บทวิเคราะห์รายบริษัท

23
ธันวาคม
2020
NOBLE (HOLD/21TP: 24.3), เดินหน้าเชิงรุก เปิดโครงการใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์
(views 38)
แผนธุรกิจปี 2021 รุกเปิดโครงการใหม่ 11 โครงการ มูลค่ากว่า 4.5 หมื่นล้านบาท มากสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมขยายพอร์ตแนวราบมากขึ้น และต่อยอดความสาเร็จด้วยการจับมือ JV กับพันธมิตรอย่าง U City และ Hongkong Land หนุนให้ตั้งเป้ายอดขายโตก้าวกระโดด 146% Y-Y แตะ 1.6 หมื่นล้านบาท และรายได้รวมขยายตัว 10% Y-Y เป็น 1.1 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 ที่ 1.6 พันล้านบาท (-43% Y-Y) ก่อนคาดฟื้นตัว 6.5% Y-Y เป็น 1.7 พันล้านบาทในปี 2021 โดยมี Upside Risk ราว 5-10% จากการขาย Noble Remix เข้ากอง Reit คงราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 24.30 บาท (ภายหลังเปลี่ยนแปลง Par เป็น 1 บาท ราคาเหมาะสมอยู่ที่ 8.10 บาท) ราคาหุ้นมี Upside น้อยกว่า 10% จึงปรับคาแนะนำเป็นซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
23
ธันวาคม
2020
RBF (BUY/21TP: 12), ผลกระทบ Lockdown รอบนี้จำกัดมาก
(views 39)
RBF เป็นอีก 1 บริษัทที่คาดถูกกระทบจำกัดจาก Lockdown รอบใหม่ เพราะเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบต้นน้ำให้กับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม แม้อ้างอิง Lockdown ครั้งก่อนซึ่งเป็นครั้งแรก ทาให้ลูกค้าผู้ประกอบการเกิดความตกใจและชะลอคำสั่งซื้อ 1 เดือน แต่ครั้งนี้เราคาดผลกระทบน้อยกว่ามาก เพราะทั้งผู้บริโภคและลูกค้าผู้ประกอบการต่างผ่านประสบการณ์กันมาแล้ว อีกทั้งการให้บริการ Delivery ยังมีอยู่ ล่าสุดยังไม่มีลูกค้ารายใดส่งสัญญาณการชะลอคาสั่งซื้อ ส่วนธุรกิจโรงแรมอาจถูกกระทบให้การฟื้นตัวช้าออกไป แต่ยังมองผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 2Q20 และมีสัดส่วนรายได้น้อยมากเพียง 1.4% ของรายได้รวม เรายังคาดกำไร 4Q20 – 1Q21 ยังอยู่ในระดับที่ดี นอกจากนี้การเริ่ม Commercial Run กะ 1 ในเวียดนาม และเริ่ม กะ 2 ในอินโดนีเซีย สะท้อนถึง Demand ที่ยังดีแม้ทั้ง 2 ประเทศยังมีปัญหา COVID-19 และยังลดผลกระทบจากปัญหาเรือขนส่งขาดแคลนชั่วคราวได้มาก ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 – 2021 ตามเดิม +46% Y-Y และ +18.2% Y-Y ตามลำดับ คงราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 12 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 34% แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
ธันวาคม
2020
IND (IPO: 1.1/21TP: 1.55), แนวโน้มการก่อสร้างฟื้นตัวเอื้อธุรกิจวิศวกรรมที่ปรึกษาของ IND
(views 15)
IND ให้บริการวิศวกรรมที่ปรึกษาหลากหลายสาขาและครบวงจรทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มวางแนวคิดพัฒนาโครงการ ออกแบบ บริหารโครงการและควบคุมการก่อสร้าง ตรวจสอบ จนโครงการสำเร็จลุล่วง บริษัทดาเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 37 ปี ทำโครงการมามากกว่า 300 โครงการ มีทักษะและความเชี่ยวชาญสูง แนวโน้มอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ฟื้นตัวจากงบประมาณการลงทุนของภาครัฐที่สูงถึง 1.78 ล้านล้านบาท อิงมูลค่างานที่ปรึกษา 3% ของแต่ละโครงการ นับว่าตลาดเปิดกว้างมากสาหรับ IND เราคาดกำไรปี 2020 สะดุดชั่วคราว ก่อนจะเติบโดก้าวกระโดด 177.8% ในปี 2021 และ 27.3% ในปี 2022 เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 1.55 บาท อิง PE 12 เท่าใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม
อ่านเพิ่มเติม
22
ธันวาคม
2020
DOHOME (BUY/21TP: 17), ปิดสาขาชั่วคราว กระทบจำกัด และได้อานิสงส์ราคาเหล็กขึ้น
(views 22)
ระยะสั้นแนวโน้มกำไรจะดีต่อเนื่องใน 4Q20 – 1Q21 แม้จะมีการปิด 2 สาขาในสมุทรสาครชั่วคราว แต่คาดกระทบรายได้เพียง 0.19% ยังคาด SSSG 4Q20 เป็นบวกได้ต่อ และ Product Mix ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงได้อานิสงส์เชิงบวกจากราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ผู้บริหารปรับเพิ่มเป้าหมายในอนาคต Aggressive มากขึ้นทั้งการปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ต่อสาขาขึ้น 25% จากผลงานที่ดีกว่าคาดของสาขาใหม่ที่เปิดใน 1-2 ปีนี้ นอกจากฐานรายได้ที่ยังต่าแล้ว ส่วนใหญ่เป็นผลจากการบริหารจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพทั้งการเพิ่ม House Brand, การมีคลังสินค้าระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วย และเพิ่มพื้นที่เช่า บริษัทมีแผนเปิด 4 สาขาใหม่ในปี 2021 (ได้ที่ครบแล้ว) และจะเปิดต่อเนื่องปีละ 3 สาขาในปี 2022-2023 เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ตามเดิม -5.2% Y-Y แต่ปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2021-2022 ขึ้น 7.2% - 8% เป็นการเติบโต 40.1% Y-Y และ 14.9% Y-Y ตามลำดับ และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2021 ขึ้นเป็น 17 บาท จากเดิม 15 บาท (อิงวิธี DCF) ราคาหุ้นที่ปรับลง มองเป็นจังหวะทยอยสะสม คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
ธันวาคม
2020
ZIGA (BUY/21TP: 4.3), ราคาเหล็กมีแนวโน้มสูงกว่าคาดและบาทแข็งเอื้อต่อการทำกำไร
(views 18)
ราคาสินแร่เหล็กที่ปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในสัปดาห์ที่ผ่านมาจากเหตุพายุในออสเตรเลีย ยังปรับขึ้นต่อเนื่องโดยล่าสุดราคา Iron ore ในตลาดฟิวเจอร์สของ Dalian Commodity Exchange ในจีนอยู่ที่ 1,194 หยวนต่อตัน (+18% W-W, +72% YTD) จากสินค้าคงคลังในจีนที่ลดต่าลง ขณะที่ Demand ในจีนสูง ปริมาณการผลิตจากผู้ผลิตสินแร่เหล็กรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกในบราซิลในปีหน้าไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก บวกกับเงินบาทแข็งค่า เอื้อต่ออัตรากำไรขั้นต้นต่อ ZIGA นอกจากนี้ แผนขยายสาขาอาจทำได้เร็วขึ้นโดยน่าจะเริ่มเห็น 2-3 แห่งใน 4Q20 กำไร 4Q20 มีแนวโน้มดีกว่าคาด เราปรับประมาณการกาไรปี 2020-2022 ขึ้น 7-12% เป็นเติบโต +232% Y-Y, +26% Y-Y, +9% Y-Y ตามลาดับ (+17% CAGR) ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 4.30 บาท (PE 15 เท่า) จากเดิม 3.40 บาท (PE 13 เท่า) ราคาหุ้นปัจจุบันมี 2021PE 9.5 เท่า คิดเป็น PEG เพียง 0.4 ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
ธันวาคม
2020
DTAC (BUY/21TP: 45), คาดกำไร 4Q20 หดตัว//จับตา Perception ที่เป็นลบ
(views 13)
เราคาดกาไรปกติ 4Q20 ของ DTAC -44.2% Q-Q, +0.8% Y-Y ถูกกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลทั้ง SG&A และ Handset Subsidy ขณะที่ภาพการเติบโตยังต้องระวังเรื่องความสามารถในการแข่งขันจากการมี 5G ช้ากว่าคู่แข่ง รวมถึง Perception ที่แย่ลงหลังระบบ SMS ล่มและลุกค้าพลาดลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง เราคาดกาไรปี 2020-2021 -6.1% Y-Y และ -20.6% Y-Y ตามลาดับ เรายังคงราคาเหมาะสม 45 บาท และแนะนา “ซื้อ” จาก Valuation ที่ถูก แต่ยังชอบ ADVANC มากที่สุดในกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
21
ธันวาคม
2020
GFPT (BUY/21TP: 16.2), สายการผลิตเข้ามาตามแผน รองรับคำสั่งซื้อฟื้นตัวได้ทันท่วงที
(views 12)
2 สายการผลิตใหม่เดินหน้าได้ตามแผน คาดจะ Commercial Run ใน 1Q21 และเตรียมทยอยเปลี่ยน 3 สายการผลิตเดิมเป็นเครื่องจักรใหม่ในเดือน เม.ย. คาดจะสามารถใช้กาลังการผลิตไก่ปรุงสุกครบ 5 สายได้ตั้งแต่ 3Q21 เป็นต้นไป และช่วยเพิ่มกาลังการผลิตขึ้นราว 25% - 30% จะสามารถรองรับการฟื้นตัวของปริมาณไก่ส่งออกได้ทันท่วงที ซึ่งเป็นปัจจัยหลักหนุนการเติบโตในปี 2021 ในขณะที่คาดแนวโน้มราคาไก่จะทรงตัวหรือปรับขึ้นเล็กน้อยจากปี 2020 ทั้งนี้เราคาดการฟื้นตัวของรายได้ส่งออกและส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมในปี 2021 จะหักล้างผลลบของราคากากถั่วเหลืองที่ปรับสูงขึ้น และค่าเสื่อมของสายการผลิตใหม่ที่จะทยอยเข้ามาใน 1Q21 ได้ทั้งหมด เราปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2020 – 2021 ขึ้น 2% - 5.6% เป็น -6.2% Y-Y และ +14.3% Y-Y ตามลาดับ และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2021 เป็น 16 บาท จากเดิม 15.6 บาท (อิง PE เดิม 15 เท่า) ยังมี Upside 10.3% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
ธันวาคม
2020
CPW (BUY/21TP: 3), หุ้น 5G เตรียม Take off
(views 28)
เราเริ่มต้นคาแนะนำ ซื้อ CPW เพราะเห็นสัญญาณฟื้นตัวแข็งแกร่งใน 4Q20 ภายหลัง COVID-19 คลี่คลาย และ iPhone12 ได้รับการตอบรับที่ดีมากเพราะเป็นรุ่นแรกที่รองรับ 5G กอปรกับได้แรงหนุนจากมาตรการช้อปดีมีคืน จนทำให้สินค้าขาดตลาด โดยบริษัทอยู่ระหว่างเร่งการสั่งซื้อจาก Supplier คาดรายได้จะเร่งตัวขึ้นใน 1Q21 ทั้งนี้เรามอง 5G จะช่วยหนุนการเติบโตรอบใหม่ไปอีก 2-3 ปีข้างหน้า ไม่เพียงแต่รายได้กลุ่ม Smart Phone และ Tablet จะเร่งตัวขึ้น แต่คาดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่าง กลุ่มดิจิตัลไลฟ์สไตล์ (มาร์จิ้นสูง) จะมีรายได้ฟื้นตัวตามไปด้วย เพราะต้องปรับเปลี่ยนให้รองรับระบบ 5G เช่นเดียวกัน อีกทั้งล่าสุดบริษัทได้รับอนุญาตให้นาสินค้าแบรนด์ Apple เข้าไปวางขายในร้าน .life ได้ทุกสาขาตั้งแต่ 4Q20 ที่ผ่านมา ช่วยปลดล็อคข้อจำกัดของการขยายสาขาใหม่ iStudio ทั้งนี้เราคาดกำไรสุทธิปี 2020 จะลดลง -47.7% Y-Y และจะกลับมาฟื้นตัวแรงในปี 2021 ราว +127% Y-Y ซึ่งคาดเป็นกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และประเมินราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 3 บาท (อิง PE 19.5 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
18
ธันวาคม
2020
CPF (BUY/21TP: 37), 4Q20 จะเริ่มรวมธุรกิจหมูจีน และ Tesco สุทธิแล้วเป็นบวก
(views 49)
คาดปิดดีล Tesco วันนี้ 18 ธ.ค. 20 และจะเริ่มรวมส่วนแบ่งกาไรใน 4Q20 ราว 12 วัน แม้คาดส่งผลลบจากดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายดีล แต่คาดถูกหักล้างได้หมด จากผลบวกของการรวมธุรกิจหมูในจีนเข้ามาราว 1-1.5 เดือน เบื้องต้นคาดกำไรสุทธิ 4Q20 ยังสดใสต่อเนื่อง โดยจะรับรู้กาไรพิเศษจากดีลหมูจีนราว 2 พันล้านบาท แต่หากพิจารณา Operation เดิมของ CPF น่าจะอ่อนตัวลงใน 4Q20 เพราะปกติเป็น Low Season และราคาเนื้อสัตว์ โดยรวมอ่อนตัวลง สาหรับปี 2021 บริษัทยังตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่อง แม้ราคาเนื้อสัตว์อาจอ่อนตัวลงจากราคาที่สูงผิดปกติในปี 2020 แต่คาดยังเป็นระดับราคาที่สูงกว่าปี 2019 อยู่พอควร เพราะโรค ASF ในหมูยังมีอยู่ และล่าสุดกาลังระบาดในเวียดนามอีกครั้ง ส่วนแนวโน้มราคาวัตถุดิบกากถั่วเหลืองที่ปรับตัวสูงขึ้นและจะเริ่มกระทบต้นทุนใน 1Q21 บริษัทอยู่ระหว่างปรับเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง โดยตั้งเป้าจะรักษาระดับต้นทุนให้ใกล้เคียงปี 2020 ทั้งนี้เราปรับเพิ่มกาไรปกติปี 2020 ขึ้น 10% และปี 2021 ขึ้น 6% เป็นระดับ 2.2 หมื่นล้านบาท (ทรงตัวใกล้เคียงปี 2020) โดยรวมธุรกิจหมูจีน (เป็นบวก) ซึ่งหักล้างผลลบจากการรวม Tesco และผลของราคาเนื้อสัตว์ที่อ่อนตัวลงได้ทั้งหมด และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 37 บาท (ปรับ PE เป็น 15 เท่า จาก 17 เท่า) เพราะการรวมธุรกิจหมูจีน ทาให้ผลการดาเนินงานพึ่งพิงธุรกิจ Farm มากขึ้น ซึ่งจะมีความผันผวนตามราคาเนื้อสัตว์มากขึ้น แต่ด้วย Upside ที่ยังกว้าง และราคาหุ้นปัจจุบันคิดเป็น PE2021 เพียง 10.5 เท่า จึงปรับคาแนะนาเป็น ซื้อ จากเดิม เก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
18
ธันวาคม
2020
PYLON (SELL/21TP: 4.1), แสงสว่างปลายอุโมงค์จากงานภาครัฐ
(views 19)
แม้งบ 3Q20 อ่อนแอ ถูกกระทบจากงานใหญ่เลื่อนก่อสร้างจากปัญหา EIA แต่แนวโน้มกาไร 4Q20-1Q21 คาดฟื้นตัว หลังรับงานใหม่เข้ามาชดเชย ขณะที่ Backlog มีไม่มาก 604 ลบ. รองรับเพียง 2 ไตรมาส จากงานในตลาดที่ชะลอตัว อย่างไรก็ดีคาดหวังเริ่มก่อสร้างโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ และน่าจะช่วยกระตุ้นให้การลงทุนภาคเอกชน ส่งผลให้อุตสาหกรรมฐานรากน่าจะดูดีขึ้นตั้งแต่ 2H21 เราประเมินราคาเหมาะสมปี 2021 เท่ากับ 4.10 บาท อิง PER 16x แม้หุ้นจะจ่ายปันผลเด่นกว่ากลุ่ม Yield 4% ต่อปี และฐานะเป็น Net Cash แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นเร็ว ปัจจุบัน implied PBV สูง2.5x เทียบกว่ากลุ่ม 1.4x และเต็มมูลค่าแล้ว จึงแนะนำขาย ขณะที่ต้องติดตามการรับงานใหม่เข้ามาเติมเพื่อรับรู้รายได้ใน 2H21 และโครงการที่ติดปัญหา EIA
อ่านเพิ่มเติม
17
ธันวาคม
2020
XO (T-BUY/21TP: 11.6), คาดกำไร 4Q20 จะอ่อนตัวลง และผบห.ยังตั้งเป้าโตต่อในปีหน้า
(views 20)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 4Q20 จะอ่อนตัวลง Q-Q ตามฤดูกาล และถูกกระทบจากการขาดแคลนเรือขนส่งชั่วคราว แต่ผู้บริหารคาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในอีก 2 เดือนข้างหน้า และคาดรายได้จะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งใน 1Q21 ทั้งนี้เราปรับลดกำไรปี 2020 ลงเล็กน้อย 2.5% แต่ยังเติบโตสูง 155.7% Y-Y แม้ฐานรายได้ปี 2020 จะค่อนข้างสูง ส่วนหนึ่งได้อานิสงส์จาก COVID-19 แต่ผู้บริหารยังตั้งเป้ารายได้ปี 2021 จะโตต่อเนื่อง 10% - 15% Y-Y โดยมีแผนขยายช่องการขายในแต่ละประเทศผ่านการเพิ่ม Outlet ใน Modern Trade ในยุโรปและจีน และขยายช่องทางออนไลน์ในจีน ด้วยการสนับสนุนค่า Listing Fee ให้กับ Distributor ในแต่ละประเทศ โดยคาดจะได้เห็สนผลตอบรับชัดเจนในช่วง 3Q21 เป็นต้นไป ซึ่งหากสาเร็จได้ตามเป้า มีโอกาสที่กำไรปี 2021 จะโตต่อเนื่องราว 6.4% Y-Y และจะได้ราคาเป้าหมายที่ 15.6 บาท แต่.....ยังมีความเสี่ยงหากไม่สาเร็จตามเป้าหมาย และอาจทาให้การลงทุนค่า Listing Fee ไม่ได้รับผลตอบแทนกลับมาอย่างที่ตั้งเป้าไว้ นั่นหมายถึงเราควรต้องติดตามผลตอบรับของกลยุทธ์ดังกล่าวต่อไป ดังนั้น เรายังคงสมมติฐานที่ Conservative กว่าเป้าหมายของผู้บริหารตามเดิม โดยเอารายได้ที่ได้อานิสงส์จาก COVID-19 ออกไปเป็นรายได้ปี 2021 ที่ -7.8% Y-Y และคาดกำไรสุทธิปี 2021 ไว้ที่ 245 ล้านบาท ลดลง -21.6% Y-Y ยังคงราคาเป้าหมายที่ 11.6 บาท (อิง PE เดิม 20 เท่า) แนะนำเก็งกำไร ตามเดิม
อ่านเพิ่มเติม
16
ธันวาคม
2020
S11 (BUY/21TP: 9.85), กำไร 3Q20 อ่อนตัวตามคาด คงประมาณการปี 2020-2021
(views 24)
S11 มีกำไรสุทธิ 3Q20 ที่ 120 ลบ. ลดลง 26.6%Q-Q และ 9.1%Y-Y ใกล้เคียงคาด สินเชื่อยังเห็นการชะลอตัวลงทั้งจากภาวะเศรษฐกิจและความระมัดระวังของบริษัท แต่คุณภาพสินเชื่อมีพัฒนาการเชิงบวกโดย NPL Ratio (สินเชื่อคงค้าง > 4M) เห็นการลดลงมาอยู่ที่ 11% จาก 14.6% ในไตรมาสก่อน พร้อมกับ Coverage ratio ที่สูงกว่า 100% สะท้อนการจัดการอย่างระมัดระวังในภาวะวิกฤต เราคงประมาณการกาไรปี 2020 และ 2021 โดยคาดกาไรปี 2020 จะ -3.5%Y-Y ก่อนฟื้นตัวราว 9%Y-Y ในปี 2021 คงราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 9.85 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
09
ธันวาคม
2020
OISHI (HOLD/21TP: 46), กำไรฟื้นตัวตามคาด ราคาหุ้นเริ่มสะท้อนไปบ้างแล้ว
(views 31)
บริษัทประกาศกำไรสุทธิ 4Q20 (ก.ค. – ก.ย.) เท่ากับ 203 ล้านบาท (+47.1% Q-Q, +138.8% Y-Y) ถือเป็นการฟื้นตัวต่อเนื่องหลัง Reopen โดยธุรกิจอาหารมีผลขาดทุนลดลงมาอยู่ที่ -59 ล้านบาท จาก -127 ล้านบาทใน 3Q20 แต่ยังแย่ลงจากปีก่อนเพราะยังมีผลกระทบ COVID-19 โดย SSSG ยังติดลบราว -35% Y-Y ดีขึ้นจาก -70% Y-Y ใน 3Q20 ส่วนธุรกิจเครื่องดื่มยังมีกำไรอยู่ในระดับที่ดีทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน และดีกว่าปีก่อน จากรายได้ที่ฟื้นตัว นำไปสู่การได้ประโยชน์จาก Operating Leverage อีกครั้ง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นกลับมาดีขึ้นอยู่ที่ 33.1% จาก 28.3% ใน 3Q20 และ 32.3% ใน 4Q19 อีกทั้งยังควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด
อ่านเพิ่มเติม
08
ธันวาคม
2020
SAK (IPO: 3.7/21TP: 4.5), เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อทะเบียนรถที่เชียวชาญการติดตามจัดเก็บหนี้
(views 38)
SAK ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกากับที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกากับที่ไม่ใช่สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ณ สิ้นงวด 1H20 มีพอร์ตสินเชื่อ 6.1 พันล้านบาท มีสาขา 519 แห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันตก บริษัทมีจุดเด่นในด้านการติดตามจัดเก็บหนี้ คุณภาพหนี้จึงอยู่เกณฑ์ดี NPL ratio ต่า ไม่เป็นภาระต่อการตั้งสารองหนี้สูญ การเพิ่มทุน IPO ครั้งนี้จะเพิ่มศักยภาพในการขยายพอร์ตสินเชื่อ ลดต้นทุนทางการเงิน และเพิ่มแหล่งเงินทุนในอนาคต เราคาดรายได้และกาไรปี 2020 ไม่โตเพราะถูกกระทบจากการปรับลดเพดานของสินเชื่อบางประเภท แต่กาไรจะเร่งขึ้นในปี 2021-2022 +18% Y-Y และ +25% Y-Y ตามลาดับ ประเมินราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 4.50 บาท อิง GGM (Ke 8.5%, g 3.75%)
อ่านเพิ่มเติม
04
ธันวาคม
2020
TWPC (T-BUY/21TP: 4.2), คาด 4Q20 จะพลิกกลับมามีกำไร และจะดีต่อเนื่องใน
(views 32)
ผลการดำเนินงาน 3Q20 ขาดทุนสุทธิมากขึ้น -41 ล้านบาท จาก -12 ล้านบาทใน 2Q20 และ -18 ล้านบาทใน 3Q19 แต่หากไม่รวมรายการพิเศษ เราพบว่าขาดทุนปกติอยู่ที่ -32 ล้านบาท แย่ลงจาก -3 ล้านบาทใน 3Q19 แต่ดีขึ้นจาก -40 ล้านบาทใน 2Q20 มาจากการฟื้นตัวของรายได้แป้งมันสาปะหลัง ตามการ Reopen ของคู่ค้า แต่ที่ยังขาดทุนอยู่เพราะอัตรากำไรขั้นต้นยังอ่อนแอ เพราะเกิดการแข่งขันด้านราคาในจีน จากการทุ่มตลาดของผู้ประกอบการจากเวียดนาม รวม 9M20 บริษัทมีกาไรปกติที่ 4 ล้านบาท ลดลงจาก 9M19 ที่มีกำไร 134 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
02
ธันวาคม
2020
SEAFCO (SELL/21TP: 4.4), หลายปัจจัยลบกดดัน แนวโน้มปี 2021 ยังไม่สดใส
(views 35)
ผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน และการแข่งขันที่รุนแรงยังคงอยู่ ทำให้แนวโน้มงบ 4Q20 คาดอ่อนลงต่อ โดยรายได้ทั้งปีพลาดเป้าที่ตั้งไว้ และคาดยังมีผลต่อเนื่องในปี 2021 ขณะที่ข้อดีคือมี Backlog สูง 2.3 พันล้านบาท ทยอยรับรู้ไปอย่างน้อย 3-4 ไตรมาสข้างหน้า และรองรับคาดการณ์รายได้ในปีหน้าแล้ว 66% อย่างไรก็ดี สัดส่วนหลักกว่า 80% เป็นงานรับค่าแรงรวมวัสดุ กดดันให้มาร์จิ้นอยู่ระดับต่า ขณะที่มีงานที่อยู่ระหว่างประมูล 5.6 พันล้านบาท (ไม่รวม Mega Project) คาดหวังได้รับราว 1 พันล้านบาท รวมถึงคาดงานภาครัฐจะมีบทบาทมากขึ้นและมีโอกาสเข้าร่วมประมูลหลายโครงการในปีหน้า ซึ่งจะเป็นบวกต่อปี 2022 นอกจากนี้ อยู่ระหว่างมองหาการลงทุนในธุรกิจใหม่ เพื่อเพิ่มแหล่งรายได้ เราคงประมาณการกำไรปี 2020 ที่ 216 ล้านบาท (-47% Y-Y) และทรงตัว Y-Y ในปีหน้า คงราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 4.40 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันเต็มมูลค่า
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤศจิกายน
2020
JR (BUY/21TP: 8.8), กำไร 3Q20 มาตามนัด แนะนำ “ซื้อ”
(views 30)
กำไรปกติ 3Q20 เริ่มโตก้าวกระโดดทั้ง Q-Q และ Y-Y JR ประกาศกำไรปกติ 3Q20 ที่ 34 ลบ. +75.1% Q-Q, +129.6% Y-Y เติบโรอย่างก้าวกระโดดตามคาด จากการรับรู้รายได้โครงการใหญ่เปลี่ยนสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินสายสีเหลืองและชมพูที่เร่งตัวขึ้นหลังช่วง 2Q20 ถูกกระทบจาก COVID-19 ที่มีเคอร์ฟิวและจากัดจานวนคนเข้าหน้างาน ส่งผลให้ราไยด้ใน 3Q20 +75% Q-Q, +263% Y-Y ส่วนด้าน Gross Margin แม้จะหดตัวลงเหลือ 14% ในไตรมาสนี้จาก 15.1% และ 29% ใน 2Q20 และ 3Q19 แต่เนื่องจากเป็นไตรมาสที่มีรายได้จากการขายสูง ซึ่งเป็นส่วนที่มี Margin ต่า โดยหากดูเฉพาะส่วนของรายได้บริการ จะมี Gross Margin 15.8% ดีขึ้นจาก 14.2% ใน 2Q20 นอกจากนี้ JR ยังได้ประโยชน์จาก Operating Leverage อย่างชัดเจนจากค่าใช้จ่าย SG&A ส่วนมากที่เป็นต้นทุนคงที โดยจากรายได้ที่โตแรง ส่งผลให้ SG&A to Sales ลดเหลือเพียง 4.9% ในไตรมาสนี้จาก 6.4% และ 14.6% ใน 2Q20 และ 3Q19 หนุน Net Margin ยืนที่ระดับ 7.3%
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤศจิกายน
2020
SYNEX (BUY/21TP: 17), อนาคตสดใส บุกตลาดเกมมิ่งและกลุ่มธุรกิจหนุนการเติบโตระยะยาว
(views 34)
กำไร 4Q20 ยังไม่โตเต็มศักยภาพเพราะจานวนวันในการขายสินค้า Apple น้อยกว่าปีก่อนๆ และยังมีปัญหาสินค้าขาดตลาด แต่ปัญหานี้จะค่อยๆหมดไปต้นปีหน้า แต่ด้วย Product mix ที่ดีทำให้คาดว่ากำไรปกติ +7.1% Q-Q, +45.7% Y-Y เป็น 150 ล้านบาท การเติบโตในปี 2021 สดใสจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การมาของ 5G การเร่งขยายลงทุนของภาครัฐและเอกชน รวมถึงตลาด Gaming ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โอกาสที่เพิ่มขึ้นของตลาด Enterprise และ Consumer ทำให้รายได้เร่งตัวขึ้นได้ไม่ยาก ขณะเดียวกันบริษัทเน้นการเพิ่มอัตรากาไรขั้นต้นโดยตั้งเป้า 5% เทียบกับ 9M20 ที่ 4.5% เราคาดกำไรปี 2020-2022 เติบโตเฉลี่ย 16.9% CAGR ราคาหุ้นปัจจุบันมี PEG เพียง 1 เท่าและต่ากว่า PE เฉลี่ยในอดีตที่ 17 เท่า เรายังคงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 17 บาท (PE 21 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
27
พฤศจิกายน
2020
DOHOME (BUY/21TP: 15), คาดกำไร 4Q20 ยังโตดี Y-Y และจะโตต่อเนื่องในปี 2021
(views 37)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 4Q20 ยังดูดีคาดโต 16.4% Y-Y โดย SSSG เดือน พ.ย.พลิกกลับมาบวกราว 8% Y-Y และคาดเดือน ธ.ค. น่าจะยังบวกต่อ เพราะสัญญาณการฟื้นตัวของจานวน Traffic ลูกค้ารายย่อยและลูกค้าโครงการเริ่มกลับมาคึกคักขึ้น แม้การประชุมนักวิเคราะห์ล่าสุด ผู้บริหารจะมีปรับลดแผนเปิดสาขาขนาดเล็ก To Go ในปี 2021 ลงจาก 75 แห่ง เป็น 15 แห่ง แต่เป็นระดับที่ใกล้เคียงกับสมมติฐานของเราอยู่แล้ว ส่วนสาขาใหญ่ยังคงเป้าเดิมที่ 4 แห่งในปีหน้า และมีที่ดินรองรับครบแล้ว อีกทั้งยังคงเป้าเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ตามเดิมที่ 20% ในปี 2022 จาก 17% ณ สิ้นปี 2020 คาดรายได้และอัตรากาไรขั้นต้นจะกลับมาฟื้นตัวในปี 2021 ภายหลัง COVID-19 คลี่คลาย กำลังซื้อทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง รวมถึงงานโครงการก่อสร้างต่างๆที่ถูกเลื่อนออกไปจากปีนี้ น่าจะกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 – 2021 ไว้ตามเดิม -1.9% Y-Y และ +30.6% Y-Y ตามลำดับ และคงราคาเป้าหมายที่ 15 บาท (อิงวิธี DCF, WACC 7.1%, Risk Premium 10.4%, LTG 3%) แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
27
พฤศจิกายน
2020
SC (HOLD/21TP: 2.8), โครงการใหม่ผลตอบรับดี ครองแชมป์ตลาดบ้านเดี่ยวระดับบน
(views 35)
เยี่ยมชม 2 โครงการแนวราบ High-End เปิดใหม่ใน 2H20 ที่ทาโมเมนตัมการขายดีต่อเนื่อง เป็นบ้านเดี่ยวระดับ High-End ได้รับผลตอบรับที่น่าพอใจ และสูงกว่าเป้าของบริษัทที่ตั้งไว้ สะท้อนอุปสงค์แนวราบที่ยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะตลาดหลักของบริษัทอย่างบ้านเดี่ยวระดับบนที่เติบโตได้ท่ามกลาง COVID-19 หนุนให้ยอดขายรวมถึงกลางเดือนพ.ย. 2020 ทาได้แล้ว 88% ของเป้าทั้งปี ซึ่งคาดบรรลุได้ไม่ยาก แนวโน้มกาไร 4Q20 อยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง แม้คาดลดลงเล็กน้อยถึงทรงตัว Q-Q เนื่องจากสร้างไม่ทันขาย และอ่อนลง Y-Y จากฐานสูง เราคงราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 2.80 บาท พร้อมคาดปันผล 6-7% ต่อปี โดยปีนี้คาดจ่าย 0.18 บาท/หุ้น Yield 6.6% (จ่ายปีละครั้ง) อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นปรับขึ้น 22% ภายใน 1 เดือน จน Upside ต่ำกว่า 10% จึงปรับคาแนะนาจากซื้อ เป็นซื้อเมื่ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
26
พฤศจิกายน
2020
ITEL (BUY/21TP: 3.8), ปรับกำไรและราคาเป้าหมายขึ้นจากมาร์จิ้นที่มีแนวโน้มดีกว่าคาด
(views 40)
เราปรับประมาณการกำไรปี 2020-2022 ขึ้น 1%, 15%, 16% เป็นเติบโต 10.5%, 18.9% และ 8.1% ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 13.4% CAGR หลักๆมาจากการปรับเพิ่มอัตรากาไรขั้นต้นและปรับลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจากการควบคุมต้นและค่าใช้จ่ายได้ดี และการเพิ่มสัดส่วนรายได้ Recurring income ที่ปัจจุบันมีอยู่ 65% ให้มากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากาไรเพราะได้ประโยชน์จาก Economy of scale เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2021 เป็น 3.80 บาทจากเดิม 3.60 บาทอิง PEG 1.5 หรือ PE 20 เท่า ทั้งนี้ EPS ปี 2021 ได้รวมการใช้สิทธิ ITEL-W2 ไว้ทั้งจำนวน 250 ล้านหุ้นเนื่องจากมีราคาใช้สิทธิ 3 บาท การเพิ่มขึ้นของกาไรสุทธิปี 2021 ชดเชย dilution ไม่หมดแต่เป้าของเรา conservative เพราะหากไม่รวม ITEL-W2 เป้าจะเป็น 4.7 บาท ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤศจิกายน
2020
HANA (BUY/21TP: 46), อยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิต รองรับคำสั่งซื้อที่เร่งตัวขึ้น
(views 32)
เราได้เยี่ยมชมโรงงานที่อยุธยาวานนี้ พบว่าคำสั่งซื้อเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ 4Q20 ทั้งกลุ่ม Smartphone และ Automotive จนใช้เกือบเต็มกาลังการผลิตมากกว่า 90% แล้ว และอยู่ระหว่างเริ่มผลิตให้กับลูกค้ารายใหม่ (Smartphone) ที่โยกคำสั่งซื้อ (เรามองเป็นการถาวร) มาจากคู่แข่งในมาเลเซียที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 นาไปสู่การขยายกาลังการผลิตที่อยุธยา (บนพื้นที่เดิม แต่มีการปรับ Layout และเพิ่มเครื่องจักร) เพิ่มขึ้น 20% ในปี 2021 คาดจะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่ 1Q21 เป็นต้นไป ทั้งนี้ผู้บริหารดูมีความมั่นใจต่อการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อมากกว่าการประชุมครั้งก่อน แต่ความเสี่ยงที่ค่อนข้างกังวลคือ ค่าเงินบาทแข็งค่า ทั้งนี้เราปรับลดสมมติฐานค่าเงินบาทเป็น 30.5 บาท/USD (เดิม 31.5 บาท/USD) กอปรกับกำไร 3Q20 ที่ต่ากว่าคาด ซึ่งมองเป็นจุดต่าสุดของปีนี้แล้ว เราจึงปรับลดกำไรปกติปี 2020 – 2021 ลง 4% - 8% เป็นการเติบโต 17.8% Y-Y และ 22.3% Y-Y ตามลาดับ และปรับลดราคาเป้าหมายลงเล็กน้อยเป็น 46 บาท จากเดิม 48 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้จะปรับกำไรลงเพื่อสะท้อนความเสี่ยงที่มากขึ้น แต่ยังถือเป็นการเติบโตที่ดี และทาให้เรามีมุมมองเป็นบวก รวมถึงความมั่นใจต่อการฟื้นตัวของคาสั่งซื้อมากขึ้น ด้วย Upside 21.1% จึงคงคาแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤศจิกายน
2020
SAPPE (BUY/21TP: 27), คาดกำไร 4Q20 จะโตสูง Y-Y และโตต่อเนื่องในปี 2021
(views 32)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ระยะสั้นคาดกำไร 4Q20 จะโตสูง Y-Y จากการฟื้นตัวของรายได้ในประเทศ และส่งออกที่ดีขึ้นเป็นลาดับ รวมถึงฐานต่าในปีก่อน แต่คาดกำไรลดลง Q-Q ตามฤดูกาล และผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปี 2021 โต 10% Y-Y ถือเป็นเป้าหมายที่ค่อนข้าง Conservative ตามสไตล์ของบริษัท จากการฟื้นตัวหลัง COVID-19 คลี่คลาย และมีแผนออกสินค้าใหม่ต่อเนื่องล่าสุดออก C+B Vitamin Water ภายใต้แบรนด์ B’LUE โดยเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าหลักของตนเอง และคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จากการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น, รับรู้ภาษีสรรพสามิตที่ลดลงได้เต็มปี และราคาวัตถุดิบยังอยู่ในระดับต่าเอื้อต่อการบริหารจัดการต้นทุน จากการฟื้นตัวของกำไร 2H20 ที่ดีกว่าคาด เราจึงปรับเพิ่มประมาณกาไรปกติปี 2020 – 2021 ขึ้น 5% - 10% เป็นการเติบโต 8.2% Y-Y และ 10.2% Y-Y ตามลำดับ และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 27 บาท จากเดิม 25 บาท (อิง PE 18 เท่า) ยังมี Upside 23.9% และคาด Dividend Yield ปีนี้ในอัตรา 4% คงคาแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
20
พฤศจิกายน
2020
CK (BUY/21TP: 24), สัญญาณบวกของการเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่
(views 38)
ผู้บริหารเชื่อมั่นและมีมุมมองบวกต่อการรับงานเข้ามาเติมในปีหน้า โดยเฉพาะโครงการเขื่อนหลวงพระบาง และรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่ง CK มีแต้มต่อ นอกจากนี้ มีโอกาสเข้าร่วมประมูลงานอื่นอย่างรถไฟฟ้าม่วงใต้ และรถไฟทางคู่ 3 เส้นทาง โดยตั้งเป้า Backlog ปีหน้าระดับ 2 แสนล้านบาท จากปัจจุบัน 3.1 หมื่นล้านบาท หนุนการรับรู้รายได้เร่งขึ้นแบบ S-Curve ต่อเนื่องปีอีก 6 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ดี กรอบการประมูลภาครัฐมีความล่าช้า ทำให้เรามองว่างานใหม่อาจรับรู้เข้ามาในปี 2021 ไม่มาก แต่จะเข้ามาเต็มที่ในปี 2022 ทาให้เราปรับประมาณการกาไรปกติปี 2020-2021 ลง 13% และ 2.5% เป็น 599 ล้านบาท (-38% Y-Y) ในปีนี้ ก่อน Turnaround +133% Y-Y ที่ 1.4 พันล้านบาทในปีหน้า เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2021 เป็น 24 บาท (SOTP) สะท้อนสัดส่วนถือ CKP ลดลง คงคาแนะนาซื้อ ราคาหุ้นเทรดบน PBV เพียง 1.1x และ Discount NAV ของบริษัทลูกอยู่มาก ขณะที่การรับงานใหม่คาดเป็นปัจจัยบวกหนุนราคาหุ้นจากการปลดล็อกงานในมือระดับต่ำ และทิศทางธุรกิจที่กลับสดใส ระยะสั้นติดตามการประมูลสายสีส้ม
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤศจิกายน
2020
ICHI (T-BUY/21TP: 12.5), ปัจจัยหนุนปีหน้ามาจาก Vitamin Water และลูกค้า OEM
(views 47)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทน Aggressive ผู้บริหารยังมั่นใจต่อโอกาสการประสบความสำเร็จในสินค้าใหม่ Vitamin Water โดยอยู่ระหว่างปรับกลยุทธ์ทั้งปรับลดขนาด ปรับราคาลง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค และสามารถแข่งขันในตลาดได้ ผู้บริหารยังตั้งเป้ารายได้น้าด่าง และ Vitamin Water ตามเดิมที่ระดับ 1 พันล้านบาทในช่วง 12 เดือน ล่าสุดได้ลูกค้า OEM รายใหม่ 2 ราย ซึ่งเป็นกลุ่ม Vitamin Water เช่นเดียวกัน จะเข้ามาช่วยเพิ่มการใช้กำลังการผลิตโรงงานให้สูงขึ้น คาดจะเริ่มรับรู้รายได้ OEM ในเดือน ม.ค. 2021 เราได้ปรับเพิ่มอัตราการเติบโตของรายได้ในปี 2021 ขึ้นเป็น 29% จากเดิม 19% โดยรวมรายได้ของ Vitamin Water และลูกค้า OEM ให้สอดคล้องกับเป้าของผู้บริหาร นำไปสู่การปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2021 ขึ้น 15% เป็นการเติบโต 32% Y-Y จากเดิมคาดโต 15% และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 12.5 บาท จากเดิม 11 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) ทั้งนี้ประมาณการกำไรของเราถือว่า Aggressive พอสมควร โดยมาจากสินค้าใหม่ในสัดส่วนราว 23% หรือคิดเป็นราคาเป้าหมายราว 2.8 บาท/หุ้น ซึ่งยังมีความเสี่ยงหากไม่ประสบความสาเร็จได้ตามแผน และด้วย Upside เพียง 9.6% จึงแนะนำเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤศจิกายน
2020
SC (BUY/21TP: 2.8), แนวราบเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก เด่นด้วยปันผลปีละครั้ง
(views 37)
ยอดขาย 10M20 ทำได้แล้ว 82% ของเป้าทั้งปี จากแนวราบแข็งแกร่ง +39% Y-Y ชดเชยคอนโดที่มียอดคืนห้อง -62% Y-Y ขณะที่ 4Q20 เปิดโครงการใหม่เป็นแนวราบ 4 แห่ง และคอนโดเพิ่มเติมอีก 1 แห่ง คาดหนุนให้ยอดขายทั้งปีบรรลุเป้าได้ไม่ยาก เราปรับประมาณการกำไรปกติปีนี้ขึ้น 12% เป็น 1.85 พันล้านบาท (-5% Y-Y) สะท้อนยอดขายแนวราบดีกว่าคาด แต่คงคาดปี 2021 ที่ 1.7 พันล้านบาท (-10% Y-Y) จากพึ่งพิงขายแนวราบ และระบายสต็อก แม้ประเมินกำไร 4Q20 อ่อนลง จากแนวราบสร้างไม่ทันขาย แต่เด่นด้วยจ่ายปันผลปีละครั้ง โดยคาดปีนี้ Yield สูง 7.2% ราคาหุ้นเทรดบน PE2020-2021 เฉลี่ย 5.9x หรือค่าเฉลี่ย -1SD และ PBV ต่าเพียง 0.5x จึงยังแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปีหน้า 2.80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
17
พฤศจิกายน
2020
STEC (BUY/21TP: 17), กำไร 3Q20 ดีกว่าคาด จากมาร์จิ้นฟื้นเร็วกว่าคาด
(views 36)
กำไรปกติ 3Q20 +30% Q-Q, -30% Y-Y ดีกว่าคาด
กำไรสุทธิ 3Q20 อยู่ที่ 235 ล้านบาท (+30% Q-Q, -14% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนจากการถูกฟ้องคดี -65 ล้านบาทใน 3Q19 กำไรปกติ 3Q20 จะ +30% Q-Q, -30% Y-Y ดีกว่าเราคาด 67% และตลาดคาด 53% มีสาเหตุจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ฟื้นเร็วกว่าคาด
แม้ไม่มีรับรู้เงินปันผลรับจาก GULF และ TSE ราว 75 ล้านบาทเหมือนใน 2Q20 แต่กำไรขยายตัวได้ Q-Q จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ฟื้นตัวเป็น 5% เทียบกับ 3.4% ใน 2Q20 และค่าเฉลี่ย 5 ไตรมาสย้อนหลังที่ 4.5% อย่างไรก็ดี ยังต่ำกว่า 3Q19 ที่ 5.4% ส่งผลให้กำไรหดตัว Y-Y ขณะที่รายได้ก่อสร้างทำได้ 8.6 พันล้านบาท (-5% Q-Q, -5% Y-Y) หลักๆเป็นงานรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก, ชมพู และเหลือง
อ่านเพิ่มเติม
17
พฤศจิกายน
2020
SEAFCO (SELL/21TP: 4.4), ผลกระทบขาดแคลนแรงงานและการแข่งขันกดดันกำไร
(views 29)
ปัญหาขาดแคลนแรงงาน หลังแรงงานต่างด้าวไม่สามารถกลับเข้าประเทศได้จาก COVID-19 ที่ยืดเยื้อ และการแข่งขันที่รุนแรงท่ามกลางอุปทานส่วนเกิน กดดันมาร์จิ้นต่ากว่าคาดมาก นอกจากนี้ งานประมูลภาครัฐมีแนวโน้มล่าช้ากว่าที่คาดว่าเริ่มก่อสร้างได้กลางปี 2021 ทั้งรถไฟสายสีส้มตะวันตกที่คาดเลื่อนไป 4Q21 และรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่เลื่อนไปต้นปี 2022 ทำให้เราปรับลดประมาณการกาไรปกติปี 2020-2021 ลง 17-31% เป็น 216 ล้านบาท (-49% Y-Y) และทรงตัว Y-Y ที่ 217 ล้านบาทในปีหน้า ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2021 เป็น 4.40 บาท โดยปรับ PER ลงเป็น 15.0x เท่ากับค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง โดย Key Risk คือความล่าช้าของการประมูลงาน โดยเฉพาะสายสีส้ม, โครงการ Central Embassy ไม่ผ่าน EIA ใน 1Q21 รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรง ส่วน Key Catalyst คืองานประมูลภาครัฐเร็วกว่าแผน และรัฐเปิดรับแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศ อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นปัจจุบันเต็มมูลค่า จึงปรับลดคาแนะนำเป็นขาย
อ่านเพิ่มเติม
17
พฤศจิกายน
2020
TVO (BUY/21TP: 39), ราคาถั่วเหลืองขาขึ้นจะส่งผลบวกต่อกำไร 4Q20 เป็นต้นไป
(views 36)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวก ระยะสั้นแนวโน้มกาไร 4Q20 จะปรับตัวดีขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y ส่วนหนึ่งเพราะเป็น High Season ของธุรกิจน้ามันถั่วเหลือง และคาดจะเริ่มได้ผลบวกจากราคาขายกากถั่วเหลืองที่ทยอยปรับขึ้นตามราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกที่สูงขึ้น ล่าสุดขยับทา New High ในรอบ 4 ปี เพราะได้อานิสงส์จาก Demand ของจีนที่นาเข้าถั่วเหลืองมากขึ้นเพราะการเลี้ยงสัตว์ในประเทศเริ่มฟื้นตัวอีกครั้ง ในขณะที่ผลผลิตค่อนข้างตึงตัว ล่าสุด USDA มีการปรับลดคาดการณ์ผลผลิตในสหรัฐและอาร์เจนติน่า และในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า ควรต้องติดตามผลผลิตของบราซิลว่าถูกกระทบจาก La Nina มากน้อยอย่างไร ซึ่งมีโอกาสที่ USDA อาจปรับลดผลผลิตของบราซิลลง จะยิ่งทาให้สต็อกถั่วเหลืองโลกตึงตัวคล้ายปี 2012 ที่ราคาถั่วเหลืองขึ้นไปอยู่ที่ US$14.7 ต่อบุชเชล ทั้งนี้มีโอกาสที่ราคาถั่วเหลืองรอบนี้อาจขยับขึ้นทะลุระดับ US$13 ต่อบุชเชลได้ไม่ยาก จากปัจจุบันที่ US$11.5 ต่อบุชเชล ถือเป็นบวกต่อ TVO ที่ชอบทิศทางราคาถั่วเหลืองขาขึ้น และยังเป็นผู้นาเข้าสุทธิจึงได้ประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่า เรายังคาดกาไรปกติปี 2020 – 2021 ไว้ที่ +16.8% Y-Y และ +39.7% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 39 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ราคาหุ้นอ่อนตัวลงจนมี Upside กว้างขึ้น 18.2% และคาดให้ Dividend Yield ปีนี้ราว 5% (จ่ายปีละ 2 ครั้ง) จึงปรับคำแนะนาขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2020
CK (BUY/21TP: 25), กำไร 3Q20 ดีกว่าคาด จากเงินลงทุนบริษัทร่วม
(views 40)
กำไรปกติ 3Q20 โตก้าวกระโดด +683% Q-Q, +143% Y-Y
CK รายงานกำไรสุทธิ 3Q20 ที่ 774 ล้านบาท (+1,115% Q-Q, +277% Y-Y) หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการขาย CKP ราว 275 ล้านบาท กำไรปกติ 3Q20 จะเป็น 499 ล้านบาท (+683% Q-Q, +143% Y-Y) ดีกว่าเราคาด 22% และตลาดคาด 37% มีสาเหตุจากส่วนแบ่งกาไรบริษัทร่วมที่สูงกว่าคาด
กำไรที่โตก้าวกระโดดทั้ง Q-Q และ Y-Y ได้แรงหนุนมาจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม +1,108% Q-Q, +93% Y-Y เป็น 546 ล้านบาท จากทั้งผลประกอบการของ BEM ที่ฟื้นตัวเด่น Q-Q จากผู้โดยสารและจานวนรถที่กลับมา หลังรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการ Lockdown บวกกับ CKP ที่พลิกเป็นกาไรเทียบกับขาดทุนใน 2Q20 และเร่งขึ้น Y-Y จากปริมาณน้าที่ใช้ผลิตไฟฟ้ามากขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล หนุนด้วยโรงไฟฟ้าไซยะบุรีที่ดาเนินงานเต็มไตรมาส นอกจากนี้ มีการบันทึกเงินปันผลรับจาก TTW ราว 232 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจก่อสร้างทรงตัว รายได้ก่อสร้างทาได้ 3.8 พันล้านบาท (-4% Q-Q, -21% Y-Y) เนื่องจากหลายงานอยู่ในช่วงปลายโครงการอย่างงาน M&E รถไฟฟ้าสีน้าเงินต่อขยาย ส่วนงานใหม่อยู่ในช่วงเริ่มต้น อาทิ งานทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอก ขณะที่อัตรากาไรขั้นต้นอยู่ที่ 7.7% ลดลงจาก 2Q20 ที่ 9% และ 3Q19 ที่ 8.9% แต่ถือว่าใกล้เคียงกับเป้าที่ 8% ส่วนค่าใช้จ่ายบริหารต่อรายได้ปรับลงเป็น 12% เทียบกับ 12.4% ใน 2Q20 และ 13.9% ใน 3Q19
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2020
ORI (BUY/21TP: 9), กำไร 3Q20 ตามคาด และจะเร่งขึ้นทำจุดสูงสุดใน 4Q20
(views 39)
งบ 3Q20 ตามคาด +1.4% Q-Q, +4% Y-Y หนุนจากส่วนแบ่ง JV
ORI รายงานกำไรสุทธิ 3Q20 ที่ 717 ล้านบาท (+1.4% Q-Q, +4% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษ กาไรปกติ +1.4% Q-Q, +9% Y-Y เป็นไปตามที่เราคาด การเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y ได้แรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไร JV ที่โตก้าวกระโดดแตะ 250 ล้านบาท เทียบกับ 2Q20 ที่ 61 ล้านบาท และ 3Q19 ที่ขาดทุน -111 ล้านบาท จากการเริ่มโอนคอนโดใหม่ KnightsBridge Prime Onnut (มูลค่า 2.6 พันล้านบาท มียอดขาย 71%) รับรู้ยอดโอนราว 1 พันล้านบาท ชดเชยส่วนของ ORI ที่ยอดโอนชะลอ 28.5% Q-Q, และ 30% Y-Y เป้น 2.2 พันล้านบาท หลังระบายสต็อกไปมากใน 2Q20 และไม่มีคอนโดใหม่โอน ส่วนอัตรากาไรขั้นต้นขายอสังหาฯ ทรงตัวจาก 2Q20 ที่ 35.4% แต่ปรับลดจาก 3Q19 ที่ 43% สะท้อนผลของการทาโปรโมชัน
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2020
RBF (BUY/21TP: 12), กำไร 3Q20 ดีกว่าคาด และจะดีต่อเนื่องใน 4Q20
(views 36)
กำไร 3Q20 ดีกว่าคาด มาจากรายได้ที่ดีกว่าคาดและทาจุดสูงสุดใหม่
กำไรสุทธิ 3Q20 เท่ากับ 141 ล้านบาท (+29.4% Q-Q, +33% Y-Y) หากไม่รวมผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดจากมาตรฐานบัญชี TFRS9 ที่ 8 ล้านบาท จะมีกำไรปกติที่ 149 ล้านบาท (+40.6% Q-Q, +40.6% Y-Y) ดีกว่าคาด 12% (เราคาดไว้ 133 ล้านบาท) มาจากรายได้ที่ฟิ้นตัวได้ดีกว่าคาด โดยทาจุดสุงสุดใหม่ +18.7% Q-Q, +21.3% Y-Y จากทั้งรายได้ธุรกิจอาหาร +16.9% Q-Q, +22.3% Y-Y มาจากรายได้ในประเทศที่ฟื้นตัวเป็นหลัก ภายหลังลูกค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มมีการทยอยออกสินค้าใหม่กันอย่างต่อเนื่อง ส่วนรายได้ในต่างประเทศยังเติบโตได้ +11% Q-Q, +4% Y-Y แม้หลายประเทศจะยังมีปัญหา COVID-19 แต่ด้วยสินค้าอาหารยังเป็นสินค้าจาเป็น และเป็นเป้าหมายในการกักตุนสินค้า ทาให้ยังมีการเติบโตได้ต่อเนื่อง ล่าสุดโรงงานใหม่ที่อินโดนีเซียได้ทยอยเพิ่มอัตราการใช้กาลังการผลิตขึ้น กะ 2 แล้ว หรือจะเพิ่มขึ้นเป็น 60% - 70% ของกาลังการผลิต ในขณะที่รายได้ธุรกิจโรงแรมกลับมาฟื้นตัวอย่างน่าประทับใจมาอยู่ที่ 14 ล้านบาท จากที่ทาได้เพียง 2 ล้านบาทใน 2Q20 แต่ยังต่ากว่า 17 ล้านบาทใน 3Q19 เพราะปีก่อนยังไม่มี COVID-19 โดยโรงแรม Novotel ชุมพรฟื้นตัวได้ดี Occ Rate ขยับขึ้นมาอยู่ที่ราว 70% - 80% แล้ว จากนักท่องเที่ยในประเทศที่กลับมาคึกคักมากขึ้น ส่วนโรงแรม Ibis ที่เชียงใหม่ฟื้นตัวช้ากว่าล่าสุด Occ Rate อยู่ที่ 20% - 30% แต่ยังมีการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ทำให้ขาดทุนขั้นต้นจากโรงแรมลดลงมาอยู่ที่ -5.6% จาก -12.3% ใน 2Q20 และอัตรากำไรขั้นต้นรวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 41.2% จาก 40.2% ใน 2Q20 และ 39% ใน 3Q19 ในขณะที่ยังคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 18.9% จาก 20.7% ใน 2Q20 และ 21.2% ใน 3Q19
