ขึ้นเป็น 46 บาท จากเดิม 40 บาท สะท้อนการเป็นหุ้น Defensive สามารถทนทานต่อความผันผวนของปัจจัยภายนอกได้ดี โดยได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จำกัดมากแนวโน้มกำไร 1Q20 คาด Q-Q และทรงตัว Y-Y ได้ปัจจัยหนุนจากส่วนแบ่งการตลาด M-150 เพิ่มขึ้น, ภาษีน้ำตาลลดลงหลังปรับสูตรอีกครั้ง และส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมฟื้นตัวกลับสู่ระดับใกล้เคียงปกติ ส่วนแนวโน้มกำไร 2Q20 จะยังโตดี Y-Y และอาจทรงถึงลง Q-Q ตามฤดูกาลที่ปกติกำไร 2Q จะต่ำกว่า 1Q แต่อาจเริ่มได้อานิสงส์ต้นทุนที่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบ ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นได้ต่อเนื่อง และคาดกำไรจะกลับมาเร่งตัวขึ้นใน 2H20 เมื่อเริ่มใช้กำลังการผลิตใหม่ที่จะเพิ่มขึ้นจากเดิม 10% - 15% ส่วนโรงงานเครื่องดื่มที่พม่าถูกเลื่อนออกมาอยู่ในช่วงปลาย 2Q20 – ต้น 3Q20 ไม่กระทบรายได้ เพราะยังใช้โรงงานเดิมของพันธมิตรผลิตอยู่ และคาดช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 2H20 ทั้งนี้เราปรับเพิ่มกำไรปีนี้เล็กน้อย 2% โดยรวมผลบวกจากการปรับสูตรเครื่องดื่ม เป็นกำไรโต 20.8% Y-Y จากเดิมคาดโต 18.6% Y-Y และปรับ Target PE ขึ้นจาก 30 เท่า เป็น 35 เท่า ให้เท่ากับ CBG
อ่านเพิ่มเติม
22
เมษายน
2020
BEM (BUY/20TP: 10.5), คาดงบ 1Q20 อ่อนตัว กดดันจากค่าใช้จ่าย และ COVID-19
(views 60)
คาดกำไรปกติ 1Q20 ชะลอ 16% Q-Q และ 46% Y-Y เป็น 435 ล้านบาท หลังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยาย และไม่มีบันทึกส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม รวมถึงถูกกดดันจาก COVID-19 ที่ส่งผลให้ปริมาณรถและจำนวนผู้โดยสารชะลอตั้งแต่กลางเดือนมี.ค. ขณะที่ 2Q20 คาดได้รับผลกระทบ COVID-19 เต็มที่ และหนักที่สุดในเดือนเม.ย. หลังประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างไรก็ดี เราคงอิงสมมติฐานการระบาดควบคุมได้ภายใน 2Q20 ก่อนการใช้บริการจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่เดือนก.ค. และใช้เวลาราว 3 เดือนก่อนกลับเป็นปกติ ทำให้คงประมาณการกำไรปกติปี 2020 ที่ 3.1 พันล้านบาท (+6.5% Y-Y) และราคาเหมาะสม 10.50 บาท ยังแนะนำซื้อลงทุน จากปัจจัยพื้นฐานระยะยาวที่แข็งแกร่ง ขณะที่แนะติดตามการพิจารณาพ.ร.ก.ฉุกเฉินในอังคารหน้า หากผ่อนคลายมาตรการควบคุม คาดเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นได้ ทำให้การใช้บริการฟื้นตัวเร็ว และยืนยันการ Bottom out ใน 2Q20
อ่านเพิ่มเติม
22
เมษายน
2020
DELTA (BUY/20TP: 47), คาดกลับมาฟื้น 2H20 และเร่งตัวมากขึ้นในปี 2021
(views 47)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 1Q20 จะฟื้นตัว Q-Q เพราะได้อานิสงส์บาทอ่อนค่า แต่คาดลดลดง Y-Y พอสมควร เพราะได้รับผลลบจาก COVID-19 กระทบรายได้กลุ่ม Automotive และ Industrial กอปรกับ Supply Chain เกิดความล่าช้าจาก COVID ในจีน กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น ส่วนแนวโน้มกำไร 2Q20 ยังไม่ชัดเจน ขึ้นอยู่การคลี่คลายของ COVID-19 เป็นหลัก หากสหรัฐและยุโรปสามารถกลับมาผลิตได้ตั้งแต่ พ.ค. คาดกำไร 2Q20 จะฟื้นตัว Q-Q ต่อเนื่อง ส่วนการฟื้นตัวชัดเจน เรามองอยู่ใน 2H20 เป็นต้นไป และเชื่อว่าคำสั่งซื้อสินค้ากลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะกลับมาเร่งตัวขึ้น (เร็วกว่าสินค้าอุปโภคบริโภค) แม้ Demand ของ End user จะค่อยๆฟื้น แต่ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้ามีระดับ Inventory ที่ค่อนข้างต่ำ จึงต้องเร่งการสั่งซื้อชิ้นส่วนต้นน้ำ-กลางน้ำก่อน ผู้ผลิตชิ้นส่วนในไทยน่าจะได้รับประโยชน์ทันที ทั้งนี้ด้วยผลกระทบใน 1H20 เราจึงปรับลดกำไรปกติปี 2020 ลง 22% เป็น 3.4 พันล้านบาท เติบโต 13.3% Y-Y จากเดิมคาดโต 40.4% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 47 บาท จากเดิม 60 บาท (PE 17 เท่า) ยังมี Upside 17.5% ปรับคำแนะนำเป็น ทยอยซื้อ จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
22
เมษายน
2020
SCB (BUY/20TP: 80), จะเห็นกำไรชะลอตัวลงในช่วงที่เหลือของปี
(views 52)
แนวโน้ม 2Q20-4Q20 ของทั้ง NIM และ Non-NII growth จะลดลงจาก 1Q20 ขณะที่ค่าใช้จ่ายจะเร่งตัวขึ้นตามฤดูกาล เราคาดว่ากำไร 2Q20 จะหดตัวแรงราว 35%Q-Q และ 45%Y-Y มาอยู่ที่ 5.5-6.0 พันลบ. เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลง 14% เป็น 3.08 หมื่นลบ. -23.8%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นการปรับลดรายได้ และเพิ่มการตั้งสำรองฯ ปรับลดราคาเหมาะสมลงมาอยู่ที่ 80 บาท แนะนำ ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2020
BCPG (BUY/20TP: 17), คาดกำไรปกติ 1Q20 อ่อนลง แต่จะดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปี
(views 68)
คาดกำไรปกติ 1Q20 ลดลง 6.1% Q-Q, 11.2% Y-Y เนื่องจากเป็นช่วง Low season และน้ำแล้งสุดของปี กระทบต่อโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น แต่มี FX Gain ช่วยให้กำไรสุทธิเพิ่ม 13.5% Q-Q, 2.6% Y-Y แนวโน้ม 2Q20 ดีขึ้นตามฤดูกาลของโรงไฟฟ้าโซลาร์ในไทย และคาดหวังปริมาณน้ำมากขึ้นในช่วงปลาย 2Q-3Q ตามปกติ จึงคงคาดกำไรปกติทั้งปีโต 17.7% Y-Y แม้ราคาหุ้นขึ้นมาเร็ว แต่ยังมี Upside เกิน 10% คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 17 บาท (ยังไม่รวมโครงการ SWAN ราว 2 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2020
TRUE (BUY/20TP: 4.2), คาด 1Q20 ยังขาดทุน ลุ้นพลิกกำไร 2H20
(views 49)
เราคาดว่า TRUE จะยังรายงานผลขาดทุนปกติใน 1Q20 ที่ 459 ลบ.โดยเริ่มได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และคาดว่าขาดทุนมากขึ้นใน 2Q20 จากผลกระทบเต็มไตรมาสรวมถึงเริ่มรับรู้ค่าตัดจำหน่ายคลื่น 2600 MHz อย่างไรก็ตามเราคาดว่าจะจุดต่ำสุดของปีก่อนที่จะเริ่มฟื้นตัวและลุ้นพลิกมีกำไรในช่วง 2H20 โดยโมเมนตัมการเติบโตของรายได้ธุรกิจ Mobile ยังแข็งแรง เราจึงยังคงประมาณการขาดทุนปกติปี 2020 ที่ 393 ลบ. -221.5% Y-Y ก่อนจะพลิกมีกำไรได้ในปี 2021 ที่ 650 ลบ. ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 4.20 บาท อย่างไรก็ตามยังชอบ ADVANC มากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
17
เมษายน
2020
BJC (BUY/20TP: 46), แนวโน้มกำไร 1Q20 อาจลด Y-Y แย่กว่าที่เคยคาด
(views 53)
ธุรกิจได้รับผลกระทบจาก COVID-19 มากกว่าที่เคยคาด ทำให้แนวโน้มกำไร 1Q20 อาจพลิกเป็นลดลง Y-Y จากเดิมที่คาดทรงตัวถึงโตเล็กน้อย เพราะ SSSG ติดลบมากขึ้นเป็น -5% Y-Y จากการปิดให้บริการโซน Non-Food และพื้นที่เช่า จึงกระทบทั้งจำนวนลูกค้าเข้าร้านลดลง ล่าสุดปิดให้บริการไปราว 129 สาขา คิดเป็น 85% ของจำนวนสาขา HM ทั้งหมด แนวโน้มกำไรจะแย่ลงต่อใน 2Q20 โดย SSSG ช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือน เม.ย. ติดลบมากขึ้นเป็น -10% - 20% Y-Y และคาดรายได้ธุรกิจ Packaging จะอ่อนตัวลง เพราะได้รับผลกระทบจาก COVID-19, การห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเดือน เม.ย. และคำสั่งซื้อลูกค้าในเวียดนามอาจชะลอตัวด้วย เรายังคงมุมมองเดิมว่า COVID-19 จะคลี่คลายตั้งแต่กลางปีนี้เป็นต้นไป และคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 2H20 เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2020 ลดลง -13.4% Y-Y และกลับมาโตในปี 2021 +23.2% Y-Y คงราคาเป้าหมาย 46 บาท (DCF) ยังมี Upside 17.2% แนะนำทยอยซื้อสำหรับลงทุนยาว
อ่านเพิ่มเติม
17
เมษายน
2020
DRT (BUY/20TP: 6.2), คาดงบ 1Q20 อ่อนตัว Y-Y จากผลกระทบ COVID-19
(views 47)
การแพร่ระบาดของ COVID-19 เริ่มส่งผลกระทบเชิงลบตั้งแต่เดือนมี.ค. จากการปิดสาขาของ Modern Trade อย่างไรก็ดี ถูกบรรเทาด้วยการขายตัวแทนจำหน่ายและส่งออกทียังขยายตัวได้เล็กน้อย ทำให้คาดกำไรปกติ 1Q20 อยู่ที่ 145 ล้านบาท เร่งขึ้น 49% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่หดตัว 12% Y-Y จากยอดขายที่คาด -8% Y-Y ทั้งนี้ เราอิงสมมติฐาน COVID-19 สามารถควบคุมได้ใน 2Q20 ก่อนกำลังซื้อและความเชื่อมั่นจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปใน 2H20 ทำให้กำไรปกติปี 2020 คาดอ่อนตัว 6% Y-Y เป็น 492 ล้านบาท และประเมินราคาเหมาะสมที่ 6.20 บาท (อิง PER 12x) ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2020 ที่ 9.4x เทียบเท่าค่าเฉลี่ย -1.75SD มีจุดเด่นคือผลตอบแทนปันผลสม่ำเสมอ คาด 7% ต่อปี จึงแนะนำทยอยสะสม สำหรับนักลงทุนที่ชอบปันผล
อ่านเพิ่มเติม
16
เมษายน
2020
ITEL (BUY/20TP: 2.9), คาดกำไร 1H20 ถูกกระทบจาก COVID-19 ชั่วคราวแต่จะฟื้นเร็ว
(views 52)
เราคาดกำไร 1Q20 ที่ 32 ล้านบาท -31% Q-Q, -17% Y-Y กำไรที่ลดลงเกิดจากรายได้จากงานติดตั้งโครงข่ายและธุรกิจ Data service ชะลอจากความล่าช้าของ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2563 และถูกกระทบจากการปิดสถานที่ต่างๆ ผลกระทบของ COVID-19 จะมากขึ้นใน 2Q20 เพราะเป็นอุปสรรคในการเข้าไปทำงานในบางสถานที่และเจรจางานกับลูกค้าได้ยากขึ้น แต่ธุรกิจจะฟื้นกลับเร็วหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย การงดจ่ายปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2019 เป็นผลดีต่อสภาพคล่องของบริษัท ซึ่งเชื่อว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการสภาพคล่องได้ เรายังคงคาดกำไรปีนี้ -7% Y-Y ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดที่ PE เพียง 12.5 เท่า PBV 1.1 เท่า ยังคงแนะนำซื้อ คงราคาเป้าหมาย 2.90 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
เมษายน
2020
ORI (BUY/20TP: 6.4), 1Q20 อยู่ในเกณฑ์ดี แต่ปรับประมาณการลงสะท้อน COVID-19
(views 51)
แม้ 1Q20 เปิดโครงการใหม่เพียงแนวราบ 2 แห่ง แต่ยอดขายยังอยู่ในเกณฑ์ดี 4.85 พันล้านบาท (-1% Q-Q, -14% Y-Y) จากการเน้นขายสต็อก และแนวราบใหม่ที่ได้รับการตอบรับดี ส่วนแนวโน้ม 1Q20 คาดอยู่ในระดับน่าพอใจเช่นกัน ทรงตัวถึงดีขึ้นเล็กน้อย Y-Y หนุนจากการเริ่มโอนคอนโด JV ใหม่ 2 แห่ง แต่ลดลง Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล อย่างไรก็ดี ผลกระทบ COVID-19 กดดันอุปสงค์ และกำลังซื้อ โดยเฉพาะคอนโด ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปีนี้ลง 23% เป็น 2.3 พันล้านบาท (-12% Y-Y) ภายใต้สมมติฐาน COVID-19 ควบคุมได้ใน 2Q20 ก่อนฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปใน 2H20 รวมถึงประเมินว่าสามารถจัดการภาระหนี้ได้แม้กรณี Rollover หุ้นกู้ไม่ได้ อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นปรับลด 31% YTD ทำให้ Valuation น่าสนใจ ซื้อขายบน PE2020 เพียง 5.1x เทียบเท่าค่าเฉลี่ย -1.5SD พร้อมคาดผลตอบแทนปันผลสูง 8% ต่อปี จึงยังแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมใหม่ 6.40 บาท
