บทวิเคราะห์รายกลุ่มอุตสาหกรรม

31
สิงหาคม
2020
กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (Overweight), งานประมูลภาครัฐสร้างสีสันใน 2H20 หนุนรายได้ตั้งแต่ปีหน้า
(views 72)
แนวโน้มกำไรกลุ่ม 2H20 ฟื้นตัว จาก CK พลิกเป็นกำไร แต่รายอื่นไม่น่าตื่นเต้น
ผลประกอบการ 2Q20 ของกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง 4 บริษัทที่เราดูแล อยู่ที่ 354 ล้านบาท (+19.5% Q-Q, -74% Y-Y) ต่ากว่าคาด โดย SEAFCO, STEC, PYLON อ่อนลงทั้ง Q-Q และ Y-Y ยกเว้น CK ที่พลิกเป็นกำไรจากขาดทุน 1Q20 เนื่องจากการรับรู้เงินปันผลรับ ภาพรวมของกลุ่มฯที่ชะลอ Q-Q เป็นผลจากรายได้ก่อสร้างที่ลดลง 14% Q-Q ส่วนใหญ่เป็นงานที่อยู่ในช่วงท้ายของโครงการ และอยู่ระหว่างเริ่มงานใหม่ นอกจากนี้ SEAFCO เผชิญปัญหากาลังคนไม่เพียงพอ หลังแรงงานต่างด้าวกลับเข้ามาประเทศไม่ได้ ส่วนการหดตัว Y-Y จากอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยปรับลงเป็น 14.6% จาก 15.5% ใน 2Q19 หลักๆกดดันจาก STEC จากการรับรู้งานที่ไม่มีมาร์จิ้น ทำให้กำไรปกติกลุ่มฯ 1H20 อยู่ที่ 651 ล้านบาท (-57% Y-Y) คิดเป็น 30% ของประมาณการทั้งปีที่ 2.1 พันล้านบาท (-32% Y-Y) ขณะที่ 2H20 คาดฟื้นตัว H-H หลักๆจาก CK ที่คาดพลิกเป็นกำไร จากการฟื้นตัวของบริษัทร่วมทั้ง BEM ที่ COVID-19 คลี่คลาย และ CKP เข้าสู่ฤดูฝน ส่วน PYLON คาดอ่อนแอสุด จากงานในมือเหลือน้อย อย่างไรก็ดี เทียบกับ 2H19 กำไรกลุ่มฯคาดอ่อนลง Y-Y จากมาร์จิ้น และรายได้ที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
25
สิงหาคม
2020
ส่งออก ก.ค. ไม่รวมทองคำ -14% Y-Y ยังคงเป็นสินค้าเดิมที่เติบโตคืออาหาร เครื่องดื่ม และถุงมือ
(views 54)
มูลค่าการส่งออกของไทยเดือน ก.ค. อยู่ที่ US$18,820 ล้าน -11.2% Y-Y หดตัว Y-Y ลดลงจากในช่วง 2 เดือนก่อนหน้า และ +14.4% M-M เป็นการขยายตัว M-M ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ถ้าหักการส่งออกทองคำที่ยังไม่ขึ้นรูปออก การส่งออกสินค้าในเดือนนี้จะเป็น US$17,180 ล้าน -14.1% Y-Y, +6.1% M-M เริ่มมีโมเมนตัมดีขึ้น แต่การขับเคลื่อนหลักยังคงเป็นสินค้ากลุ่มเดิมที่เติบโตในเดือนก่อนๆ ได้แก่สินค้าในกลุ่มเกษตรและอาหาร เช่น ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง (+17% Y-Y) หมูสดแช่เย็นแช่แข็ง (+823% Y-Y) (เป็นบวกต่อ CPF, GFPT, TFG) ทูน่ากระป๋อง (+18% Y-Y) (เป็นบวกต่อ TU) ถุงมือยาง (ปริมาณ +85% Y-Y) (เป็นบวกต่อ STGT) เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ +60% Y-Y (เป็นบวกต่อ CBG, TACC, SAPPE, RBF) กระเบื้องปูพื้นและปิดผนัง (+27% Y-Y) (บวกต่อ DCC, DRT) และกลุ่มสินค้าอิเล็คทรอนิคส์ที่ได้แรงหนุนของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เห็นความสาคัญของดิจิตอลมากขึ้น เช่นคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ (+19% Y-Y) รวมถึงสินค้าต้นน้าอย่างอุปกรณ์กึ่งตัวนา ทรานซิสเตอร์ และไดโอด (+49% Y-Y) (บวกต่อ HANA, KCE COM7, JMART, SYNEX, CPW, SPVI) ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกทั้งหมด 7M20 -7.7% Y-Y และส่งออกไม่รวมทองคำ -11.5% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
24
สิงหาคม
2020
กลุ่มที่อยู่อาศัย (Overweight), โมเมนตัม 2H20 คาดเร่งขึ้น ทั้งยอดขาย และผลประกอบการ
(views 59)
กำไร 2Q20 ตามคาด ยอดโอนเติบโตจากแนวราบ แต่ถูกกดดันจากมาร์จิ้น
ผลประกอบการหลักของ 8 บริษัทอสังหาฯ 2Q20 ทาได้ 5.4 พันล้านบาท ฟื้นตัว 7% Q-Q แต่ชะลอ 10% Y-Y เป็นไปตามที่เราคาด โดยกำไรที่ดีขึ้น Q-Q หนุนจากยอดโอนที่เร่งขึ้นจากความสาเร็จของการขายแนวราบ และการเร่งระบายสต็อกคอนโด รวมถึง SG&A ที่ลดลงจากการหันมาใช้ช่องทางออนไลน์ อย่างไรก็ดี การอ่อนตัว Y-Y กดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯเฉลี่ยที่ปรับลงเป็น 30.6% จาก 34.3% ใน 2Q19 เนื่องจากใช้กลยุทธ์โปรโมชันลดราคา โดยเฉพาะคอนโด รวมถึงธุรกิจให้เช่า (โรงแรม,ห้าง) พลิกเป็นขาดทุนจาก COVID-19 โดย LH, PSH, QH, SPALI ประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 1H20 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 2.5%ทั้งนี้ AP, SC ทำกำไรเด่นสุด ตามยอดขายแนวราบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วน SPALI และ PSH อ่อนแอสุด
อ่านเพิ่มเติม
21
สิงหาคม
2020
18
สิงหาคม
2020
Special Report : GDP 2Q20 หดตัวหนักสุดและน่าจะเป็นจุดต่ำสุด แต่การฟื้นในระยะถัดไปยังท้าทาย
(views 60)
GDP 2Q20 ของไทยหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สอง -9.7% Q-Q, -12.2% Y-Y ใกล้เคียงตลาดคาด โดยหดตัวสูงในเกือบทุกเครื่องจักร ทั้งการส่งออกสินค้าและบริการ การลงทุนภาคเอกชน และการบริโภคของภาคเอกชน มีเพียงภาครัฐ (การใช้จ่าย +1.4% Y-Y และการลงทุน +12.5% Y-Y) ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นแต่ไม่สามารถชดเชยได้เพราะมีสัดส่วนเพียง 25% ของเศรษฐกิจ ทั้งนี้ GDP 1H20 ปรับตัวลดลง 6.9% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
29
กรกฏาคม
2020
Special Report : ส่งออก มิ.ย. -23% Y-Y ต่ำสุดในรอบ 131 เดือน แต่อาหาร เครื่องดื่ม และถุงมือยางขยายตัว
(views 104)
มูลค่าการส่งออกของไทยเดือน มิ.ย. อยู่ที่ US$16,444 ล้าน -23.2% Y-Y ทั้งมูลค่าและอัตราการหดตัวต่ำสุดในรอบ 9-10 ปี และแย่กว่าตลาดคาดที่ -15% Y-Y อย่างไรก็ตาม ในเดือน มิ.ย. ปีก่อนมีการส่งออกทองคำที่ยังไม่ขึ้นรูปสูงถึง US$1,834 ล้าน ขณะที่เดือน มิ.ย. 2020 อยู่ที่ US$257 ล้าน ถ้าหักการส่งออกทองคาที่ยังไม่ขึ้นรูปออก การส่งออกสินค้าเดือน มิ.ย. 2020 เป็น US$16,187 ล้าน -17.3% Y-Y และมีโมเมนตัมที่ดีกว่าเดือนก่อน โดย +8% M-M จากการ Reopen เศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2020
กลุ่มท่องเที่ยว (Underweight), คาด 2Q20 Bottom แต่การฟื้นตัวยังช้า
(views 97)
เราคาดว่ากลุ่มท่องเที่ยวภายใต้ Coverage ของเราจะมีผลขาดทุนปกติ 2Q20 6,636 ลบ.จากผลกระทบของ COVID-19 ที่ทำให้เกิดการ Lockdown กระทบจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและไทยเที่ยวไทยอย่างมีนัยยะ ขณะที่การฟื้นตัวใน 2H20 คาดว่ายังจำกัดแม้มีโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ แต่ในส่วนต่างชาติยังไม่สามารถทำ Travel Bubble ได้จากการระบาดระลอกที่ 2 ในหลายประเทศ ส่วนปัจจัยที่จะเป็นจุดเปลี่ยนสาคัญคือความสำเร็จของวัคซีนซึ่งตลาดคาดว่าจะเกิดขึ้นใน 4Q20 เรายังคงน้ำหนักการลงทุน “Underweight” แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวลงต่ำกว่าราคาเหมาะสมปี 2021 และมี Upside เปิดกว้าง แต่เรามองว่าระยะสั้นยังไม่น่าสนใจ และเหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว 1-2 ปีเท่านั้นในฐานะหุ้น Turnaround
อ่านเพิ่มเติม
15
กรกฏาคม
2020
กลุ่มการแพทย์ (Overweight), คาดกำไร 2Q20 เป็นจุดต่ำสุด เรายังชอบโรงพยาบาลประกันสังคม
(views 122)
เราคาดกำไรปกติ 2Q20 ของกลุ่มการแพทย์ -48.3% Q-Q, -38.9% Y-Y และเป็นจุดต่ำสุดจากผลกระทบของ COVID-19 ซึ่งทำให้เกิดการ Lockdown บางช่วงและส่งผลต่อทั้งผู้ป่วยไทยและต่างชาติให้ปรับตัวลงอย่างมีนัยยะ ขณะที่แนวโน้ม 2H20 คาดว่าจะค่อยๆฟื้นตัวแต่ยังไม่กลับสู่ระดับปกติโดยเฉพาะฝั่งต่างชาติที่ยังติดเรื่องการควบคุมโรคและการเดินทาง เราจึงยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 หดตัว -18% Y-Y ก่อนฟื้นตัว +24.2% Y-Y ในปี 2021 อย่างไรก็ตาม เรายังคงมุมมองเชิงบวกระยะยาวต่อศักยภาพการเติบโตของกลุ่มฯโดยเฉพาะด้านการเป็น Medical Hub จึงยังคงน้ำหนักการลงทุน “Overweight” โดยระยะสั้นจากผลการดำเนินงานที่ไม่สดใส เราจึงเลือกโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนลูกค้าคนไทยสูงและรับประกันสังคมอย่าง BCH และ CHG ที่คาดมีกำไรเติบโตแข็งแกร่งกว่ากลุ่มฯเป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
13
กรกฏาคม
2020
กลุ่มที่อยู่อาศัย (Overweight), ยอด Presales 2Q20 ขยายตัวดี จากแนวราบที่แข็งแกร่ง
(views 105)
เพิ่มน้ำหนักการลงทุนเป็น “Overweight” จากการฟื้นตัวปี 2021 ยังชอบ AP, LH
เราปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนเป็น ”มากกว่าตลาด” จากทิศทางอุตสาหกรรมปี 2021 ที่ฟื้นตัวได้ครั้งแรกในรอบ 2 ปี หลังปี 2019 กดดันจากการเริ่มใช้เกณฑ์ LTV ใหม่ และปี 2020 จาก COVID-19 โดยมองว่าแนวราบยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ส่วนคอนโดแม้ยังไม่สดใส แต่ประเมินว่าอุปทานและอุปสงค์จะเริ่มสมดุลมากขึ้น หลังระบายสต็อกไปมาก และระมัดระวังต่อการเปิดโครงการใหม่ รวมถึงการกลับมาของตลาดต่างชาติ นอกจากนี้ ราคาหุ้นปัจจุบันกลุ่มฯเทรดบน PER2021 ต่ำเพียง 6.2x เทียบเท่าค่าเฉลี่ย 15 ปีย้อนหลัง-2SD และคาดผลตอบแทนปันผลสูง 7.0-7.5% ต่อปี ทั้งนี้ เรามีมุมมองบวกต่อผู้ประกอบการที่เน้นแนวราบ จึงยังเลือก Top Pick เป็น AP ซึ่งเปิดตัวแนวราบมากสุดในปีนี้ ซึ่งเชื่อว่าได้รับผลตอบรับดีเช่นเดียวกับโครงการที่ผ่านมา ระยะสั้นคาดงบ 2Q20 โดดเด่น และดีต่อเนื่องใน 3Q20 รวมถึง LH จากแบรนด์แนวราบที่แข็งแกร่ง แม้คาดงบ 2Q20 อ่อนลง แต่จะเป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนฟื้นเด่นใน 2H20 และมี Upside จากการขาย Apartment สหรัฐ
อ่านเพิ่มเติม
29
มิถุนายน
2020
กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (Overweight), รถไฟฟ้าสีส้มมาแล้ว เข้าสู่วัฎจักรการลงทุนรอบใหม่
(views 134)
จับตาการประมูลสายสีส้ม หนุนงานในมือเพิ่มกว่า 1 แสนล้านบาท
โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี มีกำหนดการประกาศเชิญชวน วันที่ 3-9 ก.ค.นี้ และขายซองวันที่ 10-24 ก.ค. ก่อนให้ยื่นซองภายในเดือนก.ย. และเซ็นสัญญาภายในเดือนธ.ค. 2020 โดยโครงการดังกล่าวประกอบด้วยงานโยธา สายสีส้มตะวันตก ซึ่งเป็นสถานีใต้ดินทั้งหมด และงานเดินรถสายสีส้มตลอดเส้นทาง เป็นระยะเวลา 30 ปี รูปแบบ PPP Net Cost มูลค่ารวม 1.4 แสนล้านบาท
เรามองว่าการแข่งขันจะอยู่ในระดับที่สูง จากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อย่างไรก็ดี ผู้เข้าประมูลหลักคาดเป็น BEM (บริษัทร่วมของ CK) ในฐานะผู้รับสัมปทานสายสีน้ำเงิน และเดินรถสายสีม่วงในปัจจุบัน กับกลุ่ม BTS ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานสายสีเขียว, ชมพู และเหลือง ซึ่งคาดจับมือกับ STEC ขณะที่ทางด้านงานโยธา คาดเป็นการ Sub-contract ให้กับผู้รับเหมารายใหญ่ จากลักษณะงานที่ต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะ เอื้อให้แก่ผู้ที่มีประสบการณ์ก่อสร้างงานอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินอย่าง CK และ ITD
อ่านเพิ่มเติม
25
มิถุนายน
2020
Special Report : การลงทุนภาครัฐเป็นเครื่องจักรเดียวที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
(views 111)
ธปท.ปรับลดคาดการณ์ส่งออกสินค้าและบริการลงมากที่สุด ธปท.ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปี 2020 เป็น -8.1% จากเดิมคาด -5.3% โดยปรับลงแทบทุกองค์ประกอบ ยกเว้นการลงทุนภาครัฐที่ยังคงคาด +5.8% และการใช้จ่ายภาครัฐที่ขยับขึ้นเล็กน้อยเป็น +3.8% องค์ประกอบที่ถูกปรับลดจากประมาณเดิมมากที่สุดคือ การลงทุนภาคเอกชนและการส่งออก เพราะการระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกรุนแรงกว่าที่คาดซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อการท่องเที่ยวและการส่งออกสินค้า และกระทบอุปสงค์ในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุน ทำให้การลงทุนภาคเอกชนหดตัวกว่าที่ธปท.เคยประเมิน การจ้างงานและรายได้มีแนวโน้มลดลง ซึ่งทำให้คาดว่าการบริโภคภาคเอกชนจะหดตัว -3.6% สะท้อนมุมมองของ ธปท. ว่า ‘ภาครัฐ’ เท่านั้นที่เป็นแรงขับเคลื่อนเดียวของเศรษฐกิจในปีนี้
อ่านเพิ่มเติม
23
มิถุนายน
2020
Special Report : โลก (การลงทุน) หลัง COVID-19
(views 124)
การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้พฤติกรรมมนุษย์และการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปในหลายมิติ บางอย่างเปลี่ยนไปชั่วคราว บางอย่างเปลี่ยนไปเป็นการถาวรจนกลายเป็นความปกติใหม่ และบางอย่างเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นมาก่อนแล้วแต่ COVID-19 เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เร็วขึ้น การลงทุนจึงต้องปรับเปลี่ยนตามวิกฤตและโอกาสที่เกิดขึ้น เราพบว่าโลกหลัง COVID-19 จะเกิดเทรนด์ใหญ่ 4 เทรนด์ที่นำมาปรับใช้กับการเลือกหุ้นได้
อ่านเพิ่มเติม
17
มิถุนายน
2020
Tourism Sector (Underweight), ราคาหุ้นฟื้นตัวเร็วและเกินกว่าพื้นฐาน
(views 127)
เรามองมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศเป็นบวกในแง่ Sentiment แต่จะช่วยได้เพียงประคองสภาพคล่องของผู้ประกอบการและยังไม่สามารถจะพลิกมามีกำไรได้ เนื่องจากอุตสาหกรรมพึ่งพิงรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 2 ใน 3 ของของรายได้รวม โดยสำหรับปี 2020 ททท.คาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวจะลดลงถึง -59% Y-Y เราจึงประเมินว่าผลการดำเนินงานของกลุ่มฯจะใช้เวลาฟื้นตัวไม่ต่ำกว่า 2 ปีก่อนกลับคืนสู่ระดับปกติที่เคยทำได้ในปี 2019 ส่วนด้านราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกไปมาก โดยดัชนี TOURISM +34.1% QTD ใกล้เคียง SET Index ในขณะที่การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวช้ากว่าเศรษฐไทยในโดยรวม เราจึงลดน้ำหนักการลงทุนเป็น “Underweight” โดยรอการพักตัวของราคาก่อนเข้าซื้อลงทุนอีกครั้ง โดยเลือก CENTEL เป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
16
มิถุนายน
2020
Property Sector (Neutral), Positive Surprise จากยอด Presales 2M2Q20 ที่ฟื้นเร็วกว่าคาด
(views 97)
ภาพรวม 2Q20 ชะลอเปิดขายใหม่ เน้นระบายสต็อก ภาพรวม 2Q20 ผู้ประกอบการเน้นระบายสต็อก และชะลอการเปิดโครงการใหม่เพื่อรอดูสถานการณ์ โดยเดือนเม.ย.-พ.ค. ที่ผ่านมา มูลค่าการเปิดโครงการใหม่ของ 9 บริษัทอสังหาฯที่เราดูแล อยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่า 1Q20 ที่ 42% และ 2Q19 ที่ 75% ซึ่งทั้งหมดเป็นแนวราบ 14 โครงการ โดยมีผู้ประกอบการเพียง 4 รายที่เปิดโครงการใหม่ อย่าง AP, LH, SC, SPALI เปิดตัวในเดือนพ.ค. ทำยอดขายเปิดใหม่ได้อยู่ในเกณฑ์ดี 10-15% โดย 5MTD คิดเป็น 32% ของแผนทั้งปีที่ 1.7 แสนล้านบาท (-27% Y-Y) ขณะที่ 2H20 มูลค่าการเปิดตัวจะเร่งขึ้นกว่า 1 เท่าตัวจากครึ่งปีแรก โดยเฉพาะ 3Q20 ซึ่งจะเป็นแรงหนุนต่อยอดขายได้
อ่านเพิ่มเติม
11
มิถุนายน
2020
Telecom Sector (Neutral), Short-Term COVID-19 Impact vs Long-Term 5G Growth
(views 123)
Mobile Operator ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 พอสมควรจากภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวและรายได้จากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หายไป ส่งผลให้กำไรปกติของกลุ่มฯปี 2020 คาดว่าจะหดตัวแรง -12.7% Y-Y ขณะที่ปี 2021 คาดโตเพียงเล็กน้อยจากต้นทุนโครงข่าย 5G ที่กดดดัน อย่างไรก็ตามเรามีมุมมองเชิงบวกระยะยาวในช่วง 2-5 ปีข้างหน้าจากโอกาสในการสร้างรายได้จากบริการใหม่ๆทั้งในตลาด B2C เดิมและโดยเฉพาะ B2B ซึ่งเป็นตลาดใหม่ โดยคาดว่าจะเห็นการเติบโตของทั้งรายได้และกำไรที่ชัดเจนในปี 2022 เป็นต้นไป ระยะสั้นเราปรับลดน้ำหนักการลงทุนเป็น “Neutral” แต่ยังเป็นกลุ่มที่น่าสนใจในแง่ Laggard Play โดยเลือก ADVANC และ INTUCH เป็น Top Pick จากฐานะการเงินและ Dividend Yield ที่ดี
อ่านเพิ่มเติม
04
มิถุนายน
2020
Property Sector (Neutral), ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปีนี้ลง 90% มองเป็นกลางต่ออสังหาฯ
(views 93)
คงน้ำหนักการลงทุน “Neutral” เลือก Top Pick เป็น AP ราคาหุ้นกลุ่มฯปรับขึ้นเฉลี่ย 18% ภายใน 1 เดือน สะท้อนแรงเก็งกำไรจากข่าวดังกล่าว และสัญญาณยอดขายในเดือนพ.ค.ที่เริ่มฟื้น ตัว โดยเฉพาะแนวราบ ที่กลับมาใกล้เคียงระดับปกติ หลังผ่านช่วงเวลาเลวร้ายที่สุดในช่วงเดือนเม.ย. อย่างไรก็ดี ราคาปัจจุบันมี Upside ไม่มากนัก หรือเต็มมูลค่า รวมถึงผลประกอบการกลุ่มฯ 2Q20 คาดอ่อนแอทั้ง Q-Q และ Y-Y เป็นระดับต่ำสุดของปี จากการประกาศเคอร์ฟิวในต้นเดือนเม.ย. แม้ประเมินว่า 2H20 จะฟื้นตัว จากแผนโอนกรรมสิทธ์คอนโดใหม่ แต่ยังไม่กลับสู่ระดับเดียวกับปี 2019 ทั้งนี้ เราคงน้ำหนักกลุ่มฯ เท่ากับตลาด สะท้อนภาพรวมทั้งปียังท้าทาย จากกำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศที่กดดันจาก COVID-19 เลือก Top Pick เป็น AP จากงบ 2Q20 ที่คาดขยายตัวได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y สวนทางกับกลุ่มฯ และยังดีต่อเนื่องใน 3Q20 รวมถึงมีจุดเด่นจากความสำเร็จของการขายแนวราบ นอกจากนี้ กำไรทั้งปีคาด -10% Y-Y ชะลอในอัตราที่ต่ำสุดในกลุ่มฯ บน Backlog ที่รองรับแล้ว 76%
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤษภาคม
2020
ไม่รวมทองคำ การส่งออกหดตัว 10% Y-Y ในเดือน เม.ย. แต่อาหารและคอมพิวเตอร์ขยายตัว
(views 104)
มูลค่าการส่งออกของไทยเดือน เม.ย. อยู่ที่ US$18,948 ล้าน +2.1% Y-Y เป็นเพราะการส่งออกทองคำที่ยังไม่ขึ้นรูปที่สูงถึง US$2,493 ล้าน +1,103% Y-Y (13% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด) ตามราคาทองคำในตลาดโลกที่สูงขึ้นมาก ถ้าหักทองคำออก การส่งออกสินค้า -10.3% Y-Y เหลือ US$16,455 ล้าน ต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี ตลาดหลักหดตัวแรงเกือบทุกตลาดเพราะการ Lockdown ของหลายประเทศทั่วโลก
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤษภาคม
2020
GDP 1Q20 หนุนด้วยการบริโภค หุ้นที่เกี่ยวกับการบริโภคอุปโภคจึงยังน่าลงทุน
(views 124)
o GDP 1Q20 ของไทย -1.8% Y-Y หดตัวครั้งแรกในรอบ 24 ไตรมาส หดตัวน้อยกว่าตลาดคาด (ตลาดคาด -4% Y-Y) จากการบริโภคภาคเอกชนที่ช่วยหนุน การบริโภคภาคเอกชนเป็นองค์ประกอบเดียวที่ขยายตัวได้ +3.0% Y-Y อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสิ้น 1Q20 ปรับลงแตะ 50.3 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์และยังลดต่อเหลือ 47.2 ในเดือน เม.ย.
o นอกนั้นองค์ประกอบกอบอื่นหดตัวทั้งหมด การส่งออกสินค้าและบริการ (66% ของ GDP) -6.5% Y-Y แต่ที่หดตัวหนักคือภาคบริการ -29.8% Y-Y (ส่งออกสินค้ายังโตได้ 2.0% Y-Y ได้อานิสงส์จากราคาทองคำที่ปรับสูงขึ้น) เพราะรายได้จากการท่องเที่ยวลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ -38% Y-Y เหลือเพียง 6.7 ล้านคนจากมาตรการ lockdown ในหลายประเทศทั่วโลก ตลาดที่หดตัวแรงสุดคือนักท่องเที่ยวจีน -60% Y-Y จนสัดส่วนเหลือเพียง 18% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด จากปกติราว 30% รองลงมาเป็นนักท่องเที่ยวชาวเอเชียและตะวันออกกลางที่ปรับลงแรง 45-50% Y-Y
o การลงทุน (22% ของ GDP) หดตัวทั้งภาครัฐ (-9.3% Y-Y) และภาคเอกชน (-5.5% Y-Y) การลงทุนภาครัฐที่ลดลงเป็นผลมาจากความล่าช้าของ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2020 ส่วนการลงทุนภาคเอกชนลดลงเป็นผลจากการลดลงของก่อสร้างที่อยู่อาศัยและความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่ต่ำลง
o การบริโภคภาคเอกชน +3.0% Y-Y เป็นอัตราการขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 10 ไตรมาส จากกำลังซื้อของครัวเรือนที่อ่อนแรงลงเรื่อยๆ ทั้งหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ความเชื่อมั่นลดลง และรายได้ภาคเกษตรกรที่ลดลงเนื่องจากภัยแล้ง สอดคล้องกับ GDP ในมุมของภาคการผลิต การผลิตภาคการเกษตรลดลงแรง -5.7% Y-Y หดตัวต่อเนื่องจาก 4Q19 ที่ -2.5% Y-Y และเป็นอัตราการลดลงแรงในรอบหลายปี ขณะที่การผลิตนอกภาคเกษตร -1.4% Y-Y ทั้งนี้ การบริโภคที่ขยายตัวได้มาจากกลุ่มสินค้าไม่คงทนและกลุ่มบริการจากแรงซื้อกักตุนสินค้าก่อน lockdown สอดคล้องกับการนำเข้าที่ปรับลงน้อยกว่าไตรมาสก่อนๆ จากการนำเข้าสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2020
Contractor Sector (Neutral), คาดงบ 1Q20 ไม่เด่น แต่ Catalyst มาจากการเปิดประมูลสายสีส้มในเดือนนี้
(views 114)
คงน้ำหนักการลงทุน “Neutral” ระยะสั้น ติดตามเปิดประมูลสายสีส้ม คงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” เนื่องจากโครงการภาครัฐที่เริ่มเปิดประมูลในช่วง 2H20 จะเริ่มรับรู้เป็นรายได้ชัดเจนในปี 2021 มากกว่า อย่างไรดี แม้งบกลุ่มรับเหมาฯ 1Q20 มีแนวโน้มอ่อนแอ แต่ระยะสั้น แนะติดตามการเปิดประมูลรถไฟฟ้าสีส้มภายในเดือนนี้ คาดเป็น Catalyst หนุนราคาหุ้นได้ โดยมองว่าผู้เข้าประมูลหลักเป็นกลุ่ม BSR (BTS-STEC-RATCH) และ BEM (Sub-contract งานก่อสร้างให้ CK) ซึ่งประเมินว่ากลุ่ม BEM มีแต้มต่อ ในฐานะผู้เดินรถทั้งบนดินและใต้ดินรายเดียวในประเทศ
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤษภาคม
2020
Food Sector (Positive), ภาพรวมราคาเนื้อสัตว์ในประเทศเดือน เม.ย. อ่อนตัวลง M-M
(views 113)
ยังให้มุมมอง Positive สำหรับกลุ่มอาหาร เพราะภาพรวมได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จำกัด เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ และคาดแนวโน้มกำไรในช่วง 2H20 หลัง COVID-19 คลี่คลาย จะกลับมาฟื้นตัวได้สดใสอีกครั้ง ทั้งนี้เราแนะนำซื้อทั้ง CPF (ราคาเป้าหมาย 36 บาท), TU (ราคาเป้าหมาย 15.5 บาท) และ GFPT (ราคาเป้าหมาย 12.5 บาท) โดยชอบ CPF มากสุด จากแนวโน้มกำไร 1H20 ที่สดใส โดยคาดกำไร 2Q20 อาจยังโตได้ และแนวโน้มราคาเนื้อสัตว์ยังสูงเหนือต้นทุนการเลี้ยงพอสมควร แม้จะเผชิญกับ Demand ที่อ่อนตัวลงก็ตาม ซึ่งหาก Demand ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 2H20 น่าจะช่วยหนุนราคาเนื้อสัตว์ให้ทรงตัวอยู่ในระดับสูงได้ต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2020
Beverage Sector (Overweight), เครื่องดื่มขนาดใหญ่ยังน่าสนใจ ผลกระทบ COVID-19 จำกัด
(views 154)
ยังให้น้ำหนัก Overweight กลุ่มเครื่องดื่ม Top Pick คือ OSP และ CBG เราคาดกำไรปกติของกลุ่มปี 2020 จะยังเติบโตราว 16.8% Y-Y หนุนโดย OSP +20.8% Y-Y และ CBG +21.8% Y-Y ส่วน ICHI SAPPE และ TACC คาดมีกำไรลดลง และจะกลับมาโตอีกครั้งในปี 2021 โดยเราเลือก Top Pick คือ OSP (ราคาเป้าหมาย 46 บาท) และ CBG (ราคาเป้าหมาย 107 บาท) โดยให้ Target PE เท่ากันที่ 35 เท่า เราชอบ
1) ความ Defensive สามารถทนทานต่อปัจจัยภายนอกได้ดี โดยได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จำกัดมาก
2) มีปัจจัยหนุนจากแผนลดต้นทุนต่อเนื่องที่ชัดเจนในอีก 1-2 ปีข้างหน้า
3) คาดกำไรปีนี้โตเฉลี่ย 20% Y-Y และปีหน้าโตต่อ 14% Y-Y
4) Forward PE เฉลี่ยของเครื่องดื่มชูกำลังปี 2020 และ 2021 อยู่ที่ 28.7 เท่า และ 25 เท่า ตามลำดับ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 30 – 35 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
15
เมษายน
2020
Tourism Sector (Neutral), 1Q20 เป็น High Season ที่ขาดทุนและจะทรุดหนักใน 2Q20
(views 146)
เราคาดผลการดำเนินงาน 1Q20 ของกลุ่มท่องเที่ยวจะพลิกมามีผลขาดทุนปกติ 1,024 ลบ. แม้จะเป็น High Season แต่ถูกกระทบจาก COVID-19 ตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ขณะที่ 2Q20 คาดว่าจะทรุดหนักและเป็นจุดต่ำสุดของปีจากผลกระทบที่เต็มที่ อย่างไรก็ตามแนวโน้มการฟื้นตัวใน 2H20 คาดว่ายังเป็นไปอย่างช้าๆโดยต้องรอสถานการณ์ในแต่ละประเทศให้ปกติก่อนจึงจะมีการเปิดประเทศและเริ่มเห็นจำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัว เราจึงยังคงประมาณการขาดทุนปกติปี 2020 ที่ 2,823 ลบ. -130% Y-Y ก่อนพลิกมีกำไรปกติ 4,189 ลบ.ในปี 2021 เราปรับน้ำหนักการลงทุนเป็น “Neutral” ราคาหุ้นปรับขึ้นรับความคาดหวังเชิงบวกไปมาก จึงแนะนำรอการปรับฐานของราคาเป็นจังหวะ “ซื้อลงทุน” โดย MINT ดูน่าสนใจที่สุดในกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
13
เมษายน
2020
Property Sector (Neutral), 1Q20 มีแนวราบเป็นพระเอก เริ่มเห็นสัญญาณลบจาก COVID-19
(views 158)
คงน้ำหนักการลงทุน “Neutral” ชอบ AP, LH, SPALI เราคาดผลประกอบการ 1Q20 อ่อนตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y จากฐานสูงทั้ง 4Q19 ตามปัจจัยฤดูกาล และ 1Q19 ที่มีการเร่งโอนก่อนเริ่มใช้เกณฑ์ LTV ใหม่ อย่างไรก็ดี เราอยู่ระหว่างปรับประมาณการกลุ่มฯลง สะท้อนผลกระทบ COVID-19 เบื้องต้นคาดกำไรปี 2020 ลดลงราว 20% Y-Y (สมมติฐานการแพร่ระบาดควบคุมได้ใน 2Q20 และอุปสงค์ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปใน 2H20) ซึ่งคาดว่าในระยะนี้ Consensus และผู้ประกอบการจะมีการทบทวนประมาณการ และเป้าหมายลงเช่นกัน ทั้งนี้ คงน้ำหนักกลุ่มฯ “เท่ากับตลาด” โดยเราชอบหุ้นที่มีพอร์ตที่ยืดหยุ่น และกระจายที่ดี รวมถึงมี Backlog และฐานะการเงินแข็งแกร่ง อย่าง AP และ LH ซึ่งราคาหุ้น YTD ปรับลงมาก รวมถึง SPALI
อ่านเพิ่มเติม
08
เมษายน
2020
Healthcare Sector (Overweight), COVID-19 กระทบต่างชาติหนัก แต่รพ.รับประกันสังคมรอด
(views 190)
เราคาดกำไรปกติ 1Q20 ของกลุ่มการแพทย์ -11.6% Q-Q, -26.1% Y-Y โดยเริ่มได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ในเดือน มี.ค. โดยเฉพาะผู้ป่วยต่างชาติ ขณะที่แนวโน้ม 2Q20 คาดว่าจะทรุดหนักจากผลกระทบเต็มไตรมาสและ Low Season เราตั้งสมมติฐานสถานการณ์ระบาดของ COVID-19 คลี่คลายช่วงกลางปี ส่งผลให้ประมาณการกำไรปกติปี 2020-2021 ถูกปรับลง 17.4% และ 9.4% ตามลำดับ โดยปี 2020 คาดหดตัว -17.7% Y-Y ก่อนกลับมาฟื้นตัว +23.9% Y-Y ในปี 2021 เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตในระยะยาวของกลุ่มการแพทย์แม้ระยะสั้นจะถูกกระทบบ้าง จึงยังคงน้ำหนักการลงทุน “Overweight” และยังเลือก CHG และ BCH เป็น Top Pick และหากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ BH BDMS รวมถึง EKH จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
อ่านเพิ่มเติม
01
เมษายน
2020
Finance Sector (Underweight), ผลกระทบจากการให้ความช่วยเหลือลูกหนื้
(views 221)