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2020
SFLEX (BUY/21TP: 6.7), กำไร 3Q20 โตดีตามคาด แนวโน้มกำไร 4Q20 เป็นจุดสูงสุดของปี
(views 33)
กำไรสุทธิ 3Q20 โตตามคาด +24.8% Q-Q, +130.1% Y-Y SFLEX รายงานกำไรสุทธิ 3Q20 ที่ 37.5 ล้านบาท +24.8% Q-Q, +130.1% Y-Y เป็นไปตามคาด อย่างไรก็ตาม มีรายการพิเศษ 3.4 ล้านบาทเป็นการกลับรายการสารองค่าเผื่อการด้อยค่าของสินค้าคงคลัง หากตัดรายการดังกล่าวออก จะเป็นกาไรปกติ 34.2 ล้านบาท +13.5% Q-Q, +109.4% Y-Y ผลประกอบการที่เติบโตมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น +17.2% Q-Q, +18.0% Y-Y เป็น 373.9 ล้านบาท ตามความต้องการ Plastic packaging แบบอ่อนที่ยังขยายตัวทั้งในกลุ่ม Non-food และ Food packaging บริษัทเติบโตมาจากบรรจุภัณฑ์ชนิด Non-Food และค่อยๆขยายเข้ากลุ่ม Food ในไตรมาสนี้สัดส่วน Non-Food : Food เป็น 75.3 : 24.7 ใกล้เคียงไตรมาสก่อน อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากไตรมาสก่อนเล็กน้อยเป็น 21.4% แต่ถือว่ายังอยู่ในระดับสูง และดีขึ้นมากจาก 17.6% ใน 3Q19 อัตรากำไรขั้นต้นที่ชะลอชดเชยได้จากการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดี มีสัดส่วน 10.5% ของยอดขาย ลดลงจาก 11.8% ใน 2Q20 และ 11.4% ใน 3Q19 ทำให้ EBITDA margin อยู่ที่ 16.7% เท่ากับใน 2Q20 และดีขึ้นจาก 3Q19 ที่ 11.0% และมีอัตรากำไรสุทธิ 10.0% ดีขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2020
SISB (BUY/21TP: 12), กำไรปกติ 3Q20 ใกล้เคียงคาด
(views 37)
กำไรสุทธิน้อยกว่าคาดเพราะคชจ. One-time แต่กาไรปกติใกล้เคียงกับที่คาด SISB รายงานกำไรสุทธิ 3Q20 ที่ 28.74 ลบ. เพิ่มขึ้น 574%Q-Q แต่ลดลง 52%Y-Y น้อยกว่าที่เราคาดไว้ เนื่องจากมีรายการพิเศษจากการเลิกสาขาเอกมัยจานวน 6.98 ลบ. หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าวจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 35.7 ลบ. เพิ่มขึ้น 738%Q-Q แต่ -41%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ รายได้ค่าธรรมเนียมการศึกษาฟื้นตัว 17%Q-Q เนื่องจากการเรียนที่กลับมาเกือบปกติ แต่ยังลดลง 7%Y-Y เนื่องจากส่วนลดค่าธรรมเนียมเพื่อบรรเทาภาระผู้ปกครองและรายได้ค่าอาหารกลางวันและรายได้หลังเลิกเรียนรวมถึงรายได้ทัศนศึกษาที่เป็นฤดูกาลปรับตัวลดลง อัตราค่าบริการการศึกษาปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 4.1 แสนบาทต่อคนต่อปี ดีขึ้นจาก 3.5 แสนบาทต่อคนต่อปีในไตรมาสก่อนแต่ยังไม่กลับมาเท่าระดับ 4.4-4.5 แสนบาทต่อคนต่อปีในปีก่อน อย่างไรก็ตามสังเกตว่าอัตรากาไรขั้นต้นชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 36% จาก 40% ในไตรมาสก่อน เนื่องจากการปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายต้นทุนครูประจาปีและค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น (คาดว่าเป็น One-time จากการปิดสาขาเอกมัย) หากหักออกจะใกล้เคียงกันไตรมาสก่อน
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2020
SYNEX (BUY/21TP: 17), กำไรปกติ 3Q20 -7.6% Q-Q, +103.7% Y-Y มาร์จิ้นน่าประทับใจ
(views 34)
กำไรปกติ 3Q20 -7.6% Q-Q, +103.7% Y-Y น้อยกว่าคาด 2% แต่ยังน่าประทับใจ SYNEX รายงานกำไรสุทธิ 3Q20 170.8 ล้านบาท หากตัดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 30.3 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติ 140.5 ล้านบาท -7.6% Q-Q, +103.7% Y-Y น้อยกว่าเราคาดเล็กน้อย 2% แม้ผลประกอบการจะไม่ได้เหนือความคาดหมาย แต่เป็นอีกไตรมาสที่น่าประทับใจ เพราะอัตรากาไรขั้นต้นซึ่งเป็นหัวใจในการทากาไรของ SYNEX เพิ่มขึ้นเป็น 4.83% สูงที่สุดในรอบ 10 ไตรมาส ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดีมาโดยตลอด โดยอยู่ในกรอบ 2.2-3.0% ของรายได้ (ไตรมาสนี้อยู่ที่ 3.0%) ทาให้อัตรากาไรสุทธิใน 3Q20 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1.89% ถือว่าอยู่ในระดับสูงสาหรับผู้ประกอบการค้าส่ง และเป็นพัฒนาการที่ดีขึ้นต่อเนื่องตามที่ผู้บริหารตั้งเป้าไว้และทาได้จริง สาหรับรายได้ที่ลดลง -14.8% Q-Q, -7.1% Y-Y ไม่น่ากังวล เพราะเป็นการลดลงของสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารตามฤดูกาล แต่สินค้ากลุ่มอื่นยังเติบโตได้ดีตามความต้องการของสินค้าไอที
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2020
XO (T-BUY/21TP: 11.6), กำไร 3Q20 ดีตามคาด และอาจเริ่มอ่อนตัวลงใน 4Q20
(views 33)
กำไรปกติ 3Q20 ทาจุดสูงสุดใหม่ ตามคาด แต่การโต Q-Q เริ่มแคบลง กำไรสุทธิ 3Q20 เท่ากับ 97 ล้านบาท (+5.4% Q-Q, +136.6% Y-Y) หากไม่รวม FX Gain 2.2 ล้านบาท จะมีกำไรปกติที่ 94 ล้านบาท ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 97 ล้านบาท) ถือเป็นระดับสูงสุดใหม่ มาจากรายได้ที่ยังโตต่อเนื่อง +2.1% Q-Q, +36.8% Y-Yเพราะยังได้อานิสงส์เชิงบวกจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย ทาให้ความต้องการซื้อซอสและเครื่องปรุงรสเพื่อประกอบอาหารทานเองที่บ้านยังมีอยู่ ทั้งนี้เราเห็นรายได้จากยุโรป (79% ของรายได้รวม) และออสเตรเลีย (7% ของรายได้รวม) ในไตรมาสนี้เริ่มอ่อนตัวลงเล็กน้อย Q-Q ในขณะที่ลูกค้าเอเชีย (9% ของรายได้รวม) ยังเติบโตได้ดีต่อเนื่อง และด้วยอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ยังใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ระดับ 63% กอปรกับภาพรวมราคาวัตถุดิบถูกล็อกไว้ล่วงหน้าที่ราคาต่าอยู่แล้ว จึงทำให้อัตรากาไรขั้นต้นยังอยู่ในระดับที่ดี 42.1% ขยับขึ้นจาก 41.8% ใน 2Q20 และ 36.3% ใน 2Q19 และค่าใช้จ่ายยังถูกควบคุมอยู่ในระดับต่ำ เพราะไม่มีการออกบูธงานแฟร์ รวมถึงไม่มีค่าใช้จ่ายเดินทางเหมือนช่วงก่อน COVID และที่สาคัญไม่มีการทา Promotion ใดๆ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังทรงตัวต่ำที่ 13.8% ใกล้เคียงไตรมาสก่อน และลดลงจาก 22.4% ใน 3Q19
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2020
RT (BUY/21TP: 7.3), กำไร 3Q20 ตามคาด อ่อนลงตามปัจจัยฤดูกาล และ COVID-19
(views 52)
กำไรปกติ 3Q20 ชะลอ 35% Q-Q และ 14% Y-Y DRT รายงานกำไรสุทธิ 3Q20 อยู่ที่ 111 ล้านบาท (-39% Q-Q, -14% Y-Y) หากไม่รวมกำไรจากการขายที่ดินใน 2Q20 ราว 10 ล้านบาท กำไรปกติจะหดตัว 35% Q-Q และ 14% Y-Y โดยการชะลอทั้ง Q-Q และ Y-Y มีสาเหตุจากรายได้ที่อ่อนลงเป็น 1 พันล้านบาท (-16% Q-Q, -10% Y-Y) ตามยอดขายที่ลดลงในเกือบทุกช่องทางจัดจาหน่าย (ยกเว้นตัวแทนจาหน่าย) อาทิ ช่องทางส่งออก CLMV ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้ปิดชายแดน และไม่สามารถส่งสินค้าได้ รวมถึงการชะลอการใช้จ่ายของประชาชน ขณะที่อัตรากาไรขั้นต้นปรับลดเป็น 28.7% จาก 2Q20 ที่ 30.9% หลังมีการซ่อมบารุงเครื่องจักร และอัตราการใช้กาลังผลิตที่ต่ำลงเป็น 80% จาก 93% ใน 2Q20 อย่างไรก็ดี ถือว่าดีกว่า 3Q19 ที่ 27.8% จาก Product Mix และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2020
LEO (BUY/21TP: 4.44), กำไร 3Q20 เติบโต Y-Y จากฐานต่ำ และคาดโตต่อใน 4Q20
(views 50)
กำไรปกติ 3Q20 โตสูง Y-Y ส่วน Q-Q ลดลงเล็กน้อย กำไรสุทธิ 3Q20 เท่ากับ 15 ล้านบาท (-21.1% Q-Q, +275% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษทางบัญชี จะมีกาไรปกติที่ 17 ล้านบาท (-5.6% Q-Q, +240% Y-Y) สาเหตุที่กาไรโต Y-Y มาจากฐานที่ต่าของธุรกิจ Air Freight ที่มีค่าระวางอากาศค่อนข้างต่าในปีก่อน ในขณะที่ค่าระวางอากาศปีนี้ปรับสูงขึ้นจากปีก่อนราว 3 เท่าตัว จากผลกระทบ COVID-19 ทาให้ปริมาณเที่ยวบินลดลงอย่างมาก แต่บริษัทยังเรียกได้ว่าประสบความสาเร็จในการใช้วิธีการเช่าเหมาลา (Charter Flight) ให้บริการลูกค้าได้ ส่วนสาเหตุที่กาไรลดลง Q-Q ส่วนหนึ่งเพราะปริมาณขนส่งที่มากใน 2Q20 เนื่องจากมีส่วนที่ตกค้างมาจาก 1Q20 ทาให้รายได้จาก Sea Freight และ Air freight ใน 3Q20 ลดลง -8.7% Q-Q และ -51.4% Q-Q ตามลาดับ ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้ -18.7% Q-Q, +9.1% Y-Y และอัตรากาไรขั้นต้นถือว่ายังปรับขึ้นได้ต่อเนื่องมาอยู่ที่ 34.9% จาก 27.5% ใน 2Q20 และ 30.9% ใน 3Q19 โดยปรับดีขึ้นเกือบทุกธุรกิจ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายขยับขึ้น +7.6% Q-, +4.4% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายย้อนหลังของ 2Q20 ซึ่งเป็นค่า Incentive ที่เกิดขึ้นจริงใน 2Q20 สูงกว่าที่ประมาณการไว้ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นเป็น 28% จาก 21.2% ใน 2Q20 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนที่ 29.6% เพราะรายได้ปรับขึนได้มากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2020
M (BUY/21TP: 63), กำไร 3Q20 ดีกว่าคาดมาก และจะดีต่อทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q20
(views 39)
กำไร 3Q20 ฟื้นตัวดีกว่าคาด อย่างน่าประทับใจ กำไรสุทธิ 3Q20 เท่ากับ 465 ล้านบาท (-15.3% Y-Y) พลิกจากที่ขาดทุน -247 ล้านบาทใน 2Q20 ถือเป็นการฟื้นตัวดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 331 ล้านบาท) มาจากอัตรากาไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด สาเหตุที่กำไรโต Q-Q มาจากการกลับมา Reopen อีกครั้ง โดยเฉพาะสาขาใหญ่ที่มีลูกค้าหลักเป็นคนในพื้นที่ ซึ่งมีรายได้กลับมาราว 90% ของช่วงก่อนมี COVID-19 แล้ว อีกทั้งได้ปัจจัยหนุนจากวันหยุดที่เพิ่มขึ้นในเดือน ก.ย. แต่กาไรยังลดลง Y-Y เพราะปีก่อนไม่มี COVID-19 โดยลูกค้านักท่องเที่ยวยังไม่กลับมา โดย SSSG ยังติดลบต่อเนื่องได้แก่ MK -14% Y-Y, Yayoi -18% Y-Y และแหลมเจริญ -39% Y-Y และจากการกลับมาเปิดให้บริการสาขา รวมถึงลดการทา Delivery Promotion ลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 66.7% (เราคาดไว้ 65%) จาก 61.7% ใน 2Q20 แต่ยังต่ากว่าปีก่อนที่ 68.3% ใน 3Q19 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายกลับมาปรับขึ้น +21% Q-Q ตามการกลับมาเปิดสาขา ส่วนลดค่าเช่าเริ่มลดลงเกือบใกล้ระดับปกติแล้ว และปรับเพิ่มเงินเดือนพนักงานกลับมาเท่ากับก่อน COVID-19 อีกครั้ง แต่ยังเป็นระดับค่าใช้จ่ายที่ -11.7% Y-Y เพราะยังควบคุมค่าใช้จ่ายอื่นๆอย่างเข้มงวด กอปรกับรายได้ฟื้นตัวได้ดีกว่า ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 52.7% จาก 76.6% ใน 2Q20 และ 55.3% ใน 3Q19
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2020
PRM (BUY/21TP: 13), กำไร 3Q20 ดีกว่าคาด ลดลง Q-Q ชั่วคราวเพราะรายจ่ายซ่อมบำรุง
(views 39)
กำไรปกติ 3Q20 -12.8% Q-Q, +65.8% Y-Y ดีกว่าคาด PRM รายงานกำไรสุทธิ 3Q20 ที่ 411.2 ล้านบาท -7.0% Q-Q, +62.8% Y-Y ดีกว่าคาด 5% แต่แย่กว่า Consensus คาด 2% หากตัดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนออก จะเป็นกาไรปกติ 425.9 ล้านบาท -12.8% Q-Q, +65.8% Y-Y กำไรที่ชะลอ Q-Q อยู่ในทิศทางที่คาดการณ์ คือเรือเข้าอู่หลายลาทาให้มีค่าใช้จ่ายซ่อมบารุงเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากาไรขั้นต้นลดลงเป็น 44.0% จาก 47.6% ใน 2Q20 สาหรับรายได้ใน 3Q20 ทรงตัว Q-Q ถือว่าดีกว่าคาด เพราะธุรกิจที่เป็นรายได้หลัก (89% ของรายได้รวม) เพิ่มขึ้น ชดเชยรายได้จากธุรกิจอื่นที่หดตัวได้ โดยรายได้ธุรกิจเรือ FSU (+3.5% Q-Q) และธุรกิจเรือขนส่งน้ามันในประเทศ (+3.5% Q-Q) เพิ่มตามการ Reopen ชดเชยรายได้จากธุรกิจเรือขนส่งน้ามันระหว่างประเทศและเรือ Offshore (สนับสนุนงานสารวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล) ที่ -17.4% Q-Q (เพราะขายเรือออกไป 1 ลา) และ -30.8% Y-Y ตามลาดับ ทั้งนี้ รายได้รวมใน 3Q20 +8.6% Y-Y หลักๆมาจากรายได้จากเรือ FSU ที่มีการปรับค่าเช่า ชดเชยธุรกิจอื่นที่ลดลงได้หมด
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2020
JWD (BUY/21TP: 10), กำไร 3Q20 ฟื้นเร็วตามธุรกิจยานยนต์ แนวโน้มฟื้นต่อเนื่อง
(views 35)
กำไร 3Q20 ฟื้นเร็ว +50.7% Q-Q, -3.3% Y-Y ดีกว่าคาด 3% JWD รายงานกำไรสุทธิ 3Q20 ที่ 72.5 ล้านบาท +50.7% Q-Q, -3.3% Y-Y ดีกว่าคาด 3% เทียบกับในสถานการณ์ปกติก่อน COVID-19 ที่ทากาไรได้ประมาณ 80+/- ล้านบาท/ไตรมาส ถือว่าฟื่นได้เร็ว ธุรกิจที่ฟื้นตัวแรงในไตรมาสนี้คือธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์และธุรกิจขนส่งที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ อัตราการใช้พื้นที่ (Occupancy rate) ฟื้นเป็น 77.4% เทียบกับสถานการณ์ปกติที่ 90-92% รายได้ในธุรกิจยานยนต์ 3Q20 +55.0% Q-Q, -18.4% Y-Y นอกจากนี้ รายได้จากธุรกิจอาหาร +18.4% Q-Q, +89.2% Y-Y เพราะยังได้รับอานิสงส์จาก COVID-19 ทาให้ความต้องการสินค้าผักตัดสาเร็จรูปและธุรกิจไข่แปรรูป (Liquid eggs) เพิ่มสูงขึ้น ส่วนรายได้จากธุรกิจคลังสินค้าทั่วไปและสินค้าอันตราย -3.7% Q-Q, -12.9% Y-Y รายได้ที่ลดลงมาจากจานวนตู้สินค้าอันตรายที่ผ่านเข้าท่าเรือแหลมฉบับลดลงโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ยังไม่มี COVID-19 สำหรับธุรกิจห้องเย็นเป็นธุรกิจที่ไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จึงยังอยู่ในระดับดี -2.7% Q-Q ตามฤดูกาลแต่ +25.5% Y-Y ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้รายได้รวม 3Q20 +12.3% Q-Q, +11.0% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2020
RT (IPO: 1.92/21TP: 2.2], เทรนด์ลงทุนภาครัฐหนุนงานวิศวกรรมและธรณีเทคนิค
(views 36)
RT ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างวิศวกรรมโยธา และธรณีเทคนิค ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความชำนาญและเทคโนโลยีระดับสูง หลักๆเป็นงานก่อสร้างอุโมงค์และโครงสร้างใต้ดิน ด้วยเทรนด์ภาครัฐเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หนุนอุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นขาขึ้น เอื้อต่อโอกาสการรับงานเพิ่มของ RT ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลายโครงการขนาดใหญ่ เราคาดกำไรปกติปี 2020 – 2021 เติบโตดี +62% Y-Y และ +12% Y-Y ตามลาดับ หนุนจากรายได้ที่ขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับขึ้นจากงานอุโมงค์รถไฟทางคู่มาบกะเบา-ชุมทางจิระที่มาร์จิ้นดี ปัจจุบันมี Backlog 4.3 พันล้านบาท รับรู้ถึงปี 2022 และรองรับประมาณการปี 2021 แล้ว 72% พร้อมมีโอกาสรับงานเข้ามาเติมอีกมากจากทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างลาว, เมียนมา, กัมพูชา เราประเมินมูลค่าของหุ้น RT อิง PER ที่ 11.5 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 2.20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2020
ATP30 (BUY/21TP: 1.25), กำไร 3Q20 ฟื้นเด่นกว่าคาด และจะดีต่อเนื่องใน 4Q20
(views 32)
กำไร 3Q20 +187% Q-Q แต่ –21% Y-Y ดีกว่าคาด ATP30 รายงานกำไรสุทธิ 3Q20 อยู่ที่ 10 ล้านบาท (+187% Q-Q, -21% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษ กาไรปกติ 3Q20 +130% Q-Q แต่ -21% Y-Y ใกล้เคียงกับระดับที่ทาได้ก่อน COVID-19 ซึ่งดีกว่าคาดจากค่าใช้จ่ายบริหารต่ากว่าคาด โดยกำไรที่ฟิ้นเด่น Q-Q หนุนจาก 1) รายได้เร่งขึ้นเป็น 96.8 ล้านบาท (+11.5% Q-Q, -17% Y-Y) จากลูกค้าที่กลับมาใช้บริการ 80-90% ในเดือนก.ย. โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ที่เป็น 20% ของพอร์ต 2) ผลของการเน้นควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายบริหารต่อรายได้ปรับลดเป็น 8.5% เทียบกับ 2Q20 ที่ 14.3% และ 3Q19 ที่ 10.5% อย่างไรก็ดี การหดตัว Y-Y มีสาเหตุจากผลกระทบ COVID-19 และอัตรากาไรขั้นต้นที่ปรับลดเป็น 23.3% จาก 25.6% ใน 3Q19 ตามการปรับลงของรายได้
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2020
DOHOME (BUY/21TP: 15), กำไร 3Q20 ฟื้นตัวดีตามคาด และน่าจะดีต่อเนื่องใน 4Q20
(views 26)
กำไร 3Q20 กลับมาฟื้นตัวได้สดใสตามคาด
กำไรสุทธิ 3Q20 เท่ากับ 188 ล้านบาท (+28.8% Q-Q, +40.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 183 ล้านบาท) กลับมาฟื้นตัวอีกครั้งหลัง Reopen และด้วยฐานที่ต่ำในปีก่อนที่ประสบปัญหาน้าท่วมหนักที่อุบลราชธานีในเดือน ก.ย. ทาให้ SSSG 3Q20 เป็นบวกมากขึ้นมาอยู่ที่ +8.3% Y-Y จาก +0.4% Y-Y ใน 2Q20 ถือเป็น SSSG 3Q20 ที่ดีที่สุดในกลุ่มค้าปลีก แม้ไม่รวมสาขาอุบลราชธานี SSSG ยัง +5.2% Y-Y ในขณะที่ไตรมาสนี้มีการเปิดสาขาใหม่ Size L 1 แห่งที่มาบตาพุด และ To Go 1 แห่งที่ตลาดชัชวาล ทาให้รายได้รวมเติบโต +2.9% Q-Q, +15.3% Y-Y และด้วยผลของการกลับมาเปิดให้บริการสาขาอีกครั้ง ทำให้ Product Mix ปรับไปในทิศทางที่ดีขึ้น ใกล้เคียงกับช่วงก่อน COVID-19 ส่งผลให้อัตรากาไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 16.8% จาก 14.9% ใน 2Q20 และดีกว่า 16.4% ใน 3Q19 ในขณะที่สัดส่วนสินค้า House Brand ยังทรงตัวอยู่ที่ระดับ 16.5% และผลของการเปิดสาขาใหม่ ทำให้ค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้ปรับขึ้น +13.1% Q-Q และ +8.7% Y-Y ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 11.3% จาก 10.3% ใน 2Q20 แต่ยังเป็นระดับที่ต่ำกว่าปีก่อนที่ 12%
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2020
ICHI (HOLD/21TP: 11), กำไร 3Q20 ตามคาด ความหวังถัดไปคือสินค้าใหม่
(views 31)
กำไร 3Q20 ใกล้เคียงคาด ถือเป็นผลการดำเนินงานที่ไม่สดใส กำไรสุทธิ 3Q20 เท่ากับ 123 ล้านบาท (-7.4% Q-Q, +68.5% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 124 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรลดลง Q-Q เพราะมาจากปัจจัยฤดูกาล และผลกระทบของ COVID-19 โดยรายได้รวมไตรมาสนี้ -10.8% Q-Q, +7.7% Y-Y มาจากรายได้ในประเทศ -3.3% Q-Q, +24% Y-Y แม้จะเริ่มวางขายสินค้าใหม่อย่างน้ำด่าง PH Plus 8.5 แต่สัดส่วนยังน้อย ยังไม่สามารถหักล้างผลลบของปัจจัยฤดูกาลได้ ส่วนรายได้ส่งออกยังค่อนข้างน่าเป็นห่วงเพราะหดตัวลงมากถึง -36.2% Q-Q, -35.8% Y-Y จากทั้งกาลังซื้อที่ไม่ดี และผลกระทบจาก COVID-19 ถือเป็นรายได้ส่งออกที่ต่าสุดในรอบ 15 ไตรมาส ทำให้สัดส่วนรายได้ส่งออกเหลือเพียง 16.3% ของรายได้รวม จาก 22.8% ใน 2Q20 และ 27.3% ใน 3Q19 ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงมาอยู่ที่ 19.7% จาก 21.5% ใน 2Q20 แต่ยังสูงขึ้นจากฐานที่ต่า 18% ใน 3Q19 น่าจะมาจาก Product Mix ด้วยส่วนหนึ่ง ส่วนค่าใช้จ่ายยังควบคุมอย่างหนัก และเน้นทาการตลาดผ่านช่องทาง Social Media ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลง -8.8% Q-Q, -19.4% Y-Y และส่วนแบ่งกำไรจากอินโดนีเซียยังทาได้ดีตามแผนมีกำไรที่ 7.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากทั้ง Q-Q และ Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2020
SC (BUY/21TP: 2.8), กำไร 3Q20 แข็งแกร่งตามคาด มีแนวโน้มปรับประมาณการขึ้น
(views 32)
งบ 3Q20 สดใส +38% Q-Q, +55% Y-Y หนุนจากความสาเร็จขายแนวราบ SC รายงานกพไรสุทธิ 3Q20 โตแกร่ง 38% Q-Q และ 55% Y-Y ที่ 684 ล้านบาท ใกล้เคียงที่เราคาด โดยมีแรงหนุนหลักจากยอดโอนทาได้ 5.5 พันล้านบาท (+26% Q-Q, +37% Y-Y) หลักๆมาจากยอดโอนแนวราบที่ทำ New High ต่อเนื่องแตะ 4.4 พันล้านบาท (+19% Q-Q, +54% Y-Y) ตามยอดขายที่ทำได้โดดเด่น ซึ่งมีส่วนหนึ่งเป็น Backlog ที่ยกมาจาก 2Q20 อยู่ที่ 4.4 พันล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 20% ของยอดโอนรวมมาจากคอนโด +70% Q-Q จากการระบายสต็อก แต่ -4% Y-Y นอกจากนี้ ยังได้อานิสงค์จากการควบคุมค่าใช้จ่ายขายและบริหารได้ดี อย่างไรก็ดี การจัดโปรโมชันลดราคาคอนโด กดดันให้อัตรากาไรขั้นต้นขายอสังหาฯยังลดลงเป็น 28.2% จาก 29.6% ใน 2Q20 และ 31.4% ใน 3Q19
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2020
SEAFCO (BUY/21TP: 6.7), งบ 3Q20 อ่อนแอ กดดันจากมาร์จิ้นต่ำ ประมาณการมี Downside
(views 32)
กำไร 3Q20 ไม่สดใส -67.5% Q-Q, -77% Y-Y ต่ากว่าคาดมาก SEAFCO รายงานกำไรสุทธิ 3Q20 หดตัว 67.5% Q-Q และ 77% Y-Y อยู่ที่ 23.4 ล้านบาท ต่ากว่าเราคาด 49% และตลาดคาด 63% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่น้อยกว่าคาด ทำได้เพียง 11.3% เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี เทียบกับ 2Q20 ที่ 18.4% และ 3Q19 ที่ 20.8% กดดันจากงานที่มาร์จิ้นต่าจากผลของการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงอัตราการใช้กาลังการผลิตของเครื่องจักรลดลง ขณะที่รายได้ก่อสร้างชะลอเป็น 524 ล้านบาท (-28% Q-Q, -31% Y-Y) สาเหตุจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน รวมถึงมีหลายโครงการส่งมอบและอยู่ระหว่างเข้างานใหม่ ทั้งนี้ บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 3Q20 เท่ากับ 0.03 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield 0.6% ขึ้น XD วันที่ 25 พ.ย. และจ่ายปันผล 9 ธ.ค. 2020
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2020
KCE (BUY/21TP: 44), เรามั่นใจต่อการฟื้นตัวในปีหน้ามากขึ้น
(views 28)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวก คำสั่งซื้อและอัตรากาไรขั้นต้นใน 4Q20 ฟื้นตัวได้เร็วกว่าคาด คาดรายได้ใน 4Q20 จะพุ่งขึ้นสูงกว่าช่วงก่อนมี COVID-19 และผู้บริหารได้เห็นคาสั่งซื้อล่วงหน้ายาวไปใน 1Q21 แม้จะมี Lockdown เกิดขึ้นในยุโรป แต่ไม่มีลูกค้ารายได้หยุดการผลิตเหมือนใน 2Q20 และยังไม่เห็นสัญญาการชะลอของคาสั่งซื้อ โดยผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ในปีหน้าโตราว 15% Y-Y มาจากสินค้ากลุ่มเดิมที่ฟื้นตัวจากฐานต่า และจากสินค้ามาร์จิ้นดีอย่าง HDI ที่ยังโตได้ต่อเนื่องแม้ช่วงที่มี COVID เพราะถูกใช้ใน EV Car และรถยนต์ที่มีระบบดิจิตอลค่อนข้างมาก ในขณะที่คู่แข่งยังน้อย จนปัจจุบันใช้กาลังการผลิต HDI เต็มไปแล้ว และอยู่ระหว่างขยายกาลังการผลิตอีกเท่าตัว คาดจะเริ่มผลิตได้ใน 3Q21 จะทำให้สัดส่วนรายได้ HDI ขยับขึ้นเป็น 22% - 23% จากปัจจุบันที่ 15.5% ส่วนค่าเงินบาทที่แข็งค่ายังไม่ใช่ปัญหา เพราะค่าเงินของคู่แข่งอย่างหยวนแข็งค่ามากกว่า และยังมี Natural Hedge + Forward ป้องกันความเสี่ยงอยู่ แม้เรายังคงประมาณการกาไรปี 2020 ไว้ตามเดิม +18.1% Y-Y และปรับเพิ่มกาไรปี 2021 ขึ้นเล็กน้อย 2% แต่เป็นการเติบโตสูงราว 95.6% Y-Y ในขณะที่เรามีความมั่นใจต่อการฟื้นตัวในปีหน้ามากขึ้น และถือว่าจัดอยู่ในหุ้นกลุ่ม Turnaround คาด ROE จะกลับมาสูงเป็นระดับสองหลักที่ 16.3% อีกครั้งในปี 2021 เราจึง Re-rate PE ขึ้นเป็น 25 เท่า (+1.5 SD) จากเดิม 20 เท่า และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2021 เป็น 44 บาท จากเดิม 34 บาท แนะนำซื้อ และเลือกเป็น Top Pick ของกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2020
EKH (BUY/21TP: 5.25), กำไร 3Q20 เห็นสัญญาณฟื้น
(views 31)
กำไร 3Q20 เริ่มฟื้นตัว EKH ประกาศกาไรปกติ 3Q20 ที่ 16 ลบ. พลิกจากขาดทุนบางๆใน 2Q20 แต่ -66.9% Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดคาด 10% และ 40% ตามลำดับ โดยเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว Q-Q ทั้งในแง่รายได้และ Margin อย่างไรก็ตามในแง่ Y-Y ยังหดตัวแรงจากจานวนผู้ป่วยที่ลดลง รวมถึงลูกค้า IVF ซึ่งมีสัดส่วนราว 15% ของรายได้ในช่วงก่อน COVID-19 ที่หายไป เหลือเพียงลูกค้าชาวไทยราวเดือนละ 10 เคส (ปกติไทยและต่างชาติรวมกันเดือนละราว 25-30 เคส) ทาให้ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน อย่างไรก็ตาม EKH มีการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มข้นโดยเฉพาะ SG&A ที่ลดลงอย่างมีนัยยะ ซึ่งชดเชยได้บางส่วน ส่งผลให้ EBITDA Margin ฟื้นตัวขึ้นเป็น 23.3% ในไตรมาสนี้จาก 13% ใน 2Q20 แต่ยังลดลงจาก 29.6% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤศจิกายน
2020
AP (BUY/21TP: 8.5), กำไร 3Q20 ทำ New High ตามคาด
(views 27)
กำไร 3Q20 โตแกร่ง +19% Q-Q, +134% Y-Y
รายงานกำไรสุทธิ 3Q20 ดีตามคาด เร่งขึ้น 19% Q-Q และ 134% Y-Y อยู่ที่ 1.45 พันล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษใน 3Q19 กาไรปกติ 3Q20 +19% Q-Q, +152% Y-Y หนุนจาก 1) ยอดโอนแตะ 8.9 พันล้านบาท (+17% Q-Q, +59% Y-Y) จากทั้งแนวราบทาสถิติสูงสุดใหม่ +4% Q-Q, +49% Y-Y ตามยอดขายที่แข็งแกร่ง บวกกับเริ่มโอนคอนโด Aspire Asoke-Ratchada 2) ส่วนแบ่งกำไร JV ทา New High ที่ 776 ล้านบาท เทียบกับ 664 ล้านบาทใน 2Q20 และขาดทุน -26 ล้านบาทใน 3Q19 ตามแผนโอนคอนโดใหม่อย่าง Life Asoke Rama 9 ซึ่งคอนโดใหม่ 2 แห่งรับรู้มากกว่าแผนขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นขายอสังหาฯฟื้นตัวกลับสู่ 30% เทียบกับ 28.3% ใน 2Q20 และ 32.8% ใน 3Q19 หลังชะลอทำโปรโมชัน และรับรู้โครงการใหม่ที่มาร์จิ้นสูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤศจิกายน
2020
ITEL (BUY/21TP: 3.6), กำไร 3Q20 ดีตามคาด และแนวโน้มยังดีต่อเนื่อง
(views 31)
กำไรปกติ 3Q20 ดีตามคาด +27.7% Q-Q, +3.2% Y-Y ITEL รายงานกำไรสุทธิ 3Q20 ตามคาด 49.9 ล้านบาท -13.2% Q-Q เพราะ 2Q20 มีกำไรทางบัญชีจากการเปลี่ยนเงื่อนไขเงินกู้ยืมระยะยาว 18.7 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออก กำไรปกติจะเติบโต +27.7% Q-Q จากการฟื้นตัวของทุกธุรกิจหลังการ reopen ทำให้รายได้จากงานติดตั้งโครงข่าย (Installation) +11.1% Q-Q เพราะสามารถเข้าพื้นที่ทางานติดตั้งได้ โดยมีการรับรู้งานที่สาคัญคือโครงการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (USO Phase 2) งานติดตั้งเคเบิ้ลใยแก้วนาแสง และงานติดตั้งโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกให้ลูกค้าโทรคมนาคมรายหนึ่ง ส่วนรายได้อีก 2 ธุรกิจที่ถือเป็น Recurring income (65% ของรายได้รวม) เติบโตเช่นกันโดยเฉพาะการให้เช่าพื้นที่ Data center +24.9% Q-Q และธุรกิจให้บริการโครงข่าย (Data service) +4.1% Q-Q จากโครงการ USO Phase 2 หลังจากที่ในปีก่อนติดตั้งโครงข่ายให้ลูกค้าแล้วเสร็จ เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรปกติ +3.2% Y-Y จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นมากเป็น 26.8% จาก 16.4% ใน 3Q19 ชดเชยรายได้รวมที่ -36.8% Y-Y เพราะงาน Installation ในปีก่อนมีเป็นจานวนมากจากโครงการ USO เฟส 1 และ 2 ถึงกว่า 1.3 พันลบ.
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤศจิกายน
2020
QH (BUY/21TP: 2.8), กำไร 3Q20 ฟื้นตามคาด และคาดเร่งขึ้นต่อใน 4Q20
(views 30)
กำไร 3Q20 +26% Q-Q จากส่วนแบ่งบริษัทร่วม แต่ -20% Y-Y
QH รายงานกำไรสุทธิ 3Q20 เป็น 575 ล้านบาท (+26% Q-Q, -20% Y-Y) เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด โดยกำไรที่ขยายตัว Q-Q ได้แรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่ฟื้นตัวเป็น 409 ล้านบาท (+32% Q-Q, -12% Y-Y) หลักๆจาก HMPRO หลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ อย่างไรก็ดี การหดตัว Y-Y สาเหตุจากธุรกิจโรงแรมยังขาดทุนติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 รวมถึงอัตรากาไรขั้นต้นขายอสังหาฯ ที่ปรับลดเป็น 30.8% เทียบกับ 31.5% ใน 2Q20 และ 33.6% ใน 3Q19 จากแคมเปญสต็อกคอนโด ขณะที่ยอดโอนทาได้ 2.4 พันล้านบาท (+6% Q-Q, +3% Y-Y) ซึ่งสัดส่วนหลักกว่า 89% ของยอดโอนรวมมาจากแนวราบ +4% Q-Q, +1% Y-Y ตามยอดขายที่ไปได้ดี และส่วนที่เหลือเป็นคอนโด +28% Q-Q, +28% Y-Y จากการระบายสต็อก ซึ่งส่วนหนึ่งจากคอนโด Q1 Sukhumvit จานวน 2 ห้อง มูลค่ารวม 80 ล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารยังควบคุมได้ดีต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤศจิกายน
2020
SMPC (BUY/21TP: 18), กำไรปกติ 3Q20 ดีกว่าคาด 10% เป็นหุ้น PE ต่ำ ปันผลสูง
(views 30)
กำไรปกติ 3Q20 -9.3% Q-Q, +84.1% Y-Y ดีกว่าคาด 10% SMPC รายงานกำไรสุทธิ 180.5 ล้านบาทใน 3Q20 โดยมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 16.1 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก จะเป็นกำไรปกติ 164.3 ล้านบาท -9.3% Q-Q, +84.1% Y-Y ดีกว่าเราคาด 10% แต่ใกล้เคียงตลาดคาด กำไรลดลง Q-Q แต่ยังเป็นระดับที่ดี โดยมาจากรายได้ที่ -12.5% Q-Q เพราะคาสั่งซื้อบางส่วนเลื่อนการส่งมอบไปใน 4Q20 แต่หากเทียบปีก่อน รายได้ +32.4% Y-Y เพราะลูกค้าที่เคยชะลอการสั่งซื้อในปีก่อน เริ่มกลับมาซื้อตั้งแต่ปลายปี 2019 สำหรับอัตรากาไรขั้นต้นอยู่ที่ 27.8% ทาสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปีจากต้นทุนเหล็กแผ่นรีดร้อน (สัดส่วนประมาณ 50-52% ของต้นทุนการผลิต) ที่ต่ากว่าปีก่อนตามทิศทางราคาน้ำมันและเงินบาทอ่อนค่า ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดีที่ 10.6% ของรายได้ (ปกติอยู่ที่ 10%+/- มาโดยตลอด) หัวใจหลักในการทากาไรของ SMPC จึงอยู่ที่ยอดขายและต้นทุนขาย รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนก็มีบทบาทสำคัญ
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤศจิกายน
2020
SPALI (HOLD/21TP: 17.7), กำไร 3Q20 ฟื้นเด่น และคาดเร่งขึ้นสูงสุดของปีใน 4Q20
(views 26)
กำไร 3Q20 +190% Q-Q, -4% Y-Y ดีกว่าคาดเล็กน้อย จากค่าใช้จ่ายขายต่าคาด
SPALI รายงานกำไรสุทธิ 3Q20 ที่ 1.2 พันล้านบาท (+190% Q-Q, -4% Y-Y) ดีกว่าเราคาด 6% และตลาดคาด 8% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายการขายได้ดีกว่าคาด โดยค่าใช้จ่ายขายต่อรายได้ลดลงอยู่ที่ 5.7% เทียบกับ 2Q20 ที่ 7.6% และ 3Q19 ที่ 7.1% โดยกำไรที่โตก้าวกระโดด Q-Q หนุนจากยอดโอนแตะ 5.8 พันล้านบาท (+100% Q-Q, +3% Y-Y) เป็นแนวราบ +63% Q-Q, +24% Y-Y ตามยอดขายที่ไปได้ดี บวกกับคอนโด +257% Q-Q, -22% Y-Y จากการเริ่มโอนคอนโดใหม่ 2 แห่ง อย่าง Supalai Park Talat Phlu Station (มูลค่า 1.9 พันล้านบาท มียอดขาย 56%) และ Supalai Loft Yaek Fai Chai Station (มูลค่า 1.2 พันล้านบาท มียอดขาย 98%) อย่างไรก็ดี การชะลอ Y-Y จากอัตรากาไรขั้นต้นขายอสังหาฯปรับลดเป็น 36.6% จาก 39.1% ใน 3Q19 เนื่องจากสัดส่วนหลักราว 66% ของยอดโอนรวมมาจากแนวราบที่มาร์จิ้นต่ากว่าคอนโด
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤศจิกายน
2020
GFPT (BUY/21TP: 15.6), กำไร 3Q20 ฟื้นตัวใกล้เคียงคาด และจะทยอยฟื้นตัวไปในปีหน้า
(views 19)
กำไรปกติ 3Q20 ฟื้นตัวใกล้เคียงคาด
กำไรสุทธิ 3Q20 เท่ากับ 342 ล้านบาท (+53.4% Q-Q, -9% Y-Y) หากไม่รวม FX Gain 15 ล้านบาท และ Derivative Gain 13 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 315 ล้านบาท (+32.4% Q-Q, -19.4% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 304 ล้านบาท) สาเหตุที่กาไรยังลดลง Y-Y เพราะยังถูกกระทบจาก COVID-19 และปีก่อนยังไม่มีเหตุการณ์ไฟไหม้ ส่วนกาไรที่เริ่มฟื้นตัว Q-Q แม้ปริมาณส่งออกในไตรมาสนี้ยังลดลง -21.3% Q-Q, -44.8% Y-Y แต่ได้รับการชดเชยด้วยปริมาณส่งออกทางอ้อม (ส่วนใหญ่ขายให้กับ McKey) +50% Q-Q, -12.9% Y-Y และปริมาณขายในประเทศที่ฟื้นตัวเช่นเดียวกัน +19.4% Q-Q, -11.5% Y-Y กอปรกับธุรกิจอาหารปลายังเติบโตได้ ทาให้รายได้รวม +9% Q-Q, -20.3% Y-Y ในขณะที่อัตรากาไรขั้นต้นยังทรงตัวสูงที่ 15.7% ใกล้เคียงปีก่อน และปรับขึ้นจาก 14.3% ใน 2Q20 ส่วนหนึ่งได้อานิสงส์จากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ยังอยู่ในระดับต่า เป็นบวกทั้งธุรกิจ Farm และ Feed ส่วนค่าใช้จ่ายอ่อนตัวลง -6.7% Q-Q, -10% Y-Y มาจากค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่ลดลงตามปริมาณการส่งออกที่อ่อนตัวลง และส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม -20% Q-Q, +28.3% Y-Y โดย GFN มีส่วนแบ่งกำไรฟื้นตัวทั้ง Q-Q, Y-Y แต่ McKey กาไรอ่อนตัวลง Q-Q เพราะยังถูกกระทบจาก Lockdown ในยุโรป และยังโต Y-Y เพราะมีกาลังการผลิตใหม่เพิ่มตั้งแต่ 4Q19
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤศจิกายน
2020
SPVI (BUY/21TP: 4), กำไร 3Q20 ลดลงตามคาด แนวโน้ม 4Q20 เป็นจุดสูงสุดของปี
(views 30)
กำไรสุทธิ 3Q20 เป็นไปตามคาด -33% Q-Q, -52% Y-Y SPVI รายงานกำไรสุทธิ 3Q20 ที่ 7.9 ล้านบาท -32.5% Q-Q, -51.6% Y-Y ตามคาด การลดลงของกำไรในไตรมาสนี้เป็นไปตามทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรม เนื่องจากผู้บริโภคเร่งซื้ออุปกรณ์สาหรับการทางานที่บ้านและการเรียนออนไลน์จานวนมากใน 2Q20 และรอ iPhone 12 จำหน่ายใน 4Q20 ซึ่งทาให้รายได้ของ SPVI ใน 3Q20 -0.8% Q-Q, -5.1% Y-Y อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 11.6% ดีขึ้นจาก 10.2% ใน 2Q20 แต่ต่ำกว่า 3Q19 ที่อยู่ที่ 12.8% เพราะ Product mix ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้นในอดีตของ SPVI อยู่ในกรอบ 11-12% มาตลอดหลายปี ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาสนี้ขยับขึ้นจากการกลับมาเปิดร้าน เริ่มจ่ายค่าเช่าและพนักงาน และเปิดสาขา 7-8 แห่งโดยเฉพาะ U-Store ทำให้สัดส่วนขยับขึ้นจากไตรมาสก่อนเป็น 11.3% ของรายได้ แต่เป็นสัดส่วนใกล้เคียงกับในอดีต ถือว่ายังควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2020
CPN (BUY/21TP: 60), กำไร 3Q20 ดีกว่าเราและตลาดคาดมากจากการคุมรายจ่าย
(views 33)
กำไร 3Q20 ดีกว่าเราและตลาดคาดมากจากการคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย
CPN รายงานกาไรสุทธิ 3Q20 ที่ 2,480.5 ล้านบาท ฟื้นอย่างรวดเร็ว +431.0% Q-Q แต่ยังต่ำกว่าปีก่อน -11.9% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจาก TFRS16 จะมีกำไรปกติ 1,973 ล้านบาท ฟื้นจาก 2Q20 ที่ขาดทุน 611 ล้านบาท แต่ -29.2% Y-Y ผลกาไรของ CPN ฟื้นเร็วกว่าคาดมากจากการลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยค่าใช้จ่ายขายและบริหาร -13.4% Q-Q, -36.2% Y-Y หรือมีสัดส่วน 14.3% ของรายได้ ลดลงจาก 2Q20 และ 3Q19 ที่อยู่ที่ 28.2% และ 18.0% ตามลาดับ จากการลดลงของค่าใช้จ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ ค่าเดินทาง รวมถึงค่าเช่าที่จ่ายให้ CPNREIT ในฐานะผู้เช่าช่วงในโรงแรมฮิลตันพัทยา ขณะที่รายได้รวมฟื้น +71.0% Q-Q จากการฟื้นตัวของทุกธุรกิจหลังการ Reopen แต่ยังต่าปกติที่มีรายได้รวม 8-9 พันล้านบาทต่อไตรมาส สาหรับรายได้ค่าเช่าของศูนย์การค้า (Same store rental revenue growth) -20% Y-Y เพราะยังให้ส่วนลดค่าเช่าแก่ร้านค้า แต่ในส่วนของ Traffic ถือว่าฟื้นกลับมาเร็ว อยู่ที่ระดับเฉลี่ย 85% ของสถานการณ์ปกติ ส่วนธุรกิจโรงแรมมี Occupancy rate 23% ดีขึ้นจาก 2Q20 ที่ 0% แต่เทียบไม่ได้กับ 3Q19 ที่อยู่ที่ 81% และจากการคุมต้นทุนได้ดีมากทำให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมทุกธุรกิจฟื้นเป็น 49.3% ใกล้เคียงปีก่อนที่ 50-52%
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤศจิกายน
2020
ZEN (BUY/21TP: 14), กำไร 3Q20 ดีกว่าคาด และน่าจะกลับมาฟื้นตัวดีในปีหน้า
(views 33)
กำไร 3Q20 ดีกว่าคาดมาก จากการฟื้นตัวของอัตรากาไรขั้นต้นที่น่าประทับใจ กำไรสุทธิ 3Q20 เท่ากับ 46 ล้านบาท (+109.1% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 29 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาดถึง 10% โดยเป็นกาไรที่พลิกจากที่ขาดทุน -81 ล้านบาทใน 2Q20 จากการ Reopen อีกครั้ง ส่วนสาเหตุที่กาไรโต Y-Y ทั้งที่ยังถูกกระทบจาก COVID-19 ทาให้ SSSG ยังติดลบราว -18.9% Y-Y แต่ถูกหักล้างได้ด้วยการคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงาน มีการปรับเปลี่ยนการจ้างงานแบบ Part Time แทน Full Time มากขึ้น และจะรับรู้ส่วนลดค่าเช่าค่อนข้างมาก เพราะมีการรับรู้ย้อนหลังของใน 2Q20 ที่ก่อนหน้านี้ติดปัญหาเรื่องเอกสาร โดยค่าใช้จ่ายลดลงราว -20.7% Y-Y ทาให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 42.7% จาก 45.7% ใน 3Q19 และ 71.4% ใน 2Q20 เพราะรายได้กลับมาฟื้นตัว ในส่วนอัตรากาไรขั้นต้นถือว่าฟื้นตัวได้ดีกว่าคาดมาอยู่ที่ 49.8% (เราคาดไว้ 40%) เพิ่มขึ้นจาก 38.8% ใน 2Q20 และ 47.6% ใน 3Q19 มาจากการควบคุมต้นทุนเข้มงวดมากขึ้น ปรับปรุงประสิทธิภาพของแต่ละสาขา อีกทั้งไตรมาสนี้มีการทา Delivery Promotion ลดลง ทาให้ภาพรวมกาไรฟื้นตัวได้เร็วกว่าคาด
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2020
NCAP (IPO: 2.2/21TP: 2.7), เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ที่แข็งแรงในภาคใต้
(views 62)
NCAP ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ยี่ห้อต่างๆ เช่น Yamaha, Honda, Vespa, Kawasaki ลูกค้าหลักคือผู้เช่าซื้อรายย่อยทั่วไป มีสาขา 24 แห่งโดยมีส่วนแบ่งตลาดแข็งแกร่งในภาคใต้ แม้การแข่งขันสูงเพราะผู้ประกอบการมีจานวนมาก ขณะที่ยอดขายรถจักรยานยนต์ในประเทศแทบไม่เติบโต แต่การขยายตัวของธุรกิจ E-Commerce เป็นโอกาสของธุรกิจของ NCAP เพราะรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะที่ได้รับความนิยมสูงในการขนส่ง นอกจากนี้ การมีผู้ถือหุ้นใหญ่คือ COM7 และ SYNEX เกื้อหนุนทั้งด้านการเงินและเทคโนโลยี เราคาดกาไรปี 2020-2021 +28% Y-Y และ +35% Y-Y ตามลาดับ จากการเพิ่มขึ้นของจานวนสัญญาใหม่และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ประเมินราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 2.70 บาท อิง GGM (Ke 6.75%, g 3%)
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2020
CPF (T-BUY/21TP: U.R.), ดีล Tesco จะเป็นลบระยะสั้น และมองบวกตั้งแต่ 2022 เป็นต้นไป
(views 59)
กขค.อนุมัติให้กลุ่ม CP เข้าซื้อ Tesco แล้ว โดยเป็นการอนุญาตแบบมีเงื่อนไข ซึ่งเราเชื่อว่ากลุ่ม CP จะยอมรับเงื่อนไข และคาดจะควบรวมแล้วเสร็จได้ทันในสิ้นปีนี้ โดย CPF จะเข้าถือหุ้นทางตรง 20% และทางอ้อมผ่าน CPALL ราว 12% รวมเป็นการถือ Tesco ราว 32% จะรับรู้เป็นส่วนแบ่งกำไรในงบการเงิน ระยะสั้นคาด 4Q20 จะถูกกระทบเชิงลบ โดยหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการควบรวม แต่ในแง่กาไรสุทธิ 4Q20 ไม่แย่เพราะยังมีการรวมธุรกิจสุกรในจีนอีก 1 ดีล ซึ่งดีลนี้เป็นบวกเพราะกำไรดีและจะรับรู้กาไรทางบัญชีจากการปรับมูลค่าเงินลงทุนราว 2.6 พันล้านบาท ทั้งนี้เราอยู่ระหว่างทบทวนกำไรปี 2021 จากการรวมทั้งดีลธุรกิจสุกรในจีน (คาดเป็นบวกต่อกาไร 11%) และดีล Tesco เบื้องต้นคาดกระทบกาไรราว 3% - 6% (ขึ้นอยู่กับสัดส่วนเงินกู้) และจะกระทบต่อราคาเป้าหมายราว 2 – 3 บาท/หุ้น ส่วน Net IBD/E Ratio คาดจะขยับขึ้นเป็น 1.36 เท่า จากเดิม 1.18 เท่า ยังผ่าน Covenant ที่ 2 เท่า และคาดดีล Tesco จะเริ่มเป็นบวกต่อกาไร CPF ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นไป และคาดหวังเห็น Synergy ระหว่างกันโดยเฉพาะในแง่ช่องทางการขายและการใช้พื้นที่เช่า อยู่ระหว่างทบทวนกาไรและราคาเป้าหมาย แนะนา เก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2020
INTUCH (BUY/21TP: 65.25), กำไร 3Q20 ยังฟื้นช้า
(views 24)
กำไร 3Q20 ยังฟื้นตัวค่อนข้างช้าตาม ADVANC
INTUCH ประกาศกำไรสุทธิ 3Q20 ออกมาที่ 2,661 ลบ. -10.7% Q-Q, -20.5% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 2,702 ลบ. +0.9% Q-Q, -16.3%% Y-Y ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดเล็กน้อยจากส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ที่ต่ำกว่าคาด โดยถูกกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันหลัง COVID-19 ส่วน THCOM เริ่มเห็นรายได้ทรงตัวได้และมีผลขาดทุนปกติลดลง รวม 9M20 INTUCH มีกำไรปกติ 8,257 ลบ. -10.3% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2020
PRM (BUY/21TP: 13), คาดกำไร 3Q20 ลดลง 12% Q-Q เพราะมีรายจ่ายนำเรือเข้าอู่หลายลำ
(views 21)
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q20 -11.7% Q-Q, +54.5% Y-Y เป็น 390 ล้านบาท กำไรที่ชะลอจากไตรมาสก่อนมาจากค่าใช้จ่ายจากการนาเรือขนส่งในประเทศและระหว่างประเทศเข้าอู่หลายลา เนื่องจากปริมาณการขนส่งยังไม่ฟื้นดีนักโดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันอากาศยาน การขนส่งด้วยเรือนอกกลุ่ม มีอัตรากาไรต่ากว่าการใช้กองเรือของบริษัทเอง ส่วนธุรกิจเรือ FSU ยังคงใช้กำลังการผลิตเต็มที่เท่ากับไตรมาสก่อน แต่หักล้างรายจ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นได้ไม่หมด แนวโน้มกาไร 4Q20 ฟื้นเพราะรายจ่ายจากการนาเรือเข้าอู่หายไป เราปรับประมาณการกำไรปี 2020 ขึ้นเป็น +46% Y-Y จากการปรับเพิ่มอัตรากาไรขั้นต้น และคาดกำไรปี 2021 +16% Y-Y หนุนด้วยปริมาณการขนส่งทั้งในและระหว่างประเทศที่ฟื้น คงราคาเป้าหมาย 13 บาท แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2020
SFLEX (BUY/21TP: 6.7), คาดกำไร 3Q20 โตต่อเนื่อง +25% Q-Q, +130% Y-Y
(views 36)
อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนยังคงเติบโตต่อเนื่องตามความต้องการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภค ทาให้เราคาดกาไร 3Q20 โตต่อ +24.9% Q-Q, +130.4% Y-Y เป็น 37.6 ล้านบาท แนวโน้มกำไรยังดีต่อเนื่องใน 4Q20 แต่เราปรับกาไรปีนี้ลงเล็กน้อย 2% จากการปรับอัตรากำไรขั้นต้นลงเพราะเศรษฐกิจฟื้นช้ากว่าที่เคยประเมิน และเพิ่มกำไรในปีหน้า ทำให้การเติบโตเฉลี่ย 3 ปี (ปี 2020-2022) เป็น 22% CAGR สูงกว่าเดิมที่คาด +18% CAGR ราคาเป้าหมายปี 2021 จึงปรับเป็น 6.70 บาทจากเดิม 6.50 บาท (DCF, WACC 6.4% TG 3%) เป้าใหม่คิดเป็น Implied PE ปี 2021 ที่ 29 เท่าและ EV/EBITDA 20.6 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มค้าปลีกที่ 28-32 เท่าซึ่งเป็นตลาดหลักของ SFLEX คงคำแนะนาซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2020
ADVANC (BUY/21TP: 216), กำไร 3Q20 ใกล้เคียงตลาดคาด แต่ต่ำกว่าเราคาดเล็กน้อย
(views 27)
ADVANC ประกาศกำไรสุทธิ 3Q20 ที่ 6,513 ลบ. -7% Q-Q, -26% Y-Y หากตัดรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากตราสารอนุพันธ์รวมกันราว 181 ลบ.ออก กำไรปกติอยู่ที่ 6,693 ลบ. +0.6% Q-Q, -20.9% Y-Y ใกล้เคียงตลาดคาดแต่ต่ากว่าที่เราคาดเล็กน้อย 4.4% รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ยังไม่ฟื้นตัวนักโดย -0.5% Q-Q, -6.8% Y-Y โดยยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่องจาก COVID-19 ซึ่งทำให้ยังเห็นการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น โดย Net Add ติดลบอีก 7.8 หมื่นรายขณะที่ ARPU -6.7% Q-Q ส่วนธุรกิจ Fixed Broadband ยังเติบโตได้จากจานวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามสามารถชดเชยได้จากการควบคุมต้นทุนที่เข้มข้น ทั้งด้านค่าใช้จ่ายโครงข่าย รวมถึงค่าเสื่อมราคาที่ลดลงจากอุปกรณ์ 3G ที่ทยอยตัดค่าเสื่อมฯ ครบอายุ ส่งผลให้ EBITDA Margin ในไตรมาสนี้ชะลอลงเพียงเล็กน้อยเหลือ 45.2% จาก 45.3% ใน 2Q20 แต่หดลงแรงจาก 47.6% ใน 3Q19
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2020
STEC (BUY/21TP: 17), คาดกำไร 3Q20 ชะลอ กดดันจากมาร์จิ้นและไม่มีปันผลรับ
(views 26)
คาดกำไรปกติ 3Q20 หดตัว 22.5% Q-Q และ 58% Y-Y อยู่ที่ 140 ล้านบาท สาเหตุจากไม่มีปันผลรับ และยังกดดันจากมาร์จิ้นที่ต่า อย่างไรก็ดี ใน 4Q20 คาดมีการบันทึกกาไรพิเศษจากการขายหมอชิตแลนด์เข้ามาหนุนให้กาไรสุทธิฟื้นตัว Q-Q เราประเมินว่ากำไรปกติปีนี้ที่คาด 915 ล้านบาท (-39% Y-Y) มี Downside จากมาร์จิ้น 2H20 ที่ต่ำกว่าคาด แต่จะฟื้นตัว +22% Y-Y ในปี 2021 หลังงานรัฐสภาใหม่ที่ไม่มีมาร์จิ้นจบในต้นปี และความคืบหน้ามากขึ้นของงานโรงไฟฟ้าที่มาร์จิ้นดี เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 17 บาท (อิง PER 23.2x) ราคาหุ้นปรับลงจนมี Upside มากกว่า 10% และเทรดบน PBV เพียง 1.0x ต่ำสุดในรอบ 10 ปี จึงปรับคำแนะขึ้นจากถือเป็นซื้อ จุดเด่นคือ Backlog แข็งแกร่ง 8.6 หมื่นล้านบาท รองรับ 2-3 ปี และมีโอกาสรับงานใหม่อีกมาก อย่างไรก็ดี Key Risk คือมาร์จิ้นที่ต่ากว่าคาด
คาดกำไร 3Q20 ชะลอ Q-Q และ Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2020
TACC (HOLD/21TP: 7.4), กำไร 3Q20 ต่ำคาดเล็กน้อย และคาดจะกลับมาดีขึ้นใน 4Q20
(views 32)
กำไรสุทธิ 3Q20 เท่ากับ 47 ล้านบาท (-2.1% Q-Q, +14.6% Y-Y) หากไม่รวม FX Gain 2 ล้านบาท จะมีกำไรปกติที่ 45 ล้านบาท (-11.8% Q-Q, +9.8% Y-Y) ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย 6.3% (เราคาดไว้ 48 ล้านบาท) แม้รายได้จะลดลง -6.3% Y-Y จากผลกระทบ COVID-19 แต่กำไรยังโตได้ เพราะ Product Mix เปลี่ยน และเน้นลดค่าใช้จ่ายมากขึ้น ส่วนกำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q แม้รายได้จะกลับมาฟื้น +7.5% Q-Q ตามจำนวน Traffic ร้าน 7-11 ที่กลับมาฟื้นตัว แต่ด้วย Product Mix ที่เปลี่ยนเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับสินค้าคงเหลือบางรายการซึ่งเป็น One Time Item ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 32.2% จาก 34.2% ใน 2Q20 แต่ยังสูงกว่า 31.2% ใน 3Q19 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับขึ้น +14.6% Q-Q มาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาด และการเข้าร่วม Stamp Promotion เป็นประจาทุกปี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 16% จาก 15.1% ใน 2Q20 แต่ยังต่ากว่าปีก่อนที่ 17.6%
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤศจิกายน
2020
LEO (IPO: 3.42/21TP: 4.44], ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร และครอบคลุมทั่วโลก
(views 61)
LEO เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรทั้งทางทะเล อากาศ ทางบก รวมถึงให้บริการเสริมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และยังให้บริการพื้นที่สาหรับเก็บของด้วย โดยมีเครือข่ายพันธมิตรใน 190 ประเทศทั่วโลก กอปรกับมีทีมขายที่มีความเชี่ยวขาญ และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้ามายาวนาน ถือเป็นความได้เปรียบในการรักษาฐานลูกค้าไม่ให้ย้ายไปใช้บริการกับผู้ประกอบการรายอื่น แม้ใน 1H20 บริษัทได้รับผลลบจาก COVID-19 ทำให้กำไร -8.6% Y-Y แต่ล่าสุดการกลับมา Reopen ทาให้ความต้องการบริการขนส่งทางทะเลและอากาศฟื้นตัว ในขณะที่ปริมาณเที่ยวเรือและเที่ยวบินยังมีจากัด ส่งผลให้ค่าระวางเรือและค่าระวางสายการบินปรับตัวขึ้นแรงมาก ซึ่งบริษัทยังสามารถหาเที่ยวบินให้บริการกับลูกค้าได้ จึงคาดกาไรสุทธิปี 2020 จะเติบโต +29.2% Y-Y และคาดกาไรสุทธิปี 2021 จะโตต่อเนื่อง +27.2% Y-Y หลังฟื้นตัวจาก COVID-19 และคาดเห็นการเติบโตของธุรกิจให้บริการพื้นที่สาหรับเก็บของ จากแผนขยายพื้นที่สาหรับเก็บของเพิ่มอีก 2 แห่ง เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 4.44 บาท (อิง PE 18.5 เท่า)ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤศจิกายน
2020
TU (BUY/20TP: 18), กำไร 3Q20 ดีกว่าคาดและทำจุดสูงสุดใหม่
(views 31)
กำไร 3Q20 ดีกว่าทั้งเราและตลาดคาด
กำไรสุทธิ 3Q20 เท่ากับ 2,055 ล้านบาท (+19.8% Q-Q, +49.6% Y-Y) หากไม่รวมตั้งด้อยค่าโรงงานไฟไหม้ที่แคนาดา 199 ล้านบาท และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 98 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 2,170 ล้านบาท (+40.7% Q-Q, +59.2% Y-Y) ถือเป็นกำไรที่น่าประทับใจและทาจุดสูงสุดใหม่ ซึ่งดีกว่าคาด 10% (เราคาดไว้ 1,960 ล้านบาท) มาจากอัตรากาไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด นอกจากได้ผลบวกจากช่วง High Season ของธุรกิจ และยังได้อานิสงส์จากสถานการณ์ COVID-19 ทาให้รายได้ธุรกิจ Ambient ยังเติบโตดีต่อเนื่อง +12.4% Y-Y และทรงตัว Q-Q ได้ทั้งที่ 2Q20 ถือว่าฐานสูงเพราะมีการแห่งกักตุนสินค้าจากมาตรการ Lockdown และจากการที่หลายประเทศเริ่มกลับมาทยอย Reopen ทาให้รายได้ธุรกิจ Frozen กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง +15.7% Q-Q, +4.7% Y-Y รวมถึงราคาปลาทูน่า 3Q20 ปรับขึ้น +18.4% Q-Q, +23.3% Y-Y ในขณะที่ค่าเงินบาทมีความผันผวนน้อยลง ทาให้รายได้รวมไตรมาสนี้ +5.2% Q-Q, +9.3% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 18.2% (ดีกว่าที่เราคาดไว้ 17.7%) ทรงตัวเท่ากับ 2Q20 และเพิ่มขึ้นจาก 15.9% ใน 3Q19 ในขณะที่ค่าใช้จ่าย (ไม่รวมด้อยค่าโรงงานไฟไหม้) ขยับขึ้น +13% Q-Q, +17.7% Y-Y มาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดของธุรกิจ Ambient ทาให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 11.9% จาก 11.1% ใน 2Q20 และ 3Q19 ส่วนธุรกิจ Red Lobster เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวหลังกลับมา Reopen จากรายได้ที่ชะลอตัวในอัตราที่ลดลง กอปรกับทยอยรับรู้ส่วนลดค่าเช่า ทำให้ส่วนแบ่งขาดทุนจาก Red Lobster ลดลงอย่างมีนัยสาคัญมาอยู่ที่ -54 ล้านบาท จาก -702 ล้านบาทใน 2Q20 และส่วนแบ่งกำไรจาก Avanti Feed ในอินเดียฟื้นตัวได้ดีมาอยู่ที่ 311 ล้านบาท (+153% Q-Q, +32% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤศจิกายน
2020
ZIGA (BUY/20TP: 3.4), กำไร 3Q20 ดีกว่าคาดจากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงสุดในรอบ 3 ปี
(views 23)
กำไรปกติ 3Q20 พุ่ง +78.6% Q-Q, +1,619% Y-Y ดีกว่าคาด 7.6%
ZIGA รายงานกำไรสุทธิ 3Q20 ที่ 40.9 ล้านบาท +44.1% Q-Q, +1,618.6% Y-Y ดีกว่าคาด 7.6% และทาให้งวด 9M20 +145.8% Y-Y เป็น 79.4 ล้านบาท กำไรที่ดีกว่าคาดมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่พุ่งขึ้นเป็น 25.2% สูงสุดในรอบ 3 ปีนับตั้งแต่เข้าตลาดฯ จากการปรับช่องทางการจัดจำหน่ายได้ตามแผน เพิ่มช่องทางขายปลีกรวมถึงช่องทางออนไลน์ให้มากขึ้น และได้ประโยชน์จาก Economy of scales ต่อเนื่องหลังเปิดใช้โรงงานใหม่ (เฟส 2) ตั้งแต่ 3Q19 และใช้ได้เต็มที่มากขึ้น ขณะที่รายได้จากการขาย +3.2% Q-Q, +60.6% Y-Y เป็น 277.7 ล้านบาท น้อยกว่าทีเราคาดเล็กน้อยราว 4% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่ถือว่าควบคุมได้ดี ทั้งนี้ ใน 2Q20 มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 5.5 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรปกติไตรมาสนี้จะเติบโต 78.6% Q-Q
อ่านเพิ่มเติม
04
พฤศจิกายน
2020
CK (BUY/21TP: 25), คาดกำไร 3Q20 โตแกร่ง หนุนจากเงินลงทุนบริษัทร่วม
(views 31)
คาดกาไรปกติ 3Q20 ขยายตัวเด่น 543% Q-Q และ 100% Y-Y อยู่ที่ 410 ล้านบาท หนุนจากการเติบโตของเงินลงทุนบริษัทร่วม ทั้ง BEM ที่ฟื้นหลังคลาย Lockdown และ CKP ที่ปริมาณน้ามาก รวมถึงรับรู้เงินปันผลรับจาก TTW ส่วนธุรกิจรับเหมาทรงตัว ตามการรับรู้งานในมือที่อยู่ในระดับต่า อย่างไรก็ดี คาดหวังรับงานเพิ่ม โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าหลวงพระบาง และรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่ง CK มีแต้มต่อคู่แข่ง คาดหนุนให้งานในมือของปีหน้าเร่งขึ้นแตะระดับแสนล้านบาทอีกครั้งและเป็นบวกต่อการรับรู้รายได้ไปอีก 6 ปีข้างหน้า เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 25 บาท (SOTP) คงคาแนะนาซื้อ ราคาหุ้นเทรดบน PBV เพียง 0.9x และ Discount NAV ของบริษัทลูกอยู่มาก ขณะที่ติดตามการประมูลสายสีส้มที่กาหนดยื่นซอง 9 พ.ย. ซึ่งหากกระบวนการดาเนินต่อได้จะเป็นบวกในฐานะกลุ่ม BEM-CK เป็นตัวเต็ง แต่ Key Risk คือรฟม.ยกเลิกประมูล ทาให้ล่าช้า
คาดกาไรปกติ 3Q20 โต Q-Q และ Y-Y หนุนจากเงินลงทุนบริษัทร่วม
อ่านเพิ่มเติม
02
พฤศจิกายน
2020
ORI (BUY/21TP: 9), คาดกำไร 3Q20 โตต่อ และจะเร่งขึ้นทำระดับสูงสุดใน 4Q20
(views 41)
คาดกำไรปกติ 3Q20 ขยายตัว 1% Q-Q และ 8% Y-Y อยู่ที่ 712 ล้านบาท หนุนจากส่วนแบ่งกำไร JV ที่เร่งขึ้นเด่น ตามแผนการโอนคอนโดใหม่ 1 แห่ง ชดเชยยอดโอนของ ORI ที่อ่อนลง จากฐานสูง และมาร์จิ้นที่ยังได้รับผลของการออกแคมเปญลดราคาในช่วง 2Q20 ขณะที่โมเมนตัม 4Q20 คาดเร่งขึ้นต่อแตะระดับสูงสุดของปี จากการโอนคอนโดใหม่ถึง 5 โครงการ ซึ่งมีมาร์จิ้นดี คงประมาณการกำไรปกติปี 2020 ที่ 2.8 พันล้านบาท (+4% Y-Y) และโตต่อเนื่อง 11% Y-Y ในปี 2021 บน Backlog แข็งแกร่ง รองรับแล้ว 90% และ 55% ตามลาดับ ราคาหุ้นเทรดบน PE2020-2021 เพียง 5.4x หรือค่าเฉลี่ย -1.25SD และต่ำกว่ากลุ่มฯที่ 7.5x พร้อมปันผลสูง 7.5-8% ต่อปี ยังเลือกเป็น Top Pick แนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปีหน้า 9 บาท
อ่านเพิ่มเติม
30
ตุลาคม
2020
SPALI (BUY/21TP: 17.7), คาดกำไร 3Q20 โตก้าวกระโดด Q-Q และทำจุดสูงสุดใน 4Q20
(views 36)
คาดกำไร 3Q20 โตแกร่ง 173% Q-Q หนุนจากการเริ่มโอนคอนโดใหม่ 2 โครงการ บวกกับรับรู้ Backlog แนวราบที่ยกมาจาก 2Q20 แต่อ่อนลง 10% Y-Y จากมาร์จิ้นชะลอตามสัดส่วนแนวราบที่สูง ขณะที่โมเมนตัม 4Q20 คาดกำไรเร่งขึ้นต่อ และทำจุดสูงสุดของปี จากแผนโอนคอนโดใหม่เพิ่มอีก 2 แห่ง และยอดขายแนวราบที่ไปได้ดี คงประมาณการกำไรปี 2020-2021 ที่ 4.5 พันล้านบาท (-16% Y-Y) และ 5.3 พันล้านบาท (+16% Y-Y) ตามลำดับ ขณะที่ปีหน้ามี Upside จากกำไรพิเศษจากการขาย Supalai Grand Tower เข้า SPALIRT ใน 2Q21-3Q21 คงราคาเหมาะสมปีหน้า 17.70 บาท ราคาหุ้นปรับลงจนมี Upside มากกว่า 10% พร้อมคาดให้ปันผลดี 5-6% ต่อปี จึงปรับคำแนะนาขึ้นจากถือเป็นซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
ตุลาคม
2020
TACC (BUY/21TP: 7.4), แนวโน้มกำไร 3Q20 อาจต่ำกว่าคาด แต่ภาพรวมทั้งปียังโตดี
(views 32)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไรปกติ 3Q20 อาจต่ำกว่าที่เคยคาด โดยอาจ -6% Q-Q, +17.1% Y-Y มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่คาดลดลง Q-Q แต่สาเหตที่กาไรจะเติบโต Y-Y ทั้งที่คาดรายได้ยังถูกกระทบจาก COVID-19 ทางอ้อมผ่าน 7-11 แต่ด้วย Product Mix ที่เปลี่ยนไป เริ่มรับรู้รายได้จากเครื่องดื่มขนาดใหม่ 22 oz. ใน 2Q20 ที่ผ่านมา ช่วยหนุนการเติบโตของอัตรากำไรขั้นต้น และยังเน้นคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด ส่วนแนวโน้มกาไร 4Q20 คาดทรงตัวถึงปรับขึ้นเล็กน้อย Q-Q เพราะเป็น High Season ของธุรกิจ ทั้งนี้เราปรับลดกำไรปีนี้ลงเล็กน้อย 2% สะท้อนแนวโน้มกาไร 3Q20 ที่อาจต่ากว่าคาด เป็น 188 ล้านบาท (+13.3% Y-Y) ถือเป็นกำไรที่ดีภายใต้สถานการณ์ COVID-19 และคาดกาไรจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2021 ราว +13.2% Y-Y มาจากการฟื้นตัวของรายได้เป็นหลัก ภายหลังสถานการณ์คลี่คลายมากขึ้น และคงราคาเป้าหมายปีหน้าที่ 7.4 บาท (อิง PE เดิม 21 เท่า) แนะนำซื้อ (เมื่อราคาหุ้นอ่อนตัวลง)
อ่านเพิ่มเติม
29
ตุลาคม
2020
SFT (IPO: 3.8/21TP: 5], หนึ่งในผู้นำตลาดฟิล์มหดรัดรูปที่มาแรง
(views 35)
SFT ผลิตและจำหน่ายฟิล์มหดรัดรูปซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี การแข่งขันไม่รุนแรง โดยมีลูกค้าหลักอยู่ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มซึ่งเติบโตแข็งแกรง โดยเฉพาะกลุ่ม Functional Drink ซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ทาให้ SFT ได้อานิสงส์เชิงบวกจากคาสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น ส่วนแผนการลงทุนโรงงานแห่งใหม่ซึ่งจะแล้วเสร็จต้นปี 2022 จะช่วยหนุนการเติบโตระยะยาวปลดล้อค Utilization Rate ที่คาดว่าใกล้เต็มในปี 2021 เราคาดกาไรสุทธิปี 2020-2022 เติบโตเฉลี่ย 26.3% CAGR จากทั้งรายได้ที่โตแข็งแรงและ Margin ที่ปรับขึ้นและทรงตัวในระดับสูง พร้อมประเมินราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 5 บาท (อิง PE 23 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
28
ตุลาคม
2020
QH (BUY/21TP: 2.8), คาดกำไร 3Q20 ฟื้นตัว และเร่งขึ้นทำจุดสูงสุดใน 4Q20
(views 44)
ประเมินกำไร 3Q20 อยู่ที่ 569 ล้านบาท ฟื้นตัว 24% Q-Q หนุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม โดยเฉพาะ HMPRO ที่เร่งขึ้น รวมถึงธุรกิจอสังหาฯที่ไปได้ดีทั้งยอดโอน และมาร์จิ้น อย่างไรก็ดี ลดลง 21% Y-Y จากผลกระทบ COVID-19 ขณะที่งบ 4Q20 คาดขยายตัวต่อทาระดับสูงสุดของปี จากการรับรู้ Backlog และผลประกอบการ HMPRO ที่ดีขึ้น เราปรับประมาณการกำไรปี 2020-2021 ขึ้น 24% และ 8% เป็น 2.1 พันล้านบาท (-27% Y-Y) ในปีนี้ ก่อนฟื้นตัว 16% Y-Y ที่ 2.4 พันล้านบาทในปีหน้า สะท้อนยอดขายที่ดีกว่าคาด และ SG&A ที่ควบคุมได้ดี คงราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 2.80 บาท (SOTP) ปัจจุบันเทรดบน PBV 2020-2021 เพียง 0.8x (ค่าเฉลี่ย-2.5SD) และต่ากว่า NAV ของบริษัทร่วมอยู่มาก พร้อมคาดให้ปันผลดีสม่าเสมอราว 6% ต่อปี (คาด 2H20 จ่าย 3.7%) จึงยังแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
28
ตุลาคม
2020
ZEN (HOLD/21TP: 10), คาด 3Q20 จะพลิกมีกำไรอีกครั้ง แต่แนะนำเพียง ถือ
(views 32)
แนวโน้ม 3Q20 จะกลับมามีกำไรราว 29 ล้านบาท พลิกจากที่ขาดทุนใน 2Q20 และถือเป็นกำไรที่โต Y-Y ทั้งนี้คาด SSSG จะติดลบน้อยลงเป็น -20% Y-Y จาก -58.3% Y-Y ใน 2Q20 แม้จะดีขึ้น แต่ยังเป็นตัวเลขที่ติดลบสูง จาก Traffic ที่ยังไม่กลับสู่ระดับปกติ แต่คาดอัตรากำไรขั้นต้นจะกลับมาฟื้นตัวหลังกลับมา Reopen และลดการทำ Delivery Promotion รวมถึงยังคุมและลดค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง ทั้งค่าใช้จ่ายพนักงาน และไตรมาสนี้จะเห็นค่าเช่าปรับลดลงมาก ส่วนหนึ่งมีการรับรู้ส่วนลดย้อนหลังของ 2Q20 ที่ติดปัญหาเรื่องเอกสาร และคาดกำไร 4Q20 จะทยอยฟื้นตัวได้ต่อ เพราะเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และคาดได้รับผลบวกจากมาตรการช้อปดีมีคืน ทั้งนี้เราปรับลดประมาณการปี 2020 ลงเป็นขาดทุน -65 ล้านบาท จากเดิม -30 ล้านบาท พลิกจากที่มีกาไร 106 ล้านบาทในปี 2019 และคาดจะกลับมามีกำไรอีกครั้งในปี 2020 ราว 120 ล้านบาท ถือเป็นระดับใกล้เคียงปี 2019 และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 10 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) แม้มองผ่านจุดต่าสุดแล้ว แต่ด้วย Upside ที่จากัด กอปรกับคาดบริษัทอาจพิจารณาไม่จ่ายปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2020 ที่ขาดทุน และเพื่อรักษาสภาพคล่องไว้ก่อน จึงแนะนำเพียง ถือ
อ่านเพิ่มเติม
27
ตุลาคม
2020
DELTA (SELL/21TP: 158), มองผ่านกำไรสูงสุดปีนี้แล้วใน 3Q20
(views 34)
กำไรปกติ 3Q20 ทา New High ใกล้เคียงที่เราและ Consensus คาดกำไรสุทธิ 3Q20 เท่ากับ 2,642 ล้านบาท (+30.7% Q-Q, +327.5% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 106 ล้านบาท จะมีกำไรปกติ 2,536 ล้านบาท (+25% Q-Q, +329.1% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 2,494 ล้านบาท) และเป็นจุดสูงสุดใหม่ ส่วนหนึ่งเพราะเป็น High season ของธุรกิจ และมีลูกค้า Data Center รายหนึ่งเลื่อน Project ขึ้นมารับรู้ใน 3Q20 กอปรกับสินค้ากลุ่มอื่นอย่าง EV Car และ Telecom ฟื้นตัวต่อเนื่อง ช่วงหนุนให้รายได้เติบโต 21% Q-Q และ 41.4% Y-Y ในขณะที่ Product Mix ยังดีต่อเนื่อง จากสินค้าที่ขายดียังเป็นกลุ่มมาร์จิ้นดีอย่าง Data Center ทาให้อัตรากาไรขั้นต้นยังอยู่ในระดับสูงที่ 26.1% เพิ่มขึ้นจาก 19.1% ใน 3Q19 แต่ปรับลงเล็กน้อยจาก 26.9% จาก 2Q20 และด้วยภาพรวมรายได้ในไตรมาสนี้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจ ODM ซึ่งเป็นคาสั่งซื้อของ Delta Thailand เอง ส่งผลให้ไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วน Loyalty Fee ที่มักเกิดกับคาสั่งซื้อที่ได้รับจาก Delta Taiwan ทำให้ค่าใช้จ่ายจะยังทรงตัวอยู่ในระดับต่า และจากรายได้ที่ปรับขึ้นแรง ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 12.2% จาก 14.4% ใน 2Q20 และ 15.8% ใน 3Q19
อ่านเพิ่มเติม
26
ตุลาคม
2020
DOHOME (HOLD/21TP: 15), คาดกำไร 3Q20 จะฟื้นตัวได้ดี
(views 38)
แนวโน้มกำไร 3Q20 จะฟื้นตัวได้ดีทั้ง Q-Q จากการกลับมา Reopen และโต Y-Y จากฐานต่ำในปีก่อนที่เกิดเหตุน้ำท่วมหนักสาขาอุบลราชธานี คาด SSSG 3Q20 บวกมากขึ้นเป็น +8.5% Y-Y จาก +0.4% Y-Y ใน 2Q20 และมีเปิดสาขาใหม่ 2 แห่ง (Size L 1, To Go 1) กอปรกับอัตรากาไรขั้นต้นกลับมาฟื้นตัว หลังรายได้สินค้ากลุ่มซ่อมแซมและตกแต่งดีขึ้น แนวโน้มกำไร 4Q20 จะทรงตัวถึงปรับขึ้นเล็กน้อย Q-Q ล่าสุด SSSG เดือน ต.ค. อ่อนตัวลงเป็นทรงตัวถึงติดลบเล็กน้อย เพราะมีฝนตกในหลายพื้นที่ ทำให้ Demand ชะลอชั่วคราว และเหลือสาขาใหม่ที่จะเปิดใน 4Q20 เป็น To Go ทั้งหมด ส่วนมาตรการช้อปดีมีคืน คาดได้รับผลบวกเล็กน้อย เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 – 2021 ไว้ตามเดิม -2% Y-Y และ +30.7% Y-Y ตามลาดับ และคงราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 15 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับขึ้นมา 10% จากที่เราแนะนาซื้อในรายงานฉบับก่อน (วันที่ 17 ก.ย.) ทำให้ Upside จำกัด จึงปรับคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
ตุลาคม
2020
DHOUSE (IPO: 0.6/21TP: 0.7], ผู้พัฒนาอสังหาชั้นนำในจังหวัดมหาสารคาม
(views 37)
DHOUSE ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยเพื่อขายในจังหวัดมหาสารคาม ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด, ทาวน์โฮม, โฮมออฟฟิศ และอาคารพาณิชย์ บนทำเลที่มีศักยภาพ ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มที่มีสถานที่ทำงานใกล้โครงการ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรายได้ประจำ ขณะที่มี Hidden Asset เป็นที่ดินรอพัฒนา ในทำเลทองของจังหวัด โดยเฉพาะมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นแหล่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยมีโอกาสพัฒนาเป็นคอนโด Low-rise และ Mix-used เป็น Key Driver ของการเติบโตของผลการดาเนินงานใน 1-5 ปีข้างหน้า เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2020 ชะลอตัว 26% Y-Y อยู่ที่ 30 ล้านบาท แต่จะฟื้นเด่น 87% Y-Y ในปี 2021 หนุนจากการโอนโครงการใหม่ ประเมินมูลค่าของหุ้น DHOUSE อิง PER ที่ 10 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 0.70 บาท
อ่านเพิ่มเติม
26
ตุลาคม
2020
AP (BUY/21TP: 8.5), คาดกำไร 3Q20 ทำ New High ปรับประมาณการปีนี้ขึ้น
(views 38)
คาดกำไร 3Q20 ทำ New High แตะ 1.4 พันล้านบาท (+16% Q-Q, +127% Y-Y) หนุนจากยอดโอนรวม AP และ JV ที่คาดทำระดับสูงสุดใหม่ จากการเน้นขายและโอนแนวราบที่ไปได้ดี บวกกับเริ่มโอน 2 คอนโดใหม่ได้มากกว่าแผน รวมถึงมาร์จิ้นดีขึ้น หลังชะลอทาโปรโมชั่น ทำให้เราปรับประมาณการปีนี้ขึ้น 28% Y-Y อยู่ที่ 4 พันล้านบาท (+31% Y-Y) ส่วนปี 2021 คงคาดที่ 3.4 พันล้านบาท ชะลอ 16% Y-Y จากฐานสูง ด้วยมุมมองว่าการเปิดตัวแนวราบจะลดลงจากปีนี้ ความน่าสนใจของ AP อยู่ที่จ่ายปันผลปีละครั้ง คาดปีนี้ Yield สูงถึง 8% ขณะที่ราคาหุ้นเทรดบน PE2020-2021 เพียง 5.3x หรือค่าเฉลี่ย-2.5SD ทั้งที่กำไรปีนี้แข็งแกร่งสุดในกลุ่ม ระยะสั้นมี Catalyst จากงบ 3Q20 เด่น และตลาดทยอยปรับประมาณการขึ้น ยังแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปีหน้า 8.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2020
NRF (BUY/21TP: 5.75), คาดกำไร 3Q20 ทำ New High และจะดีต่อใน 4Q20
(views 32)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 3Q20 ยังแข็งแกร่ง คาดทำจุดสูงสุดใหม่โตสูงทั้ง Q-Q และ Y-Y จากความต้องการซอส และเครื่องปรุงรสอาหารเพื่อประกอบอาหารทานเองที่บ้านยังสูงขึ้น จึงคาดหนุนให้รายได้ในธุรกิจเดิม Ethnic ทำจุดสูงสุดใหม่ และแนวโน้มกำไร 4Q20 ยังดูดีต่อเนื่อง เพราะคาดจะเริ่มรวม City Food ได้ 1 เดือน และคาดดอกเบี้ยจ่ายหมดไปเพราะนาเงินจาก IPO ไปชาระหนี้ ส่วนปัจจัยหนุนการเติบโตปีหน้าจะมาจากการรวม City Food เต็มปี และรายได้เส้นบุกจะเติบโตหลังติดตั้งเครื่องจักรใหม่ และเริ่มผลิตได้ตั้งแต่ 1Q21 เป็นต้นไป ส่วนสินค้า Plant-Based Food อื่นๆ เช่น เนื้อเทียม มีการนำเข้ามาเพื่อจำหน่าย และคาดเห็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2022 ภายหลังก่อสร้างโรงงานผลิต Plant-Based Food แล้วเสร็จและเริ่ม Commercial Run ได้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมวางแผนเรื่องการก่อสร้าง ส่วนประเด็นสหรัฐอาจพิจารณาตัดสิทธิ GSP เครื่องปรุงรสนาเข้าจากไทย ผู้บริหารแจ้งว่าไม่กระทบ เพราะลูกค้าในสหรัฐ (สัดส่วน 31.8% ของรายได้รวม) ไม่ได้ใช้สิทธิ GSP อยู่แล้ว เรายังคาดกำไรปกติปี 2020 – 2021 เติบโต +42.6% Y-Y และ +63.5% Y-Y ตามลำดับ และคงราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 5.75 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2020
SEAFCO (BUY/21TP: 6.7), คาดกำไร 3Q20 ไม่สดใส ปรับประมาณการลง
(views 42)
คาดกำไร 3Q20 ชะลอ 37% Q-Q และ 45% Y-Y อยู่ที่ 45 ล้านบาท จากทั้งรายได้ที่หดตัวจากปัญหาแรงงานขาดแคลน และอยู่ระหว่างเข้างานใหม่ รวมถึงกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง อย่างไรก็ดี แนวโน้ม 4Q20 คาดฟื้นตัว Q-Q จากความคืบหน้าของงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น รวมถึงปัญหาขาดแคลนแรงงานที่เริ่มคลี่คลาย หลังหันไปรับแรงงานต่างด้าวของบริษัทอื่นในประเทศเข้ามาชดเชยบางส่วน เราปรับลดประมาณการปี 2020-2021 ลง 18-21% เป็น 261 ล้านบาท (-36% Y-Y) ในปีนี้ ก่อนฟื้นตัว 21% Y-Y ที่ 316 ล้านบาทในปีหน้า หนุนจากการเริ่มงานภาครัฐขนาดใหญ่ตั้งแต่ 2H21 อาทิ รถไฟฟ้าสายสีส้มและรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 6.70 บาท (อิง PER 15.6x) ทางพื้นฐาน คงคำแนะนำซื้อลงทุน จาก Upside ที่มากกว่า 10% และราคาหุ้นเทรดบน PE เฉลี่ย 12.4x หรือค่าเฉลี่ย -1SD แต่ระยะสั้นยัง Overhang จากสถานการณ์ทางการเมือง และความไม่แน่นอนประมูลสายสีส้ม รวมถึงงบ 3Q20 ที่อ่อนแอ และอาจต่ำกว่าตลาดคาด
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2020
SISB (BUY/21TP: 11.2), คาดการณ์กำไรฟื้นตัวใน 3Q20 ก่อนทะยานใน 4Q20 ต่อเนื่องยาว
(views 32)
เราคาดว่า SISB จะมีกำไรปกติ 3Q20 ราว 34 ลบ. +688%Q-Q แต่ -44%Y-Y กำไรที่ฟื้นตัว Q-Q เกิดจากไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปิดสาขาเอกมัยและการตั้งด้อยค่าหุ้นกู้เหมือนในไตรมาสก่อน หากตัดรายการพิเศษ กำไรปกติคาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 12%Q-Q ตามการฟื้นตัวของจำนวนนักเรียนและอัตราค่าเรียนที่กลับสู่ปกติ กำไรที่ลดลง Y-Y เกิดจากรายได้การเรียนหลังเลิกเรียนที่ชะลอตัวลงและค่าใช้จ่ายครูที่เพิ่มขึ้น แนวโน้มกำไร 4Q20 คาดว่าจะกลับสู่ปกติก่อนโควิดที่ราว 55-60 ลบ. เราปรับลดคาดการณ์กาไรสุทธิปี 2020 มาที่ 150 ลบ. (-32%Y-Y) แต่ยังคงประมาณการกำไรปี 2021 ที่ 262 ลบ. +75%Y-Y สาหรับ Campus ใหม่เรายังไม่ได้รวมในประมาณการ คาดว่าน่าจะช่วยเพิ่ม Upside ต่อประมาณการตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นไปราว 5-8% ต่อปี คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 11.20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2020
SMPC (BUY/21TP: 18), คาดกำไร 3Q20 ชะลอ Q-Q จากฐานสูง ปัจจุบัน PE ต่ำเกินไป
(views 41)
เราคาดกำไรปกติ 3Q20 ที่ 150 ล้านบาท -24% Q-Q จากยอดขายถังก๊าซที่สูงมากในไตรมาสก่อน แต่ยอดขายไตรมาสนี้กลับมาปกติและออร์เดอร์บางส่วนเลื่อนไปเข้าใน 4Q20 กาไรดังกล่าว +52% Y-Y จากปริมาณขายที่ turnaround ตั้งแต่ 4Q19 ส่วนต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ยังควบคุมได้ดี อัตรากาไรขั้นต้นที่ควรจะดีขึ้นจากการขายสินค้าที่ผลิตยากแต่ถูกหักล้างบางส่วนจากเงินบาทที่แข็งค่าเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน แนวโน้มธุรกิจยังสดใสจากความต้องการสูงของลูกค้าในแอฟริกาและเอเชียใต้ เรายังคงประมาณการกาไรปกติปี 2020-2022 เติบโต 78.4%, 13.9%, 11.3% ตามลำดับ ราคาหุ้นปัจจุบันมี PE 8.5 เท่าปี 2020 และจะลดเหลือ 7.5 เท่าปี 2021 ต่ากว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 12.5 เท่า ยังคงราคาเป้าหมาย 18 บาทอิง PE 14 เท่า (ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี +0.5SD) แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
ตุลาคม
2020
GFPT (BUY/21TP: 15.6), คาดกำไร 3Q20 ทำ New High แต่อาจผ่านจุดสูงสุดแล้ว
(views 29)
แนวโน้มกำไร 3Q20 จะกลับมาฟื้นตัว +26.5% Q-Q แต่คาดยัง -23% Y-Y เพราะปีก่อนยังไม่มีเรื่อง COVID-19 และไฟไหม้ แม้ภาพรวมการส่งออกไก่ยังไม่ฟื้น เพราะสถานการณ์ COVID-19 ในยุโรปและญี่ปุ่นยังไม่ดีขึ้น แต่ถูกหักล้างได้ด้วยปริมาณขายไก่ส่งออกทางอ้อม (ให้ McKey) และขายไก่ในประเทศกลับมาฟื้นตัว กอปรกับต้นทุนวัตถุดิบยังอยู่ในระดับต่า และคาดกำไรปกติ 4Q20 จะยังทรงตัวได้ แม้ปกติเป็น Low Season แต่มองว่าปริมาณส่งออกไก่ผ่านจุดต่าสุดแล้ว และน่าจะค่อยๆปรับตัวดีขึ้นใน 4Q20 ส่วนกาไรสุทธิอาจมากกว่า หากรับรู้เงินเคลมประกันไฟไหม้ได้ทัน ทั้งนี้ภาพรวมราคาวัตถุดิบยังไม่น่าเป็นห่วง ล่าสุดราคาข้าวโพดเริ่มอ่อนตัวลงเร็ว หลังผลผลิต Crop ใหม่ทยอยออกมา เรายังคาดกำไรปกติปี 2020 – 2021 ไว้ตามเดิม -11.1% Y-Y และ +18.3% Y-Y ตามลาดับ ปัจจัยหนุนกาไรปีหน้ามาจาก คาดสถานการณ์ส่งออกฟื้นตัว หลัง COVID-19 คลี่คลาย และคาดจะติดตั้งและเริ่มเดินเครื่องจักรสายการผลิตไก่ปรุงสุกได้ใน 1Q21 ยังคงราคาเป้าหมายปีหน้าที่ 15.6 บาท (อิง PE เดิม 15 เท่า) แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
20
ตุลาคม
2020
PRAPAT (IPO: 1.5/21TP: 1.85], โดดเด่นด้านทำความสะอาดและฆ่าเชื้อครบวงจร
(views 64)
PRAPAT ผลิตและจาหน่ายน้ำยาทาความสะอาดและน้ำยาฆ่าเชื้อครบวงจรชั้นนาในภูมิภาค มีแต้มต่อคู่แข่งจากความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ขณะที่การแพร่ระบาดของ COVID-19 แม้จะส่งผลต่อกลุ่มลูกค้าโรงแรมซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้าหลัก แต่กลยุทธ์การกระจายลูกค้าเป้าหมายช่วยบรรเทาผลกระทบด้วยการเติบโตของความต้องการของผลิตภัณฑ์น้ายาฆ่าเชื้อในโรงงานอุตสาหกรรมและครัวเรือน จากการหันมาให้ความสาคัญต่อการรักษาความสะอาด ส่งผลให้เราคาดการณ์กาไรสุทธิปี 2020 ชะลอตัว 62% Y-Y อยู่ที่ 17 ล้านบาท แต่จะฟื้นเด่น 103% Y-Y ในปี 2021 ตามแนวโน้มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นในกลางปีหน้า และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับขึ้นจากสินค้าที่บริษัทผลิตเองมีสัดส่วนที่สูงขึ้น เราประเมินมูลค่าของหุ้น PRAPAT อิง PER ที่ 18 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 1.85 บาทผู้เชี่ยวชาญด้านน้ายาทาความสะอาดและฆ่าเชื้อชั้นนาในภูมิภาค
อ่านเพิ่มเติม
20
ตุลาคม
2020
ZIGA (BUY/21TP: 3.4), คาดกำไรสุทธิ 3Q20 สดใสจากการรุกช่องทางค้าปลีกมากขึ้น
(views 33)
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q20 สดใส 38 ล้านบาท +34% Q-Q, +1,498% Y-Y มากกว่าเดิมที่เคยคาดเล็กน้อย สาเหตุหลักจากอัตรากาไรขั้นต้นที่คาดปรับขึ้นเป็น 20% เป็นอัตรากำไรที่สูงที่สุดในรอบ 2 ปี จากการปรับช่องทางการจัดจำหน่ายที่เชื่อว่าจะทำได้ตามแผน คือเพิ่มช่องทางขายปลีกมากขึ้น (อัตรากาไรสูงกว่าขายส่ง) และได้ประโยชน์จาก Economy of scales ต่อเนื่องหลังเปิดใช้โรงงานใหม่เฟส 2 ตั้งแต่ 3Q19 แนวโน้มกาไร 4Q20 มีโอกาสชะลอ Q-Q เพราะจานวนวันทางานน้อยลง เรายังคงคาดกำไรทั้งปี 2020 turnaround +205% Y-Y และโตต่อ 24% Y-Y จากการขยายกำลังการผลิตและรุกช่องทางขายปลีก ราคาหุ้นปัจจุบันมี PE ปี 2020 ที่ 9.8 เท่าและจะลดลงเหลือเพียง 7.9 เท่าในปี 2021 ยังคงแนะนาซื้อ ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 3.40 บาทอิง PE 13 เท่าตามเดิม (PEG เพียง 0.8)
อ่านเพิ่มเติม
20
ตุลาคม
2020
XO (T-BUY/21TP: 11.6), คาดกำไร 3Q20 ทำ New High แต่อาจผ่านจุดสูงสุดแล้ว
(views 28)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 3Q20 จะทำ New High ที่ระดับ 97 ล้านบาท (+5.4% Q-Q,+136.6% Y-Y) จากสถานการณ์ COVID-19 ในยุโรปที่ยังไม่ดีขึ้น ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท จึงช่วยหนุนให้คำสั่งซื้อยังดีใกล้เคียง 2Q20 และด้วยอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ยังสูง ในขณะที่ราคาวัตถุดิบถูกล็อกล่วงหน้าไว้ในระดับต่ำ จึงช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวสูงเช่นเดียวกัน ส่วนแนวโน้มกาไร 4Q20 อาจทรงตัวถึงอ่อนตัวลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่ด้วยกาไร 2H20 ที่ดูแข็งแกร่งกว่าที่เคยคาด เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกาไรสุทธิปี 2020 ขึ้น 29% เป็นการเติบโต +162.5% Y-Y และเป็นกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่มองผ่านจุดสูงสุดแล้ว เพราะมองว่าสถานการณ์ COVID-19 น่าจะเริ่มคลี่คลายในปี 2021 อาจทาให้คาสั่งซื้ออ่อนตัวลงจากช่วงที่มี COVID-19 ระบาดหนัก จึงคาดกำไรสุทธิปี 2021 จะลดลงราว -23.5% Y-Y มาอยู่ที่ 245 ล้านบาท แต่ยังเป็นระดับที่สูงกว่าปี 2019 ซึ่งเป็นช่วงก่อน COVID-19 และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 11.6 บาท (อิง PE เดิม 20 เท่า) แนะนำเพียงเก็งกำไรผลประกอบการ 3Q20 ส่วนประเด็นสหรัฐอาจตัดสิทธิพิเศษ GSP สินค้ากลุ่มเครื่องปรุงรสนาเข้าจากไทย คาดกระทบจากัดมาก เพราะมีสัดส่วนรายได้ส่งออกไปสหรัฐต่ำกว่า 1% ของรายได้รวม
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2020
DRT (BUY/21TP: 7.3), คาดกำไร 3Q20 ไม่สดใส จากปัจจัยฤดูกาล
(views 31)
แนวโน้มยอดขาย 3Q20 ชะลอลงในทุกช่องทาง ทั้งตัวแทนจาหน่ายที่เคยเติบโตได้ใน 2Q20 จากผลของปัจจัยฤดูกาล รวมถึงช่องทางอื่นที่ถูกกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ และ COVID-19 ส่วนมาร์จิ้นคาดปรับลดจากการซ่อมบารุงเครื่องจักร ทาให้ประเมินกาไรปกติ 3Q20 อ่อนตัว 38% Q-Q และ 18% Y-Y เป็น 107 ล้านบาท ขณะที่ 4Q20 คาดยังหดตัวต่อ คงประมาณการกาไรปกติปี 2020 ทรงตัว Y-Y ที่ 527 ล้านบาท ก่อนฟื้นตัว 4% Y-Y ในปี 2021 จากการเริ่มเดินเครื่องจักร NT-11 ในต้นปีหน้า คงราคาเหมาะสมปีหน้า 7.30 บาท ระยะสั้นขาด Catalyst จากงบ 2H20 ที่ไม่สดใส อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นเทรดบน PE 10.6x พร้อมปันผลสูง 6.5-7.0% ต่อปี จึงแนะทยอยสะสมสาหรับนักลงทุนที่ชอบปันผล
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2020
DTAC (BUY/21TP: 45), กำไร 3Q20 ต่ำกว่าคาด
(views 39)
กาไร 3Q20 ต่ำกว่าคาด
DTAC ประกาศกำไรปกติ 3Q20 ที่ 1,460 ลบ. -7.2% Q-Q, -22.8% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาด 9% และ 6% ตามลำดับ รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC –1.7% Q-Q, -7.6% Y-Y หดตัวแรงกว่าคาด แม้ Net Add จะติดลบเพียง 1.1 แสนราย (2Q20 ลบกว่า 7 แสนราย) แต่ถูกกดดันจาก ARPU ที่หดตัวแรงจากผลกระทบของสภาพเศรษฐกิจรวมถึงการแข่งขันที่ยังสูง แม้จะมีมาตรการควบคุมต้นทุนโดยเฉพาะด้านค่าใช้จ่ายโครงข่าย แต่ชดเชยได้ไม่หมด ส่งผลให้ EBITDA Margin ในไตรมาสนี้ขยับลงเป็น 40.7% จาก 42.3% และ 39.4% ใน 2Q20 และ 3Q19 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2020
JWD (BUY/21TP: 10), คาดกำไรปกติ 3Q20 ฟื้นเกือบเป็นปกติและทำจุดสูงสุดใน 4Q20
(views 36)
แนวโน้มธุรกิจ 3Q20 กลับมาเกือบเป็นปกติ เราคาดกำไรที่ 70 ล้านบาท +46%Q-Q, -6% Y-Y แนวโน้มยังฟื้นตัวต่อและคาดว่าจะทำ จุด สูงสุดของปี ใน 4Q20 เรายังคงประมาณการกำไรปี 2020 -18% Y-Y จากกำไรที่ทรุดลงใน 2Q20 และคาดว่าจะฟื้นตัว +21% Y-Y จากการขยายตัวของธุรกิจเดิมและรับรู้รายได้เต็มปี ของธุรกิจใหม่ เช่น คลังสินค้า 3 หลัง รายได้จากธุรกิจ Barge ที่มีความเสี่ยงต่ำและธุรกิจที่เป็น New S-curve คือ Self-storage เราปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2021ที่ 10 บาท (DCF, WACC 6.8%) ยังคงแนะนาซื้อ เราชอบศักยภาพการเติบโตในระยะยาวจากการวางรากฐานในหลายประเทศในเอเชีย พร้อมเป็นกระดูกสันหลังของ Logistics ของหลายธุรกิจ ที่สำคัญคือฐานะการเงินปัจจุบันที่แข็งแกร่งเป็นโอกาสของ JWD ในการซื้อกิจการที่จะเข้ามาต่อยอดธุรกิจของบริษัทได้ในราคาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น
อ่านเพิ่มเติม
15
ตุลาคม
2020
CPF (T-BUY/21TP: U.R.), คาดกำไรสุทธิ 3Q20 จะทำจุดสูงสุดใหม่ แนะนำเก็งกำไร
(views 50)
ระยะสั้น คาดกำไรสุทธิ 3Q20 ทำ New High จากทั้งปริมาณขายที่ดีขึ้นแทบทุกประเทศหลัง Reopen และราคาเนื้อสัตว์ปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะราคาหมูไทยและหมูเวียดนาม ในขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์ยังทรงตัวต่า จึงคาดรายได้จะโตดีต่อเนื่อง และคาดเห็นอัตรากำไรขั้นต้นทำ New High รวมถึงการฟื้นตัวของส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมทั้ง CPALL และ Hylife ที่กลับมาฟื้นตัว Q-Q สำหรับในแง่ Operation เราคาดผ่านจุดสูงสุดใน 3Q20 และจะอ่อนตัวลงใน 4Q20 แต่ในแง่กำไรสุทธิอาจไม่อ่อนตัวลง เพราะอยู่ระหว่างขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 ต.ค. เพื่อเข้าซื้อธุรกิจสุกรในจีนจาก CPG และอยู่ระหว่างรอผลพิจารณาการเข้าซื้อ Tesco จาก OTCC คาดจะได้เห็นข้อสรุปภายในเดือนนี้ หรืออย่างช้าเป็นต้น พ.ย. ทั้งนี้เราอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการกำไรปีหน้า จากการรวมธุรกิจสุกรในจีน และระยะสั้นคาดรับรู้ผลกระทบเชิงลบจากการซื้อ Tesco เพราะมองว่าส่วนแบ่งกำไรจาก Tesco จะยังไม่สามารถหักล้างค่าใช้จ่ายและภาระดอกเบี้ยจ่ายจากดีลได้ทั้งหมด ในขณะที่เรามองแนวโน้มราคาเนื้อสัตว์น่าจะทรงตัวถึงปรับลงเมื่อเทียบกับปีนี้ จาก Supply ที่น่าจะเพิ่มขึ้น ตามภาวะการเลี้ยงสัตว์ในจีนที่กลับมาคึกคักมากขึ้น กอปรกับยังต้องติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบ ซึ่งหากยังปรับตัวขึ้น อาจกระทบต่ออัตรากาไรขั้นต้นของบริษัทในปีหน้าได้ และอยู่ระหว่างปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 คงคำแนะนำเพียงเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
15
ตุลาคม
2020
DELTA (SELL/21TP: 158), ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยบวกไปมาก แนะนำขาย
(views 28)
แนวโน้มกำไร 3Q20 ดูดีกว่าที่เคยคาด และอาจทา New High เป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน เพราะลูกค้า Data Center เลื่อน Project ขึ้นมาจาก 4Q20 ทำให้รายได้ใน 3Q20 เติบโตได้มากกว่าคาด และยังเป็นกลุ่มที่มาร์จิ้นดี จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะยังอยู่ในระดับสูง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายคุมให้ทรงตัวได้ ช่วยหนุนอัตรากำไรปกติทาจุดสูงสุดในรอบ 24 ไตรมาสที่ระดับ 14.6% และคาดกำไรจะอ่อนตัวลงใน 4Q20 ตามฤดูกาล และ Project ที่ถูกเลื่อนขึ้นไป อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มกำไร 3Q20 ที่ดีกว่าคาดมาก และแนวโน้มในปี 2021 ยังดูสดใสต่อเนื่อง จากทั้งเทรนด์การเติบโตของธุรกิจ Data Center และ EV Car ที่กำลังจะเติบโตในระยะถัดไป จึงนำไปสู่การปรับเพิ่มกาไรปกติปี 2020 – 2021 ขึ้น 9.2% - 20% เป็น 6,593 ล้านบาท (+117.7% Y-Y) และ 7,845 ล้านบาท (+19% Y-Y) ตามลาดับ และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2021 ขึ้นเป็น 158 บาท จากเดิม 94 บาท โดย Re-rate PE ขึ้นเป็น 25 เท่า (Average PE +2SD) จากเดิม 18 เท่า (Average PE) ถือเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับบริษัทในต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับ Data Center ทั้งนี้ราคาหุ้นได้สะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว และปัจจุบันเทรดที่ FWD PE 2021 – 2022 ที่ 32 (+4SD) และ 29 เท่า (+3.1SD) ตามลำดับ และคาดให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2020 เพียง 1.6% (อิง Payout ใกล้เคียงอดีตที่ 60% ของกาไร) จึงปรับคาแนะนาจาก ถือ เป็น ขาย
อ่านเพิ่มเติม
15
ตุลาคม
2020
ITEL (BUY/21TP: 3.6), คาดกำไรปกติ 3Q20 กลับมาเป็นปกติและโตต่อเนื่องใน 4Q20
(views 30)
แนวโน้มธุรกิจ 3Q20 กลับมาเป็นปกติทันทีที่คลาย Lockdown ซึ่งทำให้ธุรกิจติดตั้งโครงข่าย (Installation) สามารถเข้าพื้นที่ทำงานได้ตามปกติ ขณะที่ธุรกิจให้บริการโครงข่าย (Data service) และให้เช่าพื้นที่ Data center เป็น Recurring income ที่มี Growth และไม่ถูกกระทบจาก COVID-19 อยู่แล้ว ส่วนค่าใช้จ่ายบางส่วนขยับเพิ่มขึ้นมาบ้าง เช่นค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ามันในการเดินทาง เป็นต้น แต่คาดว่ากาไรปกติ 3Q20 จะเติบโต +24.9% Q-Q และ +1% Y-Y (ฐานปีก่อนสูง) เป็น 48.9 ล้านบาท แนวโน้ม 4Q20 จะยังเติบโตต่อเนื่องถึงปีหน้าหลังชนะงานประมูลเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมี PE 16 เท่าในปีนี้และจะลดเหลือ 15.3 เท่าในปี 2021 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 20 เท่า ยังคงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 3.60 บาท (อิง PE 20 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
14
ตุลาคม
2020
M (BUY/21TP: 63), คาด 3Q20 พลิกมีกำไร และได้อานิสงส์ช้อปดีมีคืนหนุน 4Q20
(views 35)
แนวโน้ม 3Q20 จะพลิกกลับมามีกำไรราว 331 ล้านบาท จากที่ขาดทุน -247 ล้านบาทใน 2Q20 มาจากลูกค้าในประเทศที่กลับมาได้ดีราว 90% ของช่วงก่อน COVID-19 ส่วนหนึ่งเพราะมีวันหยุดยาวเพิ่มขึ้น ทาให้ SSSG ติดลบน้อยลงทั้ง 3 แบรนด์ และคาดอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวได้ดีจาก Economies of Scale และลดการทำโปรโมชั่นช่องทาง Online และคาดกำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่องใน 4Q20 จากทั้งช่วง High Season ของธุรกิจ และคาดได้อานิสงส์เชิงบวกจากทั้งวันหยุดยาวที่เพิ่มขึ้น รวมถึงมาตรการภาครัฐโครงการช้อปดีมีคืน แต่หากพิจารณาแนวโน้ม SSSG ถือว่ายังติดลบมากกว่าที่เคยคาดไว้ มาจากลูกค้านักท่องเที่ยวที่ยังไม่สามารถกลับมาได้ เราจึงปรับลดสมมติฐาน SSSG ในปีนี้สาหรับทั้ง 3 แบรนด์เป็น -24% - 41% Y-Y จากเดิม -15% - 35% Y-Y นาไปสู่การปรับลดกาไรสุทธิปี 2020 – 2021 ลง 12% - 16% เป็น 901 ล้านบาท (-65.4% Y-Y) และ 2,307 ล้านบาท (+156% Y-Y) ตามลำดับ โดยปัจจัยหนุนการฟื้นตัวในปีหน้าจะมาจากลูกค้าในประเทศเป็นหลัก การคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง รวมถึงฐานที่ต่าในปีนี้ และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 63 บาท จากเดิม 71 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2020