อ่านเพิ่มเติม
14
เมษายน
2020
RS (HOLD/20TP: 11), คาด 1Q20 กำไรฟื้นดี แต่จะลดลงใน 2Q20 เพราะ COVID-19
(views 56)
คาดกำไรปกติ 1Q20 ฟื้นตัวสูงจากฐานต่ำมากในไตรมาสก่อน +102.4% Q-Q และ +20.7% Y-Y สวนทางหลายบริษัท จากรายได้จากธุรกิจหลักทั้งสื่อทีวีมีการล็อครายได้ค่าโฆษณา และมีรายได้การขายสิทธิ Content เข้ามาช่วย ขณะที่รายได้ธุรกิจ Commerce เพิ่ม Q-Q จากการขายสินค้าผ่านช่องทีวีจำนวนเพิ่มขึ้นและปรับปรุงประสิทธิภาพการขายของ Call center อย่างไรก็ตาม แนวโน้ม 2Q20 จะได้รับผลกระทบจาก Covid-19 เต็มไตรมาส จากรายได้งานจัดกิจกรรม จัด Event และรายได้โฆษณาวิทยุลดลงมาก ก่อนจะฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง เราคงคาดกำไรปกติปี 2020 โตเล็กน้อย 9% คงราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 11 บาท และคงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
13
เมษายน
2020
AOT (HOLD/20TP: 62), ปรับกำไรปี 2020 ลงเป็นหดตัว 52% Y-Y คาด 2Q20 -50% Y-Y
(views 84)
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2020-21 ลงปีละประมาณ 50% เป็นหดตัว 52% Y-Y ในปี 2020 และฟื้นตัว 40% Y-Y ปี 2021 จากผลกระทบของ COVID-19 ที่มีต่อภาคท่องเที่ยวในครั้งนี้หนักและนาน โดยอิงตามสมมติฐานของธปท.ที่ประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ 15 ล้านคนและ 20 ล้านคนในปีหน้า ผลประกอบการ 2Q20 (ม.ค.-มี.ค. 2020) ยังได้รับผลจาก COVID-19 ไม่เต็มที่ คาดกำไร 3.8 พันล้านบาท -48% Q-Q, -50% Y-Y และน่าจะขาดทุนใน 3Q20 ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 62 บาทจาก 88 บาท (DCF, WACC 8.4%, TG 3%) ราคาหุ้นปัจจุบันมี upside จำกัด แนะนำเพียงถือ รอซื้อลงทุนหลังประกาศงบ 3Q20
อ่านเพิ่มเติม
13
เมษายน
2020
CPF (BUY/20TP: 36), คาดกำไร 1Q20 ยังสดใส แต่ 2Q20 อาจเริ่มอ่อนตัวลง
(views 68)
แนวโน้มกำไร 1Q20 สดใส จะเติบโตทั้ง Q-Q, Y-Y เพราะราคาเนื้อสัตว์ปรับขึ้นดีทั้ง โดยเฉพาะราคาหมูเวียดนาม ในขณะที่ผลกระทบ COVID-19 ยังจำกัด แม้กระทบลูกค้าโรงแรมบ้าง แต่ลูกค้า Modern trade ที่สัดส่วนมากกว่ายังโตดี แต่ใน 2Q20 เรามองว่าน่าจะได้รับผลกระทบมากขึ้น เพราะหลายประเทศมีมาตรการ lock down น่าจะกระทบ Demand โดยรวมในอ่อนลงอยู่แล้ว ล่าสุดเริ่มสะท้อนไปยังราคาเนื้อสัตว์เดือน เม.ย. ที่อ่อนตัวลงทั้งหมูไทย ไก่ไทย และหมูเวียดนาม จึงมองว่าแนวโน้มกำไร 2Q20 อาจอ่อนตัวลง Q-Q ทั้งนี้บริษัทยังคงเป้าการเติบโตปีนี้ตามเดิม แต่ลดงบลงทุนและลดค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาสภาพคล่อง เบื้องต้นเรายังคงประมาณการกำไรปี 2020 ตามเดิม โดยกำไรสุทธิคาด +3.7% Y-Y ส่วนกำไรปกติคาด +16.4% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 36 บาท (PE 17 เท่า) คงคำแนะนำ ซื้อ อย่างไรก็ตาม ประมาณการของเราดูมี Downside มากขึ้น หากสถานการณ์ COVID-19 ไม่สามารถคลี่คลายได้ตั้งแต่กลางปีนี้ เพราะอาจกดดันราคาเนื้อสัตว์ให้อ่อนตัวลงมากกว่าคาด ทั้งนี้นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ราคาเนื้อสัตว์อย่างใกล้ชิด
อ่านเพิ่มเติม
10
เมษายน
2020
AP (BUY/20TP: 6.2), ราคาหุ้นลงแรง ไม่สอดคล้องพื้นฐานที่แกร่งกว่ากลุ่ม
(views 65)
ยอด Presales 1Q20 อยู่ในเกณฑ์ดี แตะ 6 พันล้านบาท ขยายตัว 41% Q-Q หนุนจากการเปิดแนวราบใหม่ 9 โครงการ แต่ลดลง 52% Y-Y จากฐานสูง ขณะที่คาด COVID-19 จะส่งผลกระทบมากสุดใน 2Q20 ก่อนสถานการณ์จะคลี่คลายและฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปใน 2H20 ทำให้เราปรับประมาณการกำไรปีนี้ลง 23% เป็น 2.76 พันล้านบาท (-10% Y-Y) จากอัตราขายใหม่ที่ชะลอลงตามกำลังซื้อ และปรับราคาเหมาะสมเป็น 6.20 บาท (อิง PER เดิม 7x) ขณะที่ราคาหุ้น YTD ปรับลงมากสุดเป็นอันดับสอง -37% เทียบกับกลุ่มฯ -24% ถือว่าไม่สอดคล้องกับพื้นฐานที่คาดกำไร AP ปีนี้ลดลงน้อยกว่ากลุ่มฯที่ -25% Y-Y รวมถึงซื้อขายบน PE2020 ต่ำที่ 5.3x เทียบเท่าค่าเฉลี่ย -2.5SD พร้อมคาดผลตอบแทนปันผล 7.5% ต่อปี เรายังชอบ AP จากพอร์ตที่ยืดหยุ่น รวมถึงปลอดภัยจากความสำเร็จการขายแนวราบ รวมถึง Backlog และฐานะการเงินแข็งแกร่ง จึงมองว่าน่าสนใจในการเข้าลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
10
เมษายน
2020
CPALL (BUY/20TP: 78), ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เล็กน้อย ยังแนะนำซื้อลงทุน
(views 86)
แนวโน้มกำไร 1Q20 คาด -10% Q-Q, -4% Y-Y มาจาก 7-11 ที่คาดมีผลการดำเนินงานอ่อนลง (คาด SSSG -3% Y-Y) จาก COVID-19 ที่กระทบจำนวนลูกค้าเข้าร้าน เพราะลูกค้าหันไปกักตุนสินค้าล็อตใหญ่จาก MAKRO (คาด SSSG +6% - 7% Y-Y) รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ยังสูง และเริ่มได้รับผลของ TFRS16 ส่วนแนวโน้มกำไร 2Q20 คาดทรงถึงปรับลง Q-Q เล็กน้อย แต่ยังคาดโต Y-Y จากฐานต่ำปีก่อน ภาพรวมกำไร 1H20 ได้รับผลกระทบ COVID-19 เล็กน้อย แต่ถือว่าไม่แย่ เมื่อเทียบกับค้าปลีกตัวอื่นๆที่ได้รับผลกระทบมากกว่า เพราะไม่ใช่ของกินของใช้ และคาด COVID-19 จะคลี่คลายกลางปีนี้ แนวโน้มกำไรจะกลับมาทยอยฟื้นตัวใน 2H20 อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้ม 1H20 ที่ต่ำกว่าที่เคยคาด เราจึงปรับกำไรสุทธิปี 2020 ลง 8% เป็นทรงตัว Y-Y จากเดิมคาดโต 8.6% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 78 บาท จากเดิม 85 บาท (DCF) ยังมี Upside 23.3% ยังแนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
09
เมษายน
2020
GLOBAL (HOLD/20TP: 13), คาดกลับมาฟื้นตัว หลัง COVID คลี่คลาย และกลับมาเปิดสาขา
(views 56)
บริษัทเริ่มได้รับผลกระทบ COVID-19 ตั้งแต่ 1Q20 กอปรกับกำลังซื้อในต่างจังหวัดไม่สดใสอยู่แล้ว คาด SSSG จะติดลบราว -7% - 8% Y-Y และคาดกำไร 1Q20 จะลดลง -34% Q-Q, -27% Y-Y แนวโน้มกำไร 2Q20 น่าจะอ่อนตัวลงต่อ เพราะมีการปิดสาขามากขึ้น ล่าสุดปิดไปแล้ว 39 สาขา คิดเป็น 58% ของจำนวนสาขาทั้งหมด แต่คาดกำไรอาจลดลงไม่มาก เพราะบริษัทอยู่ระหว่างเร่งลดค่าใช้จ่ายควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงาน ที่อาจลดลงได้ราวครึ่งหนึ่งของแต่ละสาขาที่ปิดให้บริการ และคาด COVID-19 จะคลี่คลายได้ตั้งแต่กลางปีนี้ และคาดเห็นกำลังซื้อทยอยฟื้นตัวในช่วง 2H20 ทั้งจากความเชื่อมั่นที่ดีขึ้น และมาตรการเยียวยาของภาครัฐ ที่มีการอัดฉีดเงินเข้าสู่ประชาชนบางส่วนโดยตรง หลังจากที่เปิดสาขาใหม่ 1 แห่งใน 1Q20 บริษัทได้ชะลอการเปิดสาขาใหม่ในช่วงนี้ และเราคาดจะกลับมาเปิดอีกครั้งใน 4Q20 ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 25% เป็นกำไรที่ลดลง -24.7% Y-Y และคาดกลับมาโตอีกครั้งในปีหน้า +37.6 Y-Y นำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้ลงเป็น 13 บาท จากเดิม 16.5 บาท (DCF) แม้จะมี Upside ราว 16.1% แต่แนะนำรอซื้อหลังบริษัทกลับมาเปิดสาขาได้อีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม
09
เมษายน
2020
GULF (BUY/20TP: 192), แนวโน้มระยะยาวเติบโตสดใสจากโครงการในมือ
(views 97)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ GULF จากแนวโน้มกำไรปกติปีนี้ที่คาดโต 33% และ 5-10 ปีข้างหน้าโตโดดเด่นต่อเนื่องจากโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ทยอย COD โดยมีสัญญา PPA รองรับ ขณะที่มีศักยภาพขยายกำลังผลิตได้อีกจาก Potential Projects ต่างๆ โดยเชื่อว่าฐานะการเงินยังอยู่ในระดับจัดการได้ แม้มีการลงทุนสูงใน 5 ปีข้างหน้า โดยคาดความเสี่ยงจาก Covid-19 จำกัด จากสัดส่วนรายได้ลูกค้าอุตฯ ที่เพียง 11% ต่ำกว่า BGRIM (ที่ 25%) และ GPSC (ที่ 55%) ประเมินราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 192 บาท (SOTP) และแนะนำ ซื้อสะสม ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นอนุมัติการแตกพาร์ จากปัจจุบันที่ 5 บาท เป็น 1 บาท (คาดมีผลอย่างเร็วสัปดาห์หน้า) แม้ไม่มีผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐาน แต่จะทำให้สภาพคล่องในการซื้อขายเพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
09
เมษายน
2020
SISB (BUY/20TP: 9.8), ลดภาระให้ผู้ปกครอง ปรับรายได้และกำไรทั้งปีลง
(views 47)
สถานการณ์ COVID-19 ทำให้โรงเรียนต้องปรับการเรียนการสอนเป็นรูปแบบออนไลน์ต่อไปในภาคการศึกษาที่ 3 (เริ่ม 17 เม.ย. ถึงราว มิ.ย.) โรงเรียนมีแนวทางปรับลดค่าธรรมเนียมการศึกษาเพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครองนอกเหนือไปจากรายได้บางประเภทที่อาจไม่สามารถรับรู้ได้เนื่องจากไม่ได้ให้บริการ เช่น รายได้ค่าอาหารกลางวันและรายได้กิจกรรมพิเศษหลังเลิกเรียน เราคาดว่าน่าจะเห็นการชะลอตัวแรงของกำไรใน 2Q20 และเราปรับลดกำไรสุทธิทั้งปี 2020 ลง 30% เป็น 165 ลบ. -25%Y-Y ปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 9.80 บาท (เดิม 10.20 บาท) คาดว่า SISB จะฟื้นตัวกลับมาได้เร็วหากสถานการณ์คลี่คลาย คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
เมษายน
2020
HMPRO (HOLD/20TP: 13.5), แนะนำซื้ออ่อนตัว เมื่อสาขากลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง
(views 58)
เนื่องจากสินค้าของบริษัทไม่ใช่ของกินของใช้ ผู้บริโภคจึงชะลอการซื้ออยู่แล้ว กอปรกับถูกขอความร่วมมือให้ปิดสาขาตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค. เป็นต้นมา แนวโน้มกำไร 1Q20 จึงเริ่มได้รับผลกระทบ COVID-19 คาด SSSG ติดลบมากขึ้นเป็น -7% Y-Y บวกกับเลื่อนจัดงาน Expo ออกไปไม่มีกำหนด (ปกติจัดเดือน มี.ค.) และคาดกำไร 2Q20 จะอ่อนตัวลงต่อ Q-Q เพราะล่าสุดปิดให้บริการสาขาในไทยแล้ว 80 สาขา คิดเป็น 75% ของสาขาทั้งหมดในไทย ส่วนมาเลเซียยังปิดทั้งหมด 6 สาขา แม้จะมีรายได้จาก E-Commerce เติบโตมากกว่า 3 เท่าตัว แต่สัดส่วนยังน้อยเพียง 2% - 3% ไม่สามารถชดเชยรายได้หน้าร้านได้ เราคาด COVID-19 จะคลี่คลายกลางปีนี้ และเริ่มทยอยฟื้นตัวใน 2H20 โดยมอง 2Q20 เป็นจุดต่ำสุดของปี ทั้งนี้เราปรับลด SSSG ปีนี้เป็น -8% Y-Y จากเดิม 0% Y-Y และปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 29% เป็นกำไรลดลง 25.6% Y-Y และคาดจะกลับมาโตอีกครั้งในปี 2021 ราว 37.5% Y-Y เราปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 13.5 บาท จากเดิม 16.2 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาแรง ในขณะที่ความเสี่ยงกรณี COVID-19 อาจยืดเยื้อกว่าคาด จึงแนะนำซื้ออ่อนตัว โดยเฉพาะเมื่อมีสัญญาณที่ดีหากบริษัทสามารถกลับมาเปิดสาขาได้อีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม
08
เมษายน
2020
LPN (SELL/20TP: 3.3), ผู้นำตลาด Low-end ท้าทายจากปัจจัยลบรอบด้าน
(views 64)