Non-Bank กับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ธปท. ได้มีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในกลุ่มการเงินเพื่อบรรเทาผลกระทบจาก COVID-19 ได้แก่ การพักชำระเงินต้น หรือการยืดระยะเวลาชำระเงิน สำหรับกลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียน น่าจะมีการผ่อนผันการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน และผู้ให้บริการอื่นเลือกดำเนินการระหว่างเลื่อนการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน หรือ ลดค่างวดอย่างน้อย 30% ของค่างวดเดิมเป็นเวลา 6 เดือน
อ่านเพิ่มเติม
30
มีนาคม
2020
Tourism Sector (S-T Avoid), COVID-19 กระทบรุนแรง การฟื้นตัวอาจไม่เร็วนัก
(views 143)
การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ลุกลามไปทั่วโลกส่งผลกระทบอย่างหนักอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยตรง รวมถึงมาตรการปิดห้างสรรพสินค้าและสถานที่ต่างๆชั่วคราวเพื่อป้องกันการระบาดกระทบต่อธุรกิจอาหาร ทำให้ทั้ง Rev Par และ Same Store Sales Growth ของทั้ง 2 ธุรกิจคาดว่าจะหดตัวอย่างมีนัยยะและมากกว่าที่เคยคาดการไว้เดิม ส่งผลให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020 ของกลุ่มฯลง 148% พลิกเป็นขาดทุน 2,823 ลบ. -130% Y-Y ก่อนที่จะฟื้นตัวในปี 2021 โดยคาดพลิกกลับมามีกำไร 4,219 ลบ. ซึงยังต่ำกว่าระดับปกติและที่เคยทำได้ในปี 2019 โดยคาดต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรกว่าที่จะเกิดความมั่นใจในการเดินทางของนักท่องเที่ยว เราปรับลดราคาเหมาะสมของ MINT เหลือ 25 บาท CENTEL เหลือ 20 บาทและ ERW เหลือ 3.80 บาท ยังแนะนำ “ชะลอการลงทุนระยะสั้น” โดยหากเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นในแง่การแพร่ระบาดที่เริ่มควบคุมได้อย่างชัดเจน เราจึงมองเป็นจังหวะ “ซื้อ” โดย MINT ดูน่าสนใจที่สุดในกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
24
มีนาคม
2020
Special Report : ประเมินดัชนีต่ำสุดอีก 2 เดือนข้างหน้าเมื่อเห็นผลกระทบที่แท้จริงของ COVID-19 ต่อกำไร
(views 165)
เราแบ่งการลงทุนเป็น 3 ชุด ชุดที่ 1 เป็นยุคปัจจุบันที่ CIOVID-19 กำลังระบาดหนัก แทบไม่มีกลุ่มธุรกิจไหนไม่ถูกกระทบ กลุ่มที่ถูกกระทบหนักได้แก่ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจที่มีหน้าร้าน สื่อ รวมไปถึงปั๊มน้ำมัน ธุรกิจที่พอจะได้ประโยชน์เช่น ประกันชีวิตและสุขภาพ อาหาร delivery และสื่อสาร ชุดที่ 2 หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มคลี่คลาย ธุรกิจเหล่านี้จะฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็วและก่อนธุรกิจอื่น ได้แก่ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ค้าปลีกและห้างสรรพสินค้า การแพทย์ โรงไฟฟ้า รถไฟฟ้า รับเหมาก่อสร้าง และชุดที่ 3 เป็นหุ้นแข็งแกร่งที่ราคาถูกมากสามารถถือลงทุนได้ในระยะยาว 2-3 ปี ไม่ถูก disrupt จากเทคโนโลยีและพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (สนามบินและโรงแรม) โรงไฟฟ้า รถไฟฟ้า การแพทย์ สื่อสาร เกษตร อิเล็คทรอนิคส์ และสื่อนอกบ้าน ทั้งนี้ เรามองว่ากลุ่มธนาคารเป็นกลุ่มที่ถูกกระทบก่อน (ดอกเบี้ยขาลงและผลของมาตรฐานบัญชีใหม่) และจะฟื้นช้าสุด กลุ่มไฟแนนซ์เป็นกลุ่มที่ต้องติดตามคุณภาพหนี้และผลของมาตรฐานบัญชีใหม่อย่างใกล้ชิดอีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม
10
มีนาคม
2020
Tesco Deal (CPF/CPALL), ดีลซื้อ Tesco ระยะสั้นอาจกระทบกำไร แต่มองบวกระยะยาว
(views 182)
กลุ่ม CP ชนะดีลซื้อ Tesco ไทยและมาเล มูลค่า US$10,576 ล้าน หรือราว 3.38 แสนล้านบาท โดยจัดสรรให้ CPG ถือ 40%, CPALL 40% และ CPF 20% ใน CPRD (CP Retail Development) ซึ่งจะเป็นผู้เข้าซื้ออีกที แหล่งเงินทุนจะมาจากกระแสเงินสดในกิจการ และการกู้ยืม โดยทั้ง CPF และ CPALL จะไม่มีการเพิ่มทุนแต่อย่างใด ราคาที่ซื้อขายหากคิดเป็น PE จะสูงถึง 43 เท่า แต่หากพิจารณาที่ EV/EBITDA ถือว่าเหมาะสมอยู่ที่ 12.5 เท่า ทั้งนี้ต้องบรรลุเงื่อนไข 3 รายการ ดีลถึงจะสมบูรณ์ ได้แก่ Tesco อังกฤษต้องได้รับอนุมัติให้ขายจากผู้ถือหุ้นก่อน ส่วนฝั่งคนซื้อ กลุ่ม CP ไม่ต้องขอผู้เถือหุ้น แต่ต้องได้รับอนุมัติจาก OTCC (คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า) และ MDTCA ที่มาเลเซีย คาดดีลจะแล้วเสร็จในช่วง 2H20
อ่านเพิ่มเติม
03
มีนาคม
2020
Food Sector (Positive), ภาพรวมราคาเนื้อสัตว์ในประเทศเดือน ก.พ. อ่อนตัวลง
(views 137)
ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ยังปรับลงต่อ โดยราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เดือน ก.พ. เท่ากับ 8.5 บาท/กก. (-2.9% M-M, -10.5% Y-Y) เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี ส่วนราคากากถั่วเหลืองเท่ากับ 13.5 บาท/กก. (-3.6% M-M, -7.5% Y-Y) ถือเป็นระดับที่ต่ำมาก ต่ำสุดในรอบ 8 ปี มาจากภาวะการเลี้ยงสัตว์ทั่วโลกที่ลดลง นับตั้งแต่ปัญหาโรค ASF ในหมูเริ่มระบาดในยุโรปและจีนตั้งแต่กลางปี 2018 และมาถึงปัญหา COVID-19 ยิ่งกระทบต่อการเลี้ยงสัตว์ และกระทบต่อความต้องการบริโภคในระยะสั้นด้วย ถือเป็นบวกต่อผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์
อ่านเพิ่มเติม
19
กุมภาพันธ์
2020
Contractor Sector (Neutral), คาดงบ 4Q19 อ่อนตัว แต่ 2H20 เป็นบวกขึ้นทั้งงานประมูลและกำไร
(views 135)
คงน้ำหนักการลงทุน “Neutral” เลือก CK เป็น Top Pick ส่วนระยะสั้น แนะนำ PYLON คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มรับเหมาฯ “เท่ากับตลาด” เนื่องจากเรามองว่าโครงการภาครัฐที่จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการเปิดประมูลในช่วง 2H20 จะเริ่มรับรู้เป็นรายได้ชัดเจนในปี 2021 มากกว่า อย่างไรก็ดี หากภาครัฐสามารถเร่งผลักดันงานประมูลออกมาได้ คาดว่าจะเป็น Catalyst บวกหนุนราคาหุ้นได้ ทั้งนี้ ราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน ปรับขึ้นเฉลี่ย 9% ภายใน 3 สัปดาห์ สะท้อนการเก็งกำไรในประเด็นงบประมาณปี 2020 ขณะที่ระยะสั้น อาจขาดปัจจัยใหม่หนุน บวกกับงบ 4Q19 มีแนวโน้มไม่สดใส
เราเลือกหุ้นเด่นเป็น CK จากแนวโน้มผลประกอบการหลักปี 2020 ที่ฟื้นตัวเด่นสุดในกลุ่ม หนุนจากการเก็บเกี่ยวผลของการลงทุนในบริษัทร่วม ทั้ง BEM และ CKP รวมถึงมีโอกาสเข้าร่วมประมูลงานเพิ่ม โดยเฉพาะสายสีส้มที่ BEM มีแต้มต่อ ช่วยปลดล็อก Backlog ที่อยู่ระดับต่ำได้ และจะหนุนรายได้งานก่อสร้างเป็นขาขึ้นตั้งแต่ปี 2021 ส่วนระยะสั้น แนะนำ PYLON น่าสนใจในเชิงผลประกอบการใน 4Q19 ที่โดดเด่นสุดในกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2020
Special Report : GDP 4Q19 โตต่ำคาด การฟื้นตัวในปีนี้ต้องการยากระตุ้นอย่างมาก
(views 119)
GDP 4Q19 ของไทย +1.6% Y-Y ขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 21 ไตรมาส ฉุดโดยการส่งออก และการลงทุนและการใช้จ่ายของภาครัฐเพราะความล่าช้าของการประกาศใช้ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนแม้จะช่วยประคองเศรษฐกิจแต่อ่อนกำลังลงอย่างต่อเนื่องจากการชะลอของรายได้ครัวเรือน ซึ่งทำให้ยอดขายของสินค้าคงทน (ยานยนต์) ลดลง สินค้าที่ยังโตได้คือสินค้าไม่คงทน (โดยเฉพาะอาหาร) จากมาตรการชิมช้อปใช้ที่ช่วยกระตุ้น ส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวชะลอตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอลงจากผลของ COVID-19 ที่เริ่มระบาด ทั้งนี้ ส่งผลให้ GDP ปี 2019 ขยายตัว 2.4% Y-Y โตต่ำสุดในรอบ 5 ปี
อ่านเพิ่มเติม
17
กุมภาพันธ์
2020
Telecom Sector (Overweight), 5G Auction – ผลลัพท์ออกมาในเชิงบวก
(views 115)
เรามีมุมมองเป็นบวกต่อผลการประมูล 5G วานนี้แม้การแข่งขันบนคลื่น 700 MHz จะรุนแรงกว่าคาดและทำให้ราคาประมูล +95% จากราคาเริ่มต้น แต่ชดเชยได้ทั้งหมดกับราคาประมูลคลื่น 2600 MHz ที่ต่ำกว่าคาดมาก เพิ่มขึ้นเพียง +5% จากราคาเริ่มต้น ซึ่งเป็นบวกกับ ADVANC และ TRUE ที่ได้คลื่นไปรายละ 100 MHzและ 90 MHz ตามลำดับ ซึ่งเป็นปริมาณที่สามารถให้บริการ 5G ได้เต็มประสิทธิภาพ ขณะที่ DTAC ประมูลคลื่น 26 GHz เพียง 2 ใบอนุญาต (200 MHz) ซึ่งน้อยมากและอาจส่งผลกระทบเชิงลบในแง่ Perception และความเชื่อมั่นของลูกค้าซึ่งอาจทำให้ลูกค้าไหลออกและเสีย Market Share แก่คู่แข่งอย่าง ADVANC และ TRUE จากผลการประมูลที่ค่อนข้างเป็นบวกตามคาด เราจึงยังคงน้ำหนักการลงทุน “Overweight” โดยยังคงเลือก ADVANC และ INTUCH เป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
13
กุมภาพันธ์
2020
Sugar, น้ำตาลโลกจะขาดดุลต่อเนื่อง หนุนราคาน้ำตาลพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 3 ปี
(views 111)
ราคาน้ำตาลโลกทาจุดสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี ราคาน้ำตาลตลาดโลกพุ่งขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ 15 เซนต์ต่อปอนด์ (+14% YTD, +18% Y-Y) ทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี นับตั้งแต่ พ.ค. 2017 โดยมาจากคาดการณ์ปริมาณผลผลิตน้ำตาลโลกปีนี้จะลดลงราว 2.8 ล้านตัน มาอยู่ที่ 181.48 ล้านตัน ในขณะที่คาดปริมาณความต้องการบริโภคน้ำตาลจะเพิ่มขึ้น 2 ล้านตันเป็น 186.5 ล้านตัน ส่งผลให้ภาวะน้ำตาลโลกในปีนี้จะเข้าสู่ภาวะขาดดุลมากขึ้น และเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน อยู่ที่ราว -5 ล้านตัน จากปี 2019 ที่ขาดดุลเล็กน้อย -0.14 ล้านตัน (ข้อมูลจาก F.O.Licht) บนภายใต้สมมติฐานว่าปริมาณอ้อยของไทยจะลดลงมาอยู่ที่ 100 ล้านตัน (-24% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
13
กุมภาพันธ์
2020
Telecom Sector (Overweight), 5G Auction – เกมพลิกมาอยู่ที่คลื่น 700 MHz
(views 119)
กสทช.เปิดผู้เข้าร่วมประมูล 5G ในแต่ละคลื่นความถี่โดยมีจุดสำคัญคือทั้ง ADVANC และ TRUE เข้าประมูลคลื่น 700 MHz ขณะที่ DTAC ไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 2600 MHz ทำให้เราคาดว่าเกมการประมูลอยู่ที่คลื่น 700 MHz ที่คาดแข่งขันแรงขึ้นโดยมีโอกาสที่ราคาจะเพิ่มขึ้น 50-70% ของราคาเริ่มต้น เราประเมินเป็น 3 กรณีคือ 1) CAT ได้คลื่น 700 MHz และการแข่งขันบนคลื่น 2600 MHz ไม่รุนแรงโดย ADVANC/TRUE เลือกรอคลื่น 3500 MHz 2) CAT ได้คลื่น 700 MHz และทำให้การแข่งบนคลื่น 2600 MHz รุนแรงมากจาก ADVANC/TRUE กีดกัน CAT ไม่ให้ได้คลื่น 2600 MHz 3) CAT ไม่ได้คลื่น 700 MHz และทำให้การแข่งขันบนคลื่น 2600 MHz ไม่รุนแรงเพราะทำให้ CAT สนใจคลื่น 2600 MHz น้อยลง โดยเราให้น้ำหนักผลลัพธ์ในกรณี 2-3 มากขึ้น อย่างไรก็ตามด้านราคาหุ้นปรับตัวลงสะท้อนปัจจัยลบจากความกังวลเรื่องการประมูลไปมากพอสมควรเทียบกับผลกระทบเชิงลบกรณี Worst Case เราจึงมองเป็นจังหวะในการ “ซื้อลงทุน” โดยยังคงน้ำหนักการลงทุน Overweight และยังเลือก Top Pick เป็น ADVANC และ INTUCH

(รายละเอียดอ่านต่อใน file แนบ)
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2020
Healthcare Sector (Overweight), กำไร 4Q19E โดยรวมยังไม่โดดเด่น // CHG เป็น Top Pick
(views 123)
เราคาดกำไรปกติ 4Q19 ของกลุ่มการแพทย์ -18.2% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลและ +0.2% Y-Y ซึ่งไม่โดดเด่น โดยโรงพยาบาลขนาดใหญ่อย่าง BDMS และ BH คาดว่ายังทำได้เพียงแค่ทรงตัว ขณะที่โรงพยาบาลที่รับประกันสังคมถูกกกดดันชั่วคราวจากสปส.ที่จ่ายเงินโรคค่าใช้จ่ายสูง (RW>2) ต่ำกว่าคาด โดยหุ้นที่คาดมีกำไรโดดเด่นที่สุดคือ CHG และ EKH เราคาดกำไรปกติปี 2019 ของกลุ่มฯชะลอตัว -2.1% Y-Y อย่างไรก็ตาม เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางผลการดำเนินงานในปี 2020 ที่คาดเร่งตัวขึ้นเป็น +10.1% Y-Y จากโรงพยาบาลใหญ่ที่โตดีขึ้น รวมถึงอานิสงส์จากการปรับเพิ่มเงินของสปส. ขณะที่การระบาดของโคโรน่าไวรัสคาดส่งผลกระทบบ้างต่อ BH และ BDMS ในส่วนผู้ป่วยต่างชาติ อย่างไรก็ตามจากธุรกิจที่ Defensive และการเติบโตที่เด่นกว่าเศรษฐกิจไทยในภาพรวม เราจึงยังคงน้ำหนักการลงทุน “Overweight” และเลือก CHG เป็น Top Pick ส่วน BDMS น่าสนใจสำหรับการซื้อลงทุนระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2020
Property Sector (Neutral), คาดงบ 4Q19 ทำระดับสูงสุดของปี พร้อมปันผลเด่น
(views 124)
คงน้ำหนักการลงทุน “Neutral” เลือก AP และ LH เป็นหุ้นเด่น เราคงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” จากภาพรวมอสังหาฯระยะกลางถึงยาวที่ท้าทาย สะท้อนปัจจัยลบที่มีน้ำหนักมากกว่าปัจจัยบวก อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PE2020 เพียง 7.9x เทียบเท่าค่าเฉลี่ย 10 ปี -1SD ถือว่าสะท้อนไปแล้ว และคาดผลตอบแทนปันผล 7% ต่อปี แนะนำ Selective Buy เลือก Top Pick เป็น 1) AP จากพอร์ตกระจายรายได้ครอบคลุมทั้งแนวราบและคอนโดในตลาดทุกเซกเมนต์ รวมถึงมี JV ที่แข็งแกร่ง 2) LH จากโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง ทั้ง Recurring Income (โรงแรม, ห้าง) และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม ซึ่งสามารถรับมือกับภาวะอุตสาหกรรมที่ไม่สดใสได้ ขณะที่ระยะสั้น มีปัจจัยบวกให้เก็งกำไรจากงบ 4Q19 โตแกร่ง และปันผล 2H19 Yield สูงสุดในกลุ่มที่ 7% อย่าง SC
อ่านเพิ่มเติม
07
กุมภาพันธ์
2020
Banks Sector (Neutral), การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของปี
(views 147)
แนะนำ Neutral - Top Pick TISCO (ราคาเหมาะสม 2020 ที่ 112 บาท) คาดการณ์ของกำไรปี 2020 ที่ราว 2 แสนลบ. +1%Y-Y ส่วนหนึ่งได้รวมการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแล้วราว 0.25% บนสมมติฐานสินเชื่อที่ +4-5%Y-Y (ปี 2019 ที่ +2%Y-Y) ซึ่งอาจมี downside หากสถานการณ์ลากยาว ปัจจุบันคาดการณ์ระดับ ROE ที่ 10% ยังเป็นระดับที่ลดลงจากอดีต
ยังไม่มีเหตุผลใดที่จะทำให้กลับมาแนะนำซื้ออย่างเต็มที่ในหุ้นกลุ่มธนาคารจนกว่าจะเห็นปัจจัยบวกทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน ลักษณะการลงทุนเป็น Selective buy ในหุ้นธนาคารที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว แนะนำ TISCO (ได้รับผลกระทบจำกัดจากอัตราดอกเบี้ยขาลง และมีสำรองฯส่วนเกินรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ รวมทั้งคาดการณ์รักษาระดับผลตอบแทนเงินปันผลได้ในระดับสูงราว 7% ต่อปี) ราคาเหมาะสม 2020 ที่ 112 บาท สำหรับธนาคารขนาดใหญ่ คาด SCB (จ่ายจากกำไร 2H19) และ KTB (จ่ายปีละครั้ง) จะให้อัตราเงินปันผลเงินปันผลที่ราว 5%
อ่านเพิ่มเติม
07
กุมภาพันธ์
2020
Media Sector (Neutral), คาดกำไรกลุ่ม 4Q19 ส่วนใหญ่ยังไม่สดใสต่อเนื่องใน 1Q20
(views 106)
คาดกำไรปกติ 4Q19 กลุ่มโดยรวมเพิ่มเพียง 4.5% Q-Q, 1.9% Y-Y ถือว่ายังอ่อนแอ ผลกระทบจากกำลังซื้อยังไม่ฟื้นและการแข่งขันที่ยังรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มทีวีดิจิตอล คาด BEC ยังขาดทุนหนัก WORK กำไรลดลงมาก Q-Q RS กำไรลดลง Y-Y ขณะที่กำไรกลุ่มสื่อนอกบ้านจะยังโตดีกว่ากลุ่ม คาด PLANB และ VGI ทำ New High บริษัทอื่นๆ คาด MAJOR กำไรปกติไม่ตื่นเต้น เพิ่ม 9.4% Q-Q แต่ลดลงเล็กน้อย 4.1% Y-Y จากฐานสูงปีก่อน เช่นเดียวกับ JKN คาดกำไรลดลง 14.2% Q-Q, 2.1% Y-Y แนวโน้มโดยรวม 1Q20 ยังไม่สดใสจากปัจจัยลบต่าง กระทบต่อเศรษฐกิจและการใช้เม็ดเงินโฆษณา ให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มเพียง “Neutral” โดยจากคาดกำไรปกติฟื้นตัวมากขึ้นในปีนี้ แต่สะท้อนใน PE เฉลี่ยกลุ่มปี 2020 ระดับ 27 เท่า ในกลุ่ม แนะนำ ซื้อสะสม PLANB (20TP10.20) จากคาดกำไรปกติปีนี้โตสูง 44% รวมผลบวก Synergy กับ VGI/ เริ่มสื่อโฆษณาใน 7 Eleven, Olympic 2020 ตามด้วย VGI (20TP10) จาก Upside น่าสนใจขึ้น และ MAJOR (20TP31) มองข้ามกำไรปกติไปใน 2Q20 สูงสุดของปี
อ่านเพิ่มเติม
05
กุมภาพันธ์
2020
Telecom Sector (Overweight), 5G Auction –ให้น้ำหนักการแข่งขันไม่รุนแรงมาก
(views 128)
การประมูล 5G แบบ Multi-band จะเกิดขึ้นวันที่ 16 ก.พ. นี้โดยล่าสุด Operator ทั้ง 5 รายเข้ายื่นซองประมูล 5G ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่คลื่น 2600 MHz ซึ่งเป็นหนึ่งในความถี่ย่านกลางที่เหมาะในการให้บริการ 5G และเราคาดว่าจะมีการแข่งขันสูงที่สุดในบรรดาคลื่นที่ประมูลรอบนี้ เราประเมินผลลัพท์ออกเป็น 3 Scenario โดยคาดราคาประมูลคลื่น 2600 MHz จะอยู่ในช่วง 2.5-5.0 พันลบ./ใบอนุญาต ขึ้นกับสภาพการแข่งขันและพิจารณาปัจจัยความพร้อมของ Handset ที่รองรับ 5G และโดยเฉพาะคลื่น 3500 MHz ที่จะถูกประมูลและนำมาใช้งานในอนาคต ซึ่งจากองค์ประกอบทั้งหมดเราเชื่อว่าการแข่งขันจะไม่รุนแรงมากและให้น้ำหนักกรณี Base-case มากที่สุด ซึ่งหากเป็นไปตามคาด เราจึงยังคงน้ำหนักการลงทุน Overweight โดยยังคงเลือก Top Pick เป็น ADVANC และ INTUCH
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2020
SEAFCO (BUY/20TP: 6.9), คาดกำไร 4Q19 อ่อนแอ ทั้งรายได้ และมาร์จิ้น
(views 105)
เดือนม.ค.ประกาศรับงานใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวม 459 ล้านบาท หลักๆเป็นทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง หนุนให้ Backlog ปัจจุบันคาดเร่งขึ้นสู่ระดับ 1.8 พันล้านบาท ทยอยรับรู้ถึง 3Q20 ขณะที่มีโอกาสรับงานเข้ามาเติม จากงานที่อยู่ระหว่างประมูลถึง 1.8 หมื่นล้านบาท โดยเราให้น้ำหนักกับการรับงานภาคเอกชน ทั้ง Mixed-use และตึกสูง ส่วนงานภาครัฐคาดเปิดประมูลได้ในปลายปีนี้ และเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2021 หลังงบประมาณปี 2020 มีแนวโน้มล่าช้า สำหรับแนวโน้ม 4Q19 คาดกำไรหดตัว 47.5% Q-Q และ 54% Y-Y ต่ำสุดในรอบ 6 ไตรมาส จากทั้งรายได้ที่อ่อนลง หลังงานใหญ่ใกล้ส่งมอบ บวกกับมาร์จิ้นที่ปรับลดจากสัดส่วนงานค่าแรงรวมวัสดุที่สูงขึ้น แต่คาดฟื้นตัวใน 1Q20 เราคงราคาเหมาะสม 6.90 บาท ราคาหุ้นมี Upside มากกว่า 10% จึงยังแนะนำซื้อ อย่างไรก็ดี ระยะสั้นยังขาดปัจจัยหนุน และแนะติดตามกรอบเวลาการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2020
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2020
Banks Sector (Neutral), 4Q19 Earnings Results
(views 145)
แนะนำ Neutral - Top Pick TISCO (ราคาเหมาะสม 2020 ที่ 112 บาท) ตัด SCB ออก
แนวโน้มปี 2020 คาดสินเชื่อจะ +4-5%Y-Y ดีกว่าปี 2019 ที่ +2%Y-Y ตามการฟื้นตัวของ GDP และคาดการณ์ของกำไรปี 2020 ที่ราว 2 แสนลบ. +1%Y-Y (จากกำไรจากเงินลงทุนที่ลดลง) ท่ามกลางคาดการณ์ระดับ ROE ที่ 10% ยังเป็นระดับที่ลดลงจากอดีต
ยังไม่มีเหตุผลใดที่จะทำให้กลับมาแนะนำซื้ออย่างเต็มที่ในหุ้นกลุ่มธนาคารจนกว่าจะเห็นปัจจัยบวกทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน ลักษณะการลงทุนเป็น Selective buy ในหุ้นธนาคารที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดย Top pick ได้ตัด SCB ออกหลังกำไรปี 2019 น่าผิดหวัง และน่าจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าที่คาดในปี 2020 แต่ยังแนะนำ TISCO (ได้รับผลกระทบจำกัดจากอัตราดอกเบี้ยขาลง และมีสำรองฯส่วนเกินรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ รวมทั้งคาดการณ์รักษาระดับผลตอบแทนเงินปันผลได้ในระดับสูงราว 7% ต่อปี) ราคาเหมาะสม 2020 ที่ 112 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2020
Tourism Sector (S-T Avoid), แนวโน้มกำไร 4Q19 ยังไม่ดี ความเสี่ยงเปิดจาก Corona Virus
(views 99)
เราคาดกำไรปกติ 4Q19 ของกลุ่มท่องเที่ยวยังไม่สดใส +48.8% Q-Q, -10.8% Y-Y (คาดทั้งปี 2019 -5.6% Y-Y) แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะฟื้นตัวแต่ถูกกดดันจากบาทแข็ง ขณะที่ธุรกิจอาหารถูกกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและบริการ Delivery ขณะที่การฟื้นตัวของกำไรในปี 2020 อาจช้ากว่าคาดโดยถูกกดดันจาก Corona Virus ซึ่งต้องจับตาว่าจะแพร่กระจายเป็นวงกว้างหลังเทศกาลตรุษจีนหรือไม่ เราจะมีการทบทวนประมาณการอีกครั้งหลังจากสถานการณ์เริ่มนิ่ง โดยระยะสั้นแนะนำให้ “ชะลอการลงทุน” โดยหากเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นในแง่การแพร่ระบาดที่ไม่รุนแรง เรามองเป็นจังหวะ “ซื้อ” โดย ERW คาดฟื้นตัวแรงที่สุดและยังเป็นตัวเลือกแรกของเรา
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2020
Healthcare Sector (Overweight), สปส.ปรับเพิ่มการจ่ายเงินแล้วในที่สุด
(views 129)
สปส.ประกาศปรับเพิ่มการจ่ายเงินสำหรับปี 2020 แล้วและใกล้เคียงกับที่สมาคมโรงพยาบาลเอกชนยื่นขอ โดย 3 ส่วนหลักปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 9.7% เรามองบวกโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจ่ายในส่วนโรคค่าใช้จ่ายสูง (RW>2) ที่เพิ่มขึ้นถึง 16.6% ซึ่งคาดว่าช่วยให้ตลาดคลายกังวลและลดความเสี่ยงเรื่องเงินไม่พอจ่ายในช่วงปลายปี เรายังประเมิน Upside ต่อกำไรปกติของโรงพยาบาลที่รับประกันสังคมราว 14-18% ส่วนภาพรวมปี 2020 เรายังคาดกำไรปกติกลุ่มฯเร่งตัวขึ้นเป็น +10.9% Y-Y (ยังไม่รวม Upside จากสปส.) จากปี 2019 ที่คาด -0.4% Y-Y ขณะที่ราคาหุ้นยังอยู่ในระดับไม่แพง ซื้อขายที่ระดับ PER เพียง 28.3 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่สูงกว่า 30 เท่า เราจึงยังคงน้ำหนักการลงทุน “Overweight” และยังเลือก BCH และ CHG เป็น Top Pick ส่วน BDMS ยังคงน่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
10
มกราคม
2020
Contractor Sector (Neutral), คาดงบประมาณปี 2020 อนุมัติคืนนี้ หนุนวัฎจักรการลงทุนรอบใหม่
(views 155)
น้ำหนักการลงทุน “Neutral” เลือก CK เป็น Top Pick ส่วนระยะสั้น แนะนำ PYLON เราให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง “เท่ากับตลาด” บนความคาดหวังของการเข้าสู่วัฎจักรการลงทุนรอบใหม่ หลังงบประมาณปี 2020 ลงมติได้คืนนี้ เปิดโอกาสเก็งกำไรตามข่าวงานประมูล ขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มฯปรับลงเฉลี่ย 20% ภายใน 3 เดือน ทำให้ปัจจุบันซื้อขายบน PE2020 เฉลี่ย 18.3x ต่ำกว่าปี 2016 ที่ 23.5x ซึ่งมี Backlog น้อยกว่าปัจจุบันถึง 1.4 เท่า และคิดเป็น PBV2020 ที่ 1.5x ต่ำสุดในรอบ 10 ปี อย่างไรก็ตาม เราคาดว่างานใหม่จะเปิดประมูลได้ในช่วง 2H20 ซึ่งจะรับรู้เป็นรายได้ชัดเจนในปี 2021 มากกว่า
เราเลือก CK (ราคาเหมาะสม 25 บาท) เป็นหุ้นเด่นของปี จากแนวโน้มผลประกอบการหลักปี 2020 ที่ฟื้นตัวเด่นสุดในกลุ่ม จากการเก็บเกี่ยวผลของการลงทุนในบริษัทร่วม หลัง BEM เปิดรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายครบเส้น และ CKP ที่เปิดดำเนินการโรงไฟฟ้าไซยะบุรีเต็มปี รวมถึงคาด CK จะมี Backlog แตะระดับเกือบแสนล้านบาทได้อีกครั้ง จากรอเซ็นรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และรับงานใหม่ ส่วนระยะสั้น แนะนำ PYLON (ราคาเหมาะสม 6.80) น่าสนใจในเชิงผลประกอบการใน 4Q19 ที่คาดโตเด่นสุดในกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
07
มกราคม
2020
Special Report : ภัยแล้ง 2020 อาจรุนแรงสุดในรอบ 40 ปี
(views 213)
o ภัยแล้ง เป็นลบต่อรายได้เกษตรกร แม้ราคาสินค้าเกษตรจะปรับตัวสูงขึ้น แต่มาจากปริมาณผลผลเสียหาย จากข้อมูลที่เรามี เราเห็นการลดลงของรายได้เกษตรกรตั้งแต่ปี 2001, 2005, 2009, 2012 และ 2016 ซึ่งจะมี Lag time ภายหลังผลผลิตเสียหายจากภัยแล้งราว 6 เดือน และพบว่าทุกๆ 4 ปี รายได้เกษตรกรจะลดลง Y-Y ซึ่งครั้งถัดไปจะอยู่ในปี 2020 พอดี
o กลุ่มที่จะได้ประโยชน์มากสุดคือ กลุ่มเนื้อสัตว์ (CPF), กลุ่มเครื่องดื่ม (CBG TACC) และผู้ผลิตน้ำ (TTW)
o กลุ่มที่จะได้ Sentiment เชิงบวกจากราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น คือ กลุ่มเกษตรต้นน้ำอย่าง ปาล์มน้ำมัน (UVAN LST), น้ำตาล (KSL) และยางพารา (STA NER
อ่านเพิ่มเติม
07
มกราคม
2020
Bank Sector (Neutral), 4Q19 Earnings Preview
(views 129)
คาดกำไรกลุ่มธนาคาร 4Q19 -17%Q-Q, +10.5%Y-Y และทั้งปี 2019 คาดกลุ่มธนาคารมีกำไร +4.3%Y-Y คาดการณ์กำไรรวม 9 ธนาคาร 4Q19 อยู่ที่ราว 4.57 หมื่นลบ. ลดลง 17%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 10.5%Y-Y กำไรที่ลดลง Q-Q เกิดจากคาดการณ์รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 3%Q-Q ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนส.ค. 2019, คาดการณ์รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง และคาดการณ์ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล กำไรที่เพิ่มขึ้น Y-Y เกิดจากค่าใช้จ่ายพิเศษและคาดการณ์การตั้งสำรองหนี้สูญลดลง
อ่านเพิ่มเติม
07
มกราคม
2020
Healthcare Sector (Overweight), 4Q19 ไม่เด่น แต่ปี 2020 ดูสดใส
(views 103)
กดดันการเติบโตของกำไร 4Q19 ของโรงพยาบาลที่รับประกันสังคมโดยเฉพาะ BCH และ CHG ให้เติบโตต่ำกว่าที่ควรจำเป็นและคาดกระทบกำไรปกติทั้งปี 2019 ราว 5-6% อย่างไรก็ตามแนวโน้มปี 2020 ยังคงสดใสโดยเรายังคาดหวังเชิงบวกต่อการปรับเพิ่มค่าหัวประกันสังคมซึ่งคาดว่าจะประกาศในช่วงต้นปีนี้ ขณะที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่คาดว่าจะเติบโตเร่งตัวหลังผ่านการลงทุนใหญ่ในปีที่ผ่านมา เราประเมินกำไรปกติปี 2020 +10.9% Y-Y จากปี 2019 ที่คาด -0.4% Y-Y ประกอบกับราคาหุ้นปรับตัวลงแรงทำให้ PER เหลือ 27.8 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่สูงกว่า 30 เท่า เราจึงปรับน้ำหนักการลงทุนขึ้นเป็น “Overweight” และเลือก BCH และ CHG เป็น Top Pick ส่วน BDMS ยังคงน่าสนใจสำหรับการซื้อลงทุนระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
03
มกราคม
2020
Food Sector (Positive), Local meat prices continue to increase in December
(views 111)
In December, the price of pigs in Thailand increased to Bt65 per kg (+8.3% M-M, flat Y-Y). The M-M increase is the second in a row. Also, it is flat Y-Y for the first time in four months. Although the concerns over ASF outbreaks persisted, both the state and the private sector continued to keep a close watch and controlled the situation well. Meanwhile, demand was still on the rise. We believe that some were exported to neighboring countries, which were facing shortage of pigs. In 2019, the average price of pigs was Bt68.42 per kg (+16.8% Y-Y). Also, it increased to Bt70 in early January.