TVO (T-BUY/21TP: 39), สต็อกถั่วเหลืองโลกตึงตัว และจะขาดดุลเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
(views 65)
USDA ปรับลดคาดการณ์สต็อกถั่วเหลืองโลกปี 2020/21 ลงเหลือ 88.7 ล้านตัน จาก 93.59 ล้านตันในเดือน ก.ย. จากการปรับลดผลผลิตของสหรัฐลง และคาดภาวะถั่วเหลืองโลกจะเข้าสู่ภาวะขาดดุลเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ส่งผลให้ราคาถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี พร้อมกับศูนย์พยากรณ์อากาศของสหรัฐปรับโอกาสการเกิดภาวะ La Nina ขึ้นเป็น 85% จากเดือนก่อนที่ 75% ซึ่งภาวะดังกล่าวจะทาให้ฝั่งอเมริกาใต้แห้งแล้ง และอาจกระทบให้ปริมาณผลผลิตถั่วเหลืองในบราซิลและอาร์เจนติน่าต่ากว่าที่ USDA คาดการณ์ไว้ เพราะปัจจุบันอยู่ในช่วงเริ่มฤดูกาลเพาะปลูกในบราซิล (ต.ค. – มี.ค.) จากสถานการณ์ราคาถั่วเหลืองที่กาลังเป็นทิศทางขาขึ้น เรามองกรอบไว้ที่ US$10.5- US$11.5 ต่อบุชเชล (ดีขึ้นกว่าที่เคยคาด US$9.5-US$10.5) ถือเป็นบวกต่ออัตรากาไรขั้นต้น ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่มกาไรปกติปี 2020 – 2021 ขึ้น 2.5% - 26% เป็นการเติบโต 17.4% Y-Y และ 37.6% Y-Y ตามลาดับ แต่ระยะสั้นคาดกาไร 3Q20 ไม่ตื่นเต้น เพราะมีการเร่งระบายกากถั่วเหลือง จึงต้องแลกด้วยมาร์จิ้น ทั้งนี้เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 39 บาท จากเดิม 31 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) แม้จะมี Upside 11.4% แต่เราปรับคาแนะนาเป็น เก็งกาไร เพราะราคาถั่วเหลืองปัจจุบันได้สะท้อนภาวะตึงตัวไปบ้างแล้ว ในขณะที่ยังมีความเสี่ยง หากในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า (ช่วงปลายเดือน ต.ค.) พบว่าการเพาะปลูกในบราซิลไม่ได้ล่าช้ามากนัก อาจเห็นแรงขายทากาไรในตลาดถั่วเหลืองล่วงหน้าก็เป็นได้ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงหลักต่อประมาณการของเรา โดยอัตรากาไรขั้นต้นที่เปลี่ยนแปลงทุก 1% จะกระทบต่อกาไร 10% และกระทบราคาพื้นฐาน 5 บาท/หุ้น
อ่านเพิ่มเติม
09
ตุลาคม
2020
RBF (T-BUY/21TP: 11), คาดกำไร 3Q20 จะโตสดใสทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 41)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 3Q20 ยังสดใสคาด +25.5% Q-Q, +25.5% Y-Y จากการฟื้นตัวของคาสั่งซื้อลูกค้าในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่ม, แม้หลายประเทศยังมีปัญหา COVID-19 แต่สินค้าอาหารเป็นสิ่งจาเป็นทำให้รายได้จากเวียดนามและอินโดนีเซียยังโตเป็นตัวเลขสองหลัก และโรงแรมที่ชุมพรฟื้นเร็วกว่าคาด Occ Rate ขยับขึ้นแตะระดับ 70%-80% แล้ว จึงคาดธุรกิจโรงแรมจะมีผลขาดทุนลดลงจาก 2Q20 และคาดกำไร 4Q20 จะดีต่อเนื่องขึ้นไปอีก มีลุ้นไปทำ New High ใกล้เคียง 1Q20 เพราะลูกค้ายังมีแผนออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง, คาดได้ผลบวกทางอ้อมจากมาตรการกระตุ้นกาลังซื้อของรัฐ และคาดโรงงานใหม่ที่เวียดนามจะเริ่ม Commercial Run ได้ภายในสิ้นปีนี้ หลังผ่านช่วง Quarantine ไปแล้วและปัจจุบันอยู่ระหว่าง Test Run ดังนั้นเรายังคาดกำไรปกติปี 2020 – 2021 เติบโต +42.5% Y-Y และ +15.5% Y-Y ตามลาดับ และคงราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 11 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังแนะนำเป็น เก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
09
ตุลาคม
2020
SPVI (HOLD/21TP: 4), คาดกำไร 3Q20 ลด Q-Q และ Y-Y ก่อนจะทำจุดสูงสุดใน 4Q20
(views 30)
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q20 ที่ 7.4 ล้านบาท -36.3.0% Q-Q, -54.3% Y-Y การลดลงของกำไรในไตรมาสนี้เป็นไปตามทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรม เพราะผู้บริโภคเร่งซื้ออุปกรณ์สาหรับการทำงานที่บ้านและการเรียนออนไลน์จำนวนมากใน 2Q20 และรอ iPhone 12 ซึ่งประกาศเปิดตัวในไทยวันที่ 13 ต.ค. นี้ ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการ 4Q20 ทาจุดสูงสุดของปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้แรงหนุนจาก “ช้อปดีมีคืน’ ของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิปี 2020 คาดลดลงชั่วคราว -23.5% Y-Y จากผลของการ Lockdown ใน 2Q20 แต่จะกลับมาฟื้น +54% Y-Y ในปี 2021 จากการออกสินค้า Apple ใหม่ทุกปี การมีบริการ 5G และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เราปรเมินราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 4 บาท อิง PE 18 เท่า คิดเป็น PEG 0.5 ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นเร็วรับข่าว iPhone 12 ทาให้ upside ต่ำกว่า 10% จึงแนะนำถือ รออ่อนตัวจึงสะสมรอบใหม่
อ่านเพิ่มเติม
09
ตุลาคม
2020
NRF (IPO: 4.6/21TP: 5.75], Plant-Based Food บริษัทแรกในตลาดฯ
(views 73)
NRF ดาเนินธุรกิจผลิต และส่งออกผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหาร อาหารสาเร็จรูป และอาหารโปรตีนจากพืช ด้วยกระแสความนิยมการประกอบอาหารทางเองที่บ้านสูงขึ้น ทำให้รายได้กลุ่มสินค้า Ethnic Food ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง เห็นได้จากกำไรปกติ 1H20 ที่เติบโตได้ดี และน่าจะโตต่อเนื่องใน 2H20 ทั้งนี้เราคาดกำไรปกติปี 2020 – 2021 จะเติบโตสูง +45.1% Y-Y และ +64.5% Y-Y ตามลำดับ ปัจจุบันอยู่ระหว่างเพิ่มสัดส่วนลงทุนในธุรกิจซิตี้ฟูด ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อขยายกำลังการผลิต และคาดเห็นการเติบโตของรายได้ Plant-Based Food อย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นไป ภายหลังบริษัทได้เข้าลงทุนในหลายธุรกิจผ่านการร่วมทุน และลงทุนในธุรกิจ Startup ตั้งแต่ปี 2019 และภายหลัง IPO จะช่วยให้ฐานะทางการเงินและสภาพคล่องของบริษัทดีขึ้นอย่างมาก เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 5.75 บาท (อิง PE 25 เท่า) ผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหาร และอาหารสาเร็จรูป
อ่านเพิ่มเติม
09
ตุลาคม
2020
SC (BUY/21TP: 2.8), คาดกำไร 3Q20 โตแกร่ง Q-Q และ Y-Y ราคายัง Laggard
(views 31)
ยอดขายแนวราบ 3Q20 แข็งแกร่งต่อเนื่อง +18% Y-Y ช่วยบรรเทาคอนโดถูกกดดันจากการคืนห้อง โดย 9M20 ยอดขายรวมขยายตัว 8% Y-Y จากแนวราบที่ดีกว่าคาด +39% Y-Y ชดเชยคอนโดที่อ่อนแอได้ ทาให้คิดเป็น 73% ของเป้าทั้งปี ขณะที่ 4Q20 มีแผนเปิดแนวราบใหม่อีก 4 โครงการ ซึ่งคาดว่ายังได้รับผลตอบรับดี ทำให้เป้ายอดขายปีนี้น่าจะบรรลุได้ไม่ยาก สำหรับแนวโน้มกาไรปกติ 3Q20 โดดเด่น คาดโตแกร่ง 31% Q-Q และ 47.5% Y-Y หนุนจากยอดโอนแนวราบที่คาดทำระดับสูงสุดใหม่ อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นยัง Laggard กลุ่ม และซื้อขายบน PE เพียง 5.5x พร้อมปันผลสูง 7.3% (จ่ายปีละครั้ง) ถือว่ายังไม่สะท้อนงบ 3Q20 ที่จะออกมาเด่น คงราคาเหมาะสมปีหน้าที่ 2.80 บาท ยังแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
ตุลาคม
2020
SK (IPO: 0.8/21TP: 1], ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์เสาไฟคอนกรีต และรับเหมาสายส่ง
(views 45)
SK ดำเนินธุรกิจผลิตและจาหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงโดยเฉพาะเสาไฟฟ้า และธุรกิจรับเหมางานสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้า จุดเด่นคือ เป็นผู้เชี่ยวชาญการผลิตเสาไฟฟ้าคอนกรีต มีลูกค้าหลักคือกฟภ. รวมถึงตั้งโรงงานครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และมี Synergy จากธุรกิจรับเหมาที่ใช้วัสดุก่อสร้างที่บริษัทผลิตเอง ขณะที่บริษัทมุ่งเน้นเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการรับเหมา เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตไปพร้อมกับแผนการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าของภาครัฐ เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2020 ชะลอ 51% Y-Y ถูกกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลด อย่างไรก็ดี คาดฟื้นตัว 56% Y-Y ในปี 2021 หนุนจากรายได้รับเหมาที่ +28% Y-Y ตามการรับรู้งานในมือ และการประมูลงานใหม่เพิ่ม เราประเมินมูลค่าของหุ้น SK อิง PER ที่ 12 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 1.00 บาท
อ่านเพิ่มเติม
06
ตุลาคม
2020
TU (BUY/20TP: 18), คาดกำไร 3Q20 จะเติบโตอย่างน่าประทับใจ
(views 43)
แนวโน้มกำไรปกติ 3Q20 ยังน่าประทับใจ คาดโต 28.6% Q-Q, 43.8% Y-Y มาจากธุรกิจกระป๋องที่ยังโตต่อเนื่อง และธุรกิจ Frozen ที่เริ่มฟื้นตัว ทำให้รายได้ยังโตทั้ง Q-Q, Y-Y และที่สำคัญคือการฟื้นตัวของ Red Lobster คาดมีส่วนแบ่งขาดทุนลดลงเหลือเพียง -250 ล้านบาท จาก -702 ล้านบาท ถือว่ากลับมาเข้าใกล้ระดับปกติอีกครั้ง เพราะเปิดให้บริการเกือบทุกสาขาหลัง Reopen และเจรจากับเจ้าของที่เรียบร้อยในการขอลดค่าเช่าพื้นที่ จึงคาดทั้งรายได้ที่โตและการฟื้นตัวของ RL จะช่วยหักล้างผลกระทบจากอัตรากำไรขั้นต้นที่น่าจะอ่อนตัวลง Q-Q อันเนื่องมาจาก Product Mix และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้น จากการกลับมาทำการตลาดธุรกิจ Ambient บ้าง และคาดกำไรน่าจะอ่อนตัวลงใน 4Q20 ตามปัจจัยฤดูกาล ซึ่งเป็น Low Season ของทั้ง TU และ RL ทั้งนี้เรายังคาดกำไรปกติปี 2020 – 2021 เติบโตราว +9.4% Y-Y และ +10.2% Y-Y ตามลาดับ และยังคงราคาเป้าหมายที่ 18 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 27.7% ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดบน PE 20 – 21 เพียง 13.1 และ 11.6 เท่า ตามลาดับ ยังแนะนำ ซื้อคาดกำไร 3Q20 ยังดีต่อเนื่อง เติบโตทั้ง Q-Q, Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
05
ตุลาคม
2020
AP (BUY/21TP: 8.5), 3Q20 ยอดขายแข็งแกร่ง งบมีแนวโน้มดีกว่าที่เคยคาด
(views 46)
ยอดขาย 3Q20 โดดเด่นต่อเนื่อง คาด +5% Q-Q, +22% Y-Y หนุนจากแนวราบที่ทำ All Time High ทำให้ 9M20 คิดเป็น 73% ของเป้าทั้งปี ขณะที่ 4Q20 จะเปิดแนวราบใหม่ถึง 12 โครงการ และอาจเปิดคอนโดเพิ่มจากแผน คาดหนุนให้เป้ายอดขายทั้งปีมี Upside สาหรับแนวโน้มกำไร 3Q20 มีโอกาสดีกว่าที่เคยประเมิน เติบโตดีทั้ง Q-Q และ Y-Y หนุนจากยอดโอนรวมที่คาดทาระดับสูงสุดใหม่ จากการเน้นขายและโอนแนวราบที่ไปได้ดี บวกกับเริ่มโอน 2 คอนโดใหม่ได้มากกว่าแผน รวมถึงมาร์จิ้นที่ดีขึ้น หลังชะลอทาโปรโมชั่น ราคาหุ้นเทรดบน PE2020-2021 เพียง 5.6x พร้อมปันผล 7% (จ่ายปีละครั้ง) ระยะสั้นมี Catalyst จากงบ 3Q20 ที่อาจสร้าง Positive Surprise รวมถึงมีโอกาสสูงที่เราและตลาดปรับประมาณการปีนี้ขึ้น แนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปีหน้า 8.50 บ
อ่านเพิ่มเติม
05
ตุลาคม
2020
SAPPE (BUY/21TP: 25), คาดกำไร 3Q20 กลับมาฟื้นตัวดีสุดในกลุ่มเครื่องดื่ม
(views 42)
แนวโน้มกำไร 3Q20 จะฟื้นตัวได้น่าประทับใจสุดในกลุ่มเครื่องดื่ม คาด +37.3% Q-Q, +11.8% Y-Y แม้รายได้ส่งออกยังถูกกระทบจาก COVID-19 แต่รายได้ในประเทศกลับมาฟื้นตัวได้ดีมากคาด +20% Y-Y มาจากสินค้ากลุ่มเดิมเป็นหลักทั้ง Beauti Drink และ B’LUE ซึ่งยังเติบโตได้ตามเทรนด์รักสุขภาพ โดย Functional Drink เป็นเครื่องดื่มเพียงกลุ่มเดียวที่ยังเติบโตได้ในปีนี้ และคาดอัตรากาไรขั้นต้นฟื้นตัวได้ตามการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น และภาษีจ่ายสรรพสามิตถูกปรับลงเหลือ 3% หากกาไร 3Q20 เป็นไปตามคาด บริษัทจะมีกาไร 9M20 คิดเป็น 75% ของประมาณการทั้งปี แนวโน้มกาไร 4Q20 จะยังเติบโตสูง Y-Y เพราะฐานที่ต่ำมากในปีก่อน เรายังคาดกำไรปี 2020 – 2021 ไว้ตามเดิม -1.8% Y-Y และ +14.4% Y-Y ตามลำดับ และคงราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 25 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) ยังมี Upside 15.2% คงคาแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
02
ตุลาคม
2020
INSET (BUY/21TP: 4.2), คาดกำไร 3Q20 สูงกว่าครึ่งปีแรก แนวโน้มปีหน้ายังสดใส
(views 55)
เราคาดกำไร 3Q20 จะสูงกว่ากาไรใน 1H20 โดยอยู่ที่ 54.8 ล้านบาท +84% Q-Q, +10% Y-Y จากฤดูกาลที่เป็นช่วงปิดงบประมาณของภาครัฐ และการทยอยรับรู้รายได้ราว 30% ของ Backlog ที่ตุนไว้ถึง 3 พันล้านบาท ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนงานซ่อมบารุงซึ่งเป็นงานที่มีมาร์จิ้นสูง ผลักดันให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมดีขึ้น แนวโน้มรายได้ 4Q20 อาจชะลอเล็กน้อย แต่โดยรวมคาดว่ากำไรทั้งปี 2020 จะเติบโต +17.2% Y-Y และโตต่อ +10.9% Y-Y ในปี 2021 จากอุตสาหกรรมที่กาลังเติบโตจากการมาของ 5G เทรนด์การ Work from anywhere ที่เพิ่มขึ้น และการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานซึ่งมีงานระบบอาณัติสัญญาณ งานระบบไฟฟ้า งานติดตั้งเสาสัญญาณและโครงข่ายสาย เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 4.20 บาท อิง PE 15 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของกลุ่ม แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
01
ตุลาคม
2020
MICRO (IPO: /21TP: 3.6], เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรทุกมือสองที่ขยายตัวรวดเร็ว
(views 61)
MICRO เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองที่มีอายุส่วนใหญ่ระหว่าง 6-25 ปี ซึ่งเป็นตลาดที่มีผู้ให้บริการน้อยราย เน้นรุ่นและยี่ห้อที่มีสภาพคล่อง มีตลาดซื้อขายรองรับ เช่น ISUZU, HINO, FUSO เป็นต้น พอร์ตสินเชื่อเติบโตอย่างรวดเร็วเฉลี่ย 22% CAGR ในปี 2016-2019 คุณภาพสินเชื่ออยู่ในเกณฑ์ดี แม้ COVID-19 จะทำให้สินเชื่อใน 1H20 โตต่ำกว่าเป้าและ Credit cost เพิ่มขึ้น แต่คาดปรับตัวดีขึ้นใน 2H20 เราคาดสินเชื่อปี 2020-2021 +23% CAGR Credit cost และต้นทุนทางการเงินทยอยลดลง คาดกำไรปี 2020 เติบโต 29% Y-Y เป็น 143 ล้านบาท และ +32% Y-Y เป็น 190 ล้านบาทในปี 2021 ประเมินราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 3.60 บาท อิงวิธี GGM (Ke 7.5%, g 3%)
อ่านเพิ่มเติม
01
ตุลาคม
2020
SYNEX (BUY/21TP: 17), แนวโน้มอัตรากำไรดีกว่าคาด ปรับประมาณการและเป้าขึ้น
(views 45)
แนวโนมกำไร 2H20 สดใสและดีขึ้นจากในช่วง 1H20 อย่างไรก็ตาม คาดกำไรสุทธิ 3Q20 -13.4% Q-Q เพราะลูกค้ารอสินค้าซื้อรุ่นใหม่ของ Apple และในช่วง 2Q20 มีความต้องการสินค้าสาหรับ Work from home สูงกว่าปกติ แต่เชื่อว่าบริษัทยังรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นกว่าไตรมาสที่ผ่านมา หากไม่รวมกำไรจาก FX กาไรปกติ 3Q20 น่าจะลดลงเพียง -5.5% Q-Q หากเทียบกับ 3Q19 กำไรปกติจะเติบโตแรง +108.5% Y-Y เพราะ 3Q19 ถูกกระทบจากการที่สหรัฐแบนหัวเหว่ย ส่วนกำไร 4Q20 คาดว่าจะเป็นจุดสูงสุดของปี ภาพรวมดีกว่าที่เราเคยคาด จึงปรับประมาณการกาไรสุทธิปี 2020-2022 ขึ้น 6-10% เป็นเติบโตสูงเฉลี่ย 16% CAGR และปรับราคาเป้าหมายปี 2021 ขึ้นเป็น 17 เท่าจากเดิม 16 เท่า อิง PE 21 เท่า (ค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง +1SD) จากอัตรากำไรที่อยู่ในทิศทางขาขึ้นและสภาพคล่องในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งคาดการณ์ Dividend yield 3.8-4.4% ต่อปี ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
01
ตุลาคม
2020
ATP30 (BUY/21TP: 1.2), หุ้นเล็ก Theme Turnaround ที่น่าจับตา
(views 51)
เราประเมินกำไรผ่านจุดต่าสุดไปแล้วใน 2Q20 ขณะที่ 2H20 คาดฟื้นตัวเด่น +53% H-H จากลูกค้าที่กลับมาใช้บริการมากขึ้น หลัง COVID-19 คลี่คลาย ทำให้โรงงานอุตสาหกรรมเปิดดาเนินการได้ โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ที่เป็นลูกค้าหลักกลับมาผลิตแล้ว 60-70% ใน 3Q20 และ 80-90% ใน 4Q20 เราคาดกำไรสุทธิปี 2020 หดตัว 52% Y-Y ก่อน Turnaround ในปี 2021 +112% Y-Y เป็น 48 ล้านบาท ใกล้เคียงปี 2019 หนุนจากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่เร่งขึ้น จากลูกค้าเดิมที่กลับมาใช้บริการตามปกติ บวกกับเริ่มให้บริการลูกค้ารายใหม่ตั้งแต่ 2Q21 ด้วยจานวนรถเพิ่มขึ้นอีก 40-50 คัน เราประเมินราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 1.20 บาท (อิง PER 15x) แนะนำซื้อ จากความน่าสนใจในแง่หุ้นขนาดเล็กที่ Turnaround และมีโอกาสเติบโตอีกมากตามการเร่งลงทุน EEC
อ่านเพิ่มเติม
25
กันยายน
2020
ORI (BUY/21TP: 9), ยอด Presales 3Q20 ดูดีต่อ แนวโน้มกำไร 2H20 เด่นกว่ากลุ่ม
(views 61)
ยอด Presales ถึงกลางเดือนก.ย. ทำได้แล้ว 80% ของเป้าทั้งปี จากทั้งการเน้นขายสต็อก และผลตอบรับที่ดีของการเปิดโครงการใหม่ ขณะที่ 4Q20 มีแผนเปิดโครงการใหม่อีกกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท คาดหนุนให้ยอด Presales ทั้งปีมีโอกาสสูงกว่าเป้า ส่วนโมเมนตัมกำไร 3Q20 คาดขยายตัว Q-Q และ Y-Y โดยเราประเมินว่า ORI เป็นเพียง 1 ใน 2 รายในกลุ่มฯที่กำไรปกติ 2H20 เติบโตทั้ง H-H และ Y-Y หนุนจากการเริ่มโอนคอนโดใหม่ 8 โครงการ รวมถึงปี 2020 คาดขยายตัวได้สวนทางกับกลุ่มฯ และดีต่อเนื่องในปี 2021 จาก Backlog ที่แข็งแกร่ง ราคาหุ้นเทรดบน PE2020-2021 เพียง 5.3x พร้อมปันผลสูง 7.9% ต่อปี ยังเลือกเป็น Top Pick แนะนาซื้อ ราคาเหมาะสมปีหน้า 9 บาท ยอด Presales ถึงกลางเดือนก.ย.ทำได้แล้ว 80% ของเป้าทั้งปี
อ่านเพิ่มเติม
24
กันยายน
2020
ZIGA (BUY/20TP: 2.7), Turnaround หลังเพิ่มกำลังการผลิตและขยายช่องทางการขาย
(views 60)
ปี 2020 เป็นปีแห่งการ Turnaround ของผลประกอบการหลังจากโรงงานแห่งใหม่สร้างเสร็จใน 3Q19 และทยอยใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ประกอบกับการขยายช่องทางการจาหน่ายใหม่ๆ รุกตลาด Retail และ Online ซึ่งมีมาร์จิ้นดี มากขึ้น กำไรสุทธิ 1H20 ที่ 38 ล้านบาท มากกว่ากำไรสุทธิปี 2019 ทั้งปีแล้ว เราคาดกำไร 3Q20 เติบโตต่อจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาด +27% Q-Q, +1,414% Y-Y เป็น 36 ล้านบาท แนวโน้มกำไร 4Q20 ชะลอเล็กน้อย Q-Q เพราะจานวนวันทางานน้อยลง และคาดกำไรสุทธิปี 2020 +205% Y-Y บริษัทมีแผนขยายสาขาและขยายกำลังการผลิตในปี 2021 หากทำได้ตามเป้า คาดกำไรโตต่อ 24% Y-Y ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PE 9.2 เท่าปี 2020 และ 7.4 เท่าปี 2021 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มผู้ผ้ลิตท่อเหล็กที่ 13 เท่า เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 2.70 บาทอิง PE 13 เท่าเท่ากับกลุ่มทั้งที่ความสามารถในการทำกำไรของ ZIGA ดีกว่า และคาดการณ์ Dividend yield ราว 5-6% ต่อปี แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
กันยายน
2020
ADVANC (BUY/21TP: 220], คาดกำไร 3Q20 ฟื้นตัว//พร้อมรับการเติบโตในยุค 5G
(views 54)
เราคาดกาไรปกติ 3Q20 ของ ADVANC +5.3% Q-Q, -17.2% Y-Y ฟื้นตัวตามการ Reopen และไม่มีมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภคจากสทช. เป็นบวกต่อรายได้ใฟ้เริ่มฟื้นตัว Q-Q ขณะที่ต้นทุนคาดยังควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวโน้มผลการดาเนินงานคาดฟื้นตัวค่อยไปเป็นค่อยไปตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ขณะที่การเตรียมเปิดตัว Package 5G อย่างเป็นทางการใน 4Q20 พร้อมกับช่วงที่มือถือ 5G จะออกสู่ตลาดมากขึ้นโดยเฉพาะ iPhone 12 คาดเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว เรายังชอบ ADVANC มากที่สุดทั้งความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน ความสามารถในการแข่งขันที่สูงจากปริมาณคลื่นและโครงข่ายที่พร้อม จึงยังคงคาแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 220 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
กันยายน
2020
DOD (HOLD/21TP: 10.4), แนวโน้ม 3Q20 ดูฟื้นช้ากว่าคาด
(views 43)
แนวโน้มกำไร 2H20 จะอ่อนตัวลงจาก 1H20 โดยมองผ่านจุดสูงสุดปีนี้ไปแล้วใน 2Q20 แม้รายได้จากธุรกิจอาหารเสริมจะยังดีต่อเนื่อง ภายหลังเริ่มรับรู้รายได้ลูกค้ารายใหม่ (เครื่องดื่มผง บรรจุในรูปกระป๋อง) และถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ในปัจจุบันตั้งแต่ 3Q19 เป็นต้นไป แต่คาดธุรกิจรับจ้างผลิตเครื่องสาอางจะอ่อนตัวลง จากคาสั่งซื้อเจลแอลกอฮอล์ที่ลดลง ทาให้อัตราการใช้กาลังการผลิตลดลงเหลือเพียง 10% - 20% รวมถึงธุรกิจขายตรงดูฟื้นตัวช้ากว่าคาด แม้ Social Distancing จะเริ่มคลี่คลาย แต่บริษัทยังไม่สามารถจัดกิจกรรมของนักธุรกิจได้เหมือนก่อนช่วง COVID-19 เบื้องต้นคาดกาไรปกติ 3Q20 จะลดลงราว -38% Q-Q แต่ยังโตสูง 95% Y-Y จากฐานที่ต่ามากในปีก่อน และยังคาดกำไรปกติปี 2020 ไว้ที่ 223 ล้านบาท (+156.9% Y-Y) และคาดกาไรปี 2021 จะโตต่อราว 7.1% Y-Y โดยคาดหวังการฟื้นตัวของธุรกิจขายตรง และรับจ้างผลิตเครื่องสาอาง ในขณะที่ธุรกิจอาหารเสริมอยู่ระหว่าพิจารณาแผนขยายกำลังการผลิต เพราะปัจจุบันใช้เกือบเต็มกาลังการผลิต และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 10.4 บาท มี Upside 7.8% ปรับลดคำแนะนาเป็น ถือ
อ่านเพิ่มเติม
21
กันยายน
2020
DTAC (BUY/21TP: 50], คาดกำไร 3Q20 ทรงตัวได้ Q-Q
(views 57)
เราคาดกำไรปกติ 3Q20 ของ DTAC +1.7% Q-Q, -15.4% Y-Y โดยรายได้ฟื้นตัว Q-Q ตามการ Reopen และไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากกสทช. แต่ Y-Y ยังหดตัวจากการเสียลูกค้าและการแข่งขันที่เริ่มมีสัญญาณรุนแรงขึ้น ส่วนความเสี่ยงคือการมี 5G ช้ากว่าคู่แข่งโดยเฉพาะการไม่มีคลื่น Mid-Band ซึ่งอาจส่งผลลบในแง่ Perception และถูกแย่งลูกค้า ทำให้ประมาณการอาจมี Downside อย่างไรก็ตามเรายังคงคาแนะนำ
อ่านเพิ่มเติม
21
กันยายน
2020
SMPC (BUY/21TP: 18], คำสั่งซื้อฟื้น ค่าเงินบาทและต้นทุนเอื้อต่อการทำกำไร
(views 47)
กำไรปกติ 1H20 อยู่ที่ 359 ล้านบาท มากกว่ากำไรปกติปี 2019 ทั้งปี สถานการณ์ปี 2020-2021 เอื้อต่อการทำกำไรของ SMPC ทั้งค่าเงินบาทที่อ่อนค่ากว่าปี 2019 และราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนที่ปรับลงตามราคาน้ามันดิบ และมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่าต่อไปถึงปีหน้าจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นช้า ประกอบกับความต้องการถังก๊าซในแอฟริกาและเอเชียเพิ่มสูงขึ้น ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนทาให้หันมาสั่งซื้อถังก๊าซจากไทยเพิ่มขึ้น เราคาดกาไรปกติปี 2020-2022 เติบโต 78.4%, 13.9%, 11.3% ตามลาดับ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PE 10.0 เท่าปี 2020 และ 8.8 เท่าปี 2021 ต่ากว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 12.5 เท่า เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 18 บาทอิง PE 14 เท่า (ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี +0.5SD) แนะนำซื้อ และคาดการณ์ Dividend yield ราว 6% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
21
กันยายน
2020
AP (BUY/21TP: 8.5], โมเมนตัมขายแนวราบแกร่ง ผลักดันยอดขายทั้งปีบรรลุเป้า
(views 41)
ยอดขายเดือนก.ค.-ส.ค. ขยายตัวดี 7% Y-Y หนุนจากแนวราบ +15% Y-Y ตามความสาเร็จของการเปิดตัวใหม่และการเน้นขายโครงการเดิม ชดเชยคอนโดที่อ่อนลงได้หมด ทำให้ 8M20 คิดเป็น 64% ของเป้าทั้งปี ขณะที่ 4Q20 จะมีแผนเปิดแนวราบใหม่อีกกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะตอบรับดี หนุนให้ทั้งปีบรรลุเป้าได้ไม่ยาก ขณะที่สภาพตลาดที่ฟื้นเร็วกว่าคู่แข่ง และหลายรายเริ่มกลับมาเปิดตัวคอนโด ทำให้มองว่ามีโอกาสที่บริษัทอาจเปิดโครงการเพิ่มเติม ซึ่งเป็น Upside ต่อเป้ายอดขาย สาหรับแนวโน้มกาไร 3Q20 คาดดีขึ้น Y-Y แต่ชะลอ Q-Q จากฐานสูง ความน่าสนใจของ AP คือเป็นเพียง 1 ใน 2 รายที่ผลประกอบการหลักปีนี้ที่เติบโตได้ รวมถึงราคาหุ้นซื้อขายบน PE2020-2021 เพียง 5.7x พร้อมคาดปันผลสูง 7% ต่อปี (จ่ายปีละครั้ง) แนะนาซื้อ ราคาเหมาะสมปีหน้า 8.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
17
กันยายน
2020
DOHOME (BUY/21TP: 15], SSSG 3Q20 โดดเด่นสุดในกลุ่ม Home Improvement
(views 59)
SSSG 3QTD ยังทำได้ดีต่อเนื่องเฉลี่ย ก.ค. – ส.ค. +7.5% Y-Y และล่าสุดเดือน ก.ย. ขยับขึ้นมาบวก +20% Y-Y จากฐานต่าของสาขาอุบลราชธานีที่ประสบปัญหาน้าท่วมหนักในปีก่อน คาดเฉลี่ย 3Q20 จะอยู่ที่ 8% - 9% Y-Y ดีขึ้นจาก +0.4% Y-Y ใน 2Q20 แม้จะมีเลื่อนเปิด 1 สาขาใหญ่ (แหลมฉบัง) ออกไปเป็น 1Q21 จาก 4Q20 และลดสาขา To Go เหลือ 15 สาขา จากเดิม 20 สาขา แต่กระทบต่อรายได้ปีนี้จากัด เพราะถูกชดเชยด้วย SSSG ที่ฟื้นตัวดีกว่าคาด ในขณะที่อัตรากาไรขั้นต้นฟื้นตัวได้เร็ว 3QTD กลับสู่ระดับปกติที่ 16.8% - 17% จาก 14.9% ใน 2Q20 แนวโน้มกาไร 3Q20 จะกลับมาเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y เรายังคาดกำไรปกติปี 2020 ไว้ตามเดิม -5.2% Y-Y แต่ด้วยแนวโน้มอัตรากาไรขั้นต้นฟื้นได้เร็วกว่าคาด และน่าจะได้เห็นพัฒนาการของอัตรากาไรกลุ่มสินค้า House Brand ที่ดีขึ้นกลับมาสู่ระดับที่เคยทาได้ในปี 2017 อีกครั้ง โดยบริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ขึ้นเป็น 20% จาก 17.5% ในปี 2020 เราปรับเพิ่มอัตรากาไรขั้นต้นรวมปี 2021 – 2022 ขึ้น 20 bps และ 30 bps ตามลาดับ นาไปสู่การปรับเพิ่มกาไรปกติปี 2021 – 2022 ขึ้น 4% - 6% เป็นการเติบโต 30.7% Y-Y และ 13.9% Y-Y จากเดิมคาดโต 25.8% Y-Y และ 11.9% Y-Y ตามลาดับ และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2021 เป็น 15 บาท จากเดิม 13 บาท (อิง DCF WACC 7.1%, Risk Premium 10.4%, Terminal Growth 3%) ยังมี Upside 12% ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PEG 1.4 เท่า ยังต่ากว่า HMPRO และ GLOBAL ซึ่งเทรดอยู่ที่ 1.7 เท่า และ 1.5 เท่า ตามลำดับ จึงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
17
กันยายน
2020
SISB (BUY/21TP: 11.2], การเรียนการสอนกลับมาปกติ และเตรียมเปิด Campus ใหม่
(views 51)
การเรียนการสอนกลับสู่ภาวะปกติตั้งแต่เทอม 1 ของปีการศึกษา 2020/2021 (17 ส.ค.-18 ธ.ค. 2020) ยกเว้นนักเรียนต่างชาติที่ยังไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ ซึ่งเป็นส่วนน้อย ส่วนนักเรียนชั้นเด็กเล็กที่เคย drop การเรียนในเทอมก่อนเพราะไม่สะดวกในการเรียน online ปัจจุบันกลับเข้ามาเรียนเป็นปกติแล้วกว่า 90% ผลประกอบการใน 3Q20 ยังมีผลกระทบของค่าเทอมที่ยังเป็นอัตราเดียวกับช่วง COVID-19 เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครองต่ออีก 1 เทอม กำไรจะทยอยฟื้นตัวและใกล้เคียงปกติใน 4Q20 เรายังคงประมาณการเดิมที่คาดกาไรปี 2020 -25% Y-Y และฟื้นตัว +59% Y-Y ในปี 2021 บริษัทมีแผนเปิด Campus ใหม่ซึ่งยังไม่มีรายละเอียดในขณะนี้ เป็น Positive surprise และต่อยอดการเติบโตต่อไป ยังคงแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 11.20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
15
กันยายน
2020
CPF (T-BUY/21TP: 40], ประกาศเข้าซื้อธุรกิจสุกรในจีน โดยชำระเป็นหุ้น
(views 57)
ประกาศเข้าซื้อธุรกิจสุกรในจีนจาก CPG
บริษัทให้ CTI (ธุรกิจอาหารสัตว์ในจีน) บริษัทย่อย 100% ของ CPP เข้าซื้อธุรกิจสุกรในจีนจาก CPG ในมูลค่าซื้อขายที่ 1.31 แสนล้านบาท โดยจะชาระด้วยการที่ CTI เพิ่มทุนออกหุ้นใหม่ให้กับ CPG (ไม่มีการชาระด้วยเงินสด) ภายหลังรวมกิจการระหว่าง CTI และกลุ่มบริษัทเป้าหมาย ซึ่งเราจะเรียกว่า MergeCo จะมี CPG เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 65% และอีก 35% ถือโดย CPP ทั้งนี้จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นรายย่อยของ CPF ในสัดส่วน 75% (ผู้ถือหุ้นใหญ่ CPG ไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง) จะประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 27 ต.ค. หากได้รับอนุมัติ คาดจะมีการควบรวมแล้วเสร็จภายใน 4Q20
อ่านเพิ่มเติม
15
กันยายน
2020
LOXLEY (BUY/20TP : 1.8), การปรับโครงสร้างองค์กรเริ่มเห็นผล หนุนผลประกอบการ 2Q20
(views 42)
ผลกำไรปกติของ LOXLEY ใน 2Q20 ลดลง 34.6% Q-Q จากการรับรู้รายได้ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ แต่ดีขึ้นจาก 2Q19 ที่มีผลขาดทุน เนื่องจากการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้น สาหรับผลการดาเนินงานงวด 1H20 มีพัฒนาการที่ดีขึ้น มีกำไรปกติ 97 ล้านบาท จากผลขาดทุน 5 ล้านบาทใน 1H19 สาเหตุหลักมาจากการปรับโครงสร้างองค์กรตลอดหลายปีที่ผ่านมาเริ่มเห็นผล ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เคยอยู่ในระดับสูง 18.3% ใน 1H19 ลดเหลือ 10.9% ใน 1H20 ชดเชยอัตรากาไรขั้นต้นใน 1H20 ที่ลดลงเป็น 10.3% จาก 13.3% ใน 1H19 ได้ กาไรปกติดังกล่าวคิดเป็น 45% ของประมาณการปี 2020 ที่เราคาด 213 ล้านบาท เราจึงยังคงประมาณการและราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 1.80 บาท (-1SD ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 20 ปี) ราคาหุ้นปัจจุบันมี PBV เพียง 0.6 เท่า ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
15
กันยายน
2020
TWPC (HOLD/21TP : 3.5), คาดยังขาดทุนต่อใน 3Q20 และจะพลิกมีกำไรอีกครั้งใน 4Q20
(views 38)
บริษัทประกาศผลการดาเนินงาน 2Q20 พลิกเป็นขาดทุนสุทธิ -12 ล้านบาท จากที่มีกาไรสุทธิ 82 ล้านบาทใน 1Q20 แต่ดีกว่า 2Q19 ที่ -39 ล้านบาท แต่หากไม่รวมรายการพิเศษได้แก่ กาไรจากการวัดค่ามูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ 18 ล้านบาทการกลับรายการตั้งสารองผลประโยชน์พนักงาน 20 ล้านบาท และสารองด้อยค่าเงินลงทุนตราสารหนี้ 10 ล้านบาท รวมถึงรายการพิเศษที่ค่อนข้างมากทั้งในปีก่อน และไตรมาสก่อน เราพบว่าผลการดาเนินงานหลัก 2Q20 จะขาดทุนอยู่ที่ -40 ล้านบาท แย่ลงจากที่มีกาไรปกติ 37 ล้านบาทใน 1Q20 และ 32 ล้านบาทใน 2Q19 สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของ COVID-19 แม้รายได้จากกลุ่มอาหารยังโตได้ แต่ไม่สามารถชดเชยรายได้กลุ่มแป้งมันสาปะหลังที่มีสัดส่วนรายได้มากกว่าได้ทั้งหมด ทาให้รายได้รวมอ่อนตัวลง -3% Y-Y (แต่โต +10.2% Q-Q จากการ Reopen ของจีน) แต่ด้วยอัตราการใช้กาลังการผลิตที่ต่าลง และเป็นช่วง Low Season ของปริมาณหัวมันสด ทาให้อัตรากาไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 15.5% จาก 21.6% ใน 1Q20 และ 15.9% ใน 2Q19 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังปรับสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับ COVID-19 ทาให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 18% จาก 17.4% ใน 1Q20 และ 14.2% ใน 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
11
กันยายน
2020
OISHI (BUY/21TP : 46), ผ่านกำไรต่ำสุดไปแล้ว และฐานะทางการเงินยังแข็งแรง
(views 66)
บริษัทประกาศกาไรสุทธิ 3Q20 (เม.ย. – มิ.ย.) เท่ากับ 138 ล้านบาท (-63% Q-Q, -67.5% Y-Y) หากไม่รวมเงินเคลมประกัน 234 ล้านบาท ใน 2Q20 และค่าใช้จ่ายตั้งสารองเกษียณอายุพนักงาน 21 ล้านบาท ใน 3Q19 พบว่ากาไรปกติ 3Q20 ทรงตัว Q-Q และ -69% Y-Y สาเหตุที่กาไรยังทรงตัวได้ ทั้งที่ถูกกระทบจาก COVID-19 ค่อนข้างมาก เพราะแม้ต้องปิดสาขาร้านอาหารราว 1 เดือนครึ่ง ทาให้รายได้รวมลดลงถึง -26% Q-Q แต่บริษัทพยายามลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีมากจนชดเชยการอ่อนตัวลงของรายได้ได้ ส่วนกาไรที่ลดลงมาก Y-Y เพราะ SSSG ติดลบมากถึง -70% Y-Y และรายได้เครื่องดื่มลดลง -15.3% Y-Y ด้วยผลของการ Lockdown ทาให้ผู้บริโภคเลือกตุนเฉพาะสินค้าจาเป็น ในขณะที่ธุรกิจมีต้นทุนคงที่สูงขึ้นจากปีก่อนทั้งโรงงานผลิตเครื่องดื่ม, ครัวกลาง รวมถึง Product Mix เปลี่ยน ทาให้อัตรากาไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 28.3% จาก 37% ใน 2Q19 ทั้งนี้ธุรกิจอาหารเผชิญผลขาดทุนสุทธิเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกันที่ -127 ล้านบาท จาก -82 ล้านบาทใน 2Q20 และพลิกจากที่มีกาไร 103 ล้านบาทใน 3Q19 ส่วนธุรกิจเครื่องดื่มยังมีกาไรปกติอยู่ที่ 264 ล้านบาท (+20.5% Q-Q, -18.8% Y-Y) อย่างไรก็ตาม ถือว่าผลการดาเนินงาน 3Q20 ดีกว่าที่เราเคยคาดไว้ว่าจะพลิกเป็นขาดทุน แต่มาจากรายการ Tax Credit (เดิม เราคาดมี Tax Expense) ที่เกิดจากการรับรู้ยอดขาดทุนยกไปไว้ใน Deferred Tax Asset
อ่านเพิ่มเติม
10
กันยายน
2020
(views 66)
09
กันยายน
2020
RBF (T-BUY/21TP: 11], คาดกำไร 3Q20 กลับมาฟื้นตัวสดใส และจะดีต่อใน 4Q20
(views 65)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวก ระยะสั้น คาดกำไร 3Q20 จะกลับมาฟื้นตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y ภายหลัง COVID-19 เริ่มคลี่คลาย ทำให้ลูกค้ากลุ่มเครื่องดื่มและอาหารทยอยออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง แม้ธุรกิจโรงแรมน่าจะยังสร้างผลขาดทุนต่อเนื่องใน 3Q20 แต่เชื่อว่าจะขาดทุนน้อยลงจาก 2Q20 เพราะลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวในประเทศเริ่มกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้ง โดยโรงแรมที่ชุมพรฟื้นตัวได้เร็วกว่าโรงแรมที่เชียงใหม่ และล่าสุดบริษัทได้ส่งทีมงานเข้าไป Quarantine ในเวียดนามแล้ว เพื่อเตรียมดำเนินการผลิตโรงงานภายในเดือน ต.ค.นี้ ในขณะที่โรงงานอินโดนีเซียอยู่ระหว่างทยอยเพิ่มการใช้กำลังการผลิตขึ้นเป็น 70% จาก 40% ใน 2Q20 คาดจะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นในระยะถัดไป แนวโน้มกำไร 4Q20 คาดทำจุดสูงสุดใหม่ใกล้เคียง 1Q20 เพราะเป็น High Season ของธุรกิจ สถานการณ์โดยรวมยังดูสอดคล้องกับประมาณการของเรา ดังนั้นเรายังคาดกำไรปกติปี 2020 – 2021 เติบโต +42.5% Y-Y และ +15.5% Y-Y ตามลำดับ และคงราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 11 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาจากที่เราแนะนำซื้อในรายงานครั้งก่อน (17 ส.ค.) ทำให้ Upside แคบลงเหลือ 4.8% จึงแนะนำเป็น ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
03
กันยายน
2020
S11 (BUY/21TP : 9.85), กำไร 1H20 ดีกว่าคาด ปรับเพิ่มประมาณการทั้งปี
(views 72)
สะท้อนผลกำไร 1H20 ที่ทำได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตามเราคาดว่ากำไร 2H20 น่าจะชะลอตัวลงจาก 1H20 เนื่องจากคาดการณ์การตั้งสำรองฯ ที่เพิ่มขึ้น 6.8%H-H โดยพิจารณาจาก 1. ระดับยอดหนี้ค้างชำระเกิน 4 เดือนที่มีทิศทางเพิ่มขึ้นภายหลังหมดโครงการช่วยเหลือพักชำระหนี้ และ 2.ค่าใช้จ่ายสารองฯ เพิ่มขึ้นตามการปล่อยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นภายหลังจากคลาย Lockdown ส่งผลต่อการตั้งสำรองฯ ตามเงินให้สินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้นด้วย บนการคาดการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายหลังช่วง COVID19 เราคาดว่าสถานการณ์การปล่อยสินเชื่อจะกลับสู่ภาวะปกติในปี 2021 และคาดการณ์กำไรปี 2021 ที่ 557 ลบ. +9%Y-Y ปรับใช้ราคาเหมาะสมเป็นปี 2021 ที่ 9.85 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside จากราคาปิดล่าสุดราว 56% บวกกับ Dividend Yield สูง 6.6% ต่อปี คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
02
กันยายน
2020
SAPPE (BUY/21TP: 25], คาดกำไร 3Q20 กลับมาฟื้นตัวชัดเจน
(views 87)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวก คำสั่งซื้อเริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งใน 3Q20 โดยเฉพาะรายได้ในประเทศ ที่ฟื้นตัวได้เร็วกว่ารายได้ส่งออก และยังกลับมาออกสินค้าใหม่ได้แก่ B’LUE รสชาติใหม่, Ice Burst, เพรียว พุดดิ้ง ผสมเจลลี่บุก และสินค้ากลุ่ม Jelly โดยรวมถือว่าได้รับการตอบรับที่ดี และด้วยอัตราการใช้กำลังการผลิตที่กลับมาสูงขึ้น กอปรกับต้นทุนวัตถุดิบและ Packaging ที่ปรับลงในช่วงก่อนหน้า ปัจจุบันยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ และอัตราภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม Functional ถูกปรับลดเหลือ 3% จากเดิม 10% ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่ 10 ก.ค. เป็นต้นไป จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q20 และคาดกำไร 2H20 จะดีกว่า 1H20 สถานการณ์โดยรวมยังสอดคล้องกับประมาณการของเรา จึงยังคาดกำไรปกติปี 2020 – 2021 ไว้ตามเดิม -1.8% Y-Y และ +14.4% Y-Y ตามลำดับ และยังคงราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 25 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) ยังมี Upside 33.7% และราคาหุ้นปัจจุบันเทรดที่ PE 13 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตัวเอง และต่ากว่ากลุ่มมาก คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
02
กันยายน
2020
TU (BUY/20TP: 18], เรามองดีล RL เป็นการปรับโครงสร้างที่ดีที่สุดในยามนี้
(views 72)
อยู่ระหว่างปรับโครงสร้าง Red Lobster ครั้งใหญ่ เริ่มจากปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดย Golden Gate Capital ขายหุ้นที่ถืออยู่ในสัดส่วน 51% ให้กับ Seafood Alliance (ประกอบด้วยคุณ Paul Kenny อดีต CEO ของ Minor Food และคุณฤทธิ์ ธีระโกเมน CEO ของ MK Restaurants ซึ่งเป็นการลงทุนในนามส่วนตัว) เรามองเป็นดีลที่ดี เพราะเป็นการปรับโครงสร้างที่ดีที่สุดของ RL ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่เผชิญ COVID-19 และ Golden Gate ซึ่งเป็น Private Equity ต้องการ Exit อยู่แล้ว ในขณะที่ผู้ถือหุ้นรายใหม่มีประสบการณ์ในธุรกิจมายาวนาน และถือเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งได้รับการยอมรับในแวดวงร้านอาหารอยู่แล้ว จึงเป็นโอกาสของ RL อีกครั้งในการฟื้นฟูเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ และกลับมาเติบโตได้ ในขณะที่ TU ยังคงสัดส่วนถือหุ้นใน RL ที่ 49% และได้รับเงินปันผล 8% ต่อปีตามเดิม รวมถึงผู้บริหารยืนยันว่าแนวโน้มอนาคตของ RL ยังเป็นไปตามแผน จะไม่มีการตั้งด้อยค่าแต่อย่างใด และในส่วนของหนี้สินของ RL ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ จึงมองว่าไม่กระทบต่อ TU และเรายังคาดกำไรปกติปี 2020 – 2021 โต 9.4% Y-Y และ 10.2% Y-Y ตามลำดับ คงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 18 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
31
สิงหาคม
2020
XO (BUY/21TP: 11.6], ลุ้นกำไร 3Q20 ทำ New High ต่อเนื่อง
(views 79)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โทนบวก แนวโน้มคาสั่งซื้อ 3Q20 จะเพิ่มขึ้นจาก 2Q20 ดีกว่าเดิมที่เคยคาดว่าจะลดลง เพราะสถานการณ์ COVID-19 ยังยืดเยื้อ ทำให้ Demand ซอส น้าจิ้ม และเครื่องปรุงอาหารต่างๆยังสูงต่อเนื่อง จึงยังทำให้อัตราการใช้กาลังผลิตโรงงานยังทรงตัวสูง กอปรกับ Product Mix ที่ยังดีต่อเนื่อง เพราะสินค้ากลุ่มซอสและน้าจิ้มมีอัตรากาไรดี ช่วยหนุนให้อัตรากาไรขั้นต้นโดยรวมน่าจะยังทรงตัวสูงต่อไป ในขณะที่คาดค่าใช้จ่ายยังอยู่ในระดับต่า เพราะไม่มีการออกงานแฟร์ หรือทา Promotion ใดๆ เบื้องต้นจึงคาดกำไรปกติ 3Q20 มีลุ้นทาจุดสูงสุดใหม่เป็นไตรมาสที่ 2 ทาให้ประมาณการกำไรปกติปี 2020 ของเราดูมี Upside จากปัจจุบันคาดไว้ที่ 248 ล้านบาท โต 105% Y-Y และคาดปี 2021 สถานการณ์อาจกลับสู่ภาวะปกติ จึงคาดกาไรจะทรงตัว Y-Y และคงราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 11.6 บาท (อิง PE เดิม 20 เท่า) มี Upside 25.4% ปรับคาแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ซื้อเก็งกำไร คาสั่งซื้อ 3Q20 ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 2Q20
อ่านเพิ่มเติม
28
สิงหาคม
2020
ICHI (BUY/21TP: 11], กำลังขยายเข้าสู่ Functional Drink คาดหนุนกำไรปีหน้าโตต่อ
(views 80)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวก ภายหลังได้ออกสินค้าใหม่ น้าด่าง PH Plus 8.5 ตั้งแต่ 2Q20 ที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับที่ดี บริษัทมีแผนออกสินค้าใหม่อีก 2 รายการคือ เครื่องดื่มผสมวิตามิน C&E (C200) และเครื่องดื่มผสมวิตามิน C สูง (Ichitan Vitt CC) ในช่วงเดือน ก.ย. – ต.ค. นี้ คาดได้รับการตอบรับที่ดี เพราะผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และยังเป็นตลาดที่เล็ก แต่มีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยผู้บริหารตั้งเป้ารายได้จาก 3 สินค้าใหม่ในช่วง 2H20 ไว้ที่ 400 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,200 ล้านบาทในปี 2021 และยังอยู่ระหว่างทำการตลาดส่งออกมากขึ้น ภายหลังเริ่มประสบความสาเร็จในอินโดนีเซีย จะขยายไปในฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย รวมถึงกลับมารุกตลาด CLMV อีกครั้ง คาดจะได้เห็นความชัดเจนของตลาดส่งออกในปี 2021 ระยะสั้น เราคาดกาไรปกติ 2H20 จะเติบโตดี Y-Y เพราะฐานต่าปีก่อน และอาจอ่อนตัวลงจาก 1H20 ตามปัจจัยฤดูกาล และด้วยปัญหา COVID-19 ที่ยังมีอยู่ จึงคาดรายได้จะทยอยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และคาดกลับมาสดใสมากขึ้นในปีหน้า ทั้งนี้เราได้รวมรายได้จากสินค้าใหม่ 3 รายการในปีหน้าราว 600 ล้านบาท ถือว่า Conservative กว่าเป้าของผู้บริหาร ดังนั้น เราจึงยังประมาณการกาไรปกติปี 2020 ไว้ตามเดิม +29.2% Y-Y และปรับเพิ่มกาไรปกติปี 2021 ขึ้น 5% เป็นการเติบโต +15% Y-Y จากเดิมคาดโต +9% Y-Y และ Re-rate PE ขึ้นกลับมาเท่าค่าเฉลี่ยที่ 23 เท่า จากเดิม 21 เท่า จึงปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2021 เป็น 11 บาท จากเดิม 9.5 บาท ยังมี Upside 24.3% ปรับคาแนะนาขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