แม้ปี 2020 บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่เร่งขึ้นถึง 3 เท่าตัวจากปี 2019 หนุนให้ยอดขายทั้งปีเติบโตอย่างมีนัยจากฐานต่ำ อย่างไรก็ตาม เราคาดการณ์กำไรปี 2020 หดตัว 35% Y-Y ทำได้เพียง 820 ล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 15 ปี กดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวหลังได้รับผลกระทบ COVID-19 และเกณฑ์ LTV ใหม่ รวมถึงการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด ขณะที่คาดอัตรากำไรขั้นต้นปรับลง จากการแข่งขันทีสูงในตลาดคอนโด นำมาสู่การทำโปรโมชันลดราคาขาย ราคาหุ้นปัจจุบันเกินมูลค่าพื้นฐานที่เราประเมินไว้ที่ 3.30 บาท (อิง PER 6x) ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานอ่อนแอจากทิศทางผลประกอบการที่เป็นขาลงติดต่อกัน 3 ปี และพอร์ตกระจุกตัวในกลุ่ม Low-end ที่อ่อนไหวมากต่อภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงระยะสั้น งบ 1Q20 ไม่สดใส จึงเริ่มต้นด้วยคำแนะนำขาย
อ่านเพิ่มเติม
07
เมษายน
2020
DTAC (BUY/20TP: 45), คาดกำไร 1Q20 ยังทรงตัวได้ดี Valuation น่าสนใจขึ้น
(views 51)
เราคาดกำไรปกติ 1Q20 ของ DTAC +61.8% Q-Q, -3.5% Y-Y ซึ่งยังทรงตัวในระดับที่ค่อนข้างดีแม้จะถูกกระทบจากทั้งการแข่งขันที่รุนแรงและ COVID-19 แต่คาดชดเชยได้จากการควบคุมต้นทุน นอกจากนี้เม็ดเงินลงทุนของ DTAC ที่ต่ำกว่าคู่แข่งโดยเฉพาะคลื่นความถี่ใหม่ ทำให้มีแรงกดดันด้านต้นทุนที่ต่ำกว่าและเอื้อต่อการทำกำไรในระยะนี้ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 ที่ 5,181 ลบ. -13% Y-Y ราคาหุ้นปรับลงจน Upside เปิดกว้างและ Valuation น่าสนใจโดย EV/EBITDA อยู่ที่ 5 เท่าและให้ Dividend Yield 4.7% เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 45 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
เมษายน
2020
SAPPE (HOLD/20TP: 18), คาด COVID-19 จะกระทบมากขึ้นใน 2Q20
(views 56)
แม้ 1Q20 ได้รับผลกระทบ COVID-19 ยังไม่มาก แต่ตัวบริษัทเองยังเผชิญกับภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม Functional มากเท่ากับ 4Q19 จึงคาดกำไรปกติ 1Q20 จะลดลง Y-Y แต่ฟื้นตัว Q-Q เพราะลดค่าใช้จ่ายทางการตลาด ส่วนแนวโน้ม 2Q20 คาดจะได้รับผลลบจาก COVID-19 มากขึ้น อาจกระทบทั้งรายได้ในประเทศและรายได้ส่งออก เพราะสินค้าเครื่องดื่มของบริษัท ไม่ใช่เครื่องดื่มจำเป็นที่เป็นเป้าหมายกักตุนของผู้บริโภค ในขณะการปรับสูตรเครื่องดื่มยังเสร็จไม่ทันตามแผน คาดอาจจะเสร็จใน 2H20 และหาก COVID-19 กลับมาคลี่คลายตั้งแต่กลางปีเป็นต้นไป น่าจะเห็นกำไรกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งใน 3Q20 ทั้งนี้เราปรับลดกำไรปกติปี 2020 ลง 15% เป็นกำไรที่ลดลง -8% Y-Y จากเดิมคาดโต 4.3% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 18 บาท จากเดิม 21.5 บาท (อิง PE เดิม 15 เท่า) คงคำแนะนำ ถือ / รอซื้อ น่าเข้าลงทุนอีกครั้งเมื่อ COVID-19 คลี่คลาย
อ่านเพิ่มเติม
07
เมษายน
2020
TU (HOLD/20TP: 15.5), Operation ไม่แย่ แต่ Red Lobster เป็นตัวฉุด
(views 50)
แม้ธุรกิจหลักของ TU สุทธิแล้วจะได้รับผลลบจาก COVID-19 จำกัด เพราะลูกค้า Food Service ที่ลดลง ได้รับการชดเชยจากลูกค้า Retail (อาหารกระป๋อง) ที่เติบโตมาก แต่คาดกำไร 1H20 อาจถูกกระทบจากธุรกิจร้านอาหาร Red Lobster ที่ถูกปิดลงแทบทุกสาขาใน สหรัฐ แคนาดา และญี่ปุ่น เป็นต้น คาดส่วนแบ่งจาก RL จะขาดทุนมากกว่าปกติ ส่วนเงินปันผลจาก RL ไตรมาสละ 250 ล้านบาท คาดกระทบเพียงเงินสด จากการที่บริษัทช่วยเหลือด้วยการเลื่อนรับเงินออกไปก่อน แต่มีความเป็นไปได้ที่จะยังรับรู้เงินปันผลดังกล่าวทางบัญชีได้ เพื่อไม่ให้กระทบกับงบกำไรขาดทุนมากนัก ทั้งนี้เราคาด COVID-19 จะคลี่คลายตั้งแต่กลางปีนี้เป็นต้นไป และคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 2H20 เราจึงปรับลดกำไรสปกติปีนี้ลง 15% เพื่อสะท้อนผลกระทบใน 1H20 เป็นกำไรที่ลดลงราว -8.4% Y-Y จากเดิมคาดโต 7.6% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 15.5 บาท จากเดิม 18.5 บาท แนะนำ รอซื้อ เมื่อ COVID-19 คลี่คลาย
อ่านเพิ่มเติม
07
เมษายน
2020
AMATA (BUY/20TP: 16), ปรับกำไรและเป้าหมายลง ราคาหุ้นสะท้อน COVID-19 มากไป
(views 53)
เราปรับกาไรสุทธิปี 2020-21 ลง 27% และ 10% ตามลาดับ สะท้อนผลกระทบของ COVID-19 แม้จะไม่ได้รับผลกระทบทางตรง แต่ถูกกระทบทางอ้อมจากอุปสรรคในการเดินทาง ทาให้การขายและการโอนที่ดินในปีนี้มีโอกาสล่าช้าออกไป และการขายที่ดินที่ไม่เต็มที่ในปีนี้ส่งผลถึงยอดโอนที่ดินในปีหน้า เราปรับยอดโอนที่ดินปี 2020 ลง 30% เหลือ 600 ไร่จากปีก่อนที่โอนได้ 867 ไร่ และคาดฟื้นเป็น 700 ไรในปี 2021 ส่วนรายได้จากสาธารณูปโภคมีโอกาสถูกกระทบจากการลดการผลิตของอุตสาหกรรมต่างๆ ประมาณการกาไรปี 2020 อยู่ที่ 1.32 พันล้านบาท -24% Y-Y และคาดกาไรปี 2021 ฟื้น +21% Y0Y เป็น 1.60 พันล้านบาท ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 16 บาทจาก 20 บาท อิง PE เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี -1SD (13 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงกว่า 50% ตั้งแต่ต้นปีจนต่ากว่า Book value เพราะกังวลความล่าช้าของ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2563 และผลของ COVID-19 แต่ธุรกิจนิคมฯเป็นธุรกิจที่มีความสาคัญต่อการลงทุนของประเทศและจะฟื้นได้เร็วหลัง COVID-19 คลี่คลาย เรายังแนะนาซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
03
เมษายน
2020
PRM (BUY/20TP: 7.5), อานิสงส์จากความต้องการเรือ FSU ชดเชยธุรกิจเรือในประเทศที่ลดลงได้
(views 66)
ธุรกิจเรือ FSU (44% ของรายได้รวม) ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบโลกที่ร่วงแรง ประกอบกับการขายน้ำมันที่ยากขึ้นเพราะมาตรการ Lockdown และ Work from home ของหลายประเทศทำให้ความต้องการเรือ FSU เพิ่มสูงขึ้น แต่ Supply เรือมีจำกัด อัตราค่าระวางเรือ VLCC จึงปรับขึ้นรุนแรงในช่วง มี.ค. ทีผ่านมา เป็นจังหวะที่เรือ 3 ใน 8 ลำหมดอายุสัญญาพอดี จึงสามารถปรับราคาขึ้นได้ 15-20% ผลบวกดังกล่าวชดเชยธุรกิจเรือขนส่งในประเทศที่ลดลงบ้างจากความต้องการขนส่งน้ำมันเจ็ทที่หายไปตามภาคท่องเที่ยว เรายังคงประมาณการกำไรปี 2020 +16% Y-Y แม้กำไรจะผ่านช่วงพีคของการเติบโตไปแล้วในปี 2019 (+44% Y-Y) แต่ธุรกิจส่วนใหญ่เป็น Recurring income ที่บางส่วนได้อานิสงส์จากค่าระวางเรือที่สูงขึ้น ถือว่าแข็งแกร่งกว่าหลายธุรกิจในสถานการณ์ปัจจุบัน คงราคาเป้าหมาย 7.50 บาท ปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อ จากเดิมถือ
อ่านเพิ่มเติม
01
เมษายน
2020
CPN (BUY/20TP: 65), ถูกกระทบหนักแต่ชั่วคราว ฐานะการเงินยังแข็งแกร่งมาก
(views 70)
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2020-21 ลง 37% และ 29% ตามลำดับ เป็น 7.73 พันล้านบาท -34% Y-Y ในปี 2020 และเป็น 9.73 พันล้านบาท +25% Y-Y ในปี 2021 บนสมมติฐาน Base case ศูนย์การค้ากลับมาเปิดให้บริการตั้งแต่ พ.ค. และบริษัทยังต้องลดค่าเช่าให้แก่ร้านค้าตลอดในช่วงที่เหลือของปี กรณีนี้คาดรายได้รวมลดลง 23% Y-Y เป็น 2.83 หมื่นล้านบาท EBITDA margin ลดลงเป็น 49.7% (จาก 50.7% ในปี 2019) ราคาเป้าหมายลดลงเป็น 65 บาท กรณี Worst case ปิดศูนย์การค้าถึง มิ.ย. (เป็นไปได้ยากมาก) คาดรายได้รวมลด 33% กำไรหดตัว 50% Y-Y ราคาเป้าหมายลดเหลือ 47 บาท ซึ่งไม่ใช่มูลค่ายุติธรรมของกิจการ ราคาหุ้นต่ำกว่าราคาเป้าหมายกรณี Worst case แล้ว ยังคงแนะนำซื้อ ผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นผลชั่วคราว บริษัทมีสินทรัพย์ที่ดีสามารถสร้างรายได้ได้ในอนาคต ขณะที่ฐานะการเงินแข็งแกร่งมากพอที่จะผ่านวิกฤตนี้ไปได้
อ่านเพิ่มเติม
01
เมษายน
2020
LOXLEY (BUY/20TP: 1.7), ผลประกอบการปี 2020 ถูกฉุดจากงานบางส่วนที่ไม่มีมาร์จิ้น
(views 50)
ผลประกอบการปี 2019 ขาดทุนสุทธิถึง 756 ล้านบาท แย่ลงจากปี 2018 ที่มีกำไรสุทธิ 92 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองโครงการติดตั้งและวางระบบสายพานในสนามบินสุวรรณภูมิที่มีการเปลี่ยนแบบก่อสร้าง เปลี่ยนอุปกรณ์หลัก และความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง ทำให้เกิดผลขาดทุนจากงานดังกล่าว แม้ไม่รวมรายการนี้ LOXLEY ก็ทำผลงานได้ไม่ดีนัก โดยรายได้รวมเพิ่มเพียง 3.2% Y-Y อัตรากำไรขั้นต้น (ไม่รวมรายการพิเศษทางบัญชี) ลดเหลือ 12.8% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ทำได้ 14-15% เราจึงปรับลดประมาณการปี 2020 ลง 56% เหลือ 86 ล้านบาท หลักๆมาจากการปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นจากเดิมคาด 13.9% เหลือ 12.8% เพราะยังเหลืองานติดตั้งระบบสายพาน (ซึ่งไม่มีมาร์จิ้น) ที่ต้องส่งมอบในปีนี้ ปรับราคาเป้าหมายปี 2020 ลงเป็น 1.70 บาท จากเดิม 2.20 บาท โดยเปลี่ยนวิธีประเมินมูลค่าหุ้นจากเดิมอิง PER 17 เท่าเท่ากับค่าเฉลี่ยของกลุ่ม SI เพราะฐานกำไรที่ตกต่ำมากทำให้ไม่สมเหตุสมผลที่จะใช้ PER จึงหันมาประเมินจาก Asset based โดยใช้ PBV 0.8 เท่า หรือ -1SD ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 20 ปี ราคาหุ้นปัจจุบันมี PBV เพียง 0.5 เท่า จึงยังแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
01
เมษายน
2020
TACC (BUY/20TP: 5.2), ได้รับผลกระทบ COVID-19 บ้าง แต่คาดกำไรปีนี้ไม่แย่
(views 51)
ด้วยสินค้าหลักคือ เครื่องดื่มที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ และช่องทางการขายหลักกว่า 90% ผ่าน 7-11 ที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัดจาก COVID-19 ทำให้แนวโน้มกำไรของ TACC ในปีนี้ไม่แย่ คาดกำไร 1Q20 จะยังโต Y-Y เพราะฐานต่ำปีก่อน แต่ลดลง Q-Q ตามฤดูกาล กอปรกับ All Caf? ชะลอการซื้อในเดือน ม.ค. เพราะสั่งซื้อไว้มากใน 4Q19 ส่วนกำไร 2Q20 อาจทรงตัว เพราะ COVID-19 กระทบต่อธุรกิจ Character เนื่องจากลูกค้าเลื่อนการทำโปรโมชั่นออกไป ส่วนธุรกิจเครื่องดื่มอาจกระทบบ้างจากจำนวนลูกค้าที่เข้าร้านน้อยลง เพราะกังวลต่อโรค และหากสถานการณ์คลี่คลายตั้งแต่กลางปีนี้ เราคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวได้ใน 2H20 สำหรับครั้งนี้เราปรับลดการเติบโตของรายได้ Character นำไปสู่การปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 5% เป็นกำไรลดลง -5.6% Y-Y จากเดิมคาดทรงตัว และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 5.2 บาท จากเดิม 5.5 บาท (อิง PE เดิม -1SD ที่ 21 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงมามาก จนยังมี Upside 68.8% แม้บริษัทจะได้รับผลจาก COVID แต่ถือว่าน้อยกว่าอุตสาหกรรมอื่น และยังคาดมีกำไรที่ไม่แย่นักในปีนี้ จึงแนะนำทยอยซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
31
มีนาคม
2020
ADVANC (BUY/20TP: 230), คาดกำไร 1Q20 ยังประคองตัวได้และเป็น Defensive Play ที่ดี