อ่านเพิ่มเติม
30
ธันวาคม
2019
Special Report : ปี 2020 ฟื้นตัวอ่อนๆทั้งเศรษฐกิจและตลาดหุ้น
(views 127)
กลุ่มที่เราชอบสำหรับการลงทุนในปี 2020 ยังเป็น Domestic plays ที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนและท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว และกลุ่มการบริโภคที่ทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจที่เโตต่ำ ได้แก่กลุ่มการแพทย์ ค้าปลีก เกษตรและอาหาร ไฟแนนซ์ สื่อสาร และรับเหมาก่อสร้าง เรามีมุมมองเป็นกลางต่อกลุ่มธนาคาร ท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และอิเล็คทรอนิกส์ และมีมุมมองเป็นลบต่อกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี กลุ่มประกัน และยานยนต์
อ่านเพิ่มเติม
27
ธันวาคม
2019
Tourism Sector (Neutral), คาดหวังการ Turnaround ในปี 2020
(views 112)
เรามีมุมมองและความคาดหวังเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปี 2020 โดยคาดจำนวนนักท่องเที่ยวจะเติบโต +4.5% Y-Y ทำ New High ต่อเนื่องนำโดยตลาดจีนและอินเดียซึ่งมีประชากรและศักยภาพในการเติบโตสูง รวมถึงค่าเงินบาทที่คาดแข็งค่าอย่างจำกัดมากขึ้น ทำให้เราคาดว่าจะส่งผลบวกต่อธุรกิจโรงแรมให้กลับมาเติบโตอีกครั้งและประคองธุรกิจอาหารที่คาดยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ตามกำลังซื้อและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ต่ำ รวมถึงผลกระทบจากบริการ Delivery โดยเราคาดว่ากำไรปกติปี 2020 ของกลุ่มจะพลิกกลับมาเติบโต +9.8% Y-Y จากที่คาดชะลอตัวในปี 2019 เรายังคงน้ำหนักการลงทุน “Neutral” โดยเลือก Top Pick เป็น ERW จากการเป็น Pure Hotel Operator อย่างไรก็ตามความเสี่ยงสำคัญคือความไม่สงบทางการเมืองซึ่งหากเกิดขึ้นเราแนะนำให้หลีกเลี่ยงกลุ่มท่องเที่ยวทันที
อ่านเพิ่มเติม
19
ธันวาคม
2019
Commerce Sector (Overweight), ยังมองบวกต่อกลุ่มค้าปลีกในปีหน้า แต่รอผ่าน 1Q20 ไปก่อน
(views 271)
ให้น้ำหนักการลงทุน Overweight จังหวะลงทุนที่ดีคือ 2Q20 ส่วน Top Pick คือ CPALL เรายังคาดหวังการฟื้นตัวของกำลังซื้อในปีหน้า ช่วยหนุนการเติบโตของกำไรกลุ่มค้าปลีกอีกครั้ง และ Valuation ของกลุ่มดูน่าสนใจมากขึ้น ปัจจุบันเทรดบน Forward PE เฉลี่ยที่ 27 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 33.2 เท่า จึงให้น้ำหนักการลงทุนเป็น Overweight โดยมองจังหวะที่น่าลงทุนคือ 2Q20 เพราะได้เห็นผลกระทบของมาตรฐานบัญชีฉบับใหม่ TFRS 16 ชัดเจนใน 1Q20, อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักของหุ้นรายตัวในกลุ่ม ภายหลัง CRC เข้าเทรดในตลาดฯ ช่วง 1Q20 และน่าจะได้ปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อช่วงกลางปีของภาครัฐ จะเห็นว่าในช่วง 1Q20 ยังมีหลายประเด็นกดดันหุ้นกลุ่มค้าปลีก จึงคาดหวังราคาหุ้นจะฟื้นตัวได้ดีใน 2Q20 เป็นต้นไป
อ่านเพิ่มเติม
03
ธันวาคม
2019
Food Sector (Neutral), ภาพรวมราคาเนื้อสัตว์ในประเทศเดือน พ.ย.ฟื้นตัว ส่วนราคาปลาทูน่าทรงตัวต่ำ
(views 134)
แนะนำซื้อ CPF และ TU ส่วน GFPT แนะนำถือ เราคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มอาหาร (เนื้อสัตว์) Neutral ชอบสุดและแนะนำซื้อคือ CPF (ราคาเป้าหมาย 33 บาท) แนวโน้มกำไรจะดีตั้งแต่ 4Q19 ไปจนถึงปี 2020 เป็นอย่างน้อย เพราะวงจรขาขึ้นของราคาเนื้อสัตว์ได้เริ่มขึ้นแล้ว จากทั้งราคาหมู-ไก่ไทย และราคาหมูในเวียดนาม ในขณะที่ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ยังอยู่ในระดับต่ำ ส่วน TU แนะนำซื้อ (ราคาเป้าหมาย 17 บาท) เพราะราคาหุ้นปรับลงมาค่อนข้างมาก ทำให้ Valuation ถูก โดยราคาหุ้นปัจจุบันคิดเป็น Forward PE เฉลี่ย -2.5 S.D. แต่การฟื้นตัวของกำไรอาจไม่ตื่นเต้น และแนะนำถือ GFPT (ราคาเป้าหมาย 15 บาท) แม้แนวโน้มราคาไก่ดูสดใส แต่บริษัทอยู่ระหว่างฟื้นฟูสายการผลิตไก่แปรรูป ที่ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ จึงได้ทำการเปลี่ยนเครื่องจักรรุ่นใหม่ ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูนานกว่าคาด โดยคาดจะแล้วเสร็จใน 4Q20
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤศจิกายน
2019
Media Sector (Neutral), กำไรกลุ่ม 3Q19 ส่วนใหญ่ต่ำกว่าคาด แนวโน้มยังไม่สดใส
(views 121)
กำไรปกติ 3Q19 กลุ่มลดลง 37.9% Q-Q และ 21.1% Y-Y ส่วนใหญ่ต่ำกว่าคาด จากกลุ่มทีวีดิจิตอล โดยเฉพาะ WORK ตามด้วย BEC จากกำลังซื้ออ่อนแอ และการแข่งขันในธุรกิจทีวียังรุนแรง รวมทั้ง RS มีรายได้จากการขายสินค้าลดลงด้วย กลุ่มสื่อนอกบ้าน VGI กำไรดีกว่าคาดเล็กน้อย แต่มาจากรายได้ปันผล ขณะที่ธุรกิจหลักชะลอตัว ส่วน PLANB กำไรต่ำกว่าคาด จากค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้นเพื่อการขยายธุรกิจใหม่ๆ บริษัทอื่นๆ MAJOR และ JKN กำไรปกติตามคาด ลดลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่ยังเพิ่ม Y-Y จากฐานต่ำ แนวโน้มโดยรวม 4Q19 ยังไม่สดใสตามจากกำลังซื้อ เม็ดเงินโฆษณามีจำกัด และการแข่งขันยังรุนแรง เราปรับประมาณการกำไรปี 2019-2020 ของ WORK 37-39% BEC 31-45% RS 11-12% และ PLANB 4-5% และให้นำหนักการลงทุนกลุ่ม Media เพียง “Neutral” ซื้อสะสม PLANB (20TP10.20) จากคาดกำไรปกติปีหน้าโตสูง 44% รวมผลบวก Synergy กับ VGI/ เริ่มสื่อโฆษณาใน 7 Eleven, Olympic 2020 ตามด้วย MAJOR (20TP33) และ JKN (20TP6.40 จากเดิม 7.50 บาทโดยคาดที่กรณีแปลงหุ้นกู้แปลงสภาพ 50%) จากราคาหุ้นลงแรง upside น่าสนใจขึ้น แนะนำ ถือ สำหรับ WORK (20TP15.50) รอการปรับผังในช่วงต้นปี ส่วน BEC ปรับลดคำแนะนำจาก ถือ เป็น ขาย (20TP6.25) หลังปรับลดประมาณการและแนวโน้มธุรกิจหลักเดิมยังไม่สดใส
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤศจิกายน
2019
GDP 3Q19 ฟื้นเล็กน้อยจาก 2Q19 แต่ยังเป็นอัตราเติบโตต่ำ เชื่อศก.ผ่านจุดต่ำแล้ว
(views 117)
สภาพัฒน์ฯปรับ GDP ปีนี้ลงอีกครั้งเหลือ 2.6% (เดิม 2.7-3.2%) คาดปีหน้าโต 2.7-3.7% เราเชื่อว่าเศรษฐกิจผ่านจุดต่ำไปแล้ว แต่การฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างช้าๆเพราะมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะสงครามการค้าสหรัฐ-จีน และเงินบาทที่แข็งค่ามาก ซึ่งทำให้นโยบายการเงินและการคลังยังจำเป็นมากในการดูแลเศรษฐกิจ
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤศจิกายน
2019
Food Sector (Neutral), ภาพรวมราคาเนื้อสัตว์ในประเทศและราคาปลาทูน่าเดือน ต.ค. ยังแผ่วลงต่อ
(views 151)
แนะนำซื้อ CPF ส่วน TU และ GFPT รอก่อน เราคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มอาหาร (เนื้อสัตว์) Neutral โดยแนะนำซื้อ CPF ราคาเป้าหมายปีหน้า 33 บาท ล่าสุดเริ่มเห็นการฟื้นตัวของราคาหมูในไทย หากยังเพิ่มขึ้นยืนเหนือต้นทุนการเลี้ยงได้ กอปรกับราคาหมูในเวียดนามที่ปรับขึ้นแรง น่าจะช่วยชดเชยราคาไก่ไทยที่อ่อนตัวลง และช่วยหนุนผลประกอบการฟื้นตัวใน 1Q20 ส่วน TU ราคาเป้าหมายปีหน้า 20 บาท ยังไม่แนะนำ แม้ราคาหุ้นจะปรับลงมามาก แต่เริ่มมี Downside ต่อผลประกอบการทั้งบาทแข็งค่า และราคาปลาทูน่าล่าสุดที่ลดลงแรง อีกทั้งความกังวลคดี Price Fixing ยังไม่จบสมบูรณ์ น่าจะเป็นประเด็นกดดันราคาหุ้นต่อไป และ GFPT แนะนำให้รอดูการฟื้นตัวของสายการผลิตที่เจอเหตุไฟไหม้ ว่าจะสามารถฟื้นฟูกลับมาได้ทันตามแผนภายใน 4Q19 หรือไม่ (ล่าสุดทั้ง 5 สายการผลิตไก่ปรุงสุกยังไม่ได้กลับมาผลิต) ถ้าไม่ทัน มีแนวโน้มปรับลดกำไรปี 2020
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤศจิกายน
2019
Media Sector (Neutral), คาดกำไรกลุ่ม 3Q19 ไม่ตื่นเต้น กลุ่มสื่อนอกบ้านยังโตดีกว่ากลุ่ม
(views 134)
คาดกำไรปกติ 3Q19 กลุ่ม ไม่ตื่นเต้น ลดลง 24.2% Q-Q และ 3.9% Y-Y กำไรปกติที่ลดลง Q-Q จากกำไรปกติของ MAJOR ลดลงมาก Q-Q (แต่โตสูง Y-Y) ตามฤดูกาล และคาด BEC ขาดทุนจากการดำเนินงานปกติเพิ่ม Q-Q หุ้นในกลุ่มสื่อนอกบ้าน PLANB โตเด่นสุด เพิ่มทั้ง Q-Q, Y-Y ตามด้วย RS แต่เป็นกำไรเพิ่มจากฐานต่ำ ขณะที่ WORK คาดกำไรเพิ่มมาก Q-Q แต่ยังลดลงเล็กน้อย Y-Y ในทางกลับกัน คาดกำไรปกติของ VGI เพิ่มเล็กน้อย Q-Q โดยรายได้สื่อหลักทรงตัว Q-Q แต่ยังเพิ่มสูง Y-Y คงนำหนักการลงทุนกลุ่ม Media “Neutral” คาดกำไรปกติปีนี้ฟื้นตัวมากขึ้นในปีหน้า สะท้อนใน PE เฉลี่ยกลุ่มสูงที่ระดับ 33 เท่า Top-Pick: PLANB ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 10 บาท จากแนวโน้มกำไรปกติปีนี้โต 17% ปีหน้าโตสูง 34% รวมผลบวก Synergy หลัง VGI เข้าซื้อหุ้น 18.6% แต่ยังไม่รวมมูลค่าเพิ่มจากการซื้อหุ้น 19.6% ใน MACO หุ้นที่แนะนำ ซื้อสะสม คือ คือ MAJOR (20TP33) และ WORK (20TP24) เนื่องจากราคาหุ้นปรับลงมามาก มี Upside เกิน 10% แต่ระยะสั้น ยังไม่มีปัจจัยหนุนเชิงบวกมากนัก
อ่านเพิ่มเติม
04
พฤศจิกายน
2019
Property Sector (Neutral), แนวโน้ม 3Q19 ค่อยๆฟื้น Q-Q แต่ลด Y-Y เสี่ยงถูกปรับประมาณการลง
(views 135)
คงน้ำหนักการลงทุน “Neutral” …ระยะสั้นเสี่ยงถูกปรับเป้าลง รอเข้าลงทุนหลังงบ 3Q19 เราคงน้ำหนักกลุ่มฯ Neutral และยังมองว่าภาพรวมจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในลักษณะ U Shape ท่ามกลางสภาพตลาดอสังหาฯที่ยังเปราะบาง จากทั้งกำลังในและต่างประเทศที่ชะลอตัว บวกกับการแข่งขันสูง ทำให้ยอดขายมีโอกาสสูงที่พลาดเป้า และมีการเลื่อนเปิดโครงการใหม่หลายแห่ง เราจึงมองว่าตลาดจะมีการปรับประมาณการปี 2019-2020 ลงในระยะนี้ เชิงกลยุทธ์ แนะนำพิจารณาลงทุนหลังประกาศงบ 3Q19
เราแนะนำ Selective Buy และเลือก LH เป็น Top Pick จากแนวโน้มผลประกอบการ 4Q19 ที่โดดเด่น จากการโอนคอนโดใหม่ และมี Upside จากแผนขายโรงแรมเข้า REIT พร้อมคาดปันผลสูง 7-8% ต่อปี นอกจากนี้ AP เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในระยะยาว ในแง่ผลประกอบการที่คาด Turnaround ในปี 2020 จาก Backlog ที่แข็งแกร่ง ทั้งโครงการ JV และ AP ที่มียอดขาย 90-100%
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2019
Telecom Sector (Overweight), กสทช.เปิดเผยราคาประมูล 5G ค่อนข้างต่ำ ไม่กดดันอุตสาหกรรม
(views 137)
เรามีมุมมองเป็นบวกต่อราคาประมูล 5G ที่กสทช.เปิดเผยซึ่งค่อนข้างต่ำและสอดคล้องกับที่เราประเมินจาก Supply คลื่นที่มากขึ้นขณะที่ Demand ไม่ได้เร่งด่วนเหมือนยุค 4G รวมถึงยังมี Grace Period ไม่ต้องชำระค่าคลื่นบางช่วงเวลา ซึ่งผู้ให้บริการสามารถนำเม็ดเงินไปลงทุนขยายโครงข่ายก่อนได้ ทำให้เราไม่ค่อยกังวลนักต่อแรงกดดันด้านต้นทุนที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ประกอบกับการแข่งขัน ณ ปัจจุบันที่ค่อยๆลดความรุนแรงลงและให้ความสำคัญกับการทำกำไรมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะทำให้กำไรปกติของกลุ่มในปี 2019-2020 เติบโต 39.7% Y-Y และ 12.6% Y-Y ตามลำดับ เราจึงยังคงน้ำหนักการลงทุนเป็น Overweight โดยเลือก Top Pick เป็น ADVANC
อ่านเพิ่มเติม
30
ตุลาคม
2019
Healthcare Sector (Neutral), 3Q19E – โรงพยาบาลกลาง-เล็กยังดูดีกว่าโรงพยาบาลใหญ่
(views 147)
เราคาดกำไรปกติ 3Q19 ของกลุ่มการแพทย์ +40.8% Q-Q จาก High Season แต่ -2.1% Y-Y โดยโรงพยาบาลขนาดใหญ่อย่าง BDMS และ BH ยังเป็นตัวถ่วงกลุ่ม ขณะที่โรงพยาบาลขนาดกลาง-เล็กคาดเติบโตได้แข็งแรงกว่ากลุ่มทั้ง BCH CHG และ EKH แนวโน้มผลการดำเนินงาน 4Q19 คาดชะลอเล็กน้อย Y-Y ใกล้เคียง 3Q19 และทำให้กำไรปกติทั้งปี 2019 ชะลอชั่วคราว -0.7% Y-Y แต่คาดกลับมาเติบโตในระดับปกติได้ในปี 2020 ที่ +11.1% Y-Y จากเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะค่อยๆฟื้นตัวและมี Upside เพิ่มเติมหากมีการปรับเพิ่มค่าหัวประกันสังคมตามที่สมาคมโรงพยาบาลเอกชนยื่นขอ เรายังคงน้ำหนักการลงทุน “Neutral” และเลือก BCH และ CHG เป็น Top Pick ส่วน BDMS น่าสนใจสำหรับการซื้อลงทุนระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
28
ตุลาคม
2019
Tourism Sector (Neutral), แนวโน้มกำไร 3Q19 ยังฟื้นไม่เด่น
(views 116)
เราคาดกำไรปกติ 3Q19 ของกลุ่มท่องเที่ยวจะยังฟื้นตัวไม่โดดเด่นแม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะเริ่มกลับมาเติบโต แต่ถูกกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งและการบริโภคในประเทศที่ชะลอ โดยคาด CENTEL มีกำไรแย่สุด ส่วน MINT คาดยังโตได้จากแรงหนุนของ NHH เราคาดว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมและผลการดำเนินงานจะค่อยๆฟื้นตัวแบบ U-Shape ใน 4Q19 ต่อเนื่องปี 2020 จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดฟื้นตัวต่อเนื่องประกอบกับฐานที่ต่ำในปี 2019 โดยคาดกำไรปกติของกลุ่ม +3.2% Y-Y ในปี 2019 และเร่งตัวขึ้นเป็น +12.3% ในปี 2020 เรายังคงน้ำหนักการลงทุน “Neutral” โดยยังคงเลือก MINT เป็น Top Pick ขณะที่ ERW น่าสนใจในแง่การ Turnaround ปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2019
Property Sector (Neutral), มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง มุมมองบวกเล็กน้อย
(views 118)
คงน้ำหนักการลงทุน “Neutral” แนะนำ Selective Buy เลือก LH และ ORI เราคงน้ำหนักกลุ่มฯ Neutral และมีมุมมองเดิมต่อภาพการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในลักษณะ U Shape โดยคาด 3Q19 ฟื้นตัว Q-Q และเด่นสุดใน 4Q19 อย่างไรก็ตาม เรามองเห็นความเสี่ยงต่อการปรับลดเป้ายอดขายในปี 2019 หลังประเมินยอดขาย 3Q19 ของกลุ่มฯ อยู่ที่ 5.4 หมื่นล้านบาท (ทรงตัว Q-Q, -39% Y-Y) และ 9M19 คิดเป็น 65% ของเป้าทั้งปีที่ 2.5 แสนล้านบาท (-9% Y-Y) ทำให้มีโอกาสพลาดเป้า และตลาดมีแนวโน้มปรับประมาณการกำไรลง เบื้องต้น คาดประมาณการกลุ่มฯของเรามี Downside ราว 10% เชิงกลยุทธ์ นักลงทุนอาจรอเข้าลงทุนหลังประกาศงบ 3Q19 เรายังแนะนำ Selective Buy และเลือก LH, ORI เป็น Top Pick 1) LH จากโครงสร้างธุรกิจที่มั่นคง มี Recurring Income ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอสังหาฯ และปันผลสูง 7-8% ต่อปี โดย 4Q19 คาดเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี จากการโอนคอนโดใหม่ และมี Upside จากแผนขายโรงแรมเข้า REIT 2) ORI จากความสำเร็จของการเปิดโครงการใหม่ที่โดดเด่นเหนือตลาด 70% หนุนให้ยอดขาย YTD รองรับเป้าหมายทั้งปีสูงสุดในกลุ่มที่ 83% รวมถึง PE ต่ำ 5.5x และปันผลสูงราว 7% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2019
Banks Sector (Neutral), 3Q19 Earnings Results
(views 121)
คงแนะนำ Neutral เราคงคำแนะนำ Neutral จากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในระยะถัดไปอาจยังไม่ใช่ช่วงจังหวะที่ดีสำหรับการลงทุนในหุ้นกลุ่มแบงก์ ปัจจัยบวกเดียวคือราคาหุ้นที่ไม่แพง เราให้ TISCO (ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 112 บาท) เป็น Top pick ส่วน SCB (ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 150 บาท) ที่แนะนำไปต้องติดตามประเด็น NPL อีกครั้งก่อน
อ่านเพิ่มเติม
07
ตุลาคม
2019
Banks Sector (Neutral), 3Q19 Results Preview
(views 153)
คงน้ำหนักการลงทุนเป็น Neutral และ ปรับไปใช้เป้าหมายปี 2020 ปัจจัยบวกในปีหน้าคือการกลับรายการเงินสำรองฯส่วนเกินตามนโยบาย ธปท. และมาตรฐาน TFRS 9 ซึ่งน่าจะช่วยพยุงกำไรของกลุ่มธนาคารได้ อย่างไรก็ตามปัจจัยที่สำคัญกว่าคือความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจและการเติบโตของสินเชื่อที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมถึงแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งทำให้ Valuation ของกลุ่มยังคงถูกซื้อขายในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PBV ต่อไป (ROE ลดระดับลง) เรายังคงชอบธนาคารที่จ่ายเงินปันผลดีอาทิ TISCO (ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 116 บาท) และ TCAP (ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 62 บาท) ซึ่งยังได้รับประโยชน์จากต้นทุนทางการเงินที่อยู่ในระดับต่ำ เงินกองทุนและสำรองฯยังแข็งแกร่ง ส่วนแบงก์ใหญในปี 2020 ชอบ SCB (ราคาเหมาะสม 150 บาท) เราได้ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2020
อ่านเพิ่มเติม
02
ตุลาคม
2019
Food Sector (Neutral), ภาพรวมราคาเนื้อสัตว์ในประเทศและราคาปลาทูน่าเดือน ก.ย. อ่อนตัวลง
(views 177)
แนะนำซื้อ TU และเก็งกำไร GFPT ส่วน CPF แนะนำถือ เราคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มอาหาร (เนื้อสัตว์) Neutral โดยแนะนำซื้อ TU ราคาเป้าหมายปีนี้ 20 บาท ส่วน GFPT ราคาเป้าหมาย 17 บาท ด้วย Upside จำกัด จึงแนะนำเก็งกำไร (รอข่าวดีจากจีนอนุมัติโรงงานไก่ไทยส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ได้รับอนุมัติเพียง 7 โรง) และ CPF ราคาเป้าหมาย 30 บาท แม้ราคาหุ้นจะอ่อนตัวลงมา แต่ยังแนะนำเพียง ถือ เพราะมีปัจจัยลบระยะสั้นจากความกังวลโรค ASF ระบาดในไทย ทำให้ราคาหมูลดลงต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม
30
กันยายน
2019
Property Sector (Neutral), ราคาหุ้นปรับลงถึงจุดที่น่าสนใจในการทยอยสะสม
(views 120)
คงน้ำหนักการลงทุน “Neutral” แนะนำ Selective ชอบ LH และ ORI คงน้ำหนักกลุ่มฯ “เท่ากับตลาด” กลยุทธ์ Selective แนะนำ 1) LH จากโครงสร้างธุรกิจที่มั่นคง และปันผลสูง 7.6% ต่อปี โดย 4Q19 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุด จากการโอนคอนโดใหม่ และมี Upside จากแผนขายโรงแรมเข้า REIT 2) ORI จากความสำเร็จของการเปิดโครงการใหม่ที่โดดเด่นเหนือตลาด หนุนให้ยอดขาย YTD ทำได้แล้ว 2.2 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 79% ของเป้าทั้งปี รวมถึง PE ต่ำ 6x และปันผลสูงเกือบ 7% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
26
กันยายน
2019
รัฐคลอดพิกัดภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มใหม่สำหรับ Functional Drink
(views 145)
ครม.เห็นชอบมาตรการภาษีสรรพสามิต 2 มาตรการ สำหรับกลุ่มเครื่องดื่ม Functional Drink จากเดิมที่ไม่มีกลุ่มเฉพาะของตนเอง และถูกจัดเก็บภาษีในอัตราเดียวกับเครื่องดื่มประเภทอื่นอย่าง 02.02 น้ำอัดลม และ 02.03 น้ำผัก และผลไม้ (หมายเหตุ ครั้งนี้เป็นภาษีสรรพสามิตในฝั่งของมูลค่า ไม่ใช่ ภาษีปริมาณหรือภาษีน้ำตาล)
อ่านเพิ่มเติม
18
กันยายน
2019
Banks Sector (Neutral), ธนาคารน่าจะมีผลสุทธิเป็นบวกเล็กน้อยต่อ TFRS9
(views 186)
TFRS 9 เราคาดว่าผลกระทบจะเป็นเชิงบวกต่อกลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะในประเด็นของการตัดใช้สำรองฯส่วนเกิน โดยสรุปแล้วจากแนวปฏิบัติของ TFRS 9 เราคาดว่าผลกระทบจะเป็นเชิงบวกต่อกลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะในประเด็นของการตัดใช้สำรองฯส่วนเกิน (น่าจะเห็นผลบวกในงบงวด 3Q20) อย่างน้อยคาดว่าประเด็นค่าใช้จ่ายสำรองฯจะไม่กระทบผลประกอบการในปี 2020 ค่อนข้างแน่ แม้กระนั้นที่ต้องติดตามต่อและเป็นปัจจัยเสี่ยงอยู่คือภาวะเศรษฐกิจและการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอตัวลง ซึ่งอาจทำให้กลุ่มแบงก์ยังไม่มี catalyst ระยะสั้น
อ่านเพิ่มเติม
18
กันยายน
2019
Healthcare Sector (Neutral), ราคาหุ้นปรับฐานเป็นโอกาสในการลงทุนรอบใหม่
(views 140)
เราคาดว่าผลการดำเนินงานของกลุ่มการแพทย์ผ่านจุดต่ำสุดแล้วใน 2Q19 และคาดว่าจะเติบโตเร่งตัวขึ้นในช่วง 2H19 (+10% H-H, +3.4% Y-Y) โดยโรงพยาบาลระดับกลางที่รับประกันสังคมคาดมีการเติบโตที่โดดเด่นกว่าโรงพยาบาลระดับบนเนื่องจากมีปัจจัยลบเฉพาะตัว ขณะที่การเติบโตของกำไรในปี 2020 คาดโตแรงตัวขึ้นเป็น +11.1% Y-Y จากฐานปี 2019 ที่ต่ำโดยคาดชะลอตัวเล็กน้อย -0.7% Y-Y นอกจากนี้โรงพยาบาลที่รับประกันสังคมยังมีลุ้นข่าวดีเพิ่มเติมและเป็น Upside ของประมาณการจากโอกาสในการปรับเพิ่มการจ่ายเงินในปี 2020 ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณา เรายังคงน้ำหนักการลงทุน Neutral สำหรับกลุ่มฯ อย่างไรก็ตาม SETHELTH ที่ -8.2% YTD สวนทาง SET ที่ +6.4% YTD ถือเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนรอบใหม่ โดยเลือก Top Pick เป็น BCH และ CHG ขณะที่ BDMS เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
05
กันยายน
2019
Telecom Sector (Overweight), ภาพอุตสาหกรรมบวก//ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอน
(views 146)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางการแข่งขันของกลุ่ม Mobile Operatorในช่วง 2H19 ที่คาดว่ายังลดความรุนแรงลงต่อเนื่องหลังทุกรายถอน Fixed-Speed Unlimited Package ออกจากตลาด ทำให้ ARPU และรายได้กลับมาเติบโตในอัตราเร่งตั้งแต่ 2Q19 ซึ่งสะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการทำกำไรมากขึ้นจากเดิมที่มุ่งแย่งชิง Market Share ขณะที่การประมูล 5G ในอนาคตเราคาดจะไม่กดดันผลการดำเนินงานอย่างมีนัยยะเหมือนยุค 4G จากทั้งปริมาณคลื่นในมือปัจจุบันของผู้ให้บริการแต่ละรายที่มากพอสมควร รวมถึงโครงข่าย 5G จะเป็นการทยอยลงทุน นอกจากนี้ ปริมาณคลื่นใหม่ที่นำมาประมูลมี Bandwidth มากกว่าในอดีตอย่างมีนัยยะ ทำให้ทั้งในแง่ราคาและเงื่อนไขการชำระเงินคาดว่าจะผ่อนคลายขึ้นอย่างมาก ซึ่งจากภาพที่ค่อนข้างเป็นบวก เราจึงปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนเป็น Overweight โดยยังคงเลือก Top Pick เป็น INTUCH
อ่านเพิ่มเติม
29
สิงหาคม
2019
Property Sector (Neutral), 2Q19 อ่อนแอตามคาด // Developer ปรับเป้าลง หลายปัจจัยยังกดดัน
(views 122)
คงน้ำหนักการลงทุน “Neutral” ภาพอสังหาฯยังเปราะบาง แต่ Valuation ต่ำ และปันผลเด่น แม้คาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดแล้วใน 2Q19 แต่ภาพรวมยังอ่อนไหว และมีหลายปัจจัยเสี่ยงต้องติดตาม ทำให้มองว่าระยะสั้นตลาดยังไม่สามารถฟื้นกลับไปจุดเดิมได้ อย่างไรก็ดี Valuation บน PE2019-2020 ต่ำ 9x เทียบเท่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี -1SD พร้อมคาดผลตอบแทนปันผล 6-7% ต่อปี เราคงน้ำหนักกลุ่มฯ “เท่ากับตลาด” แนะนำหุ้นปลอดภัยอย่าง LH จากปันผลเด่น 7% ต่อปี และมี Upside จากแผนขายโรงแรมเข้า REIT ใน 4Q19 นอกจากนี้ ORI น่าสนใจแง่ผลตอบรับเปิดโครงการใหม่เด่น 70% ชนะตลาดที่ 40% รวมถึง PE ต่ำ 5.5x และมี Downside ต่อประมาณการจำกัดบน Backlog ที่รองรับแล้ว 82%
อ่านเพิ่มเติม
28
สิงหาคม
2019
Tourism Sector (Neutral), แนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวไม่ใช่ V-Shape
(views 125)
จำนวนนักท่องเที่ยวเดือน ก.ค. 19 +4.7% Y-Y เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นโดยตลาดจีนเริ่มพลิกกลับมาเติบโตได้ครั้งแรกในรอบ 6 เดือน ขณะที่อินเดียยังคงโตแรงต่อเนื่อง ซึ่งช่วยชดเชยตลาดยุโรปที่หดตัวได้ อย่างไรก็ตามแม้เรามองอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่การฟื้นตัวคาดว่ายังไม่เป็น V-Shape เนื่องจากยังมีแรงกดดันจากประเด็นสงครามการค้าและ Brexit โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างมีนัยยะจากปีก่อนราว 8-10% เทียบกับสกุลเงินหลัก เราจึงลดน้ำหนักการลงทุนเป็น “Neutral” โดยยังคงเลือก MINT เป็น Top Pick จากธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศที่แข็งแกร่ง
อ่านเพิ่มเติม
22
สิงหาคม
2019
Special Report, มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อหวังช่วย GDP 0.6%
(views 120)
ครม.เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือและกระตุ้นกำลังซื้อวงเงิน 3.16 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณปี 2562 บางส่วนและวงเงินสินเชื่อของสถาบันการเงินของรัฐบางส่วน เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรรายย่อย เป็นมาตรการเฉพาะหน้าและระยะสั้น หวังกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศเพื่อชดเชยภาคส่งออกที่เผชิญมรสุมเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าชะลอ มาตรการดังกล่าวหากได้ประสิทธิผลคาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้น GDP ได้ 0.6% โดยประกอบด้วยมาตรการ 4 ด้าน
อ่านเพิ่มเติม
21
สิงหาคม
2019
20
สิงหาคม
2019
Special Report : GDP 2Q19 โตต่ำสุดในรอบ 18 ไตรมาส และน่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้
(views 103)
GDP 2Q19 ของไทย +2.3% Y-Y ชะลอติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 และเติบโตต่ำสุดในรอบ 18 ไตรมาส สาเหตุหลักมาจากภาคส่งออกที่หดตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่สอง -4.2% Y-Y จากผลของ Trade war ถ้าหักการส่งออกทองคำ ส่งออกกลายเป็นหดตัวมากถึง -5.3% Y-Y เพิ่มจาก 1Q19 ที่ -3.8% Y-Y สินค้าที่หดตัวแรงเป็นสินค้าประมง สินค้าเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรม ตลาดที่หดตัวแรงยังเป็นตลาดจีน (ลดลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 4) ออสเตรเลีย (ตามการลดลงของรถยนต์ส่งออก) และตลาดอาเซียน แต่ตลาดสหรัฐขยายตัวต่อเนื่อง (ได้อานิสงส์จากสงครามการค้าแต่ไม่สามารถชดเชยกันได้)
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2019
Bank Sector (Neutral), ผลกระทบของการปรับลด MRR, MOR ต่อกลุ่มแบงก์
(views 169)
คาดส่งผลต่อ NIM และกำไรสุทธิจำกัด เมื่อวานนี้ KBANK, KTB, BBL และ SCB ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRR, MOR ลง 0.25% เพือเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับลูกค้าในกลุ่มสินเชื่อ SME และ Retail
ธนาคารทั้งสี่เป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในระบบการเงินไทย ทั้ง 4 ธนาคารมีสัดส่วนสินเชื่อที่ให้กับกลุ่ม SME และสินเชื่อรายย่อย (ไม่นับรวม Consumer loan) ราว 40% ของสินเชื่อรวม โดย KBANK มีสัดส่วนสินเชื่อดังกล่าวสูงสุดที่ราว 50% ของสินเชื่อรวม จากการวิเคราะห์ความอ่อนไหวของ NIM และ กำไรสุทธิ ต่อผลกระทบของการปรับลด MRR และ MOR ลง 0.25% โดยให้ตัวแปรอื่นคงเดิม พบว่าจะส่งผลต่อ NIM ราว 0.07% ต่อปี และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ต่อ 4 แบงก์หลักเฉลี่ยราว 4.1% ต่อปี
อย่างไรก็ตามบนการปรับลดลง MRR 0.5% ในปี 2017 เราพบว่าไม่ส่งผลกระทบต่อ NIM เลย เนื่องจาก CoF ประหยัดลงได้ในอัตราที่มากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2019
Bank Sector (Neutral), การรวมกันเป็นบวกระยะยาว
(views 151)
TMB ประกาศเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นเดิมเป็น TSR และการเพิ่มทุน PP เพื่อซื้อ TBANK TMB เพิ่มทุนหุ้นสามัญจำนวน 62,371.7 ล้านหน่วย เพื่อระดมเงินจำนวน 106,400 ลบ. รวมกับการออกตราสารหนี้และสภาพคล่องอีกส่วนหนึ่งเพื่อระดมเงินทั้งสิ้น 1.5 แสนลบ. เพื่อเข้าซื้อ TBANK ในเบื้องต้น TMB จะมีการออก TSR (ใบแสดงสิทธิที่เปลี่ยนมือได้สำหรับการซื้อหุ้นเพิ่มทุน) ในอัตราส่วน 1.39 หุ้นเดิมต่อ 1 TSR เพื่อใช้สิทธิในการซื้อ TMB 1 หุ้นในราคาเพิ่มทุน 1.35-1.60 บาท (ยังไม่กำหนด) จากนั้นจะเป็นการเพิ่มทุนให้สำหรับ TCAP และ BNS รวมถึงรายอื่นๆ ในราคาเท่ากับ 1.1 เท่าของมูลค่าทางบัญชีภายหลังการเพิ่มทุน RO
อ่านเพิ่มเติม
08
สิงหาคม
2019
Bank Sector (Neutral), Surprise from MPC !!