26
สิงหาคม
2020
HANA (BUY/21TP: 48], คำสั่งซื้อกลับมาฟื้นใน 2H20 ช่วยหนุนกำไรฟื้นตัวต่อ
(views 80)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวใน 2H20 จากทั้งการฟื้นตัวของโรงงานจีนที่เร็วกว่าคาดใน 2Q20 และน่าจะทรงตัวต่อเนื่องใน 3Q20, คำสั่งซื้อของลูกค้าในเยอรมนีฟื้นตัวเร็วกว่าประเทศอื่นๆในยุโรป ทำให้ภาพรวมคาสั่งซื้อจะฟื้นตัวชัดเจนช่วงปลาย 3Q20 – 4Q20 และเป็นการฟื้นทั้งสินค้ากลุ่ม Smartphone, Consumer Electronics และ Automotive แม้ผู้บริหารยังกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจาก COVID-19 ที่ยังไม่คลี่คลายจนกว่าจะมีวัคซีน และปัญหา Trade Deal ระหว่างสหรัฐและจีน แต่เรามองบวกต่อความ Conservative ของผู้บริหารทาให้บริษัทวางแผนกลยุทธ์อย่างรัดกุม ไม่ประมาท ทั้งการเน้นควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแผนการลงทุนที่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยมีแผนใช้เงินลงทุนปีนี้ต่ากว่าในอดีตอยู่มาก เพื่อเป็นการรักษาสภาพคล่อง ทั้งนี้ด้วยการฟื้นตัวของโรงงานจีนที่เร็วกว่าคาด และแนวโน้มคาสั่งซื้อฟื้นตัวใน 2H20 เราจึงปรับเพิ่มกำไรปกติปีนี้ขึ้น 40% เป็นการเติบโต 28.5% Y-Y และปรับเพิ่มกำไรปีหน้า 9% เป็นการโตต่อเนื่อง 16.7% Y-Y ปรับใช้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2021 ที่ 48 บาท (Re-rate PE ขึ้นเป็น 17 เท่า จากเดิม 15 เท่า ให้เท่ากับค่าเฉลี่ย 3 ปี +1SD ซึ่งยังเป็น PE ที่ต่ากว่ากลุ่ม) ยังมี Upside 17.8%
อ่านเพิ่มเติม
25
สิงหาคม
2020
SEAFCO (BUY/20TP: 6.9], งานในมือยังแข็งแกร่ง มีศักยภาพรับงานเข้ามาเติมอีกมาก
(views 87)
ผลกระทบ COVID-19 ส่งผลให้แรงงานต่างด้าวไม่สามารถกลับเข้าประเทศ ทำให้กำลังคนไม่เพียงพอ และความคืบหน้างานช้าลง บริษัทปรับลดเป้ารายได้ปีนี้ลงจากเดิมคาด +10% Y-Y เป็นทรงตัว Y-Y แต่ถือว่าใกล้เคียงกับประมาณการของเราที่ 3.1 พันล้านบาท โดยแนวโน้มกำไร 2H20 คาดทรงตัว H-H จากการทยอยรับรู้งานในมือที่มีอยู่กว่า 2.2 พันล้านบาท ขณะที่คาดหวังการรับงานเข้ามาเติมในช่วงที่เหลือของปีราว 1 พันล้านบาท จากงานที่อยู่ระหว่างการประมูล 5 พันล้านบาท หลักๆเป็นงานเอกชน ส่วนงานภาครัฐจะเป็นแรงขับเคลื่อนในปี 2021 คงราคาเหมาะสม 6.90 บาท ราคาหุ้น -19% ภายใน 2 สัปดาห์ เทรดบน PE2020-2021 เฉลี่ย 12x (ค่าเฉลี่ย -1.25SD) มองว่าน่าสนใจในการเข้าลงทุน บริษัทปรับลดเป้ารายได้ปีนี้ จากปัญหาแรงงานไม่เพียงพอ
อ่านเพิ่มเติม
24
สิงหาคม
2020
TVO (BUY/21TP: 31], ปรับลดกำไรปีนี้ แต่ยังเติบโตดี และให้ Dividend Yield สูง
(views 72)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ แม้แนวโน้มราคาถั่วเหลืองในช่วง 2H20 จะกลับมาปรับตัวสูงขึ้น จากการเร่งนำเข้าถั่วเหลืองของจีนสู่ระดับสูงสุดใหม่ และปริมาณสต็อกถั่วเหลืองโลกปีนี้ปรับลดลงมาก แต่ด้วยการขายกากถั่วเหลืองใน 2Q20 ที่ถูกกระทบชั่วคราวจาก COVID-19 ทำให้บริษัทมาเร่งขายมากขึ้นใน 3Q20 จึงต้องแลกด้วยอัตรากาชำไรขั้นต้นที่อ่อนตัวลงเล็กน้อย ระยะสั้นจึงคาดแนวโน้มกำไร 3Q20 อาจอ่อนตัวลง Q-Q ก่อนจะกลับมาดีขึ้นใน 4Q20 ตามการฟื้นตัวของราคาถั่วเหลือง กอปรกับเป็นช่วง High Season ของธุรกิจน้ามันถั่วเหลือง เพราะมีเทศกาลกินเจ อย่างไรก็ตามด้วยกำไรที่ถูกกระทบจาก COVID-19 ใน 2Q20 เราจึงปรับลดกำไรปกติปีนี้ลง 7.8% เป็นการเติบโต 14.5% Y-Y จากเดิมคาดโต 21.5% Y-Y และคาดกำไรปีหน้าจะโตต่อเนื่อง +12.1% Y-Y เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 31 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ยังมี Upside 13.8% และประกาศจ่ายปันผลงวด 1H20 หุ้นละ 0.9 บาท Yield 3.3% จะขึ้น XD 28 ส.ค. จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
สิงหาคม
2020
SYNEX (BUY/21TP: 16], แนวโน้มกำไรยังสดใสตามความต้องการสินค้าไอที
(views 91)
แนวโน้มกำไรยังคงสดใสจากความต้องการสินค้า IT, Accessories และ Gaming ที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจากช่วง WFH ประกอบกับพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนมาซื้อสินค้าออนไลน์ เราเชื่อว่าส่วนหนึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแบบถาวร ซึ่งเป็นผลบวกต่อมาร์จิ้นของบริษัท นอกจากนี้ การกระจายส่วนผสมและแบรด์ของสินค้า ไม่พึ่งพาแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งมากเกินไป จะทำให้ปัญหาที่สหรัฐแบนหัวเว่ยส่งผลกระทบจากัดของบริษัท เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2020-2021 เติบโต 6% Y-Y และ 17% Y-Y ตามลาดับ เป็น 557 ล้านบทและ 651 ล้านบาท ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายเท่ากับค่าเฉลี่ย PE 5 ปีย้อนหลังที่ 17 เท่า แต่จะลดเหลือ 14.8 เท่าในปีหน้า เรายังคงแนะนำซื้อ คงราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 16 บาท (PE 21 เท่า) และคาดการณ์ Dividend yield ราว 4% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2020
AMATA (BUY/20TP: 15], กำไร 2Q20 ดีกว่าคาดแต่ยังต่ำกว่าปกติและต่ำกว่าศักยภาพ
(views 64)
กำไรปกติ +56% Q-Q, -59% Y-Y ถูกกระทบทั้งการขายที่ดินและโรงไฟฟ้าของบ.ร่วม
AMATA มีกำไรสุทธิ 215.4 ล้านบาทใน 2Q20 หากตัดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งของ AMATA และโรงไฟฟ้าที่เป็นบ.ร่วม จะเป็นกำไรปกติ 177.4 ล้านบาท +55.8% Q-Q, -58.6% Y-Y ดีกว่าเราคาด 31% แต่ยังเป็นกำไรที่ต่ากว่าระดับปกติเพราะการ COVID-19 กระทบทั้งรายได้ขายที่ดินและสาธาณูปโภคของบริษัท ทำให้การลงทุนหยุดชะงักและมีข้อจากัดในการเดินทาง และกระทบรายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำของบริษัทร่วมเพราะลูกค้าในกลุ่มยานยนต์มีการทำงานลดลง ในส่วนของการขายที่ดิน ใน 2Q20 ขายได้เพียง 46 ไร่ต่ำสุดในรอบ 2 ปีและโอนที่ดินได้เพียง 73 ไร่ ทำให้รายได้จากการโอนที่ดิน -3.8% Q-Q, -31.3% Y-Y ส่งผลถึงรายได้จากการขายสาธารณูปโภคให้ -11.2% Q-Q, -9.9% Y-Y อัตรากาไรขั้นต้นของทั้งสองธุรกิจก็ลดลง มีเพียงหลักธุรกิจโรงงานให้เช่าที่โตต่อเนื่องและมีอัตรากาไรขั้นต้นสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายขายและบริหารคุมให้ลดลงเหลือ 17.0% ของรายได้ จากไตรมาสก่อนๆที่อยู่ที่ 18-23% AMATA ประกาศจ่ายปันผล 0.10 Yield 0.7% XD 28 ส.ค. จ่ายเงิน 11 ก.ย. 2020
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2020
CENTEL (HOLD/21TP: 24.4], 2Q20 ขาดทุนน้อยกว่าคาดจากการควบคุมต้นทุนที่เข้มข้น
(views 73)
2Q20 ขาดทุนน้อยกว่าคาดและเป็นจุดต่าสุด
CENTEL ประกาศผลการดำเนินงาน 2Q20 มีผลขาดทุนปกติ 465 ลบ. มากขึ้นจาก 1Q20 ที่ขาดทุนปกติ 9 ลบ.และพลิกจากกำไรปกติ 290 ลบ. แต่ดีกว่าเราและตลาดคาดถึง 37% แม้รายได้จะหดตัวแรงกว่าคาด -50.1% Q-Q, -56.1% Y-Y โดยธุรกิจโรงแรมมี Rev Par ติดลบ -96.5% Y-Y จากการ Lockdown และธุรกิจอาหารมี Same Store Sales Growth หดตัว -35.4% Y-Y แต่การควบคุมต้นทุนทาได้ดีกว่าที่คาดโดยเฉพาะค่าใช้จ่าย SG&A ที่ลดลงได้ถึง -37.1% Q-Q, -39.7% Y-Y รวมถึงธุรกิจอาหารที่มี Gross Margin ดีกว่าคาดมาก 45.1% ชะลอเพียงเล็กน้อย Q-Q และดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย EBITDA ใน 2Q20 ยังคงเป็นบวกที่ 440 ลบ. (คาดไม่ติดลบแม้ไม่รวมผลกระทบของ TFRS16) และคาดผ่านจุดที่แย่สุดไปแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2020
CK (BUY/20TP: 22], งบ 2Q20 ดีกว่าคาด จากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม
(views 58)
ผลประกอบการ 2Q20 พลิกเป็นบวก ดีกว่าคาดจากเงินลงทุนบริษัทร่วม
CK รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 อยู่ที่ 63.8 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนใน 1Q20 ที่ -112 ล้านบาท แต่หดตัว 93% Y-Y หากไม่รวมกำไรพิเศษใน 2Q19 กาไรปกติจะชะลอ 56% Y-Y ดีกว่าเราคาด 90% มีสาเหตุจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมมากกว่าคาด และดีกว่าตลาดคาด 379% โดยผลประกอบการที่ดีขึ้นจาก 1Q20 มาจากการรับรู้ปันผลรับจาก TTW ราว 232 ล้านบาท ขณะที่หดตัว Y-Y ถูกกดดันจากส่วนแบ่งกาไรบริษัทร่วมที่หดตัว 78% Y-Y อยู่ที่ 45 ล้านบาท จากทั้ง BEM ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และ CKP จากผลของภัยแล้ง รวมถึงรายได้งานก่อสร้างที่อ่อนลงเป็น 4 พันล้านบาท (-26% Q-Q, -28% Y-Y) เนื่องจากมีหลายงานอยู่ในช่วงปลายโครงการ และงานใหม่มีความคืบหน้าไม่มาก อย่างไรก็ดี อัตรากาไรขั้นต้นอยู่ในเกณฑ์ดี 9% เทียบกับ 1Q20 ที่ 8.9% และ 2Q19 ที่ 8.1% จากการรับรู้งานหลักเป็นรถไฟฟ้าซึ่งมาร์จิ้นดี
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2020
RBF (BUY/21TP: 11], กำไร 2Q20 ต่ำกว่าคาด แต่คาดกลับมาฟื้นตัวใน 3Q20
(views 53)
กำไร 2Q20 ต่ำกว่าเราและ Consensus คาด 7% และ 13% ตามลำดับ
กำไรสุทธิ 2Q20 เท่ากับ 109 ล้านบาท (-25.9% Q-Q, +81.7% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษจะมีกำไรปกติที่ 106 ล้านบาท (-31.2% Q-Q, +17.8% Y-Y) ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย (เราคาดไว้ 114 ล้านบาท) เพราะถูกกระทบจาก COVID-19 จากเหตุการณ์ Lockdown ในเดือน เม.ย. ทำให้ลูกค้าชะลอคาสั่งซื้อเป็นการชั่วคราว แต่หลังจากนั้นได้ฟื้นกลับมาในเดือน พ.ค. ทำให้รายได้จากธุรกิจอาหาร -11.4% Q-Q แต่ยังโตได้เล็กน้อย +3.2% Y-Y โดยมาจากทั้งการขายในประเทศ +3.6% Y-Y ส่วนส่งออกโตเพียงเล็กน้อย +0.8% Y-Y ในขณะที่ธุรกิจโรงแรมถือว่าถูกกระทบหนัก โดยปิดให้บริการทั้งเชียงใหม่และชุมพรราว 2 เดือน โดยรายได้จากโรงแรมไตรมาสนี้เหลือเพียง 2 ล้านบาท จากปกติไตรมาสละ 17 – 18 ล้านบาท จึงทาให้รายได้รวมใน 2Q20 -13.2% Q-Q, +0.9% Y-Y ในขณะที่อัตรากาไรขั้นต้นปรับลดลงมาอยู่ที่ 40.2% จาก 43.2% ใน 1Q20 และใกล้เคียง 40.3% ใน 2Q19 เป็นอัตรากาไรที่ปรับลงทั้งธุรกิจอาหาร และขาดทุนขั้นต้นโรงแรมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทได้พยายามควบคุมลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะเกี่ยวกับธุรกิจโรงแรม ทำให้ค่าใช้จ่ายปรับลง -9.4% Q-Q, -5.2% Y-Y (ไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษในปีก่อน) แต่ยังน้อยกว่าการปรับลงของรายได้ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังอยู่ที่ 20.7% จาก 19.8% ใน 1Q20 และลดลงเล็กน้อยจาก 21.9% ใน 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2020
SEAFCO (BUY/20TP: 6.9], งบ 2Q20 ต่ำกว่าคาด แต่ Backlog ยังแข็งแกร่ง
(views 76)
กำไร 2Q20 -24% Q-Q, -29% Y-Y ต่ำกว่าคาด จากรายได้น้อยกว่าคาด SEAFCO รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 ที่ 71.8 ล้านบาท (-24% Q-Q, -29% Y-Y) ต่ากว่าที่เราคาด 12% (รายได้น้อยกว่าคาด) และตลาดคาด 14.5% ผลประกอบการที่อ่อนลง จากรายได้ก่อสร้างที่หดตัว 16% Q-Q และ 6% Y-Y เป็น 732.5 ล้านบาท หลังงานใหญ่อย่างรถไฟฟ้าสีส้ม, One Bangkok ส่งมอบแล้วใน 4Q19 ขณะที่งานหลักอย่างศูนย์ราชการ และ Dusit Central Park (ยังส่งมอบไม่เต็มพื้นที่) มีความคืบหน้าไม่มาก ส่วนอัตรากาไรขั้นต้นทาได้ 18.4% ใกล้เคียงกับ 1Q20 ที่ 18.1% แต่ปรับลดจาก 2Q19 ที่ 22% ซึ่งรับรู้งานรถไฟฟ้าที่มาร์จิ้นดี
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2020
SISB (BUY/21TP: 11.2], กำไร 2Q20 ถูกกระทบหนักจาก COVID-19 และเป็นจุดต่ำสุด
(views 60)
กำไรปกติ 2Q20 อยู่ที่ 29 ล้านบาท -50% Q-Q, -44% Y-Y ดีกว่าเราคาด 70% SISB รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 อยู่ที่ 4.3 ล้านบาท โดยมีรายการพิเศษที่เป็นตัวติดลบ 25.0 ล้านบาทคือผลขาดทุนจากเงินลงทุนในตราสารหนี้ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง 15.3 ล้านบาท (ผลกระทบจริงยังไม่สามารถสรุปได้ในขณะนี้) และค่าเผื่อการด้อยค่าของการปิดสาขาเอกมัย 9.7 ล้านบาท (สาขาประชาอุทิศและสาขาเอกมัยตั้งอยู่ใกล้กัน แต่นักเรียนมักเลือกเรียนที่สาขาประชาอุทิศมากกว่า ทำให้ไม่สามารถใช้ทรัพยากรที่สาขาเอกมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงปิดสาขาเอกมัยหลังจบปีการศึกษา 2019/2020 และย้ายนักเรียนที่เหลือทั้งหมดไปสาขาอื่น) หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว จะเป็นกาไรปกติ 29.3 ล้านบาท -50.3% Q-Q, -43.8% Y-Y ดีกว่าเราคาด 70% จากจานวนนักเรียนที่ลดลงน้อยกว่าคาด
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2020
TRUE (BUY/21TP: 3.7], ขาดทุนปกติ 2Q20 มากกว่าคาดเล็กน้อย
(views 61)
กำไรสุทธิ 2Q20 มาจากการขาย DIF
TRUE ประกาศกำไรสุทธิ 2Q20 ที่ 1,262 ลบ. พลิกจากขาดทุน 161 ลบ.ใน 1Q20 และ +19% Y-Y หนุนโดยกำไรจากการขาย DIF 300 ล้านหน่วย (สัดส่วน 2.82%) ราว 1,886 ลบ. โดยหากตัดรายการดังกล่าวและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 276 ลบ.ออก จะมีผลขาดทุนปกติ 900 ลบ. ลดลงจาก 1Q20 ที่ขาดทุน 518 ลบ.และ -174.3% Y-Y ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2020
CPF (BUY/20TP: 40], ลุ้นกำไร 3Q20 ทำจุดสูงสุดใหม่ ยังแนะนำ ซื้อ
(views 60)
ประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ ระยะสั้นโทนบวก ภายหลัง Reopen เริ่มเห็นการฟื้นตัวของ Demand เนื้อสัตว์ทั้งในประเทศและการส่งออก นำไปสู่ราคาหมูไทย และไก่ไทยปรับตัวสูงขึ้น ล่าสุดราคา 3QTD +21% Q-Q และ +14.5% Q-Q ในขณะที่ราคาหมูเวียดนามยังทรงตัวในระดับสูง เพราะปัญหาขาดแคลนหมู ในขณะที่ราคาวัตถุดิบยังทรงตัวอยู่ในระดับต่า อีกทัง้ คาดส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม(CPALL) จะกลับมาฟื้นตัว แนวโน้มกำไรยังดูสดใสต่อเนื่องใน 3Q20 และมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่อีกครัง้ จากกำไรปกติ 1H20 คิดเป็น 54% ของประมาณการทั้งปี เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 – 2021 ไว้ตามเดิม +41.8% Y-Yและ +2.5% Y-Y ตามลา ดับ Story ถัดไปคือ การควมรวม Tesco ปัจจุบันอยู่ระหว่างยื่นเอกสารขออนุมัติจาก OTCC ซึ่งหากได้รับอนุมัติ คาดจะควบรวมได้อย่างเร็วคือปลาย 4Q20 ในช่วงแรกของการควบรวม อาจต้องเผชิญแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายต่างๆ และหลังจากนั้นถึงจะเริ่มรับรู้ผลบวก ซึ่งคาด CPF จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ลา ดับแรก จากการมีช่องทางการขายที่มากขึ้น ยังคงราคา
เป้าหมายปี นี้ที่ 40 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) และแจ้งจ่ายปันผลงวด 1H20 หุ้นละ0.4 บาท Yield 1.2% ขึ้น XD 28 ส.ค. และจ่ายเงิน 11 ก.ย. คงคำแนะนำซื้อคาดกำไร 2Q20 ลดลง Q-Q ถูกกระทบจาก CV-19 แต่ยังโตดี Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2020
CBG (BUY/21TP: 147], ระยะสั้น 3Q20 กำไรอาจแผ่วลง แต่จะกลับมาดีช่วงถัดไป
(views 58)
จากประชุมนักวิเคราะห์วันศุกร์ที่ผ่านมา ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 3Q20 อาจอ่อนตัวลง Q-Q จากรายได้ส่งออกที่แผ่วลงตามฤดูกาล เพราะเป็นหน้าฝน และคาดมีการเร่งซื้อไปมากในช่วงก่อนหน้า จากการทำ Promotion ให้กับ Distributor แต่สิ่งที่ดีคือ รายได้เครื่องดื่มชูกำลังในประเทศเริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง กอปรกับจะรับรู้รายได้จาก C-Lock ได้มากขึ้น จากการทาการตลาดและมีการออกรสชาติใหม่ในเดือน มิ.ย. คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q20 และอาจเป็นจุดสูงสุดของปี ทั้งนี้บริษัทยังคงเป้าการเติบโตในปีนี้ตามเดิม ด้วยรายได้รวม +20% Y-Y แต่คาดขาดทุน ICUK จะเหลือเพียง -4-5 ล้านปอนด์ ต่ากว่าเป้าเดิมที่ -10 ล้านปอนด์ เราจึงปรับเพิ่มกาไรปกติปี 2020 – 2021 ขึ้น 14% - 18% เป็นการเติบโต +38.9% Y-Y (เดิมคาด +21.8% Y-Y) และ +20.3% Y-Y (เดิม +15.6% Y-Y) สะท้อนทั้งกาไร 2Q20 ที่ดีกว่าคาด, รวม C-Lock ที่เริ่มเห็นพัฒนาการที่ดี และเป้าขาดทุน ICUK ที่ดีกว่าเดิม และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 147 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 15.7% และจ่ายปันผลงวด 1H20 หุ้นละ 0.9 บาท Yield 0.7% กาหนดขึ้น XD 21 ส.ค. และจ่ายเงิน 4 ก.ย. แนะนาซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2020
ICHI (HOLD/21TP: 9.5], กำไร 2Q20 ดีกว่าคาดเล็กน้อย
(views 74)
กำไร 2Q20 ถูกกระทบจาก COVID แต่ยังคุมค่าใช้จ่ายได้ กำไรสุทธิ 2Q20 เท่ากับ 149 ล้านบาท (-6.3% Q-Q, +8.8% Y-Y) ดีกว่าคาดเล็กน้อย (เราคาดไว้ 140 ล้านบาท) กำไรที่ลดลง Q-Q เพราะไตรมาสนี้บริษัทเริ่มกลับมาจ่ายภาษีในอัตรา 17.8% ภายหลัง BOI ครบกาหนดแล้วใน 1Q20 ส่วนกำไรที่ยังโต Y-Y มาจากการลดค่าใช้จ่ายเป็นหลัก ในขณะที่ในแง่รายได้ถือว่าถูกกระทบจาก COVID-19 โดยรายได้รวม -16.7% Y-Y มาจากรายได้ในประเทศ -11.8% Y-Y และรายได้ส่งออก (ส่วนใหญ่เป็นกัมพูชา) -30% Y-Y ทั้งนี้รายได้ส่งออกได้ลดลง Y-Y ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 7 และทาให้รายได้ส่งออกลดลงเหลือ 22.8% ของรายได้รวม จากปีก่อนที่ 27% แต่ด้วยการเน้นบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 21.5% จาก 19.3% ในปีก่อน และลดค่าใช้จ่ายทางการตลาดอย่างหนัก ทำให้สัดส่วนค่าใช้ต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 8.3% จาก 11.3% ใน 2Q19 ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่อินโดนีเซีย ถือว่ายังประคองตัวได้ดี มีส่วนแบ่งกาไรที่ 1.4 ล้านบาท ลดลงจาก 8.4 ล้านบาทใน 1Q20 แต่พลิกจากที่ขาดทุน -4.9 ล้านบาทใน 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2020
MINT (HOLD/21TP: 21], 2Q20 ขาดทุนหนักกว่าคาด
(views 77)
2Q20 ขาดทุนมากกว่าเราและตลาดคาด
MINT ประกาศขาดทุนสุทธิ 2Q20 ที่ 8,448 ลบ. เพิ่มขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 1,774 ลบ. ใน 1Q20 และ -573% Y-Y หากตัดรายพิเศษออกจะมีผลขาดทุนปกติ 7,163 ลบ. แย่กว่าตลาดคาด สาเหตุเกิดจากทั้งรายได้ที่ต่ากว่าคาดและต้นทุนที่ลดลงได้น้อยกว่าคาดจาก COVID-19 ที่กระทบหนัก การ Lockdown ในเดือน เม.ย.-พ.ค. ส่งผลให้ Rev Par ของธุรกิจโรงแรมหดตัวแรง -95% Y-Y ขณะที่ SSSG ของธุรกิจอาหาร -23% Y-Y เนื่องจากต้องมีการปิดโรงแรมและร้านอาหารชั่วคราว ส่งผลให้ EBITDA Margin ใน 2Q20 หดตัวแรงเหลือเพียง 4.5% จาก 16.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน (หากไม่นับผลกระทบของ TFRS16 EBITDA Margin จะติดลบ -18%)
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2020
ORI (BUY/21TP: 9], งบ 2Q20 ดีกว่าคาด ปรับประมาณการขึ้น
(views 74)
กำไรปกติ 2Q20 เติบโต 57% Q-Q และ 2.5% Y-Y ท่ามกลาง COVID-19
ORI รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 ที่ 707 ล้านบาท (+19% Q-Q, -4% Y-Y) หากไม่รวมกำไรจากการขายเงินลงทุนใน 1Q20 และ 2Q19 กำไรปกติจะขยายตัว 57% Q-Q และ 2.5% Y-Y ดีกว่าเราคาด 11% (ค่าใช้จ่ายขายและบริหารน้อยกว่าคาด) และดีกว่าตลาดคาด 20% ผลประกอบการที่เติบโตได้ท่ามกลาง COVID-19 มีแรงหนุนจากยอดโอน +58% Q-Q, +9% Y-Y แตะ 3.1 พันล้านบาท จากการเน้นระบายสต็อก บวกกับเริ่มรับรู้คอนโดใหม่ The Origin Phahol-Saphanmai (มูลค่า 1.2 พันล้านบาท, Sold 60%) รวมถึงค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดโอนที่ปรับลดเป็น 13.6% จาก 24.3% ใน 1Q20 และ 22.9% ใน 2Q19 จากการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการเน้นขายช่องทางออนไลน์ และใช้กลยุทธ์ Everyone can sell โดยสนับสนุนให้พนักงานทุกตาแหน่งในบริษัทเป็นผู้ขาย อย่างไรก็ดี การออกโปรโมชั่นลดราคา ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขายอสังหาฯปรับลดเป็น 35.4% จาก 39.9% ใน 1Q20 และ 42.9% ใน 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2020
OSP (BUY/21TP: 51], ผ่านกำไรต่ำสุดใน 2Q20 แล้ว แนะนำซื้อลงทุน
(views 82)
กำไร 2Q20 ใกล้เคียงคาด ไม่สดใสนัก
กำไรสุทธิ 2Q20 เท่ากับ 804 ล้านบาท (-13.2% Q-Q, +13.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 769 ล้านบาท) หากไม่รวมรายการพิเศษในปีก่อนและไตรมาสก่อน เท่ากับว่ากาไรปกติ 2Q20 -3.9% Q-Q, +2% Y-Y ถือว่าไม่สดใสนัก เพราะถูกกระทบจาก COVID-19 พอสมควร ทั้งรายได้เครื่องดื่มที่หดตัวทั้งเครื่องดื่มชูกาลังในประเทศ ตามมูลค่าตลาดที่ลดลง -14.2% Y-Y, เครื่องดื่มในต่างประเทศ -33.1% Y-Y มีเพียง C-Vitt ที่เติบโตเด่น +249.3% Y-Y (ขายได้ 99 ล้านขวด คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ที่ 33.9%) แต่ด้วยสัดส่วนเพียง 10% จึงไม่สามารถชดเชยรายได้เครื่องดื่มชูกาลังที่หดตัวได้ ในขณะที่กลุ่ม Personal Care ถูกกระทบเช่นเดียวกัน โดยรายได้กลุ่มนี้ลดลง -21.9% Y-Y มีเพียงกลุ่มรับจ้างผลิตที่โตดี +18% Y-Y จากการรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮอล์และรายได้จาก Vending Machine ทาให้ภาพรวมรายได้ 2Q20 ลดลง -11.6% Q-Q, -6.1% Y-Y และอัตรากาไรขั้นต้นปรับลดลงเป็น 33.6% จาก 35.4% ใน 1Q20 และ 35.3% ใน 2Q19 ส่วนหนึ่งมาจาก Product Mix ที่เปลี่ยนไป เพราะ C-vitt เป็นการบันทึกอัตรากาไรขั้นต้นในลักษณะรับจ้างผลิต ทาให้อัตรากาไรขั้นต้นูต่ำลง แต่ต้องพิจารณาในส่วนของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมประกอบด้วย เพราะมีการรับรู้จากทั้ง C-Vitt และไทโช ซึ่งในไตรมาสนี้ทำได้ดีขึ้นมาอยู่ที่ 66 ล้านบาท (+6.5% Q-Q, +135.7% Y-Y) สำหรับค่าใช้จ่ายถือว่าควบคุมได้ดี -12.9% Q-Q, -8.2% Y-Y จึงพอจะช่วยให้กำไรใน 2Q20 โต Y-Y ได้เล็กน้อย
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2020
XO (T-BUY/20TP: 11.6), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาด และจะกลับมาฟื้นตัวใน 2H20
(views 73)
2Q20 ทำจุดสูงสุดใหม่ทั้งรายได้ อัตรากาไร และกาไรสุทธิ
กำไรสุทธิ 2Q20 เท่ากับ 92 ล้านบาท (+95.7% Q-Q, +557.1% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 69 ล้านบาท) มาจากรายได้ที่ดีกว่าคาดมาก เนื่องจากได้รับผลบวกจาก COVID-19 และลูกค้าหลักของบริษัทคือผู้บริโภครายย่อย ซึ่งต้องซื้อสินค้ากลุ่มน้าจิ้มและซอสสาหรับปรุงอาหารที่บ้านมากขึ้น โดยรายได้ในไตรมาสนี้เติบโตน่าประทับใจ +24.6% Q-Q, +61.4% Y-Y เดิบโตดีทั้งลูกค้ายุโรป +68% Y-Y และออสเตรเลีย +145% Y-Y และด้วยอัตราการใช้กาลังการผลิตที่สูงขึ้น ในขณะที่ล็อกราคาวัตถุดิบในระดับต่าไว้ล่วงหน้า ทำให้อัตรากาไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 41.8% จาก 33.7% ใน 1Q20 และ 32.1% ใน 2Q19 อีกทั้งยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี จึงทำให้กำไรในไตรมาสนี้ทาจุดสูงสุดใหม่
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2020
ERW (SELL/21TP: 3.5], 2Q20 ขาดทุนหนักกว่าคาดเล็กน้อย
(views 81)
2Q20 ขาดทุนหนักจากการ Lockdown
ERW ประกาศผลการดำเนินงาน 2Q20 ขาดทุนปกติ 625 ลบ. มากขึ้นจากขาดทุนปกติ 103 ลบ.ใน 1Q20 และพลิกจากกำไร 11 ลบ.ใน 2Q19 รายได้หดตัวแรงกว่าคาด -93.4% Q-Q, -94.3% Y-Y แทบจะไม่มีรายได้เลยจากการ Lockdown ทาให้ Rev Par หดตัวแรงทั้งในไทยและฟิลิปปินส์ แม้จะมีมาตรการลดต้นทุนต่างๆ ทั้งการปิดโรงแรม การลดเงินเดือนพนักงาน แต่ชดเชยได้เพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้น ทาให้ EBITDA พลิกมาติดลบ 260 ลบ.
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2020
KCE (BUY/21TP: 34), คำสั่งซื้อ 2H20 ดูฟื้นเร็วกว่าคาด
(views 69)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวก ผู้บริหารเริ่มเห็นการฟื้นตัวของคาสั่งซื้ออีกครั้ง ภายหลังลูกค้าทยอยกลับมา Reopen คาดรายได้ 3Q20 จะกลับมาโต +15%-20% Q-Q และต่อเนื่องใน 4Q20 คาดโตอีก +15% - 20% Q-Q สู่ระดับใกล้เคียงปกติ ถือว่าฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่คาดไว้ เรามองว่าเพราะบริษัทเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนต้นน้ำ จึงได้เห็นการฟื้นตัวเป็นลาดับแรก กอปรกับลูกค้าเริ่มทยอยใช้สต็อกเก่าหมดไป นอกจากจะช่วยให้อัตราการใช้กำลังการผลิตกลับมาเหนือระดับตุ้มทุนได้อีกครั้ง รวมถึงบริษัทได้เริ่มแผนลดต้นทุนอย่างเข้มข้น ซึ่งน่าจะส่งผลบวกต่อเนื่องไปใน 2H20 ทั้งการทา Cost Saving, ปิดโรงงานบางปู และลดพนักงานลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการทยอยปรับใช้เครื่องจักรแทนมาตั้งแต่ปีก่อน จึงคาดเห็นการฟื้นตัวของกาไรตั้งแต่ 3Q20 และคาดจะกลับสู่ระดับปกติในปี 2021 ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาลูกค้าใหม่ในอินเดีย และสหรัฐ คาดจะเริ่มรับรู้รายได้ในปีหน้าเป็นต้นไป ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2020 – 2021 ขึ้น 12% - 30% เป็นการเติบโต 17.9% Y-Y และ 92.4% Y-Y ตามลำดับ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 34 บาท (Re-rate PE เป็น 20 เท่า จากเดิม 18 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง) ยังมี Upside 13.3% และประกาศจ่ายปันผลงวด 1H20 หุ้นละ 0.4 บาท Yield 1.3% กำหนดขึ้น XD 24 ส.ค. และจ่ายเงิน 9 ก.ย. แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2020
JWD (BUY/21TP: 8], กำไร 2Q20 หดตัวน้อยกว่าคาดและผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
(views 70)
กำไรปกติ 2Q20 -48% Q-Q, -40% Y-Y ดีกว่าคาด 11% กำไรสุทธิ 2Q20 อยู่ที่ 48.1 ล้านบาท -48.5% Q-Q, -39.7% Y-Y ดีกว่าคาด 11% ธุรกิจรถยนต์เป็นธุรกิจที่ถูกกระทบจาก COVID-19 หนักที่สุดโดยรายได้ -51.6% Q-Q, 47.2% Y-Y อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 10.8% จากระดับปกติ 33-35% และมีผลต่อเนื่องไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่นการขนส่งชิ้นส่วนยานยนต์ลดลง ตู้สินค้าอันตรายที่ผ่านเข้าท่าเรือแหลมฉบังลดลงจาก Supply chain ชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ที่ลดลง ปริมาณส่งออก-นาเข้าสินค้าเคมีลดลงตามการ Lockdown ทาให้การใช้คลังสินค้าอันตรายลดลงด้วย มีเพียงธุรกิจห้องเย็นและอาหารที่สดใส มีรายได้รวมกัน 427 ล้านบาท +10.2% Q-Q, +61.9% Y-Y จนมีสัดส่วน 49% ของรายได้รวม ทั้งนี้ โดยรวมแล้วรายได้ใน 2Q20 -7.4% Q-Q, +5.2% Y-Y อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็น 24.5% จาก 27-28% ในช่วงก่อน COVID-19
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2020
SAPPE (BUY/21TP: 25], กำไร 2Q20 ต่ำกว่าคาด แต่มองผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
(views 64)
กำไรปกติ 2Q20 ต่ำกว่าคาด ถูกกระทบจาก COVID-19 หนักพอควร กำไรสุทธิ 2Q20 เท่ากับ 83 ล้านบาท (+1.2% Q-Q, -38.9% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 12 ล้านบาท และกลับรายการขาดทุนด้อยค่าจาก TFRS9 ราว 3 ล้านบาท จะมีกำไรปกติที่ 68 ล้านบาท (-35.8% Q-Q, -50.4% Y-Y) ต่ากว่าคาด (เราคาดไว้ 79 ล้านบาท) ถือว่าถูกกระทบจาก COVID-19 หนักพอควร โดยรายได้รวมลดลง -15.2% Q-Q, -23.6% Y-Y ลดลงทั้งรายได้ในประเทศ -5.7% Q-Q, -17.8% Y-Y และรายได้ส่งออก -17.1% Q-Q, -29.5% Y-Y โดยลดลงมากที่อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ จากอัตราการใช้กาลังการผลิตที่ลดลงมาอยู่ที่ 55% จากก่อน COVID-19 อยู่ที่ 60% - 65% กอปรกับยังเผชิญกับภาษีสรรพสามิต Functional Drink ในอัตรา 10% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 35.4% จาก 35.7% ใน 1Q20 และ 37.8% ใน 2Q19 แม้บริษัทจะพยายามลดค่าใช้จ่าย โดย -7.2% Q-Q, -8.7% Y-Y แต่ด้วยรายได้ที่ลดลงมากกว่า ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 23.9% จาก 21.8% ใน 1Q20 และ 20% ใน 2Q19 ในขณะที่ส่วนแบ่งจากบริษัทร่วม Sappe Danone ยังขาดทุนเล็กน้อย -2.4 ล้านบาท ลดลงจาก -3.1 ล้านบาทใน 1Q20 และ -9.8 ล้านบาทใน 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2020
AP (BUY/21TP: 8.5], งบ 2Q20 มาตามนัด โตแกร่ง Q-Q และ Y-Y
(views 82)
กำไร 2Q20 ขยายตัว 97% Q-Q และ 149% Y-Y ดีตามคาด
AP รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 โตก้าวกระโดด 97% Q-Q และ 149% Y-Y อยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท เป็นไปตามที่เราคาด แต่ดีกว่าตลาดคาด 5% โดยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง หนุนจากยอดโอน(รวม JV) ทาระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 1.3 หมื่นล้านบาท (+96% Q-Q, +131% Y-Y) จาก 1) ยอดโอนของ AP ขยายตัว 47% Q-Q และ 67% Y-Y อยู่ที่ 7.6 พันล้านบาท หนุนจากแนวราบเป็นหลัก +53% Q-Q, +108% Y-Y เป็น 6.7 พันล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ ตามยอดขายที่แข็งแกร่ง และ 2) ยอดโอนของ JV ที่เร่งขึ้น จากการรับรู้คอนโด Life Ladprao ต่อเนื่อง หลังเริ่มโอนปลาย 2Q20 ส่งผลให้ส่วนแบ่งกาไร JV เร่งขึ้นเป็น 664 ล้านบาท (+509% Q-Q, +297% Y-Y) อย่างไรก็ดี การแข่งขันด้านราคา และออกโปรโมชัน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขายอสังหาฯ อยู่ที่ 28.3% ปรับลงจาก 32.6% ใน 1Q20 และ 30.9% ใน 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2020
DOHOME (HOLD/21TP: 13], กำไร 2Q20 ตามคาด และจะกลับมาฟื้นใน 3Q20
(views 79)
กำไร 2Q20 ใกล้เคียงคาด ลดลงทั้ง Q-Q, Y-Y
กำไรสุทธิ 2Q20 เท่ากับ 146 ล้านบาท (-17.5% Q-Q, -24% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 154 ล้านบาท) แม้จะต้องปิดสาขา 8 จาก 10 แห่ง (Size L) ราวเดือนครึ่ง แต่จากการมีรายได้จากช่องทางโทรศัพท์ราว 50% ของรายได้รวม กอรปกับการฟื้นตัวที่รวดเร็วหลัง Reopen ทาให้ SSSG พลิกเป็นบวกที่ +0.4% Y-Y เป็นบวกได้บริษัทเดียวในกลุ่มค้าปลีก ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้ +0.6% Q-Q, +2.9% Y-Y แต่แน่นอนว่ารายได้ผ่านช่องทางโทรศัพท์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้รับเหมา และร้านค้าช่วง (ที่ซื้อไปขายต่ออีกที) โดยสินค้าคือ กลุ่มวัสดุก่อสร้างเป็นหลัก ซึ่งมีมาร์จิ้นต่ากว่ากลุ่มซ่อมแซม และตกแต่ง ในขณะที่สินค้า House Brand ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มซ่อมแซมและตกแต่ง ทาให้ Product Mix เปลี่ยนไป กระทบต่ออัตรากาไรขั้นต้นปรับลงแรงมาอยู่ที่ 14.9% จาก 15.4% ใน 1Q20 และ 16.5% ใน 2Q19 เป็นระดับต่าสุดในรอบ 6 ไตรมาส แต่มองเป็นการลดลงชั่วคราว ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังควบคุมได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ทรงตัวที่ระดับ 10.3% ใกล้เคียงไตรมาสก่อนและปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2020
GFPT (BUY/21TP: 15.6], กำไร 2Q20 อ่อนตัวตามคาด แต่เป็นจุดต่ำสุดของปีนี้
(views 69)
กำไร 2Q20 ลดลง Q-Q, Y-Y ตามคาด
กำไรสุทธิ 2Q20 เท่ากับ 223 ล้านบาท (-31.4% Q-Q, -34.8% Y-Y) หากไม่รวม FX Loss -15 ล้านบาท จะมีกำไรปกติที่ 238 ล้านบาท (-13.8% Q-Q, -26.5% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 245 ล้านบาท) ถือว่าไม่สดใส โดนกระทบจาก COVID-19 พอสมควร ซึ่งปริมาณขายไก่ลดลดงทั้งในแง่ส่งออกทางตรง, ส่งออกทางอ้อม และขายในประเทศ -34.4%, -30.8%, -22.8% Y-Y ตามลาดับ ส่งผลให้ราคาขายปรับลงตามไปด้วย โดยเฉพาะราคาขายในประเทศ ทั้งในส่วนของ Main Product และ By Product ทาให้รายได้รวมไตรมาสนี้ลดลง -9.8% Q-Q, -23.6% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังพอทรงตัวได้ที่ระดับ 14.3% จาก 14.7% ใน 1Q20 และ 13.9% ใน 2Q19 ส่วนหนึ่งยังมีต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์อยู่ในระดับต่า แม้จะควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี แต่ด้วยรายได้ที่อ่อนตัวลง ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 9.9% จาก 9% ใน 1Q20 และ 7.6% ใน 2Q19 รวมถึงส่วนแบ่งกาไรบริษัทร่วมลดลง -15% Q-Q มากจากทั้ง GFN และ McKey ที่ถูกกระทบจาก COVID-19 แต่ยังโต +15% Y-Y มาจาก McKey เป็นหลัก เพราะมีการขยายกาลังการผลิต
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2020
ITEL (BUY/21TP: 3.6], กำไร 2Q20 -14% Q-Q, +368% Y-Y ตามคาด
(views 70)
กำไรปกติ 2Q20 ตามคาด -2% Q-Q, -17% Y-Y ถูกกระทบชั่วคราวจาก lockdown กำไรสุทธิ 2Q20 ที่รายงาน 57.8 ล้านบาทใน 2Q20 มีรายการพิเศษที่เป็น Non-cash item คือกำไรจากการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเงินกู้ 18.7 ล้านบาทเนื่องจากบริษัทได้รับการขยายเวลาจ่ายคืนเงินกู้กับสถาบันการเงินในประเทศแห่งหนึ่งออกไปอีก 1 ปี หากตัดรายการพิเศษดังกล่าวออก จะเป็นกาไรปกติ 39.1 ล้านบาท -2.4% Q-Q, -16.8% Y-Y เป็นไปตามคาดและถือเป็นกำไรที่ดีแม้ถูกกระทบจากการ Lockdown ทำให้ธุรกิจติดตั้งโครงข่าย (Installation) หดตัวมากกว่าธุรกิจอื่นชั่วคราวคือ -10.1% Q-Q, -57.5% Y-Y เพราะไม่สามารถเข้าพื้นที่ทางานติดตั้งได้ แต่ยังรักษาอัตรากาไรขั้นต้นที่ 16.9% ใกล้เคียงไตรมาสก่อนและดีกว่าปีก่อนได้ ผลประกอบการไตรมาสนี้ได้ธุรกิจ Data service เข้ามาช่วยโดยรายได้ +2.2% Q-Q, +27.6% Y-Y เพราะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (USO Phase 2) หลังจากที่ในปีก่อนติดตั้งโครงข่ายให้ลูกค้าแล้วเสร็จ เป็นธุรกิจที่เป็น Recurring income และเติบโตตลอดเวลาจากจานวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นธุรกิจที่มีอัตรากาไรขั้นต้นสูงรองจากธุรกิจ Data center และใน 2Q20 ได้รับการลดค่าเช่าโครงข่าย ทำให้อัตรากาไรขั้นต้นของ Data center ขยับขึ้นเป็น 31.0% จาก 30.3% ใน 1Q20 และ 26.5% ใน 2Q19 นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายขายและบริหารยังปรับลงจากการคุมรายจ่ายที่ดี ทาให้ EBITDA margin เพิ่มเป็น 36.7% จาก 35.1% ใน 1Q20 และ 24.7% ใน 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2020
M (BUY/21TP: 71], ขาดทุนตามคาด แต่เป็นจุดต่ำสุดแล้ว และจ่ายปันผล 1H20 ด้วย
(views 85)
ขาดทุนน้อยกว่าคาดเล็กน้อย และมองเป็นจุดต่าสุดของปีแล้ว 2Q20 พลิกเป็นขาดทุนที่ -247 ล้านบาท จากที่กำไร 340 ล้านบาทใน 1Q20 และ 689 ล้านบาทใน 2Q19 ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ -317 ล้านบาท) จากดอกเบี้ยจ่าย (เกิดจาก TFRS16) น้อยกว่าคาด และไตรมาสนี้มีรายการ Tax Credit 41 ล้านบาท (เราคาดว่าจะเป็น 0) สาเหตุที่ขาดทุนเพราะถูกกระทบจาก COVID-19 จึงต้องปิดสาขาเกือบทั้งหมดราวเดือนครึ่ง แม้จะเริ่มกลับมา Reopen ตั้งแต่กลางเดือน พ.ค. เป็นต้นมา แต่การฟื้นตัวยังค่อยเป็นค่อยไป และยังมีเรื่องของ Social Distancing ทาให้ SSSG ติดลบสูง โดย MK, Yayoi และแหลมเจริญ ติดลบราว -56% Y-Y, -51% Y-Y และ -65% Y-Y ตามลาดับ ถึงแม้บริษัทจะเน้นการทำตลาด Delivery มากขึ้น แต่ยังไม่สามารถชดเชยรายได้หน้าร้านได้ ทำให้รายได้รวมลดลง -43% Q-Q, -51.6% Y-Y และด้วยธุรกิจร้านอาหารเป็นธุรกิจที่มีต้นทุนคงที่สูงอยู่แล้ว โดย M มีครัวกลางและเครื่องจักรผลิตอาหาร ทำให้อัตรากาไรขั้นต้นอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 61.7% จาก 66.5% ใน 1Q20 และ 69% ใน 2Q19 ในส่วนของค่าใช้จ่าย แม้บริษัทได้พยายามลดค่าใช้จ่ายลงอย่างหนัก ทั้งในส่วนของเงินเดือนพนักงานและค่าเช่า แต่ด้วยรายได้ที่ลดลงมากกว่า ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 76.6% จาก 57.6% ใน 1Q20 และ 52.4% ใน 2Q19 ส่งผลให้ 2Q20 ได้ประสบผลขาดทุนเป็นครั้งแรก
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2020
PRM (BUY/21TP: 13], เป็นอีกหนึ่งไตรมาสที่ดีเกินคาด ปรับกำไรและราคาเป้าหมายขึ้น
(views 83)
กำไรปกติ 2Q20 ทาสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ดีกว่าตลาดคาด 24%
PRM รายงานกาไรสุทธิ 2Q20 ที่ 442.0 ล้านบาท โดยมีรายการพิเศษ 46.4 ล้านบาทคือกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 32.2 ล้านบาทและค่าเผื่อด้อยค่าเรือเพื่อรอการขาย 2 ลาทั้งของบริษัทเองและของบริษัทร่วมรวม 78.6 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก จะเป็นกาไรปกติ 488.4 ล้านบาท +42.3% Q-Q และ +99.6% Y-Y ทาสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีก 1 ไตรมาส สูงกว่าเราและตลาดคาด 24% กาไรที่ขยายตัวสูงมาจากธุรกิจเรือ FSU ที่รายได้ยังคงเดินหน้าทา New high เป็นไตรมาสที่ 6 เป็น 836.7 ล้านบาท +17.0% Q-Q, +98.0% Y-Y ขยับขึ้นมามีสัดส่วน 56% ของรายได้รวมอย่างรวดเร็ว จากปีก่อนที่ยังมีสัดส่วน 33% โดยในไตรมาสนี้มีการปรับขึ้นราคาเรือ 5 ลาจากทั้งหมด 7 ลา (1Q20 มี 7 ลา 2Q19 มี 5 ลา) และได้ประโยชน์เต็มไตรมาสจากเรือที่ปรับขึ้นราคาใน 1Q20 1 ลาจากความต้องการของผู้ค้าน้ามันในการเก็บและผสมน้ามันกามะถันต่า ขณะเดียวต้นทุนน้ามันของบริษัทอยู่ในระดับต่า ทาให้อัตรากาไรขั้นต้นสูงถึง 64% นอกเหนือจากธุรกิจเรือ FSU ธุรกิจเรือประเภทอื่นมีรายได้ลดลงเพราะผลกระทบจาก COVID-19 โดยเฉพาะเรือขนส่งน้ามันในประเทศซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักเป็นลาดับ 2 รองจากเรือ FSU มีรายได้ -21.5% Q-Q, -16.7% Y-Y จากความต้องการขนส่งน้ามันอากาศยานซึ่งมีสัดส่วนราว 1 ใน 3 ของการขนส่งทั้งหมดหายไป ส่วนการขนส่งน้ามันเบนซินและดีเซลลดลง แต่ทยอยฟื้นตัวภายหลังการ Reopen
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2020
SPALI (HOLD/21TP: 17.7], งบ 2Q20 ต่ำกว่าคาด หดตัว Q-Q และ Y-Y
(views 74)
กำไร 2Q20 อ่อนลง 44% Q-Q และ 45% Y-Y ต่ากว่าคาด จาก SG&A สูงกว่าคาด
SPALI รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 ที่ 420 ล้านบาท (-44% Q-Q, -45% Y-Y) ต่ากว่าเราคาด 27% และตลาดคาด 14% จากค่าใช้จ่ายการขายและบริหารที่สูงกว่าคาด โดยผลประกอบการที่อ่อนแอ มีสาเหตุจากยอดโอนที่หดตัว 19% Q-Q และ 32% Y-Y อยู่ที่ 2.9 พันล้านบาท หลักๆจากคอนโดที่ -27% Q-Q, -72% Y-Y เนื่องจากไม่มีคอนโดใหม่โอน เทียบกับ 2Q19 ที่มี 2 โครงการ ส่วนแนวราบ -17% Q-Q, +1% Y-Y แม้ทายอดขายได้ดี แต่รับรู้เป็นรายได้ไม่ทันในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ กดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นขายอสังหาฯที่ปรับลงเป็น 35.9% จาก 36.5% ใน 1Q20 และ 36.9% ใน 2Q19 สะท้อนสัดส่วนแนวราบที่สูงขึ้นเป็น 81% ของยอดโอนทั้งหมด จาก 1Q20 ที่ 79% และ 2Q19 ที่ 54% รวมถึงการแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะคอนโด
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2020
SYNEX (BUY/21TP: 16], กำไร 2Q20 สดใสกว่าคาดรับผลบวกจาก WFH
(views 78)
กำไร 2Q20 ดีกว่าคาดจากยอดขายสินค้าที่เกี่ยวกับ WFH ที่สดใส SYNEX รายงานกำไรสุทธิ 166.1 ล้านบาท ดีกว่า Bloomberg consensus คาด 23% หากตัดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน จะเป็นกาไรปกติ 152.1 ล้านบาท +4.2% Q-Q, +41.5% Y-Y กำไรที่สดใสมาจากรายได้ที่ +18.7% Q-Q, +10.3% Y-Y เป็นการเติบโต Y-Y เป็นไตรมาสแรกในรอบ 5 ไตรมาส เป็น 8.67 พันล้านบาท จากสินค้าที่เกี่ยวกับการ WFH และการเรียน online ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สื่อสาร คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค iPad ที่ขายดี สัดส่วนแบรนด์ Hauwei ลดลงและถูกแทนที่ด้วย Apple ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 15% ของรายได้รวม รวมถึงการขายผ่านช่องทางออนไลน์ของบริษัทซึ่งมีมาร์จิ้นดี ช่วยส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 4.4% สูงสุดในรอบ 9 ไตรมาส และเป็นระดับสูงใกล้เคียงอัตราเฉลี่ยในช่วงปี 2016-2018 ที่อยู่ในระดับ 4.2-4.6% ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างเข้มข้น (สัดส่วนค่าใช้จ่ายขายแลบริหารต่อรายได้เหลือเพียง 2.5% ของรายได้) ทำให้ EBITDA margin 2.3% จาก 2.0% ใน 2Q20 และ 2.1% ใน 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2020
TU (BUY/21TP: 18], กำไร 2Q20 ดีตามคาด และจะดีต่อใน 3Q20 แนะนำ ซื้อ
(views 70)
กำไรปกติ 2Q20 ดีใกล้เคียงคาด ถ้าไม่รวม RL จะดีกว่าคาดมาก