(views 56)
เราคาดกำไรปกติ 1Q20 ของ ADVANC +2.7% Q-Q, +0.4% Y-Y ยังประคองตัวได้แม้ธุรกิจได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เพิ่มเติมจากการแข่งขัน Prepaid และ Fixed Broadband ที่แข่งขันรุนแรง แต่ถือว่าผลกระทบจำกัดกว่าอุตสาหกรรมอื่นอย่างชัดเจน เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 หดตัว -5.1% Y-Y หลังจากปรับลงเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยยังคงราคาเหมาะสมที่ 230 บาท อย่างไรก็ตามจากธุรกิจที่ค่อนข้าง Defensive และทิศทางกำไรที่ยังแข็งแรงและมั่นคงกว่าตลาดในภาพรวม จึงยังทำให้เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็นแหล่งพักเงินในระยะนี้
อ่านเพิ่มเติม
31
มีนาคม
2020
BJC (BUY/20TP: 46), ผลกระทบสุทธิจาก COVID เป็นลบ แนะนำทยอยซื้อลงทุนยาว
(views 693)
แม้จะเห็นการแห่กักตุนสินค้าในร้านค้าปลีก แต่สุทธิแล้ว เรายังคาดว่า COVID-19 จะส่งผลลบต่อกำไร 1Q20 ของ BJC ล่าสุดมีสาขา Hypermarket ที่ต้องปิดบางโซน และปิดพื้นที่เช่า เหลือเพียงโซนซุปเปอร์มาร์เก็ต ราว 80 สาขา หรือ 53% ของสาขา HM ทั้งหมด และแนวโน้มกำไร 2Q20 อาจอ่อนลงต่อ จากปกติเป็น High Season ของธุรกิจ คาดกระทบทั้ง BIGC ล่าสุดเริ่มเห็นสัญญาณการต่อรองลด/งดค่าเช่าจากผู้เช่าสำหรับเดือน เม.ย. แล้ว และธุรกิจ Packaging คากระทบในส่วนของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เราปรับลดกำไรปีนี้ โดยอิงสมมติฐานว่า COVID-19 คลี่คลายในช่วงกลางปีนี้ แต่การฟื้นตัวหลังจากนั้นจะไม่เร็ว เพราะผู้บริโภคเร่งการซื้อไว้มากในช่วงก่อนหน้า เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 9.7% เป็นกำไรลดลง -13.4% Y-Y จากเดิมคาด -4.1% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 46 บาท จากเดิม 54 บาท (DCF) ยังมี Upside 15.7% แนะนำทยอยซื้อสำหรับลงทุนยาว
อ่านเพิ่มเติม
31
มีนาคม
2020
VGI (BUY/21TP: 8), ราคาลงหนักสะท้อนกังวล Covid-19 รอสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย
(views 132)
การระบาดของ Covid-19 ส่งผลกระทบต่อสื่อนอกบ้านต่างๆ รวมทั้งสื่อหลักของบริษัทคือ สื่อบนรถไฟฟ้า ตามจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า BTS ที่ลดลง ตั้งแต่เดือนก.พ. (-5.7% Y-Y) และคาดลงหนักขึ้นในเดือนมี.ค. เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2020 (สิ้นสุด มี.ค. 2020) ลง 4% สะท้อนผลกระทบในไตรมาสสุดท้ายของปี และจากสมมุติฐาน Covid-19 ยืดเยื้อไปอีกอย่างน้อย 1 ไตรมาส เราปรับประมาณการปี 2021 ลง 43% เป็นกำไรลดลง 21% ก่อนจะกลับสู่ระดับปกติในปีถัดไป เป็นกำไรฟื้นตัว 46% ราคาเป้าหมายปี 2021 ปรับลงจากเดิมที่ 10 บาท เป็น 8 บาท (DCF) ราคาหุ้นที่ปรับลงหนัก มี Upside สูง แนะนำ ซื้อสะสม ระยะสั้น ราคาหุ้นอาจยังถูกกดดัน จนกว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย
อ่านเพิ่มเติม
30
มีนาคม
2020
TWPC (HOLD/20TP: 2.86), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด แนวโน้ม 1Q20 ไม่สดใส ผลจาก Covid-19
(views 55)
กำไรปกติจากการดำเนินงานใน 4Q19 ดีขึ้นจากขาดทุนไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง Y-Y ทั้งปี 2019 ลดลง 38.9% Y-Y แต่กำไรสุทธิลดลง 65.4% Y-Y รวมค่าใช้จ่ายพิเศษ แนวโน้มผลประกอบการ 1Q20 ไม่สดใส โดยการระบาดของเชื้อ Covid-19 กระทบต่อการส่งออกไปประเทศจีนที่เป็นตลาดหลัก (สัดส่วนรายได้ 55-60%) ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020 ลง 36% เป็น 179 ล้านบาท ฟื้นตัวจากฐานต่ำในปีก่อน โดยคาดหวังสถานการณ์ค่อยๆ ดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปี ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2020 ปรับลดเป็น 2.86 บาท จากเดิม 4.45 บาท อิง PE ระดับเดิมที่ 14 เท่า คงคำแนะนำ ถือ รับปันผล เฉลี่ย 5-5.5% ทั้งนี้ ประกาศจ่ายปันผลงวดปี 2019 หุ้นละ 0.134 บาท yield 4.9% XD วันที่ 7 พ.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
30
มีนาคม
2020
BEM (BUY/20TP: 10.5), Covid-19 กระทบระยะสั้น แต่ระยะยาวยังแข็งแกร่ง
(views 57)
ประเด็นการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 รวมถึงมาตรการปิดสถานที่สำคัญ และ Work from home ส่งผลให้ผู้ใช้ทางด่วนและรถไฟฟ้าลดลงอย่างมีนัย เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2020-2021 ลง 31% และ 11% เป็น 3.1 พันล้านบาท (+6.5% Y-Y) ในปีนี้ และเร่งขึ้นเด่น 46% Y-Y ในปีหน้า บนสมมติฐานการระบาดในไทยควบคุมได้ภายใน 2Q20 โดยประเมินว่าการใช้บริการจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่เดือนก.ค. 2020 และใช้เวลาราว 3 เดือนก่อนกลับเป็นปกติ ส่วนการเปิดรถไฟฟ้าน้ำเงินครบเส้นคาดเป็นบวกต่อรายได้ชัดเจนในปี 2021 ทั้งนี้ ราคาหุ้น -31% YTD แต่หากสถานการณ์การระบาดคลี่คลาย เรามองว่าราคาหุ้น BEM จะฟื้นตัวได้เร็ว และก่อนธุรกิจอื่น จากธุรกิจ Defensive ที่พื้นฐานระยะยาวแข็งแกร่ง, ฐานะการเงินมั่นคง และมีศักยภาพในการเติบโตเพิ่มเติมจากการประมูลรถไฟฟ้าสายใหม่ จึงมองว่าน่าสนใจในการเข้าซื้อลงทุน ราคาเหมาะสมใหม่ 10.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
30
มีนาคม
2020
M (AVOID/20TP: 47), รอจน COVID-19 คลี่คลาย แล้วค่อยเข้าลงทุนอีกครั้ง
(views 40)
แนวโน้มกำไร 1H20 น่าจะแย่ลงค่อนข้างมาก ล่าสุดได้มีประกาศขยายระยะเวลาปิดร้านอาหาร (อนุญาตให้เฉพาะซื้อกลับบ้าน) ทั้งใน กทม. ปริมณฑล และมีหลายๆจังหวัดทยอยประกาศตามมา ไปจนถึง 30 เม.ย. จากข้อมูล ณ 27 มี.ค. มีจำนวนสาขาของ MK และ Yayoi ที่ยังเปิดให้บริการปกติเพียง 24% และ 18% ของสาขาทั้งประเทศ และที่ถูกปิดเลยราว 2% - 4% นอกนั้นยังขายแบบซื้อกลับบ้าน และ Delivery ได้ เบื้องต้นคาดยอดขายช่วงนี้จะลดลงกว่า 70% Y-Y ส่วนแหลมเจริญฯผลกระทบหนักกว่าเพราะถูกปิดสาขาเกือบหมด รายได้น่าจะหายไปกว่า 90% Y-Y และหากถูกปิดร้านต่อไปยังเดือน พ.ค. มีโอกาสที่ 2Q20 จะแย่ถึงขั้นขาดทุน เราปรับลดประมาณการ โดยอิงสมมติฐานว่า COVID-19 จะคลี่คลายในช่วงกลางปีนี้ เราจึงปรับลดกำไรปีนี้ลง 53% เป็นการลดลง -59% Y-Y ทั้งนี้เราปรับวิธีประเมินราคาเป้าหมายใช้ PBV โดยอิง PBV เฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดฯ 4 ปีย้อนหลัง -2SD อยู่ที่ 3.2 เท่า ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ปีนี้ที่ 47 บาท ปรับลงจากเดิมที่ 62.5 บาท ทั้งนี้ประมาณการของเรายังมี Downside หาก COVID-19 คลี่คลายช้ากว่าคาด เรายังแนะนำชะลอการลงทุนตามเดิม และเมื่อไหร่ที่สถานการณ์ดีขึ้น สาขากลับมาให้บริการได้ปกติ จึงน่าเข้าลงทุนอีกครั้ง และเป็นหุ้นที่ควรมีติดพอร์ท เพราะกำไรจะฟื้นได้เร็ว จากการมี Operating Leverage สูง และมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง
อ่านเพิ่มเติม
26
มีนาคม
2020
BCPG (BUY/20TP: 17), กำไรเติบโตน่าสนใจขึ้น ปันผลใช้ได้
(views 91)
เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อ BCPG โดยการซื้อ 2 โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว จะหนุนให้กำไรปกติ 2 ปีข้างหน้าโตดีขึ้นกว่าเมื่อ 3 ปีก่อน และการได้โครงการโรงไฟฟ้าพลังลม (“SWAN” รอเซ็น PPA ปีนี่) จะช่วยลดความกังวลความต่อเนื่องของกำไรหลังจากค่าไฟส่วนเพิ่ม (Adder) ของโรงไฟฟ้าโชลาร์ในไทยจะทยอยหมดในปี 2022-2024 รวมทั้งมีศักยภาพขยายกำลังผลิตในภูมิภาคได้อีก โดยเชื่อว่าฐานะการเงินยังอยู่ในระดับจัดการได้ ราคาหุ้นปรับลดลงถึง 36% จากช่วงต้นปี โดยผลกระทบจาก Covid-19 จำกัด ประเมินราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 17 บาท (SOTP) ไม่รวมโครงการ SWAN ราว 2 บาท และคาด Dividend yield 5-5.5% แนะนำ ซื้อสะสม
อ่านเพิ่มเติม
24
มีนาคม
2020
ADVANC (BUY/20TP: 230), COVID-19 กระทบทางอ้อม แต่ยังเป็น Defensive Play ที่ดี
(views 39)
การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อ ADVANC ในแง่รายได้ International Roaming และ Traveler SIM รวมถึงกระทบลูกค้ากลุ่ม Prepaid ซึ่งอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจและมีการแข่งขันค่อนข้างสูงเป็นทุนเดิม ส่งผลให้เราปรับลดคาดการณ์รายได้ปีนี้เป็นทรงตัว Y-Y (เดิมคาด +3%) และเราใส่คลื่นความถี่ใหม่จากการประมูล 5G ไว้ในประมาณการ ทำให้กำไรปกติปี 2020 ถูกปรับลงราว 15% และพลิกมาหดตัว 5.1% Y-Y ส่วนด้านราคาเหมาะสมปรับลงเหลือ 230 บาท อย่างไรก็ตามจากธุรกิจที่ Defensive และได้รับผลกระทบจำกัดกว่ากลุ่มอื่น เราจึงยังแนะนำ “ซื้อ” และเป็นแหล่งพักเงินในระยะนี้
อ่านเพิ่มเติม
24
มีนาคม
2020
HANA (HOLD/20TP: 24), 1H20 โดนกระทบหนัก แนะนำรอซื้อหลัง COVID จบ
(views 45)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ระยะสั้น 1H20 บริษัทได้รับผลลบจาก COVID-19 พอสมควร ทั้งการปิดโรงงานในจีน ตามคำสั่งของรัฐบาล, ผลกระทบจาก Supply Chain, ไม่สามารถส่งของให้ลูกค้าได้ หลังหลายประเทศ Lock Down และการชะลอคำสั่งซื้อของลูกค้า แม้จะมีบาทอ่อนเข้ามาช่วย แต่คาดว่าไม่สามารถชดเชยได้ เบื้องต้นคาดกำไร 1H20 อาจลดลงมากถึง -36% Y-Y และคาด COVID-19 จะคลี่คลายใน 3Q20 ก่อนที่ผลการดำเนินงานจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q20 ทั้งนี้เราปรับลดกำไรปีนี้ลง 29% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 24 บาท จากเดิม 34 บาท (อิง PE 14 เท่า) อย่างไรก็ตาม ประมาณการกำไรใหม่ของเรายังมี Downside หาก COVID-19 ฟื้นตัวช้ากว่าคาด ทั้งนี้เราแนะนำให้จับตา HANA และเป็นหุ้นที่น่าลงทุนหากปัญหา COVID-19 จบ เพราะคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวแรง เพราะลูกค้ารอออกสินค้าใหม่ โดยเฉพาะ Smartphone 5G ในขณะที่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง โดยผู้บริหารเน้นย้ำถึงการรักษาสภาพคล่อง และบริหารจัดการเงินสด ให้มีสภาพคล่องสูงสุดในยามที่เกิดวิกฤติ ซึ่งปัจจุบันบริษัทไม่มีภาระหนี้ที่มีดอกเบี้ยจ่ายเลย รวมถึงมีเงินสดในมือสูงราว 8 พันล้านบาท ปรับคำแนะนำเป็น รอซื้อ จากเดิม เก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
23
มีนาคม
2020
CPN (BUY/20TP: 68), ปรับผลกระทบจากการปิดห้างชั่วคราว ยังเป็นหุ้นที่น่าลงทุน
(views 56)
CPN ประกาศปิดห้างสรรพสินค้า 15 แห่งชั่วคราวเป็นเวลา 22 วันตั้งแต่ 22 มี.ค. ถึง 12 เม.ย. ประกอบกับก่อนหน้านี้บริษัทมีนโยบายช่วยเหลือร้านค้าผู้เช่าที่ได้รับผลกระทบโดยการลดค่าเช่าให้ชั่วคราว 10-50% แล้วแต่ผลกระทบของแต่ละราย เราจึงปรับประมาณการค่าเช่าเฉลี่ยทึ้งปีลง 5.6% ส่งผลให้รายได้และกำไรลดลงจากเดิมราว 10% โดยคาดกำไรปกติปี 2020 ที่ 1.09 หมื่นล้านบาท -4.3% Y-Y (กำไรสุทธิ -6.8% Y-Y) ราคาเป้าหมายปรับลงเป็น 68 บาทจากเดิม 79 บาท ผลกระทบนี้เป็นเหตุชั่วคราว เรายังชอบศักยภาพการเติบโตของบริษัทในระยะยาว ราคาหุ้นที่ร้วงเกือบ 40% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาทำให้ PE เหลือ 16 เท่า มากกว่า -2SD ของค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 28 เท่า PBV เหลือเพียง 2.1 เท่า CPN ยังเป็นหุ้นที่น่าสนใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