(views 122)
ปรับลดน้ำหนักของกลุ่มเป็น Neutral พิจารณาการเข้าซื้อธนาคารขนาดเล็กเป็นหลักก่อนแบงก์ใหญ่ เราปรับลดคำแนะนำเป็น Neutral จากเดิม Overweight ในช่วงสั้น นักลงทุนน่าจะพิจารณาลงทุนในธนาคารขนาดเล็กก่อนเพราะจะได้ประโยชน์จากต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง เราแนะนำ TISCO (ราคาเหมาะสม 105 บาท) และ TCAP (ราคาเหมาะสม 60 บาท) ส่วนกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ขาดปัจจัยเป็นบวกจากภาพเศรษฐกิจทำให้ขาด Catalyst การลงทุนในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ มีเพียงมูลค่าหุ้นที่ลงมาซื้อขายในระดับราคาที่ไม่แพงและมีความน่าสนใจเชิงมูลค่า ซึ่งเราแนะนำ KBANK (ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 212 บาท) และ SCB (ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 152 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
05
สิงหาคม
2019
Property Sector (Neutral), แนวโน้ม 2Q19 คาดเป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนจะฟื้นตัวใน 2H19
(views 156)
คงน้ำหนักการลงทุน “Neutral” …ระยะสั้นเสี่ยงถูกปรับเป้าลง รอเข้าลงทุนหลังงบ 2Q19 เราคงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” สำหรับกลุ่มอสังหาฯ และแนะนำเลือกลงทุนหุ้นปลอดภัยอย่าง LH จากทั้งแนวโน้มผลประกอบการ 2Q19 ออกมาดีกว่ากลุ่ม และความน่าสนใจในฐานะหุ้นปันผลเด่น คาดให้ผลตอบแทนเงินปันผลงวด 1H19 ที่ 2.7% (ทั้งปีคาด 6.8%) รวมถึงโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง และมี Upside Risk จากแผนการขายโรงแรม Grande Centre Point Sukhumvit 55 เข้า REIT ใน 4Q19
แม้จุดเด่นของหุ้นกลุ่มนี้คือ ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2019-2020 ต่ำเพียง 7.8 เท่า และจ่ายปันผลสูง 6-7% ต่อปี แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นเฉลี่ย +16% YTD Outperform SET ที่ +8% ทำให้หุ้นหลายตัวมี Upside จำกัดเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมของเรา นอกจากนี้ ระยะสั้น อาจถูกกดดันจากกำไร 2Q19 ที่อ่อนแอ รวมถึงมีความเสี่ยงในการปรับลดเป้าหมายยอดขาย และแผนการเปิดโครงการใหม่ ส่งผลให้ตลาดมีโอกาสปรับประมาณการปีนี้ลง เชิงกลยุทธ์จึงแนะนำรอเข้าลงทุนหลังประกาศงบ 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
10
กรกฏาคม
2019
Healthcare Sector (Neutral), 2Q19E - Mixed Earnings Expected
(views 217)
เราคาดแนวโน้มกำไร 2Q19 ของกลุ่มการแพทย์จะยังไม่โดดเด่นจาก Low Season และการบึนทึกรายการพิเศษทั้งผลประโยชน์พนักงานและปสป.ที่จ่ายเงินได้น้อยกว่าคาดในส่วนโรคซับซ้อน ยกเว้น EKH ที่คาดมีกำไรโดดเด่นสวนทางกลุ่มจากศูนย์ IVF อย่างไรก็ตามคาดว่าผลการดำเนินงานของกลุ่มได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วและจะกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วง 2H19 จากอานิสงส์ของ High Season ในไตรมาส 3 ขณะที่หลายโรงพยาบาลมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวช่วยหนุน ซึ่งคาดว่าจะทำให้กำไรปกติปี 2019 เติบโตได้ +5.5% Y-Y (เทียบกับ 1H19 ที่คาด -0.6% Y-Y) ใกล้เคียงการเติบโตของกำไร SET ที่ +6.3% เราคงน้ำหนักการลงทุน “Neutral” และเลือก EKH และ BCH เป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
04
กรกฏาคม
2019
Tourism Sector (Overweight), แนวโน้มกำไร 2Q19 ชะลอตัว...ยกเว้น MINT
(views 159)
เราคาดกำไรปกติ 2Q19 ของ CENTEL และ ERW จะหดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y จาก Low Season และภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ชะลอตัวต่อเนื่องและค่าเงินบาทที่แข็ง แต่สำหรับ MINT คาดว่ากำไรปกติจะโตแรง +90.7% Q-Q, 226.5% Y-Y จากอานิสงส์ของ NHH ซึ่งอยู่ในช่วง High Season อย่างไรก็ตามเราคาดว่าภาวะอุตสาหกรรมและผลประกอบการของกลุ่มท่องเที่ยวได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วง 1H19 และมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลังจากทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดโตเร่งตัวและ Upside การแข็งค่าของเงินบาทที่จำกัดเพราะเริ่มกระทบเศรษฐกิจ เราจึงยังคงน้ำหนักการลงทุน “Overweight” โดยยังคงเลือก MINT เป็น Top Pick ขณะที่ ERW น่าสนใจมากขึ้นในแง่การ Turnaround
อ่านเพิ่มเติม
20
มิถุนายน
2019
Telecom Sector (Neutral), 3 ค่ายยื่นรับคลื่น 700 MHz โดยรวมมองเป็นกลาง
(views 144)
เรามีมุมมองเป็นกลางต่อ ADVANC และ TRUE แต่เป็นลบกับ DTAC หลังยื่นขอรับจัดสรรคลื่น 700 MHz จากกสทช. โดยมองว่า DTAC ได้ประโยชน์จากการขยายเวลาชำระคลื่น 900 MHz น้อยกว่าคู่แข่ง ขณะที่ต้นทุนส่วนเพิ่มของ ADVANC และ TRUE ที่ต่ำกว่าคาดมีโอกาสชดเชยได้จากบริการ 5G ในอนาคตที่ช่วยสร้างรายได้และกำไรในระยะยาว (ดูรายละเอียดจากตารางหน้า 2) ขณะที่แง่ประมาณการกำไรปี 2020-2021 ADVANC และ TRUE คาดว่าจะไม่ถูกดดันจากต้นทุนคลื่น 700 MHz เพราะชดเชยได้จากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง ขณะที่ DTAC อาจมี Downside เล็กน้อยจากภาระการจ่ายเงินที่สูงขึ้นในปี 2020 ส่วนแง่ราคาดัชนีกลุ่ม ICT ปรับตัวขึ้น 5.6% MTD ซึ่งสะท้อนประเด็นบวกต่างๆไปพอสมควรทั้งในแง่การแข่งขันและการชนะคดีความกับภาครัฐ เราจึงยังคงน้ำหนักการลงทุนเพียง “Neutral” โดยเลือก TRUE เป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
07
มิถุนายน
2019
Healthcare Sector (Neutral), 2Q19 ชะลอชั่วคราว แต่ 2H19 กลับมาโตดี
(views 260)
เราคาดแนวโน้มกำไร 2Q19 ของกลุ่มการแพทย์จะชะลอตัวชั่วคราวจาก Low Season และรายการพิเศษทั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานจากกฎหมายใหม่และสำนักงานประกันสังคมที่จ่ายเงินได้น้อยกว่าคาดในส่วนโรคซับซ้อน อย่างไรก็ตามคาดว่าทิศทางกำไรในช่วง 2H19 จะกลับมาเติบโตในระดับที่ดีอีกครั้งทั้งอานิสงส์ของ High Season ในไตรมาส 3 รวมถึงแรงหนุนเพิ่มเติมจากปัจจัยบวกเฉพาะตัวของแต่ละบริษัท ขณะที่มาตรการคุมค่ายาที่ออกมาเราคาดกระทบจำกัดเนื่องจากโดยรวมเน้นเรื่องความโปร่งใสและชัดเจนแก่ผู้บริโภคแต่ไม่มีการควบคุมเพดาน เราจึงยังคงคาดการณ์กำไรปกติปี 2019 ของกลุ่ม +6.3% Y-Y คงน้ำหนักการลงทุน “Neutral” และเลือก BCH และ EKH เป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
07
มิถุนายน
2019
Contractor Sector (Overweight), แนวโน้ม 2Q19 เติบโต Y-Y รับปัจจัยบวกจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
(views 235)
น้ำหนักการลงทุน “Overweight” โดยมี Top Pick เป็น CK และ SEAFCO เรายังให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง “มากกว่าตลาด” จากงานในมือของกลุ่มที่อยู่ในระดับสูง โดยโครงการใหญ่หลายแห่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และรับรู้รายได้เร่งขึ้นในลักษณะ S-curve ขณะที่มีโอกาสรับงานใหม่อีกมาก จาก Action Plan ในปี 2019 รวม 41 โครงการ วงเงินลงทุน 1.77 ล้านล้านบาท ขณะที่ Valuation ของกลุ่มถือว่าไม่แพง ซื้อขายบน PE2019 เฉลี่ย 23x ต่ำกว่าปี 2016 ที่ 23.5x ซึ่งมี Backlog รวม 1 แสนล้านบาท หรือน้อยกว่าปัจจุบันถึง 1.4 เท่า
เราเลือก Top Pick เป็นผู้รับเหมารายใหญ่อย่าง CK (ราคาเหมาะสม 32 บาท) ในแง่งานในมือที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัว จากฐานต่ำที่ 4.4 หมื่นล้านบาท เร่งขึ้นแตะ 1 แสนล้านบาทอีกครั้งในรอบ 4 ปี หลังเซ็นสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงในนามกลุ่ม CP (CK ถือ 5%) ภายในเดือนนี้ ราคาหุ้น Laggard ซื้อขายบน PBV ที่ 1.8x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 2.1x และต่ำกว่า NAV ที่ถือในบริษัทลูกที่ 46 บาท/หุ้น นอกจากนี้ ชอบ SEAFCO (ราคาเหมาะสม 10.20 บาท) ในฐานะผู้รับเหมาฐานรากที่ได้รับประโยชน์อันดับแรกจากการเร่งงานประมูล ราคาหุ้นปรับลด -7% YTD สวนทางกับกลุ่มที่ +11.6% และซื้อขายบน PE2019 เพียง 15x เท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีต -1SD ขณะที่ STEC ที่เราแนะนำไปก่อนหน้า ราคาหุ้นปรับขึ้น +28.7% YTD Outperform กลุ่ม จนมี Upside ต่ำกว่า 10% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 28.50 บาท จึงปรับลดคำแนะนำจากซื้อ เป็นถือหรือซื้อเมื่ออ่อนตัว

อ่านเพิ่มเติม
04
มิถุนายน
2019
Special Report : โลกอาจต้องอยู่กับสงครามการค้าถึงปีหน้า
(views 150)
ภาพความเปราะบางในหลายธุรกิจในไตรมาสแรก และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในอนาคตจากผลของสงครามการค้าที่ยืดเยื้อซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อของจีนและมีผลต่อไปถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (กลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี เกษตร) การส่งออกสินค้า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งยังต้องจับตาด้วยความหวัง การค้าขาย ผลกระทบบานปลายไปหลายกลุ่มธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก เราปรับลดประมาณกำไรของ บจ. ใน FSS coverage ในปีนี้ลงจากเดิมโต 10.7% เหลือโต 6.5% เป็น EPS 104.79 บาท อิง PE 16.4 เท่าซึ่งถ่วงน้ำหนักแต่ละกลุ่ม จะได้ดัชนีที่เหมาะสม 1,720 จุด ลดจากเป้าเดิมที่ 1,800 จุด ทั้งนี้ SET Target ใหม่อยู่บนสมมติฐานสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ ซึ่งเราให้น้ำหนักมากกว่าการเมืองในประเทศ แนะนำให้โฟกัสธุรกิจที่มีรายได้ในประเทศ ฐานะการเงินมั่นคง ไม่มีหนี้เกินตัว มีความทนทานต่อเศรษฐกิจที่ผันผวนได้ แนะนำกลุ่มค้าปลีกสินค้าจำเป็น (CPALL) สื่อสาร (ADVANC) โรงพยาบาล (BCH, EKH) รับเหมา (STEC, SEAFCO) กลุ่มเครื่องดื่มที่ฟื้นตัว (TACC, ICHI) โรงไฟฟ้า (EA, BGRIM, GUNKUL) และแบงก์ขนาดใหญ่ (BBL, KBANK) เป็นต้น
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤษภาคม
2019
GDP 1Q19 โตต่ำสุดในรอบ 17 ไตรมาส ส่งออกเป็นตัวฉุดและสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง
(views 140)
แนวโน้ม 2Q19 ได้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกลางปี 1.32 หมื่นลบ. หนุนการบริโภค แต่สงครามการค้าที่ยื้ดเยื้อบานปลายกว่าคาดมาก อาจทำให้ส่งออกปีนี้ทำได้เพียงทรงตัวจากปีก่อน กดดัน GDP ให้โตได้เพียง 3.1% กลุ่มที่น่าหลีกเลี่ยงไปก่อนระยะนี้ได้แก่ กลุ่มอิเล็กทรอนิคส์ และหุ้นที่อิงการบริโภคของจีน TKN, CBG, BEAUTY, AAV
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2019
Media Sector (Neutral), คาดกำไรกลุ่ม 1Q19 ไม่ตื่นเต้น อ่อนลง Q-Q ดีขึ้นเล็กน้อย Y-Y
(views 145)
คาดกำไรปกติ 1Q19 ของกลุ่ม ไม่ตื่นเต้น อ่อนลง 4.6% Q-Q แต่ดีขึ้นเล็กน้อย 13.4% Y-Y บริษัทส่วนใหญ่ ยกเว้น JKN และ WORK มีกำไรลดลง Q-Q ตามฤดูกาลและการชะลอการใช้เม็ดเงินโฆษณารอความชัดเจนของการเลือกตั้ง ขณะที่กำไรรวมกลุ่มเพิ่มเล็กน้อย Y-Y ส่วนใหญ่มาจากกำไรปกติที่โตสูงของ MAJOR (+33% Y-Y) จากหนังทำเงินหลายเรื่อง ตามด้วย PLANB VGI และ RS โต 11-12% Y-Y แม้น้อยกว่าเคยคาด ขณะที่ WORK กำไรลดลง Y-Y มากสุดตาม Rating ที่ยังไม่ฟื้น และ BEC ยังขาดทุนมาก เราคงนำหนักการลงทุนกลุ่ม Media “Neutral” คาดกำไรปกติปีนี้ฟื้น และราคาหุ้นรับม.44 เยียวยาทีวีดิจิตอล สะท้อนใน PE เฉลี่ยกลุ่มสูงที่ราว 38 เท่า Top-Pick : MAJOR และ PLANB ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 33 บาท และ 8 บาท ตามลำดับ และปรับคำแนะนำ JKN ลงเป็น ถือ จากเดิม ซือ หลังราคาหุ้นขึ้นมามี Upside แคบลง เทียบกับราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 9 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤษภาคม
2019
Property Sector (Neutral), แนวโน้มกำไร 1Q19 เติบโต Y-Y แต่อ่อนตัว Q-Q
(views 181)
คงน้ำหนักการลงทุน Neutral และ Top Pick เป็น SPALI พร้อมแนะนำ LH, QH กับผู้ที่ชอบปันผล ภายใน 1 เดือน ราคาหุ้นกลุ่มอสังหาฯปรับขึ้นเฉลี่ย +4% YTD Outperform SET ที่ +2% สะท้อนความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นอสังหาฯไปแล้ว ขณะที่เราประเมินว่ายอดขายปี 2019 ของกลุ่มโตในอัตราที่ชะลอตัวเหลือ +1% Y-Y เทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปีที่ +23% CAGR รวมถึงผลประกอบการทั้งปีคาดทำได้เพียงทรงตัว Y-Y ส่วนการออกมาตรการลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกสร้างความผิดหวังต่อตลาด และไม่บรรเทาผลกระทบจากเกณฑ์ LTV ใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม จุดเด่นคือ Valuation ที่ถูก PE2019-2020 เฉลี่ย 8.6x พร้อมจ่ายปันผลสูง 6% ต่อปี จำกัด Downside ดังนั้น เราคงให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “เท่ากับตลาด” และคงเลือก Top Pick เป็น SPALI เนื่องจากเน้น Real Demand และกระจายพอร์ตได้ดี โดยระยะสั้นมี Catalyst จากการเปิดโครงการใหญ่ Supalai Icon Sathorn ในวันที่ 25-26 พ.ค.นี้ รวมถึงแนะนำ LH, QH เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ชอบปันผล จากคาดการณ์ผลตอบแทนปันผลราว 7% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
03
พฤษภาคม
2019
Contractor Sector (Overweight), แนวโน้ม 1Q19 ขยายตัวดี Y-Y // ปีทองของการเติมงานในมือ
(views 366)
น้ำหนักการลงทุน “Overweight” โดยมี Top Pick เป็น STEC และ SEAFCO เรายังให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง “มากกว่าตลาด” จากงานในมือของกลุ่มที่อยู่ในระดับสูง โดยโครงการใหญ่หลายแห่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และรับรู้รายได้เร่งขึ้นในลักษณะ S-curve ขณะที่ความเข้มข้นของการประมูลตาม Action Plan ในปี 2019 รวม 41 โครงการ วงเงินลงทุน 1.77 ล้านล้านบาท จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มฐานงานในมือที่ปัจจุบันอยู่ที่ 1.6 แสนล้านบาทเร่งขึ้นทำสถิติใหม่อีกครั้ง รองรับการเติบโตของรายได้ธุรกิจในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ขณะที่ Valuation ของกลุ่มถือว่าไม่แพง ซื้อขายบน PE2019 เฉลี่ย 22.8x ต่ำกว่าปี 2016 ที่ 23.5x ซึ่งมี Backlog รวม 1 แสนล้านบาท หรือน้อยกว่าปัจจุบันถึง 1.6 เท่า เราแนะนำผู้รับเหมารายใหญ่อย่าง STEC (ราคาเหมาะสม 28.50 บาท) จากความโดดเด่นของ Backlog สูงราว 1 แสนล้านบาท รวมถึงผู้รับเหมาฐานรากอย่าง SEAFCO (ราคาเหมาะสม 10.20 บาท รวม Dilution จากหุ้นปันผล) จะได้รับอานิสงค์ในฐานะธุรกิจต้นน้ำ ซึ่งเป็นด่านแรกของการก่อสร้างขนาดใหญ่ ทั้งของภาครัฐ และเอกชน
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2019
Bank Sector (Overweight), กลุ่มธนาคาร – กำไรปกติ1Q19 อ่อนตัวตามคาด
(views 208)
กำไรปกติของกลุ่มธนาคาร 1Q19 ใกล้เคียงคาด กลุ่มธนาคารพาณิชย์รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 5.6 หมื่นลบ. +35.8%Q-Q และ +8.9%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ ในด้านบวก กำไรที่ดีกว่าคาดเกิดจาก BAY ที่บันทึกกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนบริษัทเงินติดล้อเป็นจำนวนราว 8.5 พันลบ. ในด้านลบ กลุ่มธนาคารมีการบันทึกรายการ One-off ค่าใช้จ่าย Employee Retirement Benefit รวม 3.3 พันลบ.จาก 4 ธนาคาร (SCB, BAY, TMB และ TISCO) หากหักรายการพิเศษดังกล่าวข้างต้น กำไรปกติของกลุ่มจะอยู่ที่ราว 5 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 22.7%Q-Q แต่ลดลง 1.6%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ ในไตรมาสนี้ธนาคารที่มีกำไรที่ดีและแข็งแกร่งกว่าที่คาด เราชอบ BBL, KTB, BAY และ TCAP ไม่ใช่แค่มีกำไรที่เติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y แต่ยังมีคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
22
เมษายน
2019
Tourism Sector (Overweight), คาดกำไร 1Q19 ชะลอตัวจากฐานสูง
(views 158)
เราคาดกำไรปกติ 1Q19 ของกลุ่มเที่ยวเที่ยวภายใต้ Coverage -25.8% Q-Q, -28.2% Y-Y จากฐานสูงใน 1Q18 และจำนวนนักท่องเที่ยวในตลาดหลักอย่างจีนและยุโรปยังไม่กลับสู่ระดับปกติ นอกจากนี้ยังเป็นช่วง Low Season ของ NHH ในยุโรปซึ่งกระทบ MINT อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าผลการดำเนินงานของกลุ่มอยู่ในจุดต่ำสุดแล้วและจะฟื้นตัวชัดเจนในช่วง 2H19 โดยเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 +13.6% Y-Y นอกจากนี้เราคาดว่ามีโอกาสเห็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวออกมาเพิ่มเติมจากภาครัฐ เราจึงยังคงน้ำหนักการลงทุน “Overweight” โดยเปลี่ยน Top Pick เป็น MINT จากกำไร 2Q19 ที่จะโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2019
Healthcare Sector (Neutral), แนวโน้มกำไร 1Q19 ชะลอตัวจากฐานสูงปีก่อน
(views 163)
เราคาดกำไรปกติ 1Q19 ของกลุ่มการแพทย์ภายใต้ Coverage +23.2% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ -3.7% Y-Y จากฐานสูงปีก่อนที่มีโรคระบาดมากโดยเฉพาะไวรัสโรต้า ส่งผลให้รายได้โตชะลอและ Margin หดตัวลง ขณะที่ช่วง 1H19 แต่ละบริษัทจะต้องมีการบันทึกค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานส่วนเพิ่มจากกฎหมายแรงงานฉบับใหม่คิดเป็นสัดส่วนราว 4.6% ของกำไรทั้งปี ซึ่งหากรวมในประมาณการจะส่งผลให้การเติบโตของกำไรปกติลดลงจาก +6.3% Y-Y เหลือเพียง +2% Y-Y อย่างไรก็ตามรายการดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวและไม่ใช่เงินสด จึงไม่กระทบต่อราคาเหมาะสม เรายังคงน้ำหนักการลงทุน “Neutral” โดยเลือก BCH เป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
12
เมษายน
2019
Telecom Sector (Neutral) ยืดชำระคลื่น 900 MHz เป็นบวก แต่ต้องรอดูเงื่อนไข 700 MHz
(views 146)
เรามีมุมมองเป็นกลางต่อการใช้ม.44 ขยายระยะเวลาชำระค่าคลื่น 900 MHz ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้หุ้นในกลุ่ม Mobile Operator ตามตารางหน้า 2 อย่างไรก็ตาม Operator ต้องรับการจัดสรรคลื่น 700 MHz จากกสทช.ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญและอาจสร้างความกังวลแก่ตลาดหากราคาสูง ขณะที่ดัชนีกลุ่ม ICT ปรับตัวขึ้น 2.9% MTD Outperform SET ที่ +1.2% รับประเด็นบวกดังกล่าวไปมากแล้ว เราจึงยังคงน้ำหนักการลงทุนเพียง “Neutral” โดยเลือก ADVANC และ INTUCH ยังเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยจาก Dividend Yield ที่สูงสุด แต่หากรับความเสี่ยงได้สูงเราเลือก TRUE เป็น Top Pick เพราะได้ประโยชน์สูงสุด
อ่านเพิ่มเติม
03
เมษายน
2019
Banks Sector (Overweight) 1Q19 Results Preview
(views 191)
เราคาดว่ากลุ่มธนาคารจะมีกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 5.15 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 24%Q-Q (ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยและสำรองฯลดลง) แต่ขยับลงราว 1%Y-Y (รายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง) โดยประมาณการยังไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษที่อาจเกิดขึ้นจากมาตรฐานบัญชีฉบับใหม่เรื่องผลประโยชน์พนักงานที่อาจจะส่งผลต่อประมาณการกำไรราว 8% และยังไม่รวมกำไรพิเศษที่อาจเกิดขึ้นจากการขายสินทรัพย์และเงินลงทุน โดยรวมทำให้คาดว่าไตรมาสนี้ยังคงเป็นไตรมาสที่ดีพอสมควรสำหรับกลุ่มธนาคารท่ามกลางสินเชื่อที่ดูชะลอตัวและความต้องการสินเชื่อที่ยังไม่ชัดเจนนัก แม้กระนั้นเรายังเชื่อมั่นว่า Upside ของสินเชื่อจากการลงทุนภาคเอกชนน่าจะเกิดขึ้นครึ่งหลังของปีภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนได้ และเราคาดว่าน่าจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของวงจรการลงทุนและสินเชื่อภาคเอกชนรอบใหม่ได้ โดยหากเกิดขึ้นวงจรดังกล่าวจะใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี ซึ่งธนาคารที่จะได้ประโยชน์สูงสุดคือธนาคารใหญ่ แนะนำ KBANK (TP 212 บาท) และ BBL (TP 245 บาท) เป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
29
มีนาคม
2019
Property Sector (Neutral), เริ่มใช้เกณฑ์ LTV ใหม่ 1 เม.ย.นี้ ติดตามผลกระทบที่ชัดเจนตั้งแต่เดือนพ.ค.
(views 339)
คงน้ำหนักการลงทุน Neutral และเลือก Top Pick คือ SPALI และแนะนำ LH, QH กับผู้ที่ชอบปันผล ราคาหุ้นกลุ่มอสังหาฯปรับขึ้นเฉลี่ย +8% YTD Outperform SET ที่ +4.5% อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากผลกระทบของเกณฑ์ LTV ใหม่ที่เริ่มบังคับใช้วันที่ 1 เม.ย.นี้ เป็นประเด็นจำกัดการปรับขึ้นของราคาหุ้น แต่หากมีผลน้อยกว่าคาดจะเป็น Key Catalyst ทันที แนะนำนักลงทุนติดตาม Sentiment และยอดขายของการเปิดตัวใหม่ ซึ่งเราคาดว่าจะเห็นได้ชัดเจนขึ้นตั้งแต่กลางเดือนพ.ค.นี้ เนื่องจากเดือนเม.ย.มีวันหยุดจำนวนมาก คงให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มอสังหาฯเป็น “เท่ากับตลาด” และเลือก Top Pick เป็น SPALI (ราคาเหมาะสม 22.50 บาท) โดยระยะสั้นมี Catalyst จากการเปิดโครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่อย่าง Supalai Icon Sathorn ในเดือนพ.ค.นี้ รวมถึงแนะนำ LH (ราคาเหมาะสม 13 บาท) และ QH (ราคาเหมาะสม 3.70 บาท) เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ชอบปันผล จากคาดการณ์ผลตอบแทนปันผลราว 7% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
20
มีนาคม
2019
Finance Sector (Neutral), Hire purchase sector - Commercial Car
(views 244)
อุตสาหกรรมรถเชิงพาณิชย์มีทิศทางน่าสนใจกว่ารถยนต์นั่ง เราคาดว่าอุตสาหกรรมรถเชิงพาณิชย์ในปี 2019 จะมีความน่าสนใจมากขึ้น การเติบโตของยอดขายรถเชิงพาณิชย์ (ไม่รวมรถบรรทุกใหญ่)ในปี 2018 อยู่ที่ 22% ดีกว่าการเติบโตของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่เติบโตราว 15% โดยเฉพาะการเติบโตของยอดขายรถเชิงพาณิชย์ในเดือนธันวาคม 2018 มีการเติบโตดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2012 ที่ราว 7.2 หมื่นคัน ส่วนใหญ่มาจากรถกระบะ ในรายงานฉบับนี้เราจะโฟกัสเฉพาะรถมินิบัส และรถบรรทุก ซึ่งเราคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าจะสดใสขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง และกฏหมายที่เอื้ออำนวยต่อการเติบโตรอบใหม่
อ่านเพิ่มเติม
13
มีนาคม
2019
Property Sector (Neutral), พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเริ่มใช้ปี 2020 มุมมองเป็นกลาง
(views 138)
คงน้ำหนักการลงทุน Neutral และเลือก Top Pick คือ SPALI และ QH ราคาหุ้นกลุ่มอสังหาฯปรับขึ้นเฉลี่ย +9% YTD Outperform SET ที่ +4% สะท้อนงบ 4Q18 ที่ออกมาดี และการจ่ายปันผลที่สูงไปแล้ว ขณะที่ความเสี่ยงจากผลกระทบของเกณฑ์ LTV ใหม่ที่เริ่มบังคับใช้วันที่ 1 เม.ย.นี้ จะเป็นประเด็นจำกัดการปรับขึ้นของราคาหุ้น ซึ่งต้องติดตาม Sentiment และยอดขายของการเปิดตัวโครงการใหม่ต่อไป แต่หากมีผลน้อยกว่าคาดจะเป็น Key Catalyst ทันที เราคงให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มอสังหาฯเป็น “เท่ากับตลาด” และเลือก SPALI (ราคาเหมาะสม 22.50 บาท) และ QH (ราคาเหมาะสม 3.70 บาท) เป็น Top Pick ของกลุ่ม เนื่องจากเน้นความต้องการอยู่อาศัยจริง, พอร์ตกระจายความเสี่ยงได้ดี และได้รับผลกระทบจากเกณฑ์ธทป.ใหม่จำกัด
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2019
Banks Sector (Overweight), การควบรวมระหว่าง TMB และ TBANK เป็น Win-Win
(views 361)
New TMB กระบวนการควบรวมน่าจะกินเวลาทั้งปี และธนาคารใหม่น่าจะเริ่มได้ในปี 2020 กระบวนการควบรวมจากนี้ คือ TBANK จะปรับโครงสร้างบริษัทลูกให้เหลือเพียงธุรกิจธนาคารพาณิชย์ หลังจากนั้น TMB จะทำการเพิ่มทุนและใช้สภาพคล่องรวมถึงการออกตราสารหนี้ใหม่รวมเป็นจำนวน 1.3-1.4 แสนลบ. เพื่อซื้อ TBANK โดย TCAP และ BNS จะเป็นผู้ที่เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน TMB ในครั้งนี้ด้วย กระบวนการควบรวมจะเกิดขึ้นภายในปี 2019 และธนาคารใหม่จะมีผู้ถือหุ้นหลัก 3 รายได้แก่ ING และ TCAP จะถือหุ้นในสัดส่วน > 20% ส่วน MOF ยังเป็นผู้ถือหุ้นหลัก แต่ยังไม่ระบุสัดส่วน ขณะที่ BNS จะมีสัดส่วนการถือหุ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
อ่านเพิ่มเติม
20
กุมภาพันธ์
2019
Special Report, การเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้จะพึ่งพาภายในมากขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงจากต่างประเทศ
(views 170)
พระเอกในไตรมาสนี้ยังคงเป็นการจับจ่ายใช้สอยของภาคเอกชนที่เร่งตัวขึ้นเป็น +5.3% Y-Y (สูงสุดในรอบเกือบ 6 ปี) เทียบกับ +5.2% Y-Y ใน 3Q18 ที่ดีกว่านั้นคือการบริโภคที่กระจายตัวจากที่เคยกระจุกอยู่แต่ผู้มีรายได้สูง ลงมาเป็นตลาดกลาง-ล่างมากขึ้น เป็นผลจากรายได้ครัวเรือนที่ดีขึ้นเพราะมีมาตรการช่วยค่าครองชีพของภาครัฐ และราคาพืชผลหลักดีขึ้น และสอดคล้องกับสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคในไตรมาสนี้ที่เพิ่มสูงกง่าไตรมาสก่อนๆ หุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากกำลังซื้อในตลาดกลาง-ล่างและในตลาดต่างจังหวัดที่เริ่มขยับ ได้แก่กลุ่มค้าปลีก แนะนำ CPALL, ROBINS, GLOBAL กลุ่มไฟแนนซ์ แนะนำ MTC, ASK, THANI
อ่านเพิ่มเติม
08
กุมภาพันธ์
2019
Media Sector (Neutral), คาดกำไร 4Q18 กลุ่ม ลดลง Q-Q แต่ฟื้นแรง Y-Y
(views 210)
คาดกำไรปกติ 4Q18 กลุ่มลดลง 19.6% Q-Q แต่ฟื้นแรง Y-Y จากฐานต่ำ กำไรที่ลดลง Q-Q จาก BEC ที่กลับเป็นขาดทุนปกติ (และขาดทุนสุทธิมากจากค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับพนักงาน) และ WORK ก็กลับเป็นขาดทุนปกติ ขณะที่คาด MAJOR โตมากสุด Q-Q, Y-Y จากหนังทำเงิน ตามด้วย PLANB และ VGI ตามการเติบโตของสื่อนอกบ้านและกำไรรับรู้จากธุรกิจใหม่เต็มไตรมาส จบปี 2018 คาดกำไรปกติกลุ่มโตเล็กน้อย โดย PLANB VGI RS โตเด่นสุด ตามด้วย JKN (ปรับลง 9%) และ MAJOR ขณะที่คาด WORK กำไรลดลงมากสุด และ BEC ยังอ่อนแอ เราคงนำหนักการลงทุนกลุ่ม Media เพียง “Neutral” คาดกำไรฟื้นจากฐานต่ำและเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้ Sentiment บวกต่อประเด็นเลือกตั้ง สะท้อนใน PE เฉลี่ยกลุ่มสูงที่ราว 31 เท่า คง Top-Pick PLANB VGI และเพิ่ม RS ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 8.20 บาท, 8.70 บาท, 18 บาท ตามลำดับ และปรับคำแนะนำ BEC ลงเป็น ขาย หลังราคาหุ้นขึ้นมาเกินราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 5.50 บาท แม้ระยะสั้น อาจมีการเก็งกำไรตามกระแส Rating ของละครหลังข่าวเรื่องใหม่ และแผนเยียวยาทีวีดิจิตอลครั้งใหม่ของกสทช. ที่ยังไม่แน่นอน
อ่านเพิ่มเติม
25
มกราคม
2019
Tourism Sector (Overweight), คาดกำไร 4Q18 เริ่มฟื้น และจะเร่งตัวขึ้นในปี 2019
(views 227)
เราคาดกำไรปกติ 4Q18 ของกลุ่มเที่ยว +51.2% Q-Q จากอานิสงส์ของ High Season และเริ่มฟื้นได้เล็กน้อย +2.7% Y-Y จากนักท่องเที่ยวจีนและรัสเซียที่ค่อยๆฟื้นตัวขึ้น (ERW และ MINT คาดเติบโตได้ Y-Y ส่วน CENTEL คาดทรงตัว) ขณะที่แนวโน้มปี 2019 เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของภาพรวมอุตสาหกรรมและจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะกลับมาเติบโตแข็งแกร่งอีกครั้งหลังชะลอตัวชั่วคราวใน 2H18 เราคาดกำไรปกติปี 2019 ของกลุ่มเร่งตัวขึ้น +16.4% Y-Y จากปี 2018 ที่คาดทำได้เพียงทรงตัว Y-Y เรายังคงน้ำหนักการลงทุน “Overweight” โดยยังเลือก Top Pick เป็น ERW จากการเป็น Pure Hotel Operator
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2019
Banks Sector (Overweight), กำไรปี 2018 เติบโตได้แม้ต่ำกว่าคาด แนวโน้มปี 2019 คาดหวัง Upside จากการเติบโตของสินเชื่อหลังการเลือกตั้ง
(views 217)
Overweight และคง Top Pick คือ BBL และ KBANK ภายหลังการประกาศกำไรปี 2018 เราได้ปรับลดประมาณการกำไรของบางธนาคารลงอาทิ SCB, KBANK และ TMB เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2019 ของกลุ่มจะเพิ่มขึ้นราว 2%Y-Y แต่หาไม่นับรายการพิเศษจากเงินลงทุนใน TMB คาดการณ์กำไรปกติจะ +4%Y-Y ใกล้เคียงกับการเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดยมี Upside จากการเติบโตของสินเชื่อที่ได้รับผลบวกจากการเลือกตั้งง ขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารซื้อขายใกล้เคียง-ต่ำกว่า 2019 BVS คงน้ำหนักการลงทุนเป็น Overweight คง Top Pick คือ BBL และ KBANK
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2019
Healthcare Sector (Neutral), ครม.ไฟเขียวคุมราคายา แต่โทนดูผ่อนคลายกว่าที่เคยกังวล
(views 277)