กำไรสุทธิ 2Q20 เท่ากับ 1,716 ล้านบาท (+68.9% Q-Q, +1,446% Y-Y) หากไม่รวม FX Gain 206 ล้านบาท และขาดทุนจากการดาเนินงานที่ยกเลิก -14 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,524 ล้านบาท (+18.6% Q-Q, -3.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 1,463 ล้านบาท) ถือเป็นกาไรที่ทาได้ดี แม้ Red Lobster จะถูกกระทบจาก COVID-19 ค่อนข้างมาก และสร้างส่วนแบ่งขาดทุนสูงถึง -702 ล้านบาท แต่ยังรับรู้เงินปันผล (จาก Preferred Stock) และมีรายการ Tax Credit ทาให้ผลขาดทุนสุทธิจาก RL อยู่ที่ -355 ล้านบาท ซึ่งหากไม่รวมขาดทุน RL พบว่า Operation หลักของ TU ดีกว่าคาดมาก มาจากรายได้รวมที่โต +6.3% Q-Q, +2.6% Y-Y จากธุรกิจ Ambient (อาหารทะเลกระป๋อง) ที่ยังเติบโตได้ +4.9% Q-Q, +16.8% Y-Y ส่วนธุรกิจ Frozen เริ่มฟื้นตัว +5.6% Q-Q แต่ยังลด -14% ภายหลังหลายประเทศกลับมา Reopen และด้วย Product Mix ที่ยังดีต่อเนื่อง เพราะ Ambient เป็นธุรกิจที่มาร์จิ้นดี กอปรกับต้นทุนปลาทูน่ายังอยู่ในระดับต่ำเอื้อต่อบริษัท ทาให้อัตรากำไรขั้นต้นทาจุดสูงสุดใหม่ที่ 18.2% จาก 16.2% Q-Q ใน 1Q20 และ 16.7% ใน 2Q19 น่าประทับใจ และค่าใช้จ่ายยังควบคุมได้ดีต่อเนื่อง ทาให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 11.1% จาก 11.3% ใน 1Q20 และ 11.8% ใน 2Q19 (ไม่รวมค่าใช้จ่ายยอมความลูกค้าปีก่อน)
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2020
TKN (BUY/21TP: 12], กำไร 2Q20 ดีกว่าคาด และน่าจะฟื้นต่อเนื่องใน 2H20
(views 67)
จากประชุม Opp Day วานนี้ ยังยืนยันมุมมองของเราว่าได้ผ่านจุดต่ำ สุดปี นี้ไปแล้วใน 1Q20 โดยกำไร 2Q20 ที่ประกาศออกมาดีกว่าคาด และคาดจะดีต่อเนื่องใน 3Q20 แม้จะมีแผนออกสินค้าใหม่มากขึ้น แต่ยังคงเป้าคุมค่าใช้จ่าย A&P ให้ใกล้เคียง 1H20 โดยคาดตลาดในประเทศจะกลับมาฟื้นอีกครั้งหลังจากที่ถูกกระทบพอสมควรในช่วงที่ผ่านมา ส่วนตลาดจีนน่าจะทรงตัวใน 3Q20 เพราะมีหลายเมืองเจอ 2nd wave และน้าท่วม คาดจะกลับมาฟื้น 4Q20 ส่วนอัตรากา ไรขั้นต้นคาดจะทยอยฟื้นตัวตามการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น และรับรู้ต้นทุนสาร่ายถูกลงได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ 3Q20 ส่วนแผนการย้ายโรงงานจะเริ่มเฟสแรกในช่วง4Q20 สถานการณ์โดยรวมยังดูสอดคล้องกับประมาณการของเรา จึงยังคาดกำไรปกติปี 2020 – 2021 เติบโต 16.4% Y-Y และ 28.6% Y-Y และคงราคาเป้าหมายปี หน้าที่ 12 บาท (อิง PE เดิม 28 เท่า) ยังมี Upside 16.5% และแจ้งจ่ายปันผลงวด 1H20 หุ้นละ 0.11 บาท Yield 1.1% กา หนดขึ้น XD 24 ส.ค. และจ่ายเงิน 9 ก.ย. คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2020
SFLEX (HOLD/21TP: 13], กำไร 2Q20 -14% Q-Q, +368% Y-Y ตามคาด
(views 77)
กำไร 2Q20 ที่ 30 ล้านบาท -14% Q-Q, +368% Y-Y ตามคาด SFLEX รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 ที่ 30.1 ล้านบาท เป็นไปตามคาด แม้จะลดลง 13.6% Q-Q เพราะถูกกระทบจากการ Lockdown แต่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีจากยอดขายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนสาหรับกลุ่ม Food ที่ +16.2% Q-Q (กลุ่ม Non-food -11.2% Q-Q) จนมีสัดส่วน 24% เร็วกว่าที่เราคาด อย่างไรก็ตาม รายได้รวมที่ -5.9% Q-Q ทาให้อัตรากาไรขั้นต้นขยับลงเล็กน้อยจาก 1Q20 ที่ 23.5% เป็น 22.2% แต่ยังอยู่ในกรอบที่ผู้บริหารเคยตั้งเป้าที่ 21-23% กำไรที่โตก้าวกระโดด +367.9% Y-Y เพราะใน 2Q19 เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในโรงงานแห่งที่ 2 ยังใช้กำลังการผลิตไม่เต็มที่ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูง และค่าใช้จ่าย Employee benefit สูงขึ้นจากการเริ่มใช้ กม.แรงงานใหม่ ผลประกอบการ 1H20 สดใส กาไรสุทธิ +115.5% Y-Y เป็น 64.9 ล้านบาท แม้รายได้จะเพิ่มเพียง 6.5% Y-Y แต่การขยายโรงงานแห่งที่ 2 ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2019 และใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นเป็น 22.9% จาก 17.4% ใน 1Q19 ประกอบกับดอกเบี้ยจ่ายลดลงหลังจากคืนชำระเงินกู้บางส่วน ทำให้กำไรโตก้าวกระโดด
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2020
SC (BUY/21TP: 2.8], งบ 2Q20 ดีตามคาด โตแกร่ง Q-Q และ Y-Y
(views 66)
กำไรปกติ 2Q20 เติบโต 65% Q-Q และ 57% Y-Y SC รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 อยู่ที่ 456 ล้านบาท (+52% Q-Q, +61% Y-Y) หากไม่รวมรายการผลขาดทุนที่คาดจะเกิดขึ้นจากการปรับใช้มาตรฐานบัญชี TFRS9 ราว 40 ล้านบาท กำไรปกติจะขยายตัวเด่น 65% Q-Q และ 57% Y-Y เป็น 496 ล้านบาท เป็นไปตามที่เราคาด โดยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ได้แรงหนุนจากยอดโอน +42% Q-Q, +33% Y-Y แตะระดับ 4.36 พันล้านบาท หลักๆมาจากแนวราบเป็นสัดส่วน 85% ของยอดโอนรวม ซึ่งเร่งขึ้นดี 103% Q-Q และ 40% Y-Y ตามยอดขายที่ทำได้โดดเด่นจากทั้งโครงการเดิม และการเปิดโครงการใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวม 5 พันล้านบาท ส่วนคอนโดทายอดโอนที่ 649 ล้านบาท (-48% Q-Q, +4% Y-Y) จากการเร่งระบายสต็อกผ่านการจัดโปรโมชันลดราคา กดดันอัตรากำไรขั้นต้นขายอสังหาฯรวม ปรับลดเป็น 29.6% จาก 1Q20 ที่ 32.3% และ 2Q19 ที่ 30.3%
อ่านเพิ่มเติม
11
สิงหาคม
2020
QH (BUY/21TP: 2.8], งบ 2Q20 ชะลอตัว กดดันจากบริษัทร่วม แต่คาดฟื้นตัวใน 2H20
(views 66)
กำไร 2Q20 หดตัว 10.5% Q-Q และ 23% Y-Y จากส่วนแบ่งกำไร QH รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 อยู่ที่ 458 ล้านบาท (-10.5% Q-Q, -23% Y-Y) ดีกว่าเราคาด 7% จากค่าใช้จ่ายภาษีที่น้อยกว่าคาด และดีกว่าตลาดคาด 8% โดยผลประกอบการที่หดตัวมีสาเหตุจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม -28% Q-Q, -34% Y-Y อยู่ที่ 311 ล้านบาท หลัก ๆ จาก HMPRO, LHFG ที่ได้รับผลกระทบ COVID-19 ซึ่งรวมถึงธุรกิจโรงแรมของ QH ที่พลิกเป็นผลขาดทุน อย่างไรก็ดี ถูกบรรเทาด้วยธุรกิจอสังหาฯ ยอดโอนเติบโตดี 37% Q-Q และ 12% Y-Y แตะระดับ 2.2 พันล้านบาท จากอุปสงค์ของแนวราบที่แข็งแกร่งทำได้ 2 พันล้านบาท (+35% Q-Q, +32% Y-Y) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 91% ของยอดโอนรวม ส่วนที่เหลือเป็นคอนโด -54% Y-Y เทียบกับ 2Q19 ที่มีการโอนคอนโด Q1 Sukhumvit แต่ +65% Q-Q จากการออกแคมเปญลดราคาเพื่อระบายสต็อก ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขายอสังหาฯ รวมปรับลดเป็น 31.5% จาก 33.6% ใน 1Q20 และ 33.6% ใน 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2020
INTUCH (BUY/21TP: 66.5], กำไร 2Q20 ดีตามลูก//ยังเป็น Dividend Play ที่ดี
(views 77)
กำไร 2Q20 ดีตาม ADVANC และ THCOM
INTUCH ประกาศกำไรสุทธิ 2Q20 ออกมาที่ 2,980 ลบ. +8.8% Q-Q, +1.4% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ รวมถึงเงินประกันดาวเทียมออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 2,678 ลบ. -6.9% Q-Q, -12.6%% Y-Y โดยได้อานิสงส์จากบริษัทลูกที่มีผลการดาเนินงานดีกว่าคาดโดยเฉพาะส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่มากกว่าคาดแม้จะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และมาตรการช่วยเหลือจากกสทช. ขณะที่ THCOM มีกำไรปกติได้บางๆ
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2020
STEC (BUY/20TP: 23), คาดงบ 2Q20 ขยายตัว Q-Q และ Y-Y จากปันผลรับ
(views 73)
คาดกำไร 2Q20 เร่งขึ้น 35% Q-Q และ 5% Y-Y อยู่ที่ 282 ล้านบาท หนุนจากรับรู้ปันผลรับจาก GULF และ TSE รวมถึงรายได้ก่อสร้างคาดทรงตัวสูง 9.2 พันล้านบาท +26% Y-Y สามารถรักษาระดับมากกว่า 9 พันล้านบาทต่อเนื่องได้เป็นไตรมาสที่ 4 ตามความคืบหน้าของงานหลักอย่างรถไฟฟ้าชมพู เหลือง และส้ม ขณะที่ประเมิน Backlog ยังแข็งแกร่งที่ 9 หมื่นล้านบาท (รวมงานอู่ตะเภาเฟสแรก) รองรับรายได้ไป 2-3 ปี รวมถึงมีงานรอเซ็นอีกกว่า 9.8 พันล้านบาท และมีโอกาสเข้าร่วมประมูลงานเพิ่ม อาทิ รถไฟฟ้าสีส้ม, รถไฟทางคู่เฟส 2 คาดทาให้งานในมือมีโอกาสแตะมากกว่าแสนล้านบาทอีกครั้งในปลายปีนี้ ราคาหุ้นซื้อขายบน PBV2020-2021 ที่ 1.4x เทียบเท่าค่าเฉลี่ย–2.75SD คงราคาเหมาะสม 23 บาท ยังแนะนาซื้อ โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามคือ ความสามารถการทำกำไรที่อาจทาได้ต่ำกว่าคาดจากงานระหว่างทาที่มาร์จิ้นต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2020
DRT (BUY/21TP: 7.3], กำไร 2Q20 ดีตามคาด เร่งขึ้น Q-Q และ Y-Y
(views 66)
กำไร 2Q20 ขยายตัว 9% Q-Q และ 38% Y-Y จากมาร์จิ้นดี
DRT รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 ดีตามคาดทำได้ 182.6 ล้านบาท (เราคาด 181.4 ล้านบาท) ขยายตัวดี 9% Q-Q และ 38% Y-Y หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายที่ดินราว 10 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 172.4 ล้านบาท (+2.5% Q-Q, +31% Y-Y)ผลประกอบการที่โตดี มีแรงหนุนหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นที่อยู่ระดับสูง 30.9% ปรับขึ้นจาก 29.7% ใน 1Q20 และ 25.9% ใน 2Q19 จาก Product Mix และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ยอดขายทาได้ 1.2 พันล้านบาท (-3% Q-Q, -4.5% Y-Y) ถือว่ายังทรงตัวได้ จากการเพิ่มขึ้นในช่องทางตัวแทนจาหน่ายกระจายอยู่ทั่วประเทศ (Agent) ที่เปิดขายได้ในช่วง COVID-19 ช่วยบรรเทาผลกระทบในตลาดต่างประเทศ, บ้านจัดสรร และ Modern Trade
อ่านเพิ่มเติม
07
สิงหาคม
2020
ADVANC (BUY/21TP: 220), กำไร 2Q20 ดีกว่าคาด ยังเป็น Top Pick
(views 73)
ADVANC ประกาศกำไรสุทธิ 2Q20 ที่ 7,001 ลบ. +3.6% Q-Q, -9.7% Y-Y หากตัดรายการขาดทุนสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์จานวน 350 ลบ.ออก กำไรปกติอยู่ที่ 6,651 ลบ. -7.5% Q-Q, -17% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด 10% และ 3% ตามลาดับ รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC หดตัวน้อยกว่าคาด -2.4% Q-Q, -6.4% Y-Y โดยใน 2Q20 ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จากการ Lockdown และมาตรการช่วยเหลือของกสทช. อย่างไรก็ตาม Net Add ติดลบชะลอลงเหลือ 1.4 แสนรายขณะที่ ARPU -1.2% Q-Q ดีกว่าคาด ส่วนธุรกิจ Fixed Broadband ยังเติบโตได้เล็กน้อย ขณะที่ด้านต้นทุนมีการควบคุมที่ค่อนข้างดีและได้ประโยชน์จากค่าเสื่อมราคาที่ลดลง Q-Q จากอุปกรณ์ 3G บางส่วนที่ตัดค่าเสื่อมฯครบแล้ว ส่งผลให้ EBITDA Margin ในไตรมาสนี้ชะลอลงเพียงเล็กน้อยเหลือ 45.3% จาก 45.7% ใน 1Q20 และดีขึ้นจาก 43.5% ใน 2Q20
อ่านเพิ่มเติม
07
สิงหาคม
2020
TACC (BUY/21TP: 7.4, แม้เจอ CV-19 แต่กำไร 2Q20 ทำจุดสูงสุดใหม่ และจ่ายปันผลด้วย
(views 75)
กำไรสุทธิ 2Q20 เท่ากับ 48 ล้านบาท (+11.6% Q-Q, +29.7% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 3 ล้านบาท จะมีกำไรปกติ 51 ล้านบาท (+34.2% Q-Q, +13.3% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 43 ล้านบาท) มาจากค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าคาด แม้บริษัทได้รับผลกระทบทางอ้อมผ่านจานวนลูกค้าที่เข้าร้าน 7-11 น้อยลง จากเหตุ COVID-19 กระทบรายได้เครื่องดื่มโถกด รวมถึงธุรกิจ Character ทำให้รายได้รวมไตรมาสนี้ -2.1% Q-Q, -20.1% Y-Y แต่สิ่งที่ดีและสามารถชดเชยรายได้ที่ลดได้ทั้งหมดคือ อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับขึ้นทาจุดสูงสุดใหม่มาอยู่ที่ 34.2% จาก 33.6% ใน 1Q20 และ 31.1% ใน 2Q19 จากการ Launch เครื่องดื่ม All Caf? ขนาดใหม่ 22 oz. (เดิมมีเฉพาะ 16 oz.) และการ Sourcing วัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่คุมค่าใช้จ่ายได้ดีกว่าคาดมาก โดยลดลง -23.8% Q-Q, -36% Y-Y ซึ่งเป็นการลดลงมากกว่ารายได้ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ในไตรมาสนี้เหลือเพียง 15.1% จาก 19.1% ใน 1Q20 และ 18.7% ใน 2Q19 ถือเป็นผลการดาเนินงานที่น่าประทับใจ
อ่านเพิ่มเติม
06
สิงหาคม
2020
IIG (IPO: 6.6/20TP: 9), ผู้นำการให้บริการระบบ CRM ที่เติบโตสวน COVID-19
(views 98)
เราคาดว่าธุรกิจให้บริการระบบ CRM/ERP ของ IIG อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นตามความต้องการลงทุนของภาคเอกชนโดยเฉพาะฝั่ง CRM เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อให้ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น ขณะที่กระแสการ Work from Anywhere เป็นตัวกระตุ้นการลงทุนระบบ ERP ใหม่ไปยัง Cloud Computing ทำให้ IIG มีโอกาสได้งานจากลูกค้าใหม่ๆเพิ่มเติมและต่อยอดการเติบโตจากลูกค้าเดิมที่แข็งแรงเป็นฐาน ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิของ IIG ในปี 2020-2021 คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 27.2% CAGR และ 22.5% CAGR ตามลำดับ พร้อมประเมินราคามูลค่าเหมาะสมที่ 9 บาท
อ่านเพิ่มเติม
05
สิงหาคม
2020
QH (BUY/21TP: 2.8), คาดกำไร 2Q20 ชะลอเป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนฟื้นดีใน 2H20
(views 95)
แม้ไม่มีการเปิดโครงการใหม่ แต่ยอด Presales 2Q20 เร่งขึ้นเด่น 70% Q-Q และ103% Y-Y หนุนจากอุปสงค์แนวราบที่แข็งแกร่ง ส่วนคอนโดดีขึ้นได้อานิสงค์จากการออกแคมเปญระบายสต็อก ทาให้คาดยอดโอน +37% Q-Q, +12% Y-Yอย่างไรก็ดี ถูกกดดันจากผลประกอบการของบริษัทร่วม (HMPRO, LHFG) ที่ได้รับผลกระทบหนักจาก COVID-19 ส่งผลให้คาดกำไร 2Q20 อยู่ที่ 428 ล้านบาทหดตัว 16% Q-Q และ 28% Y-Y แต่คาดเป็นระดับต่า สุดของปี ก่อนฟื้นตัวดีใน2H20 ตามทิศทางของบริษัทร่วมที่ดึขึ้น รวมถึงแผนเปิดแนวราบใหม่เกือบทั้งหมดกระจุกอยู่ในช่วงที่เหลือของปี เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2021 ที่2.80 บาท (SOTP) ปัจจุบันเทรดบน PBV 2020-2021 ที่ 0.8x (ค่าเฉลี่ย-2.5SD) และต่า กว่า NAV ของบริษัทร่วมอยู่มาก พร้อมคาดให้ปันผลดีราว 6% ต่อปี (คาด1H20 จ่าย 2.3%) ราคาหุ้นมี Upside 30% จึงปรับคา แนะนำขึ้นจากถือเป็นซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
สิงหาคม
2020
RBF (BUY/21TP: 11), หัวใจหลักของอาหารเครื่องดื่มคือ รสชาติ ที่ RBF รังสรรค์ให้ได้
(views 81)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 2Q20 จะอ่อนตัวลง Q-Q เพราะถูกกระทบจาก COVID-19 ในเดือน เม.ย. แต่จะเป็นกำไรที่โตดี Y-Y เพราะฐานต่ำในปีก่อน และล่าสุดคำสั่งซื้อได้ฟื้นตัวอีกครั้ง แม้รายได้ธุรกิจโรงแรมจะยังไม่ฟื้น แต่ด้วยค่าใช้จ่ายที่ลดลง คาดผลขาดทุนจะใกล้เคียงกับช่วงก่อนมี COVID-19 และธุรกิจอาหารจะสามารถหักล้างได้ทั้งหมด รวมถึงบริษัทเริ่มขยายตลาด Fragrance สำหรับสินค้า Non-Food จากเดิมที่เป็น Trading ได้หันมาผลิตเองทั้งหมด แม้สัดส่วนยังน้อย แต่มีแผนขยายตลาดให้โตต่อเนื่อง อีกทั้งเป็นกลุ่มที่มีอ้ตรากาไรดี ถือเป็น Catalyst ถัดไปของบริษัท นอกเหนือจากแผนการลดผลขาดทุนธุรกิจโรงแรม ซึ่งการพิจารณาขายถือเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ด้วยสถานการณ์โรงแรมที่อยู่ในภาวะ Oversupply เราคิดว่าอาจทำได้ไม่เร็ว อย่างไรก็ตามเราได้รวมผลขาดทุนธุรกิจโรงแรมไว้ในประมาณการอยู่แล้ว ซึ่งหากเกิดได้เร็วกว่าคาดจะเป็น Upside ต่อประมาณการกาไร 10% ทั้งนี้เราคาดกำไรจะกลับมาเติบโตใน 2H20 เราปรับเพิ่มกาไรปกติปี 2020 – 2021 ขึ้น 8% - 12% เป็นการโต 42.5% Y-Y และ 15.5% Y-Y ตามลาดับ และ Re-rate PE ขึ้นเป็น 35 เท่า ให้ใกล้เคียงคู่แข่งในต่างประเทศ และลูกค้าหลักในกลุ่มเครื่องดื่ม และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 11 บาท ปรับขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
04
สิงหาคม
2020
DOHOME (HOLD/21TP: 13), คาดกำไร 2Q20 อาจต่ำกว่าคาด แต่จะกลับมาฟื้นตั้งแต่ 3Q20
(views 81)
แนวโน้มกำไร 2Q20 อาจต่ากว่าที่เคยคาด น่าจะออกมาราว 154 ล้านบาท (-13% Q-Q, -19.8% Y-Y) แม้ SSSG อาจยังบวกได้เล็กน้อย แต่ด้วย Product Mix ที่เปลี่ยนเพราะสินค้าที่ขายได้ในช่วง Lockdown เป็นกลุ่มสินค้าก่อสร้าง ซึ่งมีอัตรากาไรขั้นต้นต่ำกว่ากลุ่มซ่อมแซมและตกแต่ง ทาให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลง อาจเป็นระดับต่าสุดในรอบ 6 ไตรมาส ซึ่ง SSSG ที่บวก ไม่สามารถชดเชยได้ อย่างไรก็ตาม เรามองเป็นกาไรต่าสุดของปี เพราะล่าสุดเดือน ก.ค. SSSG ยังบวกต่อเนื่อง +10% - 15% Y-Y และคาดอัตรากาไรขั้นต้นจะปรับขึ้นกลับสู่ระดับที่ดีอีกครั้ง รวมถึงเริ่มกลับมาเปิดสาขาใหม่หลัง Reopen ทั้ง Size L และ To Go จึงคาดกาไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 3Q20 โดยยังคาดกำไรปกติปี 2020 ลดลงเล็กน้อย -1.9% Y-Y และกลับมาโตดี +25.8% Y-Y ในปี 2021 ยังคงราคาเป้าหมายปี 2021 ไว้ที่ 13 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับขึ้น +23% จากที่แนะนำ ซื้อ ในรายงานฉบับก่อน (24 มิ.ย.) จนปัจจุบันมี Upside แคบลงเหลือ 4.8% จึงปรับคำแนะนาเป็น ซื้ออ่อนตัว จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
03
สิงหาคม
2020
ORI (BUY/21TP: 8.8), คาดงบ 2Q20 ชะลอ Y-Y แต่ขยายตัวได้ Q-Q ดีกว่าที่เคยประเมิน
(views 95)
แม้ 2Q20 ไม่มีการเปิดโครงการใหม่ แต่ยอด Presales น่าพอใจ 6.4 พันล้านบาท (+32% Q-Q, -12% Y-Y) จากการเน้นระบายสต็อก หนุนให้งบ 2Q20 ดูดีกว่าที่เคยประเมินไว้ คาดกำไรอยู่ที่ 635 ล้านบาท (+7% Q-Q, -14% Y-Y) ขณะที่โมเมนตัม 2H20 คาดเด่นขึ้นทั้งยอด Presales จากมูลค่าเปิดโครงการใหม่เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าตัวจาก 1H20 รวมถึงกำไรคาดโตต่อเนื่องใน 3Q20 และสูงสุดของปีใน 4Q20 จากแผนโอนคอนโดใหม่รวม 8 โครงการ บวกกับรับรู้แนวราบที่เปิดมากขึ้น เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 8.80 บาท (อิง PER 7.3x) คงคาแนะนาซื้อ ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2020-2021 เฉลี่ย 6.2x ต่ากว่ากลุ่มฯที่ 7.3x พร้อมคาดปันผลเฉลี่ย 6.8% ต่อปี ระยะสั้น ติดตามเปิดตัว The Origin Onnut วันที่ 8 ส.ค.นี้ คาดได้รับผลตอบรับที่ดี โดยยอดขายที่แข็งแกร่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นได้
ยอด Presales 2Q20 ทำได้ดี หนุนจากการระบายสต็อก
อ่านเพิ่มเติม
31
กรกฏาคม
2020
SPALI (HOLD/21TP: 17.7), คาดงบ 2Q20 หดตัว Q-Q และ Y-Y เป็นจุดต่าสุดของปี
(views 74)
คาดกำไร 2Q20 หดตัว 23% Q-Q และ 25% Y-Y ตามยอดโอนที่ชะลอลง แม้ยอดขายแนวราบจะทำได้ดี +20% Q-Q, +45% Y-Y แต่รับรู้ไม่ทันภายในไตรมาสบวกกับไม่มีคอนโดใหม่เริ่มโอน รวมถึงกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่คาดปรับลงตามสัดส่วนแนวราบที่สูง และการแข่งขันสูงในตลาดคอนโด อย่างไรก็ดี คาด 2Q20 เป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนฟื้นตัวเด่นใน 2H20 จากแผนโอนกรรมสิทธิ์คอนโดใหม่ 4 แห่ง ซึ่งจะหนุนต่อการปรับขึ้นของยอดโอนและอัตรากำไรขั้นต้นรวมถึงการเน้นขายและโอนแนวราบ ทั้งรับรู้ Backlog ต่อเนื่อง และการเปิดโครงการใหม่มากขึ้น คงประมาณการกำไรปี 2020-2021 ที่ 4.5 พันล้านบาท (-16% Y-Y) และ 5.3 พันล้านบาท (+16% Y-Y) ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2021 ที่17.70 บาท คงคำแนะนาถือ ระยะสั้นขาดความน่าสนใจจาก 2Q20 ที่อ่อนแอยอด Presales 2Q20 หนุนจากแนวราเป็นหลัก +11% Q-Q, -10% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
29
กรกฏาคม
2020
CK (BUY/20TP: 22), คาดงบ 2Q20 ยังอ่อนแอ Y-Y แต่ดีขึ้น Q-Q จากปันผลรับ
(views 87)
คาดผลประกอบการ 2Q20 พลิกเป็นกำไร 34 ล้านบาท จาก 1Q20 ที่ขาดทุน 112 ล้านบาท หนุนจากเงินปันผลของ TTW แต่หดตัว 96.5% Y-Y จากเงินลงทุนบริษัทร่วมที่คาดเป็นส่วนแบ่งขาดทุน จากทั้ง BEM ที่ได้รับผลกระทบ COVID-19 และ CKP จากภัยแล้ง ขณะที่โมเมนตัม 2H20 คาดเร่งขึ้น ตามการฟื้นตัวของบริษัทร่วม แต่ธุรกิจก่อสร้างคาดยังอ่อนแอ จากงานในมือที่อยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ดี คาดงานภาครัฐถูกขับเคลื่อนมากขึ้นตั้งแต่ 2H20 โดย CK มีศักยภาพทั้งเข้าร่วมประมูลเอง รวมถึง Sub-contract จากบริษัทร่วม แนะจับตาการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ยื่นซอง 23 ก.ย.นี้ ซึ่ง BEM เป็นตัวเต็ง และมีแต้มต่อคู่แข่ง หากชนะประมูลจะเติมงานให้ CK ราว 1.2 แสนล้านบาท หนุนให้ Backlog ปลายปีนี้แตะระดับมากกว่าแสนล้านบาทอีกครั้ง ปลดล็อกงานในมือที่เหลือไม่มากได้ทันที และธุรกิจก่อสร้างเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่ คงราคาเหมาะสม 22 บาท แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
กรกฏาคม
2020
DELTA (HOLD/21TP: 94), กำไร 2Q20 ดีกว่าคาดมาก แต่อาจเป็นจุดสูงสุดของปีนี้
(views 107)
ประกาศกำไร 2Q20 ออกมาดีกว่าที่เราและ Consensus คาดมาก และเป็นกำไรสูงสุดใหม่ โดยมาจากอัตรากาไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด และทำจุดสูงสุดในรอบ 16 ไตรมาส มาจากสินค้ากลุ่ม Data Center ที่ขายดีในช่วง Lockdown กอปรกับลูกค้า Stock สินค้าไว้น้อยในช่วง 1Q20 จึงต้องมาเร่งซื้อมากใน 2Q20 ในขณะที่เป็นสินค้าที่มาร์จิ้นสูง ทำให้ Product Mix ดีขึ้นมากกว่าปกติ และคาดว่าคำสั่งซื้อดังกล่าวจะแผ่วลงใน 2H20 กลับสู่ระดับปกติ และคาดสินค้ากลุ่มอื่นจะกลับมาฟื้นตัวหลัง Reopen อาทิ EV Car และ Fan ซึ่งมีมาร์จิ้นที่ต่ำกว่า Data Center แม้รายได้ใน 2H20 จะยังโตต่อ แต่เชื่อว่าอัตรากาไรขั้นต้นจะอ่อนตัวลง จึงทำให้เรามองว่ากำไรได้ผ่านจุดสูงสุดของปีนี้ไปแล้วใน 2Q20 และบริษัทได้แจ้งเข้าทาธุรกรรมซื้อกิจการ Eltek Australia มูลค่า 463 ล้านบาท จาก Delta Taiwan พร้อมกับขายบริษัทร่วม 2 แห่ง ในมูลค่าที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งธุรกรรมจะแล้วเสร็จใน 4Q20 เรามองเป็นบวก เพราะคาดช่วยสร้างกำไรได้มากขึ้น และอาจเกิด Synergy ร่วมกันในอนาคต ทั้งนี้เราปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2020 - 2021 ขึ้น 21% - 41% เป็นการเติบโต 92.3% Y-Y (เดิมคาดโต 36% Y-Y) และ 12.2% Y-Y (เดิมคาดโต 31.7% Y-Y) ตามลำดับ นำไปสู่การปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 94 บาท จากเดิม 80 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาเร็วจากที่เราแนะนาให้ซื้อในรายงานฉบับก่อน (13 ก.ค.) ซึ่งสะท้อนกำไรที่ดีไปพอสมควรแล้ว จึงปรับลดคาแนะนำเป็น ถือ / ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
29
กรกฏาคม
2020
JWD (BUY/21TP: 8), COVID-19 กระทบ 2Q20 มากกว่าที่เคยคาด แต่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
(views 89)
COVID-19 กระทบธุรกิจรถยนต์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องโดยเฉพาะเดือน เม.ย. ก่อนจะค่อย ๆ ฟื้นตัวตามการ Reopen แต่เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรค่อนข้างสูง แม้ว่าธุรกิจอื่น เช่นคลังสินค้าและห้องเย็นจะยังรักษาฐานรายได้ได้ดี แต่ก็คาดว่ากำไรสุทธิ 2Q20 จะลดลง 54% Q-Q และ 46% Y-Y เป็น 43 ล้านบาท เราปรับกำไรปี 2020 ลง 18% เป็น 294 ล้านบาท -19% Y-Y (เดิมคาด -1% Y-Y) สะท้อนผลกระทบใน 2Q20 แต่เชื่อว่าจุดต่ำสุดผ่านไปแล้วใน 2Q20 ธุรกิจทยอยฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงธุรกิจรถยนต์ ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 8 บาท (DCF, WACC 7.2%) ยังคงคาแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
กรกฏาคม
2020
TACC (HOLD/21TP: 6.5), แม้ถูกกระทบจาก CV-19 แต่คาดกำไร 2Q20 ยังทรงตัวได้
(views 71)
แม้ 2Q20 รายได้ของบริษัทอาจปรับลงราว -16% Y-Y เพราะถูกกระทบจาก CV-19 ทางอ้อมผ่าน 7-11 แต่ด้วย Product Mix ที่ดีขึ้นจากการออกเครื่องดื่มขนาดใหม่ และการ Sourcing วัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นจนสามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของรายได้ได้ และคาดกำไรปกติ 2Q20 จะสามารถทรงตัวได้ทั้ง Q-Q, Y-Y ถือว่าเป็นระดับที่ดี และคาดกำไรจะทรงตัวถึงปรับขึ้นได้ในช่วง 2H20 ล่าสุดรายได้เครื่องดื่มผ่าน 7-11 เริ่มกลับมาฟื้นตัวตามการ Reopen อีกครั้ง เรายังคาดกำไรปกติปี 2020 จะทรงตัวจากปีก่อน และกลับมาโตอีกครั้งในปี 2021 ราว 12% Y-Y ทั้งนี้ยังไม่รวม Upside จากการเป็น Supplier ของร้าน 7-11 ในกัมพูชา ซึ่งคาดจะเริ่มมีการเปิดสาขาในปีหน้า รวมถึงการได้อานิสงส์เชิงบวกจากการที่กลุ่ม CP เข้าซื้อ Tesco Lotus เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 6.5 บาท (อิง PE เดิม 21 เท่า) ราคาหุ้นปัจจุบันปรับขึ้นมาพอสมควร +27% จากที่เราแนะนำซื้อในรายงานฉบับก่อน (วันที่ 12 มิ.ย. 20) จนล่าสุดมี Upside เพียง 9.2% จึงแนะนาเป็นซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
24
กรกฏาคม
2020
SAPPE (BUY/21TP: 25), คาดจะกลับมาฟื้นตัว 3Q20 และ Valuation ยังถูกมาก
(views 100)
แนวโน้มกำไรปกติ 2Q20 (ไม่รวม FX Gain/Loss) จะลดลง -25.5% Q-Q, -42.3% Y-Y เพราะรายได้ถูกกระทบจาก CV-19 ทั้งในประเทศและส่งออก และอัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงตามการใช้กำลังการผลิตที่ลดลดง และยังเผชิญภาษีสรรพสามิตในอัตรา 10% แต่เรามอง 2Q20 เป็นจุดต่ำสุดของปีแล้ว ล่าสุดรายได้ในประเทศเริ่มกลับมาฟื้นตัวดีอีกครั้ง ตามการ Reopen และมีแผนออกสินค้าใหม่อีก 3-5 ตัวใน 2H20 ส่วนรายได้ส่งออกเริ่มลดลงในอัตราที่ชะลอตัวเช่นเดียวกัน น่าจะได้เห็นการทยอยฟื้นตัวในช่วงถัดไป และอัตราภาษีสรรพสามิต Functional Drink ได้ถูกปรับลดลงเป็น 3% ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. เป็นต้นไป คาดช่วยหนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นตั้งแต่ 3Q20 ทั้งนี้ด้วยแนวโน้มกำไร 2Q20 ที่แย่น้อยกว่าคาด เราจึงปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2020 ขึ้น 15% เป็นการลดลง -2% Y-Y (เดิมคาด -14% Y-Y) และคาดกำไรจะกลับมาโตอีกครั้งในปี 2021 ราว 14.4% Y-Y เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 25 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดบน Forward PE 2021 เพียง 13 เท่า ถูกกว่าค่าเฉลี่ยของตัวเองในอดีตและค่าเฉลี่ยของกลุ่ม จึงยังแนะนา ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
กรกฏาคม
2020
SEAFCO (HOLD/20TP: 6.9), คาดกำไร 2Q20 อ่อนลง ติดตามภาครัฐเปิดประมูลใน 2H20
(views 88)
คาดกาไร 2Q20 ลดลง 14% Q-Q และ 20% Y-Y อยู่ที่ 81 ล้านบาท จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลง จากงานค่าแรงรวมวัสดุที่มาร์จิ้นต่ำบวกกับการแข่งขันที่รุนแรง ส่วนรายได้คาด -7% Q-Q, +4% Y-Y มาจากความคืบหน้าที่เพิ่มขึ้นของงานที่ทาต่อเนื่อง ขณะที่ Backlog ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 2.8 พันล้านบาท เพียงพอต่อการรับรู้ในช่วงที่เหลือของปี ขณะที่ 2H20 ให้น้ำหนักกับงานภาคเอกชน ทั้ง Mixed-use และตึกสูง ส่วนภาครัฐที่เร่งผลักดันงานเมกะโปรเจคหลายโครงการจะเป็นบวกต่อรายได้ตั้งแต่กลางปี 2021 เราคงราคาเหมาะสม 6.90 บาท ราคาหุ้นปรับขึ้น 24% ภายใน 1 เดือน ทำให้มีราคาหุ้นมี Upside น้อยกว่า 10% จึงปรับลดคาแนะนำจากซื้อ เป็นซื้ออ่อนตัว แนะติดตามความคืบหน้าของการเปิดประมูลงานภาครัฐ ซึ่งจะปัจจัยหนุนต่อราคาหุ้นได้
อ่านเพิ่มเติม
23
กรกฏาคม
2020
SISB (W-BUY/21TP: 11.2), รอซื้อหลังประกาศงบ 2Q20 เพื่อการ Turnaround ในปี 2021
(views 107)
แนวโน้มผลประกอบการ 2Q-3Q20 ของ SISB จะสะดุดชั่วคราวจากการปิดโรงเรียน แม้ยังมีการเรียนออนไลน์แต่รายได้ที่เกี่ยวข้องอื่นจะลดลงเช่น รายได้กิจกรรมหลังเลิกเรียนและอาหารกลางวัน เป็นต้นเราคาดกำไรปกติ 2Q20 (ไม่รวมรายการพิเศษจากการปิดสาขาเอกมัยและอื่นๆ) จะอยู่ที่ราว 17 ลบ. -71% Q-Q, -67% Y-Y สถานการณ์หลัง Re-open การเรียนและการรับนักเรียนกลับสู่ภาวะปกติ เราคาดว่ากำไรจะขึ้นมาอยู่ในระดับก่อนเกิด COVID-19 ได้ใน 4Q20 และ Turnaround ในปี 2021 จากการขยายจานวนนักเรียนสาขาธนบุรี การปรับขึ้นค่าเทอม และจำนวนนักเรียนในระดับมัธยมที่ฟื้นตัวจากการปรับหลักสูตรการศึกษา กำไรปี 2020 คาดการณ์ -25%Y-Y ก่อนฟื้นตัว +59%Y-Y ในปี 2021 ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 11.20 บาท แนะนำซื้อหลังประกาศงบ 2Q20
อ่านเพิ่มเติม
22
กรกฏาคม
2020
BJC (BUY/21TP: 47), คาด 2Q20 ถูกกระทบมากกว่าที่เคยคาด และทยอยฟื้นตัว 3Q20
(views 74)
แนวโน้มกำไร 2Q20 จะแผ่วลงมากทั้ง Q-Q และ Y-Y อาจเป็นกำไรต่าสุดนับตั้งแต่รวม BIGC ในปี 2016 เพราะถูกกระทบทุกธุรกิจ โดยเฉพาะ BIGC ที่คาดมี SSSG ติดลบมากขึ้น -16% Y-Y และรายได้ค่าเช่าลดลงราว -50% Y-Y ส่วนธุรกิจแก้วและกระป๋องถูกกกระทบจากห้ามจาหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เรามองผ่านกำไรต่ำสุดปีนี้ใน 2Q20 และคาดจะกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q20 เป็นต้นไป ภายหลัง Reopen ทาให้ทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท กลับมาขับเคลื่อนได้ดีขึ้นพร้อมกันอีกครั้ง จึงคาดแนวโน้มกำไร 3Q20 จะกลับมาแตะระดับ 1 พันล้านบาทได้ แต่ด้วยแนวโน้มกำไร 2Q20 ที่ปรับลงแรงกว่าที่เคยคาด จึงนาไปสู่การปรับลดกำไรปกติปี 2020 ลง 27.7% เป็นการลดลง -42.1% Y-Y และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตในปี 2021 ราว 42% Y-Y เป็น 5,916 ล้านบาท เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 47 บาท (DCF) ยังมี Upside 16.8% และมองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วใน 2Q20 จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
กรกฏาคม
2020
GFPT (HOLD/21TP: 15.6), คาด 2Q20 ถูกกระทบจาก CV-19 พอควร แต่จะเป็นจุดต่ำสุดของปี
(views 78)
ระยะสั้น แนวโน้มกาไร 2Q20 จะลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะถูกกระทบจาก CV-19 ทำให้ทั้งปริมาณขายส่งออก และในประเทศปรับลดลงมาก ในขณะที่ราคาขายถูกกระทบในช่วงเดือน เม.ย. ค่อนข้างมาก และเริ่มกลับมาฟื้นดีขึ้นในเดือน พ.ค. – มิ.ย. เป็นลาดับ ล่าสุดราคาไก่ปัจจุบันทั้ง Main Product และ By Product กลับมาอยู่ในระดับที่ดีอีกครั้ง จาก Demand ที่สูงขึ้นทั้งในประเทศและส่งออก และจากสถานการณ์หมูที่เข้าสู่ภาวะขาดแคลน ทำให้ราคาหมูปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 10 ปี น่าจะหนุนให้ราคาไก่ซึ่งเป็นสินค้าทดแทนกันปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องในระยะถัดไป เรามองผ่านกาไรต่าสุดใน 2Q20 และจะกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q20 เป็นต้นไป ส่วนแผนการฟื้นฟูสายการผลิตไก่ปรุงสุกส่วนที่เสียหายจากไฟไหม้ 2 สาย คาดจะแล้วเสร็จในช่วงเดือน พ.ย. - ธ.ค. นี้ และอีก 3 สายเดิมจะถูกเปลี่ยนและกลับมาเดินสายแบบ Full operation ตั้งแต่กลางปี 2021 เป็นต้นไป เรายังคาดกำไรปกติปี 2020 – 2021 ไว้ตามเดิมเป็น -11.1% Y-Y และ +18.3% Y-Y ตามลำดับ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 15.6 บาท (Re-rate PE ขึ้นให้เท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีต 5 ปีที่ 15 เท่า) แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาเร็ว จนมี Upside เพียง 8.3% จึงปรับคำแนะนาเป็น ซื้ออ่อนตัว จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
กรกฏาคม
2020
GLOBAL (BUY/21TP: 20), คาด 2Q20 ถูกกระทบน้อยกว่าที่เคยคาด และกลับมาฟื้นได้เร็ว
(views 74)
แม้เดือน เม.ย. จะต้องปิดสาขาไปราว 60% ของสาขาทั้งหมด แต่เมื่อกลับมา Reopen อีกครั้ง รายได้ถือว่าฟื้นกลับมาได้เร็ว คาด SSSG 2Q20 จะติดลบราว -20% Y-Y แต่ด้วยการบริหาร Product Mix ที่ดีมาก คาดสัดส่วนสินค้า House Brand จะปรับขึ้นได้ และช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้น (ก่อนปรับมาตรฐานบัญชีใหม่) ยังทรงตัวสูงใกล้เคียงไตรมาสก่อน แต่ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อน จึงคาดกำไรปกติ 2Q20 ลดลงราว -26.6% Q-Q, -13.1% Y-Y ถือว่าลดลงน้อยกว่าที่เคยคาด และล่าสุดคาด SSSG เดือน ก.ค. ฟื้นตัวกลับมาทรงตัวถึงบวกเล็กน้อย และกลับมาเปิดสาขาที่ 2 ของปีแล้ว และยังมีแผนเปิดอีก 4 สาขาใน 4Q20 อีกทั้งยังคาดเห็นพัฒนาการของอัตรากำไรขั้นต้นที่น่าจะปรับขึ้นได้ต่อเนื่องใน 2H20 และเป็นสิ่งที่ทาให้เราประทับใจในหลายไตรมาสที่ผ่านมา จากคาดกาไร 2Q20 ถูกกระทบจาก CV-19 น้อยกว่าที่เคยคาด เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2020 – 2021 ขึ้นปีละ 8.5% เป็นกำไรที่ +1.1% Y-Y ในปี 2020 และจะกลับมาโตมากขึ้น +22.6% Y-Y ในปี 2021 เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปีหน้าที่ 20 บาท (DCF, Implied Target PE ที่ 32 เท่า ยังต่ากว่าค่าเฉลี่ยในอดีต) ยังคงคาแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
กรกฏาคม
2020
SC (BUY/21TP: 2.8), คาดงบ 2Q20 แข็งแกร่ง หนุนจากความสำเร็จการขายแนวราบ
(views 72)
ภาพรวม 2Q20 ดูดีกว่าที่เคยประเมิน ยอด Presales ทาสถิติสูงสุดใหม่ +193% Q-Q, +38% Y-Y แตะระดับ 5.8 พันล้านบาท หนุนจากอุปสงค์แนวราบที่แข็งแกร่งท่ามกลาง COVID-19 ทั้งโครงการเดิม และโครงการใหม่ ส่งผลให้แนวโน้มกาไร 2Q20 โดดเด่นสวนทางกลุ่มฯ คาดโต 61% Q-Q และ 71% Y-Y อยู่ที่ 484 ล้านบาท ขณะที่ 2H20 เปิดแนวราบใหม่มากขึ้น +19% H-H ซึ่งเชื่อว่าได้ผลตอบรับดีเช่นกันในฐานะผู้นาตลาดบ้านเดี่ยวระดับบน ทาให้คาดผลประกอบการ 2H20 ยังอยู่ในเกณฑ์ดี เราปรับประมาณการกาไรปี 2020-2021 ขึ้น 5-10% เป็นปีนี้ 1.65 พันล้านบาท -18% Y-Y ดีขึ้นจากเดิมที่คาด -22% Y-Y และ 1.67 พันล้านบาท (+1% Y-Y) ในปีหน้า สะท้อนยอดขายแนวราบที่ดีกว่าคาด เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2021 ที่ 2.80 บาท (อิง PER 7x) ขณะที่ราคาหุ้นฟื้นตัว +24% ภายใน 4 เดือนจากระดับต่าสุดในปลายมี.ค.ที่มี COVID-19 ถือว่า Laggard กว่ากลุ่มที่ +44% ซื้อขายบน PE2020-2021 ที่ 5.6x (ค่าเฉลี่ย -1.25SD) และ PBV ต่าเพียง 0.5x (ค่าเฉลี่ย -2.5SD) พร้อมคาดปันผล 7.1% ต่อปี คงคาแนะนาซื้อ ระยะสั้น แนวโน้ม 2Q20 ที่แข็งแกร่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นได้
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2020
OSP (BUY/20TP: 46), คาดกำไร 2Q20 ถูกกระทบจาก CV-19 แต่จะเป็นจุดต่ำสุดของปี
(views 77)
ระยะสั้น แนวโน้มกาไร 2Q20 ถูกกระทบจาก CV-19 ทำให้รายได้เครื่องดื่มชูกาลัง, Personal Care ในประเทศ และเครื่องดื่มชูกำลังในพม่าอ่อนตัวลง มีเพียง C-Vitt ที่น่าจะยังโตได้ต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถชดเชยได้ แต่มองเป็นกำไรต่าสุดของปีนี้ คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 3Q20 และต่อเนื่องใน 4Q20 เพราะเริ่มรับรู้กำลังการผลิตส่วนเพิ่ม +10% - 15% ตั้งแต่เดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งจะรับรู้ได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ 3Q20 เป็นต้นไป และเป็นการผลิต C-Vitt เป็นหลัก และจะเริ่มเดินเครื่องจักรโรงงานเครื่องดื่มที่พม่าช่วงปลายเดือน ก.ค. นี้ ซึ่งจะช่วยหนุนมาร์จิ้นในระยะถัดไป กอปรกับภาษีสรรพสามิต Functional Drink จะลดลงเหลือ 3% จากเดิม 10% ตั้งแต่ 10 ก.ค. เป็นต้นไป คาดกาไร 2H20 จะเด่นกว่า 1H20 ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกาไรสุทธิปี 2020 – 2021 เติบโต 20.8% Y-Y และ 13.3% Y-Y ตามลำดับ และคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 46 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 11.5% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
17
กรกฏาคม
2020
DRT (BUY/20TP: 6.6), คาดงบ 2Q20 โตได้ Q-Q และ Y-Y ท่ามกลาง COVID-19
(views 99)
ปรับขึ้นสูงกว่าระดับปกติ จากการใช้กำลังการผลิตเต็มที่ และ Product Mix ขณะที่คาดยอดขายทรงตัวได้ท่ามกลาง COVID-19 จากช่องทางตัวแทนจำหน่ายที่เติบโตดี ชดเชยผลกระทบจากการปิดสาขาของ Modern Trade และการชะลอตัวของโครงการอสังหาฯ รวมถึงหนุนด้วยการบันทึกกำไรจากการขายที่ดิน เราปรับประมาณการกาไรปกติปี 2020-2021 ขึ้น 7% และ 5% ตามลำดับ จากการปรับเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น เป็นปีนี้ 527 ล้านบาท ทรงตัว Y-Y จากเดิมคาด -6% และปี 2021 คาดโต 4% Y-Y ทาให้เราปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 6.60 บาท แนะนาซื้อ ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2020-2021 ที่ 10x เทียบเท่าค่าเฉลี่ย-1SD พร้อมคาดปันผลสูงเฉลี่ย 7.2% ต่อปี ระยะสั้นมีปัจจัยหนุนจากแนวโน้มงบ 2Q20 ที่โตดี และคาดจ่ายปันผล 1H20 คิดเป็น Yield 4%
อ่านเพิ่มเติม
17
กรกฏาคม
2020
XO (BUY/20TP: 10), คาดกำไร 2Q20 เด่น ได้อานิสงส์จาก CV-19
(views 84)
เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจาก CV-19 จากการที่ผู้บริโภคต้องอยู่บ้านและทำอาหารทานเองมากขึ้น ส่งผลดีต่อมายังสินค้ากลุ่มซอสและน้าจิ้ม ซึ่งลูกค้าหลักคือ ยุโรป ราว 84% ของรายได้รวม และส่วนใหญ่ขายผ่านช่องทาง Modern Trade และขายเป็นสกุลเงินบาทราว 80% จึงไม่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่ผันผวน ปัญหาเดียวตอนนี้คือ ลูกค้าเร่งรับมอบสินค้า จึงคาดกำไร 2Q20 มีลุ้นทาจุดสูงสุดใหม่เติบโตสูงทั้ง Q-Q, Y-Y และคาดกาไรจะน่าจะอ่อนตัวลงใน 2H20 ทั้งตามการกลับมา Reopen ในหลายประเทศ และลดลงตามฤดูกาลด้วย แต่คาดยังเป็นกำไรที่เติบโตสูงจาก 2H19 เพราะฐานต่ามาก ทั้งนี้เราคาดกำไรสุทธิปี 2020 จะกลับมาเติบโตสูง +75% Y-Y และประเมินราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 10 บาท (อิง PE เดิม 20 เท่า) แนะนาซื้อลุ้นกำไร 2Q20 ทำจุดสูงสุดใหม่
อ่านเพิ่มเติม
16
กรกฏาคม
2020
DTAC (BUY/21TP: 50), กำไร 2Q20 ดีกว่าคาด ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”
(views 87)
กำไร 2Q20 ดีกว่าคาดจากการควบคุมต้นทุน DTAC ประกาศกำไรสุทธิ 2Q20 ที่ 1,889 ลบ. +25.8% Q-Q, +20% Y-Y โดยหากตัดรายการพิเศษออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 1,574 ลบ. +14.7% Q-Q, -5.3% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด 40% รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC –3.3% Q-Q, -1.1% Y-Y ใกล้เคียงคาดจากผลกระทบของ COVID-19 แต่ชดเชยได้จากการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่าย SG&A ที่ลดลงถึง -14.5% Q-Q, -10.5% Y-Y ส่งผลให้ EBITDA Margin ในไตรมาสนี้ปรับตัวขึ้นเป็น 42.1% จาก 38.2% และ 38.7% ใน 1Q20 และ 2Q19 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
16
กรกฏาคม
2020
AP (BUY/21TP: 8.5), คาดกำไร 2Q20 แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม
(views 89)
คาดกำไร 2Q20 โตแกร่ง 89% Q-Q และ 140% Y-Y อยู่ที่ 1.17 พันล้านบาท หนุนจากยอดขายแนวราบที่โดดเด่น บวกกับการส่งมอบคอนโด JV ใหม่ต่อเนื่องจากปลาย 1Q20 ทำให้ยอดโอนรวมทั้ง AP และ JV คาดแตะระดับสูงสุดในประวัติการณ์ ขณะที่โมเมนตัมกำไรจะดีขึ้นต่อใน 3Q20 จากการโอนคอนโดใหม่ 2 โครงการ เราปรับประมาณการกำไรปี 2020-21 ขึ้น 13% และ 8% ตามลำดับ เป็นปีนี้ 3.1 พันล้านบาท +2% Y-Y จากเดิมคาด -8% และสวนทางกลุ่มที่ -20% Y-Y ส่วนปี 2021 คาดโตต่อเนื่อง 8% Y-Y อยู่ที่ 3.4 พันล้านบาท เราปรับราคาเหมาะสมปี 2021 ขึ้นเป็น 8.50 บาท โดยปรับ PER ขึ้นจาก 7x เป็น 8x เนื่องจากปี 2021 เข้าสู่ภาวะปกติ และ AP ความสามารถขายและทำกำไรได้เหนือคู่แข่ง ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2020-2021 เฉลี่ย 6.1x หรือค่าเฉลี่ย -1SD และ PBV ต่ำเพียง 0.7x พร้อมคาดผลตอบแทนปันผล 6.5% ต่อปี คงคำแนะนำซื้อ และยังเป็น Top Pick ระยะสั้น แนวโน้ม 2Q20 ที่แข็งแกร่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นได้
อ่านเพิ่มเติม
13
กรกฏาคม
2020
CPF (BUY/20TP: 40), คาดกำไร 2H20 จะกลับมาเด่น หลังราคาเนื้อสัตว์ฟื้นอีกครั้ง
(views 94)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไรปกติ 2Q20 จะอ่อนลง Q-Q เพราะได้รับผลกระทบจาก CV-19 โดยเฉพาะกระทบราคาเนื้อสัตว์ในเดือน เม.ย. และส่งออกไก่แผ่วลงตามการ Lockdown ในญี่ปุ่นและยุโรป ส่วนส่งออกไปจีนยังโตดี และปัจจุบันภายหลังหลายประเทศกลับมา Reopen ทำให้ Demand ฟื้นตัวขึ้น ในขณะที่หลายประเทศประสบปัญหาขาดแคลนผลผลิตหมู เช่น จีน เวียดนาม (ASF กลับมาระบาดอีกครั้ง) ส่งผลให้ราคาหมูทั้งในไทยและเวียดนามปรับตัวสูงขึ้น และเริ่มเห็นหลายประเทศมาติดต่อขอนำเข้าหมูจากไทยมากขึ้น (ทั้งที่อดีตไม่อนุญาตให้นำเข้าหมูจากไทย) นอกจากนี้ เริ่มเห็นราคาไก่ในประเทศกลับมาฟื้นตัวเหนือต้นทุนการเลี้ยงมากขึ้น เราคาดกำไร 3Q20 จะกลับมาตะระดับ 6 พันล้านบาทได้อีกครั้ง และคาดดีต่อเนื่องใน 4Q20 ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2020 – 2021 ขึ้น 8% - 9% เป็นการเติบโต 41.8% Y-Y ในปี 2020 และคาดโต 2.5% Y-Y ในปี 2021 และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2020 ขึ้นเป็น 40 บาท จากเดิม 36 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
13
กรกฏาคม
2020
DELTA (BUY/21TP: 80), Data Center หนุนกำไรฟื้นใน 2Q20 ส่วน EV Car จะดีขึ้นใน 2H20
(views 87)