20
มีนาคม
2020
SC (BUY/20TP: 2.3), ปรับลดประมาณการปีนี้เป็นชะลอตัว แต่จุดเด่นอยู่ที่ปันผล
(views 55)
ปี 2020 เปิดโครงการใหม่เป็นแนวราบเร่งขึ้น และลดคอนโด ส่วนยอดขายรวมตั้งเป้าฟื้นตัวจากการเน้นขายแนวราบที่บริษัทถนัด และระบายสต็อกคอนโด เราปรับประมาณการกำไรปกติปีนี้ลง 14% ด้วยมุมมองที่ระมัดระวังขึ้น เป็นหดตัว 19% Y-Y อยู่ที่ 1.6 พันล้านบาท โดยปรับลดยอดโอนคอนโด จากการขายที่ไปได้ช้า โดยเฉพาะตลาดบน และอัตรากำไรขั้นต้นที่ถูกกดดันด้วยการจัดโปรโมชันคอนโด เราปรับลด PER เป็น 6.2x หรือค่าเฉลี่ย -1SD เนื่องจากหุ้นขาดความน่าสนใจในเชิงผลประกอบการที่มีแนวโน้มชะลอติดต่อกัน 2 ปี ทำให้ราคาเหมาะสมลดลงเป็น 2.30 บาท ราคาหุ้นมี Upside 25% พร้อมคาดปันผล 8% ต่อปี ระยะสั้น มีประเด็นจ่ายปันผลปี 2019 Yield 10% XD 30 เม.ย. จำกัด Downside ทางพื้นฐาน จึงแนะทยอยสะสม สำหรับนักลงทุนที่ชอบหุ้นปันผล ขณะที่มีปัจจัยที่ต้องติดตามคือ การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 อาจส่งผลให้ยอดขายต่ำกว่าคาด และเลื่อนเปิดโครงการใหม่ รวมถึง D/E ที่อยู่ระดับสูง
อ่านเพิ่มเติม
19
มีนาคม
2020
PLANB (BUY/20TP: 6), ราคาลงมากไป แม้ Worst-case
(views 53)
จากแนวโน้มผลกระทบจาก Covid-19 มากกว่าเคยคาด ส่งผลต่อการชะลอตัวของการใช้เม็ดเงินโฆษณา แม้คาดสถานการณ์จะทยอยคลี่คลายในครึ่งปีหลัง เราปรับประมาณการปี 2020-2021 ลงอีก 12-21% เป็นกำไรปีนี้ลดลง 4% และฟื้นตัว 29% ในปีหน้า ประมาณการที่ปรับลงและปรับเพิ่ม Risk Premium ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2020 ปรับลงจากเดิม 9 บาท เป็น 6 บาท แม้ใน Conservative case ผลกระทบจาก Covid-19 ยืดเยื้อไป 3Q20 ราคาเป้าหมายจะอยู่ที่ 4.60 บาท และ Worst case เลิกจัด Olympics 2020 (มองโอกาสน้อย) ราคาเป้าหมายจะเหลือ 3.80 บาท ยังมี Upside คงคำแนะนำ ซื้อสะสม ระยะสั้น ราคาหุ้นอาจยังถูกกดดัน จากประเด็นดังกล่าว
อ่านเพิ่มเติม
19
มีนาคม
2020
SISB (BUY/20TP: 10.2), COVID-19 กระทบระยะสั้นใน 1H20 ส่วนระยะยาวดำเนินแผนเดิม
(views 45)
ผลกระทบจาก COVID-19 คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรใน 1H20 เราปรับประมาณการกำไรปี 2020 ลดลง 14% และ 2021-2023 ขยับลงราว 3-4% คงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของรายได้และกำไรระยะยาวจากการขยาย Capacity เพิ่มขึ้น เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรใหม่ เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงเป็น 10.20 บาท (เดิม 12 บาท) ซึ่งยังคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
18
มีนาคม
2020
GPSC (BUY/20TP: 70), ราคาลงมาลึกสะท้อนปัจจัยเสี่ยงมากแล้ว
(views 76)
คาดกำไรปกติปีนี้จะโตสูง 47% ผลเต็มปีจากควบรวม GLOW และต้นทุนการเงินลดลงหลังเพิ่มทุนปีก่อน โดยแนวโน้มกำไรปกติ 1Q20 เพิ่ม Q-Q, Y-Y ขณะที่ประเด็นภัยแล้งในภาคตะวันออก เชื่อว่าบริษัทบริหารจัดการได้ หากฝนมาปกติราวเดือนมิ.ย. การระบาดของ Covid-19 ยังไม่กระทบต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตฯ (IU Demand) ใน 2 เดือนแรกของปี และผลกระทบจากค่าไฟลด 3% ช่วง 3 เดือนไม่มากอย่างมีนัยฯ เนื่องจากราคาเชื้อเพลิงลดด้วย ขณะที่ราคาหุ้นปรับลงมาถึง 51% จากจุดสูงสุดช่วงต้นปี เชื่อว่าสะท้อนปัจจัยลบต่างๆ มากแล้ว จึงแนะนำ ซื้อสะสม ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 70 บาท (DCF) โดยหาก IU Demand ลดลง 1% คาดกระทบกำไรราว 3%
อ่านเพิ่มเติม
17
มีนาคม
2020
MAJOR (AVOID/20TP: 17.5), ได้รับผลกระทบหนักจาก Covid-19
(views 55)
เรามีมุมมองเชิงลบต่อผลการดำเนินงานของ MAJOR ในปีนี้ จากการระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 กระทบมากต่อจำนวนผู้ชมในโรงหนัง รวมทั้งการเลื่อนเข้าฉายของหนังฮอลลีวู๊ดหลายเรื่องที่คาดทำเงินออกไป โดยเฉพาะใน 2Q ที่ปกติเป็น High season ส่งผลให้เราปรับประมาณการกำไรปกติปีนี้ลง 42% เป็นกำไรลดลง 49% จากปีก่อนที่ฐานสูง และทำให้ราคาเป้าหมายปี 2020 ปรับลงจาก 26 บาท เป็น 17.50 บาท แม้ราคาหุ้นพอมี Upside แต่หากสถานการณ์การระบาดยืดเยื้อรุนแรง อาจทำให้มี Downside อีก จึงคงคำแนะนำ “ชะลอการลงทุน” รอสถานการณ์คลี่คลาย
อ่านเพิ่มเติม
17
มีนาคม
2020
OISHI (BUY/20TP: 54), ระยะสั้นได้รับผลลบจาก COVID-19 คาดจะกลับมาฟื้นใน 2H20
(views 59)
เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลง 8.6% เป็น 1,356 ล้านบาท โต 9.9% Y-Y จากเดิมคาดโต 20.1% Y-Y ที่ยังคาดว่าเติบโตได้มาจากค่าใช้จ่ายที่ลดลง ทั้งจากไม่มีค่าใช้จ่ายที่สูงผิดปกติ (ค่าใช้จ่ายปรับปรุงสาขาและโบนัสพนักงาน) เหมือนปีก่อน และปีนี้จะเน้นควบคุมลดค่าใช้จ่ายให้เข้มงวดมากขึ้น ทั้งนี้เราปรับลด Target PE จากเดิม 18 เท่า มาอยู่ที่ 15 เท่า (-0.5 SD) เพื่อสะท้อนอัตราการเติบโตของกำไรที่ต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ และความเสี่ยงที่สูงขึ้นของคาดการณ์กำไรในอนาคต นำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 54 บาท จากเดิม 71 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
มีนาคม
2020
BGRIM (BUY/20TP: 50), ผลกระทบภัยแล้ง Covid-19 จำกัด ราคาลงลึก Upside จูงใจขึ้นอีก
(views 61)
ราคาหุ้นปรับลงถึงเกือบ 47% จากระดับสูงสุดเมื่อต้นปี จากความกังวลสถานการณ์ภัยแล้ง Covid-19 และรัฐลดค่าไฟ 3% แต่เชื่อว่าบริษัทมีการบริหารจัดการน้ำที่จะรับสถานการณ์ภัยแล้งให้ผ่านวิกฤตไปได้ สถานการณ์การระบาดของ Covid-19 ยังไม่กระทบการใช้ไฟของลูกค้าอุตฯ และจะมีลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้น ส่วนการปรับลดค่าไฟ 3% ผลกระทบไม่มาก เนื่องจากต้นทุนก๊าซลดลงด้วย เราคาดกำไรปกติ 1Q20 โตทั้ง Q-Q, Y-Y และคงคาดทั้งปีโตสูง 57% และโตต่อเนื่องใน 3 ปีข้างหน้า ทั้งยังมีศักยภาพที่จะได้กำลังผลิตเพิ่มอีกทั้งในและต่างประเทศ โดยมีความเป็นไปได้ว่า ในปีนี้จะมีความชัดเจนของการทำ M&A โรงไฟฟ้า SPP ในไทย 2-3 โรง และในมาเลเซีย คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
13
มีนาคม
2020
RS (HOLD/20TP: 11), แนวโน้ม 1Q20 Covid ไม่กระทบ แต่ไม่ไว้ใจช่วงที่เหลือของปี
(views 59)
ผลกระทบจากไวรัส Covid-19 ใน 1Q20 จำกัด สวนทางหลายบริษัท คาดรายได้จากธุรกิจหลักทั้งสื่อและ Commerce ฟื้นตัวขึ้นจากฐานต่ำมากใน 4Q19 และเพิ่ม Y-Y ทั้งจากรายได้ทีวีดิจิตอล และรายได้ธุรกิจ Commerce จากจากขายสินค้าผ่านช่องทีวีจำนวนเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีรายได้จากการขายสิทธิ Content เข้ามา อย่างไรก็ตาม จากความกังวลการระบาดของ Covid-19 ยืดเยื้อต่อไป จะส่งผลต่อการทยอยปรับลดการขยายตัวของ GDP และกำลังซื้ออ่อนแอลงอีก เราจึงปรับประมาณการปี 2020-2021 ลง 14-23% เป็นกำไรปกติปี 2020 โต 9% แต่กำไรสุทธิโต 15% จากปีก่อนที่มีค่าใช้จ่ายสำรองพนักงานเพิ่มตามกฎหมายใหม่ และทำให้ราคาเป้าหมายปี 2020 ปรับลดเป็น 11 บาท จากเดิม 13.50 บาท คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
12
มีนาคม
2020
S11 (BUY/20TP: 10.45), ปี 2020 เน้นเติบโตอย่างมีคุณภาพ
(views 54)
เราคาดว่า S11 จะรักษาสมดุลการเติบโตของสินเชื่อและคุณภาพสินเชื่อได้ในปี 2020 ท่ามกลางโอกาสทางการตลาดที่เปิดกว้างขึ้น คาดว่า S11 จะมีส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้นและสินเชื่อคาดว่าจะเติบโตได้ราว 12%Y-Y แม้ว่าตลาดรถจักรยานยนต์จะชะลอตัว เมื่อประกอบกับนโยบายทางบัญชีที่มีความอนุรักษ์นิยม เชื่อว่า NPL Ratio น่าจะดำรงอยู่ที่ราว 10% เราคาดว่า S11 จะให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลได้สูงราว 6-7% ต่อปี คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมที่ 10.45 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
มีนาคม
2020
SFLEX (BUY/20TP: 6.48), The turnaround company
(views 64)
สถานการณ์การขายและการผลิตของ SFLEX พบว่ายังเป็นปกติไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เนื่องจากสินค้าของลูกค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน บริษัทยังคงแผนงานเดิมและเราคงคาดการณ์การเติบโตของรายได้และกำไรจะก้าวกระโดดจากปีก่อนที่ 13.5%Y-Y และ 85%Y-Y ตามลำดับ โดยมีปัจจัยสำคัญจากการขยายฐานลูกค้าไปในกลุ่ม Food product เป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงและ SFLEX ได้เข้าไปในกลุ่ม Premium packaging ซึ่งมีการแข่งขันน้อยและ High margin รวมถึงการบริหารวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิมโดยเป็นมีการวางแผนที่รัดกุมตั้งแต่ปีก่อน คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมที่ 6.48 บาท
อ่านเพิ่มเติม
10
มีนาคม
2020
CK (BUY/20TP: 24), ลุ้นรับงานใหม่เข้ามาเติมใน 2H20 หนุนรายได้ตั้งแต่ปีหน้า
(views 61)
เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020 ลง 20% เป็นฟื้นตัว 19% Y-Y ที่ 1.15 พันล้านบาท สะท้อนสมมติฐานที่อนุรักษ์นิยมมากขึ้น โดยไม่รวมโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จากการเวนคืนที่ดินล่าช้า และมาร์จิ้นที่อาจไม่สอดคล้องกับนโยบายการรับงานของบริษัท ขณะที่โครงการภาครัฐคาดเปิดประมูลมากขึ้นใน 2H20 หนุนการรับรู้รายได้แบบ S-Curve ตั้งแต่ปี 2021 โดยเรามองว่า CK มีโอกาสได้รับงานรถไฟฟ้าสายสีส้ม จาก BEM ที่มีแต้มต่อคู่แข่งรายอื่น เป็นแรงหนุนให้ Backlog มีโอกาสเร่งขึ้นจากปัจจุบันที่ 4 หมื่นล้านบาท แตะระดับแสนล้านบาทได้อีกครั้ง เราปรับลดราคาเหมาะสมเป็น 24 บาท (SOTP) ทางพื้นฐาน ยังแนะนำซื้อลงทุน จากศักยภาพรับงานใหม่ และเข้าสู่ช่วงการเก็บเกี่ยวผลของการลงทุนของบริษัทลูก ชดเชยธุรกิจรับเหมาที่ชะลอตัว ขณะที่ราคาหุ้นซื้อขายบน PBV ที่ 1.1x เทียบเท่าค่าเฉลี่ยในอดีต-2.5SD และ Discount NAV ของบริษัทลูกอยู่มาก อย่างไรก็ดี ระยะสั้นอาจขาดปัจจัยหนุน แต่ Catalyst บวกจะอยู่ใน 2H20
อ่านเพิ่มเติม
09
มีนาคม
2020
CENTEL (AVOID/20TP: 24), ปรับประมาณการลงและยังชอบน้อยที่สุดในกลุ่ม
(views 54)
เรามีมุมมองเป็นลบต่อผลการดำเนินงานในปี 2020 ของ CENTEL ทั้งผลของการระบาดของ COVID-19 รวมถึง CENTEL อยู่ระหว่างช่วงการลงทุนใหญ่โดย Renovate โรงแรมหลัก 2 แห่งและการต่อสัญญาเช่าที่ดินหัวหิน ส่งผลให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020 ลง 33% เป็น -32.1% Y-Y หดตัวแรงเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปรับลดลงเหลือ 24 บาท เรายังแนะนำให้ “ชะลอการลงทุน” และเป็นหุ้นที่เราชื่นชอบน้อยที่สุดในกลุ่มท่องเที่ยว