ที่ประชุมครม.เห็นชอบการนำค่ายา เวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์เข้าเป็นสินค้าและบริการควบคุมซึ่งไม่ได้เหนือความคาดหมาย แต่ที่น่าสนใจคือคำให้สัมภาษณ์ของรมว.พาณิชย์ที่ค่อนข้างผ่อนคลายและอาจไม่ได้กระทบเชิงลบมากอย่างที่ตลาดกังวลกลายเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่ม โดยลำดับถัดไปต้องรอข้อสรุปของคณะอนุกรรมการว่ามาตรการควบคุมจะมีรูปแบบอย่างไร อย่างไรก็ตามเรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวของกลุ่มจากความต้องการทางการแพทย์ที่ยังโตสูง เรายังคงน้ำหนักการลงทุน “Neutral” โดยดัชนี SETHELTH ปรับตัวลงราว 10% ตั้งแต่เริ่มมีประเด็นดังกล่าวซึ่งสะท้อนปัจจัยลบไปมากพอสมควร จึงยังมองเป็นโอกาส “ซื้อลงทุน” โดยเลือก Top Pick เป็น BDMS และ BCH
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
Auto Sector (Underweight), จบรอบขาขึ้นแล้ว ต้องรอ New S-Curve ให้น้ำหนัก Underweight
(views 284)
เรามองว่ากลุ่มยานยนต์จบรอบขาขึ้นไปแล้วในปี 2018 แม้ว่ากำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัวมีโอกาสหนุนยอดขายรถยนต์ในประเทศให้เติบโตต่อเนื่อง แต่สำหรับยอดส่งออกรถยนต์เราคาดว่ายังถูกกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอ และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ขณะที่ กำลังการผลิตของทั้งกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์เริ่มเต็ม ซึ่งการจะขยายหลังจากนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีการผลิตจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันไปเป็นรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV อีกทั้ง เรามองว่าโครงสร้างตลาดการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แบบดั้งเดิมกำลังเข้าสู่โหมดอุปทานส่วนเกิน ถ้าปริมาณการผลิตไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้ ท่ามกลางราคาที่ถูกดดันจากผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ รายได้ของกลุ่มจะโตจำกัด และอัตรากำไรจะทรงตัวถึงอ่อนลง เมื่อผนวกกับ Valuation ที่ไม่ได้จูงใจให้ซื้อทันทีถ้าเทียบกับ PE Band ในอดีต เราจึงแนะนำ Underweight หุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ และด้วย Market Cap. ที่ต่ำเพียง 0.5% ของตลาดรวม จึงแทบไม่จำเป็นต้องมีหุ้นกลุ่มนี้ในพอร์ต แต่ถ้าจะซื้อ เราเลือกตัวที่ไม่มีความเสี่ยงจากต่างประเทศโดยตรง และความผันผวนของกำไรอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งก็คือ SAT ราคาเป้าหมาย 20.70 บาท
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
Banks Sector (Overweight), ศึกษากรณีการควบรวมระหว่าง TMB และ TBANK
(views 204)
TMB อยู่ในสถานะที่น่าสนใจกว่า TCAP แนะนำ ซื้อ TMB ราคาเหมาะสม 2.64 บาท และ TCAP แนะนำ ถือ ราคาเหมาะสม 58 บาท บนสมมติฐานดังกล่าว เราคาดว่า TMB อยู่ในสถานะที่น่าสนใจกว่า TCAP เพราะ TCAP อาจยังมีประเด็นของภาษีที่ต้องติดตามต่อไป ส่วนผู้ถือหุ้นเดิม TMB เราคาดว่าจะไม่เกิด EPS dilution เนื่องจากกำไรของ TBANK ที่ใหญ่กว่าและผลประโยชน์ทางภาษี จะทำให้ EPS ของ NEW TMB ดีกว่าเดิม เราแนะนำ ซื้อ TMB ราคาเหมาะสม 2.64 บาท และ TCAP แนะนำ ถือ ราคาเหมาะสม 58 บาท
อ่านเพิ่มเติม
10
มกราคม
2019
Media Sector (Neutral), แผนช่วยเหลือทีวีดิจิตอลครั้งใหม่ เพียงช่วยยืดลมหายใจ
(views 202)
กสทช. จะประชุมบอร์ดฯ วาระพิเศษ ในวันที่ 15 ม.ค.นี้ เพื่อพิจารณาร่างประกาศมาตรการเยียวยาธุรกิจทีวีดิจิตอล ร่างหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการเรียกคืน และเงื่อนไขการประมูลคลื่น 700 MHz เพื่อประมูล 5G จากผลการศึกษาของสำนักงานฯ จากนั้นจะนำร่างไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ภายใน 45 วัน (ราวเดือนมี.ค.) แล้วนำกลับมาขอความเห็นชอบของบอร์ดฯ อีกครั้ง ก่อนประมูล 5G โดยคาดว่าการประมูลจะเกิดในราวกลางปี 2019
อ่านเพิ่มเติม
10
มกราคม
2019
Healthcare Sector (Neutral), ปีนี้โตไม่เด่นเท่าปีก่อน // คุมราคายายัง Overhang
(views 240)
เราปรับน้ำหนักการลงทุนของกลุ่มการแพทย์ลงเป็น “Neutral” จากการเติบโตของกำไรปกติที่คาดว่าจะชะลอลงเหลือ 11.1% Y-Y ในปี 2019 จากฐานที่ยกสูงในปี 2018 ซึ่งคาดว่าจะเติบโตเด่นสุดในรอบ 6 ปีที่ +15.9% Y-Y ขณะที่ประเด็นการควบคุมราคายาและบริการทางการแพทย์ถือเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการเติบโตของรายได้และกำไรโดยตรงซึ่งยัง Overhang ราคาหุ้นจนกว่าจะมีข้อสรุปและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามดัชนี SETHELTH ปรับตัวลง 9.3% หลังจากเริ่มมีประเด็นดังกล่าวซึ่งเรามองว่าสะท้อนปัจจัยลบไปแล้วพอสมควร เราจึงยังมองเป็นจังหวะในการ “ซื้อลงทุน” จากภาพการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาวที่ยังสดใส โดยเลือก Top Pick เป็น BDMS และ BCH
อ่านเพิ่มเติม
08
มกราคม
2019
Banks Sector (Overweight), Strong loan growth expected after 2019 election
(views 199)
คงน้ำหนักการลงทุนเป็น Overweight คาดหวังการเติบโตของสินเชื่อที่แข็งแกร่งขึ้นหลังการเลือกตั้ง คงน้ำหนักการลงทุนเป็น Overweight สำหรับการลงทุนในปี 2019 เราคาดว่ากลุ่มธนาคารจะมีกำไรปี 2019 ที่สร้างจุดสูงสุดใหม่ได้อีกครั้งที่ราว 2.1 แสนลบ. +2%Y-Y แต่หากไม่นับรายการกำไรจากเงินลงทุนที่เกิดในปี 2018 คาดว่ากำไรจากการดำเนินงานหลักจะเติบโตราว 6%Y-Y ปัจจัยขับเคลื่อนหลักจะมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง เราคาดว่าการเติบโตของสินเชื่อจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้าง Upside ให้กับผลประกอบการได้โดยคาดหวังการลงทุนที่น่าจะฟื้นตัวขึ้นภายหลังการเลือกตั้งและน่าจะทำให้เกิดวงจรการลงทุนรอบใหม่ เราคาดการณ์สินเชื่อจะเติบโตราว 6.6%Y-Y ในปี 2019 ดีขึ้นจาก 4.7% ในปี 2018 สำหรับอัตราดอกเบี้ยอาจไม่ใช่ปัจจัยบวกอย่างที่เคยคาดเนื่องจากแนวโน้มการปรับขึ้นยังไม่เต็มที่และชัดเจน เราคาดว่า TISCO และ BBL จะแสดงการเติบโตของกำไรที่ดีที่สุดในปีที่ราว 7.9% และ 5.07% ตามลำดับ แต่จากประเด็นการลงทุนที่ชัดเจนจากการลงทุนที่จะเกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งเรายังคงเลือกธนาคารใหญ่เป็น Top Pick โดยเราชื่นชอบ KBANK (ราคาเหมาะสม 238 บาท) และ BBL (ราคาเหมาะสม 245 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
07
มกราคม
2019
Commerce Sector (Overweight), ปี 2019 ธีมต่างจังหวัดฟื้น หุ้นเด่น CPALL ROBINS
(views 510)
ให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มค้าปลีกปีนี้เป็น Overweight หุ้นเด่นคือ CPALL และ ROBINS จากหลายปัจจัยบวกต่อกลุ่มค้าปลีกที่กล่าวมาข้างต้น รวมถึง Valuation ที่ไม่แพงปัจจุบันเทรดบน PE ที่ 26.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 33.4 เท่า และให้ผลตอบแทนในปี 2018 ลดลง -13.1% แย่กว่า SET ที่ -10.8% และเรามองหุ้นที่มีฐานรายได้พึงพิงลูกค้าต่างจังหวัดน่าสนใจมากขึ้น ชอบสุดคือ CPALL (ราคาเป้าหมาย 90 บาท) มองกำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว จะฟื้นตัวต่อใน 4Q18 และปี 2019 คาดกำไรจะกลับมาโต 14.8% Y-Y ด้วยจำนวนสาขาที่มากและครอบคลุมทั่วประเทศ สินค้าส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุปโภคบริโภค ธุรกิจที่ไม่สดใสอย่าง Counter Service ได้ปรับฐานพอสมควร ในขณะที่มีการรุกเข้าสู่ธุรกิจใหม่ๆ (เช่น Delivery, Agent Banking) เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม และใช้จุดแข็งของตนเอง ขยายตัวควบคู่ไปกับธุรกิจ Online ส่วนอีกตัวที่ชอบรองมาคือ ROBINS (ราคาเป้าหมาย 83 บาท) มีสาขาค่อนข้างมากอยู่ในต่างจังหวัด สัดส่วนรายได้จากต่างจังหวัด 70% ของรายได้ น่าจะกลับมาเติบโตได้ตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อในต่างจังหวัด รวมถึงกลยุทธ์ของตนเองในการเปิดสาขา Lifestyle Center และเพิ่มสัดส่วนพื้นที่เช่ามากขึ้น ลดพื้นที่ขายให้น้อยลง เพื่อสร้างความสม่ำเสมอของผลประกอบการจากการเพิ่มรายได้ค่าเช่า ควบคู่ไปกับการเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ที่ปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 11% โดยมีเป้าหมายเพิ่มเป็น 20% คาดกำไรสุทธิปี 2019 จะโตมากขึ้น 16.5% Y-Y นอกจากนี้ทั้ง CPALL และ ROBINS ถือว่า Laggard ทั้งคู่ โดยราคาหุ้นในปี 2018 ให้ผลตอบแทนติดลบอยู่ที่ -10.7% และ -13% ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
27
ธันวาคม
2018
Energy Sector (Neutral), ปี 2019 กลุ่มปลายน้ำน่าสนใจกว่าต้นน้ำ
(views 298)
เราคาดการณ์ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบดูไบปี 2019 ลดลง 6% จากปีนี้เหลือ US$65/บาร์เรล ทำให้ความน่าสนใจของพลังงานต้นอย่าง PTTEP ลดลง เมื่อเทียบกับในปีนี้ที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัวอย่างการประมูลแหล่งบงกช-เอราวัณ รวมถึงราคาน้ำมันปีนี้ที่ฟื้นตัวจากปี 2017 ถึง 30% ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มลดลงในปีหน้า เป็นบวกต่อกลุ่มผู้ใช้น้ำมันดิบเป็นวัตถุดิบอย่างโรงกลั่นและปิโตรเคมี เพราะทำให้ความต้องการใช้ในระยะยาวเพิ่มมากขึ้น แต่ผลดีจากต้นทุนที่ลดลงอาจยังไม่สะท้อนออกมาในตัวกำไรของกลุ่มปิโตรเคมีสายโอเลฟินส์อย่าง PTTGC และ SCC ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจาก Supply เอทิลีนใหม่ที่ออกมามากขึ้น ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ในสายโพรพิลีนจะดูดีมากกว่าเนื่องจาก Supply ออกมาน้อยกว่า ซึ่งจะดีต่อ IRPC ซึ่งเป็นผู้ที่มีสัดส่วนการผลิตโพรพิลีนมากสุด ส่วนกลุ่มโรงกลั่น นอกจากจะได้ผลดีเหมือนกลุ่มปิโตรฯแล้ว ยังมี Catalyst เฉพาะตัวคือมาตราการ IMO ที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2020 ซึ่งดีต่อผู้ที่มีสัดส่วนการผลิตน้ำมันดีเซลและเจ็ท มากกว่ารายอื่นอย่าง IRPC, BCP และ TOP ประกอบกับแนวโน้มค่าการกลั่นที่เริ่มฟื้นตัวและ Stock loss ที่น่าจะแย่สุดแล้วใน 4Q18 ทำให้เราเลือกหุ้นในกลุ่มโรงกลั่นอย่าง TOP รวมถึง IRPC เป็นหุ้นเด่นในปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม
27
ธันวาคม
2018
Market Outlook 2019, ความหวังและความเสี่ยงในปี 2019
(views 275)
o ปี 2018 เป็นปีแรกในรอบกว่าสิบปีที่สินทรัพย์ลงทุนทุกประเภทให้ผลตอบแทนเป็นลบ ไม่ว่านักลงทุนจะซื้อสินทรัพย์ใดตั้งแต่ต้นปี ขาดทุนหมดทั้งสินทรัพย์เสี่ยงและสินทรัพย์ปลอดภัย ราคาทองคำแม้จะปรับขึ้นแรงเกือบ 6% ในช่วงเวลาเพียง 1 เดือนเศษที่ผ่านมา แต่หากลงทุนตั้งแต่ต้นปียังขาดทุนอยู่ 5.7% (ราคาปิด 25 ธ.ค. 2018) สินทรัพย์ยิ่งเสี่ยงมากยิ่งให้ผลตอบแทนแย่มาก ราคาน้ำมันปรับลง 29% ตลาดหุ้น EM -17% แย่กว่าตลาด DM ที่ -12% ราคาหุ้น Small cap. ร่วงแรงกว่าหุ้น Big cap. ทั้งที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์เริ่มต้นปี 2018 ด้วยภาพที่สดใสจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นอย่างพร้อมเพรียง ความเสี่ยงสำคัญที่เป็นต้นเหตุของปีที่ยากลำบากของการลงทุนคือสงครามการค้าสหรัฐ-จีน (ทำให้หุ้นจีน เกาหลีใต้ ฮ่องกง perform แย่สุดในเอเชีย) ซ้ำเติมด้วยการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ถึง 4 ครั้ง การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเริ่มไม่พร้อมเพรียงกัน ปัญหาหนี้อิตาลี และ Brexit ที่ยืดเยื้อ o ปี 2019 นักลงทุนเริ่มต้นด้วยความคาดหวังต่ำ เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอหลังจากผ่านช่วงที่พีคที่สุดใน 2Q18 ไปแล้ว การลงทุนจะยังผันผวนไม่น้อยไปกว่าปี 2018 หุ้นที่กำไรแกร่งเท่านั้นจึงจะอยู่รอด แต่แม้กำไรจะเติบโตต่ำลงแต่ Valuations ก็ถูกลงมาก ตลาดหุ้นเอเชียยังน่าลงทุนและโฟลว์มีโอกาสไหลกลับ ค่าเงินเอเชียมีแนวโน้มแข็งค่าสวนทางค่าเงินดอลลาร์
อ่านเพิ่มเติม
25
ธันวาคม
2018
Tourism Sector (Overweight), คาดหวังการฟื้นตัวจากจีนในปี 2019
(views 292)
เราคาดหวังการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปี 2019 โดยคาดจำนวนนักท่องเที่ยวยังเติบโตได้ต่อเนื่องเป็น 40 ล้านคน +4.7% Y-Y โดยยังมองว่าการหดตัวของนักท่องเที่ยวจีนใน 2H18 ยังมาจากประเด็นความเชื่อมั่นหลังเรือล่มที่ภูเก็ตมากกว่าปัจจัยด้านเศรษฐกิจเพราะการเดินทางไปต่างประเทศของคนจีนโดยรวมยังเติบโต 10% Y-Y นอกจากนี้ภาคการท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนตร์หลักสำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยและคิดเป็นสัดส่วนถึง 11.8% ของ GDP ทำให้เราเชื่อว่าจะเห็นมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐออกมาเพิ่มเติมหากนักท่องท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวช้า ทำให้เราคาดว่ากำไรปกติของกลุ่มท่องเที่ยวจะเติบโตในอัตราเร่ง +26% Y-Y ในปี 2019 เราจึงยังคงน้ำหนักการลงทุน “Overweight” โดยเลือก Top Pick เป็น ERW
อ่านเพิ่มเติม
20
ธันวาคม
2018
Banks Sector (Overweight), Positive from interest rate upward trend
(views 208)
คงคำแนะนำ Overweight แนะนำ ซื้อ KBANK, BBL และ ซื้อเก็งกำไร TMB เราคงคำแนะนำ Overweight สำหรับกลุ่มธนาคาร เราเชื่อว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าและรัฐบาลใหม่จะนำไปสู่ความเชื่อมั่นและการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลดีต่อการกลับของสินเชื่อเพื่อการลงทุน (long-term project loan) รวมถึงภาพรวมทางเศรษฐกิจที่จะดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นการบริโภคและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่วนเรื่องคุณภาพหนี้เราคาดว่ามีความเสี่ยงลดลงมากเมื่อเทียบกับ 2 ปีที่ผ่านมา คงคำแนะนำ Top Pick คือ KBANK (2019 TP 238 บาท) และ BBL (2019 TP 245 บาท) และ แนะนำ ซื้อเก็งกำไร TMB (2019 TP 2.64 บาท) จากประเด็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ย
อ่านเพิ่มเติม
11
ธันวาคม
2018
Contractor Sector (Overweight), ปี 2019 คึกคัก ...ลุยรับงานใหม่อีกมาก
(views 342)
กำไรของกลุ่ม 3Q18 ออกมาดีตามคาด …แนวโน้ม 4Q18 พลิกเป็นกำไรจากขาดทุนในปีก่อน กำไรสุทธิ 3Q18 ของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ 1.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 88% Q-Q และ 105% Y-Y หากตัดรายการพิเศษของ CK จากบริษัทร่วมราว 698 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 1.13 พันล้านบาท )+16% Q-Q, +27% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด หนุนจากการเดินเครื่องรับรู้รายได้งานรถไฟฟ้าสีส้ม, ชมพู-เหลือง และน้ำเงินส่วนต่อขยาย โดยบริษัทที่ทำกำไรได้ดีกว่าคาดคือ STEC ทั้งนี้ กำไรปกติ 9M18 อยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท (+11% Y-Y) และคิดเป็น 79% ของประมาณการทั้งปี ส่วนแนวโน้มกำไรปกติ 4Q18 คาดชะลอ Q-Q จากวันหยุดที่มาก แต่พลิกเป็นกำไรจากขาดทุนในปีก่อน ซึ่งมีสาเหตุมาจาก STEC ตั้งสำรองขาดทุน 2 โครงการ คาดการณ์กำไรปกติของกลุ่มปี 2018-19 ที่ 3.5 พันล้านบาท (พลิกจากขาดทุน 2.2 พันล้านบาท) และ 4.1 พันล้านบาท (+18% Y-Y) ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
03
ธันวาคม
2018
Commerce Sector (Overweight), กลุ่มค้าปลีกจะกลับมาแล้ว
(views 210)
ชอบสุดในกลุ่มคือ CPALL และ ROBINS สำหรับ CPALL เดิมทีเราคาด SSSG ใน 4Q18 จะพลิกเป็นติดลบ เพราะฐานที่สูงในปีก่อนจากการปรับขึ้นราคาบุหรี่ แต่ล่าสุดในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา SSSG ยังเป็นบวกต่อเนื่องที่ราว +2% Y-Y สะท้อนว่าการปรับเปลี่ยนธีมสแตมป์เป็นตัวการ์ตูน Line Friends ประสบความสำเร็จ ได้รับการตอบรับจากลูกค้าค่อนข้างดี และคาดจะได้ประโยชน์จากการให้นำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปใช้ในร้าน 7-11 ได้ แนวโน้มกำไร 4Q18 น่าจะฟื้นตัวได้ดีขึ้น แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 90 บาท ส่วน ROBINS แนวโน้มกำไร 4Q18 จะฟื้นตัวแรง จากอัตรากำไรขั้นต้นที่จะปรับดีขึ้นมาก ภายหลังสินค้า Private Brand ถูกส่งมอบเลื่อนมาจาก 3Q18 และสามารถวางขายได้ตั้งแต่เดือน ต.ค. เป็นต้นมา กอปรกับยังมีการเปิดสาขาใหม่อีก 1 แห่งที่ชัยภูมิ จะเข้ามาช่วยหนุนการเติบโตของรายได้จากการขายและรายได้ค่าเช่า ส่วนมาตรการช้อปช่วยชาติช่วงตรุษจีนจะช่วยหนุนผลประกอบการใน 1Q19 แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 83 บาท
อ่านเพิ่มเติม
26
พฤศจิกายน
2018
Property Sector (Neutral), ราคาหุ้นปรับลงสะท้อนข่าวลบมากแล้ว มองเป็นจังหวะทยอยสะสม
(views 236)
คงน้ำหนักการลงทุน Neutral โดยมี Top Pick คือ QH และ SPALI เราคงให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มอสังหาฯเป็น “เท่ากับตลาด” เนื่องจากปี 2019 มีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการธปท., แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และลูกค้าจีนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ซึ่งคาดจะทำให้มีการชะลอตัวของทั้งอุปสงค์ และอุปทานเปิดใหม่ หากย้อนกลับไปในปี 2010 ที่ธปท.ออกมาตรการ LTV ครั้งแรก นับจากข่าวลือในเดือนก.ย.ถึงการประกาศเป็นทางการในเดือนพ.ย. SET PROP ปรับลง 9.3% และมี PER จุดต่ำสุดที่ 8x ส่วนครั้งนี้นับจากข่าวลือในวันที่ 3 ต.ค. SET PROP ปรับลงแล้ว 11% ขณะที่เราประเมินผลกระทบกรณีแย่สุดมี Downside ต่อประมาณการ 4% จึงมองว่าราคาหุ้นตอบรับเชิงลบต่อประเด็นดังกล่าวไปมากแล้ว และเป็นจังหวะที่ดีในการทยอยสะสม โดยปัจจุบัน PER2019 ของกลุ่มต่ำเพียง 8.5x (ค่าเฉลี่ย 15 ปีย้อนหลัง-1SD) และมีผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยปี 2019 สูงถึง 6.4%
อ่านเพิ่มเติม
20
พฤศจิกายน
2018
GDP3Q18, การเติบโตของเศรษฐกิจจะพึ่งพาภายในมากขึ้น
(views 209)
GDP 3Q18 ของไทย +3.3% Y-Y ต่ำกว่า Consensus คาดการณ์มาก และเป็นอัตราต่ำที่สุดในรอบ 7 ไตรมาส สาเหตุหลักมาจากการส่งออกสินค้าและบริการ -0.1% Y-Y (การลดลงของรายได้ท่องเที่ยว การส่งออกข้าว ยางพารา ทองคำ และสินค้าที่ถูกตั้งกำแพงภาษีเช่นเครื่องซักผ้าและแผงโซลาร์เซลล์) ขณะที่นำเข้า +10.7% Y-Y ส่งผลให้ “ส่งออกสุทธิ” ที่เคยเป็นพระเอกติดต่อกันหลายปี แผ่วลงมาก เราคาดว่า GDP 3Q18 จะเป็นระดับต่ำสุดของปีนี้ และฟื้นตัวใน 4Q18 ซึ่งเป็นฤดูกาลจับจ่าย ฤดูท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเช่นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการ (วงเงิน 1 แสนล้านบาทแต่ใช้จ่ายใน 4Q18 4 หมื่นล้านบาท) ทั้งนี้ GDP 9M18 +4.3% Y-Y สภาพัฒน์ฯ คาดทั้งปีโต 4.2% สะท้อนว่า 4Q18 น่าจะขยายตัวราว 3.9% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
Property Sector (Neutral), ธปท.ประกาศเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ …ผ่อนคลายความกังวลเล็กน้อย
(views 213)
คำแนะนำ : Selective ในหุ้นที่ปลอดภัย อย่าง LH, QH และ SPALI เราปรับลดน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มอสังหาฯเป็น “เท่ากับตลาด” สะท้อนภาพรวมตลาดอสังหาฯ ปี 2019 ที่ท้าทายขึ้น จากผลกระทบมาตรการของธปท. ซึ่งมีผลลบต่อยอดโอน และยอดขาย ซึ่งทำให้มี Downside Risk ต่อประมาณการ โดยเฉพาะตลาดคอนโด ที่คาดว่าจะมีการแข่งขันสูง และมีแนวโน้มชะลอตัว ขณะที่กลุ่มแนวราบคาดยังเติบโตได้ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นอุปสงค์ที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าเกณฑ์ใหม่จะช่วยผ่อนคลายความกังวลเล็กน้อยกับกลุ่มอสังหาฯ และหนุนให้ราคาหุ้นฟื้นตัวในระยะสั้นได้ ภายหลังปรับตัวลงเฉลี่ยกว่า 6-10% ภายใน 1 เดือน สะท้อนข่าวลบไปมากแล้ว แนะนำเลือกลงทุนในหุ้นที่เน้นแนวราบ ซึ่งได้รับผลกระทบจำกัด และมีปันผลเด่น อย่าง LH และ QH นอกจากนี้ SPALI เป็นอีกหนึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่มาก เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นสัญญาที่ 1 และคอนโดกำหนดวางดาวน์ขั้นต่ำอยู่ที่ 15-20% อยู่แล้ว ขณะที่ ORI และ LPN คาดได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากมีรายได้หลักมาจากคอนโดระดับ Mid-to-Low และ Low-End ซึ่งเป็นสัญญาที่ 2 และ 3 ที่มีการซื้อเพื่อลงทุน และเก็งกำไรจำนวนมาก
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤศจิกายน
2018
Media Sector (Neutral), คาดกำไร 3Q18 กลุ่มไม่สดใส ลด Q-Q, Y-Y แต่สื่อนอกบ้านยังโต
(views 247)
คาดกำไรปกติ 3Q18 กลุ่ม Media (8 บริษัท) โดยรวมไม่สดใส -14.4% Q-Q, -22.7% Y-Y บริษัทที่คาดกำไรลด Y-Y มากสุดคือ WORK รองลงมาคือ JKN และ RS ขณะที่คาด BEC กลับเป็นกำไรแต่น้อยมากเทียบกับในอดีต กำไรของกลุ่มสื่อนอกบ้าน คือ PLANB และ VGI โตเด่นกว่าต่อเนื่อง โต 19-20% Y-Y ธุรกิจโรงหนัง MAJOR คาดกำไรปกติเล็กน้อย Y-Y แนวโน้มกำไรปกติกลุ่มใน 4Q18 Flat Q-Q แต่เพิ่มขึ้น Y-Y จากฐานต่ำพิเศษใน 4Q17 เราปรับลดประมาณการทั้งปีของ WORK RS และ BEC คงนำหนักการลงทุนกลุ่ม Media เพียง “Neutral” โดยคาดกำไรฟื้นจากฐานต่ำและน่าจะเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้ Sentiment บวกต่อประเด็นเลือกตั้ง สะท้อนใน PE เฉลี่ยกลุ่มสูงที่ราว 31 เท่า คง Top-Pick หุ้นสื่อนอกบ้าน PLANB และ VGI ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 8.20 บาท และ 8.70 บาท ตามลำดับ ซื้อสะสม JKN หลังงบ 3Q18 ที่คาดลดลงมาก แต่ทั้งปียังโตดีและต่อเนื่องในปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม
10
ตุลาคม
2018
Energy Sector (Neutral), 3Q18 Results Preview
(views 276)
คาดการณ์กำไรกลุ่มพลังงาน 3Q18 เพิ่มขึ้น +14%Q-Q, +56%Y-Y จากกำไรของ PTTEP และ PTT ที่ฟื้นกลับมาปกติเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายพิเศษทั้ง 2Q18 และ 3Q17 ส่วนในแง่กำไรปกติจากการดำเนินงานของ PTTEP ยังคงเติบโตขึ้นจากราคาน้ำมันดิบและก๊าซที่เพิ่มขึ้น และยังทำให้กำไรของ PTT เพิ่มขึ้นตาม ในขณะเดียวกัน กำไรของกลุ่มโรงกลั่นจะชะลอตัวลงเนื่องจาก Stock Gain ที่น้อยลงเพราะฐานที่สูงในไตรมาสก่อน ในขณะที่ GRM แม้จะฟื้นตัว แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับ 3Q17 ที่มีพายุฮาร์วี่ ส่วนกลุ่มปิโตรเคมีสายอโรมาติกส์ฟื้นตัวได้แรงเนื่องจาก Supply ที่หายไประยะสั้น สวนทางกับ Spread กลุ่มโอเลฟินส์ที่ปรับตัวลงจากความกังวลเรื่อง Supply ใหม่ที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะราคา Naphtha ที่เพิ่มขึ้นตามน้ำมันดิบ เราเลือก PTTGC เป็น Top Pick จากพื้นฐานในระยะยาวที่ยังคงแข็งแกร่งในขณะที่ราคาหุ้นถูกเกินไปเมื่อเทียบกับในอดีตและคู่แข่งภูมิภาค ส่วนในระยะสั้นแนะ เก็งกำไร TOP จากการฟื้นตัวของ GRM และอโรมาติกส์รับ High Season ใน 4Q
อ่านเพิ่มเติม
08
ตุลาคม
2018
Property Sector (Overweight), ธปท.ปรับปรุงเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย
(views 328)
Selective ในหุ้นที่ปลอดภัย เราเลือก LH และ QH เรามองว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ผู้ประกอบการที่มีสัดส่วนรายได้จากคอนโดสูง อย่าง ORI, LPN และ ANAN ซึ่งลูกค้ากว่า 20% ของการซื้อคอนโดเพื่อการเก็งกำไร ส่วนกลุ่มที่ขายราคามากกว่า 10 ล้านบาท คาดว่าได้รับผลกระทบจำกัด เนื่องจากลูกค้ามีกำลังซื้อ รวมถึงเดิมกำหนดให้วาง Down Payment ที่ 15-20% อยู่แล้ว และมีลูกค้าบางส่วนจ่ายเป็นเงินสด ขณะที่ผู้ประกอบการที่มีความเสี่ยงต่ำต่อมาตรการดังกล่าวจะเป็นผู้ที่เน้นโครงการแนวราบอย่าง LH และ QH ซึ่งมีสัดส่วนรายได้จากแนวราบ 80-85% และเป็นกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง บวกกับมีระยะเวลาระหว่างการซื้อและโอนที่สั้นเพียง 1-3 เดือน เทียบกับคอนโดที่ 1-3 ปี
อ่านเพิ่มเติม
01
ตุลาคม
2018
Banks Sector (Overweight), 3Q18 Results Preview
(views 266)
คาดการณ์กำไร 3Q18 ลดลง 2%Q-Q (รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่จะอ่อนตัวลงจาก Migrate การโอนเงินสู่ Mobile banking มากขึ้นและการลดลงของกำไรจากการขายเงินลงทุน) แต่เพิ่ม 10%Y-Y (จากสำรองฯที่ลดลงและคาดรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 3%Y-Y) เราคาดว่าสินเชื่อใน 3Q18 ยังแผ่วที่ราว 0.5%Q-Q แต่น่าจะ +3%YTD และเรายังคงประมาณการสินเชื่อทั้งปีที่ +5.5%YTD เนื่องจาก High Season ที่จะเกิดใน 4Q18 และต่อเนื่องในปี 2019 จากความเชื่อมั่นการลงทุนที่ดีขึ้นก่อนและหลังการเลือกตั้งซึ่งน่าจะทำให้ Investment cycle เกิดขึ้นได้เรามีแนวโน้มปรับเพิ่มประมาณการสินเชื่อปีหน้าขึ้นเป็น 7-8% และประมาณการเติบโตของกำไรปี 2019 ขึ้นเป็น 8% ปรับน้ำหนักการลงทุนเป็น Overweight โดยแนะนำ KBANK (2018 TP 235 บาท) และ BBL (2018 TP 232 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
21
กันยายน
2018
Tourism Sector (Overweight), 3Q18 ยังไม่เด่น แต่จะกลับมาเด่นใน 4Q18
(views 250)
ตัวเลขนักท่องเที่ยวเดือน ส.ค. 18 ล่าสุดโตเพียง 3% Y-Y ใกล้เคียงเดือน ก.ค. เนื่องจากยังถูกกระทบในส่วนของจีนและรัสเซียจากเหตุเรือล่มที่ภูเก็ตและควันหลงหลังฟุตบอลโลก แต่คาดว่าจะกระทบเพียงชั่วคราวราว 2-3 เดือนและกลับมาโตเป็นปกติใน 4Q18 รวมถึงแรงหนุนจาก High Season ซึ่งในส่วนธุรกิจร้านอาหารคาดว่าจะโตในอัตราเร่งจากอานิสงส์ของเม็ดเงินที่สะพัดในช่วงหาเสียงเลือกตั้งเช่นกัน เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 ของกลุ่มเติบโตเฉลี่ย 12.3% ต่อปี ยังคงน้ำหนักการลงทุน Overweight โดยเลือก Top Pick เป็น MINT จากแนวโน้มกำไร 3Q18 ที่จะโตเด่นที่สุดจากธุรกิจในต่างประเทศที่ช่วยหนุนการเติบโต
อ่านเพิ่มเติม
11
กันยายน
2018
Property Sector (Overweight), โมเมนตัมไปได้สวย… กำไรและยอดขายเร่งตัวขึ้นใน 2H18
(views 318)
น้ำหนักการลงทุน Overweight โดยมี Top Pick คือ ORI และ QH จุดเด่นของหุ้นกลุ่มอสังหาฯ คือ Valuation ที่ถูก จาก PE2018-2019 ต่ำเพียง 10 เท่า พร้อมจ่ายปันผลสูงราว 5% ต่อปี เรามีมุมมองบวกกับตลาดที่อยู่อาศัยปีนี้ที่มีทิศทางสดใส และโตต่อเนื่องในปีหน้า ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ สะท้อนจากอุปสงค์ และอุปทานที่ขยายตัวดี จึงให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาด และเลือก Top Pick คือ
1) ORI (เป้าหมาย 25.40 บ.) จากการเป็นหุ้นเติบโตที่มาพร้อมความปลอดภัย โดยคาดการณ์กำไรปกติปี 2018-19 โตแกร่งที่สุดในกลุ่มเฉลี่ย 69% ต่อปี บน Backlog ที่รองรับแล้วถึง 91% และ 56% ตามลำดับ หากรวม Dilution effect จากหุ้นปันผล (XD 16 ต.ค.) ราว 34% จะทำให้มูลค่าพื้นฐานลดลงเป็น 16.80 บาท แต่ Normalized EPS ปี 2018-2019 ยังโตได้ 10% Y-Y และ 31% Y-Y ตามลำดับ
2) QH (เป้าหมาย 3.90 บ.) ในฐานะผู้นำสินค้าแนวราบซึ่งเป็นตลาด Real Demand ที่ปรับตัวขึ้น ประกอบกับมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มกำไร และยอดขายที่แข็งแกร่งใน 2H18 รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นหลังระบายสต็อกที่มาร์จิ้นต่ำไปแล้ว นอกจากนี้ คาดอัตราเงินปันผลเด่นราว 6-7% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
30
สิงหาคม
2018
IT Sector, ยอดขายสินค้าไอทีชะลอตัวตามฤดูกาล ให้เน้นลงทุนตัวที่ฐานต่ำ
(views 283)
หลังจากเราได้พูดคุยกับผู้บริหารกลุ่มสินค้าไอทีหลายแห่ง พบว่ายอดขายเริ่มชะลอตัวจากผลกระทบของฤดูกาลฝนและน้ำท่วมที่รุนแรง ขณะที่ การท่องเที่ยวภาคใต้ที่คึกคักน้อยลงก็ทำให้กำลังซื้อเริ่มถูกกระทบด้วย ในระยะสั้น เราจึงปรับน้ำหนักการลงทุนของกลุ่มลงจาก Overweight เป็น Neautral โดยเฉพาะ IT ที่เราเคยแนะนำเป็น Top Pick ของกลุ่ม เราคาดว่าจะได้รับผลลบมากที่สุด เพราะสาขากว่า 60% อยู่ในต่างจังหวัดที่ถูกกระทบจากการชะลอของกำลังซื้อ อีกทั้ง ค่าใช้จ่ายยังเร่งตัวขึ้นจากการเปิดสาขาเชิงรุก ซึ่งยอดขายในหลายแห่งกลับยังทำได้ไม่ถึงระดับเฉลี่ยของสาขาเดิม เราจึงปรับลดคาดการณ์กำไรและราคาเป้าหมายปีนี้ลงเหลือ 5.00 บาท และแนะนำเพียงถือ อย่างไรก็ตาม มีหุ้นบางตัวที่น่าสนใจลงทุนท่ามกลางอุตสาหกรรมที่พลิกเป็นลบแบบฉับพลันเช่นนี้ คือ SYNEX เรายังคงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 20 บาท โดยมีจุดที่น่าสนใจคือ การมีสถานะเป็นผู้ค้าส่งทำให้ได้รับผลกระทบน้อยกว่าผู้ค้าปลีก และช่วง 2H18 จะมีการจำหน่ายสินค้าทุกกลุ่มของ Apple อีกทั้ง ฐานกำไรใน 2H17 ยังค่อนข้างต่ำ และ Valuation ยังถูกที่สุดในกลุ่มด้วย
อ่านเพิ่มเติม
21
สิงหาคม
2018
การจับจ่ายเติบโตอย่างโดดเด่น ดีต่อกลุ่มค้าปลีก และโอกาสขึ้นดอกเบี้ยมีมากขึ้น ดีต่อแบงก์
(views 278)