แนวโน้มกำไร 2Q20 ดูดีกว่าที่เคยคาด น่าจะโตได้ทั้ง Q-Q, Y-Y และอาจเป็นกำไรสูงสุดในรอบ 6 ไตรมาส แม้จะถูกกระทบจาก CV-19 แต่สินค้ากลุ่ม Data Center เติบโตได้ดีกว่าคาด และเป็นกลุ่มที่มาร์จิ้นดี สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของสินค้ากลุ่มอื่นได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่มาร์จิ้นต่ำอย่าง Telecom ในประเทศอินเดีย จึงคาดรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้จะเติบโตเพิ่มขึ้นได้ ในขณะที่แนวโน้มกำไรใน 2H20 ยังดูดีขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดเริ่มเห็นคำสั่งซื้อลูกค้ากลุ่ม EV Car ทยอยเพิ่มขึ้น คาดจะ +20% - 30% จาก 1H20 จากแนวโน้มกำไรที่ดีกว่าคาด เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2020 – 2021 ขึ้น 20% - 25% เป็นการเติบโต 31.7% - 35.9% ตามลำดับ และ Re-rate PE ขึ้นเล็กน้อยเป็น 18 เท่า ให้เท่ากับค่าเฉลี่ย และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 80 บาท จึงแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
13
กรกฏาคม
2020
TU (BUY/20TP: 18), คาดกำไร 2Q20 ยังโตได้ แม้ Red Lobster จะขาดทุนหนัก
(views 81)
คาดกำไร 2Q20 จะยังเติบโต Q-Q ได้ แม้จะถูกกระทบจาก CV-19 ทำให้ Red Lobster ประสบผลขาดทุนหนัก แต่ด้วย Operation หลักของ TU เอง ที่ทำได้ดีมาก รายได้ Ambient แม้จะเริ่มชะลอความร้อนแรง แต่ยังเติบโตได้ ส่วนธุรกิจ Frozen ก็ทยอยฟื้นตัวเป็นลำดับ ในขณะที่ Product Mix ยังดีต่อ และต้นทุนปลาทูน่ายังเอื้อต่อธุรกิจ คาดอัตรากำไรขั้นต้นจะขยับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ได้ ส่วนธุรกิจ Red Lobster แม้จะขาดทุนมากขึ้น แต่อาจมีการกลับรายการภาษี เข้ามาช่วยลดผลกระทบเป็นขาดทุนน้อยลง รวมถึงค่าใช้จ่ายพิเศษจากโรงงานที่แคนาดาไฟไหม้ และการปิดโรงงานปูในไทย ก็ไม่มากอย่างที่เคยคาด ถือว่าภาพรวมกำไรใน 2Q20 ค่อนข้างดีและใกล้เคียงกับช่วงก่อนมี CV-19 และแนวโน้มน่าจะฟื้นต่อเนื่องใน 2H20 จาก CV-19 ที่คลี่คลาย เราปรับกำไรปกติปีนี้ขึ้น 19% เป็นการเติบโต 9.4% Y-Y จากเดิมคาดลดลง -8.4% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 18 บาท จากเดิม 15.5 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
13
กรกฏาคม
2020
TRUE (HOLD/20TP: 3.7), คาด 2Q20 ยังขาดทุน ลดคำแนะนำเป็น “ถือ”
(views 81)
เราคาดว่า TRUE จะรายงานผลขาดทุนปกติใน 2Q20 ที่ 703 ลบ. แต่จะบันทึกกำไรพิเศษจากการขาย DIF ราว 1,800 ลบ. ทำให้กำไรสุทธิเป็นบวก 1,097 ลบ. ธุรกิจโดยรวมได้รับผลกระทบจาก COVID-19 แต่ยังดีกว่าคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม เราปรับประมาณการปี 2020 ลงเป็นขาดทุน 1,101 ลบ. จากแนวโน้มการดำเนินงานที่อ่อนแอกว่าคาด ขณะทีปี 2021 คาดว่าจะพลิกมามีกำไรได้เล็กน้อย 133 ลบ. ปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 3.70 บาท ซึ่งมี Upside ค่อนข้างจำกัด จึงปรับลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ” และชอบ ADVANC มากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
10
กรกฏาคม
2020
M (BUY/21TP: 71), คาด 2Q20 ขาดทุน แต่จะเป็นจุดต่ำสุดของปี
(views 84)
ระยะสั้น คาดผลการดำเนินงาน 2Q20 พลิกเป็นขาดทุน ด้วยผลของการปิดสาขาราวเดือนครึ่ง และถึงแม้จะกลับมา Reopen ตั้งแต่ 17 พ.ค. แต่ในช่วงแรกยังมีมาตรการ Social Distancing ที่เข้มงวด ทำให้ SSSG ทั้งไตรมาสคาดติดลบราว -51% - 65% Y-Y สำหรับทั้ง 3 แบรนด์ ในขณะที่การลดลงของค่าใช้จ่ายได้บางส่วนทั้งค่าเช่า และค่าแรง ยังไม่สามารถหักล้างการลดลงของรายได้ได้ทั้งหมด แต่ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ คาด SSSG จะกลับมาฟื้นตัวใน 3Q20 เป็นตัวเลขที่ติดลบน้อยลง แต่การกลับมาเปิดสาขาอีกครั้ง ยังไงก็ดีกว่าปิด จึงคาด 3Q20 จะพลิกกลับมามีกำไรได้อีกครั้ง และดีขึ้นต่อเนื่องใน 4Q20 ก่อนจะกลับมาใกล้เคียงอดีตในปี 2021 ภายใต้สมมติฐานว่า CV-19 จบลง เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2020 ไว้ที่ 1 พันล้านบาท (-58.7% Y-Y) ต่ำสุดในรอบ 10 ปี และคาดกลับมาโต +144.4% Y-Y เป็น 2.6 พันล้านบาทในปี 2021 สำหรับปีนี้ เราคาดบริษัทอาจไม่จ่ายปันผลระหว่างกาลงวด 1H20 (ปกติจ่ายปีละ 2 ครั้ง) เพื่อรักษาสภาพคล่อง และคาดจ่ายปันผลสำหรับงวดปีน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ทั้งนี้ฐานะทางการเงินของบริษัทค่อนข้างแข็งแกร่ง จากเงินสดและสินทรัพย์ที่ใกล้เคียงเงินสดในมือสิ้น 1Q20 ที่ราว 7.6 พันล้านบาท และปัจจุบันยังไม่มีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินแต่อย่างใด (Net Cash) ยังคงราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 71 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) ยังมี Upside 23.5% แนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
09
กรกฏาคม
2020
BCH (BUY/21TP: 17.5), โรงพยาบาลที่คาดมีกำไร 2Q20 แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม
(views 96)
เราคาดกำไรปกติ 2Q20 ของ BCH +4.1% Q-Q, +3% Y-Y แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มการแพทย์ โดยได้ปัจจัยบวกจากทั้งการปรับเพิ่มเงินของประกันสังคมตั้งแต่ต้นปี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้จากการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ซึ่งชดเชยรายได้ผู้ป่วยไทยและต่างชาติที่หดตัวได้ ขณะที่แนวโน้ม 2H20 คาดว่าจะทยอยฟื้นตัวตามการคลาย Lockdown และได้อานิสงส์จากมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และการขออนุญาตให้บริการ Alternative Hospital Quarantine ทำให้ประมาณการกำไรปกติปี 2020-2021 ที่คาด +2.1% Y-Y และ +9.4% Y-Y อาจมี Upside เราปรับใช้ราคาเหมาะสมของ BCH เป็นปี 2021 ที่ 17.50 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” และยังเป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
08
กรกฏาคม
2020
TKN (BUY/21TP: 12), ตลาดจีนกลับมาฟื้นตัวใน 2Q20 และน่าจะดีต่อเนื่องใน 2H20
(views 94)
แม้ถูกกระทบจาก CV-19 ทำให้รายได้ในประเทศที่พึ่งพิงนักท่องเที่ยงลดลงพอควร แต่การกลับมา Reopen ทำให้ตลาดจีนเริ่มสดใสอีกครั้ง ส่งผลให้รายได้รวมใน 2Q20 ถูกกระทบไม่มาก และบริษัทได้เน้นลดค่าใช้จ่ายอย่างหนัก เพื่อรักษาสภาพคล่องและให้เหมาะสมกับสถานการณ์ จึงคาดค่าใช้จ่ายจะลดลง จนทำให้กำไรในไตรมาสนี้โต Q-Q ได้ และลดลงไม่มาก Y-Y และคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 2H20 ภายหลัง CV-19 คลี่คลาย ล่าสุดรายได้ส่งออกไปจีนเริ่มขยับขึ้นใกล้ระดับปกติอีกครั้ง ส่วนตลาดในประเทศ แม้นักท่องเที่ยวยังไม่กลับมาเร็ว แต่บริษัทได้ปรับกลยุทธ์หันมาเน้นลูกค้าคนไทยมากขึ้น รวมถึงการเริ่มรุกตลาดต่างประเทศอื่น เช่น เกาหลีใต้ รัสเซีย และอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรใหม่เพื่อขยายตลาดอเมริกาเหนือและยุโรปในระยะถัดไป และจะรับรู้ต้นทุนสาหร่ายล็อตใหม่ที่ถูกลงได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ 3Q20 เป็นต้นไป เราคาดกำไรปกติปี 2020 – 2021 จะเติบโต 16.4% Y-Y (แม้ปีนี้มี CV-19 แต่ยังโตได้เพราะฐานต่ำในปีก่อน) และ 28.6% Y-Y ตามลำดับ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 12 บาท (ปรับใช้ PE เฉลี่ยในอดีตที่ 28 เท่า จากเดิม 25 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
07
กรกฏาคม
2020
HMPRO (HOLD/21TP: 17), คาดกำไรลงแรงใน 2Q20 และจะกลับมาฟื้นตัวใน 2H20
(views 88)
คาดกำไร 2Q20 จะลดลง -40% Q-Q, -50.2% Y-Y เพราะถูกปิดสาขาไปราว 80% ราวเดือนครึ่ง ทำให้ SSSG ติดลบหนักสุดในเดือน เม.ย. -50% Y-Y และหลัง Reopen รายได้กลับมาฟื้นตัวอย่างโดดเด่นจน SSSG พลิกกลับมาเป็นบวกตั้งแต่ครึ่งเดือนหลังของ พ.ค. และต่อเนื่องมาในเดือน มิ.ย. ทำให้เฉลี่ย 2Q20 ติดลบราว -19% Y-Y กอปรกับค่าเช่าปรับลดลงจากการ Waive และให้ส่วนลดผู้เช่า และคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวในช่วง 2H20 จากทั้ง 1) การฟื้นตัว SSSG หลัง CV-19 2) ค่าเช่ากลับมาฟื้นตัว 3) กลับมาจัดงาน Homepro Fair ในเดือน ก.ค. และงาน Homepro Expo ในเดือน พ.ย. เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2020 ขึ้น 4% เป็นกำไรที่ลดลง -22.4% Y-Y และกลับมาเติบโตในปี 2021 ราว +32.5% Y-Y เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 17 บาท (DCF) มี Upside เพียง 6.3% Y-Y ราคาหุ้นปรับขึ้นสะท้อนการ Reopen ไปพอสมควร จนปัจจุบันเทรดอยู่ที่ Forward PE ปี 2020 – 2021 เท่ากับ 43.9 เท่า และ 33.1 เท่า ตามลำดับ แพงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตของตัวเองและของกลุ่มที่ 35 เท่า และ 32 เท่า ตามลำดับ จึงแนะนำ ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
02
กรกฏาคม
2020
ADVANC (BUY/20TP: 210), คาดกำไร 2Q20 หดตัวแรง แต่ยังเป็น Top Pick
(views 86)
เราคาดกำไรปกติ 2Q20 ของ ADVANC -16.3% Q-Q, -24.9% Y-Y โดยได้รับผลกระทบเชิงลบจาก COVID-19 ที่ส่งผลให้เศรษฐกิจและกำลังซื้อหดตัว แต่คาดว่าจะเป็นจุดต่ำสุดและทยอยฟื้นตัวในช่วง 2H20 จากการคลาย Lockdown รวมถึงการแข่งขันที่ลดความรุนแรงลง โดยเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 หดตัว -10.5% Y-Y อย่างไรก็ตาม เรายังชอบ ADVANC มากที่สุดในกลุ่มทั้งด้านความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน ความสามารถในการแข่งขันที่สูงจากปริมาณคลื่นในมือที่พร้อม รวมถึงการเปิดตัว 5G ที่ช่วยเสริม Perception ที่ดี เรายังคงราคาเหมาะสมที่ 210 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
26
มิถุนายน
2020
CPALL (HOLD/20TP: 71), แม้ไม่ถูกปิดสาขา แต่ได้รับผลกระทบพอสมควร
(views 124)
แนวโน้มกำไร 2Q20 ถูกกระทบจาก CV-19 มากกว่าที่เคยคาด แม้ไม่ถูกปิดสาขาในเดือน เม.ย. เหมือนห้างสรรพสินค้า แต่ด้วยปัจจัยลบหลายรายการทั้ง เคอร์ฟิว, การห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์, นักท่องเที่ยวลดลง, สาขาที่อยู่ใกล้โรงเรียน โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน และที่ตั้งในปั้มน้ำมันถูกกระทบจากมาตรการ Lockdown จึงคาด SSSG 2Q20 ของ 7-11 จะติดลบมากขึ้นเป็น -16% Y-Y จาก -4% Y-Y ใน 1Q20 เช่นเดียวกับ MAKRO ที่คาด SSSG จะพลิกเป็น -3% Y-Y จาก +7% Y-Y ใน 1Q20 เพราะถูกกระทบจากการปิดพื้นที่ขายสินค้า Non-Food และการห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์ ในขณะที่ CPALL มีค่าใช้จ่ายคงที่และดอกเบี้ยจ่ายค่อนข้างสูง จึงคาดกำไรสุทธิรวม 2Q20 จะลดลงราว -35.1% Q-Q, -23.5% Y-Y มาอยู่ที่ 3.67 พันล้านบาท ต่ำกว่าปกติที่ทำได้ไตรมาสละ 5-6 พันล้านบาท และอาจเป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 20 ไตรมาส และคาดกำไรจะกลับมาฟื้นในช่วง 2H20 ส่วนการรวม Tesco คาดเกิดขึ้นอย่างเร็วในช่วงปลาย 4Q20 ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนขออนุมัติจากกรมแข่งขันทางการค้า ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 – 2021 ลง 3.8% - 9% เป็นกำไรที่ -7.5% Y-Y ในปี 2019 และ +15.4% ในปี 2020 โดยรวมผลกระทบของ CV-19 ในปีนี้ และค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าส่วนแบ่งกำไรของ Tesco ในปีหน้า และปรับลดราคาเป้าหมายปี 2020 ลงเป็น 71 บาท จากเดิม 78 บาท แนะนำชะลอการลงทุน จากแนวโน้มกำไร 2Q20 ที่ต่ำกว่าที่เคยคาด รอซื้อลงทุนหลังประกาศงบ 2Q20 เพราะราคาเป้าหมายปีหน้าอยู่ที่ 83 บาท (DCF)
อ่านเพิ่มเติม
26
มิถุนายน
2020
ITEL (BUY/20TP: 3.6), กำไรปีนี้ไม่หดตัวอย่างที่เคยคาดเพราะตุนงานในมือจำนวนมาก
(views 96)
สถานการณ์หลังจาก Reopen ธุรกิจกลับมาเป็นปกติ งานติดตั้งสามารถเข้าทำงานในพื้นที่ได้ งานประมูลทำได้ราบรื่นขึ้น และในช่วงที่ผ่านมา ITEL ชนะงานประมูลรวมกว่า 450 ล้านบาท เริ่มรับรู้รายได้บางส่วนในปีนี้ เราจึงปรับประมาณการกำไรปี 2020 ขึ้น 7% เป็น 179 ล้านบาท ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนซึ่งถือว่าดีมาก และปรับกำไรปี 2021 ขึ้น 14% เป็นโตเร่งตัว +15% Y-Y ปรับ Target PE ขึ้นเป็น 20 เท่า (เดิม 17 เท่า) จากอุตสาหกรรมที่เข้าสู่ช่วงเติบโต ราคาเป้าหมายจึงถูกปรับขึ้นเป็น 3.60 บาท บริษัทเตรียมออก ITEL-W2 ราคาใช้สิทธิ 3 บาทต่อหุ้น (รอประชุมผู้ถือหุ้น) หากมีการใช้สิทธิ จะช่วยสภาพคล่องให้ดีขึ้น ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
มิถุนายน
2020
DTAC (HOLD/20TP: 45), คาดกำไร 2Q20 ไม่สดใส//เปิดตัว 5G ช้าเป็นลบต่อ Perception
(views 81)
เราคาดกำไรปกติ 2Q20 ของ DTAC -20.8% Q-Q, -39.1% Y-Y โดยถูกกระทบจาก COVID-19 ทำให้รายได้หดตัวในขณะที่ฝั่งต้นทุนที่ลดลงชดเชยได้ไม่ทั้งหมด นอกจากนี้เรามองว่าการเปิดตัว 5G ของ DTAC ที่ช้ากว่าคู่แข่งจะส่งผลลบในแง่ Perception ในสายตาผู้บริโภคและอาจเป็นความเสี่ยงในการสูญเสียลูกค้าซึ่งเป็น Downside ต่อประมาณการปัจจุบันที่คาดกำไรปกติปี 2020 หดตัว -13% Y-Y เรายังคงราคาเหมาะสมของ DTAC ที่ 45 บาท และแนะนำเพียง “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
24
มิถุนายน
2020
DOHOME (BUY/21TP: 13), น้องใหม่ไฉไลในกลุ่ม Home Improvement
(views 219)
เราเริ่มต้นคำแนะนำ ซื้อ สำหรับ DOHOME ด้วยราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 13 บาท (DCF) ภายหลังระดมทุน IPO ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดด้านเงินทุน ทำให้บริษัทสามารถขยายสาขาได้เพิ่มมากขึ้นทั้งขนาดใหญ่และเล็ก จากปัจจุบันที่มีเพียง 16 แห่ง คาดจะเพิ่มเป็น 28 แห่ง, 51 แห่ง และ 64 แห่ง ในปี 2020 – 2022 ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตของรายได้ได้มากขึ้น จากในอดีตที่แทบไม่มีการเติบโตในแต่ละ และพึ่งพิงรายได้เพียงไม่กี่สาขา นอกจากนี้ยังมีเป้าเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ซึ่งที่ผ่านมาทำได้ดีอยู่ที่ 16% ในปี 2019 เพิ่มจาก 14% ก่อน IPO และมีแผนเพิ่มเป็น 20% ภายในปี 2022 ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นปีละ 20-30 bps ทั้งนี้เราคาดอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2020 จะลดลง -6.8% Y-Y จากผลกระทบ CV-19 และคาดกลับมาโตราว 25.8% ในปี 2021 คาดอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2021 – 2023 จะโตเฉลี่ย 14.4% CAGR
อ่านเพิ่มเติม
15
มิถุนายน
2020
CK (BUY/20TP: 22), ลุ้นรับงานเข้ามาเติมใน 2H20
(views 101)
การแพร่ระบาด COVID-19 ไม่กระทบงานก่อสร้าง แต่กดดันบริษัทร่วมอยย่าง BEM ทำให้แนวโน้ม 2Q20 คาดอ่อนลง Y-Y แต่ดีขึ้นจาก 1Q20 ที่ขาดทุน 112 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้เงินปันผลของ TTW ขณะที่ 2H20 คาดงานภาครัฐถูกขับเคลื่อนมากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดย CK มีศักยภาพทั้งเป็นผู้เข้าร่วมประมูลเอง รวมถึง Sub-contract จาก BEM และ CKP เป็นบวกต่อการเติม Backlog หนุนรายได้ตั้งแต่ปี 2021 ต่อเนื่องไปอีก 6 ปีข้างหน้า และยืนยันการเข้าสู่ S-Curve รอบใหม่ ไฮไลท์ของปีคือรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่ง BEM เป็นตัวเต็ง และมีแต้มต่อคู่แข่ง หากชนะประมูลจะเติมงานให้ CK ราว 1.2 แสนล้านบาท หนุนให้ Backlog ปลายปีนี้แตะระดับมากกว่าแสนล้านบาทอีกครั้งในรอบ 6 ปี และปลดล็อกความกังวลในประเด็นงานในมือระดับต่ำได้ทันที เราคงราคาเหมาะสม 22 บาท แนะนำสะสม ระยะสั้น แนะติดตามการขาย TOR รถไฟฟ้าสายสีส้มในเดือนมิ.ย.-ก.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
15
มิถุนายน
2020
PLANB (BUY/21TP: 7.1), กำไรปกติ 1Q20 ลดลงใกล้คาด และจะต่ำสุดใน 2Q20
(views 96)
กำไรปกติ 1Q20 ลดลง 57.0% Q-Q, 37.9% Y-Y ใกล้เคียงเราและตลาดคาด กำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 84 ล้านบาท ลดลง 62.4% Q-Q, 45.8% Y-Y หากไม่รวมผลกระทบจากมาตรฐานบัญชี TFRS16 จำนวน 12 ล้านบาท เป็นกำไรปกติ 96 ล้านบาท ลดลง 57.0% Q-Q, 37.9% Y-Y ใกล้เคียงเราและตลาดคาด จากรายได้ลดลงตามฤดูกาล กำลังซื้ออ่อนแอ และได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ตั้งแต่เดือนหลังของไตรมาส โดยอัตราการใช้สื่อ (U-Rate) ที่ 60% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 77% และ 1Q19 ที่ 67% และรายได้ธุรกิจสื่อดนตรีและกีฬา (Engagement Marketing คือ iAM (เดิม BNK 48) และการบริหารสื่อจากสมาคมฟุตบอล) ลดลง 53.9% Y-Y โดยงดจัดแข่งฟุตบอลตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.
อ่านเพิ่มเติม
12
มิถุนายน
2020
ICHI (BUY/20TP: 8.5), แนวโน้มกำไร 2Q20 ดูดีกว่าที่เคยคาด แม้โดนกระทบจาก CV-19
(views 117)
แม้ 2Q20 ได้รับผลกระทบจาก CV-19 คาดรายได้จะอ่อนตัวลงทั้งในไทยและส่งออก แต่ด้วยการควบคุมต้นทุน และลดค่าใช้จ่ายทางการตลาดอย่างมาก ทำให้สามารถชดเชยการลดลงของรายได้ได้ จึงคาดกำไร 2Q20 ดูดีกว่าที่เคยคาดไว้ อาจลดลง Q-Q แต่ยังโตเล็กน้อย Y-Y และคาดกำไรในช่วง 2H20 จะยังเติบโตได้ดี Y-Y จากทั้งการคลี่คลายของ CV-19 และการออกสินค้าใหม่ในกลุ่ม Functional Drink หากประสบความสำเร็จได้ตามแผน อาจทำให้กำไร 2H20 ไม่ลดลงจาก 1H20 ก็เป็นได้ ซึ่งจะสวนทางฤดูกาลปกติที่กำไร 2H มักลดลงจาก 1H นอกจากนี้บริษัทยังมีการเน้นการทำตลาดต่างประเทศมากขึ้น ทั้งตลาดอินโดนีเซีย ที่ปีนี้จะเป็นปีแรกที่มีส่วนแบ่งพลิกเป็นกำไร และอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรรายใหม่ในพม่า จากแนวโน้มกำไร 2Q20 และต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี ดูดีกว่าที่เคยคาดไว้ เราจึงปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2020 ขึ้น 18% เป็นเติบโต 28.8% Y-Y และคาดโตต่อเนื่องราว 10.4% Y-Y ในปีหน้า เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 8.5 บาท (อิง PE 21 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ยกลุ่มเครื่องดื่มไม่รวม Energy Drink) ยังมี Upside 20.6% แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
มิถุนายน
2020
TACC (BUY/20TP: 5.8), แนวโน้มกำไร 2Q20 ดูดีกว่าที่เคยคาด และน่าจะดีต่อใน 2H20
(views 119)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ แม้จะได้รับผลกระทบจาก CV-19 ทำให้รายได้ปรับลดลง แต่บริษัทได้บริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึง Product Mix จากการออกเครื่องดื่มขนาดใหม่ใน All Cafe ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นได้ดี จนสามารถหักล้างการปรับลงของรายได้ได้ทั้งหมด จึงคาดกำไร 2Q20 จะยังทรงตัวได้ทั้ง Q-Q, Y-Y ถือว่าค่อนข้างดี และคาดแนวโน้มกำไร 2H20 จะยังดีต่อเนื่อง ภายหลังสถานการณ์ CV-19 คลี่คลาย ทั้งนี้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ขึ้น 7.8% เป็นการเติบโต 1.6% Y-Y ดีกว่าเดิมที่คาดว่าจะลดลง -5.6% Y-Y และคาดจะโตต่อเนื่องในปี 2021 ราว 12% Y-Y โดยประมาณการกำไรปีหน้าของเราถือว่ามี Upside จากการเป็น Supplier ให้กับร้าน 7-11 ในกัมพูชา รวมถึงการได้อานิสงส์จากการมีช่องทางการขยายมากขึ้น ภายหลังกลุ่ม CP เข้าซื้อ Tesco Lotus แล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้ จากการปรับเพิ่มกำไร นำไปสู่การปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 5.8 บาท จากเดิม 5.2 บาท (อิง PE เดิม 21 เท่า) ยังมี Upside 22.4% เราชอบในความแข็งแกร่งของบริษัทจากการช่องทางการขายจำนวนมาก และมีพันธมิตรที่ดี รวมถึงมีความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจค่อนข้างสูง คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
มิถุนายน
2020
LOXLEY (BUY/20TP: 1.8), ปรับเพิ่มกำไรปี 2020-21 การปรับโครงสร้างองค์กรเริ่มเห็น
(views 114)
ธุรกิจของ LOXLEY ใน 1Q20 ได้รับผลกระทบจำกัดมากจาก COVID-19 ประกอบกับการปรับโครงสร้างองค์กรในช่วงที่ผ่านมาเริ่มเห็นผล สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ปรับลงเป็น 13.2% จากค่าเฉลี่ยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาที่ 17% และผลประกอบการที่ดีขึ้นต่อเนื่องของบริษัทร่วม ทำให้กำไรปกติ +65% Y-Y แต่ -21% Q-Q ตามฤดูกาล สำหรับ 2Q20 คาดธุรกิจส่วนใหญ่ถูกกระทบมากขึ้นจาก COVID-19 แต่เชื่อว่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี อย่างไรก็ตาม เราปรับประมาณการกำไรปี 2020-2021 ขึ้น 147% และ 26% เป็น 213 ล้านบาท และ 244 ล้านบาท ตามลำดับ จากการปรับลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และปรับเพิ่มส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม ราคาเป้าหมายปี 2020 ซึ่งอิง PBV ระดับเดิมที่ 0.8 เท่า (-1SD ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 20 ปี) ปรับเพิ่มจาก 1.70 บาทเป็น 1.80 บาท มี upside 14.6% จากราคาหุ้นปัจจุบัน และคาดการณ์ปันผลตอบแทนเฉลี่ยกว่า 3.0% ต่อปี ราคาหุ้นปัจจุบันมี PBV เพียง 0.7 เท่า ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
มิถุนายน
2020
BEM (HOLD/20TP: 10.5), ผ่านจุดต่ำสุดแล้วในเม.ย. จับตาเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายใหม่
(views 86)
สถิติผู้ใช้บริการทางด่วนและรถไฟฟ้าเดือนพ.ค.ยืนยันการ Bottom Out ในเดือนเม.ย. โดยทางด่วนฟื้นตัวเร็วกลับสู่ระดับที่ใกล้เคียงปกติ ขณะที่รถไฟฟ้าฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และช้ากว่าทางด่วน จากผลของมาตรการ Social Distancing แม้ระยะสั้นจะสะดุดจากผลกระทบ COVID-19 แต่พื้นฐานระยะยาวยังแข็งแกร่ง ทั้งทางด่วนที่เป็น Cash Cow และรถไฟฟ้า ซึ่งจะเป็น Key Driver ของรายได้ในระยะถัดไป หนุนจากการเปิดสายสีน้ำเงินครบเส้น รวมถึงการเข้าร่วมประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม และสายสีม่วง ซึ่ง BEM มีแต้มต่อคู่แข่งรายอื่น และเป็น Upside Risk ที่ยังไม่รวมในประมาณการ เราคงราคาเหมาะสม 10.50 บาท ราคาหุ้นฟื้นตัว 30% ภายใน 2 เดือน เทียบกับ SET +24% หลังมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุม ทำให้มี Upside ต่ำกว่า 10% จึงปรับคำแนะนำเป็นซื้อเมื่ออ่อนตัว อย่างไรก็ดี ระยะสั้น แนะติดตามการเปิดขาย TOR รถไฟฟ้าสายสีส้มในเดือนมิ.ย.-ก.ค.นี้ หากเปิดประมูลได้ คาดเป็น Catalyst หนุนราคาหุ้นได้
อ่านเพิ่มเติม
10
มิถุนายน
2020
OISHI (HOLD/21TP: 46), ราคาหุ้นปรับขึ้นสะท้อนการ Reopen ไปบ้างแล้ว แนะนำ ถือ
(views 90)
แนวโน้มผลการดำเนินงานใน 3Q20 (เดือน เม.ย. – มิ.ย.) นั้น ฟื้นตัวช้ากว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้า และอาจพลิกเป็นขาดทุน เพราะถูกปิดสาขาร้านอาหารเต็มเดือนใน เม.ย. และครึ่งเดือนแรกของ พ.ค. แม้รายได้จาก Take Home และ Delivery จะมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น แต่สัดส่วนรายได้ยังน้อย ไม่ถึง 10% ของรายได้รวม จึงยังไม่สามารถชดเชยรายได้หน้าร้านได้ทั้งหมด เราคาด SSSG ในเดือน เม.ย. – พ.ค. จะติดลบมากขึ้นเป็น -75% - 80% Y-Y หลังจากนั้นแม้จะกลับมา Reopen อีกครั้งตั้งแต่ 17 พ.ค. เป็นต้นมา แต่ด้วยมาตรการ Social Distancing ทำให้ผู้บริโภคยังไม่กลับมาทานอาหารในร้านกันอย่างปกติ (คาด Capacity ร้านอาหารจะถูกใช้เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น)
อ่านเพิ่มเติม
09
มิถุนายน
2020
TWPC (SELL/20TP: 2.86), กำไรพิเศษ หนุนกำไรสุทธิ 1Q20 ราคาหุ้นเต็มมูลค่า
(views 85)
กำไรสุทธิใน 1Q20 ลดลง 9.4% Y-Y หากไม่รวมกำไรพิเศษ กำไรปกติจากการดำเนินงานลดลง 52.8% Y-Y ตามยอดขายผลิตภัณฑ์หลักแป้งมันสำปะหลังลดลง ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ Covid-19 ตั้งแต่กลางไตรมาส และมีผลต่อเนื่องในต้น 2Q20 กอปรกับเป็นช่วง Low season ทำให้แนวโน้มกำไรปกติ 2Q20 ยังไม่สดใส คาดการฟื้นตัวมากขึ้นไตรมาสสุดท้ายตามฤดูกาล คงประมาณการกำไรปกติทั้งปีและราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 2.86 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันเต็มมูลค่า ปรับคำแนะนำลงเป็น ขาย จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
08
มิถุนายน
2020
SAPPE (BUY/12M TP: 22), มองผ่านกำไรต่ำสุดปีนี้ใน 2Q20 และจะฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q20
(views 95)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แนวโน้ม 2Q20 ไม่สดใส เพราะได้รับผลกระทบจาก CV-19 ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่มีการ Lockdown และท่าเรือถูกปิดชั่วคราว คาดกำไร 2Q20 จะลดลงมากขึ้นทั้ง Q-Q, Y-Y แต่มองเป็นจุดต่ำสุดของปี เพราะปัจจุบันสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย และคำสั่งซื้อเริ่มฟื้นตัวอีกครั้งภายหลัง Reopen นอกจากนี้บริษัทยังมีการออกสินค้าเดิม ขนาดใหม่เพื่อเน้นลูกค้ากลุ่ม Mass, เริ่มขาย B’LUE ในตลาดกัมพูชาและลาว รวมถึงยังมีแผนออกสินค้าใหม่ในช่วงที่เหลือของปีทั้งแบรนด์ SAPPE และแบรนด์ร่วมกับ Danone ในส่วนของภาษีสรรพสามิตน่าจะปรับลดลงตั้งแต่ 3Q20 เป็นต้นไป เพราะปัจจุบันปรับสูตรเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างเจรจาดำเนินเรื่องลดภาษีกับทางภาครัฐ ทั้งนี้ด้วยผลของ CV-19 เราจึงปรับลดกำไรปกติปี 2020 ลง 7% เป็นกำไรที่ลดลง -14.3% Y-Y และคาดกลับมาโต 31.2% ในปี 2021 ทั้งนี้เรามองผ่านกำไรต่ำสุดปีนี้ใน 2Q20 เราจึงปรับใช้ราคาเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้า เป็นกลางปี 2021 ที่ 22 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) ยังมี Upside 25% ราคาหุ้นยัง Laggard มาก +22% นับตั้งแต่ Lockdown ในไทยในเดือน มี.ค. เทียบกับกลุ่มเครื่องดื่มที่เฉลี่ยปรับขึ้นมาแล้วราว 45% จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
มิถุนายน
2020
SFLEX (BUY/20TP: 11), เติบโตได้อีกไกลจากความต้องการบรรจุภัณฑ์ในตลาดอาหาร
(views 112)
เราปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของรายได้และกำไรในระยะยาวปี 2021-2024 เป็นเฉลี่ย 9.7% และ 11.5% CAGR ตามลำดับ จากเดิม 8.4% และ 9.2% ตามลำดับ จากตลาดบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนที่เติบโตอย่างรวดเร็วตามความต้องการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และด้วยมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ร่วมกับประสบการณ์ในธุรกิจ เชื่อว่าบริษัทจะประสบความสำเร็จในตลาดกลุ่ม Food product ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูง ได้ไม่ยากซึ่งจะส่งผลบวกต่ออัตรากำไรด้วย เราคาดว่า SFLEX จะสามารถเพิ่มสัดส่วนลูกค้ากลุ่ม Food จากปัจจุบันที่ 20% ของรายได้เป็น 40% ภายใน 5 ปี ปรับราคาเป้าหมายปี 2020 ขึ้นเป็น 11 บาทจากเดิม 7 บาท (DCF, WACC 6.4% TG 3%) เป้าใหม่คิดเป็น Implied PE ปีนี้ 30 เท่าและปีหน้า 25 เท่า ไม่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับกลุ่มค้าปลีกที่ 28-32 เท่าซึ่งเป็นตลาดหลักของ SFLEX และใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของผู้ประกอบการในต่างประเทศที่มีธุรกิจคล้ายคลึงกันเช่น Amcor และ Huhtamaki คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
มิถุนายน
2020
S11 (BUY/20TP: 7.8), ปรับประมาณการกำไรปี 2020 ลงสะท้อนภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
(views 100)
S11 รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ลดลง 17.4%Q-Q, 18.1%Y-Y จากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯเพิ่มขึ้น ขณะที่สินเชื่อและรายได้ยังเติบโตได้ตามเป้าหมาย ขณะที่แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q20 ยังคาดชะลอตัวต่อเนื่องราว 27%Q-Q และ 37%Y-Y มาอยู่ที่ราว 80 ลบ. คาดว่าสินเชื่อจะทรงตัวหรือมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากการ Lockdown ประเทศที่เกิดขึ้นในเดือนเม.ย.-พ.ค. ซึ่งทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้คาดการเก็บหนี้จะทำได้ยากขึ้นเนื่องจากหลายสถานที่ปิดทำการ และมีฐานลูกค้าบางกลุ่มขาดรายได้ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง ส่งผลต่อคาดการณ์การตั้งสำรองฯและด้อยค่าสินทรัพย์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน นำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลง 25% มาอยู่ที่ 439 ลบ. ลดลง 17%Y-Y และปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 7.80 บาท อิง PER 10.85 เท่า ยังมี upside ถึง 30% จากราคาหุ้นปัจจุบัน อีกทั้งคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 6% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
มิถุนายน
2020
VGI (HOLD/21TP: 8), ปรับลดประมาณการปีนี้ แต่คงคาดการฟื้นตัวแรงปีถัดไป
(views 78)
ผู้บริหารมองการฟื้นตัวของสื่อนอกบ้านจากสถานการณ์ Covid-19 แบบค่อยเป็นค่อยไป และจะฟื้นชัดเจนขึ้นช่วง 3Q21 (ต.ค.-ธ.ค.20) เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2021 (สิ้นสุดเดือน มี.ค. 2021) ลง 29% จากเดิม 1.07 พันล้านบาท เป็น 761 ล้านบาท -44.4% Y-Y สะท้อนผลกระทบของ Covid-19 ใน 1Q20 ที่จะหนักสุดและเป็นกำไรต่ำสุดของปี การฟื้นตัวใช้เวลานานกว่าเคยคาด แม้จะมีรายได้ Digital service ที่แข็งแกร่งตามการใช้สื่อออนไลน์มากขึ้น และผลการดำเนินงานด้าน Logistic ผ่าน Kerry ที่โตดี ช่วยชดเชยแล้วก็ตาม แต่คงประมาณการกำไรปกติปี 2022 (สิ้นสุดเดือน มี.ค. 2022) ตามเดิม เป็นกำไรฟื้นตัวแรงเท่าตัว +100.3% Y-Y ราคาเป้าหมายปี 2021 (สิ้นสุด มี.ค. 2021) ใกล้เคียงเดิมที่ 8 บาท บริษัทยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง D/E ต่ำเพียง 0.3 เท่า คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
01
มิถุนายน
2020
M (BUY/21TP: 71), สถานการณ์เริ่มดูดีขึ้น คาดจะพลิกมีกำไรใน 3Q20
(views 169)
มาตรการเริ่มผ่อนปรนมากขึ้นทั้งการขยายเวลาปิดห้างเป็น 21.00 น. และล่าสุดเริ่มมีบางสาขาได้รับอนุญาตให้มี Family Zone ในร้านแล้ว ถือเป็นสถานการณ์ที่เริ่มดูดีขึ้น และคาดหวังระยะถัดไป อาจได้รับอนุญาตให้ลูกค้าทานร่วมโต๊ะเดียวกันมากกว่า 1 คนขึ้นไป ซึ่งจะเป็นบวกต่อร้านสุกี้ MK อย่างมาก ระยะสั้น คาดผลการดำเนินงาน 2Q20 จะพลิกเป็นขาดทุน แม้จะพยายามลดค่าใช้จ่ายทั้งค่าเช่าและค่าใช้จ่ายพนักงาน แต่ยังไม่สามารถชดเชย SSSG ที่ติดลบหนัก -70% - 75% ได้ และคาดหวังพลิกกลับมามีกำไรตั้งแต่ 3Q20 เป็นต้นไป ทั้งปีเรายังใช้สมมติฐานเดิมว่า SSSG จะติดลบทั้ง 3 แบรนด์ โดยมอง 2H20 จะฟื้นตัวอย่างช้าๆ และกำหนดให้ไม่มีการเปิดสาขาใหม่ในปีนี้เลย โดยเราคาดกำไรสุทธิปี 2020 จะหดตัวลง -58.7% Y-Y เหลือเพียง 1.07 พันล้านบาท และคาดกลับมาโตอีกครั้งในปี 2021 ราว +144.4% Y-Y กลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงปี 2019 ทั้งนี้เรามองข้างกำไรต่ำสุดในปีนี้ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 71 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) แนะนำทยอยซื้อ โดยเฉพาะช่วงหลังประกาศงบ 2Q20 ที่อ่อนแอ
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤษภาคม
2020
EPG (BUY/21TP: 7), กำไร 4Q20 (ม.ค.-มี.ค. 2020) เป็นไปตามคาด ปันผลสูงขึ้น
(views 86)
กำไรปกติ 4Q20 เป็นไปตามคาด ไม่สดใสนัก แต่ทั้งปีพลิกมาเติบโตได้ในรอบ 3 ปี หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน EPG มีกำไรปกติ 4Q20 (ม.ค.-มี.ค. 2020) ที่ 203.2 ล้านบาท -4.0% Q-Q, +21.3% Y-Y เป็นไปตามคาด เป็นกำไรที่ต่ำกว่าศักยภาพของบริษัทเพราะ 2 ใน 3 ของธุรกิจ (70% ของรายได้รวม) ถูกกระทบจาก COVID-19 และกำลังซื้อที่อ่อนแอ คือ Aeroklas (ชิ้นส่วนตกแต่งยานยนต์) และ TJM (บ.ร่วม ขายอุปกรณ์ตกแต่งรถขับเคลื่อน 4 ล้อและรถ SUV) ถูกกระทบจากการชะลอของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกและปลายไตรมาสถูกกระทบจาก COVID-19 และธุรกิจ EPP (บรรจุภัณฑ์พลาสติก) แม้อุปสงค์ของกล่องอาหารพลาสติกจะสูงขึ้นในช่วง lockdown แต่ไม่สามารถชดเชยกำลังซื้อที่ไม่สดใสในช่วง 2 เดือนแรกได้ มีเพียงธุรกิจ Aeroflex (ฉนวนยาง 30% ของรายได้รวม) ที่มีความต้องการต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะในสหรัฐและญี่ปุ่นซึ่งต้องการสินค้า premium ทำให้รายได้รวม -2.9% Q-Q, -7.0% Y-Y แต่อัตรากำไรขั้นต้นยังอยู่ในระดับดีใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ 28.5% เพราะได้ประโยชน์จากราคาวัตถุดิบที่ปรับลงตามราคาน้ำมันดิบ
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤษภาคม
2020
BCH (BUY/20TP: 16), COVID-19 กระทบ แต่มีตัวประคอง
(views 113)
แนวโน้มผลการดำเนินงาน 2Q20 ของ BCH ถูกกระทบจากการ Lockdown หลัง COVID-19 ระบาดโดยเฉพาะฝั่งผู้ป่วยเงินสด อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยช่วยประคองคือรายได้จากประกันสังคมที่ยังคงเติบโตทั้งจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มและโดยเฉพาะการปรับเพิ่มค่าหัวตั้งแต่ต้นปี รวมถึงรายได้จากการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ขณะที่แนวโน้ม 2H20 จะทยอยฟื้นตัวขึ้นจากสถานการณ์ระบาดและ Lockdown ที่เริ่มคลี่คลาย นอกจากนี้ BCH ยังมีการร่วมมือกับหลายโรงแรมในการให้บริการ Alternative State Quarantine ซึ่งปัจจัยดังกล่าวทำให้กำไรของ BCH คาดว่าจะหดตัวและผันผวนน้อยกว่ากลุ่มฯ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 +2.1% Y-Y และอาจมี Upside เล็กน้อย เรายังคงราคาเหมาะสมที่ 16 บาทและคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤษภาคม
2020
THANI (HOLD/20TP: 4.1), เพิ่มทุน ทำให้ D/E ratio ผ่อนคลาย แต่ ROE ชะลอลงแรงด้วย
(views 175)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2020 ลง 9% มาอยู่ที่ 1,669 ลบ. -15% Y-Y ส่วนใหญ่มาจากการปรับลดการเติบโตของสินเชื่อจากเดิม 8% เป็น 5% และปรับเพิ่ม Credit cost จากเดิม 0.9% บนคาดการณ์ไม่มีการระบาดรอบ 2 เป็น 1.1% เมื่อรวมกับผลของการเพิ่มทุนที่ทำให้ ROE ลดระดับลงภายหลังการเพิ่มทุน (2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ราคาหุ้นละ 1 บาท ยังไม่กำหนด XR) ส่งผลต่อการ De-rate Justified PER ประเมินราคาเหมาะสมปี 2020 อยู่ที่ 4.10 บาท (และ 3.32 บาทภายหลังการเพิ่มทุน) ราคาหุ้นวานนี้ปรับลงรับข่าวบ้างแล้วแนะนำถือ
อ่านเพิ่มเติม
27
พฤษภาคม
2020
HANA (HOLD/12M TP: 32), ยังมองผ่านจุดต่ำสุด 2Q20 แต่ราคาหุ้นขึ้นเร็ว จน Upside จำกัด
(views 106)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ผู้บริหารให้ภาพการฟื้นตัวค่อนข้าง Conservative จากทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และความเสี่ยง Trade War รอบใหม่ ในขณะที่ระยะสั้นแนวโน้มกำไร 2Q20 คาดจะลดลงมากทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 หนักในเดือน เม.ย. ล่าสุด เราเริ่มเห็นการฟื้นตัวของการผลิต การบริโภค และการส่งออกของจีนแล้ว ซึ่งน่าจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของสินค้า Consumer Product โดยเฉพาะ Smartphone และยังคาดหวังการฟื้นตัวของลูกค้าในสหรัฐและยุโรปในระยะถัดไป ซึ่งน่าจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อของบริษัทอีกครั้งใน 3Q20 และทยอยฟื้นตัวกลับสู่ระดับที่ใกล้เคียงก่อนช่วง COVID-19 ใน 1H21 ทั้งนี้ผู้บริหารคาดรายได้รวมในปีนี้จะลดลงราว -15%-20% Y-Y และคาดสินค้ากลุ่ม Consumer (สัดส่วน 47% ของรายได้รวม) จะกลับมาฟื้นตัวได้เร็วกว่า Automotive (สัดส่วน 17%) ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการของเรา ดังนั้นเรายังคาดกำไรปกติปี 2020 ไว้ตามเดิมเป็น -8.5% Y-Y และคาดกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2021 ราว +51% Y-Y จากที่มองว่ากำลังจะผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q20 เราจึงปรับใช้ราคาเป้าหมายใน 12 เดือนข้างหน้า (กลางปี 2021) และอิง Target PE ที่ 15 เท่า เท่ากับ Avg. 5 yrs Forward PE +1.0 S.D ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 32 บาท ในขณะที่ราคาหุ้นปรับขึ้น +50% นับตั้งแต่ที่มีการ Lockdown ในไทย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จีนเริ่มกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง ถือว่าสะท้อนการฟื้นตัวไปบ้างแล้ว และมี Upside เพียง 6.7% จึงปรับคำแนะนำเป็น ถือ/ซื้ออ่อนตัว จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
พฤษภาคม
2020
EKH (BUY/20TP: 5.55), ต้องมองข้ามปี 2020 และเหมาะสำหรับ “ลงทุนระยะยาว”
(views 95)
แนวโน้มผลการดำเนินงาน 3 ไตรมาสที่เหลือในปีนี้ของ EKH คาดว่าจะไม่สดใสโดยเฉพาะ 2Q20 ที่ถูกกระทบจาก COVID-19 อย่างหนักทั้งส่วนโรงพยาบาลและโดยเฉพาะศูนย์ IVF จากลูกค้าชาวจีนที่หายไปเพราะ Lockdown ซึ่งคาดว่าต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัวจากข้อจำกัดด้านการเดินทางในปัจจุบัน เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020 ลง 40% เป็นหดตัว -55.9% Y-Y ซึ่งเป็นระดับที่ผิดปกติ อย่างไรก็ตามเรายังมีมุมมองเชิงบวกระยะยาวโดยคาดว่ากำไรปกติจะกลับมาฟื้นตัว +127.1% Y-Y ในปี 2021 เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 5.55 บาท ราคาหุ้นมี Upside เปิดกว้างจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
26
พฤษภาคม
2020
TVO (BUY/20TP: 30), แนวโน้มกำไรยังสดใสต่อ ส่วนราคาถั่วเหลืองผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
(views 197)
แนวโน้มกำไร 2Q20 ยังดูสดใสต่อเนื่อง จากธุรกิจน้ำมันถั่วเหลืองที่ยังได้อานิสงส์การกักตัวอยู่บ้านของผู้บริโภค และราคาขายยังทรงตัวสูงตามราคาน้ำมันปาล์มที่ปรับขึ้น และคาดธุรกิจกากถั่วเหลืองจะฟื้นตัวดีขึ้น ภายหลังหลายประเทศกลับมา Reopen โดยเฉพาะจีน ทำให้ความต้องการใช้กากถั่วเหลืองสูงขึ้น และกระทบต่อราคาขายกากกลับมาปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ทั้งนี้เมื่อสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย เราคาดทั้งภาวะการเลี้ยงสัตว์และการบริโภคจะกลับมาดีขึ้น และยังช่วยหนุนปริมาณขายและราคากากถั่วเหลืองในช่วง 2H20 ได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 เติบโต 21.5% Y-Y (โดยสัดส่วนกำไร 1Q20 คิดเป็น 29% ของประมาณการทั้งปี) ถือว่าค่อนข้าง Conservative ในขณะที่มองราคาถั่วเหลืองผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และ Downside Risk ต่ำมาก เราคงราคาเป้าหมายที่ 30 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ยังมี Upside 16.5% และคาดให้ Dividend Yield ราว 7% (จ่ายปีละ 2 ครั้ง) คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
พฤษภาคม
2020
SEAFCO (BUY/20TP: 6.9), งานในมือหนุนรายได้ต่อเนื่อง พร้อมรับงานเข้ามาเติมอีกมาก
(views 80)
ผู้บริหารคงเป้ารายได้ปีนี้โต 10% หนุนจากการรับรู้ Backlog ที่ยังอยู่ระดับสูง 2 พันล้านบาท บวกกับคาดหวังรับงานเพิ่มจากงานที่อยู่ระหว่างประมูลราว 5.1 พันล้านบาท ขณะที่ COVID-19 และเคอร์ฟิวไม่กระทบอย่างมีนัยต่อการดำเนินงานก่อสร้าง อย่างไรก็ดี มีประเด็นไม่สามารถนำแรงงานต่างชาติกลับมาได้ ทำให้แรงงานเริ่มไม่เพียงพอ แนวโน้มผลการดำเนินงาน 2Q20 คาดทรงตัวถึงดีขึ้นเล็กน้อย Q-Q จากความคืบหน้าของงานที่ทำต่อเนื่อง แต่อ่อนตัว Y-Y จากมาร์จิ้นที่ลดลงตามสัดส่วนงานรับค่าแรงรวมวัสดุที่สูงขึ้น เราคงประมาณการกำไรปีนี้ 317 ล้านบาท (-23% Y-Y) บน Backlog รองรับแล้ว 93% คงราคาเหมาะสม 6.90 บาท ยังแนะนำซื้อ ราคาหุ้นซื้อขายที่ PE 12.4x เทียบเท่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง -0.75SD และเป็นผู้รับประโยชน์อันดับต้นๆจากการทยอยเร่งเปิดประมูลงานภาครัฐในฐานะเบอร์หนึ่งฐานราก
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤษภาคม
2020
CHG (BUY/20TP: 2.7), ยังแข็งแรงที่สุดในกลุ่ม ประมาณการอาจมี Upside เล็กน้อย
(views 89)
เรามีมุมมองเป็นกลางค่อนไปในเชิงบวกต่อการประชุมวานนี้ของ CHG โดยระยะสั้นคาดว่าผลการดำเนินงาน 2Q20 จะ Bottom โดยถูกกระทบจาก COVID-19 ในเดือน เม.ย. ที่มีการ Lockdown แต่เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นในเดือน พ.ค. หลังมาตรการผ่อนคลาย ขณะที่รายได้ประกันสังคมคาดว่ายังแข็งแกร่งทั้งจากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นและการปรับเพิ่มค่าหัวตั้งแต่ต้นปี ผู้บริหารยังตั้งเป้ารายได้โต Double Digit (เราคาด +6..4% Y-Y) ซึ่งทำให้ประมาณการอาจมี Upside จากปัจจุบันที่คาดกำไรปกติ +8.4% Y-Y และราคาเหมาะสมที่ 2.70 บาท แนะนำ “ซื้ออ่อนตัว” และเป็นหนึ่งใน Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤษภาคม
2020
CK (BUY/20TP: 22), ปรับลดประมาณการลง จากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม
(views 82)