อ่านเพิ่มเติม
09
มีนาคม
2020
M (AVOID/20TP: 62.5), SSSG 1Q20 ติดลบหนักทั้ง 3 แบรนด์หลัก
(views 49)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ ระยะสั้นได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ค่อนข้างหนัก โดย SSSG MK และ Yayoi ในเดือน ก.พ. ติดลบถึง -14% Y-Y เป็นการติดลบมากสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดฯ ส่วนแหลมเจริญฯก็ติดลบสูงถึง -30% Y-Y เพราะมีลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก แม้บริษัทยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ 35-38 แห่ง แต่ก็มีโอกาสที่จะเลื่อนการเปิดสาขา หากสถานการณ์ลากยาวกว่าคาด สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปีนี้จะเน้นมาตรการป้องกัน COVID-19 ให้กับทั้งลูกค้าและพนักงาน, การปรับปรุงประสิทธิภาพหลังบ้าน ภายหลังควบรวมแหลมเจริญฯ รวมถึงการควบคุมลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด และอยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองลดค่าเช่า สิ่งที่ดีคือ ภาพรวมต้นทุนวัตถุดิบยังควบคุมได้ใกล้เคียงปีก่อน แต่ธุรกิจร้านอาหารมีต้นทุนคงที่สูงระดับหนึ่ง เมื่อรายได้ลดลง จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงด้วย ดังนั้นเราจึงปรับลดสมมติฐานทั้ง SSSG และอัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้ นำไปสู่การปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 22% เป็นกำไรที่ลดลง -11.4% Y-Y จากเดิมคาดโต 13% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 62.5 บาท จากเดิม 80 บาท (อิง PE 25 เท่า) ปรับลดคำแนะนำเป็น ชะลอการลงทุน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
อ่านเพิ่มเติม
06
มีนาคม
2020
MINT (AVOID/20TP: 32), COVID-19 กระทบธุรกิจทั้งเอเชียและยุโรป
(views 74)
MINT เข้าซื้อความเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ Bon Chon รวมกับการซื้อสาขาเมื่อปลายปี 2019 คิดเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 4,483 ลบ. โดยเรามีมุมมองเป็นบวกระยะยาวจากโอกาสการเติบโตในการขยายสาขาและเติมเต็ม Portfolio อาหารของ MINT ให้แข็งแรงมากขึ้น ส่วนการระบาดของ COVID-19 กระทบกับธุรกิจโรงแรมและอาหารของ MINT ทั้งเอเชียและยุโรป เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020 ลง 33% เป็นหดตัว -35.8% Y-Y และปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 32 บาท เรายังแนะนำ “ชะลอการลงทุนระยะสั้น” โดยหากสถานการณ์เริ่มคลี่คลายจะเป็นจังหวะในการกลับเข้าลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
06
มีนาคม
2020
SAPPE (BUY/20TP: 21.5), COVID-19 กระทบจำกัด ราคาหุ้นสะท้อนผลลบภาษีไปมากแล้ว
(views 54)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนกลาง แม้ระยะสั้น จะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จำกัด เพราะล่าสุดยังเห็นการเติบโตของรายได้ในประเทศ และรายได้ส่งออก โดยเฉพาะการกลับมาฟื้นตัวของลูกค้าตะวันออกกลาง แต่คาดกำไร 1Q20 ยังไม่สดใส เพราะยังโดนจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม Functional ในอัตรา 10% ต่อเนื่องจาก 4Q19 คาดจะปรับสูตรเครื่องดื่มแล้วเสร็จ และลดอัตราภาษีจ่ายเหลือ 3% ได้ตั้งแต่ 3Q20 เป็นต้นไป บริษัทยังมีแผนออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง แต่อาจไม่ Aggressive เท่าปีก่อน ด้วยสถานการณ์กำลังซื้อที่ไม่สดใสนัก โดยมีแผนเพิ่มกำลังการผลิต ด้วยการปรับปรุงสายการผลิต จึงไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ และคาดกำลังการผลิตจะเพิ่มได้ราว 10% ในปีนี้ และอีก 10% ในปีหน้า บริษัทยังเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดมากขึ้น ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 จะโตราว 4.3% และคงราคาเป้าหมาย 21.5 บาท (อิง PE เดิม 15 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงมาสะท้อนผลลบจากภาษีไปมากแล้ว ปัจจุบันเทรดบน PE2020 เพียง 12.2 เท่า และจ่ายปันผลงวดปี 2019 หุ้นละ 0.83 บาท คิดเป็น Yield 4.9% จึงปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
05
มีนาคม
2020
BH (HOLD/20TP: 145), ปรับประมาณการลงจาก COVID-19 ลดคำแนะนำเป็น “ถือ”
(views 70)
การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อ BH โดยตรงเนื่องจากมีสัดส่วนได้จากต่างชาติถึง 66% ขณะที่ผู้ป่วยไทยคาดถูกกระทบเช่นกันจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปกตีปี 2020 ลง 14% เป็นหดตัว -7.4% Y-Y สะท้อนปัจจัยลบดังกล่าว ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปรับลงเหลือ 145 บาท ราคาหุ้นปรับขึ้นแรงหลัง BDMS ประกาศ Tender Offer และจำกัด Downside แต่จาก Upside ที่ไม่ถึง 10% เราจึงลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
04
มีนาคม
2020
STEC (BUY/20TP: 23), ปรับประมาณการขึ้นจากส่วนแบ่งกำไร แต่มาร์จิ้นยังต้องติดตาม
(views 74)
กำไร 4Q19 ออกมาดีกว่าคาด จากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน STEC รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 อยู่ที่ 600 ล้านบาท (+121% Q-Q, -6% Y-Y) หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมอสังหาฯ ราว 115 ล้านบาท กำไรปกติจะ +44% Q-Q, +29.5% Y-Y เป็น 486 ล้านบาท ดีกว่าเราคาด 62% และตลาดคาด 71% มาจากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่สูงกว่าคาดเป็น 238 ล้านบาท เทียบกับ 3Q19 ที่ -2 ล้านบาท และ 4Q18 ที่ 8 ล้านบาท มีสาเหตุจากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนในบริษัท Eastern Bangkok Monorail (EBM) และ Northern Bangkok Monorail (NBM) ดำเนินรถไฟฟ้าสีเหลือง และชมพู ซึ่ง STEC ถือ 15% จากเดิมบันทึกเป็นเงินลงทุนระยะยาวอื่น เปลี่ยนเป็นเงินลงทุนในบริษัทร่วม ทำให้ในไตรมาสนี้รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก 2 บริษัทดังกล่าวทั้งปีที่ 234 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
04
มีนาคม
2020
HMPRO (BUY/20TP: 16.2), ราคาหุ้นสะท้อนแนวโน้มที่ไม่สดใสใน 1H20 ไปแล้ว
(views 72)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ แนวโน้ม 1Q20 ไม่สดใส เพราะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้ SSSG น่าจะยังติดลบต่อเนื่อง และมีการเลื่อนการจัดงาน Expo ออกไปเป็นช่วงปลายเม.ย. – ต้น พ.ค. จากเดิม มี.ค. เรายังคาดหวังการฟื้นตัวในช่วงปลาย 2Q20 และผลการดำเนินงานกลับมาดีขึ้นอีกครั้งใน 2H20 ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทจะเริ่มเปิดสาขาใหม่ (1H20 ไม่มีแผนเปิดสาขาใหม่) โดยมีเป้าทั้งปี 5 สาขาทั้งในไทยและมาเลเซีย แม้ภาพรวม SSSG ปีนี้จะค่อนข้างเหนื่อย แต่เชื่อว่าบริษัทยังสามารถสร้างการเติบโตของกำไรได้ เพรายังมีแผนเพิ่ม Private Brand และควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เราปรับลด SSSG ปีนี้ลงเป็น 0% Y-Y จากเดิม +1% Y-Y และปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 4.4% เป็นการเติบโต 5.3% Y-Y จากเดิมคาดโต 9.5% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 16.2 บาท จากเดิม 17.7 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงสะท้อนกำไรที่ไม่สดใสใน 1H20 ไปพอสมควร จึงปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
04
มีนาคม
2020
TVO (BUY/20TP: 30), ราคาถั่วเหลืองดูสดใส มาพร้อมกับธุรกิจน้ำมันคึกคักตั้งแต่ 1Q20
(views 86)
ถั่วเหลืองโลกปีนี้จะเข้าสู่ภาวะขาดดุลครั้งแรกในรอบ 9 ปี เพราะปริมาณผลผลิตลดลง แต่ความต้องการสูงขึ้น จากการที่จีนกลับมานำเข้ามากขึ้น น่าจะช่วยหนุนราคาถั่วเหลืองกลับมาฟื้นตัวได้ แม้การปรับขึ้นอาจมีข้อจำกัดจากการเลี้ยงสัตว์ไม่สดใส แต่น่าจะค่อยๆดีขึ้นใน 2H20 ในขณะที่ช่วง 1H20 จะได้รับปัจจัยหนุนจากธุรกิจน้ำมันถั่วเหลืองสดใสมากขึ้นทั้งในแง่ปริมาณขายและราคาขาย เพราะได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันปาล์มที่ปรับขึ้นแรง เราคาดกำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่องตั้งแต่ 1Q20 เป็นต้นไป ทั้งนี้เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ขึ้น 17% เป็นการเติบโต 21.5% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 30 บาท จากเดิม 26 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ยังมี Upside 9.1% และประกาศจ่ายปันผลงวด 2H19 หุ้นละ 0.75 บาท คิดเป็น Yield 2.7% กำหนดขึ้น XD 13 มี.ค. และจ่ายเงิน 21 พ.ค. จึงปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
มีนาคม
2020
TRUE (BUY/20TP: 16.2), ยังแนะนำ “ซื้อ” แต่ชอบ ADVANC มากกว่า
(views 63)
แนวโน้มการเติบโตของรายได้ TRUE ยังมีโมเมนตัมแข็งแกร่งและทำให้ Market Share คาดว่ายังขยับขึ้นได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามในแง่ผลการดำเนินงานคาดว่าจะยังขาดทุนปกติปี 2020 จากต้นทุนทีเพิ่มขึ้นทั้งคลื่นความถี่ใหม่และค่าเช่าจาก DIF เราปรับลดประมาณการปี 2020 ลงเป็นขาดทุนปกติ 393 ลบ. แต่คาดว่าจะสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ในปี 2021 ที่ 650 ลบ. ส่วนด้านราคาเหมาะสมปรับลดลงเหลือ 4.20 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัวลง 30% YTD ทำให้ Upside ยังเปิดกว้าง เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ชอบ ADVANC มากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
03
มีนาคม
2020
BCH (BUY/20TP: 20.3), COVID-19 กระทบบ้าง แต่ Valuation ถูกเกินไป
(views 81)
การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อ WMC ซึ่งมีรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะตะวันออกกลาง แต่เราคาดว่าจะชดเชยได้จากการปรับเพิ่มเงินของสำนักงานประกันสังคมปีนี้ ทำให้เบื้องต้นคาดกำไร 1Q20 จะยังโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y ประมาณการกำไรปกติปี 2020 ปัจจุบันที่คาด +19.6% Y-Y อาจมี Downside เล็กน้อยขึ้นอยู่กับการระบาดของ COVID-19 ว่าจะยาวนานเพียงใด อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัวลง 24% YTD สะท้อนปัจจัยลบไปค่อนข้างมากและปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่า PE เฉลี่ยย้อนหลัง -2SD ซึ่งถูกเกินไป จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
03
มีนาคม
2020
PLANB (BUY/20TP: 9), ปรับเป้าหมายลง แต่ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบส่วนใหญ่แล้ว
(views 64)