o GDP ของไทยใน 2Q18 +4.6% Y-Y เมื่อรวมกับ 1Q18 ที่ +4.9% Y-Y ส่งผลให้เศรษฐกิจในงวดครึ่งปีแรกเติบโต 4.8% Y-Y หนุนด้วยการจับจ่ายใช้สอยในประเทศที่แข็งแกร่งขึ้นมาก และการลงทุนที่เร่งตัวขึ้น ช่วยเสริมการส่งออกและท่องเที่ยวที่เป็นพระเอกมาหลายไตรมาส o การฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของการจับจ่ายใช้สอยของภาคเอกชนใน 2Q18 ทำให้สภาพัฒน์ฯ ปรับเพิ่มคาดการณ์การบริโภคภาคเอกชนในปีนี้จากเดิม 3.7% เป็น 4.1% แต่ปรับลดการลงทุนและการใช้จ่ายของภาครัฐลง ทำให้เป้าหมาย GDP ทั้งปียังคงเดิมที่ 4.2-4.7% สะท้อนว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจใน 2H18 จะชะลอ ส่วนหนึ่งมาจากฐานสูงใน 1H18 และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่อาจต่ำกว่าคาดการณ์ชั่วคราวใน 3Q18 และผลกระทบจากน้ำท่วมที่อาจทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลงใน 4Q18
อ่านเพิ่มเติม
20
สิงหาคม
2018
Special Report, แม้กำไรของบจ.จะแกร่ง แต่เป็นไปตามคาด ขณะที่สงครามการค้าเริ่มส่งผลแล้ว
(views 262)
o กำไรปกติ (หักรายการพิเศษ) ใน 2Q18 ของหุ้นใน FSS coverage ฟื้นดีขึ้นเป็น 215,303 ล้านบาท +25% Y-Y เป็นอัตราการเติบโตที่เร่งตัวที่สุดในรอบ 5 ไตรมาส และทรงตัว Q-Q ซึ่งถือว่าดีเพราะ 2Q เป็น low season ของหลายธุรกิจ แม้จะเติบโตดีแต่กำไร 2Q18 ไม่ได้สร้าง surprise ให้เรา (in line กับ Consensus เช่นกัน) โดยหุ้นที่กำไรสูงกว่าคาดมี 24% และต่ำกว่าคาดมี 20% จึงเห็น sell on fact ในวันท้ายๆของการประกาศผลประกอบการ
o สำหรับกำไรปกติใน 1H18 (FSS Coverage) +12% Y-Y เป็น 4.3 แสนล้านบาท คิดเป็น 52% ของประมาณการทั้งปีที่เราคาด 8.3 แสนล้านบาทและ EPS 109.45 บาท (+9% Y-Y) แต่คาดว่าจะโตในอัตราชะลอลงใน 2H18 เป็น +10% Y-Y เพราะ 3Q เป็น Low season ของหลายธุรกิจ (ยกเว้นกลุ่มส่งออกซึ่งมีสัดส่วนไม่ถึง 5% ของกำไรทั้งตลาด) ส่วน 4Q ที่เป็น High season ของการท่องเที่ยวและจับจ่ายใช้สอย แต่กลุ่มแบงก์จะมีกำไรต่ำสุดในไตรมาสนี้ เราจึงยังคงประมาณการเดิม
อ่านเพิ่มเติม
09
สิงหาคม
2018
Banks Sector (Neutral), Interest rate-The next catalyst
(views 334)
ปรับประมาณการกำไรปี 2018 ขึ้น 4% คาดกำไรปีนี้จะพลิกกลับมา +8.5%Y-Y ภายหลังการประกาศผลประกอบการ 2Q18 เราได้ปรับคาดการณ์กำไรสุทธิกลุ่มธนาคารขึ้น 4.4% เป็น 1.99 แสนลบ. พลิกกลับมาโต 8.5%Y-Y จากปีก่อนที่ติดลบ โดยเป็นการปรับเพิ่มประมาณการกำไรเพิ่มสำหรับ BBL, KBANK และ KTB ส่วนใหญ่จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ดีเกินคาด ขณะที่ปรับลดประมาณการ TMB เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่พลาดเป้า เราคาดว่า KTB จะมีกำไรเติบโต Y-Y ดีที่สุดที่ 31% เนื่องจากการปรับลดเงินสำรองฯลง แต่หากไม่นับรายการดังกล่าว เราคาดว่า TISCO และ KBANK มีอัตราการเติบโตของกำไรที่ดีที่สุดที่ราว 16.7%Y-Y และ 13.8%Y-Y ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
09
สิงหาคม
2018
Telecom Sector (Overweight), โดยรวมมองเป็นกลางต่อการประมูลคลื่นรอบนี้
(views 275)
เรามีมุมมองเป็นกลางต่อการตัดสินเข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz ของ DTAC และ ADVANC รอบนี้ โดยสำหรับ DTAC คาดประมูลเพียง 1-2 ใบอนุญาตเพื่อให้สามารถให้บริการ 2G และ 4G ต่อเนื่องหลังหมดสัมปทานในระหว่างลงทุนคลื่น 2300 MHz ส่วน ADVANC เราคาดประมูลเพียง 1 ใบอนุญาตเพื่อให้บริการ 4G เต็มประสิทธิภาพสูงสุดที่ 20 MHz ต่อ 1 Carrier ขณะที่ TRUE ซึ่งไม่เข้าร่วมประมูลทั้ง 2 คลื่นถือว่าเป็นไปตามคาดจากข้อจำกัดด้านเงินทุนที่ค่อนข้างตึงตัวในปัจจุบัน โดยรวมเราคิดว่าการแข่งขันประมูลจะไม่รุนแรงอยู่แล้ว ขณะที่ภาวะอุตสาหกรรมปัจจุบันเริ่มกลับมาให้น้ำหนักในการทำกำไรมากขึ้นหลังจากผ่านช่วงลงทุนสูงไปแล้วซึ่งเป็นเรื่องดี เราจึงยังคงน้ำหนักการลงทุน Overweight โดยเลือก ADVANC และ INTUCH เป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
24
กรกฏาคม
2018
Media Sector (Neutral), คาดกำไร 2Q18 กลุ่ม ฟื้นตัวสูง Q-Q แต่ยังอ่อนลงเล็กน้อย Y-Y
(views 402)
เม็ดเงินโฆษณารวม (ADEX) 2Q18 เพิ่ม 10.3% Q-Q, 4.6% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล และบอลโลกช่วยหนุน แต่ไม่ค่อยมีอานิสงค์ต่อบริษัทในตลาดฯ เราคาดกำไรปกติ 2Q18 กลุ่ม Media (8 บริษัทใน Coverage) ฟื้นสูง Q-Q แต่ยังอ่อนลงเล็กน้อย Y-Y ตามผลการดำเนินงานของ BEC ที่คาดขาดทุน ลดลง Q-Q และ WORK กำไรลดลงมาก Y-Y จากฐานสูงใน 2Q17-3Q17 ขณะที่คาด RS JKN VGI (1Q19) และ PLANB มีกำไรปกติโตสูง Y-Y ตามลำดับ และ MAJOR คาดกำไรปกติโตกระโดด Q-Q แต่เพิ่มไม่มาก Y-Y แนวโน้มในครึ่งปีหลังของกลุ่มเรามองฟื้น Y-Y จากฐานต่ำปีก่อน โดยคาด RS PLANB VGI คาดโตเด่นต่อเนื่อง และคงนำหนักการลงทุนกลุ่ม Media เพียง “Neutral” จากคาดกำไรฟื้นสูงแต่มาจากฐานต่ำ และ PE เฉลี่ยกลุ่มสูงเกือบ 37 เท่า Top-Pick: RS ตามด้วย PLANB และ JKN เนื่องจากราคาหุ้นปรับขึ้นมารับคาดกำไร 2Q18 บ้างแล้ว และปรับ BEC ลงจากเดิม ถือ เป็น ขาย ราคาเป้าหมาย 8 บาท จากเดิม 10.50 บาท หลังปรับลดประมาณการ
อ่านเพิ่มเติม
10
กรกฏาคม
2018
Special Report, หุ้นพื้นฐานดี PE เหมาะสม
(views 621)
หุ้นพื้นฐานดี PE เหมาะสม ตลาดหุ้นไทยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาถูกกดดันจากปัจจัยต่างประเทศจนทำให้เกิดการขายหุ้นพื้นฐานดีหลายตัวจนราคาต่ำกว่าจุดที่เหมาะสมมากเกินไป วันนี้เราแนะนำหุ้น 15 ตัวที่พื้นฐานแกร่ง ไม่ถูกกระทบจากสงครามการค้าและสงครามค่าเงิน แนวโน้มธุรกิจยังดีต่อเนื่องอย่างน้อยในระยะ 2 ปีข้างหน้า และมีปันผลสม่ำเสมอ หุ้น 8 ใน 15 ตัวมีราคาต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปีได้แก่ BIG, EA, ITEL, KKP, MAJOR, ORI, PTTGC, TU และอีก 7 ตัวที่เหลือแม้ว่าราคาหุ้นจะไม่ได้ปรับลงแรงเท่า 8 ตัวแรกแต่ PE ก็ต่ำกว่าในอดีตและมี valuations ถูกได้แก่ BEM, BDMS, CHG, CPALL, CPF, INTUCH และ TISCO
อ่านเพิ่มเติม
28
มิถุนายน
2018
IT Sector (Overweight), ยอดขายสินค้าไอทีโดดเด่นสุดในรอบ 5 ปี
(views 575)
ด้วยยอดนำเข้าสินค้าไอทีที่เร่งตัวขึ้นใน เม.ย.-พ.ค. 18 ที่เฉลี่ยเดือนละ 25% Y-Y ซึ่งมากกว่า 1Q18 ที่เพิ่มขึ้น 13% Y-Y ทำให้เรายังมั่นใจว่ากำไรสุทธิ 2Q18 ของผู้ขายสินค้าไอทีทั้ง SYNEX SIS COM7 และ IT จะออกมาโตสวย Y-Y ไม่แพ้ 1Q18 แรงหนุนหลักมาจากกำลังซื้อที่ฟื้น กระแสเกมมิ่ง การเร่งออกสินค้ารุ่นใหม่ของผู้ผลิต และการรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล เราคาดว่าแนวโม้มนี้จะคงอยู่ในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วโลก หุ้นในกลุ่มนี้จึงมีโอกาสกลับมา Outperform ตลาด เราเลือก SYNEX และ IT เป็น Top Pick เพราะมี Valuation เทียบการเติบโตดูน่าสนใจสุดในกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
27
มิถุนายน
2018
Banks Sector (Neutral), 2Q18 Results Preview
(views 281)
เราคาดว่ากลุ่มธนาคารจะมีกำไร 2Q18 ที่ 4.85 หมื่นลบ. -6%Q-Q,+9%Y-Y โดยคาดว่า TISCO และ BAY น่าจะมีกำไร 2Q18 ดีที่สุดโดยเพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q, Y-Y ส่วน SCB คาดการณ์กำไรจะลดลงทั้ง Q-Q, Y-Y จากค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงเทคโนโลยี ด้านสินเชื่อมีแนวโน้มดีขึ้น 1-1.5%Q-Q ซึ่งดีสำหรับช่วง Low season ของกลุ่มส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อธุรกิจ ขณะที่ NPL คาดว่าจะเห็นการปรับตัวขึ้นในกลุ่มลูกค้า SME คงคำแนะนำ Neutral ยังไม่ใช่โอกาสสำหรับแบงก์ใหญ่ แนะนำ TISCO ธนาคารเดียว
อ่านเพิ่มเติม
18
มิถุนายน
2018
Telecom Sector (Overweight), ไม่มีใครเข้าประมูล 1800 MHz มองเป็นบวก
(views 291)
เรามองการที่ Mobile Operator ทั้ง 3 รายไม่เข้าประมูลคลื่น 1800 MHz เป็นบวกระยะยาวต่ออุตสาหกรรมในแง่แรงกดดันด้านต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลงในอนาคตโดยเฉพาะ ADVANC และ TRUE และทำให้กสทช.ต้องกลับไปพิจารณาหลักเกณฑ์ประมูลใหม่ให้เหมาะสมมากขึ้นและเป็นมาตรฐานสำหรับคลื่นอื่นๆในอนาคต ขณะที่ DTAC เราอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการและมองว่าการตัดสินใจไม่เข้าร่วมประมูลทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นทั้งการถูกโจมตีด้านการตลาดจากคู่แข่ง รวมถึงต้องลุ้นกสทช.อนุมัติการให้บริการต่อในช่วงเยียวยาจึงจะไม่ส่งผลกระทบมากนัก เรายังคงน้ำหนักการลงทุน Overweight โดยเลือก ADVANC และ INTUCH เป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
13
มิถุนายน
2018
AUTO Sector (Overweight), ยอดผลิตรถยนต์ปีนี้จะเด่นสุดในรอบ 5 ปี แนะนำ AH, PCSGH
(views 580)
ปีนี้จะเป็นปีที่ดีของกลุ่มยานยนต์ เพราะเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่ยอดส่งออกรถยนต์และยอดขายในประเทศเติบโตพร้อมกัน ซึ่งเมื่อผนวกกับต้นทุนวัตถุดิบที่อ่อนตัวลง อัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น และผลจากการลงทุนธุรกิจใหม่ของผู้ประกอบการในช่วงอุตสาหกรรมชะลอตัว ทำให้กำไรสุทธิของกลุ่มจะโตได้อย่างมีคุณภาพ (โตทั้งรายได้และอัตรากำไร) เฉลี่ย 21% Y-Y โดยโมเมนตัมนี้จะต่อเนื่องไปถึงปีหน้าเป็นอย่างน้อย เพราะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศฟื้นตัว และการออกรุ่นใหม่ของผู้ผลิตกลับมาเร่งขึ้น ขณะที่ การเข้ามาทดแทนของรถยนต์ EV ซึ่งถือเป็นประเด็นที่ตลาดกังวล ณ ขณะนี้ เรากลับมองเป็นบวกในช่วงแรก เพราะส่วนใหญ่ยังเริ่มด้วย Hybrid ที่มีชิ้นส่วนซับซ้อนกว่ารถยนต์แบบสันดาป หรือถ้า EV ขยายตัวเร็วจริง เชื่อว่าผลกระทบเชิงลบต่อบริษัทที่เราวิเคราะห์จะจำกัด เพราะทั้งหมดมีการปรับตัวโดยการกระจายการลงทุนไปต่างประเทศ หรือในธุรกิจอื่นที่มีกระบวนการผลิตใกล้เคียงกับที่ทำอยู่ เราจึงให้น้ำหนัการลงทุนของกลุ่มเป็น Overweight แนะนำซื้อ AH ราคาเป้าหมาย 47 บาท และ PCSGH ราคาเป้าหมาย 13 บาท
อ่านเพิ่มเติม
30
เมษายน
2018
กลุ่ม Media (Neutral), คาดกำไร 1Q18 ของกลุ่ม ฟื้นตัวสูง Q-Q แต่ลดลง Y-Y
(views 400)
คาดกำไรปกติ 1Q18 กลุ่ม Media ฟื้นสูง Q-Q จากฐานต่ำไตรมาสก่อน แต่ลดลง 29% Y-Y ตามผลการดำเนินงานของ BEC ที่ยังเป็นขาดทุน เทียบกับ 1Q17 ที่เป็นกำไรสูงสุดของปีก่อน บริษัทที่มีกำไรเพิ่ม Y-Y เด่นสุด ตามลำดับ คือ RS +506% Y-Y หนุนโดยยอดขาย H&B ตามด้วยผู้ประกอบการสื่อนอกบ้าน VGI (4Q18) +26% Y-Y และ PLANB +21% Y-Y ส่วน WORK คาดกำไรเพิ่มเล็กน้อย 10% Y-Y และ MAJOR คาดกำไรปกติลดลง Y-Y แต่มีกำไรพิเศษช่วยให้กำไรสุทธิลดไม่มาก แนวโน้มกำไร 2Q18 ของกลุ่มดีขึ้น Q-Q เมื่อเข้าช่วง High season ตลาดโฆษณาและช่วงหน้าหนัง คงแนะนำน้ำหนักการลงทุนกลุ่ม “Neutral” Top-Pick: RS ราคาเป้าหมาย 35 บาท ตามด้วย PLANB ราคาเป้าหมาย 7.10 บาท ปรับคำแนะนำ WORK ขึ้นเป็น ซื้อสะสม จากเดิม ถือ จากราคาหุ้นที่ปรับลงมา มี๊ Upside จากราคาเป้าหมายใหม่ที่ 78 บาท จากเดิม 98 บาท โดยคาด Rating ดีขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนเม.ย.
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2018
กลุ่มการแพทย์ (Overweight), คาดกำไร 1Q18 ของกลุ่มโตเด่น
(views 341)
คาดกำไรปกติ 1Q18 ของกลุ่มการแพทย์เติบโตแข็งแกร่ง 12.1% Q-Q และ 17.6% Y-Y จากการบริโภคในประเทศที่ฟื้และจำนวนโรคระบาดที่มากกว่าปีก่อนอย่างมีนัยยะ โดยคาดว่าการเติบโตจะมาจากทุกกลุ่มลูกค้าทั้งผู้ป่วยไทย รวมถึงผู้ป่วยต่างประเทศที่เติบโตตามจำนวนนักท่องเที่ยว ขณะที่ฝั่งประกันสังคมยังได้อานิสงส์ต่อเนื่องจากการปรับเพิ่มการจ่ายเงินตั้งแต่กลางปีก่อน เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อภาพกำไรปกติทั้งปี 2018 ที่คาดว่าจะเติบโตเร่งตัวขึ้นเป็น 12.5% Y-Y หลังจากที่พักฐานไปแล้วในปีที่ผ่านมา เรายังคงน้ำหนักการลงทุน Overweight โดยเลือก Top Pick เป็น BDMS และ EKH
อ่านเพิ่มเติม
11
เมษายน
2018
Special Repot, ปรับ SET Target ลง 30 จุดเป็น 1,870 จุดหลังปรับกำไรแบงก์ลง ยังไม่รวม upside จากกลุ่มอื่น
(views 351)
เราปรับ SET Target ลง 30 จุดจากเดิม 1,900 จุดเป็น 1,870 จุด เป็นผลจากการปรับประมาณการกำไรกลุ่มธนาคารลง 4% และกลุ่มเกษตรอาหารลงประมาณ 5% ทั้งนี้ กำไรของกลุ่มธนาคารและกลุ่มเกษตรอาหารมีน้ำหนักต่อกำไรของตลาด 19% และ 5% ตามลำดับ การปรับประมาณการลงทำให้ EPS ของตลาดลดลงจากคาดการณ์เดิม 1.5% จาก 111.07 บาท/หุ้น เป็น 109.45 บาท/หุ้น เท่ากับว่า EPS growth ปี 2018 ชะลอเล็กน้อยจากเดิม +11.7% Y-Y เป็น +10.1% Y-Y ทั้งนี้ เราไม่ได้รวมประเด็นสงครามการค้าเพราะเชื่อว่าไม่เกิดขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
05
เมษายน
2018
กลุ่มธนาคาร (Neutral), Revised 2018 earnings down
(views 397)
ปรับลดประมาณการกำไรปี 2018 ของกลุ่มธนาคารลง เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ของกลุ่มธนาคารลง 4% เป็น 1.96 แสนลบ. (+6.5%Y-Y) โดยส่วนใหญ่เป็นการปรับลดรายได้ค่าธรรมเนียม และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลงราว 5-8% เพื่อให้สอดคล้องกับการยกเลิกรายได้ค่าธรรมเนียมการโอน ผ่าน Mobile-Banking โดยคาดว่า KBANK เป็นธนาคารที่จะได้รับผลกระทบสูงสุดเนื่องจากมีส่วนแบ่งการตลาด Mobile Banking ที่สูงสุดในกลุ่ม เราปรับลดประมาณการกำไรลงใน KBANK, BBL, KTB, SCB และ BAY ลง สำหรับ TMB, TCAP และ TISCO คาดว่าได้รับผลกระทบอย่างไม่มีนัย
อ่านเพิ่มเติม
29
มีนาคม
2018
กลุ่มธนาคาร (Overweight), “No Mobile-banking Fee” Impact
(views 466)
คำแนะนำ: KBANK ที่ราคาปรับตัวลงมากที่สุด และหากรวมผลกระทบจาก Free Mobile banking fee เราคาดว่ากำไรสุทธิลดลงราว 7% เป็น 3.78 หมื่นลบ. จากคาดการณ์เดิมที่ 4.08 หมื่นลบ ซึ่งยังเห็นการเติบโตราว 10%Y-Y และส่งผลกระทบต่อ 2018 BVS ราว 1.23 บาท เป็น 157.68 บาท ROE ลดลงจาก 11.2% เป็น 10.5% ซึ่งต้องอิง Prospective PBV ใหม่ที่ 1.5 เท่า จะได้ราคาเหมาะสมที่ราว 235 บาท ซึ่งถือว่ายังมี Upside จากราคาปิดล่าสุดที่ 10% ดังนั้นเราคงคำแนะนำ ซื้อ และเรายังไม่ปรับราคาเหมาะสมลงจากเดิมที่ 264 บาทโดยคาดว่าผลกระทบจากกรณีดังกล่าวจะไม่รุนแรง สำหรับธนาคารอื่น คงประมาณการเช่นกัน ราคาที่ลงมายังถือเป็นโอกาสซื้อ TOP Pick KBANK, BBL
อ่านเพิ่มเติม
09
กุมภาพันธ์
2018
Media Sector (Neutral)
(views 392)
คาดกำไรปกติ 4Q17 กลุ่ม Media ลดลง 76% Q-Q จากการงดโฆษณาในช่วงเดือนต.ค. แต่โตสูง Y-Y จากฐานต่ำมากใน 4Q16 ที่ได้ผลกระทบนานกว่า บริษัทที่คาดโต Y-Y เด่นสุด คือ RS +155% Y-Y กลับจากขาดทุนใน 4Q16 จากยอดขาย H&B แข็งแกร่ง ตามด้วย PLANB +80% Y-Y จากอัตราใช้สื่อนอกบ้านเพิ่ม ทั้งปี 2017 คาดกำไรปกติทั้งกลุ่มฟื้นตัว 25% Y-Y จากฐานต่ำปีก่อน เด่นสุด WORK RS PLANB ตามลำดับและคาดปี 2018 ฟื้นตัวสูงต่อ แต่เป็นระดับต่ำเทียบกับอดีต เราคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มมีเดีย “Neutral” Top-Pick: WORK ราคาหุ้นที่ปรับลงทำให้มี Upside มากสุดในกลุ่ม 17% โดยมองข้ามคาดทุนใน 4Q17 และคาด Rating ช่อง WPTV จะดีขึ้น จากรายการใหม่ๆ Trading Buy: RS จากราคาหุ้นขึ้นเร็วเกินเป้าหมาย รับคาดการณ์ 4Q17 และปี 2018 กำไรฟื้นเด่นสุด, PLANB แนะนำ HOLD: MAJOR, VGI และ คงแนะนำ SELL: BEC MCOT
อ่านเพิ่มเติม
07
กุมภาพันธ์
2018
Special Report, ปรับฐานเพื่อขึ้นต่อ ถึงเวลา ... เลือกหุ้นตามสไตล์
(views 368)
สำหรับการพักฐานในรอบนี้ของตลาดหุ้น เรามองว่าเป็นการปรับฐานในแนวโน้มขาขึ้นและกินเวลาสั้นกว่าในอดีต เพราะเศรษฐกิจของประเทศหลักๆแทบทั้งโลกฟื้นตัวไปพร้อมๆกัน การฟื้นตัวในที่นี้เพิ่งเริ่มต้น ยังไม่ใช่ช่วงปลายของเศรษฐกิจที่เฟื่องฟู จึงไม่น่ากังวลกับเงินเฟ้อว่าจะเร่งขึ้นเร็ว อย่างไรก็ตาม Bond yield ในปัจจุบันที่ยังผันผวนในระดับสูงและค่าเงินดอลลาร์ที่ยังแข็งค่า (เป็นสถานการณ์ตรงข้ามกับปี 2017 ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นปรับขึ้น) อาจทำให้ความผันผวนของตลาดหุ้นยังมีอยู่ จนกว่านักลงทุนจะได้เห็นตัวเลขผลประกอบการของบจ.ที่กำลังทยอยประกาศ เชื่อว่าจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้ รวมถึงน่าติดตามความเห็นของเจ้าหน้าที่เฟดเกี่ยวกับเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ย (ปลายสัปดาห์) เรายังประเมิน SET Target ในปีนี้ที่ 1,900 จุดและมีโอกาสเห็นในครึ่งปีแรก
อ่านเพิ่มเติม
26
มกราคม
2018
Healthcare Sector (Overweight), น่าสนใจมากขึ้นในปี 2018
(views 355)
เราคาดว่าภาพรวมของกลุ่มการแพทย์เริ่มกลับมาดุน่าสนใจมากขึ้นในปี 2018 จากกำไรที่คาดว่าจะเติบโตเร่งตัวขึ้น 7.5% Y-Y จากปี 2017 ที่คาดว่าจะทำได้เพียงแค่ทรงตัว โดยเราคาดว่ากลุ่มฯจะได้อานิสงส์จากการบริโภคและเศรษฐกิจในประเทศที่เร่งตัวขึ้น ขณะที่ตลาดต่างชาติยังเติบโตได้ดีต่อเนื่องตามทิศทางจำนวนนักท่องเที่ยว ขณะที่แง่ราคาถือว่า Laggard SET อย่างมีนัยยะในปีที่ผ่านมา จึงมองว่าเป็นจังหวะที่น่าสนใจในการลงทุนอีกครั้ง เรายังคงน้ำหนักการลงทุน “Overweight” โดยเลือก BCH และ EKH เป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
08
มกราคม
2018
Special Report : การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำส่งผลบวกต่อการบริโภค
(views 384)
O ภายในไม่เกิน 15 ม.ค. นี้ คณะกรรมการพิจารณาค่าแรงขั้นต่ำ 3 ฝ่าย (ฝ่ายลูกจ้าง นายจ้าง และภาครัฐที่มีกระทรวงแรงงานเป็นเจ้าภาพ) จะมีมติปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และค่าแรงใหม่จะมีผลทันทีสิ้นเดือน ม.ค. มีการคาดการณ์ว่าค่าแรงขั้นต่ำจะปรับขึ้น 2-15 บาท หรือราว 5%
O เรามองผลกระทบสุทธิเป็นบวกต่อบริษัทจดทะเบียนโดยรวมและต่อเศรษฐกิจ เพราะหลายธุรกิจมีการปรับตัวนับตั้งแต่มีการขึ้นค่าแรงครั้งใหญ่เป็น 300 บาททั่วประเทศเมื่อปี 2012 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 40-90% ทำให้มีการลดปริมาณแรงงาน เปลี่ยนมาเป็นการใช้เครื่องจักรมากขึ้น ยกเว้นบางธุรกิจที่ยังต้องพึ่งพาแรงงานในระดับสูงเช่น ก่อสร้าง สิ่งทอ การประมง เกษตรและอาหาร เป็นต้น แต่ค่าจ้างที่หลายธุรกิจจ่ายอยู่ก็สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว
อ่านเพิ่มเติม
04
มกราคม
2018
Banks Sector (Overweight), The party has just started.
(views 715)
เราคงน้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคาร Overweight เราคาดว่า วงจรการลงทุนจะถูกกล่าวถึงอีกครั้งในปี 2018 ซึ่งโดยปกติของการเริ่มต้นของ Early expansion phase จะส่งผลต่อการเติบโตของสินเชื่อในระยะเวลาประมาณ 3-5 ปี เราคาดว่าสินเชื่อจะเติบโตของกลุ่มธนาคารจะ +6%Y-Y ในปี 2018 เป็นอัตราการเติบโตที่ดีที่สุดในรอบ 5 ปี ในส่วนของ NPL เราคาดว่าตลาดจะสนใจน้อยใจและน่าจะจบลงอย่างสมบูรณ์ในปี 2018 ปัจจัยดังกล่าวทำให้เราคาดว่ากลุ่มธนาคารจะแสดงผลกำไรปี 2018 เป็นจุดสูงสุดใหม่ที่ 2.06 แสนลบ. +10%Y-Y ดีที่สุดในรอบ 5 ปี TOP Pick ของกลุ่มเลือกจาก 1.การเป็นผู้นำในธุรกิจ 2.ได้ประโยชน์จากการเติบโตของสินเชื่อและการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยและ 3. มีอัตราการเติบโตของกำไรที่ดีกว่ากลุ่ม เรายกให้ Top Pick ของกลุ่มคือ KBANK (ราคาเหมาะสม 264 บาท) และ BBL (ราคาเหมาะสม 244 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
04
มกราคม
2018
MAI: เริ่มน่าสนใจสำหรับการลงทุนใน 3 เดือนข้างหน้า
(views 459)
MAI ปี 2017 ปรับตัวลง 12% YTD ตรงข้ามกับ SET ที่ปรับตัวขึ้น 14% YTD จากกำไร 9M17 ของทั้งกลุ่มที่ลดลง 62% Y-Y โดยมีเพียงกลุ่มเทคโนโลยีที่ดูจะโดดเด่นสุดทั้งผลประกอบการและราคาหุ้น อย่างไรก็ตาม เราคาดว่า Downside ของ MAI ค่อนข้างจำกัด ถ้าพิจารณาจาก Spread ของ PBV และ Dividend Yield เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต และการเติบโตของผลประกอบการที่จะสูงในปีหน้า จากฐานที่ต่ำในปีนี้และการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ โดยหุ้นที่เราติดตาม 17 บริษัท คาดว่ากำไรปกติปีนี้จะเติบโต 16% Y-Y อยู่ที่ 2,076 ล้านบาท และโตมากขึ้นเป็น 39% Y-Y อยู่ที่ 2,889 ล้านบาท ในปี 2018 ขณะที่ แรงขาย LTF/RMF ที่มักเกิดขึ้นในช่วงต้นปีจะไม่กระทบหุ้น MAI เราจึงให้น้ำหนักเป็น Overweight สำหรับการลงทุนใน 3 เดือนข้างหน้า Top Pick คือ ATP30 ARROW COMAN CMO MGT และ PPS
อ่านเพิ่มเติม
03
มกราคม
2018
MAI: เริ่มน่าสนใจสำหรับการลงทุนใน 3 เดือนข้างหน้า
(views 364)
MAI ปี 2017 ปรับตัวลง 12% YTD ตรงข้ามกับ SET ที่ปรับตัวขึ้น 14% YTD จากกำไร 9M17 ของทั้งกลุ่มที่ลดลง 62% Y-Y โดยมีเพียงกลุ่มเทคโนโลยีที่ดูจะโดดเด่นสุดทั้งผลประกอบการและราคาหุ้น อย่างไรก็ตาม เราคาดว่า Downside ของ MAI ค่อนข้างจำกัด ถ้าพิจารณาจาก Spread ของ PBV และ Dividend Yield เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต และการเติบโตของผลประกอบการที่จะสูงในปีหน้า จากฐานที่ต่ำในปีนี้และการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ โดยหุ้นที่เราติดตาม 17 บริษัท คาดว่ากำไรปกติปีนี้จะเติบโต 16% Y-Y อยู่ที่ 2,076 ล้านบาท และโตมากขึ้นเป็น 39% Y-Y อยู่ที่ 2,889 ล้านบาท ในปี 2018 ขณะที่ แรงขาย LTF/RMF ที่มักเกิดขึ้นในช่วงต้นปีจะไม่กระทบหุ้น MAI เราจึงให้น้ำหนักเป็น Overweight สำหรับการลงทุนใน 3 เดือนข้างหน้า Top Pick คือ ATP30 ARROW COMAN CMO MGT และ PPS
อ่านเพิ่มเติม
03
มกราคม
2018
Telecom Sector (Overweight), ปี 2018 จะกลับมาเติบโต
(views 530)
เรามีมุมมองเป็นบวกต่อภาพรวมกลุ่มสื่อสารฯในปี 2018 จากการเติบโตของโลก Digital ซึ่งเป็นบวกต่อทั้งกลุ่ม Mobile Operator และ SI จากการใช้งานด้าน Data ที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคุณและแรงกระตุ้นให้เกิดการลงทุนระบบ IT มากขึ้น ขณะที่กลุ่มดาวเทียมยังต้องเผชิญแรงกดดันจากโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เรายังคงน้ำหนักการลงทุน “Overweight” โดยเลือก ADVANC และ AIT เป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
29
ธันวาคม
2017
Telecom Sector (Overweight), ปี 2018 จะกลับมาเติบโต
(views 363)
เรามีมุมมองเป็นบวกต่อภาพรวมกลุ่มสื่อสารฯในปี 2018 จากการเติบโตของโลก Digital ซึ่งเป็นบวกต่อทั้งกลุ่ม Mobile Operator และ SI จากการใช้งานด้าน Data ที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคุณและแรงกระตุ้นให้เกิดการลงทุนระบบ IT มากขึ้น ขณะที่กลุ่มดาวเทียมยังต้องเผชิญแรงกดดันจากโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เรายังคงน้ำหนักการลงทุน “Overweight” โดยเลือก ADVANC และ AIT เป็น Top Pic
อ่านเพิ่มเติม
27
ธันวาคม
2017
Media Sector (Neutral), คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มมีเดีย “Neutral” Top-Pick: WORK ตามด้วย PLANB ส่วน RS - T-BUY
(views 361)
เราคงแนะนำน้ำหนักการลงทุนกลุ่ม Media ที่ “Neutral” แม้คาดกำไรปกติปี 2018 ฟื้นต่อเนื่อง 40.6% จากปีก่อนที่คาดฟื้นตัว 36.6% จากฐานต่ำมากปีก่อนหน้า ขณะที่ PEG ประมาณ 1.4 เท่า ใกล้เคียงตลาดรวม สื่อหลักทีวียังมีการแข่งขันเข้มข่น บริษัทในกลุ่มที่คาดกำไรโตเด่นสุด คือ RS จากแรงหนุนทั้งธุรกิจทีวีดิจิตอลฟื้นขึ้นและยอดขายธุรกิจ H&B โตสูงอีก 50% ตามด้วย WORK คาดกำไรปกติโตอีก 33% จากปีก่อนที่โตเด่นสุดในกลุ่ม +281% ขณะที่ BEC ฟื้นเล็กน้อยหลังหดตัวหนักใน 2 ปีก่อน และยังต่ำกว่าอดีตมาก ราคาหุ้นปรับลงมาใกล้เป้าหมาย แต่ไม่มี Catalyst ทั้งนี้ Top-Pick ในกลุ่มคือ WORK ราคาปรับฐานลงมามี Upside 16% ตามด้วย PLANB ราคาหุ้นมี Upside 10% และรอความคืบหน้า Deal M&A ที่มีนัยฯ ขณะที่ปรับคำแนะนำ RS ลงเป็น ซื้อเก็งกำไร จากเดิม ซื้อ จากราคาหุ้นขึ้นเร็วใกล้เป้าหมายรับคาด 4Q17 ยังเป็นกำไรและปี 2018 กำไรโตเด่น
อ่านเพิ่มเติม
26
ธันวาคม
2017
Energy Sector (Neutral), แม้ภาพรวมไม่เด่น แต่ยังอยู่ในทิศทางที่ดี เลือก Top pick เป็น IRPC
(views 475)
ภาพรวมของกลุ่มเป็น Neutral แต่ IRPC เด่นที่สุด เนื่องจากแม้ผลประกอบการมีทิศทางเติบโต แต่อัตราการเติบโตค่อนข้างจำกัดสอดคล้องกับภาพตัวขับเคลื่อนหลักของอุตสาหกรรมทั้งต้นน้ำ และ ปลายน้ำ ดังนั้น เราให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มนี้เป็น Neutral และ แนะนำเลือกลงทุนหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวที่ชัดเจนอย่าง IRPC ที่เราคาดการเติบโตสูงสุดของกลุ่ม และ ปัจจัยการเติบโตมาจากปัจจัยภายในที่ไม่พึ่งพา margin ของอุตสาหกรรมมากนัก เนื่องจากการเติบโตหลักจะมาจากการเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวประโยชน์หลังผ่านการลงทุนขยายกำลังการผลิต และ เพิ่มประสิทธิภาพของโรงงาน ทำให้มี margin อัตราการใช้กำลังการผลิต และ กำลังการผลิตสูงขึ้น ประกอบกับความคาดหวังจากเงินปันผล เนื่องจาก IRPC ได้ผ่านช่วงการลงทุนใหญ่มาแล้ว ทำให้หลังจากนี้อาจพิจารณาจ่ายปันผลที่สูงขึ้นจากในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น IRPC จึงเป็น Top pick ของกลุ่ม ราคาเหมาะสม 7.40 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
ธันวาคม
2017
Contractor Sector (Overweight), อนาคตที่สดใสรออยู่
(views 396)
น้ำหนักลงทุน “Overweight” โดยมี Top Pick คือ STEC เรามองว่าปี 2018 จะเป็นปีที่ดีของกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และให้น้ำหนักการลงทุน “Overweight” จากงานในมือที่อยู่ในระดับสูง โดยโครงการขนาดใหญ่ที่ประมูลได้ในปีนี้ เริ่มก่อสร้าง และรับรู้เป็นรายได้ตั้งแต่ปีหน้า ทั้งรถไฟทางคู่, รถไฟฟ้าสีส้ม ชมพู และเหลือง รวมถึงได้รับประโยชน์จากการเร่งผลักดันงานประมูลรอบใหม่ที่มากขึ้น ทั้งนี้ เราเลือก Top Pick ของผู้รับเหมารายใหญ่คือ STEC (ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 31.80 บาท) จากความโดดเด่นของงานในมือที่สูงกว่าแสนล้านบาทและมีมาร์จิ้นดี ส่งผลให้ทิศทางของกำไรสุทธิใน 3 ปีข้างหน้าเติบโตสูงสุดในกลุ่มราว 35% ต่อปี รวมถึงมีฐานะการเงินแข็งแกร่งจากการเป็น Net Cash Company ส่วนผู้รับเหมาฐานราก เราชื่นชอบ SEAFCO (ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 10.10 บาท) จากปริมาณงานในมือที่สูงกว่า 3 พันล้านบาท มากที่สุดในตลาดฐานราก และมากกว่าคู่แข่งอย่าง PYLON ถึง 3 เท่า รวมถึงกระจายความเสี่ยงจากงานในประเทศโดยขยายไปรับงานต่างประเทศทั้งเมียนมา และกัมพูชา อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับขึ้นมาตอบรับเชิงบวกจนมี Upside ไม่ถึง 10% เราจึงแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว”
อ่านเพิ่มเติม
25
ธันวาคม
2017
Banks Sector (Overweight), คาดการณ์กำไร 4Q17 ชะลอ ก่อนขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในปี 2018
(views 308)
สินเชื่อเดือนพ.ย.ชะลอตัวลง +0.3%M-M เติบโตต่ำกว่าที่ควรจะเป็นในภาวะปีปกติ ทำให้ 11M17 สินเชื่อ +2.1%YTD และคาดทั้งปีน่าจะ +2.5%YTD น้อยที่สุดในรอบ 7 ปี พร้อมกันนี้เราคาดว่ากำไร 4Q17 ของกลุ่มฯจะชะลอตัวต่ำที่สุดในปีด้วยจากค่าใช้จ่ายตามฤดูกาลก่อนที่กำไรของกลุ่มจะกลับขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ในปี 2018 โดยคาดแรงหนุนจากการเติบโตของสินเชื่อ รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย และการตั้งสำรองฯที่ลดลง เราคงคำแนะนำ Overweight หุ้นกลุ่มธนาคาร เน้น Large-cap Bank โดย Top Pick คือ KBANK (ราคาเหมาะสม 256 บาท) และ BBL (ราคาเหมาะสม 230 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
18
ธันวาคม
2017
Commerce Sector (Overweight), ให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มค้าปลีกปีหน้าเป็น Overweight
(views 449)
ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนเป็น Overweight และ Top Pick คือ CPALL ROBINS RSP หลังจากผ่านช่วงต่ำสุดของภาวะกำลังซื้อที่ชะลอตัวไปแล้ว และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตมากขึ้นในปีหน้า เราชอบ CPALL และ ROBINS ที่อิงกับกลุ่มลูกค้าระดับกลางบนก่อน โดย CPALL เราค่อนข้างชอบในแง่ความสม่ำเสมอของการเติบโต ในขณะที่ปัญหาสัดส่วนหนี้ต่อทุนที่ค่อนข้างสูงได้คลี่คลายความกังวลลงไปมาก และเข้าอยู่ในเงื่อนไขของ Bond Covenants แล้ว รวมถึงจะได้รับผลบวกจากการเติบโตของ MAKRO ด้วย สำหรับ ROBINS เราคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวแข็งแกร่งอีกครั้งในปีหน้า และบริษัทยังกลับมาเน้นกลยุทธ์เพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ภายหลังได้มีการจัดการเคลียร์สต็อกสินค้าเก่าให้แล้วเสร็จในปี 2017 ในขณะที่ 2 สาขาใหม่ที่จะเปิดในปีหน้าเป็นรูปแบบ Lifetyle Center ซึ่งจะมีรายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้นด้วย ส่วน RSP เรามองว่าน่าสนใจในแง่ Valuation ที่ค่อนข้างถูกมาก ปัจจุบันเทรดบน Forward PE เพียง 13.8 เท่า และ PEG ที่ 0.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีกซึ่งอยู่ที่ 27.7 เท่า และ 1.8 เท่า ตามลำดับ และคาดกำไรปี 2018 จะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งราว 29.8% Y-Y ในขณะที่ Downside ค่อนข้างจำกัดมาก