ผลประกอบการ 1Q20 พลิกเป็นขาดทุน จากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่หดตัวแรง ทั้ง BEM ที่กดดันจากค่าใช้จ่ายเปิดรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยาย และ COVID-19 รวมถึง CKP ถูกกระทบหนักจากภาวะภัยแล้ง เราปรับลดประมาณการปีนี้ลง 40% เป็นชะลอ 28.5% Y-Y จากการปรับลดส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม แนวโน้ม 2Q20 คาดกลับมาเป็นกำไรได้ หนุนจากเงินปันผลรับ TTW ก่อนฟื้นตัวใน 2H20 ภาพรวมทั้งปียังถูกขับเคลื่อนด้วยเงินลงทุนในบริษัทร่วมเป็นหลัก ขณะที่ธุรกิจรับเหมาคาดยังขาดทุน จาก Backlog ที่อยู่ระดับต่ำ 3.8 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดี มองว่า CK มีโอกาสรับงานเข้ามาเติมจากงานประมูลที่มากขึ้นใน 2H20 ช่วยหนุนรายได้ตั้งแต่ปี 2021 เราปรับลดราคาเหมาะสมเป็น 22 บาท (SOTP) แนะทยอยสะสม ราคาหุ้นซื้อขายบน PBV ที่ 0.9x เทียบเท่าค่าเฉลี่ยในอดีต-2.5SD และ Discount NAV ของบริษัทลูกอยู่มาก โดย Key Risk มาจากการเปิดประมูลงานใหม่ที่ล่าช้า ส่วน Catalyst ที่ต้องติดตามคือ การเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม และม่วงใต้ คาดขาย TOR ใน 2Q-3Q20 ซึ่งหาก CK ได้งานดังกล่าวจะปลดล็อกความกังวลของปริมาณงานในมือที่เหลือไม่มากได้ทันที
อ่านเพิ่มเติม
21
พฤษภาคม
2020
BJC (BUY/20TP: 45), หลัง Reopen กลับมาฟื้นตัวสดใสขึ้น
(views 92)
ผ่านจุดต่ำสุดในเดือน เม.ย. และเริ่มกลับมาฟื้นตัวในเดือน พ.ค. ภายหลัง Reopen ทุกสาขาอีกครั้งตั้งแต่ 17 พ.ค. พบว่าลูกค้ากลับมาใช้บริการคึกคักมากขึ้น รวมถึงผู้เช่าทั้งรายใหญ่รายเล็กกลับมาเปิดร้านกันอีกครั้ง ทั้งนี้เราคาดกำไร 2Q20 จะอ่อนตัวลงทั้ง Q-Q, Y-Y และกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งใน 3Q20 ทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจ BIGC, Packaging, Consumer และ Healthcare โดยนอกจากคาดหวังรายได้กลับมาฟื้นตัวหลัง COVID-19 คลี่คลายแล้ว คาดจะรับรู้ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงบางรายการ รวมถึงระดับการผลิตในธุรกิจ Packaging ที่ได้ลูกค้ารายใหม่มากพอจนได้ Economies of Scale อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม จากผลกระทบของ COVID-19 ต่อผลประกอบการใน 1H20 เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 8.6% เป็นกำไรที่ลดลงจากปีก่อนราว -21% Y-Y และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตดีอีกครั้งในปี 2021 ราว +27.5% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้ลงเล็กน้อยเป็น 45 บาท จากเดิม 46 บาท (อิง DCF) ยังมี Upside 11.1% แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
20
พฤษภาคม
2020
MINT (SELL/20TP: 16.6), เสริมความแข็งแรงของฐานะการเงินลดความเสี่ยงจาก COVID-19
(views 106)
การประชุมนักวิเคราะห์โทนเป็นกลาง การเพิ่มทุนและออก Perpetual Bond จะทำให้ MINT มีเงินทุนเพิ่มขึ้นราว 2 หมื่นลบ. ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นคงของฐานะการเงินจาก COVID-19 ที่กระทบธุรกิจอย่างหนัก หากอิงประมาณการปัจจุบันที่เราคาดขาดทุนปกติราว 1 หมื่นลบ.ในปีนี้ เราคาดว่า IBD/E ของ MINT ณ สิ้นปีจะอยู่ที่ราว 1.3 เท่าต่ำกว่า Covenant ที่ 1.75 เท่าและใกล้เคียงกับ Internal Policy อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผลการดำเนินงาน 2 ไตรมาสข้างหน้าที่คาดว่ายังขาดทุนหนักโดยเฉพาะ 2Q20 การเพิ่มทุนที่คาดยัง Overhang รวมถึงราคาหุ้นที่เต็มมูลค่าเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 16.60 บาท ระยะสั้นจึงยังแนะนำ “ขาย” รอจังหวะอ่อนตัวก่อนเข้าสะสมใหม่
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤษภาคม
2020
ERW (SELL/20TP: 2.5), ปรับประมาณการลงอีกครั้ง การฟื้นตัวคาดว่ายังช้า
(views 80)
เราคาดว่า ERW จะมีผลขาดทุนอีก 2-3 ไตรมาสโดยคาด 2Q20 เป็นจุดต่ำสุดจากผลกระทบของ COVID-19 ที่รุนแรงซึ่งต้องปิดโรงแรมชั่วคราว เบื้องต้นเราคาดขาดทุนไม่ต่ำกว่า 500 ลบ. การฟื้นตัวในช่วง 2H20 คาดว่ายังค่อนข้างช้า ล่าสุด ERW เริ่มทยอยเปิดให้บริการโรงแรมอีกครั้งโดยเริ่มจาก Hop Inn และเน้นกลุ่มลูกค้าในประเทศเป็นหลักซึ่งน่าจะฟื้นตัวได้ก่อน อย่างไรก็ตาม ERW มีสัดส่วนรายได้จากชาวไทยปัจจุบันราว 20% ของรายได้รวมซึ่งเราคาดว่าไม่สามารถชดเชยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไปได้ในระยะสั้น เราจึงปรับลดประมาณการผลประกอบการปี 2020 ลงอีกครั้งเป็นขาดทุน 1,002 ลบ. ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปรับลดลงเหลือ 2.50 บาท ระยะสั้นแนะนำ “ขาย” และยังไม่ต้องรีบเข้าลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤษภาคม
2020
MAJOR (SELL/20TP: 13.2), 1Q20 ขาดทุนหนักใกล้เคียงคาด จะต่อเนื่องอีก 2 ไตรมาส
(views 81)
1Q20 พลิกขาดทุนหนักใกล้เคียงคาด MAJOR รายงานขาดทุนสุทธิใน 1Q20 ที่ 255 ล้านบาท หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษ 18 ล้านบาท (ส่วนใหญ่จากผลกระทบมาตรฐานบัญชี -21 ล้านบาท) เป็นขาดทุนปกติ 237 ล้านบาท ใกล้เคียงคาด (ที่ -234 ล้านบาท) จากไตรมาสก่อนและ 1Q19 ที่กำไรปกติ 265 ล้านบาท และ 204 ล้านบาท ตามลำดับ ผลกระทบการระบาดของเชื้อ Covid-19 และการปิดโรงหนังและธุรกิจเกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา และการปฏิบัติตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการเดินทางและจำกัดพื้นที่ที่มีความเสี่ยง โดยรายได้รวมลดลง 50.5% Q-Q, 44.9% Y-Y ตามรายได้หลักทั้งรายได้ตั๋วหนัง -54.4% Q-Q, -48.4% Y-Y รายได้ขายเครื่องดื่มและอาหาร -53.6% Q-Q, 45.89% Y-Y และรายได้โฆษณา -48.8% Q-Q, -43.9% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤษภาคม
2020
TKN (HOLD/20TP: 9), ผ่านกำไรต่ำสุดใน 1Q20 ไปแล้ว รายได้ส่งออกเริ่มฟื้นอีกครั้ง
(views 89)
แนวโน้มกำไร 2Q20 น่าจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง แม้รายได้ในประเทศยังถูกกระทบจาก COVID-19 แต่ปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากส่งออกมากกว่าอยู่ที่ 64% ของรายได้รวม และเริ่มกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ปลาย 1Q20 จากการกลับมาเปิดประเทศของจีน และหมดปัญหาเรื่องขนส่งล่าช้า และคาดรายได้จีนจะมากขึ้นในช่วง 2H20 กอปรกับปัจจุบันกำลังส่งสินค้าเข้าไปลองตลาดใหม่ของบริษัทอย่างเกาหลีใต้ และรัสเซีย ซึ่งเป็นตลาดหลักของ ORION หากประสบความสำเร็จ คาดจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของรายได้ใน 2H20 และคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะได้ปัจจัยหนุนจากทั้งการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น, ต้นทุนสาหร่ายลดลง และอยู่ระหว่างยุบรวมโรงงานเหลือโรจนะเพียงที่เดียว จะช่วยลดต้นทุนได้อีกทางหนึ่ง ทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2020 ขึ้น 32% เป็น 455 ล้านบาท (+16.4% Y-Y) และคาดจะโตมากขึ้นในปี 2021 ราว +28.6% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 9 บาท จากเดิม 6.25 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) ราคาหุ้นปรับขึ้นมา +18% นับตั้งแต่ประกาศงบ 1Q20 ทำให้ที่ราคาเป้าหมายใหม่ของเรามี Upside 8.4% จึงแนะนำเป็น ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
CPN (BUY/20TP: 65), กำไรปกติ 1Q20 ใกล้เคียงคาด COVID-19 กระทบปลายไตรมาส
(views 91)
กำไรปกติ 1Q20 -23% Q-Q, -12% Y-Y เพราะ COVID-19 กระทบปลายไตรมาส CPN มีกำไรสุทธิ 4,592.0 ล้านบาทใน 1Q20 โดยมีรายการพิเศษที่เกิดจากมาตรฐานบัญชีใหม่คือรายได้จากสัญญาเช่าเงินทุน 2,796 ล้านบาท ซึ่งทำให้ภาษีจ่าสูงขึ้น 559 และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงิน 115 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออก เป็นกำไรปกติ 2,470.0 ล้านบาท -23.0% Q-Q, -11.9% Y-Y ใกล้เคียงคาด CPN ได้รับผลกระทบจากการทยอยปิดห้างทั้ง 34 แห่ง (รวม 1 แห่งในมาเลเซีย) ในช่วงประมาณ 10 วันสุดท้ายของไตรมาส และปิดโรงแรม 2 แห่งชั่วคราวตั้งแต่ 1 เม.ย. ขณะเดียวกันบริษัทมีมาตรการลดค่าเช่าให้ร้านค้า ทำให้รายได้รวม -24.5% Q-Q, -2.5% Y-Y โดยลดลงทั้งรายได้ค่าเช่า (Same Store Rental Revenue Growth -2.9% Y-Y) รายได้ศูนย์อาหาร และรายได้จากธุรกิจโรงแรม มีเพียงรายได้จากธุรกิจ Property ที่ +146% Y-Y ตามการทยอยโอนคอนโดโครงการเดิม แม้ว่าจะพยายามลดต้นและค่าใช้จ่ายเต็มที่ แต่ Gross profit และ Net profit margin ก็ยังลดลง
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
EA (BUY/20TP: 57), กำไรปกติ 1Q20 ตามคาด ธุรกิจใหม่บางส่วนช้ากว่าแผน
(views 95)
กำไรปกติ 1Q20 -17% Q-Q, +23% Y-Y ตามคาด ไบโอดีเซลโตก้าวกระโดด EA มีกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 1,452.1 ล้านบาท -17.0% Q-Q, +19.9% Y-Y ใกล้เคียงคาด หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรปกติเป็น 1,392.2 ล้านบาท -17.2% Y-Y +22.8% Y-Y กำไรที่ลดลง Q-Q เพราะเป็น low season ของทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานลมและโซลาร์ แต่เติบโต Y-Y เพราะ 1Q19 ยังรับรู้กำลังการผลิตไฟฟ้ายังไม่ครบทั้ง 664 MW ทำให้รายได้จากการขายไฟฟ้าในไตรมาสนี้เป็น 2,937 ล้านบาท (62% ของรายได้รวม) -3.6% Q-Q, +38.5% Y-Y แต่รายได้รวมที่เติบโต +15.9% Q-Q, +53.3% Y-Y ได้แรงหนุนจากธุรกิจไบโอดีเซลที่โตก้าวกระโดด มีรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ 1,799 ล้านบาท (38% ของรายได้รวม) +97% Q-Q, +120% Y-Y จากความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นตามที่รัฐบาลส่งเสริมให้ใช้ B100 โดยประกาศให้น้ำมัน B10 เป็นดีเซลพื้นฐานแทน B7 เมื่อต้นปี และราคาน้ำมันปาล์มดิบสูงขึ้นมากเพราะนโยบายรัฐและภัยแล้ง
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
JWD (BUY/20TP: 8), กำไรปกติ 1Q20 ตามคาด ปรับกำไรปีนี้ลงสะท้อน COVID-19
(views 82)
กำไรปกติ 1Q20 -21% Q-Q ตามฤดูกาล, +5% Y-Y ตามคาด บริษัททีกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 93.5 ล้านบาท -21.3% Q-Q ตามฤดูกาล และ +4.8% ตามคาด กำไรที่เพิ่มเล็กน้อย Y-Y เพราะ 1Q19 รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากนิคมฯ PPSEZ กัมพูชาสูงเป็นพิเศษจากการขายที่ดินในนิคมฯได้ ในไตรมาสนี้ JWD ถูกกระทบจากมาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS16 (สัญญาเช่า) ทำให้ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นจากปกติ 18.6 ล้านบาท หากไม่มีรายการดังล่าว กำไรจากการดำเนินงานจะสูงถึง 112 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
MINT (SELL/20TP: 16.6), 1Q20 ขาดทุนอย่างน่าใจหาย
(views 81)
1Q20 พลิกเป็นขาดทุนและแย่กว่าคาด MINT ประกาศผลขาดทุนสุทธิ 1Q20 ที่ 1,774 ลบ.พลิกจากที่มีกำไรสุทธิ 3,768 ลบ.และ 583 ลบ.ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ แต่หากตัดรายการกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯและการปรับมูลค่ายุติธรรมอนุพันธ์อัตราดอกเบี้ยออก จะมีผลขาดทุนปกติถึง 3,173 ลบ.จากกำไรปกติ 2,909 ลบ.และ 633 ลบ. ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ มากกว่าที่เราและตลาดคาดมาก (เราคาดขาดทุน 1,019 ลบ. ตลาดคาดขาดทุน 705 ลบ.) สาเหตุเกิดจาก Margin ของธุรกิจโรงแรมที่แย่กว่าคาดมาก ผลกระทบของ COVID-10 ทำให้ Rev Par ของธุรกิจโรงแรม -27% Y-Y ขณะที่ SSSG ของธุรกิจอาหาร -10.5% Y-Y เนื่องจากต้องมีการปิดโรงแรมและร้านอาหารชั่วคราว ส่งผลให้ EBITDA Margin พลิกมาลบ -0.5% ในไตรมาสนี้จาก 14.8% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน (ไม่รวมผลกระทบจาก TFRS16)
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
RBF (BUY/20TP: 6.3), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาดมาก นำไปสู่การปรับเพิ่มกำไรและเป้าหมาย
(views 83)
กำไรสุทธิ 1Q20 ดีกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 147 ล้านบาท (+47% Q-Q, +69% Y-Y) หากไม่รวมผลขาดทุนด้านเครดิต (จาก TFRS9) 7 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 154 ล้านบาท (+54% Q-Q, +77% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 100 ล้านบาท) แม้ธุรกิจโรงแรมจะเริ่มได้รับผลกระทบจาก COVID ทำให้รายได้ลดลง 32.5% Y-Y และขาดทุนขั้นต้น 5 ล้านบาท คิดเป็น -26.2% แต่สัดส่วนรายได้โรงแรมเพียง 2.3% ของรายได้รวม ถูกชดเชยด้วยรายได้การขายที่เติบโตดีมาก +14.4% Y-Y ได้ทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
SAPPE (BUY/20TP: 22), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาด และจะกลับมาฟื้นตัวใน 2H20
(views 85)
กำไร 1Q20 ดีกว่าคาดมาก จากการเร่งส่งออก และมาร์จิ้นดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 82 ล้านบาท (+64% Q-Q, -28.6% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 26 ล้านบาท และการกลับรายการขาดทุนด้อยค่า (ผลของ TFRS16) 1 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 106 ล้านบาท (+135.6% Q-Q, ทรงตัว Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 57 ล้านบาท) มาจากทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด แม้รายได้ในไทยจะอ่อนตัวลง -6.5% Y-Y เพราะเริ่มได้ผลกระทบ COVID-19 แต่ถูกชดเชยด้วยรายได้ส่งออกที่เติบโต 12.9% Y-Y โดยโตดีที่ตลาดอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ +29.5% Y-Y เชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจากลูกค้าเร่งซื้อของก่อนเผชิญ Lockdown รวมถึงการรวมรายได้ All Coco เต็มไตรมาส ทำให้สัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 11% ของรายได้รวม จาก 8% ใน 1Q19 ส่งผลให้รายได้รวม 1Q20 +5.5% Q-Q, +7% Y-Y ในขณะที่แม้จะยังปรับสูตรเครื่องดื่มไม่เสร็จ ทำให้ยังเสียภาษีสรรพสามิตในอัตรา 10% (ถ้าปรับเสร็จ จะลดเหลือ 3%) แต่ด้วยอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น ต้นทุนเม็ดพลาสติกถูกลง และค่าเงินบาทอ่อนค่า Q-Q ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 35.7% จาก 32.3% ใน 4Q19 แต่ยังต่ำกว่า 37.3% ใน 1Q19 เพราะผลของภาษี ส่วนค่าใช้จ่ายถือว่ายังควบคุมได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 21.8% ลดจาก 28.2% ใน 4Q19 และขยับขึ้นเล็กน้อยจาก 21.2% ใน 1Q19
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
SISB (BUY/20TP: 9.8), กำไร 1Q20 ตามคาด คงประมาณการกำไรทั้งปี
(views 79)
กำไร 1Q20 ตรงตามคาด ยังไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เต็มที่ SISB รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 58.9 ลบ. -10.8% Q-Q, +38.6% Y-Y ตรงตามคาด รายได้รวมทำได้ 286.1 ล้านบาท -4.2% Q-Q, +6.5% Y-Y ทั้งนี้ SISB ปิดโรงเรียนชั่วคราวทั้ง 5 แห่งตั้งแต่ 18 มี.ค. ตามคำสั่งของภาครัฐจากผลกระทบของ COVID-19 และเปลี่ยนเป็นสอนออนไลน์แทน รายได้จากกิจกรรมหลังเลิกเรียน รายได้จากทัศนศึกษา และค่าอาหารกลางวันที่หายไปในช่วงดังกล่าว ทำให้ค่าบริการการศึกษาเฉลี่ยต่อคนต่อปีเป็น 0.43 ล้านบาท -5.8% Q-Q, -1.6% Y-Y รวมถึงรายได้ค่าอุปกรณ์ก็ลดลง สำหรับจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นสุทธิ 28 คน ส่วนใหญ่เป็นชั้นเด็กเล็ก ทำให้ Utilization rate เพิ่มเป็น 65.3% จาก 64.9% สิ้นปี 2019 และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มสูงขึ้นเพราะต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
STEC (BUY/20TP: 23), งบ 1Q20 ชะลอ รายได้โต แต่ถูกกดดันจากมาร์จิ้นต่ำ
(views 77)
กำไร 1Q20 หดตัว 65% Q-Q และ 39% Y-Y ต่ำกว่าคาดจากมาร์จิ้น STEC รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 อยู่ที่ 209 ล้านบาท (-65% Q-Q, -39% Y-Y) หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมอสังหาฯใน 4Q19 กำไรปกติจะหดตัว 57% Q-Q และ 48% Y-Y ต่ำกว่าเราคาด 35% และตลาดคาด 38% สาเหตุมาจากอัตรากำไรขั้นต้น รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (EBM) และชมพู (NBM) ที่ต่ำกว่าคาด
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
TRUE (BUY/20TP: 4.2), ขาดทุนปกติ 1Q20 ใกล้เคียงคาด
(views 78)
1Q20 ขาดทุนปกติใกล้เคียงคาด TRUE ประกาศผลขาดทุนสุทธิ 1Q20 ที่ 161 ลบ.พลิกจากกำไรสุทธิ 210 ลบ.และ 1,509 ลบ.ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ แต่หากตัดรายการกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนออกจะมีผลขาดทุนปกติ 518 ลบ.ดีขึ้นจาก 659 ลบ.ใน 4Q19 แต่พลิกจากกำไรปกติ 315 ลบ.ใน 1Q19 โดยฝั่งรายจากการให้บริการอยู่ในระดับใกล้เคียงคาด -2.3% Q-Q แต่ยังโตได้ +3% Y-Y นำโดยธุรกิจ True Mobile ที่ยังเห็นการเติบโตแข็งแรงกว่าอุตสาหกรรมโดยเฉพาะในฝั่ง Postpaid ที่โตดี ขณะที่ Prepaid โตในอัตราที่ต่ำกว่าจากการแข่งขันที่รุนแรง ใน 1Q20 TRUE มี Net Add ติดลบ 3.65 แสนราย (Prepaid ติดลบ 6.85 แสนราย Postpaid เพิ่มขึ้น 3 แสนราย) เช่นเดียวกับคู่แข่งโดย COVID-19 กระทบรายได้ IR และ Traveller SIM ฝั่ง True Online เติบโตได้เล็กน้อยตามการแข่งขันที่ยังรุนแรง ส่วน True Vision ยังมีรายได้ชะลอตัวลง อยางไรก็ตามการควบคุมต้นทุนถือว่าทำได้ค่อนข้างดี ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นเป็น 24.3% ในไตรมาสนี้จาก 21.4% และ 23% ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ (ไม่รวมผลกระทบจาก TFRS16)
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
AOT (HOLD/20TP: 62), กำไรปกติ 2Q20 หดตัวตามคาด แต่จะทรุดหนักในครึ่งปีหลัง
(views 92)
กำไรปกติ 2Q20 หดตัวใกล้เคียงคาด -51% Q-Q, -53% Y-Y AOT มีกำไรสุทธิ 2Q20 (ม.ค.-มี.ค.) ที่ 3,647.6 ล้านบาท โดยมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากการขายสินทรัพย์ 51 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออก เป็นกำไรปกติ 3,596.6 ล้านบาท -50.9% Q-Q, -52.5% Y-Y ใกล้เคียงคาด กำไรที่ต่ำสุดในรอบหลายปีเกิดจากผลของ COVID-19 และมาตรการ Lockdown ตั้งแต่ ก.พ. ซึ่งทำให้จำนวนเที่ยวบิน -18% Y-Y (ต่างประเทศ -25% Y-Y ในประเทศ -10% Y-Y) จำนวนผู้โดยสาร -30% Y-Y (ต่างประเทศ -35% Y-Y ในประเทศ -23% Y-Y) ขณะเดียวบริษัทมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในสนามบินทั้ง 6 แห่งโดยลดค่าเช่า ลดผลประโยชน์ตอบแทน ยกเลิก Minimum guarantee เปลี่ยนเป็นจ่ายแบบ Revenue sharing แทน ส่งผลให้รายได้รวม -26.1% Q-Q, -30.5% Y-Y เหลือ 1.19 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ที่เกี่ยวกับกิจการการบินและที่ไม่เกี่ยวกับการบิน 57 : 43 ซึ่งลดลงในอัตราใกล้เคียงกันคือ 30% Y-Y แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆยังลดตามไม่ทัน ส่งผลให้ EBITDA margin ลดลงเหลือ 50.8% จากปกติที่ 62.65%
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
AMATA (HOLD/20TP: 16), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าตามยอดโอนที่ดินที่ลดลง
(views 72)
กำไรปกติ 1Q20 -58% Q-Q, -63% Y-Y ต่ำกว่าคาดมากเพราะกำไรบ.ร่วมลดลง กำไรสุทธิ 1Q20 อยู่ที่ 222.5 ล้านบาท ถ้าหักกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 108 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติเพียง 113.9 ล้านบาท -58.4% Q-Q, -63.58% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดถึง 40-50% หลักๆมาจากส่วนแบ่งกำไรของบ.ร่วม (ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มโรงไฟฟ้า) ที่ลดลงถึง 92% Q-Q และ Y-Y เหลือเพียง 14 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนๆ ที่รับรู้ส่วนแบ่งกำไร 170-180 ล้านบาทต่อไตรมาส ลำพังธุรกิจหลักของ AMATA ในไตรมาสนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ แม้ว่า COVID-19 จะทำให้ยอดขายทำได้เพียง 70 ไร่ -42.0% Q-Q, -45.3% Y-Y เพราะหลายประเทศถูก lockdown แต่ยอดโอนที่ดินทำได้ 114 ไร่ (อมตะซิตี้ระยอง 64 ไร่ ไทยไชนีส 50 ไร่) -22.0% Q-Q ตามฤดูกาล แต่ +44.3% Y-Y แต่ราคาขายเฉลี่ยลดลงทำให้รายได้จากการโอนที่ดินไม่ได้สูงนัก 409 ล้านบาท -30.8% Q-Q, +4.4% Y-Y ในส่วนของรายได้จากการขายสาธารณูปโภคและรายได้ให้เข่าโรงงานโตต่อเนื่อง การควบคุมต้นทุนที่ดีทำให้อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ 48.7% ดีขึ้นจาก 1Q19 ที่ 43.5% แต่ลดลงจาก 4Q19 ที่ 51.3% ตามฤดูกาล
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
BEM (BUY/20TP: 10.5), งบ 1Q20 อ่อนตัว คาด COVID-19 กระทบหนักสุดแล้วในเม.ย.
(views 73)
กำไร 1Q20 ชะลอ 3% Q-Q และ 41% Y-Y ดีกว่าเราคาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาด BEM รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 เป็น 508 ล้านบาท (-3% Q-Q, -41% Y-Y) หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน กำไรปกติจะอยู่ที่ 504 ล้านบาท (-3% Q-Q, -38% Y-Y) ดีกว่าที่เราคาด 16% จากค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่ต่ำกว่าคาด เนื่องจากยังรับรู้ค่าใช้จ่ายจากรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยายไม่เต็มที่ หลังเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มี.ค. แต่น้อยกว่าตลาดคาด 10% โดยกำไรที่ลดลง Q-Q เป็นผลมาจากรายได้ที่อ่อนลงจากผลกระทบ COVID-19 ตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่การหดตัว Y-Y มีสาเหตุหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลงจากค่าใช้จ่ายรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยาย
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
CENTEL (SELL/20TP: 18.9), 1Q20 พลิกมาขาดทุนผิดคาด ปรับประมาณการลง
(views 73)
ผลการดำเนินงาน 1Q20 พลิกเป็นขาดทุนและแย่กว่าคาด CENTEL ประกาศผลการดำเนินงาน 1Q20 ออกมาต่ำกว่าคาดพลิกมาขาดทุนสุทธิ 45 ลบ.จากที่มีกำไรสุทธิ 471 ลบ.และ 826 ลบ.ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ แต่หากตัดรายการด้อยค่าสินทรัพย์ออกจะมีผลขาดทุนปกติ 9 ลบ. (มาตรฐานบัญชี TFRS 16 ส่งผลลบต่อกำไรราว 26 ลบ. ซึ่งหากไม่นับรายการดังกล่าว CENTEL จะมีกำไร 17 ลบ.ใน 1Q20) สาเหตุที่ทำให้ผลการดำเนินงานแย่กว่าคาดเกิดจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่ปรับตัวขึ้นถึง +7.5% Y-Y สวนทางกับรายได้ที่หดตัวแรง -18.8% Y-Y โดย Rev Par ของธุรกิจโรงแรม -33% Y-Y ขณะที่ SSSG ของธุรกิจอาหาร -9.5% Y-Y ส่งผลให้ EBITDA Margin ลดลงเหลือ 22.9% จาก 26.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
CPF (BUY/20TP: 36), คาดกำไร 2Q20 จะอ่อนลงชั่วคราว และกลับมาฟื้นใน 2H20
(views 87)
ภาพรวมสถานการณ์ของ CPF ยังดูสดใสต่อเนื่อง แม้ระยะสั้นคาดกำไร 2Q20 จะอ่อนตัวลง เพราะได้รับผลกระทบจากการส่งออกไก่ไปยุโรปที่ลดลง จากภาวะไก่ล้นตลาด (เพราะ COVID-19) และราคาเนื้อสัตว์ในไทยและเวียดนามในเดือน เม.ย. อ่อนตัวลง แต่ล่าสุดราคาเนื้อสัตว์ในเดือน พ.ค. เริ่มกลับมาฟื้นตัวได้เล็กน้อย และหาก COVID-19 คลี่คลายได้มากขึ้น น่าจะช่วยให้ Demand เพิ่มขึ้น และหนุนให้ราคาเนื้อสัตว์กลับมาฟื้นตัวอยู่ในระดับสูงได้อีกครั้ง เราคาดกำไรจะกลับมาเติบโตใน 2H20 ทั้งความคาดหวังการสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย ในขณะที่ปัญหา ASF (โรคในหมู) ยังคงมีอยู่ จึงคาดกำไรจากธุรกิจหมูยังดีต่อเนื่อง รวมถึงการฟื้นตัวของบริษัทร่วมทั้ง CPALL และการรวม Hylife ได้เต็มไตรมาสต่อไป แม้กำไร 1Q20 จะคิดเป็น 38% ของประมาณการทั้งปี แต่ระยะสั้นกำไร 2Q20 จะอ่อนตัวลง ในขณะที่ราคาเนื้อสัตว์ยังมีความผันผวนสูง ดังนั้นเรายังคงประมาณการกำไรปกติปีนี้ +16.4% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 36 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 25.2% แนะนำซื้อ และยังเป็น Top Pick ในกลุ่มอาหารของเรา
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
ERW (AVOID/20TP: 3.8), 1Q20 พลิกมาขาดทุนผิดคาด ปรับประมาณการลง
(views 66)
1Q20 ขาดทุนน้อยกว่าคาดเล็กน้อย ERW ประกาศผลการดำเนินงาน 1Q20 ขาดทุนปกติ 103 ลบ.จากที่มีกำไรปกติ 176 ลบ.และ 235 ลบ.ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ ดีกว่าที่เราคาดแต่แย่กว่าตลาดคาด (เราคาดขาดทุน 143 ลบ. ตลาดคาดขาดทุน 48 ลบ.) รายได้หดตัวน้อยกว่าที่คาด -29.9% Q-Q, -41.1% Y-Y โดย Rev Par ของโรงแรมในไทยไม่รวม Hop Inn -44% Y-Y จากผลกระทบของ COVID-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝั่งนักท่องเที่ยวจีน อย่างไรก็ตาม ERW สามารถควบคุมและลดต้นทุนได้ดีพอสมควรเพื่อลดผลกระทบดังกล่าวโดย Gross Margin ดีกว่าคาด ขณะที่ค่าใช้จ่าย SG&A อยู่ในระดับใกล้เคียงคาด ส่งผลให้ EBITDA Margin ลดลงเหลือ 18.3% จาก 34.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
GULF (HOLD/20TP: 38.5), 1Q20 ขาดทุนสุทธิจาก FX Loss กำไรปกติดีกว่าคาด 14%
(views 77)
1Q20 ขาดทุนสุทธิผลกระทบจาก FX loss กำไรปกติเพิ่ม 37.9% Q-Q, 8.0% Y-Y ดีกว่าคาด 14% 1Q20 ขาดทุนสุทธิ 413 ล้านบาท หากไม่รวม FX Loss ทางบัญชี 1.34 พันล้านบาท เป็นกำไรปกติที่ 925 ล้านบาท เพิ่ม 37.9% Q-Q, 8.0% Y-Y และดีกว่าคาด 14% ส่วนใหญ่จากกำไรรับรู้จากบริษัทร่วมมากกว่าคาด ทั้งนี้ กำไรปกติเพิ่ม Q-Q ส่วนใหญ่จากกำไรรับรู้จากบริษัทร่วม GJP มากขึ้น จากการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าน้อยกว่าไตรมาสก่อน และค่าใช้จ่าย SG&A ลดลงตามฤดูกาล กำไรปกติเพิ่ม Y-Y จากการรับรู้กำไรของ 12 โรงไฟฟ้า SPP และรับรู้ผลการดำเนินงานจากโรงไฟฟ้าโซลาร์เวียดนาม
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
ICHI (BUY/20TP: 6.8), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาด และสูงสุดในรอบ 16 ไตรมาส
(views 78)
กำไร 1Q20 ดีกว่าคาดมาก ทำจุดสูงสุดในรอบ 4 ปี กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 159 ล้านบาท (+71% Q-Q, +39.5% Y-Y) ดีกว่าคาด 20% (เราคาดไว้ 132 ล้านบาท) มาจากค่าใช้จ่ายที่ลดลงมากกว่าคาด ทั้งนี้บริษัทยังได้รับผลกระทบ COVID-19 จำกัด โดยมีรายได้รวม +4.1% Q-Q, -2.6% Y-Y ซึ่งรายได้ในประเทศทรงตัว Q-Q และ +5% Y-Y ส่วนรายได้ส่งออกไปกัมพูชายังอ่อนตัวลง -18.4% Y-Y ลดลง Y-Y เป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน แต่กลับมาเพิ่มขึ้น +18% Q-Q สิ่งที่ดีขึ้นคืออัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวมาอยู่ที่ 19.6% จาก 17% ใน 4Q19 และทรงตัวเมื่อเทียบกับ 1Q19 มาจากอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบบางรายการอ่อนตัวลง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับลงค่อนข้างมาก -19.2% Q-Q, -20.5% Y-Y มาจากการปรับลดค่าส่งเสริมทางการตลาด และค่าโฆษณาต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะตลาดปัจจุบัน ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 8.2% (เราคาดไว้ 10%) จาก 10.5% ใน 4Q19 และ 10% ใน 1Q19 และยังมีส่วนแบ่งของธุรกิจที่อินโดนีเซียที่พลิกมีกำไร 8.4 ล้านบาท จากที่ขาดทุน -20 ล้านบาทใน 4Q19 และ -6 ล้านบาทใน 1Q19
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
ORI (BUY/20TP: 6.4), งบ 1Q20 ตามคาด ส่วนแบ่งกำไร JV ช่วยบรรเทาผลกระทบ
(views 83)
กำไรปกติ 1Q20 ชะลอ 41% Q-Q และ 18% Y-Y ORI รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 595 ล้านบาท (-32.5% Q-Q, -17% Y-Y) ใกล้เคียงเราและตลาดคาด โดยมีกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยเพื่อพัฒนาคอนโด 2 แห่งกับ GS E&C ราว 145 ล้านบาท (หลังหักภาษี) หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรปกติจะอยู่ที่ 451 ล้านบาท (-41% Q-Q, -18% Y-Y) โดยผลประกอบการที่หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y เป็นไปตามทิศทางของยอดโอน
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
PRM (BUY/20TP: 7.5), กำไรปกติ 1Q20 ดีกว่าคาดอย่างน่าประทับใจ
(views 74)
กำไรปกติ 1Q20 สูงกว่าคาดมาร์จิ้นของจากธุรกิจเรือ FSU ที่ดีขึ้นมาก PRM มีกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 266.5 ล้านบาท +0.1% Q-Q, +20.4% Y-Y หักขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 76.9 ล้านบาทออก เป็นกำไรปกติ 343.3 ล้านบาท +38.8% Q-Q, +51.3% Y-Y ดีกว่าคาด 20% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นใน 2 ธุรกิจหลักของบริษัท คือธุรกิจเรือ FSU (48% ของรายได้รวม) เติบโตก้าวกระโดด รายได้ +8.1% Q-Q, +112.3% Y-Y อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นเป็น 43.6% ดีกว่าทั้งปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ 43.7% จากการขยับราคาขึ้นหลังเรือ 3 ลำใน 7 ลำหมดสัญญาในช่วง 1Q20 ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราค่าระวางเรือ VLCC ปรับสูงขึ้นมากเพราะการ Lockdown ของหลายประเทศทำให้ความต้องการเรือ FSU สูงขึ้นแต่ Supply เรือมีจำกัด นอกจากนี้ ธุรกิจเรือขนส่งในประเทศ (39% ของรายได้รวม) รายได้ไม่ได้โตก้าวกระโดดแต่อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 23.9% สูงสุดในรอบ 6 ไตรมาสเพราะเรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา 3 ลำตั้งแต่ปีก่อนมีขนาดระวางบรรทุกสูงกว่าเรือเก่า 45% และอัตราการใช้กำลังการผลิตสูง จึงหนุนอัตรากำไรขั้นต้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเรือ Offshore มีอัตรากำไรขั้นต้นติดลบ 5.2% ชั่วคราวเพราะเรือ 1 ใน 2 ลำเข้าอู่แห้งเพื่อเตรียมซ่อมบำรุง
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
QH (HOLD/20TP: 2.2), งบ 1Q20 ดีกว่าคาด จากการปรับปรุงงบบริษัทร่วม
(views 65)
กำไร 1Q20 ชะลอ 24% Q-Q และ 41% Y-Y QH รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 อยู่ที่ 511 ล้านบาท (-24% Q-Q, -41% Y-Y) ดีกว่าเราและตลาดคาดมาก สาเหตุจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมอย่าง LHFG ที่สูงกว่าคาด อยู่ที่ 132 ล้านบาท (เทียบกับที่เราประเมินไว้ว่าขาดทุน -97 ล้านบาท) เนื่องจาก LHFG มีการปรับปรุงงบ 1Q20 ทั้งนี้ ผลประกอบการที่หดตัวเป็นไปตามทิศทางเดียวกับยอดโอนที่ทำได้ 1.6 พันล้านบาท หดตัว 17% Q-Q และ 47% Y-Y ตามสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว, ผลกระทบ COVID-19 และ 1Q19 ที่มีการรับรู้ Backlog คอนโดหรู Q1 Sukhumvit โดยแบ่งเป็นแนวราบ 1.5 พันล้านบาท (-9% Q-Q, -41% Y-Y) และคอนโด 128 ล้านบาท (-57% Q-Q, -74% Y-Y) ส่วนรายได้ค่าเช่าและบริการอยู่ที่ 263 ล้านบาท (-24% Q-Q, -31% Y-Y) กดดันจากการลดลงของรายได้ธุรกิจโรงแรมเป็นหลัก -31% Q-Q, -35% Y-Y จากผลกระทบ COVID-19 สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นขายอสังหาฯ ทำได้ 33.6% เทียบกับ 34.5% ใน 4Q19 แต่ปรับขึ้นจาก 32.7% ใน 1Q19 เป็นผลของโครงการแนวราบใหม่ที่ทำมาร์จิ้นได้ดีขึ้น ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม -20% Q-Q, -6% Y-Y อยู่ที่ 431 ล้านบาท จากผลประกอบการของ HMPRO ที่อ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
SEAFCO (BUY/20TP: 6.9), งบ 1Q20 ตามคาด รายได้โตดี แต่ถูกกดดันจากมาร์จิ้น
(views 65)
กำไร 1Q20 เติบโต 11% Q-Q แต่ชะลอ 21% Y-Y SEAFCO รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 94 ล้านบาท (+11% Q-Q, -21% Y-Y) ใกล้เคียงเราและตลาดคาด โดยกำไรที่เร่งขึ้น Q-Q เป็นไปในทิศทางเดียวกับรายได้ ส่วนการหดตัว Y-Y มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ชะลอลง สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) รายได้งานก่อสร้างทำได้ 868 ล้านบาท เป็นระดับสูงสุดใหม่รายไตรมาส ขยายตัว 34.5% Q-Q และ 2% Y-Y หนุนจากการเดินหน้าโครงการ Dusit Central Park รวมถึงความคืบหน้าของงานอื่น อาทิ ศูนย์ราชการ โซน C 2) อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ 18.1% ปรับลดจาก 21.1% ใน 4Q19 และ 22% ใน 1Q19 จากงานรับค่าแรงรวมวัสดุ (มาร์จิ้นต่ำ) มีสัดส่วนที่สูงขึ้น 3) ค่าใช้จ่ายบริหารต่อรายได้ทรงตัวที่ 3.7% เทียบกับ 7.5% ใน 4Q19 และ 3.9% ใน 1Q19
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
TACC (BUY/20TP: 5.2), กำไร 1Q20 ตามคาด ส่วน 2Q20 จะอ่อนตัวลงชั่วคราว
(views 66)
กำไรปกติ 1Q20 ตามคาด โต Y-Y ได้จากต้นทุนลดลง กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 43 ล้านบาท (-4.4% Q-Q, +27.5% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 5 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 38 ล้านบาท (-22.4% Q-Q, +15.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 39 ล้านบาท) โดยเริ่มได้รับผลกระทบจาก COVID-19 แล้ว ในส่วนของรายได้เครื่องดื่มโถดในร้าน 7-11 และธุรกิจ Character เพราะลูกค้าชะลอการทำโปรโมชั่นต่างๆ ทำให้รายได้รวมในไตรมาสนี้ลดลง -17.3% Q-Q และ -7.1% Y-Y แต่ถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นและทำจุดสูงสุดใหม่อยู่ที่ 33.6% เพิ่มขึ้นจาก 30.9% ใน 4Q19 และ 29.6% ใน 1Q19 มาจากประสิทธิภาพในการ Sourcing ที่ดีขึ้น ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบปรับลดลง ทั้งนี้ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารถือว่าควบคุมได้ใกล้เคียงปีก่อนและไตรมาสก่อน แต่ด้วยการลดลงของรายได้ที่มากกว่า ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 19.1% จาก 16.2% ใน 4Q19 และ 17.4% ใน 1Q19
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
CHG (BUY/20TP: 2.7), กำไร 1Q20 แข็งแรงตามคาด ยังเป็น Top Pick
(views 67)
กำไร 1Q20 แข็งแรงตามคาด CHG ประกาศกำไรปกติ 1Q20 ออกมาที่ 186 ลบ. +38.8% Q-Q, +4% Y-Y ตรงตามที่เราและตลาดคาด รายได้เติบโตใกล้เคียงคาด +7.2% Y-Y นำโดยฝั่งประกันสังคมที่เติบโต 10% Y-Y ได้อานิสงส์จากการปรับเพิ่มเงินตั้งแต่ต้นปีรวมถึงจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มผู้ป่วยเงินสดยังโตแข็งแรง +7% Y-Y ส่วนด้านต้นทุนในภาพรวมอยู่ในระดับใกล้เคียงคาดทั้งต้นทุนจากการให้บริการและ SG&A ส่งผลให้ EBITDA Margin ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 14.1% ลดลงเล็กน้อยจาก 14.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ดีขึ้นจาก 10.1% ใน 4Q19
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2020
BDMS (BUY/20TP: 23), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาดมาก
(views 174)
กำไร 1Q20 ดีกว่าเราและตลาดคาด BDMS ประกาศกำไรปกติ 1Q20 ออกมาที่ 2,568 ลบ. +8.32% Q-Q, -12.2% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาดมากถึง 17-20% โดยรายได้ชะลอตัวใกล้เคียงคาด -6.6% Q-Q, -3.9% Y-Y (ไทย Flat Y-Y ต่างชาติ -14% Y-Y) รวมถึง Gross Margin อ่อนตัวลงใกล้เคียงคาดที่ 34% ส่วนปัจจัยที่ทำให้กำไรดีกว่าคาดคือค่าใช้จ่าย SG&A ที่ลดลงอย่างมีนัยยะเหลือเพียง 19.8% ของรายได้จาก 22.8% และ 21.4% ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับจากการควบคุมต้นทุนที่ดีมาก ส่งผลให้ EBITDA Margin พุ่งขึ้นเป็น 24% ในไตรมาสนี้จากระดับราว 21% ทั้งใน 4Q19 และ 1Q19
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2020
GUNKUL (BUY/20TP: 3.7), รายการพิเศษหนุนกำไรสุทธิ 1Q20 โตแรง กำไรปกติดีกว่าคาด 9%
(views 81)
กำไรสุทธิโตสูง Y-Y กำไรปกติ 1Q20 -35.0% Q-Q แต่ +48.6% Y-Y ดีกว่าคาด 9% กำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 439 ล้านบาท -16.7% Q-Q แต่ +95.3% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษ +100 ล้านบาท (กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมตราสารอนุพันธ์ 74 ล้านบาท+กำไรจากการต่อรองราคาซื้อธุรกิจ 107 ล้านบาท+ FX Loss 80 ล้านบาท) เป็นกำไรปกติ 339 ล้านบาท ดีกว่าคาด 9% เป็นกำไรปกติ -35.0% Q-Q แต่ +48.6% Y-Y ทั้งนี้ กำไรลดลง Q-Q ตามรายได้รวมลดลง 21.0% Q-Q โดยรายได้ลดลงทุกธุรกิจ ส่วนหนึ่งจากปัจจัยฤดูกาลและฐานรายได้ขายไฟฟ้าสูงในไตรมาสก่อน แต่กำไรเพิ่ม Y-Y ตามรายได้รวมเพิ่ม 9.1% Y-Y โดยรายได้จากการขายเพิ่ม 14.8% Y-Y รายได้ขายไฟเพิ่ม 10.1% Y-Y จากโครงการใหม่ที่ญี่ปุ่นและเวียดนาม (1 เดือน) รวมทั้งค่าใช้จ่ายการเงินลดลง 43.3% Y-Y (-32.6% Q-Q) Gross margin ที่ 40.4% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 46.7% และ 1Q19 ที่ 43.0%
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2020
SFLEX (HOLD/20TP: 7), กำไร 1Q20 +8% Q-Q, +47% Y-Y ดีกว่าคาดจากอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าคาด
(views 79)
กำไร 1Q20 +8% Q-Q, +47% Y-Y ดีกว่าคาดจากอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าคาด SFLEX รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 34.8 ล้านบาท +8.2% Q-Q, +47.0% Y-Y ดีกว่าคาด 5% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาดมาก โดยทำได้ 23.5% สูงสุดในรอบ 8 ไตรมาส (เราคาด 18.4%) และสูงกว่ากรอบบนที่ผู้บริหารตั้งเป้าที่ 21-23% มาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง เงินบาทแข็งค่าในช่วงต้นปีทำให้วัตถุดิบนำเข้าถูกลง และมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งมี room ที่จะพัฒนาให้ดีขึ้นได้ ประกอบกับปัจจุบันสัดส่วนของลูกค้าในกลุ่ม Food product อยู่ที่ระดับ 20% ใกล้เคียง 4Q19 (แต่ดีขึ้นจาก 1Q19 ที่มีสัดส่วน 16.7% ของรายได้รวม) ยังสามารถขยายตลาดได้อีกโดยเฉพาะตลาดในกลุ่ม Premium packaging ซึ่งมีการแข่งขันน้อยและ High margin ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรได้ในระยะต่อไป ในส่วนของรายได้ +5.7% Q-Q, -0.7% เป็น 339 ลบ. ยังไม่เห็นผลของการกักตุนสินค้าซึ่งเกิดขึ้นเพียง 2 สัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส แต่เชื่อว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นในไตรมาสถัดไป
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2020
KCE (BUY/12M TP: 19), จะผ่านกำไรต่ำสุดใน 2Q20 และฟื้นตัวใน 2H20 ต่อเนื่องไปปีหน้า
(views 77)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 2Q20 จะอ่อนตัวลงพอสมควร (เบื้องต้นคาดต่ำกว่า 100 ล้านบาท) เพราะเดือน เม.ย. โรงงานของลูกค้าถูกปิดไปราว 46% ของโรงงานลูกค้าทั้งหมด คาดรายได้ใน 2Q20 จะลดลงถึง -20% - 30% Y-Y และล่าสุดลูกค้าเริ่มทยอยกลับมา Reopen แล้ว แต่ระดับ Production ยังต่ำอยู่ที่ 10% - 30% ทั้งนี้บริษัทได้เริ่มเห็นคำสั่งซื้อทยอยเพิ่มขึ้น และเห็นล่วงหน้าถึงเดือน ก.ค. (สั้นกว่าปกติก่อนมี COVID) เราคาดคำสั่งซื้อจะทยอยกลับมาฟื้นตัวในช่วง 2H20 และต่อเนื่องไปในปีหน้า เพราะยังเชื่อว่าภาคการผลิตจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าภาคอื่น ทั้งนี้ผู้บริหารปรับลดเป้ารายได้ปีนี้ลงเป็น -10% Y-Y จากเดิม +10% Y-Y ทำให้เราปรับลดกำไรปกติปี 2020 ลง 30% เป็นกำไรที่ลดลงจากปีก่อน -3.6% Y-Y และคาดจะกลับมาเติบโตในปี 2021 ราว 81.6% Y-Y ก่อนจะกลับมามีกำไรใกล้เคียงกับช่วงก่อนมี COVID-19 ได้อีกครั้งในปี 2022 ทั้งนี้เราปรับใช้ราคาเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้า (กลางปี 2020) ที่ 19 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และมองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วใน 2Q20 ที่ราคาเป้าหมายใหม่มี Upside 15.2% แนะนำทยอยซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2020
EKH (U.R./20TP: U.R.), Cost Overrun กดดันกำไร 1Q20 // อยู่ระหว่างปรับประมาณการ
(views 67)
กำไร 1Q20 ต่ำกว่าคาดมากจากต้นทุนที่พุ่ง EKH ประกาศกำไรปกติ 1Q20 ออกมาอ่อนแอที่ 11 ลบ. -61.5% Q-Q, -74.8% Y-Y ต่ำกว่าเราคาด 54% รายได้หดตัวใกล้เคียงคาด -18.1% Q-Q, -8.4% Y-Y จากทั้งผู้ป่วยไทยที่ชะลอและโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใช้บริการศูนย์ IVF ชาวจีนที่ลดลงอย่างมีนัยยะจากการระบาดของ COVID-19 ในเดือน ก.พ.-มี.ค. ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักและคิดเป็นสัดส่วนราว 80-90% ของรายได้ศูนย์ ขณะที่ต้นทุนพุ่งขึ้นไม่สอดคล้องกับรายได้ ส่งผลให้ EBITDA Margin หดตัวเหลือเพียง 15.9% ในไตรมาสนี้จาก 22.5% และ 31.5% ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2020
BCH (BUY/20TP: 16), กำไร 1Q20 แข็งแรงตามคาด
(views 88)
กำไร 1Q20 ออกมาดีตามคาด BCH ประกาศกำไรปกติ 1Q20 ออกมาดีตามที่เราและตลาดคาดที่ 259 ลบ. +8.4% Q-Q, 4.4% Y-Y โดยรายได้ชะลอตัวเล็กน้อย -0.8% Q-Q แต่ยังเติบโตได้ 4.8% Y-Y (เงินสด +2.9 Y-Y ประกันสังคม +8.3% Y-Y) ขณะที่ฝั่งต้นทุนโดยรวมใกล้เคียงคาด ส่งผลให้ EBITDA Margin อยู่ที่ 11.8% ในไตรมาสนี้ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นจาก 10.8% ทั้งใน 4Q19
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2020
AP (BUY/20TP: 6.2), กำไร 1Q20 ตามคาด แนวโน้ม 2Q20 ดีกว่าที่เคยประเมิน
(views 72)
กำไร 1Q20 ชะลอ 30% Q-Q และ 43% Y-Y จากฐานสูง AP รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 618 ล้านบาท (-30% Q-Q, -43% Y-Y) เป็นไปตามเราและตลาดคาด การหดตัวของกำไรมีสาเหตุจากส่วนแบ่งกำไร JV ลดลง 81% Q-Q และ 63% Y-Y อยู่ที่ 109 ล้านบาท แม้เริ่มโอนคอนโด Life Ladprao (มูลค่า 8 พันล้านบ