Conference Call เมื่อวาน ผู้บริหารมองความเป็นได้ของ Olympics 2020 คือจัดตามแผนเดิมในเดือนส.ค. หรือ เลื่อน มากกว่าการยกเลิก ขณะที่แนวโน้ม 1Q20 ลดลง Q-Q ตามฤดูกาลมากกว่าเคยคาด อย่างไรก็ตามยังเดินตามแผนติดตั้งจอโฆษณาในร้าน 7-11 เราปรับลดประมาณการกำไร 2020-2021 ลง 7-13% สะท้อนความกังวลผลกระทบจากเศรษฐกิจและ Covid-19 ยืดเยื้อใน 1H20 โดยคาดว่าการใช้เม็ดเงินสื่อนอกบ้านจะกลับมาเร่งตัวหลังเหตุการณ์คลี่คลาย แม้ปรับประมาณกลง ยังเป็นกำไรโตเฉลี่ย 19% ราคาหุ้นระยะสั้นยังถูกกดดัน แต่เชื่อว่าสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว สำหรับการลงทุนระยะยาว คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปรับลดเป็น 9 บาท จากเดิม 10.20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
03
มีนาคม
2020
JWD (BUY/20TP: 9), กำไรปกติ 4Q19 ดีกว่าคาด 10% จากมาร์จิ้นที่สูงกว่าคาด
(views 68)
กำไรปกติ 4Q19 +25% Q-Q, +4% Y-Y ดีกว่าคาดจากมาร์จิ้นที่สูงกว่าคาด JWD รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 118.8 ล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษการปรับมูลค่าทางบัญชีของบ.ร่วม จะเป็นกำไรปกติ 95.1 ล้านบาท +25.0% Q-Q, +3.7% Y-Y ดีกว่าคาด 10% จากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด รายได้รวมในไตรมาสนี้ +9.8% Q-Q, +2.7% Y-Y เป็น 969.9 ล้านบาท ธุรกิจที่เติบโตดีคือคลังสินค้าอาหารแช่เย็น (19% ของรายได้รวม) ธุรกิจอาหาร (22% ของรายได้รวม) ที่บริษัททำตลาดสินค้าใหม่และเป็น high season ของธุรกิจ และคลังสินค้าทั่วไปและสินค้าอันตราย (22% ของรายได้รวม) ที่ในช่วงปลายปีก่อนยังได้รับอานิสงส์จากลูกค้าที่ย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศจีนเพราะสงครามการค้า สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากบ.ร่วมยังคงใกล้เคียงใตรมาสก่อนคือ 13 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
02
มีนาคม
2020
BLA (HOLD/20TP: 17), ภาวะเศรษฐกิจไม่เป็นบวกต่อธุรกิจนัก ปรับลดประมาณการลง
(views 54)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2020 ลง 17% เป็น 4.5 พันลบ. (+3%Y-Y) โดยปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายสำรองฯประกันเพิ่มขึ้นสะท้อนนโยบายการตั้งสำรองฯใหม่ตามอัตราดอกเบี้ยขาลง และมาตรฐานบัญชีฉบับใหม่ และปรับลดเบี้ยประกันรับสุทธิลงจากเดิมคาด +5% เป็น -4%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากการชะลอตัวของช่องทางธนาคารและเบี้ยปีต่อ ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงเป็น 17 บาท แม้ราคาหุ้นมีส่วนลดราว 60% จาก embedded value ปี 2019 ที่ 41.5 บาท แต่สภาพเศรษฐกิจถือว่าเป็นลบต่อธุรกิจ จึงแนะนำ ถือ/ชะลอการลงทุน (ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับ 2H19 ที่ 0.33 บาทต่อหุ้น Yield 2%)
อ่านเพิ่มเติม
02
มีนาคม
2020
TKN (AVOID/20TP: 6.25), กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก
(views 71)
บริษัทได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ค่อนข้างมาก กระทบทั้งรายได้ในประเทศที่โดนผลลบจากนักท่องเที่ยวลดลง และรายได้ส่งออกไปจีนหยุดชะงักจากกำลังซื้อในจีนแผ่ว และปัญหาการขนส่ง ผู้บริหารตัดสินใจอย่างเร็วในการปรับแผนธุรกิจปีนี้ โดยจะทยอยปิดสาขาเถ้าแก่น้อยแลนด์มากกว่าครึ่ง, จะย้ายโรงงานจาก 2 แห่ง ให้เหลือ 1 แห่งเป็นการชั่วคราว เพื่อลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย จากเหตุอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง และตัดงบทางการตลาดปีนี้ลงอย่างหนัก เพื่อประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติไปได้ สำหรับเป้าหมายรายได้ปีนี้ ผู้บริหารปรับลดเหลือเพียงทรงตัวจากปีก่อน แต่เรามีมุมมองระมัดระวังมากกว่า จึงปรับลดสมมติฐานรายได้ปีนี้ลงเป็น -5% Y-Y จากเดิม +20% Y-Y และปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลง เป็นลดลง -20 bps จากปีก่อน นำไปสู่การปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 51% เป็นกำไรลดลง -5% Y-Y จากเดิมคาดโต 95% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเหลือ 6.25 บาท จากเดิม 13 บาท ในขณะประมาณการของเรายังมี Downside หากสถานการณ์ COVID-19 ฟื้นตัวช้ากว่าคาด (ปัจจุบันคาดฟื้นตัวใน 3Q20) จึงปรับลดคำแนะนำเป็น หลีกเลี่ยง จากเดิม เก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
02
มีนาคม
2020
AMATA (BUY/20TP: 20), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าตามยอดโอนที่ดินที่ลดลง
(views 68)
กำไรปกติ 4Q19 -64% Q-Q, -19% Y-Y ตามการโอนที่ดินที่น้อยลง กำไรปกติ 4Q19 อยู่ที่ 273.9 ล้านบาท -63.6% Q-Q, -19.4% Y-Y ต่ำกว่าคาดถึง 25% จากยอดโอนที่ดินที่ต่ำกว่าคาด โอนได้เพียง 146 ไร่ ลดลงจาก 3Q19 ที่โอนได้ 475 ไร่และ 4Q18 ที่โอนได้ 237 ไร่ และที่ดินที่โอนได้ส่วนใหญ่เป็นที่ดินในอมตะซิตี้ระยอง 78 ไร่และอมตะไทยไชนีส 68 ไร่ ซึ่งราคาและอัตรากำไรต่ำกว่าอมตะชลบุรี ทำให้รายได้จากการโอนที่ดินเหลือเพียง 591.1 ล้านบาท -64.3% Q-Q, -27.8% Y-Y มีสัดส่วน 46% ของรายได้รวม และดึงให้อัตรากำไรขึ้นต้นรวมลดลงเป็น 51.3% จาก 53.7% ใน 3Q19 และ 51.8% ใน 4Q18 ในส่วนของรายได้จากการขายสาธารณูปโภคและรายได้ให้เข่าโรงงานรวมกัน 700 ล้านบาท โตต่อเนื่อง นอกจากนี้ กำไรที่ลดลงยังมาจากค่าใช้จ่ายขายและบริหารและดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น ทำให้ Norm profit margin ลดลงเป็น 21.2% จากระดับสูงกว่าปกติ 32.3% ใน 3Q19 และ 23.1% ใน 4Q18
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
BJC (BUY/20TP: 54), กำไรหลัก 4Q19 ใกล้เคียงคาด และคาดกลับมาฟื้นตัวใน 2Q20
(views 57)
กำไรสุทธิ 4Q19 ทำจุดสูงสุดใหม่ แต่กำไรหลักที่แท้จริง ไม่ตื่นเต้น ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 2,473 ล้านบาท (+39.4% Q-Q, +16.3% Y-Y) ดีกว่าทั้งเราและ Consensus คาด (เราคาดไว้ 2,189 ล้านบาท) และทำจุดสูงสุดใหม่ เพราะมีรายการพิเศษ 2 รายการคือ 1) อัตราภาษีจ่ายต่ำมากเหลือเพียง 0.1% จากระดับปกติที่ 16% - 17% เพราะยังมีการปรับโครงสร้างภาษีอยู่ และ 2) มีการปรับวิธีการบันทึกภาษีที่ดิน (Property Tax) จากเดิมที่บันทึกค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 1 ปี เปลี่ยนเป็น รับรู้ภาษีที่เกิดขึ้นจริงในปีนั้นๆ ซึ่งบริษัทได้เริ่มวิธีใหม่นี้ตั้งแต่ 3Q19 เป็นต้นมา ทำให้ค่าใช้จ่ายใน 3Q19 – 4Q19 ต่ำลงกว่าปกติ ซึ่งหากไม่รวม 2 รายการดังกล่าว พบว่า กำไรจากการดำเนินงานใกล้เคียงกับที่เราคาด เมื่อพิจารณาในส่วนของ EBIT + Other Income ในไตรมาสนี้พบว่า +10% Q-Q และ -1% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
CHG (BUY/20TP: 3), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด แต่ยังแนะนำ “ซื้อ”
(views 54)
กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด แต่ข้อดีคือรายได้เงินสดโตแกร่ง CHG ประกาศกำไรปกติ 4Q19 ออกมาที่ 134 ลบ. -50% Q-Q, +19% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาด 13% และ 10% ตามลำดับ รายได้เติบโตได้สูงกว่าคาด -7.2% Q-Q, +16.6% Y-Y นำโดยกลุ่มผู้ป่วยเงินสด +24% Y-Y แต่ส่วนของประกันสังคมหดตัวแรง -21.8% Q-Q, -4.2% Y-Y จากสปส.ที่ลดระดับการจ่ายเงินส่วน RW>2 จาก 12,800 บาท/RW เหลือ 7,100 บาท/RW) ขณะที่ฝั่งต้นทุนโดยภาพรวมสูงกว่าคาดทั้งต้นทุนทางตรงและค่าใช้จ่าย SG&A ส่งผลให้ EBITDA Margin ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 19.4% ลดลงลงจาก 29.4% ใน 3Q19 แต่ดีขึ้นจาก 18.9% ใน 4Q18 จบปี 2019 CHG มีกำไรปกติ 719 ลบ. +13.4% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
ORI (BUY/20TP: 8.6), งบ 4Q19 ตามคาด ปี 2020 ตั้งเป้าอย่างระมัดระวัง
(views 76)
กำไร 4Q19 เร่งขึ้น 28% Q-Q แต่ชะลอ 6% Y-Y ORI รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 882 ล้านบาท (+28% Q-Q, -6% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด และทำระดับสูงสุดของปี โดยมีกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยราว 121 ล้านบาท (หลังหักภาษี) เพื่อพัฒนาโรงแรมกับ CI:Z Limited Liability Partnership จากญี่ปุ่น หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรปกติอยู่ที่ 760 ล้านบาท (+15% Q-Q, -19% Y-Y) ตามยอดโอนที่ทำได้ 3.3 พันล้านบาท ขยายตัว 5% Q-Q จากการส่งมอบคอนโดต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Knightsbridge Prime Sathorn (มูลค่า 3.9 พันล้านบาท มียอดขาย 96%) บวกกับเริ่มโอนคอนโดใหม่อย่าง Kensington พหลโยธิน 63 (มูลค่า 6.8 พันล้านบาท มียอดขาย 49%) แต่ลดลง 42% Y-Y จากฐานสูงใน 4Q18 ที่มีการรับรู้คอนโดใหญ่ Park 24 เฟส 2 ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯ อยู่ในเกณฑ์ดี 44.8% เทียบกับ 43% ใน 3Q19 และ 41.3% ใน 4Q18
ภาพรวมปี 2019 กำไรสุทธิทำได้ 3 พันล้านบาท (-9% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรปกติจะอ่อนตัว 6% Y-Y อยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท มีสาเหตุมาจากยอดโอนที่อ่อนตัว 15% Y-Y จากผลกระทบของเกณฑ์ LTV ใหม่
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
SEAFCO (BUY/20TP: 6.9), งบ 4Q19 ดีกว่าคาด แนวโน้ม 1Q20 ฟื้นตัว
(views 45)
กำไร 4Q19 หดตัว 17% Q-Q และ 27% Y-Y จากรายได้ที่ลดลง SEAFCO รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 อยู่ที่ 85 ล้านบาท (-17% Q-Q, -27% Y-Y) ดีกว่าเรา และตลาดคาด 58% และ 42% ตามลำดับ มาจากรายได้ และอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำได้มากกว่าคาด โดยกำไรที่หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y มีสาเหตุจากรายได้งานก่อสร้างที่ -15% Q-Q, -24% Y-Y อยู่ที่ 645 ล้านบาท เนื่องจากงานใหญ่อย่างรถไฟฟ้าสายสีส้ม, Bangkok Mall อยู่ช่วงท้ายของงาน และ One Bangkok ถูกส่งมอบในไตรมาสนี้ แม้เริ่มก่อสร้างโครงการ Dusit Central Park (มูลค่า 900 ล้านบาท) ตั้งแต่เดือนต.ค. 2019 แต่รับรู้รายได้เข้ามาไม่มาก เนื่องจากอยู่ระหว่างการจัดการพื้นที่ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ที่ 21% ทรงตัว Q-Q เนื่องจากเป็นงานที่ทำต่อเนื่อง แต่ปรับลดจาก 24.6% ใน 4Q18 จากงานรับค่าแรงรวมวัสดุ(มาร์จิ้นต่ำ) มีสัดส่วนที่สูงขึ้น กำไรปี 2019 ขยายตัว 11% Y-Y เป็น 409.5 ล้านบาท หนุนจากรายได้ที่เร่งขึ้น 10% Y-Y ตามปริมาณงานในมือ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 21.5% จาก 22.6% ในปี 2018 เนื่องจากรับรู้งานเอกชนเป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานรับค่าแรงรวมวัสดุ
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