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
TotalEarningsResult3Q17: กำไรปกติ 3Q17 +19% Q-Q, +20% Y-Y ถือว่าแข็งแกร่งทั้งที่เป็น low season
(views 417)
กำไรปกติใน 3Q17 ถือว่าดีทั้งที่เป็น Low season ของหลายกิจการในประเทศ แต่กำไรปกติ (เฉพาะใน FSS coverage) ยังเติบโตได้ +19% Q-Q, +20% Y-Y เป็น 194,386 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่ม Non-Banks ที่กำไรปกติเติบโตได้ดีมาก +25% Q-Q, +33% Y-Y ดีกว่าที่เราคาด 5% กลุ่มที่กำไรดีกว่าคาดและน่าประทับใจได้แก่กลุ่มค้าปลีกและโรงแรม ส่วนกลุ่มกำไรออกมาแย่กว่าคาดได้แก่ กลุ่มเครื่องดื่ม โรงไฟฟ้า รับเหมาก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้าง
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2017
Media Sector (Neutral), คาดกำไรปกติ 3Q17 กลุ่ม ลดลง 3.5% Q-Q แต่เพิ่มสูง 80.4% Y-Y โตเด่น RS WORK PLANB
(views 344)
คาดกำไรปกติ 3Q17 กลุ่ม Media ลดลงเล็กน้อย 3.5% Q-Q จากกำไรของ MAJOR ลดลงมาก Q-Q แต่ยังโตสูง 80.4% Y-Y โดยที่คาดโต Y-Y เด่น คือ RS เป็นกำไรสูงสุดของปีและกลับจากขาดทุนใน 3Q16 จากธุรกิจ H&B, WORK คาดโต 6.5% Q-Q 236.4% Y-Y จากอัตราค่าโฆษณาเพิ่ม และ PLANB คาดโต 24.0% Q-Q, 22.7% Y-Y คงมอง 4Q17 กำไรกลุ่มลดลง Q-Q แต่ยังโตสูง Y-Y และทั้งปีฟื้นตัวสูงจากปีก่อนที่หดตัวแรงจากกำไรฟื้นตัวของผู้ประกอบการทีวีทั้ง 2 รายและ PLANB ชดเชยกำไรที่ลดลงมากของรายใหญ่เดิมคือ BEC กำไร 3Q17 ที่คาดโตเด่น เป็นปัจจัยหนุนต่อการเก็งกำไรระยะสั้น RS WORK และ PLANB แต่ RS ราคาเกินเป้าหมาย ขณะที่ WORK และ PLANB มี Upside ค่อนข้างจำกัดจากราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 103 บาท (ปรับขึ้นจากเดิม 89 บาท) และ 7.10 บาท ตามลำดับ แนะนำ ถือ/ซื้ออ่อนตัว ส่วน MAJOR ปรับลงเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ และคงแนะนำ ขาย BEC, MCOT
อ่านเพิ่มเติม
27
ตุลาคม
2017
Banks Sector (Overweight), กำไร 3Q17 น้อยกว่าคาด แนวโน้ม 4Q17 ยังชะลอ เริ่มใหม่ปี 2018
(views 362)
คงแนะนำ Overweight สำหรับการลงทุนในปี 2018 คงคำแนะนำ Overweight โดยยังคงมุมมองเป็นบวกต่อกลุ่มธนาคารสำหรับการลงทุนในปี 2018 ความเสี่ยงที่เคยกดดัน Valuation ของราคาหุ้นกลุ่มแบงก์จะผ่อนคลายลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณภาพหนี้ ซึ่งเราคาดว่าน่าจะเห็นการปรับลงของ NPL Ratio มาอยู่ในระดับต่ำกว่า 3% เป็นปีแรกในรอบ 4 ปี TOP Pick KBANK (2018 TP 256 บาท) และ TMB (2018 TP 2.88 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
06
ตุลาคม
2017
Banks Sector (Overweight) : คาดกำไร 3Q17 ฟื้นตัวได้ดี
(views 327)
เราคาดว่ากลุ่มธนาคารจะมีกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 5.01 หมื่นลบ. ฟื้น 12%Q-Q แต่ลดลง 2%Y-Y เราคาดการณ์ค่าใช้จ่ายสำรองฯจะผ่อนคลายลงจากไตรมาสก่อนที่มีสำรองฯของ EARTH เราคาดว่าสินเชื่อจะทรงตัว Q-Q โดยการเพิ่ม/ลด ของสินเชื่อยังกระจายตัว ไม่เห็นสัญญาณการลงทุนของภาคเอกชนที่ชัดเจนนัก ด้าน NPL คาดว่ายังเห็นการขยับขึ้นแต่เริ่มไม่น่ากังวล เราคาดหวังการขยับขึ้นในอัตราที่ลดลง หลายธนาคารอยู่ในกระบวนการ Write-off / Sell NPL ซึ่งน่าจะทำให้แรงกดดันคุณภาพหนี้ผ่อนคลายลง เราคาดว่า TMB และ TISCO น่าจะมีกำไร 3Q17 โดดเด่นที่สุด ขณะที่คาด KKP อาจมีเซอร์ไพรส์เชิงบวกจากกำไรจาก NPA และค่าธรรมเนียมด้านหลักทรัพย์ คงคำแนะนำ Overweight หุ้นกลุ่มธนาคาร Top Pick คือ KBANK (2017 TP 240 บาท), TMB (2017 TP 2.84 บาท) และ KKP (2018 TP 79 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
28
กันยายน
2017
Media Sector (Neutral) : The Royal Cremation Ceremony in Oct
(views 329)
คงมองแนวโน้มกำไร 4Q17 ของบริษัทส่วนใหญ่ในกลุ่ม Media ลดลง Q-Q แต่เพิ่ม Y-Y คงมองแนวโน้มกำไร 4Q17 ของบริษัทส่วนใหญ่ในกลุ่ม Media ลดลง Q-Q จากผลกระทบดังกล่าว แต่เพิ่ม Y-Y จากฐานที่ต่ำมากใน 4Q16 ที่ได้รับผลกระทบจากงานพระราชพิธีประมาณ 2 เดือน ขณะที่คาดผลกระทบ 0.5-1 เดือนใน 4Q17 และผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีการเตรียมตัวต่างๆ เพื่อลดผลกระทบ ทั้งนี้ มีแนวโน้มหลังช่วงไว้ทุกข์ใน 2 เดือนหลังของปี ตลาดโฆษณาและการจัด Event จะทยอยกลับมาปกติ
อ่านเพิ่มเติม
21
กันยายน
2017
Tourism Sector (Overweight) : Growth Sector ที่ยังคงน่าสนใจไม่เสื่อมคลาย
(views 415)
เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อภาพรวมการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยังแข็งแกร่ง โดยล่าสุดจำนวนนักท่องเที่ยว 3QTD เพิ่มขึ้น 6.7% Y-Y และมีการกระจายตัวในแต่ละตลาดหลักที่ค่อนข้างดี นอกจากนี้ธุรกิจกำลังจะเข้าสู่ช่วง High Season ซึ่งทำให้แนวโน้มกำไรปกติในช่วงครึ่งปีหลังต่อเนื่องปี 2018 ยังสดใส โดยเราคาดว่ากำไรจะเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y ในช่วง 3 ไตรมาสข้างหน้า และคาดกำไรปกติปี 2017 และ 2018 เติบโต 19.3% Y-Y และ 13.5% Y-Y ตามลำดับ ซึ่งยังคงเดินหน้าทำ New High ต่อเนื่อง เรายังคงน้ำหนักการลงทุน “Overweight” โดยเลือก ERW เป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
18
กันยายน
2017
Special Report : ประเมินเป้า SET Index ปี 2018 ที่ 1,900 จุดผลักดันด้วยหุ้น big cap เป็นลำดับแรก
(views 327)
เราประเมินเป้าหมาย SET Index ปี 2018 ที่ 1,900 จุด บนสมมติฐาน EPS growth 9.5% (112 บาท/หุ้น) และ PE 17 เท่า (+1.5SD) เราคิดว่า PE ที่เหมาะสมของตลาดหุ้นไทยควรยกระดับจากค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 14-15 เท่า ตามแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่กำลังจะหลุดพ้นการเติบโตในระดับ 3-4% ต่อปีไปสู่การเติบโตที่เร่งตัวมากขึ้นในหลายปีข้างหน้า อันที่จริง PE ของตลาดหุ้นไทยเคยเทรดถึง 20-25 เท่าในช่วงที่ Fund flow ไหลเข้าหนาแน่นในปี 2009-10 ก่อนจะขายหนักในปี 2013-15 ที่มีปัญหาการเมือง เราเชื่อว่าปีหน้าจะเป็นอีกปีที่ Fund flow ไหลเข้าหนาแน่น หุ้นขนาดใหญ่จะให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้นขนาดเล็กและหุ้นปันผล เศรษฐกิจเร่งตัวขึ้น เงินเฟ้อเริ่มขยับขึ้นแต่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยไม่เร็วนัก ค่าเงินบาทมีทิศทางแข็งค่า สวนทางกับเงินดอลลาร์ที่คาดว่าจะมีทิศทางอ่อนค่าซึ่งเป็นบวกต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยง
อ่านเพิ่มเติม
25
สิงหาคม
2017
MAI, สรุปผลประกอบการ 2Q17
(views 362)
ยังไม่ใช่เวลาของ MAI แต่ ITEL FSMART และ MBAX จะ Outperform กลุ่มได้ กำไรสุทธิ 2Q17 ของ MAI -48% Q-Q และ -81% Y-Y ส่วน 1H17 -68% Y-Y โดยหลักมาจากการชะลอตัวของกลุ่มเกษตร อาหาร และบริการ ขณะที่ กำไรปกติของหุ้นใน MAI ที่เราจัดทำบทวิเคราะห์ 13 บริษัท -23% Q-Q และ -11% Y-Y และกำไรปกติ 1H17 -2% Y-Y โดยตัวที่ Outperform คือ FSMART ITEL LIT และ MBAX ส่วนตัวที่ Underperform คือ BKD K PDG และ PIMO ทั้งนี้ เรามองว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะ Reallocate จาก Big Cap. เป็น Small Cap. เนื่องจาก P/BV Spread และ ROE Spread ระหว่าง SET กับ MAI ที่เราใช้เป็นตัวชี้วัดเพื่อจับจังหวะ Style Timing ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต แต่มีหุ้นที่คาดว่าจะ Outperform ใน 2H17 และแนะนำซื้อในฐานะ Top Pick คือ FSMART ITEL และ MBAX ด้วยคุณสมบัติ กำไรสุทธิยังเติบโตแข็งแกร่ง, ไม่ถูกฉุดจากกำลังซื้อในประเทศ, และราคามี Upside เมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายของเรา
อ่านเพิ่มเติม
24
สิงหาคม
2017
Beverage Tax, ภาษีน้ำตาล
(views 339)
เริ่มใช้ภาษีเครื่องดื่มฉบับใหม่ 16 ก.ย.นี้ - ชาเขียว กาแฟ หนักสุด เครื่องดื่มผง เบาสุด
ครม.มีมติอนุมัติภาษีเครื่องดื่มแล้ว โดยจะมีเริ่มบังคับใช้ภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ตั้งแต่ 16 ก.ย. 2017 เป็นต้นไป ทั้งนี้ภาษีเครื่องดื่มแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ ภาษีคำนวณตามมูลค่า หรือภาษีสรรพสามิตเดิม และส่วนที่สองคือ ภาษีคำนวณตามปริมาณ หรือภาษีน้ำตาล ซึ่งมีการกำหนดรายละเอียดขึ้นใหม่
อ่านเพิ่มเติม
22
สิงหาคม
2017
GDP2Q17, การลงทุนภาคเอกชนส่งสัญญาณฟื้น พลิกเป็นบวกเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส
(views 460)
SET Index 2017YTD +1.7% เป็นตลาดที่ underperform ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย สอดคล้องกับ EPS growth ปี 2017 ที่ตลาดคาด +7.3% Y-Y (ตลาดหุ้นไทยและอินเดียเป็น 2 ตลาดที่ถูกปรับลดประมาณการ EPS) โตต่ำสุดเป็นอันดับ 3 แต่คาดการณ์ EPS growth ปี 2018 ที่ +10.5% Y-Y เริ่มขยับขึ้นมาใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในเอเชีย เราคิดว่ายังมี Sector ที่น่าสนใจลงทุนเช่น กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานซึ่งมีโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่อง (รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง และธนาคารพาณิชย์) ส่วนกลุ่มที่อิงการบริโภคเช่นกลุ่มค้าปลีก น่าจะใช้เวลาในการฟื้นตัวอีกระยะหนึ่ง
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2017
Earnings Result 2Q17, กำไรปกติ 2Q17 -19% Q-Q, -12% Y-Y ส่วนใหญ่เพราะ Stock loss แต่ 1H17 +12%
(views 350)
o ผลประกอบการ 2Q17 ที่ประกาศมาเกือบครบแล้ว ปรากฎว่าหุ้นใน FSS Coverage มีกำไรปกติ 159,553 ล้านบาท -13.6% Q-Q, -4.1% Y-Y ต่ำกว่าที่เราคาดเพียง 4% ส่วนใหญ่เป็นผลจาก Stock loss ของกลุ่ม Commodity (พลังงาน ปิโตรเคมี เหล็ก) ตรงข้ามกับ 1Q17 และ 2Q16 ที่มี Stock gain จำนวนมาก
o หากตัดกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และเหล็กออก กำไรปกติของกลุ่ม Non-commodity ที่เหลือ -26% Q-Q ตามฤดูกาลและฝนที่มาเร็วกว่าปกติ และ -6.8% Y-Y ฉุดโดยกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มสายการบิน กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (ปีก่อนมีมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ) กลุ่มมือถือและ supply chain ของมือถือแทบทั้งหมดเช่นกลุ่มรับเหมาไอที กลุ่มโรงพยาบาลเฉพาะโรงพยาบาลขนาดเล็ก (ปีก่อนมีโรคระบาดทำให้ฐานรายได้สูง)
o กำไรที่ดีขึ้น Y-Y ได้แก่กลุ่มไฟแนนซ์ กลุ่มโรงแรม กลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีการ COD โรงใหม่ๆต่อเนื่อง กลุ่มทีวีดิจิตอล กลุ่มยานยนต์ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์ รวมถึงกลุ่มค้าปลีก (ทั้ง Convenience stores, Modern Trade, และสินค้าเฉพาะอย่างเช่น สินค้าไอที และ skin care)
o เมื่อมองไปข้างหน้า เราพบว่า 3 กลุ่มเสี่ยงได้แก่ กลุ่มอิเล็คทรอนิกส์ เพราะถูกกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าเกินคาด การอยู่ในธุรกิจกลางน้ำของสายการผลิต ทำให้อำนาจในการต่อรองราคาต่ำ กลุ่มสายการบิน การแข่งขันสูงกดดันให้ราคาค่าตั๋วลดลงมาโดยตลอด และกลุ่มเครื่องดื่ม เพราะภาษีน้ำตาลที่กำลังจะเริ่มใช้กลางเดือน ก.ย. ทำให้โครงสร้างต้นทุนเปลี่ยนไป
o 3 กลุ่มแกร่งได้แก่ กลุ่มโรงแรม ซึ่งได้ประโยชน์โดยตรงจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เติบโต และมีการกระจายตัวของรายได้ที่ดี กลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มมือถือ มีความเป็น Defensive อ่อนไหวน้อยต่อภาวะเศรษฐกิจ ต้นทุนที่สูงของผู้ประกอบการกลุ่มมือถือจะเป็นภาระน้อยลงเพราะแนวโน้มรายได้เร่งตัวขึ้น ส่วนกลุ่มโรงพยาบาลใน 2H17 จะได้ประโยชน์จากค่าเหมาจ่ายรายหัวที่สำนักงานประกันสังคมปรับเพิ่มให้ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2017 เป็นต้นไป โรงพยาบาลที่เราชอบจึงเป็นโรงพยาบาลที่รับประกันสังคม
o เรายังชอบกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็น Theme การลงทุนในช่วง 2H17 ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มรับเหมา วัสดุก่อสร้าง และกลุ่มธนาคาร การประมูลรถไฟทางคู่อีก 2 เส้นทางในช่วงครึ่งปีหลัง การประมูลรถไฟฟ้าอีก 1 เส้น เป็นสีสันสำหรับการเก็งกำไรหุ้นกลุ่มรับเหมา และเป็นผลบวกต่อสินเชื่อของธนาคาร และกลุ่มวัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะผู้ประกอบการเสาเข็มที่จะรับรู้รายได้ก่อนใคร
o กำลังซื้อที่ยังอ่อนแอประกอบกับเข้าฤดูฝนในช่วง 3Q17 ต่อเนื่องด้วยพระราชพิธีถวายพระเพลิงในหลวงรัชการที่ 9 ในเดือน ต.ค. ทำให้การบริโภคยังไม่เป็นปกติ กลุ่มค้าปลีกและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์น่าจะฟื้นตัวหลังสุด แต่หุ้นที่แข็งแกร่งสุดใน 2 กลุ่มนี้คือ CPALL เพราะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค และ ORI เพราะมี Backlog สูง รองรับรายได้ใน 3 ปีข้างหน้า
อ่านเพิ่มเติม
02
สิงหาคม
2017
Healthcare Sector (Overweight), แนวโน้มกำไร 2Q17 เริ่มฟื้น และดีต่อในครึ่งปีหลัง
(views 465)
เราคาดกำไร 2Q17 ของกลุ่มการแพทย์หดตัว 10.8% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 5.3% Y-Y โดยได้อานิสงส์จากฝนที่มาเร็ว ขณะที่ช่วง 2H17 คาดว่าจะเติบโตทั้ง H-H และ Y-Y หนุนโดย High Season รวมถึงการปรับเพิ่มเงินของสำนักงานประกันสังคม ขณะที่ผู้ป่วยต่างชาติคาดว่ายังเติบโตได้ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งฝั่งเอเชียตะวันออก ส่วนตะวันออกกลางเชื่อว่าได้ผ่านการปรับฐานใหญ่ไปแล้ว เราคาดกำไรปกติปี 2017 และ 2018 ทรงตัว Y-Y (ไม่รวม BDMS +8.2% Y-Y) และ +7.6% Y-Y ตามลำดับ ยังคงน้ำหนักการลงทุน “Overweight” โดยเลือก BCH เป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
24
กรกฏาคม
2017
Banks Sector (Overweight), กำไร 2Q17 น้อยกว่าคาด แต่คงคาดการณ์การฟื้นตัวใน 2H17
(views 391)
กลุ่มธนาคารรายงานกำไร 2Q17 น้อยกว่าคาด กลุ่มธนาคารรายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 44,733 ลบ. -12.8%Q-Q และ -9.6%Y-Y น้อยกว่าที่เราคาดไว้ เนื่องจากการตั้งสำรองฯที่สูงกว่าคาด ส่วนใหญ่เกิดจากการตั้งสำรองฯเพื่อรองรับความเสียหายของ EARTH (KTB, KBANK) ทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองฯใน 2Q17 +24%Q-Q และ +17%Y-Y หากหักรายการการตั้งสำรองฯออก กลุ่มธนาคารมีตัวเลข PPOP ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังเติบโตได้ดี +1.1%Q-Q และ +4.1%Y-Y แม้ว่ามีผลของการปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRR เกิดขึ้นใน 2Q17 แต่ได้รับการชดเชยจากสินเชื่อที่เติบโตแข็งแกร่งเกินคาด และรายได้ดอกเบี้ยจากเงินลงทุนและรายการระหว่างธนาคารที่ดีกว่าคาดไว้ สังเกตว่า NIM ทรงตัวที่ 3.43% ชะลอตัวจาก 3.44% ในไตรมาสก่อนเพียงเล็กน้อยเนื่องจาก CoF ที่เริ่มปรับเพิ่มขึ้น ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +6.5%Q-Q และ +13%Y-Y จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่รับเพิ่มจาก FWD, รายได้เงินปันผล และกำไรจากการขาย NPA
อ่านเพิ่มเติม
24
กรกฏาคม
2017
Commerce Sector (Neutral), กลุ่มค้าปลีกชะงักระยะสั้นใน 2Q17 - 3Q17
(views 388)
ปรับลดน้ำหนักการลงทุนเป็น Neutral และ Top Pick คือ ROBINS เพราะมองว่าหากบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอย กลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องไปในปีหน้า คาด ROBINS น่าจะกลับมาฟื้นตัวเป็นรายแรกๆ จากการเป็นห้างสรรพสินค้า และมีกลุ่มลูกค้าอยู่ในระดับกลาง - บน ซึ่งมีความสามารถในการซื้อพร้อมอยู่แล้ว กอปรกับแม้ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดบน Forward PEG 1.4 เท่า ใกล้เคียงกับ BJC FN และ CPALL แต่เมื่อพิจารณาในแง่ของ Forward PE พบว่าถูกสุดในกลุ่มอยู่ที่ 22.5 เท่า ถูกกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม และค่าเฉลี่ยของตัวเองในอดีต จึงเลือก ROBINS เป็น Top Pick สำหรับการลงทุนระยะกลาง ด้วยราคาเป้าหมายที่ 68 บาทที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +6.5%Q-Q และ +13%Y-Y จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่รับเพิ่มจาก FWD, รายได้เงินปันผล และกำไรจากการขาย NPA
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2017
ตลาดหุ้นไทยจะได้อานิสงส์จากกระแสเงินทุนที่มีแนวโน้มไหลเข้าเอเชีย
(views 362)
เราเชื่อว่า Fund flow มีทิศทางไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียในระยะ 1-3 เดือนข้างหน้า ตลาดหุ้นไทยจะได้อานิสงส์จาก Flow ที่ไหลเข้าด้วยในฐานะที่เป็นตลาดที่ laggard ที่สุดโดย SET index ปัจจุบันปรับขึ้นเพียง 2% YTD ทำให้ PE ที่เคยแพงเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน ปัจจุบันอยู่ตรงกลางเท่ากับค่าเฉลี่ยคือ 15 เท่า แม้ว่าการเติบโตของ GDP และผลประกอบการของ บจ. ในปี 2017 ไม่สูงเมื่อเทียบกับตลาดอื่นในภูมิภาค แต่ momentum ของการเติบโตมีทิศทางที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
06
กรกฏาคม
2017
Banks Sector (Overweight) : คาดกำไร 2Q17 ชะลอตัวตามฤดูกาล ขณะที่ NPL ยังเป็นปัจจัยที่ต้องตามต่อ
(views 349)
เราคาดว่ากลุ่มธนาคารจะมีกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 5.07 หมื่นลบ. ขยับลง 1%Q-Q (จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่อ่อนตัวลงตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้) แต่ +3%Y-Y (จากต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง) เราคาดว่า KKP น่าจะรายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ดีที่สุด (+5%Q-Q และ +24%Y-Y และ สินเชื่อ +2-3%Q-Q, 5%YTD) ในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่คาดว่า BBL น่าจะมีการเติบโตของกำไร 2Q17 ที่ดีที่สุด (+3%Q-Q และ +20%Y-Y เนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย) กำไรของกลุ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นใน 2H17 จากสินเชื่อที่น่าจะเร่งตัวขึ้นตามการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชนที่จะเริ่มขึ้นในครึ่งหลังของปี และคาดว่าภาวะ NPL น่าจะผ่อนคลายลงซึ่งจะส่งผลให้ภาระการตั้งสำรองฯของกลุ่มน่าจะลดลง คงคำแนะนำ Overweight หุ้นกลุ่มธนาคาร Top Pick คือ KBANK (ราคาเหมาะสม 240 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
06
กรกฏาคม
2017
Special Report : ธปท.ปรับเพิ่ม GDP จากส่งออกที่ดีกว่าคาด แต่ยังเป็นการเติบโตแบบกระจุก
(views 334)
การปรับประมาณการ GDP ปี 2017 ขึ้นของธปท.ทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมากจาก 3.2% เป็น 3.4% และเป็น 3.5% หลักๆมาจากการปรับเพิ่มมูลค่าการส่งออก (ทั้งสินค้าและการท่องเที่ยว) และการบริโภคภาคเอกชน แต่การเติบโตของเศรษฐกิจยังกระจุก ไม่กระจาย โดยที่การส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรมากกว่าอุตสาหกรรมการผลิต การท่องเที่ยวยังคงพึ่งพานักท่องเที่ยวชาวจีนมากเหมือนเดิม ส่วนการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวตามรายได้เกษตรกร แต่แรงงานในภาคการผลิตกลับยังไม่ได้รับผลดีจากการส่งออกที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
06
มิถุนายน
2017
Energy Sector, กรมเชื้อเพลิงแจ้งให้ผู้รับสัมปทานหยุดการผลิตบนโครงการบนพื้นที่ ส.ป.ก.
(views 400)
Valuation and Action - สำหรับ PTTEP แม้เรายังไม่เห็นความชัดเจนของผลกระทบที่เกิดขึ้น แต่ราคาปัจจุบันปรับลงต่ำกว่ากรณี Worst case ที่ 90-95 บาท และคิดเป็น P/E 13.3 เท่า และ P/BV 0.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และ ค่าเฉลี่ยภูมิภาค (กรณี Worst case) จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น Trading Buy จากเดิมถือ ส่วน BCP จากการประเมินผลกระทบต่อเหตุการณ์ดังกล่าวของเรา ซึ่งเชื่อว่าค่อนข้างจำกัด (กระทบต่อประมาณการกำไรเพียง 1%) ดังนั้น เรายังคงประมาณการกำไร และ คำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 40 บาท
อ่านเพิ่มเติม
10
เมษายน
2017
Banks Sector (Overweight), คาดกำไร 1Q17 สดใสดีที่สุดในรอบ 10 ไตรมาส
(views 487)
เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q17 ของกลุ่มธนาคารจะดีที่สุดในรอบ 10 ไตรมาสที่ 5.25 หมื่นลบ. +4.2%Q-Q (จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ฟื้นตัวขึ้น) และ +11.7%Y-Y (เนื่องจากคาดการณ์ค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง) เราคาดว่า KTB จะรายงานกำไรสุทธิ 1Q17 ที่ดีที่สุด โดย +11%Q-Q และ +10%Y-Y ส่วน SCB คาดว่าจะแสดงการเติบโตของ PPOP ดีที่สุด คุณภาพหนี้ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อจากงบการเงินประจำ 1Q17 ซึ่งเราคาดว่าน่าจะเห็น NPL ปรับเพิ่มขึ้นอยู่ แต่คาดว่า Downside ต่อประมาณการของเราน่าจะน้อยมาก คงคำแนะนำ Overweight Top Pick คือ TISCO และ KBANK
อ่านเพิ่มเติม
29
มีนาคม
2017
Banks Sector (Overweight), Re-rating PBV
(views 639)
เราปรับคำแนะนำการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารขึ้นเป็น Overweight (เดิม Neutral) สะท้อนปัจจัยบวกในระยะข้างหน้าทั้งด้านคุณภาพหนี้ที่มีแนวโน้มดีขึ้นและผ่อนคลายลงใน 2H17, การเติบโตของสินเชื่อที่ชัดเจนขึ้นในครึ่งปีหลังตามการลงทุนภาครัฐและความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ เราคาดว่าสินเชื่อปี 2017 จะเติบโตดีที่สุดในรอบ 4 ปี และ อัตราดอกเบี้ยขาขึ้นจะเป็นเซอร์ไพรส์เชิงบวกต่อกลุ่มธนาคารในระยะถัดไป กลุ่มธนาคารซื้อขายที่ระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงระยะ 2 ปีที่ผ่านเนื่องจากความกังวลต่อคุณภาพหนี้ บนสมมติฐานปัจจัยบวกดังกล่าวข้างต้น รวมถึงการคาดการณ์สินเชื่อจะเติบโตดีที่สุดในรอบ 4 ปีและกำไรสุทธิของกลุ่มจะสร้างสถิติใหม่ เราคาดว่ากลุ่มธนาคารสมควรจะกลับมาซื้อขายอย่างน้อยที่ค่าเฉลี่ยของกลุ่ม เรา Re-rating PBV ขึ้นเท่ากับค่าเฉลี่ยที่แต่ละธนาคารเคยซื้อขายในอดีต ซึ่งทำให้ราคาเหมาะสมใหม่ของกลุ่มธนาคารมี Upside จากราคาปิดล่าสุดราว 20-30% เรายังคง Top pick เป็น TISCO และเพิ่ม KBANK เข้าเป็นหุ้นเด่นอีกหนึ่งหลักทรัพย์
อ่านเพิ่มเติม
28
มีนาคม
2017
Agri – Food Sector (Overweight), ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย จะเป็นของจริงสำหรับไก่ไทยปีนี้ ......ไม่ใช่บราซิล
(views 469)
เหตุการณ์ มีข่าวล่าสุดว่าหลายประเทศได้ยกเลิกการห้ามนำเข้าเนื้อจากบราซิลแล้ว ทั้ง จีน ฮ่องกง ชิลี และอียิปต์ ภายหลังรัฐบาลบราซิลได้เข้าอธิบายถึงการตรวจสอบโรงงานส่งออกเนื้อเรื่องการปนเปื้อน และยุโรปจะส่งคณะกรรมการเดินทางไปบราซิล เพื่อประชุมและตรวจสอบกับทางบราซิลต่อไป จากที่ก่อนหน้านี้ทั้งจีน ฮ่องกง ยุโรป ชิลิ อียิปต์ เม็กซิโก แคนาดา สวิสเซอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ได้ระงับการนำเข้าเนื้อและสัตว์ปีกแช่แข็งจากบราซิลชั่วคราว หลังพบว่าผู้ผลิตเนื้อรายใหญ่ในบราซิล (มากกว่า 1 ราย) ได้ลักลอบส่งออกสินค้าเนื้อสัตว์เสื่อมคุณภาพ ด้วยการติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อให้รับรอง
อ่านเพิ่มเติม
11
มกราคม
2017
Commerce Sector (Overweight), ให้น้ำหนักการลงทุนปีนี้เป็น Overweight ในลักษณะ Selective
(views 610)
ให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มค้าปลีกปี 2017 เป็น Overweight และ Top Pick คือ FN เราให้ Overweight ตามการฟื้นตัวของอุตสหากรรมที่ดูสดใสมากขึ้น จะส่งผลบวกต่อไปยัง SSSG และการประสบความสำเร็จในสาขาใหม่ ทำให้คาดการณ์กำไรสุทธิของกลุ่มเติบโตได้มากขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นได้ปรับขึ้นมาสะท้อนการฟื้นตัวไปบ้างแล้ว โดยในปี 2016 กลุ่มค้าปลีกให้ผลตอบแทนที่ 41% ถือว่า Outperform SET ที่ให้ผลตอบแทน 19.8% ดังนั้นเราจึงแนะนำการลงทุนในลักษณะ Selective ด้วยการพิจารณาอัตราการเติบโตของกำไรควบคู่กับ Valuation ที่ยังถูกกว่ากลุ่ม ทำให้เราเลือก FN (ราคาเป้าหมาย 10.2 บาท) เป็น Top Pick ของกลุ่ม จากคาดกำไรสุทธิช่วงปี 2016 - 2020 โตสูงสุดในกลุ่มที่ 28.7% และราคาหุ้นปัจจุบันเทรดที่ PEG 1.39 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1.68 เท่า รองมาคือ BJC (ราคาเป้าหมาย 54 บาท) จาก PEG ต่ำสุดในกลุ่ม และในปี 2017 จะมีการเติบโตของกำไรสุทธิสูงสุดในกลุ่มที่ 104.7% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
09
มกราคม
2017
Banks Sector (Neutral), คาดกำไร 4Q16 อ่อนตัวตามฤดูกาล แนวโน้มกำไรปี 2017 น่าจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้น
(views 540)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q16 ของกลุ่มธนาคารที่ 4.48 หมื่นลบ. ลดลง 12.5%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 4.1%Y-Y กำไร 4Q16 น่าจะชะลอตัวตามฤดูกาลซึ่งตามปกติทุกปลายปีจะมีค่าใช้จ่ายทางการตลาด เราคาดว่า TCAP จะมีกำไรสุทธิโดดเด่นที่สุด+15%Q-Q และ +27%Y-Y ที่ 1.7 พันลบ. ซึ่งเป็นกำไรที่ดีที่สุดในปี เนื่องจากการตั้งสำรองฯที่ผ่อนคลายลง
เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2016 ของกลุ่มธนาคารที่ราว 1.92 แสนลบ. +1%Y-Y ต้นทุนทางการเงินที่ลดลงมากเป็นปัจจัยหนุนกำไรในปี 2016 ทำให้ผลประกอบการไม่ถูกกระทบมากนักจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและรายได้ค่าธรรมเนียมที่ชะลอตัวลงรวมถึงการตั้งสำรองฯที่เข้มขึ้น แนวโน้มผลกำไรปี 2017 ของกลุ่มธนาคาร เราคาดว่าจะมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 3%Y-Y มาอยู่ที่ราว 1.97 แสนลบ. ดีที่สุดในรอบ 4 ปีขึ้นมาใกล้เคียงกับปี 2013 (ปี 2014 คือ All time high) โดยคาดว่าจะได้รับปัจจัยหนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อที่ราว 3-4%Y-Y จาก 0.8% ในปี 2016 แนะนำ Neutral เลือก TISCO เป็น Top Pick (เอา SCB และ KKP ออก)
อ่านเพิ่มเติม
05
มกราคม
2017
Finance Sector (Neutral), เลือกลงทุนเฉพาะตัว
(views 573)
คาดกำไรสุทธิปี 2017 ยังเติบโตสูง เราคาดว่ากลุ่ม Finance ที่อยู่ในการศึกษาของเราจะมีกำไรสุทธิปี 2016 เพิ่มขึ้น 21.5%Y-Y เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่อ ต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ผ่อนคลายลงไปมาก เราคาดว่าต้นทุนทางการเงินยังมีแนวโน้มลดลงได้ในปี 2017 เนื่องจากยังมีผลของการ Reprice หุ้นกู้อยู่จำนวนหนึ่ง ขณะเดียวกันคาดว่าค่าใช้จ่ายสำรองฯน่าจะใกล้เคียงกับปี 2016 แม้ว่า NPL จะยังอยู่ในทิศทางที่ควบคุมได้ แต่สถาบันการเงินส่วนใหญ่จะต้องเตรียมสำรองฯเพิ่มเพื่อรับมาตรฐานบัญชีใหม่ (IFRS 9) ที่จะเริ่มใช้ในปี 2019 เราคาดว่าการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2017 จะเพิ่มขึ้นราว 20%Y-Y โดยคาดว่าบริษัทที่จะแสดงอัตราการเติบโตของกำไรดีที่สุดในกลุ่มคือ GL (+38%Y-Y) จากการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ และ MTLS (+36%Y-Y) จากการเติบโตของสินเชื่อในประเทศ
อ่านเพิ่มเติม
05
มกราคม
2017
Agri - Food Sector (Overweight), แนวโน้มราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่สดใสในปี 2017
(views 582)
เราให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มเกษตรอาหารปี 2017 เป็น Overweight จากแนวโน้มราคาเนื้อสัตว์และสินค้าเกษตรโดยส่วนใหญ่อยู่ในทิศทางปรับตัวสูงขึ้น กอปรกับคาดกำไรปกติจะโตต่อเนื่อง แต่ด้วยความหลากหลายของสินค้าในกลุ่ม จึงแนะนำลงทุนในลักษณะ Selective โดยชอบ TU (ราคาเป้าหมาย 26 บาท) มากสุดในกลุ่ม เพราะมองผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้วทั้งในแง่ผลประกอบการและช่าวเชิงลบต่างๆที่กดดันราคาหุ้นมาตลอดปี 2016 ทำให้ราคาหุ้นถือว่า Laggard สุดในกลุ่มเกษตรอาหาร รองมาคือ กลุ่มน้ำตาล เราเลือก KSL (ราคาเป้าหมาย 4.8 บาท) เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มนี้ จากคาดการณ์กำไร Turnaround และมีแผนนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ช่วง 2H17 และกลุ่มไก่ เราเลือก GFPT (ราคาเป้าหมาย 17.7 บาท) เป็นหุ้นเด่น เพราะนอกจากจะได้รับประโยชน์จากราคาไก่ที่จะสูงขึ้นแล้ว ยังมีพันธมิตรเป็นผู้แปรรูปไก่รายใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง นิชิเร
อ่านเพิ่มเติม
30
ธันวาคม
2016
Finance Sector (Neutral), เลือกลงทุนเฉพาะตัว
(views 528)
คาดกำไรสุทธิปี 2017 ยังเติบโตสูง เราคาดว่ากลุ่ม Finance ที่อยู่ในการศึกษาของเราจะมีกำไรสุทธิปี 2016 เพิ่มขึ้น 21.5%Y-Y เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่อ ต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ผ่อนคลายลงไปมาก เราคาดว่าต้นทุนทางการเงินยังมีแนวโน้มลดลงได้ในปี 2017 เนื่องจากยังมีผลของการ Reprice หุ้นกู้อยู่จำนวนหนึ่ง ขณะเดียวกันคาดว่าค่าใช้จ่ายสำรองฯน่าจะใกล้เคียงกับปี 2016 แม้ว่า NPL จะยังอยู่ในทิศทางที่ควบคุมได้ แต่สถาบันการเงินส่วนใหญ่จะต้องเตรียมสำรองฯเพิ่มเพื่อรับมาตรฐานบัญชีใหม่ (IFRS 9) ที่จะเริ่มใช้ในปี 2019 เราคาดว่าการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2017 จะเพิ่มขึ้นราว 20%Y-Y โดยคาดว่าบริษัทที่จะแสดงอัตราการเติบโตของกำไรดีที่สุดในกลุ่มคือ GL (+38%Y-Y) จากการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ และ MTLS (+36%Y-Y) จากการเติบโตของสินเชื่อในประเทศ
อ่านเพิ่มเติม
28
ธันวาคม
2016
Agri - Food Sector (Overweight), แนวโน้มราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่สดใสในปี 2017
(views 545)
เราให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มเกษตรอาหารปี 2017 เป็น Overweight จากแนวโน้มราคาเนื้อสัตว์และสินค้าเกษตรโดยส่วนใหญ่อยู่ในทิศทางปรับตัวสูงขึ้น กอปรกับคาดกำไรปกติจะโตต่อเนื่อง แต่ด้วยความหลากหลายของสินค้าในกลุ่ม จึงแนะนำลงทุนในลักษณะ Selective โดยชอบ TU (ราคาเป้าหมาย 26 บาท) มากสุดในกลุ่ม เพราะมองผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้วทั้งในแง่ผลประกอบการและช่าวเชิงลบต่างๆที่กดดันราคาหุ้นมาตลอดปี 2016 ทำให้ราคาหุ้นถือว่า Laggard สุดในกลุ่มเกษตรอาหาร รองมาคือ กลุ่มน้ำตาล เราเลือก KSL (ราคาเป้าหมาย 4.8 บาท) เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มนี้ จากคาดการณ์กำไร Turnaround และมีแผนนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ช่วง 2H17 และกลุ่มไก่ เราเลือก GFPT (ราคาเป้าหมาย 17.7 บาท) เป็นหุ้นเด่น เพราะนอกจากจะได้รับประโยชน์จากราคาไก่ที่จะสูงขึ้นแล้ว ยังมีพันธมิตรเป็นผู้แปรรูปไก่รายใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง นิชิเร
อ่านเพิ่มเติม
26
ธันวาคม
2016
Media Sector (Underweight)
(views 575)
เราคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่ม Media ที่ “Underweight” แม้คาดกำไรปกติปี 2017 ฟื้นตัวสูง 56% จากปี 2016 ที่คาดหดตัวถึง 52% แต่ยังเป็นกำไรระดับต่ำเมื่อเทียบกับอดีต ตามกำไรของบริษัทใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากโครงสร้างธุรกิจทีวีหลังเปิดเสรีมีผู้ประกอบการมากราย ขณะที่รายที่มี Content แข็งแกร่งและมี Rating ดีในอันดับต้นๆ อย่าง WORK มีความสามารถในการปรับขึ้นค่าโฆษณาและหนุนกำไร ในกลุ่ม แม้เรายังชอบ PLANB MAJOR และ WORK จากคาดกำไรฟื้นตัวปี 2017 เด่น แต่ราคาหุ้นขึ้นมามาก มี Upside จำกัด จึงปรับคำแนะนำ เป็น ถือ/ซื้ออ่อนตัว จากเดิม ซื้อ และคงคำแนะนำ ขาย BEC, MCOT, RS, และ VGI
อ่านเพิ่มเติม
23
ธันวาคม
2016
Energy Sector (Neutral), ราคาน้ำมันดิบปีหน้ายังขึ้นต่อ แต่ Upside จำกัดมากขึ้น
(views 540)
ปี 2017 ...ทิศทางยังเป็นบวก แต่ Upside จำกัด : จากการที่ผู้ผลิตน้ำมันทั้ง 2 กลุ่มได้ตกลงกันที่จะลดการผลิตลงรวมราว 1.8 ล้านบาร์เรล/วัน ใน 1H17 ส่งผลให้ตลาดน้ำมันจะเข้าสู่สมดุลเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันน่าจะขยับขึ้นได้ไม่สูงมากนัก เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นจะส่งผลให้อุปทานจากสหรัฐเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ จำนวนสต๊อกที่ยังสูง และ ค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มแข็งค่าจะยังเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันต่อไป ดังนั้น เราประเมินราคาน้ำมันปี 2017 เฉลี่ยที่ US$55/บาร์เรล อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เหลือของปีนี้ตลาดยังไม่มั่นใจต่อมาตราการของผู้ผลิตที่จะลดการผลิตลง ดังนั้น ราคาน้ำมันน่าจะ Sideway ไปจนถึงต้นปี 2017 ซึ่งจะมีรายงานตัวเลขการผลิตจริงของแต่ละประเทศ หากการผลิตลดลงจริงคาดว่าจะเป็น Catalyst ที่สำคัญสำหรับราคาน้ำมันช่วงต่อไป
อ่านเพิ่มเติม
21
ธันวาคม
2016
Healthcare Sector (Overweight), แนวโน้มการเติบโตยังเดินหน้าทำ New High ต่อในปี 2017
(views 626)
เราคาดว่าผลการดำเนินงานของกลุ่มการแพทย์ในปี 2017 จะยังสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและทำ New High ได้ต่อเนื่อง จาก Demand ทางการแพทย์ที่เติบโตในระดับสูงและเร็วกกว่าการเติบโตของ Supply และ GDP โดยปัจจัยขับเคลื่อนมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น สังคมไทยที่กำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเราคาดว่าการเติบโตหลักๆจะยังมาจากกลุ่มผู้ป่วยชาวไทย นอกจากนี้ยังอาจมี Upside เพิ่มเติมหากสำนักงานประกันสังคมมีการปรับเพิ่มการจ่ายเงินในปีหน้า เราคาดกำไรปกติปี 2017 ของกลุ่มเติบโต 11.7% Y-Y เรายังคงน้ำหนักการลงทุน “Overweight” โดยเลือก EKH และ LPH เป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤศจิกายน
2016
Securities Sector (Neutral) : ซื้อรับเงินปันผลประจำปี
(views 604)
Securities Outlook - มูลค่าการซื้อขายหนุนกำไรปีนี้และปีหน้า
มูลค่าการซื้อขาย 4Q16 ดีที่สุดในปีนี้ โดยล่าสุด (36 วัน) อยู่ที่ 5.6 หมื่นลบ.ต่อวัน +2.9%Q-Q และ +52%Y-Y โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากบรรยากาศการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ การประชุมเฟด และความผันผวนของราคาน้ำมัน เราคาดว่า MBKET จะมีกำไร 4Q16 ที่ลดลง Q-Q น้อยสุดในกลุ่ม ขณะที่คาดว่า ASP จะมีกำไรสุทธิใน 4Q16 เติบโตดีที่สุดในกลุ่ม 56%Y-Y จากมูลค่าการซื้อขายที่สูงขึ้นและการรักษาอัตราค่าคอมมิชชั่นที่ยังอยู่ในระดับสูงราว 0.18%
อ่านเพิ่มเติม
24
พฤศจิกายน
2016
Special Report : ผลกระทบจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ
(views 512)
1) กลุ่มอาหารจะถูกกระทบจากการขึ้นค่าแรงมากสุด เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น
2) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ผลกระทบค่อนข้างจำกัด เพราะครั้งนี้ปรับขึ้นค่าแรงไม่มากนัก และหลายบริษัทมีการนำเครื่องจักรมาใช้แทนแรงงานมากขึ้น
3) กลุ่มค้าปลีกจะได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าแรงจำกัดแม้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้คนมาก แต่ส่วนใหญ่เป็นพนักงานประจำที่มีเงินเดือนมากกว่าค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว
อ่านเพิ่มเติม
24
พฤศจิกายน
2016
Special Report : เศรษฐกิจ 3Q16 ชะลอเล็กน้อยแต่คาดทั้งปีโตได้ 3.3% ปีหน้าสดใสมากขึ้น
(views 534)
เรายังคงคาด GDP ปี 2016 +3.3% และปี 2017 +3.5% แรงขับเคลื่อนในปีหน้าจะมาจากการลงทุน (รัฐ + เอกชน) และการบริโภคของประชาชน และคาดว่ากนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% ตลอดปี
อ่านเพิ่มเติม
25
ตุลาคม
2016
Banks Sector (Neutral), กำไร 3Q16 เป็นไตรมาสที่ดีที่สุดในปี
(views 549)
1) กลุ่มธนาคารพาณิชย์รายงานผลกำไรสุทธิ 3Q16 รวมที่ 5.12 หมื่นลบ. ผลกำไรรวมใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ โดยเพิ่มขึ้น 3.4%Q-Q และ 15.6%Y-Y
2) สินเชื่อรวมขยับได้เล็กน้อย โดยมีแรงกดดันจากสินเชื่อภาครัฐและสินเชื่อธุรกิจ NPL ยังถ่วง
3) คงน้ำหนักการลงทุนเป็น Neutral โดย Top Pick ของกลุ่มยังคงเป็น SCB และ KKP
อ่านเพิ่มเติม
10
ตุลาคม
2016
Banks Sector (Neutral), กำไร 3Q16 มีโมเมนตัมเริ่มเป็นบวก
(views 536)
เราคาดว่ากลุ่มธนาคารพาณิชย์จะมีกำไร 3Q16 ที่ดีที่สุดในปีที่ 5.09 หมื่นลบ. +3%Q-Q และ +15%Y-Y กำไรที่ฟื้นตัว Q-Q และก้าวกระโดด Y-Y เกิดค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญที่คาดว่าจะลดลง 17%Q-Q และ 35%Y-Y เพราะการแก้ไขหนี้ NPL ที่มีความคืบหน้าและธนาคารเริ่มควบคุมได้
อ่านเพิ่มเติม
28
กรกฏาคม
2016
Tourism Sector (Overweight), 2Q16 เป็น Low Season ที่ดี
(views 573)
เราคาดผลการดำเนินงานของกลุ่มท่องเที่ยวใน 2Q16 จะเติบโตแข็งแกร่งตามทิศทางของอุตสาหกรรม โดยคาดกำไรปกติของกลุ่มเติบโต 25.8% Y-Y โดยธุรกิจโรงแรมในไทยมีการเติบโตที่ดี ขณะที่โรงแรมในต่างประเทศเป็นตัวถ่วง ขณะที่ธุรกิจอาหารมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง เราจึงมองว่า ERW อยู่ในตำแหน่งที่น่าสนในที่สุดเพราะมีโรงแรมในประเทศอย่างเดียว นอกจากนี้ยังมี Upside สูงที่สุดในกลุ่ม จึงเลือกเป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
25
กรกฏาคม
2016
Banks Sector (Neutral), กำไร 2Q16 ทำได้ดีกว่าคาด
(views 559)
กลุ่มธนาคารรายงานกำไร 2Q16 ดีกว่าคาด จาก NIM ที่เข้มแข็ง กลุ่มธนาคารพาณิชย์รายงานกำไรสุทธิ 2Q16 ที่ 4.9 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 5.3%Q-Q แต่ลดลง 2.8%Y-Y ดีกว่าคาดราว 2.4% เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ทำได้ดีกว่าคาด ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากต้นทุนเงินฝากที่ลดลง ทำให้รายได้ดอกเบี้ย +1.1%Q-Q และ +7.7%Y-Y และ NIM ค่าเฉลี่ยปรับขึ้นเป็น 3.42% จาก 3.36% ในไตรมาสก่อนสวนทางอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับลดลงขาเดียว, ค่าใช้จ่ายสำรองค่าเผื่อหนี้สูญลดลง 1.2%Q-Q แต่ยังเพิ่มขึ้น 15.7%Y-Y สูงกว่าที่เราคาดไว้เพื่อสะท้อนทิศทางการปรับตัวขึ้นของ NPL จาก 3.22% ในไตรมาสก่อนเป็น 3.28% ใน 2Q16 และการตั้งสำรองส่วนเกินเพื่อรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่ยังไม่จางหายไป ทำให้ Coverage ratio ยังแข็งแกร่งที่ราว 127% จาก 125% ในไตรมาสก่อน, เงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น 1.3%Q-Q และ 0.9%YTD ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อในกลุ่มธุรกิจรายใหญ่ (ดีลการซื้อกิจการ) ส่วนสินเชื่อรายย่อยเติบโตดีจากสินเชื่อที่อยู่อาศัย ขณะที่สินเชื่อที่ให้กับกลุ่มลูกค้า SME ค่อนข้างทรงตัว
อ่านเพิ่มเติม
11
กรกฏาคม
2016
Banks Sector (Neutral), กำไร 2Q16 ฟื้นตัวในระดับน่าพอใจ
(views 646)
คาดการณ์กำไร 2Q16 ของกลุ่มธนาคาร ที่ 4.83 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 2.8%Q-Q ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายพิเศษที่ลดลง (จาก SCB และ BBL) หากไม่รวมรายการดังกล่าวรายได้หลักมีแนวโน้มอ่อนตัวลงทั้งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ทั้งนี้ เราคาดว่าค่าใช้จ่ายสำรองฯจะลดลงราว 6% Q-Q ตามแนวโน้มการก่อตัวของหนี้ NPL ที่ชะลอตัวลง ปัจจัยดังกล่าวน่าจะเป็นปัจจัยบวกที่ตลาดรอคอย เพราะหากโมเมนตัมยังเป็นเช่นนี้ ทิศทางของ NPL น่าจะเห็นจุดสูงสุดในปีนี้ แนะนำ Neutral กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ (KBANK-ราคาเหมาะสม 195 บาท, SCB-ราคาเหมาะสม 150 บาท) เริ่มน่าสนใจกว่าธ.กลาง-เล็ก จากคุณภาพสินเชื่อที่ผ่อนคลายขึ้น และสินเชื่อภาคเอกชนที่เริ่มขยับขึ้นได้ดี ขณะที่เรื่อง Prompt-pay มีผลกระทบจำกัด
อ่านเพิ่มเติม
11
กรกฏาคม
2016
Finance Sector (Neutral), สคบ. มีแนวทางทบทวนสัญญาธุรกิจเช่าซื้อและการทวงถามหนี้
(views 600)
สคบ. ร่างสัญญาควบคุมธุรกิจเช่าซื้อฯใหม่ ควบคุมอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมทวงถาม ข่าวจากนสพ.โพสต์ทูเดย์ระบุว่า สคบ. อยู่ระหว่างปรับปรุงสัญญาธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์เป็นธุรกิจควบคุมสัญญาฉบับใหม่ โดยจะปรับปรุงเกี่ยวกับการคิดอัตราดอกเบี้ยปรับ และการคิดค่าธรรมเนียมการติดตามทวงถามหนี้ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับพ.ร.บ. การทวงถามหนี้ฉบับใหม่ และกฎหมายห้ามคิดอัตราดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือไม่เกิน 15 % รวมถึงความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกันให้เป็นไปตามกฎหมายค้ำประกันฉบับใหม่ด้วย
อ่านเพิ่มเติม
30
มิถุนายน
2016
Tourism Sector (Overweight), Brexit ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลต่อกลุ่มท่องเที่ยว
(views 631)
เราเชื่อว่าผลกระทบจาก Brexit ต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยนั้นค่อนข้างจำกัด เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวยุโรปถูกลดความสำคัญลงไปมากและแทนที่โดยนักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกนำโดยจีน ซึ่งจาก 2 กรณีศึกษาในอดีตทั้งค่าเงินรูเบิลและดอลลาร์ออสเตรเลียที่อ่อนค่าแทบไม่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในภาพรวมของกลุ่ม ดังนั้นเราจึงไม่กังวลต่อผบกระทบจากสถานการณ์ค่าเงินปอนด์และยุโรปที่ผันผวนในปัจจุบัน โดยยังคงน้ำหนักการลงทุน “OVERWEIGHT” และยังเลือก MINT เป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
30
มิถุนายน
2016
Electronics Sector (Neutral), เป็นลบต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จำกัด
(views 580)
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ได้รับผลกระทบเชิงลบจากกรณี Brexit เนื่องจากกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อส่งออก โดยตลาดหลักจะอยู่ในสหรัฐฯ และยุโรปสัดส่วนโดยเฉลี่ยของทั้งกลุ่มอยู่ที่ราว 60% และ 40% ของรายได้รวม ตามลำดับ แต่รายได้ส่วนใหญ่ขายในรูปสกุลเงิน USD ราว 85% - 90% ของรายได้รวม ที่เหลืออีก 10% - 15% ขายเป็นสกุลยูโร ซึ่งเป็นส่วนที่จะได้รับผลลบกรณีที่ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินบาท
อ่านเพิ่มเติม
30
มิถุนายน
2016
Agri - Food Sector (Neutral), ถ้าแนวคิดภาษีโรงเชือดเกิดจริง จะกระทบหนักต่ออุตสาหกรรมไก่
(views 696)
มีการร่างกฎหมายพรบ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ โดยมีการปรับปรุงการจัดเก็บอากร-ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นเป็น 4 บาทต่อตัว สำหรับสัตว์ปีก ได้แก่ ไก่ เป็ด ห่าน (แบ่งเป็นการเชือด 2 บาท และการจำหน่าย 2 บาท) และได้รับการยกเว้นเพื่อการส่งออก และเก็บเพิ่มขึ้นเป็น 30 บาทต่อตัว สำหรับ หมู (แบ่งเป็นการเชือด 15 บาท และการจำหน่าย 15 บาท) เป็นการเก็บเพิ่มขึ้นจากเดิมที่กำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับ ไก่ ที่ 0.1 บาทต่อตัว และเดิมเคยได้รับการยกเว้นเพื่อการส่งออกด้วย ส่วนหมู เก็บเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 25 บาทต่อตัว
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2016
Banks Sector (Neutral), กำไร 1Q16 น่าจะมีความน่าผิดหวัง
(views 577)
คาดการณ์กำไร 1Q16 ของกลุ่มธนาคารจะออกมาอ่อนแอและอาจน่าผิดหวังจากที่ประมาณการจากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญที่มีแนวโน้มสูงกว่าคาด เพราะ NPL ที่ยังปรับเพิ่มขึนจากปีก่อน ซึ่งอาจส่งผลให้กำไร 1Q16 น่าจะมี Surprise เชิงลบมากกว่าบวก เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2016 ลง 4% แต่คาดว่ายังเห็นการเติบโตของผลกำไรที่ราว 3.85%Y-Y (จากฐานต่ำในปีก่อนที่มีหนี้ SSI) คำแนะนำ Neutral โดยคาดว่ากลุ่มธนาคารยังขาดปัจจัยบวกในระยะสั้น แนะนำให้ชะลอการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ไปก่อน โดยเราชอบ TISCO และ TCAP ที่สุด ในประเด็นความเสี่ยงทั้งหมดนี้เราเห็นแต่ TISCO ที่ปลอดความเสี่ยงที่สุด ขณะที่ TCAP แม้รายได้ดอกเบี้ยได้รับผลของการปรับลดดอกเบี้ย แต่ได้ Tax shield ช่วยชดเชยผลกระทบได้
อ่านเพิ่มเติม
07
เมษายน
2016
Banks Sector (Neutral), ผลกระทบจากปรับลดอัตราดอกเบี้ย MLR
(views 586)
ธนาคารพาณิชย์ทำเซอร์ไพรส์ตลาดโดยประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR ลงขาเดียว 0.15%-0.25% เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จากการประเมินของเรา เราคาดว่า BBL และ TMB จะได้รับผลกระทบมากที่สุดเพราะทั้งสองธนาคารมีสัดส่วนเงินให้สินเชื่อมากที่สุดราว 70-80% โดยน่าจะกระทบประมาณการกำไรราว 6-8% ส่วน SCB คาดว่าจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุดในกลุ่มเพราะประกาศลด MLR แค่ 0.15% เทียบกับธนาคารอื่นที่ปรับลด 0.25% เราแนะนำให้ชะลอการซื้อแบงก์ใหญ่ไปก่อน เพราะนอกจากประเด็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแล้ว คาดว่ากลุ่มธนาคารจะได้รับแรงกดดันจากการตั้งสำรองฯสูงตั้งแต่ต้นปีเพราะ NPL ที่ยังเพิ่มขึ้นอยู่ ส่วนธนาคารกลาง-เล็กในกลุ่มเช่าซื้อน่าสนใจกว่า เราชอบ TCAP และ TISCO
อ่านเพิ่มเติม
08
กุมภาพันธ์
2016
Commerce Sector (Neutral), ยังคงมุมมอง Neutral ต่อกำลังซื้อในปีนี้
(views 606)
ความเชื่อมั่นและการบริโภคเอกชนฟื้นตัวเป็นการชั่วคราว ตัวเลขการบริโภคเอกชนและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับเพิ่มขึ้นในช่วง 4Q15 มองเป็นการฟื้นตัวชั่วคราว เพราะสอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาล และได้รับผลบวกจากมาตรการลดหย่อนภาษีสินค้าและบริการ 15,000 ในช่วง 7 วันสุดท้ายของปี ทั้งนี้ในเดือน ม.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นได้แผ่วลง สอดคล้องกับมุมมองของผู้ประกอบการค้าปลีก มาตรการลดหย่อนภาษีตอกย้ำมุมมองของเราว่าคนระดับกลาง - บนพร้อมจับจ่ายใช้สอย จากสถานการณ์จับจ่ายใช้สอยที่คึกคัก และ SSSG ของกลุ่มค้าปลีกที่พลิกกลับมาเป็นบวกได้ในเดือน ธ.ค. (ยกเว้น GLOBAL ที่ไม่ได้รับผลบวก เพราะฐานลูกค้าคือกลุ่มล่าง – เกษตรกร) ถือเป็นการตอกย้ำมุมมองของเราต่อกำลังซื้อของกลุ่มกลาง – บนที่ยังมีอยู่และพร้อมใช้จ่าย (กลุ่มลูกค้าของ CPALL HMPRO ROBINS) เพียงแต่ขาดความเชื่อมั่นและต้องการแรงกระตุ้น
อ่านเพิ่มเติม
04
กุมภาพันธ์
2016
Finance Sector (Neutral), คาดการณ์กำไร 4Q15 เพิ่มตามฤดูกาลการให้สินเชื่อ
(views 619)
กลุ่มผู้ให้สินเชื่อทางการเงิน (Non-bank) คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำต่อไปในปี 2016 เมื่อวานนี้ที่ประชุม กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.5% ต่อปี และเราคาดว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ยในปีนี้น่าจะทรงตัวในระดับต่ำต่อไป หรือมีแนวโน้มที่กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกเล็กน้อยในช่วงที่เหลือของปีตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจคู่ค้า ปัจจัยแวดล้อมทางด้านนโยบายการเงินเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อกลุ่มการเงินเนื่องจาก เนื่องจากแหล่งเงินทุนส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมที่มีอัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นลงตามอัตราดอกเบี้ยในตลาด ซึ่งจะทำให้ต้นทุนทางการเงินยังระดมได้ในราคาถูก ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากการให้สินเชื่อกำหนดอยู่ในระดับสูง > 15% ตามความเสี่ยงของลูกค้าหลักซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายย่อยและผู้มีรายได้น้อย นอกจากนี้ปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจอื่นเป็นบวกต่อกลุ่มการเงินด้วย อาทิ ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ และยอดขายรถยนต์ที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
25
มกราคม
2016
Banks Sector (Neutral), กำไร 4Q15 แม้ลดลงแต่ดีกว่าคาด ความกังวล NPL ผ่อนคลายลง
(views 653)
กลุ่มธนาคารรายงานกำไรสุทธิ 4Q15 ที่ 4.3 หมื่นลบ. แม้ว่าจะลดลง 2.8%Q-Q และ 12.3%Y-Y แต่ดีกว่าที่เราและตลาดไว้ ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่สูงกว่าคาด, ต้นทุนทางการเงินที่ต่ำกว่าคาดตามอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและการบริหารเงินฝากของธนาคารรวมถึงการได้เงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำจากรัฐบาล และการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญที่น้อยกว่าที่เราคาดไว้ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มธนาคารมีความเป็นห่วงต่อคุณภาพหนี้ลดลงแล้ว ทุกธนาคารยกเว้น TMB และ KBANK ต่างรายงาน NPL ปี 2015 ที่ลดลงเนื่องจากการขายและการตัดจำหน่ายรวมถึงการจำกัดการเพิ่มขึ้นของ NPL ใหม่รวมถึงการปรับโครงสร้างหนี้ฯ คงคำแนะนำ Neutral ต่อการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคาร เราชอบ KBANK และธ.ขนาดกลาง เราชอบ TMB และ TCAP
อ่านเพิ่มเติม
12
มกราคม
2016
Banks Sector (Neutral), คาดการณ์กำไร 4Q15 ต่ำสุดในปี
(views 582)
คาดกลุ่มธนาคารจะรายงานกำไรสุทธิ 4Q15 ลดลง 10%Q-Q และ 19%Y-Y เราคาดว่าธนาคารจะมีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญในระดับสูงต่อไปแม้ว่า NPL จะเพิ่มในอัตราที่ชะลอลงแล้ว แต่เนื่องจากแนวโน้ม NPL ยังเป็นขาขึ้นอยู่ในปี 2016 ธนาคารน่าจะตั้งสำรองฯเผื่อไว้ล่วงหน้า ขณะที่เป็นไตรมาสที่จะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล ยิ่งกดดันกำไรในโค้งสุดท้าย เราคาดว่ากลุ่มแบงก์น่าจะผ่านช่วงเลวร้ายของผลประกอบการในปี 2015 ไปแล้ว แต่การกลับมาได้รับความสนใจน่าจะเป็นครึ่งหลังของปี 2016 เพราะคาดว่าน่าจะเห็นความชัดเจนของการลงทุนภาครัฐมากขึ้น รวมถึง NPL ที่จะเห็นจุดสูงสุดในช่วงนั้น คงคำแนะนำ Neutral แนะนำ KBANK, TMB, TCAP
อ่านเพิ่มเติม
11
มกราคม
2016
Contractor & Logistics Sectors (Overweight), การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นเทรนด์หลักในปี 2016 หนุนกลุ่มรับเหมาและขนส่ง
(views 615)
เราให้น้ำหนัก Overweight ทั้งกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและกลุ่มขนส่ง (เน้นการขนส่งทางบกที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนเมกะโปรเจ็คของภาครัฐ) เพราะการลงทุนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย การมุ่งเน้นด้านคมนาคมขนส่งทั้งประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาการขนส่งทางรางมากที่สุด ทำให้กลุ่มที่จะได้รับประโยชน์ก่อนกลุ่มอื่น คือ กลุ่มรับเหมา เราเลือก CK เป็น Top Pick เพราะคาดว่ากำไรปกติจะเติบโตก้าวกระโดด 246%Y-Y มากกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 20%Y-Y และกลุ่มที่จะเติบโตเด่นในระยะยาว คือ กลุ่มขนส่งทางบก โดยมี BEM เป็นหุ้นที่น่าสนใจที่สุดของกลุ่ม เพราะได้เปรียบเหนือคู่แข่งในเรื่องของเส้นทางการเดินรถ
อ่านเพิ่มเติม
04
มกราคม
2016
Banks Sector (Neutral), 2016 Outlook – ความหวังหลังภาครัฐคืนความสุข
(views 615)
เราคงน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารเป็น Neutral โดยคาดว่ากลุ่มธนาคารจะกลับมาน่าสนใจในครึ่งหลังของปี 2016 ซึ่งน่าจะเห็นความชัดเจนของการลงทุนภาครัฐมากขึ้น รวมถึงขนาดของ NPL ด้วย เรามีความคาดหวังสูงต่อผลประกอบการที่น่าจะดีขึ้นใน 2H16 แต่เนื่องจากมุมมองปัจจุบันตลาดยังรอคอยปัจจัยบวกหลายประการอยู่ ลักษณะการลงทุนจึงเป็นทยอยสะสมโดยเฉพาะราคาหุ้นตอนนี้ที่ราคาปรับตัวลงมาลึกและมีส่วนลดมาก เราเลือก KBANK เป็น Top Pick ในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ และ TMB, TCAP น่าสนใจในหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดกลาง
อ่านเพิ่มเติม
04
มกราคม
2016
Media Sector (Neutral), เราปรับน้ำหนักการลงทุนกลุ่มมีเดีย เป็น “Neutral” จากเดิม “Underweight”
(views 739)
เราปรับน้ำหนักการลงทุนกลุ่มมีเดีย เป็น “Neutral” จากเดิม “Underweight” จากกำไรปกติปี 2016 ที่คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัว 17% จากปี 2015 ที่หดตัวถึง 26% ตามภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นที่มีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลโดยเฉพาะรายที่มี Content แข็งแกร่งและมี Rating ดีในอันดับต้นๆ อย่าง WORK และ RS จะมีโอกาสปรับขึ้นค่าโฆษณามากขึ้นและหนุนกำไร ส่วนผู้ประกอบการรายใหญ่อย่าง BEC กำไรฟื้นขึ้นเช่นกันแต่เป็นอัตราต่ำ เราปรับคำแนะนำ RS (ราคาเป้าหมายปี 2016 ที่ 13 บาท) ขึ้นเป็น Top pick หลังราคาหุ้นปรับฐานลงมามาก ขณะที่คาดกำไรฟื้นตัวสูง และแนะนำ ถือ/ซื้ออ่อนตัว PLANB และ MAJOR เนื่องจากราคาหุ้นมี Upside แคบลง แต่ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของกำไรปกติใน 1-2 ปีข้างหน้า และคงคำแนะนำขาย WORK เพราะราคาหุ้นที่สะท้อนการเติบโตสูงแล้ว และถือรอขาย BEC และ MCOT
อ่านเพิ่มเติม
04
มกราคม
2016
Special Report, 6 Key calls ในปี 2016
(views 596)
ปัจจัยที่กดดัน SET Index ไม่ใช่ดอกเบี้ย Fed แต่เป็นเศรษฐกิจจีนมากกว่า ใน 3 ช่วงอดีตที่ผ่านมาที่อัตราดอกเบี้ย Fed เป็นทิศทางขาขึ้น คือในปี 1994, 1999 และ 2004 หลังจากที่ Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ยแล้ว ตลาดห้นในภูมิภาคและตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงอีกประมาณ 2 เดือนโดยหุ้นไทยผันผวนและรุนแรงมากกว่า แต่เราคิดว่าสถิติในอดีตอาจใช้ไม่ได้กับการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในครั้งนี้ เพราะตลาดหุ้นทั้งในภูมิภาคและ SET Index ต่างปรับลงมารอแล้วแทบจะตลอดทั้งปีที่ผ่านมา และเป็นระยะทางที่ลึกถึง 18% - 20% แต่สิ่งที่กดดันตลาดหุ้นในภูมิภาคน่าจะเป็นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ที่ชะลออย่างชัดเจนโดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของทั้งภูมิภาค และมีบทบาทต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ
อ่านเพิ่มเติม
30
ธันวาคม
2015
Banks Sector (Neutral), 2016 Outlook - ความหวังหลังภาครัฐคืนความสุข
(views 627)
เราคงน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารเป็น Neutral โดยคาดว่ากลุ่มธนาคารจะกลับมาน่าสนใจในครึ่งหลังของปี 2016 ซึ่งน่าจะเห็นความชัดเจนของการลงทุนภาครัฐมากขึ้น รวมถึงขนาดของ NPL ด้วย เรามีความคาดหวังสูงต่อผลประกอบการที่น่าจะดีขึ้นใน 2H16 แต่เนื่องจากมุมมองปัจจุบันตลาดยังรอคอยปัจจัยบวกหลายประการอยู่ ลักษณะการลงทุนจึงเป็นทยอยสะสมโดยเฉพาะราคาหุ้นตอนนี้ที่ราคาปรับตัวลงมาลึกและมีส่วนลดมาก เราเลือก KBANK เป็น Top Pick ในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ และ TMB, TCAP น่าสนใจในหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดกลาง
อ่านเพิ่มเติม
22
ธันวาคม
2015
ICT Sector (Underweight), ราคาประมูลที่สูงและการแข่งขันที่รุนแรงทำให้กำไรของทั้งกลุ่มพักฐาน 1-2 ปี
(views 653)
หลังจากที่เรา downgrade กลุ่มสื่อสารไปแล้ววานนี้จาก Overweight เป็น Underweight การประชุมกับผู้บริหารของ ADVANC และ TRUE เมื่อวานนี้ ไม่ได้ทำให้มุมมองของเราเปลี่ยนไป แม้ว่าคลื่นความถี่จะเป็นหัวใจของการทำธุรกิจ แต่ด้วยราคาที่สูงเกินไปและสูงเกินกว่าต้นทุนที่จะประหยัดได้จากค่าสัมปทาน ทำให้การเติบโตของกำไรจะหายไปในช่วง 1 ปีข้างหน้าเป็นอย่างน้อย เช่นเดียวกับเงินปันผลที่หุ้นในกลุ่มนี้จ่ายอย่างสม่ำเสมอในอัตราที่สูง จะลดลงตามผลประกอบการที่ชะลอ ขณะที่การเข้ามาของรายใหม่อย่าง JAS ยิ่งเพิ่มดีกรีของการแข่งขันในตลาดให้สูงมากขึ้นเพื่อแย่งชิงฐานลูกค้า เราคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2016 ของกลุ่มมือถือจะหดตัว 14.6% Y-Y แย่ลงจากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 7.8% Y-Y ADVANC ยังเป็นผู้ประกอบการรายเดียวที่แข็งแกร่งที่สุด แต่กำไรก็ลดลงมากจากที่ควรจะขยายตัว 9.7% Y-Y กลายเป็นแทบไม่โต +1.4% Y-Y และคาดว่าจะจ่ายเงินปันผลน้อยกว่าปีนี้แต่ด้วยราคาหุ้นที่ร่วงหนักทำให้ Dividend yield ยังสูงถึง 7.7%
อ่านเพิ่มเติม
11
ธันวาคม
2015
ICT Sector (Overweight), ราคาลงสวนทางกำไรปีหน้าที่โต ทำให้ Upside และ Dividend Yield น่าสนใจ
(views 693)
เราคาดว่าการแข่งขันในส่วนของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในปีหน้าจะชะลอความร้อนแรงลงหลังจากประมูล 4G ซึ่งลดความได้เปรียบเสียเปรียบเรื่องคลื่นในมือรวมถึงพ้นช่วงคาบเกี่ยวหมดสัมปทานของ ADVANC ขณะที่กลุ่มรับเหมาวางระบบคาดว่าพ้นช่วงที่เลวร้ายที่สุดไปแล้วโดยคาดว่าจะเห็นการลงทุนและงานประมูลงานจากภาครัฐมากขึ้น เราคาดกำไรปกติปี 2016 จะเติบโตได้ 7.8% Y-Y เราปรับน้ำหนักการลงทุนขึ้นเป็น “OVERWEIGHT” และเลือก ADVANC กับ SAMTEL เป็น Top Picks
อ่านเพิ่มเติม
06
ตุลาคม
2015
Banks sector (Neutral), แนวโน้มกำไรทั้งครึ่งปีหลังแย่กว่าครึ่งปีแรก
(views 723)
คาดกลุ่มธนาคารจะรายงานกำไรสุทธิ 3Q15 ลดลง 12%Q-Q และ 16%Y-Y จากการตั้งสำรองฯโดยเฉพาะจากหนี้ SSI ที่เพิ่มขึ้นใน 3 ธนาคาร ที่ยังต้องจับตามองใน 3Q15 คือ NPL Ratio และ Coverage ratio ที่คาดว่าจะด้อยลงและอาจทำให้นำไปสู่การ Downgrade และส่งผลกระทบต่อแนวโน้มกำไร 4Q15 ที่อาจมีหนี้สูญก้อนใหญ่อีกครั้งเพื่อสร้างปราการของคุณภาพหนี้ให้แข็งแกร่งขึ้น บนการคาดการณ์ดังกล่าวเราเชื่อว่ากลุ่มธนาคารจะพักฐานต่อไป การลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารอยู่บนความคาดหวังของเศรษฐกิจในปี 2016 และบนความเสี่ยงและความหวังดังกล่าว เราเชื่อว่า KBANK เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในกลุ่มตอนนี้
อ่านเพิ่มเติม