BDMS (BUY/20TP: 25.25), Tender Offer BH เป็นบวกระยะยาว แต่ COVID-19 ถ่วงระยะสั้น
(views 88)
เรามีมุมมองเชิงบวกระยะยาวต่อการ Tender Offer หุ้น BH จากศักยภาพการเติบโตที่ดีรวมถึงอุตสาหกรรมการแพทย์ไทยที่แข็งแรง ขณะที่ด้านฐานะการเงินของ BDMS แข็งแกร่งไม่มีความน่ากังวลเรื่องเงินทุนและการเพิ่มทุน อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงาน 1H20 ถูกดดันจาก COVID-19 ส่งผลให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติลง 12% เป็นหดตัว -3% Y-Y และปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 25.25 บาท อย่างไรก็ตาม เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตในระยะยาว จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
TCAP (HOLD/20TP: 53), กำไรทั้งปีมีการปรับลง แต่คาดการจ่ายปันผลยังดี
(views 369)
ระยะสั้นมีปัจจัยบวกจากคาดการณ์กำไร 1Q20 น่าจะเติบโตดีมาอยู่ที่ราว 4 พันลบ. โดยเป็นกำไรจากการดำเนินธุรกิจปกติราว 1 พันลบ. และจากกำไรจากการขาย AJNMT ราว 3 พันลบ. แม้กระนั้นเราปรับประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2020 ลง 10% เป็น 6.8 พันลบ. -37%Y-Y สาเหตุหลักจาก 1. สะท้อนการปรับลดกำไรสุทธิของ TMB และ 2. คาดการณ์ค่าใช้จ่ายทางภาษีที่เพิ่มขึ้น ปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 53 บาท (เดิม 55 บาท) แนะนำ ถือ TCAP ยังเป็นหนึ่งในหุ้นปันผลดี คาดการณ์เงินปันผลปกติปี 2020 น่าจะอยู่ที่ราว 3.20 บาทต่อหุ้น Dividend Yield ปกติราว 6% ต่อปี “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
EKH (U.R./20TP: U.R.), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด//COVID-19 กระทบ IVF
(views 47)
กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด EKH ประกาศกำไรปกติ 4Q19 ออกมาที่ 29 ลบ. -39..1% Q-Q, +6.7% Y-Y ต่ำกว่าคาดราว 10% รายได้เติบโตใกล้เคียงคาด +32.7% Y-Y จากทั้งโรงพยาบาลหลักและโดยเฉพาะแรงหนุนจากศูนย์ IVF ที่เติบโตโดดเด่น แต่ในฝั่งต้นทุนขยับขึ้นสูงกว่าคาดทั้งต้นทุนทางตรงและ SG&A ส่งผลให้ EBITDA Margin ชะลดลงเหลือ 12.5% ในไตรมาสนี้จาก 19% และ 15.8% ใน 3Q19 และ 4Q18 ตามลำดับ อย่างไรก็ตามจบปี 2019 EKH มีกำไรปกติ 161 ลบ. +37.6% Y-Y ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2020
BEM (BUY/20TP: 11.5), งบ 4Q19 ต่ำกว่าคาด แต่ปี 2020 มี Story บวกหนุน
(views 107)
กำไรปกติ 4Q19 อ่อนตัว 43% Q-Q และ 16% Y-Y BEM รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 อยู่ที่ 521 ล้านบาท (-44% Q-Q, +8% Y-Y) หากหักรายการพิเศษออก กำไรปกติจะหดตัว 43% Q-Q และ 16% Y-Y เป็น 517 ล้านบาท ต่ำกว่าเราและตลาดคาด 17-18% ตามลำดับ มีสาเหตุมาจากต้นทุนการเงินที่สูงกว่าคาด สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) รายได้รวม 4.2 พันล้านบาท (+3% Q-Q, +5.5% Y-Y) หลักๆมาจากธุรกิจรถไฟฟ้า +9% Q-Q, +18% Y-Y จากการเริ่มจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-หลักสอง จำนวน 11 สถานีเต็มไตรมาส รวมถึงจำนวนผู้โดยสารทั้งระบบเร่งขึ้น +21% Y-Y เฉลี่ย 3.85 แสนเที่ยว/วัน 2) อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) รวมอยู่ที่ 33.7% เทียบกับ 36.4% ใน 3Q19 และ 32.3% ใน 4Q18 โดย GPM ธุรกิจทางด่วนทรงตัว แต่ธุรกิจรถไฟฟ้าหดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y กดดันจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เร่งขึ้นในช่วงแรกของการเปิดให้บริการ 3) ต้นทุนทางการเงิน (หักดอกเบี้ยจ่ายรถไฟฟ้าสีม่วง) +40% Q-Q, +39% Y-Y จากการลงทุนโครงการรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยาย 4) ไม่มีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมเหมือนใน 4Q18 เนื่องจากเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนเป็นหลักทรัพย์เผื่อขาย และไม่มีการรับรู้เงินปันผลจาก TTW เหมือนใน 3Q19
ภาพรวมปี 2019 กำไรสุทธิทำได้ 5.4 พันล้านบาท (+2% Y-Y) หากหักกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน และการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนของ TTW ราว 2.5 พันล้านบาท กำไรปกติจะชะลอ 4% Y-Y อยู่ที่ 2.9 พันล้านบาท กดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลดเป็น 36% จาก 37.4% ในปี 2018 จากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นทั้งค่าซ่อมแซมทางด่วน และการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าน้ำเงินส่วนต่อขยาย
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2020
BH (U.R./20TP: U.R.), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด
(views 50)
กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาดจากต้นทุนที่สูง BH ประกาศกำไรปกติ 4Q19 ออกมาที่ 886 ลบ. -16.1% Q-Q, -8.9% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดราว 8% โดยในส่วนของรายได้เติบโตใกล้เคียงคาด +0.7% Q-Q, +1% Y-Y (ไทย +1.1% Y-Y ต่างชาติ +0.9% Y-Y) แต่สาเหตุที่ทำให้กำไรออกมาต่ำกว่าคาดเกิดจากฝั่งต้นทุนทำให้ Gross Margin ที่อ่อนตัวลงเหลือ 42.9% จาก 43.4% ในปีก่อน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่าย SG&A ที่พุ่งแรง +9.7% Q-Q, +12% Y-Y ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้อย่างมีนัยยะจากทั้งการทำการตลาด ค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าบำรุงรักษาซอฟท์แวร์ ส่งผลให้กำไรปกติปี 2019 จบที่ 3,865 ลบ. -6.9% Y-Y อ่อนกว่าคาดเล็กน้อย
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2020
ITEL (BUY/20TP: 2.9), งบประมาณการล่าช้าทำให้ต้องปรับลดประมาณการ
(views 48)
กำไร 4Q19 ชะลอ Q-Q ตามคาดเพราะงานติดตั้งส่วนใหญ่ส่งมอบไปแล้ว ITEL มีกำไรสุทธิ 46.7 ล้านบาทใน 4Q19 -3.5% Q-Q, +37.2% Y-Y กำไรชะลอ Q-Q ตามคาด จากการลดลงของรายได้จากการติดตั้งโครงข่าย (-38.6% Q-Q, +227.5% Y-Y) หลังส่งมอบงานของระบบสื่อสาร DMS และ USO เฟส 2 ไปแล้วใน 3Q19 ข้อดีคืองานที่ส่งมอบใน 4Q19 เป็นงานที่มีมาร์จิ้นดีกว่า ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจติดตั้งโครงข่ายขยับเพิ่มเป็น 23% จากเฉลี่ย 15% ในช่วง 9M19 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมทุกธุรกิจใน 4Q19 เพิ่มเป็น 22.5% จาก 16.4% ใน 3Q19 แต่ยังต่ำกว่า 4Q18
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2020
OSP (HOLD/20TP: 40), กำไร 4Q19 ตามคาด และคาดกำไรปีนี้จะยังโตต่อเนื่อง
(views 55)
กำไร 4Q19 เท่ากับคาด ไม่ตื่นเต้น กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 823 ล้านบาท (-1.8% Q-Q, +5.7% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 822 ล้านบาท) ถือว่าไม่ตื่นเต้น แม้รายได้จะเติบโตได้ใกล้เคียงเป้าหมาย +4.6% Q-Q, +4.6% Y-Y สอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาล เช่นเดียวกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ยังปรับขึ้นได้มาอยู่ที่ 35% เพิ่มขึ้นจาก 34.6% ใน 3Q19 และ 34.5% ใน 4Q18 แม้จะเผชิญกับต้นทุนภาษีน้ำตาลที่สูงขึ้น หลังจากมีการปรับขึ้นภาษีครั้งที่ 2 ตั้งแต่เดือน ต.ค. แต่ได้รับการหักล้างด้วยทุนก๊าซธรรมชาติที่อ่อนตัวลง กอปรกับประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายยังปรับขึ้น +8.3% Y-Y และใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน มาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาด เพราะมีการออกสินค้าใหม่หลายรายการ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 21.9% จาก 21.1% ใน 4Q18 แต่สิ่งที่แย่ลงคือ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงเหลือเพียง 3 ล้านบาท จาก 72 ล้านบาท ใน 3Q19 และ 37 ล้านบาท ใน 4Q18 จากทั้งผลกระทบของภาษีสรรพสามิต Functional Drink และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้นของ C-Vitt รวมถึงผลประกอบการของบริษัทร่วมอื่นๆที่อ่อนตัวลง
จบปี 2019 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 3,259 ล้านบาท (+8.4% Y-Y) หากไม่รวมกำไรพิเศษในปีก่อน จะมีกำไรปกติปี 2019 เติบโตราว 15.5% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2020
SAPPE (HOLD/20TP: 21.5), คาดกำไรกลับมาฟื้น 2Q20 แนะนำถือรับปันผล
(views 47)
กำไร 4Q19 ใกล้เคียงคาด ไม่สดใสเพราได้รับผลกระทบจากภาษี กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 50 ล้านบาท (-51% Q-Q, ทรงตัว Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 5 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 45 ล้านบาท (-55.9% Q-Q, -4.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด ถือว่าไม่สดใส เพราะได้รับผลกระทบจากภาษีสรรพสามิต Functional Drink ฉบับใหม่ ที่เพิ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2019 เป็นต้นมา ในขณะที่บริษัทปรับตัวไม่ทัน (อยู่ระหว่างปรับสูตร และไม่ได้มีการปรับขึ้นราคาสำหรับสินค้าเดิม) โดยสัดส่วนรายได้ที่ได้รับผลกระทบจากภาษีดังกล่าวอยู่ที่ราว 16% ของรายได้รวม ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ลดลงแรงมาอยู่ที่ 32.3% จาก 39.7% ใน 3Q19 และ 35.9% ใน 4Q18 สำหรับรายการๆอื่นถือว่าอยู่ในระดับที่ดี เป็นไปตามคาด ทั้งรายได้รวมที่เติบโตสูง 22.2% Y-Y เพราะปีก่อนยังไม่มี B’LUE และ All Coco ส่วนค่าใช้จ่ายยังปรับขึ้น +5.7% Q-Q และ +107.5% Y-Y เพราะยังมีการออกสินค้าใหม่ และปีก่อนยังไม่มีค่าใช้จ่ายในการขายสินค้า B’LUE ในขณะที่ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมทุนกับดาน่อนอยู่ที่ -5 ล้านบาท ใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ -4 ล้านบาท ยังเป็นไปตามคาดจบปี 2019 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 403 ล้านบาท (+14.7% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
BGRIM (HOLD/20TP: 50), กำไรปกติ 4Q19 ใกล้เคียงคาด
(views 53)
กำไรปกติ 4Q19 ใกล้เคียงคาด -40.1% Q-Q แต่ +95.3% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 409 ล้านบาท -46.4% Q-Q แต่ +214.3% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรปกติอยู่ที่ 428 ล้านบาท -40.1% Q-Q แต่ +95.3% Y-Y ทั้งนี้ กำไรปกติลดลงมาก Q-Q ส่วนใหญ่จาก (1) รายได้รวมอ่อนตัว 4.2% Q-Q (แต่ยังเพิ่ม 13.8% Y-Y) มาจากรายได้ขายไฟลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง 7.6% Q-Q (-3.9% Y-Y) จากจำนวนการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าบางรายและการปิดซ่อมบำรุงของลูกค้าบางราย และ (2) ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ขณะที่กำไรเพิ่มขึ้น Y-Y ตามรายได้รวมโต 13.3% Y-Y จากโครงการใหม่
อ่านเพิ่มเติม